The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการเรียน กฎหมายอาญา ภาคทั่วไป ครั้งที่ 1-2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ploy Nuntapotidech, 2022-06-29 00:40:31

เอกสารประกอบการเรียน กฎหมายอาญา ภาคทั่วไป ครั้งที่ 1-2

เอกสารประกอบการเรียน กฎหมายอาญา ภาคทั่วไป ครั้งที่ 1-2

เอกสารประกอบการบรรยาย

กฎหมายอาญา : ภาคทว่ั ไป
Criminal Law : General

อาจารย์จฑุ ามาศ นนั ทโพธเิ ดช

แผนบรหิ ารการสอนประจาบทที่ 1

ช่ือวิชา LA 204 กฎหมายอาญา : ภาคทวั่ ไป
บทท่ี 1 หลักทั่วไป
หวั ข้อเนอื้ หาประจาบท

1. ความหมายของกฎหมายอาญา
2. สว่ นประกอบของกฎหมายอาญา
3. ความม่งุ หมายของกฎหมายอาญา
4. ลักษณะของกฎหมายอาญา
5. การใช้กฎหมายอาญา
วตั ถปุ ระสงคก์ ารสอน
เมื่อสอนบทที่ 1 จบแล้ว นกั ศึกษาสามารถ
1. อธิบายความหมายของกฎหมายอาญาได้
2. แยกสว่ นประกอบของกฎหมายอาญาได้
3. อธิบายความมุ่งหมายของกฎหมายอาญาได้
4. อธบิ ายลกั ษณะของกฎหมายอาญาได้
5. อธบิ ายเกย่ี วกับการใชก้ ฎหมายอาญาได้
วธิ กี ารสอนและกจิ กรรม
1. ศึกษาเอกสารประกอบการสอน
2. บรรยายตามเนื้อหาแต่ละหัวข้อ
3. สอบถามเพื่อทบทวนเม่ือจบแต่ละหัวข้อที่สอน
4. รว่ มอภปิ รายเน้ือหาแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น และทาแบบฝึกหดั ในชั้นเรียน
5. มอบหมายงานใหไ้ ปทบทวนบทเรียน และเตรียมการเรียนสาหรับบทตอ่ ไป
สอื่ การสอน
1. กรณศี กึ ษาจรงิ จากขา่ วสาร และการบรกิ ารให้คาปรึกษากฎหมาย
2. ตารา หนงั สอื บทความ พระราชบญั ญัติ ประมวลกฎหมาย คาพิพากษาฎกี า
3. เครอื่ งขยายเสยี ง คอมพวิ เตอร์ และอุปกรณ์เคร่ืองฉายโปรเจคเตอร์
4. กระดานไวท์บอรด์ และปากกาสาหรบั ไวท์บอรด์
การวัดผลและประเมินผล
1. ถาม – ตอบในช้ันเรยี น
2. ประเมินจากแบบฝึกหดั ทา้ ยบท
3. อภปิ รายระหว่างผเู้ รยี นและผสู้ อน
4. การสอบระหวา่ งภาคการศึกษา และการสอบปลายภาคการศึกษา

1

เอกสารประกอบการบรรยาย
วิชา กฎหมายอาญา : ภาคท่วั ไป
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จฑุ ามาศ นันทโพธเิ ดช
การบรรยายครงั้ ที่ 1 - 2

บทที่ 1
หลักทั่วไป

กฎหมายอาญานั้น มีที่มาจากพื้นฐานของมนุษย์ในเรื่องการที่มนษุ ย์เป็นสัตว์สังคมเมื่อมนุษย์เป็นสัตว์
สังคมย่อมมีการอยู่รวมกันเพื่อความอยู่รอด ซึ่งเมื่อสังคมเริ่มมีการพัฒนา จานวนประชากรในสังคมที่เพิ่ม
มากขึ้น และปัญหาการกระทบกระทั่งกันย่อมเกิดขึ้นตามมา ซึ่งอาจทาให้มีการละเมิดสิ ทธิเสรีภาพของกัน
และกัน กฎหมายอาญาจึงเกิดขึ้นเพื่อควบคุมพฤติกรรมของบุคคล1 รวมไปถึงเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของ
สังคมอีกดว้ ย กลา่ วคือกฎหมายอาญาทาหน้าที่รกั ษาโครงสร้างของสังคมและรักษาความสงบสุขของสมาชิกใน
สังคม โดยการวางกฎระเบียบที่พึงปฏิบัติ ข้อห้ามที่ต้องละเว้น และบทกาหนดโทษที่ชัดเจนเพื่อให้บุคคลเกิด
ความหวาดกลวั ท่จี ะกระทาความผดิ 2

1. ความหมายของกฎหมายอาญา
กฎหมายอาญาเป็นกฎหมายที่บัญญัติเกี่ยวกับการกระทาหรือการไม่กระทาการอย่างใดเป็นความผิด

และกาหนดโทษท่ีจะลงแกผ่ ู้กระทาความผิดไว้ กล่าวอกี นยั หนึ่ง กฎหมายอาญา คือกฎหมายที่บัญญัติห้ามมิให้
มีการกระทาอย่างหนึ่งอย่างใด หรือบังคับให้มีการกระทาอย่างหนึ่งอย่างใดโดยผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม
จะต้องไดร้ ับโทษ

2. สว่ นประกอบของกฎหมายอาญา
กฎหมายอาญาแบ่งออกเป็น 3 ภาค ดังน้ี
ภาค 1 บทบัญญัติทั่วไป ว่าด้วยหลักเบื้องต้นที่จะนาไปใช้กับความผิดอาญาต่างๆ ได้ทั่วไป เช่น

หลักเรื่องการใช้กฎหมายอาญาโทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย ความรับผิดในทางอาญา การพยายาม
กระทาความผิด ตัวการและผู้สนับสนุน การกระทาคามผิดหลายบทหรือหลายกระทง การกระทาความผิดอีก
และอายคุ วาม

ภาค 2 ความผดิ วา่ ดว้ ยลักษณะความผดิ ตา่ ง ๆ แบ่งออกเปน็ 12 ลักษณะ
ภาค 3 ลหุโทษ วา่ ด้วยความผิดลหุโทษ

1 ทวเี กยี รติ มนี ะกนิษฐ. กฎหมายอาญา : หลกั และปญั หา. พมิ พ์ครั้งท่ี 6. กรุงเทพฯ : นิติธรรม, 2547. หนา้ 4.
2 วนิ ยั ลา้ เลศิ . กฎหมายอาญา 1.พิมพ์คร้ังที่ 1. กรงุ เทพฯ : มหาวิทยาลยั รามคาแหง, 2551. หน้า (ข)

