The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ติวภูมิศาสตร์ O-Net

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Niroot Tenpaksee, 2019-09-21 03:52:25

ติวภูมิศาสตร์ O-Net

ติวภูมิศาสตร์ O-Net

ภมู ศิ าสตร์

ทางดา้ นของภมู ศิ าสตรส์ ามารถแบง่ ชนดิ ของแผนท่ี ได้ 3 ชนดิ ไดแ้ ก่
1. แผนทม่ี าตราสว่ นขนาดใหญ่ คอื ใหญก่ วา่ 1:75,000 เชน่

หมบู่ า้ น ตาบล
2. แผนทมี่ าตราสว่ นขนาดกลาง คอื แผนท่ี ทมี่ มี าตราสว่ นตงั้ แต่

1:250,000 เป็ นพนื้ ทอี่ าเภอ จังหวดั
3. แผนทมี่ าตราสว่ นขนาดเล็ก คอื แผนที่ ทม่ี าตราสว่ นเล็กกวา่

1:1,000,000 แผนทปี่ ระเทศ, แผนทที่ วปี

ประเภทของแผนท่ี

1. แผนทแ่ี สดงลกั ษณะของภมู ปิ ระเทศ แสดงตาแหน่งทตี่ งั้ ของ ภเู ขา แมน่ ้า และ
สถานทสี่ าคญั มนุษยเ์ ป็ นผสู ้ รา้ งขนึ้
2. แผนทแี่ สดงลกั ษณะ ภมู อิ ากาศ แสดงเขตอากาศของพน้ื ท่ี แสดงเป็ นลักษณะ
ทศิ ทางลม อณุ หภมู ิ ความกดอากาศ ปรมิ าณน้าฝน
3. แผนทแี่ สดงการทอ่ งเทยี่ ว แสดงเสน้ ทางทส่ี าคญั มงุ่ เนน้ สถานทท่ี อ่ งเทยี่ วทส่ี าคญั
นอกจากนยี้ งั ปรากฏสถานทพ่ี ัก ป๊ัมน้ามนั รา้ นอาหาร
4. แผนทร่ี ัฐกจิ แสดงถงึ พน้ื ทเี่ ขตการปกครอง เขตจงั หวดั ภมู ภิ าค

องคป์ ระกอบของแผนที่

1. ขอบระวาง
การหาพกิ ดั กรดิ หรอื คา่ พกิ ดั ทางภมู ศิ าสตร์

2. ละตจิ ดู - นอน
นับจาก 0 องศาเหนอื ไปทางเหนอื และทางใต ้ 90 องศา

สว่ นเสน้ ละตจิ ดู ทางซกี โลกใต ้ มคี า่ เทา่ กบั องศาใต ้
3. ลองจจิ ดู - ตงั้

ลากจากขวั้ โลกเหนอื ไปยังขวั้ โลกใต ้ วดั ตามระนาบแนวตงั้
ของเสน้ ศนู ยส์ ตู ร
“เสน้ เมรเิ ดยี น” เสน้ นลี้ ากผา่ นทเี่ มอื งกรนี ชิ ประเทศสหราช
อาณาจักร

เครอื่ งมอื ทางภมู ศิ าสตร์

1. ลกู โลก
จาลองรปู ทรงของโลกในภาพรวมทแ่ี สดงทรวดทรงทัง้

พนื้ ดนิ และพน้ื น้า
2. เข็มทศิ
ใชใ้ นการหาตาแหน่งทตี่ งั้ ของบนแผนทแ่ี ละตาแหน่งของสถานที่
บนผิวโลก เข็มทิศจะช้ีไปยังทิศเหนือและทิศใตเ้ สมอ สามารถใช ้
ประโยชน์ดา้ นการเดินเรือ เครื่องบิน การเดินสารวจทรัพยากรและ
สง่ิ แวดลอ้ ม

เครอื่ งมอื ทางภมู ศิ าสตร์

3. ภาพถา่ ยทางอากาศ
ไดจ้ ากการถา่ ยภาพโดยอากาศยาน บอลลนู ภาพถา่ ยทาง

อากาศจงึ เหมาะกบั งานภาครัฐ กจิ การดา้ นการทหาร ใชพ้ น้ื ทเี่ พอื่
การพัฒนาและสรา้ งความมนั่ คงใหก้ บั ประเทศ

4. ภาพถา่ ยดาวเทยี ม
ขอ้ มลู ทไ่ี ดส้ ามารถนาไปใชใ้ นดา้ นการพยากรณ์อากาศ การพัฒนา

