บทชยั ปรติ ร (มหากาฯ)
มะหากรุณโิ ก นาโถ หิตายะ สพั พะปาณีนงั
ปูเรตวา ปาระมี สัพพา ปตั โต สัมโพธมิ ุตตะมัง
เอเตนะ สจั จะวัชเชนะ โหตุ เม* ชะยะมงั คะลัง
ชะยันโตโพธยิ า มูเล สักยานงั นนั ทวิ ัฑฒะโน
เอวงั อะหัง วชิ ะโย โหม*ิ ชะนัสสุ ชะยะมงั คะเล
อะปะราชติ ะ ปลั ลังเก สเี ส ปะฐะวโิ ปกขะเร
อะภิเสเก สพั พะพทุ ธานงั อัคคัปปตั โต ปะโมทะติ
สนุ กั ขัตตัง สมุ งั คะลัง สุปะภาต้ัง สหุ ฏุ ฐิตงั
สุขะโณ สมุหตุ โต จะ สยุ ิฏฐงั พรหั มะจารสิ ุ
ปะทักขณิ ัง กายะกัมมงั วาจากมั มัง ปะทกั ขณิ ัง
ปะทักขณิ ัง มะโนกมั มงั ปะณธิ ี เม* ปะทักขณิ า
ปะทักขณิ านิ กัตวานะ ละภนั ตตั เถ ปะทักขิเณ
ภะวะตุ สัพพะมงั คะลงั รกั ขนั ตุ สพั พะเทวะตา
สพั พะพทุ ธานภุ าเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม*
ภะวะตุ สพั พะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม*
ภะวะตุ สัพพะมงั คะลัง รกั ขันตุ สัพพะเทวะตา
สพั พะสังฆานภุ าเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม*
(* ถา้ สวดให้คนอืน่ ให้เปล่ียนจากค�ำวา่ เม เปน็ เต)
50
บทอติ ปิ โิ ส เทา่ อายุ
อติ ปิ ี โส ภะคะวา อะระหงั สัมมาสมั พุทโธ
วชิ ชาจะระณะ สมั ปนั โน สคุ ะโต โลกะวทิ ู
อะนตุ ตะโร ปุรสิ ะทมั มะสาระถิ
สัตถา เทวะมะนสุ สานงั พุทโธภะคะวาติ
(ใหส้ วดเกินอายุ 1 จบ เช่น อายุ 42 ปี ต้องสวด 43 จบ)
พระคาถาชินบัญชร
พทุ ธมนตอ์ นั วิเศษ กอ่ ให้เกิดความสิรมิ งคล
ศตั รูไม่กล้ากล�้ำกลาย ขจัดภัยท้ังปวง
เร่ิมสวด นโม 3 จบ
นะโมตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสมั พทุ ธัสสะ
เรม่ิ บทพระคาถาชินบญั ชร
๑. ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตวา มารงั สะวาหะนงั
จะตุสัจจาสะภงั ระสงั เย ปวิ ิงสุ นะราสะภา
๒. ตัณหังกะราทะโย พทุ ธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สพั เพ ปะติฏฐติ า มยั หงั มตั ถะเกเต มนุ สิ สะรา
๓. สเี ส ปะติฏฐโิ ต มัยหงั พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะตฏิ ฐิโต มยั หงั อุเร สพั พะคณุ ากะโร
51
๔. หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารปี ตุ โต จะทกั ขิเณ
โกณฑัญโญ ปฏิ ฐิภาคัสมิง โมคคลั ลาโน จะ วามะเก
๕. ทักขเิ ณ สะวะเน มยั หัง อาสูง อานันทะ ราหโุ ล
กสั สะโป จะ มะหานาโม อุภาสงุ วามะโสตะเก
๖. เกสนั เต ปิฏฐภิ าคัสมิง สุรโิ ย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิรสิ ัมปนั โน โสภิโต มนุ ปิ ุงคะโว
๗. กมุ าระกัสสโป เถโร มะเหสี จิตตะ วาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นจิ จัง ปะติฏฐาสิ คณุ ากะโร
๘. ปณุ โณ อังคุลิมาโล จะ อปุ าลี นันทะ สวี ะลี
เถรา ปญั จะ อิเม ชาตา นะลาเต ตลิ ะกา มะมะ
๙. เสสาสตี ิ มะหาเถรา วชิ ิตา ชินะสาวะกา
เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวนั โต ชโิ นระสา
ชะลนั ตา สลี ะเตเชนะ อังคะมังเคสุ สณั ฐติ า
๑๐. ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทกั ขเิ ณ เมตตะ สุตตะกงั
ธะชัคคงั ปจั ฉะโต อาสิ วาเม อังคลุ มิ าละกงั
๑๑. ขันธะโมระปะริตตญั จะ อาฏานาฏยิ ะ สุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาส ิ เสสา ปาการะสณั ฐติ า
๑๒. ชิณานาวะระสัง ยุตตา สตั ตปั ปาการะ ลังกะตา
วาตะปีตตาทิสญั ชาตา พาหิรัช ฌัตตปุ ทั ทะวา
๑๓. อะเสสา วนิ ะยัง ยันตุ อะนนั ตะซินะ เตชะสา
วะสะโต เม สะกจิ เจนะ สะทา สมั พทุ ธะปัญชะเร
52
๑๔. ชินะปัญชะระมัชฌัมห ิ วหิ ะรันตัง มะหิ ตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สพั เพ เต มะหาปุริสาสะภา
๑๕. อิจเจวะมันโต สุคตุ โต สุรกั โข
ชินานภุ าเวนะ ชิตปุ ัททะโว
ธมั มานภุ าเวนะ ชิตาริสังโฆ
สงั ฆานุภาเวนะ ชติ นั ตะราโย
สทั ธมั มานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะ ปญั ชะเรติ
(ชินะปญั ชะระคาถา นิฎฐิตา)
บทสวดโพชฌงั คปริตร
พทุ ธมนต์ทีช่ ่วยใหค้ นป่วยหายจากโรคภัยไขเ้ จ็บได้
เหมาะส�ำหรับผู้ป่วยไว้สวดเม่ือเกดิ โรคภยั ไข้เจ็บ
หรือ สวดใหผ้ ู้ป่วยฟงั
โพชฌังโค สะตสิ ังขาโต ธมั มานัง วจิ ะโย ตะถา
วริ ยิ มั ปตี ิปัสสัทธิ โพชฌงั คา จะ ตะถาปะเร
สะมาธุเปกขะโพชฌังคา
สัตเตเต สพั พะทสั สนิ า มุนินา สัมมะทกั ขาตา
ภาวิตา พะหุลีกะตา
สงั วัตตันติ อะภญิ ญายะ นพิ พานะยะ จะ โพธยิ า
เอเตนะ สจั จะวชั เชนะ
53
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
เอกสั สะมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ
กัสสะปัง คลิ าเนทุกขิเต ทิสสะวา
โพชฌังเค สตั ตะ เทสะยิ
เต จะ ตัง อะภนิ นั ทิตะวา
โรคา มจุ จิงสุ ตงั ขะเณ
เอเตนะ สจั จะวชั เชนะ
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
เอกะทา ธัมมะราชาปิ เคลญั เญนาภปิ ีฬิโต
จุนทตั เถเรนะ ตัญเญวะ ภะณาเปตวานะ สาทะรัง
สมั โมทติ ะวา จะ อาพาธา ตัมหา วฏุ ฐาสิ ฐานะโส
เอเตนะ สจั จะวัชเชนะ
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
ปะหีนา เต จะ อาพาธา ตณิ ณันนมั ปิ มะเหสินัง
มคั คาหะตะกเิ ลสา วะ ปตั ตานปุ ปตั ตธิ ัมมะตงั
เอเตนะ สจั จะวัชเชนะ
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
* สวดให้คนอ่ืนฟงั เปล่ยี น “เม” เปน็ “เต”
ช่ือบทสวด อ่านวา่ โพ-ชงั -คะ-ปะ-รดิ
(กรณเี จ็บป่วย อาจใหผ้ ู้ปว่ ยสวดเอง หรอื ใหผ้ ูอ้ น่ื สวดใหฟ้ งั )
54
คาถาปอ้ งกันโรคภยั ไขเ้ จบ็ (โอสถะปริตร)
ผใู้ ดหมนั่ สวดพระคาถาน้ี จะระงบั โรคภยั ไขเ้ จบ็ ทง้ั จะอายยุ นื ยาว
ปราศจากโรคภยั ไขเ้ จ็บ แลว้ แคล้วคลาดจากภัยต่างๆ อีกด้วย
สกั กัตวา พุทธะรัตตะนงั โอสะถงั อตุ ตะมงั วะรงั
หติ ัง เทวะมะนสุ สานัง พทุ ธะ เตเชนะ โสตถินา
นสั สันตุ ปัททะวา สพั เพ ทกุ ขา วปู ะสะเมนตุ เมฯ
สักกัตวา ธมั มะรตั ตะนงั โอสะถงั อุตตะมงั วะรัง
ปะรฬิ าหปู ะสะมะนัง ธมั มะ เตเชนะ โสตถนิ า
นสั สนั ตุ ปทั ทะวา สัพเพ ภะยา วูปะสะเมนตุ เมฯ
สกั กัตวา สงั ฆะรัตตะนงั โอสะถัง อตุ ตะมังวะรงั
อาหุเนยยงั ปาหุเนยยัง สงั ฆะ เตเชนะ โสตถนิ า
นัสสันตุ ปทั ทะวา สพั เพ โรคา วปู ะสะเมนตุ เมฯ
คาถาแกโ้ รคภยั (โรคเวรโรคกรรม)
แกโ้ รคภัยไข้เจ็บ รักษาคนป่วย แกโ้ รคเวรโรคกรรม
ปอ้ งกันอันตรายต่างๆ
(ตั้งนะโม ๓ จบ)
นะมะพะทะ ธาตมุ ตั ตะโก ยาวะเทวะ อะยังกาโย
ยาปะนายะ เวทนานปุ สั สี ทกุ รัสสะ ยะทิทงั ปิณฑะปาโต
อุททเิ สนะ สัพพะพุทธานุภาเวนะ สัพพะเทวะตา
สพั พะโรคาพยาธิ อนั ตะราโย วินาศสนั ติ
55
คาถาอุณหสิ สวิชยั
บทสวดสำ� หรบั คนทดี่ วงชะตาขาดภาวนา เปน็ การตอ่ ดวงชะตาชวี ติ
และแม้บคุ คลทั่วไป จะใชภ้ าวนาก็จะทำ� ใหเ้ กดิ โชคลาภ
มีอ�ำนาจ มบี ริวาร และปราศจากภัยอนั ตราย
อัตถิอุณหสิ สะ วิชะโย ธัมโม โลเก อะนุตตะโร
สัพพะสัตตะหิตตั ถายะ ตงั ตวัง คณั หาหิ เทวะเต
ปะริ วัชเช ราชะทณั เฑ อะมะนุสเสหิ ปาวะเก
พยคั เฆ นาเค วิเส ภเู ต อะกาละมะระเณนะ วา
สัพพัสมา มะระณา มตุ โต ฐะเปตวา กาละมารติ งั
ตัส เสวะ อานุภาเวนะ โหตุ เทโว สุขี สะทา
สทุ ธะสีลงั สะมาทายะ ธมั มัง สุจะริตัง จะเร
ตสั เสวะ อานุภาเวนะ โหตุ เทโว สขุ ี สะทา
ลกิ ขติ ัง จินตติ ัง ปูชัง ธาระณงั วาจะนัง คะรุง
ปะเรสัง เทสะนัง สุตวา ตสั สะ อายุ ปะวัฑฒะตตี ิ
อโรคา ปรมา ลาภา : ความไม่มโี รคเปน็ ลาภอนั ประเสริฐ
56
บทสวดมนต์เจ้าแมก่ วนอมิ
บทสวดน้ี ท�ำใหส้ ัตว์ที่เรากินเข้าไปไปสู่สคุ ติ
ไมท่ �ำให้มเี วร ไม่มีกรรม ทำ� ใหส้ ุขภาพแข็งแรง
ครอบครัวมคี วามสขุ ท�ำมาหากนิ เจรญิ รุ่งเรอื ง
น�ำโม ไตซ่ ้ือ ไตป่ ยุ กวิ้ โคว่ กิวหลง่ั
กวงไตเ๋ หล่งก้ำ� กวงสี่อิมผ่อสกั (กราบ)
นำ� โม ไต่ซอื้ ไตป่ ุย กว้ิ โคว่ กวิ หล่ัง
กวงไต๋เหลง่ กำ�้ กวงสี่อมิ ผ่อสกั (กราบ)
นำ� โม ไต่ซ้ือ ไต่ปุย กวิ้ โค่ว กวิ หลง่ั
กวงไตเ๋ หลง่ ก�้ำ กวงสี่อมิ ผอ่ สกั (กราบ)
น�ำโมฮูก๊ น�ำโมหวบ นำ� โมเจง็ น�ำโมกว้ิ โค่ว
กิวหล่งั กวงสอี่ ิมผ่อสกั ถ่งั จ้ตี อ โอม
เกยี ลอ้ ฮวดตอ เกยี ล้อฮวดตอ เกยี ล้อฮวดตอ
หล่อเกียฮวดตอ หลอ่ เกียฮวดตอ
ซำ� ผ่อออ เทียงหลอ่ ชิง้ ตี่หล่อซ้งิ น้ังหล่หี ลัง่
หลงั่ หล่ซี งิ เจก๊ เฉียกใจ เอียงห่วยอุ่ยต๊ิง
น�ำมอ หม่อ ออปวกเย้ีย ปอหลอ่ บ๊กิ (กราบ)
57
บทแผ่เมตตาใหต้ นเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ ขอใหข้ า้ พเจ้ามคี วามสุข
อะหัง นิททกุ โข โหมิ ขอให้ขา้ พเจา้ ปราศจากความทกุ ข์
อะหัง อะเวโร โหมิ ขอให้ขา้ พเจ้าปราศจากเวร
อะหัง อพั ยาปัชโฌ โหมิ ขอใหข้ า้ พเจา้ ปราศจากอุปสรรค
อันตรายทงั้ ปวง
สุขี อตั ตานงั ปะรหิ ะรามิ ขอใหข้ ้าพเจา้ จงมีความสขุ กายสุขใจ
รักษากายวาจาใจให้พ้นจาก
ความทุกข์ภยั ท้ังปวงเถิด
บทแผเ่ มตตาให้สรรพสัตว์
สพั เพสัตตา สตั วท์ งั้ หลาย ทเี่ ปน็ เพอื่ นทกุ ข์ เกดิ
แก่ เจ็บ ตาย ดว้ ยกันทง้ั หมดทงั้ ส้นิ
อะเวรา โหนตุ จงเปน็ สขุ เปน็ สขุ เถิด
อยา่ ได้มเี วรแกก่ ันและกนั เลย
อัพยาปัชฌา โหนตุ จงเปน็ สขุ เป็นสขุ เถิด อยา่ ได้
พยาบาทเบยี ดเบยี นซงึ่ กนั และกนั เลย
อนีฆา โหนตุ จงเปน็ สขุ เปน็ สขุ เถิด อยา่ ได้มคี วาม
ทกุ ขก์ าย ทกุ ข์ใจเลย
สขุ อี ตั ตานัง ปะริหะรันต ุ จงมคี วามสขุ กาย สุขใจ รักษาตนให ้
พ้นจากทุกขภ์ ยั ทง้ั ส้นิ เถิดฯ
58
บทแผส่ ว่ นกศุ ล
อิทัง เม มาตาปิตูนงั โหตุ สุขติ า โหนตุ มาตาปติ ะโร
ขอส่วนบุญนี้จงสําเร็จ แก่มารดาบดิ าของข้าพเจา้
ขอให้มารดาบดิ าของข้าพเจา้ จงมีความสขุ
อทิ ัง เม ญาตินงั โหตุ สขุ ติ า โหนตุ ญาตะโย
ขอสว่ นบญุ น้จี งสําเรจ็ แกญ่ าตทิ ง้ั หลายของขา้ พเจา้
ขอใหญ้ าติทงั้ หลายของขา้ พเจา้ จงมีความสขุ
อทิ งั เม ครุ ปู ชั ฌายาจรยิ านงั โหตุ สขุ ติ า โหนตุ ครุ ปู ชั ฌายาจรยิ า
ขอส่วนบญุ น้ีจงสําเร็จ แก่ครูอปุ ัชฌายอ์ าจารยข์ องข้าพเจา้
ขอให้ครูอปุ ัชฌาย์อาจารย์ จงมีความสุข
อทิ ัง สัพพะ เทวะตานัง โหตุ สุขติ า โหนตุ สัพเพ เทวา
ขอสว่ นบญุ น้จี งสาํ เร็จ แกเ่ ทวดาทั้งหลาย
ขอใหเ้ ทวดาทง้ั หลาย จงมคี วามสุข
อทิ งั สพั พะเปตานงั โหตุ สุขติ า โหนตุ สพั เพ เปตา
ขอสว่ นบญุ นี้จงสาํ เรจ็ แกเ่ ปรตทั้งหลาย
ขอใหเ้ ปรตท้งั หลาย จงมีความสขุ
อิทงั สัพพะ เวรีนัง โหตุ สุขติ า โหนตุ สัพเพเวรี
ขอสว่ นบุญน้ีจงสําเรจ็ แก่เจา้ กรรมนายเวรทั้งหลาย
ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทง้ั หลาย จงมคี วามสุข
อิทงั สัพพะสตั ตานัง โหตุ สขุ ติ า โหนตุ สพั เพสตั ตา
ขอสว่ นบุญนจี้ งสําเร็จ แกส่ ตั ว์ท้งั หลายทงั้ ปวง
ขอให้สัตว์ทั้งหลายทงั้ ปวงมคี วามสขุ ทว่ั หนา้ กนั เทอญ
59
บทกรวดน�ำ้ ให้เจา้ กรรมนายเวร
ขา้ พเจา้ ขออทุ ศิ บญุ กศุ ลจากการเจรญิ ภาวนานใ้ี หแ้ กเ่ จา้ กรรม
นายเวรทงั้ หลายของขา้ พเจา้ ทขี่ า้ พเจา้ ไดเ้ คยลว่ งเกนิ ทา่ นไวต้ ง้ั แต่
อดตี ชาตจิ นถงึ ปจั จบุ นั ชาติ ทา่ นจะอยภู่ พใดหรอื ภมู ใิ ดกต็ าม ขอให้
ท่านได้รับผลบุญน้ี แล้วโปรดอโหสิกรรมและอนุโมทนาบุญแก่
ข้าพเจ้าด้วยอ�ำนาจบญุ นด้ี ้วยเทอญ
บทอธิษฐานอโหสิกรรม
ขา้ พเจา้ ขออโหสิกรรม กรรมใดท่ที ำ� แก่ผู้ใดในชาตใิ ดๆ ก็ตาม
ขอใหเ้ จา้ กรรมนายเวรจงอโหสกิ รรมใหแ้ กข่ า้ พเจา้ อยา่ ไดจ้ องเวร
จองกรรมตอ่ ไปเลย แมแ้ ตก่ รรมทใี่ ครๆ ทำ� แกข่ า้ พเจา้ กต็ าม ขา้ พเจา้
ขออโหสิกรรมให้ท้ังส้ิน ยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน เพื่อ
จะไดไ้ มม่ เี วรกรรมตอ่ ไป ดว้ ยอานสิ งสแ์ หง่ อภยั ทานนี้ ขอใหข้ า้ พเจา้
ครอบครัว บุตรหลาน ตลอดจนวงศาคณาญาติ และผ้มู พี ระคณุ
ของข้าพเจา้ มีความสขุ ความเจริญ ปฏิบัตแิ ต่สิ่งทด่ี ีและสิ่งทชี่ อบ
ดว้ ยเทอญ
60
ค�ำอธิษฐานขอพร
ข้าพเจ้าขออาราธนาพระพุทธานุภาพ พระธัมมานุภาพ
พระสงั ฆานภุ าพ พระบารมพี ระโพธสิ ตั ว์ พระปจั เจกะโพธสิ ตั วเ์ จา้
และพระอรหนั ตท์ ง้ั หลาย ขอไดส้ ง่ พลงั มายงั ตวั ขา้ พเจา้ จงดลบนั ดาล
ให้ข้าพเจ้าหายจากโรคภัยทั้งหลาย และสรรพเคราะห์ทั้งหลาย
ในกายของขา้ พเจา้ จงสญู ไปสน้ิ ไปดว้ ยเถดิ และขอใหข้ า้ พเจา้ ประสบ
ความสขุ ความเจรญิ ความสำ� เรจ็ ตามทข่ี า้ พเจา้ ปรารถนาทกุ ประการ
ขอใหข้ า้ พเจา้ เปน็ ผชู้ นะตอ่ อปุ สรรคและมารทง้ั หลาย ขอใหข้ า้ พเจา้
และครอบครัว ปลอดจากอุบัติภัยทั้งปวง ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจาก
ความทกุ ขท์ งั้ หลาย ขอใหข้ า้ พเจา้ พน้ จากความไมม่ ี และความไมม่ ี
จงอยา่ ไดบ้ งั เกดิ กบั ขา้ พเจา้ อกี ตอ่ ไป ขอใหก้ ารประกอบอาชพี ของ
ข้าพเจา้ ประสบความสำ� เร็จเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าตลอดไป ขอให้
ขา้ พเจา้ สมบรู ณด์ ว้ ยมนษุ ยส์ มบตั ิ และสวรรคส์ มบตั ิ หากขา้ พเจา้
ยงั ไม่ถงึ ซง่ึ พระนพิ พาน ขอให้ขา้ พเจา้ ไดไ้ ปเกิดในตระกลู ทด่ี ี เปน็
ผูม้ ธี รรมะบรสิ ุทธ์ิ สมบูรณพ์ ูนสุขทุกประการเทอญ
61
การเจรญิ มรรคมอี งค์ ๘ หลังสวดมนต์
เพื่อภาวนาจติ และรกั ษาโรคภยั
ขั้นตอนที่ ๑ ปติ ิ
การเจรญิ มรรคมอี งค์ 8 นนั้ เรม่ิ ดว้ ย การระลกึ ถงึ ทาน ทาน
ทเี่ ราเคยทำ� หรอื ทที่ า่ นพระพทุ ธเจา้ เรยี กวา่ จาคานสุ สติ ทานทเ่ี ปน็
การใหโ้ ดยไม่หวงั ผล ทานทเี่ ปน็ การใหเ้ พ่ือทผี่ รู้ บั จะไดม้ ีความสุข
และเม่ือผู้รับมีความสุขผู้ให้ก็จะเกิดปิติ อย่างเช่นตัวข้าพเจ้าเอง
ทเี่ คยพาคณุ แมไ่ ปปฏบิ ตั ธิ รรมเรากจ็ ะระลกึ ถงึ การทไี่ ดเ้ หน็ คณุ แม่
เดินเล่นจูงมือกับคุณพ่อในสถานปฏิบัติธรรมและมีความสุขใน
การท่ไี ด้เดนิ เลน่ ผอ่ นคลายเวลาปฏิบัตธิ รรมร่วมกัน พอเราระลึก
ถึงทานที่เราเคยท�ำที่ท�ำให้คนอื่นมีความสุขเราก็จะเห็นใจเรายิ้ม
ขน้ั ตอนแรกทั้งหมดน้ขี า้ พเจ้าขอใชค้ �ำสมมตุ ิว่าการสร้างปติ ิ
62
ขั้นตอนที่ ๒ ใจย้ิม
เม่ือเราได้ระลึกถึงทานจากขั้นตอนท่ี 1 เราก็จะเกิดปิติ
และเมื่อเกิดปิติก็ให้ก�ำหนดจิตไปดูที่หัวใจของเราเองเราก็จะเห็น
ว่าใจเราน้ันจะมีรอยยิ้มเล็กๆ เกิดขึ้นมาจากการระลึกถึงทานที่
เราเคยท�ำ
ข้ันตอนที่ ๓ ลมหายใจออก
เม่ือเราดูใจยิ้มเล็กๆ ที่เกิดข้ึนในหัวใจเราเสร็จแล้วก็ใหม้ า
ดลู มหายใจออกทป่ี ลายจมกู และเมอ่ื เราอยนู่ ง่ิ จะสามารถรสู้ กึ ถงึ
หวั ใจเตน้ ตอนสดุ ของลมหายใจออก ตบุ ๆ และกลบั ไปขน้ั 1 ใหม่
หมุนเวยี นอยเู่ ชน่ น้ี
ทัง้ หมดนถ้ี า้ ทำ� พร้อมกัน 3 ขน้ั ตอนนัน่ ก็คอื ปิติ ใจยิม้
ลมหายใจออก พระพุทธเจ้าเรียกอารมณ์น้ีว่าอารมณ์แห่งมรรค
หรือท่ีเราเรียกว่ามรรคมีองค์ 8 โดยทั่วไป
เม่ือท�ำได้คล่องแล้ว เมื่อสุดลมหายใจออกให้ดูหัวใจเต้น
ตุบๆ แลว้ ดูปิตแิ ละใจย้มิ ที่ควบรวมกนั หัวใจเตน้ จะเหน็ ชัดหลัง
เดนิ ออกก�ำลังกาย หรือชว่ งท่อี ยนู่ ่งิ เชน่ ตอนนัง่ หรือตอนนอน
และเปลย่ี นเปน็ ดู ปติ ิ หวั ใจเตน้ ลมหายใจออก
นคี่ อื การดบั ทกุ ข์ ณ เวลานน้ั ณ hear beat นนั้ เราไมม่ ที กุ ข์
63
มรรคมีองค์ ๘
๒. สัมมาสังกปั ปะ
ขา้ พเจา้ ถามวา่ ถา้ ทำ� แค่ 3 อยา่ งนแ้ี ลว้ ทำ� ไมเราถงึ ไดม้ รรค
มีองค์ 8 ขา้ พเจ้าก็อยากจะใหผ้ อู้ า่ นลองเจรญิ มรรคดูตาม 3 ขั้น
ตอนที่ระบุเบ้ืองต้นและถามตัวเองดูสิว่าระหว่างท่ีท�ำน้ันคุณคิดดี
อยู่หรือไม่ถ้าคิดดีอยู่อันน้ี พระพุทธเจ้าเรียกว่า สัมมาสังกัปปะ
หรือความคดิ ที่ถกู ตอ้ ง
๓. สัมมาวาจา
แล้วถ้าท่านลองเจริญมรรคต่อไปและลองถามตัวเองสิว่า
ระหว่างท่านเจริญมรรคน้ันถ้าท่านต้องพูดจากับใครคำ� พูดที่ออก
มาจากปากทา่ นจะเปน็ คำ� พดู แบบไหนถา้ ทา่ นพดู จาไพเราะ นา่ ฟงั
อนั นพ้ี ระพทุ ธเจา้ เรยี กวา่ สัมมาวาจา หรือวาจาท่ีถูกตอ้ ง
๔. สัมมากัมมนั ตะ
แล้วถ้าท่านลองเจริญมรรคต่อไปแล้วถามตัวเองสิว่า
ระหว่างการเจริญมรรคนั้นท่านจะท�ำดีไหมถ้าท่านท�ำดีอันน้ี
พระพุทธเจ้าเรียกว่า สัมมากัมมันตะ หรือการปฏิบัติที่ถูกต้อง
น่ันก็คอื การรกั ษา ศลี ธรรมดีๆ นี่เอง
64
๕. สมั มาอาชีวะ
และถ้าท่านลองเจริญมรรคต่อไปแล้วถามตัวเองสิว่าใน
อารมณ์น้ีท่านจะมีความสุขกับการท�ำงานประจ�ำวันของท่านหรือ
ไมถ่ า้ มอี นั นพ้ี ระพทุ ธเจา้ เรยี กวา่ สมั มาอาชวี ะ การเลย้ี งชพี ทถ่ี ูกต้อง
๖. สัมมาวายามะ
แล้วถ้าท่านเจริญมรรคต่อไปแล้วถามตัวเองสิว่าระหว่าง
การเจริญมรรคนน้ั ทา่ นยังอยากอยู่ในอารมณ์นี้ตอ่ ไปหรอื ไม่ ถา้
ยังอยากอันนี้ทา่ นพระพุทธเจ้าเรียกวา่ สมั มาวายามะ ก็คือความ
เพียรที่ถูกตอ้ งหรือความพยายามในการท่จี ะรักษาตวั เองให้อยู่ใน
กุศล
๗. สมั มาสติ
และถ้าเจริญมรรคต่อไปการที่ท่านได้ดูใจย้ิมของท่านนั้น
อนั นี้พระพุทธเจา้ เรียกวา่ สมั มาสติ หรอื มหาสติปฏั ฐาน
๘. สมั มาสมาธิ
แล้วถ้าท่านเจริญมรรคต่อไปการท่ีท่านได้ดูลมหายใจ
ออกน้นั อันนีพ้ ระพทุ ธเจ้าเรยี กว่า สัมมาสมาธิ
65
๑. สมั มาทิฏฐิ
มาถึงตรงน้ีข้าพเจ้าอยากให้ผู้อ่านลองนึกถึงเหตุการณ์
หนงึ่ ทท่ี า่ นเคยทกุ ขใ์ จ แลว้ กล็ องเจรญิ มรรคดสู กั 1 นาทแี ลว้ ลอง
ถามตัวเองว่าความทุกข์ของท่านได้ลดลงไหมหลังจาก 1 นาที
หรือไม่ ถา้ เกิดความทุกข์ของทา่ นลดลงอนั น้พี ระพุทธเจา้ เรยี กวา่
อรยิ สัจ 4 นัน่ ก็คอื ความดับทุกขด์ ้วยมรรคมีองค์ 8 แลว้ ถา้ ท่าน
มาถึงตรงนี้และเห็นว่าความทุกข์ของท่านน้ันได้ถูกบรรเทาลง
ด้วยการเจริญมาอันน้ีพระพุทธเจ้าเรียกมันว่าสัมมาทิฏฐิ หรือ
ความเหน็ ท่ถี ูกต้องน่นั กค็ ือการใชอ้ ริยสจั 4 ลดความทุกขน์ ั่นเอง
มาถงึ ตรงนผี้ อู้ า่ นคงสงสยั วา่ ทำ� ไมขา้ พเจา้ ไดเ้ อาสมั มาทฎิ ฐิ
ซึ่งเปน็ ขอ้ ที่ 1 มาอยู่ขอ้ ที่ 8 อันน้กี เ็ ป็นอกี อบุ ายของพระพทุ ธเจ้า
ท่ีฉลาดหลักแหลมและเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติเท่าน้ันจะเห็นได้ว่ามรรค
มีองค์ 8 น้ันไม่สามารถท�ำทีละข้อทีละข้อได้ การท่ีเราจะเห็น
สัมมาทิฏฐิได้นั้นต้องเจริญมรรคมีองค์ 8 ไปแบบกลมกลืนและ
กลมกลอ่ ม และไดล้ องใชม้ รรคมอี งค์ 8 ดบั ทกุ ขจ์ ากใจอยา่ งแทจ้ รงิ
มรรคมอี งค์ 8 นนั้ ไมใ่ ชก่ ารทอ่ งจำ� มรรคมอี งค์ 8 นน้ั เปน็ อารมณ์
แหง่ ความสขุ ความรน่ื เรงิ ในธรรมแบบมขี อบเขตหรอื ทพี่ ระพทุ ธเจา้
เรยี กวา่ ทางสายกลางนนั้ เอง เพราะฉะนน้ั ถา้ เราสามารถเจรญิ มรรค
ได้ส�ำเร็จได้ลิ้มรสแห่งอารมณ์ของทางสายกลางแล้วเราก็จะรู้ได้
ด้วยตัวเองว่าทางน้ีคือทางที่ถูกต้องหรือท่ีพระพุทธเจ้าเรียกว่า
สัมมาทิฏฐนิ ี่เอง
66
อริยสัจ 4
ทกุ คนคงทราบอยแู่ ลว้ วา่ คอื อะไร นน่ั กค็ อื หวั ใจของศาสนา
พุทธที่พระพุทธเจ้าไดแ้ สดงตอนปฐมเทศนานนั่ กค็ ือ ทุกข์ สมุทยั
นโิ รธ มรรค มาถงึ ตรงนี้ข้าพเจ้าขออนญุ าต ชแี้ จงนดิ นึงวา่ ในการ
ปฏบิ ตั ธิ รรมแบบรปู ธรรมนนั้ อรยิ สจั 4 จะเปลยี่ นเปน็ ทกุ ข์ สมทุ ยั
มรรค นิโรธ อันน้กี ็คือความอัศจรรย์ท่ีผปู้ ฏิบัตจิ ะไดเ้ หน็ เองรู้เอง
ว่าพระพุทธเจ้านั้นล้�ำลึกและฉลาดแค่ไหน ท่านต้ังใจ ระบุเร่ือง
อริยสัจ 4 ไว้สลับกันเพ่ือท่ีว่าสาวกของท่านทั้งหลายจะได้ลอง
เอาธรรมะท่ีท่านสอนน้ันมาใช้จริงกับชีวิตเพ่ือการดับทุกข์และก็
จะได้เห็นว่าธรรมะท่ีท่านอ่านหรือฟังมาทั้งหมดนั้นไม่ควรจะเชื่อ
จนกวา่ จะได้ปฏบิ ัติเองและเห็นความจรงิ จากใจตัวเองท่แี ท้จริง
Credit
พระสมั มาสัมพุทธเจา้
อาจารย์ของขา้ พเจา้ หลวงพอ่ ไพโรจน์ อภิปญุ โญ
เขียนโดย นายศรณั ย์ วชิ ยาภัย
67
ทกุ ขจ์ ากโรคภยั แกไ้ ดด้ ้วยบญุ
ท่านที่ทกุ ข์ทรมานด้วยโรคภัยไขเ้ จบ็ ต่างๆ โรคภยั ไขเ้ จ็บ
ปญั หาสขุ ภาพต่างๆ ท่ีเกิดกับตวั เราน้นั สืบเนื่องจากการกระทำ�
ของเจา้ กรรมนายเวรผู้เคียดแค้นชิงชงั พระพทุ ธเจ้าตรัสว่า ผู้ฆ่า
สัตว์ย่อมอายุส้ัน ผู้เบียดเบียนสัตว์ย่อมมีสุขภาพไม่ดี เชื้อโรค
ร้ายแรงต่างๆ ที่มีอยู่ในร่างกาย ก็ล้วนแต่เป็นเจ้ากรรมนายเวร
ทง้ั นน้ั โรคทเี่ รอื้ รงั รา้ ยแรง การรกั ษาดว้ ยวธิ กี ารกนิ ยาฉดี ยาเขา้ ไป
ฆา่ ทำ� ลายเขา หรอื การใช้พลงั จติ -อ�ำนาจ สมาธอิ ยา่ งใดๆ เข้าไป
ขบั ไล่ นอกจากการรกั ษาทข่ี าดเมตตาปราณอี ยา่ งรเู้ ทา่ ไมถ่ งึ การณ์
แล้ว ขณะเดียวกันก็ยิ่งท�ำให้เหล่าเจ้ากรรมนายเวรยิ่งทวีความ
พยาบาทเคียดแค้นผู้ป่วยมากข้ึนไปอีก หลายโรคจึงหมดหนทาง
เยยี วยา ผู้ป่วยต้องจมอยกู่ บั ทกุ ข์เวทนาไปต่างๆ นานา จะตายก็
ไมใ่ หต้ าย จะหายกไ็ มใ่ หห้ าย ทรพั ยส์ นิ ทม่ี ี กพ็ นิ าศไปกบั คา่ รกั ษา
ทุกข์ท้งั คนป่วย ทกุ ข์ทงั้ คนท่เี ป็นญาตๆิ เปน็ บริวาร ในทีส่ ุดหลาย
รายตอ้ งจบชวี ติ ลงไปอย่างน่าเสยี ดาย ทง้ั ๆ ทมี่ ีทางเลอื ก ทั้งๆ ท่ี
มีโอกาส ท้ังๆ ที่มีบุญอยู่ก็มากมายแต่ไม่รู้จักเบิกมาล้างแค้นให้
แก่เขา ดงั นั้นการเยยี วยารักษาทีถ่ กู ต้อง ตอ้ งโอนบญุ -เบกิ บุญไป
ให้ เฉพาะเจาะจงแก่เจา้ กรรมนายเวรท่กี ำ� ลงั ท�ำให้เกดิ อาการเจ็บ
ปว่ ยนัน้ (อย่าไปบอกว่าให้แกเ่ จา้ กรรมนายเวรทั้งหลาย...เหมือน
อย่างทเ่ี คยทำ� ) และใหแ้ กเ่ ทวดาผูร้ ักษาตัวเราไปในขณะเดยี วกนั
การอธิษฐานเบิกบุญเก่าอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรท่ีรบกวน ควร
68
ทำ� วนั ละหลายๆ ครงั้ จนเขาพอใจ อาการปว่ ยของเราจะหายเรว็ ขน้ึ
วิธีการให้บุญแก่เจ้ากรรมนายเวร ควรท�ำดังนี้เป็นตัวอย่าง เช่น
ผทู้ ี่ป่วยด้วยมะเร็งปอด ก็ส่งโอนบุญอย่างเฉพาะเจาะจงว่า “บุญ
นใ้ี หแ้ กเ่ จา้ กรรมนายเวรที่ก่อใหเ้ กดิ การเจบ็ ปว่ ยมะเร็งปอด ฯลฯ
(สดุ แตม่ ะเร็งหรือเปน็ อะไร) พวกเชอื้ มะเร็งเม่อื ได้รับบญุ แล้วขอ
ใหเ้ จา้ มีชีวิตท่ีดีขึ้น มีภพภูมิที่สูงขึ้น จงหลุดจากภาวะชีวิตชั้นต�่ำ
เด๋ียวนี้ เม่ือเราหายแล้ว เราจะท�ำบุญให้แก่พวกเจ้า ส่งชีวิตของ
พวกเจา้ ใหส้ งู ขน้ึ เรอื่ ยๆ พวกเจา้ จงเลกิ จองเวรจองกรรมในเราเสยี ที
ต้ังแต่นี้เราจะตั้งตนอยู่ในศีลในธรรม เลิกการเบียดเบียนเข่นฆ่า
ชีวิตสตั วอ์ นื่ ขอส่งบุญทเ่ี กิดจากการรักษาศลี แกเ่ จ้าดว้ ย”
69
การดูแลแบบประคับประคอง
หรือ Palliative care
น�ำเสนอโดยโครงการเยอื นเย็น
โครงการเยือนเย็น เป็นโครงการดูแลผู้ป่วยซ่ึงป่วยเป็น
โรคท่ีรักษาได้ยากด้วยวิธีการ ที่เรียกว่า Palliative Care หรือ
ชวี าภบิ าล ซง่ึ คอื แนวคดิ การดแู ลผปู้ ว่ ยโดยเปลยี่ นจากการพยายาม
รักษาโรคน้ันให้หาย เป็นการให้ผู้ป่วยได้เลือกใช้ชีวิตอย่างเต็มท่ี
โดยมีคุณหมอทําหน้าที่ช่วยบําบัดอาการเจ็บปวดทรมานจากโรค
เหล่าน้ันให้ลดลงไป
โครงการเยือนเย็น เร่ิมต้นจากการที่คุณหมออิศรางค์
พบว่า ผู้ป่วยซ่ึงป่วยเป็นโรคท่ีรักษาได้ยากส่วนใหญ่มักอยากจะ
อยบู่ า้ น เพราะการเดนิ ทางมาโรงพยาบาลนน้ั คอ่ นขา้ งยากลำ� บาก
คุณหมอจึงเปน็ ฝ่ายเดนิ ทางไปหาผปู้ ว่ ยที่บ้าน และทําหนา้ ทเี่ ปน็
เหมือน second opinion ให้กบั ผูป้ ่วยและครอบครวั โดยให้
ครอบครวั ไดพ้ ดู คยุ กนั วา่ ความตอ้ งการทแ่ี ทจ้ รงิ ของผปู้ ว่ ยคอื อะไร
แล้วจะจดั การใหม้ ันเกิดขนึ้ ไดอ้ ยา่ งไร
วธิ กี าร palliative Care น้ี นอกจากจะดสี าํ หรบั ผปู้ ว่ ยแลว้
ก็ยังดีต่อตัวของคุณหมอผู้รักษาด้วย เพราะเม่ือผู้ป่วยตัดสินใจ
70
จะไม่รับการรักษา แต่ขออยู่อย่างมีความสุขในช่วงบั้นปลายของ
ชีวิต งานของคุณหมอก็ลดลงไปด้วยเช่นกัน แต่ถึงอย่างน้ันงาน
เหล่านี้ต้องมคี ่าใชจ้ ่าย เชน่ ในส่วนท่ีคุณหมอตอ้ งเดนิ ทางไปหา
คนไข้ ซ่ึงแม้คุณหมอจะยินดีที่แบกรับภาระส่วนน้ันไว้ แต่ก็มอง
เหน็ วา่ ไมส่ ามารถทาํ ไดอ้ ยา่ งยง่ั ยนื จงึ เกดิ เปน็ “โครงการเยอื นเยน็ ”
ซ่งึ เปน็ วสิ าหกจิ เพ่ือสงั คมขน้ึ มา
โครงการเยือนเย็น เน้นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตบําบัด
อาการเจบ็ ปวดและอาการรบกวนทง้ั หลายอยา่ งเตม็ ที่ เหมาะสาํ หรบั
ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยโรคมะเร็งท่ีไม่อยากไปโรงพยาบาล
กลัวการให้เคมีบําบัด ไม่สามารถฉายแสง หรือไม่อยากผ่าตัด
อีกทงั้ ยังเหมาะกับผู้สนใจแพทย์ทางเลือกสมุนไพรบาํ บัดมากกว่า
หรือเข้าใจในสัจจธรรม ตายไม่กลัว กลัวทรมาน โครงการนี้จึง
เกิดขึ้นเพื่อขยายความสุขให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวที่มีความ
ปรารถนาเชน่ เดียวกัน
โครงการเยอื นเยน็ น้ี เรม่ิ ตน้ มาแลว้ 2 ปี ชว่ ยเหลอื ผปู้ ว่ ย
ไปกวา่ ๙๐ ครอบครัว โดยทางโครงการไม่เน้นเรอ่ื งความตาย
แตเ่ น้นเรื่องการอยู่ดี การใชช้ ีวิตอย่างเตม็ ท่ี และมีความสุข ซ่ึง
สําหรับผู้ป่วยบางคน การอยู่โรงพยาบาลไม่สามารถตอบโจทย์
เขาได้ คูณหมอจึงพบว่า วิธีการ Palliative Care เป็นอีกหน่ึง
ทางเลือกท่ีช่วยให้ผู้ป่วยมีความสุข และทําให้คุณหมอเองพลอย
71
มคี วามสขุ ไปดว้ ย เพราะแมว้ า่ การดแู ลผปู้ ว่ ยจะจบลงดว้ ยความตาย
แตก่ ส็ ามารถกอ่ เกดิ เปน็ ความทรงจาํ ทดี่ ไี ด้ ดว้ ยเหตนุ ี้ งาน Palliative
Care จึงเป็นงานแห่งความสุขมากกว่างานท่ีน่าเศร้า และเป็นวิธี
ท่ีช่วยให้คุณหมอก็ได้ทําหน้าท่ีของหมอจริงๆ ซ่ึงก็คือ การช่วย
บรรเทาความทุกข์ให้ผู้คน ทําให้ญาติๆ ได้มีโอกาสเติมเต็มความ
สขุ ให้กับผปู้ ว่ ย โดยมีคณุ หมอเป็นผู้ใหค้ วามมัน่ ใจ
อยา่ งไรกต็ าม ความทา้ ทายในตอนนก้ี ค็ อื ผคู้ นจาํ นวนมาก
ยังไม่รู้ว่าเขาสามารถดูแลใช้ชีวิตตามธรรมชาติได้ โดยไม่ต้อง
พยายามรกั ษาโรครา้ ยใหห้ าย คณุ หมอจงึ มแี นวคดิ อยากเผยแพร่
โครงการนีใ้ หผ้ ู้คนได้เขา้ ถึงมากขน้ึ
เม่ือความเป็นจริง ชีวิตเป็นส่ิงไม่แน่นอน เราจึงควรตั้ง
คําถามกับ ตัวเองว่า ส่ิงทีส่ ําคญั ทส่ี ดุ ในชวี ติ ของเราคอื อะไร แล้ว
เราจะทาํ มนั ได้อย่างไร และหากแม้วา่ สุดทา้ ย ชีวิตจะยนื ยาวกว่า
ที่คดิ ก็ถือเป็นกาํ ไรท่เี ราจะได้มโี อกาสทําสง่ิ ตา่ งๆ ได้ ตราบทีย่ งั
มเี วลาที่จะทาํ
72
“
ยคุ สมยั น้ี ผู้ป่วยมีทางเลือก
นอกเหนอื จากการพึ่งโรงพยาบาล
เราสามารถเลือกดแู ลกนั และกัน
”ทบี่ ้านไดน้ ะครบั
ศ.ดร.นพ. อศิ รางค์ นุชประยูร
ผ้เู ช่ยี วชาญด้านมะเร็งและชีวาภบิ าล
ผู้อาํ นวยการเยอื นเยน็ วสิ าหกิจเพ่อื สังคม
• แพทยศาสตรบ์ ัณฑติ จฬุ าฯ
• Ph.D. Johns Hopkins University USA
• ผู้ก่อต้ังมลู นธิ สิ ายธารแหง่ ความหวงั
73
เยือนเย็น วสิ าหกิจเพือ่ สงั คม
080-776-6712, 092-375-0555, 092-571-4999
yyen2018, yyen0555, yyen4999
[email protected]
74
Living Will Template ฉบบั ภาษาไทย
75
76
77
78
79
80
Download ตวั อยา่ งหนงั สอื แสดงเจตนา ฉบบั ภาษาไทย
81
Living Will Template
Sample 1
82
83
84
Sample 2
85
86
Download Living will template in english 87
ขอ้ มลู จาก www.thailivingwill.in.th
88