The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 1 ความหมายและความสำคัญของสารชีวภาพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วรรณวิภา โคตัน, 2019-06-05 00:02:35

บทที่ 1 ความหมายและความสำคัญของสารชีวภาพ

บทที่ 1 ความหมายและความสำคัญของสารชีวภาพ

บทที่ 1
ความหมายและความสาคญั ของสารชวี ภาพ

วรรณวิภา โคตัน
วทิ ยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสงขลา

2

บทที่ 1

ความหมายและความสาคญั ของสารชวี ภาพ

สาระสาคญั

ประเทศไทยมกี ารนาสารเคมที างการเกษตรมาใช้เปน็ จานวนมาก และมแี นวโนม้ เพิ่มข้ึน
เรือ่ ยๆ จนส่งผลกระทบตอ่ สุขภาพของประชาชน เศรษฐกจิ ชุมชน และสง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งกว้างขวาง
เพ่ือใหเ้ กดิ ความมัน่ คงด้านอาหาร รฐั บาลจงึ มีนโยบายสนับสนนุ การใช้เทคโนโลยีการผลติ ทเ่ี ปน็ มติ ร
ต่อส่ิงแวดลอ้ มใหแ้ กเ่ กษตรกรอย่างต่อเน่ืองทว่ั ถงึ และไดก้ าหนดแนวทางการเพ่มิ ประสทิ ธภิ าพและ
ศักยภาพการผลติ ทางการเกษตร โดยการควบคมุ และกากบั ดแู ลใหม้ กี ารนาเข้าสารเคมีทางการเกษตร
ทีไ่ ด้มาตรฐาน รวมท้งั สนบั สนุนการใช้สารชวี ภาพในการผลติ พืชใหม้ ากข้นึ เพ่ือลดตน้ ทนุ การผลิต
สร้างความปลอดภยั ตอ่ สขุ ภาพของผผู้ ลิตและผบู้ รโิ ภครวมทงั้ ลดผลกระทบตอ่ สงิ่ แวดล้อม

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายความหมายของสารชวี ภาพได้
2. อธิบายความสาคญั ของสารชีวภาพด้านตา่ งไดๆ้
3. อธิบายสถานการณ์การใช้สารเคมีทางการเกษตรได้
4. อธิบายผลกระทบที่เกดิ จากการใช้สารเคมีทางการเกษตรได้
5. บอกประโยชนข์ องสารชวี ภาพได้
6. ศึกษาสภาพปญั หาการใช้สารชีวภาพทางการเกษตรในชมุ ชนได้
7. มเี จตคติท่ีดีตอ่ การใช้สารชวี ภาพ และมีกจิ นิสัยในการทางานดว้ ยความรับผิดชอบ ขยันและอดทน

การเพิ่มขึน้ ของประชากรโลกทาใหค้ วามต้องการอาหารเพม่ิ ขึน้ ในขณะทีพ่ ื้นทีส่ าหรับทา
การเกษตรลดนอ้ ยลง เนอื่ งจากการขยายพ้นื ท่ขี องทอี่ ยู่อาศัย พาณิชยกรรม และภาคอุตสาหกรรม
ดงั นนั้ เพือ่ ผลติ อาหารให้เพียงพอกับความต้องการของประชากร สารเคมที างการเกษตรจึงเป็นปจั จัย
สาคญั ที่เกษตรกรนามาใช้ในการเพมิ่ ปริมาณและคณุ ภาพของผลผลิต การใช้ป๋ยุ เคมี และสารกาจดั
ศัตรูพืชในปรมิ าณท่ีสูงทาให้เกิดสารพษิ ตกคา้ งในดิน นา้ และอากาศ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของ
เกษตรกรและเกดิ ปัญหาสงิ่ แวดลอ้ ม

ประเทศไทยเป็นผู้ผลติ และส่งออกสินค้าเกษตรทส่ี าคญั ของโลก จาเปน็ ต้องคานึงถึงความ
ปลอดภยั ของผลผลติ ที่ไปสู่ผู้บรโิ ภค ซ่งึ ปจั จุบนั ผู้ผลติ และผู้บรโิ ภคให้ความสาคญั ต่อสุขอนามยั
ความปลอดภัย และมลพษิ ส่งิ แวดลอ้ มมากข้ึน ในขณะเดยี วกนั การสง่ ออกผลผลติ ทางการเกษตร
หลายชนดิ ถูกกดี กันทางการคา้ จากประเทศคู่ค้าเนือ่ งจากมีสารพษิ ตกคา้ งเกินกว่ามาตรฐาน และในปี
พุทธศักราช 2547 รฐั บาลไทยได้ประกาศให้เปน็ ปแี ห่งอาหารปลอดภัย ทาใหเ้ กษตรกรลดการใช้
สารเคมี โดยใช้สารจากธรรมชาติทดแทน เช่น การใช้สารสกัดชีวภาพจากการหมกั พืชสมนุ ไพรต่าง
และใช้ศตั รูธรรมชาติมากขน้ึ

ดังน้นั ความสาคัญและประโยชน์ของสารชวี ภาพจะนาไปสู่ความปลอดภัยในอาหาร และ
ความต้องการพฒั นาครัวไทยไปสูค่ รัวโลก ทาใหเ้ กิดผลิตภัณฑส์ ารชีวภาพหลายชนดิ จาหนา่ ยใน
ท้องตลาด ซึ่งมกั กลา่ วอ้างถงึ คณุ ประโยชน์ และจาหนา่ ยในราคาแพงโดยไม่มีหนว่ ยงานรบั รอง จงึ มี

บทที่ 1 ความหมายและสาคญั ของสารชวี ภาพในงานผลติ พชื

3

ความจาเป็นตอ้ งเรียนร้เู กย่ี วกับสารชวี ภาพในงานผลติ พืช เพื่อทาใหเ้ ข้าใจได้ถกู ต้อง และสามารถ
นาไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชพี ได้อย่างเหมาะสม ไม่ตกเปน็ เครอ่ื งมอื ในการถูกหลอกขาย
สินค้าทีม่ ีราคาแพงเกนิ ควร

ความหมายของสารชีวภาพ

จากการค้นควา้ ขอ้ มูลเก่ยี วกับความหมายของคาศัพทส์ าคญั ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั สารชวี ภาพ มีดงั นี้

1. สารชวี ภาพ (biological material) หมายถงึ สารประกอบของจุลินทรยี ์ที่มชี ีวิตและ
หรือ สารอนิ ทรีย์ท่ไี ด้จากพืช สตั ว์ จลุ นิ ทรีย์ ทีส่ ามารถนาไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์กบั มนษุ ยแ์ ละ
ส่งิ แวดล้อม (สดุ ใจ เกตเุ ดชา, 2551: 10)

2. ผลติ ภัณฑ์สารชวี ภาพ หมายถงึ ผลติ ภัณฑ์จากธรรมชาติที่มีเชอ้ื จลุ นิ ทรีย์เปน็
องคป์ ระกอบหลกั และสาคญั เมอ่ื ใส่ให้กบั พชื จุลินทรยี ์น้ันสามารถทางานส่งเสริมคณุ ภาพและสขุ ภาพ
ของพืชโดยตรง (สดุ ฤดี ประเทอื งวงศ์, 2549: 8)

3. ชีวภณั ฑ์ (bioproduct หรือ biological product) หมายถึง ชวี ินทรีย์ ได้แก่ รา
แบคทเี รยี ไวรัส ไส้เดือนฝอย และแมลงศัตรพู ืชธรรมชาตใิ ชเ้ ป็นสารควบคมุ โรคและแมลงศตั รูพชื เพอ่ื
ลดหรือทดแทนสารปอ้ งกันกาจดั ศัตรพู ชื โดยจะต้องเป็น ชวี ภัณฑท์ ่มี คี วามปลอดภัยต่อมนษุ ย์และสัตว์
รวมทัง้ สภาพแวดลอ้ ม และสามารถผลิตขยายปริมาณได้มากพอเพียงต่อการนาไปใชป้ ระโยชน์ (สานัก
พัฒนาคณุ ภาพสินคา้ เกษตร, ม.ป.ป.: 1)

