The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผ้าฝ้ายมัดหมี่บ้านซับระวิง แก้ไข

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by poomculture, 2022-11-25 03:20:34

ผ้าฝ้ายมัดหมี่บ้านซับระวิง แก้ไข

ผ้าฝ้ายมัดหมี่บ้านซับระวิง แก้ไข



คำนำ

สำนักงำนวัฒนธรรมอำเภอครบุรี ได้จัดทำข้อมูลองค์ควำมรู้ เร่ือง “ภูมิปัญญำ OTOP ผ้ำฝ้ำย
มัดหม่ีทอมือบ้ำนซับระวิง” เพ่ือรวบรวมข้อมูลองค์ควำมรู้และเน้ือหำสำระทำงวัฒนธรรม สำหรับใช้ในกำร
ดำเนินงำนทำงวัฒนธรรมและนำไปสู่กระบวนกำรเรียนรู้ และกระบวนกำรสร้ำงควำมภำคภูมิใจต่อมรดกทำง
วัฒนธรรมและภูมิปัญญำที่มีอยู่ในพ้ืนที่ อันจะนำไปสู่กระบวนกำรสืบสำน สืบทอด ประยุกต์ใช้และเผยแพร่
วฒั นธรรมอันดงี ำมตอ่ ไป

ขอขอบคุณผทู้ ีเ่ กยี่ วขอ้ งในกำรจัดทำข้อมลู องคค์ วำมรู้ ที่ใหค้ วำมรว่ มมือในกำรจดั ทำข้อมูลองค์
ควำมรู้เป็นไปดว้ ยควำมเรียบรอ้ ยและสำเรจ็ ดว้ ยดี และหวังเป็นอยำ่ งย่งิ ว่ำจะเกดิ ประโยชนต์ ่อกำรสบื สำน และ
เผยแพรว่ ฒั นธรรมใหม้ ีประสิทธภิ ำพในโอกำสต่อไป

สำนกั งำนวฒั นธรรมอำเภอครบรุ ี

สำรบัญ ๑

คำนำ ๓

กำรทอผำ้ ฝำ้ ยมดั หมีท่ อมอื ๔
จดุ กำเนิดของกำรรวมกล่มุ ๔
กำรจัดตั้งผ้ำฝำ้ ยมดั หมีท่ อมอื ๕
แหลง่ เงนิ ทุนและกำรระดมทนุ ๕
หน่วยรำชกำรทเ่ี ข้ำมำใหก้ ำรสนบั สนุน ๕
เสน้ ดำ้ ยและคุณสมบตั ิของเส้นด้ำย ๖
คณุ สมบตั ิของผ้ำฝำ้ ยมดั หมี่ทอมอื บ้ำนซับระวงิ ๖
ลวดลำยทเ่ี ปน็ เอกลษั ณ์ประจำกลมุ่ ๗
กำรประชำสมั พนั ธ์ผ้ำฝำ้ ยมัดหม่ที อมอื บ้ำนซับระวิง ๗
กำรตลำดและแผนธรุ กิจ ๗
กำรจดั ทำบญั ชีรำยรบั –รำยจ่ำย
กำรจัดตง้ั ศูนยฺสำธติ กำรเรียนรหู้ รอื ศูนย์เรยี นรูช้ มุ ชน
จำนวนสมำชิก ณ ปจั จบุ นั
องค์ควำมรหู้ ลักของกลมุ่

๑. กำรเตรียมเส้นด้ำย
๑.๑ กำรเตรยี มเสน้ ดำ้ ยยืน
๑.๒ กำรเตรยี มเสน้ ด้ำยพงุ่
(๑) กำรมัดหม่ีหรือกำรทำลวดลำยบนผืนผ้ำ
(๒) กท่ี อผ้ำ



ผ้าฝา้ ยมัดหมที่ อมือบา้ นซับระวิง

การทอผ้าฝ้ายมัดหมที่ อมือ

การทอผ้าถือว่าเป็นงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านท่ีเกิดจากกระบวนการสั่งสมภูมิปัญญาท่ีได้เรียนรู้ทดลอง
และพัฒนาให้เหมาะสมกับแต่ละท้องถ่ิน ความรู้และความเชี่ยวชาญในการทอผ้าได้ถ่ายทอดสืบสานต่อกันมา
ช้านานในสังคมไทย ดังท่ี ปรีดิยาธร เทวกุล (อ้างในรายงานแผนธุรกิจ คณาจารย์คณะวิทยาการจัดการ
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา) ได้กล่าวว่า ผ้าทอมือในประเทศไทยเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่เกิดจากการทอ
หลากหลายวธิ ี ทั้งการทอยกดอก การทอจก การทอมัดหม่ี การทอเกาะหรือล้วง ซ่ึงเป็นประสบการณ์และ ความชานาญ
ท่สี ง่ั สมกันมานบั รอ้ ยปี จากรุ่นหนงึ่ สู่รนุ่ หนง่ึ โดยผา่ นสตรผี ูเ้ ปน็ แม่เรอื นสืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน รวมท้ังการรู้จัก
นาวัตถุดิบทางธรรมชาติมาใช้อย่างชาญฉลาด ผ้าทอมือจึงมีความงดงามหลากหลาย ทั้งในเชิงกรรมวิธีการทอ
ลวดลายและสีสัน และยังเป็นเครื่องนุ่งห่มท่ีบ่งบอกถึงเชื้อชาติ ชาติพันธ์ ตลอดจนประเพณีวัฒนธรรม ความเช่ือ
ของผ้สู วมใส่อีกด้วย

การทอผ้าเปน็ กระบวนการทีต่ อ้ งอาศัยความชานาญด้านฝีมือ ตอ้ งทอด้วยใจรัก การทอผ้าจะทอด้วยก่ีทอผ้า
ตามแบบท่ีนิยมในแต่ละท้องถิ่น ในอดีตการทอผ้าเป็นงานฝีมือท่ีทากันแทบทุกครัวเรือนโดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ
สาหรับทาไว้เพื่อใช้สอยในครัวเรือนเหลือจากใช้ก็นาไปขายหรือแลกเปลี่ยนกันภายในชุมชน ผ้าท่ีทอในแต่ละผืน
จะมีความเป็นเอกลักษณ์ในด้านศิลปะเฉพาะตัวของมัน เป็นงานฝีมือเฉพาะชิ้นงาน ท้ังลวดลาย รูปแบบ ศิลปะ
ยงั คงดงึ ดดู สร้างความสนใจและสร้างความประทับใจในความงดงามของผืนผ้า เกิดวัฒนธรรม เอกลักษณ์ในแต่ละ
ท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกันไป ต่อมาเมื่อสังคมเกิดการขยายเติบโตขึ้น ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในสังคม
ในชุมชนเกิดการเปล่ียนแปลงมีการรับนาเอาเทคโนโลยีและเคร่ืองจักรมาใช้แทนการใช้กาลังคนในการผลิต
แต่อย่างไรก็ตามความเป็นเอกลักษณ์ ศิลปะและความงดงามเฉพาะช้ินงานผืนผ้า วัตถุดิบท่ีใช้ในการผลิต วิธีการทอ
และรูปแบบการผลิตแบบด้ังเดิมของผ้าทอ ยังคงเป็นปัจจัยดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคที่ช่ืนชอบงาน
ศลิ ปหัตถกรรมพน้ื บา้ น นกั ท่องเที่ยวเกิดความประทับใจในความงดงามของเอกลักษณ์เฉพาะตัวและวัฒนธรรมต่างถิ่น
ส่งผลให้เกิดการพัฒนา ยกระดับหัตถกรรมผ้าทอพ้ืนบ้านให้เป็นกิจกรรมในเชิงพาณิชย์ ทั้งมีการปรับเปล่ียน
ประยุกต์ลวดลาย สีสันให้มีความหลากหลายมากย่ิงข้ึนกว่าเดิมที่มีอยู่จึงทาให้เกิดการเพิ่มมูลค่าและเป็น
การยกระดับผลิตภัณฑม์ ลู ค่าของสินคา้ เพิม่ ขึน้ อีกระดบั หนึง่

ในพ้ืนที่อาเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา มีกลุ่มผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิง ตาบลลาเพียก อาเภอครบุรี
จงั หวัดนครราชสีมา จัดว่าเปน็ กลมุ่ ทอผา้ ทมี่ คี วามเข้มแข็งอีกกลุ่มหน่ึงของอาเภอครบุรี ประสบความสาเร็จเป็นท่ีรู้จัก
กันอย่างแพร่หลาย สินค้าผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิงได้มีการพัฒนารูปแบบ ลวดลาย และมีการปรับปรุงอยู่
ตลอดเวลา เพ่ือการเพิ่มมูลค่าของสินค้ามาโดยตลอดจนกลายเป็นสินค้า OTOP ของอาเภอครบุรี ปัจจุบันผ้าฝ้าย
มัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิง อาเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ได้กลายเป็นสินค้าที่รู้จักกันท่ัวท้ังจังหวัด และสร้าง
ช่ือเสียงให้กับอาเภอครบุรีเป็นอย่างย่ิง พร้อมยังทารายได้ให้กับสมาชิกกลุ่ม ผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิง
อีกทางหน่ึงดว้ ย ประชาชนในอาเภอครบุรบี างคนมอี าชพี ใหม่โดยการเปิดร้านขายผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิง
และร้านตัดเสื้อผ้าบางร้านมีงานตัดเย็บเส้ือผ้าเพ่ิมมากขึ้น เนื่องจากร้านจาหน่ายผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิง
จ้างตัดเย็บและนาเสื้อผ้าท่ีตัดสาเร็จเรียบร้อยแล้วไปโชว์และวางจาหน่ายในร้าน นับว่าเป็นการสร้างรายได้ให้กับ
ครอบครัวและให้กับประชาชนท่ีดีอีกทางหนึ่ง ผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิง อาเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา
ถือเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านหรือภูมิปัญญาชาวบ้านท่ีเกิดจาก การเรียนรู้มาตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย และปัจจุบัน
ถ่ายทอดมาส่รู นุ่ ลูก รนุ่ หลาน มกี ารพัฒนาฝีมือ รปู แบบ ลวดลาย สีสัน เส้นด้าย เพ่อื ให้สินคา้ มคี วามทันสมัยเข้ากับ
ยคุ ปัจจบุ นั และเทคโนโลยตี ลอดเวลา ตลอดทั้งการตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างกว้างขวาง แต่ผ้าฝ้ายมัดหม่ีทอมือ
บ้านซบั ระวิง อาเภอครบรุ ี จงั หวดั นครราชสีมา สามารถตีตลาดและเป็นสินค้า ท่ีอยู่ในระดับแถวหน้าไม่แพ้ผ้าฝ้าย