แหลง่ ทรัพยากรป่ าไม ้ อณุ หภมู ิ เสน้ ทางการคมนาคมขนสง่

เครอ่ื งมอื ทางภมู ศิ าสตร์ 5.3 แอโรเวน
ใชส้ าหรับวดั ทศิ ทางลมละความเร็วลม
5. เครอ่ื งมอื วดั ลกั ษณะอากาศ
5.1 เทอรม์ อมเิ ตอร์
ใชส้ าหรับวดั อณุ หภมู ิ

5.2 บารอมเิ ตอร์
ใชส้ าหรับวดั ความกดดนั อากาศ

เครอ่ื งมอื ทางภมู ศิ าสตร์ 5.5 ไซโครมเิ ตอร์
ใชส้ าหรับวดั ความชน้ื ของอากาศ
5.4 ไฮโกรมเิ ตอร์
ใชส้ าหรับวดั น้าฝน

6. กลอ้ งสามมติ ิ
ใชค้ ู่กับรูปถ่ายทางอากาศ แสดงใหเ้ ห็นความเป็ นมติ ติ ัง้ แต่

แนวเทอื กเขา เนนิ เขา ทรี่ าบไดใ้ กลเ้ คยี งพน้ื ทจี่ รงิ

ฤดกู าล

ปจั จยั ทท่ี าใหเ้ กดิ ฤดกู าล มดี งั น้ี
1. วนั วสนั ตวษิ ุวตั
ชว่ งวนั ที่ 21 มนี าคม เป็ นวนั ทแี่ สงอาทติ ยต์ งั้ ฉากกบั เสน้ ศนู ยส์ ตู ร มเี วลากลางวนั และ

เวลากลางคนื 12 ชว่ั โมง
2. วนั อตุ ตรายนั หรอื ครษี มายนั
ชว่ งเวลาวันท่ี 21 มถิ นุ ายน ซกี โลกเหนอื กลางวนั ยาวนานกวา่ กลางคนื สว่ นซกี โลกใต ้

กลางวนั สนั้ กวา่ กลางคนื จงึ ปรากฏดวงอาทติ ยต์ อนเวลาเทย่ี งคนื
3. วนั ศารทวษิ ุวตั
ชว่ งวนั ท่ี 21 กนั ยายน มเี วลากลางวนั และกลางคนื 12 ชวั่ โมงเทา่ กนั
4. วนั ทกั ษณิ ายนั หรอื เหมายนั
ชว่ งวนั ที่ 22 ธนั วาคม ในชว่ งเวลาดงั กลา่ ว สง่ ผลใหซ้ กี โลกเหนอื เกดิ ฤดหู นาว และซกี

โลกใตเ้ กดิ ฤดรู อ้ น

ทรพั ยากรป่ าไมใ้ นประเทศไทย

ในประเทศไทยเราสามารถแบง่ ประเภทของป่ าออกไดเ้ ป็ น 2 ประเภทไดแ้ ก่

1.ป่ าผลดั ใบ 2.ป่ าไมผ่ ลดั ใบ

ภาพจากเวบ็ ไซตส์ านักหอพรรณไม ้ ภาพจากhttps://www.pinterest.com/pin/574420127441970767/
http://www.dnp.go.th/botany/

ป่ าผลดั ใบ

ป่ าผลัดใบ เป็ นป่ าไมท้ ผ่ี ลัดใบตามฤดกู าล (seasonal) ตน้ ไมใ้ นป่ าประเภทน้ีจะ
ผลัดใบร่วงลงสพู่ นื้ ดนิ และเตรยี มผลใิ บออ่ นขนึ้ มาใหมเ่ มอ่ื ถงึ ตน้ ฤดฝู นหรอื เมอ่ื ป่ ามคี วาม
ชมุ่ ชนื้ พบทั่วไปทกุ ภาคทม่ี ชี ว่ งฤดแู ลง้ ยาวนานชดั เจน ระหวา่ ง 4 –7 เดอื น ยกเวน้ ภาคใต ้
และภาคตะวันออก ป่ าผลัดใบขนึ้ ทั่วไปบนท่รี าบเชงิ เขาและบนภูเขาสูงท่ไี ม่เกนิ ระดับ
1,000 เมตร (ยกเวน้ ป่ าเต็งรัง-สนเขา)