2

3. ความมงุ่ หมายของกฎหมายอาญา
ความมุ่งหมายทั่วไป คือ ควบคุมความประพฤติของบุคคลให้อยู่ในสังคมด้วยความเรียบร้อย และ

ยงั มีความมุ่งหมายเฉพาะท่ีจะคุ้มครองความปลอดภัยของสังคมอีกดว้ ย กล่าวคือกฎหมายอาญาทาหน้าท่ีรักษา
โครงสร้างของสังคมให้มั่นคง และรักษาความสงบสุขให้แก่สมาชิกของชุมชนโดยส่วนรวม ในการที่จะบรรลุผล
ตามจุดมุ่งหมายรัฐได้ใช้โทษอาญาเป็นเครื่องมือจัดการกับผู้กระทาความผิด การพิจาณาว่าพฤติกรรมอย่างใด
ควรบัญญัติเป็นความผิด และมีโทษหนักเบาสถานใด กฎหมายอาญาสมัยใหม่ได้คานึงถึงข้อพิจารณา
2 ประการคือ 1. สว่ นท่ีไดเ้ สียสาคัญของสงั คมทจี่ ะตอ้ งรกั ษาไว้ 2. ลักษณะอนั เปน็ ภัยของผู้กระทาความผิด
4. ลักษณะของกฎหมายอาญา

4.1 เป็นกฎหมายมหาชน เป็นบทบญั ญตั ิถึงความเกี่ยวพันระหวา่ งเอกชนกบั รฐั
4.2 เปน็ บทบัญญัติว่าด้วยความรับผดิ และโทษอาญา
4.3 ตามปกตบิ งั คบั เฉพาะการกระทาในอาณาเขต
4.4 บัญญัตไิ ว้เปน็ ลายลักษณอ์ กั ษร
4.5 ไมม่ ผี ลย้อนหลงั ในทางลงโทษบุคคลหรอื ให้รับโทษหนกั ข้นึ
4.6 กฎหมายอาญามีผลยอ้ นหลังในส่วนที่เปน็ คณุ แก่ผกู้ ระทาผดิ
5. การใช้กฎหมายอาญา
การบังคับใช้กฎหมายอาญามีข้อจากัดที่ควรคานึงอยู่ 4 ประการ คือ 5.1 เวลาที่กฎหมายใช้บังคับ
5.2 สถานทท่ี ่กี ฎหมายใช้บังคบั 5.3 คาพิพากษาของศาลในตา่ งประเทศ และ 5.4 บคุ คลท่กี ฎหมายใช้บังคบั

3

5.1 เวลาทีก่ ฎหมายใช้บังคับ
5.1.1 กรณีกฎหมายไม่ได้บญั ญตั คิ วามผดิ และโทษ
มาตรา 2 “บุคคลจกั ต้องรบั โทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทาการ อันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทา

นั้นบัญญัติเป็นความผิดและกาหนดโทษไว้ และ โทษที่จะลงแก่ผู้กระทาความผิดนั้น ต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้
ในกฎหมาย

ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง การกระทาเช่นนั้น ไม่เป็นความผิดต่อไป
ให้ผู้ที่ได้กระทาการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทาความผิด และถ้าได้มีคาพิพากษาถึงท่ีสุดให้ลงโทษแล้ว ก็ให้ถือ
ว่าผู้นัน้ ไมเ่ คยต้อง คาพพิ ากษาว่าได้กระทาความผิดนน้ั ถา้ รับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษน้นั สน้ิ สดุ ลง”

มาตรานี้มีข้อความทานองเดียวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 39
ซง่ึ บญั ญตั ไิ วว้ ่า

มาตรา 39 “บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทาการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทา
นน้ั บญั ญตั ิเป็นความผดิ และกาหนดโทษไว้ และโทษทจ่ี ะลงแกบ่ ุคคลนนั้ จะหนักกวา่ โทษที่กาหนดไวใ้ นกฎหมาย
ท่ีใช้อยู่ในเวลาท่ีกระทาความผิดมไิ ด้

ในคดีอาญา ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจาเลยไม่มีความผิด ก่อนมีคาพิพากษาอันถึง
ทีส่ ดุ แสดงวา่ บคุ คลใดได้กระทาความผิด จะปฏิบตั ิตอ่ บุคคลน้นั เสมือนเป็นผ้กู ระทาความผดิ มไิ ด้”

จากบทบัญญัติประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 ทาให้เกิดหลักพื้นฐานของการใช้กฎหมายอาญา
3 ประการ ไดแ้ ก่

5.1.1.1 การจะลงโทษบุคคลใดได้ จะต้องมีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและกาหนดโทษไว้
ซึง่ มาจากคาในมาตรา 2 ทว่ี า่ “บัญญตั เิ ป็นความผิด” และ “กาหนดโทษไว”้

5.1.1.2 หากมีกฎหมายบัญญัติไว้แล้ว ก็ต้องแปลหรือตีความกฎหมายนั้นโดยเคร่งครัดไว้
ซึ่งมาจากคาในมาตรา 2 ที่ว่า “บัญญัติเป็นความผิด” คือ ตีความวา่ กรณีนั้น ๆ ถือว่าได้มี
การบญั ญตั ิเปน็ ความผิดแล้วหรือยัง

5.1.1.3 กฎหมายอาญาไม่มผี ลย้อนหลงั หลักข้อนี้มาจากถ้อยคาในมาตรา 2 ที่ว่า “อันกฎหมายท่ี
ใช้ในขณะนน้ั ”

ข้อยกเว้น หลักกฎหมายอาญาไมม่ ผี ลย้อนหลัง มีดังน้ี
1. กรณีเป็นเรอ่ื งกฎหมายยกเลิกความผิดเดมิ มผี ลย้อนหลงั ได้
2. กฎหมายทเ่ี ปน็ คณุ ตอ่ ผ้กู ระทาความผิดตามมาตรา 3 มีผลยอ้ นหลังได้
3. วธิ ีการเพอ่ื ความปลอดภัย มีผลย้อนหลังได้
4. ใชก้ ฎหมายทอ่ี อกภายหลงั เพอื่ ตีความกฎหมายเดิมย้อนหลังได้

5.1.2 กรณีกฎหมายบญั ญตั ิแตกตา่ ง กฎหมายท่ีเปน็ คณุ ต่อผ้กู ระทาความผดิ ตามมาตรา 3 มผี ลยอ้ นหลังได้
มาตรา 3 ถ้ากฎหมายท่ีใช้ในขณะกระทาความผิดแตกต่างกับ กฎหมายท่ีใชใ้ นภายหลงั การกระทา