4. เทคโนโลยีชีวภาพ (biotechnology) คอื เทคโนโลยที ่ีเกิดจากการนาเอาสง่ิ มชี วี ิตหรอื
ชิ้นสว่ นของสิ่งมีชีวติ มาพัฒนา เพื่อกอ่ ให้เกิดกระบวนการเปลย่ี นแปลงทางเคมีและทางชวี ภาพ ส่งผล
ใหเ้ กดิ กระบวนการสรา้ ง กระบวนการทาลาย หรอื การก่อใหเ้ กิดสิง่ ใหมข่ นึ้ เปน็ การใชส้ งิ่ มีชีวติ ในการ
แก้ปัญหาหรือสร้างผลิตภณั ฑ์ทม่ี ปี ระโยชน์ (ยงยทุ ธ ยทุ ธวงศ์, 2533: 206; นิตย์ศรี แสงเดือน และ
สัมพนั ธ์ คัมภริ านนท์, 2549: 2)

5. วิธีการกาจดั แมลงทางชีวภาพ (biological control) เปน็ วธิ ีการปอ้ งกนั กาจัดแมลง
ดว้ ยสิง่ ท่ีมชี ีวิต โดยมนษุ ยม์ ีสว่ นช่วยให้ส่ิงทมี่ ชี วี ติ ท่จี ะใช้ป้องกัน และกาจดั แมลงนัน้ ไดข้ ยาย หรือเพิ่ม
จานวนมากขึน้ กว่าปกติ ส่งิ ทม่ี ีชวี ิตดงั กล่าวอาจเปน็ เชอื้ ไวรสั บัคเตรี เชอ้ื รา แมลงตวั หา้ และตัวเบียน
การป้องกัน และกาจดั แมลงโดยวิธนี ี้ ถา้ ทาได้สาเรจ็ จะช่วยรักษาดลุ ธรรมชาตไิ วไ้ ด้ดว้ ย (ชเู กียรติ
อิถรชั ต์ และ นาค โพธแิ ทน่ , 2520: 100)

6. การจัดการโรคพืชดว้ ยวธิ ีชวี ภาพ หมายถงึ การควบคุมโรคโดยวธิ ีธรรมชาติ หรอื
เลียนแบบธรรมชาติ เปน็ การนาเอาสง่ิ มชี วี ิตหรอื เชื้อจลุ นิ ทรียท์ ่ีเรียกว่า สง่ิ มีชวี ติ ปฏปิ ักษ์ หรอื
เชอ้ื จุลนิ ทรีย์ปฏิปกั ษท์ ม่ี อี ยู่ในธรรมชาติ (เรยี กรวมๆ วา่ “เชื้อปฏปิ กั ษ์”) มายบั ย้งั การเจรญิ เตบิ โตหรือ
ทาลายเชือ้ โรคพชื ไม่ใหท้ าอนั ตรายต่อพชื (นพิ นธ์ ทวีชัย, 2553:136)

จากความหมายทกี่ ล่าวมานี้ จงึ อาจสรปุ ไดว้ ่า สารชวี ภาพในงานผลิตพืช หมายถงึ สารทไี่ ด้
จากส่งิ มชี วี ิตหรอื ช้นิ สว่ นของส่ิงมชี วี ิต ได้แก่ พืช สตั ว์ และจลุ ินทรีย์ เพอื่ นามาใช้ในการผลติ พืช ใน
การสง่ เสริมการเจริญเติบโตของพืช สง่ เสรมิ คณุ ภาพ และสขุ ภาพของพชื โดยตรง ซ่ึงสารเหลา่ น้ีจะ
สลายตวั ไดเ้ องในธรรมชาติโดยใช้กระบวนการทางชวี ภาพทาใหไ้ ม่มพี ษิ ตกคา้ ง

บทที่ 1 ความหมายและสาคัญของสารชวี ภาพในงานผลิตพชื

4

ความสาคัญของสารชีวภาพในงานผลติ พชื ทม่ี ตี อ่ เศรษฐกิจพอเพยี ง

1. ความสาคัญของสารชวี ภาพในงานผลติ พืชทมี่ ีต่อเศรษฐกิจพอเพยี ง

เศรษฐกจิ พอเพยี งเป็นปรชั ญาทีพ่ ระบาทสมเด็จพระ

เจ้าอยหู่ ัวทรงพระราชทานในวโรกาสเฉลมิ พระชนมพรรษา ในปี

พุทธศกั ราช 2540 เพอื่ เป็นแนวทางในการดา เนินชีวติ และวิถี

ปฏิบตั ินาสู่ความสมดลุ อนั ส่งผลให้มคี วามสุขอยา่ งยงั่ ยนื โดยมี กจิ กรรมสรา้ งสรรค์
องค์ประกอบสาคัญ 3 หว่ ง 2 เงอ่ื นไข และ 4 สมดุล ดังแสดงใน
ภาพท่ี 1.1 ดงั น้ี 1. แบง่ กลมุ่ 3-4 คน ตามขอ้ ตกลง
ของชัน้ เรยี น
1.1 ความพอประมาณ หมายถงึ ความพอดตี อ่ ความ 2. ร่วมกันอภปิ รายความสาคัญของ
สารชีวภาพต่อเศรษฐกิจพอเพียง

จาเป็นและเหมาะสม กบั ฐานะของตนเองสังคมสิง่ แวดลอ้ มรวมท้ัง

วัฒนธรรมในแตล่ ะทอ้ งถน่ิ ไมม่ ากเกินไป ไมน่ อ้ ยเกินไป และตอ้ งไม่เบยี ดเบยี นตนเองและผู้อื่น เช่น

ใชส้ ารชีวภาพในปริมาณท่เี หมาะสมไม่น้อยเกินไปจนไมไ่ ดผ้ ล และ ไม่มากเกนิ ไปจนทาใหส้ น้ิ เปลือง

โดยเปล่าประโยชน์

1.2 ความมีเหตผุ ล หมายถงึ การตัดสนิ ใจดาเนินการอยา่ งมีเหตุผล ตามหลักวิชาการ

หลกั กฎหมาย หลกั คุณธรรมและวฒั นธรรมทด่ี ีงามโดย คานึงถงึ ปจั จยั ท่เี กย่ี วขอ้ งอยา่ งถ้วนถ่ี“รู้
จุดอ่อนจุดแข็ง โอกาสอปุ สรรค” และคาดการณ์ผลทจ่ี ะเกิดขนึ้ อย่างรอบคอบ “รเู้ ขา รู้เรา รู้จักเลือก
นา ส่ิงทีด่ ีและเหมาะสมมาประยกุ ตใ์ ช้” เช่น เลือกใชส้ ารชีวภาพทเ่ี หมาะสมกบั จุดประสงค์ มี
วธิ กี ารใชท้ ่ถี กู ต้องตระหนกั ถงึ ส่ิงแวดลอ้ มและผลกระทบที่เกดิ กับชุมชน

1.3 การมภี ูมิคุ้มกันในตวั ที่ดี หมายถึง การเตรยี มตวั ใหพ้ ร้อมรบั ผลกระทบและการ

เปล่ยี นแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม สง่ิ แวดล้อม และ วัฒนธรรมจากท้ังในและตา่ งประเทศ เพอ่ื ให้
สามารถบรหิ ารความเส่ียง ปรบั ตัวและรบั มือไดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งที เช่น การนาสารชีวภาพไปใชเ้ พื่อลด
ผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดล้อม ลดตน้ ทนุ การผลิต ลดปัจจยั การผลิตท่ไี ม่จาเปน็

1.4 มีความรู้ หมายถึง การนาหลักวชิ าและความรู้เทคโนโลยี ทเ่ี หมาะสมมาใช้ ท้งั ใน
ข้ันการวางแผนและปฏบิ ัติ ด้วยความ เชน่ มคี วามรู้เก่ยี วกบั การผลติ และการใช้สารชวี ภาพอยา่ งถกู

วิธี ถูกเวลา เกบ็ รักษาสารชวี ภาพอยา่ งถกู ต้อง

1.5 คุณธรรม หมายถงึ มีความซื่อสัตย์สุจรติ มีความเพยี ร ความอดทนมีสตปิ ญั ญา
และความรอบคอบ เช่น เมื่อประสบความสาเรจ็ ในการใช้สารชีวภาพในงานผลติ พืช แลว้ ไมโ่ อ้อวด

เพียงนาสง่ิ ท่ปี ระสบผลสาเร็จมาบอกตอ่ เป็นวิทยาทาน และใหค้ วามชว่ ยเหลอื แบ่งปนั กับผู้อ่ืน

การนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชใ้ นการผลิตพชื โดยเน้นการใช้สารชวี ภาพ

อยา่ งเหมาะสมกบั สภาพของทอ้ งถน่ิ จะทาให้เกษตรกรมีทางเลอื กในการประกอบอาชีพ สามารถ
พ่ึงพาตนเองไดม้ ากขึน้ เ ป็นการลดความเสย่ี งในการประกอบอาชีพทาใหเ้ กดิ ความยง่ั ยืน

บทท่ี 1 ความหมายและสาคัญของสารชีวภาพในงานผลติ พชื

5

ภาพท่ี 1.1 สรปุ ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ท่ีมา: สานักงานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ (2550: 8)
2. ความสาคญั ของสารชีวภาพในงานผลติ พืช
การใชส้ ารเคมีทางการเกษตรโดยขาดการจัดการทดี่ ใี นช่วงเวลาทผี่ ่านมากอ่ ใหเ้ กิด
ผลเสียตอ่ ผผู้ ลิตผบู้ ริโภคและส่งิ แวดล้อมมากมาย ในปัจจบุ ันประเทศต่าง ๆ จงึ เกิดความตื่นตวั ใน
การพยายามหามาตรการต่าง ๆ มาควบคมุ การใชส้ ารเคมีทางการเกษตรมากขนึ้ สาหรับประเทศ
ไทยได้มีความพยายามในการลดการใช้ ปุย๋ เคมีและสารเคมีปอ้ งกนั กาจัดศัตรูพืช ดงั เห็นได้จากการ
กาหนดมาตรการต่าง ๆ ไวใ้ นแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ต้งั แต่ฉบบั ที่ 7-11 ดังน้ี
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 7 (พ.ศ. 2535-2539) มมี าตรการใน
การรณรงคใ์ ห้เกษตรกรดาเนนิ การป้องกนั กาจัดศัตรพู ชื ดว้ ยการตดิ ตามสถานการณ์และควบคุม
ศัตรูพชื ดว้ ยวิธธี รรมชาตอิ ยา่ งแพรห่ ลาย เพื่อลดการใชส้ ารเคมี รณรงค์ให้เกษตรกรมคี วามรเู้ ก่ียวกับ
การใชส้ ารเคมตี า่ ง ๆ ท่ถี ูกตอ้ ง และอันตรายทีเ่ กดิ จากการใชส้ ารเคมแี ละเวชภัณฑไ์ ม่ถกู วธิ ี ตลอดจน
การนาพชื และจุลินทรยี ม์ าปอ้ งกันศัตรพู ืชควบคู่ไปกับการใช้สารเคมี เร่งรดั ให้มีการวิจยั แนวโน้มการ
ปอ้ งกนั กาจดั ศัตรพู ืช การนาสารสกดั จากพชื และจุลินทรยี ์มาใชท้ ดแทนสารเคมี
แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉบับท่ี 8 (พ.ศ. 2540-2544) มีมาตรการใน
การปรบั โครงสรา้ งการเกษตรตามแนวเกษตรยงั่ ยืน ได้แก่ เกษตรธรรมชาติ เกษตรอินทรีย์ เกษตร
ผสมผสาน และวนเกษตร เพอ่ื ลดค่าใชจ้ า่ ยของเกษตรกร และเปน็ การฟื้นฟทู รัพยากรธรรมชาตแิ ละ
สิ่งแวดลอ้ ม นอกจากนย้ี งั ให้ความสาคญั กบั การวิจยั ทนี่ าไปสู่การพฒั นาระบบเกษตรทกี่ ลมกลืนกบั
ธรรมชาติ โดยคานึงถึงภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น และความหลากหลายทางชวี ภาพ การพัฒนาสารชวี ภาพเพอ่ื
ลดการใช้สารเคมที างการเกษตร

บทที่ 1 ความหมายและสาคัญของสารชวี ภาพในงานผลิตพืช

6

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 9 (พ.ศ. 2545-2549) มีเปา้ หมายใน
การสร้างความม่นั คงของภาคเกษตร โดยกระบวนการพัฒนาการเกษตรอย่างยัง่ ยืน โดยการสรา้ ง
ความรคู้ วามเขา้ ใจแก่เกษตรกร เพือ่ ลดปรมิ าณการใชส้ ารเคมที างการเกษตร เพือ่ สง่ เสริมการเกษตร
ปลอดสารพิษ และเร่งรัดการวจิ ัยและพฒั นาผลติ ภณั ฑ์เพือ่ ทดแทนสารเคมีทางการเกษตร

แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 10 (พ.ศ. 2550-2550) ไดก้ าหนด
เป้าหมายลดการนาเข้าปุ๋ยและสารเคมที างการเกษตรใหไ้ มเ่ กินปลี ะ 3.5 ลา้ นตนั รวมทง้ั มีระบบ
จดั การสารเคมีอย่างครบวงจรตัง้ แตก่ ารผลติ การนาเข้า จนถงึ การกาจัดทาลาย โดยมีมาตรการในการ
ส่งเสริมการทาเกษตรอนิ ทรยี แ์ ละเกษตรย่ังยืน เพอื่ ลดการใชส้ ารเคมีในภาคเกษตร โดยส่งเสริมการใช้
ภมู ิปญั ญาท้องถ่ินและประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ะอาดในภาคเกษตร ส่งเสรมิ การทาเกษตรโดยใช้ปุ๋ย
ชีวภาพ พัฒนาถา่ ยทอดเทคนคิ และความรู้ด้านเกษตรย่ังยนื มีการประกนั ความเสียหายผลผลิตจาก
การปรบั เปลย่ี นการทาเกษตรเชิงเดี่ยวมาทาเกษตรยัง่ ยนื พรอ้ มทัง้ สร้างเครือข่ายด้านการตลาด
รองรบั สนิ ค้าเกษตรอนิ ทรีย์ ตลอดจนส่งเสรมิ ให้มกี ารนาวั สดุเหลอื ท้งิ ทาง การเกษตรมาใช้
ประโยชน์

แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 11 (พ.ศ. 2556-2559) ได้กาหนด
ยทุ ธศาสตรค์ วามเขม้ แขง็ ภาคเกษตร ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน โดยให้ความสาคญั กบั การ
ควบคุมและกากบั ดแู ลการนาเขา้ และใชส้ ารเคมีทางการเกษตรท่ีได้มาตรฐาน รวมทงั้ สนบั สนุนการใช้
เทคโนโลยกี ารผลติ ที่เป็นมติ รตอ่ สิ่งแวดล้อมให้แก่เกษตรกรอย่างต่อเน่ืองทั่วถงึ และได้กาหนดแนว
ทางการเพ่มิ ประสทิ ธิภาพและศกั ยภาพการผลิตทางการเกษตร โดยการควบคุมและกากบั ดูแลใหม้ ี
การนาเขา้ สารเคมที างการเกษตรที่ได้มาตรฐาน รวมท้งั สนบั สนุนการใช้สารชีวภาพใหม้ ากขน้ึ เพอ่ื ลด
ตน้ ทนุ การผลิตและสรา้ งความปลอดภัยต่อสุขภาพของผผู้ ลิตและผ้บู รโิ ภครวมทั้งลดผลกระทบตอ่
ส่งิ แวดล้อม

ดังน้ันจากมาตรการท่กี าหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ
ผลกระทบจากการใชส้ ารเคมที างการเกษตร จะเหน็ ไดว้ า่ สารชวี ภาพในงานผลิตพชื มคี วามสาคญั ดงั น้ี

2.1 ทาให้เกษตรกร ผู้เกย่ี วขอ้ งและผ้บู ริโภคมคี วามปลอดภัยต่อสขุ ภาพ เนอื่ งจาก
สารชีวภาพเป็นสารทไี่ ม่มพี ิษต่อคน และสัตว์เลือดอุ่น และสามารถเสอื่ มสลายได้เร็วในสภาพ
ธรรมชาติ เกษตรกรสามารถใช้สารชวี ภาพในการผลติ พชื ไดต้ ลอดนับแต่ปลูกจนถงึ ระยะเวลาเกบ็
เกยี่ ว

2.2 ช่วยลดต้นทุนในการผลิต เนื่องจากสารชีวภาพบางชนดิ เกษตรกรสามารถผลิตและ
ขยายไดเ้ อง โดยใช้เทคนคิ ที่ไมย่ ุ่งยากมากนัก

2.3 ผลผลิตท่ีไดม้ คี วามปลอดภยั ไม่มพี ิษตกค้างของสารเคมีทาใหเ้ ป็นท่ตี ้องการของ
ผูบ้ ริโภค ทั้งในและต่างประเทศ การสง่ สนิ คา้ เกษตรไปจาหน่ายยังต่างประเทศไมถ่ กู กดี กนั ทางการคา้