ภาพประกอบ : condesign /https://pixabay.com

ป่ าผลดั ใบจาแนกออกเป็ น 3 ชนดิ ดงั น้ี
1.ป่ าเบญจพรรณหรอื ป่ าผลดั ใบผสม
ลักษณะท่ัวไปเป็ นป่ าโปร่ง พนื้ ทปี่ ่ าไมไ้ มร่ กทบึ มไี มไ้ ผช่ นดิ ตา่ งๆ ขน้ึ อยมู่ าก มอี ยู่

ท่ัวไปตามภาคต่างๆ ท่ีเป็ นที่ราบ หรือตามเนินเขา พันธุ์ไมจ้ ะผลัดใบในฤดูแลง้ พบใน
ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน ครอบคลุมต่าลงไปจนถงึ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ตอนบน มรี ะดบั ความสงู ตงั้ แต่ 50 เมตร ถงึ 800 เมตร

ภาพประกอบ : rotten77 / https://pixabay.com

2.ป่ าแดง ป่ าแพะ หรอื ป่ าเต็งรัง
พบขน้ึ สลับกับป่ าเบญจพรรณ ลักษณะเป็ นป่ าโปร่ง มตี น้ ไมข้ นาดเล็ก และขนาด

กลาง ไมเ้ ดน่ อันเป็ นไมด้ ัชนีประกอบดว้ ยไมใ้ นวงศย์ าง ฤดแู ลง้ จะผลัดใบ และมไี ฟป่ าเป็ น
ประจา มปี รากฏตงั้ แตจ่ ังหวดั เพชรบรุ ขี น้ึ ไปจนถงึ เหนอื สดุ ในจังหวัดเชยี งราย ป่ าชนดิ นเ้ี ป็ น
สังคมพชื เดน่ ในทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตัง้ แตร่ ะดับความสงู จากระดับน้าทะเล 50-
1,000 เมตร

ภาพประกอบ : anthark / https://pixabay.com

3.ป่ าหญา้
เกดิ จากการทาลายสภาพป่ าไมท้ อี่ ดุ มสมบรู ณ์ ดนิ มคี วามเสอ่ื มโทรม มฤี ทธเิ์ ป็ นกรด

ตน้ ไมไ้ มส่ ามารถเจรญิ เตบิ โตได ้ จงึ มหี ญา้ ตา่ งๆ เขา้ ไปแทนที่ แพรก่ ระจายทั่วประเทศ
ในบรเิ วณทปี่ ่ าถกู ทาลายและเกดิ ไฟป่ าเป็ นประจาทกุ ปี

ภาพประกอบ : wolk9 / https://pixabay.com

ป่ าไมผ่ ลดั ใบ

ลักษณะของป่ าดงดบิ ทั่วไป มักเป็ นป่ าทบึ ประกอบดว้ ยพันธุไ์ มม้ ากมายหลาย
รอ้ ยชนดิ ตน้ ไมช้ นั้ บนซง่ึ สว่ นใหญเ่ ป็ นไมต้ ระกลู ยาง (Dipterocarpaceae) มักมลี าตน้
สงู ตัง้ แต่ 30 ถงึ 50 เมตร และมขี นาดใหญ่มาก , ขนาดกลางและตน้ ไมข้ นาดเล็ก ซง่ึ
สามารถขนึ้ อยู่ใตร้ ่มเงาของตน้ ไมใ้ หญ่ได ้ รวมทัง้ ตน้ ไมใ้ นตระกลู ปาลม์ (Palmaceae)
พน้ื ป่ ามกั รกทบึ และประกอบดว้ ยไมพ้ มุ่ ไมล้ ม้ ลกุ ระกา หวาย ไมไ้ ผต่ า่ งๆ

ภาพประกอบ : sarangib / https://pixabay.com

ป่ าไมผ่ ลดั จาแนกออกไดด้ งั นี้
1.ป่ าดบิ ชนื้ (Tropical Rain Forest)
มอี ยทู่ ว่ั ไปในทกุ ภาคของประเทศ และพบมากทส่ี ดุ แถบชายฝั่งภาคตะวันออก เชน่

ระยอง จันทบุรี และท่ีภาคใต ้ กระจัดกระจาย ตามความสูงตัง้ แต่ 0 - 100 เมตรจาก
ระดับน้าทะเล ลักษณะท่ัวไปมักเป็ นป่ ารกทบึ ตน้ ไมส้ ว่ นใหญเ่ ป็ นวงศย์ าง ไมต้ ะเคยี น กะ
บาก อบเชย จาปาป่ า ส่วนที่เป็ นพืชชัน้ ล่างจะเป็ นพวกปาลม์ ไผ่ ระกา หวาย บุกขอน
เฟิรน์ มอส กลว้ ยไมป้ ่ า และ เถาวลั ยช์ นดิ ตา่ งๆ
ป่ าดบิ ชนื้ (Tropical Rain Forest)
ป่ าดบิ ชนื้ (Tropical Rain Forest)