ผ้าไหมที่ผลิตจากหมู่บ้านอ่ืนๆท่ีมีช่ือเสียง และยังกลายเป็นสินค้า OTOP ของอาเภอครบุรี เป็นที่รู้จักและนิยม
นามาตัดเย็บเป็นชดุ สวมใสท่ างาน ชดุ ราตรี ซึ่งเม่ือตดั เยบ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ความสวยงามไม่แพ้ไปกว่าผา้ ไหมปักธงชัย
หรอื ผา้ ไหมจากแหลง่ อนื่ ๆ แตม่ ีคุณสมบัติพิเศษกว่าน้ันคือมีราคาถูกกว่า สีไม่ตก การดูแลรักษาที่ง่ายกว่า เส้นด้าย
คงทน ผา้ ฝา้ ยมัดหม่ีทอมือบ้านซับระวิง อาเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ได้รับการจดและขึ้นทะเบียนเป็นกลุ่มสินค้า
หนึ่งตาบลหน่งึ ผลติ ภณั ฑข์ องอาเภอครบุรี กลุ่มผ้าฝ้ายมัดหม่ีทอมือบ้านซับระวิง อาเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา
ไดน้ าผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายมดั หมที่ อมือสง่ เขา้ รว่ มคัดสรรในประเภทผา้ และเคร่ืองแต่งกายได้รับรางวลั ดังน้ี

ปี พ.ศ. 2546 - 2549 ได้ส่งผลิตภัณฑ์เข้าร่วมคัดสรรในประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายได้ระดับ 3 ดาว
(4 ปี ติดต่อกัน)

ปี พ.ศ. 2552 - 2553 ได้สง่ ผลิตภัณฑเ์ ขา้ ร่วมคัดสรรในประเภทผา้ และเครื่องแต่งกายไดร้ ะดับ 4 ดาว
กอ่ นท่กี ลมุ่ ผา้ ฝ้ายมัดหมี่ทอมือบา้ นซับระวงิ จะประสบความสาเร็จและสามารถยืนหยัดอยู่ได้จนถึงทุกวันน้ี
ทางกลุ่มเคยประสบปญั หาหลายๆ ด้าน เกือบจะไปไม่รอดเช่นเดยี วกัน แต่ด้วยความอดทนและเนื่องจากว่าบางคน
ไม่รู้จะไปทาอาชีพใดนอกจากทอผ้าจึงจาเป็นต้องต่อสู้และพัฒนาฝีมือเพ่ือให้สามารถแข่งขันกับตลาดภายนอกได้
ในการศึกษาการจัดการความรู้เร่ืองผ้าฝ้ายทอมือของกลุ่มผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิง อาเภอครบุรี จังหวัด
นครราชสมี า ทาให้ทราบถึงลักษณะการจัดการความรู้เร่ืองผ้าฝ้ายทอมือของกลุ่มผ้าฝ้ายมัดหม่ีทอมือบ้านซับระวิง
เพ่ือรับทราบปัญหา อุปสรรคของการจัดการความรู้เรื่องผ้าฝ้ายทอมือของกลุ่มผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิง
ตลอดจนแนวทางในการส่งเสริมและการนาเสนอการจัดการความรู้เร่ืองผ้าฝ้ายทอมือของกลุ่มผ้าฝ้ายมัดหม่ีทอมือ
บ้านซับระวิง อาเภอครบุรี จังหวดั นครราชสมี า ทั้งนีเ้ พือ่ พัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑแ์ ละขยาย การตลาดเป็นการเพิ่ม
มูลค่าให้กับสินค้า และในอนาคตอันใกล้นี้คาดว่าผ้าฝ้ายมัดหม่ีทอมือบ้านซับระวิง อาเภอครบุรี จังหวัด
นครราชสีมา จะได้รับการคัดสรรให้เป็นหนึ่งในสุดยอดผลิตภัณฑ์ดีเด่น ระดับ 5 ดาว ประจาอาเภอครบุรี และ
เป็นของฝากท่ีผู้คนต่างบ้านต่างเมืองชื่นชอบ และสามารถนาไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนากลุ่มอาชีพในเขต
อาเภอครบรุ ไี ด้ ซ่ึงนบั ว่าเปน็ การเผยแพรก่ ารจัดการความรภู้ ูมิปญั ญาทอ้ งถิ่นใหป้ ระชาชนรุน่ หลังได้รบั ทราบต่อไป

จดุ กาเนดิ ของการรวมกลมุ่

กลุ่มผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิง อาเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ที่ตั้ง เลขที่ 131 หมู่ท่ี 2 หมู่บ้านซับระวิง
ตาบลลาเพยี ก อาเภอครบุรี จังหวัดนครราชสมี า มปี ระวัติความเป็นมาการก่อกาเนิดของกลุ่มโดยประธานกลุ่ม กรรมการ
และสมาชิกกลุ่ม จานวน 13 คน ต่างบอกเล่าเป็นแนวเดียวกันว่าเดิมชาวบ้านมีอาชีพทาการเกษตร ทาไร่มันสาปะหลัง
ปลูกหม่อนล้ียงไหม มีรายได้ที่ไม่แน่นอนบางปีประสบปัญหาภัยแล้งทาให้ผลผลิตเสียหาย ขาดทุน แม่บ้านไม่มีงานทา
จึงต้องหาอาชีพเสริม การทอผ้าของชาวบ้านซับระวิงเดิมทอผ้าเป็นกันอยู่แล้ว เพราะพื้นเพของชาวบ้านจะทอผ้าใช้และ
เรียนรู้การทอผ้ามาจากแม่ ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถ่ินท่ีมีมาแต่เน่ินนาน สมัยก่อนการทอผ้าจะทอใช้ในครัวเรือน ทอขายบ้าง
และได้ทอมาเร่ือยๆ เดิมก่อนหน้านี้เป็นการทอผ้าไหม ชาวบ้านปลูกหม่อนและเลี้ยงไหม ไม่ใช้ทอผ้าฝ้ายเหมือน ทุกวันน้ี
แตเ่ นอื่ งจากไหมมีราคาแพงไมเ่ ปน็ ทีน่ ยิ มชาวบ้านจึงเลิกปลูกหม่อนเลี้ยงไหม แม่บ้านจึงหันมาทอผ้าฝ้ายท่ีมีต้นทุนถูกกว่า
สาหรับผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือเร่ิมต้นทอในปี พ.ศ.2530 มีนางประทวน บุญย่ิง เดิมมีถ่ินฐานอยู่ที่อาเภอบ้านหมี่ จังหวัด
ลพบุรี บิดา มารดาได้พาย้ายถิ่นฐานมาทาไร่ท่ีบ้านซับระวิง นางประทวน ไปเรียนหนังสือที่จังหวัดลพบุรี เม่ือเรียนจบ
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 6 ได้กลับบ้านและนากี่ทอผ้าของอาเภอบา้ นหมี่ จงั หวัดลพบุรี กลบั มาด้วยเพ่ือมาทอผา้ ที่บา้ นซับระวงิ
เม่ือทอผ้าเสร็จก็นาผ้าที่ทอได้ไปขายท่ีอาเภอบ้านหม่ี จังหวัดลพบุรี ต่อมานางประทวน บุญย่ิง ได้ชักชวนเพ่ือนสตรี
ในหมู่บา้ น จานวน 2 คน คือ นางบัวเรอื น ผอ่ งพูน และนางวันทอง กจิ สม ไปเรยี นรู้ในการมัดหมี่ที่อาเภอบ้านหม่ี จังหวัด
ลพบรุ ี เรยี นได้หนึ่งอาทิตย์กลับบา้ นและมาสอนคนในหมบู่ ้าน เดมิ การทอผ้ายงั ไมไ่ ด้มกี ารจดั ตัง้ กล่มุ แต่อย่างใด เพียงแตว่ า่
ในหมู่บ้านแม่ที่ทอผ้าได้สอนลูกสาวให้ช่วยแม่ทอผ้า เริ่มแรกจะทอเฉพาะบ้านท่ีมีกี่ทอผ้าดั่งเดิมก่อน แรงจูงใจการทอผ้า
คร้ังแรกก็ไม่มีอะไรมาก คือ ต้องช่วยแม่ท่ีทอผ้าอยู่แล้ว ต่อมาเมื่อเรียนรู้การมัดหม่ีจากเพ่ือนที่ถ่ายทอดแก่กลุ่มเพ่ือน
ในหมู่บ้านก็ยังคงทอใครทอมันอยู่ท่ีบ้าน เนื่องจากว่าผ้าท่ีทอได้น้ันทอขายได้เร่ือยๆ เพราะมีตลาดรองรับจึงพากันเรียนรู้



และทอเปน็ อาชีพเสรมิ มาเรื่อยซึง่ บางคนได้ยึดเป็นอาชพี หลัก อยา่ งนางประทวน บุญยง่ิ ได้ทาโรงงานทอผ้าขนาดเล็กและ
รบั ซือ้ ผา้ ในหมบู่ า้ น ซึ่งในชว่ งแรกผ้าฝา้ ยทีท่ อในหมบู่ า้ นท้งั หมดจะนาไปขายทอ่ี าเภอบ้านหมี่ จังหวดั ลพบุรี ท่เี ดียวเทา่ นน้ั

การจดั ตงั้ กลมุ่ ผา้ ฝา้ ยมัดหมที่ อมอื

ในปี พ.ศ. 2534 หน่วยงานพัฒนาชุมชนอาเภอครบุรี โดยจ่าสิบเอกธานี แก้วกระจ่าง พัฒนาการอาเภอ และ
นายทองคุณ บุญศร เจ้าหน้าที่พัฒนากรอาเภอครบุรี (ปัจจุบันดารงตาแหน่งพัฒนาการอาเภอครบุรี) ได้มาให้ความรู้
แนะนาการดาเนินการจัดตั้งกลุ่มทอผ้า กลุ่มสตรีแม่บ้านที่ทอผ้าจึงได้มีการชักชวนเพ่ือนสตรีในหมู่บ้านจัดตั้งกลุ่ม
ทอผ้าฝ้ายมัดหม่ีข้ึน เร่ิมแรกมีสมาชิกเพียง 7 คน ก่อต้ังกลุ่มขึ้นมาเม่ือวันท่ี 9 กันยายน 2534 มีนางหนม ซอดนอก
เป็นประธานกลุ่ม แรงจูงใจท่ีต้ังกลุ่มข้ึนมา นางหนม ซอดนอก ประธานกลุ่ม กล่าวว่าชาวบ้านเราขาดเงินทุนหากมี
การรวมกลุม่ สามารถขอรับการสนับสนนุ เงินทนุ จากหนว่ ยงานราชการได้ จึงต้องการเงินทุนเพื่อนาเงินไปซ้ือวัสดุ อุปกรณ์
และวัตถุดิบในการทอผ้า และในปี พ.ศ.2535 สานักงานศึกษาธิการอาเภอครบุรี โดยนางสาวสุนันทา วีระประดิษฐ์
นักวิชาการศึกษา (ปัจจุบันดารงตาแหน่ง นักวิชาการวัฒนธรรมชานาญการ สังกัดสานักงานวัฒนธรรมจังหวัด
นครราชสีมา ปฏิบัติหน้าที่ประจาอาเภอครบุรี) ได้จัดทาโครงการพัฒนาศักยภาพการทอผ้ากลุ่มสตรีบ้านซับระวิง
เพ่อื สนบั สนนุ สง่ เสรมิ ใหส้ มาชิกไดพ้ ฒั นารูปแบบและการจดั การให้มปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลให้ดยี ่งิ ขึ้น