ความผิด ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณ แก่ผู้กระทาความผิดไม่ว่าในทางใด (มาตรา 3 เป็นกรณีที่กฎหมาย
บัญญัติแตกต่าง)

4

5.1.2.1 หลักเกณฑ์ในการพิจารณากฎหมายเป็นคุณกว่า
1. ประเภทของโทษซ่งึ บญั ญตั ิไวใ้ นมาตรา 18 ได้แก่
1………………………… 2………………………… 3………………………… 4…………………………
5…………………………
2. อัตราโทษ ถ้าเป็นโทษประเภทเดียวกันเช่นโทษจาคุกให้สังเกตว่าโทษจาคุกอัตรา
สูงสุดกฎหมายเก่าหรอื กฎหมายใหม่ตา่ กวา่ กนั
3. เหตุฉกรรจ์ มีเหตุฉกรรจ์ต่างกันหรือไม่ ถ้ากฎหมายเก่ามีเหตุฉกรรจ์ทาให้รับโทษ
หนกั ขึ้นเช่น กฎหมายเกา่ ลักทรัพยเ์ วลากลางคืนมเี หตุฉกรรจ์ แตห่ ากกฎหมายใหม่
บญั ญัตวิ า่ ลักทรพั ยเ์ วลาใดก็มีโทษเท่ากนั กฎหมายเช่นนี้เปน็ คุณ
4. เหตุเพิ่มโทษ กฎหมายเก่ากาหนดว่าการกระทาอย่างหนึ่งมีเหตุเพิ่มโทษ เช่น เคย
กระทาผิดมาแลว้ ตอ้ งรบั โทษหนกั ขึ้น แต่ถา้ กฎหมายใหมย่ กเลกิ เหตุเพม่ิ โทษไปอย่าง
นก้ี ฎหมายใหมเ่ ป็นคุณกว่า
คาพิพากษาฎีกาที่ 1826/2547 จาเลยเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านกระทาความผิดตาม
พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 กอ่ นที่ พ.ร.บ. ยาเสพติดใหโ้ ทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.
2545 มาตรา 35 ยกเลิกความในมาตรา 100 แห่ง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.
2522 และให้ใช้ความใหม่แทน แต่ตามมาตรา 100 ของกฎหมายที่แก้ไขใหม่ ได้
บัญญัติเพิ่มเติมฐานความผิดกรณีที่กรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.
ยาเสพตดิ ให้โทษ พ.ศ.2522 หรอื ขา้ ราชการหรือพนักงานองค์การหรือหนว่ ยงานของ
รัฐกระทาความผิดหรือสนับสนุนในการกระทาความผิด ซึ่งต้องระวางโทษเป็นสาม
เท่าของโทษท่ีกาหนดไว้สาหรับความผดิ น้ัน ให้รวมถงึ ความผดิ ฐานมีไว้ในครอบครอง
เพื่อจาหน่ายยาเสพติดให้โทษด้วย กฎหมายที่ใช้ในภายหลังจึงไม่เป็นคุณแก่จาเลย
จึงตอ้ งใชก้ ฎหมายท่ีใช้ในขณะกระทาความผดิ บังคับแกจ่ าเลย
5. ถ้ามีกฎหมายล้างมลทิน กฎหมายล้างมลทินนี้ถือว่าเป็นกฎหมายที่เป็นคุณ
แก่ผู้กระทาความผิดไม่ต้องรับโทษหนักขึ้นเนื่องจากไม่อาจนาเหตุที่เคยกระผิด
มาแล้วมาเปน็ เหตเุ พ่มิ โทษ
6. ดูเหตุยกเว้นโทษหรือลดโทษ ถ้ากฎหมายใหม่มีเหตุยกเว้นโทษหรือลดโทษก็ถือว่า
กฎหมายใหม่เป็น...................แกผ่ ้กู ระทาความผดิ มากกวา่ กฎหมายเกา่
7. ดูความสั้นยาวของอายุความ ถ้าอายุความตามกฎหมายฉบับใดสั้นกว่าย่อมเป็นคุณ
แกผ่ กู้ ระทาความผิดมากกว่ากฎหมายฉบับท่ีมีอายคุ วามทีย่ าวกว่า ประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา 95
8. กฎหมายใหม่กาหนดว่าเป็นความผิดอันยอมความได้ ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 96
9. อายุความล่วงเลยการลงโทษ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 98 และ 100

5

10. อายคุ วามล่วงเลยการบงั คบั ใชว้ ิธกี ารเพ่ือความปลอดภยั ในกรณีผกู้ ระทาความผิดถูก
บังคับใช้วิธีเพื่อความปลอดภัยแต่หลบหนีไปก่อน ถ้ากฎหมายบัญญัติในภายหลัง
กาหนดอายุความล่วงเลยการบังคับใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยสั้นลงก็เป็นคุณกว่า
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 100, 101

11. เงื่อนไขความรับผิดทางอาญาเข้มงวดกว่ากันหรือไม่ เช่น กฎหมายเก่าต้องรับผิด
ตอ่ เมื่อกระทาโดยเจตนา แตถ่ า้ มีการแก้กฎหมายใหม่ว่าให้รบั ผิดแม้ไม่ได้กระทาโดย
เจตนา อยา่ งนีก้ ฎหมายเกา่ เปน็ คณุ กวา่ เพราะต้องรับผดิ เม่ือได้กระทาการโดยเจตนา

12. มีกฎหมายจากัดขอบเขตการรวมโทษกรณีกระทาผิดหลายกรรมต่างกันตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
คาพิพากษาฎีกาที่ 1895/2527 ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จาคุกจาเลยที่ 1 และ
จาเลยที่ 2 ฐานฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ
คนละ 52 ปี ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาได้มี พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ประมวล
กฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 ใช้บังคับ ซึ่งตามมาตรา 91 (3) ที่แก้ไขใหม่
เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วจะลงโทษจาคุกได้ไม่เกิน 50 ปี จึงต้องใช้กฎหมายใหม่
ดังกล่าวซึ่งเป็นคุณแก่จาเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3 แม้จาเลย
ทัง้ สองจะมิไดฎ้ ีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ทีเ่ กย่ี วกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกา
มีอานาจพิพากษาแกเ้ ปน็ ใหจ้ าคุกจาเลยทง้ั สองคนละ 50 ปี

