แนวปฏบิ ตั ิการจดั การเรียนการสอน
ในสถานการณ์แพร่ระบาดตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา 2019
(COVID-19)
สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1
กล่มุ นเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจัดการศึกษา
สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษกาญจนบรุ ี เขต 1
เอกสารลำดบั ท่ี 46/2563
คำนำ
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019 : COVID-19) องค์การอนามัยโลก
ได้ประเมินสถานการณ์และประกาศให้โรค COVID-19 เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ
(Public Health Emergency of International Concern) โดยแนะนาํ ใหท้ ุกประเทศเร่งรดั การเฝ้าระวังและ
ป้องกันความเสี่ยงจากเชื้อ COVID-19 เพื่อลดความเสี่ยงของประชาชนทุกคนต่อการสัมผัสเชื้อโรค และ
ป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่การรักษาสุขภาวะ โดยเฉพาะใน
ประชาชนกล่มุ เส่ยี ง ทงั้ เดก็ ผูส้ งู อายุ และผู้ทมี่ โี รคประจําตวั รวมถงึ การจดั การด้านอนามัยสิ่งแวดลอ้ มอย่างถูก
สุขลักษณะและเหมาะสมในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะ การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
(Covid-19) ส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาเป็นอย่างมากกระทรวงศึกษาธิการกำหนดมาตรการ เพื่อใช้
ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับสถานศึกษา ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมาก
ที่สถานศึกษาต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ที่จะส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอน และ
สขุ ภาพของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาทเี่ ก่ียวข้อง ทงั้ นี้ ผู้บริหาร ครู นักเรยี น ผู้ปกครองและบุคลากร
ของสถานศึกษาจึงต้องปรับตัวกับการใช้ชีวิตวิถีใหม่ “New Normal”เน้นการปฏิบัติภายในมาตรการป้องกัน
ไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) อย่างเคร่งครัด เพื่อให้สถานศึกษาเป็นสถานที่ปลอดภัย ส่งผลให้นักเรียน
สามารถเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งเต็มศักยภาพ และปลอดภัยจากโรค
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ตระหนักถึงความสำคัญของการจัด
การเรียนการสอนของสถานศึกษา จึงได้จัดทำแนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์แพร่ระบาด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 Corona virus Disease 2019 (COVID-19)
เพื่อสร้างความตระหนัก ความรู้เท่าทัน และการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการระบาดของโรค
อย่างมีประสิทธิภาพ
กลุม่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจัดการศึกษา
สำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบรุ ี เขต 1
สารบญั
เร่ือง หน้า
ความร้เู ก่ียวกบั โรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)………………………………………………………………..1
สถานศกึ ษากบั สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)……………………………………………….2
แนวทางการจดั การเรียนการสอนของโรงเรียนในสถานการณ์แพรร่ ะบาดติดเช้ือไวรสั
โคโรนา 2019 (COVID-19) สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1.......................3
การประเมินความพร้อมของสถานศกึ ษาในการเปิดภาคเรียน ปีการศกึ ษา 2563.........................................3
การประเมนิ ความพร้อมของของนักเรยี นในการเปิดภาคเรยี น ปกี ารศกึ ษา 2563........................................5
รูปแบบการจัดการเรียนการสอน..................................................................................................................... 5
แนวทางการจดั การเรียนการสอนดว้ ยเทคโนโลยที างไกลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)……………………………………………………………………………………………..11
แนวปฏิบัติของสถานศกึ ษาในการเปิดเรียน ปกี ารศกึ ษา 2563...................................................................16
แนวปฏบิ ัตขิ องผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา................................................................................................ 16
แนวปฏิบัติสำหรับครู....................................................................................................................... 17
แนวปฏิบตั สิ ำหรบั นักเรยี น...............................................................................................................18
แนวปฏิบตั ิสำหรบั ผปู้ กครอง............................................................................................................19
การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน............................................................................................................ 20
แนวปฏิบัตกิ ารนบั เวลาเรยี น การสอนชดเชย และการอนุมัตกิ ารจบการศึกษา ปีการศึกษา 2563.............21
แนวทางการดำเนนิ งานและบริหารงบประมาณ การสนับสนุนคา่ ใช้จ่ายในการจดั การศึกษา
ขั้นพน้ื ฐานในช่วงสถาสถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019…………………………………..23
ภาคผนวก............................................................................................................................. ..........................24
คณะทำงาน........................................................................................................ ............................................40
____________________________________________
1
ความรเู้ กย่ี วกับโรคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coroavirus Disease 2019 : COVID-19) เป็นตระกูลของไวรัส
ที่ก่อให้เกิดอาการป่วยตั้งแต่โรคไข้หวัดธรรมดา ไปจนถึงโรคที่มีความรุนแรงมาก เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ
ในตะวันออกกลาง (MERS - CoV) โรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS - CoV) เป็นต้น ซึ่งเป็น
สายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อนในมนุษย์ก่อให้เกิดอาการป่วยจากระบบทางเดินหายใจในคน และสามารถแพร่
เชื้อจากคนสู่คนได้ โดยเชื้อไวรัสนี้พบการระบาด ครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ สาธารณรัฐประชาชนจีน
ในช่วงปลายปี 2019 หลังจากนั้น ได้มีการระบาดไปทั่วโลก องค์การอนามัยโลกจึงตั้งชื่อการติดเชื้อไวรสั โคโรนา
สายพนั ธใ์ุ หมน่ ี้วา่ โรค COVID-19
ลักษณะโรคการตดิ เชื้อไวรสั โคโรนาในระบบทางเดนิ หายใจ (Respiratory Coronaviruses)
อาจทำให้เกิดอาการไข้ออ่ นเพลีย ปวดศีรษะ มีน้ำมูก เจ็บคอ ไอ โดยในทารกที่มีอาการรุนแรง อาจมีลักษณะของ
ปอดอักเสบ (Pneumonia) หรือ หลอดลมฝอยอักเสบ (Bronchiolitis) ในเด็กโตอาจมีอาการของหอบหืด
(Asthma) สว่ นในผใู้ หญ่อาจพบลักษณะปอดอักเสบ (Pneumonia) หลอดลมอักเสบเร้ือรงั (Chronic
bronchitis) หรือการกลับเป็นซ้ำของโรคหอบหืดได้ และอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงได้มากในผู้สูงอายุหรือผู้ที่
ภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยพบการติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการได้ในทุกอายุและหากแสดงอาการมักพบร่วมกับการติด
เชื้อในระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ เช่น Rhinovirus, Adenovirus หรือเชื้ออื่น ๆ การติดเชื้อทางเดินหายใจ
เฉียบพลันรุนแรง หรือซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome;SAR CoV) จะพบมีอาการไข้ปวดศีรษะ
อ่อนเพลีย หรืออาการคล้ายไข้หวัดใหญ่แล้วมีอาการไอ และหอบเหนื่อยอย่างรวดเร็ว ซึ่งอัตรา ตายจะสูงขึ้น
ในผู้ป่วยสูงอายุ หรือมีโรคประจําตัว- การติดเชื้อโคโรนาไวรัสในระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal
Coronaviruses) มักพบบ่อยในเด็กแรกเกิด และทารกอายุน้อยกว่า 1 ปีหรืออาจพบในผู้ใหญ่ที่มีภูมิคุ้มกัน
บกพร่อง โดยพบเชื้อได้แม้ผู้ป่วยไม่แสดงอาการ และไม่มีฤดูกาลการเกิดโรคที่แน่นอน ระยะฟักตัวของโรค
โดยเฉลี่ยประมาณ 2 วัน (อาจมีระยะฟักตัวนานถึง 3 – 4 วัน) สำหรับโรคซาร์สอาจ ใช้ระยะฟักตัว 4 – 7 วัน
(อาจนานถงึ 10 – 14 วนั ) วิธกี ารแพรโ่ รคการกระจายเชื้อจากการสัมผัส (Contact) กบั สารคดั หล่งั จากทางเดิน
หายใจ หรือ แพร่กระจายเชื้อจากฝอยละอองน้ำมูก น้ำลาย (Droplet) จากผู้ป่วยที่มีเชื้อโดยการ ไอ หรือจาม
การป้องกัน ออกกําลังกายสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบ 5 หมู่
ไม่คลุกคลใี กล้ชิดกบั ผ้ปู ว่ ยแนะนาํ ให้ผู้ปว่ ยใสห่ น้ากากอนามัย ปิดปากปดิ จมูกเวลา ไอ หรือจาม ควรล้างมอื บอ่ ย ๆ
ด้วยน้ำและสบู่ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย ก่อนรับประทาน อาหาร และหลังขับถ่าย
ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่แออัด หรือที่ชุมชนสาธารณะที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อลดความ เสี่ยงในการ
ติดโรค
โรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังไม่มยี าสำหรบั ปอ้ งกนั หรือรักษาโรคโควิด 19
ผู้ที่ติดเชื้ออาจต้องได้รับการรักษาแบบ ประคับประคองตามอาการ โดยอาการที่แสดงแตกต่างกัน บางคนรุนแรง
ไม่มาก ลักษณะเหมือน ไข้หวัดทั่วไป บางคนรุนแรงมาก ทำให้เกิดปอดอักเสบได้ ต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
ร่วมกับ การรักษาด้วยการประคับประคองอาการจนกว่าจะพ้นอาการช่วงนั้น และยังไม่มียาตัวใด ที่มีหลักฐาน
ชดั เจนว่ารกั ษาโรคโควดิ 19 ได้โดยตรง
แนวปฏิบตั ิการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรยี นในสังกดั สำนักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี 1
ในสถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปีการศกึ ษา 2563
2
สถานศกึ ษากบั สถานการณ์โรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
สถานศึกษาเป็นสถานท่ีท่ีมีนักเรียนอยรู่ วมกนั จำนวนมาก มกั จะมคี วามเสย่ี งสงู หากมรี ะบบ
การจัดการที่ไม่ดี อาจจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ได้ในกลุ่มเด็ก เนื่องจากพบว่าการติดเชือ้ COVID-
19 ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีอาการหรือมีอาการแสดง ค่อนข้างน้อย ความรุนแรงจะน้อยมาก แต่เด็กนักเรียนจะเอา
เชื้อกลับบ้าน อาจทำให้การแพร่ระบาดเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว (Super spread) ไปยังบุคคลในบ้าน หากมีการ
ระบาดในกลุ่มเดก็ ขนึ้ จะมีผลกระทบในสังคมหรือผู้ใกลช้ ิด เชน่ ครู พ่อแม่ ผ้สู ูงอายุ ที่ตดิ เช้อื จากเด็ก ดังนั้น หากมี
การเปิดเรียนมีโอกาสสูงที่จะเกิดการติดเชื้อในกลุ่มเด็กเพิ่มมากขึ้นซึ่งเด็กเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลและ
ระมัดระวังในการกระจายเชื้อเป็นอย่างมาก มาตรการในการเปิดเทอมจึงมีความส ำคัญมากในการควบคุม
การระบาด การวางแผนเปดิ เทอมจึงต้องมนั่ ใจว่า สามารถควบคุมไม่ใหเ้ กดิ การระบาดของโรค ในเดก็ นักเรยี นได้
แนวปฏบิ ตั ิการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรียนในสังกดั สำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบุรี 1
ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปกี ารศกึ ษา 2563
3
แนวทางการจดั การเรียนการสอนของโรงเรียน
ในสถานการณก์ ารแพร่ระบาดโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)
สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต ๑
สถานศึกษาเป็นสถานที่ที่มีนักเรียนอยู่รวมกันจำนวนมาก มักจะมีความเสี่ยงสูง หากมีระบบ
การจัดการที่ไม่ดีอาจจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ได้ในกลุ่มเด็ก เนื่องจากพบว่าการติดเชื้อ COVID-
19 ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีอาการหรือมีอาการแสดง ค่อนข้างน้อย ความรุนแรงจะน้อยมาก แต่เด็กนักเรียนจะเอา
เชื้อกลบั บา้ น ทำให้การแพรร่ ะบาดเกิดข้ึนได้อยา่ งรวดเร็ว (Super spread) ไปยงั บุคคลในบ้าน หากมี การระบาด
ในกลุ่มเด็กข้ึนจะมผี ลกระทบในสงั คมหรือผู้ใกล้ชิด เช่น ครู พ่อแม่ ผ้สู งู อายุ ทตี่ ิดเชอ้ื จากเด็ก ดงั นนั้ หากมีการเปิด
เรียน มโี อกาสสงู ทจ่ี ะเกดิ การติดเช้ือในกลุ่มเด็ก เพิม่ มากขนึ้ ซึ่งเดก็ เป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลและระมัดระวังใน
การกระจายเชื้อ เป็นอย่างมาก มาตรการในการเปิดเทอม จึงมีความสำคัญมากในการควบคุมการระบาด การ
วางแผนเปิดเทอมจงึ ต้องมน่ั ใจวา่ สามารถควบคมุ ไม่ใหเ้ กดิ การระบาดของโรคในเด็กนกั เรียนได้
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ จึงได้จัดทำเอกสารสรุปรูปแบบและ
แนวทางการบริหารจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในสังกัดขึ้น เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจถึงรูปแบบ
แนวทางการจัดการเรียนการสอนในวันเปิดภาคเรียนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งสอดคล้องกับ
แนวทางการจัดการเรียนการ สอนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และแนวปฏิบตั ิตามมาตรการ
ของรัฐบาล
ข้อมูลของสถานศกึ ษาในสำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษากาญจนบรุ ี เขต 1
1. โรงเรียนขนาดเลก็ (นกั เรยี น 120 คนลงมา) จำนวน 67 แห่ง
2. โรงเรยี นขนาดกลาง (นักเรียน 121 – 600 คน) จำนวน 68 แห่ง
3. โรงเรียนขนาดใหญ่ (นกั เรยี น 601 – 1,500 คน) จำนวน 6 แหง่
4. โรงเรียนขนาดใหญ่พเิ ศษ (นักเรียน 1,500 คนข้นึ ไป) จำนวน 1 แห่ง
การประเมนิ ความพร้อมของสถานศกึ ษา ในการเปิดภาคเรียน ปกี ารศึกษา 2563
การประเมนิ ความพรอ้ มของสถานศึกษา ในการเปิดภาคเรยี น ปีการศึกษา 2563
การประเมินความพร้อมของสถานศึกษา ในการเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2563 มีแนวทาง
ในการดำเนินการ ดังน้ี
1. สถานศึกษาประเมินตนเองโดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพื้นฐาน ตามแบบ
ประเมินตนเองสำหรับสถานศึกษาในการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกัน
การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ปรากฏใน “คู่มือการปฏิบัติสำหรับสถานศึกษาในการป้องกันการแพร่ระบาด
ของโรค โควิด 19” ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งผลการประเมินสามารถแบ่ง ออกได้เป็น 3 ระดับ
ไดแ้ ก่
แนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในสงั กดั สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบรุ ี 1
ในสถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปกี ารศกึ ษา 2563
4
2. ในกรณีท่ีสถานศึกษาทำการประเมินตนเอง และได้ผลการประเมนิ ระดับสีเหลืองข้ึนไป ให้สถานศึกษา