แหลง่ เงินทุนและการระดมทนุ

ทุนครั้งแรกได้มาจากกรมพัฒนาชุมชนสนับสนุน จานวน 80,000 บาท การจัดต้ังกลุ่มคร้ังแรกไม่มีการระดมทุน
จากสมาชิกแต่อย่างใด เงินทุนท่ีได้มานาไปซื้อวัตถุดิบ เส้นด้าย สีย้อม ซ้ือเฉพาะวัตถุดิบทั้งหมดแล้วนาวัตถุดิบที่ซ้ือมา
แจกจ่ายให้สมาชิกแต่ละคนๆละเท่าๆกันเพื่อนาวัตถุดิบนั้นไปทอเป็นผืนผ้าก่อนโดยกลุ่มยังไม่เก็บเงินจากสมาชิก
เมื่อสมาชิกทอผ้าเสร็จแล้วนาผ้าไปขายท่ีอาเภอบ้านหม่ี จังหวัดลพบุรี ซึ่งจะพากันเหมารถไปขายท่ีจังหวัดลพบุรีท่ีเดียว
ในหมบู่ ้านและในอาเภอครบรุ ี ช่วงแรกๆไมไ่ ดจ้ าหน่าย เมอื่ สมาชิกขายผ้าได้เงินมาแล้วจึงจะนาเงนิ มาส่งคนื กลุ่ม โดยให้ส่ง
เป็นงวด ส่วนทเี่ หลอื กน็ าไปใชใ้ นครอบครัวหรือเป็นทุนต่อไป เป็นลักษณะแบบน้ีจนกว่าจะส่งเงินครบตามจานวนวัตถุดิบ
ทีเ่ อาไปและกล่มุ ไมไ่ ดค้ ดิ ดอกเบีย้ จากสมาชิกแตอ่ ย่างใด

ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2535 มสี มาชกิ เพิม่ ขึ้นจากเดิมรวม 17 คน กลุม่ ผา้ ฝา้ ยมดั หม่ีทอมือบ้านซับระวิง จึงได้คิดให้มี
การระดุมทุนจากสมาชิกสาหรับไว้ซ้ือวัตถุดิบ และซ้ือผ้าจากสมาชิกเพื่อไม่ให้สมาชิกนาผ้าไปจาหน่ายใครจาหน่ายมัน
เหมือนเมื่อกอ่ น ผา้ จะจาหนา่ ยในนามของกลมุ่ เท่านั้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการระดมทุนจากสมาชิก วิธีการระดมทุนครั้ง
แรกคือให้สมาชกิ ซอื้ หุ้นๆ ละ 100 บาท คนละไมเ่ กนิ 10 หนุ้ (เปน็ เงนิ คนละไมเ่ กิน 1,000 บาท) นาเงนิ ทุนที่ไดจ้ ากการ
ซอื้ หุ้นของสมาชิก นาไปซือ้ ผา้ จากสมาชิกและซ้ือวัตถุดิบเช่นเดิม การจาหน่ายผ้าประธานและสมาชิกบางคนที่มีเวลาว่าง
จะนาผ้าใสต่ ะกรา้ เดินไปจาหน่ายในชมุ ชนใกลเ้ คียงบา้ งและจาหน่ายใหก้ บั ส่วนราชการตา่ งๆ ในเขตอาเภอครบรุ ี มีทั้งราคา
ขายปลกี และราคาขายสง่ ตอนนน้ั ผ้าของกล่มุ ยงั ไม่เปน็ ทร่ี ู้จักและยงั ไม่เป็นท่ีนิยมมากนกั และตอ่ มาในปีเดียวกัน กลุ่มได้มี
การจดั ตั้งกลมุ่ ออมทรพั ย์เกบ็ เงินสัจจะจากสมาชิกทกุ คนทุกเดอื นโดยพัฒนาชุมชนเข้ามาแนะนา เรม่ิ แรกเก็บเงนิ ออมเดอื น
ละ 20 บาท ปจั จุบนั เก็บเงนิ ออมเดือนละไมต่ า่ กวา่ 40 บาท เพื่อให้เป็นเงินออมของกลุ่มให้กลุ่มเข้มแข็ง เมื่อจานวนเงิน
เพ่ิมมากขนึ้ จึงไดน้ าเงินออมทรัพย์มาเป็นทุนซื้อวัตถุดิบเส้นด้าย สี และเป็นทุนไว้ซ้ือผ้าจากสมาชิกที่ทอเสร็จแล้ว สาหรับ
เงินจานวน 80,000 บาท ท่ีกรมพัฒนาชุมชนให้เป็นทุนคร้ังแรกเม่ือสมาชิกนาส่งคืนครบตามจานวนทุกคนแล้ว กลุ่มก็
ไมไ่ ดน้ าเงนิ จานวนนไ้ี ปซื้อวตั ถุดิบในการผลติ อกี แตไ่ ดป้ ระชมุ สมาชิกและนาเงินจานวนน้ีให้สมาชิกกล่มุ กู้ยืมเพอ่ื การลงทนุ
ไปทาไร่มันสาปะหลัง เพราะสมาชิกท้ังหมดมีอาชีพหลักทาไร่ปลูกมันสาปะหลัง การทอผ้าเป็นเพียงอาชีพเสริมเท่าน้ัน
คิดดอกเบี้ยจากสมาชกิ ทก่ี ยู้ มื เงินดงั กล่าวรอ้ ยละ 6 บาทตอ่ ปี ปัจจุบันมียอดเงินทใ่ี ห้สมาชกิ กู้ยมื ได้ประมาณสามแสนกวา่ บาท

ทนุ ทเ่ี กิดจากการซ้ือหุน้ และจากเงินออมสจั จะและกาไรจากการจาหนา่ ยผา้ จะนามาหมนุ เวยี นซ้ือวตั ถุดิบจาพวก
เส้นด้าย สีย้อม ซื้อผ้าจากสมาชิกเท่าน้ัน และจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆท่ีเกิดจากการดาเนินงานของกลุ่มท้ังหมดกลุ่ม
โดยประธานและเหรัญญิกได้ทาบัญชีรายรับ – รายจ่ายทุกเดือน เม่ือถึงส้ินปีจะสรุปในรายละเอียดจาหน่ายผ้าได้ท้ังหมด
จานวนกผี่ ืนเป็นเงินจานวนเทา่ ใด หักค่าใชจ้ ่ายทจ่ี ่ายท้งั หมดเป็นค่าซื้อวัสดุ จาพวกเส้นด้าย สีย้อม รวมท้ังค่าถุง ค่าน้ามัน
รถยนต์ ค่าวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ และหักให้กับสมาชิกท่ีขายผ้าร้อยละ 10 บาท หักค่ากิจกรรมท่ีกลุ่มร่วมทากิจกรรมเพ่ือ



สังคมในชุมชนตามมติของสมาชิกเป็นการคืนกาไรสู่สังคมเป็นเงินจานวนเท่าใดแล้วส่วนที่เหลือจากต้นทุนจะเป็นกาไร
นามาปันผลใหก้ ับสมาชิกทุกคนตามหุ้นทม่ี ีอยู่

ในปี พ.ศ.2543 สานกั งานพฒั นาชมุ ชน ไดป้ ระสานไปยังสานักงานกองทุนทางสังคม (SIF) ขอรับการสนับสนุน
งบประมาณ ให้มากับทางองค์การบริหารส่วนตาบลลาเพียก องค์การบริหารส่วนตาบลลาเพียก ได้ก่อสร้างอาคารทอผ้า
ทีบ่ า้ นลาเพียก (ติดกบั สานกั งานองคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลลาเพยี ก) แต่อาคารไม่ได้ใช้เน่ืองจากอยู่ไกลจากหมู่บ้านซบั ระวิง
กลุ่มไม่สะดวกต่อการเดินทาง งบประมาณอีกส่วนหนึ่งจานวนกว่า 200,000 บาท ได้จัดสรรให้กลุ่มทอผ้าในตาบล
ลาเพียก ตอนน้ันมีหมบู่ า้ นท่ีทอผา้ ในตาบลลาเพียก ทั้งหมด 7 หม่บู า้ น จานวนเงนิ ที่ไดร้ บั การจัดสรร องค์การบริหารส่วน
ตาบลลาเพียกได้มอบหมายให้ประธานกลุ่มผ้าฝ้ายมัดหม่ีทอมือบ้านซับระวิง เป็นผู้บริหารจัดการไปซ้ือวัตถุดิบจาพวก
เส้นด้าย สี แล้วนามาแบ่งให้กลุ่มทอผ้าทั้ง 7 หมู่บ้าน ในจานวนเท่ากัน กลุ่มจึงมีเงินทุนที่เป็นวัตถุดิบเพ่ิมขึ้นอีกจานวน
หน่ึงซ่ึงเป็นวัตถุดิบท่ีได้เปล่าไม่ต้องใช้เงินคืน กลุ่มจึงนาทุนจานวนน้ีมาบริหารจัดการเช่นเดิม ปัจจุบันกลุ่มผ้าฝ้ายมัดหมี่
ทอมือบ้านซับระวิงมีอาคารศูนย์สาธิตการตลาด เป็นของตนเองตั้งอยู่ในหมู่บ้าน โดยตัวอาคารได้รับการสนับสนุน
งบประมาณก่อสร้างจากองค์การบริหารส่วนตาบลลาเพียก จานวนเงิน 80,000 บาท สาหรับที่ดินที่ตั้งอาคารกลุ่มซ้ือ
ด้วยเงินของกลุ่มเอง ต่อมาปี พ.ศ. 2545 กลุ่มได้จดทะเบียนเข้ากลุ่มกับสหกรณ์การเกษตรครบุรี จากัด ได้รับการ
สนบั สนนุ เงนิ ทุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ให้ทนุ มา จานวน 40,000 บาท โดยไมต่ ้องส่งคืนเช่นเดียวกัน กลุ่มจึงได้ประชุม
และมีมติให้นาเงินจานวนดังกล่าวมารวมกับเงินหุ้นท่ีมีอยู่เพื่อเอาไว้ซ้ือผ้าจากสมาชิกส่วนหน่ึง แบ่งไปซ้ือกี่ทอผ้า และ
อุปกรณ์ต่างๆ ท่ีจาเป็นต้องใช้ประจาศูนย์สาธิต เพ่ือให้สมาชิกที่ไม่มีกี่ทอผ้าสามารถมาทอผ้าที่ศูนย์ได้ และใช้เป็น
ศูนย์สาธิตการตลาดเป็นศูนย์แห่งการเรียนรู้ของประชาชนในหมู่บ้านหรือประชาชนหมู่บ้านอ่ืนท่ีต้องการมาเรียนรู้ต่อไป
โดยสมาชิกจะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้ ในปัจจุบันมีกลุ่มสมาชิกเครือข่ายที่ทอผ้าจานวน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ สมาชิกกลุ่ม
เครือข่ายบ้านใหม่ซับระวิง ตาบลลาเพียก อาเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา สมาชิกกลุ่มเครือข่ายบ้านหนองจาน ตาบล
ตะแบกบาน อาเภอครบรุ ี จงั หวดั นครราชสีมา และสมาชิกกลุ่มเครือขา่ ยบ้านหนองขนาก ตาบลสุขไพบูลย์ อาเภอเสิงสาง
จังหวดั นครราชสีมา

หนว่ ยงานราชการที่เข้ามาให้การสนบั สนนุ

หน่วยงานทเ่ี ขา้ มาให้การสนับสนุน นอกจากให้การสนับสนุนด้านเงินทุนตามท่ีได้กล่าวมาแล้ว ยังมีส่วนราชการ
ทีเ่ ข้ามาเพอื่ แนะนา ฝึกอบรมให้ความรู้ ด้านการพัฒนาคุณภาพ การพฒั นาลวดลาย การออกแบบลายผ้า การมัดหมี่ และ
การมาศกึ ษาวิจยั ในเรื่องสีย้อมเส้นด้ายจากสธี รรมชาติและสเี คมี ซ่ึงมีหลายหน่วยงานด้วยกัน เช่น สานักงานพัฒนาชุมชน
มาใหก้ ารแนะนาดูแลดา้ นความเขม้ แขง็ ของกล่มุ การจดั ต้งั กล่มุ และการพัฒนาผลติ ภัณฑ์เพื่อการเข้าร่วมคัดสรรคุณภาพ
ของผ้าในการเข้าสู่ระดับเป็นท่ียอมรับของการตลาด ศูนย์ศิลปะชีพบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้ามาฝึกอบรม
ให้ความรู้วิธีการเดินเครือ การข้ึนเครือและการเก็บตะกรอ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาเข้ามาดูแลในเรื่องคุณภาพ
ของผ้า ลวดลายผ้าและการออกแบบถุงบรรจุผลิตภัณฑ์ การออกแบบเครื่องหมายโลโก้ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าให้ดูดี
มีราคา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานเข้ามาศึกษาวิจัยการใช้สีย้อมผ้าโดยการใช้สีเคมีและสีธรรมชาติ บ้านนารีสวัสด์ิ
จังหวดั นครราชสมี า และ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดนครราชสีมา เข้ามาฝึกอบรมสอนการเรียนรู้การมัดหม่ี การย้อม
การออกแบบลวดลายและการทอ ท้ังนี้เพื่อให้สมาชิกกลุ่มมีการพัฒนาลวดลาย พัฒนาคุณภาพของผ้า และพัฒนาฝีมือ
เพ่อื ใหส้ มาชกิ กลมุ่ เกิดการเรยี นรมู้ ากขน้ึ ซงึ่ จะเปน็ การเพิม่ มูลค่าใหก้ บั ผลติ ภณั ฑข์ องกลุ่ม

เสน้ ด้ายและคณุ สมบัติของเสน้ ด้าย

เส้นด้าย ถือว่าเป็นวัตถุดิบหลักท่ีสาคัญที่สุดของผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือ กลุ่มไม่ได้ผลิตเส้นด้ายเอง
เน่ืองจากไม่มวี ตั ถดุ บิ ในการผลติ ประกอบกับไม่มีความรใู้ นการป่ันเส้นด้าย อีกทั้งกระบวนการผลิตเส้นด้ายมีความยุ่งยาก
และใช้เวลานาน ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เส้นด้ายที่ผลิตเองมักจะไม่เรียบ ขาดง่าย เส้นด้ายท่ีนามาทอผ้าต้ังแต่เริ่มแรก
เป็นเสน้ ดา้ ยท่ีมาจากร้านธนกิจ อาเภอบ้านหม่ี จังหวัดลพบุรี ท่ีอ่ืนจะเรียกเส้นด้ายน้ีว่า “ไหมประดิษฐ์” แต่กลุ่มจะเรียก
“เส้นด้ายฝ้าย” มาตั้งแต่ต้น เส้นด้ายท่ีกลุ่มใช้ในการผลิตผ้ามี 2 ชนิด คือ เส้นด้ายยืนและเส้นด้ายพุ่ง ลักษณะของ
เส้นด้ายยืนจะมีขนาดเล็กและเหนียว เส้นด้ายที่ซ้ือมาส่วนมากจะผ่านการย้อมสีมาเรียบร้อยแล้ว จึงสะดวกและง่ายต่อ
การนามาใช้งาน ส่วนเส้นด้ายพุ่งหากไม่ใช้สีพื้นกลุ่มจะซื้อเส้นด้ายสีขาวเพื่อนามามัดหมี่ การคัดเลือกวัตถุดิบประธาน



จะเปน็ ผ้คู ดั เลอื กโดยพิจารณาจากความเหนยี ว เส้นเรยี บและสะอาด เพ่ือความสะดวกต่อการทอ ผ้าที่ทอออกมาแล้วจะมี
ลกั ษณะผนื ผ้าเรยี บและสวยงามยิ่งข้นึ

คุณสมบตั ิของผ้าฝ้ายมัดหม่ีทอมอื บา้ นซับระวงิ

คุณสมบัติท่ีโดดเด่นของผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิงมีคุณสมบัติ คือ มีสีสดใส และสวยงาม ไม่ยืด ไม่หด
สีไม่ตก สวมใสส่ บายไม่ร้อนไม่ระคายผวิ การดแู ลรักษางา่ ย การซักรีด ไม่ยุ่งยากเหมือนผ้าไหมหรือผ้าชนิดอ่ืนๆ ในขณะท่ี
สวมใสถ่ า้ ไมส่ ังเกตบางคนอาจมองดูและเข้าใจว่าเปน็ ผา้ ไหม ทสี่ าคัญมรี าคาถกู จึงเป็นทีน่ ิยมเพิม่ ข้ึนเร่ือยๆ จากคุณสมบัติท่ี
โดดเด่นของผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิง ทาให้ได้รับการคัดสรรผลิตภัณฑ์จากสานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอครบุรี
ให้เป็นสินค้า OTOP ของอาเภอครบุรี และได้มีการปรับปรับลวดลาย เพิ่มคุณภาพของผ้าอยู่เสมอ โดยได้รับการแนะนา
จากสานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอครบุรี เร่ือยมาจนกระท่ังในปี พ.ศ. 2546 กลุ่มได้ส่งผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือ
เข้าร่วมคัดสรรในประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ได้รับการคัดสรรในระดับ 3 ดาว จนถึงปี พ.ศ. 2549 เป็นระยะเวลา 4 ปี
ติดตอ่ กัน และในปี พ.ศ. 2552 - 2553 ไดร้ ับการคดั สรรในระดับ 4 ดาว ซงึ่ คาดว่าในอนาคตหากได้รับการส่งเสริมและ
สนับสนุนจากหนว่ ยงานราชการในด้านต่างๆ เพื่อการเพม่ิ มูลค่าในตัวสนิ คา้ การผลติ ผ้าฝ้ายมัดหม่ีทอมือท้ังในด้านคุณภาพ
สีสัน ราคา และการออกแบบเพ่ือการพัฒนาลวดลาย การเพิ่มคุณสมบัติพิเศษที่มีอยู่เดิม เชื่อว่าผ้าฝ้ายมัดหม่ีทอมือ
บ้านซับระวิงอาจจะได้รับการคัดเลือกให้เป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ดีเด่นของอาเภอครบุรี และในอนาคตอันใกล้น้ีหากมีการ
บริหารจัดการและได้รับการดูแลในส่วนของแรงงานเพ่ือการผลิต รวมทั้งองค์ประกอบอื่นๆในการยกระดับคุณภาพ
ผลิตภณั ฑ์เพื่อให้ผลิตภณั ฑไ์ ด้รับการคดั สรรในระดบั 5 ดาว เพอื่ ให้เป็นของฝากท่ชี ่ืนชอบ หรือหากจะนามาตัดเย็บสวมใส่
เองก็ดูงามตา สวยงามยง่ิ นกั

ลวดลายทเ่ี ปน็ เอกลักษณป์ ระจากลุ่ม

ลวดลายและการมัดหม่ีของผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิง มีการผลิต ออกแบบ และมัดหมี่ลายหลายชนิด
เชน่ ลายข้าวหลามตัด ลายโคมห้า ลายสายน้า ลายน้าไหล ลายผีเส้ือ ลายหม่ีขอ ลายดอกกระจับ ลายสก็อต นอกจากนี้
บางคร้ังสมาชิกจะนาลายในแต่ละลายมาประยุกต์ดัดแปลงเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นลายใหม่ท่ีแปลกตา ลายผ้าที่เป็น
เอกลักษณ์ของกลุ่มผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือของอาเภอครบุรี คือ ลายน้าไหล มีลักษณะลายเหมือนสายน้าไหล การออกแบบ
ลวดลายไม่มคี วามยุ่งยาก มีสตู รเฉพาะเปน็ ลายที่ทาง่ายที่สุดไม่มีความยุ่งยากเหมือนลายหมี่ลายอื่นๆ แต่ผลที่ออกมาเป็น
ลายน้าไหลที่สวยงามท้ังผืน มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะและเป็นท่ีรู้จักกันโดยทั่วไปว่า ลายน้าไหลต้องผ้าฝ้ายมัดหมี่
ทอมอื บา้ นซบั ระวิง ของอาเภอครบรุ ี แหง่ เดียวเทา่ น้ัน

การประชาสัมพนั ธ์ผา้ ฝา้ ยมัดหมี่ทอมอื บา้ นซบั ระวิง

ประธานกลุ่มและเหรัญญิกกลุ่มผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิงได้เล่ารายละเอียดให้ฟังว่า การประชาสัมพันธ์
เริม่ แรกในปี พ.ศ. 2534 ยังไม่ได้ทาการประชาสัมพันธ์มากนัก เป็นเพื่อการประชาสัมพันธ์กันเองบอกต่อๆ แบบปากต่อปาก
ในกลุ่มท่ีซื้อผ้าเท่านั้น จนกระท่ังในปี พ.ศ. 2543 นางสาวสุนันทา วีระประดิษฐ์ นักวิชาการศึกษา สังกัดสานักงาน
ศกึ ษาธกิ ารอาเภอครบุรี ไดน้ าผ้าฝา้ ยมดั หมี่บา้ นซับระวงิ มาตัดเยบ็ และสวมใส่ไปทางาน และไดช้ ่ือว่าเป็นผู้ท่ีสวมใส่ผ้าฝ้าย
มัดหมี่ทอมือได้สวยงามท่ีสุดคนหนึ่ง เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเห็นว่าผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือตัดเย็บแล้ว
นามาสวมใส่มีความสวยงามมาก คุณครูในโรงเรียนต่างๆต่างเห็นก็บอกต่อและซ้ือผ้านาไปตัดเย็บสวมใส่บ้าง ซ้ือฝากบ้าง
จึงเป็นท่ีนิยมแพร่หลายในวงการครูในช่วงแรกๆ ต่อมาคุณศิริพร ชาติปฏิมาพงษ์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรี
อาเภอครบุรี คุณอมจิตร แซ่ลิ้ม อดีตนายกเทศมนตรีตาบลแชะ เร่ิมเข้ามาช่วยประชาสัมพันธ์และให้การสนับสนุน
ผ้าฝ้ายมัดหม่ีทอมือโดยการซื้อผ้า นาไปตัดเย็บสวมใส่มาทางานบ้าง ใส่ออกงานในสถานที่ต่างๆบ้าง มีการส่ังทอผ้า
ลวดลายและสีเดียวกัน เพ่ือให้กลุ่มสตรีแม่บ้านสวมใส่มาประชุมที่อาเภอเป็นทีมงานแลดูสวยงาม จนกระท้ังคุณศิริพร
ชาติปฏิมาพงษ์ ได้นาผ้าไปเผยแพร่ในตัวจังหวัดนครราชสีมา เมื่อครั้งดารงตาแหน่งสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครราชสีมา
และในฐานะภรรยาของอดตี นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ทาใหผ้ ้าฝา้ ยมัดหมีท่ อมอื บ้านซับระวงิ เร่ิมเปน็ ท่ี
ร้จู กั และเร่มิ นิยมกันมากขน้ึ โดยเฉพาะหน่วยงานส่วนราชการและโรงเรียนต่างๆ จะนาไปตัดเป็นแบบฟอร์มสาหรับสวมใส่



ทางานทกุ วนั ศุกรเ์ พ่อื เป็นการรว่ มสง่ เสรมิ ผลิตภัณฑข์ องทอ้ งถิ่นอีกทางหนึ่ง เม่ือถึงงานวันฉลองอนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารี
ประจาจังหวัดนครราชสีมา ที่จัดในช่วงเดือนมีนาคมเป็นประจาทุกปี กลุ่มได้นาผ้าฝ้ายทอมือไปออกร้านจาหน่ายภายใน
บรเิ วณงาน และจดั กจิ กรรมเดนิ แบบบนเวทโี ดยความอนุเคราะห์จากนายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัดนครราชสมี าสมัยนนั้
(นายวิทูร ชาติปฏิมาพงษ์) ซ่ึงถอื ว่าเปน็ ยุคที่เฟือ่ งฟูของผา้ ฝ้ายทอมอื อาเภอครบุรี ในช่วงต้ังแต่ปี พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา

การตลาดและแผนธุรกจิ

ด้านการตลาด สานกั งานพฒั นาชุมชนอาเภอครบรุ ี และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้เข้ามาให้คาแนะนา
ให้ความรูใ้ นเร่ืองการตลาดและการจดั ทาแผนธุรกิจในชว่ งหน่งึ กล่มุ ได้มอบหมายให้กรรมการและสมาชิกช่วยกันดูแลด้าน
การทาแผนธุรกิจ จานวน 3 คน ด้านการตลาดเดิมผ้าของกลุ่มไม่ได้ขายในตัวอาเภอครบุรี กลุ่มนาผ้าท่ีสมาชิกทอ
ไดท้ ั้งหมดไปจาหนา่ ยให้กับทางร้านธนกิจ อาเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เพียงแห่งเดียวแต่มีข้อแม้นว่าต้องซ้ือวัตถุดิบ คือ
เส้นด้ายจากทางร้านฯ เท่าน้ัน มีจานวนเท่าใดทางร้านฯ จะรับซ้ือทั้งหมด ปัญหาด้านการตลาดตั้งแต่เร่ิมจัดตั้งกลุ่ม
คร้ังแรกจึงไม่เป็นปัญหามากนัก แต่มีเพียงแห่งเดียวและผ้าท่ีจาหน่ายให้กับทางร้านฯ ไม่ได้ใช้ช่ือผ้าฝ้ายมัดหม่ีทอมือ
บา้ นซบั ระวงิ อาเภอครบรุ ี แตอ่ ยา่ งใด แต่กลับไปตรีตราเปน็ ผา้ ฝา้ ยทอมือธนกจิ ของจงั หวัดลพบรุ ีแทน จนกระทั่งกล่มุ ได้มี
การระดมทุนมีทุนพอที่จะรับซ้ือผ้าจากสมาชิก จึงได้หาตลาดขายผ้าของกลุ่มเพ่ิมข้ึนจากเดิม ผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือ
บ้านซับระวิง จึงเร่ิมเป็นท่ีรู้จักกันมากข้ึน ณ ปัจจุบันตลาดท่ีส่งผ้าเป็นประจา ได้แก่ ร้านค้าสหกรณ์ครบุรี จากัด
ร้านรุ่งทิวาผ้าทออาเภอครบุรี และรับใบสั่งจากส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชน โรงเรียนต่างๆ เพื่อนาไป
ตัดเยบ็ เปน็ แบบฟอร์มของแต่ละหน่วยงาน โดยมหาวิทยาลัยราชภฎั นครราชสีมา ไดอ้ อกแบบถุงบรรจผุ ลิตภัณฑ์ ออกแบบ
เคร่ืองหมายโลโก้เพ่ือเป็นสัญญาลักษณ์เคร่ืองหมายประจากลุ่ม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มดูดีมีราคา เป็นการเพ่ิมมูลค่า
ในทางอ้อม และทางสานักงานพฒั นาชมุ ชนได้ประชาสัมพันธ์ผ่านสอ่ื โดยลงเวบ็ ไซด์ เผยแพร่ใหเ้ ป็นทรี่ ู้จักในปจั จบุ ันมากข้ึน
การรับใบสั่งผ้า และการจาหน่ายผ้าสมาชิกกลุ่มจะมอบหมายให้ประธานกลุ่มและกร รมการที่ได้รับมอบหมาย
เปน็ ผู้รับผดิ ชอบ ทงั้ นเี้ พอื่ ให้การบรหิ ารจดั การที่ง่ายและสะดวกเนอ่ื งจากประธานกล่มุ สามารถตัดสินใจแทนสมาชิกทุกคน
ได้อย่างมีประสิทธภิ าพ

การจดั ทาบญั ชีรายรบั - รายจา่ ย

กลุ่มได้มีการจัดทาบัญชีรายรับ – รายจ่าย ในแต่ละเดือนไว้ในสมุดหน้าเดียวกันโดยแยกรายรับไว้ในหน้า
ด้านซ้าย และรายจ่ายไว้ในหน้าด้านขาว หากวันใดมีการซ้ือหรือการจาหน่ายผ้าเกิดข้ึน กลุ่มจะทาการลงบัญชีในวันที่มี
การทารายการไว้เป็นประจา และเมื่อถึงสิ้นเดือนในแต่ละเดือน จะสรุปค่าใช้จ่ายท่ีเกิดจากการดาเนินงานของกลุ่ม เดือนน้ี
มีรายรับท่ีเกิดจากการจาหน่ายผ้าจานวนก่ีผืน เป็นเงินก่ีบาท ด้านรายจ่ายจะสรุปยอดว่ามีรายจ่ายที่เกิดจาก
การดาเนินงานของกลมุ่ ในด้านต่างๆ อะไรบา้ งจะมรี ายละเอียด ซ่งึ จะสรปุ และจดั ทาบัญชีเป็นปัจจุบันทกุ เดอื น เมอ่ื ถงึ สิน้ ปี
กลุ่มโดยประธานกลุ่มจะเรียกประชมุ สมาชกิ เพ่อื แจง้ ยอดรายละเอยี ดรายรบั – รายจ่าย ให้สมาชิกรับทราบและแจ้งกาไร
ที่เกิดจากการดาเนินงานพร้อมการจ่ายเงินปันผลให้แก่สมาชิก การทาบัญชีของกลุ่มได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าท่ี
สานักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ เพ่ือยืนยันความเรียบร้อย ถูกต้อง และพร้อมให้สมาชิกตรวจสอบได้ทุกเวลา ส่วนเงินทุน
ในด้านอ่ืนท่ีกลุ่มมีอยู่จะทาในลักษณะเดียวกัน พร้อมการเปิดบัญชีสมุดเงินฝากในนามของกลุ่มไว้ที่ธนาคารออมสิน
สาขาครบรุ ี อาเภอครบุรี จงั หวัดนครราชสีมา

การจดั ตงั้ ศูนย์สาธติ การเรยี นรู้ หรือศนู ยเ์ รยี นรู้ชมุ ชน

ในชว่ งระยะเวลาหน่ึงเมื่อกลมุ่ ผา้ ฝา้ ยมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิง มีความเข้มแข็งและสามารถพึงตนเองได้ กลุ่มได้
ซื้อที่ดินในหมู่บ้านโดยใช้เงินงบประมาณของกลุ่มและได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตาบลลาเพียก
ในการก่อสร้างอาคารจัดตั้งศูนย์สาธิตการเรียนรู้ ประกอบด้วยตัวศูนย์ จานวน 1 หลัง และโรงเรือนสาหรับทอผ้าและ
เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ อีกจานวน 1 หลัง ปัจจุบันอาคารศูนย์สาธิตการเรียนรู้ของกลุ่มผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิง
แห่งนี้ ทางกลุ่มใช้เป็นสถานท่ีในประชุมกลุ่ม พัฒนาความรู้ ทักษะ และสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ด้านการท อผ้า