5.1.2.2 ข้อสงั เกตเกี่ยวกบั เร่ืองการใช้กฎหมายในสว่ นท่เี ปน็ คุณ
1. หลักเรื่องการใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณ เป็นบทบังคับว่าศาลต้องใช้กฎหมายใน
สว่ นทเี่ ปน็ คุณเสมอ ไม่ใช่เร่อื งของดลุ พินจิ
2. ถ้ากฎหมายเก่ากับกฎหมายใหม่ไม่แตกต่างกันเท่ากับว่ากฎหมายใหม่ไม่ได้เป็นคุณ
จึงต้องใช้กฎหมายเกา่ (กฎหมายขณะกระทาผดิ )
3. คาว่า “ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทาความผิดไม่ว่าในทางใด”
หมายความว่า ศาลมีอานาจหยบิ เอากฎหมายทั้งฉบับเก่าและฉบบั ใหม่ ในส่วนที่เปน็
คุณแก่ผูก้ ระทาความผดิ มาใช้คละกนั ได้
4. กรณีกฎหมายทีบ่ ญั ญัตภิ ายหลังเปลี่ยนแปลงองคป์ ระกอบความผดิ แตโ่ จทก์บรรยาย
ฟ้องตามองค์ประกอบความผิดของกฎหมายเก่ามา ซึ่งไม่ตรงตามองค์ประกอบตาม
กฎหมายใหม่ จะลงโทษตามกฎหมายใหม่ไม่ได้เพราะไม่ครบองค์ประกอบความผิด
จะลงโทษตามกฎหมายเดิมไม่ไดเ้ พราะต้องถือวา่ กฎหมายใหม่เปน็ คณุ
5. ตราบใดที่คดียังไม่ถึงที่สุดศาลที่คดีนั้นอยู่ระหว่างพิจารณาไม่ว่าจะเป็นศาลชั้นต้น
ศาลอทุ ธรณ์ หรอื ศาลฎีกา กต็ อ้ งใชก้ ฎหมายในสว่ นท่ีเป็นคณุ
6. นามาตรา 3 มาใช้กับความรับผิดตามสัญญาประกันตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นความรับผิด
ทางแพ่งไม่ได้ เพราะสัญญาดังกล่าวมีผลบังคับกันสมบรูณ์เพียงใดหรือไม่ ย่อมต้อง

6

พิจารณาจากกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ขณะทาสัญญานั้น แม้การประกันตัวจะเป็นการ
ประกนั นคดีอาญากต็ าม
7. จาเลยผู้ซึ่งถูกถอนสญั ชาติตามกฎหมายจะอ้างกฎหมายทีเ่ ป็นคุณโดยอาศัยหลักตาม
มาตรา 3 ไม่ได้ เพราะไมใ่ ชเ่ ร่ืองความรบั ผดิ อาญา
8. บังคับใช้กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาย้อนหลังให้เป็นผลร้ายแก่จาเลยไม่ได้ ขัด
ตอ่ มาตรา 2
9. บังคบั ใชก้ ฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญาเป็นคุณแก่จาเลยได้ ตามหลักในมาตรา 3
5.2 สถานที่ทกี่ ฎหมายอาญาใช้บงั คับ
5.2.1 หลักดนิ แดน
ประมวลกฎหมายอาญาวางหลกั เกณฑไ์ วโ้ ดยใหใ้ ช้ “หลกั ดินแดน” แต่กไ็ ดม้ ขี ้อยกเว้นซึ่งจะได้กล่าว
ต่อไป “หลักดินแดน” หมายความว่า กฎหมายของรัฐใดย่อมใช้บังคับแก่การกระทาความผิดที่เกิดขึ้นภายใน
เขตของรัฐนน้ั ทงั้ น้ี ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 4 วรรคแรกใชค้ าวา่ “ผู้ใดกระทาความผดิ ในราชอาณาจักร
ต้องรับโทษตามกฎหมาย” เพราะรฐั ทุกรฐั มีอธปิ ไตยเหนอื อาณาเขตของตน
คาว่า “กระทาความผิดในราชอาณาจักร” หมายความว่า ความผิดนั้นได้กระทาลงใน
ราชอาณาจักร และผลของการกระทาความผิดนั้นก็เกิดขึ้นในราชอาณาจักร3 เช่น นายหนุ่ม ยิง นายนิว
ท่ีจังหวัดอดุ รธานี และนายนิวตายจากถูกยิงทจี่ ังหวัดอุดรธานี
5.2.2 การกระทาความผดิ ในราชอาณาจักร
ราชอาณาจกั ร ได้แก่
5.2.2.1 พืน้ ดนิ และพน้ื น้า เชน่ แม่นา้ ลาคลอง ซ่ึงอย่ใู นอาณาเขตของประเทศไทย

3 หยดุ แสงอทุ ัย, คากฎหมายอาญา ภาค 1. พมิ พค์ รงั้ ที่ 21. กรงุ เทพมหานคร : มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์. 2556. หน้า 19

7

5.2.2.2 ทะเลอันเป็นอ่าวไทย ตามพระราชบัญญัติกาหนดเขตจังหวัดในอ่าวไทยตอนใน
พ.ศ. 2502

5.2.2.3 ทะเลอันห่างจากฝั่งที่เป็นดินแดนของประเทศไม่เกิน หรือ 22.224 กิโลเมตร หรือ
ท่เี รียกวา่ “ทะเลอาณาเขต”4

5.2.2.4 อากาศเหนอื 3 ขอ้ ที่กลา่ วมาขา้ งตน้

4 สหรัฐ กิติ ศภุ การ, กฎหมายอาญาหลักและคาพพิ ากษา. พมิ พค์ ร้งั ที่ 7. กรงุ เทพมหานคร : อมรินทรพ์ ริน้ ติ้งแอนด์พบั ลิชชง่ิ . 2560. หน้า 46

8

กรณีตามมาตรา 4 วรรคแรก การกระทาความผิดทั้งหมดนั้นหมายถึง การกระทาทุกส่วน
อนั เปน็ ความผิดกระทาในราชอาณาจักร โดยไม่คานกึ ถึงสัญชาติของผู้เสียหายและผกู้ ระทาความผิด เพียงแต่มี
การกระทาความผิดในราชอาณาจักรต้องรับโทษตามกฎหมายอาญาของประเทศไทย5 ตัวอย่างเช่น นายอดัม
สัญชาตอิ ังกฤษยิงนายแดงสญั ชาติไทยเสยี ชวี ิตตอ้ งรบั โทษตามกฎหมายอาญาของประเทศไทย เปน็ ต้น

หากการกระทาความผิดทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นในราชอาณาจักร โดยมีเพียงส่วนหนึ่งส่วนใดเท่าน้ัน
เกิดขึ้นในราชอาณาจักร แต่ส่วนอื่นเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร กรณีไม่ใช่มาตรา 4 วรรคแรก แต่เป็นกรณีตาม
มาตรา 5 ตัวอย่างเช่น แมโ้ จทกจ์ ะบรรยายฟ้องว่าเหตุเกิดในบรเิ วณตาบลใดไม่ปรากฏชดั อาเภอปะทิว จังหวัด
ชุมพร แตท่ างนาสืบโจทก์กลับได้ความวา่ เหตุเกดิ ใน “เขตตอ่ เน่อื ง” (เกินจากทะเลอาณาเขต) ไม่มีส่วนใดของ
การกระทาความผิดได้กระทาในราชอาณาจักร และผลแห่งการกระทาก็ไม่ได้เกิดในราชอาณาจักร จึงถือว่า
จาเลยกระทาความผิดในราชอาณาจักรไม่ได้ นอกจากนี้ “เขตเศรษฐกิจจาเพาะ” วัดออกไปไม่เกิน 200 ไมล์

5 The Justice Group, เจาะหลกั -ฎกี าอาญา. พิมพค์ รั้งที่ 1. กรงุ เทพมหานคร : ห้างหนุ้ ส่วนพมิ พอ์ กั ษร. 2559. หนา้ 12

9

ทะเลจากเขตต่อเนอื่ งไมถ่ ือเปน็ ราชอาณาจักรเช่นกัน การกระทาความผดิ อาญาน้นั จึงไม่ถอื ว่าการกระทาเกิดใน
ราชอาณาจักรไทย เว้นแต่จะไปเข้าเงื่อนไข มาตรา 4, 5, 6 เช่น การกระทาความผิดในเรือไทยหรือ
อากาศยานไทย เป็นตน้ 6

ทั้งนั้นเพื่อเป็นการขยายอานาจของศาลไทยให้ลงโทษการกระทาซึ่งเกี่ยวข้องกับประเทศไทยให้
มากยิ่งขึ้น ประมวลกฎหมายอาญาได้กาหนดให้ถือว่าการกระทาความผิดที่เข้าลักษณะบางอย่างดังต่อไปนี้
เปน็ การกระทาความผิดในราชอาญาจักร

มาตรา 4 วรรคสอง “การกระทาความผิดในเรือไทย หรืออากาศยานไทยไม่ว่าจะอยู่ในที่ใด ให้ถือ
วา่ กระทาความผดิ ในราชอาราจกั ร”

มาตรา 5 “ความผิดใดที่การกระทาแม้แต่ส่วนหนึ่งส่วนใดได้กระทาในราชอาณาจักรก็ดี ผลแห่ง
การกระทาเกิดในราชอาณาจักรโดยผู้กระทาประสงค์ให้ผลนั้นเกิดในราชอาณาจักร หรือโดยลักษณะแห่งการ
กระทา ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ ควรเกิดในราชอาณาจกั ร หรอื ยอ่ มจะเล็งเหน็ ได้ว่าผลน้นั จะเกดิ ในราชอาณาจักรก็ดใี ห้ถือว่า
ความผิดนัน้ ได้กระทาในราชอาณาจักร

ในกรณีการตระเตรียมการ หรือพยายามกระทาการใดซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด แม้การ
กระทานั้นจะได้กระทานอกราชอาณาจกั ร ถ้าหากการกระทานั้นจะได้กระทาตลอดไปจนถึงขัน้ ความผิดสาเรจ็
ผลจะเกิดขึ้นในราชอาณาจักร ให้ถือว่า การตระเตรียมการหรือพยายามกระทาความผิดนั้นได้กระทาใน
ราชอาณาจกั ร”

มาตรา 6 “ความผิดใดที่ได้กระทาในราชอาณาจักร หรือที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทาใน
ราชอาณาจกั ร แม้การกระทาของผูเ้ ป็นตวั การด้วยกนั ของผู้สนบั สนุน หรอื ของผู้ใช้ใหก้ ระทาความผดิ นั้นจะได้
กระทานอกราชอาณาจกั ร กใ็ หถ้ อื ว่าตวั การ ผ้สู นับสนนุ หรือผู้ใช้ใหก้ ระทาไดก้ ระทาในราชอาณาจักร”7

เมอื่ พจิ ารณาจากมาตรา 4 วรรคสอง มาตรา 5 และมาตรา 6 แลว้ จะเห็นวา่ การกระทาดังต่อไปนี้
ประมวลกฎหมายอาญาถอื วา่ เปน็ การกระทาความผิดท่ไี ด้ทาในราชอาณาจักร กลา่ วคือ

5.2.3 กรณีการกระทาความผิดเกดิ ขึ้นในเรือไทยหรอื อากาศยานไทย (มาตรา 4 วรรคสอง)
เรือไทยหรืออากาศยานไทยไม่ถือว่าเป็นราชอาณาจักรไทย แต่การกระทาความผิดในเรือไทยหรือ

อากาศยานท่ีมสี ัญชาติไทย ใหถ้ ือว่าเป็นการกระทาความผิดในราชอาณาจักร ไมว่ า่ จะอยู่ ณ ท่ีใด และไม่จากัด
ว่าผู้กระทาความผิดหรือผู้เสียหายจะเป็นผู้ใดหากกระทาความผิดในเรือไทยเรืออากาศยานไทยแล้วถือว่าเป็น
การกระทาความผิดในราชอาณาจักรตอ้ งรับโทษตามกฎหมายของประเทศไทย

5.2.3.1 การกระทาความผิดเกิดขึ้นในเรือไทยหรืออากาศยานไทย ซ่ึงอยู่นอกราชอาณาจักร
ตัวอย่างเช่น นายน้ายิงนายนกเสียชีวิตในขณะอยู่บนเรือไทยซึ่งจอดอยู่ ณ ท่าเรือประเทศสิงคโปร์ เป็นกรณี
มาตรา 4 วรรค 2

6 เรื่องเดียวกนั , หนา้ 48
7 ประมวลกฎหมายอาญา

10

5.2.3.2 การกระทาความผิดที่เกิดขึ้นในเรือไทยหรืออากาศยานไทยไม่รวมถึงผลของการกระทา
ที่มาเกิดในเรือไทยหรืออากาศยานไทย ตัวอย่างเช่น นายนิวถูกยิงท่ีประเทศสิงคโปร์ต้องส่งตัวมารักษาที่
ประเทศไทย หากต่อมาเสยี ชีวิตในเรอื ไทยไมใ่ ช่กรณมี าตรา 4 วรรค 2