ภาพประกอบ : Public DomainPictures /
https://pixabay.com

2.ป่ าดบิ แลง้ (Dry Evergreen Forest)
มอี ยู่ทั่วไปตามภาคต่าง ๆ ของประเทศ ตามทร่ี าบเรียบหรือตามหุบเขา มคี วามสูง

จากระดับน้าทะเลประมาณ 500 เมตร และมปี รมิ าณน้าฝนระหวา่ ง 1,000-1,500 ม.ม. พันธุ์
ไมท้ ส่ี าคัญ เชน่ ยางแดง มะคา่ โมง เป็ นตน้ พน้ื ทป่ี ่ าชนั้ ลา่ งจะไมห่ นาแน่นและคอ่ นขา้ งโลง่
เตยี น

ภาพประกอบจาก http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=nepenthes-trong&month=01-
2009&date=30&group=4&gblog=9

3.ป่ าดบิ เขา (Hill Evergreen Forest)
เป็ นป่ าท่ีอยู่สูงจากระดับน้าทะเล ตัง้ แต่ 1,000 เมตรขึ้นไป ส่วนใหญ่อยู่บน

เทอื กเขาสงู ทางภาคเหนอื และบางแหง่ ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนอื พชื ท่ี
สาคัญไดแ้ ก่ไมว้ งศก์ ่อ เชน่ ก่อสเี สยี ด ก่อตาหมูนอ้ ย อบเชย ส่วนไมพ้ ้ืนล่างเป็ นพวก
เฟิรน์ กลว้ ยไมด้ นิ มอสสต์ า่ ง ๆ ป่ าชนดิ นมี้ กั อยบู่ รเิ วณตน้ น้าลาธาร

ภาพประกอบจาก : Unsplash / https://pixabay.com

4.ป่ าสน (Coniferous Forest)
มกี ระจายอยู่เป็ นหย่อม ๆ ตามภาคเหนือ และทภี่ าคตะวันออกเฉียงเหนือทจ่ี ังหวัด

เลย ศรสี ะเกษ สรุ นิ ทร์ และอบุ ลราชธานี มอี ยตู่ ามทเ่ี ขาและทรี่ าบบางแหง่ ทมี่ รี ะดับสงู จาก
น้าทะเลตัง้ แต่ 200 เมตรขนึ้ ไป ป่ าสนมักขนึ้ ในทดี่ นิ ไมอ่ ดุ มสมบรู ณ์ เชน่ สนั เขาทคี่ อ่ นขา้ ง
แหง้ แลง้ ประเทศไทยมสี นเขาเพยี ง 2 ชนดิ เทา่ นัน้ คอื สนสองใบและสนสามใบ และพวกกอ่
ตา่ ง ๆ ขนึ้ ปะปนอยู่ พชื ชนั้ ลา่ งมพี วกหญา้ ตา่ ง ๆ

ภาพประกอบจาก : jnielson / https://pixabay.com

5.ป่ าพรุ (Swamp Forest, Peat Swamp Forest)
โดยอาจจะเป็ นพน้ื ทลี่ มุ่ ทม่ี กี ารทับถมของซากพชื และอนิ ทรยี วัตถทุ ไ่ี มส่ ลายตัว และมี

น้าทว่ มขังหรอื ชน้ื แฉะตลอดปี สว่ นจังหวัดทพี่ บเล็กนอ้ ย ไดแ้ ก่ สรุ าษฎรธ์ านี ตรัง กระบ่ี
สตลู ระยอง จันทบรุ ี เชยี งใหม่ (อ.พรา้ ว) พนื้ ทส่ี ว่ นใหญถ่ กู บกุ รกุ ทาลายคงเหลอื เป็ นพน้ื ท่ี
กวา้ งใหญใ่ นจังหวัดนราธวิ าสเทา่ นัน้ คอื พรุโต๊ะแดง ซงึ่ ยังคงเป็ นป่ าพรุสมบรู ณ์ และพรุ
บาเจาะ ซง่ึ เป็ นพรเุ สอ่ื มสภาพแลว้