การผลิต การจาหน่าย การตลาด การพาณิชย์ และเป็นสถานท่ีสาหรับการฝึกปฏิบัติ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้แก่สมาชิก
และสมาชิกเครือข่าย

จานวนสมาชกิ ณ ปจั จบุ นั

ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิกท้ังหมด จานวน 66 คน มีโครงสร้างคณะกรรมการบริหารงานของกลุ่ม จานวน 11 คน
โดยมีนางหนม ซอดนอก เป็นประธานกล่มุ การเลือกประธานกลุ่ม และกรรมการบริหารงาน จะเลือกโดยสมาชิกทั้งหมด
และจะทาการเลือกใหม่ทุก 4 ปี ซึ่งนางหนม ซอดนอก จะได้รับการเลือกต้ังเป็นประธานทุกครั้งตั้งแต่จัดต้ังกลุ่มข้ึนมา
ยังไมม่ ีการเปลี่ยนประธานกลมุ่ แตอ่ ย่างใด สมาชิกกลา่ ววา่ ประธานเป็นผ้ทู ี่เสยี สละไม่คิดเร่อื งผลประโยชน์ส่วนตัว ทาเพ่ือ
ผลประโยชน์ของกลมุ่ และเปน็ ผูท้ ม่ี ีความซื่อสัตย์มภี าวะความเป็นผนู้ าที่ดี มคี วามสามารถในการประสานงาน แก้ไขปัญหา
และถา่ ยทอดความรูใ้ หแ้ กส่ มาชกิ เปน็ อยา่ งดี จงึ ไดร้ บั การไว้วางใจจากสมาชิก รวมระยะเวลาการดารงตาแหน่งถึงปัจจุบัน
20 ปี

การสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกกลุ่มจากการสอบถามผู้ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกของกลุ่มผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือ
บา้ นซับระวงิ วา่ จาเป็นหรือไมท่ ีจ่ ะต้องทอผ้าเปน็ ดว้ ย ไดร้ บั คาตอบว่าสมาชกิ ที่จะสมคั รเข้ามาเป็นสมาชกิ กลุ่มไมจ่ าเป็นต้อง
มคี วามรใู้ นการทอผ้ามากอ่ น เพยี งแตท่ าตามกติกาท่กี ลุ่มต้ังไว้ก็สามารถสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกกลุ่มได้ การทอผ้าค่อยมา
เรียนรภู้ ายหลงั ปัจจุบันกลุม่ มโี ครงสรา้ งคณะกรรมการบรหิ ารงาน ดงั รายช่ือดงั ต่อไปน้ี

1. นางหนม ซอดนอก อายุ 48 ปี ตาแหน่ง ประธานกลุม่
2. นางบวั เรอื น ผ่องพนู อายุ 44 ปี ตาแหนง่ รองประธานกล่มุ
3. นางสายทอง โตเสวก อายุ 45 ปี ตาแหน่ง ประชาสมั พันธ์
4. นางวันทอง กจิ สม อายุ 49 ปี ตาแหน่ง เหรัญญกิ
5. นางปราณี การบุญ อายุ 38 ปี ตาแหน่ง นายทะเบยี น
6. นางจิตลัดดา พวงสขุ อายุ 46 ปี ตาแหนง่ เลขานุการ
7. นางเตือนใจ กองเงนิ นอก อายุ 46 ปี ตาแหน่ง ปฏคิ ม
8. นางพเยาว์ ศรทอง อายุ 49 ปี ตาแหน่ง กรรมการ
9. นางทองมว้ น โนนนอก อายุ 48 ปี ตาแหน่ง กรรมการ
10. นางสารวย ไชยรัมย์ อายุ 45 ปี ตาแหนง่ กรรมการ
11. นางหนูจนี เตตะโกลัป อายุ 49 ปี ตาแหนง่ กรรมการ

องค์ความรู้หลักของกลุ่ม เป็นองค์ความรู้ที่เป็นต้นทุนทางปัญญา สมาชิกทุกคนจะมีองค์ความรู้ท่ีเป็น
องค์ความรู้หลักของกลุ่ม ความรู้ต่างๆ จะถูกฝังลึกอยู่ในหัวสมองของสมาชิกประกอบกับพรสวรรค์ของแต่ละคน
จนกลายเป็นปัญญายากท่ีจะลืม ความรู้หลักของกลุ่มจะเป็นในเร่ืองการเตรียมเส้นด้าย การออกแบบทาลายมัดหมี่
การแต้มสี การย้อมสี และการทอผ้า สมาชิกกลุ่มมีความเข้าใจ และสามารถกาหนดความรู้ในแต่ละเร่ืองแต่ละ
ข้นั ตอนได้เปน็ อย่างดี ซึ่งลักษณะการกาหนดองคค์ วามรู้หลกั ของกลมุ่ มดี งั นี้

(1) การเตรียมเส้นด้าย
เส้นด้ายกลุ่มไม่ได้ผลิตเองเนื่องจากไม่มีความชานาญในการผลิต และมีขั้นตอนการผลิตท่ียุ่งยาก กลุ่มจะ
ซ้ือเส้นด้ายจากร้านค้าที่ผลิตเส้นด้ายท่ีมีคุณภาพในจังหวัดสระบุรี เส้นด้ายกลุ่มเรียกว่า “เส้นด้ายฝ้าย” ซ่ึงมี
คุณภาพดี เส้นด้ายจะเรียบ เหนียว สะอาด ย้อมสีแล้วสีติดทนทาน สีไม่ตก ประธานกลุ่มจะเป็นผู้จัดหาเส้นด้าย
มาไว้ประจาศูนย์ เส้นด้ายที่ใช้ในการทอผ้าจะต้องเตรียมเส้นด้ายยืนและเส้นด้ายพุ่ง ซ่ึงเส้นด้ายท้ัง 2 ชนิดนี้จะมี
วิธีการเตรียมที่ไม่เหมือนกัน ทั้งอุปกรณ์ท่ีนามาใช้ก็มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเช่นกัน การเตรียมเส้นด้ายจะใช้
หลักการควบคุมคุณภาพและการลดต้นทุนการผลิตดูในเรื่องความเหมาะสม มีการดัดแปลงและเลือนแบบวัสดุ
อปุ กรณ์ เครื่องใชใ้ นบางชิ้นอาจทาขน้ึ มาเอง เพอื่ ความสะดวกในการนาไปใชง้ าน หางา่ ยและประหยดั



(1.1) การเตรียมเสน้ ด้ายยืน
การเตรียมเส้นด้ายยืน หรือท่ีเรียกอีกช่ือหนึ่งว่า เครือด้าย จะเริ่มด้วยการเดินเครือ การขึ้นเครือ และ
การเก็บตะกรอหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าการเก็บเขา การเดินเครือ เครือผ้าแต่ละเครือจะมีความยาว 100 เมตร
กว้าง 1 เมตร ใช้ด้ายเดินเครือท้ังหมด จานวน 20 ตั้ง (จะได้เครือผ้า 4 เครือ) ใช้แรงงานคนเดินเครือจานวน 1 คน
เดินกลับไปกลบั มาให้ได้ท้ังหมด 54 กลับ จานวน 20 เที่ยว จะได้จานวนเส้นด้าย 1,080 เส้น เม่ือเดินเครือด้าย
เสร็จแล้วนาเส้นด้ายไปร้อยใส่ฟันฟืม ต่อด้วยการข้ึนเครือผ้า ข้ันตอนนี้ต้องใช้แรงงานคนอย่างน้อย 2 คน กลุ่มจะ
ขน้ึ เครอื ผา้ เกบ็ เขา้ หวั ม้วนด้วยเคร่ืองจักร ขั้นตอนต่อไปคือการเก็บตะกรอ การเก็บตะกรอจะเป็นขั้นตอนที่ทายาก
ที่สุดในกระบวนการทอผ้า ซ่งึ แต่ละขัน้ ตอนและแตล่ ะวธิ ีการจะต้องใช้ความรู้ ความสามารถท่ีเกิดจากการปฏิบัติซ้า
แล้วซา้ เล่า บวกดว้ ยพรสวรรค์จนเกิดความชานาญ เกิดทักษะไดเ้ ป็นอย่างดี
กรรมการกลุ่มทุกคนสามารถเดินเครือผ้าและขึ้นเครือผ้าได้ แต่ไม่สามารถเก็บตะกรอได้ทุกคน สมาชิก
กลุ่มที่เก็บตะกรอได้มีเพียง 3 คน เท่านั้น ในขณะท่ีสมาชิกกลุ่มเครือข่ายบ้านหนองขนากเก็บตะกรอได้เพียงคน
เดียว สมาชิกเครือข่ายบ้านหนองจานไม่มีผู้เก็บตะกรอได้แม้แต่คนเดียว การเก็บตะกรอเป็นงานท่ียุ่งยากมากต้อง
ใช้ท้ังความจาใช้ทั้งสมาธิไม่เช่นน้ันอาจหลงต้องกลับมาเร่ิมต้นใหม่ ด้ายแต่ละเครือใช้เวลาในการเก็บตะกรอหน่ึง
วันเต็มๆ หรือบางเครือใช้เวลาในการเก็บถึงสองวันก็มี และนอกจากนี้เครือผ้าแต่ละเครือจะมีวิธีการเก็บตะกรอที่
ไมเ่ หมือนกนั ทงั้ นีข้ ้นึ อยู่ที่ว่าผเู้ กบ็ ตะกรอจะเก็บลายอะไรดว้ ย
การเตรียมเครือผ้า ลักษณะการจัดการความรู้ในเร่ืองนี้ คือ กลุ่มจะเป็นผู้จัดการขึ้นเครือผ้าให้สมาชิก
ท้ังหมด เพื่อความรวดเร็วในการทอผ้าโดยคิดค่าแรงและค่าวัสดุในการข้ึนเครือแต่ละคร้ัง เครือละ 3,200 บาท
เก็บตะกรอจานวน 4 ตะกรอ ความยาว 100 เมตร แต่ถ้าต้องการเก็บตะกรอมากกว่า 4 ตะกรอ จะเพิ่มค่าเก็บ
ตะกรออกี ตะกรอละประมาณ 500 บาท

(1.2) การเตรยี มเส้นด้ายพงุ่
การเตรียมเส้นด้ายพุ่ง พบว่าเส้นด้ายพุ่งจะมี 2 อย่าง มีท้ังการมัดหม่ี คือ ส่วนที่เป็นลายผ้าหรือ
ลาย มัดหม่ี และท่ีไม่มัดหม่ี คือ ผ้าที่เป็นสีผืนสามารถนาด้ายโคนสีท่ีย้อมสีแล้วนาไปปั่นหลอดแล้วนามาทอได้เลย
โดย ไม่ต้องผ่านกระบวนการใดๆ แต่ถ้าต้องการจะมัดหม่ีทาลวดลายบนผืนผ้าจะต้องเตรียมเส้นด้ายพุ่งโดยผ่าน
กระบวนการในการมัดหมี่ แล้วจึงนาไปย้อมสีหรือหากต้องการสีบนผืนผ้ามากกว่าสองสีก็จะต้องทาการแต้มสีแล้ว
ทาการโอบสีที่แต้มไว้ก่อนจึงนาด้ายนั้นไปย้อมสี เพ่ือป้องกันไม่ให้สีท่ีต้องการจะย้อมซึมเข้าไปหาสีที่แต้ม ซึ่งการ
เตรียมเส้นด้ายพุ่งท่ีเป็นลายมัดหม่ีจะมีข้ันตอนการเตรียมและมีกระบวนการทาท่ียุ่งยากเหมือนเตรียมเส้นด้ายยืน
และอุปกรณท์ ่นี ามาใชก้ จ็ ะแตกต่างกนั ไปโดยสน้ิ เชงิ เชน่ กนั ซึง่ มวี ิธีการทาดงั นี้

(1) การมดั หมหี่ รือการทาลวดลายบนผืนผ้า
การมัดหมเ่ี ปน็ การทาลวดลายผ้าบนผืน เป็นอีกองค์ความรู้หนึ่งที่ได้ ถูกถ่ายทอดความรู้มาจากปู่
ย่า ตา ยาย แม่ และเพ่ือนๆสมาชิกกลุ่ม โดยผู้รับการถ่ายทอดต้องเข้าใจในกระบวนการของการมัดหม่ีและ
การออกแบบการทาลวดลายบนพื้นผ้าเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังอาจต้องอาศัยเทคนิคเฉพาะท่ีได้รับการถ่ายทอด
องค์ความรู้ในด้านนีท้ ่ีเกดิ จากการปฏบิ ัตใิ หเ้ ห็นจริงและเกิดจากประสบการณ์ตรงเท่านั้น จึงจะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง
ถงึ ความรู้ ความสามารถท่ไี ดร้ ับถือเป็นภูมคิ วามรู้ท่ีเกิดจากภูมิปัญญาท้องถ่ินของชาวบ้านอย่างแท้จริง และเป็นวิถี
ชีวิตท่ีเกิดข้ึนในชุมชนแต่ละคนท่ีต้องเข้าใจได้เองว่าการมัดหม่ีแบบนี้ลายท่ีได้จะเป็นลายอะไร เป็นความรู้ที่นับว่า
เปน็ พรสวรรคข์ องผปู้ ฏบิ ัติ ซ่งึ ไมส่ ามารถอภิปรายให้บคุ คลอ่ืนเข้าใจได้ทั้งหมด ถ้าจะให้เข้าใจในภูมิปัญญาน้ีอย่างดี
ยิ่งสิ่งท่ีจะทาได้คือ การได้ลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริงเป็นการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรง จึงจะเกิดปัญญาและเกิด
ความเข้าใจอย่างแท้จรงิ ดว้ ย
ขน้ั ตอนการผลิตผืนผ้าไม่ว่าจะผลิตท่ีไหน จังหวัดไหน ภาคไหนๆ ข้ันตอนการผลิตคงจะเหมือนๆ
กันหรอื คล้ายๆ กันในเกือบทุกกระบวนการ แต่จะมีความแตกต่างกันตรงสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน ของ
ท้องถิ่นทท่ี าให้ความคล้ายกันจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้างหรืออาจจะแตกต่างกันโดยส้ินเชิงก็ได้ การสร้างสรรค์ท่ี



เป็นเอกลักษณ์ของแตล่ ะท้องถ่ินแสดงออกถึงศิลปกรรมพ้ืนบ้านเป็นการแสดงออกถึงวัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้านที่
แสดงถงึ เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน ทาให้ผ้าแต่ละท้องถ่ินมีลวดลายการมัดหมี่ที่ไม่เหมือนกัน จึงถือได้ว่า
ข้ันตอนในการเตรียมเส้นด้ายพุ่ง การทาลายมัดหม่ีท่ีวาดลวดลายลงบนพื้นผ้าน้ีมีความสาคัญมากที่สุด เพราะนั้น
หมายถึงการนาเอาวัฒนธรรม วิถีชีวิตในแต่ละท้องถ่ินใส่ลงไปในลายมัดหม่ีทาให้ผ้าทอแต่ละแห่งจะมีเอกลักษณ์
เฉพาะนอกเหนอื จากการมีคุณภาพ สีสัน ความสวยงาม ความประณีต ดูดีมีราคา ส่วนมูลค่าของผลิตภัณฑ์จะมาก
หรือน้อยคงต้องพิจารณากันที่ ความละเอียด ความงามของลวดลายการออกแบบที่จะมีความแตกต่างกัน ส่วน
องค์ประกอบด้านอ่ืนๆ คงต้องนามาพิจารณากันอีกที่ อย่างผู้มีเช่ียวชาญด้านผืนผ้าหากจับผ้าผืนไหนมาเห็น
ลวดลายบนผ้าอาจทราบไปถึงแหล่งทีม่ าของผา้ ผนื น้ันกไ็ ด้

ผ้าฝ้ายมัดหม่ีทอมือบ้านซับระวิงก็เช่นกัน เดิมลวดลายการมัดหม่ีจะมัดหม่ีทาลายตามที่ได้รับ
การถ่ายทอดมาจาก แม่ จากเพื่อนสมาชิกเป็นลายมัดหม่ีพื้นๆ ลายข้าวหลามตัด ลายดอกแก้ว ลายโคมห้า หรือ
ลายธรรมดาๆ ที่มีทั่วๆ ไป แต่เม่ือนาความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์มาประยุกต์ใช้เข้าด้วยกันมีการพูดคุยแลกเปลี่ยน
ความรู้แก่กัน พัฒนาลวดลายอยู่ตลอดเวลา จึงเกิดลายๆ ใหม่และกลายเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มที่ได้คิดค้นมาเอง
คือ ลายน้าไหล ซึ่งเป็นลายท่ีสร้างชื่อเสียงให้กับผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมืออาเภอครบุรี ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
จนถึงทุกวันน้ี องค์ความรู้ในเรื่องการเตรียมเส้นด้ายพุ่ง พบว่าสมาชิกกลุ่มทุกคนเป็นผู้ที่มีความรู้ มีความสามารถ
ในทุกขั้นตอนของการออกแบบลวดลาย ทั้งการมัดหมี่ การแต้มสี การย้อมสี ได้เป็นอย่างดีย่ิง หรือแม้นแต่แค่ได้
เห็นลายผ้าที่ผ่านตาเพียงคร้ังเดียว สมาชิกก็สามารถที่จะลงมือมัดหมี่ออกแบบลวดลายให้เหมือนได้ ถือว่าเป็น
พรสวรรค์ที่สมาชิกกลุ่มมีอยู่ในตัวเพียงแต่นาความรู้ท่ีได้รับมา มาใส่ผสมเพิ่มอีกนิดจะกลายเป็นความรู้ใหม่
กลายเปน็ ภูมิปญั ญาท่ีจะฝังลึกอยใู่ นตวั สมาชิกตลอดไป

การทอผา้
การทอผ้า เป็นการใช้หลักคิดในการทอเบื้องต้นง่ายๆ คือ การนาเส้นด้าย 2 เส้น ประกอบด้วย
เส้นด้ายยืนและเส้นด้ายพุ่งมาสานขัดกัน แล้วทอให้เกิดเป็นผืนผ้า โดยเส้นด้ายพุ่งและเส้นด้ายยืนอาจจะเป็นสี
เดียวกนั หรอื ต่างสีกนั ก็ได้ (ตามทไ่ี ด้กลา่ วไว้ในเร่อื งของการทาลายผา้ และการมัดหม่)ี
การทอผ้าเป็นการสร้างงานหัตกรรมที่ผู้ทอหรือผู้ทาจะต้องมีใจรัก มีใจชอบ บวกเพ่ิมมาด้วย
ผู้ทอผ้าอาจมีเหตุผลมากมายในการเข้ามาทอผ้า เช่น บางคนทอผ้าเพราะใจรัก ชื่นชอบในความงดงามของผืนผ้า
โดยการสร้างสรรค์คุณค่างานท่ีเรารักลงบนผืนผ้า บางคนทอผ้าเพราะเป็นอาชีพที่ต้องทา หรือเป็นอาชีพด้ังเดิม
ของพ่อ แม่ ท่ีต้องรักษาไว้เพ่ือเป็นมรดกตกทอด หรือทอเพราะต้องการเงินเน่ืองจากมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ
ทอเพราะรายได้ท่ีได้จากการทอผ้าสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อีกระดับหนึ่ง ท้ังนี้จะทอด้วย
สาเหตุ ใดก็ตาม ต่างก็มีความมุ่งมั่นท่ีจะสร้างสรรค์งานทอของตนให้ออกมาดูดี มีราคา มีมูลค่าเพิ่มในตัวของมัน
ทุกราย ย่ิงผู้ทอใสใ่ จมากเท่าใด ผ้าผนื นนั้ ก็ยิ่งจะมีคณุ คา่ ทางจิตใจมากยง่ิ ขนึ้
ปัจจุบันสมาชิกกลุ่มผ้าฝ้ายมัดหม่ีทอมือบ้านซับระวิง เป็นมีทักษะ มีความชานาญ ในการทอผ้า
ได้อย่างดีย่ิง เพียงการน่ังกี่และใช้มือขวากระตุ๊กกระสวยเพ่ือให้เส้นด้ายพุ่งวิ่งตามรางผ่านเส้นด้ายยืน
ในขณะเดยี วกนั สายตาจะจับจอ้ งอย่ทู ห่ี ลอดด้ายที่ว่ิงไปพร้อมกับกระสวย ส่วนเท้าทั้งสองข้างจะเหยียบไม้สับตะกรอ
เพ่ือให้ตะกรอยกสลับเส้นด้ายยืนขึ้น - ลง มือซ้ายจับฟืมดึงกระทบเข้าหาตัวผู้ทอ สมองจะส่ังการให้ทุกส่วนของ
ร่างกายทางานในเวลาเดียวกัน และพร้อมกันอย่างสม่าเสมอในทุกๆ เส้นด้ายพุ่งท่ีวิ่งตามรางกระสวยเป็นจังหวะ
ทั้งเสียงท่ีไพเราะและสม่าเสมอ แต่ถึงแม้นว่าผู้ทอจะมีความชานาญปานใดก็ตาม สมาชิกหนึ่งคนจะทอผ้าท่ีเป็น
ลายมัดหมไี่ ด้เพียงวันละ 4 เมตร ถ้าเป็นสีพื้นจะอาจจะถึง 6 เมตร หรืออาจจะน้อยกว่า หากมากไปกว่าน้ีร่างกาย
คงไมไ่ หวเช่นกนั
(2) กท่ี อผ้า
ก่ีทอผ้าเป็นองค์ประกอบหลักที่สาคัญยิ่งกว่าอุปกรณ์อย่างอ่ืน อีกท้ังราคาก็แพง และถ้าหากมี
แล้วคงจะต้องดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดีเพ่ือใช้ให้คุ้มกับราคาที่ซ้ือมา ก่ีทอผ้าส่วนใหญ่จะไปซ้ือที่อาเภอปักธงชัย

๑๐

ทาจากไม้เน้ือแข็งและจะมีองค์ประกอบมากมาย ท้ังน้ีก่ีแต่ละตัวจะมีความผูกพันกับผู้ท่ีเป็นเจ้าของอย่างลึกซ้ึง
ซ่งึ ไม่สามารถบรรยายความรู้ลกึ นัน้ ได้ อย่างที่สมาชิกได้พูดคุยกันว่า “ก่ีใครก้อก่ีมันทอก่ีคนอื่นมันไม่ถนัด เหมือน
กี่ทเ่ี ราน่งั ทอทุกวนั มันรูใ้ จกันแลว้ ”

จากองค์ความรู้ในเร่ืองการเตรียมเส้นด้าย การทาลายมัดหมี่ การย้อมสี สุดท้ายจบลงที่การทอ
พบวา่ สมาชิกกลุม่ ผ้าฝา้ ยมดั หมีท่ อมอื บ้านซบั ระวิง เป็นผู้ท่ีมีความรู้ มีความสามารถ มีทักษะ มีความชานาญเป็นอย่างดียิ่ง
ทั้งน้ีการเรียนรู้เกิดจากการได้ลงมือปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน ทุกกระบวนการ เป็นการเรียนรู้อย่างแท้จริงที่เกิดจาก
ประสบการณ์ตรง จนเกิดเป็นความรู้ที่ถูกส่ังสมฝังลึกกลายเป็นปัญญาที่ฝังอยู่ในตัวบุคคลยากท่ีจะลืม การทอผ้า
กเ็ ชน่ กัน สมาชกิ ผ้าฝา้ ยมดั หม่ีทอมือบ้านซับระวิงบางคนเรียนรู้มาเป็นระยะเวลาเกือบ 30 ปี บางคนอาจมากกว่า
อันเนื่องจากความคุ้นเคยกับการทอผ้ามาต้ังแต่สมัยเด็กๆ ที่ช่วยแม่ทอ การเรียนรู้บางคนสามารถเรียนรู้ได้ภายใน
วันเดียว แต่ในทางทักษะและความชานาญจาเป็นต้องอาศัยการสั่งสมจากประสบการณ์ เวลา บวกด้วยพรสวรรค์
การแสวงหา การใฝ่รู้ และที่สาคัญ ต้องทาด้วยใจรัก ใจชอบ มีความอดทนสูง เพราะกว่าจะทอพุ่งเส้นด้ายให้ได้
ในแต่ละเส้น เส้นแล้วเส้นเล่า ในแต่ละผืนให้ออกมาเป็นผืนผ้าที่สวยสดงดงาม มากด้วยคุณค่า ผู้ทอต้องใส่ใจกับ
เส้นด้ายทุกเสน้ ไม่รู้เท่าใดตอ่ เท่าใด

องค์ความรู้ที่เกิดข้ึนในกลุ่มสมาชิก เป็นองค์ความรู้ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากการเรียนรู้ที่ถูกถ่ายทอด
ความรู้จากการสอนของ ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ และองค์ความรู้อีกส่วนหนึ่งเกิดการถ่ายทอดจากเพื่อนสู่เพื่อน
หรอื จากกลมุ่ สมาชิกดว้ ยกนั เองเป็นองคค์ วามรู้ท่เี กิดขึ้นโดยปัญญาชนทีเ่ ป็นภมู ิปญั ญาชาวบ้านอย่างแทจ้ ริง

ภาพแสดงเสน้ ดา้ ยทีใ่ ชส้ าหรับนาไปทอเป็นผา้ สพี ้นื

ภาพแสดงเส้นดา้ ยสาหรับนาไปคนดา้ ย เพื่อการมดั หม่ี

ภาพแสดงเสน้ ด้ายยืนสาหรับใช้ขน้ึ เครือผ้า

๑๑

ลกั ษณะพเิ ศษหรือเอกลกั ษณ์ของงานช่างฝมี อื ดั้งเดิม
คุณสมบัติที่โดดเด่นของผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิงมีคุณสมบัติ คือ มีสีสดใส และสวยงาม ไม่ยืด
ไมห่ ด สไี ม่ตก สวมใส่สะบายไม่รอ้ นไมร่ ะคายผิว การดูแลรักษาง่าย การซักรีด ไม่ยุ่งยากเหมือนผ้าไหมหรือผ้าชนิด
อื่นๆ ในขณะท่ีสวมใส่ถ้าไม่สังเกตบางคนอาจมองดูและเข้าใจว่าเป็นผ้าไหม ที่สาคัญมีราคาถูก จึงเป็นที่นิยม
เพ่ิมข้ึนเรื่อยๆ จากคุณสมบัติท่ีโดดเด่นของผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิง ทาให้ได้รับการคัดสรรค์ผลิตภัณฑ์
จากสานกั งานพัฒนาชมุ ชนอาเภอครบุรี ใหเ้ ป็นสินคา้ OTOP ของอาเภอครบุรี และไดม้ กี ารปรับลวดลาย

๑๒

เพ่ิมคุณภาพของผ้าอยู่เสมอ โดยได้รับการแนะนาจากสานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอครบุรี เรื่อยมาจนกระทั่งในปี
พ.ศ. ๒๕๔๖ กลุ่มได้ส่งผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายมัดหม่ีทอมือเข้าร่วมคัดสรรในประเภทผ้าและเคร่ืองแต่งกาย ได้รับการคัดสรร
ในระดับ ๓ ดาว จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นระยะเวลา ๔ ปี ติดต่อกัน และในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๕๓ ได้รับการคัดสรร
ในระดับ ๔ ดาว ซ่ึงคาดว่าในอนาคตหากได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากหน่วยงานราชการในด้านต่างๆ
เพ่ือการเพ่ิมมูลค่าในตัวสินค้าการผลิตผ้าฝ้ายมัดหม่ีทอมือทั้งในด้านคุณภาพ สีสัน ราคา การออกแบบเพื่อการพัฒนา
ลวดลาย การเพ่ิมคุณสมบัติพิเศษท่ีมีอยูเดิม เช่ือว่าผ้าฝ้ายมัดหมี่ทอมือบ้านซับระวิงอาจจะได้รับการคัดเลือก
ใหเ้ ป็นสุดยอดผลติ ภณั ฑ์ดีเด่นของอาเภอครบุรี และในอนาคตอันใกล้นี้หากมีการบริหารจัดการและได้รับการดูแล
ในส่วนของแรงงานเพื่อการผลติ รวมท้ังองค์ประกอบอ่ืนๆในการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์เพ่ือให้ผลิตภัณฑ์ได้รับ
การคดั สรรในระดับ ๕ ดาว เพื่อใหเ้ ป็นของฝากทชี่ ื่นชอบ หรอื หากจะนามาตัดเย็บสวมใสเ่ องก็ดูงามตา สวยงามย่งิ นกั

วิธีการมัดหมเี่ ปน็ การออกแบบลวดลายศิลปะลงบนพ้ืนผ้าของกล่มุ ผา้ ฝ้ายมดั หม่ีทอมือบา้ นซบั ระวงิ โดยใชโ้ ฮงขงึ
เสน้ ดา้ ยให้ตงึ

วธิ ีการแตม้ สี การโอบสขี องกลุ่มผา้ ฝ้ายมดั หมท่ี อมือบา้ นซับระวิง

๑๓

ผืนผา้ ทีท่ อเสรจ็ แลว้ ของสมาชิกเครอื ขา่ ยของบา้ นหนองจานและบา้ นซบั ระวงิ ตาบลลาเพยี ก

๑๔

วิธกี ารนาผ้าของของสมาชิกเครือข่ายของบ้านหนองจานและบ้านซับระวงิ มาดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ
และนามาผลติ เปน็ สินค้าหน่ึงตาบลหน่งึ ผลิตภณั ฑ์ เช่น ผา้ ม่าน ผ้าปูโตะ๊ กล่องเอนกประสงค์

๑๕

ในปี พ.ศ.2535 สานักงานศึกษาธิการอาเภอครบุรี โดยนางสาวสุนันทา วีระประดิษฐ์ นักวิชาการศึกษา
(ปัจจุบันดารงตาแหน่ง นักวิชาการวัฒนธรรมชานาญการ สังกัดสานักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา ปฏิบัติหน้าท่ี
ประจาอาเภอครบุรี) ได้จัดทาโครงการพัฒนาศักยภาพการทอผ้าของกลุ่มสตรีบ้านซับระวิง เพ่ือสนับสนุนส่งเสริมให้
สมาชกิ ไดพ้ ฒั นาการสรา้ งลวดลายผ้าและพัฒนาการทอใหไ้ ด้คณุ ภาพและมาตรฐาน

๑๖

ผา้ ฝา้ ยมดั หม่ที อมือครบรุ ี.....สเู่ วทกี ารประกวดนางสาวไทย ประจาปี 2556

๑๗

๑๘

กจิ กรรมการเดินแบบผา้ ฝ้ายมัดหมที่ อมอื บ้านซบั ระวงิ ในงานสตรสี มั พนั ธ์ ปี 2557

๑๙

๒๐

การจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ ผ้าฝ้ายมัดหม่ีทอมือบา้ นซบั ระวงิ ให้เป็นท่รี ู้จกั และแพรห่ ลาย

๒๑

๒๒


Click to View FlipBook Version