5.2.4 กรณีการกระทาความผดิ ทค่ี าบเกย่ี วกันในหลายพื้นที่ (มาตรา 5)
5.2.4.1 การกระทาแม้แต่ส่วนใดส่วนหนึ่งได้กระทาในราชอาณาจักร ตัวอย่างเช่น นายหนึ่ง
นายสอง และนายสาม ได้ปล้นทรัพย์ของนายสี่ ในรถยนต์ซึ่งเดินทางตั้งแต่ใน
ราชอาณาจักรไทยตลอดจนถึงเขตประเทศลาว ต้องถือว่าการปล้นทรัพย์นั้นได้กระทาใน
ราชอาณาจกั ร เพราะส่วนใดสว่ นหนึ่งของการปลน้ เกดิ ขึ้นในราชอาณาจกั ร

11

5.2.4.2 ผลแห่งการกระทาไดเ้ กิดขึน้ ในราชอาณาจกั ร โดยผู้กระทาประสงคใ์ ห้ผลนัน้ เกดิ ข้นึ ใน
ราชอาณาจักร ตัวอย่างเช่น นายสมหมายอยู่ในประเทศลาว มีเจตนาจะฆา่ นายดิน ซึ่งอยู่
ในประเทศไทย จึงยิงปืนมาถูกนายดิน นายดินถึงแก่ความตาย แม้ว่านายสมหมายจะยืน
อยนู่ อกราชอาณาจักร แตก่ ารทน่ี ายสมหมาย ซึ่งเป็นผู้กระทา ประสงคจ์ ะให้ผลนั้นเกิดขึ้น
ในราชอาณาจกั รและผลนัน้ ไดเ้ กดิ ขนึ้ ในราชอาณาจักร จงึ ต้องถอื ว่าการกระทานั้นเกิดขึ้น
ในราชอาณาจักร และศาลไทยมอี านาจลงโทษได้

5.2.4.3 ผลแห่งการกระทาเกิดขึ้นในราชอาณาจักร และโดยลักษณะแห่งการกระทา
ผลที่เกิดขึ้นนั้นควรเกิดขึ้นในราชอาณาจักร หมายถึง กรณีที่เป็นกระทาโดยประมาท
ตวั อยา่ งเช่น นายบอล อยูใ่ นประเทศลาว ยิงปืนโดยประมาท ถูกนายบาส ทอ่ี ย่ใู นประเทศ
ไทยถึงแก่ความตาย ถือว่านายบอลได้กระทาความผิดฐานฆ่าคนตายโดยประมาท
ในประเทศไทย เพราะการกระทานั้น โดยลักษณะแห่งการกระทาผลคือความตายควรจะ
เกดิ ขึ้นในประเทศไทย

5.2.4.4 ผลแห่งการกระทาได้เกิดขึ้นในราชอาณาจักร โดยผู้กระทาย่อมเล็งเห็นได้ว่าผลนัน้ จะ
เกิดขึ้นในราชอาณาจักร ตัวอย่างเช่น นายศุกร์อยู่ในประเทศลาว ยิงปืนไปที่นายเสาร์ใน
ประเทศลาว แต่ยิงด้วยปืนลูกซอง และนายศุกร์เห็นแล้วว่านายเสาร์ยืนใกล้ๆ กับ
นายจันทร์ซึ่งอยู่ในประเทศไทย ถ้านายศุกร์ยิงนายเสาร์ ลูกกระสุนปืนนั้นอาจถูก
นายจันทร์ตายได้ ถ้าลูกกระสุนปืนถูกนายจันทร์ที่อยู่ในประเทศไทย ต้องถือว่านายศุกร์
กระทาความผิดในราชอาณาจักร เพราะนายศุกร์ย่อมเล็งเห็นได้ว่าผลแห่งการกระทาจะ
เกดิ ขึน้ ในราชอาณาจกั ร

5.2.4.5 กรณีการตระเตรียมการ หรือพยายามกระทาความผิดใด ซ่ึงกฎหมายบัญญัติเป็น
ความผิด ซึ่งการกระทานอกราชอาณาจักร ต้องตั้งข้อสมมติว่า ถ้าการกระทานั้น จะ
กระทาตลอดไปจนถงึ กระทาความผิดสาเร็จผลจะเกิดขึ้นในราชอาณาจักรหรือไม่ ถ้าผลจะ

12

ได้เกิดขึ้นในราชอาณาจักรก็ถือว่าการตระเตรียม หรือพยายามนั้นได้กระทาใน
ราชอาณาจักร ตัวอย่างเช่น นายเงินอยู่นอกราชอาณาจักร เตรียมวางเพลิงเผาบ้านของ
นายทองในประเทศไทย ต้องถือว่าการตระเตรียมการเผาบา้ นนนั้ ไดก้ ระทาในประเทศไทย
เพราะถา้ เกดิ วางเพลงิ เผาทรพั ย์ข้นึ จริง บา้ นของนายทอง ในประเทศไทยจะถูกวางเพลงิ

5.2.5 กรณตี ัวการ ผู้สนับสนนุ หรือผ้ใู ช้ให้กระทาความผิด กระทานอกราชอาณาจกั ร (มาตรา 6)
5.2.5.1 ถ้าความผิดได้กระทาในราชอาณาจกั รหรือเปน็ ความผิดที่ประมวลกฎหมายอาญาถือได้
ว่ากระทาในราชอาณาจกั ร แม้ตัวการด้วยกันจะได้กระทานอกราชอาณาจักรก็ให้ถือว่า
ตัวการนั้นได้กระทาความผิดในราชอาณาจักร ตัวอย่างเช่น นายดา นายแดง และนาย
ขาว รว่ มกนั ปลน้ ทรัพย์ ของนายเขียว ทชี่ ายแดนของประเทศไทย แม้ปรากฏว่าขณะปล้น
นายดาจะอยู่นอกประเทศไทยก็ถอื ไดว้ ่ากระทาความผิดฐานปลน้ ทรพั ย์ในประเทศไทย
5.2.5.2 ถ้าความผิดได้กระทาในราชอาณาจักร หรือเป็นความผิดที่ประมวลกฎหมายอาญาถือ
ไดว้ ่ากระทาความผิดในราชอาณาจกั ร แมผ้ สู้ นับสนนุ จะได้กระทานอกราชอาณาจักรก็
ถือว่าผู้สนับสนุนได้กระทาความผิดในราชอาณาจักรด้วย ตัวอย่างเช่น นายบอสอยู่ท่ี
ประเทศสิงคโปร์ ให้นายบาสยืมปืนที่สิงคโปร์โดยรู้ว่านายบาส จะนามายิง นายกัสใน
ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ถ ้ า ใ น บ า ส ย ิ ง น า ย ก ั ส ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ต า ย ก็ ต ้ อ ง ถ ื อ ว่ า
นายบอส ได้กระทาความผิดฐานเป็นผู้สนับสนนุ ในความผิดฐานฆา่ คนตายในประเทศไทย
5.2.5.3 ถ้าความผิดได้กระทาในราชอาณาจักร หรือเป็นความผิดที่ประมวลกฎหมายอาญาถือ
ได้ว่ากระทาความผิดในราชอาณาจักร แม้ผู้ใช้ให้กระทาความผิดนั้นจะได้กระทานอก
ราชอาณาจักร ก็ถือว่าผู้ใช้ได้กระทาความผิดในราชอาณาจักรด้วย ตัวอย่างเช่น นาย
แชมป์ อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ใช้นายน็อตที่สิงคโปร์ยิง นายศักดิ์ในประเทศไทย ถ้าต่อมา
นายนอ็ ต ยิงนายศักด์ิตายในประเทศไทย ตอ้ งถอื ว่านายแชมป์ ไดก้ ระทาความผิดฐานเป็น
ผใู้ ชใ้ ห้ฆ่าคนในประเทศ

