40 นักเรียนคน ที่ ก่อนเรียน หลังเรียน ผลต่าง คะแนน(10) คะแนนร้อย ละ(100) คะแนน(10) คะแนนร้อย ละ(100) คะแนน(10) คะแนนร้อย ละ(100) 8 6 60 5 50 1 10 9 2 20 8 80 6 60 10 1 10 8 80 7 70 11 4 40 7 70 3 30 12 2 20 8 80 6 60 13 2 20 4 40 2 20 14 5 50 8 80 3 30 15 3 30 9 90 6 60 16 5 50 7 70 2 20 17 3 30 7 70 4 40 18 2 20 6 60 4 40 19 2 20 9 90 7 70 20 1 10 8 80 7 70 21 2 20 8 80 6 60 22 3 30 6 60 3 30 23 1 10 9 90 8 80 24 3 30 8 80 5 50 25 1 10 7 70 6 60 26 2 20 5 50 3 30 27 3 30 8 80 5 50 28 4 40 60 60 2 20 29 4 40 8 80 4 40 30 3 30 7 70 4 40 ̅ 2.80 28.00 9.10 73.00 4.57 45.67 S.D. 1.35 13.49 9.69 12.36 1.85 18.51
41 จากตารางที่ 4.1 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ เรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรม ของชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ได้พัฒนาขึ้น โดยคะแนนก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ย 2.80 คะแนนคิดเป็นร้อยละ 28.00 และคะแนนหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย 9.10 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 73.00 และคะแนนผลต่างของหลังเรียนกับก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ย 4.57 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 45.67 โดยคะแนนก่อนเรียนมีส่วนเบียงเบนมาตรฐาน 1.35 คิดเป็นร้อยละ 13.49 และ คะแนนหลังเรียนมีส่วนบียงเบนมาตรฐาน 9.69 คิดเป็นร้อยละ 12.36 ตารางที่ 4.2 แสดงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียน โปรแกรม โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนระหว่างหลังเรียนเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 ที่ได้พัฒนาขึ้น นักเรียนคน ที่ หลังเรียน เกณฑ์ร้อยละ 70 คะแนน(10) คะแนนร้อยละ(100) ผ่านเกณฑ์ ไม่ผ่านเกณฑ์ 1 8 80 1 0 2 7 70 1 0 3 8 80 1 0 4 8 80 1 0 5 6 60 0 1 6 8 80 1 0 7 8 80 1 0 8 5 50 0 1 9 8 80 1 0 10 8 80 1 0 11 7 70 1 0 12 8 80 1 0 13 4 40 0 1 14 8 80 1 0 15 9 90 1 0 16 7 70 1 0 17 7 70 1 0
42 นักเรียนคน ที่ หลังเรียน เกณฑ์ร้อยละ 70 คะแนน(10) คะแนนร้อยละ(100) ผ่านเกณฑ์ ไม่ผ่านเกณฑ์ 18 6 60 0 1 19 9 90 1 0 20 8 80 1 0 21 8 80 1 0 22 6 60 0 1 23 9 90 1 0 24 8 80 1 0 25 7 70 1 0 26 5 50 0 1 27 8 80 1 0 28 60 60 0 1 29 8 80 1 0 30 7 70 1 0 รวม 23 7 ร้อยละ 77 23 จากตารางที่ 4.2 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง การพัฒนาทักษะ การเขียนโปรแกรม โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนระหว่างหลังเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 จำนวน 23 คน คิดเป็นร้อยละ 77 ของนักเรียนทั้งหมด และนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 จำนวน 7 คน คิด เป็นร้อยละ 23 ของนักเรียนทั้งหมด ตารางที่ 4.2 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ได้พัฒนาขึ้น การทดลอง N ̅ ∑ ∑ t P-Values ก่อนเรียน 30 2.8 144 824 17.06* 0.000 หลังเรียน 30 8.4 * มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
43 จากตาราง 4.3 แสดงให้เห็นว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ พัฒนาขึ้น มีค่าเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ตารางที่ 4.3 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจ ด้านเนื้อหาและการจัดการบทเรียน (ผู้ใช้) รายงานการประเมิน ̅ S.D. แปรผล 1. เนื้อหาและการจัดการบทเรียน 1.1 ปริมาณของเนื้อหามีเหมาะสมต่อการเรียนรู้ 4.13 1.32 ดี 1.2 ความชัดเจนในการอธิบายเนื้อหา 4.34 1.07 ดี 1.3 การใช้งานของบทเรียน ง่าย และสะดวก 4.43 .89 ดี 1.4 บทเรียนมีความน่าสนใจ 4.43 .99 ดี 1.5 หลังจากศึกษาจบบทเรียนแล้วผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ 4.39 1.07 ดี 1.6 สามารถนำความรู้ที่ได้ศึกษาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 4.42 1.08 ดี เฉลี่ยรวม 4.37 0.98 ดี จากตาราง 4.4 พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่พัฒนาขึ้น ด้านเนื้อหาและการจัดการบทเรียน มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.37 และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ .98 มี ความพึงพอใจอยู่ในระดับดี ตารางที่ 4.4 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจ ด้านภาพ ภาษา และเสียง (ผู้ใช้) รายงานการประเมิน ̅ S.D. แปรผล 2. ภาพ ภาษา และเสียง 2.1 ขนาดของภาพที่ใช้ประกอบบทเรียน 4.52 .89 ดีมาก 2.2 ความถูกต้องเหมาะสมของรูปภาพที่ใช้ประกอบบทเรียน 4.56 .94 ดีมาก 2.3 ภาพเคลื่อนไหว และกราฟิกที่ใช้ประกอบบทเรียน 4.47 .94 ดี 2.4 ความเหมาะสมของภาษาที่ใช้ในบทเรียน 4.47 1.08 ดี 2.5 เสียงประกอบ และเสียงบรรยายในแบบฝึกปฏิบัติ 4.65 .93 ดีมาก เฉลี่ยรวม 4.53 .86 ดีมาก
