อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ นายปรีชา วจีทวีสิน
2
ส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานหีบเชิงชายประกอบศพ นายปรีชา วจีทวีสิน บ.ช. วันอาทิตย์ที่28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ณ ศาลา 15 วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานครและพระราชทานเพลิงศพ นายปรีชา วจีทวีสิน บ.ช. วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566 ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม เป็นเกียรติ อันสูงสุดแก่ผู้วายชนม์และวงศ์ตระกูลอย่างหาที่สุดมิได้ หากความทราบโดยญาณวิถีถึงดวงวิญญาณของ นายปรีชา วจีทวีสิน ได้ด้วยประการใดในสัมปรายภพ คงจะมีความปลาบปลื้มซาบซึ้งเป็นล้นพ้นใน พระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับพระราชทานเกียรติอันสูงยิ่งในวาระสุดท้ายแห่งชีวิต ข้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นภรรยา บุตร ธิดา และหลานๆ ขอพระราชทาน กราบถวายบังคมแทบเบื้องพระยุคลบาท ด้วยความส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้และจะเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม เป็นสรรพสิริมงคล แก่ข้าพระพุทธเจ้าและวงศ์ตระกูลตลอดไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ครอบครัววจีทวีสิน 3
4
5
คุณปรีชา วจีทวีสิน และครอบครัว บริจาคเงิน 10,000,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลศิริราชเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ 21 มิถุนายน พ.ศ.2565 6
ชีวิตไม่มีทางลัด ความส�ำเร็จเกิดจากการขัดเกลา เส้นทางการฝ่ าฟันของคุณปรีชา วจีทวีสิน นักธุรกิจค้ารองเท้าผู้ใจบุญบริจาคช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้มีปณิธานจึงท�ำงานส�ำเร็จ ชีวิตของทุกคนเปรียบเสมือนหนังสือเล่มหนึ่ง มีเนื้อหาไม่เหมือนกัน ชั่วชีวิตของแต่ละคนไม่อาจลอกเลียนแบบกันได้จุดเริ่มต้นของชีวิตมีทั้งสูงและต�่ำ ประสบการณ์ ก็แตกต่างกัน ต้องอาศัยความขยันและมุมานะเพื่อขีดเขียนเรื่องราวชีวิตของตนเอง ตลอดชีวิตของ คนเราต่างมีเป้าหมายต่างไขว่คว้า ต้องการเงินทองชื่อเสียงก็ต้องทุ่มเทก�ำลังให้ได้มา สะสมบุญ ท�ำความดีเพื่อความสงบในใจ วันที่21 มิถุนายน พ.ศ.2565 คุณปรีชาวจีทวีสิน ในวัย 86 ปีและคุณหนอวจีทวีสิน ภรรยา เดินทางมายังโรงพยาบาลศิริราชพร้อมกับครอบครัว เพื่อบริจาคเงิน 10 ล้านบาท เพื่อสนับสนุน โรงพยาบาลในการช่วยเหลือผู้ป่ วยยากจนขาดที่พึ่ง ซึ่งตามความประสงค์เดิมของคุณปรีชา ที่ว่า ท�ำบุญต้องให้ตรงจุด น�ำเงินไปมอบให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือจึงนับได้ว่าเป็นการท�ำบุญ คุณปรีชาเคยเห็นผู้ป่ วยยากจน ขาดแคลนเงินค่าเดินทางและค่ายา ความยากล�ำบากในเดินทางเพื่อ มารักษาโรคชวนให้เห็นใจมาก จึงเกิดความคิดที่จะบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ป่ วยยากไร้ซึ่งเป็น กลุ่มคนที่อ่อนแอของสังคมในทันทีคุณปรีชาเป็นผู้มีใจเมตตา ไม่เห็นแก่ชื่อเสียง ไม่ยึดติด ช่วยเหลือ คนก็เพื่อความสบายใจ ซึ่งจ�ำนวนเงินสิบล้านบาทเป็นจ�ำนวนเงินที่หลายคนท�ำงานอดออมทั้งชีวิต ก็ไม่อาจจะมีได้แต่นั่นก็ท�ำให้บรรลุถึงความใฝ่ ฝันที่อยู่ในใจตั้งแต่วัยเด็ก “สักวันหนึ่งถ้าประสบ ความส�ำเร็จแล้วจะช่วยเหลือและอนุเคราะห์คนยากจน” ความฝันนี้ต้องเริ่มเล่าจากชีวิตที่ยากล�ำบาก ในวัยหนุ่มของคุณปรีชา ชาติก�ำเนิดสูงหรือต�่ำ คนจะประสบความส�ำเร็จได้ล้วนต้องพึ่งตนเอง ในปีพ.ศ. 2479 คุณปรีชาเกิดในครอบครัวเชื้อสายจีนที่อ�ำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรีคุณพ่อของเขาหนีไฟสงคราม มาจากเขตเฉาอันจนมาถึงประเทศไทยตอนอายุ19 ปีหลังความยากล�ำบากผ่านพ้นไปก็ได้เริ่มต้น ชีวิตคู่แต่งภรรยาที่อ�ำเภอหนองแคและสร้างครอบครัวขึ้นมาแม้ชีวิตได้ลงหลักปักฐานแล้วแต่รายได้ เพียงเล็กน้อยจากการหาเลี้ยงชีพด้วยการท�ำเกษตรกรรม ท�ำให้ครอบครัวมีสภาพแวดล้อมความ เป็นอยู่ที่ล�ำบาก เมื่อมีลูกชายลูกสาวครอบครัวก็ยิ่งขัดสน รายรับน้อยกว่ารายจ่าย คุณปรีชาเป็น ลูกชายคนโต เป็นเด็กที่รู้ความ รูปร่างหน้าตาดีชวนให้คนรักเอ็นดูถึงจะอายุน้อย แต่ก็ไม่ย่อท้อต่อ ความยากจน เมื่อคุณปรีชาเห็นว่าคุณพ่อปลูกผักในอ�ำเภอหนองแคหาเงินไม่ได้มาก พออายุ12 ปี เขาจึงตัดสินใจ มาสู้ชีวิตที่กรุงเทพฯ คิดว่าต้องมีสักวันที่ลืมตาอ้าปากได้ 7
กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เจริญรุ ่งเรือง ผู้คนขวักไขว่ ช่วงที่มาถึงใหม่ๆ ส�ำหรับเด็กอายุ12 ปี ที่ไม่มีญาติที่ไหน ความล�ำบากยังรออยู่อีกมากแล้ว เพื่อเอาชีวิตรอด งานที่หาง่ายที่สุดในตอนนั้นก็ คือการเก็บขยะ รื้อกองขยะหาของที่น�ำไปขายแลกเงินได้เขาจึงใช้วิธีนี้เพื่อประคับประคองชีวิต เมื่อไม่มีเงินพอจะเช่าบ้าน ตอนกลางคืนก็นอนตามแผงขายของในตลาดโบ๊เบ๊ที่เหล่าพ่อค้ามาตั้ง แผงขายเสื้อผ้าตอนกลางวัน ตกเย็นพอพ่อค้าเก็บของกลับ แผงว่างนั้นได้กลายเป็นเตียงนอนของ คุณปรีชา ด้วยความที่อาศัยแผงขายของคนอื่น ทุกวันเขาจะต้องรีบตื่นเพื่อหลบออกไปแต่เช้าตรู ่ ล้างหน้าโดยใช้น�้ำคล�ำในคลองแสนแสบ ช่วงกลางวันค่อยไปอาบน�้ำตามห้องน�้ำวัด ใช้ชีวิตร่อนเร่ อยู่เช่นนี้ในขณะเดียวกันก็คบหาเพื่อนฝูงจ�ำนวนหนึ่ง การใช้ชีวิตเก็บขยะเพียงล�ำพังไร้ที่พึ่ง แค่คิด ก็รู้แล้วว่าล�ำบากยากเข็ญเพียงใด เมื่อพานพบคนที่มีชะตาชีวิตน่าเวทนาเช่นเดียวกัน คุณปรีชา คิดในใจว่า “สักวันหนึ่งถ้ามีเงินทองร�่ำรวย จะเอามาช่วยเหลือคนยากจน” ในสามร้อยหกสิบอาชีพ ทุกๆ อาชีพล้วนให้ก�ำเนิดจอหงวน ในช่วงเวลาสองสามปีแรกที่ คุณปรีชาเก็บขยะ เขาได้พบว่าในบรรดาสิ่งของที่น�ำไปแลกเงินได้รองเท้าหนังเก่าท�ำเงินได้ง่ายที่สุด ในเวลานั้นโรงงานผลิตยังมีคุณภาพไม่สูงนัก รองเท้าที่ใส่จนพื้นรองเท้าขาด บางคนก็น�ำไปทิ้ง บางคน ก็เอาไปเปลี่ยนพื้นใหม่ ดังนั้นเมื่อเก็บรองเท้าหนังได้บางส่วนก็สามารถซ่อมแซม เปลี่ยนพื้นใหม่ เพื่อน�ำไปขายมือสอง จากจุดนี้เองท�ำให้คุณปรีชาได้พบช่องทางการค้าขาย ค่อยๆ ขยับกลายเป็น พ่อค้าขายรองเท้ามือสอง รับซื้อรองเท้าเก่า เอามาเปลี่ยนพื้นเอง จากนั้นก็ตั้งแผงริมถนนขายรองเท้า มือสอง เมื่อมาถึงตอนนี้รายรับก็ดีขึ้นบ้าง มากพอให้สามารถเช่าห้องอยู่ได้ ตอนประเทศไทยประสบวิกฤตเศรษฐกิจ เกิดภาวะล้มละลาย ร้านค้าจ�ำนวนไม่น้อยที่ด�ำเนิน ธุรกิจต่อไม่ไหว พากันปิดกิจการลง ร้านรองเท้าย่านบางรักร้านหนึ่งก�ำลังจะเลิกกิจการ เอารองเท้า ที่เหลืออยู่ทั้งหมดมาโละขาย เถ้าแก่ร้านถามคุณปรีชาว่าสนใจรับสินค้าชุดนี้หรือไม่จะขายให้ใน ราคาถูก คุณปรีชาเห็นว่าถ้าขายรองเท้าชุดนี้หมดก็จะได้ก�ำไรงาม แต่จนใจที่ไม่มีเงินทุน เขามีเพื่อน คนหนึ่งที่ครอบครัวฐานะค่อนข้างดีสวมสร้อยคอทองค�ำเส้นใหญ่ จึงรวบรวมความกล้าถามเพื่อนว่า จะขอยืมไปจ�ำน�ำเพื่อมาซื้อรองเท้าก่อน พอขายรองเท้าได้แล้วจะไถ่สร้อยมาคืนให้เพื่อนก็ยินยอม แต่ว่าต้องไปขอความเห็นจากแม่ก่อน แม่ของเพื่อนเห็นว่าคุณปรีชาเป็นคนซื่อสัตย์จริงใจพึ่งพาได้ อยากช่วยเหลือจึงยินยอมให้ยืม เรื่องราวครั้งนี้ท�ำให้คุณปรีชาเห็นถึงความล�้ำค่าของมิตรภาพ เมื่อท�ำ การซื้อขายสินค้าชุดใหญ่นี้ส�ำเร็จ คุณปรีชาก็ท�ำเงินก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิตช่วงนั้น อันที่จริงเงินก้อน นั้นซื้อได้แค่จักรยานคันเดียวและเหลือเป็นเงินทุนท�ำการค้าเล็กน้อยเท่านั้น ตั้งแต่นั้นมาก็ส่งสินค้า ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ในสมัยนั้นตลาดที่ขายดีที่สุดคือตลาดด้านหลังกระทรวงกลาโหมและ ตลาดยศเสที่มีลูกค้าพลุกพล่าน คุณปรีชาจึงเอาสินค้าไปเสนอขายเจ้าของแผงในสองตลาดนั้น 8
สินค้าบางส่วนเป็นรองเท้ามือสอง บางส่วนก็เป็นของที่ท�ำขึ้นมาใหม่เอง การค้าก็ค่อยๆ ราบรื่นขึ้นมา เมื่อเจอร้านที่จะปิดกิจการหรือจะขายกิจการต่อ ต้องการขายสินค้าสต็อก ถ้ามีเงินทุนไม่พอ คุณปรีชา ก็จะหากลุ่มเพื่อนมาร่วมทุนรับซื้อรองเท้า เมื่อขายหมดก็ค่อยแบ่งก�ำไร เมื่อมีรายรับและเงินสะสม มากพอจึงได้เช่าห้องที่คลองเตย จากนั้นรับพ่อแม่และน้องสาวจากสระบุรีมาอยู่กรุงเทพฯ ด้วยกัน ในวัยยังไม่ถึงยี่สิบปีเขากลายเป็นคนดูแลและเป็นเสาหลักของครอบครัว เมื่อคิดถึงตัวเองที่ออกมา ผจญโลกตั้งแต่อายุ 12 ปีรู้หนังสือเพียงไม่กี่ตัว คิดๆ ดูแล้วก็รู้สึกว่าเป็นจุดด้อยในชีวิต ตอนนั้น ครอบครัวเชื้อสายจีนที่มีเงินจะส่งลูกกลับไปเรียนหนังสือที่ประเทศจีน คุณปรีชาต้องดูแลครอบครัว จึงไม่ได้ไป ส่วนโรงเรียนจีนก็ถูกรัฐบาลปิดไปหมด ดังนั้นเขาได้แต่ท�ำงานในตอนกลางวัน ช่วงกลางคืน ก็มาเรียนหนังสือเพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านภาษาจีน ชายหนุ่มต้องแต่งภรรยา หญิงสาวต้องออกเรือน เมื่อชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น การค้าก็ก้าวหน้า คุณปรีชาในวัย 20 ปีได้รู้จักกับคู่ชีวิตที่มีความส�ำคัญมากในชีวิตเขา ผู้หญิงคนนั้นคือคุณหนอ ท�ำงานอยู่ในโรงงานทอผ้าแถวคลองเตย ทั้งสองมีอายุเท่ากัน ต่างฝ่ ายต่างสนใจกัน ครอบครัวของ คุณหนอดีกว่าคุณปรีชามาก ในตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองชาติก�ำเนิดยากจนจึงไม่คู่ควรกับอีกฝ่ าย แต่เห็นว่าคุณหนอไม่มีท่าทางรังเกียจตน เธอชื่นชอบนิสัยใจคอ ความขยันอดทน จริงใจ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ไม่เล่นการพนัน ผู้ชายแบบนี้จะหาได้จากที่ไหนอีก เมื่อเอาชนะใจคุณหนอได้ก็เป็น แรงผลักดันให้เขามีพลังที่จะต่อสู้ต่อไป การคบหาดูใจในตอนนั้นเป็นไปตามยุคสมัยเก่า สองคน แลกจดหมายรักเพื่อแสดงความในใจเมื่อส่งจดหมายให้กันอยู่เป็นเวลาสองปีทั้งสองก็เห็นพ้องว่า จะแต่งงานกัน หลังจากแต่งงานแล้วทั้งคู่รักใคร่กลมเกลียว ช่วยกันท�ำธุรกิจ ในระยะเวลายาวนานถึง 16 ปีทั้งคู่ก็ยังไม่มีทายาท คุณปรีชาจึงไปตรวจร่างกาย และคุณหมอแจ้งว่าคุณปรีชาไม่ได้มีปัญหา ด้านสุขภาพ ต่อมาภายหลังเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณหนอ คุณปรีชาจึงได้แต่งงานกับคุณพรรณี แซ่หว่อง จากนั้นเธอก็ให้ก�ำเนิดลูกชายให้คุณปรีชาในวัย 42 ปีหลังจากนั้นก็ให้ก�ำเนิดลูกสาวอีก สองคน คนในครอบครัวสมัครสมานรักใคร่ มีความสุขดีคุณปรีชารู้สึกซาบซึ้งในตัวคุณหนอและ คุณพรรณีอยู่เสมอ ผู้หญิงที่ส�ำคัญที่สุดในชีวิตทั้งสองของเขาต่างก็เป็นคนให้ความส�ำคัญกับความรัก ตอนคบหากับคุณพรรณีคุณปรีชาก็เคยหาโอกาสเปิดเผยกับเธอ แสดงหลักฐานทางการแพทย์ว่า ตนสามารถมีบุตรได้แต่ตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์หากอยู่กับคุณพรรณีแล้วยังไม่มี ลูกอีก ก็คงได้แต่ช่วยกันท�ำงานไปชั่วชีวิต คุณพรรณีขอเพียงสิ่งของที่เป็นสัญญารักชิ้นเดียวในการ แต่งงาน ไม่ต้องการสินสอด บอกเพียงแต่ให้เขาเก็บไว้เป็นทุนรอนท�ำธุรกิจ 9
นิสัยเป็นตัวก�ำหนดความส�ำเร็จในชีวิตคน คุณธรรม ความซื่อสัตย์และจิตใจที่แสวงหา ความก้าวหน้าของคุณปรีชาคือต้นทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และท�ำให้ธุรกิจของเขาดีขึ้นทุกวันๆเริ่มจาก การขายรองเท้ามือสอง พัฒนาไปเป็นบริษัทจ�ำหน่ายแบรนด์รองเท้าหนังคุณภาพสูงในประเทศไทย จิตใจเปี่ยมคุณธรรม เปี่ยมด้วยความเห็นใจ ยินดีช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ค�ำนึงถึงชื่อเสียง คือลักษณะนิสัยที่ โดดเด่น ความล�ำบากส่งผลให้เขาตั้งปณิธานไว้ตั้งแต่เล็กว่าเมื่อมั่งมีแล้วจะช่วยอนุเคราะห์คนจน และนี่ก็คือหัวใจที่ไม่เคยลืมความตั้งใจแรกของตน หน้าขวา ภาพคุณปรีชา วจีทวีสิน โดย คุณอคิน กาญจนโภคิน 10
หน้าซ้าย คุณปรีชา วจีทวีสิน ในวัยเยาว์ หน้าขวา คุณปรีชา วจีทวีสิน นักธุรกิจผู้ก่อตั้งแบรนด์รองเท้าหนัง HEAVY 12
13
ความภูมิใจของนักธุรกิจผู้ชื่นชอบการช่วยเหลือสังคม 14
ชีวิตไม่มีทางลัด ความส�ำเร็จเกิดจากการขัดเกลา เส้นทางการฝ่ าฟันของคุณปรีชา วจีทวีสิน นักธุรกิจค้ารองเท้าผู้ใจบุญบริจาคช่วยเหลือผู้ยากไร้(จบ) สวรรค์ย่อมตอบแทนคนขยันหมั่นเพียร ปลูกพืชมากขึ้นหนึ่งต้น ก็ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งต้น ขอเพียงมุมานะมากพอ อนาคตก็จะได้รับผลตอบแทนที่คู่ควร คุณปรีชาที่บริจาคเงิน 10 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลศิริราชเพื่อช่วยเหลือผู้ป่ วยยากไร้กลับเรียกตัวเองว่า“คนขายรองเท้าตัวเล็กๆ” จากเด็กต่างจังหวัดยากจนที่ออกมาฝ่ าฟันในกรุงเทพฯอาศัยจิตใจที่ไม่เกรงกลัวฟ้าดิน เปี่ยมด้วย ความตั้งใจแน่วแน่ที่จะต้องลืมตาอ้าปากได้ค่อยๆ ก่อร่างธุรกิจที่ประสบความส�ำเร็จของตัวเองขึ้นมา ในระยะเวลา70 ปีที่ผ่านมา นับจากไม่มีจนมั่งมีแต่เล็กมาจนใหญ่เจ้าของผู้พัฒนาแบรนด์ HEAVY รองเท้าหนังคุณภาพสูงของเมืองไทย ที่มีเคาเตอร์ขายสินค้าในห้างสรรพสินค้าชั้นน�ำทั่วประเทศ กว่าหลายร้อยสาขา มีประสบการณ์การต่อสู้เป็นแรงบันดาลใจ สิ่งที่ส�ำคัญที่สุดก็คือความขยันขันแข็ง และซื่อสัตย์มีจิตใจเมตตา ใช้ความล�ำบากในวัยเยาว์เป็นแรงผลักดันในการตั้งปณิธานที่จะช่วยเหลือ ผู้ยากไร้ไม่ลืมความตั้งใจที่มีตั้งแต่แรก บริจาคเงินช่วยเหลือคนยากจน ตอบแทนสังคมด้วยการ ลงมือท�ำ ชั่วชีวิตการท�ำงานในธุรกิจรองเท้า คุณปรีชานับว่าเป็นนักธุรกิจที่เริ่มต้นจากศูนย์เลยก็ว่าได้ ช่วงวัยรุ ่นท�ำธุรกิจรองเท้ามือสองเกือบยี่สิบปีจนถึงอายุ32 ปีเริ่มมีเงินสะสมจ�ำนวนหนึ่ง มีลูกค้า ประจ�ำ ผ่านการล้มลุกคลุกคลานในธุรกิจมาโชกโชน เข้าใจโลกกว้างมากขึ้น ก็มีเป้าหมายในชีวิตที่ สูงขึ้น ในปีค.ศ.1968 คุณปรีชาก่อตั้งบริษัท มาร์เซียโน่จ�ำกัด มีพนักงานท�ำรองเท้าหนังจ�ำนวน 50 คน ตัวเขาเองท�ำงานกับพนักงานตลอดทั้งวัน ตั้งแต่จัดหาหนังวัตถุดิบ หุ่นรองเท้า ขึ้นหนังหน้ารองเท้า ขึ้นแบบพื้นรองเท้า รวมถึงการเย็บและรายละเอียดต่างๆ ใช้เวลาและความคิดในการพัฒนาสินค้า ทุ่มเทให้กับกระบวนการผลิตรองเท้า เนื่องด้วยเป็นสินค้าแบรนด์ใหม่ เขารู้ดีว่ามีเพียงรองเท้าหนังที่ดี และถูกกว่าเจ้าอื่นเท่านั้น ถึงเข้าสู่ตลาดได้ลูกค้าถึงจะพอใจในตัวสินค้า คุณปรีชาที่ด�ำเนินธุรกิจ รองเท้ามือสองเป็นเวลายี่สิบปีมีทั้งประสบการณ์และเทคนิค รองเท้าหนังแบรนด์HEAVY ที่ผลิต โดยบริษัท มาร์เซียโน่ จ�ำกัด ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าในกรุงเทพฯ มาก สินค้ามีคุณภาพสูง ราคาสมเหตุสมผล มีรูปแบบหลากหลาย ส่งผลให้ขายออกได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น กิจการก็เฟื่ องฟู รายรับเติบโต เมื่อหลายสิบปีก่อน ชีวิตคนทั่วไปค่อนข้างขัดสน ง่วนอยู่กับการหาเลี้ยงชีพ มีรองเท้าผ้า ให้ใส่ก็ดีไม่น้อยแล้ว รองเท้าหนังเป็นสินค้าของคนร�่ำรวย รองเท้าหนังของบริษัท มาร์เซียโน่ จ�ำกัด เน้นที่ราคาระดับกลาง เมื่อเทียบกับรองเท้าหนังราคาสูงที่น�ำเข้าจากต่างประเทศแล้วถือว่าเป็นจุดขาย 15
ในตลาด กอปรกับความซื่อสัตย์มีคุณธรรมของตัวเขาเองเพื่อนฝูงมากมาย และร้านรองเท้าต่างยินดี ร่วมธุรกิจกับเขา พร้อมมอบความไว้วางใจโดยส่งสินค้าให้ก่อน อีกสามเดือนค่อยจ่ายค่าสินค้า ธุรกิจด�ำเนินการเช่นนี้ไปอย่างราบรื่น และมีผลตอบรับสินค้าที่ดีจนมีจ�ำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการ โอกาสเป็นของคนที่มีหัวคิดว่องไว คุณปรีชาในตอนนี้ทั้งการงานและชีวิตครอบครัวเพียบพร้อม ธุรกิจเจริญรุ ่งเรือง ครอบครัวก็สมบูรณ์พูนสุข ซ�้ำมีลูกทั้งสามคน สามัคคีปรองดอง ครอบครัวเป็น ก�ำลังใจที่ส�ำคัญที่สุดของเขา ท�ำให้เขามีความมั่นใจล้นเปี่ยม มีจิตใจมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว คิดจะ สร้างธุรกิจให้เติบโตแข็งแกร่งขึ้น เพื่อสร้างชีวิตที่มั่นคงและสุขสบายให้กับครอบครัวได้บางครั้ง คุณปรีชาพาครอบครัวไปเที่ยว เดินทางทั่วประเทศไทย ทุกครั้งที่ไปแต่ละที่ ในฐานะพ่อค้า คุณปรีชา มักเดินดูตลาดตามที่ต่าง ๆ มีครั้งหนึ่งที่ไปเที่ยวแถวอีสาน เขาเจียดเวลาออกมาดูตลาดเหมือนเคย ท�ำให้เขาพบว่าตลาดในประเทศไทยมีร้านขายรองเท้าหนังน้อยมาก ไม่ว่าที่ไหนก็มีทั้งคนรวยคนจน มีคนที่มีก�ำลังซื้อรองเท้าหนัง เขามองเห็นว่านี่คือตลาดขนาดใหญ่ เมื่อคิดได้ก็ลงมือทันทีโดยเริ่มจาก ภาคอีสานก่อน เสนอขายรองเท้าแบรนด์HEAVY ให้ร้านค้าในจังหวัดขอนแก่น อุดรธานีและอื่นๆ ในช่วงแรกเจ้าของร้านต่างก็ระวัง กลัวว่ารองเท้าราคาแพงจะขายไม่ออก แต่เพราะคุณปรีชาให้เครดิต ช�ำระเงินเป็นเวลาสามเดือน โดยถือคติที่ว่าคิดจะท�ำธุรกิจต้องผูกมิตรก่อนท�ำให้ร้านยอมวางขาย สินค้าของเขา เมื่อมีความส�ำเร็จเป็นตัวอย่างแล้ว คุณปรีชาก็ผลักดันสินค้าออกสู่ตลาดในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ เมื่อชิงลงมืออย่างว่องไวก็จะไปถึงเป้าหมายได้เร็ว ท�ำให้ชีวิตเขาก้าวมาถึงจุดสูงสุดแรก ของชีวิต ช่วงยุค 90เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลาดการค้าเฟื่องฟูการด�ำเนินชีวิต ของคนก็เปลี่ยนไป ห้างสรรพสินค้ากลายเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ส�ำหรับชีวิตคนในกรุงเทพฯ จะจับจ่าย ซื้อสินค้าต่างก็มาที่ห้างกันทั้งนั้น แบรนด์HEAVY ของบริษัท มาร์เซียโน่ จ�ำกัด นับว่ามีชื่อเสียงใน ระดับหนึ่ง ส่งเสริมให้กลายเป็นบริษัทผู้ผลิตรองเท้าหนังคุณภาพสูง มีสินค้าหลากหลาย คุณภาพ ชั้นเยี่ยม รองเท้า HEAVY เริ่มกระจายขายตามเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า ยอดขายเติบโตสูงขึ้น ทั้งผลักดันให้สินค้าเข้าไปขายในห้างสรรพสินค้าชั้นน�ำเกือบสี่ร้อยแห่งทั่วประเทศ มีจุดขายกระจาย อยู่ทั่วไป ส่งผลให้ธุรกิจพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ความเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นอยู่เสมอเมื่อวิ่งตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงก็จะเกิดการพัฒนา ไปไม่หยุดหย่อน ธุรกิจรองเท้า HEAVY ในปัจจุบันอยู่ในการดูแลของรุ ่นที่สองแล้ว มีลูกชายลูกสาว รับช่วงต่อ คุณปรีชาจึงมีเวลามากพอเพื่อสานฝันในการช่วยเหลือคนยากจนให้เป็นจริง 16
คุณปรีชาเป็นคนที่มีใจยึดมั่นในวัฒนธรรมจีน มีเมตตาโอบอ้อมอารีมีคุณธรรม ไม่เห็นแก่ ชื่อเสียง ไม่ยึดติดกับสิ่งใด ความล�ำบากตอนเด็ก ท�ำให้เขาสัมผัสถึงความยากแค้นของคนจน ตั้งใจ จะบริจาคเงินช่วยเหลือคนดังนั้นหลังจากหน้าที่การงานส�ำเร็จลุล่วงเขาจึงให้การช่วยเหลือคนยากจน มาเป็นเวลาหลายสิบปีทั้งบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาล มอบทุนการศึกษา เขามักบอกว่าท�ำไป ตามก�ำลัง ใช้ก�ำลังของตัวเอง ช่วยเหลือคนที่อ่อนแอ ให้เงินกับคนที่จ�ำเป็นต้องการความช่วยเหลือ การก่อตั้งธุรกิจว่ายากแล้ว แต่การรักษากิจการนั้นเอาไว้ยากเสียยิ่งกว่า รู้คุณค่าของเงิน ไม่สุรุ ่ยสุร่าย ในชีวิตเขาไม่บ่มเพาะนิสัยความเคยชินที่ไม่ดีเลย ไม่สูบบุหรี่ ไม่ติดเหล้า ไม่เล่นการพนัน ทั้งไม่หลง งมงาย ดังนั้นไม่มีใครหลอกเอาเงินเขาได้ถึงมีเงินมาท�ำบุญบริจาค เป็นก�ำลังส่วนหนึ่งในสังคม ในฐานะลูกหลานเชื้อสายจีน คุณปรีชาเข้าร่วมและสนับสนุนกิจกรรมของชาวจีนโพ้นทะเล อยู่เสมอซ�้ำยังด�ำรงต�ำแหน่งประธานผู้ทรงเกียรติของหลายๆ สมาคม เอาใจใส่กับการพัฒนาสังคม ชาวจีนโพ้นทะเล เมื่อผ่านประสบการณ์ท�ำกิจกรรมของสมาคมชาวจีนโพ้นทะเลจ�ำนวนมาก คุณปรีชา มีมุมมองส่วนตัวว่า สมาคมเป็นเวทีสู่สาธารณะ เป็นที่ส�ำหรับทุกคน คอยดูแลประชาชน ต้องฟัง ความเห็นของคนจ�ำนวนมาก ท�ำงานต้องโปร่งใส ลงมือจริงใจ สมาคมเช่นนี้ถึงพัฒนาไปได้ดีก้าวหน้า สืบไป สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย คุณชัยณรงค์เจิง ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ซิงเสียนเยอะเป้า วันอังคารที่5 กรกฎาคม 2565 17
18
19
คุณปรีชา วจีทวีสิน บริจาคเงินให้โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ 9 มกราคม พ.ศ.2563 20
21
22
คุณปรีชา วจีทวีสิน บริจาคเงินให้สถานฑูตจีน เพื่อน�ำไปช่วยเหลือสถานการณ์โควิด19ในประเทศจีน 15 กุมภาพันธ์พ.ศ.2562 23
คุณปรีชา วจีทวีสิน กับลูกหลาน เมื่องานแต่งงานลูกชาย 26 มกราคม พ.ศ.2561 26
27
28
29
คุณปรีชา วจีทวีสิน บริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิป่ อเต็กตึ้ง 30
คุณปรีชา วจีทวีสินและภรรยา บริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี 31
32
หน้าซ้าย คุณปรีชา วจีทวีสิน ในวันพักผ่อน หน้าขวา คุณปรีชา วจีทวีสิน ถ่ายรูปร่วมกับครอบครัว ภรรยา ลูก หลาน 34
35
36
37
38
39
40
41
42
รายชื่ อมูลธิต่างๆ ทีช่วยเหลือและท�ำประโยชน์ให้แก่สังคม ่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจบริจาคสิ่งของต่างๆ หรือบริจาคเงินไปยังทางมูลนิธิโดยตรง ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลศิริราช : มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่ วยยากไร้ ตึกมหิดลบ�ำเพ็ญ ชั้น 1โรงพยาบาลศิริราชแขวงศิริราชเขตบางกอกน้อย กรุงเทพ ฯ10700 จันทร์-ศุกร์7:30-17:30 น. เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์8:30-16:30 น. TEL:02-414-1414 Email :[email protected]มูลนิธิรามาธิบดี โรงพยาบาลรามาธิบดี : มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่ วยยากไร้ 270 ถนนพระรามที่6แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวีกรุงเทพฯ10400 TEL:02-201-1111 FAX :02-201-1481 Email : [email protected] โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ : มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่ วยยากไร้ 606ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติถนนเยาวราชแขวงสัมพันธวงศ์เขตสัมพันธวงศ์กรุงเทพฯ10100 TEL:02-233-0955-6,02-237-2191-4 FAX :02-234-3278 Email : [email protected] โรงพยาบาลสงฆ์ : มูลนิธิช่วยเหลือพระสงฆ์อาพาธ 445 ถนนศรีอยุธยาแขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวีกรุงเทพฯ10400 TEL:02-640-9537-46 Email : [email protected] วัดพระบาทน�ำพุ : ้มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่ วยยากไร้ วัดพระบาทน�้ำพุต�ำบลเขาสามยอด อ�ำเภอเมืองจังหวัดลพบุรี15000 TEL:062-751-8800,066-151-0440 FAX :036-776-646 43
รายชื่ อมูลธิต่างๆ ทีช่วยเหลือและท�ำประโยชน์ให้แก่สังคม ่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจบริจาคสิ่งของต่างๆ หรือบริจาคเงินไปยังทางมูลนิธิโดยตรง สภากาชาดไทย : มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่ วยยากไร้ 1871 ถนนอังรีดูนังต์แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ10330 TEL:1664 หรือ02-256-4032,02-256-4033 EMAIL: [email protected] มูลนิธิป่ อเต็กตึง : ้มูลนิธิสาธารณสงเคราะห์ 326 ถนนเจ้าค�ำรพ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ10100 TEL:02-225-0020,02-225-3211,02-623-0545-52 FAX :02-226-2567 EMAIL:[email protected] มูลนิธิพัฒนาพิการไทย : มูลนิธิช่วยเหลือคนพิการ 23ชั้น 2 ถนนวิสุทธิกษัตริย์แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ10200 TEL:02-281-9280 FAX :02-281-9270 EMAIL:[email protected] มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการในพระราชปถัมภ์ู ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี : มูลนิธิช่วยเหลือคนพิการ 78/11 หมู่1 ถนนติวานนท์ ต�ำบลบางตลาด อ�ำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี11120 TEL:02-583-9596,02-583-9597 FAX :02-583-6681 EMAIL:[email protected] มลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้ ูาพีน่างเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ : มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ชั้น 4อาคารเฉลิมพระบารมี50 ปี2ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่แขวงบางกะปิเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ10310 TEL:02-716-6070,02-716-6071 FAX :02-716-6109 EMAIL: [email protected] [email protected] 44
มูลนิธิเพือเด็กพิก ่าร ช่วยเหลือเด็กพิการ : มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก 546ซอยลาดพร้าว47 ถนนลาดพร้าวแขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ10310 TEL:02-539-2916,02-539-9958 FAX :02-539-9706 EMAIL: [email protected] มลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมรูาชินปถัมภ์ : ู มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก 18 หมู่3ซอยบุญศิริถนนสุขุมวิท ต�ำบลบางเมือง อ�ำเภอเมืองจังหวัดสมุทรปราการ10270 TEL:02-380-1177 FAX :02-755-5576 EMAIL: [email protected] มูลนิธิกระจกเงา : มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก 191ซอยวิภาวดี62(แยก 4-7) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ10210 TEL:061-909-1840 EMAIL: [email protected] ศนย์พัฒนูาการจัดสวัสดิการสังคมผู ้สงอูายุบ้านบางแค : มูลนิธิช่วยผู้สูงอายุ 813 ถนนเพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ10160 TEL:02-413-1141 FAX :02-455-1590 EMAL: [email protected] มลนิธิดวงประทีป : ู มูลนิธิช่วยเหลือทั่วไป เลขที่34 ล็อค 6 ถนนอาจณรงค์ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ10110 TEL: 02-671-4045-8 FAX : 02-249-5254 EMAIL: [email protected] [email protected] 45
46
47
กราบขอบพระคุณ ขอกราบขอบพระคุณญาติมิตรและแขกผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่าน ครอบครัวของ นายปรีชา วจีทวีสิน ถือเป็นพระคุณอย่างยิ่งที่ท่านได้ให้เกียรติเสียสละเวลาอันมีค่ามาร่วมงาน บ�ำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมร่วมท�ำบุญวางพวงหรีดไว้อาลัยตลอดจนมาร่วมในงานพระราชทาน เพลิงศพ นายปรีชา วจีทวีสิน ในครั้งนี้ ทั้งนี้เงินที่ญาติมิตรและแขกผู้มีเกียรติได้ร่วมท�ำบุญ “ทั้งหมด” ทางครอบครัวของ นายปรีชา วจีทวีสิน ขอมอบให้ศิริราชมูลนิธิเพื่อผู้ป่ วยโรงพยาบาลศิริราช หากความทราบโดยญาณวิถีถึงดวงวิญญาณของ นายปรีชาวจีทวีสิน ด้วยประการใดคงจะ มีความยินดีปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง หากมีข้อบกพร่องประการใดทางคณะเจ้าภาพและครอบครัวของ นายปรีชา วจีทวีสิน ต้องกราบขออภัยไว้ณ ที่นี้ สุดท้ายนี้ขอกราบอาราธนาอ�ำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยตลอดจนสิ่งศักดิ์ สิทธิ์ ทั้งหลาย ในสากลโลก ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้ท่าน และครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญด้วย อายุวรรณะ สุขะ พละ ธนสารสมบัติคิดหวังสิ่งใดขอจงส�ำเร็จสมดังหวังตั้งใจทุกประการเทอญ ครอบครัววจีทวีสิน 48