แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นร้รู ายบคุ คล
ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
เลขที่
1. ใฝ่เรียน ู้ร
ชื่อ-สกลุ 2. ตรงต่อเวลา
3. ีมความรับ ิผดชอบ
4. ุ่มง ่ัมนในการทำงาน
รวม
หมายเหตุ
3 3 3 3 12
1
2
3
4
5
6
7
8
วามหมายระดับคุณภาพ เกณฑร์ ะดับคะแนน
3 หมายถงึ ดี 9 - 12 = 3
2 หมายถึง พอใช้ 5-8 = 2
1 หมายถงึ ปรบั ปรุง 1-4 =1
ลงชอ่ื ผู้ประเมิน
(นางสาวธัญญา แตงทอง)
วันที่............../ ............../ ..............
เอกสารวจิ ยั ที่เกย่ี วขอ้ ง
กรกฎา นักค้ิม และปวณี า อ่อนใจเอื้อ 2564
วารสารครุศาสตร์อตุ สาหกรรม ปที ่ี 20 ฉบับที่ 3 เดอื นกันยายน - ธนั วาคม
การศึกษาความรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกับการใช้ ASSURE Model เพ่อื วางแผนการใช้สือ่ และ
เทคโนโลยีในการแนะแนวของนิสติ ปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์
THE STUDY OF KNOWLEDGE AND UNDERSTANDING OF THE ASSURE MODEL IN
DESIGNING THE PLANNING OF TECHNOLOGY AND LEARNING MEDIA FOR
GUIDANCE OF THE UNDERGRADUATE STUDENTS AT FACULTY OF EDUCATION
KASETSART UNIVERSITY
กรกฎา นกั คมิ้ * และปวีณา อ่อนใจเออื้
Karakada Nugkim* and Paweena Onjai-uea
E-mail: [email protected] and [email protected]
ภาควชิ าจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว คณะศกึ ษาศาสตร์มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานคร 10900
Department of Educational and Guidance of Education, Faculty of Education, Kasetsart University,
Bangkok 10900 Thailand
*Corresponding author E-mail: [email protected]
(Received: June 14, 2021; Revised: July 7, 2021; Accepted: August 5, 2021)
ABSTRACT
The purposes of this study were 1) to study knowledge, understanding how to use the ASSURE model to
design the planning of technology and learning media in guidance. 2) to study satisfaction of students about
participation in learning activity. The sample was of 32 undergraduate students enrolling in Educational
Psychology and Guidance for Teacher in the section 5 of the 2nd semester of the academic year 2020 at Faculty
of Education, Kasetsart University that selected by cluster random sampling. This study was a
quasi-experimental research that was one group pre-test and post-test design. The research instruments
included 1) A learning lesson plan on the topic of designing for guidance activities based on the ASSURE model,
2) An assessment test for knowledge and understanding the ASSURE model, and 3) A questionnaire on the
satisfaction of the students attending Educational Psychology and Guidance for Teacher. All research
instruments were validated with content validity index between 0.60-1.00. Mean and standard deviation were
used to analyze data and the paired sample t-test was used to determine the difference in scores.
The research findings indicated that 1) The knowledge and understanding score of the ASSURE model
of the students enrolling in Educational Psychology and Guidance for Teacher in the post-experiment
( x = 3.72) were significantly higher than the pre-experiment ( x = 2.48) with statistical significance level of .05.
2) The students were satisfied at the highest level of what they achieved from participating in Educational
Psychology and Guidance for Teacher in three areas, respectively, the ASSURE model was used in designing
activities that were suitable for the course content ( x = 4.59). Participating in Educational Psychology and
Guidance for Teacher helps the students know and understand about designing the planning of technology
and learning media for guidance based on the ASSURE Model ( x = 4.43). Participating in Educational Psychology
and Guidance for Teacher helps the students to have a guideline for designing or using technology appropriately
( x = 4.40).
Keywords: ASSURE model; Guidance activities; Planning of technology and learning media;
Undergraduate students
1
กรกฎา นักคมิ้ และปวณี า อ่อนใจเอือ้ 2564
วารสารครุศาสตรอ์ ุตสาหกรรม ปที ่ี 20 ฉบบั ที่ 3 เดือนกนั ยายน - ธันวาคม
บทคัดยอ่
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพ่ือ 1) ศึกษาความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับการใช้ ASSURE Model เพ่ือวางแผนการใช้ส่ือและ
เทคโนโลยีในการแนะแนว 2) เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของนิสิตต่อการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาคือ
นิสิตปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว
สาหรับครู ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563 หมู่เรียนท่ี 5 จานวน 32 คน ซ่ึงได้มาจาการสุม่ แบบกลมุ่ อย่างง่าย การวิจัยนีเ้ ป็นการ
วจิ ัยกึง่ ทดลองท่มี ีกล่มุ ทดลองเพียงกลุ่มเดยี วโดยมีการวดั ตัวแปรตามกอ่ นและหลังการทดลอง เครอ่ื งมือทใ่ี ช้ในการดาเนินการวิจัย
คือ 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการออกแบบกิจกรรมแนะแนวโดยใช้ ASSURE Model 2) แบบทดสอบวัดความรู้
ความเข้าใจเก่ียวกับ ASSURE Model 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนิสิตท่ีเข้าร่วมกิจกรรม เคร่ืองมือทั้งหมดได้ผ่านการ
ตรวจสอบคุณภาพโดยมีค่าความตรงเชิงเน้ือหาระหว่าง 0.60-1.00 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
และทดสอบความแตกต่างของคะแนนโดยใช้สถิติ Paired sample t-test
ผลการวิจัยพบว่า 1) คะแนนความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ ASSURE Model ของนิสิตที่เข้าร่วมกิจกรรมในระยะหลัง
การทดลอง ( x = 3.72) สูงกว่าระยะก่อนการทดลอง ( x = 2.48) อย่างมีนัยสาคัญท่ี .05 2) นิสิตมีความพึงพอใจเกี่ยวกับสิ่งท่ี
ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมอยู่ในระดับมากที่สดุ 3 ด้าน ตามลาดับ คือ การนา ASSURE Model มาใช้ในการวางแผน การจดั
กิจกรรมมีความเหมาะสมกับเนื้อหาของรายวิชา ( x = 4.59) การเข้าร่วมกิจกรรมช่วยให้นิสิตมีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับ
การออกแบบการใชเ้ ทคโนโลยีและส่ือการเรยี นรู้เพอ่ื การแนะแนวโดยใช้ ASSURE Model ( x = 4.43) การเข้าร่วมกิจกรรมช่วยให้
นสิ ิตมแี นวทางในการออกแบบหรอื เลือกประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยไี ดอ้ ยา่ งเหมาะสม ( x = 4.40)
คาสาคัญ: ASSURE Model; กิจกรรมแนะแนว; แผนการใชส้ ือ่ และเทคโนโลย;ี นิสติ ปริญญาตรี
1. ความสาคัญและทีม่ า
ในยคุ ศตวรรษท่ี 21 เป็นชว่ งท่มี ีการเปลี่ยนแปลง ความรถู้ ูกเผยแพรห่ ลากหลายช่องทาง ผทู้ ่รี กั การเรียนรูแ้ ละแสวงหาความรู้
จึงสามารถต่อยอดสู่ความรู้ใหม่ได้อย่างไร้ขีดจากัด การพัฒนาด้านการศึกษาจึงมีความสาคัญอย่างย่ิงในการเตรียมพร้อมรับ
สถานการณ์ของการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน [1], [2] ดังน้ันการจัดการเรียนการสอนในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ในยุคปัจจุบันมี
ความจาเป็นต้องพัฒนาเทคนิค วิธีการต่าง ๆ เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับในปัจจุบันเกิด
สภาวการณ์โรคระบาดที่รุนแรง ทาให้การติดต่อสื่อสารเปล่ียนแปลงไปจากเดิม การจัดการเรียนการสอนในยุคศตวรรษท่ี 21
ซ่ึงเป็นยุคท่ีมีความเปลี่ยนแปลงและก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมาก จึงต้องอาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
เพ่ือพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ให้ร องรับการเปลี่ยนแปล งที่เกิดขึ้ นอย่างรวดเร็ วจึงเป็นช่วงเวลาที่สาคัญ ที่ผู้ส อนสามาร ถ นา
เทคโนโลยมี าใชเ้ พ่อื การพฒั นาผู้เรยี นให้เกดิ การเรียนรู้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
Office of The Higher Education Commission [3] ได้กาหนดแนวทางการจดั การเรียนรไู้ วใ้ นดา้ นทักษะการใช้เทคโนโลยี
สารสนทศ คือ การส่งเสริมให้นิสิตไดใ้ ช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประมวลผล แปลความหมายและนาเสนอ
ข้อมลู ข่าวสารอย่างสมา่ เสมอ ในการจดั การเรยี นร้จู ึงควรสนบั สนนุ ให้นิสติ ไดใ้ ชส้ อ่ื เทคโนโลยใี นการค้นหาขอ้ มลู ความรู้เพ่มิ ข้ึน [4]
ดังนั้นผู้วิจัยจึงเห็นความสาคัญของการใช้ส่ือออนไลน์ประกอบการจัดการเรยี นรูใ้ นรายวิชาท่ีตนเองสอน เพื่อช่วยให้นิสิตสามารถ
เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีผู้วิจัยจัดขึ้นได้อย่างสอดคล้องกับลักษณะของการเรียนรู้ในปัจจุบันคือ การเรียนรู้มิได้อยู่ในชั้นเรียน
เพียงอย่างเดียวเท่าน้ัน ซ่ึงสอดคล้องกับที่ Netasit [5] ได้กล่าวถึง การใช้เทคโนโลยีท่ีเหมาะสมกับการให้บริการแนะแนวว่า
ในปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีมีหลายรูปแบบและง่ายต่อการใช้งาน แต่ครูแนะแนวยังขาดความชานาญ ในการใช้
สื่อเทคโนโลยีเหล่าน้ัน ซึ่งการที่ครูแนะแนวสามารถเลือกใช้และออกแบบการใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับผู้เรียน และสามารถ
วางแผนการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ จึงเป็นส่งิ จาเปน็ และสาคญั เนื่องจากจะชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นสามารถบรรลุตามวตั ถุประสงค์ทก่ี าหนดไว้
การวางแผนการใช้เทคโนโลยีเพ่ือการแนะแนว หากมีลาดับขั้นตอนท่ีชัดเจนก็จะช่วยให้ผู้สอนสามารถผลิตสอื่ /เทคโนโลยไี ดอ้ ย่างมี
ประสิทธิภาพ ทั้งน้ีขั้นตอนของการวางแผนในรูปแบบของ ASSURE MODEL ของ Heinich, Molenda, Russeell, และ Smaldino [6]
เป็นรูปแบบของการวางแผนหรือออกแบบการสอนโดยเน้นการใช้สื่อและเทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบและเน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
เป็นสาคัญ ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้ผู้สอนเกิดความม่ันใจ ท่ีจะใช้ส่ือการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทาให้ผู้เรียน
เกิดการเรียนรู้ได้สูงสุดตามความสามารถของแต่ละคน ซึ่งจะช่วยให้นิสิตเข้าใจลาดับของ การวางแผนการใช้เทคโนโลยี/สื่อการสอน
ได้อย่างเป็นระบบ อันประกอบด้วยการวิเคราะห์ลักษณะผู้เรียนการกาหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ การเลือกและประยุกต์ออกแบบ
2
กรกฎา นักคิ้ม และปวีณา อ่อนใจเอื้อ 2564
วารสารครุศาสตรอ์ ุตสาหกรรม ปีที่ 20 ฉบับที่ 3 เดือนกนั ยายน - ธนั วาคม
ส่อื การเรยี นรู้ การใชเ้ ทคโนโลย/ี สอ่ื การเรยี นรู้ การกาหนดใหผ้ ู้เรยี นตอบสนองต่อการเรยี นรู้ และการประเมินการเรยี นรู้ ดังนน้ั หากนิสิต
ที่ลงทะเบียนในรายวิชาท่ีเกี่ยวข้องกับความเป็นนักแนะแนวหรือผู้ทาหน้าท่ีทางการแนะแนวได้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในการวาง
แผนการใช้/สร้าง เทคโนโลยีเพื่อการแนะแนว เช่น การพัฒนาวิธีการให้บริการสนเทศในการให้ข้อมูลท่ีสะดวกรวดเร็วสอดคล้องกับวิถี
ชีวิตของผู้เรียนจะช่วยให้การจัดบริการแนะแนวมีประสิทธิภาพ เข้าถึงผู้เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
จากความสาคัญและที่มาดังกล่าว ผู้วิจัยสนใจศึกษาความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับการใช้ ASSURE Model เพื่อวางแผนการใช้สื่อและ
เทคโนโลยีในการแนะแนวของนิสิตปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพ่ือนาผลวิจัยท่ีได้ไปใช้ประโยชน์
ในการพฒั นาการให้บรกิ ารแนะแนวให้มีประสิทธภิ าพมากข้ึนตอ่ ไป
2. วตั ถุประสงคข์ องการวจิ ยั
2.1 เพื่อพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการออกแบบกิจกรรมแนะแนวโดยใช้ ASSURE Model ของนิสิต
ปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์
2.2 เพ่ือศึกษาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ ASSURE Model เพื่อวางแผนการใช้สื่อและเทคโนโลยีในการแนะแนว