รายงานผลการประเมินตนเอง พร้อมทั้งนำเสนอ รูปแบบการจัดการเรียนการสอน (ตามที่สถานศึกษาประเมิน
ตนเองใน ข้อที่ 9) ต่อคณะกรรมการ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) เพื่อทราบ
พร้อมทง้ั ให้ข้อเสนอแนะและเสนอตอ่ คณะกรรมการศึกษาธิการจงั หวัดพิจารณา
3. คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ และเสนอต่อศูนย์ปฏิบัติการ
ควบคุมโรคจงั หวัด (ศปก.จ.) พิจารณา
4. ศูนยป์ ฏิบตั กิ ารควบคุมโรคจงั หวัด (ศปก.จ.) พิจารณาใหค้ วามเห็นชอบ
5. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด แจ้งผลการพิจารณาของ ศปก.จ. ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
เพอ่ื แจง้ ต่อสถานศกึ ษาทราบ
6. ให้นักเรยี นประเมนิ ตนเองตามแบบประเมนิ ของกระทรวงสาธารณสุข
7. โรงเรียนประเมินความพร้อมของสถานศึกษาตามแบบประเมินตนเองสำหรับ
สถานศึกษาซง่ึ มี 6 มิติ จำนวน 44 ข้อ และถา้ ผลการประเมนิ เป็นสีเขียวใหโ้ รงเรียนศึกษาและทำ
ความเข้าใจถึงรูปแบบการเรียนการสอนที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด
อย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนกำหนดรูปแบบการเรียนการสอนว่าเป็นแบบใด โดยผ่านความเห็นชอบ
ของคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน
8. โรงเรียนกำหนดรูปแบบการเรียนการสอนแบบใดให้คำนึงถึงบรบิ ทและเหมาะสมของโรงเรยี น ภายใต้
เงื่อนไขมาตรการของรัฐบาลและศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-1๙ จังหวัดกาญจนบุรี ในการป้องกันการแพร่
ระบาดของเชอ้ื โรคไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙
9. โรงเรียนรายงานผลการประเมินตนเองพร้อมทั้งหนังสือรับรองของคณะกรรมการสถานศึกษา
ข้ันพ้นื ฐานมายังสำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 เม่อื ดำเนินการแลว้ เสรจ็
10. โรงเรียนกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ของตนเอง โดยให้เชื่อมโยง
กบั แบบประเมนิ ตนเองสำหรับสถานศกึ ษาท่คี รอบคลุมทัง้ 6 มติ ิ จำนวน 44 ขอ้
11. โรงเรียนดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดและเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1
กรกฎาคม 2563
12. โรงเรียนดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยการประสานงานกับ
หน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาล
ชุมชน สำนกั งานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลประจำจงั หวดั และสำนักงานเขตเทศบาล
แนวปฏบิ ตั ิการจดั การเรียนการสอนของโรงเรยี นในสงั กดั สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบรุ ี 1
ในสถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปกี ารศึกษา 2563
5
การประเมินความพร้อมของนักเรยี น ในการเปดิ ภาคเรียน ปีการศกึ ษา 2563
การประเมินความพร้อมของนกั เรียน ให้นกั เรียนทำการประเมนิ ตนเอง โดยใช้ แบบประเมนิ
ตนเองสำหรับนักเรียนในการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน เพื่อเฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่ระบาด
ของโรคโควิด 19 ตาม “คู่มือการปฏบิ ตั สิ ำหรบั สถานศึกษา ในการปอ้ งกันการแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ 19” ของ
กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ
ทง้ั นี้ แนวปฏิบตั อิ นื่ ๆ เชน่ มาตรการการเตรียมความพร้อมกอ่ นเปิดภาคเรียน วิธีการตรวจ
คัดกรองสุขภาพ แนวปฏิบัติของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา แนวปฏิบัติด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม แนวปฏิบัติ
ดา้ นสาธารณสุข ใหเ้ ป็นไปตาม คู่มอื การปฏิบัตสิ ำหรับสถานศึกษาในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19
ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนวปฏิบัติด้านสาธารณสุข เพื่อการจัดการ
ภาวะระบาดของโรคโควิด–19 ในขอ้ กำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แหง่ พระราชกำหนดการบริหารราชการ
ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) และระเบียบ หลักเกณฑ์ ประกาศ หรือแนวทางต่าง ๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง
ในพน้ื ท่ที ส่ี ถานศึกษาตง้ั อยใู่ ช้บงั คับ
รูปแบบการจดั การเรยี นการสอน
กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดรูปแบบการจัดการเรยี นการสอนสำหรับ โรงเรยี น ในสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ใน 3 รูปแบบ ซึ่งโรงเรียนสามารถเลือกรูปแบบการ
จัดการเรียนการสอนโดยพิจารณาตาม ความเหมาะสมและบรบิ ทของโรงเรียน ดังนี้
1. การเรียนในชั้นเรียน (On-Site) การเรียนการสอนท่ีเน้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในโรงเรียนหรือใน
ชนั้ เรียน เปน็ หลัก โดยครูผสู้ อนสามารถนาํ รปู แบบการเรยี นการสอนอืน่ ๆ มาบรู ณาการใช้กบั การเรยี น
ในชน้ั เรียนได้ เช่น การเรยี นผา่ นโทรทัศน์ (On-Air) หรอื การเรยี นผ่าน อินเทอร์เนต็ (Online) เป็นต้น
2. การเรียนผ่านโทรทัศน์ (On-Air) การเรียนการสอนทางไกลผ่านโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล และ
ระบบดาวเทียม เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงการเรียนรู้ในทุกครัวเรือน ทั้งนี้ มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่าน ดาวเทียม ใน
พระบรมราชูปถัมภ์ ได้อนุเคราะห์ในการส่งสัญญาณออกอากาศ 15 ช่องสัญญาณ (อนุบาล 1 –ม.6)
พร้อมทั้งอนุเคราะห์เนื้อหาสาระการเรียนรู้ในระดับ ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ส่วนเนื้อหา
สาระการเรียนรู้ในระดับ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขนั้ พืน้ ฐาน เป็นผจู้ ดั ทําส่ือวดิ ิทัศน์การเรยี นการสอน
3. การเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online) การเรียนการสอนแบบออนไลน์ เป็นการศึกษาผ่าน
เครอื ขา่ ยอินเทอร์เน็ต โดยนกั เรียนสามารถเลอื กเรียนตามความสนใจ หรอื ครอู าจกำหนดเน้ือหาการเรยี นรู้ เพ่ือให้
นักเรยี นเข้าถึงเนื้อหาด้วยตนเองได้ทุกทีท่ ุกเวลา เน้อื หาอาจประกอบดว้ ย ขอ้ ความ, รปู ภาพ, เสยี ง, วิดีโอ และสื่อ
มัลติมีเดียอื่น ๆ ซึ่งนักเรียน ครู และเพื่อนร่วมชั้นเรียนสามารถติดต่อ สื่อสาร ปรึกษา หรือแลกเปลี่ยนความ
คิดเห็นแบบเดียวกับการเรียน ในชั้นเรียนทั่วไป โดยใช้ช่องทางการสื่อสารผ่าน E-mail, Chat, Social Network
เป็นต้น
แนวปฏิบตั ิการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรียนในสงั กดั สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบรุ ี 1
ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปีการศึกษา 2563
6
รูปแบบการจัดการเรยี นการสอนที่โรงเรียนสามารถนำไปดำเนนิ การจัดการเรยี นการสอนได้
1. การจัดการเรียนการสอนแบบปกติ
การเรยี นในชน้ั เรียน (On-Site) สำหรบั สถานศึกษาที่มีผลการประเมินตนเอง ตามแบบประเมิน
ตนเองสำหรับ สถานศึกษาในการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกัน การแพร่ระบาด
ของโรค COVID-19 ในระดับ “สีเขียว” หรือ “สีเหลือง” สามารถจัดการเรียนการสอนแบบปกติ
ในชัน้ เรียนได้ ท้ังนจี้ ะตอ้ งปฏิบัติตามมาตรการ 6 ขอ้ ปฏิบัติ ในสถานศึกษา ได้แก่
1) วัดไข้
2) ใสห่ น้ากาก
3) ลา้ งมอื
4) เวน้ ระยะหา่ ง
5) ทำความสะอาด
6) ลดแออัด
รวมถึง สถานศกึ ษาจะตอ้ งนำเสนอ รปู แบบการจดั การเรยี นการสอน (ตามที่สถานศกึ ษา
ประเมินตนเองใน ข้อท่ี 9) และได้รบั ความเห็นชอบจากคณะกรรมการศกึ ษาธกิ ารจังหวดั (กศจ.)
และศนู ยป์ ฏบิ ตั ิการควบคมุ โรคจังหวัด (ศปก.จ.) ให้โรงเรียนสามารถเปิดเรยี นได้ทั้งโรงเรียน
2. การจดั การเรียนการสอนแบบผสมผสาน (Blended Learning)
การจัดการเรยี นการสอนแบบผสมสาน คือ การจดั การเรียนรู้ทใี่ ชร้ ปู แบบการเรียนรหู้ ลากหลาย ไม่ว่า
จะเปน็ การเรียนรทู้ เี่ กิดขนึ้ ในห้องเรียน ผสมผสานกับ การเรยี นรู้นอกหอ้ งเรยี นท่ีครแู ละนักเรียนไม่ได้เผชิญหน้ากัน
ห ร ื อ ก า ร ใ ช้ แหลง่ เรียนรู้ ท่ีมี
อยู่อย่าง หลากหลาย ซ่ึง
มเี ป้าหมายอยู่ท่ี การเรียนรู้ของ
นักเรียน เป็นสำคัญ โดย
โรงเรียน สามารถเลือก
รูปแบบการ จัดการเรียนการ
สอนได้ตาม ตวั อย่าง ดังน้ี
แนวปฏิบตั ิการจัดการเรียนการสอนของโรงเรยี นในสังกดั สำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี 1
ในสถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปกี ารศกึ ษา 2563
7
2.1 การสลบั ชั้นมาเรยี นของนกั เรยี น แบบสลับวนั เรียน
2.2 การสลบั ช้นั มาเรยี นของนักเรยี น แบบสลับวันคู่ วนั คี่
แนวปฏบิ ัติการจดั การเรียนการสอนของโรงเรียนในสงั กดั สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบรุ ี 1
ในสถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปกี ารศึกษา 2563
8
2.3 การสลบั ชัน้ มาเรียนของนักเรยี น แบบสลบั วนั มาเรียน 5 วัน หยุด 9 วนั
แนวปฏบิ ัติการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบรุ ี 1
ในสถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปีการศกึ ษา 2563
9
2.4 การสลับชว่ งเวลามาเรียนของนักเรียน แบบเรยี นทุกวนั
2.5 การสลับกล่มุ นกั เรียน แบบแบง่ นกั เรียนในห้องเรียนเปน็ 2 กลมุ่
แนวปฏบิ ัติการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี 1
ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปีการศกึ ษา 2563
10
2.6 รูปแบบหรอื วิธีอน่ื ๆ
โรงเรยี นสามารถออกแบบวธิ กี ารจัดการเรยี นการสอนได้ตามความเหมาะสม กับบริบท
ของโรงเรียน โดยจำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียน ในการป้องกัน การติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019
ซึ่งรูปแบบการจัดการเรียนการสอนดังกล่าวต้องผ่าน การพิจารณาจากคณะกรรมการสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐาน และคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) รวมถึงต้องได้รับ
ความเห็นชอบ จากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัด (ศปก.จ.)
ตามลำดับ
แนวปฏบิ ตั ิการจัดการเรียนการสอนของโรงเรยี นในสังกดั สำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี 1
ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปีการศึกษา 2563
11
แนวทางการจัดการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีทางไกล
ในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
แนวปฏบิ ัติการจัดการเรยี นการสอนของโรงเรยี นในสังกดั สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบรุ ี 1
ในสถานการณแ์ พรร่ ะบาดของโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปีการศกึ ษา 2563
12
แนวปฏิบัติการจัดการเรยี นการสอนของโรงเรยี นในสงั กัดสำนกั งานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบุรี 1
ในสถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปกี ารศกึ ษา 2563
13
การจดั การเรียนการรสอนด้วยเทคโนโลยกี ารศกึ ษาทางไกล
ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
แนวปฏบิ ตั ิการจดั การเรียนการสอนของโรงเรยี นในสงั กดั สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบรุ ี 1
ในสถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปีการศกึ ษา 2563
14
แนวปฏิบัติการจัดการเรยี นการสอนของโรงเรยี นในสงั กัดสำนกั งานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบุรี 1
ในสถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปกี ารศกึ ษา 2563
15
แนวปฏิบัติการจัดการเรยี นการสอนของโรงเรยี นในสงั กัดสำนกั งานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบุรี 1
ในสถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปกี ารศกึ ษา 2563
16
แนวปฏบิ ัตขิ องสถานศึกษาในการเปดิ เรยี น ปีการศกึ ษา 2563
การเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาสำหรับการจัดการศึกษา ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อให้แนวปฏิบัติสำหรับสถานศึกษาในการป้องกันการแพร่ระบาด
ของโรคโควิด 19 ก่อนการเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2563 เกิดประโยชน์และมีผลกระทบในทางที่ดีต่อบุคลากรที่
เกยี่ วขอ้ งได้แก่ ผู้บรหิ ารสถานศึกษา ครูผู้ดูแลนกั เรยี น ผู้ปกครอง และนักเรยี น จึงกำหนดให้มีแนวปฏิบตั ิสำหรับบุคลากร
ของสถานศึกษาสำหรับใช้เป็นแนวทางการปฏบิ ัตติ นอย่างเคร่งครัด มีดังน้ี
แนวปฏบิ ัติของผู้บริหารสถานศึกษา
1. ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติการปองกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในสถานศึกษา
2. จดั ตั้งคณะทำงานดำเนินการควบคมุ ดแู ลและป้องกนั การแพร่ระบาดของโรคโควดิ 19
ประกอบดว้ ยครู นกั เรยี น ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ท้องถน่ิ ชมุ ชน และผู้เกี่ยวข้อง พร้อมบทบาทหน้าที่
3. ทบทวน ปรบั ปรงุ ซ่อมปฏบิ ตั ิตามแผนฉกุ เฉินของสถานศึกษาในภาวะทีม่ ีการระบาดของ
โรคตดิ เช้ือ (Emergency operation for infectious disease outbreaks)
4. ส่ือสารประชาสัมพนั ธ์การปอ้ งกันโรคโควดิ 19 เกีย่ วกบั นโยบาย มาตรการ แนวปฏบิ ัติ และการ
จดั การเรยี นการสอนให้แก่ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษา ผ่านช่องทางสื่อสารที่เหมาะสม
และตดิ ตามขอ้ มูลขา่ วสารท่ีเกย่ี วข้องกับ โรคโควิด 19 จากแหล่งขอ้ มลู ทเี่ ช่ือถือได้
5. สื่อสารทำความเขา้ ใจเพอ่ื ลดการรงั เกยี จและลดการตตี ราทางสงั คม (Social stigma) กรณีอาจ
พบบุคลากรในสถานศึกษา นักเรียน หรือผู้ปกครองตดิ เชอ้ื โรคโควิด 19
6. มมี าตรการคดั กรองสุขภาพทุกคน บริเวณจดุ แรกเขาไปในสถานศึกษา (Point of entry) ให้แก่
นักเรียน ครู บุคลากรและผู้มาติดต่อและจัดให้มีพื้นที่แยกโรคอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากผ้าหรือหน้ากาก
อนามัย เจลแอลกอฮอล์ อย่างเพียงพอ รวมถึงเพิ่มช่องทางการสื่อสารระหว่าง ครู นักเรียน ผู้ปกครองและ
เจ้าหนาทีส่ าธารณสขุ ในกรณีทพี่ บนกั เรียนกลุ่มเสี่ยงหรอื สงสัย
7. ควรพจิ ารณาการจดั ให้นักเรียนสามารถเข้าถึงการเรียนการสอนที่มีคุณภาพเหมาะสมตามบรบิ ท
ได้อย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบติดตาม กรณีนักเรียนขาดเรียน ลาป่วย การปิดสถานศึกษา การจัดให้มีการเรียน
ทางไกล สือ่ ออนไลน์ การตดิ ตอทางโทรศัพท์ Social media โดยตดิ ตามเป็นรายวนั หรือสปั ดาห์
8. กรณพี บนกั เรยี น ครู บุคลากร หรือผู้ปกครองอยู่ในกลมุ่ เสย่ี งหรอื ผู้ป่วยยืนยันเขามาใน
สถานศึกษาให้รีบแจ้งเจ้าหน้าท่ีสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อดำเนินการสอบสวนโรคและพิจารณาปิดสถานศกึ ษา ตาม
แนวทางของกระทรวงสาธารณสขุ
9. มมี าตรการใหน้ กั เรยี นได้รับอาหารกลางวันและอาหารเสรมิ นมตามสิทธิที่ควรได้รับ
10. กรณีพบอย่ใู นกลุม่ เสีย่ งหรอื กกั ตัว ควบคุม กำกบั ติดตาม และตรวจสอบการดำเนินงานตาม
มาตรการปอ้ งกันการแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ 19 ในสถานศึกษาอยา่ งเครง่ ครดั และต่อเน่ือง
แนวปฏบิ ตั ิการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในสงั กดั สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบรุ ี 1
ในสถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปกี ารศึกษา 2563
17
แนวปฏบิ ัติสำหรบั ครู
1. ตดิ ตามข้อมูลข่าวสารสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคพื้นท่ีเสี่ยง คำแนะนำการปอ้ งกันตนเอง
และลดความเสย่ี งจากการแพรกระจายของเช้ือโรคโควดิ 19 จากแหลงขอมูลทีเ่ ชอ่ื ถือได้
2. สงั เกตอาการป่วยของตนเอง หากมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมกู เจบ็ คอหายใจลำบาก เหนื่อยหอบ ไม่ได้
กลิ่น ไม่รู้รส ให้หยุดปฏิบัติงาน และรีบไปพบแพทย์ทันที กรณีมีคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคโควิด 19 หรือ
กลับจากพน้ื ท่ีเสยี่ งและอยู่ในช่วงกกั ตวั ใหป้ ฏบิ ตั ติ ามคำแนะนำของเจา้ หน้าทีส่ าธารณสุขอย่างเคร่งครดั
3. แจ้งผู้ปกครองและนกั เรยี น ให้นำของใช้ส่วนตวั และอุปกรณ์ปอ้ งกันมาใช้เป็นของตนเอง พร้อมใช้
เช่น ช้อน ส้อม แก้นำ้ แปรงสีฟัน ยาสฟี ัน ผ้าเชด็ หน้า หน้ากากผ้าหรอื หน้ากากอนามยั เป็นต้น
4. สื่อสารความรู้คำแนะนำหรอื จดั หาสื่อประชาสัมพันธ์ในการป้องกนั และลดความเสีย่ งจากการแพร่
กระจาย โรคโควิด 19 ให้แก่นักเรียน เช่น สอนวิธีการล้างมือที่ถูกต้อง การสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากาก
อนามัย คำแนะนำการปฏิบัติตัว การเว้นระยะห่างทางสังคม การทำความสะอาด หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม
รวมกัน จำนวนมากเพอ่ื ลดความแออัด
5. ทำความสะอาดส่ือการเรยี นการสอนหรอื อุปกรณ์ของใช้รว่ มทเ่ี ป็นจุดสัมผสั เส่ียง ทุกคร้งั
หลังใช้งาน
6. ควบคุมดแู ลการจดั ท่ีนัง่ ในห้องเรยี น ระหว่างโต๊ะเรยี น ทนี่ ง่ั ในโรงอาหาร การจัดเว้นระยะห่าง
ระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 – 2 เมตร หรือเหลื่อมเวลาพักกินอาหารกลางวัน และกำกับให้นักเรียน สวมหน้ากาก
ผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และล้างมอื บ่อย ๆ
7. ตรวจสอบ กำกับ ติดตามการมาเรยี นของนกั เรียนขาดเรียน ถูกกักตัวหรืออยูในกลุ่มเส่ียง
ต่ออการติดโรคโควดิ 19 และรายงานตอ่ ผู้บรหิ าร
8. ทำการตรวจคดั กรองสุขภาพทกุ คนท่เี ข้ามาในสถานศึกษาในตอนเช้า ทั้งนักเรียน ครู บุคลากร
และผู้มาตดิ ตอ่ โดยใช้เครือ่ งวัดอณุ หภูมิร่างกาย พร้อมสังเกตอาการและสอบถามอาการของ ระบบทางเดินหายใจ
เช่น มีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ ไม่ได้กลิ่น ไม่รู้รส โดยติดสัญลกั ษณ์สติ๊กเกอร์หรอื
ตราแสดงให้เห็นชดั เจนว่าผ่านการคดั กรองแล้ว
8.1 กรณีพบนกั เรียนหรอื ผู้มีอาการมไี ข้ อณุ หภูมริ ่างกายตัง้ แต่ 37.5 องศาเซลเซยี สขน้ึ ไป รวม
กบั อาการระบบทางเดนิ หายใจอย่างใดอย่างหนึง่ จัดให้อยู่ในพนื้ ทแี่ ยกส่วน ให้รบี แจ้งผู้ปกครองมารบั และพาไปพบ
แพทย์ ให้หยุดพักที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อประเมินสถานการณ์และ
ดำเนินการสอบสวนโรค และแจ้งผู้บริหารเพื่อพิจารณาการปิดสถานศึกษาตามมาตรการแนวทางของ
กระทรวงสาธารณสุข
8.2 บนั ทึกผลการคัดกรองและส่งตอ่ ประวัตกิ ารป่วย ตามแบบบันทึกการตรวจสขุ ภาพ
8.3 จัดอุปกรณ์การล้างมือพร้อมใช้งานอย่างเพียงพอ เช่น เจลแอลกอฮอล์วางไว้บริเวณทางเข้าสบู่
ล้างมอื บรเิ วณอ่างล้างมอื
9. กรณีครูสังเกตพบนักเรียนที่มีปัญหาพฤติกรรม เช่น เด็กสมาธิสั้น เด็กที่มีความวิตกกังวลสูง อาจมี
พฤติกรรมดูดนิ้วหรือกัดเล็บ ครูสามารถติดตามอาการและนำเข้าข้อมูลที่สังเกตพบในฐานข้อมูล ด้าน
แนวปฏบิ ตั ิการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในสังกดั สำนักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบรุ ี 1
ในสถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปีการศกึ ษา 2563
18
พฤติกรรมอารมณ์สังคมของนักเรียน (หรอื ฐานขอมูล HERO) เพอ่ื ให้เกิดการดูแลช่วยเหลือร่วมกับผู้เช่ียวชาญด้าน
สุขภาพจติ ต่อไป
10. วธิ กี ารปรบั พฤตกิ รรมสำหรบั นกั เรยี นทีไ่ มร่ ่วมมอื ปฏบิ ัติตามมาตรการท่คี รูกำหนด ด้วยการ
แก้ปญั หาการเรยี นรู้ใหมใ่ ห้ถูกต้อง นัน่ คอื “สรางพฤติกรรมที่พงึ ประสงค” หรอื “ลดพฤตกิ รรมท่ีไม่พึง
ประสงค”์
11. ครสู ่อื สารความรู้เกี่ยวกบั ความเครียด ว่าเป็นปฏิกิรยิ าปกตทิ ่เี กดิ ข้นึ ไดใ้ นภาวะวกิ ฤตทิ ี่มกี ารแพร่
ระบาดของโรคโควิด 19 และนำกระบวนการการจัดการความเครียด การฝึกสติให้กลมกลืนและเหมาะสมกับ
นักเรียนแต่ละวัย รวมกับการฝึกทักษะชีวิตที่เสริมสรางความเข้มแข็งทางใจ (Resilience) ให้กับนักเรียน ได้แก่
ทักษะชีวิตด้านอารมณ สงั คม และความคิด เป็นต้น
12. ครสู ังเกตอารมณค์ วามเครียดของตวั ท่านเอง เน่อื งจากภาระหน้าทกี่ ารดูแลนักเรียนจำนวนมาก
และกำกับให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดโรคโควิด 19 เป็นบทบาทสำคัญ อาจจะสร้างความเครียด วิตก
กังวล ทั้งจากการเฝ้าระวังนักเรียน และการป้องกันตัวท่านเองจากการสัมผัสกับเชื้อโรค ดังนั้น เมื่อครูมี
ความเครยี ด จากสาเหตุต่าง ๆ มขี ้อเสนอแนะ ดงั นี้
12.1 ความสบั สนมาตรการของสถานศึกษาที่ไม่กระจ่างชัดเจน แนะนำให้สอบถามกบั ผู้บริหารหรือ
เพือ่ น ร่วมงาน เพื่อให้เขา้ ใจบทบาทหน้าท่แี ละขอปฏิบตั ิที่ตรงกัน
12.2 ความวติ กกังวล กลัวการตดิ เช้อื ในสถานศกึ ษา พูดคุยส่ือสารถึงความไม่สบายใจ ร้องขอ
ส่ิงจำเป็น สำหรับการเรียนการสอนท่เี พียงพอต่อการป้องกันการตดิ โรคโควิด 19 เช่น สถานที่ สื่อการสอน
กระบวนการเรียนรู้ การส่งงานหรือตรวจการบ้าน เป็นต้น หากท่านเป็นกลุมเสี่ยง มีโรคประจำตัว สามารถเข้าสู่
แนวทางดแู ลบุคลากรของสถานศกึ ษา
12.3 จัดให้มกี ารจดั การความเครยี ด การฝึกสตเิ ป็นกจิ วัตรก่อนเร่มิ การเรยี นการสอนเพื่อลด
ความวติ กกังวลตอสถานการณท์ ่ตี ึงเครียดนี้
แนวปฏิบัตสิ ำหรับนักเรียน
1. ติดตามขอ้ มลู ขา่ วสารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควดิ 19 พ้นื ท่เี สย่ี ง คำแนะนำ
การป้องกันตนเองและลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของโรคโควิด 19 จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
2. สังเกตอาการป่วยของตนเอง หากมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจล าบาก เหนื่อยหอบ
ไม่ได้กลิ่น ไม่รู้รส รีบแจ้งครู หรือผู้ปกครองให้พาไปพบแพทย์ กรณีมีคนในครอบครัวด้วยโรคโควิด 19 หรือ
กลับจากพื้นที่เสี่ยงและอยู่ในช่วงกักตัว ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
3. มีและใช้ของส่วนตัว ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่น ช้อน ส้อม แก้วน้ า แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าเช็ดหน้า
หนา้ กากผ้าหรือหน้ากากอนามัย และทำความสะอาดหรอื เกบ็ ใหเ้ รยี บรอ้ ย ทกุ ครั้งหลงั ใชง้ าน
4. กรณีนักเรียนดื่มน้ำบรรจุชวด ควรแยกเฉพาะตนเอง และทำเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์เฉพาะ
ไม่ให้ปะปนกบั ของคนอ่ืน
แนวปฏบิ ตั ิการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรยี นในสังกดั สำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี 1
ในสถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปีการศึกษา 2563
19
5. หมั่นล้างมือบอ่ ย ๆ ด้วยวธิ ลี า้ งมอื 7 ขัน้ ตอน อย่างน้อย 20 วินาที กอ่ นกนิ อาหาร หลังใช้ส้วม
หลีกเลี่ยงใช้มือสัมผัสใบหนา้ ตา ปาก จมูก โดยไม่จำเป็น รวมถึงสร้างสุขนิสัยทีด่ ีหลงั เล่นกับเพื่อน เมื่อกลับมาถึง
บา้ น ต้องรีบอาบน้ำ สระผม และเปลยี่ นเสือ้ ผา้ ใหมท่ นั ที
6. เว้นระยะหา่ งระหว่างบคุ คล อย่างนอ้ ย 1 -2 เมตร ในการท ากจิ กรรมระหว่างเรยี น ช่วงพัก และ
หลังเลกิ เรยี น เชน่ น่งั กนิ อาหาร เล่นกับเพอื่ น เขา้ แถวต่อคิว ระหวา่ งเดนิ ทางอยบู่ นรถ
7. สวมหน้ากากผ้าหรือหนา้ หน้ากากอนามัยตลอดเวลาทอ่ี ย่ใู นสถานศกึ ษา
8. หลีกเลีย่ งการไปในสถานทีท่ แี่ ออัด หรือแหลง่ ชุมชนทเี่ สี่ยงต่อการตดิ โรคโควดิ 19
9. ดแู ลสุขภาพใหแ้ ข็งแรง ด้วยกินอาหารปรงุ สุก รอ้ น สะอาด รบั ประทานอาหารครบ 5 หมู่
และผัก ผลไม้ 5 สี เสริมสร้างภูมิค้มุ กนั ควรเสรมิ อาหารเช้าจากบ้านหรือใหผ้ ูป้ กครองจัดเตรียมอาหารกล่อง กินที่
โรงเรียนแทน รวมถงึ ออกกำลังกาย อย่างน้อย 60 นาที ทกุ วัน และนอนหลบั อย่างเพียงพอ 9 -11 ช่วั โมงต่อวนั
10.กรณีนกั เรียนขาดเรยี น หรอื ถกู กักตัว ควรตดิ ตามความคบื หน้าการเรยี นอยา่ งสม่ำเสมอ ปรึกษา
ครู เชน่ การเรยี นการสอน สอื่ ออนไลน์ อ่านหนงั สอื ทบทวนบทเรยี น และทำแบบฝึกหดั ทบ่ี า้ น
11. หลกี เลย่ี งการลอ้ เลียนความผดิ ปกติ หรืออาการไมส่ บายของเพ่อื น เนื่องจากอาจจะก่อให้เกดิ
ความหวาดกลัวมากเกินไปตอ่ การปว่ ย หรอื การตดิ โรคโควิด 19 และเกดิ การแบง่ แยกกีดกันในหมู่นักเรียน
แนวปฏบิ ตั สิ ำหรบั ผู้ปกครอง
1. ติดตามข้อมลู ขา่ วสารการแพร่ระบาดของโรคโควดิ 19 พืน้ ทีเ่ สีย่ ง คำแนะนำการป้องกันตนเอง
และลดความเส่ียงจากการแพร่ระบาดชองโรค จากแหล่งข้อมลู ท่เี ช่ือถอื ได้
2. สังเกตอาการปว่ ยของบตุ รหลาน หากมอี าการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก เหน่อื ยหอบ
ไม่ได้กลิ่น ไม่รู้รส ให้รีบพาไปพบแพทย์ ควรแยกเด็กไม่ให้ไปเล่นกับคนอื่น ให้พักผ่อนอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหาย
เป็นปกติ กรณีมีคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคโควิด 19 หรือกลับจากพื้นที่เสี่ยง อยู่ในช่วงกักตัว ให้ปฏิบัติตาม
คำแนะนำของเจ้าหนา้ ท่สี าธารณสขุ อยา่ งเครง่ ครัด
3. จดั หาของใช้สว่ นตัวใหบ้ ุตรหลานอย่างเพียงพอในแต่ละวนั ทำความสะอาดทกุ วนั เช่น หน้ากาก
ผา้ ชอ้ น สอ้ ม แก้วน้ า แปรงสฟี ัน ยาสฟี ัน ผ้าเชด็ หน้า ผา้ เชด็ ตวั
4. จัดหาสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ และกำกับดูแลบุตรหลานให้ล้างมือบ่อย ๆ ก่อนกินอาหาร หลังใช้
ส้วม หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จำเป็น และสร้างสุขนิสัยที่ดีหลังเล่นกับเพื่อน และ
เมื่อกลบั ถึงบ้าน ควรอาบน้ำ สระผม และเปลี่ยนชดุ เส้ือผ้าใหม่ทันที
5. ดูแลสขุ ภาพบตุ รหลาน จัดเตรยี มอาหารปรงุ สุก ใหม่ สง่ เสรมิ ให้กนิ อาหารร้อน สะอาด อาหารครบ
5 หมู่ ผัก ผลไม้ 5 สี และควรจัดอาหารกล่อง (Box set) ให้แก่นักเรียนในช่วงเช้าแทนการซือ้ จากโรงเรียน (กรณี
ที่ไม่ได้กนิ อาหารเช้าจากที่บ้าน) เพ่อื สรา้ งภูมิค้มุ กัน ออกกำลังกายอย่างน้อย 60 นาที ทุกวนั และนอนหลับอย่าง
เพียงพอ 9 -11 ชั่วโมงตอ่ วัน
แนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนของโรงเรยี นในสังกัดสำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี 1
ในสถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปกี ารศกึ ษา 2563
20
6. หลีกเลีย่ งการพาบุตรหลานไปในสถานทเ่ี สยี่ งตอ่ การติดโรคโควิด 19 สถานที่แออัดท่ีมกี ารรวมกัน
ของคนจำนวนมาก หากจำเป็น ต้องสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ ตาม 7 ขั้นตอน
ด้วยสบู่และน้ำ นาน 20 วินาที (ให้นักเรียนร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ 2 ครั้ง พร้อมกับล้างมือ) หรือใช้เจล
แอลกอฮอล์
7. กรณีมีการจัดการเรียนการสอนทางไกล ออนไลน์ ผู้ปกครองควรให้ความร่วมมือกับครู
ในการดูแลจดั การเรียนการสอนแกน่ ักเรยี น เช่น การสง่ การบา้ น การรว่ มทำกิจกรรม เป็นต้น
การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน
การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน ให้นำกระบวนการจัดการเรียนรู้ ที่เน้นฝึกกระบวนการคิด
ให้นักเรียนเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัตมิ ากกว่าการฟัง บรรยายเพียงอย่างเดียว จากเดิมเริ่มที่ครูสอนในห้องเรียน
แล้วมอบการบา้ นใหไ้ ป ทำที่บา้ น อาจเปลยี่ นเป็นครกู ำหนดประเดน็ หรอื หัวข้อ พร้อมทง้ั ใหแ้ หล่งขอ้ มูล นักเรียนไป
ศกึ ษาคน้ คว้าดว้ ยตนเองล่วงหน้า เมือ่ มาเรียนในหอ้ ง เป็นการอภปิ ราย ถกแถลง และแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น โดย
ครูเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้เกิด การเรียนรู้ การตรวจสอบความเข้าใจการเรียนรู้ของนักเรียน เป็นสิ่งสำคัญ
ควรดำเนินการเป็นระยะ สามารถดูจากการแสดงความคิดเห็น การทำกิจกรรมระหว่างเรียน การทำแบบฝึก การ
