The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร-01

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kongkiet Lamoodetd, 2022-09-15 11:42:01

ติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร-01

ติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร-01

การติดต้งั ไฟฟ้าในอาคาร
(Electrical Installation)
รหสั วิชา 20104-2005

1

2

สาระสาํ คญั

ไฟฟ้าแมจ้ ะมีประโยชนม์ ากมาย แตก่ ม็ ีโทษมหนั ตแ์ ก่ผใู้ ชไ้ ฟฟ้า
ไม่ถูกตอ้ ง หรือทาํ งานดว้ ยความประมาท อนั ตรายของไฟฟ้าอาจทาํ ให้
สูญเสียชีวติ ทรัพยส์ ิน และเกิดเพลิงไหมไ้ ด้ ดงั น้นั ผทู้ ี่ใชไ้ ฟฟ้าจะตอ้ งใช้
ดว้ ยความระมดั ระวงั และใชไ้ ฟฟ้าอยา่ งถูกตอ้ ง ผปู้ ฏิบตั ิงานเกี่ยวกบั
ไฟฟ้าตอ้ งรู้กฎแห่งความปลอดภยั เพื่อท่ีจะนาํ ประโยชนข์ องไฟฟ้าไปใช้
งานและหลีกเล่ียงอุบตั ิภยั ที่อาจจะเกิดข้ึนไดก้ ารศึกษาและเขา้ ใจวธิ ีการ
ป้องกนั อนั ตรายท่ีเกิดจากไฟฟ้า วธิ ีการปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ จะทาํ ให้
ช่วยลดการสูญเสียท่ีอาจจะเกิดข้ึนได้

3

วตั ถุประสงค์การเรียนรู้

01 อนั ตรายทเ่ี กดิ จากไฟฟ้า 02 องค์ประกอบสาคญั
ทท่ี าให้เกดิ อนั ตรายจากไฟฟ้า

03 04การป้องกนั อนั ตรายท่ีเกดิ การช่วยเหลือและปฐมพยาบาล
จากไฟฟ้า ผ้ปู ระสบภัยทางไฟฟ้า

4

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1 บอกอนั ตรายทเ่ี กดิ จากไฟฟ้าได้

2 บอกองค์ประกอบสาคญั ที่ทาให้เกดิ อนั ตรายจากไฟฟ้าได้

บอกวธิ ีการป้องกนั อนั ตรายท่เี กดิ จากไฟฟ้าได้

44 อธิบายวธิ ีการช่วยเหลือและปฐมพยาบาลผู้ประสบภยั ทางไฟฟ้าได้

5

ไฟฟ้าเป็นแหลง่ พลงั งานที่สามารถนาํ ไปใชป้ ระโยชน์ในดา้ นต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ ง
กวา้ งขวาง โดยสงั เกตไดจ้ ากเคร่ืองใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั ตอ้ งใชพ้ ลงั งานไฟฟ้า ซ่ึง
พลงั งานไฟฟ้าสามารถเปลี่ยนเป็นพลงั งานในรูปอ่ืน ๆไดห้ ลากหลาย

อนั ตรายจากไฟฟ้ามี 2 สาเหตุหลกั คือ ไฟฟ้าลดั วงจรและไฟฟ้าดูด ท้งั 2
กรณีมีสาเหตุการเกิดที่ต่างกนั และอนั ตรายท่ีไดร้ ับกแ็ ตกต่างกนั

1.1 ไฟฟ้าลดั วงจร (Short Circuit)

6

1.1 ไฟฟ้าลดั วงจร (Short Circuit)
ภาวะหรือสาเหตุการลดั วงจร คือ กระแสไฟฟ้าไหลครบวงจรโดยไม่ผา่ น
เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า (Load)สาเหตุ 1) ฉนวนไฟฟ้าชาํ รุดและเสื่อมสภาพ
2) ตน้ ไมห้ รือสิ่งอ่ืน ๆ ไปพาดหรือสัมผสั สายไฟฟ้า เกิดการเสียดสีจนฉนวนชาํ รุด
3) สายไฟฟ้าหลุดหรือขาดลงพ้ืน ทาํ ใหก้ ระแสไฟฟ้ากระจายอยใู่ นบริเวณน้นั