ภาพประกอบจาก : http://nikonprofessional.wikispaces.com/ลกั ษณะของป่ าพรุ

6.ป่ าชายเลน (Mangrove Swamp Forest)
ป่ าชนิดน้ีจะขนึ้ อยู่ตามชายฝ่ั งทะเลท่ีมีดนิ โคลนและน้าทะเลท่วมถงึ เช่น ตาม

ชายฝ่ังตะวันตก ตัง้ แตร่ ะนองถงึ สตลู แถบอา่ วไทยตัง้ แตส่ มทุ รสงครามถงึ ตราด และจาก
ประจวบครี ีขันธล์ งไปถงึ นราธวิ าส ไมท้ สี่ าคัญเชน่ ไมโ้ กงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่
แสมลาพู โพทะเล เป็ นตน้

ภาพประกอบจาก : syoclo / https://pixabay.com

7ป่ าชายหาด (Beach Forest)
เป็ นป่ าทมี่ อี ยตู่ ามชายฝั่งทะเลทเ่ี ป็ นดนิ กรวด ทรายและโขดหนิ พันธไุ์ มจ้ ะตา่ งจาก

ทท่ี นี่ ้าทว่ มถงึ ถา้ ชายฝ่ังเป็ นดนิ ทรายก็มสี นทะเล พชื ชนั้ ลา่ งก็จะมพี วกตนี นก และพันธ์
ไมเ้ ลอื้ ยอนื่ ๆ อกี บางชนดิ ถา้ เป็ นกรวดหรอื หนิ พันธไุ์ มท้ ข่ี นึ้ สว่ นใหญก่ ็เป็ นพวกกระทงิ
หกู วาง เป็ นตน้

ภาพประกอบจาก : unsplash / https://pixabay.com

ปรากฏการณท์ เ่ี กดิ โดยดวงจนั ทร์

1. สรุ ยิ ปุ ราคา
เกดิ ขนึ้ ในเวลากลางวัน ดวงจนั ทรไ์ ปบดบงั แสงอาทติ ยท์ ่ี

สอ่ งมายงั โลกทาใหบ้ างพนื้ ทม่ี เี งามดื

2. จนั ทรปุ ราคา
เกดิ ในเวลาตอนกลางคนื โลกไปบดบงั แสงอาทติ ยท์ สี่ อ่ งมายงั

ดวงจนั ทร์ ทาใหด้ วงจนั ทรท์ ปี่ กตสิ วา่ งเต็มดวงคอ่ ยๆมดื ดบั ไป

ลกั ษณะภมู อิ ากาศและลม

1. ลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใต้ พัดมาจากมหาสมทุ รอนิ เดยี เขา้ สปู่ ระเทศไทย
ชว่ งเดอื นพฤษภาคม

2. ลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื พัดจากประเทศจนี เขา้ สปู่ ระเทศไทย ชว่ ง
เดอื นพฤศจกิ ายน – กมุ ภาพันธ์ ทาใหท้ กุ ภาคของประเทศไทยมอี ากาศนาว
เย็น ยกเวน้ ภาคใตท้ ม่ี ฝี น

3. พายหุ มนุ มอี ทิ ธพิ ลตอ่ ปรมิ าณน้าฝนทเี่ ขา้ มาไทย

ภยั พบิ ตั ทิ างภมู ศิ าสตร์

1. แผน่ ดนิ ไหว เกดิ จากการสะสม ความเครยี ดอยา่ งชา้ ๆ จากปัจจัยภายนอก เชน่ การ
ทดลองอาวธุ นวิ เคลยี ร์ การชนของอกุ กาบาต สว่ นปัจจัยภายในคอื การเคลอ่ื นทข่ี อง
แผน่ เปลอื กโลก ทสี่ ง่ ผลกระทบทงั้ ชวี ติ และทรัพยส์ นิ ของมนุษยเ์ ป็ นอยา่ งมาก

ขอ้ ควรปฏบิ ตั เิ มอื่ เกดิ แผน่ ดนิ ไหว
เมอื่ เกดิ แผน่ ดนิ ไหว หากอยภู่ ายในตวั
อาคารหา้ มใชล้ ฟิ ต์ ควรหลบอยใู่ ตโ้ ตะ๊
แตห่ ากอยภู่ ายนอกอาคาร ตอ้ งอยใู่ น
ทโ่ี ลง่ แจง้