สรปุ การเรียนรู้ เชน่ Mind Map เป็นต้น
การจัดประสบการณ์สำหรับนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา (อนบุ าล) ครูสามารถออกแบบกิจกรรมตาม
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และอาจเลือกใช้เทคโนโลยีในการจัดกิจกรรมหรือผสมผสานกิจกรรม
แบบบูรณาการเพื่อส่งเสริม พัฒนาการนักเรียนทุกด้านโดยมีครูผู้สอนเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวก
สำหรับการกำหนดตารางหรือกิจวัตรประจำวันและสิ่งแวดล้อมในห้องเรียน ให้คำนึงถึงการรักษาความปลอดภัย
ของนกั เรียนเป็นสำคัญ
แนวปฏิบัติการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรียนในสังกดั สำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี 1
ในสถานการณแ์ พรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปีการศึกษา 2563
21
แนวปฏิบัตกิ ารนับวลาเรียน การสอนชดเชย และการอนุมตั กิ ารจบการศกึ ษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
แนวทางการเปิด – ปิดภาคเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของ
กระทรวงศกึ ษาธิการ กำหนดการเปดิ และปิดภาคเรยี น ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓ ดังนี้
ภาคเรียนที่หน่ึง
วันเปิดภาคเรยี น วนั ที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ วนั ปิดภาคเรียน วนั ที่ ๑๔ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓
ภาคเรียนทส่ี อง
วันเปิดภาคเรียนวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ วันปิดภาคเรียน วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๔ และกำหนดให้
สถานศึกษาจดั ใหม้ กี ารสอนชดเชยให้ครบตามหลักสูตรของแตล่ ะระดบั
เพื่อให้การดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแนวทางเดียวกัน
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานขอแจ้งแนวปฏิบัติการนับเวลาเรียนการสอนชดเชย และการอนุมัติ
การจบการศึกษา ในปีการศึกษา ๒๕๖๓ ใหส้ ำนกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาและสถานศึกษาดำเนินการ ดังนี้
๑. การนับเวลาเรียนการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ ตาม
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนด
สถานศึกษาต้องมีเวลาเพียงพอที่จะพัฒนาผู้เรียนรอบด้าน จากสถานการณ์ COVID – 19 สถานศึกษาที่จัดการ
เรยี นการสอนทางไกลในระบบออนแอร์ หรอื ออนไลน์สามารถตรวจสอบเวลาเรยี นของนักเรียน และบรหิ ารจัดการ
เวลาเรียนในแตล่ ะภาคเรยี นและตลอดปีการศกึ ษา ใหค้ รบตามโครงสรา้ งเวลาเรียนทีห่ ลกั สูตรกำหนด ดังนี้
๑.๑ ให้เริ่มนับเวลาเรียน ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไป และนับรวมเวลาเรียนที่
สถานศึกษาบรหิ ารจัดการด้วยวธิ ีการใด ๆ เพอ่ื เปดิ สอนชเขยใหค้ รบตามโครงสรา้ งเวลาเรียน
๑.๒ กอ่ นเริม่ เรยี นตามตารางสอนทางไกลในแตล่ ะวัน ครตู อ้ งมกี ารตรวจสอบความพร้อมของ
นักเรียน เหมือนกับเช็คชื่อนักเรียน ให้มีการรายงานตัวว่ามีความพร้อมที่จะเรียนในแต่ละวิชา ตามวิธีการของแต่
ละโรงเรยี น ซึ่งตอ้ งมกี ารชี้แจงและนดั หมายผปู้ กครองและนักเรยี นใหเ้ ขา้ ใจ
๑.๓ การนับจำนวนเวลาเรียนของแต่ละวิชา เชน่
๑.๓.๑ นับจำนวนชั่วโมงท่เี รียนจริงตามตารางสอน
๑.๓.๒ กิจกรรมหรืองานใด ๆ ทม่ี อบหมายให้นักเรยี นปฏบิ ัติ ถ้าหากจะนบั เป็นเวลา
เรียนต้องกำหนดในตารางสอน หรอื เอกสารอืน่ ทร่ี ะบุไว้อย่างชดั เจน
๒. การสอนชดเชยการจัดารเรียนการสอนในระดับปฐมวัย มีเวลาเรียนครบ ๑๘๐ วัน ตามที่หลักสูตร
การศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กำหนด ไม่จำเป็นต้องสอนชดเชย สำหรับการจัดการเรียนการสอนระดับ
ประถมศกึ ษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศกึ ษาตอนปลาย สถานศึกษาสามารถบริหารจดั การได้ตามบริบทและ
ความเหมาะสม หรอื อาจจะใช้วิธีใดวิธีหนงึ่ หรือใชห้ ลายวิธรี ว่ มกัน ดงั ตอ่ ไปนี้
๒.๑ การจดั การเรยี นการสอนทโ่ี รงเรียน
๒.๑.๑ เพมิ่ จำนวนเวลาเรยี นในแต่ละวนั
๒.๑.๒ เพ่ิมการเรยี นในวนั หยุด
๒.๒ การจดั การเรยี นการสอนผ่านออนไลน์
๒.๒.๑ กำหนดตารางสอนให้ชดั เจน เพือ่ นำมานับชว่ั โมงการเรยี นได้
๒.๒.๒ เลือกมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้วี ัด ท่ีสามารถวัดและประเมนิ ผลได้จริง
คำนงึ ถึงบรบิ ทของนกั เรียนที่บา้ นและความพร้อมของผู้ปกครอง
แนวปฏบิ ตั ิการจัดการเรยี นการสอนของโรงเรียนในสังกดั สำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี 1
ในสถานการณแ์ พรร่ ะบาดของโรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปกี ารศกึ ษา 2563
22
๒.๓ การจัดการเรียนการสอนแบบผสมการจัดการเรียนการสอนทผี่ สมผสานหลายซ่องทาง
หรือหลากหลายวิธสี อน จะต้อง กำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ สอดคล้องกับเวลาในตารางสอน เชน่
๒.๓.๑ มอบหมายให้นักเรียนทำโครงงาน หรือแก้โจทยป์ ัญหาทที่ ้าทาย แลว้ สง่ ไฟล์
งานทางออนไลน์ หรือช่องทางอื่น ๆ ท่สี ะดวก
๒.๓.๒ การจัดการเรียนการสอน โดยครูกำหนดประเด็นหรือหัวข้อให้นักเรียน
ไปศกึ ษาส่งหนา้ พร้อมทัง้ ให้แหล่งข้อมลู จากน้ัน นดั หมายเวลามาอภปิ ราย แถลง แลกเปล่ยี นความคดิ เห็นอาจจะ
มาพบกันที่โรงเรียน หรือผ่านออนไลน์ตามช่องทางที่สะดวก นอกจากนี้ สามารถนำการเรียนการสอน
ในช่วงเวลาของการเตรียมความพร้อม หรือการปรับพื้นฐานการเรียนรู้ของนักเรียน ในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม -
๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ มาใช้เป็นแหลง่ ข้อมูลได้
๓. การอนุมัตกิ ารจบการศึกษาการออกเอกสารหลักฐานการศกึ ษา
๓.๑ เมอ่ื สถานศึกษาจดั การเรียนการสอนครบตามโครงสร้างเวลาเรยี น และเกณฑ์การจบ
แตล่ ะระดับ ให้อนุมัตกิ ารจบการศึกษา ภายในวันท่ี ๙ เมษายน ๒๕๖๔
๓.๒ กรณีนักเรียนมีผลการเรียนไม่สมบูรณ์ (ติด ๐ ร มส) ให้สถานศึกษาสอนซ่อมเสริมและ
ดำเนนิ การวดั และประเมินผลให้เสรจ็ สิน้ และอนมุ ตั กิ ารจบการศกึ ษา ภายในวนั ท่ี ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ทั้งนี้ สถานศึกษาสามารถศึกษาแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เพิ่มเต็ม ได้จากเว็บไซต์ของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร
(http://academic.obec.go.th/document.php?ispage=16)
แนวปฏบิ ัติการจดั การเรียนการสอนของโรงเรยี นในสงั กัดสำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบรุ ี 1
ในสถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปีการศกึ ษา 2563
23