1.2 ไฟฟ้าดูด (Electric Shock)
เป็นภาวะที่กระแสไฟฟ้าไหลผา่ นร่างกาย มีผลทาํ ใหก้ ลา้ มเน้ือเกร็ง จนไม่สามารถสะบดั ให้
หลุดไดซ้ ่ึงปริมาณของกระแสไฟฟ้าที่ไหลผา่ นร่างกายอาจจะทาํ ใหเ้ สียชีวติ หรือพิการไดก้ าร
ถูกไฟฟ้าดูดจากการสมั ผสั สามารถแบ่งตามลกั ษณะของการสัมผสั ไดเ้ ป็น 2 แบบ คือ
การสมั ผสั โดยตรง (Direct Contact) คือ การที่ร่างกายสัมผสั กบั ส่วนที่มีกระแสไฟฟ้าโดยตรง
การสมั ผสั ทางออ้ ม (Indirect Contact) คือ การสมั ผสั เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีเรา
สัมผสั จากการใชง้ านตามปกติ เป็ นส่วนท่ีไม่มีกระแสไฟฟ้า บริษทั สาํ นกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จาํ กดั 7

ปัจจยั สาํ คญั พ้นื ฐานที่ทาํ ใหเ้ กิดอนั ตรายจากไฟฟ้า 6 ประการ คือ
1. ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผา่ นร่างกาย

2. แรงดนั ไฟฟ้า

3. ความตา้ นทานไฟฟ้า
4. ระยะเวลาท่ีกระแสไฟฟ้าไหลผา่ นร่างกาย

5. ความถ่ี ของระบบไฟฟ้า
6. เสน้ ทางของกระแสไฟฟ้าท่ีไหลผา่ นร่างกาย

8

การใชเ้ คร่ืองใชไ้ ฟฟ้าอยา่ งปลอดภยั มีดงั น้ี
1) เลือกเครื่องใชไ้ ฟฟ้าที่มีเคร่ืองหมายมาตรฐานผลิตภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม (มอก.) หรือ
มาตรฐานอ่ืน ๆ ที่สากลยอมรับ
2) เลือกใชอ้ ุปกรณ์ป้องกนั ท่ีเหมาะสม
3) เครื่องใชไ้ ฟฟ้าท่ีเกิดความร้อน ขณะใชง้ านควรจดั หาวสั ดุที่ไม่ติดไฟ ทาํ เป็นพ้ืนรองทุกคร้ัง
4) โคมไฟ ควรตรวจสภาพการใชง้ านอยเู่ สมอ

9

5) ศึกษาคูม่ ือการใชง้ านของเครื่องใชไ้ ฟฟ้าตามที่ผผู้ ลิตแนะนาํ อยา่ งเคร่งครัด 10

6) ตรวจสอบสภาพสายไฟฟ้าของเครื่องใชไ้ ฟฟ้า

7) ไม่ใชไ้ ฟฟ้าเป็นเคร่ืองมือจบั ปลา

8) ไม่วางสายไฟฟ้าสอดไวใ้ ตพ้ รมปูพ้ืน ขอบประตู ขอบหนา้ ต่าง หรือขวางทางเดิน
9) ตรวจสอบระบบไฟฟ้าเป็นประจาํ
10) การก่อสร้าง หากจาํ เป็นตอ้ งปฏิบตั ิงานใกลส้ ายไฟฟ้าแรงสูง จะตอ้ งแจง้ การไฟฟ้าฯ
ในพ้ืนที่รับผดิ ชอบทราบก่อน
11) ไม่เปิ ด-ปิ ดสวติ ช์ หรือเสียบปลกั๊ เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าขณะท่ีร่างกายเปี ยกช้ืน
12) ติดแผน่ ป้ายแจง้ เตือน หรือทาํ ร้ัวก้นั สถานที่อนั ตราย

