The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน2.65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พรนิภา เรียงครุด, 2023-09-05 10:34:43

วิจัยในชั้นเรียน2.65

วิจัยในชั้นเรียน2.65

17 รายงานผลการวิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟ้าเรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น ของนักศึกษาระดับ ปวช.1/2 แผนกช่างไฟฟ้าก าลัง วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี โดยใช้วิธีการสอนความรู้พื้นฐานการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น นางสาวพรนิภา เรียงครุด ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 แผนกช่างไฟฟ้าก าลัง วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี


บทคัดย่อ งานวิจัยในชั้นเรียนเรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่องการใช้งานมัลติ มิเตอร์เบื้องต้น ของนักศึกษาระดับ ปวช. 1/2 แผนกช่างไฟฟูาก าลัง วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี โดยใช้วิธีการ สอนความรู้พื้นฐานการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น มีวัตถุประสงค์การวิจัยคือ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น ของนักเรียนระดับ ปวช. 1/2 แผนกช่างไฟฟูา ก าลัง วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรีโดยการสอนความรู้พื้นฐานการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น โดยใช้ ใบความรู้ วิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่อง การใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น แบบฝึกหัดวิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่อง การใช้งานมัลติ มิเตอร์เบื้องต้น และ แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในการเก็บข้อมูลนักเรียนระดับ ปวช. 1/2 แผนก ช่างไฟฟูาก าลัง วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี กลุ่มตัวอย่างจ านวน 14 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือใบ ความรู้เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น แบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน ซึ่งการวิเคราะห์ ข้อมูลในครั้งนี้แบ่งเป็น 2 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 คือ การวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยของคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน และตอนที่ 2 คือ การวิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบผลคะแนนว่ามีความแตกต่างกันอย่างมี นัยส าคัญทางสถิติว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่ จากการท าการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา ให้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างเพิ่มเติม โดยใช้วิธีการสอนความรู้พื้นฐานการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้นและใช้ใบความรู้ประกอบการเรียนการสอน พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนซึ่งวัดจากคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เมื่อการเปรียบเทียบ ค่าเฉลี่ย (x ) ของคะแนนแบบทดสอบ คะแนนเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน เท่ากับ 7.29 และคะแนนเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 23.35 ผลการเปรียบเทียบคะแนนว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติของแบบทดสอบก่อนเรียน และแบบทดสอบหลังเรียน โดยค่าสถิติในการทดสอบสมมุติฐานใช้การแจกแจงแบบที (t-test) กรณีมีความ แตกต่างของค่าเฉลี่ยจากประชากรกลุ่มเดียว แต่ท าการทดสอบ 2 ครั้ง (Paired-Samples Test) พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.05 แสดงว่านักเรียนระดับปวช.ชั้นปีที่ 1/2 มีความรู้เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น มากขึ้น สอดคล้องกับสมมติฐานว่าสามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่องการใช้งานมัลติ มิเตอร์เบื้องต้นและ มีผลสัมฤทธิ์ของคะแนนในการท าแบบทดสอบหลังเรียนเรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์ เบื้องต้น สูงกว่าคะแนนในการแบบทดสอบก่อนเรียน


กิตติกรรมประกาศ งานวิจัยในชั้นเรียนเล่มนี้ ขอขอบคุณนักเรียนแผนกช่างไฟฟูาก าลัง ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1/2 วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรีทั้ง 14 คน ที่มาเป็นกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยการศึกษาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น ครั้งนี้ ผู้วิจัยขอแสดงความขอบคุณอย่างสูงอีกครั้ง ส าหรับทุกท่านที่มีส่วนช่วยให้งานวิจัยในชั้นเรียนเรื่องนี้ ส าเร็จลุล่วงด้วยดี ผู้จัดท า นางสาวพรนิภา เรียงครุด


สารบัญ หน้า บทคัดย่อ กิตติกรรมประกาศ สารบัญ สารบัญตาราง บทที่1 บทน า ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา . ค าถามผู้วิจัย วัตถุประสงค์ของการวิจัย ขอบเขตของการวิจัย นิยามศัพท์เฉพาะ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น การประเมิน งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง บทที่ 3 วิธีการด าเนินการวิจัย ประชากรกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 การวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยของคะแนนแบบทดสอบ ตอนที่ 2 การวิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบผลความแตกต่างทางสถิติ ก ข ค จ 1 1 1 2 2 3 4 9 10 14 14 14 15 18 19


สารบัญ (ต่อ) หน้า บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล ข้อเสนอแนะเพื่อการใช้ประโยชน์ ข้อเสนอแนะในการท าวิจัยครั้งต่อไป บรรณานุกรม ภาคผนวก ก. เครื่องมือวิจัย ประวัติผู้ท าวิจัย 20 21 21 21 22 24 43


สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 4.1 ผลการวิเคราะห์คะแนนเฉลี่ยแบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน ของกลุ่มตัวอย่าง ตารางที่ 4.2 ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนสอบก่อนเรียนและคะแนนสอบหลังเรียน เรื่องจ านวนเชิงซ้อน 18 19


บทที่ 1 บทน า 1.1 ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา การจัดการศึกษาว่าต้องเน้นความส าคัญทั้งความรู้และ คุณธรรม และให้สถานศึกษาจัดการประเมิน นักเรียน โดยพิจารณาพัฒนาการของนักเรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม และการทดสอบ ควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอนตาม ความเหมาะสมในแต่ละระดับ และให้สถานศึกษา จัดกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการฝึกทักษะกระบวนการ คิด การจัดการการเผชิญสถานการณ์ และการ ประยุกต์ความรู้มาใช้ปูองกันและแก้ไขปัญหา จัดกิจกรรมให้ ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการ ปฏิบัติให้ท า ได้คิดเป็น ท าเป็น ในสภาพปัจจุบันผู้วิจัยได้สังเกตการเรียนการสอนของนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคนนทบุรีระดับชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1/2 แผนกช่างไฟฟูาก าลัง วิชาเครื่องวัดไฟฟูา พบว่านักเรียนนักศึกษามี ปัญหาการอ่านสเกลหน้าปัดมัลติมิเตอร์ไม่คล่อง อ่านค่าไม่ถูกต้อง ท าให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างล่าช้า ไม่เข้าใจในเรื่องที่เรียน และมีผลสัมฤทธิ์ของคะแนนในการท าแบบทดสอบหลังเรียน ต่ ากว่าคะแนนในการ แบบทดสอบก่อนเรียน จากความส าคัญข้างต้นผู้วิจัยมีความสนใจที่จะท าการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ด้านความรู้พื้นฐาน ของ นักเรียนที่ลงทะเบียนเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา โดยใช้วิธีการสอนความรู้พื้นฐานการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น ในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ด้านความรู้พื้นฐาน เพื่อให้นักเรียนนักศึกษามีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นและสามารถใช้ เครื่องวัดมัลติมิเตอร์ได้อย่างถูกต้อง 1.2 ค าถามวิจัย การสอนความรู้พื้นฐานเรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้นสามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของผู้เรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา ให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความรู้เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์ที่ดีขึ้นหรือไม่ 1.3 วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น 1.5 ขอบเขตการวิจัย 1.5.1 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ใช้ในการศึกษาคือนักเรียนระดับ ปวช.1 แผนกช่างไฟฟูาก าลัง วิทยาลัยเทคนิค นนทบุรีกลุ่มตัวอย่างจ านวน 14 คน 1.5.2 ตัวแปร ตัวแปรต้น : การสอนความรู้พื้นฐานเรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น ตัวแปรตาม : ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา 1.5.3 ระยะเวลาในการท าวิจัย วันที่ ธันวาคม 2565 – กุมภาพันธ์ 2566


1.6 นิยามศัพท์เฉพาะ 1. การพัฒนา หมายถึง กระบวนการเปลี่ยนแปลงของสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ดีขึ้น ทั้งทางด้าน คุณภาพ ปริมาณ และสิ่งแวดล้อม ด้วยการวางแผนโครงการและด าเนินงานโดยมนุษย์ เพื่อประโยชน์แก่ตัว ของมนุษย์เอง (สนธยา พลศรี. 2547, หน้า 5) 2. ทักษะการคิด หมายถึง ความสามารถในการคิดในลักษณะต่าง ๆ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของ กระบวนการคิดที่สลับซับซ้อน ทักษะการคิดอาจจัดเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภทคือ 2.1 ทักษะพื้นฐาน (basic skills) ได้แก่ ทักษะการสื่อความหมาย (communication skills)ทักษะการคิดที่เป็นแกนหรือทักษะการคิดทั่วไป (core or general thinking skills) 2.2 ทักษะการคิดขั้นสูง หรือทักษะการคิดที่ซับซ้อน (higher order or more complexed thinking skills) 3. ทักษะพื้นฐาน (basic skills) หมายถึง ทักษะการคิดที่เป็นพื้นฐานเบื้องต้นต่อการคิดในระดับ ที่สูงขึ้นหรือซับซ้อน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นทักษะการสื่อความหมายที่บุคคลทุกคนจ าเป็นต้องใช้ในการสื่อสาร ความคิดของตน (ศรินธร วิทยะสิรินันท์, 2544. หน้า 118-140) 4. ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์หมายถึง ความสามารถที่จะน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน การเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นที่ทักษะ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ คือ การแก้ปัญหา การเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับคณิตศาสตร์ คณิต ศาสตร์ กับศาสตร์อื่น การแสดงเหตุผล การน าเสนอและการสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ 5. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และทัศนคติอันเกิดจากการ เรียนรู้ซึ่งอาจวัดได้จากการทดสอบระหว่างเรียนหรือหลังจากกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยการทดสอบวิธีการ อื่นๆ นอกจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจะบอกคุณภาพของผู้เรียนแล้วยังแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของหลักสูตร คุณภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตลอดจนความรู้ความสามารถของครูผู้สอนผู้บริหารอีกด้วย 6. เกณฑ์มาตรฐาน หมายถึง ข้อก าหนดต่างๆ ที่เป็นแบบแผนและเป็นที่ยอมรับจากสากล 8. การสอนปรับพื้นฐาน หมายถึง การปรับความรู้นักเรียนที่มาจากโรเรียนต่างๆ ที่มีระดับความรู้ที่ ต่างกันให้มีพื้นฐานความรู้ที่เท่ากัน 9. เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งของช่างไฟฟูา – วิทยุโทรทัศน์ และช่างอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ส าหรับวัด แรงดันไฟฟูาหรือแรงเคลื่อนไฟฟูา วัดกระแสไฟฟูาและวัดค่าความต้านทานเป็นต้น แต่เดิมเครื่องมือวัดพวกนี้ จะแยกชุดออกจากกัน เช่น ส าหรับไฟ AC หรือไฟสลับก็เรียกว่า เอ ซี โวลท์มิเตอร์ (AC volt meter) หรือใช้ วัดค่าความต้านทานก็เรียกว่า โอห์มมิเตอร์ (ohm meter) เป็นต้น ซึ่งเป็นการยุ่งยากส าหรับช่างที่จะต้องพก เครื่องมือประเภทนี้ไปหลายๆ อย่าง เพื่อเป็นการประหยัดและให้เกิดความคล่องตัวในการใช้งาน จึงได้มีการ พัฒนาน าเอาเครื่องมือแต่ละชิ้นมารวมอยู่ในตัวเดียว เพื่อความสะดวกสบายเราจึงเรียกเครื่องมือชิ้นนั้นว่ามัลติ มิเตอร์ 1.7 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ของคะแนนในการท าแบบทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนในการแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา 3. นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาเครื่องวัดไฟฟูา


บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยเรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์ เบื้องต้น ของนักศึกษาระดับ ปวช. 1/2 แผนกช่างไฟฟูาก าลัง วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี โดยใช้วิธีการสอน ความรู้พื้นฐานการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น ผู้วิจัยได้ศึกษารายละเอียดเอกสารวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. การใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น 2. การวัดและประเมินผล 3. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1. การใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น 1.1 มัลติมิเตอร์ (Multimeter) มัลติมิเตอร์ถือว่าเป็นเครื่องมือวัดที่จ าเป็นส าหรับงานด้านอิเล็คทรอนิกส์ เพราะว่าเป็นเครื่องวัด ที่ใช้ค่าพื้นฐานทางไฟฟูาคือ แรงดันไฟฟูา กระแสไฟฟูาและความต้านทานไฟฟูา ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบหรือ การตรวจซ่อมวงจรต่าง ๆ ก็จ าเป็นต้องวัดค่าเหล่านั้นทั้งสิ้น มัลติมิเตอร์เป็นการรวม Voltmeter Ammeter และ Ohmmeter ไว้ในตัวเดียวกัน และใช้มูฟเมนต์ (Movement) ตัวเดียวจึงเรียก “VOM” (Volt-OhmMilliammeter) นอกจากนี้ VOM ยังสามารถน าไปวัดค่าอื่น ๆ ได้อีก เช่น วัดอัตราการขยายกระแสของทรานซิสเตอร์ (hFE) วัดค่าความดัง (Decibel: dB) ฯลฯ ปัจจุบันมัลติมิเตอร์มีด้วยกัน 2 แบบคือ แบบเข็มชี้ (Analog multimeter) แบบตัวเลข (Digital multimeter) มัลติมิเตอร์ทั้ง 2 แบบนี้มีข้อดี ข้อเสียต่างกัน บางคนชอบแบบเข็มชี้ เพราะว่ามองเห็นการเปลี่ยนแปลง ขึ้นลงอย่างชัดเจน ต่างกับแบบดิจิตอลซึ่งตัวเลขจะวิ่ง สังเกตค่าตัวเลขที่แน่นอนได้ยาก ยกเว้น Digital multimeter บางรุ่นที่สามารถอ่านค่าตัวเลขออกมาได้ทันที สะดวกสบายไม่ต้องค านึงถึงขั้วมิเตอร์ว่าวัดถูก หรือผิดเพราะว่ามีเครื่องหมาย บอกให้เสร็จ ส่วนแบบแอนาลอกจะมีปัญหาเรื่องนี้ และการไม่เป็นเชิงเส้น (Non-linear) ของสเกลด้วย 1.2 มัลติมิเตอร์แบบเข็มชี้ มัลติมิเตอร์แบบอะนาลอกส่วนมากเป็นแบบขดลวดเคลื่อนที่ (Moving coil) เนื่องจากแบบ ขดลวดเคลื่อนที่จะมีสเกลเป็นเชิงเส้น (Linear) ขนาดเล็ก น้ าหนักเบา ราคาไม่แพงและมีความไว (Sensitivity)ดี มัลติมิเตอร์ที่เราพบเห็นและใช้กันมากในปัจจุบันจะเป็น VOM ชนิด Moving coil ยี่ห้อชันวา (Sanwa) เช่น รุ่น YX – 360 หรือ รุ่น ) – 361 TR


1.2.1 ส่วนประกอบภายนอกของมัลติมิเตอร์แบบเข็มชี้ 1..สกรูปรับเข็มชี้ให้ตรงศูนย์ 2.ย่านการวัดต่างๆ 3.ขั้วต่อขั้วบวก (+) ใช้ต่อสายวัดสีแดง 4.ขั้วต่อขั้วลบ (-) ใช้ต่อสายวัดสีด า 5.ขั้วต่อเอาต์พุต เพื่อวัดความดัง (db) 6.ปุุมปรับ 0 โอห์ม 7.สวิตช์ตัวเลือกย่านการวัด 8.เข็มชี้ 1.2.2 สเกลหน้าปัดมัลติมิเตอร์ยี่ห้อ Sanwa รุ่น YX-360 TR หมายเลข 1 : สเกลของโอห์มมิเตอร์ 2 : สเกลใช้ส าหรับบอกค่าแรงดันไฟตรง (DC V) และค่ากระแสไฟตรง (DC A) 3 : สเกลใช้บอกค่าแรงดันไฟสลับ (AC V) ย่านวัด 10 – 1000 VAC 4 : สเกลบอกค่าอัตราขยายกระแสของทรานซิสเตอร์ (hFE) 5 : สเกลใช้บอกค่าความดัง (db) 6 : สเกล LV , LI ใช้บอกค่าแรงดันและกระแสไฟตรง (ตามล าดับ) โดยใช้ร่วมกับค่าแรงดัน และกระแสที่ได้จากย่านวัดโอห์มมิเตอร์ เช่น ย่านวัด R x 10 ใช้แรงดันที่ปลายสายวัด 3V กระแส 15 mA เป็นต้น (สเกล LV มีค่า 0-3 V และสเกล LI มีค่า 0- 15 มีหน่วยเป็น m A หรือ mA แล้วแต่ตั้งย่านวัดโอห์ม มิเตอร์) ซึ่งสเกลทั้งสองนี้มีไว้เพื่อทดสอบคุณสมบัติของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไดโอดหรือ LED 7 : กระจกเงาหรือแถบสะท้อนเพื่อให้อ่านค่าด้วยเข็มชี้ถูกต้องที่สุด การอ่านค่าที่ถูกต้อง จะต้องให้เข็มชี้กับเงาเข็มชี้ในกระจกซ้อนกันพอดี 1.3 การวัดแรงดันไฟตรง ดีซีโวลต์มิเตอร์ คือ มิเตอร์วัดแรงดันไฟตรง (DC VOLTAGE) ในการใช้ดีซีโวลต์วัด แรงดันไฟตรง จะต้องต่อดีซีโวลต์มิเตอร์วัดคร่อมขนานกับโหลดที่ต้องการวัดแรงดัน ขั้วของดีซีโวลต์มิเตอร์ที่จะ ต่อวัดคร่อมโหลด ต้องมีขั้วเหมือนแรงดันที่ตกคร่อมโหลด โดยใช้หลักการวัดดังนี้ ใกล้บวกใส่บวก ใกล้ลบใส่ลบ คือโหลดขาใดรับแรงดันใกล้ขั้วบวก (+) ของแหล่งจ่าย ก็ใช้ขั้วบวก (+) ของดีซีโวลต์มิเตอร์วัด โหลดขาใดรับ แรงดันใกล้ขั้วลบ (-) ของแหล่งจ่าย ก็ใช้ขั้วลบ (-) ของดีซีโวลต์มิเตอร์วัด ดีซีโวลต์มิเตอร์ มีทั้งหมด 7 ย่าน คือ 0.1 V, 0.5V, 2.5V, 10V, 50V, 250V และ 1,000V มี 3 สเกล คือ 0~10, 0~50, 0~250 อ่านขีดสเกลที่อยู่ใต้กระจกเงา