44 จากตาราง 4.4 พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่พัฒนาขึ้น ด้านภาพ ภาษา และเสียง มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.53 และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ .86 มีความพึง พอใจอยู่ในระดับดีมาก ตารางที่ 4.5 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจ ด้านตัวอักษร และสี(ผู้ใช้) รายงานการประเมิน ̅ S.D. แปรผล 3. ตัวอักษร และสี 3.1 รูปแบบของตัวอักษรที่ใช้ในบทเรียน 4.69 .76 ดีมาก 3.1 รูปแบบของตัวอักษรที่ใช้ในบทเรียน 4.60 .78 ดีมาก 3.3 สีของตัวอักษร และพื้นหลังของบทเรียนโดยภาพรวม 4.43 1.15 ดี เฉลี่ยรวม 4.55 .83 ดีมาก จากตาราง 4.5 พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่พัฒนาขึ้น ด้านตัวอักษร และสี มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.55 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ .83 มีความพึงพอใจอยู่ ในระดับดีมาก ตารางที่ 4.6 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจ ด้านแบบทดสอบ (ผู้ใช้) รายงานการประเมิน ̅ S.D. แปรผล 4. แบบทดสอบ 4.1 แบบทดสอบมีความสอดคล้องกับบทเรียน 4..56 1.03 ดีมาก 4.2 ความเหมาะสมของจำนวนแบบทดสอบ 4.56 .78 ดีมาก 4.3 ความรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ ในการรายงานผลคะแนน 4.30 4.30 ดี เฉลี่ยรวม 4.47 .92 ดี จากตาราง 4.6 พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่พัฒนาขึ้น ด้านแบบทดสอบ มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.47 และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ .92 มีความพึงพอใจอยู่ใน ระดับดี
45 บทที่ 5 สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความพึงพอใจจากการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การพัฒนาการเขียนโปรแกรม วิชาการเขียนโปรแกรมควบคุมสมองกล ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเลยอนุกูลวิทยา ผู้วิจัยได้สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ตามลำดับดังนี้ 5.1 สรุปผลการวิจัย 5.2 อภิปรายผล 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการวิจัย จากการดำเนินการวิจัยข้างต้น สามารถสรุปผลการวิจัย ได้ดังนี้ 5.1.1 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ เรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรม ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ได้พัฒนาขึ้น โดยคะแนนก่อนเรียน มีค่าเฉลี่ย 2.80 คะแนนคิดเป็นร้อยละ 28.00 และคะแนนหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย 9.10 คะแนน คิดเป็นร้อย ละ 73.00 และคะแนนผลต่างของหลังเรียนกับก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ย 4.57 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 45.67 โดยคะแนนก่อนเรียนมีส่วนเบียงเบนมาตรฐาน 1.35 คิดเป็นร้อยละ 13.49 และคะแนนหลังเรียนมีส่วนบี ยงเบนมาตรฐาน 9.69 คิดเป็นร้อยละ 12.36 และคะแนนผลต่างของหลังเรียนกับก่อนเรียนมีส่วนเยี่ยง เบนมาตรฐาน 1.85 คิดเป็นร้อยละ 18.51 อย่างมีนัยสำคัญ เท่ากับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ 5.1.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรม โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนระหว่างหลังเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 จำนวน 23 คน คิดเป็นร้อย ละ 77 ของนักเรียนทั้งหมด และนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 23 ของ นักเรียนทั้งหมด อย่างมีนัยสำคัญ เท่ากับ .05 5.1.3 ความพึงพอใจของผู้เชี่ยวชาญ ต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การพัฒนาการเขียน โปรแกรม วิชาการเขียนโปรแกรมควบคุมสมองกล ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่าผู้เชี่ยวชาญมีความ พึงพอใจต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่พัฒนาขึ้นด้านเนื้อหาและการจัดการบทเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.81 และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ .16 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก ด้านคุณภาพของ
46 บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.90 และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ .10 มีความพึง พอใจอยู่ในระดับดีมาก 5.2 อภิปรายผล จากผลการวิจัย สามารถอภิปรายผล ได้ดังนี้ 5.2.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากการใช้สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การพัฒนาการเขียน โปรแกรม วิชาการเขียนโปรแกรมควบคุมสมองกล ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีค่าเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่า บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การ พัฒนาการเขียนโปรแกรม วิชาการเขียนโปรแกรมควบคุมสมองกล ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้ศึกษา สร้างขึ้นช่วยให้นักเรียนมีความรู้ในรายวิชาการเขียนโปรแกรมควบคุมสมองกล เรื่อง การพัฒนาการเขียน โปรแกรมเพิ่มมากขึ้น สาเหตุที่ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน เรื่อง การพัฒนาการเขียนโปรแกรม วิชาการเขียนโปรแกรมควบคุมสมองกล ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เรียน และกระตุ้นให้เกิดความต้องการที่จะเรียนรู้ ซึ่ง ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์ หรือการโต้ตอบ พร้อมทั้งการได้รับการป้อนกลับ ซึ่งทำให้ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ สุภา พรรณ มาลัย (2559) ที่ได้พัฒนาบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อการทบทวน เรื่อง ความรู้เบื้องต้น โปรแกรมไมโครซอฟต์แอคเซส สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ผลการวิจัยพบว่า บทเรียน ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อการทบทวนมีคุณภาพด้านเนื้อหา ด้านเทคนิคการผลิตสื่อ ภาพรวมอยู่ใน ระดับดีมาก และ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 86.51/88.78 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียน ด้วยบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อการทบทวนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 5.2.2 ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากกลุ่มตัวอย่าง สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย สอน เรื่อง การพัฒนาการเขียนโปรแกรม วิชาการเขียนโปรแกรมควบคุมสมองกล ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 ในในด้านเนื้อหาและการจัดการบทเรียน มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.37 และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ .98 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดี ด้านภาพ ภาษา และเสียง มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.53 และ ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ .83 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก ด้านตัวอักษร และสีมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.55 และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ .83 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก ด้านแบบทดสอบ
47 มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.47 และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ .92 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ ดี ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ นรินทร์ อินทร (2558) ที่ได้พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การ สร้างเว็บเพจสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งความพึงพอใจของนักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้จาก บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง การสร้างเว็บเพจ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจ โดยรวมอยู่ในระดับ มาก (X = 4.41, S.D. = 0.55) 5.2.3 ความพึงพอใจของผู้เชี่ยวชาญ ต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การพัฒนาการเขียน โปรแกรม วิชาการเขียนโปรแกรมควบคุมสมองกล ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผู้เชี่ยวชาญมีความพึงพอใจ ต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่พัฒนาขึ้น ด้านเนื้อหาและการจัดการบทเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.81 และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ .16 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก ด้านคุณภาพของ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.90 และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ .10 มีความพึง พอใจอยู่ในระดับดีมากสรุปได้ว่า สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การพัฒนาการเขียนโปรแกรม วิชาการเขียนโปรแกรมควบคุมสมองกล ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่สร้างขึ้นในการวิจัยครั้งนี้ มีคุณภาพ เหมาะสมที่จะนำไปใช้ในการเรียนการสอนได้ตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้จำนวน 3 ข้อ 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.3.1 ข้อเสนอแนะการนำผลการวิจัยไปใช้ การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การพัฒนาการเขียนโปรแกรม วิชาการเขียนโปรแกรมควบคุมสมองกล ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลัง มากกว่าก่อนเรียนและมากกว่าเกณฑ์ดังนั้นครูผู้สอนในเรื่องการพัฒนาการเขียนโปรแกรมสามารถเกม ทางการศึกษา มาเป็นแนวทางที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนอีกทางหนึ่งได้ 5.3.2 ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป การวิจัยครั้งนี้เป็นบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การพัฒนาการเขียนโปรแกรม วิชาการ เขียนโปรแกรมควบคุมสมองกล ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เท่านั้นยังไม่มีการเปรียบเทียบกับนวัตกรรมตัว อื่น ดังนั้นอาจทำวิจัย เรื่อง การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การพัฒนาการเขียนโปรแกรม วิชาการเขียนโปรแกรมควบคุมสมองกล ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เปรียบเทียบกับสื่อเกมทางการศึกษา หรือนวัตกรรมตัวอื่น ต่อไป
48 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : กระทรงศึกษาธิการ. กิดานันท์ มลิทอง. (2543). เทคโนโลยีการศึกษาและนวัตกรรม. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพ ฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช. (2544). คู่มือการเขียนแผนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ระดับมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ : จูนพับลิชชิ่ง. ณธนา สุวรรณพรหม. (2562).บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนผ่านเว็บตามขั้นตอนการเรียนรู้ แบบ MIAP ในรายวิชา วิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. เลย : มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย. อลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์,ปทุมธานี. บุญรัตน์ คึมยะราช. (2556). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนัมลติมีเดีย วิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง ลำดับและอนุกรมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (วิทยานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต). สาขาหลักสูตรและการสอน, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, สกลนคร. บุญเกื้อ ควรหาเวช. (2543). นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา. นนทบุรี: สํานักพิมพ SR printing. อนุภูมิ คํายัง. (2558). การวิจัยทางการศึกษา. (เอกสารประกอบการสอน). เลย : คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย. ปัญจพัฒน์ พัฒน์ญานนท์. (2559). การจัดการเรียนรู้โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ ด้วยตนเองประกอบบทเรียนออนไลน์ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ ภัทราพร เกษสังข์. (2559) การวิจัยปฏิบัติการ = Action research กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559, [2016] พูกัน ไอที. (2552). เรียนลัดเรียนเร็ว Authorware สรางสื่ออการเรียนการสอน CAI .กรุงเทพมหานคร: เสริมวิทยอินฟอรเมชั่น เทคโนโลยี. ไพโรจน์ คะเชนทร์ . (มปป) . การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนค้นเมื่อ 2 เม.ย. 63 จาก
49 www.waltoongpel.com /Sarawichakarn/wichakarn/1-10/การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน10.pdf. ภพ เลาหไพบูลย์. (2542). แนวการสอนวิทยาศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช. ล้วน สายยศ (2543). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น. วรวิทย นิเทศศิลป. (2551). สื่อและนวัตกรรมแหงการเรียนรู. ปทุมธานี: สกายบุคส. สมชาย รัตนทองคํา. (2545). การพัฒนารูปแบบการสอนเพื่อเน้นกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สําหรับนักศึกษากายภาพบําบัด มหาวิทยาลัยขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์ มหาบัณฑิต. ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น. สุภาพรรณ มาลัย. (2559). การพัฒนาบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อการทบทวน เรื่อง ความรู้ เบื้องต้นโปรแกรมไมโครซอฟต์แอคเซส สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ. สาขา มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, มหาวิทยาลัยนครพนม, นครพนม. อนุภูมิ คํายัง. (2558). การวิจัยทางการศึกษา. (เอกสารประกอบการสอน). เลย : คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย. อรพันธุ์ ประสิทธิรัตน์. (2530). คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพ ฯ : ภาควิชา เทคโนโลยีทางการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒบางเขน. อัจฉรีย (คําแถม) พิมพิมูล. (2550). คอมพิวเตอร์ช่วยสอน. (พิมพครั้งที่ 2 ฉบับปรับปรุง). อุบลราชธานี: อุบลกิจออฟเซทการพิมพ์.Gagne R M. The conditions of learning. New York: Holt, Rinehart and Winston, 1965. 308 p. Gagne R M. The conditions of learning. New York : Holt, Rinehart and Winston, 1965. 308 p. Hannafin & Peck. (1988). Computer-Assisted Instruction In the Content Area of Mathematics With Learning Disabled Students in a Special Education classroom. Dissertation. Abstracts Ondisc, 32(01). Vroom, H Victor. 1964. Work and Motivation. Now York : Wiley and Sons Inc
50 ภาคผนวก
1 ภาคผนวก ก โครงร่างโครงการวิจัย
2 ภาคผนวก ข แบบประเมินคุณภาพข้อสอบ (IOC)
3 ภาคผนวก ค แบบทดสอบก่อน-หลังการจัดการเรียนรู้
4 ภาคผนวก ง แบบสอบถามความพึงพอใจ
5 ภาคผนวก จ แผนการจัดการเรียนรู้
6 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิชารายวิชาการเขียนโปรแกรมควบคุมสมองกล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง ฝึกพัฒนาการเขียนโค้ดด้วย.ORG เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายชณาธร ดีทับไทย 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐาน มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือ พัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง เหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดที่ ม.4/4 ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น ภายใต้กรอบเงื่อนไข พร้อมทั้งหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนําเสนอผลการแก้ปัญหา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการเข้าใช้งานเว็บไซด์.orgได้อดย่างถูกต้อง (K) 2. ยกตัวอย่างการเขียนโค้ดจากเว็บไซด์ได้(P) 3. เห็นประโยชน์ของการเขียนโค้ดบนเว็บไซด์ (A) 4. เห็นประโยชน์ในการฝึกเขียนโค้ดและนำไปพัฒนาต่อยอดได้ (A) 3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด โปรแกรม code.org เป็นการเขียนโปรแกรมแบบบล็อก (Block Programming) พัฒนาขึ้น ภายใต้โครงการ Hour of code ของประเทศสหรัฐอเมริการโดยมีเป้าหมายคือส่งเสริมความรู้ด้าน วิทยาการคอมพิวเตอร์ให้โอกาสนักเรียนทั่วโลกได้เรียน
7 Block Programming เป็นรูปแบบการเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะเหมือน การต่อจิ๊กซอว์ มุ่งเน้นการพัฒนาตรรกะและทักษะในการแก้ไขปัญหา เนื่องจากบล็อกแต่ละชิ้นมี ความหมายและโครงสร้างการท างานที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ค าสั่งจากบล็อกท าให้ผู้เรียนไม่ต้องกังวล กับโครงสร้างไวยากรณ์ภาษาคอมพิวเตอร์ 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - อุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้างชิ้นงาน หรือพัฒนา วิธีการมีหลายประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย รวมทั้งรู้จักเก็บรักษา พิจารณาตามหลักสูตรของ สถานศึกษา 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. ความมุ่งมั่นในการทำงาน 3. มีวินัย 6. จุดเน้นคุณภาพผู้เรียน 1. ด้านความสามารในการคิด 1.1 ทักษะการคิดวิเคราะห์ 1.2 ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2. ด้านความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 2.1 กระบวนการทำงานกลุ่ม 2.2 มุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน 7. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 7.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูอธิบายความหมายของการเขียนโค้ดบนเว็บไซด์ว่ามีความสำคัญอย่างไร ก่อนที่จะเข้าสู่ บทเรียน 2. ครูซักถามเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่า“ทำไมเราต้องเขียนโค้ดบนเว็บไซด์
8 (แนวตอบ : นักเรียนตอบตามประสบการณ์ของตนเองโดยคำตอบขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครูผู้สอน เช่น เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น เป็นต้น) 7.2 ขั้นสอน 1. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน 10 จากkahhot 2. ครูเริ่มเข้าสู่เนื้อหาเรื่องการใช้งานเว็บไซด์โปรแกรม Code.org อธิบายจนจบเนื้อหา ซึ่ง เนื้อหาจะอยู่ในสไลด์ที่ครูได้เตรียมไว้ 3. ครูสอนนักเรียนเข้าใช้งานโปรแกรม Code.org เบื้องต้น 3. เมื่อครูอธิบายเนื้อหาครบถ้วนตามที่สไลด์เตรียมไว้แล้ว และสอนสอนนักเรียนเข้าใช้งาน โปรแกรม Code.org เบื้องต้นจนเสร็จสิ้นทุกขั้นตอน ครูซักถามข้อสงสัยของนักเรียนว่านักเรียนไม่เข้าใจ ตรงไหนบ้าง 7.3 ขั้นสรุปและประยุกต์ 1. ครูประเมินผลนักเรียนจากการสังเกตการตอบคำถาม ความสนใจในการเรียน 2. ครูให้ทำข้อสอบหลังเรียนจำนวน 10 ข้อบนเว็บไซด์ kahhot 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาไมโครบิต หน่วยการเรียนรู้ที่1 เรื่องแนะนำเครื่องมือไมโครบิต 2) แบบทดสอบก่อนเรียน 3) แบบทดสอบหลังเรียน 4) ห้องคอมพิวเตอร์ 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องคอมพิวเตอร์ 2) อินเทอร์เน็ต
9 9. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 9.1 ประเมินระหว่างการจัด กิจกรรม 1) แบบทดสอบก่อนเรียน - ให้นักเรียนทำ แบบทดสอบก่อน เรียน ผ่านร้อยละ 40 - เว็บไซต์ kahoot ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 9.2 ประเมินระหว่างการจัด กิจกรรม 2) แบบทดสอบหลังเรียน - ให้นักเรียนทำ แบบทดสอบก่อน เรียน ผ่านร้อยละ 80 - เว็บไซต์ kahoot ระดับคุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ 2) คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. ความมุ่งมั่นในการ ทำงาน 3. มีวินัย - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
10 ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ข้อสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 10 ข้อ https://create.kahoot.it/details/110f688b-6161-48e3-9886-6ef39c060387 ข้อสอบก่อนเรียนจำนวน 10 ข้อ 2. สไลด์ประกอบการสอน และใบงานให้ทำท้ายชั่วโมง
11 แบบประเมิน แบบทดสอบก่อนเรียน ฝึกพัฒนาการเขียนโค้ดด้วย.ORG รายวิชา รายวิชาการเขียนโปรแกรมควบคุมสมองกล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ระดับคะแนน รวม คะแนน ระดับ คุณภาพ สรุปการ ประเมิน ผ่าน ไม่ ผ่าน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ *ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพ ๒ (พอใช้) ลงชื่อ..................................................... ผู้สอน (นายชณาธร ดีทับไทย) นักศึกษาฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1 วันที่...........เดือน................พ.ศ.......... เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๐ ดีมาก ๗ – ๙ ดี ๔ – ๖ พอใช้ ๑ - ๓ ปรับปรุง
12 แบบประเมิน แบบทดสอบหลังเรียน ฝึกพัฒนาการเขียนโค้ดด้วย.ORG รายวิชา รายวิชาการเขียนโปรแกรมควบคุมสมองกล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ระดับคะแนน รวม คะแนน ระดับ คุณภาพ สรุปการ ประเมิน ผ่าน ไม่ ผ่าน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ *ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพ ๒ (พอใช้) เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๐ ดีมาก ๗ – ๙ ดี ๔ – ๖ พอใช้ ๑ - ๓ ปรับปรุง ลงชื่อ..................................................... ผู้สอน (นายชณาธร ดีทับไทย) นักศึกษาฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1 วันที่...........เดือน................พ.ศ..........
13 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รหัสวิชา (ว31286) วิชา การเขียนโปรแกรมควบคุมสมองกล หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง ฝึกพัฒนาการเขียนโค้ดด้วย.ORG ที่ ชื่อ – สกุล เกณฑ์การให้ระดับคะแนน มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นทำงาน สรุปการ ประเมิน ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ รวม คะแนน คุณภาพ ผ่าน ไม่ ผ่าน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถึง ระดับดี คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถึง ระดับพอใช้ คะแนน ๑ – ๓ คะแนน หมายถึง ระดับปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ไม่ต่ำกว่าระดับพอใช้จึงจะถือว่าผ่าน ลงชื่อ..................................................... ผู้สอน (นายชณาธร ดีทับไทย) นักศึกษาฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1 วันที่...........เดือน................ พ.ศ............ คำชี้แจง แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์โดยเขียนเครื่องหมาย √ ลงในช่อง ตามเกณฑ์ให้คะแนน
14 บันทึกหลังการเรียนรู้ 1. ผลการเรียนรู้ ผลที่เกิดกับผู้เรียนด้านความรู้(K) …………………………………………………………………………………………………….……………………………………………… ……………………………………………………….…………………………………………………………………………….................. ผลที่เกิดกับผู้เรียนด้านทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………….……………………………………………… ……………………………………………………….…………………………………………………………………………….................. ผลที่เกิดกับผู้เรียนด้านเจตคติ(A) …………………………………………………………………………………………………….……………………………………………… ……………………………………………………….…………………………………………………………………………….................. 2. ปัญหาและอุปสรรคการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………….……………………………………………… ……………………………………………………….…………………………………………………………………………….................. 3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไขการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………….……………………………………………… ลงชื่อ ………………………………. (นายชณาธร ดีทับไทย) นักศึกษาฝึกสอนวิชาชีพครู ข้อเสนอแนะ / ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ลงชื่อ .................................... (ครูพลกฤต บุญอินทร์) ครูพี่เลี้ยง
15 ภาคผนวก ฉ ภาพการดำเนินงาน
16 รูปแบบทดสอบก่อนเรียน รูปแบบทดสอบระหว่างเรียน
17 รูปแบบทดสอบหลังเรียน รูปตารางคะแนนแบบทดสอบ ก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน
18 รูปสื่อที่ใช้ในการทดลอง
19 รูปภาพบรรยากาศที่นักเรียนทดลองใช้สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
20 ภาคผนวก ช ประวัติผู้วิจัย
21 ประวัติผู้วิจัย ชื่อ – สกุล : นายชณาธร ดีทับไทย วัน เดือน ปีเกิด : 28 กันยายน 2543 ที่อยู่ปัจจุบัน : 69/13 บ้านนาขาม ตำบลพังทุย อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น รหัสไปรษณีย์40140 ประวัติการศึกษา : ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 โรงเรียนน้ำพองศึกษา จังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันกำลังศึกษา : ชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย