คํานํา การศึกษาพ ืชม ี ความสําค ั ญมากเพราะพ ืชเป็ นสิ่ งม ีชี วิตชนิดแรก ๆ บนโลก พ ืชสร ้ างแก ็สออกซิเจน อาหาร เชื้ อเพลิง และยา ซึ่ งทําให ้ สิ่ งม ีชี วิตชั้ นส ู งกว่า รวมท ั้ งมน ุ ษย ์ สามารถดํารงชี วิตอยู่ได ้ พ ืชย ั งด ู ดกล ื น แก ๊ สคาร ์ บอนไดออกไซด ์ ในกระบวนการสั งเคราะห ์ ด ้ วยแสง ซึ่ งเป็ นแก ๊ สท ี่ เป็ นสาเหต ุ ของปรากฏการณ ์ เร ื อนกระจก ความรู้และความเข ้ าใจเก ี่ ยวก ั บพ ืชม ี ความสําค ั ญต่ออนาคตของ สั งคมมน ุ ษย ์ สวนพฤกษศาสตร ์ เป็ นสถาบ ั นทางวิชาการท ี่ เป็ นแหล่งรวบรวมพรรณพ ืช ต่าง ๆ เอาไว ้ เพ ื่ อทําการอน ุ รั กษ ์ ศึกษา วิจ ั ยทางวิทยาศาสตร ์โดยเฉพาะทาง ด ้ านพฤกษศาสตร ์ หร ื อวิทยาศาสตร ์ ว่าด ้ วยพ ืช โดยม ั กจะม ี การปล ู กรวบรวมไว ้ เป็ นหมวดหมู่ ตามแต่ละนโยบาย ล ั กษณะพ ื้ นท ี่ และงบประมาณของสวน พฤกษศาสตร ์ น ั้ น ๆ เช่น สวนกล ้ วยไม ้ สวนสม ุ นไพร สวนพ ืชให ้ สี สวนพ ืชม ี พิษ หร ื อ ตามการจ ั ดจําแนกพ ืชเป็ นวงศ ์ ต่าง ๆ เช่น วงศ ์ ปาล ์ ม วงศ ์ ขิงข่า เป็ นต ้ น โดยสวนพฤกษศาสตร ์ ท ี่ ม ี มาตรฐานจะม ี องค ์ ประกอบท ี่สําค ั ญ เช่น แหล่งรวบรวมพรรณพ ืช ห ้ องสม ุ ด หอพรรณไม ้ ห ้ องปฏิบ ั ติการ
สารบ ั ญ
คคววาามมหหมมาายยขขอองงพพฤฤกกษษศศาาสสตตรร ์์ พฤกษศาสตร ์ ค ื อการศ ึ กษาทางว ิ ทยาศาสตร ์ ของพ ืช รวมถ ึ ง โครงสร ้ าง หน ้ าท ี่ การเจร ิ ญเต ิ บโต ว ิ ว ั ฒนาการ และการกระ จายพ ั นธุ์ ครอบคล ุ มห ั วข ้ อต ่ างๆ มากมาย รวมถ ึ งสร ี รว ิ ทยาของ พ ืช น ิ เวศว ิ ทยาของพ ืช ว ิ ว ั ฒนาการของพ ืช ระบบของพ ืช และ อน ุ กรมว ิธานของพ ืช
กกรระะเเจจ ี๊ ยี๊ ยบบแแดดงง กระเจ ี๊ ยบแดง ค ื อ พ ืชล ้ มล ุ ก อาย ุ สั้ น ท ี่ ม ี ถ ิ่ นกําเนิดในประเทศซ ู ดาน และแถบประทศ ในทว ีปแอฟริกา อ ี กหน ึ่ งพ ืชสม ุ นไพร ท ี่สามารถรับประทานได ้ และม ีประโยชน ์ ต่อ ร่างกาย เป็ นพ ืชสม ุ นไพรจําพวกต ้ นเป็ นไม ้ พุ่ม ส ู งประมาณ 50-180 เซนติเมตร ม ีสี ม่วง อมแดง เป็ นใบเด ี่ ยว คล ้ ายร ู ปฝ่าม ื อม ี3 แฉก หร ื อ 5 แฉก ส่วนดอกน ั้ น ออกเป็ นดอก เด ี่ ยวตามซอกใบ กล ี บดอกชมพ ู หร ื อเหล ื อง ก ้ านดอกสั้ น เม ื่ อดอกกระเจ ี๊ ยบแดงเจริญ เต ็ มท ี่ และผลจะม ีปลายแหลม เปน ็ร ู ปร ี ยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร เม ื่ อผลอ่อนเป็ น สี เข ี ยว ส่วนผลแก่จะแตกออกเป็ น 5 แฉก เมล ็ ดสี นํ้าตาล ตลอดจนตัวผลจะม ี กล ี บ เกล ี้ ยงสี แดงหนาชุ่มนํ้าหุ้มผลไว ้ ประโยชน ์ ของกระเจ ี๊ ยบแดง -แก ้ กระหาย -บรรเทาอาการไข ้-ลดความเสี่ ยงของการเกิดโรคหัวใจ -รักษาแผล -ป ้ องกันการเกิดน ิ่ ว -ป ้ องกันการเกิดโรคโลหิตจาง -ลดไขมัน
กต ้ นตะแบก เป็ นต ้ นไม ้ ชนิดหน ึ่ ง ม ี ถ ิ่ นกําเนิดอยู่ในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบ ป่าราบท ี่ชื้ น และแล ้ งท ั่ วไปในเอเชี ย พบแพร่กระจายต ั้ งแต่อินเด ี ย จ ี นตอนใต ้ เอเชี ยตะวันออก เฉ ี ยงใต ้ และออสเตรเล ี ยเป็ นไม ้ เน ื้ อแข ็ งสี เทา หร ื อสี นํ้าตาลอมเทา เสี้ ยนตรง เน ื้ อไม ้ ละเอ ี ยดปานกลาง จัดเป็ นไม ้ ย ื นต ้ นประเภทผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ประโยชน ์ หร ื อสรรพค ุ ณอ ื่ น ๆ เปล ื อกของตะแบกม ีสรรพค ุ ณเป็ นยาแก ้ ลงแดง หร ื อใช ้ ปร ุ งเป็ นยาแก ้ บิดและม ู กเล ื อดได ้ ขอนดอกเป็ นยาบําร ุ งหัวใจ ปอด ตับ ทารกในครรภ ์ ท ั้ งยังใช ้ เป็ นยากแก ้ ลมกองละเอ ี ยด อย่างอาการหน ้ าม ื ด ตาลาย ใจสั่ น ได ้ นอกจากน ี้ ยังใช ้ เป็ นยาแก ้ไข ้ ร ้ อน แก ้ เหง ื่ อ แก ้ เสมหะ ไม ้ ตะแบกนิยมใช ้ ทําสิ่ งปล ู กสร ้ าง เน ื่ องจากตกแต่งได ้ ง่าย ขัดเงาได ้ ด ี ยัง สามารถใช ้ ทําถ่านเชื้ อเพลิงได ้ อย่างด ี ตะแบกเม ื่ อยังเป็ นต ้ นให ้ ร่มเงาและฟอกอากาศได ้ มาก ตตะะแแบบกก
เหร ี ยง เป็ นไม ้ ย ื นต ้ นขนาดใหญ่ ไม่ค่อยม ี ก ิ่ งก ้ านท ี่ ลําต ้ น เปล ื อกเร ี ยบและหนาสี เทาปน เข ี ยวอ่อน ม ี กล ิ่ นฉ ุ น ลักษณะท ั่ วไปคล ้ ายสะตอ แต่พุ่มใบแน่น และเข ี ยวทึบกว่า ใบ ใหญ่และหนากว่าสะตอ ลักษณะใบเป็ นแบบช่อ ใบแคบปลายแหลม ใบแก่จะเป็ นสี เหล ื องร่วงเก ื อบหมดต ้ น และผลิใบใหม่แทน ลักษณะดอกเป็ นดอกช่อแบบสะตอ ออก ท ี่ปลายยอด เป็ นก ้ านยาวสี เข ี ยวสลับนํ้าตาล ลักษณะผลเป็ นฝัก เมล ็ ดร ู ปไข่ฝักแก่เต ็ ม ท ี่ ม ีสี ดํา เมล ็ ดในสี ดํา เน ื้ อในเมล ็ ดม ีสี เข ี ยวเข ้ ม และม ี กล ิ่ นฉ ุ น เปล ื อกต ้ นเป็ นยาสมานแผล ลดนํ้าเหล ื อง เมล ็ ดเม ื่ อแก่ตัดส่วนปลายนําไปเพาะให ้ แตกรากสั้ น ๆ รับประทานสดหร ื อดอง ใช ้ เป็ นผักเหนาะและนําไปประกอบอาหาร ท ั้ ง ผัดและแกง เช่น แกงหม ู กับล ู กเหร ี ยง หน่อเหร ี ยง ม ี ลักษณะคล ้ ายถ ั่ วงอกหัวโตแต่หัวจะโตกว่าและม ีสี เข ี ยว รสมัน กล ิ่ นฉ ุ น ได ้ มาจากการนําเมล ็ ดในฝักเหร ี ยง ซึ่ งจะออกฝักในช่วงฤด ู หนาว เเหหรร ี ยี ยงง
ล ั กษณะท ั่ วไปของเสม ็ ดช ุ น ใบ เป็ นใบเด ี่ ยว ออกเร ี ยงสล ั บตรงข ้ าม ใบเป็ นร ู ปไข่ร ู ปร ี ถึงใบหอก ม ีสี เข ี ยว ปลายใบแหลม โคนใบแหลม หร ื อ มนขอบใบเร ี ยบ ผิวใบด ้ านบนเป็ นม ั น ส่วน ใบอ่อนม ีสี นํ้าตาลอมชมพ ู ดอก ออกเป็ นช่อแบบช่อแยกแขนง บริเวณซอกใบ และยอด โดยช่อจะยาว 1.5- 3 เซนติเมตร และม ี ดอกย่อยสี ขาว หร ื อ ขาวอมเข ี ยว ไม่ม ี ก ้ านดอก ฐานดอกเป็ น ร ู ปถ ้ วย ทรงร ู ปกรวยแกมทรงกระบอก ขนาด 4-10 มิลลิเมตร ม ี กล ี บเล ี้ ยง 5 กล ี บ เป็ นร ู ปสามเหล ี่ ยมม ี กล ี บเล ี้ ยง 5 กล ี บ แยกจากก ั นเป็ นร ู ปเก ื อบกลม และม ี เกสร เพศผู้จํานวนมาก ผล เป็ นผลสดม ี เน ื้ อทรงกลมขนาดเล ็ ก ขนาด 8-12 มิลลิเมตร สี ขาวขุ่น เม ื่ อผล อ่อนม ีสี เข ี ยว ม ี รสหวานด ้ านในผลม ี เมล ็ ดผลละ 1 เมล ็ ด ประโยชน ์ และสรรพค ุ ณเสม ็ ดช ุ น แก ้ เบ ื่ อเมา แก ้ ผิดสําแดง ช่วยข ั บพยาธิแก ้ ลมพิษ แก ้ พิษนํ้าเกล ี้ ยง แก ้ ฟกชํ้า แก ้ เม ื่ อย แก ้ ปวดบวม แก ้ ปวดท ้ องในเด ็ ก แก ้ หม ั ด เหา แก ้ ปวดฟั น ช่วยข ั บเสมห ช่วยข ั บลม ช่วยข ั บพยาธิช่วยแก ้ เคล ็ ดข ั ดยอก แก ้ การเกิดสิว เเสสมม ็ ด็ ดชชุ น ุ น
สม ุ นไพรมะร ุ ม ม ีชื่ อท ้ องถ ิ่ นอ ื่ น ๆ ว่า บะค ้ อนก ้ อม (ภาคเหน ื อ), ผ ั กอ ี ฮ ุ ม บ ั กฮุ้ม (ภาคอ ีสาน) เป็ นต ้ น มะร ุ มจ ั ดเป็ นพ ืชผ ั กพ ื้ นบ ้ านของไทยซึ่ งเป็ นพ ืชผ ั กสม ุ นไพรโดย ม ี ต ้ นกําเนิดในแถบทว ีปเอเชี ย อย่างประเทศอินเด ี ยและศร ี ล ั งกา โดยเป็ นไม ้ ย ื นต ้ น ท ี่โตเร็ ว ปล ู กง่ายในเขตร ้ อน ทนแล ้ ง สามารถรั บประทานได ้ ท ุ กส่วนไม่ว่าจะเป็ นฝั ก ใบ ดอก เมล ็ ด ราก เป็ นต ้ น แต่ถ ้ านํามาใช ้ เป็ นยาสม ุ นไพรน ั้ นจะใช ้ เก ื อบท ุ กส่วน ของต ้ นมะร ุ มรวมท ั้ งเปล ื อกด ้ วย ประโยชน ์ และสรรพค ุ ณเสม ็ ดช ุ น ช่วยบําร ุ งผิวพรรณให ้ ชุ่มชื้ น อ่อนนุ่ม ไม่ให ้ หยาบกร ้ าน ม ีสารต่อต ้ านอน ุ ม ู ลอิสระ ช่วยในการชะลอว ั ย (นํ้าม ั นมะร ุ ม) ช่วยเสริมสร ้ างภ ู มิคุ้มก ั นให ้ แก่ร่างกาย ช่วยรั กษา โรคขาดสารอาหารในเด ็ กแรกเกิดถึงอาย ุ 10ขวบ ช่วยลดไขม ั นและคอเลสเตอรอล ในร่างกาย (ฝั ก) ม ีส่วนช่วยป ้ องก ั นโรคมะเร็ ง (ใบ, ดอก, ฝั ก, เมล ็ ด, เปล ื อกของ ลําต ้ น) ช่วยรั กษาโรคมะเร็ งในกระด ู ก มมะะรร ุ ม ุ ม
ล ั กษณะของมะกร ู ดร ุ ม เป็ นไม ้ ย ื นต ้ นขนาดเล ็ ก เป็ นไม ้ เน ื้ อแข ็ ง ลําต ้ นและก ิ่ งม ี หนามยาวเล ็ กน ้ อย ใบเป็ น ใบประกอบชนิดลดร ู ป ม ีใบย่อย 1 ใบ เร ี ยงสล ั บ ร ู ปไข่ม ี ก ้ านแผ่ออกใหญ่เท่าก ั บ แผ่นใบ ทําให ้ เห ็ นใบเป็ น 2 ตอน ใบสี เข ี ยวแก่พ ื้ นผิวใบเร ี ยบเกล ี้ ยง เป็ นม ั น ค่อนข ้ างหนา ม ี กล ิ่ นหอมมากเพราะม ี ต่อมนํ้าม ั นอยู่ โดยใบด ้ านบนสี เข ้ ม ใต ้ใบสี อ่อน ดอกออกเป็ นกระจ ุ ก กล ี บดอกสี ขาว เกสรสี เหล ื อง ร่วงง่าย ม ี กล ิ่ นหอม ม ี ผล สี เข ี ยวเข ้ มคล ้ ายมะนาวผิวเปลอ ื กนอกขร ุ ขระ ข ั้ วห ั วท ้ ายของผลเป็ นจ ุ ก ผลม ี ต่อม นํ้าม ั นกระจายอยู่ท ี่ ผิวผลอ่อนม ี เป็ นสี เข ี ยวแก่เม ื่ อผลส ุ กจะเปล ี่ ยนเป็ นสี เหล ื องสด พ ั นธุ์ท ี่ ม ี ผลเล ็ ก ผิวจะขร ุ ขระน ้ อยกว่าและไม่ม ี จ ุ กท ี่ ข ั้ ว ภายในม ี เมล ็ ดจํานวนมาก ๆ สรรพค ุ ณ เป็ นยาบําร ุ งห ั วใจ ข ั บลมในลําไส ้ แก ้ แน่นท ้ องจ ุ กเสี ยด กระทุ้งพิษ แก ้ ฝี ภายใน และแก ้ เสมหะเป็ นพิษ ช่วยบําร ุ งผมให ้ เงางามแก ้ อาการผมร่วง มมะะกกรร ู ด ู ด
ลักษณะทางพฤกษศาสตร ์ ลําต ้ น ผักเหล ี ยง เป็ นไม ้ ย ื นต ้ นขนาดเล ็ ก ม ี ลักษณะเป็ นทรงพุ่มเต ี้ ย ใบ ผักเหล ี ยง เป็ นพ ืชใบเล ี้ ยงคู่ ม ี ลักษณะใบคล ้ ายใบยางพารา ใบแตกออกท ี่ปลายก ิ่ ง แขนง แตกออกเป็ นใบเด ี่ ยวตรงข ้ ามกันเป็ นคู่ๆ ใบม ี ลักษณะร ี ดอก ผักเหล ี ยงออกดอกเป็ นช่อท ี่ปลายก ิ่ ง แยกออกเป็ นต ้ นดอกช่อตัวผู้ และต ้ นดอกสมบ ู รณ ์ เพศแยกต ้ นกัน ผล ผลผักเหล ี ยงออกรวมกันบนช่อ ประโยชน ์ ผักเหล ี ยง ยอดผักเหล ี ยง กรอบเม ื่ อรับประทานสด นุ่มเม ื่ อปร ุ งส ุ ก ม ี รสชาติอร่อย หวานมัน นิยม รับประทานสดหร ื อใช ้ ประกอบเป็ นอาหาร ผผ ั กั กเเหหลล ี ยี ยงง
ความเชื่ อ คนไทยม ี ความเชื่ อว่าต ้ นเสลาเป็ นไม ้ มงคล หากปล ู กไว ้ ประจําบ ้ านจะช่วยเสริมสร ้ างความ เป็ นสิริมงคลทําให ้ บ ้ านน ั้ นม ีฐานะส ู งข ึ้ น ลักษณะของเสลา ต ้ น ต ้ นเสลา เป็ นต ้ นไม ้ ท ี่ ม ี ขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยม ี ความส ู งประมาณ 10-20 เมตร และเป็ นไม ้ ผลัดใบม ี เร ื อนยอดเป็ นพุ่มแน่น ก ิ่ งห ้ อยย ้ อย ลําต ้ นกลม แข ็ งแรงใน ระดับหน ึ่ ง เปล ื อกม ีสี เทาแกมดํา ม ี รอยแตกเป็ นร ิ้ วยาวตลอดลําต ้ น ใบ ต ้ นเสลาม ี ลักษณะเป็ นใบเด ี่ ยว ออกตรงกันข ้ าม ใบม ี ร ู ปขอบขนาน ขนาดความกว ้ าง โคนใบมน ปลายใบแหลม ใบม ีสี เข ี ยว ผิวใบม ี ขนป ุ ยอ่อนนุ่มปกคล ุ มอยู่ท ั่ ว ท ั้ ง 2 ด ้ าน ดอก ดอกของต ้ นเสลาจะม ีสี ม่วงอมชมพ ู สวยงาม ซึ่ งจะออกดอกบริเวณก ิ่ งแก่หร ื อปลายก ิ่ ง และออกดอกเป็ นช่อร ู ปทรงกระบอก เเสสลลาา
ล ั กษณะของเพชรสั งฆาต ต ้ น เป็ นไม ้ เถา เถาอ่อนสี เข ี ยวเป็ นสี่ เหล ี่ ยมเป็ นข ้ อต่อก ั น ใบเป็ นใบเด ี่ ยวร ู ปสามเหล ี่ ยม แผ่นใบเร ี ยบสี เข ี ยวเป็ นม ั น ออกเร ี ยงสล ั บตามข ้ อ ต ้ น ปลายใบมน โคนใบเว ้ า ขอบใบหย ั กมน ดอกเป็ นสี เข ี ยวอ่อน ออกเป็ นช่อตามข ้ อตรงข ้ ามก ั บใบ ผลเป็ นร ู ปทรงกลม ผิวเร ี ยบเป็ นม ั น ผลอ่อนสี เข ี ยว ผลส ุ กสี แดงออกดํา ประโยชน ์ ของเพชรสั งฆาต ใช ้ เป็ นยารั กษาโรคริดสี ดวงทวาร เเพพชชรรสสั งั งฆฆาาตต
ล ั กษณะของจ ั นทร ์ เทศ เป็ นไม ้ พุ่มย ื นต ้ นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ส ู งประมาณ 5-18 เมตร ใบ ใบเด ี่ ยวออกเร ี ยงสล ั บ ใบเป็ นร ู ปร ี หร ื อร ู ปไข่กลมร ี ดอก ดอกเป็ นช่อ ช่อละประมาณ 2-3 ดอก หร ื อออกเป็ นดอกเด ี่ ยว โดยจะออก ตามซอกใบ ผล ผลสด ค่อนข ้ างฉํ่านํ้า ล ั กษณะของผลเป็ นร ู ปทรงค่อนข ้ างกลม สรรพค ุ ณ ดอกจ ั นทน ์ (รกหุ้มเมล ็ ด) และล ู กจ ั นทน ์ (เมล ็ ด) ม ี รสเผ ็ ดร ้ อนและม ี กล ิ่ นหอม เป็ น ยาร ้ อนเล ็ กน ้ อย โดยออกฤทธิ์ ต่อลําไส ้ และม ้ าม ใช ้ เป็ นยาทําให ้ ธาต ุ และร่างกาย อบอนุ่ ช่วยบําร ุ งธาต ุ ในร่างกาย แก ้ ธาต ุ อ่อน จจ ั นั นททรร ์ เ ์ เททศศ
ล ั กษณะท ั่ วไปของมะนาว ผลมะนาวโดยท ั่ วไปม ี ขนาดเส ้ นผ่านศ ู นย ์ กลางประมาณ 4 – 4.5 เซนติเมตร ต ้ น มะนาวเป็ นไม ้ พุ่มเต ี้ ย ส ู งเต ็ มท ี่ ราว 5 เมตร ก ้ านม ี หนามเล ็ กน ้ อย ม ั กม ีใบดก ใบ ยาวเร ี ยวเล ็ กน ้ อย คล ้ ายใบส ้ ม ส่วนดอกสี ขาวอมเหล ื อง ปกติจะม ี ดอกผลตลอดท ั้ งปี แต่ในช่วงหน ้ าแล ้ ง จะออกผลน ้ อย และม ี นํ้าน ้ อย สรรพค ุ ณทางยา มะนาวเป็ นผลไม ้ ท ี่ ม ี กรดอินทร ี ย ์ หลายชนิด เช่น กรดซิตริก กรดมาลิก วิตามินซี จากนํ้ามะนาว ส่วนนํ้าม ั นหอมระเหยจากผิวมะนาว ม ี วิตามินเอและซี ท ั้ งย ั งม ี ธาต ุ แคลเซี ยมและฟอสฟอรัสส ู งกว่าในนํ้ามะนาวอ ี กด ้ วย มมะะนนาาวว
ล ั กษณะท ั่ วไปของพริก พริก (Prik) เป็ นพ ืชผ ั กสม ุ นไพร ม ี ทรงพุ่มขนาดเล ็ ก ม ี ลําต ้ นกลมๆ ม ีสี เข ี ยว ใบม ี ล ั กษณะทรงเร ี ยวร ี ปลายใบแหลม ใบเร ี ยบม ั น ม ีสี เข ี ยว ดอกม ี ล ั กษณะร ู ปแตร กล ี บดอกม ีสี ขาว ผลเป็ นผลเด ี่ ยว ม ี ล ั กษณะทรงร ี ทรงกลมร ีปลายผลเร ี ยว ม ี ขนาด เล ็ ก ม ี ขนาดใหญ่ตามสายพ ั นธุ์ ผิวเปล ื อกหนาล ื่ นเป็ นม ั น ผลดิบม ีสี เข ี ยวอ่อน ผล ส ุ กม ีสี แดง สีส ้ ม หร ื อสี เหล ื อง ตามสายพ ั นธุ์ ภายในผลกลวงม ี แกนกลาง จะม ี เมล ็ ดเล ็ กๆสี เหล ื องอ่อน เกาะแกนกลางอยู่มากมาย ม ี รสชาติหวานกรอบ เผ ็ ด น ้ อยหร ื อเผ ็ ดมาก ตามสายพ ั นธุ์ สรรพค ุ ณ พริกม ี วิตามินซี ส ู ง เป็ นแหล่งของกรด ascorbic ซึ่ งสารเหล่าน ี้ ช่วยขยายเส ้ น โลหิตใน ลําไส ้ และ กระเพาะอาหาร เพ ื่ อให ้ ด ู ดซึมอาหารด ี ข ึ้ น ช่วยร่างกายข ั บ ถ่าย ของเสี ยและนําธาต ุ อาหารไปย ั ง เน ื้ อเย ื่ อ ของร่างกาย พพรร ิ กิ ก
ล ั กษณะทางพฤกษศาสตร ์ ลําต ้ น ม ี ลําต ้ นเด ี ยว ไม่แตกแขนง ม ี รอยแผลจากการหล ุ ดร่วงของใบตลอดลําต ้ น ใบ เป็ นใบประกอบ ออกอยู่ตามส่วนของลําต ้ น ประกอบด ้ วยก ้ านทาง ม ี ขนาด ใหญ่และยาว และม ีใบย่อย ดอก ออกเป็ นช่อชนิดพานิเคิล ม ี ท ั้ งดอกต ั วผู้และดอกต ั วเม ี ย อยู่ในช่อเด ี ยวก ั น ผล มะพร ้ าวเป็ นชนิดไฟบรัสดร ุ ป เร ี ยกว่า น ั ท ม ี เปล ื อก 3 ชั้ นค ื อ เมล ็ ด ค ื อ เน ื้ อมะพร ้ าว ภายในเมล ็ ดเป็ นช่อกลวงขณะผลอ่อนจะม ี นํ้าอยู่เต ็ ม ผล แก่นํ้ามะพร ้ าวจะแห ้ งไปบางส่วน ประโยชน ื ของมะพร ้ าว ด ื่ มนํ้ามะพร ้ าว ช่วยแก ้ กระหาย เพ ิ่ มความสดชื่ น ทดแทนการส ูญเสี ยนํ้า บําร ุ งผิว พรรณให ้ เปล่งปล ั่ ง ทําให ้ กระด ู กแข ็ งแรง ช่วยปรั บฮอร ์โมนของหญิงว ั ยหมดประจํา เด ื อนให ้ สมด ุ ล ป ้ องก ั นโรคห ั วใจ ปรั บสมด ุ ลของนํ้าตาลในเล ื อด ช่วยควบค ุ มนํ้า หน ั ก มมะะพพรร ้ า ้ าวว
ล ั กษณะทางพฤกษศาสตร ์ ม ั งค ุ ดเป็ นไม ้ ย ื นต ้ น ส ู ง 10-12 เมตร ท ุ กส่วนม ี ยางสี เหล ื อง ใบเด ี่ ยว เร ี ยงตรงข ้ าม ร ู ปไข่หร ื อร ู ปวงร ี แกมขอบขนาน กว ้ าง 6-11 ซม. ยาว 15-25 ซม. เน ื้ อใบหนาและ ค่อนข ้ างเหน ี ยวคล ้ ายหน ั ง หล ั งใบสี เข ี ยวเข ้ มเป็ นม ั น ท ้ องใบสี อ่อนกว่า ดอกเด ี่ ยว หร ื อเป็ นคู่ ออกท ี่ซอกใบใกล ้ ปลายก ิ่ ง สมบ ู รณ ์ เพศหร ื อแยกเพศ กล ี บเล ี้ ยงสี เข ี ยว อมเหล ื องติดอยู่จนเป็ นผล กล ี บดอกสี แดง ฉํ่านํ้า ผลเป็ นผลสด ค่อนข ้ างกลม เปล ื อกนอกค่อนข ้ างแข ็ ง แก่เตม ็ ท ี่ ม ีสี ม่วงแดง ยางสี เหล ื อง สรรพค ุ ณของม ั งค ุ ด ม ีส่วนช่วยป ้ องก ั นอาการไข ้ ช่วยเสริมสร ้ างกระด ู กและฟั นให ้ แข ็ งแรง ช่วยเพ ิ่ ม พล ั งงานแก่ร่างกาย เพ ิ่ มความกระปร ี้ กระเปร่า ช่วยลดความด ั นโลหิต ช่วยรั กษา ไทรอยด ์ เป็ นพิษ ม ีส่วนช่วยป ้ องก ั นการเกิดเน ื้ องอกในร่างกาย มม ั งั งคค ุ ด ุ ด
ล ั กษณะทางพฤกษศาสตร ์ ท ุ เร ี ยนเป็ น ไม ้ ผล ย ื นต ้ นไม่ผล ั ดใบ ลําต ้ นตรง แตกก ิ่ งเป็ นม ุ มแหลม ปลายก ิ่ งต ั้ ง กระจายก ึ่ งกลางลําต ้ นข ึ้ นไป เปล ื อกชั้ นนอกของลําต ้ นสี เทาแก่ผิวขร ุ ขระหล ุ ดลอก ออกเป็ นสะเก ็ ด ไม่ม ี ยาง ใบ เป็ นใบเด ี่ ยว เกิดกระจายท ั่ วก ิ่ ง เกิดเป็ นคู่อยู่ตรงก ั น ข ้ ามระนาบเด ี ยวก ั น ก ้ านใบกลมยาว ขอบใบเร ี ยบ ดอกเป็ นดอกช่อ ช่อบนก ิ่ ง เด ี ยวก ั น เกิดตามลําต ้ น ม ีสี ขาวหอม ล ั กษณะดอกคล ้ ายระฆ ั ง โดยจะออกตามก ิ่ ง และส ุ กหล ั งจากผสมเกสรไปแล ้ ว 3 เด ื อน ผลเป็ นผลสดชนิดผลเด ี่ ยว เส ้ นผ่า ศ ู นย ์ กลางอาจยาวกว่า 15 ซม. เป็ นร ู ปร ี ถึงกลม เปล ื อกท ุ เร ี ยนม ี หนามแหลมเม ื่ อแก่ ผลม ีสี เข ี ยว เม ื่ อส ุ กม ีสี นํ้าตาลอ่อน แตกตามแต่ละส่วนของผลเร ี ยกเป็ นพ ู เน ื้ อในม ี ต ั้ งแต่สเ ี หล ื องอ่อนถึงแดง ข ึ้ นก ั บชนิด เน ื้ อในจะน ิ่ ม ก ึ่ งอ่อนก ึ่ งแข ็ ง ม ี รสหวาน เมล ็ ด ม ี เย ื่ อหุ้ม กลมร ี เปล ื อกหุ้มสี นํ้าตาลผิวเร ี ยบ เน ื้ อในเมล ็ ดสี ขาว สรรพค ุ ณของท ุ เร ี ยน ท ุ เร ี ยนม ีสรรพค ุ ณเป็ นยาระบายอ่อนๆเน ื้ อท ุ เร ี ยนม ี กากใยอาหารส ู งมากๆ ทท ุ เ ุ เรร ี ยี ยนน
ล ั กษณะทางพฤกษศาสตร ์ เป็ นพ ืชตระก ู ลหญ ้ า ตะไคร ้ เป็ นพ ืชท ี่ เจริญเติบโตง่าย อาจม ี ทรงพุ่มส ู งถึง 1 เมตร ม ี ลําต ้ นท ี่ แท ้ จริงประมาณ 4-7 เซนติเมตร ลําของต ้ นจะถ ู กห่อหุ้มไปด ้ วยกาบใบโดย รอบ ใบยาวแคบเส ้ นใบขนานก ั บก ้ านใบ ใบของตะไคร ้ อ ุ ดมไปด ้ วย นํ้าม ั นหอม ระเหย ท ี่ นิยมนํามาปล ู กเป็ นพ ั นธุ์พ ื้ นเม ื องท ี่ปล ู กก ั นโดยท ั่ วไป สรรพค ุ ณขอตะไคร ้ ใช ้ ส่วนของเหง ้ าและลําต ้ นแก่ ใช ้ เป็ นส่วนประกอบของอาหารท ี่สําค ั ญหลายชนิด เช่น ต ้ มยํา และอาหารไทยหลายชนิด ให ้ กล ิ่ นหอม ม ีสรรพค ุ ณทางยาเช่น บําร ุ ง ธาต ุ แก ้โรคทางเดินปัสสาวะ ข ั บลมในลําไส ้ ทําให ้ เจริญอาหาร แก ้โรคห ื ด แก ้ อหิวาตกโรค บําร ุ งสมอง ช่วยให ้ สมาธิด ี ต ้ มก ั บนํ้าใช ้ ด ื่ มแก ้ อาเจ ี ยน ตตะะไไคครร ้้
โโกกโโกก ้้ ล ั กษณะทางพฤกษศาสตร ์ ใบ ม ี ความกว ้ าง ปลายใบม ี ล ั กษณะแหลม ดอก ม ี ขนาดเท่าห ั วเข ็ มหม ุ ด เม ื่ อโตเต ็ มท ี่ ดอกม ีสี เข ี ยวอ่อนๆ ก ้ านดอก สี เข ี ยว ผล ล ั กษณะผลป ้ อม ไม่ม ี คอ และก ้ นไม่แหลม ผิวเร ี ยบ ร่องค่อนข ้ างต ื้ น เมล ็ ด ม ี เน ื้ อในเป็ นสี ม่วง สรรพค ุ ณของโกโก ้ ช่วยเสริมสร ้ างห ั วใจให ้ แข ็ งแรง ม ีสารต ้ านอน ุ ม ู ลอิสระ ช่วยคลายเคร ี ยด ช่วยทําให ้ ผิวสวย บําร ุ งสมอง เร่งการเผาผลาญ
ล ั กษณะทางพฤกษศาสตร ์ ข่าเป็ นไม ้ ล ้ มล ุ ก ส ู ง 1.5-2 เมตรอยู่เหน ื อพ ื้ นดิน เหง ้ าม ี ข ้ อและปล ้ องชั ดเจน เน ื้ อในสี เหล ื องและม ี กล ิ่ นหอมเฉพาะ ใบเด ี่ ยวเร ี ยงสล ั บ ร ู ปใบหอก ร ู ปวงร ี หร ื อ เก ื อบขอบขนาน กว ้ าง 7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม. ดอก ช่อ ออกท ี่ ยอด ดอกย่อย ขนาดเล ็ ก กล ี บดอกสี ขาว โคนติดก ั นเป็ นหลอดสั้ นๆ ปลายแยกเป็ น 3 กล ี บ กล ี บ ใหญ่ท ี่ส ุ ดม ี ร ิ้ วสี แดง ใบประด ั บร ู ปไข่ผล เป็ นผลแห ้ งแตกได ้ ทรงกลม สรรพค ุ ณขอตะไคร ้ ข่าเป็ นพ ืชท ี่ นํามาใช ้ ประโยชน ์ ทางด ้ านอาหารมากมาย ใช ้ใส่ใน ต ้ มข่า ต ้ มยํา นํ้าพริกแกงท ุ กชนิดใส่ข่าเป็ นส่วนประกอบ ยกเว ้ น แกงเหล ื อง และ แกงกอและ ทางภาคใต ้ ท ี่ไม่นิยมใส่ข่า ม ี บทบาทในการด ั บกล ิ่ นคาวของเน ื้ อและปลา ขข ่ า ่ า
ล ั กษณะทางพฤกษศาสตร ์ ยางน่องเถา เป็ น ไม ้ พุ่มเล ื้ อย ท ุ กส่วนของต ้ นม ี นํ้ายางสี ขาว ใบเด ี่ ยว เร ี ยง ตรงก ั นข ้ ามก ั น แผ่นใบหนา สี เข ี ยวเข ้ มเป็ นม ั น ดอกออกเป็ นช่อกระจ ุ กท ี่ปลายก ิ่ ง กล ี บดอกเชื่ อมติดก ั นเป็ นหลอดท ี่โคน สี ขาว กางดอก สี เหล ื อง อ่อน ปลายกล ี บ ดอกแผ่แยกเป็ น 5 กล ี บ ปลายกล ี บเป็ นแถบแคบยาว สี แดง เข ้ ม ผลเป็ นฝั กคู่ ร ู ปทรงกระบอก เมล ็ ดสี นํ้าตาลม ี กระจ ุ กขนสี ขาว ประโยชน ์ และโทษ ประโยชน ์ ของยางน่องเถาน ั้ นม ีประโยชน ์ในการทาล ู กหน ้ าไม ้ ล่าสั ตว ์ ซึ่ งชาวบ ้ าน ใช ้ ยางจากยางน่องเถา ผสมก ั บยาพิษชนิดอ ื่ น ม ี ความเป็ นพิษเช่นเด ี ยวก ั บ แย ้ ม ปี น ั ง แต่ก่อนรั บประทานเน ื้ อสั ตว ์ให ้ เฉ ื อนเอาเน ื้ อร ้ ายท ี่ ม ีสี เข ี ยวออกจนหมด จึงจะ รั บประทานเน ื้ อสั ตว ์ น ั้ นได ้ ยางน่องเถาม ี คาร ์ ดิแอกไกลโคไซด ์ จึงทําให ้ เป็ นพิษต่อ ห ั วใจ ยยาางงนน ่ อ ่ องงเเถถาา
มมะะเเดด ื่ อื่ อชชุ ม ุ มพพรร ล ั กษณะทางพฤกษศาสตร ์ เป็ นไม ้ ย ื นต ้ นผล ั ดใบส ู ง 5–30 เมตร ส่วนต่างๆ ม ี นํ้ายางสี ขาวหร ื อสี คร ี ม ก ิ่ งอ่อนม ี ขนละเอ ี ยด ใบเป็ นใบเด ี่ ยวเร ี ยงเว ี ยนสล ั บ ดอกเป็ นกระจ ุ ก ดอก ขนาดเล ็ ก ผลเม ื่ อส ุ กสีชมพ ู หร ื อสี แดงเข ้ มอมม่วง ขยายพ ั นธุ์ โดยเมล ็ ดและ ปั กชําก ิ่ ง ประโยชน ์ ปล ู กเป็ นไม ้ ประด ั บกลางแจ ้ ง
ล ั กษณะทางพฤกษศาสตร ์ ต ้ นห ู กระจง จะม ี ลําต ้ นท ี่ ม ี เปล ื อกสี นํ้าตาลและม ี รอยแตกเป็ นร่องตามแนว ยาว ซึ่ งในบางครั้ งอาจม ีสี นํ้าตาลอมเหล ื องหร ื อม ี รอยด่างขาวท ั่ วท ั้ งลําต ้ น ล ั กษณะของใบเป็ นใบเด ี่ ยวท ี่ เร ี ยงสล ั บทบร ิ เวณปลายก ิ่ ง ดอกสี ขาว ออกดอกเป็ นช่อ ตามซอกใบใกล ้ ปลายก ิ่ ง ผลสดแบบม ี เน ื้ อเมล ็ ดเด ี ยว ร ู ปไข่และแบนเล ็ กน ้ อย ประโยชน ์ ช่วยบ ั งแดดได ้ ด ี สร ้ างความร่มร ื่ นให ้ แก่บ ้ านเร ื อน นอกจากน ั้ นย ั งน ิ ยมนํา มาตกแต่งสวนให ้ ด ู สวยงามหร ื อใช ้ ประด ั บร ิ มถนนอ ี กด ้ วย หห ู ก ู กรระะจจงง
ตต ี นี นเเปป็ ด็ ดนนํ้าํ้า ล ั กษณะทางพฤกษศาสตร ์ เป็ นไม ้ ย ื นต ้ นขนาดเล ็ กไม่ผล ั ดใบ เร ื อนยอดแผ่กว ้ างเป็ นทรงกลมทึบ หร ื อ ทรงร่ม ความส ู งของต ้ นประมาณ 5-15 เมตร แตกก ิ่ งก ้ านตํ่า เปล ื อกลําต ้ น เร ี ยบเป็ นสี นํ้าตาลอ่อน หร ื อ เทา และม ีช่องระบายอากาศเป็ นร่องยาว ม ี นํ้า ยางสี ขาวข ้ น ประโยชน ์ ใช ้ แก ้ หว ั ด แก ้ อาเจ ี ยนเป็ นเล ื อด ช่วยฆ่าพยาธิ ผ ิ วหน ั ง แก ้ กลากเกล ื้ อน ใช ้ ข ั บโลห ิ ต แก ้ ร ิ ดสี ดวงทวาร ใช ้ ข ั บน ิ่ ว แก ้ไข ้ แก ้ บ ิ ด
ล ั กษณะทางพฤกษศาสตร ์ ใบเป็ นใบเด ี่ ยว ออกตรงข ้ าม หร ื อเย ื้ องก ั นเล ็ กน ้ อย ทรงใบร ู ปขอบขนาน ดอก เป็ นชน ิ ดดอกช่อ ประโยชน ์ ปล ู กเป็ นไม ้ ประธานคอยให ้ ร่มเงา เร ิ่ มผล ั ดใบในฤด ู ร ้ อน ก่อนใบจะร่วงจะ เปล ี่ ยนเป็ นสี แดง โดยใบอ่อนจะผล ิ ออกมาใหม่มาทดแทน ในขณะท ี่ใบ เก่าย ั งร่วงไม่หมด ระหว่างเด ื อนม ี นาคมถึงพฤษภาคม โดยช่อดอกจะเร ิ่ มออก เต ็ มไปหมด และจะบานต่อเน ื่ องก ั นเร ื่ อยไปจนถึงเด ื อนม ิ ถ ุ นายน ดอกสวย เป็ นช่อใหญ่ตามปลายก ิ่ ง ด ู แลง่าย ออ ิ นิ นททนน ิ ลิ ลนนํ้าํ้า
ล ั กษณะทางพฤกษศาสตร ์ ไม ้ ต ้ นขนาดเล ็ กถึงขนาดกลาง ส ู งได ้ ถึง 10-20 เมตร ผล ั ดใบ เปล ื อกลําต ้ น สี นํ้าตาลอ่อนอมเทา อาจม ี จ ุ ดดําประ ผ ิ วเร ี ยบ หร ื อล่อนเป็ นเกล ็ ดขนาดเล ็ ก ลําต ้ นเปลาตรง ม ั กแตกก ิ่ งตํ่า ใบ เป็ นใบประกอบแบบขนนกชั้ นเด ี ยว ปลายค ี่ ดอกเป็ นดอกช่อแบบช่อกระจะสั้ น ดอกใหญ่ร ู ปแตร สี ขาว ออก ตามปลายก ิ่ ง ประโยชน ์ รากม ี รสเย ็ น ช่วยบําร ุ งโลห ิ ต เมล ็ ดใช ้ เป็ นยาแก ้ อาการปวดประสาท ช่วย แก ้โรคชั ก ช่วยแก ้ไข ้ ลมห ั วได ้ เช่นเด ี ยวก ั บดอกแคบ ้ าน ใบนํามาต ้ มก ั บนํ้า เป็ นยาบ ้ วนปาก แแคคนนาา
ล ั กษณะทางพฤกษศาสตร ์ ม ี ความส ู ง 2-3 เมตร ม ี ลําต ้ นส ู ง เส ้ นผ่าศ ู นย ์ กลาง 2-6 เซนต ิ เมตร พุ่ม กว ้ าง 4-6 เมตร ลํากลมและเกล ี้ ยง สี เข ี ยวเป็ นม ั นและม ี ขนสี ขาวนวลอยู่ ตามข ้ อ และใบเป็ นล ั กษณะแคบเล ็ ก ปลายแหลม ขอบใบเร ี ยบ ใบแตก ออกบร ิ เวณกลางลํา ทําให ้ ด ู เป็ นพุ่มอยู่ส่วนยอดของต ้ น ม ีใบดกมาก ประโยชน ์ ใช ้ ประกอบอาหาร ทําเคร ื่ องม ื อเคร ื่ องใช ้ ประด ั บบ ้ านเร ื อน ช่วยอน ุ รั กษ ์ ธรรมชาต ิ ไไผผ ่ เ ่ เลล ี้ ยี้ ยงง
ออ ้ า ้ างงออ ิ ง ิ ง