13

5.2.6 หลักอานาจลงโทษสากล
มาตรา 7 “ผใู้ ดกระทาความผดิ ดังระบุไว้ต่อไปน้นี อกราชอาณาจกั รจะต้องรับโทษในราชอาณาจักร

คือ
(1) ความผิดเกีย่ วกบั ความมั่นคงแห่งราชอาณาจกั ร ตามที่บัญญัตไิ วใ้ นมาตรา 107 ถึงมาตรา 129
(2) ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 240 ถึงมาตรา 249

มาตรา 254 มาตรา 256 มาตรา 257 และมาตรา 266 (3) และ (4)
(2 ทว)ิ * ความผิดเกีย่ วกับเพศตามทบ่ี ัญญัตไิ วใ้ นมาตรา 282 และ มาตรา 283
(3) ความผิดฐานชิงทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 339 และความผิดฐานปล้นทรัพย์ ตามท่ี

บัญญตั ไิ ว้ในมาตรา 340 ซง่ึ ได้กระทาในทะเลหลวง”
หลักอานาจลงโทษสากล มาตรา 7 หรอื ข้อยกเวน้ ท่เี กี่ยวกับความผิด มีองคป์ ระกอบดังน้ี
- กระทาผดิ นอกราชอาณาจักรไทย
- ตามที่บญั ญัติไวใ้ น มาตรา 7 (1) – (3)
- ตอ้ งรบั โทษในราชอาณาจกั รไทย

5.2.7 หลักบคุ คล
มาตรา 8 “ผู้ใดกระทาความผิดนอกราชอาณาจักร และ
(ก) ผู้กระทาความผิดนั้นเป็นคนไทย และรัฐบาลแห่งประเทศที่ความผิดได้เกิดขึ้น หรือผู้เสียหาย

ได้ร้องขอให้ลงโทษ หรือ
(ข) ผู้กระทาความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหาย และผู้เสียหาย

ได้ร้องขอให้ลงโทษ
ถา้ ความผิดนน้ั เปน็ ความผิดดังระบุไวต้ ่อไปน้ี จะตอ้ งรับโทษภายในราชอาณาจกั ร คือ
(1) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 217 มาตรา

218 มาตรา 221 ถึงมาตรา 223 ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีเกี่ยวกับมาตรา 220 วรรคแรก และมาตรา 224 มาตรา
226 มาตรา 228 ถึงมาตรา 232 มาตรา 237 และมาตรา 233 ถึงมาตรา 236 ทั้งนี้เฉพาะเมื่อเป็นกรณีต้อง
ระวางโทษตามมาตรา 238

(2) ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 266(1) และ (2)
มาตรา 268 ท้ังนีเ้ ว้นแต่กรณเี ก่ียวกับ มาตรา 267 และมาตรา 269

(3) ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 276 มาตรา 280 และมาตรา 285 ทั้งน้ี
เฉพาะทเ่ี กยี่ วกบั มาตรา 276

(4) ความผิดต่อชวี ิต ตามที่บัญญตั ไิ วใ้ นมาตรา 288 ถงึ มาตรา 290
(5) ความผดิ ตอ่ รา่ งกาย ตามทบ่ี ญั ญตั ิไว้ในมาตรา 295 ถงึ มาตรา 298
(6) ความผดิ ฐานทอดทิง้ เดก็ คนป่วยเจบ็ หรอื คนชรา ตามท่บี ญั ญัตไิ วใ้ นมาตรา 306 ถงึ มาตรา 308
(7) ความผิดต่อเสรีภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 309 มาตรา 310 มาตรา 312 ถึงมาตรา 315
และมาตรา 317 ถงึ มาตรา 320

14

(8) ความผดิ ฐานลักทรพั ยแ์ ละวิง่ ราวทรพั ย์ ตามที่บญั ญตั ไิ ว้ในมาตรา 334 ถงึ มาตรา 336
(9) ความผิดฐานกรรโชก รดี เอาทรพั ย์ ชิงทรัพย์ และปลน้ ทรพั ย์ ตามท่ีบญั ญัติไวใ้ นมาตรา 337 ถึง
มาตรา 340
(10) ความผดิ ฐานฉ้อโกง ตามท่บี ัญญตั ิไวใ้ นมาตรา 341 ถงึ มาตรา 344 มาตรา 346 และมาตรา 347
(11) ความผดิ ฐานยักยอก ตามท่บี ญั ญัติไว้ในมาตรา 352 ถงึ มาตรา 354
(12) ความผิดฐานรับของโจร ตามท่ีบญั ญตั ไิ วใ้ นมาตรา 357
(13) ความผดิ ฐานทาให้เสียทรัพย์ ตามทบ่ี ญั ญัตไิ ว้ในมาตรา 358 ถึงมาตรา 360
ข้อยกเวน้ เก่ยี วกบั บุคคลผู้กระทาผิดหรอื หลกั บุคคล มาตรา 8 มีองคป์ ระกอบดังนี้
มกี ารกระทาผิดเกิดนอกราชอาณาจกั รไทย

- ผู้กระทาผิดเปน็ คนไทย
- กระทาผดิ ตามท่ีบัญญัติไวใ้ น มาตรา 8 (1) – (13)
- มกี ารรอ้ งขอให้ลงโทษโดย
- รฐั บาลท่คี วามผิดเกิดหรือ
- ผ้เู สยี หาย