ของนิสิตปริญญาตรี คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์
2.3 เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของนิสิตต่อการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการออกแบบกิจกรรมแนะแนวโดยใช้
ASSURE model ของนสิ ิตปรญิ ญาตรี คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
3. ขอบเขตงานวิจัย
ขอบเขตด้านเนือ้ หา
การศึกษาการใช้ ASSURE Model เพื่อวางแผนการใช้สื่อและเทคโนโลยีในการแนะแนว มีขอบข่ายในด้านการจัดบริการ
สนเทศเพ่ือการแนะแนว ซงึ่ อยู่ในหน่วยการเรียนรูเ้ ร่อื งการจดั บริการแนะแนวในสถานศึกษา โดยเป็นเนื้อหาของรายวิชาจิตวิทยา
การศึกษาและการแนะแนวสาหรับครู โดยใช้เวลาในการสอนในหน่วยการออกแบบกิจกรรมแนะแนวโดยใช้ ASSURE Model
จานวน 2 คร้ัง คร้ังละ 4 ชั่วโมง รวมท้ังสิ้น 8 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็น 4 เทคนิคคือ ทบทวนความรู้เดิม เติมความรู้ใหม่การประยุกต์ใช้
และการนาไปใช้
ขอบเขตด้านประขากรและกลุม่ ตัวอยา่ ง
ประชากร
นิสิตปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาจิตวิทยาการศึกษาและ
การแนะแนวสาหรับครู ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 จานวน 5 หมเู่ รยี น มีจานวนนิสิตทั้งสน้ิ 106 คน
กลุ่มตัวอยา่ ง
นิสิตปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาจิตวิทยาการศึกษาและ
การแนะแนวสาหรับครู ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563 จานวน 1 หมู่เรียนโดยใช้วิธีการสุ่มแบบกลุ่มอย่างง่าย
(Simple random) โดยวธิ ีการจับสลากซึง่ สุ่มได้หมูเ่ รยี นที่ 5 จานวนนสิ ิตทัง้ สน้ิ 32 คน
ขอบเขตด้านตวั แปร
ตัวแปรตน้ คือ แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ หนว่ ยการออกแบบกิจกรรมแนะแนวโดยใช้ ASSURE Model
ตวั แปรตาม คอื 1. ความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ASSURE Model
2. ความพงึ พอใจตอ่ การจดั การเรียนการสอน
3
4. กรอบแนวคิดในการวจิ ัย กรกฎา นกั ค้ิม และปวีณา ออ่ นใจเอื้อ 2564
วารสารครุศาสตรอ์ ตุ สาหกรรม ปีที่ 20 ฉบบั ที่ 3 เดอื นกนั ยายน - ธันวาคม
ตวั แปรต้น
ตัวแปรตาม
รปู ท่ี 1 กรอบแนวคดิ ในการวิจัย
จากรปู ที่ 1 แสดงถงึ กรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั ท่ผี วู้ จิ ัยพัฒนาขึน้ โดยศกึ ษาแนวคดิ เกี่ยวกบั ขน้ั ตอนของการวางแผน
ในรูปแบบของ ASSURE MODEL ซ่งึ เป็นแนวคิดของ Heinich, Molenda, Russeell, และ Smaldino [6]
สมมตุ ฐานการวจิ ยั
กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนจากแบบทดสอบวัดความรู้ ความเข้าใจ เก่ียวกับ ASSURE Model ในระยะหลังเข้าร่วมกิจกรรม
สงู กวา่ ก่อนเขา้ ร่วมกจิ กรรมอยา่ งมีนัยสาคญั ทางสถติ ิทร่ี ะดบั .05
5. เคร่ืองมือที่ใช้ในการวิจยั
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง และเครื่องมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
มรี ายละเอียด ดังน้ี
5.1 เครอ่ื งมือทีใ่ ช้ในการทดลอง
เคร่ืองมือท่ีใช้ในการทดลอง คือ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการออกแบบกิจกรรมแนะแนวโดยใช้
ASSURE Model โดยการศึกษาทฤษฎีท่ีเก่ียวข้องและสืบค้นงานวิจัยเกี่ยวกับการวางแผนเทคโนโลยีและการจัดบริการแนะแนว
จากน้ันผู้วิจัยนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญจานวน 3 ท่าน เพ่ือตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมือพบว่า
มคี ่าดชั นีความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงคแ์ ละการออกแบบกจิ กรรมการเรียนรู้ (IOC) อยู่ที่ 1.0 ซึ่งมีรายละเอยี ดดังนี้
4
กรกฎา นักคม้ิ และปวีณา ออ่ นใจเอือ้ 2564
วารสารครศุ าสตร์อุตสาหกรรม ปที ี่ 20 ฉบับที่ 3 เดือนกนั ยายน - ธันวาคม
ตารางท่ี 1 ตัวอยา่ งแผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ หน่วยการออกแบบกจิ กรรมแนะแนวโดยใช้ ASSURE Model
เวลา เทคนคิ /วิธี รายละเอียด วสั ด/ุ อุปกรณ/์ สอ่ื
ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น ผ้สู อนทบทวนประสบการณ์เดมิ ของผู้เรียนวา่ มคี วามรู้และ
ประสบการณเ์ กย่ี วกับการวางแผนการใช้ส่อื เทคโนโลยี อย่างไร และ
10 นาที ทบทวนความรู้ อภปิ รายรว่ มกันว่าการใช้เทคโนโลย/ี สื่อ มปี ระโชน์ต่อการให้บรกิ าร
เดมิ แนะแนวอยา่ งไร โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในการออกแบบการใหบ้ รกิ าร
สนเทศ
ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น ผู้สอนทบทวนประสบการณ์เดิมของผเู้ รียนวา่ มคี วามรู้และ
ประสบการณ์เกี่ยวกบั การวางแผนการใชส้ ือ่ เทคโนโลยี อยา่ งไร และ
10 นาที ทบทวนความรู้ อภปิ รายรว่ มกันว่าการใช้เทคโนโลยี/สื่อ มปี ระโชน์ตอ่ การใหบ้ ริการ
เดิม แนะแนวอยา่ งไร โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในการออกแบบการใหบ้ รกิ าร
สนเทศ
ขนั้ สอน เตมิ ความร้ใู หม่ ผสู้ อนบรรยายพรอ้ มอภปิ รายรว่ มกับผ้เู รียน ในเร่อื ง ใบความรู้ประจาหน่วยเรื่อง
20 นาที การวางแผนการใช้เทคโนโลยีในการแนะแนว โดยใช้ ประกอบ การวางแผนการใช้เทคโนโลยี
เพื่อการแนะแนว
20 นาที การประยกุ ตใ์ ช้ PowerPoint และแจกใบความรู้ เร่ืองการวางแผนใชเ้ ทคโนโลยี
PowerPoint เร่ืองการวาง
สาหรบั การจดั บริการสนเทศในการแนะแนวโดยใช้ ASSURE Model
แผนการใชเ้ ทคโนโลยีเพอื่
ผู้สอนใหผ้ ้เู รียนแบง่ กลุ่มๆละ 5-7 คน ศึกษาคลิปวดิ ัโอท่ีเกี่ยวกับ การแนะแนว
การวางแผนการใชเ้ ทคโนโลยี และฝกึ การวเิ คราะห์วางแผนการ
ใหบ้ ริการสนเทศ โดยใช้ ASSURE Model ใบงานท่ี 1
ลงในใบงานที่ 1 และชว่ ยกนั สรปุ ข้อคดิ ที่ไดจ้ ากกจิ กรรม คลปิ วดิ ีโอเรื่องการวางแผน
การใชเ้ ทคโนโลยเี พอื่
การแนะแนว
ข้นั สรุป การนาไปใช้ ผสู้ อนใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ออกแบบ การวางแผนการใช้เทคโนโลยใี นบริการ ใบงานท่ี 2
40 นาที สนเทศเพ่อื การแนะแนว ในใบงานที่ 2 และใหแ้ ตล่ ะกลุ่มรายงาน การวางแผนการออกแบบ
กลุม่ ละ 7–10 นาที และร่วมกนั สรุปแนวทางในการนาไปปรบั ใชก้ บั การให้บริการสนเทศโดยใช้
การจดั บรกิ ารแนะแนว ASSURE Model
5.2 เครือ่ งมอื ทีใ่ ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมูล
เครือ่ งมอื ท่ใี ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ประกอบดว้ ยดังนี้
5.2.1 แบบทดสอบวัดความรคู้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั ASSURE Model
การสร้างแบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับ ASSURE Model ดาเนินการโดยผู้วิจัยทาการศึกษาเอกสาร
เก่ียวกับทฤษฎีของ ASSURE Model และทาการสร้างแบบทดสอบตามองค์ประกอบของ ASSURE Model และเสนอ
ต่อผู้เชี่ยวชาญจานวน 3 ท่านเพ่ือตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหา ความเหมาะสม ความถูกต้องของภาษา เน้ือหาและทาการแก้ไข
ปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ และได้คัดเลือกแบบทดสอบท่ีมีค่ามีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.60 ถึง 1.00
รวมจานวนแบบทดสอบท้ังสิ้น 6 ข้อ ซ่ึงเป็นแบบปรนัยโดยมีตัวเลือก 4 ตัวเลือกที่ครอบคลุมข้ันตอนของการวางแผนโดยใช้
ASSURE Model หลังจากนั้นนาแบบทดสอบ 6 ข้อดังกล่าวไปหาค่าอานาจจาแนกกับนิสิตจานวน 30 คนที่ลงทะเบียนเรียนใน
รายวิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนวสาหรับครู ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563 ซึ่งไม่ใช่กลุ่มเดียวกับกลุ่มตัวอย่าง
และนามาวิเคราะหห์ าคา่ อานาจจาแนกพบว่า อยู่ระหวา่ ง 0.20-0.80
5.2.2 แบบสอบถามความพงึ พอใจของนสิ ติ ตอ่ การเข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้
การสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจของนิสติ ต่อการเข้ารว่ มกิจกรรมการเรียนรู้ ดาเนินการโดยกาหนดโครงสร้างใน
การสอบถามความพึงพอใจซึ่งแบ่งเป็นด้านเน้ือหา ด้านกระบวนการ และด้านส่ิงท่ีได้รับจากกการเข้าร่วมกิจกรรม หลังจากน้ัน
นาแบบสอบถามท่ีจัดทาขึ้นเสนอต่อผู้เช่ียวชาญจานวน 3 ท่านเพื่อตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมือและขอคาแนะนาในการปรับใช้
ซง่ึ มคี ่ามีค่าดชั นคี วามสอดคล้องระหวา่ งวัตถุประสงคแ์ ละขอ้ คาถาม (IOC) อยูร่ ะหว่าง 0.86 ถึง 1.00
5
กรกฎา นักคิ้ม และปวีณา อ่อนใจเอือ้ 2564
วารสารครศุ าสตร์อตุ สาหกรรม ปที ี่ 20 ฉบบั ท่ี 3 เดือนกันยายน - ธนั วาคม
6. การดาเนินการวจิ ยั
การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยก่ึงทดลองโดยใช้แบบแผนการทดลองที่มีกลุ่มทดลองเพียงกลุ่มเดียวซ่ึงมีการวัดค่าตัวแปรตาม
กอ่ นและหลงั การทดลอง (One group pretest posttest design) โดยมีการดาเนินการวิจยั ดังนี้
6.1 ศึกษาเอกสาร และงานวิจัยที่เก่ียวข้องเก่ียวกับการออกแบบการใช้เทคโนโลยีเพ่ือการแนะแนว และกาหนดรูปแบบ
การใช้เทคโนโลยีโดยพิจารณาความเหมาะสมในดา้ นตา่ ง ๆ พบว่าการใช้ ASSURE Model มีความเหมาะสมโดยศกึ ษาจากจาก
เอกสารขน้ั ตอนของการวางแผนในรปู แบบของ ASSURE MODEL ของ Heinich, Molenda, Russeell, และ Smaldino [6]
6.2 ดาเนินการออกแบบหน่วยการเรียนรู้บริการแนะแนวในสถานศึกษา ในหัวข้อ การออกแบบกิจกรรมแนะแนวโดยใช้
ASSURE Model
6.3 ดาเนินการศึกษาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ ASSURE Model เพ่ือวางแผนการใช้สื่อและเทคโนโลยีใน
การแนะแนว โดยให้นิสิตการทาแบบทดสอบวัดความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับทฤษฎีของ ASSURE Model ก่อนการทดลอง
(Pre-test) และจัดกิจกรรมเรียนรู้การออกแบบกิจกรรมแนะแนวโดยใช้ ASSURE Model มีจานวนการเรียนการสอน 2 คร้ัง
ครงั้ ละ 4 ช่วั โมง
6.4 เมื่อดาเนินการทดลองตามท่ีได้กาหนดแล้ว ผู้วิจัยนาแบบทดสอบวัดความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับ ASSURE Model
ซง่ึ เปน็ เครื่องมอื ทใ่ี ช้วดั กอ่ นการทดลองมาวดั กบั นิสติ อกี ครงั้ ภายหลงั การทดลอง (Post-test)
6.5 ดาเนินการศึกษาความพึงพอใจของนิสิตต่อการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการออกแบบกิจกรรมแนะแนวโดยใช้
ASSURE Model โดยให้นสิ ติ ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจมตี ่อการเข้าร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้
6.6 นาคะแนนจากแบบทดสอบเก่ียวกับ ASSURE Model มาวิเคราะห์เปรียบเทียบก่อนและหลังการทดลองกิจกรรม
การเรยี นรู้
6.7 นาขอ้ มลู จากแบบสอบถามความพงึ พอใจมาวเิ คราะห์ระดับความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้
7. การวิเคราะหข์ ้อมลู
7.1 วิเคราะห์ผลการศึกษาความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับการใช้ ASSURE Model เพ่ือวางแผนการใช้ส่ือและเทคโนโลยีในการ
แนะแนวโดยการหาค่าเฉล่ีย (Mean) และค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) ของคะแนนจากแบบทดสอบวัดความรู้
ความเข้าใจเก่ียวกับ ASSURE Model ในระยะก่อนและหลงั การทดลอง และทดสอบความแตกต่างของคะแนน จากแบบทดสอบ
ความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับ ASSURE Model โดยใชส้ ถิติ Paired-sample t-test
7.2 วิเคราะห์ผลการศึกษาความพึงพอใจของนิสิตต่อการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการออกแบบกิจกรรมแนะแนว
โดยใช้ ASSURE Modelโดยการหาคา่ เฉลีย่ (Mean) และคา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) ของคะแนนจากแบบสอบถาม
ความพงึ พอใจของนสิ ิตที่เขา้ ร่วมกิจกรรม โดยใชเ้ กณฑ์การแปลผลระดบั ความพงึ พอใจตามระดับคะแนนเฉลีย่ ของ Wanichbancha
[7] ดงั น้ี
คะแนนเฉล่ยี 4.21–5.00 มีความพึงพอใจในระดบั มากทสี่ ุด
คะแนนเฉลยี่ 3.41–4.20 มคี วามพงึ พอใจในระดบั มาก
คะแนนเฉลยี่ 2.61–3.40 มคี วามพงึ พอใจในระดับปานกลาง
คะแนนเฉลยี่ 1.81–2.60 มีความพงึ พอใจในระดบั น้อย
คะแนนเฉลยี่ 1.00–1.80 มคี วามพงึ พอใจในระดบั นอ้ ยทสี่ ดุ
8. ผลการวิจัย
ตอนที่ 1 ผลการศึกษาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั การใช้ ASSURE Model เพื่อวางแผนการใชส้ ่อื และเทคโนโลยใี น
การแนะแนว
ตารางที่ 2 คะแนนความรู้ ความเขา้ ใจ เกี่ยวกบั ASSURE Model ในระยะก่อนและหลงั การเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
คะแนนที่ไดร้ บั จานวน กอ่ นเรียน หลังเรยี น tP
(N) S.D. S.D. 4.07 .00
ความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ASSURE Model 32 2.48 1.33 3.72 1.03
*p < .05
6
กรกฎา นักคมิ้ และปวณี า อ่อนใจเออื้ 2564
วารสารครุศาสตรอ์ ุตสาหกรรม ปที ่ี 20 ฉบับที่ 3 เดือนกนั ยายน - ธนั วาคม
จากตารางท่ี 2 พบวา่ กลุ่มตวั อย่างมีคะแนนความรู้ ความเข้าใจ เกยี่ วกับ ASSURE Model ในระยะหลังการเขา้ รว่ มกิจกรรม
การเรียนรู้สูงกว่าระยะก่อนการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซ่ึงสอดคล้องกับสมมุติฐาน
การวิจยั ทต่ี ั้งไว้
โดยมีตัวอย่างผลงานของนิสิตท่ีเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้หน่วยการออกแบบกิจกรรมแนะแนวโดยใช้ ASSURE Model
แสดงดังในรูปท่ี 2
รูปที่ 2 ASSURE Model
7
กรกฎา นักค้มิ และปวณี า ออ่ นใจเออื้ 2564
วารสารครศุ าสตรอ์ ตุ สาหกรรม ปีที่ 20 ฉบบั ที่ 3 เดอื นกนั ยายน - ธนั วาคม
ตอนท่ี 2 ผลการศกึ ษาความพึงพอใจของนิสติ ตอ่ การเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ หนว่ ยการออกแบบกิจกรรมแนะแนวโดยใช้
ASSURE Model
ตารางที่ 3 ระดบั ความพงึ พอใจของนสิ ติ ท่เี ข้ารว่ มกจิ กรรม
ขอ้ ท่ี ขอ้ คาถาม x S.D. ระดบั
1 การเข้ารว่ มกจิ กรรมชว่ ยใหน้ ิสิตมคี วามรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกบั การออกแบบการใช้เทคโนโลยี 4.43 0.62 มากทส่ี ดุ
และสอ่ื การเรียนรูเ้ พือ่ การแนะแนวโดยใช้ ASSURE Model
2 กจิ กรรมท่จี ดั ขึน้ ชว่ ยให้นิสิตเกิด กระบวนการคดิ เป็นรายบุคคล 4.12 0.71 มาก
3 กิจกรรมท่ีจดั ขึ้นชว่ ยใหน้ ิสติ เกดิ กระบวนการคิดเปน็ กลุ่ม 3.87 0.98 มาก
4 การนา ASSURE Model มาใช้ในการวางแผนการจดั กจิ กรรมมคี วามเหมาะสม 4.59 0.56 มากทสี่ ดุ
กบั เนอื้ หาของรายวชิ า 4.40 0.56 มากท่สี ดุ
5 การเขา้ ร่วมกจิ กรรมช่วยใหน้ ิสติ มีแนวทางในการออกแบบหรือเลอื กประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยไี ด้
อย่างเหมาะสม
6 กิจกรรมทจี่ ัดขน้ึ มีความเหมาะสมในดา้ นลกั ษณะกจิ กรรม/ ส่อื -อปุ กรณ์ 4.38 0.66 มากทีส่ ดุ
7 ลักษณะกิจกรรมที่จัดข้ึนมีความเหมาะสม ในด้านระยะเวลา 4.09 0.69 มาก
8 ความพงึ พอใจในภาพรวมท่ีมีตอ่ การเขา้ ร่วมกิจกรรม 4.28 0.63 มากท่ีสุด
จากตารางที่ 3 พบว่า จากการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ นิสิตมีความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรมในระดับมากท่ีสุดใน
5 ด้าน ตามลาดับคือ การนา ASSURE Model มาใช้ในการวางแผนการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสมกับเน้ือหาของรายวิชา
( x = 4.59) การเข้าร่วมกิจกรรมช่วยให้นิสิตมีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับการออกแบบการใช้เทคโนโลยีและสื่อการเรียนรู้
เพ่ือการแนะแนวโดยใช้ ASSURE Model ( x = 4.43) การเข้าร่วมกิจกรรมช่วยให้นิสิตมีแนวทางในการออกแบบหรือเลือก
ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม ( x = 4.40) กิจกรรมที่จัดข้ึนมีความเหมาะสมในด้านลักษณะกิจกรรม/ สื่อ-อุปกรณ์
( x = 4.38) ความพงึ พอใจในภาพรวมทม่ี ตี อ่ การเข้าร่วมกจิ กรรม ( x = 4.28)
8. อภปิ รายผลการวจิ ัย
8.1 ความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกบั การใช้ ASSURE Model
จากผลการวิจัยท่ีพบว่า นิสิตมีระดับคะแนนความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ ASSURE Model ในระยะหลังการเข้าร่วม
กิจกรรมการเรียนรู้สูงกว่าระยะก่อนการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 ซึ่งสอดคล้องกับ
สมมุติฐานการวิจัยท่ีต้ังไว้แสดงให้เห็นว่า การออกแบบการจัดการเรียนรู้ในการวิจัยครั้งนี้มีความเหมาะสมและช่วยให้นิสิตเกิด
การพฒั นาความรูค้ วามเข้าใจเก่ียวกบั ASSURE Model ได้ ซึง่ ผวู้ ิจัยได้ดาเนนิ การพัฒนาแผนการจดั กจิ กรรมเรียนรอู้ ยา่ งเปน็ ระบบ
ดังจะเห็นได้จากรายละเอียดในแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ได้เสนอไว้ ซึ่งสอดคล้องกับ Phumpuang [8] ที่ได้ทาการวิจัย
เกี่ยวกบั การพฒั นารูปแบบการเรยี นการสอนอเี ลริ น์ นิงดว้ ยการเรยี นร้รู ่วมกันผา่ นสังคมออนไลน์ เพ่อื พัฒนาทักษะการรูส้ ารสนเทศ
สาหรับผเู้ รียนระดบั ปริญญาตรี คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ พบว่า 1) รูปแบบการเรียนการสอนอีเลิร์นนิงดว้ ยการเรยี นรู้ร่วมกนั
ผ่านสังคมออนไลน์เพื่อพัฒนาทักษะการรู้สารสนเทศฯ มีองค์ประกอบหลัก คือ 1) การเตรียมตัวผู้เรียน 2) กิจกรรมการเรียน
3) ปฏิสมั พนั ธ์ของผเู้ รียน 4) การถ่ายโยงความรู้ของผูเ้ รียน มีข้ันตอนและกิจกรรมการเรยี นการสอน 6 ข้ันตอน คอื 1) ปฐมนิเทศ/
แนะนาวิธีการเรียนผ่านระบบอีเลิร์นนิง 2) เข้าสู่บทเรียนผ่านระบบอีเลิร์นนิง 3) ศึกษาเนื้อหาบทเรียน 4) กิจกรรมการเรียน
การสอน ซึ่งมีกิจกรรมการเรียนการสอนย่อย 5 ข้ัน คือ 4.1) การเข้าถึงเพ่ือสร้างแรงจูงใจ 4.2) การสร้างสัมพันธ์ทางสังคม
4.3) การแลกเปล่ียนข้อมูลความรู้ 4.4) การสร้างสรรค์ความรู้ใหม่ 4.5) การพัฒนาความรู้ 5) ปฏิสัมพันธ์การเรียนผ่านสังคม
ออนไลน์ และ 6) กาวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน และสอดคล้องกับกระบวนการออกแบบกิจกรรมในหน่วย
การเรียนรู้ส่งผลให้นิสิตมีความรู้ ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น ตามผลการวิจัยที่เกิดข้ึนและสอดคล้องกับท่ี Panich [9] ได้กล่าวถึง
แนวทางในการจดั การเรียนรู้ในศตวรรษ 21 วา่ การจดั การศึกษาในศตวรรษท่ี 21 ตอ้ งเนน้ ไปที่การเสริมสรา้ งความรกั และทักษะ
ในแสวงหาความรู้ เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรักท่ีจะเรียนรู้และพัฒนาทักษะท่ีจะหาความรู้ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามผู้รู้ การค้นหา
จากการใช้สื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ หรือการระดมสมองจากกลุ่มคนที่หลากหลายจึงเป็นส่ิงจาเป็นอย่างย่ิง เพื่อผู้เรียนจะได้เกิดการ
เชอ่ื มโยงและต่อยอดความรู้ที่มาจากหลายหลายแหล่งใหก้ ลายเป็นผลงานหรือองคค์ วามรใู้ หมท่ ีม่ ีคณุ ค่า
8
กรกฎา นักคม้ิ และปวีณา อ่อนใจเออื้ 2564
วารสารครศุ าสตรอ์ ตุ สาหกรรม ปีที่ 20 ฉบบั ท่ี 3 เดือนกนั ยายน - ธนั วาคม
8.2 ความพึงพอใจของนิสิตตอ่ การเขา้ ร่วมกิจกรรม
ผู้วิจัยขออภิปรายความพึงพอใจของนิสิตในประเด็นท่ีเป็นจุดเด่น และจุดที่สมควรปรับปรุงแก้ไขดังต่อไปน้ี ในส่วน
ของจุดเด่น นิสิตมีความพึงพอใจในการนา ASSURE Model มาใช้ในการวางแผนการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสมกับเน้ือหา
ของรายวิชา ( x = 4.59) สอดคล้องกับ แนวคิดของ Insa-ard [10] ท่ีได้กล่าวถึง เคล็ดลับการการใช้ ASSURE Model ในการ
จัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานว่า หากผู้สอนสามารถจดั วางเน้ือหาเป็นไปตามความตอ้ งการของผู้เรยี น และวิเคราะห์ระดบั
ความสามารถของผู้เรยี นก็จะทาใหผ้ เู้ รยี นใหค้ วามสนใจในเนอ้ื หาสาระทผี่ ู้สอนนาเสนอ การเข้ารว่ มกิจกรรมช่วยให้นิสิตมแี นวทาง
ในการออกแบบหรือเลือกประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม ( x = 4.40) สอดคล้องกับแนวคิดของ Aeamkongsee [11]
ที่ได้กล่าวถึง การจัดการห้องเรียน ในศตวรรษที่ 21 ว่า การรับรู้อย่างต่อเนื่องของผู้เรียน จะช่วยให้เกิดการมีส่วนร่วมที่แท้จริง
และเกิดวิธกี ารเรยี นรูท้ ค่ี งทนหลังการเขา้ รว่ มกจิ กรรมมากกวา่ ร้อยละ 90 ซง่ึ จะเหน็ ได้วา่ ในการประเมนิ ความพึงพอใจท่ีผสู้ อนได้
สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เลือกและประยุกต์ใช้ และออกแบบอย่างเป็นลาดับข้ันตอน ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ที่คงทน และสามารถ
นาไปใช้ในรายวิชาอื่น ๆ ได้ สาหรับประเด็นที่ควรปรับปรุงแก้ไขท่ีพบจากผลประเมินความพึงพอใจของนิสิตต่อการเข้าร่วม
กิจกรรมการเรียนรู้คือ การช่วยให้นิสิตเกิดกระบวนการคิดเป็นกลุ่ม ( x = 3.87) ซึ่งในทัศนะของผู้วิจัยน้ัน การจัดการเรียน
การสอนในระบบออนไลน์มีข้อจากัดคือ การมีปฏิสมั พันธ์ทางสังคมที่ส่งผลตอ่ การมอบหมายงานกลุ่มในชั้นเรียนซึง่ สอดคล้องกับ
Nugkim และ Kaneungchaisakul [12] ที่ได้ศึกษาวิจัยวิจัยเรื่องการใช้สื่อสังคมออนไลน์ประกอบการจัดการเรียนรู้รายวิชา
จิตวทิ ยาวยั เด็กในโรงเรยี นภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2562 จานวน 25 คน พบวา่ นิสิตมีระดับความพึงพอใจเกย่ี วกับกจิ กรรมทจี่ ดั
ขึ้นชว่ ยให้นสิ ิตได้พัฒนาการทางานกลมุ่ ( x = 4.05) ซึง่ เมือ่ เทยี บกับด้านอนื่ ถือว่าอยูใ่ นลาดับตา่ ซึ่งจากขอ้ คน้ พบดงั กล่าวนับเป็น
ข้อจากดั ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนในระบบออนไลนโ์ ดยนิสิตเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่มไมส่ ามารถอธบิ ายถงึ เหตุผลของตนเอง
ไดม้ ากนกั การมีส่วนรว่ มในการแสดงความคิดเหน็ ในกลุม่ มีนอ้ ยลง รวมถึงการไมส่ ามารถสังเกตปฏกิ ิรยิ าตา่ ง ๆ ของสมาชิกกลุ่มซ่ึง
สง่ ผลต่อความสมบูรณ์แบบของผลงาน
9. ข้อเสนอแนะ
9.1 ขอ้ เสนอแนะจากการวิจยั ครั้งน้ี
9.1.1 จากข้อค้นพบจากการวิจยั ท่พี บว่า นิสิตมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เก่ียวกับการใช้ ASSURE Model ในการวางแผนการใช้
เทคโนโลยีและสื่อการเรียนรู้เพ่ือการแนะแนวในระดับดี ดังระบุในผลการวิจัยตารางที่ 2 ผู้วิจัยจึงขอเสนอให้มีการนาไปปรับใช้
ในรายวชิ าที่เก่ยี วขอ้ งต่อไป เชน่ วิชาจติ วทิ ยาการศกึ ษา และวชิ าหลักการแนะแนว เปน็ ต้น
9.1.2 ผู้สอนควรเตรียมการ/ศึกษาผลที่เกิดขึ้น ในการจัดกิจกรรมกลุ่มในระบบออนไลน์ให้ชัดเจนซ่ึงจะช่วยให้การดาเนิน
กิจกรรมมปี ระสิทธิภาพมากยิง่ ขน้ี
9.2. ข้อเสนอแนะในการวจิ ยั คร้ังตอ่ ไป
9.2.1 ควรนาหลักการของ ASSURE Model ไปประยุกต์ใช่ในการจัดการเรียนการสอนในระดับการศึกษาต่าง ๆ ตามความ
เหมาะสม เพอื่ ศึกษาผลการเรยี นรู้ท่พี ฒั นาขนึ้
9.2.2 ควรศึกษาพฤติกรรมของผู้เรียนในการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ในรายวิชาต่าง ๆ เช่น พฤติกรรมการประยุกต์ใช้
สื่อสารสนเทศในการจัดการเรยี นการสอน เปน็ ต้น
เอกสารอา้ งองิ
[1] Nawaporn, C. (2015). “The Teacher's Role and Instruction in The 21st Century.” The Far Eastern
University Academic Review. 9(1), 64-71. (in Thai)
[2] Sudaporn, L. (2010). Learning to change. Bangkok: Professional and Organizational Development
Network in Higher Education. 43. (in Thai)
[3] Office of The Higher Education Commission. (2019). Guidelines for Compliance with the Thai
Qualifications Framework for Higher Education on Digital Competence for an Undergraduate
Degree. [online]. Available: http://edu.vru.ac.th/main Retrieved December 2, 2020.
[4] Amornvivat, S. (2011). Teachers and Challenging Changes. Bangkok: Wacharin P.P. Printing. 44-46.
(in Thai)
9
กรกฎา นกั คมิ้ และปวณี า ออ่ นใจเอื้อ 2564
วารสารครุศาสตรอ์ ตุ สาหกรรม ปที ่ี 20 ฉบับท่ี 3 เดอื นกนั ยายน - ธนั วาคม
[5] Netasit. A. (2020). Guidance and Using Technology in Guidance. Bangkok: Decembery. 235. (in Thai)
[6] Heinich, R., Molenda, M., Russeell, J., & Smaldino, S. (1999). Instructional Media and Technologies
for Learning. 6th ed. Columbus: Prentice- Hall. 264.
[7] Wanichbancha, K. (2007). Statistics Analysis Statistics for management and Research.
Bangkok: Chulalongkorn University. 89. (in Thai)
[8] Phumpuang, K. (2015). “The Development of e-Learning Model by Collaborative Learning on Social
Media to Develop Information Literacy Skills for Undergraduate Students of Educational Faculty.”
Doctor’s thesis, Silpakorn University, 1. (in Thai)
[9] Panich, W. (2013). How to Learning in 21st Century. Bangkok: Siam Kammajol Foundation. 19.
(in Thai)
[10] Insa-ard, S. (2018). A Design of e-Learning Lessons to Enhance Advance Thinking Skill.
Bangkok: V Print. 31. (in Thai)
[11] Aeamkongsee, S. (2018). Classroom Management in the 21st Century. Bangkok: Triple Education.