ภาพประกอบจาก : Angelo_Giordano / https://pixabay.com

2. ภูเขาไฟปะทุ เกดิ จากสาเหตุการปะทุขอองแมกมา แก๊ส เถา้ ถ่านใตเ้ ปลอื กโลก
กอ่ นจะเกดิ การปะทนุ ัน้ จะมสี ญั ญาณบอก เชน่ แผน่ ดนิ สน่ั สะเทอื น, มเี สยี งคลา้ ยฟ้ า
รอ้ ง, มเี ถา้ ถา่ นพ่นออกมาจากปลอ่ งภเู ขาไฟ ในประเทศไทยพบในแถบ ภาคเหนือ
ภาคกลาง ภาคตะวนั ออก ภาคตะวนั ตก และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื

ผลกระทบจากภเู ขาไฟปะทุ
1. เกดิ มลภาวะทางอากาศ เนอ่ื งจากมฝี ่ นุ เถา้ ถา่ น
ปกคลุมไปทั่วบรเิ วณ และใชเ้ วลานานก่อนจะตก
ลงมายงั พนื้ โลก
2. แรงส่ันสะเทอื นอาจทาใหเ้ กดิ คลนื่ สนึ ามิ สรา้ ง
ความเสยี หายตอ่ ตามพนื้ ทชี่ ายฝ่ังทะเล

ภาพประกอบจาก : skeeze / https://pixabay.com

3. สนึ ามิ เกดิ จาก การส่ันสะเทอื นของแผ่นเปลอื กโลกทอี่ ยใู่ ตท้ อ้ งทะเล การทดลองอาวุธ
และการพุ่งชนของอุกกาบาต สนึ ามทิ เ่ี กดิ จากการสั่นสะเทอื นของแผ่นเปลอื กโลกทอ่ี ยู่ใต ้
ทอ้ งมหาสมทุ ร นัน้ เกดิ จากการสะทอ้ นของพลังคลนื่ เมอื่ พัดเขา้ สฝู่ ั่ง ทาใหค้ ลน่ื สะทอ้ นคลนื่
ขนาดใหญ่

ขอ้ ควรปฎบิ ตั เิ มอ่ื เกดิ สนึ ามิ
1. สงั เกตน้าทชี่ ายฝ่ังทะเล เมอื่ ลดระดบั ลงอยา่ ง
รวดเร็วควรรบี ขน้ึ จากฝั่ง และอพยพไปอยทู่ ส่ี งู
2. ถา้ จอดเรอื ไวช้ ายฝ่ังใหข้ บั เรอื ออกไปอยกู่ ลางทะเล
3. หลกี เลยี่ งการกอ่ สรา้ งรมิ ชายฝ่ังทมี่ คี วามเสย่ี งใน
การสนึ ามิ

ภาพจาก : REUTERS/Mainichi Shimbun

4. อทุ กภยั สาเหตมุ าจาก พายหุ มนุ หรอื หมิ ะละลาย สรา้ งเขอ่ื น ฝาย ทานบ กนั้ น้าไหล
เขา้ สพู่ น้ื ที่ ทมี่ คี วามเสย่ี งในการเกดิ อทุ กภยั

ภาพประกอบจาก : j_lloa / https://pixabay.com

ภยั พิบตั ทิ างภมู ศิ าสร์

5. วาตภยั เป็ นภยั ธรรมชาติ ทเี่ กดิ จากลมพายุ มสี าเหตจุ ากปรากฏการณ์ธรรมชาติ ดงั นี้
5.1 พายุหมุน เกิดจากทะเล หรือ มหาสมุทรในเขตรอ้ น ไดแ้ ก่ พายุ

ดเี ปรสชนั่ พายโุ ซนรอ้ น พายไุ ตฝ้ ่ นุ
• พายทุ เ่ี กดิ จาก อา่ วเบงกอล ประเทศอนิ เดยี เรยี กวา่ “พายไุ ซโคลน”
• พายุทเี่ กดิ จาก มหาสมุทรแอตแลนตกิ เหนอื ทะเลแครบิ เบยี น อา่ วเม็กซโิ ก

เรยี กวา่ “เฮอรเิ คน”
• พายทุ เี่ กดิ จาก ทะเลจนี ใต้ เรยี กวา่ “ไตฝ้ ่ นุ ”

5.2 พายุทอรน์ าโด ลมงวงเป็ นพายุหมนุ ภายใตข้ องการกอ่ ตัวของ
เมฆในแนวดง่ิ ทม่ี ฐี านของของเมฆในแนวตา่ พงุ่ ขนึ้ ไปสทู่ อ้ งฟ้า

