The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Bowy Yanis, 2022-04-28 12:43:42

แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 5

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว31203 รายวชิ า เคมเี พิม่ เตมิ
ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 อะตอมและสมบตั ิของธาตุ เร่อื ง แบบจาลองอะตอมของดอลตัน
ผ้สู อน นางสาวญาณสิ า จนั ทรพ์ ร้อย เวลา 1 ช่วั โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรยี นรู้
มาตรฐาน 5.1 เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรยี งธาตใุ นตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พนั ธะเคมีและสมบตั ขิ อง

สาร แกส๊ และสมบัตขิ องแกส๊ ประเภทและสมบัติของ สารประกอบอินทรียแ์ ละพอลิเมอร์ รวมทัง้ การนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์
2. จุดประสงค์การเรียนรู้

2.1 ดา้ นความรู้ (K)
- อธบิ ายโครงสรา้ งพื้นฐานของอะตอมได้
- อธบิ ายความหมายของแบบจาลองอะตอมของดอลตันและบอกสาเหตทุ ่ีทาให้อะตอมเปล่ียนแปลง

ไปได้
2.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ ( P )

- สามารถเขียนและอธบิ ายวิวัฒนาการของแบบจาลองอะตอมของดอลตนั ได้
2.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ( A )

- มีกระตอื รอื ร้นในการเรียน

- มสี ่วนรว่ มในชน้ั เรยี น

- มุ่งม่ันในการทางาน

2.4 ด้านสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน ( C )
 ความสามารถในการส่อื สาร

 ความสามารถในการคดิ

 ความสามารถในการแก้ปัญหา

 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

3. สาระสาคัญ
นักวิทยาศาสตร์ศกึ ษาโครงสร้างของอะตอมและเสนอแบบจาลองอะตอมแบบตา่ ง ๆ จากการศึกษาขอ้ มลู การ

สังเกต การต้งั สมมติฐานและ ผลการทดลอง
4. สาระการเรียนรู้

อะตอม คือ หน่วยย่อยท่ีเล็กท่ีสุดซึ่งไม่สามารถบ่งให้เล็กลงไปไต้อีกแนวความคิดดังกล่าวน้ีได้จากนักปราชญ์
ชาวกรกี ช่ือ ดีโมคริตสุ (Demokitos)

แบบจาลอง คอื มโนภาพที่สรา้ งข้ึนโดยอาศัยข้อมูลท่ีได้จากการทดลอง แบบจาลองทางวิทยาศาสตร์เป็นมโน
ภาพท่ีนักวิทยาศาสตร์สร้างขึ้น เพ่ือบอกลักษณะของส่ิงท่ีมองไม่เห็น เช่น อะตอม นอกจากนี้แบบจาลองยังใช้เป็น
คาอธิบายสิ่งหนึง่ สิ่งใดก็ได้ แบบจาลองสามารถเปลีย่ นแปลงไดเ้ มอ่ื ข้อมูลจากการทดลองเปลยี่ นแปลงไป

แบบจาลองอะตอมของดอลตัน
นักวิทยาศาสตร์ท่ีเสนอแบบจาลองเป็นคนแรก คือ จอห์น ดอลตัน (John Dalton) โดยเสนอความคิดเห็น

เกี่ยวกับอะตอมไว้ในปี พ.ศ. 2346 ซึ่งมขี อ้ ความท่สี าคญั สรปุ ได้ดงั นี้
1. สารแต่ละชนดิ ประกอบดว้ ยอนภุ าคเล็ก ๆ เรยี กวา่ อะตอม ซง่ึ แบ่งแยกไม่ได้
2. อะตอมจะทาใหเ้ กดิ ใหมห่ รอื สญู หายไปไมไ่ ด้

3. อะตอมของธาตชุ นิดเดียวกันมสี มบัตเิ หมอื นกนั และแตกต่างจากอะตอมของธาตุอ่ืน
4. สารประกอบเกิดจากการรวมตัวกันของอะตอมของธาตุต่างชนิดกันด้วยอัตราส่วนของจานวนอะตอมคงท่ี

เป็นเลขลงตัวนอ้ ย ๆ
5. โมเลกลุ ของสารประกอบชนดิ เด่ียวกันย่อมมีสมบัติเหมือนกัน้ และแตกต่างจากโมเลกลุ ของสารประกอบอ่ืน

แบบจาลองอะตอมของดอลตนั

5. หลักฐานการเรียนรู้ (ช้ินงาน /ภาระงาน)
5.1 แบบฝกึ หัดที่ 2.1

5.2 ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง แบบจาลองอะตอม
6. การวัดผลและประเมินผล

สิ่งท่วี ัดผล วิธีการวัดผล เคร่ืองมอื วัดผล เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารผ่าน

1. 1. ดา้ นความรู้ (K) - ป ระเมินใ บ งานที่ 2 . 1 - ใ บ ง านที่ 2 . 1 เรื่อ ง - ต อ บ ไ ด้ ถู ก ต้ อ ง ผา่ นเกณฑ์ 60 %

- อธบิ ายโครงสรา้ งพน้ื ฐานของอะตอมได้ เรื่อง แบบจาลองอะตอม แบบจาลองอะตอม ครบถ้วน ได้ 1 คะแนน
- ประเมนิ แบบฝกึ หัดที่ 2.1 - แบบฝึกหดั ที่ 2.1 ตอบได้ถูกต้องบางส่วน
- อธิบายความหมายของแบบจาลองอะตอมขอ ได้ 0.5 คะแนน
งดอลตันแ ละบ อกส า เห ตุท่ีทาใ ห้อะตอม ตอบไม่ถูกต้อง ได้ 0
เปลย่ี นแปลงไปได้ คะแนน

2.ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - ประเมินใบงานท่ี 1 เร่ือง - ใ บ ง า น ที่ 1 เ รื่ อ ง - ต อ บ ไ ด้ ถู ก ต้ อ ง ผ่านเกณฑ์ 60 %

- สามารถเขียนและอธิบายวิวัฒนาการของ แบบจาลองอะตอม แบบจาลองอะตอม ครบถว้ น ได้ 1 คะแนน

แบบจาลองอะตอมของดอลตันได้ ตอบได้ถูกต้องบางส่วน
ได้ 0.5 คะแนน

ตอบไม่ถูกต้อง ได้ 0

คะแนน

3.ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) การสงั เกตคุณลักษณะอนั พึง แบบประเมินคุณลักษณะ แนบท้ายแบบประเมิน ดงั ในแบบประเมิน

- มกี ระตอื รือร้นในการเรยี น ประสงคข์ องผ้เู รยี น อันพงึ ประสงค์ คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ อั น พึ ง

- มสี ว่ นรว่ มในชั้นเรียน ประสงค์

- มุ่งมน่ั ในการทางาน

4. ด้านสมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน (C) การสงั เกตคุณลกั ษณะอนั พึง แบบประเมินสมรรถนะ แนบท้ายแบบประเมิน ดังในแบบประเมิน

 ความสามารถในการส่ือสาร ประสงค์ของผู้เรยี น ของผเู้ รียน สมรรถนะผู้เรยี น

 ความสามารถในการคดิ

 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

7. กระบวนการเรียนรู้/รปู แบบการจดั กิจกรรม
7.1 วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)

8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
8.1 ข้ันท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (engagement)
8.1.1 ครูตั้งคาถามแก่นักเรียนคิดว่า “หน่วยท่ีเล็กท่ีสุดของธาตุ เรียกว่าอะไร ” (แนวคาตอบ :

อะตอม (Atom ผู้เสนอแนวคิดคือ ดิโมคริตุส (Dimocritus) ) อภิปรายและให้ความรู้เก่ียวกับความเชื่อของ
นกั ปราชญ์ชาวกรกี ซึ่งดิโมคริตุสเช่อื วา่ “ถ้าแบง่ สิง่ ตา่ งๆ ให้เล็กลงเรื่อยๆ จะได้หน่วยย่อยท่ีไม่สามารถแบ่งให้

เลก็ ลงไปได้อกี เรียกหน่วยย่อยน้ีว่า อะตอม ( atom ) มาจากคาว่า atomos ในภาษากรีก แปลว่า แบ่งแยก
ไม่ได้”

8.1.2 ครใู หน้ ักเรยี นทากจิ กรรม “กระปอ๋ งปริศนา” เพ่อื กระตุ้นความสนใจ

8.1.3 ครใู ห้ความรเู้ พิม่ เติมเพอื่ เช่อื มโยงวธิ กี ารที่ใช้ในการศึกษากระป้องปริศนา ไปสู่กระบวนการสืบ
เสาะหาความรู้และใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อหาองค์ความรู้ใหม่ เช่น การต้ังสมมติฐาน การ

ทดลอง การรวบรวมขอ้ มลู การตีความหมายขอ้ มูลและลงข้อสรุป การสร้างแบบจาลอง
8.1.4 ครูตั้งคาถามให้ร่วมกันอภิปรายว่า นักวิทยาศาสตร์มีวิธีการอย่างไรในการศึกษาและอธิบาย

โครงสรา้ งอะตอมซ่ึงมขี นาดเล็กมากและมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าซ่ึงควรได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ต้องทาการศึกษา

โดยอาศัยการสร้างแบบจาลองอะตอมท่ีสอดคล้องกับผลการทตลอง และแบบจาลองที่สร้างข้ึนน้ันสามารถ
เปล่ยี นแปลงไดต้ ามข้อมูลและผลการทดลองท่เี พ่ิมข้ึน

8.1.5 ครใู ห้นักเรียนดูรูป แบบจาลองอะตอมแต่ละแบบแล้วให้นักเรยี นเรียงลาดบั ตามวิวัฒนาการของ
อะตอมตามความเปน็ ไปได้
8.2 ขน้ั ท่ี 2 สารวจและค้นหา (Exploration)

8.2.1 ครูแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน(เก่ง กลาง อ่อน) ใหน้ ักเรียนแต่ละกล่มุ สบื คน้ ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาและ
ลกั ษณะของแบบจาลองอะตอมของดอลตัน จากนน้ั อภิปรายร่วมกนั

8.2.2 ให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มทากิจกรรมระดมความคิดท่ี 1 โดยใช้อุปกรณ์หรือวัสดุใกล้ตัวของตนเอง
เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และเสริมสร้างความสามัคคี เช่น จานกระดาษ สีไม้ ดินน้ามัน ลูกปัด กาว
สายไฟ เป็นต้น มาสร้างและนาเสนอแบบจาลองที่กลุ่มของตนคิดว่าสอดคล้องกับทฤษฏีอะตอมของดอลตัน

พรอ้ มใหเ้ หตผุ ลประกอบ
8.3 ขน้ั ที่ 3 อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)

8.3.1 ครอู ธบิ ายเนอ้ื หาโดยใช้ powerpoint ไปพร้อมๆกับการให้นักเรียนออกมานาเสนอผลงานของ
กลุ่มตวั เอง

8.3.2 ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุป เร่ือง แบบจาลองอะตอม นักเรยี นควรสรุปได้ว่า

แบบจำลองอะตอมของดอลตนั
1. ธาตุประกอบด้วยอนภุ าคเล็กๆหลายอนุภาคเรียกอนภุ าคเหล่าน้วี ่า “อะตอม” ซึ่งแบง่ แยกและทา

ใหส้ ญู หายไม่ได้
2. อะตอมของธาตชุ นิดเดียวกนั มีสมบัติเหมือนกัน แต่จะมสี มบัติ แตกต่างจากอะตอมของธาตอุ นื่
3. สารประกอบเกิดจากอะตอมของธาตุมากกว่าหน่งึ ชนิดทาปฏกิ ริ ยิ า เคมีกัน

ในอตั ราสว่ นที่เปน็ เลขลงตวั น้อยๆ
8.4 ข้ันที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration)

8.4.1 ครูใหน้ ักเรยี นเลน่ เกมเพ่อื ทบทวนความรู้โดยใชแ้ อพพลิเคชนั Kahoot
8.4.2 ครูชมเชยและใหก้ าลงั ใจกบั นกั เรยี นทุกคน

8.5 ขน้ั ที่ 5 ประเมิน (Evaluation)

8.5.1 ครูให้นักเรียนทาแบบฝึกหดั ที่ 2.1 เปน็ การบ้าน

9. สือ่ การเรยี นรู้/แหล่งการเรยี นรู้

- Power point เร่ือง แบบจาลองอะตอม

- ใบงานที่ 2.1 เรอื่ ง แบบจาลองอะตอม

- แบบฝึกหัดท่ี 2.1

- แอพลเิ คชนั Kahoot

- หนังสอื เรยี นเคมี 1 ม.4

10. บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้

สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้ นักเรียนทงั้ หมดจานวน คน

นักเรยี นท่ีผา่ น นักเรียนท่ีไม่ผ่าน
จานวน (คน) รอ้ ยละ
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ จานวน ร้อยละ
(คน)

ดา้ นความรู้ (K)

ด้านทกั ษะ / กระบวนการ (P)

ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)

ด้านสมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน ( C )

10.1 ดา้ นเนอ้ื หา/สาระทีจ่ ัดการเรยี นรู้

............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................

10.2 ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ / กลยุทธ์ในการจดั การเรยี นรู้
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................

10.3 ด้านการใชส้ ือ่ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษาและแหล่งเรยี นรู้

............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................

10.4 ด้านการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
............................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................
11. แนวทางเสริมสร้างและแกไ้ ข

............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................

ลงช่อื .............................................ผูส้ อน
(นางสาวญาณิสา จันทร์พรอ้ ย)
ครผู ู้สอน

ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ีไดร้ ับมอบหมาย

บนั ทกึ หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้

ได้ทาการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ......................................................................แล้วมคี วามคิดเห็นดงั น้ี

1. คณุ ภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ 2. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 3. การนาแผนการจดั การเรียนร้ไู ปใช้

 ดีมาก  เนน้ ผ้เู รียนเป็นสาคัญมาใชใ้ น  นาไปใช้ได้จริง

 ดี การสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม  ควรปรบั ปรงุ ก่อนนาไปใช้ใน

 พอใช้  ยงั ไมเ่ น้นผูเ้ รยี นเป็นสาคญั ควร คร้ังต่อไป

 ควรปรบั ปรุง ปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป

4. ขอ้ เสนอแนะ

............................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ...................................................................
(....................................................................)

หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ ..............................................
.........../.............../.............

บนั ทกึ รองผู้อานวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ...................................................................
(....................................................................)
รองผู้อานวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ
.........../.............../.............

บันทกึ ผู้อานวยการโรงเรยี น
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ...................................................................
(....................................................................)
ผอู้ านวยการโรงเรยี น
.........../.............../.............

แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชีแ้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วทาเคร่อื งหมาย  ลงใน

ช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน

เลขท่ี ชือ่ -สกุล ระดับคะแนนคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ผลการ

มี มีส่วนร่วมใน มุ่งมั่นในการ ประเมนิ

กระตือรอื รน้ ชน้ั เรยี น ทางาน

ในการเรยี น

3213 2 1 32 1

หมายเหตุ

ช่วงคะแนน ผลการประเมิน
7 - 9 คะแนน ดมี าก
4 - 6 คะแนน ดี
1 - 3 คะแนน พอใช้

ผลการประเมนิ จานวน .............. คน คดิ เป็นรอ้ ยละ............
นักเรยี นผ่านเกณฑ์ระดบั คุณภาพ ดีมาก จานวน .............. คน คิดเป็นร้อยละ............
นกั เรยี นผา่ นเกณฑร์ ะดับคณุ ภาพ ดี จานวน .............. คน คิดเป็นรอ้ ยละ............
นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ระดบั คณุ ภาพ พอใช้

เกณฑ์ : นกั เรียนผา่ นเกณฑ์คุณภาพดขี ้นึ ไป

เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. การเข้าเรียนตรงต่อเวลา

พฤตกิ รรมบ่งชี้ ระดับคะแนน
1. นกั เรียนเข้าเรยี นตรงตอ่ เวลา 3
2. นักเรียนเข้าเรียนสาย 5-10 นาที 2
3. นักเรียนเข้าเรียนสายเกิน 10 นาที 1

2. มคี วามรบั ผดิ ชอบ

พฤตกิ รรมบง่ ช้ี ระดบั คะแนน
1.นกั เรยี นส่งงานตามเวลาท่ีกาหนด 3
2.นักเรียนส่งงานช้ากวา่ เวลาท่ีกาหนด 1-7 วัน 2
3.นกั เรยี นส่งงานชา้ กวา่ เวลาท่ีกาหนด7 วันข้ึนไป 1

3. มีความใฝเ่ รยี นรู้ในการเรยี น

พฤติกรรมบ่งชี้ เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน

1. นักเรียนมีความใฝเ่ รียนรู้ในการ 3 คะแนน = นกั เรยี นแสดงพฤตกิ รรมบ่งชจ้ี านวน 3 ขอ้

ตอบคาถามของครใู นหอ้ งเรียน

2.นกั เรียนมีความใฝ่เรียนรู้ในระดับ 2 คะแนน = นกั เรยี นแสดงพฤตกิ รรมบ่งชจ้ี านวน 1 ข้อ

คะแนน 3

3.นักเรียนมีความใฝ่เรยี นรู้ในระดบั 1 คะแนน = นักเรียนแสดงพฤตกิ รรมบง่ ช้ีจานวน 1 ข้อ

คะแนน 2 และ 3

แบบประเมนิ สมรรถนะของผเู้ รียน
คาชีแ้ จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ทาเคร่ืองหมาย  ลงใน

ช่องที่ตรงกับระดบั คะแนน

เลขที่ ชอื่ -สกุล ระดับคะแนนสมรรถนะของผเู้ รียน

ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ ผลการ
ในการคิด ในการ ในการใช้ ประเมนิ
แกป้ ญั หา ทักษะชวี ิต

3 2132 1 3 2 1

หมายเหตุ

ช่วงคะแนน ผลการประเมนิ
7 - 9 คะแนน ดีมาก
4 - 6 คะแนน ดี
1 - 3 คะแนน พอใช้

ผลการประเมิน จานวน .............. คน คดิ เปน็ ร้อยละ............
นักเรียนผา่ นเกณฑร์ ะดบั คณุ ภาพ ดีมาก จานวน .............. คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ............
นักเรยี นผ่านเกณฑร์ ะดับคณุ ภาพ ดี จานวน .............. คน คดิ เป็นรอ้ ยละ............
นกั เรยี นผา่ นเกณฑร์ ะดับคณุ ภาพ พอใช้

เกณฑ์ : นักเรยี นผา่ นเกณฑค์ ุณภาพพอใชข้ ้ึนไป

เกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมนิ แบบประเมนิ สมรรถนะของผู้เรียน

1. ความสามารถในการส่อื สาร

พฤตกิ รรมบ่งชี้ เกณฑก์ ารให้ระดับคะแนน
1. นักเรยี นพดู คยุ และช่วยกนั เสนอความคดิ เหน็ กบั 3 = นักเรียนแสดงพฤตกิ รรมบง่ ชีจ้ านวน 3 ขอ้
เพอ่ื น ในขณะทางานกลมุ่
2 = นกั เรียนแสดงพฤตกิ รรมบ่งชีจ้ านวน 2 ขอ้
2. นักเรยี นคอยตอบคาถามเมือ่ ครูต้ังคาถาม 1 = นกั เรยี นแสดงพฤตกิ รรมบ่งช้ีจานวน 1 ข้อ
3. นักเรียนกล้าออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรยี น

2. ความสามารถในการคิด

พฤติกรรมบ่งช้ี เกณฑ์การให้ระดับคะแนน
1. นักเรยี นมคี วามคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ในการ 3 = นกั เรยี นแสดงพฤติกรรมบง่ ชจ้ี านวน 3 ขอ้
ทางาน อย่างตรงประเดน็
2. นักเรียนมที ักษะการคิดนอกกรอบอยา่ งสร้างสรรค์ 2 = นกั เรยี นแสดงพฤตกิ รรมบง่ ช้จี านวน 2 ข้อ
3. นักเรยี นคดิ ตดั สินใจแกป้ ญั หาเกยี่ วกบั ตนเองได้ 1 = นกั เรยี นแสดงพฤติกรรมบ่งชี้จานวน 1 ขอ้

3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

พฤตกิ รรมบง่ ช้ี เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน
1. มีการใชเ้ ทคโนโลยใี นการแก้ปญั หาอยา่ งเหมาะสม 3 = นกั เรยี นแสดงพฤติกรรมบง่ ชี้จานวน 3 ขอ้
2. มที กั ษะการใช้เทคโนโลยีอยา่ งคลอ่ งแคล่ว 2 = นกั เรยี นแสดงพฤตกิ รรมบง่ ช้จี านวน 2 ข้อ
3. มกี ารใช้เทคโนโลยอี ยา่ งสร้างสรรค์ 1 = นกั เรยี นแสดงพฤตกิ รรมบง่ ชจี้ านวน 1 ข้อ


Click to View FlipBook Version