แนวทางการดำเนินงานและบรหิ ารงบประมาณ การสนับสนุนค่าใชจ้ ่ายในการจัดการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน
ในช่วงสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019
การบริหารงบประมาณประจำปี โดยปกติแล้วรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่าย ในการจัดการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน ให้กับสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน จำนวน
5 รายการ ดังนี้
1. คา่ จัดการเรียนการสอน
2. ค่าหนังสือเรยี น
3. ค่าอปุ กรณ์การเรียน
4. คา่ เคร่อื งแบบนกั เรยี น
5. ค่ากจิ กรรมพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียนโดยในแตล่ ะรายการมกี ารดำเนนิ การ ดงั นี้
1. ค่าจัดการเรยี นการสอน (เงนิ อดุ หนุนรายหวั ) สามารถใชใ้ นลกั ษณะ 3 ประเภท งบ
รายจ่าย ดงั น้ี
1.1 งบบุคลากร ไดแ้ ก่ คา่ จา้ งช่ัวคราว เชน่ จ้างครูอัตราจา้ งรายเดอื น พนักงานขบั รถ
นกั การภารโรง เป็นตน้
1.2 งบดำเนนิ งาน ได้แก่ คา่ ตอบแทน คา่ ใชส้ อย ค่าวสั ดุ และ คา่ สาธารณปู โภค
1.3 งบลงทุน ไดแ้ ก่ ค่าครภุ ัณฑ์ และค่าที่ดิน สง่ิ ก่อสร้าง
รายการที่ 2 , 3 , 4 ดำเนนิ การตามระเบียบวิธีการใช้งบประมาณ ในแตล่ ะประเภทรายการ
5. คา่ กจิ กรรมพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น
เดิม รายการคา่ กิจกรรมพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น สถานศกึ ษามีการดำเนนิ การดงั น้ี
1) กจิ กรรมวชิ าการ
2) กิจกรรมคุณธรรม จรยิ ธรรม ลูกเสอื เนตรนารี ยุวกาชาด ผ้บู ําเพญ็ ประโยชน์
3) กิจกรรมทศั นศกึ ษา
4) กิจกรรมการบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร (ICT)
เพ่มิ เตมิ ในชว่ งสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน ได้จดั ทำแนวทางการดําเนนิ งานรายการค่ากิจกรรม พัฒนาคุณภาพ
ผูเ้ รยี นเพิม่ เติม เพื่อสนบั สนนุ การจดั การเรียนการสอนทางไกล โดยเพ่ิม กจิ กรรมที่ 5 ดงั นี้
5) กิจกรรมการจัดการเรียนการสอนทางไกลในช่วงสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรค
ติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เชน่ การผลิตส่อื การเรียน การสอน ใบงาน แบบฝกึ หดั และค่าใช้จ่ายใน
การติดตามและเยี่ยมบ้านนกั เรยี นที่เป็นค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของข้าราชการครูและบคุ ลากร
ทางการศึกษา เปน็ ต้น
**********************************************
แนวปฏบิ ตั ิการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรยี นในสังกัดสำนกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบรุ ี 1
ในสถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปีการศกึ ษา 2563
24
แนวปฏิบัติการจัดการเรยี นการสอนของโรงเรยี นในสงั กัดสำนกั งานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบุรี 1
ในสถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปกี ารศกึ ษา 2563
ภาคผนวก
บรรณานุกรม
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.(2563). แนวทางการจัดการเรียน
การสอนของโรงเรียนสงั กดั สำนักงานการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน ในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรค
ตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ปีการศึกษา 2563. กระทรวงศกึ ษาธิการ.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ . (2563). คมู่ ือการปฏิบตั ิสำหรบั สถานศึกษาในการปอ้ งกันกรแพร่ระบาด
ของโรคโควดิ 19. นนทบรุ ี : บรษิ ทั คิว แอดเวอรไ์ ทซ่งิ จ ากัด.
จงกลนี วิทยารงุ่ เรอื งศรีและภมรศรี แดงชยั . (2563). คมู่ อื การจัดการโรงเรยี นรับมือโควิด 19. กรงุ เทพฯ :
บริษทั สหมติ รพริ้นติ้งแอนพบั ลสิ ช่งิ จ ากดั .
องคก์ ารยนู ิเซฟ ประเทศไทย. (2563). แนวทางการปฏบิ ัตสิ ำหรับสถานศกึ ษาเพ่ือป้องกันและควบคมุ
การแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ 19 (COVID-19). ม.ป.ท.
คณะทำงาน
ทปี่ รึกษา
1. นายวทิ ยาเกียรติ เงนิ ดี ผูอ้ ำนวยการสำนกั งานเขตพนื้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบรุ ี เขต 1
2. วา่ ทรี่ อ้ ยเอกพรเนตร ศรีทอง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษากาญจนบรุ ี เขต 1
3. นายสชุ าติ อนิ ทรศักดิ์ รองผูอ้ ำนวยการสำนักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต 1
4. นางเสาวณี กิตตริ กั ษว์ รากร รองผูอ้ ำนวยการสำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบรุ ี เขต 1
1. นายวนิ ัย ธรรมเกอื้ กลู คณะทำงาน
2. นายสุรเดช รุ่งศรกี นก
3. นางอรพมิ พ์พรรณ คัมภีร์ ผอู้ ำนวยการกลุม่ นเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจัดการศึกษา
4. นางนติ ยาพร แซ่ตัง้ ศกึ ษานเิ ทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1
5. นางจนั จริ า คณุ ฑี ศึกษานเิ ทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1
6. นางทองพูน สรอ้ ยดอกจิก ศึกษานิเทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1
7. นางสาวปณุ ยนุช ทองศรี ศึกษานิเทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1
8. นางสาวรัชณีพร จาวรุง่ วณิชสกลุ ศกึ ษานิเทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1
9. นางพฒั น์รวี ฉตั รศรีทองกุล ศกึ ษานิเทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1
10. นางสาวพรรณภิ า หาญรกั ษ์ ศกึ ษานเิ ทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1
ศึกษานเิ ทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1
11. นายพนภาค ผวิ เกลีย้ ง ศกึ ษานเิ ทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1
12. นางพมิ พาภัทร์ มาท้วม
13. นางสาวอัจฉรา ศรวี งษ์ศิรวิ ฒั น์ ศึกษานิเทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1
14. นางปณิสรา ลัดดากลุ ศกึ ษานเิ ทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1
15. นางสาวศศชิ า ทรัพยล์ น้ ศึกษานเิ ทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1
16. นางไปรยา เยน็ สรง ศกึ ษานเิ ทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1
17. นางนิภา ใจดี ศกึ ษานเิ ทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1
ศึกษานิเทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1
เจา้ พนักงานธุรการ
กลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจดั การศึกษา
สำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษกาญจนบุรี เขต 1
ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จงั หวดั กาญจนบรุ ี