ภาพประกอบจาก : skeeze / https://pixabay.com

5.3 พายฤุ ดรู อ้ น เกดิ ขนึ้ ในประเทศไทยบอ่ ยครัง้ โดยมากจะเกดิ ชว่ งเดอื นมนี าคม
ถงึ เดือนเมษายน เกดิ จากมวลอากาศท่ีมีความรอ้ นอย่างต่อเนื่องหลายวัน และมีกระแส
อากาศเย็นจากความกดอากาศสงู จากประเทศจนี มาปะทะ ผลทาใหเ้ กดิ ฝาฟ้าคะนอง มพี ายุ
แรง มลี กู เห็บตก

ภัยพบิ ัตทิ างภูมศิ าสตร์

6. ไฟป่ า เกดิ จากการกระทาทางธรรมชาติ ตัง้ แต่อณุ หภมู ใิ นอากาศ และกงิ่ ไมเ้ สยี ดสี
กันจนเกดิ พลังงานความรอ้ น อกี ปัจจัยหนง่ึ คอื การกระทาของมนุษย์ เชน่ การเผ่าป่ า
เพอ่ื หาอาหาร เผาพนื้ ทท่ี างการเกษตร

ภาพประกอบจาก : Ylvers / https://pixabay.com

องคก์ รสงิ่ แวดลอ้ มโลก

1. กรนี พชี (Greenpeace)
โดยมกี จิ กรรมหลกั คอื ผลกั ดนั ใหป้ ระเทศหรอื หน่วยงานทท่ี าลาย

สง่ิ แวดลอ้ มจนเป็ นเหตทุ าใหเ้ กดิ ภาวะโลกรอ้ น, คดั คา้ นการตดั ตอ่
พันธกุ รรม และใหห้ ยดุ การขยายและปิดโรงงานไฟฟ้านวิ เคลยี ร์ เพอ่ื
ป้องกนั สงิ่ แวดลอ้ ม

2. มลู นธิ คิ มุ้ ครองสตั วโ์ ลก (WWF)
ดาเนนิ การดา้ นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม

ป่ าไม ้ ทรัพยากรน้าจดื ทรัพยากรชายฝั่งทะเล พันธพุ์ ชื และพันธสุ์ ตั ว์

กฎหมายระหวา่ งประเทศดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติ

1. อนสุ ญั ญาเวยี นนา ลงนาม ณ กรงุ เวยี นนา ประเทศออสเตรยี รว่ มมอื ทางดา้ นการวจิ ัย
ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ ลดและยกเลกิ การใชส้ ารซีเอฟซี สารฮาลอน สารไฮโดรโบรโมฟลูโอโร
คารบ์ อน และแมทลิ โบรโ์ ดร์ ทเ่ี ป็ นเหตสุ าคัญทาลายชัน้ โอโซนของโลกสง่ ผลใหเ้ กดิ ภาวะโลก
รอ้ น

2. อนุสญั ญาวา่ ดว้ ยการคา้ ระหวา่ งประเทศ ซง่ึ ชนดิ สตั วป์ ่ าและพชื ทใ่ี กลส้ ญู พันธหุ์ รอื
อนุสญั ญาไซเตส (CITES) มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ควบคมุ การคา้ สตั วป์ ่ า และพชื ทใ่ี กลส้ ญู พันธุ์

3. อนุสญั ญาสหประชาชาตวิ า่ ดว้ ยการแลกเปลยี่ นสภาพภูมอิ ากาศ (UNFCCC)
เพอื่ ปกป้องประเทศกลมุ่ อตุ สาหกรรมและประเทศทกี่ าลงั พัฒนา ลดการปลอ่ ยแกส๊ เรอื นกระจก

กฎหมายระหวา่ งประเทศดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติ

4. พธิ สี ารเกยี วโต เป็ นมาตรการทางกฎหมายที่เปิ ดใหป้ ระเทศต่างๆ ทีล่ งนามใน
สตั ยาบันในการลดการปลอ่ ยแกส๊ เรอื นกระจก โดยเรยี กรอ้ งใหป้ ระเทศทพ่ี ัฒนาแลว้ ลดปรมิ าณ
การปลอ่ ยแกส๊ เรอื นกระจก 6 ชนดิ ไดแ้ ก่ คารบ์ อนไดออกไซด์ ไนไตรออกไซด์ ไฮโดรฟลอู อ
โรคารบ์ อน เปอรฟ์ ลอู อโรคารบ์ อน และซลั เฟอรเ์ ฮกซาฟลอู อไรด์

