โครงงาน น้ำ ยาเช็ดกระจก จากแป้งข้าวโพดและ แอลกอฮอล์ โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย นางสากนกรันต์ แป้งขาว ม.4/10 เลขที่ 10ก
ความทรงจำ ตอนและความประทับใจแรก ตอนสอบเข้าเรียนโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย อยากเข้าเพราะทุนเยอะ ตั้ง ตั้ ใจเรียนตั้ง ตั้ ใจอ่านหนังสือ เพื่อ สอบเข้าโรงเรียนระดับจังหวัด ดีใจมากที่หนูทำ สำ เร็จค่ะ
โครงงานน้ำ ยาเช็ดกระจกจากแป้งข้าวโพดและแอลกอฮอล์
คำ นำ โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องน้ำ ยาเช็ดกระจกจากแป้งข้าวโพดและแอลกอฮอล์จัดทำ ขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาค้นคว้าเรื่องการสร้างผลิตภัณฑ์ รู้จักการวางแผนการทำ งาน อย่างเป็นระบบและเพื่อศึกษาการเปรียบเทียบของผลิตภัณฑ์ระหว่างผลิตภัณฑ์ที่มีสาร เคมีมากและผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีน้อย ในการทดลองนี้ต้องการศึกษาค้นคว้าการทำ น้ำ ยาเช็ดกระจกจากแป้งข้าวโพดและ แอลกอฮอล์เพื่อใช้ในรายวิชาศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ ผู้จัดทำ โครงงานหวังว่า รายงามเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาที่ต้องการจะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องน้ำ ยาเช็ด กระจกจากแป้งข้าวโพดและแอลกอฮอล์ ก
สารบัญ ข
บทที่1 บทนำ ที่มาและความเป็นมาของโครงงาน ปัจจุบันผู้คนมักใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องใช้ต่างๆในการทำ ความสะอาดสิ่ง สกปรกบนสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งในน้ำ ยาหรือผลิตภัณฑ์ทำ ความสะอาดนี้มักมี ส่วนผสมของสารเคมีต่างๆ ที่มีกลิ่นของสารรุนแรง และส่งผลเสียต่อสุขภาพของ ผู้ใช้ได้ ซึ่งในที่นี้เราจำ ทำ ผลิตภัณฑ์ทำ ความสะอาดกระจก นั่นนั่ก็คือ น้ำ ยาเช็ด กระจกจากแป้งข้าวโพดและแอลกอออร์ขึ้นมา ซึ่งการใช้ผลิตภัณฑ์ทำ ความสะอาด น้ำ ยาเช็ดกระจกทั่วทั่ๆไปในท้องตลาดจะเห็นได้ว่าส่งกลิ่นรุนแรงมาจากสารเคมีที่มี อยู่ในน้ำ ยาเช็ดกระจกทั่วทั่ๆ ไปซึ่งมีผลเสียต่อร่างกายที่ได้รับกลิ่นอยู่บ่อยครั้งรั้ เพราะมีส่วนผสมของ บิวทิลเชลโลโซต และแอมโมเนียไฮดรอกไซด์ เป็นอันตราย ต่อร่างกายหากดูตซึมผ่านผิวหนังจะระคายเคืองในชีวิตประจำ วันของเราการเลือก ใช้ผลิตภัณฑ์ในธรมชาติทั้งทั้ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายและสภาพแวดล้อม สมารถทำ ให้ด้วยตนเองและสามารถบอกต่อ ๆ กันเพื่อใช้งานภายในบ้านหรือ สถานที่ทำ งานได้ น้ำ ยาเช็ดกระจกจากแป้งข้าวโพดที่ได้ศึกษาและมาทำ โครงงานนี้ มีส่วนวัตถุติบมาจากธรรมชาติหาได้ภายในครัวเรือนในท้องถิ่นหรือเป็นวัตถุติบที่ หาซื้อไต้ง่ายไม่เป็นอันตรายสามารถนำ มาใช้แทนน้ำ ยาเช็ดกระจกที่มีสารเคมีใน ท้องตลาดได้และปลอดภัยต่อผู้ที่ใช้ ความสำ คัญข้างต้น เราจึงคิดได้ค้นการทำ น้ำ ยาเช็ดกระจกจากแป้งข้าวโพด และแอลกอออล์ ซึ่งมีความจำ เป็นอย่างมากเพื่อแก้ปัญหาสารเคมีที่ยุ่ในผลิตภัณฑ์ ทำ ความสะอาดและรักษาสุขภาพของผู้ที่ใช้และปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา อีกด้วย วัตถุประสงค์ -เพื่อศึกษาค้นคว้า เครื่องการสร้างผลิตภัณฑ์ -เพื่อรู้จักการวางแผนการทำ งานอย่างเป็นระบบ -เพื่อศึกษาการเปรียบเทียบของผลิตภัณฑ์ระหว่างผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีมากและ ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีน้อย 1
ขอบเขตการศึกษา -ศึกษาการผสมแป้งข้าวโพดและแอลกอฮอล์ รอให้ตกตะกอนก่อนนำ ไปทำ ความ สะอาดกระจก -น้ำ ยาเช็ดกระจกจากแป้งข้าวโพดและแอลกอฮอล์ -ประสิทธิภาพการเช็ดทำ ความสะอาด สมมติฐาน ถ้าเรานำ แป้งข้าวโพดและแอลกอฮอล์ มาทำ น้ำ ยาเช็ดกระจก ดังนั้นนั้จะทำ ให้มี ประสิทธิภาพในการใช้ได้ดี ตัวแปร ตัวแปรต้น คือ แป้งข้าวโพดและแอลกอฮอล์ ตัวแปรตาม คือ กระจกไร้รอยเปื้อนจากสิ่งสกปรก ตัวแปรควบคุม คือ ประสิทธิภาพของน้ำ ยาเช็ดกระจก 2
บทที่2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง น้ำ ยาเช็ดกระจก น้ำ ยาเช็ดกระจกก็จัดอยู่ในผลิตภัณฑ์ซักล้าง จึงมีสารลดแรงตึงผิวเป็นองค์ ประกอบหลักผสมกับสารเคมีที่ใช้เป็นตัวทำ ละลาย ซึ่งน้ำ ยาเช็ดกระจกที่พบมีอยู่ หลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อมีส่วนผสมหลักคล้ายคลึงกัน โดยทุกชนิดจะใช้ไอโซโพรพิล แอลกอฮอล์ (isopropyl alcohol) ในปริมาณ 1.0-4.0% ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์เป็น ของเหลวใส ไม่มีสี ไวไฟ และมีกลิ่นฉุนมาก ใช้ในการทำ ความสะอาด ถ้าจะใช้ฆ่า เชื้อต้องใช้ที่ความเข้มข้นสูงถึง 60-70% การหายใจเข้าไปในปริมาณเล็กน้อยจะ ระคายเคืองจมูก ลำ คอ และระบบทางเดินหายใจ ทำ ให้ปวดหัว คลื่นไส้ วิงเวียน อาเจียน ถ้าได้รับปริมาณสูงขึ้นอาจทำ ให้หมดสติ หรือตายได้ การสัมผัสนาน ทำ ให้ ผิวหนังแห้งและแตก การกลืนกินมีอาการคล้ายการหายใจ อาเจียนและอาจทำ อันตรายแก่ปอด และระคายเคืองต่อตา ห้ามทิ้งทิ้สู่แหล่งน้ำ น้ำ เสีย หรือดิน สามารถ ย่อยสลายทางชีวภาพได้ สารเคมีที่นิยมใช้เป็นตัวทำ ละลายในน้ำ ยาเช็ดกระจกอีกชนิดคือบิวทิลเซลโล โซลฟ์ (butyl cellosolve) เป็นตัวทำ ละลายเคมีที่ละลายน้ำ ได้ (water-soluble solvent) มักใช้กับคราบมัน หรือทำ ให้มัน มีชื่อทางเคมีว่า 2-บิวทอกซีเอทานอล (2- butoxyethanol) หรือเอทาลีนไกลคอลโมโนบิวทิลอีเทอร์ (ethylene glycol monobutyl ether) มีค่า LD50 (หนู) 470 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เป็นพิษหากถูกดูดซึม ผ่านผิวหนัง กินเข้าไปทำ ให้มึนเมาได้ ตัวทำ ละลายทั้งทั้2 มีผลกระทบคล้ายกันคือ ระคายเคืองต่อตา ผิวหนัง จมูก ลำ คอ เกิดอาการไอ คลื่นไส้ วิงเวียน ปวดหัว ตาแดง เจ็บตา เห็นไม่ชัด ปวดท้องน้อย ท้องเสีย อาเจียน กดระบบประสาทส่วน กลาง ทำ ให้เม็ดเลือดแดงแตก แต่ไม่ต้องกังวลมากเพราะตัวทำ ละลายในน้ำ ยาเช็ด กระจกมีความเข้มข้นน้อยมากคือเพียง 0.5-2.5% เท่านั้นนั้ สำ หรับสารลดแรงตึงผิวที่ใช้ในน้ำ ยาเช็ดกระจกคือ sodium lauryl ether sulfate (SLES) หรือ sodium laureth sulfate ใช้ในปริมาณ 0.1 - 0.6 % โดยน้ำ หนัก SLES มีค่า LD50 (หนู) 1,600 มิลลิกรัม/กิโลกรัม มีพิษปานกลาง เป็นสาร ทำ ให้เกิดฟอง มักใช้ในผลิตภัณฑ์ทำ ความสะอาด และแชมพู อาจทำ ให้เกิดการ ระคายเคืองตาและผิวหนัง หากเกิดอาการหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ควรหยุดใช้ทันที ใน กระบวนการผลิต SLES อาจปนเปื้อนด้วย 1,4-dioxane ซึ่งอาจเป็นสารก่อมะเร็ง ในต่างประเทศมีการห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารและยา แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่ชี้ว่าสารชนิดนี้เป็นก่อมะเร็ง 3
น้ำ ยาเช็ดกระจกบางชนิดที่ไม่ใช้ sodium lauryl ether sulfate เป็นสารลดแรงตึง ผิว จะใช้ cocamidopropyl betaine แทน ซึ่งเป็นสารลดแรงตึงผิวที่จับกับทั้งทั้anion และ cation ในเวลาเดียวกัน สาร cocamidopropyl betaine เป็นสารลดแรงตึงผิวแบบ อ่อน ที่ไม่ทำ ให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและเนื้อเยื่อในจมูก นอกจากนี้มันยังมี สมบัติฆ่าเชื้อโรคด้วย และเข้าได้กับสารลดแรงตึงผิวชนิดอื่นๆ cocamidopropyl betaine ในน้ำ ยาเช็ดกระจกมีความเข้มข้นต่ำ กว่า 1 % จะไม่ทำ ให้เกิดการระคายเคือง อย่างไรก็ตามสำ หรับที่ความเข้มข้นสูงขึ้นไปอาจทำ ให้เกิดการระคายเคืองได้ ควรหลีก เลี่ยงการเทผลิตภัณฑ์ใส่มือโดยตรง น้ำ ยาเช็ดกระจกบางยี่ห้อมีการนำ ammonium hydroxide มาใช้ประมาณ 0.1 % ammonium hydroxide ที่ความเข้มข้นสูงกว่า 25 % มีค่า LD50 (หนู) 350 มิลลิกรัม/ กิโลกรัม มีความเป็นพิษมาก มีฤทธิ์ทำ ธิ์ ทำให้เกิดแผลไหม้ และเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตใน น้ำ สารนี้มีฤทธิ์กั ธิ์กัดกร่อนเป็นอันตรายต่อเยื่อเมือก ระบบทางเดินหายใจส่วนบน ดวงตา ผิวหนัง การสูดดมทำ ให้เกิดการระคายเคืองต่อตาและจมูก ซึ่งต้องระวังอันตรายมากกว่า มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ อับเสบ การบวมน้ำ ของถุงลมและปอด ถ้าเข้าตาสามารถ ทำ ให้ตาบอดได้ แหล่งที่มาข้อมูล : http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=2 แอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์มีคุณสมบัติเป็นสารต้านจุลชีพ ได้แก่ ไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราโดย สามารถฆ่าหรือหยุดยั้งยั้การเจริญเติบโตของเชื้อได้ จึงสามารถใช้ในการทำ ความสะอาด และฆ่าเชื้อบนผิวหนังและพื้นผิวต่างๆ แอลกอฮอล์มีหลายประเภทขึ้นอยู่กับลักษณะ โครงสร้างทางเคมี ได้แก่ เอทานอล และไอโซโพรพานอล เป็นแอลกอฮอล์ที่ใช้กับมนุษย์ เพื่อการอุปโภคและ บริโภค โดยเอทานอลเป็นแอลกอฮอล์ที่พบในสุรา สามารถใช้ได้ทั้งทั้ภายนอกและรับ ประทาน มีราคาสูงที่สุดเมื่อเทียบกับแอลกอฮอล์ประเภทอื่น ส่วนไอโซโพรพานอล เป็น แอลกอฮอล์ที่ใช้ภายนอกเท่านั้นนั้เช่น ใช้ล้างแผล เมทานอล เป็นแอลกอฮอล์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิง เป็นตัวทำ ละลายใน อุตสาหกรรมสีและเป็นสารตั้งตั้ต้นในอุตสาหกรรมพลาสติก 4
ภาพที่1 แอลกอฮอล์ แหล่งที่มารูปภาพ : https://shorturl.asia/s23av แอลกอฮอล์ทั้งทั้3 ชนิดมีลักษณะคล้ายกันคือเป็นของเหลว ใส ไม่มีสี ระเหยง่าย และไวไฟ สิ่งที่ต่างกันคือกลิ่น “ไอโซโพรพานอลที่ล้างแผลมีกลิ่นฉุน ส่วนเอทานอล และเมทานอลมีกลิ่นอ่อนๆ จึงทำ ให้แยกด้วยประสาทสัมผัสยาก” ผศ.ดร.ศุภกาญจน์ เตือนถึงอันตรายหากมีผู้ผลิตหัวใสนำ เมทานอลไปผสมในแอลกอฮอล์ล้างมือ แหล่งที่มาข้อมูล : https://www.chula.ac.th/highlight/51400/ แป้งข้าวโพด แป้งข้าวโพด เป็นแป้งอเนกประสงค์ที่นิยมนำ มาเป็นส่วนประกอบในการทำ อาหารและของหวาน ไม่ว่าจะเป็นซุปสตูว์ พายเพราะแป้งข้าวโพดมีส่วนช่วยให้ ขนมอบบางชนิดนุ่มขึ้น ข้าวโพดเป็นธัญพืชที่มีส่วนประกอบหลัก 3 ส่วนคือ จมูกข้าวโพด รำ และเอนโด สเปิร์ม รำ คือส่วนที่เปลือกด้านนอกที่แข็งๆ รำ ของข้าวโพดเป็นส่วนที่อุดมไปด้วย ไฟเบอร์จมูกข้าวโพด จมูกข้าวโพดเป็นส่วนกลางของเมล็ดที่สามารถงอกเป็นต้น ข้าวโพดได้ จมูกข้าวโพดเป็นส่วนที่อุดมไปด้วยไขมันเอนโดสเปิร์ม แป้ง ซึ่งเป็น คาร์โบไฮเดรตนั้นนั้ส่วนใหญ่แล้วได้มาจากส่วนนี้ 5
ภาพที่2 แป้งข้าวโพด แหล่งที่มารูปภาพ : https://shorturl.asia/tGJsW การทำ แป้งข้าวโพดนั้นนั้จะทำ การแยกรำ จมูกข้าวโพดและเอนโดสเปิร์มของ เมล็ดข้าวโพดก่อน จากนั้นนั้แป้งจากเอนโดสเปิร์มของเมล็ดข้าวโพดจะถูกสกัดด้วย กระบวนการที่เรียกว่า การบดเปียก (Wet milling) โดยเริ่มจากการนำ เมล็ดข้าวโพด ไปแช่น้ำ ก่อน แล้วทำ การแยกเมล็ดพืชออกเป็นส่วนๆ ทำ ให้ได้แป้งข้าวโพด น้ำ มัน ข้าวโพด และน้ำ เชื่อมข้าวโพด แหล่งที่มาข้อมูล : https://shorturl.asia/Yup8f 6
บทที่3 วัสดุอุปกรณ์และขั้น ขั้ ตอนการดำ เนินการ ส่วนผสมและอุปกรณ์ 1.แป้งข้าวโพด 1.5 ช้อนชา 2.แอลกอฮอล์ ผสมอีก 2 ช้อนโต๊ะ 3.น้ำ ส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ 4.น้ำ สะอาด 250 ml 5.ช้อนตวง 1 คัน 6.ตัวกรอง 7.ที่ชั่งชั่ดูมวลสาร ขั้นขั้ตอนการดำ เนินการ 1.นำ แป้งข้าวโพด 7.5 กรัมเทลงไปในแก้วน้ำ 2. น้ำ แอลกอฮอล์ 16 กรัม เทลงไปในแก้วน้ำ แล้วคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน 3. นำ น้ำ ส้มสายชู 16 กรัม เทลงไปในแก้วน้ำ แล้วคนสักพัก 4. แล้วใช้ช้อนคน คนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว งบประมาณ ผู้จัดทำ แทบจะไม่ใช้งบประมาณเลย เพราะเราใช้ส่วนผสมที่มีอยู่ที่บ้านเกือบ ทั้งทั้หมด วิธีการใช้งาน 1.ฉีดน้ำ ยาเช็ดกระจกลงบนกระจก 2.นำ ผ้าสะอาดหรือผ้าที่ไม่ใช้แล้วมาถูไปมาจนสะอาดไม่มีคราบหลงเหลือ 3.พอเช็ดเสร็จแล้วและรอจนแห้ง สรรพคุณ ส่วนของสรรพคุณของผลิตภัณฑ์เรา จะช่วยให้กระจกมีความแวววาว สะอาด ปราศจากสิ่งหรือคราบสกปรก เช้ดออกง่าย และลดการเกาะตัวของฝุ่นละออง 7
บทที่4 ผลการทดลอง สรุปการทดลองข้างต้น -น้ำ เปล่า เป็นผลิตภัณฑ์เช็ดกระจกที่ไม่ควรนำ มาเช็ดกระจกเป็นอันดับแรกหลังจากได้ ทำ การทดลองเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพราะนอกจากทำ ให้เงางามขึ้น คราบสปรก ต่างๆก็คงยังติดอยู่บนกระจก ประสิทธิภาพขแงน้ำ เปล่าจึงน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับ แอลกอฮ อร์ แป้งข้าวโพดผสมน้ำ และแป้งข้าวโพดผสมแอลกอฮอล์ -แอลกอฮอล์ เป็นผลิตภัณฑ์เช็ดกระจกที่มีประสิทธิภาพมากกว่าน้ำ เปล่าและแป้งข้าวโพด ผสมน้ำ แต่น้อยกว่าแป้งข้าวโพดผสมแอลกอฮอล์ คราบสกปรกของรอยนิ้วมือหายไปได้แต่ คราบหินปูนและคราบรอยน้ำ ยังคงมีอยู่ -แป้งข้าวโพดผสมน้ำ เป็นผลิตภัณฑ์เช็ดกระจกที่มีประสิทธิภาพมากกว่าน้ำ เปล่า แต่น้อย กว่าแอลกอฮอล์และแป้งข้าวโพดผสมแอลกอฮอล์ คราบรอยนิ้วมือและคราบรอยน้ำ ยังคงมี อยู่บ้าง คราบหินปูนยังมีคราบติดอยู่อีกมากเมื่อเปรียบเทียบกับแป้งข้าวโพดผสม แอลกอฮอล์ 8
-แป้งข้าวโพดผสมแอลกอฮอล์ เป็นผลิตภัณฑ์เช็ดกระจกที่มีประสิทธิภาพมาก ที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์เช็ดกระจกที่นำ มาเปรียบเทียบ เพราะแป้ง ข้าวโพดมีคุณสมบัติสามารถดูดซับไขมัน และช่วยลดคราบสิ่งสกปรกต่างๆ ให้ออก ได้โดยง่าย และแอลกอฮอล์มีคุณสมบัติเป็นของเหลวใสไม่มีสี แต่ไวไฟและมีกลิ่น ฉุนมาก มักนำ มาใช้เป็นส่วนผสมในการทำ ผลิตภัณฑ์ทำ ความสะอาด และถ้าหาก ต้องการให้ฆ่าเชื้อได้ต้องใช้ความเข้มข้นสูงถึง 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อนำ มา ผสมกันจะทำ ให้น้ำ ยาเช็ดกระจกมีประสิทธฺภาพมาก และยังประหยัดค่าใช่จ่าย เพราะหาซื้อได้ง่ายและมีราคาถูก จากการทดลองเพื่อการศึกษาและสร้างผลิตภัณฑ์น้ำ ยาเช็ดกระจกพบว่าการ นำ แป้งข้าวโพดที่มีคุณสมบัติที่สามารถดูดซับไขมันได้ดีและช่วยลดคราบสิ่งสกปรก ต่างๆให้ออกได้โดยง่าย และแอลกอฮอล์ที่สามารถเช็ดคราบสกปรกฝังแน่นที่ติดบน กระจกออกได้ง่ายๆ มาผสมกันและนำ มาทดลองเช็ดกระจกที่มีคราบติด ปรากฎว่า คราบสกปรกที่ติดอยู๋หายไปและทำ ให้กระจกเงางามขึ้นมาก 9
บทที่5 สรุปและอภิปรายผล อภิปรายผลการทดลอง จากการทดลองเปรียบเทียบกับกระจกที่มีคราบหลายแบบและใช้ผลิตภัณฑ์ใน การทดลองที่ต่างกันโดยใช้ผลิตภัณฑ์ น้ำ เปล่า แอลกอฮอล์ แป้งข้าวโพดผสมน้ำ และ แป้งข้าวโพดผสมแอลกอฮอล์ พบว่า น้ำ เปล่ามีประสิทธิภาพน้อยที่สุด แอลกอฮอล์และ แป้งข้าวโพดผสมน้ำ มีประสิทธิภาพปานกลางแต่ยังไม่ทำ ให้สะอาด แป้งข้าวโพดผสม แอลกอฮอล์มีประสิทธิภาพมากที่สุด มีความสะอาดไม่ทิ้งทิ้คราบ กระจกเงางาม สรุปผลการทดลอง ผลิตภัณฑ์น้ำ ยาเช็ดกระจกจากแป้งข้าวโพดและแอลกอฮอล์ เช็ดคราบบน กระจกได้ดีไม่ว่าจะเป็น คราบจากรอยนิ้วมือ คราบจากหินปูน และคราบจากรอยน้ำ คราบทั้งทั้หมดที่ทดลองมาหลังจากใช้น้ำ ยาเช็ดกระจกจากแป้งข้าวโพดและแอลกอฮอล์ พบว่าคราบหายไป กระจกเงางาม ไม่มีรอบบนกระจก จึงสรุปได้ว่าน้ำ ยาเช็ดกระจก จากแป้งข้าวโพดและแอลกอฮอล์มีประสิทธิภาพสูง ใช้งานได้ดี ราคาประหยัดและมี ขั้นขั้ตอนวิธีการทำ ที่ไม่ยุ่งยาก ข้อเสนอแนะ -ห้ามรับประทาน -ควรใส่ส่วนผสมให้พอดี แป้งข้าวโพดไม่ควรใส่มากหรือน้อยเกินไปเพื่อประสิทธิภาพ ของน้ำ ยาเช็ดกระจกจากแป้งข้าวโพดและแอลกอฮอล์ 10
บรรณานุกรม อาจารย์โชติมา วิไลวัลย์. (2549). น้ำ ยาเช็ดกระจก. สืบค้นเมื่อ 16 ธันวาคม. จาก http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=2 เมธาพร ไตรกิจวัฒนกุล. (2564). แอลกอฮอล์. สืบค้นเมื่อ 16 ธันวาคม. จากhttps://www.chula.ac.th/highlight/51400/ ทีม Hello คุณหมอ. (2565). แป้งข้าวโพด. สืบค้นเมื่อ 16 ธันวาคม. จาก https://shorturl.asia/Yup8f 11
ภาคผนวก 12
13
14