163. (in Thai)
[12] Nugkim, K., & Kaneungchaisakul, N. (2020). “Using Social Media-Material for Learning in Child
Psychology in School.” Journal of Industrial Education. 19(2), 1-11. (in Thai)
10
การใช้สอ่ื การสอนอยา่ งเป็นระบบโดยใชแ้ บบจาลอง
ASSURE Model
กระบวนการเรียนการสอน มีลักษณะเช่นเดียวกับกระบวนการสื่อสาร (Communication Process)
ท่ีมีการถ่ายทอดเนื้อหาสาระจากฝ่ายส่งไปยังฝ่ายรับ และการสื่อสารท่ีดีน้ันควรจะเป็นการสื่อสารแบบสองทาง
(Two-way Communication) ซึ่งจาเป็นต้องอาศัยสื่อที่ช่วยให้เกิดการสื่อสารกันได้ใน 2 ทิศทางด้วย เช่น โทรศัพท์
E-mail การประชุม การอภิปราย และการบรรยาย เป็นต้น แต่ถ้าส่ือท่ีใช้ในการติดต่อสื่อสารกันไม่อานวย ให้โต้ตอบ
กันได้ ก็จะเกิดการติดต่อส่ือสารในลักษณะที่เรียกว่าการ สื่อสารแบบทางเดียว (One-way communication) ซึ่งส่ือ
ท่ีใช้ในการติดต่อกันได้แก่ หนังสือพิมพ์ แผ่นพับ โปสเตอร์ วิทยุ โทรทัศน์ และการบรรยาย เป็นต้น สื่อการเรียน
การสอนมีมากมาย สอื่ แต่ละชนดิ จะมีข้อเดน่ ข้อด้อยและความเหมาะสมกับวธิ ีการสอนแตล่ ะวิธแี ตกต่างกันไป ผู้สอน
จงึ จาเปน็ ตอ้ งพจิ ารณาเลอื กใช้สื่อให้เหมาะสม เพอ่ื ใหม้ ีประสทิ ธภิ าพการเรียนการสอนสูงสดุ
การวางแผนอย่างเป็นระบบในการใช้สื่อการสอน สามารถใช้รูปแบบจาลองที่เรียกว่า The ASSURE
Model ของไฮนิคและคณะ ซ่ึงมีรูปแบบจาลองเป็นดังนี้
ภาพที่ 1 แบบจำลอง The ASSURE Model
ที่มำ : http://educationaltechnology.net/assure-instructional-design-model/
ความหมาย ASSURE Model
ASSURE Model เป็นรูปแบบของการวางแผนหรือออกแบบการสอนโดยเน้นการใช้ส่ือ และเทคโนโลยีเป็น
องค์ประกอบ และเน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียนเป็นสาคัญ ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้ผู้สอนเกิดความม่ันใจ
ท่ีจะใช้ส่ือการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้สูงสุดตามความสามารถ
ของแตล่ ะคน รายละเอียดของโมเดลมดี งั นี้
1. Analyze Leaner Characteristics การวิเคราะห์ลักษณะผู้เรียน
2. State Objectives การกาหนดวัตถุประสงค์
3. Select, Modify, of Design Materials การเลือก ดัดแปลง หรือออกแบบส่ือใหม่
4. Utilize Materials การใช้ส่ือ
5. Require Learner Response การกาหนดการตอบสนองของผู้เรียน
6. Evaluation การประเมิน
2
ภาพท่ี 2 รปู แบบจำลอง ASSURE Model
ท่ีมำ : http://www.ipesp.ac.th/learning/technology/pic/pic3.jpg
ส่วนประกอบ ASSURE Model
รูปแบบของการวางแผนหรือออกแบบการสอนโดยเนน้ การใช้สื่อ และเทคโนโลยเี ป็นองค์ประกอบ และเนน้
การมสี ว่ นรว่ มของผู้เรียนเปน็ สาคญั มีแผนการดังนี้
1. Analyze Leaner Characteristics (การวิเคราะห์ลักษณะผู้เรียน)
การวิเคราะห์ลักษณะของผู้เรียน จะทาให้ผู้สอนเข้าใจลักษณะของผู้เรียนและสามารถเลือกใช้ส่ือการเรียน
การสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนและบรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอน การวิเคราะห์ผู้เรียนนั้นจะวิเคราะห์ใน
2 ลกั ษณะ คอื
1) ลักษณะทั่วไป เปน็ ลกั ษณะที่ไมเ่ ก่ยี วขอ้ งกับเน้ือหาท่จี ะสอน แต่เกยี่ วข้องกับการเลือกใชส้ ื่อการเรียน
การสอนโดยตรง ได้แก่ เพศ อายุ ช้นั ปีทเี่ รยี น ระดบั สติปัญญา ความถนัด วฒั นธรรม สังคม ฯลฯ
2) ลักษณะเฉพาะ เป็นลกั ษณะท่ีเกีย่ วข้องกับเนอื้ หาทจี่ ะสอน ซึ่งจะมผี ลต่อการเลอื กวธิ กี ารสอนและส่อื
การเรียนการสอน ได้แก่
- ทกั ษะท่ีมมี ากอ่ น (Prerequisite Skills) เพ่อื ใหท้ ราบว่าผ้เู รยี นมีความรูพ้ ้ืนฐาน หรอื ทกั ษะท่ี
เกี่ยวขอ้ งกับบทเรียนนน้ั อะไรบ้างกอ่ นท่ีจะเรียน
- ทักษะเป้าหมาย (Target Skills) ผู้เรียนมีความชานาญในทักษะที่จะสอนน้ันมาก่อนหรือไม่
เพือ่ จะไดส้ อนใหต้ รงกับทวี่ างจดุ มงุ่ หมายไว้
- ทักษะในการเรียน (Study Skills) ผู้เรียนมีความสามารถข้ันต้นทางด้านภาษา การอ่านเขียน
การคานวณ ฯลฯ ซงึ่ เป็นสิง่ ทีจ่ าเป็นทจ่ี ะชว่ ยในการเรียนร้นู น้ั ในระดบั มากน้อยเพียงไร
- ทัศนคติ (Attitudes) ผู้เรียนมีทัศนคตอิ ย่างไรต่อวชิ าชีพทีจ่ ะเรยี น
การวิเคราะห์ลักษณะผู้เรียนสามารถนาไปใช้ในการเลือกสื่อที่เหมาะสมได้ เช่น ผู้เรียนมีทักษะในการ
อ่านต่ากว่าเกณฑ์ก็สามารถช่วยได้ด้วยการใช้สื่อประเภทที่มิใช่สื่อสิ่งพิมพ์ การวิเคราะห์ลักษณะผู้เรียนอาจทาได้
ด้วยการสนทนากับผู้เรียนหรือผู้ร่วมช้ันอื่น ๆ หรืออาจมีการทดสอบก่อนเรียนเพ่ือดูพ้ืนฐานของผู้เรียนก็ได้
3
2. State Objectives การกาหนดวัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์เป็นสิ่งที่ต้ังข้ึนเพื่อคาดหวงั วา่ ผู้เรียนจะสามารถบรรลถุ ึงสิ่งใดหรือมีความสามารถใหม่อะไรบ้าง
ในการเรียนนนั้ การตั้งหรอื กาหนดวตั ถุประสงคใ์ นการเรยี นการสอนนีเ้ พื่อ
1) จะได้ทราบว่าการเรียนการสอนน้ันมีวัตถุประสงค์อะไรเพื่อสะดวกในการเลือกสื่อการสอนและวิธีการ
ให้ถูกต้อง วัตถุประสงค์น้ีจะช่วยผู้สอนในการจัดลาดับกิจกรรมการเรียน และสร้างสิ่งแวดล้อมหรือประสบการณ์การ
เรียนรู้ใหบ้ รรลตุ ามวตั ถปุ ระสงค์นัน้
2) ช่วยในการประเมินผลผู้เรียนได้อย่างถูกต้อง เพราะผู้สอนจะไม่ทราบเลยว่าผู้เรียนบรรลุตาม
วัตถุประสงค์ที่ต้ังไว้หรือไม่ถ้าไม่มีการกาหนดวัตถุประสงค์ไว้ก่อน ช่วยให้ผู้เรียนทราบว่าเม่ือเรียนบทเรียนนั้นแล้ว
จะสามารถเรียนรูห้ รือกระทาอะไรได้บ้าง
การจัดประเภทวัตถุประสงค์ (Classification of objectives)
1) พุทธิพิสัย (Cognitive domain) การเรียนรู้เกี่ยวข้องกับความสามารถทางสติปัญญา ซึ่งจัด
ประเภทได้เป็นการเรียนรู้ทางการคิด หรือทักษะทางสติปัญญา โดยเกี่ยวกับการจาหรือความรู้ หรือระลึก
ข้อเท็จจริงได้ ระดับการเรียนรู้ทางพุทธิพิสัย ระดับการเรียนรู้ประเภทน้ี เริ่มจากส่ิงที่ง่ายไปยังส่ิงท่ียาก ดัง นี้
ก. ความรู้ความจา ความสามารถในการเก็บรักษามวลประสบการณ์ต่าง ๆ จากการที่ได้รับรู้ไว้และ
ระลึกสิ่งนั้นได้เมื่อต้องการเปรียบดังเทปบันทึกเสียงหรือวีดีทัศน์ ท่ีสามารถเก็บเสียงและภาพของเรื่องราวต่างๆ
สามารถเปดิ ฟงั หรือ ดภู าพเหล่าน้ันได้เมอื่ ต้องการ
ข. ความเข้าใจเป็นความสามารถในการจับใจความสาคัญของส่ือ และสามารถแสดงออกมาในรูปของ
การแปลความ ตีความ คาดคะเน ขยายความ หรอื การกระทาอืน่ ๆ
ค. การนาความรู้ไปใช้ เป็นข้ันที่ผู้เรียนสามารถนาความรู้ ประสบการณ์ไปใช้ในกาแก้ปัญหา
ในสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้ ซึง่ จะต้องอาศยั ความรูค้ วามเขา้ ใจ จงึ จะสามารถนาไปใช้ได้
ง. การวิเคราะห์ ผู้เรียนสามารถคิด หรือแยกแยะเรื่องราวส่ิงต่างๆ ออกเป็นส่วนย่อย เป็นองค์ประกอบ
ท่ีสาคัญได้ และมองเห็นความสัมพันธ์ของส่วนที่เกี่ยวข้องกัน ความสามารถในการวิเคราะห์จะแตกต่างกันไป
แล้วแตค่ วามคดิ ของแตล่ ะคน
จ. การสังเคราะห์ ความสามารถในการที่ผสมผสานส่วนย่อย ๆ เข้าเป็นเร่ืองราวเดียวกันอย่างมีระบบ
เพ่ือให้เกิดส่ิงใหม่ท่ีสมบูรณ์และดีกว่าเดิม อาจเป็นการถ่ายทอดความคิดออกมาให้ผู้อ่ืนเข้าใจได้ง่าย การกาหนด
วางแผนวิธีการดาเนินงานขึ้นใหม่ หรือ อาจจะเกิดความคิดในอันที่จะสร้างความสัมพันธ์ของสิ่งที่เป็นนามธรรมขึ้นมา
ในรูปแบบ หรือ แนวคดิ ใหม่
ฉ. การประเมนิ ค่า เป็นความสามารถในการตดั สิน ตรี าคา หรอื สรปุ เก่ียวกบั คณุ ค่าของสิ่งต่างๆ ออกมา
ในรูปของคุณธรรมอย่างมีกฎเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งอาจเป็นไปตามเนื้อหาสาระในเร่ืองน้ัน ๆ หรืออาจเป็นกฎเกณฑ์ท่ี
สงั คมยอมรบั กไ็ ด้
2) จิตพิสัย (Affective domain) เกี่ยวข้องกับความรู้สึกและคุณค่า (ค่านิยม) วัตถุประสงค์ด้าน
เจตคติตั้งแต่การจูงใจ ความสนใจในวิชาต่างๆ การส่งเสริม สนับสนุน ทัศนะคติ ระดับการเรียนรู้ด้านจิตพิสัย
การเรียนรู้ด้านน้ี แบ่งตามความเปลี่ยนแปลงความรู้สึกภายใน เช่น เจตคติ ค่านิยมและอ่ืนๆ ของแต่ละบุคคล
การเรียนรู้ดา้ นจิตพสิ ัยแบ่งออกไดด้ งั นี้
ก. การรับรู้ เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นต่อปรากฏการณ์ หรือส่ิงเร้าอย่างใดอย่างหนึ่ง ซ่ึงเป็นไปในลักษณะ
ของการแปลความหมายของส่ิงเรา้ น้ันวา่ คอื อะไร แล้วจะแสดงออกมาในรูปของความร้สู ึกที่เกดิ ข้นึ
ข. การตอบสนอง เปน็ การกระทาท่ีแสดงออกมาในรปู ของความเต็มใจ ยินยอม และพอใจต่อสง่ิ เร้าน้นั
ซ่ึงเปน็ การตอบสนองทเี่ กิดจากการเลอื กสรรแลว้
4
ค. การเกิดค่านิยม การเลือกปฏิบัติในส่ิงท่ีเป็นท่ียอมรับกันในสังคม การยอมรับนับถือในคุณค่าน้ันๆ
หรือปฏิบัติตามในเรอ่ื งใดเรอื่ งหนึง่ จนกลายเปน็ ความเช่ือ แลว้ จงึ เกดิ ทัศนคตทิ ่ดี ใี นสง่ิ นั้น
ง. การจัดระบบ การสร้างแนวคิด จัดระบบของค่านิยมท่ีเกิดข้ึนโดยอาศัยความสัมพันธ์ ถ้าเข้ากันได้ก็
จะยึดถือตอ่ ไปแตถ่ า้ ขัดกันอาจไมย่ อมรบั อาจจะยอมรับค่านยิ มใหม่โดยยกเลิกค่านิยมเกา่
จ. บุคลกิ ภาพ การนาคา่ นิยมทีย่ ึดถือมาแสดงพฤติกรรมท่ีเป็นนิสัยประจาตัว ให้ประพฤตปิ ฏบิ ัตแิ ต่สิ่งท่ี
ถูกต้องดีงามพฤติกรรมด้านน้ี จะเกี่ยวกับความรู้สึกและจิตใจ ซึ่งจะเริ่มจากการได้รับรู้จากส่ิงแวดล้อม แล้วจึง
เกิดปฏิกิริยาโต้ตอบ ขยายกลายเป็นความรู้สึกด้านต่างๆ จนกลายเป็นค่านิยม และยังพัฒนาต่อไปเป็นความคิด อุดม
คติ ซ่ึงจะเป็นควบคมุ ทศิ ทางพฤติกรรมของคนคนจะรู้ดีรูช้ ัว่ อยา่ งไรน้นั ก็เป็นผลของพฤติกรรมด้านน้ี
3) ทักษะพิสัย (Psychomotor domain) การเรียนรู้เกี่ยวข้องกับทักษะทางกายภาพ เช่น
การเคลื่อนไหวร่างกาย การเล่นกีฬา ระดับการเรียนรู้ด้านทักษะพิสัย การเรียนรู้ด้านทักษะน้ี พิจารณาจาก
ความสัมพนั ธ์ในการทางานของอวัยวะตา่ งๆ ของร่างกาย ซึ่งแบ่งออกได้ ดังนี้
ก. ขั้นการเลียนแบบ (Imitation) หมายถึง พฤติกรรมที่แสดงถึงการลอกเลียนแบบ หรือการปฏิบัติ
การตามแบบอย่างท่มี ตี ้นแบบ
ข. ขั้นการปฏิบัติได้โดยลาพัง (Manipulation) หมายถึง พฤติกรรมท่ีแสดงออกถึงการกระทาได้ด้วย
ตนเองโดยลาพงั
ค. ขั้นการปฏิบัติได้ถูกต้องแม่นยา (Precision) หมายถึง พฤติกรรมที่แสดงออกถึงการปฏิบัติการอย่าง
ถูกต้องแมน่ ยา ซึ่งผา่ นการฝกึ ฝนมาแลว้
ง. ขั้นการปฏิบัติอย่างต่อเน่ืองและผสมผสาน (Articulation) หมายถึง พฤติกรรมที่ปฏิบัติงาน
หลายๆ ข้นั ตอนไดอ้ ย่างต่อเนื่องด้วยความถูกต้อง
จ. ขั้นการปฏิบัติโดยอัตโนมัติเป็นธรรมชาติ (Naturalization) หมายถึง พฤติกรรมที่ แสดงออกอย่าง
ชดั เจนถงึ ความชานาญ ความถกู ต้องและเทยี่ งตรง
3. Select, Modify, of Design Materials การเลือก ดัดแปลง หรือออกแบบส่ือใหม่
การท่ีจะมสี ื่อทเ่ี หมาะสมในการเรยี นการสอนนัน้ สามารถทาได้ 3 วิธดี ้วยกัน คือ
1) การเลือกสื่อการเรียนการสอน เลือกจากส่ือการสอนทม่ี ีอยู่แลว้ จากแหล่งต่างๆ ส่ิงท่ีผู้สอนต้องกระทา
คือ ตรวจสอบดูว่ามีส่ิงใดที่จะใช้เป็นส่ือการสอนได้บ้างโดยเลือกให้ตรงกับลักษณะผู้เรียนและวัตถุประสงค์ของการ
เรียนเพอ่ื นามาใช้ในการเรียนการสอน การเลอื กสอื่ ท่ีมีอยู่แลว้ ควรมเี กณฑใ์ นการพจิ ารณาดงั นี้
• ลักษณะผเู้ รยี น
• วัตถปุ ระสงค์การเรียนการสอน
• เทคนิคหรอื วิธีการเรยี นการสอน
• สภาพการณแ์ ละข้อจากัดในการใชส้ ่ือการเรียนการสอนแต่ละชนดิ
2) การปรับปรุงส่ือการเรียนการสอน ในกรณีที่ส่ือการเรียนท่ีมีอยู่แล้วไม่เหมาะสมกับการใช้ในการเรียน
การสอน ใหพ้ จิ ารณาวา่ สามารถนามาปรับปรุงใหเ้ หมาะสมกับวตั ถุประสงค์การเรียนการสอนได้หรือไม่ ถ้าปรับปรุงได้
ก็ให้ปรับปรุงก่อนนาไปใช้ทั้งนี้ย่อม ขึ้นกับเวลาและงบประมาณในการดัดแปลงสื่อนั้นด้วย เช่น มีภาพยนตร์เสียง
ในฟิล์มเป็นภาษาอังกฤษ ถ้ามีการแปลเป็นภาษไทยแล้ว บันทึกเสียงลงใหม่เพ่ือให้ผู้เรียนชมและฟังเข้าใจง่ายข้ึน
จะคมุ้ กับเวลาและการลงทนุ หรอื ไม่ เปน็ ตน้
5
3) การออกแบบส่ือการเรียนการสอน การออกแบบส่ือการสอนใหม่ ในกรณีท่ีไม่มีส่ือเดิมอยู่หรือ
สื่อที่มีอยู่แล้วไม่ สามารถนามาดัดแปลงให้ใช้ได้ตามท่ีต้องการ ผู้สอนย่อมต้องมีการออกแบบและจัดทาสื่อใหม่ซึ่งต้อง
คานึงถึงองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการเรียนและลักษณะของผู้เรียนมีงบประมาณในการ
จัดทาเพียงพอหรือไม่มีเครื่องมือและผู้ชานาญในการจัดทาส่ือการสอนหรือไม่เหล่าน้ีเป็นต้น การออกแบบก็ต้อง
พิจารณาปัจจัยทเ่ี กย่ี วขอ้ งดงั ตอ่ ไปน้ี
วตั ถุประสงค์ : ต้องการใหผ้ ูเ้ รียนเกิดความรู้ เจตคติและทกั ษะใด
ผูเ้ รียน : มีความร้แู ละทักษะพน้ื ฐานที่จาเป็นในการเรียนรหู้ รือไม่
ราคา : มีงบประมาณในการผลิตมากน้อยเพยี งใด
ฝา่ ยเทคนคิ : มีหรือไมใ่ นการผลติ
อุปกรณ์ : มีอุปกรณ์และสง่ิ อานวยความสะดวกท่จี าเป็นต้องใช้ในการผลิตหรือไม่
เวลา : มีเวลาเพยี งพอในการผลติ หรือไม่
4. Utilize Materials การใช้ส่ือ
ข้นั ตอนการใช้สอื่ การเรียนการสอน มขี ้ันตอนท่ีสาคัญอยู่ 4 ขัน้ ตอน คือ
1) ดูหรืออ่านเนื้อหาในส่ือ / ทดลองใช้ ก่อนนาส่ือการเรียนการสอนใดมาใช้จาเป็นอย่างย่ิงท่ีต้องมี
การตรวจสอบเนือ้ หาวา่ ตรงตามวตั ถุประสงคห์ รือไม่ และทดลองใช้ดูว่ามีปญั หาหรือไม่ ถา้ มีจะไดแ้ กไ้ ขปรบั ปรุงได้ทนั
2) เตรียมสภาพแวดล้อม / จัดเตรียมสถานที่ การท่ีจะใช้ส่ือการเรียนการสอนจาเป็นท่ีต้องมีการเตรียม
สถานท่ี สิ่งอานวยความสะดวก แสง การระบายอากาศ และอนื่ ๆ ให้เหมาะสมกับการใชส้ ื่อการสอนแต่ละชนิด
3) เตรยี มผ้เู รียน ผ้เู รียนจะเกิดการเรยี นร้จู ากการใช้ส่อื การเรยี นการสอนได้ดนี ้นั จะต้องมีการเตรยี ม
ผู้เรียนให้พร้อมท่ีจะเรียนเรื่องนั้น ๆ โดย การแนะนาสิ่งท่ีจะนาเสนอ อาจจะเป็นเร่ืองย่อ สิ่งท่ีเก่ียวข้องกับเร่ืองน้ัน
การเร้าความสนใจ หรือเน้นจุดท่ีต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ ปัจจัยเหล่านี้จะทาให้ผู้เรียนมีเป้าหมายในการฟังหรือ
ดูสง่ิ ท่ผี สู้ อนนาเสนออันจะนาไปสู่การเรียนรทู้ ี่ดีได้
4) การนาเสนอ / ควบคุมชัน้ เรียน ผู้สอนที่ทาหน้าท่ีผเู้ สนอสอื่ การเรียนการสอนนน้ั ในการนาเสนอควร
ปฏิบตั ดิ งั นี้
ก. ต้องทาตัวเป็นตัวกลางท่ีจะทาให้การนาเสนอคร้ังนั้นประสบความสาเร็จ โดยการทาตัวให้เป็น
ธรรมชาติ หลีกเลี่ยงท่าทางท่ีไม่เหมาะสมท่ีติดเป็นนิสัย เช่น หักน้ิว บิดข้อมือ กดปากกา พูดเสียง เอ้อ………อ้า……
เพราะจะทาใหผ้ ้เู รยี นสนใจ ทา่ ทางเหลา่ นี้แทน
ข. ท่าทางการยืน ต้องยืนหันหน้าให้ผู้เรียน ถ้ายืนเฉียงก็ต้องหันหน้าหาผู้เรียนไม่ควรหัน ข้างหรือ
หนั หลังใหผ้ ู้เรยี น
ค. ขณะท่บี รรยายนาเสนอส่ือการเรยี นการสอนตอ้ งสอดแทรกอารมณ์ขันบา้ ง
ง. ประเมินความสนใจของผู้เรียน โดยใช้การกวาดสายตามองผู้เรียนให้ท่ัวทั้งช้ันซึ่งเป็นการแสดง
ความสนใจผู้เรยี น และวเิ คราะห์สีหน้า ท่าทางของผเู้ รียนไปพร้อมกนั
จ. อยา่ ใชเ้ วลาเตรยี มสอื่ นานเกินไปจะทาให้ผู้เรียนเกดิ ความเบอ่ื หนา่ ย
ฉ. นาเสนอให้ถกู วิธตี ามทีไ่ ด้มีการทดลองใช้มาก่อนแล้ว
6
5. Require Learner Response การกาหนดการตอบสนองของผู้เรียน
การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียน และเปิดโอกาสให้มีการตอบสนองน้ันเป็นสิ่งสาคัญยิ่ง ซึ่งผู้เรียนจะ
มีการตอบสนองหรือไม่และมากน้อยเพียงไรขึ้นอยู่กับส่ือการสอนท่ีนามาใช้ สื่อการสอนบางชนิดเม่ือใช้แล้ว
จะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมมากกว่าส่ือการสอนชนิดอื่น เช่น การให้อ่านข้อความในหนังสือหรือดูรูปจะทาให้
ผู้เรียน มีการอภิปรายจากส่ิงท่ีอ่านหรือเห็น ผเู้ รยี นยอ่ มมีการตอบสนองเกิดขนึ้ ได้ทันทีและงา่ ยกวา่ การให้ดูภาพยนตร์
ท้ังน้ีเพราะการดูภาพยนตร์ถ้าจะดูให้รู้เรื่องจริงๆ แล้วควรจะต้องดูให้จบเรื่องเสียก่อนแล้วจึงอภิปรายกันซึ่งจะดีกว่า
หยุดดูทีละตอนแล้วอภิปราย เพราะจะทาให้มีการขัดจังหวะเกิดความไม่ต่อเนื่องในการดูอาจจะทาให้ไม่เข้าใจ
หรือจับความสาคัญของเร่ืองไม่ได้ นอกจากนี้ ผู้เรียนสามารถมีการตอบสนองโดยเปิดเผย (Overt Response)
โดยการพูดออกมาหรือเขียน และการตอบสนองภายในตัวผู้เรียน (Covert Response) โดยการท่องจาหรือคิดในใจ
เม่อื ผูเ้ รียนมกี ารตอบสนองแลว้ ผูส้ อนควรใหผ้ ลยอ้ นกลบั ทันทเี พื่อให้ผู้เรยี นทราบว่าตนมคี วามเข้าใจและเกิดการเรียนรู้
ที่ถูกต้องหรือไม่ การเรียนการสอนโดยการให้ทาแบบฝึกหัด การตอบคาถาม การอภิปราย หรือการใช้บทเรียนแบบ
โปรแกรม จะเปน็ การเปิดโอกาสใหผ้ ู้เรยี นมกี ารตอบสนองและได้รบั การเสริมแรงระหว่างการเรยี นได้เป็นอย่างดี
6. Evaluation การประเมิน
หลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแล้ว จาเป็นต้องมีการประเมินผลกระบวนการเรียนการสอน
เพื่อใหไ้ ดข้ อ้ มูลท่ชี ว่ ยใหผ้ ู้สอนทราบว่า การเรยี นการสอนบรรลวุ ตั ถุประสงค์มากนอ้ ยเพียงใดสิ่งท่ตี ้องประเมนิ ไดแ้ ก่
1) การประเมินผลกระบวนการเรียนการสอน จะทาให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงและพัฒนา
วิธีการสอนและการใช้ส่อื การเรยี นในคร้ังต่อ ๆ ไปให้มปี ระสิทธภิ าพมากข้ึน
2) การประเมนิ สอ่ื และวิธีการเรยี นการสอน เพือ่ ให้ทราบวา่ ส่ือและวิธีการสอนที่ใช้มีประสิทธิภาพมากน้อย
เพียงใด ต้องปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ ช่วยให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์เพิ่มขึ้นหรือไม่ การประเมินผลส่ือการเรียนการสอนควร
ให้ครอบคลุม ด้านความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนการสอน ด้านคุณภาพของส่ือ เช่น ขนาด รูปร่าง สี
ความชดั เจนของสือ่
3) การประเมินผลสัมฤทธ์ขิ องผเู้ รยี น วา่ บรรลตุ ามวตั ถปุ ระสงค์แต่ละข้อที่กาหนดไวม้ ากนอ้ ยเพียงใด
7
ตวั อยา่ งการประยุกต์ใช้ทางการศกึ ษาตามหลัก ASSURE Model
ตวั อยา่ งที่ 1
วทิ ยานพิ นธข์ อง นายวชิ ชุกร บวั คาซาว นกั ศึกษาปรญิ ญาโท จากศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑิต บณั ฑิตวทิ ยาลยั
มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่
ได้ค้นคว้าแบบอิสระ การใช้รูปแบบการสอน ASSURE Model ในรายวิชา งานระบบควบคุมเคร่ืองยนต์ด้วย
อิเล็กทรอนิกส์ นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงปีที่ 1 แผนกช่างยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีเมโทร ตามหลักสูตร
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2546 ผลของการศึกษา สรุปได้ว่าการใช้รูปแบบการสอน ASSURE Model
ในรายวิชางานระบบควบคุม เครื่องยนต์ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ทาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างดี ซึ่งได้นารูปแบบ
การสอน ASSURE Model มาใช้ในการค้นควา้ อิสระ ดงั ขัน้ ตอนตอ่ ไปนี้
ศกึ ษาขอ้ มลู รปู แบบการสอนแอสชัวร์
1. วิเคราะห์ขอ้ มูลเบ้อื งต้นผู้เรยี นและความตอ้ งการการเรียนของผูเ้ รียนในหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 วงจรไฟฟา้
อเิ ลก็ ทรอนกิ สค์ วบคุมเครื่องยนต์แก็สโซลีน , ตรวจสอบแบบสอบถามโดยผู้เชี่ยวชาญ
2. กาหนดจุดมุ่งหมายของการเรียน ,วธิ กี ารปฏิบัติ ,เง่อื นไข ,เกณฑ์ , ตรวจสอบแบบประเมินผลโดยผู้เชย่ี วชาญ
3. กาหนดส่ือการเรยี นการสอน , การเลือกสื่อการเรียนการสอน , ดัดแปลงจากส่ือวสั ด,ุ การออกแบบสื่อใหม่ ,
ตรวจสอบแบบประเมนิ ผลโดยผเู้ ชี่ยวชาญ
4. กิจกรรมการใช้สื่อการเรียนการสอน , การใชส้ ือ่ ประกอบของผสู้ อน, การใช้สื่อเปน็ กจิ กรรมการเรียนการสอนของ
ผ้เู รยี น,บทเรยี น , ใชส้ ื่อร่วมกันระหวา่ งผู้เรยี นและผ้สู อน,สาธิต,สถานการณ์จาลอง,การใช้ส่ือการเรยี นการสอนให้
ผู้เรียนมีสว่ นร่วมในกิจกรรมการเรยี นการสอน . ตรวจสอบแบบประเมินผลโดยผูเ้ ช่ียวชาญ
5. พฤติกรรมการตอบสนองของผ้เู รียน , การเสรมิ แรงและการทผี่ สู้ อนใหข้ อ้ มลู ย้อยกลบั ทนั ทตี ่อการตอบสนองของ
ผเู้ รียนจะทาให้ผเู้ รยี นมแี รงจูงใจในการเรียน , ตรวจสอบแบบประเมินผลโดยผเู้ ชยี่ วชาญ
6. การประเมินผล
1. ประเมินผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นในหนว่ ยเรียนรทู้ ่ี 4 เร่อื งวงจรไฟฟา้ อเิ ลก็ ทรอนกิ สค์ วบคมุ เครอื่ งยนต์
แก็สโซลีน กับผ้เู รียนท่ีเปน็ กลุ่มประชากร จานวน 8 คน
2. ประเมินสือ่ การเรียนการสอน กบั ผู้เรียนทีเ่ ปน็ กลุม่ ประชากร จานวน 8 คน
3. ประเมนิ กระบวนการเรียนการสอน กบั ผเู้ รียนท่เี ปน็ กลมุ่ ประชากร จานวน 8 คน
ภาพท่ี 3 แสดงวิธกี ารสร้างเคร่ืองมือดาเนนิ การศกึ ษา
8
ขนั้ ท่ี 1 วเิ คราะห์ข้อมลู เบ้ืองต้นผเู้ รียน และความตอ้ งการในเรยี นของผูเ้ รยี น
ในหน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 วงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมเครือ่ งยนตแ์ ก็สโซลนี การวิเคราะห์จะช่วยให้ผูส้ อน
สามารถตดั สนิ ใจเลอื กสอ่ื และจดุ มุ่งหมายการเรยี นการสอนได้อย่างเหมาะสม โดยใชแ้ บบสอบถาม ทม่ี ีขอ้ มลู ดังต่อไปน้ี
1.1 ขอ้ มูลท่ัวไปผเู้ รียน
1) อายุ
2) เพศ
3) ระดบั การศกึ ษา
4) เจตคติ
1.2 ขอ้ มูลเฉพาะผเู้ รยี น
1) ประสบการณ์เดมิ
2) ทกั ษะทว่ั ไป
3) เจตคตทิ วั่ ไป
4) ความรู้พืน้ ฐาน
5) ความรคู้ วามสามารถในการเรยี น
1.3 การวเิ คราะห์แบบสอบถาม
1) การวิเคราะห์แบบสอบถามโดยใช้คา่ รอ้ ยละ
2) การวิเคราะหแ์ บบสอบถามโดยใช้คา่ เฉลีย่ X
3) การวิเคราะห์แบบสอบถามโดยใชค้ า่ สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน SD
4) ศกึ ษาค้นควา้ ข้อมูลเก่ยี วกับวิธีการสร้างแบบสอบถาม กาหนดเกณฑท์ ่ใี ช้ในการแปลความหมาย
ของคา่ เฉลีย่ จากเอกสาร และตาราทางวิชาการ รวมถึงวทิ ยานิพนธ์และการคน้ ควา้ แบบอิสระ
5) ดาเนินการสร้างแบบสอบถามตามแนวทางที่ได้รับจากการศึกษาค้นคว้าให้ครอบคลุม
ความคิดเห็นในดา้ นต่างๆ ทต่ี อ้ งการศกึ ษา
6) เสนอแบบสอบถามต่ออาจารย์ท่ีปรึกษา เพื่อตรวจสอบความถูกต้องรวมถึงให้ผู้เช่ียวชาญ
ตรวจสอบแบบสอบถามอีกครัง้
7) นาแบบสอบถามไปทดลองใช้ แล้วปรบั ปรงุ แก้ไขแบบสอบถามตามท่ไี ดร้ บั คาแนะนา
8) นาแบบสอบถามไปใชเ้ กบ็ รวบรวมข้อมูลตามที่ได้วางแผนไว้
ข้ันท่ี 2 กาหนดจุดมุง่ หมายของการเรียน , วิธีการปฏิบัติ , เงื่อนไข , เกณฑ์
ในเนอื้ หากระบวนรายวิชางานระบบควบคุมเครื่องยนต์ดว้ ยอเิ ล็กทรอนิกส์ ตอ้ งการใหผ้ ู้เรยี นมคี วามรู้ ความ
เข้าใจ และมีทักษะการปฏิบัติในหน่วยการเรียนที่ 4 เรื่อง วงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมเคร่ืองยนต์แก็สโซลีน
โดยมีการกาหนดจดุ มุง่ หมายของการเรยี น ดังต่อไปน้ี
2.1 วิธีการปฏบิ ัติ
1) ผู้เรียนสามารถบอกช้ินส่วนอุปกรณ์ในวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมเคร่ืองยนต์แก็สโซลีน
ไดถ้ กู ต้อง
2) ผเู้ รยี นสามารถอธบิ ายหนา้ ทีแ่ ละการทางานชนิ้ สว่ นอุปกรณ์ในวงจรไฟฟา้ อิเล็กทรอนกิ ส์ควบคมุ
เครอ่ื งยนต์แก็สโซลนี ได้ถูกตอ้ ง
3) ผู้เรยี นสามารถอธบิ ายวงจรไฟฟ้าอเิ ลก็ ทรอนิกสค์ วบคุมเคร่ืองยนตแ์ กส็ โซลนี ไดถ้ ูกต้อง
4) ผเู้ รยี นสามารถต่อวงจรไฟฟา้ อิเลก็ ทรอนิกส์ควบคุมเครือ่ งยนต์แก็สโซลนี ได้ถูกต้อง
5) ผู้เรียนมีเจตคติท่ีดีต่อการเรียนในหน่วยการเรียนท่ี 4 เรื่อง วงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม
เครอื่ งยนตแ์ ก็สโซลนี
9
2.2 เงือ่ นไขการปฏบิ ัติ
1) ให้ผู้เรียนบอกชน้ิ ส่วนอปุ กรณใ์ นวงจรไฟฟา้ อิเลก็ ทรอนกิ สค์ วบคมุ เครื่องยนต์ แกส็ โซลีน
2) ให้ผู้เรียนอธิบายหน้าที่และการทางานช้ินส่วนอุปกรณ์ในวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม
เครื่องยนต์แก็สโซลีน
3) ให้ผูเ้ รียนอธิบายวงจรไฟฟา้ อิเลก็ ทรอนิกส์ควบคุมเครื่องยนตแ์ กส็ โซลนี
4) ใหผ้ ู้เรยี นต่อวงจรไฟฟา้ อิเล็กทรอนกิ ส์ควบคุมเครื่องยนตแ์ กส็ โซลีน
5) ผู้เรียนมีเจตคติท่ีดีต่อการเรียนในหน่วยการเรียนท่ี 4 เร่ือง วงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม
เครื่องยนตแ์ ก็สโซลีน
2.3 เกณฑ์ และมาตรฐานการปฏบิ ตั ิ
มาตรฐานการปฏิบัติเป็นระดับความสามารถในการปฏิบัติ ของความรู้ ในเน้ือหากระบวนรายวิชา
งานระบบควบคุมเครื่องยนต์ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ในหน่วยการเรียนที่ 4 เรื่อง วงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม
เคร่ืองยนต์แก็สโซลนี จานวนคะแนน 20 คะแนนมีเกณฑ์ดงั ต่อไปนี้
1) ผู้เรียนสามารถบอกช้ินส่วนอุปกรณ์ในวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมเคร่ืองยนต์แก็สโซลีน
ได้ถกู ตอ้ งโดยใช้แบบทดสอบ จานวนคะแนน 2 คะแนน
2) ผู้เรียนสามารถอธิบายหน้าที่และการทางานช้ินส่วนอุปกรณ์ในวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม
เครอื่ งยนตแ์ ก็สโซลนี ไดถ้ กู ต้องโดยใชแ้ บบทดสอบ จานวนคะแนน 3 คะแนน
3) ผู้เรียนสามารถอธิบายวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมเครื่องยนต์แก็สโซลีนได้ถูกต้อง
โดยใช้แบบทดสอบ จานวนคะแนน 5 คะแนน
4) ผู้เรียนสามารถต่อวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมเครื่องยนต์แก็สโซลีนได้ถูกต้องโดยใช้แผง
สาธติ และสถานการณ์จาลอง จานวนคะแนน 10 คะแนน
5) สังเกตผู้เรียนจากพฤติกรรมการเรียนในหน่วยการเรียนท่ี 4 เร่ือง วงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์
ควบคมุ เคร่ืองยนต์แก็สโซลนี
2.4 ศึกษาวิธีสร้างแบบประเมินผล จากเอกสาร และตาราทางวิชาการวิทยานิพนธ์และการค้นคว้า
แบบอสิ ระ
2.5 สรา้ งแบบประเมนิ ผล ครอบคลมุ ประเดน็ ท่ตี อ้ งการจะศกึ ษา
2.6 เสนอแบบประเมินผล ต่ออาจารย์ท่ีปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
และความเหมาะสมของเนือ้ หา
2.7 นาแบบสอบถามไปทดลองใช้ แลว้ ปรับปรุงแกไ้ ขแบบประเมนิ ผล ตามทไ่ี ด้รบั คาแนะนา
2.8 นาแบบประเมินผล ไปใช้ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ตามแผนทีว่ างไว้
ขน้ั ที่ 3 กาหนดสอื่ การเรยี นการสอน, เลือกสื่อการเรยี นการสอน, ดัดแปลงจากสือ่ วัสดุ, ออกแบบสื่อใหม่
การกาหนดสอื่ การเรยี นการสอน อาจดาเนินการอยา่ งใดอย่างหน่งึ ใน 3 ประการน้ี คอื
1) การเลอื กใชส้ ่อื การเรยี นการสอน
2) ดดั แปลงจากสอ่ื วัสดทุ ีม่ อี ยู่แล้ว
3) การออกแบบส่ือใหม่
ในเน้ือหากระบวนรายวิชา งานระบบควบคุมเครื่องยนต์ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ในหน่วยการเรียนท่ี 4
เรื่อง วงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมเคร่ืองยนต์แก็สโซลีน ผู้สอนได้ทาการเลือกใช้ข้อที่ 1 คือ การเลือกใช้สื่อ
การเรียนการสอน โดยใช้บทเรียน แผงสาธิตวงจรไฟฟ้า และสถานการณ์จาลองจากนั้นศึกษาวธิ สี รา้ งแบบประเมินผล
จากเอกสาร และตาราทางวิชาการวิทยานิพนธ์และการค้นคว้าแบบอิสระ สร้างแบบประเมินผล ครอบคลุมประเด็น
ท่ีต้องการจะศึกษา เสนอแบบประเมินผล ต่ออาจารย์ที่ปรึกษา และผู้เช่ียวชาญ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและ
10
ความเหมาะสมของเน้ือหา นาแบบสอบถามไปทดลองใช้ แล้วปรับปรุงแก้ไขแบบประเมินผล ตามท่ีได้รับคาแนะนา
นาแบบประเมินผล ไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมลู ตามแผนที่วางไว้
ขั้นท่ี 4 กิจกรรมการใช้ส่ือการเรียนการสอน , การใช้สื่อประกอบของผู้สอน, การใช้ส่ือเป็นกิจกรรม
การเรยี นการสอนของผู้เรียน, ใชส้ ือ่ รว่ มกันระหว่างผเู้ รียนและผสู้ อน
4.1 การใชส้ ื่อประกอบของผสู้ อน
การเรียนการสอนโดยใช้การอธิบายจากบทเรียน รายวิชา งานระบบควบคุมเคร่ืองยนต์
ดว้ ยอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ในหน่วยการเรียนท่ี 4 เรอื่ ง วงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมเคร่ืองยนตแ์ กส็ โซลนี สาหรับรูปแบบ
การสอนแอสชวั ร์
4.2 การใชส้ ่อื เปน็ กจิ กรรมการเรยี นการสอนของผเู้ รียน
โดยการใช้บทเรียนเรียน รายวิชา งานระบบควบคุมเครื่องยนต์ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ในหน่วยการเรียน
ท่ี 4 เร่อื ง วงจรไฟฟา้ อิเล็กทรอนกิ ส์ ควบคุมเคร่ืองยนต์แก็สโซลนี สาหรบั รปู แบบการสอนแอสชวั ร์
4.3. ใช้สื่อรว่ มกนั ระหว่างผเู้ รียนและผูส้ อน
โดยใช้การสาธิต สถานการณ์จาลอง ในบทเรียนเรียน รายวิชา งานระบบควบคุมเคร่ืองยนต์ด้วย
อิเล็กทรอนิกส์ ในหน่วยการเรียนที่ 4 เรื่อง วงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมเครื่องยนต์แก็สโซลีน สาหรับรูปแบบ
การสอนแอสชวั ร์ ให้ผเู้ รียนมีส่วนร่วมในกจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.4 ศึกษาวิธีสร้างแบบประเมินผล จากเอกสาร และตาราทางวิชาการวิทยานิพนธ์และการค้นคว้า
แบบอสิ ระ
4.5 สร้างแบบประเมนิ ผล ครอบคลุมประเดน็ ท่ีต้องการจะศึกษา
4.6 เสนอแบบประเมินผล ต่ออาจารย์ท่ีปรึกษา และผู้เช่ียวชาญ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
และความเหมาะสมของเน้ือหา
4.7 นาแบบสอบถามไปทดลองใช้ แลว้ ปรับปรุงแกไ้ ขแบบประเมนิ ผล ตามทไ่ี ด้รับคาแนะนา
4.8 นาแบบประเมนิ ผล ไปใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมูลตามแผนที่วางไว้
ขั้นท่ี 5 พฤตกิ รรมการตอบสนองของผู้เรียน, การเสรมิ แรงและการท่ีผู้สอนให้ข้อมูลย้อยกลับทนั ทีต่อการ
ตอบสนองของผ้เู รยี นจะทาใหผ้ เู้ รยี นมแี รงจงู ใจในการเรยี น
การเสริมแรงและการที่ผู้สอนให้ข้อมูลย้อยกลับทันทีต่อการตอบสนองของผู้เรียน จากกิจกรรมการใช้ส่ือ
การเรียนการสอน ดังต่อไปนี้
5.1 การใชส้ ่ือประกอบของผู้สอนการเรียนการสอน
จากการอธิบายจากบทเรียน รายวิชา งานระบบควบคุมเคร่ืองยนต์ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ในหน่วย
การเรยี นที่ 4 เรอ่ื ง วงจรไฟฟ้าอิเลก็ ทรอนกิ สค์ วบคมุ เคร่ืองยนต์แก็สโซลนี สาหรบั รปู แบบการสอนแอสชวั ร์
5.2 การใชส้ ื่อเป็นกจิ กรรมการเรียนการสอนของผเู้ รียน
โดยใช้บทเรียนเรียน รายวิชา งานระบบควบคุมเคร่ืองยนต์ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ในหน่วยการเรียนที่ 4
เรื่อง วงจรไฟฟ้าอิเลก็ ทรอนิกส์ ควบคมุ เคร่ืองยนต์แก็สโซลนี สาหรับรูปแบบการสอนแอสชัวร์
5.3 ใช้สือ่ รว่ มกันระหวา่ งผเู้ รียนและผ้สู อน
โดยการสาธิต สถานการณ์จาลอง ในบทเรียนเรียน รายวิชา งานระบบควบคุมเคร่ืองยนต์
ด้วยอเิ ล็กทรอนิกส์ ในหนว่ ยการเรยี นท่ี 4 เร่ือง วงจรไฟฟา้ อิเลก็ ทรอนกิ ส์ควบคุมเคร่ืองยนตแ์ ก็สโซลนี สาหรบั รปู แบบ
การสอนแอสชัวร์
5.4 ศึกษาวิธีสร้างแบบประเมินผล จากเอกสาร และตาราทางวิชาการวิทยานิพนธ์และการค้นคว้า
แบบอิสระ
5.5 สรา้ งแบบประเมนิ ผล ครอบคลมุ ประเด็นท่ตี อ้ งการจะศึกษา
11
5.6 เสนอแบบประเมินผล ต่ออาจารย์ที่ปรึกษา และผู้เช่ียวชาญ เพ่ือตรวจสอบความถูกต้อง
และความเหมาะสมของเนอื้ หา
5.7 นาแบบสอบถามไปทดลองใช้ แลว้ ปรบั ปรงุ แกไ้ ขแบบประเมนิ ผล ตามท่ีไดร้ บั คาแนะนา
5.8 นาแบบประเมินผล ไปใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลตามแผนท่ีวางไว้
ข้ันท่ี 6 การประเมินผล, ประเมินผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน, ประเมินส่ือการเรียนการสอน, ประเมิน
กระบวนการเรียนการสอน
การประเมินผลจะเป็นการประเมินผลรูปแบบการสอนแอสชัวร์ รายวิชา งานระบบควบคุมเคร่ืองยนต์ด้วย
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ ในหน่วยการเรียนที่ 4 เรอ่ื ง วงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกสค์ วบคุมเครื่องยนต์แก็สโซลนี ทั้ง 3 ดา้ น คือ
- การประเมินผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน
- การประเมินสื่อการเรยี นการสอน
- การประเมนิ กระบวนการเรียนการสอน
6.1 การประเมินผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน โดยใช้เกณฑ์และมาตรฐานการปฏิบตั ิในเน้ือหาบทเรียนกระบวน
รายวชิ า งานระบบควบคมุ เครือ่ งยนตด์ ว้ ยอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ในหนว่ ยการเรยี นท่ี 4 เร่ือง วงจรไฟฟา้ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ควบคุม
เครื่องยนต์แก็สโซลีน จานวนคะแนน 20 คะแนนและต้องมีระดับคะแนนรวมเกินร้อยละ 80 ข้ึนไปตามเกณฑ์
ดงั ต่อไปนี้
1) ผู้เรียนสามารถบอกช้ินส่วนอุปกรณ์ในวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมเครื่องยนต์แก็สโซลีน
ได้ถูกตอ้ งโดยใชแ้ บบทดสอบ จานวนคะแนน 2 คะแนน
2) ผู้เรียนสามารถอธิบายหน้าที่และการทางานชิ้นส่วนอุปกรณ์ในวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม
เครอ่ื งยนต์แก็สโซลนี ได้ถูกต้องโดยใชแ้ บบทดสอบ จานวนคะแนน 3 คะแนน
3) ผู้เรียนสามารถอธิบายวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมเคร่ืองยนต์แก็สโซลีนได้ถูกต้อง
โดยใชแ้ บบทดสอบ จานวนคะแนน 5 คะแนน
4) ผู้เรียนสามารถต่อวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมเคร่ืองยนต์แก็สโซลีนได้ถูกต้องโดยใช้แผงสาธิต
และสถานการณจ์ าลอง จานวนคะแนน 10 คะแนน
6.2 การประเมนิ สื่อการเรยี นการสอน ประเมนิ ผลจากการใช้แบบประเมินการกาหนดสื่อการเรียนการสอน
จากบทเรียน แผงสาธิตวงจรไฟฟ้า และสถานการณจ์ าลอง
6.3 การประเมินกระบวนการเรียนการสอน ประเมินผลจากการใช้แบบประเมินการกาหนดจุดมุ่งหมาย
ของการเรยี น กิจกรรมการใช้สื่อการเรียนการสอน การกาหนดพฤตกิ รรมตอบสนองของผูเ้ รยี น
6.4 ศึกษาวิธีสรา้ งแบบประเมินผล จากเอกสาร และตาราทางวชิ าการวทิ ยานพิ นธ์
6.5 สรา้ งแบบประเมนิ ผล ครอบคลุมประเด็นทีต่ อ้ งการจะศึกษา
6.6 เสนอแบบประเมินผล ต่ออาจารย์ที่ปรึกษา และผู้เช่ียวชาญ เพ่ือตรวจสอบความถูกต้อง
และความเหมาะสมของเนื้อหา
6.7 นาแบบสอบถามไปทดลองใช้ แลว้ ปรับปรงุ แกไ้ ขแบบประเมนิ ผล ตามท่ีไดร้ บั คาแนะนา
6.8 นาแบบประเมินผล ไปใช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูลตามแผนทีว่ างไว้
12
ตวั อยา่ งที่ 2
ผู้ค้นคว้าได้ยกตัวอย่าง การนา ASSURE Model ไปประยุกต์ใช้ในทางการศึกษา ซ่ึงนาไปใช้ในการจัดการ
การเรียนการสอน ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง ปัญหาส่ิงแวดล้อมที่มีผลต่อ
สุขภาพ
สาระสาคัญ ส่ิงแวดล้อม มีผลต่อสุขภาพของคนเรา ดังนั้นคนเราจึงต้องดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม
ใหอ้ ยู่ในสภาพท่ดี ตี ลอดไป
ข้ันที่ 1 Analyze Leaner Characteristics (การวิเคราะห์ลักษณะผู้เรียน)
โรงเรียนบ้านวังแช่กลอย อาเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก สอนระดับประถมศึกษา
ปีท่ี 1 ถึงช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนยังไม่มีความสนใจในการรักษาสิ่งแวดล้อม และยังไม่มีความรู้ต่อส่ิงแวดล้อม
ท่ีมีผลกระทบต่อการดารงชีวิตที่ดีพอ ดังนั้นจาเป็นที่ต้องมีการปูพ้ืนฐานเร่ืองของส่ิงแวดล้อมท่ีมีผลต่อการดารงชีวิต
ให้กบั นักเรยี นแตล่ ะคน และสร้างเจตคตทิ ี่ดีต่อการอนุรักษ์สงิ่ แวดลอ้ ม
1. ลกั ษณะทัว่ ไป : เรียนอยู่ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 เปน็ วัยทีส่ นใจในการทากจิ กรรมมากกว่า
การเรียนในห้องเรยี น ดังนน้ั ถ้าได้รับความร้เู ก่ียวกบั สิ่งแวดลอ้ มที่อย่รู อบตวั และ
รูจ้ ักวธิ ีการรกั ษาสิง่ แวดลอ้ มโดยการปฏิบัตจิ รงิ จะไดผ้ ลดีกว่า
2. ลักษณะเฉพาะ : - ทกั ษะพืน้ ฐานเกี่ยวกบั ความรู้ และความสาคญั ของส่ิงแวดลอ้ ม
- เขา้ ใจปัญหาสิ่งแวดล้อมทมี่ ผี ลต่อสขุ ภาพ
- ทัศนคตขิ องผ้เู รียนตอ่ วธิ ีปฏิบัติตนเพอ่ื รกั ษาสิ่งแวดล้อม
ข้ันที่ 2 State Objectives (การกาหนดวัตถุประสงค์)
ด้านพุทธพสิ ัย
- ผเู้ รียนมคี วามรู้และความเข้าใจเกีย่ วกับส่ิงแวดล้อม
- ผูเ้ รยี นมคี วามร้แู ละความเข้าใจต่อการรกั ษาส่งิ แวดลอ้ ม
- ผู้เรียนมีความรู้และความเข้าใจตอ่ สิ่งแวดล้อมทีม่ ผี ลตอ่ สขุ ภาพ
ด้านจติ พิสยั
- ผู้เรียนมที ัศนคติทดี่ ตี ่อวิชาเรียน
- ผูเ้ รียนมีจติ สาธารณะ ให้ความร่วมมือในการทางาน สนใจใฝร่ ู้และใช้สงิ่ แวดลอ้ มให้เหมาะสม
ดา้ นทกั ษะพิสยั
- ผู้เรียนสามารถใช้ความร้ทู ่ีมีต่อส่ิงแวดล้อมไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้
- ผ้เู รียนสามารถบอกปัญหาและสาเหตุของสงิ่ แวดลอ้ มที่มตี ่อสขุ ภาพได้
- ผ้เู รียนมที กั ษะในการปฏิบัตติ นเพ่ือรกั ษาสงิ่ แวดลอ้ มได้
ขั้นที่ 3 Select, Modify, of Design Materials (การเลือก ดัดแปลง หรือออกแบบส่ือใหม่)
การเลือกส่อื ท่มี อี ยแู่ ล้ว
- หนังสือเรยี นวชิ าวทิ ยาศาสตร์
- แผ่นใสและเครอื่ งฉายแผน่ ใส
- เครอื่ งฉายโปรเจคเตอร์
ส่ือประเภทเทคนิคหรอื วธิ ีการ
- การอภิปรายกลุ่ม
- การฝึกปฏิบัติ
- สภาพแวดลอ้ มของสถานทต่ี า่ งๆ ภายในโรงเรียน
13
การปรับปรงุ หรอื ดดั แปลงสอื่ ทีม่ ีอยแู่ ล้ว
นาเนื้อหาการสอนมาโยงความสัมพันธ์เพื่อง่ายต่อการเข้าใจ นาโน๊ตบุ๊ค เช่ือมต่อเข้ากับเครื่องฉาย
โปรเจคเตอร์ในห้องเรียนเพ่ือฉายเน้ือหาบทเรียนให้ผู้เรียนได้ดูและอธิบาย จะทาให้ผู้เรียนสนใจมากกว่าการอธิบาย
ตามหนังสือ
การออกแบบส่ือใหม่
สรปุ เน้อื หาเรอื่ ง “ความสาคัญของสง่ิ แวดล้อม” นาเสนอแบบสื่อสไลด์ Power point ทีม่ ีทั้งภาพ สี เสยี ง
เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน แล้วใช้คอมพิวเตอร์เชื่อมต่อเข้ากับเคร่ืองฉายโปรเจคเตอร์ในห้องเรียนเพื่อฉาย
ใหผ้ ู้เรียนไดด้ ู เขา้ ใจอย่างทั่วถงึ และชดั เจน อกี ทัง้ พิมพ์ออกมาแจกใหผ้ ู้เรียนด้วย
ข้ันท่ี 4 Utilize Materials (การใช้สื่อ)
- ดูหรืออ่านเน้อื หาของสื่อ
- ก่อนท่ีจะสอนนาเข้าบทเรียน แนะนาบทเรียนที่จะสอนเบ้ืองต้น เพ่ือเชื่อมโยงไปยังบทเรียนที่จะสอน
ในคาบน้ีแกผ่ ู้เรียนเพอ่ื เตรยี มพร้อม
- การนาเสนอ / ควบคุมชน้ั เรยี น
ข้ันที่ 5 Require Learner Response (การกาหนดการตอบสนองของผู้เรียน)
ในการสอนแต่ละคร้ังผู้สอนจะมีกิจกรรมเสริมเพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาด้วยตนเองอยู่เสมอ เป็นการกระตุ้น
ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมมากท่ีสุด ผู้สอนก็จะต้องสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนแต่ละคนว่าคนใดท่ีมีความเข้าใจในบทเรียน
และคนใดทย่ี งั ไม่เข้าใจอยูก่ พ็ ยายามเสริมอีกทางหนง่ึ ด้วย
ขั้นที่ 6 Evaluation (การประเมิน)
1) การประเมนิ ผลกระบวนการเรียนการสอน
ผู้สอนจะประเมินจากแบบทดสอบและการสังเกตความสนใจของผู้เรียนว่ามีความสนใจ ตั้งใจ ใฝ่เรียน
ใฝ่รู้ มวี ินยั ในตนเอง มจี ติ สาธารณะ และเห็นคุณคา่ ของวชิ าการบัญชชี ้ันกลาง 1 เพยี งใด
2) การประเมนิ ส่ือและวิธกี ารสอน
เพ่ือให้ทราบว่าส่ือและวิธีการสอนท่ีใช้มีประมิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ต้องปรับปรุงแก้ไขหรือไม่
ช่วยให้ผู้สอนมีผลสัมฤทธ์ิเพ่ิมขึ้นหรือไม่ การประเมินผลสื่อการเรียนการสอนควรให้ครอบคลุม ด้านความสอดคล้อง
กบั วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นการสอน ดา้ นคุณภาพของส่อื เชน่ ขนาด รปู รา่ ง สี ความชดั เจนของสื่อ ทีใ่ ช้สอน
3) การประเมินผลสัมฤทธขิ์ องผู้เรียน
- จากการปฏิบตั ติ นในการรักษาสิง่ แวดล้อม
- จากการทาแบบฝกึ หดั
14
สรุปความคิดเห็นการวางแผนการใช้สื่อการสอนอยา่ งเป็นระบบ ASSURE Model
ตารางที่ 1 การประยกุ ต์ใชใ้ นรายวิชาการออกแบบการเรียนการสอนเพ่ือการพัฒนา
การวางแผนการใช้สอ่ื การสอนอย่างเปน็ ระบบ ประยกุ ตใ์ ช้ในรายวชิ า
ASSURE Model การออกแบบการเรยี นการสอนเพือ่ การพัฒนา
ข้ันท่ี 1 Analyze Leaner Characteristics - การระบุคุณสมบัติของผู้เข้าอบรมหรือผู้เข้าศึกษา
การวเิ คราะห์ลกั ษณะผู้เรยี น เป็นนักศึกษาระดับ ป.โท เทคโนโลยแี ละวิจยั เพื่อพัฒนา
ผู้สอนวิเคราะห์ลักษณะของผู้เรียนและสามารถ การศึกษา
เลือกใช้ส่ือการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนและ - เนื้อหาท่ีใช้ในการจัดการเรียนการสอน จะเกี่ยวข้อง
บรรลวุ ัตถุประสงค์ของการเรียนการสอน กับการออกแบบการเรียนการสอน การพัฒนาการเรียน
การสอนและเทคโนโลยีการเรียนการสอน จะมีผลต่อ
การเลือกวิธีและส่ือที่จะสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียน
เพอื่ ใหบ้ รรลวุ ตั ถปุ ระสงค์
- วิเคราะห์ความรู้ความสามารถของผู้เรียนโดยให้ทา
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
ขั้นที่ 2 State Objectives การกาหนดวัตถุประสงค์ - มกี ารตัง้ วตั ถุประสงคข์ องรายวชิ า ครอบคลมุ 3 ด้าน
กาหนดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมขึ้นให้ ดงั นี้คือ เพือ่ ใหน้ กั ศกึ ษามีความรู้ ทกั ษะ ทเี่ พยี งพอ และ
ครอบคลมุ 3 ดา้ น คือ มีเจตคติท่ีดี ต่อการใช้หลักการทฤษฎีเชิงระบบและ
1) พุทธพิ ิสัย จิตวิทยาการออกแบบสื่อการศึกษา เพ่ือการออกแบบ
2) จติ พิสัย ร ะ บ บ ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ ส ถ า น ก า ร ณ์
3) ทกั ษะพิสัย ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
ส่อื สารทางการศึกษา
ข้นั ท่ี 3 Select, Modify, of Design Materials - ส่ือทใ่ี ชใ้ นการเรยี นการสอน มาจาก
การเลือก ดัดแปลง หรือออกแบบสื่อใหม่ 1) สื่อที่มีอยู่แล้ว คือ สื่อวีดีทัศน์ ต่างๆ เก่ียวกับการ
การเลอื กสือ่ ทเ่ี หมาะสมในการเรยี นการสอน มา ออกแบบกจิ กรรมการเรียนการสอน
จาก 3 วธิ ี 2) การปรบั ปรุง หรอื ดัดแปลงสื่อที่มีอยู่แลว้ คือ วีดที ัศน์
1) ส่อื ท่มี ีอยูแ่ ลว้ สือ่ ใบความรู้ ใบงาน power point
2) การปรบปรงุ หรือดดั แปลงสื่อที่มอี ยู่แลว้ 3) การออกแบบส่ือใหม่ คือ ออกแบบ Power point ,
3) การออกแบบส่อื ใหม่ ใบงาน, ใบความรู้, วดี ีทัศน์
ขั้นท่ี 4 Utilize Materials การใช้สื่อ - ข้ันตอนการใช้ส่ือ
ครูผสู้ อนนาสอ่ื ไปใช้ ตามข้นั ตอนดงั น้ี 1) ทดลองใช้ คือ การตรวจสอบเน้ือหาให้ตรงตาม
1) ทดลองใช้ วัตถุประสงค์ และทดลองใช้เพ่ือให้ทราบถึงปัญหา
2) เตรียมสภาพแวดลอ้ ม ทอี่ าจจะเกิดข้ึน และแกไ้ ขปรบั ปรุง
3) เตรียมผเู้ รยี น 2 ) เ ต รี ย ม ส ภ าพ แ ว ดล้ อ ม คื อ เ ต รี ย ม ส ถานที่
4) เสนอส่ือและควบคุมช้ันเรยี น คอมพิวเตอร์ สิง่ อานวยความสะดวกตา่ งๆ
3) เตรยี มผู้เรยี น คือ สรา้ งความพรอ้ มให้ผู้เรียน โดยการ
แนะนาสิ่งท่ีเรียนในรายละเอียดของรายวิชา หรือ
คาอธิบายรายวชิ า
4) เสนอสื่อและควบคุมชั้นเรียน คือ ผู้สอนทาหน้าที่
เสนอสื่อหรือควบคมุ ใหผ้ ู้เรียนเรียนในหวั ข้ออะไรบา้ ง
15
การวางแผนการใช้สอ่ื การสอนอยา่ งเป็นระบบ ประยุกต์ใชใ้ นรายวิชา
ASSURE Model การออกแบบการเรียนการสอนเพ่ือการพัฒนา
ขน้ั ท่ี 5 Require Learner Response - จัดการเรียนรี่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เป็นการ
การกาหนดการตอบสนองของผเู้ รียน เรยี นรู้ด้วยตนเอง และการเรยี นรู้แบบมีส่วนร่วม เรยี นรู้
จัดกิจกรรมท่ีส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้เรียน จากสถานการณ์จริง มีการเรียนรู้ท้ังในช้ันเรียน
มสี ว่ นร่วมในการเรียนการสอนให้มากท่ีสดุ การเรียนรู้ผ่านส่ืออิเล็กทรอนิคส์ การเรียนรู้ผ่าน
เครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์
- จัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้ทางานเป็นกลุ่ม
ไ ด้ แ ส ด ง บ ท บ า ท ที่ ห ล า ก ห ล า ย ทั้ ง ก า ร เ ป็ น ผู้ น า
และผู้ตามทีด่ ี
- เน้นรูปแบบการเรียนรู้ท่ีกระตุ้นให้เกิดการคิด
วิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ
และตดั สนิ ใจดว้ ยตนเอง
- มอบหมายให้ผู้เรียนวางแผนและจัดทาแผนปฏิบัติ
การออกแบบการเรียนการสอนของตนเอง โดยใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศค้นคว้าหาข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล
และนาเสนอ
- การอภปิ รายและการยอมรบั ความคิดเห็นของผู้อ่นื
ข้ันท่ี 6 Evaluation การประเมิน - การประเมินผลการเรียนรู้ด้านความรู้ ใช้เทคนิคการ
1) การประเมนิ ผลการเรียนการสอน ประเมินผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและการปฏิบัติของ
2) การประเมินสอ่ื และวิธกี ารเรยี นการสอน ผู้เรียน โดยการทดสอบย่อย การสอบกลางภาคและ
3) การประเมนิ ผลสัมฤทธิ์ของผเู้ รยี น ปลายภาค การประเมินผลสาเร็จของการปฏิบัติงาน
เปน็ ทมี การนาเสนอผลงาน การนาความรู้ไปประยกุ ต์ใช้
ขอ้ ควรคดิ ในการใช้ส่อื การเรยี นการสอน
1. ไมม่ สี ื่อการเรียนการสอนใดที่เหมาะสมกับทกุ จุดประสงคก์ ารเรียนการสอน
2. ควรใช้สื่อการสอนให้เหมาะสมกับจุดประสงคก์ ารเรียนการสอนทกี่ าหนดไว้
3. ผใู้ ชส้ ่อื การเยนการสอนจะต้องคุ้นเคยกับเนอ้ื หาและวิธกี ารนาเสนอของส่อื ชนิดนั้น ๆ
4. สื่อการเรียนการสอนจะตอ้ งเหมาะสมกบั วธิ ีสอนและกจิ กรรมทใ่ี ชใ้ นการเรยี นการสอน
5. ส่อื การเรียนการสอนจะตอ้ งเหมาะสมกับสมรรถภาพ และวิธกี ารเรียนของผเู้ รียน
6. สือ่ การเรยี นการสอนจะต้องให้ความเปน็ รปู ธรรม
7. ควรจัดสงิ่ แวดล้อมและสง่ิ อานวยความสะดวกให้เหมาะสมกับสอ่ื การเรยี นการสอนท่ีใช้
8. ควรทดลองใช้สื่อการเรียนการสอนก่อนใช้ และส่อื น้นั ควรมีคมู่ ืออธบิ ายการใชท้ ่ชี ัดเจน
16
บทสรปุ
จากรูปแบบจาลอง ASSURE model จะเน้นถึงการวางแผนการใช้สื่ออย่างเป็นระบบในสภาพของห้องเรียน
จริง เพ่ือให้ผู้สอนสามารถนารูปแบบจาลองน้ี มาใช้วางแผนการสอนได้อย่างมีประสิทธิผล ถ้าหากผู้สอนสามารถ
ดาเนินการได้ตามกระบวนการได้ถูกต้องทุกขั้นตอนจะทาใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การเรยี นรไู้ ด้เป็นอย่างดี
แนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบ ASSURE Model หากพิจารณาแล้ว จะเห็นว่าเป็นรูปแบบจัดการ
เรยี นการสอนที่สอดคล้องกับการเรียนการสอนเน้นการเรียนรู้ของรายบุคล เนอื่ งจากเนน้ การจดั เตรียมส่ือหลากหลาย
รูปแบบเพ่ือตอบสนองผู้เรียนที่ผู้สอนได้วิเคราะห์แล้วว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร อีกทั้งเน้นการมีส่วน
ร่วมและการมีปฏิสัมพันธ์ในกิจกรรมการเรียนการสอน ทั้งน้ีโดยเน้นการใช้เทคโนโลยีมาเป็นเคร่ืองมือในการจัดการ
เรียนการสอน และการวัดผลการเรียนการสอน เน้นการวัดผลทั้งกระบวนการเรียนการสอนว่าสอดคล้องกับ
วตั ถุประสงคห์ รือไม่ ไมไ่ ด้เน้นมงุ่ การวัดผลสมั ฤทธขิ์ องผเู้ รียนอย่างเดียว
17
ภาคผนวก
18
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
เรือ่ ง การใชส้ ่อื การสอนอยา่ งเปน็ ระบบโดยใชแ้ บบจาลอง ASSURE Model
1. ข้อใดไม่ใชข่ น้ั ตอนการประเมินผลหลังการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน ตามรูปแบบ ASSURE Model
ก. การประเมนิ ผลการเรียนการสอน
ข. การประเมนิ ส่อื และวธิ ีการเรียนการสอน
ค. การประเมินผลสมั ฤทธ์ขิ องผ้เู รยี น
ง. การประเมินความพร้อมของผู้สอน
2. การเลือกส่ือการเรียนการสอน ควรคานงึ ถงึ ข้อใดมากทีส่ ดุ
ก. ลกั ษณะผ้เู รยี น
ข. เทคนคิ วิธีการสอน
ค. วตั ถุประสงค์ของการเรียนการสอน
ง. งบประมาณและเวลา
3. Require Learner Response คอื ขั้นตอนใดในรูปแบบ ASSURE Model
ก. การวเิ คราะหล์ ักษณะผเู้ รียน
ข. การประเมินผเู้ รยี น
ค. การกาหนดการตอบสนองของผ้เู รยี น
ง. การเลือก การดัดแปลง การออกแบบส่ือใหม่
4. ผสู้ อนกาหนดใหผ้ เู้ รียนอภปิ รายและยอมรบั ความคิดเหน็ ของผู้อื่น คือขน้ั ตอนใดในรูปแบบ ASSURE Model
ก. Require Learner Response
ข. Evaluation
ค. State Objectives
ง. Utilize Materials
5. ขนั้ ตอนการเตรยี มสถานท่ี เตรยี มคอมพิวเตอร์ และสง่ิ อานวยความสะดวกตา่ งๆ คอื ขนั้ ตอนใดในรูปแบบ
ASSURE Model
ก. Require Learner Response
ข. Evaluation
ค. State Objectives
ง. Utilize Materials
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น
1. ง
2. ค
3. ค
4. ก
5. ง
19
แบบทดสอบหลังเรยี น
เรือ่ ง การใชส้ ่ือการสอนอย่างเป็นระบบโดยใชแ้ บบจาลอง ASSURE Model
1. ขั้นตอนใดไม่ได้อยใู่ นรปู แบบ ASSURE Model
ก. State Objectives
ข. Utilize Materials
ค. Evaluation
ง. Development
2. ข้อใดเปน็ สงิ่ ทีค่ วรทาสาหรบั ผู้สอนในการนาเสนอส่อื การเรียนการสอน
ก. ขณะบรรยายสอดแทรกอารมณข์ นั
ข. นักเรยี นรอผ้สู อนเตรียมสอ่ื นานเพอื่ ใหพ้ ร้อม
ค. นาสอ่ื มาใช้โดยไม่ต้องทดลองใชก้ ่อนก็ได้
ง. ขณะยนื สอนหนั ขา้ งและหันหลังใหผ้ ู้เรยี นบ่อยๆ
3. ASSURE Model มกี ข่ี ้ันตอน
ก. 4 ขน้ั ตอน
ข. 5 ขั้นตอน
ค. 6 ข้นั ตอน
ง. 7 ขั้นตอน
4. ผู้สอนทาหนา้ ทีเ่ สนอส่ือและควบคุมชนั้ เรียน ควรอยใู่ นขั้นตอนใดในรปู แบบ ASSURE Model
ก. Require Learner Response
ข. Evaluation
ค. State Objectives
ง. Utilize Materials
5. ผู้สอนกาหนดจดุ มุ่งหมายของการเรยี น อยใู่ นขั้นตอนใดในรูปแบบ ASSURE Model
ก. Require Learner Response
ข. Evaluation
ค. State Objectives
ง. Utilize Materials
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
1. ง
2. ก
3. ค
4. ง
5. ค
20
เอกสารอ้างองิ
หนงั สือ
กิดานันท์ มลทิ อง. เทคโนโลยกี ารศึกษาและนวัตกรรม. พมิ พ์ครัง้ ที่ 2. กรงุ เทพฯ : จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั . 2543.
ธนสาร เพง็ พมุ่ .(2555). เอกสารประกอบการสอนรายวิชา EDU231 นวัตกรรมและเทคโนโลยี
สารสนเทศการศกึ ษา. พษิ ณโุ ลก : คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภัฏพิบลู สงคราม.
บญุ เก้อื ควรหาเวช. (2542). นวัตกรรมการศกึ ษา. (พิมพ์ครัง้ ท่ี 4).นนทบุรี: SR Printing.
วิทยานพิ นธ์
จรยิ าพร ชยั งาม. 2555. วเิ คราะหก์ ารใช้ภมู ปิ ัญญาท้องถิน่ ในการสอนของครูแกนนาสงั กดั สานกั งานการ
ประถมศกึ ษาจงั หวดั สรุ ินทรโ์ ดยแบบจาลอง ASSURE. วทิ ยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑติ สาขา
เทคโนโลยกี ารศกึ ษา มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์. (สาเนา)
จิระดา บุญอารยะกุล. 2542. การนาเสนอลกั ษณะของบทเรยี นคอมพิวเตอรชวยสอนบนเครอื ขายอินเทอรเนต็ ,
วทิ ยานิพนธครุศาสตรมหาบัณฑติ บัณฑิตวิทยาลัย จฬุ าลงกรณ มหาวิทยาลัย.
วชิ ชกุ ร บัวคาซาว. 2556. การใชร้ ปู แบบการสอนแอสชวั ร์ในรายวชิ างานระบบควบคุมเครอื่ งยนต์ด้วย
อิเล็กทรอนิกส์ ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชพี ชั้นสงู วิทยาลยั เทคโนโลยีเมโทร จงั หวัดเชียงใหม่.
วิทยานพิ นธ์ศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่. (สาเนา)
เวบ็ ไซต์
เพ็ญศรี ศรีสวัสด์ิ และ สริ พิ รรณ ตุ้มปามา. 2559. นวตั กรรมและเทคโนโลยกี ารศกึ ษา Educational Innovation
and Technology. (ออนไลน์). แหลง่ ทม่ี า : http://www.ipesp.ac.th/learning/technology/html.
22 ตุลาคม 2559.
อนันตศ์ ักด์ิ สร้างคา. 2559. ทฤษฎกี ารสอน. (ออนไลน์). แหล่งทมี่ า : https://sites.google.com/site/anansak
2554/thvsdi/thvsdi-kar-sxn. 19 ตุลาคม 2559.
21
ประวตั ผิ จู้ ดั ทา
ช่ือ สกลุ นางวัลลี ศักดส์ิ ุวรรณ
วนั เดือน ปีเกิด 22 ธนั วาคม 2531
สถานทเ่ี กดิ จงั หวัดเพชรบูรณ์
ประวตั กิ ารศึกษา
มัธยมศึกษาตอนตน้ โรงเรยี นวิทยานกุ ูลนารี จงั หวดั เพชรบูรณ์
พ.ศ. 2544 มธั ยมศึกษาตอนปลาย โรงเรยี นวทิ ยานุกลู นารี จังหวดั เพชรบรู ณ์
พ.ศ. 2547 ครศุ าสตรบณั ฑิต สาขาวชิ าวทิ ยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเพชรบูรณ์
พ.ศ. 2550 ครุศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชาเทคโนโลยีและวจิ ยั เพอ่ื พัฒนาการศึกษา
พ.ศ. 2559 มหาวิทยาลัยราชภฏั พิบลู สงคราม