- ผู้กระทาผิดเป็นคนต่างด้าว
- กระทาผดิ ตามท่ีบัญญตั ไิ วใ้ น มาตรา 8 (1) – (13)
- ผเู้ สียหายเปน็ คนไทยหรอื รัฐบาลไทย
- มกี ารรอ้ งขอใหล้ งโทษโดยผู้เสียหาย

5.3 คาพิพากษาของศาลในตา่ งประเทศ
5.3.1 กรณีกระทาผดิ นอกราชอาณาจกั ร
มาตรา 10 “ผใู้ ดกระทาการนอกราชอาณาจกั รซง่ึ เป็นความผิดตามมาตราตา่ ง ๆ ท่รี ะบไุ ว้ในมาตรา

7 (2) และ (3) มาตรา 8 และมาตรา 9 หา้ มมใิ ห้ลงโทษผนู้ ้ันในราชอาณาจักรเพราะการกระทาน้ันอีก ถา้
(1) ได้มีคาพิพากษาของศาลในตา่ งประเทศอนั ถงึ ท่สี ดุ ให้ปล่อยตัวผู้น้นั หรือ
(2) ศาลในตา่ งประเทศพพิ ากษาให้ลงโทษ และผูน้ ัน้ ได้พ้นโทษแล้ว
ถา้ ผูต้ อ้ งคาพิพากษาได้รบั โทษสาหรับการกระทานนั้ ตามคาพิพากษาของศาลในต่างประเทศมาแล้ว

แต่ยังไม่พ้นโทษ ศาลจะลงโทษน้อยกว่าทีก่ ฎหมายกาหนดไว้สาหรับความผิดน้ันเพียงใดก็ได้ หรือจะไม่ลงโทษ
เลยกไ็ ด้ ทงั้ นโี้ ดยคานงึ ถงึ โทษทผี่ ู้นนั้ ได้รบั มาแล้ว”

5.3.2 กรณีการกระทาผดิ ในราชอาณาจักรหรือที่ถือวา่ กระทาในราชอาณาจกั ร
มาตรา 11 “ผู้ใดกระทาความผิดในราชอาณาจักร หรือกระทาความผิดที่ประมวลกฎหมายน้ีถือว่า

ได้กระทาในราชอาณาจักร ถ้าผู้นั้นได้รับโทษสาหรับการกระทานั้นตามคาพิพากษาของศาลในต่างประเทศ
มาแล้วทั้งหมด หรือแต่บางส่วน ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกาหนดไว้สาหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้
หรอื จะไม่ลงโทษเลยกไ็ ด้ ทงั้ นโ้ี ดยคานงึ ถงึ โทษท่ผี ู้นัน้ ได้รบั มาแลว้

15

ในกรณีที่ผู้กระทาความผิดในราชอาณาจักร หรือกระทาความผิดที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้
กระทาในราชอาณาจักร ได้ถูกฟ้องต่อศาลในต่างประเทศโดยรัฐบาลไทยร้องขอ ห้ามมิให้ลงโทษผู้นั้นใน
ราชอาณาจกั รเพราะการกระทานัน้ อีกถ้า

(1) ได้มีคาพิพากษาของศาลในตา่ งประเทศอันถงึ ท่ีสุดใหป้ ลอ่ ยตวั ผ้นู น้ั หรอื
(2) ศาลในต่างประเทศพิพากษาใหล้ งโทษ และผูน้ น้ั ไดพ้ ้นโทษแลว้
5.4 บคุ คลทีก่ ฎหมายใชบ้ ังคบั
หลักทั่วไปนั้นกฎหมายอาญาหรือประมวลกฎหมายอาญาย่อมใช้แก่คนไทยและคนต่างด้าวทุกคน
เหมอื นกันหมดแต่มขี อ้ ยกเวน้ อยู่บางประการ คอื
5.4.1 ขอ้ ยกเวน้ ตามรฐั ธรรมนญู
5.4.1.1 ยกเว้นทั่วไป ได้แก่ พระมหากษัตริย์ มาตรา 6 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.

2560 บัญญัติว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดารงอยู่ในฐานะอันเป็นทีเ่ คารพสักการะ ผู้ใด
จะละเมดิ มิได้ ผใู้ ดจะกล่าวหาหรอื ฟอ้ งร้องพระมหากษตั ริย์ในทางใด ๆ มิได้”
5.4.1.2 ยกเว้นเพราะมีเอกสิทธิ์ที่จะแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานของ
รัฐสภา ได้แก่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา รัฐมนตรี บุคคลที่ประธานสภา
อนุญาตเชิญมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น กรรมาธิการ บุคคลท่ี
คณะกรรมาธิการเชิญมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา
รายงานการประชมุ ตามคาส่งของสภา
5.4.2 ข้อยกเว้นตามกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง
5.4.2.1 ประมขุ แห่งประเทศตา่ งๆ
5.4.2.2 ทตู และบุคคลในคณะทูตรวมถงึ ครอบครวั
5.4.2.3 บคุ คลอื่นท่ีกฎหมายระหวา่ งประเทศแผนกคดีเมืองใหเ้ อกสิทธิและความคุม้ กนั ไว้
5.4.2.4 กองทหารตา่ งประเทศทเ่ี ขา้ มายดึ ครองในราชอาณาจักร
5.4.2.5 บุคคลที่ได้รับเอกสิทธิ และความคุ้มกันตามกฎหมายพิเศษ เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วย
การดาเนินงานขององคก์ ารสหประชาชาติเปน็ ต้น

16

เอกสารอา้ งอิง

ทวีเกียรติ มนี ะกนษิ ฐ. กฎหมายอาญา : หลกั และปัญหา. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 6. กรุงเทพฯ : นติ ธิ รรม, 2547.
วนิ ยั ล้าเลศิ . กฎหมายอาญา 1.พมิ พค์ รั้งท่ี 1. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคาแหง, 2551.
สหรัฐ กิติ ศุภการ, กฎหมายอาญาหลักและคาพิพากษา. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพมหานคร : อมรินทร์พริ้นต้ิง

แอนด์พบั ลชิ ชง่ิ . 2560.
หยุด แสงอุทัย, คากฎหมายอาญา ภาค 1. พิมพ์ครั้งที่ 21. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

2556.
The Justice Group, เจาะหลัก-ฎีกาอาญา. พิมพค์ รง้ั ท่ี 1. กรงุ เทพมหานคร : ห้างห้นุ ส่วนพมิ พ์อักษร. 2559.

17


Click to View FlipBook Version