1.4 ล าดับขั้นการใช้ดีซีโวลต์มิเตอร์ 1. ต่อดีซีโวลต์ในขณะวัดค่าแรงดันคร่อมขนานกับโหลด 2. ตั้งย่านใช้งานของมิเตอร์ในย่าน DCV 3. ปรับสวิตช์ตั้งย่านการวัดให้ถูกต้อง ถ้าหากไม่ทราบแรงดันไฟที่จะท าการวัด ให้ตั้งย่าน วัดที่ต าแหน่งสูงสุด (1,000V) ไว้ก่อน แล้วปรับลดย่านให้ต่ าลงทีละย่านจนกว่าเข็มมิเตอร์จะชี้ค่าที่อ่านได้ง่าย และถูกต้อง 4. ในต าแหน่งที่วัดด้วยดีซีโวลต์มิเตอร์ไม่ขึ้น แต่ขณะแตะสายวัดขั้วบวกเข้าไปหรือขณะ ดึงสายวัดขั้วบวกออกมา เข็มมิเตอร์จะกระดิกเล็กน้อยเสมอแสดงว่าจุดวัดนั้นเป็นแรงดันไฟสลับ(ACV) 5. การวัดแรงดันไฟตรงในวงจร จะต้องต่อสายวัดให้ถูกต้อง โดยน าสายวัดขั้วลบ (-COM) สีด าจับที่ขั้วลบของแหล่งจ่าย น าสายวัดขั้วบวก (+) สีแดงของมิเตอร์ไปวัดแรงดันตามจุดต่างๆ 1.4.1 การอ่านสเกลของดีซีโวลต์มิเตอร์ 1.5 การวัดแรงดันไฟสลับ เอซีโวลต์มิเตอร์ คือมิเตอร์วัดแรงดันไฟสลับ (AC VOLTAGE) หลักการใช้มิเตอร์ชนิดนี้ จะ เหมือนกับดีซีโวลต์มิเตอร์ คือในการใช้งานจะต้องน าไปวัดคร่อมขนานกับโหลดที่ต้องการวัดแรงดันนั้น จะมี ส่วนที่แตกต่างจากดีซีโวลต์มิเตอร์ คือในการใช้มิเตอร์วัดคร่อมแรงดันหรือแหล่งจ่ายไฟไม่จ าเป็นต้องค านึงถึง ขั้วมิเตอร์ เพราะแรงดันไฟสลับจะมีขั้วสลับไปสลับมาตลอดเวลา เอซีโวลต์มิเตอร์ มีทั้งหมด 5 ย่าน คือ 0~2.5V, 0~10V, 0~50V, 0~250V และ0~1,000V มี 4 สเกล คือ 0~2.5,0~10, 0~50, 0~250 อ่านขีด สเกลที่อยู่ใต้กระจกเงา 1.5.1 ล าดับขั้นการใช้เอซีโวลต์มิเตอร์ 1. ต่อเอซีโวลต์ในขณะวัดค่าแรงดันคร่อมขนานกับโหลด 2. ตั้งย่านใช้งานของมิเตอร์ในย่าน ACV 3. ปรับสวิตช์ตั้งย่านการวัดให้ถูกต้อง หากไม่ทราบค่าที่จะวัดว่าเท่าไร ให้ตั้งย่านวัดที่ต าแหน่ง สูงสุด (1,000V) ไว้ก่อน แล้วจึงปรับลดย่านให้ต่ าลงทีละย่าน จนกว่าเข็มมิเตอร์จะชี้ค่าที่อ่านได้ง่ายและถูกต้อง


4. ก่อนต่อมิเตอร์วัดแรงดันไฟสูงๆ ควรจะปิดสวิตช์ไฟ (OFF) ของวงจรที่จะวัดเสียก่อน 5. อย่าจับสายวัดหรือมิเตอร์ขณะวัดแรงดันไฟสูง เมื่อวัดเสร็จเรียบร้อยควรปิด (OFF) สวิตช์ ไฟ ของวงจร ที่ท าการวัดเสียก่อนจึงปลดสายวัดของมิเตอร์ออกจากวงจร 1.5.2 การอ่านสเกลของเอซีโวลต์มิเตอร์ 1.6 การวัดกระแสไฟตรง ดีซีแอมมิเตอร์ หรือดีซีมิลติแอมมิเตอร์ คือมิเตอร์วัดกระแสไฟตรง (DC CURRENT) เพื่อจะ ทราบจ านวนกระแสที่ไหลผ่านวงจรว่ามีค่าเท่าไร การใช้ดีซีแอมมิเตอร์ หรือดีซีมิลติแอมมิเตอร์ วัดกระแส ไฟตรงในวงจร จะต้องตัดไฟแหล่งจ่ายออกจากวงจร และน าดีซีแอมมิเตอร์ หรือดีซีมิลติแอมมิเตอร์ ต่ออันดับ กับวงจร และแหล่งจ่ายไฟ ขั้วของดีซีแอมมิเตอร์ จะต้องต่อให้ถูกต้องมิเช่นนั้นเข็มมิเตอร์จะตีกลับ อาจท าให้ มิเตอร์เสียได้ เอซีโวลต์มิเตอร์ มีทั้งหมด 4 ย่าน คือ 50uA, 2.5mA, 25mA และ 0.25 mA มี 3 สเกล แต่น ามาใช้กับการวัดกระแสจะใช้ 2 สเกล คือ 0~50, 0~250 อ่านขีดสเกลที่อยู่ใต้กระจกเงา 1.6.1 ล าดับขั้นการใช้ดีซีมิลติแอมป์มิเตอร์ 1. การต่อดีซีมิลติแอมมิเตอร์วัดกระแสในวงจร จะต้องต่ออันดับกับโหลดในวงจร 2. ตั้งย่านใช้งานของมิเตอร์ในย่าน DCmA 3. ปรับสวิตช์ตั้งย่านการวัดให้ถูกต้อง ถ้าหากไม่ทราบกระแสที่จะท าการวัด ให้ตั้งย่านวัดที่ ต าแหน่งสูงสุด (0.25A) ไว้ก่อน แล้วปรับลดย่านให้ต่ าลงทีละย่านจนกว่าเข็มมิเตอร์จะชี้ค่าที่อ่านได้ง่ายและ ถูกต้อง 4. ก่อนต่อมิเตอร์วัดกระแสไฟสูงๆ ควรจะปิด (OFF) สวิตช์ไฟของวงจรที่จะวัดเสียก่อน 5. เมื่อวัดเสร็จเรียบร้อยควรปิด (OFF) สวิตช์ไฟ ของวงจร ที่ท าการวัดเสียก่อนจึงปลดสาย วัดของมิเตอร์ออกจากวงจร


1.6.2 การอ่านสเกลของดีซีมิลติแอมป์มิเตอร์ 1.7 การวัดความต้านทาน โอห์มมิเตอร์ คือ มิเตอร์ที่สร้างขึ้นมาไว้วัดค่าความต้านทาน ของตัวต้านทาน (R) โดยอ่านค่า ออกมาเป็นค่าโอห์ม โดยมีย่านการวัดทั้งหมด 5 ย่าน คือ x1, x10, x100, x1k และ x10k อ่านค่าความ ต้านทานได้ตั้งแต่ 2 กิโลโอห์ม ถึง 20 เมกกะโอห์ม 2.7.1 ล าดับขั้นตอนการใช้โอห์มมิเตอร์ 1. ตั้งย่านใช้งานของมิเตอร์ที่ย่านโอห์ม 2. ใช้สายวัดสีแดงเสียบเข้าที่ขั้วต่อขั้วบวก (+) และสายวัดสีด าเสียบเข้าที่ขั้วต่อขั้วลบ (-COM) 3 . ปรับซีเล็กเตอร์สวิตช์ตั้งย่านวัดให้ถูกต้อง 4. ก่อนการน าโอห์มมิเตอร์ไปใช้วัดทุกครั้ง และทุกย่าน จะต้องท าการปรับ 0 โอห์มเสมอ 5. ถ้าจะน าโอห์มมิเตอร์ไปวัดค่าความต้านทานในวงจรต้องแน่ใจว่าปิด (OFF) สวิตช์ไฟ ทุก ครั้ง


1.8 การอ่านสเกลของโอห์มมิเตอร์ ข้อควรระวังในการใช้มัลติมิเตอร์ 1. อย่าให้มัลติมิเตอร์มีการกระทบกระเทือนอย่างแรง เช่น ตก หล่นจากที่สูง เพราะจะท าให้ เครื่องมือวัดช ารุดเสียหาย 2. ควรวางมัลติมิเตอร์ในต าแหน่งราบ (แนวนอน) ขณะใช้งานและเลิกใช้งาน 3. ก่อนท าการวัดทุกครั้งต้องแน่ใจว่าเลือกย่านการวัดถูกต้องเสมอ 4. ตั้งค่าสเกลสูงสุดของย่านการวัดขณะวัดจุดที่ไม่ทราบค่าแน่นอน 5. ห้ามใช้ย่านวัดโอห์มวัดค่าแรงดันไฟตรงหรือแรงดันไฟสลับ 6. เมื่อวัดแรงดันไฟตรงต้องใช้สายวัดให้ถูกขั้ว +- เสมอ 7. เมื่อเลือกย่านวัดโอห์มไม่ควรให้ปลายสายวัดแตะกันนานเกินไป 8. เมื่อเลิกใช้งานควรถอดสายวัดออกและปรับสวิตช์เลือกย่านไปที่ OFF 9. ไม่ควรให้มัลติมิเตอร์เกิด Overload (เกินสเกล) บ่อยครั้งขณะท าการวัดต้องดูต าแหน่งของย่าน วัดการวัดให้เหมาะสมกับวงจรที่จะวัด 10. มัลติมิเตอร์ที่ไม่ได้ใช้เป็นเวลานาน ก่อนใช้ควรหมุน Function และ Range switch มาเพื่อลด ความฝืดและให้หน้าสัมผัสไฟฟูาที่ดี 11. ควรจัดเก็บมัลติมิเตอร์ให้อยู่ในเครื่องห่อหุ้ม (Case) เสมอ 2. การวัดและประเมินก่อนเรียน และหลังเรียน ก่อนเรียน และหลังเรียน 2 ค านี้มีความเกี่ยวเนื่องกัน แต่ต่างกันที่ระยะเวลาและจุดประสงค์ของการ วัดและประเมิน 2 ค านี้มีความหมายทั้งในมิติที่กว้างและแคบ ดังนี้ 1. ก่อนเรียน การวัดและประเมินก่อนเรียนมีจุดประสงค์เพื่อมทราบสภาพของผู้เรียน ณ เวลาก่อนที่จะเรียน เช่น ความรู้พื้นฐานในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ ก่อนเรียนอาจจะหมายถึง


1.1 ก่อนเข้าเรียน ซึ่งอาจจะตั้งแต่ก่อนเรียนระดับปฐมวัย หรือก่อนจะเริ่มเรียนหลักสูตร สถานศึกษานั้น เช่น สถานศึกษาที่เปิดสอนในช่วงชั้นที่ 1 และ 2 ก่อนเรียนในที่นี้อาจจะหมายถึงก่อนเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นต้น 1.2 ก่อนเรียนช่วงชั้น หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ความส าคัญกับช่วงชั้น ให้มีการ ประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเมื่อจบแต่ละช่วงชั้น ก่อนเรียนในที่นี้จึงหมายถึงก่อนจะเริ่มเรียนช่วงชั้นใด ช่วงชั้นหนึ่ง เช่น ก่อนเรียนช่วงชั้นที่ 2 คือ ก่อนเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นต้น 1.3 ก่อนเรียนแต่ละชั้น ถึงแม้จะมีการก าหนดเป็นช่วงชั้น แต่ชั้นเรียนหรือการเรียนแต่ละปีก็ยัง มีความส าคัญ โดยเฉพาะในระดับประถมศึกษา การเรียนแต่ละชั้น/ปี อาจจะหมายถึงการเรียนกับครูคนใด คนหนึ่ง (กรณีที่ครูคนเดียวสอนนักเรียนทั้งชั้นทุกวิชาหรือเกือบทุกวิชา โดยทั่วไปจะเป็นครูประจ าชั้น) หรือ เรียนครูกลุ่มหนึ่ง (สอนแยกรายวิชา) การวัดและประเมินก่อนเรียนแต่ละชั้นจะเป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอนใน การวางแผนการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียนตลอดทั้งปี 1.4 ก่อนเรียนแต่ละรายวิชา มีลักษณะเช่นเดียวกับก่อนเรียนแต่ละชั้น การวัดและประเมินก่อน เรียนแต่ละชั้นอาจจะวัดและประเมินในภาพรวมหลายๆ วิชา แต่การวัดและประเมินนี้ แยกวัดและประเมิน แต่ละรายวิชา โดยทั่วไปจะสอนโดยครูแต่ละคน ส าหรับระดับมัธยมศึกษา รายวิชาส่วนใหญ่จัดการเรียนรู้ เป็นรายภาคเรียน 1.5 ก่อนเรียนแต่ละหน่วยการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้เป็นการจัดหมวดหมู่เนื้อหาในสาระการ เรียนรู้เดียวกัน โดยจัดเนื้อหาเรื่องเดียวกันหรือสัมพันธ์กันไว้ในหน่วยเดียวกัน การวัดและประเมินก่อนเรียน แต่ละหน่วย เพื่อให้ได้ข้อมูลความรู้พื้นฐานของผู้เรียนในเรื่องหรือหน่วยนั้น ซึ่งทั้งผู้เรียนและครูผู้สอน สามารถน าไปใช้ในการวางแผนการเรียนรู้และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในหน่วยนั้นได้อย่างเหมาะสม 1.6 ก่อนเรียนแต่ละแผนจัดการเรียนรู้ คือ การวัดและประเมินก่อนเรียนแต่ละครั้ง ในหนึ่ง หน่วยการเรียนรู้มักจะมีสาระที่จะเรียนรู้แยกย่อยส าหรับการสอนมากกว่า 1 ครั้ง แต่ละครั้งจะมีแผนการ จัดการเรียนรู้ 2. หลังเรียน จุดประสงค์ของการวัดและประเมินหลังเรียน เพื่อตรวจสอบผลการเรียนของผู้เรียนด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จากการเรียนรู้และการร่วมกิจกรรมของผู้เรียน โดยเทียบ กับผลการวัดและประเมินก่อนเรียนและระหว่างเรียน การวัดและประเมินหลังเรียนจะท าให้ได้ข้อมูลที่บ่งบอก ถึงพัฒนาการการเรียนรู้ของผู้เรียน ในขณะเดียวกันยังสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของ ครูด้วย ข้อมูลจากการวัดและประเมินหลังเรียนมีจุดประสงค์หลักคือใช้ในการตัดสินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของผู้เรียน นอกจากนี้ การวัดและประเมินผลหลังเรียนอาจจะเป็นข้อมูลก่อนการเรียนในระดับต่อไป จึงเป็น ประโยชน์ทั้งผู้เรียน และครูผู้สอน สามารถน าข้อมูลดังกล่าวไปพัฒนาและปรับปรุงการเรียนรู้และการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนหรือกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียนและสถานการณ์ 3. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ปรเมศร์ ไชยวงศ์ (2554) ศึกษา การปรับพฤติกรรมการเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟ้ า (3104–1002 ) เรื่อง การใช้งานมัลติมิเตอร์โดยใช้กระบวนการกลุ่มสา หรับนักศึกษาสาขางานติดตั้งไฟฟ้ าระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนาเชียงใหม่ ผลการประเมินพบว่าผู้เรียน มีการพัฒนาขึ้นหลังจากผ่านการเรียนการสอนแบบปกติไปแล้ว จาก 45.18 เป็น 59.09 ผู้เรียนมีการพัฒนาขึ้น หลังจากผ่านการเรียนการสอนแบบกลุ่มไปแล้ว จาก 45.18 เป็น 67.03 ผลการศึกษาพฤติกรรมทางการเรียนรู้


ของผู้เรียน พบว่ามีพฤติกรรมทางการเรียนที่พัฒนาไปในทางที่ดีคือ เรื่อง การมีปฏิสัมพันธ์ของผู้เรียนเอง การ ทางานร่วมกัน ความสามัคคีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ความ กระตือรือร้นในการเรียนและการยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ดุลยเดช กุมมมารสิทธิ์ (2552) ศึกษา การพัฒนาทักษะ การวัดและอ่านค่าจากมัลติมิเตอร์ ด้วย แบบจาลองเครื่องมัลติมิเตอร์ส าหรับนักศึกษาระดับ ปวช.1 สาขาอิเล็กทรอนิกส์ ผลการวิจัยการวัดและ อ่านค่าทางไฟฟูาจากมัลติมิเตอร์ ด้วยแบบจาลองเครื่องมัลติมิเตอร์ขนาดใหญ่กว่าของจริง ของนักศึกษา ระดับชั้น ปวช.1/1 สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ จานวน18 คน ก่อนการเรียนการวัดและอ่านค่าทางไฟฟูาด้วยมัลติ มิเตอร์โดยใช้แบบจาลองมัลติมิเตอร์ขนาดใหญ่กว่าของจริงผลปรากฏว่ามีนักศึกษาสามารถวัดและอ่านค่าทาง ไฟฟูาด้วยมัลติมิเตอร์ถูกต้อง จานวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 44.44 เมื่อได้ผ่านการเรียนด้วยวิธีการสอนโดยใช้ แบบจาลองมัลติมิเตอร์ขนาดใหญ่กว่าของจริงแล้วผลปรากฏว่านักศึกษาที่สามารถทาการวัดและอ่านค่าทาง ไฟฟูาด้วยมัลติมิเตอร์ได้ถูกต้อง จานวน 15 คน เพิ่มขึ้นจานวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ83.33 อักษร อินปาว (2553) ศึกษา การพัฒนาทักษะการใช้เครื่องมัลติมิเตอร์ ด้วยกลุ่มเพื่อนช่วย เพื่อน นักศึกษา ปวช.1 สาขาวิชาไฟฟ้ากาลัง สาขางาน ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ผลการวิจัยครั้งผู้วิจัย พบว่า นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้นและผ่านเกณฑ์ที่กาหนดจานวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 100 โดยมีผลมาจาก นักเรียน ได้นาเครื่องวัดมัลติมิเตอร์ลงมือปฏิบัติจริงและอ่านค่าได้ถูกต้องและแม่นยา ทาให้เข้าใจขั้นตอนการ ทางานได้ดีขึ้น จึงนากลับไปเขียนในใบงานอีกครั้งหนึ่ง ผู้วิจัยได้สังเกตพฤติกรรมนักเรียนมีความกระตือรือร้น ในการใช้เครื่องวัดมัลติมิเตอร์มากขึ้น อ่านค่าได้ตรงและแม่นยา และช่วยเหลือกันในการใช้เครื่องวัด มีความ ซื่อสัตย์ในการทางาน และผลงานมีความถูกตามเปูาหมาย


บทที่ 3 วิธีด าเนินการวิจัย งานวิจัยเรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์ เบื้องต้น ของนักศึกษาระดับ ปวช. 1/2 แผนกช่างไฟฟูาก าลัง วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี โดยใช้วิธีการสอน ความรู้พื้นฐานการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น ผู้วิจัยได้ด าเนินการวิจัย โดยมีรายละเอียดตามขั้นตอนดังนี้ 3.1 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.4 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ใช้ในการศึกษาคือนักเรียนระดับปวช.1/2 แผนกช่างไฟฟูาก าลัง วิทยาลัยเทคนิค นนทบุรี ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จ านวน 14 คน 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. ใบความรู้วิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่อง การใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น - ส่วนประกอบส าคัญของมัลติมิเตอร์แบบเข็ม - การเตรียมก่อนท าการวัด - ข้อควรระวังในการวัด - เครื่องมือและอุปกรณ์การทดลอง 2. แบบฝึกหัดวิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่อง การใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น - ส่วนประกอบส าคัญของมัลติมิเตอร์แบบเข็ม - การเตรียมก่อนท าการวัด - ข้อควรระวังในการวัด - เครื่องมือและอุปกรณ์การทดลอง 3. แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน 3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. ให้นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน 2. ผู้วิจัยสอนโดยใช้ใบความรู้เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น - ส่วนประกอบส าคัญของมัลติมิเตอร์แบบเข็ม - การเตรียมก่อนท าการวัด - ข้อควรระวังในการวัด


- เครื่องมือและอุปกรณ์การทดลอง 3. ให้นักเรียนท าแบบฝึกหัดวิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น - ส่วนประกอบส าคัญของมัลติมิเตอร์แบบเข็ม - การเตรียมก่อนท าการวัด - ข้อควรระวังในการวัด - เครื่องมือและอุปกรณ์การทดลอง 4. ให้นักเรียนท าแบบทดสอบหลังเรียน 3.4 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมส าเร็จรูป SPSS โดยแบ่งเป็นสอง 2 ส่วน ดังนี้ 1.) การวิเคราะห์ด้วยสถิติวิเคราะห์เชิงพรรณนา (Descriptive Analytical Statistics) เป็นสถิติที่ น ามาใช้บรรยายคุณลักษณะของข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาจากกลุ่มตัวอย่างที่น ามาศึกษา ได้แก่ 1.1) ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Arithmetic Mean) ใช้ส าหรับแบบสอบถามส่วนที่ 2 โดยใช้สูตรส าหรับข้อมูล ที่จัดกลุ่มเป็นชั้นคะแนน (Group Data) มีรายการค านวณดังต่อไปนี้ ค่าเฉลี่ย = ∑ เมื่อ X คือ ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง ∑ คือ คะแนนแต่ละตัว N คือ จ านวนของกลุ่มตัวอย่าง 1.2) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ใช้วิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลต่างๆ ซึ่ง ใช้ควบคู่กับค่าเฉลี่ย เพื่อแสดงลักษณะการกระจายของคะแนน แต่ละครั้ง โดยใช้สูตร S.D. = √ ∑ ∑ เมื่อ S.D. คือ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากร X คือ ค่าของข้อมูลแต่ละตัว N คือ จ านวนประชากร 2.) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลส าหรับการท าการวิจัยครั้งนี้ คือ t-test เป็นสถิติที่ใช้ทดสอบ ต่อไปนี้กรณีกลุ่มตัวอย่างหนึ่งกลุ่ม ใช้ทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยระหว่างกลุ่มตัวอย่างกับประชากร


โดยการวิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม เป็นโครงการที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาความแตกต่าง ของกลุ่มที่ศึกษา หรือเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างก่อนกับหลังการท าโครงการ เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างก่อนกับหลัง การท าโครงการ หรือศึกษาความก้าวหน้า ใช้ t-test Pair (หรือ t-test dependent)


บทที่ 4 การวิเคราะห์ข้อมูล งานวิจัยในชั้นเรียนเรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่องการใช้งานมัลติ มิเตอร์เบื้องต้น ของนักศึกษาระดับ ปวช. 1/2 แผนกช่างไฟฟูาก าลัง วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี โดยใช้วิธีการ สอนความรู้พื้นฐานการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น มีวัตถุประสงค์การวิจัยคือ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น ของนักเรียนระดับ ปวช. 1/2 แผนกช่างไฟฟูา ก าลัง วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรีโดยการสอนความรู้พื้นฐานการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น โดยใช้ ใบความรู้ วิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่อง การใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น แบบฝึกหัดวิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่อง การใช้งานมัลติ มิเตอร์เบื้องต้น และ แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในการเก็บข้อมูลนักเรียนระดับ ปวช.1/2 แผนก ช่างไฟฟูาก าลัง วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี กลุ่มตัวอย่าง จ านวน 14 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือใบความรู้เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น แบบทดสอบก่อนเรียน และแบบทดสอบหลังเรียน ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลในครั้งนี้แบ่งเป็น 2 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 คือ การวิเคราะห์ ค่าเฉลี่ยของคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน และตอนที่ 2 คือ การวิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบ ผลคะแนนว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ ดังนี้ 4.1. ผลสัมฤทธิ์ 4.1.1 กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนปวช.1/2แผนกช่างไฟฟูา วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี จ านวน 14 คน


4.1.2 คะแนนก่อนเรียนและคะแนนหลังเรียน ตารางที่ 4.1 ผลการวิเคราะห์คะแนนเฉลี่ยแบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียนของกลุ่ม ตัวอย่าง ชื่อ - นามสกุล รวมคะแนน ก่อนเรียน หลังเรียน 1. นาย นายรพีภัทร เขียนบัณฑิตย์ 6 24 2. นาย รัฐภูมิ แก้วประเสริฐ 4 22 3. นาย นัฐดนัย เดียมขุนทด 4 23 4. นาย วิชญะ อิ่มศรี 10 28 5. นาย สุเกษม แซ่เตียว 7 20 6. นาย อทิรัก บุญพันธ์ทอง 9 20 7. นาย พิเชษฐ์พงศ์ ทิพย์มา 4 23 8. นาย อานัส มีดี 7 22 9. นาย จิรายุส ประทุมวัน 4 23 10. นาย วรชัย ตันวัฒนเสรี 6 20 11. นาย สุกฤษฎิ์ ทองค า 8 26 12. นาย สุรชาติ ตาใส 16 30 13. นาย อนุกูล คลังนุช 13 21 14. นาย ภูษิต ทรงวิเชียร 4 24 คะแนนเฉลี่ย 7.29 23.35 จากตารางที่ 4.1 ผลการวิเคราะห์คะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียนของ กลุ่มตัวอย่างพบว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนก่อนเรียนในเรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น มีคะแนนเฉลี่ยก่อน เรียน (7.29) เมื่อพิจารณาในส่วนของคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนพบว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนในเรื่องจ านวน เชิงซ้อน มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน (23.35)


ตารางที่4.2 ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนสอบก่อนเรียนและคะแนนสอบหลังเรียนเรื่องการใช้ งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น คะแนน n ค่าเฉลี่ย SD. t Sig. ก่อนเรียน 17 7.29 2.89 32.379* 0.00 หลังเรียน 17 23.35 4.14 *p < 0.05 ตารางที่ 4.2 ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนสอบก่อนเรียนและคะแนนสอบหลังเรียน ของ กลุ่มตัวอย่าง เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น พบว่าค่าเฉลี่ยคะแนนสอบหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05


บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการวิจัย งานวิจัยในชั้นเรียนเรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่องการใช้งานมัลติ มิเตอร์เบื้องต้น ของนักศึกษาระดับ ปวช. 1/2 แผนกช่างไฟฟูาก าลัง วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรีโดยใช้ วิธีการสอนความรู้พื้นฐานการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น มีวัตถุประสงค์การวิจัยคือ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น ของนักเรียนระดับ ปวช. 1/2 แผนก ช่างไฟฟูาก าลัง วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรีโดยการสอนความรู้พื้นฐานการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น โดยใช้ ใบความรู้วิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่อง การใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น แบบฝึกหัดวิชาเครื่องวัดไฟฟูา เรื่อง การ ใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น และ แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในการเก็บข้อมูลนักเรียนระดับ ปวช. 1/2 แผนกช่างไฟฟูาก าลัง วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี กลุ่มตัวอย่างจ านวน 14 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ครั้งนี้คือใบความรู้เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น แบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน ซึ่ง การวิเคราะห์ข้อมูลในครั้งนี้แบ่งเป็น 2 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 คือ การวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยของคะแนน แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน และตอนที่ 2 คือ การวิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบผลคะแนนว่ามี ความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ จากการท าการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชางานบริการและซ่อมเครื่องใช้ไฟฟูาให้กับนักเรียน กลุ่มตัวอย่างเพิ่มเติมโดยใช้วิธีการสอนความรู้พื้นฐานการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้นและใช้ใบความรู้ ประกอบการเรียนการสอน พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนซึ่งวัดจากคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนและหลัง เรียน เมื่อการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย ( ̅) ของคะแนนแบบทดสอบ คะแนนเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนก่อนเรียน เท่ากับ 7.29 และคะแนนเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 23.35 ผลการเปรียบเทียบคะแนนว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติของแบบทดสอบก่อน เรียนและแบบทดสอบหลังเรียน โดยค่าสถิติในการทดสอบสมมุติฐานใช้การแจกแจงแบบที(t-test) กรณีมี ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยจากประชากรกลุ่มเดียว แต่ท าการทดสอบ 2 ครั้ง (Paired-Samples Test) พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทาง สถิติที่ระดับ 0.05 แสดงว่านักเรียนระดับปวช.ชั้นปีที่ 1/2 มีความรู้เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น มากขึ้น สอดคล้องกับสมมติฐานว่าสามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชางานบริการและซ่อม เครื่องใช้ไฟฟูา เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้นและ มีผลสัมฤทธิ์ของคะแนนในการท าแบบทดสอบหลัง เรียนเรื่องการใช้งาน มัลติมิเตอร์เบื้องต้น สูงกว่าคะแนนในการแบบทดสอบก่อนเรียน


5.2 อภิปรายผล จากการทดสอบสมมติฐานการวิจัย เรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชางานบริการและ ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟูา เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น ของนักเรียนระดับ ปวช. 1/2 แผนกช่างไฟฟูา ก าลัง วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี โดยใช้วิธีการสอนความรู้พื้นฐานการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น ส่งผลให้ นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น มีนัยส าคัญ 0.05 ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัยที่ตั้งไว้ เนื่องจากนักศึกษามีการพัฒนาและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น นั่นคือ นักศึกษามีการพัฒนาความรู้ เรื่องการใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น และผลสัมฤทธิ์ของคะแนนแบบทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนน แบบทดสอบก่อนเรียน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ดุลยเดช กุมมารสิทธิ์ (2552) ศึกษา การพัฒนาทักษะการวัดและ อ่านค่าจากมัลติมิเตอร์ ด้วยแบบจ าลองเครื่องมัลติมิเตอร์ส าหรับนักศึกษาระดับ ปวช.1 สาขาอิเล็กทรอนิกส์ ผลการวิจัยการวัดและอ่านค่าทางไฟฟูาจากมัลติมิเตอร์ ด้วยแบบจาลองเครื่องมัลติมิเตอร์ขนาดใหญ่กว่า ของจริง ของนักศึกษาระดับชั้น ปวช.1/1 สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ จ านวน18 คน ก่อนการเรียนการวัดและ อ่านค่าทางไฟฟูาด้วยมัลติมิเตอร์โดยใช้แบบจ าลองมัลติมิเตอร์ขนาดใหญ่กว่าของจริงผลปรากฏว่ามี นักศึกษาสามารถวัดและอ่านค่าทางไฟฟูาด้วยมัลติมิเตอร์ถูกต้อง จานวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 44.44 เมื่อ ได้ผ่านการเรียนด้วยวิธีการสอนโดยใช้แบบจ าลองมัลติมิเตอร์ขนาดใหญ่กว่าของจริงแล้วผลปรากฏว่า นักศึกษาที่สามารถทาการวัดและอ่านค่าทางไฟฟูาด้วยมัลติมิเตอร์ได้ถูกต้อง จานวน 15 คน เพิ่มขึ้นจานวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ83.33 5.3 ข้อเสนอแนะในการน าผลวิจัยไปใช้ 1. ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ควรพิจารณา ความเหมาะสมด้านเวลา เพื่อให้ผู้เรียนได้เตรียม ความพร้อมในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ เพราะการเรียนและการท าแบบทดสอบ จ าเป็นต้องให้ ผู้เรียนมีเวลาในการท าแบบทดสอบ 5.4 ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 1. ควรมีการน าไปใช้ในวิชาอื่นๆ เช่น วงจรไฟฟูา 2. ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบการถ่ายทอดความรู้วิชาเครื่องวัดไฟฟูา นี้ในกลุ่มตัวอย่างนักเรียน อื่นต่อไป 3. ควรมีการน าสื่อการสอนอื่นมาใช้เป็นเครื่องมือในการวิจัยในครั้งต่อไป


บรรณานุกรม ดุลยเดช กุมมมารสิทธิ์ (2552) ศึกษา การพัฒนาทักษะ การวัดและอ่านค่าจากมัลติมิเตอร์ ด้วยแบบจา ลองเครื่องมัลติมิเตอร์ส าหรับนักศึกษาระดับ ปวช.1 สาขาอิเล็กทรอนิกส์ ทิวัตถ์ มณีโชติ. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ. 2549 ปรเมศร์ ไชยวงศ์ (2554) ศึกษา การปรับพฤติกรรมการเรียนวิชาเครื่องวัดไฟฟู า (3104–1002 )เรื่อง การ ใช้งานมัลติมิเตอร์โดยใช้กระบวนการกลุ่มสา หรับนักศึกษาสาขางานติดตั้งไฟฟู าระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนาเชียงใหม่ อักษร อินปาว (2553) ศึกษา การพัฒนาทักษะการใช้เครื่องมัลติมิเตอร์ ด้วยกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน นักศึกษา ปวช.1 สาขาวิชาไฟฟูากาลัง สาขางาน ไฟฟูาและอิเล็กทรอนิกส์


ภาคผนวก ก เครื่องมือวิจัย


ใบความร ู้ เรื่อง การใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น


การใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น มัลติมิเตอร์ (Multimeter) คือเครื่องมือวัดทางไฟฟ้าที่ใชห้ลกัการอยา่งเดียวกบัเครื่องวดัชนิด ขดลวด เคลื่อนที่ (Moving Coil) แต่มลัติมิเตอร์สามารถวดัค่าไดห้ลายอยา่งไดแ้ก่ใชว้ดักระแสไฟฟ้า เรียกวา่แอมมิเตอร์(Ammeter) ใชว้ดัแรงดนัไฟฟ้าเรียกวา่ โวลตม์ ิเตอร์(Voltmeter) ใช้วัดความต้านทาน เรียกว่า โอห์มมิเตอร์ (Ohmmeter) โดยมีสวิตซ์เป็ นตัวเลือก (Selector Switch) ที่จะหมุนหรือปรับสวิตซ์ ไป ตั้งย่านการวัดที่ต้องการ มัลติมิเตอร์แบบเข็ม ส่วนประกอบส าคัญของมัลติมิเตอร์แบบเข็ม ส่วนประกอบส าคัญของมัลติมิเตอร์แบบเข็มข้างต้น ได้แก่ 1. ที่ปรับการชี้ศูนย์ (indicator zero corrector): ใช้ส าหรับการปรับให้เข็มชี้ศูนย์ขณะยังไม่ได้ใช้ ท าการวัด 2. สวิตช์เลือกปริมาณที่จะวัดและระดับขนาด (range selector switch knob) : เป็นสวิตช์ที่ผู้ใช้ จะต้องบิดเลือกว่าจะใช้เครื่องวัดปริมาณใด ซึ่งมีทั้งหมด 4 ปริมาณแต่ละปริมาณมีช่วงการวัดให้เลือก ดังนี้ ACV : 0-10V, 0-50 V, 0-250 V และ 0-1000 V (รวม 4 ช่วงการวัด) DCV : 0-0.1 V, 0-0.5 V, 0-2.5 V, 0-10 V, 0-50 V, 0-250 V และ 0-1000 V (รวม 7 ช่วง การวัด) DCA :0-50 A,0-2.5 mA,0-25mA,และ0-0.25 A (รวม 4 ช่วงการวัด)


Resistance () : x 1 (อ่านได้ 0-2k) x 10 (อ่านได้ 0-20k) x 1k (อ่านได้ 0-2000k หรือ 2 M) x 10k (อ่านได้ 0-20 M)( รวม 4 ช่วงการวัด) 3. ช่องเสียบสายวัดขั้วบวก (measuring terminal +) 4. ช่องเสียบสายวัดขั้วลบ (measuring terminal -COM) 5. ช่องเสียบสายวัดขั้วบวกกรณีวัดก าลังออกของสัญญาณความถี่เสียง (output terminal) 6. ปุุมปรับแก้ศูนย์โอห์ม (0 adjust knob) : ใช้เพื่อปรับให้เข็มชี้ศูนย์โอห์มเมื่อน าปลายวัดทั้งคู่มา แตะกันก่อนท าการวัดค่าความต้านทานในแต่ละช่วงการวัด 7. แผงหน้าปัด (panel) 8. เข็มชี้ (indicator pointer) 9. สายวัด (test lead) : ประกอบด้วยสาย 2 เส้น สีแดงส าหรับขั้วบวกและสีด าส าหรับขั้วลบ 10. สเกลการวัด (reading scales) : ประกอบด้วย 7 สเกลการวัดเรียงล าดับจากบนสุดลงล่างดังนี้ (ดูจากเครื่องวัดประกอบด้วย) 1. สเกลวัดความต้านทาน () ด้านล่างของสเกลนี้มีกระจกเงาเพื่อช่วยแก้ความคลาดเคลื่อนในการ อ่าน 1 3 เนื่องจากแพรัลแลกซ์ 2. สเกลวัดความต่างศักย์กระแสตรง (DCV) และปริมาณกระแสตรง (DCA) มีสีด า 3. สเกลวัดความต่างศักย์กระแสสลับ (ACV) มีสีแดง 4. สเกลวัดการขยายกระแสตรงของทรานซิสเตอร์ (hFE) มีสีน้ าเงิน 5. สเกลวัดกระแสรั่วของทรานซิสเตอร์ (LEAK, ICEO, Ll) มีสีน้ าเงิน 6. สเกลวัดความต่างศักย์ระหว่างปลายขณะวัดความต้านทาน (LV) มีสีน้ าเงิน 7. สเกลวัดก าลังออกของสัญญาณความถี่เสียง (dB) มีสีแดง การเตรียมก่อนท าการวัด


การปรับแก้การชี้ศูนย์ของเข็มชี้ ให้ด าเนินการดังนี้ - วางเครื่องวัดบนพื้นโต๊ะให้อยู่ในแนวราบ (เพื่อให้แกนการหมุนของเข็มชี้อยู่ในแนวดิ่ง) - ยังไม่ต้องต่อสายเสียบใดๆ กับเครื่องวัด - ก้มดูที่เข็มชี้ว่าอยู่ในแนวทับกับขีดศูนย์ (ทางด้านซ้ายสุดของสเกล DCV,A) หรือไม่ ให้สังเกต ภาพเสมือนของเข็มชี้ในกระจกเงาเหนือสเกล DCV,A ด้วยว่า เข็มชี้ซ้อนทับบนภาพเสมือนของเข็มชี้หรือไม่ - ถ้าเข็มชี้ตรงขีดศูนย์พอดี เครื่องวัดพร้อมที่จะใช้งานได้ - แต่ถ้าเข็มชี้ไม่ตรงขีดศูนย์ จะต้องใช้ไขควงปลายแบนหมุนปรับที่ปรับการชี้ศูนย์ - ในการวัดความ ต้านทาน ให้เสียบสายวัด แล้วน าหัววัด ด า-แดงมาแตะกัน เข็มวัดจะเบนไปทางขวา ให้ปรับปุุมปรับแก้ศูนย์ โอห์มจนกว่าเข็มจะชี้ที่ศูนย์โอห์มทุกครั้งที่เปลี่ยนสเกลการวัด ข้อควรระวังในการวัด 1. เมื่อการวัดเกี่ยวข้องกับความต่างศักย์สูง (ตั้งแต่ 50 V ขึ้นไป) อย่าให้นิ้วมือหรือส่วนใดของ ร่างกายสัมผัสส่วนที่เป็นโลหะของปลายวัด เพราะอาจเป็นอันตรายได้ 2. ก่อนวัดปริมาณใด ต้องแน่ใจว่า ได้หมุนสวิตช์เลือกปริมาณที่จะวัดตรงตามปริมาณที่จะวัดแล้ว มิฉะนั้นแล้วเครื่องวัดอาจช ารุดเสียหาย 3. ต้องแน่ใจว่าหมุนสวิตช์เลือกช่วงการวัดให้อยู่ในช่วงที่สูงมากกว่าปริมาณที่จะวัด เช่น จะวัด ความต่างศักย์ระหว่างขั้วแบตเตอรี่ 12V ก็ต้องตั้งปุุมเลือกช่วงการวัดไว้ที่ DCV ช่วง 0-50V ถ้าไม่ทราบ ขนาดโดยประมาณของปริมาณที่จะวัด ให้ตั้งเลือกช่วงการวัดให้สูงที่สุดก่อน (เช่น ตั้งที่ 0-1000V) แล้วค่อย ลดระดับช่วงการวัดต่ าลงมาทีละช่วง 4. ถ้าในการวัด DCV หรือ DCA เข็มชี้ไม่เบนไปทางขวาแต่พยายามเบนมาทางซ้าย แสดงว่ากระแส ผ่านเครื่องวัดในทิศทางไม่ถูกต้อง ให้สลับขั้วปลายวัด 5. ถ้าเข็มชี้ไม่ขยับจากการชี้ศูนย์หรือเบนออกมาเพียงเล็กน้อย แสดงว่ากระแสผ่านเครื่องวัดน้อย เกินไป ให้ปรับลดช่วงการวัดต่ าลงกว่าเดิมทีละขั้น จนกระทั่งเข็มชี้อยู่ประมาณกลางสเกล เครื่องมือและอุปกรณ์การทดลอง 1. แหล่งจ่ายไฟ (Powersupply) กระแสตรง 1 เครื่อง 2. มัลติมิเตอร์ 1 เครื่อง 3. ตัวต้านทาน R 10 kΩ 1 ตัว และ 20 kΩ 2 ตัว 4. บอร์ดต่อวงจรพร้อมสายต่อ 1 ชุด การทดลองที่ 1 1. ปรับสวิตซ์เลือกย่านการวัด (Selector switch) มาที่ย่านการวัดโอห์ม พร้อมทั้งท าการปรับแต่งปุุมปรับ Zero หรือ Ohm Adjust โดยการน าปล่อยสายแตะกันดังรูปที่ 3 สังเกตเข็มของมัลติมิเตอร์ชี้ด้านขวามือ ของสเกล A ให้เข้มชี้ตรงศูนย์พอดี 2. วัดค่าความต้านทานจากตัวต้านทานตามตารางที่ 1 บันทึกค่าที่อ่านได้จากมัลติมิเตอร์ลงในตารางที่ 1 ตารางที่1


การทดลองที่2 การใช้ย่านการวัดโวลท์(Volt) ของมัลติมิเตอร์วัด DC Volt 3. ต่อวงจรดังรูปที่ 4 รูปที่ 4 4. ปรับ Selecttion Switch มาที่ย่านการวัด DCV โดยให้เลือกย่านการวัดที่มีค่าสูงสุดของมัลติมิเตอร์ ก าหนด เสียบสายวัดสีแดงที่ขั้วบวกของมัลติมิเตอร์ สายวัดด าเข้าที่ขั้วลบ (COM) ของมัลติมิเตอร์ 5. น าสายวัดต่อเข้ากับจุดที่ต้องการจะวัด โดยต่อคร่อมกับตัวต้านทานที่จะวัด ก าหนดให้เสียบสายวัดสีแดง ที่ขั้วบวกของมัลติมิเตอร์ และสายวัดด าเข้าที่ขั้วลบของจุดที่ต้องการวัด ตามตารางที่ 2 บันทึกผลการ ทดลองที่อ่านได้จากมัลติมิเตอร์ ตามย่านการวัดที่ตั้งไว้ลงในตารางที่ 2 6. ค านวณแรงดันตกคร่อมของตัวต้านทานแต่ละตัวในวงจร บันทึกค่าลงในตารางที่ 2 ตารางที่ 2


การทดลองที่ 3 การใช้ย่านการวัดกระแส(mA) ของมัลติมิเตอร์วัด DC mA 7. ต่อวงจรดังรูปที่ 5 รูปที่ 5 8. ปรับ Selecttion Switch มาที่ย่านการวัด DC mA โดยให้เลือกย่านการวัดที่มีค่าสูงสุดของมัลติมิเตอร์ น าสายวัดสีแดงที่ขั้วบวกของมัลติมิเตอร์ สายวัดด าเข้าที่ขั้วลบ (COM) ของมัลติมิเตอร์ให้ถูกต้อง 9. ปลดจุดที่จะท าการวัดค่ากระแสออกแล้วน ามัลติมิเตอร์ที่ตั้งค่าย่านการวัด DC mA ไว้น ามาต่อแบบ อนุกรมเข้ากับจุดที่ต้องการวัดค่ากระแสแต่ละจุดตามตารางที่ 3 บันทึกค่ากระแสที่อ่านได้จากมัลติมิเตอร์ ลงในตารางที่ 3 10. ค านวณหาค่ากระแสของความต้านทานแต่ละตัว บันทึกค่าที่ได้จากการค านวณลงในตารางที่ 3 ให้ ถูกต้อง ตารางที่ 3 สรุปผลการทดลอง ......................................................................................................................................................................... . ......................................................................................................................................................................... . ......................................................................................................................................................................... . ......................................................................................................................................................................... . ......................................................................................................................................................................... .


แบบฝึกหัด เรื่อง การใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น


แบบฝึกหัด เรื่อง การใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น 1. ส่วนประกอบของมัลติมิเตอร์ หมายเลข 1 คือ …….………………………………………………………………………………………………..……………. หน้าที่ ………………………………………………………………………………………………………………….……………... หมายเลข 2 คือ ……….……………………………………………………………………………………..……………………. หน้าที่…………………………………………………………………………………………………………………………………… หมายเลข 3 คือ ………….……………………………………………………………………………………….………………. หน้าที่………………………………………………………………………………………………………………………..………… หมายเลข 4 คือ ……….…………………………………………………………………………………………….……………. หน้าที่ ………………………………………………………………………………………………………………………………... หมายเลข 5 คือ …….……………………………………………………………………………..…………..…………………. หน้าที่ ………………………………………………………………………………………………………………………………... หมายเลข 6 คือ ….……………………………………………………………………………………….……………….……… หน้าที่ ………………………………………………………………………………………………….………………………..….. หมายเลข 7 คือ ….…………………………………………………………………………………….………….……………… หน้าที่ ………………………………………………………………………………………………………………………………... หมายเลข 8 คือ ……….………………………………………………………………………………………………….………. หน้าที่ ………………………………………………………………………………………………………………………….……...


2. การอ่านค่าความต้านทานไฟฟูา จากสเกลวัดความต้านทานไฟฟูา (Ω)


3. การอ่านค่าแรงดันไฟตรง จากสเกลวัดแรงดันไฟตรง (DC V)


4. การอ่านค่ากระแสไฟตรง จากสเกลวัดกระแสไฟตรง (DC mA) 5. การอ่านค่าแรงดันไฟสลับ จากสเกลวัดแรงดันไฟสลับ (AC V)


แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง การใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น ค าสั่ง จงท าเครื่องหมายกากบาท X ทับหน้าข้อที่ถูกต้องเพียงค าตอบเดียว จากรูปใช้เป็นค าถามข้อ 1-5 1. หมายเลข 1 ตรงกับข้อใด ก. จุดต่อเอาท์พุท ค. เข็มมิเตอร์ ข. หน้าปัทม์ ง. จุดต่อขั้วลบ 2. หมายเลข 4 ตรงกับข้อใด ก. จุดต่อขั้วบวก ค. เข็มมิเตอร์ ข. หน้าปัทม์ ง. จุดต่อขั้วลบ 3. หมายเลข 8 ตรงกับข้อใด ก. สกรูปรับแต่งเข็มมิเตอร์ ค. สวิตช์เลือกย่านวัด ข. จุดต่อขั้วลบ ง. จุดต่อขั้วบวก 4. หมายเลข 7 ตรงกับข้อใด ก. สวิตช์เลือกย่านวัด ค. เข็มมิเตอร์ ข. หน้าปัทม์ ง. ปุุมปรับ 0Ω ADJ 5. หมายเลข 2 ตรงกับข้อใด ก. เข็มมิเตอร์ ค. สวิตช์เลือกย่านวัด ข. หน้าปัทม์ ง. ปุุมปรับ 0Ω ADJ 6. ตั้งย่านการวัดไปที่ DCV ที่ 0.1 V เข็มมิเตอร์ชี้ที่เลข 5 ค่าที่อ่านได้เป็นเท่าใด ก. 0.05 V ค. 0.005 V ค. 0.005 V ข. 0.5 V ง. 0.0005 V ง. 0.0005 V 7. ตั้งย่านการวัดไปที่ DcmA ที่ .25A เข็มมิเตอร์ชี้ที่เลข 5 ค่าที่อ่านได้เป็นเท่าใด


ก. 5 mA ค. 0.05 A ค. 0.05 A ข. 50 mA ง. 0.5 A ง. 0.5 A 8. ตั้งย่านการวัดไปที่ DcmA ที่ 25 mA เข็มมิเตอร์ชี้ที่เลข 20 ค่าที่อ่านได้เป็นเท่าใด ก. 0.2 mA ค. 200 mA ค. 200 mA ข. 20 mA ง. 0.02 mA ง. 0.02 mA 9. ตั้งย่านการวัดไปที่ ACV ที่ 2.5 V เข็มมิเตอร์ชี้ที่เลข (4, 20, 100) ค่าที่อ่านได้เป็นเท่าใด ก. 2 V ค. 4 V ค. 4 V ข. 100 V ง. 1 V ง. 1 V 10. ตั้งย่านการวัดไปที่ DCV ที่ 50 V เข็มมิเตอร์ชี้ที่เลข (4, 20, 100) ค่าที่อ่านได้เป็น เท่าใด ก. 4 V ค. 20 V ค. 20 V ข. 100 V ง. 10 V ง. 10 V


แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น ค าสั่ง จงท าเครื่องหมายกากบาท X ทับหน้าข้อที่ถูกต้องเพียงค าตอบเดียว จากรูปใช้เป็นค าถามข้อ 1-5 1. หมายเลข 1 ตรงกับข้อใด ก. จุดต่อเอาท์พุท ค. เข็มมิเตอร์ ข. หน้าปัทม์ ง. จุดต่อขั้วลบ 2. หมายเลข 4 ตรงกับข้อใด ก. จุดต่อขั้วบวก ค. เข็มมิเตอร์ ข. หน้าปัทม์ ง. จุดต่อขั้วลบ 3. หมายเลข 8 ตรงกับข้อใด ก. สกรูปรับแต่งเข็มมิเตอร์ ค. สวิตช์เลือกย่านวัด ข. จุดต่อขั้วลบ ง. จุดต่อขั้วบวก 4. หมายเลข 7 ตรงกับข้อใด ก. สวิตช์เลือกย่านวัด ค. เข็มมิเตอร์ ข. หน้าปัทม์ ง. ปุุมปรับ 0Ω ADJ 5. หมายเลข 2 ตรงกับข้อใด ก. เข็มมิเตอร์ ค. สวิตช์เลือกย่านวัด ข. หน้าปัทม์ ง. ปุุมปรับ 0Ω ADJ 6. ตั้งย่านการวัดไปที่ DCV ที่ 0.1 V เข็มมิเตอร์ชี้ที่เลข 5 ค่าที่อ่านได้เป็นเท่าใด ก. 0.05 V ค. 0.005 V ค. 0.005 V


ข. 0.5 V ง. 0.0005 V ง. 0.0005 V 7. ตั้งย่านการวัดไปที่ DcmA ที่ .25A เข็มมิเตอร์ชี้ที่เลข 5 ค่าที่อ่านได้เป็นเท่าใด ก. 5 mA ค. 0.05 A ค. 0.05 A ข. 50 mA ง. 0.5 A ง. 0.5 A 8. ตั้งย่านการวัดไปที่ DcmA ที่ 25 mA เข็มมิเตอร์ชี้ที่เลข 20 ค่าที่อ่านได้เป็นเท่าใด ก. 0.2 mA ค. 200 mA ค. 200 mA ข. 20 mA ง. 0.02 mA ง. 0.02 mA 9. ตั้งย่านการวัดไปที่ ACV ที่ 2.5 V เข็มมิเตอร์ชี้ที่เลข (4, 20, 100) ค่าที่อ่านได้เป็นเท่าใด ก. 2 V ค. 4 V ค. 4 V ข. 100 V ง. 1 V ง. 1 V 10. ตั้งย่านการวัดไปที่ DCV ที่ 50 V เข็มมิเตอร์ชี้ที่เลข (4, 20, 100) ค่าที่อ่านได้เป็น เท่าใด ก. 4 V ค. 20 V ค. 20 V ข. 100 V ง. 10 V ง. 10 V


เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง การใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น 1. ข. 2. ก. 3. ก. 4. ง. 5. ก. 6. ก. 7. ค. 8. ข. 9. ง. 10. ค.


เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การใช้งานมัลติมิเตอร์เบื้องต้น 1. ข. 2. ก. 3. ก. 4. ง. 5. ก. 6. ก. 7. ค. 8. ข. 9. ง. 10. ค.


ประวัติผู้ท าวิจัย ชื่อ ชื่อสกุล นางสาวพรนิภา เรียงครุด วัน/เดือน/ปี เกิด 14 กุมภาพันธ์ 2534 ที่อยู่ปัจจุบัน 2/6 ถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท11 ต าบลห้วยโปุง อ าเภอ เมืองจังหวัดระยอง 21150 ประวัติการศึกษา ระดับประถมศึกษา โรงเรียนอนุบาลชัยนาท ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนชัยนาทพิทยาคม ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยเทคนิคชัยนาท จบการศึกษาปริญญาตรี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม วิชาเอกวิศวกรรมไฟฟูา – ไฟฟูาก าลัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


Click to View FlipBook Version