13) เตา้ รับ ไม่ควรตอ่ แยกไฟฟ้าไปใชม้ ากเกินไป เพราะจะทาํ ใหเ้ กิด ความร้อน

รูปที่ 1.1 อันตรายจากการใช้เต้าเสียบหลายเต้า

14) การดึงเตา้ เสียบออกจากเตา้ รับ

รูปที่ 1.2 แสดงการดึงเต้าเสียบออกจากเต้ารับ 11

การติดต้งั ไฟฟ้าตามกฎและมาตรฐานการติดต้งั ไฟฟ้าสาํ หรับประเทศไทย พ.ศ. 2556อุปกรณ์
ไฟฟ้าที่ใชใ้ นการติดต้งั ไฟฟ้าตอ้ งมีเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม เช่น สาย IEC 01
ตอ้ งไดร้ ับรอมาตรฐาน มอก. 11-2553 แรงดนั ใชง้ าน 450/750 โวลต์
1) การซ่อมระบบไฟฟ้า ก่อนลงมือปฏิบตั ิงานควรตรวจหรือวดั ดว้ ยเคร่ืองมือวดั ไฟฟ้าวา่
ระบบไฟฟ้าตาํ แหน่งท่ีจะทาํ การซ่อมมีกระแสไฟฟ้าหรือไม่
2) หลีกเลี่ยงการปฏิบตั ิงานขณะที่มีกระแสไฟฟ้า
3) การจบั อปุ กรณ์ท่ีมีกระแสไฟฟ้า ตอ้ งทาํ โดยใชเ้ คร่ืองมือและวิธีการท่ีถูกตอ้ งเท่าน้นั
4) เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการปฏิบตั ิงานเกี่ยวกบั ไฟฟ้า เช่น คีม ไขควง ตอ้ งเป็นชนิดท่ีมีฉนวนหุม้

12

5) การใชก้ ญุ แจป้องกนั การสบั สวติ ช์ หรือการแขวนป้ายเตือนหา้ มสบั สวิตช์ ตลอดจนการปลด

กญุ แจและป้ายแจง้ เตือน ตอ้ งกระทาํ โดยบุคคลคนเดียวกนั เสมอ

6) สวมใส่เส้ือผา้ รัดกมุ ไม่ปล่อยผมยาวเมื่อปฏิบตั ิงานกบั เครื่องจกั รกล

7) ขณะทาํ งานตอ้ งมนั่ ใจวา่ ไม่มีส่วนใดของร่างกายสมั ผสั กบั อุปกรณ์ที่มีกระแสไฟฟ้า
8) การปฏิบตั ิงานในท่ีสูง จะตอ้ งใชเ้ ขม็ ขดั นิรภยั คลอ้ งเอาไวก้ บั โครงสร้าง หรือส่วนหน่ึงส่วน

ใดของอาคารเพื่อความปลอดภยั ในการปฏิบตั ิงาน

9) การทาํ งานเก่ียวกบั ไฟฟ้า หากเป็นไปไดค้ วรมีผชู้ ่วยเหลืออยดู่ ว้ ย (ไม่ทาํ งานตามลาํ พงั )

10) การติดต้งั ระบบไฟฟ้าจะตอ้ งติดต้งั ระบบสายดิน โดยค่าของความตา้ นทานดินตอ้ งไม่เกิน5
โอห์ม และไม่มีความต่างศกั ยร์ ะหวา่ งสายนิวทรัลกบั สายดิน

11) การปฏิบตั ิงานติดต้งั ไฟฟ้า เม่ือต่อวงจรไฟฟ้าเสร็จทุกคร้ัง ก่อนจ่ายกระแสไฟฟ้าจะตอ้ ง
ตรวจสอบวงจรดว้ ยโอห์มมิเตอร์ทุกคร้ัง
บริษทั สาํ นกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จาํ กดั 13

ข้อแนะนาในการซ่อมบารุงรักษาระบบไฟฟ้า
1. หลีกเล่ียงการซ่อมระบบไฟฟ้าขณะท่ีมีกระแสไฟฟ้า
2. ผปู้ ฏิบตั ิงานตอ้ งมีความรู้ ความเช่ียวชาญเก่ียวกบั การปฏิบตั ิงานทางดา้ นไฟฟ้าเป็นอยา่ งดี
3. ก่อนลงมือปฏิบตั ิงาน ผปู้ ฏิบตั ิงานจะตอ้ งตรวจสอบตาํ แหน่งของแผงควบคุมระบบไฟฟ้า
วา่ อยทู่ ่ีใดเม่ือเกิดเหตุจะไดต้ ดั วงจรไดท้ นั ท่วงที
4. ก่อนลงมือปฏิบตั ิงาน ผปู้ ฏิบตั ิงานจะตอ้ งทาํ การวเิ คราะห์ปัญหา เพ่ือกาํ หนดระยะเวลาท่ีใช้
ในการซ่อมบาํ รุง และการจดั ซ้ือวสั ดุ-อุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการซ่อมบาํ รุง
5. ถา้ พ้ืนที่ปฏิบตั ิงานมีความเปี ยกช้ืน จะตอ้ งทาํ ความสะอาดพ้นื ท่ีก่อนทาํ การซ่อมบาํ รุง หรือ
ปลดเซอร์กิตเบรกเกอร์ใหอ้ ยใู่ นสภาวะเปิ ดวงจร (Open Circuit) ทุกคร้ัง

14

6. ไม่สวมกาไล นาฬิกา แหวน ในขณะซ่อมระบบไฟฟ้า
7. ไม่เปิ ดโทรศัพท์ในขณะซ่อมระบบไฟฟ้า
8. การซ่อมบารุงระบบไฟฟ้าทตี่ ้องเปลยี่ นฟิ วส์ (Fuse) ถ้าพกิ ดั ของฟิ วส์ที่ระบุไว้ลบเลือน
หายไป
จะต้องพจิ ารณาขนาดของสายไฟฟ้า และต้องเลือกใช้ฟิ วส์ทสี่ ามารถป้องกนั สายไฟฟ้าน้ันได้
9. กรณีฟิ วส์ขาด ก่อนเปลยี่ นฟิ วส์จะต้องหาจุดบกพร่องให้พบ และแก้ไขให้เสร็จก่อนเสมอ
10. ผ้ปู ฏิบตั งิ านต้องใช้อุปกรณ์เพ่ือป้องกนั อนั ตรายทอ่ี าจจะเกดิ ขึน้ ได้

15

กรณีผปู้ ระสบภยั ถูกไฟฟ้าดูดบริเวณที่เปี ยกช้ืน ผชู้ ่วยเหลือจะตอ้ งระมดั ระวงั เป็นพิเศษ และ
อยา่ ลงไปในบริเวณท่ีเปี ยกช้ืน ซ่ึงอาจจะทาํ ใหไ้ ดร้ ับอนั ตรายได้ แต่ใหใ้ ชว้ ิธีตดั กระแสไฟฟ้า
ที่แผงจ่ายไฟฟ้า หรือทาํ ใหต้ วั ผปู้ ระสบภยั หลุดออกจากวงจรไฟฟ้า หรือสายไฟฟ้าที่สมั ผสั
อยู่ ไม่ใหส้ มั ผสั กบั ร่างกายของผปู้ ระสบภยั โดยตรง เพราะจะทาํ ใหผ้ ชู้ ่วยเหลือไดร้ ับอนั ตราย
ดว้ ย โดยใชว้ ิธีการเขี่ยสายไฟฟ้าออกจากตวั ผปู้ ระสบภยั ดว้ ยวสั ดุที่เป็นฉนวน

16

กรณีผปู้ ระสบภยั หมดสติ หรือพบวา่ นอนอยคู่ ลา้ ยหมดสติ ตอ้ งรีบปฏิบตั ิ ดงั น้ี
1) ประเมินระดบั ความรู้สึกตวั เพ่อื สังเกต
ผปู้ ระสบภยั หมดสติจริงหรือไม่ โดยเรียกและเขยา่ ตวั หรือ
ตบท่ีไหล่ ถา้ ผปู้ ระสบภยั หมดสติจะไม่มีการโตต้ อบ ไม่มี
เสียงคราง หรือมีการเคล่ือนไหวเพียงเลก็ นอ้ ย

รูปท่ี 1.3 การประเมนิ ระดบั ความรู้สึกตัว
ของผ้ปู ระสบภัย

17

2) ประเมินการหายใจโดยใชว้ ธิ ีตาดู หูฟัง แกม้ แนบ (Look Listen and Feel)
ตาดู (Look) คือ ดูการเคลื่อนไหวของทรวงอกและหนา้ ทอ้ งวา่ มีการยกตวั ข้ึน-ลงหรือไม่ และดูวา่ มีการ
หายใจหรือไม่
หูฟัง (Listen) คือ ฟังเสียงลมหายใจโดยเอียงหูของผชู้ ่วยเหลือเขา้ ไปใกลบ้ ริเวณจมูกและปากของ
ผปู้ ระสบภยั วา่ ไดย้ นิ เสียงอากาศผา่ นออกมาทางจมูกและปากหรือไม่
แกม้ แนบ (Feel) คือ การสมั ผสั โดยใชแ้ กม้ ของผชู้ ่วยเหลือสมั ผสั กบั ความรู้สึกวา่ มีลมหายใจท่ีผา่ นออก
จากปากหรือจมูก อาจใชส้ าํ ลีหรือวสั ดุบางเบาจ่อบริเวณจมูกกไ็ ด้

18

ประกอบดว้ ย 3 ข้นั ตอนสาํ คญั คือ A B C ดงั น้ี
1) A : Airway หมายถึง การเปิ ดทางเดินหายใจใหโ้ ล่ง เพอ่ื ป้องกนั โคนลิ้นและกล่องเสียงตก
ลงไปอุดทางเดินหายใจส่วนบนในผทู้ ่ีหมดสติ โดยปฏิบตั ิดงั น้ี
1.1 จดั ท่าผปู้ ระสบภยั ที่หมดสติ นอนหงายราบบนพ้ืนเรียบแขง็ แขนสองขา้ งแนบลาํ ตวั
1.2 ใหผ้ ชู้ ่วยเหลือนงั่ คุกเข่าลงตรงระดบั ไหล่ของผปู้ ระสบภยั ท่ีหมดสติ
1.3 เปิ ดทางเดินหายใจใหโ้ ล่งแหงนศีรษะผปู้ ระสบภยั ท่ีหมดสติ ใชฝ้ ่ามือขา้ งหน่ึงดนั
หนา้ ผาก พร้อมกบั ใชน้ ิ้วช้ีและนิ้วกลางของมืออีกขา้ งหน่ึงเชิดคางข้ึน (HeadTilt Chin Lift)

รูปที่ 1.5 แสดงท่าการเปิ ดทางเดินหายใจให้โล่ง โดยการแหงนหน้าเชิดคาง

19

2) B : Breathing หมายถึง การช่วยหายใจ เป็นวธิ ีที่จะช่วยใหอ้ อกซิเจนเขา้ สู่ปอดของผปู้ ระสบภยั
ที่หยดุ หายใจไดด้ ว้ ยการเป่ าปากและเป่ าจมูก
2.1 วธิ ีการเป่ าลมเข้าปาก (Mouth to Mouth)
ข้นั ตอนที่ 1 จดั ท่าใหผ้ ปู้ ระสบภยั ท่ีหมดสติและหยดุ หายใจนอนราบเพื่อเปิ ดทางใหอ้ ากาศ
เขา้ สู่ปอด โดยผชู้ ่วยเหลือนง่ั อยทู่ างดา้ นซา้ ยหรือขวาของผปู้ ระสบภยั ใชม้ ือดนั คางของ
ผปู้ ระสบภยั ลงไปดา้ นล่าง ส่วนมืออีกขา้ งจบั หนา้ ผากดนั ไปทางทิศใดทิศหน่ึง เพ่ือไม่ใหล้ ิ้นตกไป
อุดปิ ดทางเดินอากาศหายใจ
ข้นั ตอนท่ี 2 สอดนิ้วหวั แม่มือเขา้ ไปในปาก จบั ขากรรไกรล่างยกข้ึนจนปากอา้ ใชม้ ือลว้ ง
สิ่งของท่ีปิ ดก้นั ทางลมภายในช่องปากออกใหห้ มด เช่นฟันปลอม เศษอาหาร

รูปที่ 1.6 การจัดท่าผ้ปู ระสบภัยเพอื่ เปิ ดทางให้อากาศเข้าสู่ปอด

20

ข้ันตอนที่ 3 ผชู้ ่วยเหลืออา้ ปากให้

กวา้ ง หายใจเขา้ เตม็ ที่ 2-3 คร้ัง ใชม้ ือขา้ งหน่ึงบีบจมูก
ผปู้ ระสบภยั ใหส้ นิท ในขณะที่มืออีกขา้ งยงั ดึงคาง

ผปู้ ระสบภยั ไว้ แลว้ ประกบปากใหแ้ นบสนิทกบั ปาก

ของผปู้ ระสบภยั พร้อมกบั เป่ าลมเขา้ ไปในปอดของ

ข้นั ผตปู้อรนะทสี่ 4บภขยณั อะยเปา่ ง่ าเปตาม็ กที่ รูปที่ 1.7 การผายปอดด้วยวิธีเป่ าลมเข้าปาก

ตอ้ งสังเกตหนา้ อกของผปู้ ระสบภยั วา่ มี

การกระเพอื่ มข้ึน-ลงหรือไม่ หากไม่มีการ

กระเพื่อมข้ึน-ลง แสดงวา่ ท่านอนไม่ดี หรือ

มีส่ิงกีดขวางทางลมหายใจ ตอ้ งรีบแกไ้ ข รูปท่ี 1.8 การสังเกตและฟังเสียงการหายใจของผ้ปู ระสบภัย
โดยเปล่ียนท่าใหม่
21

2.2 วธิ ีการเป่ าลมเข้าจมูก (Mouth toNose) ใชใ้ นกรณีท่ี รูปท่ี 1.9 การผายปอดด้วยวิธีเป่ าลมเข้าจมูก
ผปู้ ระสบภยั อา้ ปากไม่ได้ หรือดว้ ยสาเหตุใดที่ไม่สามารถเป่ า
ปากได้ ใหเ้ ป่ าลมเขา้ ทางจมูกแทน ในรายที่เป็นเดก็ เลก็ หรือ 22
เดก็ แรกเกิดใหเ้ ป่ าลมเขา้ ทางปากและจมูกพร้อมกนั

3) C : Circulation หมายถึง การนวดหวั ใจ
ภายนอก ทาํ ในรายท่ีพบวา่ มีภาวะหวั ใจหยดุ เตน้ เพ่ือ
ช่วยใหม้ ีการไหลเวยี นของเลือด ใหป้ ฏิบตั ิดงั น้ี
ข้ันตอนที่ 1 ใหผ้ ปู้ ระสบภยั ท่ีหมดสตินอน
ราบกบั พ้นื แขง็ ผชู้ ่วยเหลือคุกเข่าลงดา้ นขา้ งของ
ผปู้ ระสบภยั ดา้ นใดดา้ นหน่ึงและจดั ท่าให้
ผปู้ ระสบภยั นอนแหงนหนา้ ข้ึนคลาํ หาส่วนล่างสุด
ของกระดูกหนา้ อกท่ีตอ่ กบั กระดูกซี่โครง

ข้นั ตอนท่ี 2 วดั ตาํ แหน่งสาํ หรับการนวดหวั ใจโดยใชน้ ิ้วช้ีและนิ้วกลางขา้ งท่ีถนดั วดั จากขอบ
ชายโครงลา่ งของผปู้ ระสบภยั ข้ึนไป จนถึงปลายกระดูกหนา้ อก แลว้ ใชน้ ิ้วท้งั สองวางทาบเหนือ
ปลายกระดูกหนา้ อกข้ึนมา 2 นิ้วมือ จากน้นั ใหใ้ ชส้ ันมือขา้ งท่ีไม่ถนดั วางบนตาํ แหน่งดงั กลา่ ว
และใชส้ ันมือขา้ งท่ีถนดั วางทบั ลงไปอีกคร้ัง
ข้ันตอนที่ 3 ยกปลายนิ้วมือสองขา้ งข้ึนจาก
หนา้ อก โดยเหยยี ดนิ้วมือและแขนใหต้ รงแลว้ ไขวเ้ กี่ยว
นิ้วมือสองขา้ งเขา้ ดว้ ยกนั ดงั รูปที่ 1.12 โนม้ ตวั ต้งั ฉากกบั
หนา้ อกของผปู้ ระสบภยั ทิ้งน้าํ หนกั ลงบนแขนแลว้ กด รูปที่ 1.11 การวางตาแหน่งมอื ทหี่ น้าอก

หนา้ อกของผปู้ ระสบภยั ใหย้ บุ ลงประมาณ 1.5-2 นิ้ว (อยา่ ใช้
นิ้วมือกดกระดูกซ่ีโครง) เมื่อกดสุดใหผ้ อ่ นมือข้ึนทนั ที

รูปที่ 1.12 การวางมอื อีกข้างทบั บนหลงั มอื 23
ทวี่ างในตาแหน่งทถี่ ูกต้อง

ข้นั ตอนท่ี 4 ช่วงเวลาและจงั หวะการกดแต่ละคร้ัง ใหน้ บั สองพยางค์ คือ “1 และ 2 และ 3
และ 4 … และ 14 และ 15” แลว้ ทาํ สลบั กบั การช่วยหายใจ 2 คร้ัง (15:2) โดยจะตอ้ งทาํ การ
ช่วยหายใจและนวดหวั ใจภายนอก รวม 4 รอบ แลว้ จบดว้ ยการช่วยหายใจ2 คร้ัง จึงประเมิน
ชีพจรผปู้ ระสบภยั หากยงั ไม่พบชีพจรใหร้ ีบช่วยหายใจและนวดหวั ใจรอบตอ่ ไป โดย
ประเมินชีพจรทุก 2-3 นาทีพร้อมท้งั สังเกตผปู้ ระสบภยั วา่ หวั ใจเตน้ เองไดอ้ ยา่ งตอ่ เน่ือง สี
ผวิ การหายใจ ความรู้สึกดีข้ึน ม่านตาหดลงหรือไม่ และตอ้ งช่วยเหลือจนกวา่ จะอยใู่ นความ
ดูแลของแพทย์

รูปที่ 1.13 การปฏิบัติ 2 วิธีสลับกนั

24

หน่วยที่ 1วธิ ีการป้องกนั อุบัตภิ ยั เกยี่ วกบั
การปฏิบัตงิ านทางไฟฟ้า

หน่วยท่ี11 หน่วยที่2
การตดิ ต้งั ระบบส่ือสารในอาคาร ระบบการผลติ การส่ง และจาหน่ายไฟฟ้า

25


Click to View FlipBook Version