5. อนุสญั ญาวา่ ดว้ ยความหลากหลายทางชวี ภาพ (BDC) เพอ่ื ใหป้ ระเทศสมาชกิ
ถา่ ยทอดเทคโนโลยที เี่ กย่ี วขอ้ งกบั การแกไ้ ขปัญหาสง่ิ แวดลอ้ มและระบบนเิ วศของโลก

กฎหมายระหวา่ งประเทศดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติ

6. อนุสญั ญาว่าดว้ ยการควบคุมและเคลอ่ื นยา้ ยและการกาจดั ของเสยี
อนั ตรายขา้ มแดนหรอื ออนุสญั ญาบาซลิ เพอื่ ควบคมุ การขนสง่ สารเคมที เ่ี ป็ นอนั ตราย
ขา้ มพรมแดน และควบคมุ การกาจดั กากของเสยี อนั ตราย

7. อนุสญั ญาว่าดว้ ยพนื้ ทช่ี ุ่มนา้ หรอื อนุสญั ญาแรมซาร์ เพื่อการจัดการ
อนุรักษ์ และใชป้ ระโยชนจ์ ากพน้ื ทล่ี มุ่ น้าอยา่ งมรี ะบบยง่ั ยนื

โครงการพระราชดารกิ บั การแกไ้ ขปญั หาสง่ิ แวดลอ้ ม

1. โครงการแกม้ ลงิ เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาน้าทว่ ม เมอ่ื ปรมิ าณน้าทะเลตา่ ลงจงึ คอ่ ยปลอ่ ยน้า
หลากออกไปสทู่ ะเลไป

2. กงั หนั ชยั พฒั นา แกไ้ ขปัญหาน้าเน่าเสยี
3. ทฤษฎกี ารแกลง้ ดนิ แกไ้ ขปัญหาดนิ เปรยี้ วในพนื้ ทด่ี ว้ ยวธิ กี ารระบายน้าทที่ ว่ มขงั ให ้

แหง้ และสบู น้าเขา้ สพู่ นื้ ทใ่ี หเ้ ปียกสลบั กนั ไป ใชป้ ๋ ยุ ไนโตรเจนและฟอสเฟตทาใหด้ นิ มี
ธาตอุ าหารดขี นึ้
4. หญา้ แฝก เพอื่ ป้องกนั การพังทลายของดนิ และกกั เกบ็ ความชมุ่ ชน้ื
5. ฝนหลวง เป็ นโครงการบรรเทาความเดอื ดรอ้ นจากการขาดแคลนน้าของเกษตรกร

เอล นโิ ญ-ลานญี า

เอล นโิ ญ (EI Nino) เป็ น ปรากฏการณ์ทเี่ กดิ ขน้ึ จากการทกี่ ระแสน้าอนุ่ พัดมา
แทนทกี่ ระแสน้าเย็นใน บรเิ วณเสน้ ศนู ยส์ ตู รของมหาสมทุ รแปซฟิ ิก ทาใหก้ ระแสน้าเย็น
ดา้ นลา่ งไมส่ ามารถหมนุ วนขนึ้ มาที่ ไดอ้ ณุ หภมู ผิ วิ น้าทะเลจงึ สงู ขนึ้ ทาใหอ้ ากาศบรเิ วณ
ดงั กลา่ วลอยตวั ขน้ึ และกลน่ั ตวั เป็ นเมฆฝน

เอล นโิ ญ-ลานญี า

ลานญี า (LaNiña) คอื กระแสลมสนิ คา้ ตะวันออก (Tradewind) ทพี่ ัดไปทางทศิ
ตะวันออกมกี าลังแรงทาใหร้ ะดับน้าทะเลบรเิ วณทางซกี ตะวันตกของมหาสมทุ รแปซฟิ ิกสงู
กว่าสภาวะปกติ ลมคา้ ยกตัวเหนือประเทศอนิ โดนีเซยี ทาใหเ้ กดิ ฝนตกอย่างหนัก แต่ท่ี
บรเิ วณชายฝั่งประเทศเปรูน้าเย็นใตม้ หาสมุทรยกตัวขน้ึ แทนทก่ี ระแสน้าอุ่นบรเิ วณชายฝั่ง
มหาสมทุ รแปซฟิ ิกทางซกี ตะวนั ออก


Click to View FlipBook Version
Previous Book
TimeZone_bangon เขตเวลาโลก
Next Book
กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง