The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลิตภัณฑ์และราคา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ผลิตภัณฑ์และราคา

ผลิตภัณฑ์และราคา

เคร่อื งมือวดั ผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยปผู้เรยี น)
4. แบบประเมินกจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรียน

ร่วมกนั ประเมิน
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรับปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)
3. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้มเี กณฑ์ผ่าน 50%
6 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู ับ

การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กิจกรรมเสนอแนะ

1.ฝกึ กิจกรรมเพ่อื ฝึกทักษะผ้เู รียน
2.อา่ น และศึกษาขา่ วสารเกีย่ วกบั ตราสินค้า

ห น้ า | 93

แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการที่ 13 หนว่ ยที่ 7

รหัสวชิ า 30202-2003 ผลิตภัณฑแ์ ละราคา (Product and Prices) สอนคร้ังที่ 13 (37-39)
ชอื่ หน่วย/เรอื่ ง ตราสนิ ค้าตราสนิ ค้า จำนวน 3 ช.ม.

สาระสำคัญ

ตราสินค้า (Bran) เปน็ รูปแบบของภาพพจน์และแนวความคดิ ในรปู อตั ลักษณ์ คำขวัญ และผลงานออกแบบของ
ผลิตภัณฑ์ รวมท้ังเป็นข้อมูลท่ีแสดงออกทางรปู ธรรมดว้ ยสัญลักษณ์ ท่ีสือ่ ถงึ กจิ การ สินคา้ หรือบรกิ าร หรือกลุม่ ผู้ขายท่ี
แตกต่างจากคู่แข่งขัน การสร้างตราสนิ ค้าใหเ้ ปน็ ท่จี ดจำของลูกคา้ ซง่ึ อาจจะเกิดขึ้นได้จากการโฆษณา การบอกต่อ การ
ออกแบบทีม่ ีเอกลักษณ์โดดเด่น ดังน้นั จึงจำเป็นตอ้ งศึกษาความรทู้ วั่ ไปเก่ียวกบั ตราสินคา้ เพอื่ นำไปใชอ้ ยา่ งถูกต้องตอ่ ไป

สมรรถนะประจำหน่วย

1.แสดงความรเู้ กีย่ วกับหลักการผลิตภัณฑแ์ ละราคา
2.วางแผนพฒั นาผลติ ภัณฑ์ตามหลักการและสถานการณ์

จดุ ประสงค์ของการเรยี นรู้

6.อธิบายปา้ ยฉลากและสญั ลกั ษณ์รหัสแทง่ ได้
7.อธิบายกลยุทธป์ ้ายฉลากได้

คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์

มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผ้สู ำเรจ็ การศกึ ษา
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ทีค่ รูสามารถสงั เกตได้ขณะทำการสอนในเรอ่ื ง

1 ความมมี นษุ ยสมั พนั ธ์
2 ความมวี ินัย
3 ความรบั ผดิ ชอบ
4 ความซอ่ื สัตยส์ จุ รติ
5 ความเชอ่ื ม่นั ในตนเอง
6 การประหยัด
7 ความสนใจใฝ่รู้
8 การละเวน้ ส่ิงเสพตดิ และการพนนั
9 ความรกั สามคั คี
10 ความกตัญญูกตเวที

เน้ือหาสาระการเรียนรู้

6.ปา้ ยฉลากและสัญลักษณร์ หัสแทง่
7.กลยุทธ์ป้ายฉลาก

ห น้ า | 94

กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรียน

1.ครูและผู้เรยี นสนทนาว่าปา้ ยฉลาก (Label) เป็นสว่ นหนง่ึ ของบรรจุภณั ฑ์ ท่ใี ชแ้ สดงรายละเอียดของสนิ คา้
ประกอบดว้ ยสว่ นตา่ ง ๆ เชน่ วันเดอื นปี ทีผ่ ลิต หรอื หมดอายุ ฯลฯ ซ่งึ แสดงคณุ ภาพของสินค้า ปา้ ยฉลากถกู นำมาใช้
เพอ่ื เปน็ การแจง้ ขอ้ มลู ขา่ วสารและสว่ นผสมบางอย่างของสนิ คา้ ท่ีอาจจะสง่ ผลกระทบต่อผ้บู รโิ ภคหรือสง่ิ แวดล้อม และ
ในบางประเทศยังมกี ฎหมายทเี่ กย่ี วกับการใช้ฉลากท่แี ตกต่างกนั

2.ผู้เรียนยกตัวอย่างปา้ ยฉลากของน้ำดื่ม (Aqua” เพือ่ เช่ือมโยงเขา้ ส่เู นือ้ หาต่อไป

ขั้นสอน

3.ครแู ละผเู้ รยี นอธบิ ายและสาธิตการ โดยเปิดสอ่ื VDO และสอ่ื PowerPoint ให้ผ้เู รยี นได้ศึกษาป้ายฉลาก
แบง่ เป็น 3 ประเภท ดงั น้ี

3.1.ปา้ ยฉลากบอกตราสนิ ค้า (Brand Label)
2.ป้ายฉลากบอกคุณภาพสนิ ค้า (Grade Label)
3.3 ปา้ ยฉลากบอกรายละเอยี ดของสนิ ค้า (Descriptive Label)
4.ครแู ละใช้เทคนคิ วิธกี ารจดั การเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) คอื กระบวนการทผ่ี ู้สอนม่งุ ให้
ผเู้ รียนมโี อกาสสนทนาแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ หรือระดมความคิด โดยมจี ดุ มุ่งหมายเพื่อใหผ้ เู้ รียนเข้าใจเนือ้ หาได้อยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพ โดยอภปิ รายสัญลักษณ์รหสั แท่ง หรือบาร์โคด้ (Barcode)
4.1.ลกั ษณะสญั ลกั ษณร์ หัสแทง่
4.2.ชนิดของสญั ลกั ษณ์
สญั ลักษณร์ หสั แท่งน้มี ีมาตรฐานตัวเลขทั้งหมด 13 หลกั ดงั นี้

ห น้ า | 95

1.รหสั ประเทศ คือ ตัวเลข 3 ตำแหน่งหน้าสดุ เป็นรหสั ของประเทศผผู้ ลิต และขายสนิ คา้ ซ่ึงประเทศไทย
ไดเ้ ข้าเป็นสมาชิกสมาคมระหวา่ ประเทศของ EAN

2.รหสั ผู้ขายหรอื ผผู้ ลติ เป็นตัวเลขตำแหนง่ ท่ี 4–7 ทบี่ รษิ ทั หรือกจิ การต้องมีการจดทะเบยี นไวท้ ่สี ถาบนั
สัญลักษณ์รหสั แท่งของไทยก่อนจงึ จะนำสัญลกั ษณน์ ไ้ี ปใช้งานได้

3.รหัสผลิตภัณฑ์ เป็นตวั เลขตำแหนง่ ที่ 8–12 ซ่ึงบริษัทหรอื กิจการท่เี ป็น สมาชกิ ไดท้ ำการกำหนดรหสั
ผลิตภัณฑข์ องตนเองท่ไี ด้ผลิตมาเพ่อื ขาย และเปน็ การจัดเกบ็ ข้อมลู สนิ ค้าในแต่ละชนิดไว้

4.ตัวเลขตรวจสอบ เป็นตวั เลขตำแหนง่ สดุ ทา้ ยหรอื ตัวสดุ ท้ายท่จี ะนำมาใชต้ รวจสอบความถูกตอ้ งของ
ระบบคอมพิวเตอรเ์ พ่ือพิสูจน์วา่ ตวั เลขข้างหน้าท่ใี หม้ าน้ันถกู ตอ้ งหรอื ไม่

5.ครใู ชเ้ ทคนคิ การสอนแบบ Demonstration Method การจัดการเรยี นรูแ้ บบสาธติ คือ กระบวนการที่
ผู้สอน หรือบุคคลใดบุคคลหน่งึ ใช้ในการช่วยใหผ้ ู้เรียนไดเ้ กดิ การเรียนรตู้ ามวัตถุประสงค์ โดยการแสดงหรอื กระทำใหด้ ู
เป็นตวั อยา่ งพร้อมกบั การอธบิ ายใหผ้ ู้เรยี นไดเ้ รียนรู้ ผ้เู รยี นจะเรียนรู้จากการสงั เกต กระบวนการขั้นตอนการสาธิตน้ัน ๆ
แล้วให้ผู้เรยี นซกั ถาม อภิปราย และสรปุ การเรียนรู้เกีย่ วกับกลยุทธ์ปา้ ยฉลาก

ป้ายฉลากเปน็ ส่วนทต่ี ้องแสดงขอ้ มูลรายละเอยี ดตา่ ง ๆ ของสนิ ค้าใหผ้ ูบ้ ริโภคไดท้ ราบดังน้ันปา้ ยฉลากจงึ มกี าร
พจิ ารณาจากปจั จยั ตา่ ง ๆ ดงั นี้

1.การออกแบบ (Design)
2.รปู ร่างลกั ษณะ (Feature)
3.ข้อมูล (Information)
4.ส่วนผสม (Ingredients)
5.วิธกี ารใช้ (Using method)
6.ผลประโยชนท์ ี่ได้รบั (Benefit)
7.การนำสินค้าไปใช้ (Suggestion)

8.ใบบอก (Literature)
9.เครือ่ งหมายการรับประกันคณุ ภาพ
6.ผู้เรยี นฝกึ ทักษะปฏิบตั ิกจิ กรรมโดยออกแบบตราสินค้าในรูปแบบบรรจภุ ัณฑ์ทีค่ รูกำหนดให้
7.ผูเ้ รยี นฝกึ ทักษะโดยหารปู ภาพป้ายฉลาก ที่ประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ อย่างน้อย 5 ขอ้ ดงั ต่อไปนี้
7.1.การออกแบบ (Design)
7.2.รูปรา่ งลักษณะ (Feature)
7.3.ข้อมลู (Information)

ห น้ า | 96

7.4.สว่ นผสม (Ingredients)
7.5.วิธกี ารใช้ (Using method)
7.6.ผลประโยชน์ที่ได้รบั (Benefit)
7.7.การนำสินค้าไปใช้ (Suggestion)
7.8.ใบบอก (Literature)
7.9.เครื่องหมายการรับประกันคณุ ภาพ
8.ผ้เู รียนทำกจิ กรรมใบงาน
9.ผู้เรยี นทำแบบประเมินผล
10.ครูแนะนำให้ผเู้ รยี นรจู้ ักการนำเอาความพอเพียงไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ ซง่ึ เป็นความพอประมาณ ความมี
เหตุผล รวมถงึ ความจำเป็นท่ตี ้องมรี ะบบภมู คิ ุม้ กนั ในตัวที่ดพี อสมควรตอ่ ผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทงั้
ภายนอกและภายใน การตัดสนิ ใจและการดำเนินกจิ กรรมตา่ งๆให้อยใู่ นระดบั พอเพยี งน้ัน ตอ้ งอาศยั ท้ังความรู้และ
คณุ ธรรมเป็นพ้นื ฐาน

ขนั้ สรุปและการประยกุ ต์

11.ครแู ละผเู้ รียนสรปุ โดยการถามตอบ และฝึกทักษะในการปฏิบัตกิ จิ กรรมภายในช้ันเรยี น

12.ประเมินตนเองจากแบบประเมนิ ตนเอง รวมท้ังกิจกรรมการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้

13.ประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปน้ี

ช่อื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พ้ืนฐานการเรยี นรู้ วิธีการเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.

สื่อและแหล่งการเรยี นรู้

1.หนงั สือเรียนวิชาผลิตภณั ฑ์และราคา (Product and Prices) ของสำนกั พมิ พเ์ อมพันธ์
2.รปู ภาพประกอบ
3.กิจกรรมการเรียนการสอน
4.ส่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ สือ่ VDO และส่ือ PowerPoint

ห น้ า | 97

หลกั ฐาน

1.บนั ทึกการสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจดั การเรียนรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน

การวัดผลและการประเมนิ ผล

วิธวี ัดผล
1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู้
6. การสังเกตและประเมินพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
เครื่องมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ (โดยนักเรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
6. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผเู้ รียนร่วมกนั

ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ต้องไม่มีชอ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑ์ผ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑผ์ ่าน คอื 50%
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรมู้ ีเกณฑ์ผา่ น 50%
6 แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขึ้นอยกู่ ับ

การประเมินตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ ทำกิจกรรมใบงาน และกจิ กรรมฝกึ ทักษะการเรียนรู้

ห น้ า | 98

แผนการจัดการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการที่ 14 หนว่ ยที่ 8

รหัสวชิ า 30202-2003 ผลิตภัณฑแ์ ละราคา (Product and Prices) สอนครง้ั ที่ 14 (40-42)
ชอ่ื หน่วย/เรื่อง นโยบายและกลยุทธ์ราคา จำนวน 3 ช.ม.

สาระสำคัญ

การกำหนดนโยบายราคานนั้ เป็นหนา้ ท่ีของฝ่ายบริหารการตลาด โดยตอ้ งกำหนดนโยบายราคาให้ชัดเจน
เนือ่ งจากจะส่งผลต่อการตดั สนิ ใจในการกำหนดราคาผลติ ภัณฑข์ องกิจการ รวมถงึ โอกาสในการแขง่ ขนั ในตลาดด้วย อีก
ทง้ั ใหฝ้ ่ายตา่ ง ๆ ทีเ่ กยี่ วข้องสามารถนำไปเป็นแนวทางในการปฏบิ ตั ติ ่อไป

สมรรถนะประจำหน่วย

1.แสดงความรู้เก่ียวกับหลกั การผลิตภัณฑ์และราคา
2.วางแผนพัฒนาผลติ ภณั ฑต์ ามหลักการและสถานการณ์
3.กำหนดราคาผลติ ภัณฑต์ ามหลักการและสถานการณ์

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1.อธบิ ายความหมาย และขอบเขตการตดั สนิ ใจกำหนดนโยบายราคาได้
2.บอกแนวทางในการกำหนดนโยบายราคาได้
3.กำหนดกลยุทธร์ าคาได้
4.อธบิ ายกลยุทธร์ าคาการส่งเสริมการตลาดได้
5.อธบิ ายกลยุทธ์ราคาส่วนประสมผลิตภณั ฑ์ได้
6.อธบิ ายกลยุทธร์ าคาผลติ ภัณฑใ์ หม่ได้

คณุ ลกั ษณะอันท่พี งึ ประสงค์
มกี ารพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องผู้สำเรจ็ การศกึ ษา สำนกั งาน

คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครสู ามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเรื่อง
1 ความมมี นษุ ยสัมพันธ์
2 ความมีวินยั
3 ความรับผดิ ชอบ
4 ความซ่ือสตั ยส์ จุ ริต
5 ความเชอื่ มัน่ ในตนเอง
6 การประหยัด
7 ความสนใจใฝ่รู้
8 การละเว้นสง่ิ เสพตดิ และการพนัน
9 ความรักสามคั คี
10 ความกตัญญูกตเวที

ห น้ า | 99

เนือ้ หาสาระการเรียนรู้

1.ความหมาย และขอบเขตการตัดสนิ ใจกำหนดนโยบายราคา
2.แนวทางในการกำหนดนโยบายราคา
3.กลยุทธ์ราคา
4.กลยทุ ธ์ราคาการส่งเสริมการตลาด
5.กลยุทธ์ราคาสว่ นประสมผลติ ภณั ฑ์
6.กลยุทธร์ าคาผลิตภัณฑใ์ หม่

กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น

1.ครูและผ้เู รยี นกล่าวถงึ นโยบายราคา (Price policy) หมายถงึ การกำหนดแนวทางปฏบิ ตั ิในการกำหนดราคา
ผลติ ภัณฑข์ องกจิ การ ซึง่ ผบู้ รหิ ารการตลาดควรกำหนดนโยบายราคาใหช้ ดั เจน เพื่อให้ฝา่ ยต่างๆ สามารถนำไปเป็น
แนวทางในการปฏบิ ตั ิได้

2.ครแู ละผู้เรียนนำตัวอย่างนโยบายราคามาแสดงเพื่อเป็นตัวอย่างในการเรยี นรู้

ข้นั สอน

3.ครูและผูเ้ รียนใชเ้ ทคนิควิธีสอนแบบใชโ้ สตทัศนวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เปน็
วธิ ีสอนท่ีนำอุปกรณโ์ สตทัศน์วัสดุมาชว่ ยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โสตทัศนว์ สั ดุดงั กลา่ ว ไดแ้ ก่ Power Point
เพอื่ แสดงให้ผู้เรยี นไดเ้ รียนรู้ความหมาย และขอบเขตการตดั สินใจกำหนดนโยบายราคา

การกำหนดนโยบายราคา มีขอบเขตในการตัดสนิ ใจดงั นี้
3.1.ปจั จัยข้ันพ้ืนฐานท่ีมีอทิ ธพิ ลต่อการตัดสินใจด้านราคา และขอ้ มลู อ่นื ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง
3.2.ทางเลือกดา้ นราคา เช่น ความยืดหยนุ่ ของราคา ทางเลือกของระดับราคาที่จะกำหนดขนึ้ นโยบายราคา
สนิ คา้ ในขนั้ แนะนำ นโยบายการให้ส่วนลด การคิดคา่ ขนสง่ เปน็ ต้น
3.3 ข้อกดั ในการกำหนดราคา ได้แก่ กฎหมาย การแข่งขัน และอื่นๆ ทีม่ าจากปัจจยั พ้ืนฐานท่ีมีอิทธพิ ลต่อการ
กำหนดราคา
4.ครแู ละผู้เรยี นใช้เทคนคิ วธิ ีสอนแบบใชโ้ สตทศั นวัสดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็น
วธิ ีสอนที่นำอปุ กรณ์โสตทัศน์วสั ดมุ าชว่ ยพัฒนาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทัศน์วสั ดดุ งั กล่าว ได้แก่ วีดีโอ เพ่ืออธบิ าย
แนวทางในการกำหนดนโยบายราคา ได้แก่

 นโยบายระดับราคา (Price Level Policy) แบง่ ไดด้ ังนี้
1.1 ระดับราคาตามราคาตลาด (Pricing at the market)
1.2 ระดบั ราคาสูงกว่าราคาตลาด (Above the market price policy)
1.3 ระดับราคาต่ำกวา่ ราคาตลาด (Under the market price policy)

 นโยบายราคาเดียว (One Price Policy)
 นโยบายราคายดื หยุ่นได้ (Flexible Price Policy)

ห น้ า | 100

④ นโยบายส่วนลด และสว่ นยอมให้ แบง่ ไดด้ ังนี้
4.1 นโยบายส่วนลด (Discounts policy)
(1) สว่ นลดการค้า (Trade Discounts)
(2) ส่วนลดเงนิ สด (Cash Discounts)
(3) สว่ นลดปรมิ าณ (Quantity discount)
(4) สว่ นลดตามฤดูกาล (Seasonal Discounts)
4.2 ส่วนยอมให้ (Allowance)
(1) สว่ นยอมใหจ้ ากการสง่ เสริมการตลาด (Promotion Allowance)
(2) สว่ นยอมใหจ้ ากการนำสนิ ค้าเก่ามาแลกซ้ือ (Trade–in Allowance)
(3) ส่วนยอมใหส้ ำหรบั การเปน็ นายหนา้ (Broker Allowance)

⑤ นโยบายราคาตามภมู ศิ าสตร์ (Geographical pricing policy)
5.1 ราคา F.O.B. (Free On Board)
5.2 ราคา C.I.F. (Cost Insurance and Freight)
5.3 ราคา C&F (Cost & Freight)
5.4 ราคา F.A.S. (Free alongside Ship)
5.5 ราคาสง่ มอดราคาเดียว (Uniform delivered pricing)
5.6 ราคาสง่ มอบตามเขต (Zone delivered pricing)
5.7 การตั้งราคาจากจดุ ฐาน (Basing-point pricing)

5.ครูและผเู้ รยี นใช้เทคนิควิธีสอนแบบ Discussion Method การจัดการเรียนรแู้ บบอภิปราย คือกระบวนการที่
ผ้สู อนมุ่งใหผ้ ู้เรียนมีโอกาสสนทนาแลกเปล่ยี นความคิดเห็นหรือระดมความคดิ ในเรือ่ งข้อควรระวังในการใหบ้ ริการซงึ่
อาจจะเปน็ เร่ืองหรอื ปญั หาทีเ่ กี่ยวข้องกบั บทเรียนหรือทก่ี ลุ่มมคี วามสนใจรว่ มกนั โดยมจี ดุ มงุ่ หมายเพ่ือหาคำตอบ
แนวทางหรอื แกป้ ญั หารว่ มกันเก่ยี วกบั กลยุทธ์ราคา โดยมีหลกั การมีดังนี้

5.1.ตั้งตามต้นทนุ
5.2.ตง้ั ตามลูกค้า
5.3.ตงั้ ตามคู่แข่ง
6.ครูและผู้เรยี นใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เปน็
วธิ สี อนท่ีนำอปุ กรณ์โสตทัศนว์ สั ดุมาช่วยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วัสดุดงั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Point
เพ่อื อธบิ ายกลยทุ ธ์ราคาการส่งเสรมิ การตลาด
7.ครแู ละผเู้ รยี นใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธติ (Demonstration Method) เป็นวิธีสอนทค่ี รูแสดงให้ผู้เรยี นดแู ละ
ใหค้ วามรูแ้ ก่ผ้เู รียนโดยใชส้ ื่อการเรียนรู้ที่เปน็ รูปธรรม และผเู้ รียนได้ประสบการณต์ รง ซ่งึ ครเู ปน็ ผสู้ าธติ และใหผ้ ้เู รียน
ฝึกทักษะปฏิบตั ิตามเพ่ือเรยี นรู้กลยุทธ์ราคาส่วนประสมผลิตภัณฑ์ ได้แก่

➀ การต้ังราคาสนิ ค้าให้แตกตา่ งกนั ตามขนาด (Difference size difference price)

② การต้งั ราคาสินคา้ ใหแ้ ตกตา่ งกันตามคุณภาพสินคา้ (Difference grade difference
price)

③ การต้ังราคาสนิ ค้าทีใ่ ชป้ ระกอบกัน (Pricing complementary product)

ห น้ า | 101

④ การตง้ั ราคาสนิ ค้าใหเ้ ลือกหลายทาง (Optional feature pricing)
⑤ การต้ังราคาแยกเปน็ สองสว่ น (Two part pricing)

⑥ การตัง้ ราคาสนิ ค้าเปน็ ผลพลอยได้ (By product pricing)
8.ครูและผู้เรียนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ (Integration) เป็นการเรียนรู้ท่ีเชื่อมโยงศาสตร์หรือเนื้อหา
สาขาวิชาต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์เก่ียวข้องกันมาผสมผสานเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดความรู้ท่ีมีความหมาย มีความ
หลากหลายและสามารถนำไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้จรงิ ในชีวิตประจำวัน เพอื่ ศึกษากลยุทธร์ าคาผลิตภัณฑ์ใหม่
กลยุทธ์ราคาผลติ ภัณฑใ์ หม่ (New Product Pricing Strategy) โดยพจิ ารณาปัจจัยทม่ี ีอิทธพิ ลตอ่ การกำหนดกล
ยุทธร์ าคาดงั นี้

➀ ปัจจัยท่ีมีผลต่อการต้งั ราคาผลติ ภัณฑ์ใหม่

1.1 ลกู คา้ เป้าหมาย
1.2 ลกั ษณะของความต้องการ (อปุ สงค)์
1.3 ผลกระทบของราคาต่อคู่แขง่ ขัน
1.4 ต้นทุนของสินคา้
1.5 ชอ่ งทางการจัดจำหน่าย

② การเลอื กกลยุทธ์ราคาผลิตภณั ฑใ์ หม่ มีการตง้ั ราคาดงั นี้
2.1 การกำหนดราคาสูง (Skimming Pricing)
2.2 การกำหนดราคาต่ำ (Penetration Pricing)

9.ผเู้ รยี นฝกึ ทักษะปฏิบตั ิกจิ กรรมดังตอ่ ไปน้ี
9.1.พิจารณารูปภาพทค่ี รกู ำหนดให้วา่ เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายราคาในลกั ษณะใด
9.2.อธิบายแนวทางในการกำหนดนโยบายราคาดงั กลา่ วข้างตน้

10.ผู้เรยี นฝึกทักษะปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเกยี่ วกับนโยบายราคาตามภูมิศาสตร์ (Geographical pricing policy) ซึง่
เปน็ การต้งั ราคาสินคา้ ทตี่ ้องขนสง่ ไปยังพน้ื ที่ตา่ งๆ ค่าใชจ้ า่ ยในการขนส่งจึงเป็นตน้ ทุนสูงต่ำมากนอ้ ยตา่ งกันตามสถาน
ที่ตั้งของผู้ซ้อื โดยอธบิ ายคำศัพทต์ อ่ ไปนี้ใหเ้ ขา้ ใจ

10.1.ราคา F.O.B. (Free on Board)
10.2.ราคา C.I.F. (Cost Insurance and Freight)
10.3.ราคา C&F (Cost & Freight)
10.4.ราคา F.A.S. (Free alongside Ship)
10.5.ราคาส่งมอดราคาเดียว (Uniform delivered pricing)
10.6.ราคาสง่ มอบตามเขต (Zone delivered pricing)
10.7.การต้ังราคาจากจดุ ฐาน (Basing-point pricing)
11.ผู้เรียนทกั ษะปฏบิ ตั กิ ิจกรรมเกีย่ วกบั กลยุทธ์ราคาการส่งเสรมิ การตลาด (Promotion Pricing) ดังน้ี
11.1.อธบิ ายกลยทุ ธ์ราคาตามหลักจิตวทิ ยา (Psychological Pricing)
11.2.หารปู ภาพประกอบการตัง้ ราคาตามความเคยชนิ ของผบู้ รโิ ภค (Customary Pricing)
11.3.หารูปภาพประกอบการตง้ั ราคาลงท้ายด้วยเลขคหี่ รือเลขคู่ (Odd or even pricing)
12.ผเู้ รยี นฝึกทักษะปฏิบตั ิกิจกรรม
12.1.สรปุ สาระสำคัญของกลยทุ ธร์ าคาผลติ ภณั ฑใ์ หม่ (New Product Pricing Strategy)

ห น้ า | 102

12.2.บอกปจั จยั ต่างๆ ทเี่ กยี่ วข้องกบั กลยทุ ธ์ราคาผลิตภัณฑใ์ หม่
13.ผู้เรยี นทำแบบประเมนิ ผล
14.ผเู้ รยี นทำกิจกรรมใบงาน
15.ผ้เู รียนแสดงความคดิ เหน็ รว่ มกันในชัน้ เรยี น
16.ครเู สนอแนะและเปน็ ท่ีปรกึ ษาในการนำเอาแนวปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ซง่ึ ในกระบวนการทำงานทกุ
ประเภทน้นั จะต้องเน้นสจั จะซึง่ เปน็ ตวั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม เนน้ ความซื่อสัตยส์ ุจริต เน้นให้ช่วยกันคดิ ช่วยกนั ทำ เนน้ ให้
รู้จักความพอดี พอประมาณ มเี หตผุ ล ทั้งหมดนค้ี อื หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และสามารถนำไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั
การดำเนนิ ชีวิตของทุกคนได้

ขน้ั สรปุ และการประยุกต์

17.ครูและผู้เรียนสรปุ บทเรยี น โดยใช้ VDO และ PowerPoint และอภปิ รายซกั ถามข้อสงสยั

18.ทำกิจกรรมต่อเนื่อง ตอบคำถามจากบทความในกิจกรรมใบงาน และทำประสบการณ์การเรียนรู้ ซ่ึง

ครผู ้สู อนพิจารณาตามความเหมาะสม

19.ครสู ังเกตพฤติกรรมกลุม่ และร่วมกนั สรุปเน้ือหาอกี ครัง้ จาก Power Point

20.ทำแบบประเมินผลการเรียนรู้ และประเมนิ ตนเองจากแบบประเมินตนเอง พรอ้ มทำกิจกรรม

การจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้

21.ประเมินผู้เรยี นตามแบบฟอร์มตอ่ ไปน้ี

ช่อื ผู้เรยี น ประสบการณ์พ้นื ฐานการเรียนรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.

สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้

1.หนงั สอื เรียนวิชาผลติ ภัณฑแ์ ละราคา (Product and Prices) ของสำนกั พิมพเ์ อมพันธ์
2.รปู ภาพ
3.กิจกรรมการเรียนการสอน
4.ส่อื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ สอื่ VDO และสอ่ื PowerPoint

ห น้ า | 103

หลักฐาน

1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจัดการเรยี นรู้
4.การตรวจประเมินผลงาน

การวัดผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้
6. การสงั เกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
เครอื่ งมือวดั ผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุม่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ (โดยผู้เรียน)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและผ้เู รยี นร่วมกนั

ประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ีชอ่ งปรับปรงุ
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ คอื ปานกลาง (50% ขึ้นไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้มีเกณฑผ์ ่าน 50%
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขึ้นอย่กู ับการ
ประเมินตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ

ผู้เรยี นศึกษา และตดิ ตามขา่ วสารนโยบายและกลยุทธ์ราคา

ห น้ า | 104

แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบรู ณาการท่ี 15 หน่วยท่ี 9

รหสั วชิ า 30202-2003 ผลิตภัณฑแ์ ละราคา (Product and Prices) สอนครง้ั ที่ 15 (43-45)
ช่อื หนว่ ย/เรอื่ ง ปัจจยั ที่มอี ิทธิพลตอ่ การกำหนดราคา จำนวน 3 ช.ม.

สาระสำคญั

การกำหนดราคาท่เี หมาะสมสามารถทำให้กิจการบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคต์ ามที่ตอ้ งการได้ กิจการจงึ ต้องมกี าร
พจิ ารณาทงั้ ปัจจยั ภายในและปัจจยั ภายนอก เพอ่ื นำมาใชเ้ ป็นขอ้ มลู ในการตัดสนิ ใจ กำหนดราคาสินคา้ ได้อยา่ งเหมาะสม
และผบู้ ริโภคยอมรับ

สมรรถนะประจำหน่วย

1.แสดงความรู้เก่ยี วกับหลักการผลติ ภัณฑ์และราคา
2.วางแผนพัฒนาผลติ ภณั ฑต์ ามหลักการและสถานการณ์

จุดประสงค์การเรียนรู้

1.บอกปจั จัยภายในทม่ี อี ิทธิพลตอ่ การกำหนดราคาได้
2.บอกปจั จยั ภายนอกทม่ี ีอทิ ธพิ ลตอ่ การกำหนดราคาได้

คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์

มีการพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ของผสู้ ำเรจ็ การศกึ ษา สำนักงาน

คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทคี่ รสู ามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเร่ือง

1 ความมมี นุษยสัมพนั ธ์ 8 การละเว้นสงิ่ เสพตดิ และการพนนั

2 ความมวี ินยั 9 ความรักสามัคคี

3 ความรบั ผดิ ชอบ 10 ความกตัญญูกตเวที

4 ความซือ่ สัตยส์ จุ รติ

5 ความเช่ือม่นั ในตนเอง

6 การประหยัด

7 ความสนใจใฝ่รู้

เนอ้ื หาสาระการเรียนรู้

1.ปจั จัยภายในทม่ี อี ิทธิพลตอ่ การกำหนดราคา
2.ปัจจยั ภายนอกท่ีมอี ทิ ธิพลต่อการกำหนดราคา

ห น้ า | 105

กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขนั้ นำเข้าสู่บทเรียน

1.ครกู ลา่ วถึงการกำหนดราคาขายสนิ คา้ ผู้บริหารของกิจการจะต้องคำนึงถงึ ปจั จยั ตา่ งๆ เพอื่ ให้กจิ การ
สามารถ ดำเนนิ งานไปให้บรรลตุ ามเป้าหมาย ปจั จัยอย่างหน่งึ ที่ตอ้ งนำมาพิจารณาคอื ปัจจยั ภายใน หมายถึงการ
พจิ ารณาปัจจยั ทีเ่ กิดจากสาเหตภุ ายในกิจการท่มี ผี ลต่อการกำหนดเพื่อราคาจำหนา่ ยสินคา้ หรือบรกิ าร

2.ครแู ละผูเ้ รียนชว่ ยกนั แสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับปัจจยั ภายนอกและภายในต่างๆ ท่มี ผี ลกระทบตอ่ ราคา

ขั้นสอน

3.ครูและผเู้ รยี นใช้เทคนคิ วธิ ีสอนแบบใช้โสตทัศนวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เปน็ วิธีสอนทนี่ ำอุปกรณ์โสตทศั นว์ ัสดมุ าชว่ ยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทัศนว์ สั ดุดังกล่าว ได้แก่ Power
Point เพ่อื อธบิ ายปจั จยั ภายในท่มี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การกำหนดราคา

ปจั จัยภายในทีม่ ีผลตอ่ การกำหนดราคามดี ังน้ี
3.1.วัตถุประสงคท์ างการตลาด (Marketing Objective) ดงั น้ี
1.1 เพ่อื ความอยูร่ อด
1.2 เพอื่ ให้เกิดกำไรสูงสุด
1.3 เพ่ือรักษาคณุ ภาพ
1.4 เพ่อื เพมิ่ ส่วนแบง่ ตลาด

ตวั อย่างวตั ถุประสงค์ทางการตลาด เช่น
✓บรษิ ทั ขายดีมาก จากดั มีการกาหนดวตั ถปุ ระสงคท์ างการตลาดไว้ว่า “เพ่มิ ยอดขายข้นึ 15% ในส่วน

ตลาดธุรกิจขนาดย่อม ภายในระยะเวลา 12 เดือน”
✓วตั ถปุ ระสงคท์ างการตลาดของบรษิ ัททนั สมยั จากดั

1.เพ่อื นาเสนอผลิตภัณฑ์ท่มี คี ณุ ภาพแตกต่าง และสามารถสนองความต้องของผ้บู รโิ ภค ช่วยให้ผ้บู รโิ ภคมี
ทางเลือกมากย่งิ ข้นึ
2.พฒั นาผลติ ภณั ฑใ์ ห้มคี ุณภาพและแตกตา่ งจากค่แู ขง่ ขันมากข้นึ และเพ่อื เพ่มิ ภาพพจน์ของ
ผลิตภัณฑใ์ ห้เป็นทจ่ี ดจาในเร่อื งของ Brand Awareness

3.2.นโยบายของกจิ การ (Business Policy
3.3.ตน้ ทุนสนิ คา้ (Cost) แบ่งต้นทุนออกไดด้ ังน้ี

3.3.1 ต้นทนุ คงที่ (Fixed Cost)
3.3.2 ต้นทนุ ผนั แปร (Available Cost)
3.3.3 ต้นทนุ รวม (Total Cost)
3.4.ส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix) ประกอบด้วย
3.4.1 ผลิตภณั ฑ์ (Product)
3.4.2 ราคา (Price)
3.4.3 การจดั จำหน่าย (Place)

ห น้ า | 106

3.4.4 การส่งเสรมิ การตลาด (Promotion)

3.5.องค์กรเพือ่ การกำหนดราคา (Organization for pricing)
4.ครแู ละผูเ้ รียนใช้เทคนิควิธสี อนแบบใชโ้ สตทัศนวสั ดุ (Audio-Visual Material of Instruction Method) เป็น
วิธีสอนที่นำอปุ กรณโ์ สตทศั นว์ สั ดุมาชว่ ยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน ได้แก่ Power Point เพอื่ ใชป้ ระกอบการ
อธบิ ายปจั จัยภายนอกท่ีมีอิทธพิ ลต่อการกำหนดราคา ได้แก่
❶ ตลาดของผบู้ รโิ ภค (Market) การกำหนดราคาสินค้าดังน้ี
1.1 การกำหนดราคาภายใต้การแข่งขนั สมบรู ณ์
ตลาดท่ีมกี ารแข่งขันกันอยา่ งสมบรูณ์ (Perfectly Competitive Market) มีลักษณะดงั นี้
1) มผี ซู้ ื้อและผ้ขู ายจำนวนมาก ราคาสินคา้ มักเป็นไปตามความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งอุปสงคแ์ ละอปุ ทาน ไม่มผี ูซ้ ื้อหรอื
ผู้ขายรายใดมีอทิ ธิพลในการกำหนดราคาสนิ ค้าได้
2) สินคา้ มคี วามเหมอื นกันทุกประการ สามารถใช้ทดแทนกนั ได้ เช่น สนิ คา้ เกษตร ผ้ซู อ้ื สามารถซ้ือสนิ คา้ จาก
ผู้ขายรายใดก็ได้ เปน็ ต้น
3) ผซู้ ้ือและผขู้ ายมีความร้เู ร่ืองตลาดอยา่ งสมบรู ณ์ จึงทำให้ผผู้ ลิตทกุ รายต้ังราคาสนิ ค้าระดับเดียวกัน
4).มีการเคลอ่ื นยา้ ยปัจจัยการผลติ อย่างเสรี ตลาดทม่ี ีการแข่งขนั กันอย่างสมบรู ณ์จะมีผู้ผลติ จำนวนมาก
เคลื่อนย้ายทรพั ยากรซึ่งเปน็ ปจั จยั การผลติ ได้สะดวก สินค้าในตลาดมคี วามเหมอื นกัน และระดบั ราคาเดยี วกัน ผผู้ ลิต
ที่ต้ังราคาสูงกวา่ ผู้ผลติ รายอ่นื จะขายสินคา้ ไมไ่ ด้ หากตัง้ ราคาสนิ ค้าตำ่ กวา่ จะไม่มผี ลอยา่ งไร เพราะผู้ซอื้ สามารถซอ้ื สินค้า
ไดโ้ ดยไมจ่ ำกัด ซ่ึงการตงั้ ราคาสนิ คา้ ท่ีต่ำจะให้รายละเอียดลดลงด้วย
1.2 การกำหนดราคาภายใต้การแข่งขนั ก่งึ ผกู ขาด
ตลาดกึ่งผกู ขาดก่ึงแข่งขนั (Monopolistic Competition) มลี ักษณะดงั น้ี
1) มีผู้ผลิตหรอื ผูข้ ายจำนวนมากแต่มีจำนวนน้อยกว่าในตลาดแข่งขันสมบูรณ์
2) สนิ ค้ามลี ักษณะแตกตา่ งกัน แต่อาจจะมีความคลา้ ยคลงึ กันบา้ ง บางชนิดแตกตา่ งกนั ด้านความรสู้ ึกนกึ คิดของ
ผู้ซอ้ื เชน่ กระเป๋าถอื น้ำหอม ลปิ สตกิ รองเท้า เปน็ ต้น สิ่งเหลา่ นี้สามารถให้ประโยชน์แกผ่ ู้ซอ้ื ไดเ้ หมอื นกัน แตผ่ ซู้ ื้อ
มองเหน็ ความแตกต่างกนั ด้านรูปแบบ ราคา ตรายี่หอ้ รวมถงึ คณุ สมบัตติ ่างๆ ซง่ึ ผู้ซอื้ จะเปน็ ผพู้ ิจารณาเองวา่ จะเลอื ก
สินคา้ ใด
3) ผผู้ ลิต หรือผขู้ ายสามารถเข้าหรือออกจากอตุ สาหกรรมไดค้ อ่ นขา้ งงา่ ยในระยะยาว โดยผผู้ ลติ หรอื ผู้ขายจะ
เข้ามาทำธุรกจิ ในอุตสาหกรรม หรอื ออกจากอตุ สาหกรรมไดแ้ ต่ต้องใชเ้ วลานาน
1.3 การกำหนดราคาภายใตภ้ าวะท่มี คี ู่แขง้ ขนั น้อยราย
ตลาดทม่ี ผี ู้ขายนอ้ ยราย (Oligopoly) มลี กั ษณะดงั นี้

ห น้ า | 107

1) มผี ผู้ ลิตหรอื ผูข้ ายน้อยรายซึ่งผลิตภณั ฑ์มคี วามคลา้ ยคลึงกนั หรือต่างกนั ผู้ขายแตล่ ะรายมีสว่ นครองตลาดมาก
ดังนัน้ การกระทำของผู้ผลติ หรือผขู้ ายรายหนงึ่ อาจกระทบต่อผู้ผลิตหรือผขู้ ายอกี รายหนึ่ง

2) สินค้าในตลาดมคี วามคล้ายคลึงกัน หรืออาจแตกต่างเพียงเล็กนอ้ ยเทา่ นนั้
3) การเข้าสู่ตลาดของผู้ผลติ หรือผู้ขายรายใหม่ กระทำไดย้ าก เนือ่ งจากผผู้ ลิตหรอื ผู้ขายรายเก่า มคี วาม
แขง็ แกร่งมาก
4) ผู้ผลิตหรือผขู้ ายมีลกั ษณะเกี่ยวพันซ่ึงกันและกัน หากผผู้ ลิตหรือผู้ขายรายหนึง่ ลดราคาหรอื ใชก้ ลยุทธ์
การตลาดทำใหผ้ ซู้ ้อื หันมาซอ้ื สนิ ค้าได้ จะมผี ลกระทบต่อผผู้ ลิตอกี รายหน่ึง
1.4 การกำหนดราคาภายใต้การผูกขาดสมบรู ณ์
ตลาดผกู ขาด (Pure Monopoly มีลักษณะดงั นี้
1) มผี ขู้ ายเพียงรายเดียว คือเป็นผู้ผลิตหรือผู้ขายเพียงรายเดียวในตลาด
2) ไมม่ สี นิ คา้ ชนดิ อ่นื ทดแทนสนิ คา้ ของผผู้ ลิตหรอื ผขู้ ายได้ เชน่ การประปานครหลวง การไฟฟา้ นครหลวงทเี่ ป็น
กิจการสาธารณูปโภคทผี่ ูกขาด ไม่มผี อู้ ่ืนผลิตสินค้าชนิดเดียวกนั ได้
3) ยากตอ่ การแข่งขันจากผผู้ ลิตหรือผู้ขายรายอื่น เนือ่ งจากผูผ้ ลติ หรอื ผู้ขายรายนีผ้ กู ขาดสินคา้ แตเ่ พียงผูเ้ ดียว
อาจจะรบั สัมปทานหรือเป็นผูร้ ิเรมิ่ ผลิตสินคา้ ข้ึนใหม่ ทำใหร้ ายอืน่ เขา้ มาแข่งขนั ลำบาก

➋ความต้องการของผ้บู ริโภค (Demand)
2.1 การกำหนดราคาของคูแ่ ขง่ ขนั
2.2 ผู้จำหนา่ ยวตั ถดุ ิบ (Suppliers)
2.3. ผูจ้ ำหน่ายตอ่ หรอื คนกลาง (Middle man)

2.4 สภาพเศรษฐกจิ (Economic)
2.5 รัฐบาล (Government)
2.6 จริยธรรมทางธุรกจิ (Business Ethics)
2.7 การกำหนดราคาตามทศั นคติเก่ียวกบั คณุ ค่าของผลติ ภณั ฑ์ของผู้บริโภค
➌ปจั จยั ภายนอกอืน่ ๆ
5.ผู้เรียนทำกิจกรรมระหว่างเรียน และใบงาน
6.ผเู้ รยี นทำแบบประเมนิ ผล
7.ครูเสนอแนะและเปน็ ทป่ี รกึ ษาในการนำเอาแนวปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ซ่ึงในกระบวนการทำงานทุก
ประเภทน้นั จะต้องเน้นสัจจะซึ่งเป็นตัวคุณธรรม จรยิ ธรรม เนน้ ความซ่ือสัตยส์ ุจรติ เน้นให้ชว่ ยกันคิด ชว่ ยกันทำ เน้นให้
รูจ้ กั ความพอดี พอประมาณ มเี หตผุ ล ท้ังหมดน้คี อื หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และสามารถนำไปประยกุ ต์ใช้กับ
การดำเนินชีวิตของทุกคนได้

ห น้ า | 108

ขัน้ สรุปและการประยกุ ต์

8.ครสู รปุ บทเรยี น โดยใช้ VDO และ PowerPoint และอภิปรายซกั ถามข้อสงสยั

9.ครแู ละผู้เรียนสรุปฝึกทักษะปฏิบัติด้านความรู้ และทักษะด้านฝึกปฏิบัติ โดยฝึกเขียนปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ

การกำหนดราคา

10.ทำกิจกรรมต่อเนื่อง ตอบคำถามจากกรณีศึกษาในกิจกรรมใบงาน และทำประสบการณ์การเรียนรู้ ซ่ึง

ครผู สู้ อนพิจารณาตามความเหมาะสม

11.ประเมินผ้เู รียนตามแบบฟอร์มตอ่ ไปนี้

ช่ือผู้เรยี น ธรรมชาตขิ องผู้เรียน วิธกี ารเรียนรู้
ความสนใจ สติปัญญา วุฒภิ าวะ

1.

2.

3.

4.

5.

แบบประเมินประสบการณ์พนื้ ฐานการเรียนรู้

ชอ่ื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พืน้ ฐานการเรียนรู้ วธิ ีการเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.

สื่อและแหล่งการเรยี นรู้

1.หนงั สอื เรยี นวชิ าผลิตภณั ฑแ์ ละราคา (Product and Prices) ของสำนกั พมิ พ์เอมพันธ์
2.รูปภาพ
3.กิจกรรมการเรียนการสอน
4.ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ สอ่ื VDO และสื่อ PowerPoint

หลกั ฐาน

1.บนั ทึกการสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจัดการเรยี นรู้
4.การตรวจประเมินผลงาน

ห น้ า | 109

การวัดผลและการประเมินผล

วธิ ีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
3. สังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4 ตรวจกิจกรรมสง่ เสริมคณุ ธรรมนำความรู้
5. ตรวจใบงาน
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
7. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
เครื่องมอื วดั ผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยคร)ู
3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยนกั เรียน)
4. แบบประเมนิ กิจกรรมสง่ เสริมคณุ ธรรมนำความรู้
5. แบบประเมนิ กิจกรรมใบงาน
6. แบบประเมินผลการเรียนรู้
7. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและผเู้ รยี นร่วมกนั

ประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ีชอ่ งปรับปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
4. ตอบคำถามในกิจกรรมสง่ เสริมคุณธรรมนำความรู้จงึ จะถอื ว่าผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คือ 4= ดีมาก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรับปรงุ
5. กจิ กรรมใบงาน เกณฑ์ผา่ น คือ 50%
6. แบบประเมินผลการเรยี นรมู้ ีเกณฑผ์ ่าน 50%
7 แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อยู่กับการ
ประเมินตามสภาพจรงิ

กิจกรรมเสนอแนะ

ผู้เรียนศึกษาปัจจยั ทม่ี ีอิทธิพลตอ่ การกำหนดราคาเพิ่มเติม

ห น้ า | 110

แผนการจัดการเรยี นร้แู บบบูรณาการท่ี 16 หน่วยที่ 10
สอนคร้ังที่ 16 (48-48)
รหัสวิชา 30202-2003 ผลิตภณั ฑแ์ ละราคา (Product and Prices)
ชือ่ หนว่ ย/เรื่อง วธิ กี ารกำหนดราคา จำนวน 3 ช.ม.

สาระสำคัญ

การกำหนดราคาผลติ ภณั ฑ์ เป็นสงิ่ ท่ีต้องนำพจิ ารณา เพ่ือมุ่งหวังผลกำไร และทำใหผ้ ูบ้ รโิ ภคได้รับความพึงพอใจ
ซึ่งการตง้ั ราคาของแตล่ ะธรุ กจิ จะมีวัตถุประสงค์และนโยบายหรอื กลยุทธ์ท่แี ตกตา่ งกันไป ดังนั้นการกำหนดราคาจงึ เปน็
เรือ่ งท่ีละเอียดอ่อน ทจ่ี ะต้องพิจารณาอย่างถถ่ี ้วนกอ่ นการตดั สนิ ใจ เพราะมปี ัจจยั ภายทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การกำหนดราคา
และนโยบายราคาเขา้ มาเก่ียวขอ้ ง ท้ังนีก้ จิ การต้องคำนงึ ถึงหลักการกำหนดราคา และวิธกี ารกำหนดราคาที่เหมาะสม
เพื่อนำไปวิเคราะห์กลยุทธ์การต้ังราคาต่อไป

สมรรถนะประจำหนว่ ย

1.แสดงความรู้เก่ียวกบั หลักการผลิตภัณฑแ์ ละราคา
2.วางแผนพัฒนาผลิตภัณฑต์ ามหลักการและสถานการณ์
3.กำหนดราคาผลิตภัณฑ์ตามหลกั การและสถานการณ์

จุดประสงค์การเรยี นรู้

1.บอกวัตถุประสงค์ในการกำหนดราคาได้
2.อธิบายหลกั การกำหนดราคาได้
3.บอกข้ันตอนการต้งั ราคาได้
4.อธบิ ายวิธกี ารกำหนดราคาได้

คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์

มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผ้สู ำเร็จการศึกษา สำนักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ท่คี รสู ามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเรอ่ื ง

1 ความมมี นษุ ยสมั พันธ์
2 ความมีวินัย
3 ความรับผิดชอบ
4 ความซอ่ื สตั ย์สจุ รติ
5 ความเชื่อม่ันในตนเอง
6 การประหยดั
7 ความสนใจใฝ่รู้
8 การละเว้นสง่ิ เสพตดิ และการพนนั
9 ความรกั สามัคคี
10 ความกตัญญกู ตเวที

ห น้ า | 111

เนอ้ื หาสาระการเรียนรู้

1.วตั ถปุ ระสงค์ในการกำหนดราคา
2.หลักการกำหนดราคา
3.ข้ันตอนการตงั้ ราคา
4.วิธกี ารกำหนดราคา

กจิ กรรมการเรียนรู้

ขนั้ นำเข้าสูบ่ ทเรยี น

1.ครูและผเู้ รียนสนทนาเกย่ี วกับวตั ถปุ ระสงค์ในการกำหนดราคานัน้ ขึ้นอย่กู ับนโยบายของกจิ การ สถานการณ์
การแข่งขนั และสภาพแวดลอ้ มต่าง ๆ รวมทง้ั วัตถุประสงคร์ วมและวัตถปุ ระสงคท์ างการตลาดด้วย มี

2.ผู้เรียนยกตัวอย่างวัตถุประสงค์ในการกำหนดราคาของรา้ น “ไอศกรมี ” แห่งหนง่ึ

ข้นั สอน

3.ครแู ละผ้เู รียนใชเ้ ทคนิควิธีการจดั การเรยี นรแู้ บบอภิปราย (Discussion Method) คือกระบวนการท่ผี ู้สอนมงุ่
ใหผ้ ู้เรียนมโี อกาสสนทนาแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ หรือระดมความคดิ โดยมจี ดุ มุ่งหมายเพ่อื ให้ผ้เู รียนเขา้ ใจเนอ้ื หาได้
อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ โดยอภิปรายวตั ถุประสงค์ในการกำหนดราคามีดังนี้

 การกำหนดราคามงุ่ รายไดจ้ ากการขาย ได้แก่
1.1 เพอ่ื เพม่ิ รายได้
1.2 เพื่อเพิ่มเงนิ สดหมุนเวียน

 การกำหนดราคาม่งุ กำไร ได้แก่
2.1 เพื่อให้ไดผ้ ลตอบแทน (กำไร) จากการลงทุน
2.2 เพอื่ ใหไ้ ด้กำไรสูงสุด
2.3 เพอ่ื ดำรงธุรกิจใหค้ งอยู่ตอ่ ไป

 การกำหนดราคามุ่งยอดขาย ไดแ้ ก่
3.1 เพื่อเพิม่ ยอดขาย
3.2 เพ่ือรักษาส่วนครองตลาด
3.3 เพ่ือเพิ่มสว่ นครองตลาด หรือขยายตลาดใหม้ ีส่วนครองตลาดเพ่มิ มากข้ึน

 การกำหนดราคามงุ่ การแขง่ ขัน ได้แก่
4.1 เพือ่ เผชิญกบั การแข่งขนั
4.2 เพอ่ื หลกี เล่ียงการแข่งขนั
4.3 เพอื่ ตัดราคาของคแู่ ข่งขัน

 การกำหนดราคาม่งุ สงั คม ไดแ้ ก่
5.1 เพอ่ื การปฏบิ ตั ติ ามหลกั จรรยาบรรณที่ดี
5.2 เพอ่ื รกั ษาภาวการณ์จา้ งงาน

ห น้ า | 112

4.ครูและผเู้ รยี นใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Material of Instruction Method) เปน็
วิธีสอนที่นำอุปกรณ์โสตทศั นว์ ัสดมุ าชว่ ยพฒั นาคณุ ภาพการเรียนการสอน ไดแ้ ก่ Power Point เพ่อื ใชป้ ระกอบการ
อธบิ ายหลักการกำหนดราคา ควรปฏิบตั ติ ามกระบวนการตง้ั ราคาที่เหมาะสม ดงั นี้

5.ครูและผู้เรยี นใช้เทคนคิ วธิ สี อนแบบใช้โสตทัศนวสั ดุ (Audio-Visual Material of Instruction Method) เปน็
วิธสี อนท่ีนำอุปกรณ์โสตทศั นว์ ัสดมุ าช่วยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั นว์ ัสดุดงั กลา่ ว ได้แก่ Power Point
เพ่อื ประกอบการอธบิ ายข้ันตอนการตัง้ ราคา มดี งั นี้

6.ครูและผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ วิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เป็นวิธสี อนทีค่ รูแสดงให้ผ้เู รยี นดูและ
ใหค้ วามรแู้ ก่ผ้เู รยี นโดยใช้ส่อื การเรยี นรทู้ ี่เปน็ รปู ธรรม และผู้เรยี นไดป้ ระสบการณ์ตรง ซงึ่ ครูเป็นผสู้ าธิต และใหผ้ ้เู รียน
ฝกึ ทกั ษะปฏบิ ตั ติ ามเพอ่ื แสดงวธิ ีการกำหนดราคา สามารถทำได้ดงั น้ี

ห น้ า | 113

 กำหนดราคาจากต้นทนุ (Cost Based Pricing) ดังนี้
1.1 วิธตี ง้ั ราคาบวกจากตน้ ทนุ (Cost plus Pricing) การคำนวณดงั นี้

ราคาขาย = กาไรต่อหน่วย + ต้นทุนต่อหน่วย

ตวั อยา่ ง ร้านนำ้ ส้ม Keera ต้องการกำไรจากการขายร้อยละ 70 ของตน้ ทนุ ต่อหนว่ ย
โดยได้ซ้ือนำ้ สม้ มาในราคาขวดละ 15 บาท ดังนนั้ กิจการจะตอ้ งกำหนดราคาขายดงั น้ี

กำไรทตี่ ้องการ = 70% = 0.7 บาท
ตน้ ทนุ ต่อหน่วย= 15 บาท
ดังนั้น กำไรทีต่ อ้ งการของต้นทนุ ต่อหนว่ ยเท่ากบั 10.5 บาท (0.7 × 15)
จากสมการ ราคาขาย = กำไรตอ่ หนว่ ยที่ตอ้ งการ + ต้นทุนต่อหน่วย
แทนค่าราคาขาย = 10.5 + 15
กจิ การจะต้องกำหนดราคาขาย = 25.50 บาท
1.2 วธิ ีต้งั ราคาจากราคาขายสนิ คา้ (Mark up on Selling Pricing) เปน็ การบวกสว่ นเพ่ิมดังนี้

ราคาขาย = ต้นทุนสินค้าขาย + ส่วนบวกเพิ่ม

วิธีการคำนวณ Mark up มดี ังน้ี

1) Mark up on Cost หรือ Mark on คือ การกำหนดเป็นร้อยละจากราคาทนุ

2) Mark up on Selling Price หรอื Mark up คอื การกำหนดเปน็ ร้อยละจากราคาขาย

วิธีนใ้ี ชม้ ากในธุรกจิ ค้าปลกี และค้าสง่ โดยมพี นื้ ฐานการคำนวณมาจากต้นทนุ เชน่ เดียวกนั

ตัวอย่าง รา้ นจำหน่ายเส้ือผา้ แฟช่นั มตี ้นทนุ เสอ้ื ตวั ละ 120 บาท และต้องการสว่ น

บวกเพ่ิม 40% ต้องกำหนดราคาขายเท่าไร

การคำนวณ Mark up on Cost (กำหนดเปน็ ร้อยละจากราคาทนุ )

จากสมการ Price = Cost + Mark up หรอื

ราคาขาย = ต้นทนุ สินค้าขาย + สว่ นบวกเพ่มิ

แทนค่า 140 = 100 + 40

เทียบบญั ญัติไตรยางค์

วธิ ีที่  ทนุ 100 บาท ส่วนบวกเพ่มิ = 40 บาท

ทุน 120 บาท ส่วนบวกเพมิ่ = 40 120
กิจการจะบวกเพมิ่ จากราคาทุน = 100

48 บาท

ดังนนั้ ราคาขายเสอื้ ยืดจะเป็นเงิน = 48 + 120 บาท

= 168 บาท

วิธีที่  ทุน 100 บาท ราคาขาย = 140 บาท

ทนุ 120 บาท ราคาขาย = 140 120 บาท
ดงั น้นั ราคาขายเสือ้ ยืดจะเป็นเงิน
100

= 168 บาท

ห น้ า | 114

การคำนวณ Mark up on Selling Price (กำหนดเปน็ ร้อยละจากราคาขาย)

จากสมการ Price = Cost + Mark up หรอื

ราคาขาย = ทุนสินค้าขาย + ส่วนบวกเพิ่ม

แทนคา่ 100 = 60 + 40

เทยี บบัญญัติไตรยางค์

วธิ ที ี่  ทุน 60 บาท สว่ นบวกเพม่ิ = 40 บาท

ทนุ 120 บาท สว่ นบวกเพิ่ม = 40 120
60
กจิ การจะบวกเพ่ิมจากราคาทุน =
80 บาท

ดังนั้นราคาขายเสอ้ื ยดื จะเป็นเงิน = 80 + 120 = 200 บาท

วธิ ีท่ี  ทุน 60 บาท ราคาขาย = 100 บาท

ทุน 120 บาท ราคาขาย = 100 120 บาท
ดงั นั้นราคาขายเสอ้ื ยืดจะเป็นเงนิ
60

= 200 บาท

1.3 วิธีกำหนดราคาเพ่อื ใหไ้ ดผ้ ลตอบแทนตามเป้าหมาย (Target Pricing) โดยคำนวณดงั นี้

ราคาขาย = ตน้ ทนุ ต่อหน่วย + อัตราผลตอบแทน X เงินลงทุน

จำนวนสนิ คา้ ทข่ี าย

ตวั อย่าง สมมติว่ารา้ นนำ้ ส้มแหง่ หนึง่ มเี งนิ ลงทุน 1,000,000 บาท ผลติ ได้ 40,000 ขวดและคำนวณ

ตน้ ทนุ ต่อหน่วยได้ขวดละ 1 บาท โดยต้องการผลตอบแทนจากการลงทนุ 20% ผู้ผลติ ต้องกำหนดราคาขาย

เทา่ ใด

แทนคา่ ราคา = 20 + 0.2 1,000,000

40,000

ผู้ผลิตจะตอ้ งกำหนดราคาขาย (20+5) = = 20 + 200,000

40,000

25 บาท

 การกำหนดราคาจากอุปสงค์ (Demand Based Pricing)

7.ผเู้ รียนฝึกทกั ษะดา้ นความรู้ และดา้ นปฏิบตั ิ เพื่อใหเ้ กิดความชำนาญ โดยแสดงวิธีคำนวณราคาสนิ คา้

8.เปดิ โอกาสใหผ้ ูเ้ รียนซักถาม และแสดงความคิดเหน็

9.ผเู้ รียนทำกิจกรรมระหวา่ งเรยี น และใบงาน

10.ผเู้ รียนทำแบบประเมินผล

11.ครเู น้นผูเ้ รียนใหม้ ีความละเอียดรอบคอบ มคี วามอดทน มคี วาเข้มแข็ง มคี วามเพยี รพยายามใน

การฝกึ ทกั ษะการจัดการในกลุ่มได้ นอกจากนั้นยังให้ระมัดระวังในการใชค้ ำพูดซึ่งอาจผดิ พลาดเกิดขึ้นได้โดยไมไ่ ด้ตัง้ ใจ

ดังนนั้ ผ้เู รียนต้องฝกึ ทักษะความชำนาญเหลา่ นใ้ี หม้ ีประสิทธภิ าพ และพร้อมรับผลกระทบและความเปล่ียนแปลงทจี่ ะ

เกิดข้ึนในอนาคต คอื ทำให้เข้มแขง็ ก็จะเป็นการสรา้ งภูมคิ ุม้ กนั ทีด่ ใี นตัวเอง รวมทง้ั มีความอดทน มคี วามเพยี ร

พยายามในการทำมาหาเลีย้ งชีพในชีวติ ประจำวันไดใ้ นอนาคตต่อไปเป็นอยา่ งดี

ห น้ า | 115

ขั้นสรปุ และการประเมนิ ผล

12.ครแู ละผเู้ รยี นสรุปเนือ้ หาโดยการถามตอบ และแสดงวธิ ีการคำนวณราคาสนิ คา้

13.ผู้เรียนสรปุ เนือ้ หาในหนว่ ยการเรียนอกี ครงั้ โดยวิธีถาม–ตอบและซกั ถามข้อสงสยั ผเู้ รียน

ทำแบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบประเมนิ ตนเอง

แบบประเมนิ ตนเอง

ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง

รายการประเมิน =9-10 =7-8 =5-6 =ตำ่ กวา่ 5 คะแนน

คะแนน

1.การกล่าวนำ แนะนำตัว และเพอ่ื น
ร่วมงาน

2.จุดประสงค์ในการทำงาน แหล่งขอ้ มลู
วิธกี ารทำงาน

3.ออกเสียง ชดั เจน ถกู ตอ้ ง

4.น้ำเสียงเหมาะสม

5.ตัวอยา่ งประกอบมีสื่อชัดเจน

6.ลำดับความคิดได้ดี

7.ทา่ ทางเหมาะสม

แบบประเมินการเรยี นรู้

ชือ่ ผูเ้ รียน ประสบการณพ์ ืน้ ฐานการเรียนรู้ วธิ ีการเรียนรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.

สื่อและแหล่งการเรยี นรู้

1.หนังสอื เรยี นวชิ าผลิตภัณฑ์และราคา (Product and Prices) ของสำนักพมิ พเ์ อมพันธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สือ่ อิเลก็ ทรอนิกส์ ส่อื VDO และสอ่ื PowerPoint

หลักฐาน

1.บนั ทึกการสอน
2.ใบเช็ครายชอื่
3.แผนจัดการเรียนรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน

ห น้ า | 116

การวดั ผลและการประเมินผล

วธิ วี ัดผล
1. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
4 ตรวจกจิ กรรมสง่ เสริมคณุ ธรรมนำความรู้
5. ตรวจใบงาน
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมินพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
เครอื่ งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุม่ (โดยผู้เรยี น)
4. แบบประเมินกิจกรรมสง่ เสริมคณุ ธรรมนำความรู้
5. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน
6. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
7. แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรียนร่วมกนั

ประเมนิ
เกณฑ์การประเมินผล
1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไมม่ ชี ่องปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
4. ตอบคำถามในกิจกรรมส่งเสรมิ คุณธรรมนำความรู้จงึ จะถอื ว่าผ่าน
เกณฑก์ ารประเมิน มีเกณฑ์ 4 ระดบั คือ 4= ดีมาก, 3 = ดี, 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรงุ
5. กจิ กรรมใบงาน เกณฑผ์ ่าน คือ 50%
6. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้มีเกณฑ์ผา่ น 50%
7 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขึน้ อยู่กบั การ
ประเมนิ ตามสภาพจริง

กจิ กรรมเสนอแนะ

ฝึกทักษะดา้ นความรู้ และฝกึ ทกั ษะโดยแสดงวิธกี ารคำนวณราคาสินคา้

ห น้ า | 117

แผนการจัดการเรียนรูแ้ บบบูรณาการท่ี 17 หนว่ ยท่ี 11

รหสั วชิ า 30202-2003 ผลิตภัณฑ์และราคา (Product and Prices) สอนครงั้ ที่ 17 (49-51)
ชื่อหนว่ ย/เร่อื ง จรยิ ธรรมในการกำหนดกลยุทธผ์ ลติ ภัณฑแ์ ละราคา จำนวน 3 ช.ม.

สาระสำคัญ

การกำหนดกลยทุ ธ์ผลติ ภณั ฑแ์ ละราคาควรคำนงึ ถงึ คณุ ธรรม และความรับผิดชอบตอ่ การพฒั นา
เศรษฐกิจและสังคม โดยระมดั ระวงั ไม่ใหม้ ีผลกระทบในทางลบตอ่ วัฒนธรรมอันดงี ามของประชาชนคนไทย
รับผิดชอบตอ่ ผลการกระทำของตน และพยายามทุกวิถีทางใหม้ ่นั ใจวา่ การตดั สนิ ใจ หรือการกระทำใด ๆ ของตนเป็นไป
เพ่ือบง่ ชต้ี อบสนองและสร้างความพึงพอใจให้แกก่ ลุ่มลกู ค้าเปา้ หมายโดยรวม ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและคา่ นิยมท่ีดีทาง
สังคม ตัง้ มั่นอยใู่ นความซ่ือสตั ย์สจุ รติ และความเป็นธรรมตอ่ ผบู้ รโิ ภคผ้ซู ื้อ และผู้ขายรวมท้งั สาธารณชนทัว่ ไป ส่งเสริม
และสนบั สนุนใหม้ กี ารปฏบิ ัตติ นตามจรรยาบรรณนกั การตลาด
และละเว้นการใชอ้ ำนาจหนา้ ทเ่ี พอื่ ผลประโยชน์สว่ นตน

สมรรถนะประจำหนว่ ย

1.แสดงความรู้เก่ียวกับหลกั การผลิตภณั ฑแ์ ละราคา
2.วางแผนพัฒนาผลติ ภัณฑ์ตามหลักการและสถานการณ์
3.กำหนดราคาผลติ ภัณฑต์ ามหลกั การและสถานการณ์

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1.อธบิ ายความหมายและความสำคัญของจริยธรรมได้
2.อธบิ ายจริยธรรมท่พี งึ ปฏบิ ัตใิ นการกำหนดกลยุทธผ์ ลิตภณั ฑ์และราคาได้
3.บอกความรับผดิ ชอบต่อสังคมของธรุ กิจได้
4.อธบิ ายธรรมาภบิ าลธุรกจิ ได้

คุณลักษณะท่พี ึงประสงค์

การพัฒนาคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผูส้ ำเร็จการศกึ ษา สำนกั งาน
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครสู ามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเรื่อง

1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
2 ความมวี ินัย
3 ความรับผิดชอบ
4 ความซื่อสตั ย์สุจริต
5 ความเชื่อม่นั ในตนเอง
6 การประหยัด
7 ความสนใจใฝ่รู้
8 การละเวน้ สิ่งเสพติดและการพนนั

ห น้ า | 118

9 ความรักสามัคคี
10 ความกตัญญกู ตเวที

เนอ้ื หาสาระการเรียนรู้

1.ความหมายและความสำคญั ของจริยธรรม
2.จริยธรรมทีพ่ งึ ปฏิบตั ิในการกำหนดกลยทุ ธผ์ ลิตภณั ฑ์และราคา
3.ความรับผดิ ชอบต่อสังคมของธรุ กิจ
4.ธรรมาภิบาลธรุ กจิ

กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำเขา้ สูบ่ ทเรยี น

1.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนากันวา่ จรยิ ธรรมหรือจรรยาบรรณ (Ethics) เป็นระเบียบแบบแผน ข้อบังคับ หรือ
จติ สำนึก ค่านยิ มทค่ี นในสังคมควรถือประพฤตปิ ฏบิ ัติ

2.ครูกล่างเพ่ิมเติมว่าจรยิ ธรรมในการกำหนดกลยุทธ์ผลิตภณั ฑแ์ ละราคา เปน็ การกำหนดกลยุทธ์
ผลิตภัณฑ์และราคาอยา่ งมีสำนึก รับผดิ ชอบ และกำหนดกลยุทธ์ให้เปน็ ไปตามระเบียบแบบแผน ข้อบงั คับ หรอื
ค่านยิ มของคนในสงั คมของประเทศนัน้ ๆ

3.เปิดโอกาสใหผ้ เู้ รียนไดแ้ สดงความคดิ เห็น และยกตัวอย่างประกอบ

ขัน้ สอน

4.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิคการสอนแบบใชค้ ำถาม (Questioning Method) และใช้ส่อื Power Point เกย่ี วกบั
ความหมายและความสำคัญของจรยิ ธรรม ซ่ึงคุณธรรมจรยิ ธรรมเป็นรากฐานสำคญั ในการพฒั นาคน เพื่อให้ทกุ คนมีชวี ิต
ทด่ี งี ามสามารถใชค้ วามรแู้ ละแก้ปัญหาได้ ปฏบิ ัตติ ่อเทคโนโลยีอยา่ งถกู ตอ้ ง อยูใ่ นระบบการบรโิ ภคผลผลติ ด้วยปญั ญา มี
ทัศนคติทางจรยิ ธรรมทเี่ หมาะสม ฯลฯ

5.ครูและผ้เู รยี นใชเ้ ทคนิคการสอนแบบ Discussion Method การจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย โดยฉายวีดโี อ
เก่ยี วกบั จรยิ ธรรมท่ีพงึ ปฏิบัติในการกำหนดกลยทุ ธผ์ ลติ ภัณฑแ์ ละราคาทก่ี จิ การควรปฏิบัติมดี ังตอ่ ไปนี้

ห น้ า | 119

1.จรยิ ธรรมทมี่ ตี ่อผลิตภณั ฑ์
2.จริยธรรมทีม่ ตี ่อลกู คา้
3.จรยิ ธรรมการตัง้ ราคา
4.จรยิ ธรรมดา้ นการกระจายสนิ คา้
5.จริยธรรมดา้ นการสง่ เสรมิ การตลาด
6.จริยธรรมดา้ นการวิจัยตลาด
7.จริยธรรมเกี่ยวกับสัมพนั ธภาพองคก์ ร
8.จริยธรรมเกย่ี วกับสภาพแวดลอ้ ม
6.ครูและผู้เรียนใช้เทคนคิ วธิ ีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เปน็
วิธสี อนท่ีนำอุปกรณ์โสตทัศนว์ สั ดมุ าช่วยพฒั นาคณุ ภาพการเรียนการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กลา่ ว ได้แก่ Power Point
เพอ่ื อธบิ ายความรบั ผิดชอบต่อสงั คมของธุรกิจมแี นวทางการปฏบิ ตั ดิ งั น้ี

ขอ้ กาหนด

ตามกฎหมาย

Legislation

ความสมคั รใจ หลกั การความ ประโยชนท์ าง
Voluntary รบั ผดิ ชอบต่อ เศรษฐกิจ
Action สงั คมของธุรกิจ Economic
Profit

จรรยาบรรณ
ทางธุรกิจ
Business Code
of Conduct

7.ครแู ละผู้เรยี นใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใช้โสตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เปน็
วิธสี อนที่นำอุปกรณ์โสตทศั นว์ ัสดมุ าช่วยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดดุ งั กลา่ ว ไดแ้ ก่ Power Point
เพื่อประกอบการอธบิ ายอุปสรรคต่อจรรยาบรรณ

ห น้ า | 120

1.หลกั นิติ
ธรรม The
Rule of Law

6.หลกั ความ มาตรฐาน 2.หลกั
คมุ้ ค่า Value คุณธรรม
ธรรมาภบิ าล Morality
5.หลกั ความ ธุรกิจ
รบั ผดิ ชอบ 3.หลกั ความ
Responsibility โปร่งใส

Transparency

4.หลกั การมี
สว่ นร่วม

Participation

8.ผู้เรยนฝึกทกั ษะฝึกปฏบิ ัติกิจกรรมดงั ต่อไปน้ี
8.1.ประชมุ ก่อนเร่มิ เรียนประมาณ 10-15 นาที
8.2 ให้แต่ละคนสำรวจความพร้อมในการเรยี นของตัวเอง และบอกสภาพรา่ งกายและจติ ใจใหร้ บั รซู้ ่งึ กนั

และกนั ซง่ึ เปน็ การสรา้ งสัมพนั ธภาพและการชว่ ยเหลอื กนั ภายในช้นั เรียน เชน่ วันนีเ้ ป็นอยา่ งไรบา้ ง
ต้งั แต่ต่ืนนอนจนเดนิ ทางมาถึงวิทยาลัย เป็นต้น

8.3.แต่ละคนถามความเป็นอยูซ่ ึ่งกันและกนั หากมีปัญหาก็รับฟงั และช่วยกนั หาแนวทางปฏบิ ัติ
8.4.ให้บันทึกไวใ้ นสมดุ บันทึกของแต่ละคน
9.ผู้เรยี นฝึกทกั ษะฝึกปฏิบัติกจิ กรรม เพอื่ สร้างความสมั พนั ธ์อยา่ งไม่เป็นทางการและเขา้ ใจชีวติ
ของเพอ่ื นรว่ มชัน้ เรยี น ดังต่อไปนี้
9.1.ให้จบั คู่ โดยให้ผ้เู รียนเลือกเองตามความสมคั รใจ
9.2.ใหท้ ้งั สองคนสลับกันสัมภาษณ์ พูดคุยกนั ในเร่อื งต่อไปน้ี

✓ประวตั ชิ ีวติ

✓ประสบการณเ์ รยี น หรอื การทำงาน (ถา้ มี) ทผี่ า่ นมา

✓เรอ่ื งราวท่ีประทับใจทส่ี ดุ ในชวี ิต เชน่ ครอบครัว กาเรยี น การทำงาน และอน่ื ๆ

✓ความใฝ่ฝันและแรงบนั ดาลใจในการเรียน การทำงาน และการอยาก
ประสบความสำเรจ็ ในชวี ิต
9.3.บันทึกไวใ้ นสมดุ บันทึกของแตล่ ะคน

ห น้ า | 121

10.ผู้เรยี นทำกจิ กรรมระหว่างเรยี น และใบงาน
11.ผเู้ รียนทำแบบประเมินผล
12.ครูเนน้ ผู้เรยี นใหม้ ีความละเอียดรอบคอบ มคี วามอดทน มคี วาเขม้ แขง็ มีความเพียรพยายามใน
การฝึกทักษะการจัดการในกล่มุ ได้ นอกจากนั้นยงั ให้ระมัดระวงั ในการใชค้ ำพูดซึง่ อาจผิดพลาดเกดิ ข้นึ ไดโ้ ดยไม่ได้ต้ังใจ
ดงั น้ันผูเ้ รียนต้องฝึกทกั ษะความชำนาญเหล่านีใ้ หม้ ีประสิทธภิ าพ และพร้อมรับผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงทจี่ ะ
เกดิ ขึ้นในอนาคต คือ ทำใหเ้ ขม้ แขง็ ก็จะเป็นการสร้างภูมคิ ุ้มกนั ท่ีดใี นตวั เอง รวมทงั้ มคี วามอดทน มคี วามเพยี ร
พยายามในการทำมาหาเลี้ยงชีพในชวี ติ ประจำวนั ไดใ้ นอนาคตต่อไปเป็นอยา่ งดี

ข้ันสรปุ และการประยุกต์

13.ครูและผเู้ รยี นสรุปโดยการถามตอบ และทำกจิ กรรมระหวา่ งเรียน

14.ผู้เรียนทำแบบประเมินผลการเรียนรู้ และประเมินตนเองจากแบบประเมินตนเอง รวมท้ังกจิ กรรมการจัด

ประสบการณก์ ารเรยี นรู้

ชื่อผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผู้เรียน วธิ ีการเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ญั ญา วฒุ ภิ าวะ

1.

2.

3.

4.

5.

ประสบการณ์พื้นฐานการเรยี นรู้

ชอ่ื ผู้เรียน ประสบการณ์พ้ืนฐานการเรยี นรู้ วิธีการเรยี นรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.

สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้

1.หนงั สือเรยี นวิชาผลติ ภณั ฑแ์ ละราคา (Product and Prices) ของสำนักพิมพเ์ อมพันธ์
2.รูปภาพ
3.กิจกรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื อิเล็กทรอนิกส์ สือ่ VDO และส่อื PowerPoint

ห น้ า | 122

หลักฐาน

1.บนั ทึกการสอน
2.ใบเช็ครายชอื่
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน

การวดั ผลและการประเมนิ ผล

วธิ วี ดั ผล
1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุม่
3. สงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุม่
4 ตรวจกิจกรรมสง่ เสริมคุณธรรมนำความรู้
5. ตรวจใบงาน
6. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
เครื่องมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุม่ (โดยคร)ู
3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุม่ (โดยนักเรียน)
4. แบบประเมนิ กิจกรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนำความรู้
5. แบบประเมนิ กิจกรรมใบงาน
6. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
7. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผเู้ รยี น

ร่วมกันประเมิน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรับปรุง
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขึ้นไป)
4. ตอบคำถามในกจิ กรรมสง่ เสริมคุณธรรมนำความรู้จึงจะถอื วา่ ผ่าน
เกณฑ์การประเมิน มีเกณฑ์ 4 ระดบั คือ 4= ดีมาก, 3 = ดี, 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรงุ
5. กิจกรรมใบงาน เกณฑผ์ ่าน คอื 50%
6. แบบประเมินผลการเรียนรมู้ เี กณฑผ์ ่าน 50%
7 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยกู่ บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจริง

กจิ กรรมเสนอแนะ

1.ผู้เรยี นฝึกทกั ษะทำกจิ กรรมใบงาน
2.ผู้เรียนแลกเปลยี่ นความคิดเห็นซึง่ กนั และกัน

ห น้ า | 123

แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการท่ี 18 หน่วยท่ี -

รหัสวิชา 30202-2003 ผลิตภัณฑ์และราคา (Product and Prices) สอนคร้ังที่ 18(52-54)
ชอ่ื หน่วย/เร่อื ง ทบทวน/สอบปลายภาคเรียน จำนวน 3 ช.ม.

สาระสำคัญ

จากการท่ีผเู้ รยี นไดศ้ ึกษาวชิ าน้ี จะได้รบั ความร้คู วามเขา้ ใจ และเกิดทกั ษะการฝึกปฏบิ ัติกจิ กรรมการเรยี นโดยเน้น
ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางให้ผู้เรียนฝึกคิด เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรการเรียนการสอน โดยยึดหลักการนำไปใช้ให้เกิดไป
ประโยชน์ในการพัฒนาสังคม พร้อมทง้ั นำหลักคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จ
การศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา มาประยุกตใ์ ช้กบั กจิ กรรมการเรียนอย่างเหมาะสม

สมรรถนะประจำหน่วย

1.แสดงความร้เู กย่ี วกับพ้ืนฐานการตลาด
2.วเิ คราะห์สภาพแวดล้อมทางการตลาดและพฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภคตามสถานการณ์
3.กำหนดส่วนประสมการตลาดตามหลกั การ
4.ประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยีดจิ ิทลั ทางการตลาด

จุดประสงค์การเรนี รู้

1.เขา้ ใจหลกั การของผลติ ภณั ฑ์และราคา
2.สามารถพฒั นาผลติ ภัณฑ์และกำหนดราคาผลิตภัณฑ์
3.มเี จตคตแิ ละกจิ นสิ ัยทดี่ ีตอ่ การศกึ ษาเรยี นร้แู ละประยุกต์ใชด้ ้วยความรับผิดชอบ ความซ่อื สัตย์ สจุ รติ
มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ ความสนใจใฝร่ ู้ ความเช่อื มัน่ ในตนเองและมีมนษุ ย์สมั พนั ธ์

คุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์

มกี ารพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษาสำนกั งาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ท่ีครสู ามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเรอื่ ง

1 ความมมี นุษยสมั พันธ์
2 ความมีวินัย
3 ความรบั ผิดชอบ
4 ความซือ่ สตั ยส์ ุจรติ
5. ความเช่อื มัน่ ในตนเอง
6 การประหยดั
7 ความสนใจใฝร่ ู้
8 การละเวน้ สิ่งเสพติดและการพนัน
9 ความรกั สามคั คี
10 ความกตัญญกู ตเวที

ห น้ า | 124

เนื้อหาสาระการเรียนรู้

1. ทบทวนเนื้อหาวชิ าท่ีไดศ้ กึ ษามาแบบยอ่
2. รวบรวมคะแนนระหวา่ งภาคเรยี น
3. ปญั หาการเรยี นของผ้เู รียน
4. สอบปลายภาคเรยี น

กิจกรรมการเรียนรู้

1.ครแู จ้งใหผ้ ู้เรยี นทราบคะแนนระหว่างภาค และกลางภาค จุดประสงคท์ ผี่ ุ้เรยี นยงั ไมไ่ ดป้ ฏบิ ัติ หรอื ไม่ผ่าน หรอื

ไมไ่ ด้สอบ ใหผ้ ู้เรียนดำเนินการโดยพบครผู ู้สอนกำหนดวันเวลาท่จี ะปฏิบัติหรือสอบ หรือเรยี นเพม่ิ เติม
2.ผู้เรียนรบั ทราบจุดประสงค์การสอบปลายภาควา่ จะมีการสอบเรื่องใดบ้าง ผุ้เรยี นไม่เขา้ ใจเร่ืองใดก็ให้
ซกั ถาม
3.ครแู ละผู้เรียนรว่ มกนั ทบทวนบทเรยี นทผ่ี ่านมาโดยสรุป

ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้

1.ข้อมลู การเกบ็ คะแนนของผเู้ รียน
2.จดุ ประสงคก์ ารสอบปลายภาค

หลักฐาน

1.ใบเช็ครายชอื่ เข้าหอ้ งเรียน และเขา้ หอ้ งสอบ
2.ข้อสอบ
3.เอกสารในการสอบตา่ ง ๆ

การวดั ผลและการประเมินผล

เป็นไปตามเกณท์ ่ีไดแ้ จ้งไวใ้ นแผนการจดั การเรยี นรสู้ ัปดาหท์ ี่ 1-18

กจิ กรรมเสนอแนะ

แจ้งการประเมินผลนกั เรียนท่ตี ิด ร, มส

ห น้ า | 125


Click to View FlipBook Version