2.4 เป็นการพัฒนาระบบการผลติ พชื จากการทาการเกษตรท่ีมงุ่ ใหผ้ ลผลิตมาก ๆ เป็น
การผลิตทีเ่ น้นความปลอดภยั ของผูผ้ ลิต และผู้บรโิ ภค เพื่อตอบสนองความต้องการของโลกปจั จบุ นั
และในอนาคตข้างหนา้

2.5 ช่วยลดปริมาณการนาเขา้ สารเคมีทางการเกษตร

บทท่ี 1 ความหมายและสาคญั ของสารชวี ภาพในงานผลิตพืช

7

2.6 ช่วยใหเ้ กษตรกรสามารถพ่ึงพาตนเองได้ และสามารถสรา้ งอาชีพได้ เชน่ การ
รวมกล่มุ กนั ผลิตสารชีวภาพเพ่อื ใชห้ รอื จาหนา่ ย

2.7 การใชส้ ารชีวภาพในงานผลติ พชื โดยเฉพาะอย่างย่ิง การนาปุ๋ยชีวภาพมาใช้ในการ
ปรบั ปรุงบารงุ ดนิ นอกจากจะทาใหด้ ินมีความอุดมสมบรู ณ์มากยงิ่ ขน้ึ ยังชว่ ยแก้ปญั หาความเส่อื มโทรม
ของดนิ ท่เี กดิ จากการใชป้ ยุ๋ เคมี เพราะปุย๋ ชวี ภาพจะช่วยปรับโครงสร้างของดินทาใหด้ นิ มคี วามรว่ นซยุ
สามารถระบายนา้ ได้ดี ช่วยเพิม่ ปรมิ าณจลุ นิ ทรีย์ดนิ ที่มปี ระโยชน์

2.8 ช่วยรักษาสมดลุ ของระบบนเิ วศ และมีความปลอดภยั ตอ่ ห่วงโซอ่ าหาร

2.9 ชว่ ยลดการปนเปอ้ื นสารเคมใี นส่งิ แวดล้อม เพื่อเสรมิ สรา้ งสภาพแวดลอ้ มท่ีดี และ
ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ เนือ่ งจากผลิตภัณฑส์ ารชีวภาพสามารถสลายไดง้ า่ ย และมคี วาม
เป็นพษิ ต่อส่ิงมชี วี ิตทม่ี ปี ระโยชน์น้อยมาก

2.10 ทาให้สามารถนาทรัพยากรธรรมชาติมาใชอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพมากขนึ้ เน่ืองจาก
การผลติ สารชีวภาพบางชนิด สามารถนาเอาทรัพยากรที่มีอยตู่ ามธรรมชาติมาใช้เปน็ วัตถุดิบ เชน่ การ
ใช้พืชพรรณต่าง ๆ การใชส้ ารสกัดจากพชื ตลอดจนการนาเอาจุลินทรยี ์ท่มี ีอยู่ตามธรรมชาติมาผลติ
เป็นชีวภัณฑส์ าหรบั ใช้ในการผลติ พืช

สถานการณก์ ารใช้สารเคมีทางการเกษตรในประเทศไทย

ประเทศไทยเปน็ ประเทศผผู้ ลติ อาหารชั้นนาประเทศหนึ่งของโลก จากรายงานของสานกั งาน
เศรษฐกจิ การเกษตร พบว่า ในปี พ.ศ. 2555 ประเทศไทยมมี ลู คา่ การสง่ ออกสนิ คา้ เกษตรและ
ผลติ ภัณฑ์ 1,349,335 ล้านบาท ถึงแมว้ า่ อาหารของไทยจะได้ชอื่ ว่าเปน็ อาหารทมี่ รี สชาติดีท่ีสุดใน
โลก แต่กม็ กั มขี ้อรอ้ งเรยี นเกยี่ วกับสารเคมตี กคา้ งในสินค้าทางการเกษตรและอาหารของไทย ซง่ึ
ส่งผลกระทบตอ่ การสง่ ออกผลติ ภัณฑ์ เชน่ ประเทศสหรัฐอเมริกา และสาธารณรฐั ประชาชนจนี ได้
ร้องเรยี นเกย่ี วกบั สารเคมีตกค้างในผลไม้ของไทย สหราชอาณาจกั รไดร้ อ้ งเรียนเกยี่ วกับสารเคมี
ตกคา้ งในข้าว และประเทศญ่ปี ุ่นไดร้ ้องเรียนเรอื่ งสารเคมตี กค้างในพชื ผกั เปน็ ต้น

การใช้สารเคมที างการเกษตรในปรมิ าณมาก มีจุดเรม่ิ ตน้ ต้ังแต่ยคุ ปฏวิ ตั ิเขียวของการผลิตขา้ ว
(พ.ศ. 2503) ทมี่ กี ารเรง่ การผลิตข้าวเพือ่ การค้ามากข้ึน สารเคมีทางการเกษตรทไ่ี ทยนาเข้าใน
ระยะแรก คอื ปยุ๋ เคมี ตอ่ มาเมื่อเกดิ ปญั หาศัตรูพชื มากข้ึน จึงได้มีการนาเข้าสารปอ้ งกันกาจัด
ศัตรูพชื มาใชเ้ พมิ่ ขึ้น และมีปริมาณเพ่มิ สูงข้ึนเรื่อย ๆ สามารถแยกประเด็นสาคัญ ดงั นี้

1. ชนดิ ของสารเคมีทางการเกษตร

สารเคมที างการเกษตรท่ีนาเข้ามาใชใ้ นประเทศไทย ได้แก่ ปยุ๋ เคมี สารป้องกันกาจดั
ศตั รพู ืช และสารควบคุมการเจรญิ เตบิ โต โดยนาเข้ามาในรูปสารท่ีมีความเขม้ ข้นสงู (สารออกฤทธิ์)
แล้วนามาผสมสารอืน่ ๆ บรรจขุ ายต่อไป ปัจจบุ ันมสี ารเคมที ่ีใช้ในการปอ้ งกันกาจัดศัตรพู ืชมากกว่า
300 ชนิดท่วี างจาหน่ายในประเทศไทย โดยใชช้ อ่ื การคา้ ตา่ ง ๆ มากกวา่ 2,000 ช่ือ

2. ปรมิ าณและมูลค่าการนาเข้าปุ๋ยเคมี

สถิตกิ ารนาเขา้ ป๋ยุ เคมีของสานักควบคุมพชื และวัสดกุ ารเกษตร กรมวชิ าการเกษตรพบว่า
ตง้ั แต่ปี พ.ศ. 2552-2556 มปี รมิ าณการนาเข้าเพิม่ สูงข้ึนอย่างตอ่ เน่อื ง ดงั ตารางท1่ี.1 ยกเวน้ ปี 2557

บทท่ี 1 ความหมายและสาคญั ของสารชวี ภาพในงานผลิตพชื

8

มปี ริมาณการนาเขา้ 5,415,020 ตนั ซึ่งลดลงจากปีพ.ศ. 2554-2556

3. ปรมิ าณและมูลคา่ การนาเข้าสารเคมกี าจดั ศัตรพู ืช

จากขอ้ มลู สถติ ิของสานกั งานเศรษฐกจิ การเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบวา่
ประเทศไทยมีการนาเขา้ สารเคมีทางการเกษตรเพิม่ สงู ข้นึ เร่ือยๆ โดยสารเคมีทางการเกษตรทม่ี กี าร

นาเข้าสูงสุดคือ สารกาจดั วัชพชื รองลงมาคอื สารกาจัดแมลงศัตรูพืช และสารปอ้ งกนั กาจัดโรคพชื
ตามลาดบั ดงั ตารางที่ 1.2 นอกจากน้ียงั พบวา่ สารเคมที างการเกษตรทนี่ ามาจาหนา่ ยในประเทศไทย
บางชนิดมีพษิ ร้ายแรงตอ่ ส่งิ มีชวี ิต เชน่ คาร์โบฟรู าน เมโทมลิ ไดโครโตฟอส และอพี เี อน็ เป็นตน้ ซ่ึง

สารเคมีเหล่าน้ี สหภาพยุโรป สหรฐั อเมรกิ า อนิ เดีย ลาว กัมพชู า เมยี นมาร์ และอนิ โดนีเซีย ไดย้ กเลกิ
การใชแ้ ละไม่รับขึน้ ทะเบียน เนื่องจากมขี อ้ มลู ความปลอดภยั ไมเ่ พียงพอ แตป่ ระเทศไทยยงั คงมีการ

นาเขา้ อยู่

ตารางท่ี 1.1 ปรมิ าณและมูลค่าการนาเข้าป๋ยุ เคมี ปีพ.ศ. 2552-2557

ปี ปรมิ าณ ปริมาณ: ตนั
มูลคา่ : ล้านบาท
2552 3,833,072
2553 5,172,708 มูลคา่
2554 5,579,181
2555 5,583,276 42,666
2556 5,638,891 61,211
2557 5,415,020 78,899
83,947
72,259
66,103

ทมี่ า: ดัดแปลงจาก สานักควบคุมพชื และวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร (2558)

ตารางท่ี 1.2 ปริมาณและมูลค่าการนาเขา้ สารกาจัดศตั รูพชื ปพี .ศ. 2553-2557

ปริมาณ : ตัน

มูลค่า : ล้านบาท

สารกาจดั วชั พืช สารกาจัดแมลง สารป้องกนั อ่ืนๆ รวม
กาจดั โรคพชื

ปี ปรมิ าณ มูลคา่ ปรมิ าณ มูลคา่ ปริมาณ มูลคา่ ปรมิ าณ มูลค่า ปริมาณ มลู คา่

2553 68,825 11,487 25,332 4,577 11,255 2,537 4,497 580 109,908 19,182

2554 97,957 9,338 24,680 3,972 10,367 2,968 4,590 537 137,594 16,816

2555 80,278 8,845 23,417 4,670 9,671 3,860 4,332 550 117,698 17,924

2556 112,177 11,480 34,672 5,938 12,179 3,875 5,355 751 164,383 22,044

2557 106,860 11,294 16,797 3,686 6,972 3,883 3,748 494 134,377 19,357

หมายเหตุ: อนื่ ๆ ไดแ้ ก่ สารควบคมุ การเจริญเตบิ โตของพืช สารรมควันพิษ สารกาจดั หอยและ
หอยทาก สารกาจดั ไร สารกาจดั หนู และสารกาจัดไสเ้ ดอื นฝอย

ทีม่ า: สานักงานเศรษฐกจิ การเกษตร (ม.ป.ป.)

บทท่ี 1 ความหมายและสาคญั ของสารชวี ภาพในงานผลิตพืช

9

ผลกระทบทเี่ กิดจากการใช้สารเคมที างการเกษตร

ปัจจัยในการผลิตพืชใหป้ ระสบความสาเร็จ ประกอบดว้ ย กจิ กรรมสร้างสรรค์
พันธกุ รรมของพืช และปัจจยั ที่เกี่ยวขอ้ งกบั การเจริญเตบิ โต เช่น ดิน
ธาตุอาหารพชื ภูมอิ ากาศ ปจั จยั ด้านอารักขาพชื และสารเคมีทางการ ใบงานท่ี 1.1 งานศึกษาสภาพ
ปัญหาการใช้สารเคมที าง
เกษตร เช่น ปุ๋ยเคมี สารปอ้ งกนั กาจัดศัตรพู ืช และสารกาจัดวัชพชื การเกษตรในชมุ ชน
เป็นตน้

การใช้สารเคมีทางการเกษตรมีทง้ั ประโยชน์และโทษหากนาไปใช้ไมถ่ กู ต้องเหมาะสม ทาให้
เกดิ ผลกระทบทง้ั ในด้านสุขภาพของเกษตรกร ผบู้ รโิ ภค ด้านเศรษฐกิจ ส่งิ แวดลอ้ ม และสังคม ดงั นี้

1. ผลกระทบด้านสขุ ภาพ

สานักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า ในปี พ.ศ. 2556 อตั รา
ผปู้ ่วยนอกจากกลมุ่ โรคจากสารเคมกี าจัดศัตรูพืชเท่ากับ 12.3 ต่อประชากรแสนคน ทง้ั นีป้ ัญหาด้าน
สุขภาพจากสารเคมีทางการเกษตร สามารถแบ่งเป็น 2 แบบ ได้แก่

1.1 ผลกระทบทเี่ ปน็ พษิ เฉียบพลนั ซ่งึ ผปู้ ่วยจะมอี าการทนั ทีหลังจากสมั ผสั สารเคมี เชน่
ปวดศรี ษะ มึนงง คลื่นไส้ อาเจียน เจบ็ หน้าอก หวั ใจเต้นชา้ เหง่อื ออกมาก น้าลายไหลผดิ ปกติ

ทอ้ งร่วง เปน็ ตะคริว หายใจติดขดั ปวดเกร็ง หนงั ตากระตกุ ระคายเคอื งเจ็บคอนา้ ตาไหล ผื่นแดง เล็บ
มอื เลบ็ เท้าเปล่ียนเปน็ สีดาเล็บหลดุ ร่อน กล้ามเนือ้ อ่อนแรง มอื สนั่ กล้ามเนอื้ กระตกุ เดนิ โซเซ ชัก
หมดสติ และอาจถงึ ขั้นเสียชวี ิตหากไดร้ ับในปรมิ าณมาก เป็นตน้ ดังแสดงในภาพที่ 1.1-1.3

ภาพท่ี 1.1 แผลทีป่ ากและล้นิ ทเี่ กิดจากการดืม่ กนิ พาราควอทโดยอบุ ตั เิ หตุ
ทม่ี า: ศกั ดา ศรนี เิ วศน์ (2546 ก: 17)

บทท่ี 1 ความหมายและสาคญั ของสารชวี ภาพในงานผลติ พืช

10

ภาพท่ี 1.2 แผลไหมท้ ่เี กิดจากเกษตรกรฉีดพน่ สารเคมี โดยไมส่ วมรองเทา้ บู้ทปอ้ งกนั
ท่มี า: ศกั ดา ศรนี เิ วศน์ (2546 จ: 2)

ภาพท่ี 1.3 เล็บมือหลดุ ร่อนเนื่องมาจากพิษของสารเคมีกาจดั ศัตรพู ชื
ท่มี า: ศักดา ศรนี เิ วศน์ (2546 จ: 3)
1.2 ผลกระทบจากการไดร้ บั สารเคมีทางการเกษตรเป็นระยะเวลานาน ทาให้เกิดการ
สะสมของสารที่กอ่ ใหเ้ กิดโรค เชน่ มะเร็ง เบาหวาน พารค์ นิ สัน อมั พฤกต์ อมั พาต โรคผิวหนังตา่ ง ๆ
ความจาเส่อื ม การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โครโมโซมผดิ ปรกติ ทาให้เดก็ ทารกในครรภ์เติบโตช้า
ความพกิ ารแตก่ าเนิดหรอื การแท้งได้ และความผดิ ปรกติทางจติ ประสาท เป็นต้น ดงั แสดงในภาพท่ี
1.4-1.6
นอกจากความเจบ็ ป่วยทางดา้ นร่างกายแล้ว การใชส้ ารเคมที างการเกษตรยังกอ่ ให้เกดิ
ผลกระทบต่อสขุ ภาพจิต เชน่ ทาใหเ้ กิดความเครียด วติ กกงั วล ไมส่ บายใจ นอนไม่หลับ และรู้สกึ ไมม่ ี
ความม่ันคงปลอดภยั ในชวี ติ เปน็ ตน้ เนือ่ งจาก การใช้สารเคมที างการเกษตรทาใหเ้ กษตรกรมสี ขุ ภาพ
เส่ือมโทรมลง จึงเกดิ ความหงุดหงิด วิตกกังวล หวาดกลัวต่อการสูญเสยี ความสามารถในการทางาน
หรอื กลวั เสียชีวติ กลวั ขาดทุน มคี วามกังวลวา่ สารเคมีท่ใี ชไ้ ม่สามารถควบคมุ ศตั รพู ืชไดต้ ามตอ้ งการ
เกดิ ความเครียดจากการมีหนีส้ นิ เพม่ิ ข้ึน จากรายงานของกรมสขุ ภาพจิต พบว่าในแตล่ ะปคี นไทย
พยายามฆา่ ตัวตาย ประมาณ 23,000-25,000 คน ในจานวนน้ีเป็นเกษตรกรท่พี ยายามฆ่าตัวตายด้วย
สารเคมที างการเกษตร รอ้ ยละ 22

บทท่ี 1 ความหมายและสาคญั ของสารชีวภาพในงานผลิตพชื

11

ภาพท่ี 1.4 เด็กอินเดยี ทพ่ี กิ ารเน่อื งจากมารดาได้รบั สารเคมีกาจัดแมลงศตั รูพืช
พวกเอน็ โดซลั แฟนขณะตัง้ ครรภ์

ทมี่ า: ศกั ดา ศรนี เิ วศน์ (2546 ก: 18)

ภาพท่ี 1.5 คนป่วยเปน็ มะเรง็ เนื่องมาจากอยู่อาศยั ในพ้ืนที่ท่ีมกี ารใชส้ ารเคมี
กาจดั แมลงศัตรพู ืชพวกเอ็นโดซลั แฟนเป็นระยะเวลาทยี่ าวนานตดิ ตอ่ กัน

ทม่ี า: ศักดา ศรีนิเวศน์ (2546 จ: 3)

ภาพท่ี 1.6 เดก็ อนิ เดียที่พิการเน่อื งจากมารดาไดร้ ับสารเคมกี าจดั แมลงศัตรูพืช
พวกเอน็ โดซลั แฟนขณะต้ังครรภ์

ที่มา: ศกั ดา ศรีนิเวศน์ (2546 ค: 5)

บทท่ี 1 ความหมายและสาคัญของสารชวี ภาพในงานผลติ พืช

12

2. ผลกระทบดา้ นเศรษฐกิจ

การใชส้ ารเคมที างการเกษตรแมว้ ่าจะทาใหผ้ ลผลิตเพ่ิมขน้ึ แต่การใชส้ ารเคมที าง
การเกษตรท่ีมากเกินความจาเปน็ ส่งผลใหเ้ กิดความสญู เสยี ทางเศรษฐกิจทั้งในระดับครัวเรอื นของ
เกษตรกร และในระดับประเทศ เป็นมลู ค่ามหาศาล ดงั นี้

2.1 ระดับครัวเรือน เกษตรกรต้องมีรายจา่ ยเพิ่มข้ึน เพ่อื ใช้ในการซอื้ สารเคมีทางการ
เกษตร การรกั ษาพยาบาลอาการเจ็บปว่ ยจากการใชส้ ารเคมีทางการเกษตร ตอ้ งเสยี คา่ ใชจ้ า่ ยในการ
ซอื้ อาหารเพิ่มข้นึ เนือ่ งจากการใชส้ ารเคมีทางการเกษตรทาใหอ้ าหารตามธรรมชาตลิ ดลง

2.2 ระดบั ประเทศ การใชส้ ารเคมีทางการเกษตรทาใหป้ ระเทศตอ้ งสูญเสียเงนิ ตราในการ
นาเข้าสารเคมีทางการเกษตรปีละนบั แสนล้านบาท ถูกกดี กันทางการคา้ จากประเทศคคู่ ้า และยงั ตอ้ ง
ส้นิ เปลอื งงบประมาณสาหรบั การดแู ลสขุ ภาพของประชาชน

3. ผลกระทบด้านชุมชนและสังคม

การใช้สารเคมีทางการเกษตรก่อใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ ชมุ ชนและสงั คม ดงั น้ี

3.1 เกดิ ความขดั แยง้ ในชุมชนระหวา่ งผู้ใชส้ ารเคมกี ับผ้ทู ่ไี ดร้ ับผลกระทบ เชน่ มกี ารไหล
ของสารเคมีทางการเกษตรลงสแู่ หล่งนา้ สาธารณะทาใหค้ นในชมุ ชนไม่สามารถนาไปใช้ได้ และเกิด
กล่ินเหมน็ ของสารกาจดั ศตั รพู ชื ในชมุ ชน เป็นต้น

3.2 ครอบครวั ล่มสลาย การใชส้ ารเคมที างการเกษตรทาใหเ้ กิดการลม่ สลายของสถาบัน
ครอบครัวได้หลายประการ เช่น การทสี่ ามีเจ็บปว่ ยและตายเน่ืองจากการใช้สารเคมที างการเกษตรทง้ิ
ใหล้ ูกเมียเผชิญชีวติ ลาเคญ็ ตามลาพัง หรือการท่ีเกษตรกรมหี นี้สินจากการกยู้ มื มาใช้ในการลงทุนซื้อ
สารเคมีทางการเกษตร ทาใหเ้ กดิ การทะเลาะเบาะแว้ง เกดิ การหย่าร้าง แยกทาง ทาให้ลูกมีปัญหา
เป็นตน้

4. ผลกระทบดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม

การใช้สารเคมที างการเกษตร

กอ่ ให้เกดิ ปญั หาสารพษิ ตกค้างและปนเปื้อน

อย่ใู นส่ิงแวดล้อม จากการศกึ ษาของกรม

วิชาการเกษตรพบว่า การฉดี พน่ สารกาจัด

ศตั รูพืชแต่ละครั้ง รอ้ ยละ 1 ของปริมาณทฉี่ ดี

พ่นทม่ี โี อกาสทาใหแ้ มลงตาย และอกี ร้อยละ

99 จะกระจายไปในอากาศ และปนเปอื้ นอยู่

ในส่ิงแวดล้อมโดยเฉพาะในแหลง่ นา้ ดังแสดง

ในภาพท่ี 1.7 การที่มสี ารพิษจากการใช้

สารเคมที างการเกษตรปนเปื้อนอยใู่ น ภาพที่ 1.7 การปนเปือ้ นของสารเคมกี าจดั ศัตรูพชื
ส่งิ แวดล้อม ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ดังน้ี ทีม่ า: มูลนธิ ิชวี วิถี (2554 ข)

บทท่ี 1 ความหมายและสาคญั ของสารชีวภาพในงานผลติ พชื

13

4.1 เกิดการชะล้างพังทลายของดนิ เชน่ การใชส้ ารกาจัดวชั พชื ทาให้วชั พืชที่ข้ึน
ปกคลมุ หน้าดินถกู ทาลาย เมอ่ื เกษตรกรรดน้าหรอื ฝนตก ก็จะเกิดการพังทลายของหน้าดนิ หรอื ถกู
ลมพัดหน้าดินพังทลาย เปน็ ตน้

4.2 ทาใหโ้ ครงสร้างของดนิ เส่ือมโทรม เกดิ ดนิ แข็ง ดนิ เป็นดานทาใหก้ ารระบายนา้ การ
ระบายอากาศไมด่ ี ดนิ มสี ภาพเป็นกรดหรอื เปน็ ด่างมากเกนิ ไปทาใหไ้ ม่สามารถปลดปล่อยธาตุอาหารที่
เป็นประโยชน์ต่อพืช

4.3 ดนิ เป็นพิษเนือ่ งจากมีสารพิษตกค้าง จากการตรวจสอบการตกค้างของสารเคมี ท่ีใช้
ในสวนส้มในเขตพื้นที่อาเภอแม่อาย ฝาง และไชยปราการ จังหวดั เชียงใหม่ เม่ือปี พ.ศ. 2546 โดย
กรมควบคมุ มลพษิ พบว่าในดินยงั คงมีการตกคา้ งของสารเคมีทางการเกษตรทไ่ี ด้ประกาศยกเลกิ การ
ใช้ไปแลว้ เชน่ ดดี ีที เมทาโบไลท์ บเี อชซี และ ออลดริน เปน็ ต้น

4.4 เกิดปญั หาน้าทีใ่ ชอ้ ุปโภค บริโภคมคี ุณภาพเลวลง เนอ่ื งจากการปนเปอื้ นของ
สารเคมีทางการเกษตรซงึ่ เกิดจากการชะลา้ งจากดินลงสู่แหล่งน้า หรือจากการทีฝ่ นตกแล้วนาเอา
ละอองของสารเคมีที่ลอยอย่ใู นอากาศตกลงสู่แหลง่ นา้

4.5 การทมี่ ีสารพิษตกคา้ งอยู่ในแหลง่ น้าต่างๆ ทาใหเ้ กิดการถ่ายทอดสารพิษดงั กล่าว
ในห่วงโซ่อาหารจากการกนิ ต่อกันเปน็ ทอดๆ

4.6 ทาลายระบบนเิ วศในน้า การเกดิ น้าเสียจากการใช้สารเคมที างการเกษตรทาให้
ปรมิ าณออกซเิ จนลดลง เกดิ กลิน่ เหมน็ ส่งผลให้พชื และสัตว์น้าตาย เชน่ การใช้ปุ๋ยเคมีในการ
เพาะปลูก เม่ือฝนตกน้าฝนจะชะลา้ งเอาปยุ๋ เหลา่ นี้ลงสู่แหลง่ น้าธรรมชาติ ทาให้แพลงก์ตอนเพิม่
จานวนอย่างรวดเรว็ การเพม่ิ ขนึ้ ของแพลงก์ตอนทาให้ปรมิ าณออกซเิ จนที่ละลายในน้าลดลงในเวลา
กลางคนื และวนั ท่ีอากาศมดื คร้มึ แต่ปริมาณแอมโมเนยี กลบั สูงขนึ้ สง่ ผลใหน้ ้าเปลยี่ นสี มีกล่นิ เหมน็
และ เม่ือแพลงกต์ อนเหลา่ นีต้ ายลงก็จะทาใหน้ ้าเน่าเหมน็ และมีฟีนอลสูงขึน้ เกิดฝ้าขาวลอยอย่ตู าม
ผิวน้า

4.7 ปัญหามลพิษในอากาศ ขณะฉดี พน่ จะเกดิ การฟงุ้ กระจายของละอองสารเคมีที่ใช้
ทาให้มีกล่ินเหม็น อากาศเสีย และทาให้อากาศเปน็ พิษ

4.8 ทาให้ส่ิงมชี วี ติ ในดินถกู ทาลาย โดยเฉพาะส่งิ มีชวี ิตท่ีมีประโยชน์ เชน่ ไส้เดือน และ
จลุ นิ ทรียบ์ างชนิด เป็นตน้

4.9 ทาลายความสมดลุ ของระบบนเิ วศ การใชส้ ารเคมีกาจัดศตั รูพชื เปน็ ระยะเวลานาน
จะทาใหแ้ มลงศตั รพู ืชและโรคพืชเกิดความตา้ นทานต่อสารเคมีกาจัดศตั รูพืชทใ่ี ช้ หรอื ที่เกษตรกร
เรียกว่า ดอ้ื ยา ซงึ่ เกษตรกรสว่ นใหญ่มกั แกป้ ญั หาโดยการใชส้ ารเคมใี นปรมิ าณมากขึ้น หรืออาจมีการ
ใช้สารเคมบี อ่ ยคร้ังข้นึ หรือเปลีย่ นไปใช้สารเคมชี นิดอืน่ ทม่ี ีฤทธิแ์ รงขึ้น การใชส้ ารเคมีทางการเกษตร
นอกจากจะสง่ ผลในการทาลายศัตรูพชื แลว้ สารเคมีทางการเกษตรเหลา่ นี้ยังทาลายสิ่งมชี วี ติ ทมี่ ี
ประโยชน์ เชน่ ผ้ึง แมลงภู่ ไสเ้ ดอื น จลุ นิ ทรยี ์ตา่ ง ๆ และ ศัตรูธรรมชาตขิ องแมลงศัตรูพชื เช่น ตัวหา้
ตัวเบยี น เป็นต้น ดงั นนั้ จงึ มักพบเสมอวา่ หลงั จากใชส้ ารเคมกี าจดั ศตั รูพืชไประยะหนงึ่ มกั เกิดการ
ระบาดของศตั รูพชื ชนิดใหม่ๆที่ไม่เกิดมากอ่ น หรือมกี ารระบาดของศตั รูพชื รนุ แรงกวา่ เดิม

บทท่ี 1 ความหมายและสาคัญของสารชวี ภาพในงานผลติ พชื

14

ประโยชน์ของสารชวี ภาพ

การนาสารชีวภาพมาใช้ในการผลิตพืชทาใหเ้ กดิ ประโยชน์ ดงั นี้

1. ช่วยเพมิ่ ผลผลิตพชื

การนาสารชวี ภาพมาใช้ในงานผลติ พืชทาให้พืชมีผลผลติ เพมิ่ ขน้ึ เชน่ การใช้สารชวี ภาพ
ในการปรบั ปรุงบารุงดนิ ทาให้สภาพของดนิ เหมาะสมกับการปลูกพชื พชื เจรญิ เติบโตได้ดี และการใช้
สารชวี ภาพในการควบคุมศัตรพู ชื ทาใหไ้ ด้อาหารที่มคี วามปลอดภัยสนองความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค
เปน็ ตน้

2. ผลติ อาหารทม่ี ีคุณค่าทางโภชนาการสงู ขนึ้

สารชวี ภาพบางชนดิ ชว่ ยใหพ้ ืชมคี ุณคา่ ทางโภชนาการเพ่มิ ขึน้ เช่น การใช้ปยุ๋ ชีวภาพ
สาหร่ายแกมนา้ เงินในนาขา้ วทาใหข้ ้าวมไี ลซีนเพม่ิ ขี้น เปน็ ตน้

3. ลดตน้ ทุนการผลิต

การใชส้ ารชีวภาพในงานผลติ พืชสามารถนามาใชท้ ดแทนปยุ๋ คมีและสารเคมกี าจัด
ศตั รพู ชื นอกจากนี้สารชีวภาพบางชนดิ เกษตรกรสามารถผลติ ไดเ้ อง และใช้ในปรมิ าณท่ีนอ้ ยกวา่ การ
ใช้สารเคมีทาใหเ้ กษตรกรมตี ้นทนุ การผลิตลดลง

4. ช่วยให้รัฐประหยัดงบประมาณ

การใช้สารเคมีทางการเกษตรทาให้ประชาชนได้รับผลกระทบตอ่ สุขภาพ และทาให้เกดิ
ปญั หามลพิษต่อส่ิงแวดล้อม ซึง่ รัฐต้องจดั งบประมาณมาใชใ้ นการดูแลสุขภาพของประชาชนและการ
แกป้ ัญหามลพิษ หากเกษตรกรมีการใชส้ ารชีวภาพในงานผลติ พชื จะทาใหป้ ัญหาด้านสุขภาพและ
ปัญหามลพษิ จากสารเคมที างการเกษตรลดลง เป็นการช่วยรฐั ประหยัดงบประมาณ

5. ช่วยปรบั ปรงุ บารุงดนิ

การใชส้ ารชวี ภาพในการปรับปรงุ บารุงดิน ชว่ ยเพ่ิมความอดุ มสมบรู ณข์ องดิน ทาให้
โครงสร้างของดินดขี ้นึ ดนิ มีความร่วนซยุ มีการระบายนา้ ได้ดี มีค่าความเปน็ กรดเปน็ ด่างเหมาะสมกับ
การเจริญเตบิ โตของดิน และชว่ ยเพมิ่ จุลนิ ทรยี ์ดินทาให้ดนิ มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการปลกู พชื

6. ชว่ ยรกั ษาสงิ่ แวดล้อม และอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

สารชีวภาพเปน็ สารท่ีผลติ จากสิง่ มีชวี ติ ที่มีในธรรมชาติ สามารถสลายตัวไดง้ ่ายและไม่ทา
ให้เกดิ การกลายพันธ์ุในศัตรพู ชื ดงั นั้นการใช้สารชีวภาพในงานผลิตพืชจึงไมท่ าใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่
สงิ่ แวดล้อมและเปน็ การอนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ

7. ทาให้เกดิ การแลกเปล่ยี นเรยี นรขู้ องคนในชุมชน

เนอ่ื งจากการใชส้ ารชีวภาพทางการเกษตร ตอ้ งอาศัยภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ โดยเฉพาะการใช้
สารชีวภาพเพื่อป้องกนั ศัตรพู ืชและสัตว์ทต่ี ้องใช้พืชสมนุ ไพรในท้องถิ่นมาใช้ในการผลติ ทาให้
เกษตรกรมีการแลกเปล่ียนความรซู้ ึ่งกนั และกัน มีการแบง่ ปัน ชว่ ยเหลอื กนั ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั หลกั
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

บทที่ 1 ความหมายและสาคญั ของสารชีวภาพในงานผลติ พชื

15

สรุป

สารชวี ภาพในงานผลติ พชื เป็นสารท่ที ามาจากสง่ิ มชี วี ิตหรือช้ินส่วนของส่งิ มชี ีวิต ที่นามาใชท้ ดแทนสารเคมี
ทางการเกษตร เนอ่ื งจากการใชส้ ารเคมีทางการเกษตรจานวนมากอยา่ งไม่ถกู ต้องทาใหเ้ กิดปัญหาทงั้ ดา้ นสุขภาพ ด้าน
เศรษฐกจิ ดา้ นสงั คมชุมชน และดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม

การนาสารชีวภาพมาใช้ในงานผลิตพืชจะช่วยแก้ปญั หาผลกระทบจากการใช้สารเคมที างการเกษตร
สามารถนาทรพั ยากรท่มี ใี นท้องถ่นิ มาใช้ใหเ้ กิดประโยชน์โดยไม่ทาลายสิง่ แวดลอ้ ม สง่ ผลให้เกษตรกรสามารถพง่ึ พา
ตนเองได้เพอ่ื นาไปสู่แนวทางการทาการเกษตรแบบยงั่ ยนื

แบบฝึกหดั ทา้ ยบท กิจกรรมสรา้ งสรรค์

จงตอบคาถามใหถ้ กู ตอ้ งและสมบูรณ์ทสี่ ดุ (คะแนนเตม็ 20 คะแนน) ทาแผนทค่ี วามคิดและแบบฝึกหัด
1. สารชีวภาพหมายถงึ อะไร (2 คะแนน) ทา้ ยบทดว้ ยค่ะ

2. เราสามารถนาสารชวี ภาพมาใช้ประโยชนใ์ นงานผลิตพชื ในแงใ่ ดบา้ ง (2 คะแนน)

3. สารชวี ภาพในงานผลิตพชื มคี วามสาคญั ต่อเศรษฐกิจของเกษตรกร อย่างไรบา้ ง (2 คะแนน)

4. หลงั ยุคปฏวิ ัตเิ ขยี วเกษตรกรมีการใช้สารเคมที างการเกษตรเพิ่มขนึ้ เพราะเหตุใด (1 คะแนน)

5. สารเคมที างการเกษตรชนดิ ใดท่ีมกี ารนามาใช้มากท่สี ุด เพราะเหตุใด (2คะแนน)

6. การใช้สารเคมีทางการเกษตรทาใหเ้ กษตรกรมีคา่ ใชจ้ ่ายเพ่มิ ขนึ้ เรือ่ งใดบา้ ง (2 คะแนน)

7. จงยกตัวอย่างความเส่อื มโทรมของดนิ ท่ีเกดิ จากการใช้สารเคมที างการเกษตร มา 2 ตวั อย่าง

(1 คะแนน)

8. การใช้สารชีวภาพในงานผลติ พชื มีประโยชนต์ อ่ ตัวเกษตรกรอยา่ งไร จงอธบิ ายพรอ้ ม

ยกตวั อย่างมา 2 ข้อ (2 คะแนน)

9. การใช้สารชีวภาพในงานผลิตพืชมปี ระโยชน์ตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งไร จงอธิบายพร้อม

ยกตวั อย่างมา 2 ขอ้ (2 คะแนน)

10. ใหน้ กั ศึกษาสรปุ ความสาคัญของสารชวี ภาพในงานผลิตพชื ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ

พอเพียง (4 คะแนน)

บรรณานกุ รม

กรมวชิ าการเกษตร. 2548. พษิ และกลไกการออกฤทธข์ิ องวตั ถุมพี ิษเกษตร. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์
ชุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย.

โครงการ IPM DANIDA. 2546. วนั นี้ลูกของคุณกินยาพษิ หรือเปลา่ ?. แหลง่ ทีม่ า:
http://www.doa.go.th/fieldcrops/ipm/th/index.htm, 2 ธันวาคม 2548.

ชเู กียรติ อิถรัชต์ และ นาค โพธแิ ทน่ . 2520. ฝา้ ย. สารานุกรมไทยสาหรับเยาวชนโดยพระราช
ประสงค์ในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว เล่มท่ี 3 (2520: 73-121)

นติ ยศ์ รี แสงเดอื น และ สัมพันธ์ คมั ภิรานน.ท2์ 553. เทคโนโลยชี ีวภาพทางการเกษต.รกรุงเทพ ฯ:
ศนู ย์หนังสอื มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์.

บทที่ 1 ความหมายและสาคัญของสารชวี ภาพในงานผลติ พืช

16

นพิ นธ์ ทวีชยั . 2553. โรคพชื และการจัดการดว้ ยวธิ ชี วี ภาพ. สารานกุ รมไทยสาหรบั เยาวชนโดย
พระราชประสงค์ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว เล่มที่ 35 (2553: 129-159)

มูลนธิ ชิ วี วถิ ี. 2554 ก. ผลกระทบสารเคมีกาจัดศัตรูพชื ต่อชีวิตคนไทย. แหล่งทีม่ า:
http://www.biothai.net/node/8691, 25 ตลุ าคม 2556.

. 2554 ข. สารเคมกี าจัดศัตรพู ชื และความเสือ่ มโทรมในระบบนิเวศ. แหลง่ ทม่ี า:
http://www.biothai.net/node/8688, 25 ตลุ าคม 2556.

ยงยุทธ ยทุ ธวงษ์. 2533. สารานกุ รมไทยสาหรบั เยาวชน เลม่ 14. แหล่งท่มี า:
http://web1.dara.ac.th/yanin/water11.html, 15 มีนาคม 2550.

รัตนา ทรัพยบ์ าเรอ. 2557. สารเคมปี อ้ งกนั กาจัดศัตรพู ชื และผลกระทบต่อสุขภาพ. กรุงเทพฯ:
โอเดยี นสโตร์.

วจิ ติ ร วังใน. มป.ป. สารเคมีเกษตรกับความเข้าใจของประชาชน. แหลง่ ทม่ี า:
http://www.hsstth.org/สารเคมเี กษตร.pdf, 1 พฤศจกิ ายน 2549.

ศกั ดา ศรีนิเวศน์. 2546ก. "พิษภัยของสารเคมีการเกษตร." วารสารส่งเสริมการเกษตร. 35
(184): 16-24.

. 2546ข. "พษิ ภัยของสารกาจดั ศตั รูพืชผลกระทบตอ่ สขุ ภาพของคนไทยวันนี้." วารสาร
สง่ เสริมการเกษตร. 35 (186): 4-12.

. 2546ค. คนไทยพนั ธุ์ใหม่ (ตอนที่1) นวตั กรรมลา่ สุดจากสารเคมกี ารเกษตร.
แหล่งท่ีมา: http://www.doae.go.th/report/sukda/thainew/01.pdf, 5 ตลุ าคม 2549.

. 2546ง. คนไทยพันธุใ์ หม่ (ตอนจบ) นวัตกรรมล่าสุดจากสารเคมีการเกษตร.
แหลง่ ทมี่ า: http://www.doae.go.th/report/sukda/thainew/02.pdf, 5 ตุลาคม 2549.

. จ. พิษภัยของสารเคมกี ารเกษตร. แหลง่ ที่มา:
http://www.doae.go.th/report/sukda/kemi/index2.htm, 14 ตุลาคม 2549.

. 2547. "อันตรายของสารเคมกี าจัดวัชพชื ." วารสารส่งเสริมการเกษตร. 36 (192): 14-
16; (193): 16-19.

ศนู ยข์ ้อมลู วัตถุอันตรายและเคมภี ณั ฑ์. มปป. "อภธิ านศพั ท.์ " คู่มือการระงบั อุบตั ิภัยจากวตั ถุ
อนั ตราย. แหลง่ ท่ีมา: http://msds.pcd.go.th/AVERS/glossary.htm, 18 มนี าคม 2550

สาคร ศรีสขุ . 2556. ผลกระทบจากการใชส้ ารเคมีทางการเกษตรของประเทศไทย. สานกั
วชิ าการ สานกั งานเลขาธิการวุฒิสภา.

สานกั ควบคุมพชื และวสั ดุการเกษตร กรมวชิ าการเกษตร. 2558. ปริมาณและมลู ค่า การนาเขา้
ปุ๋ยเคมีสตู รที่สาคญั ปี 2552-2557. แหล่งท่มี า:
http://www.oae.go.th/download/FactorOfProduct/Fertilizer_value49-54.html,
25 ตลุ าคม 2558.

บทที่ 1 ความหมายและสาคญั ของสารชวี ภาพในงานผลิตพืช

17

สานกั พัฒนาคุณภาพสินคา้ เกษตร. ม.ป.ป. "สารธรรมชาตทิ างการเกษตรทีใ่ ชเ้ พื่อลดการใชส้ ารเคมี."
ข่าวประชาสัมพันธ์. แหล่งทม่ี า: http://agriqua.doae.go.th/news/bio.doc, 15 มนี าคม
2550.

สานักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ. 2534. แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และ
สังคมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ีเจ็ด พ.ศ. 2535-2539. สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการ
เศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ สานกั นายกรัฐมนตรี.

. 2539. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบับท่ีแปด พ.ศ. 2540-2544.
สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ สานักนายกรฐั มนตรี.

. 2544. แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ทเี่ กา้ พ.ศ. 2545-2549.
สานักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ สานกั นายกรัฐมนตรี.

. 2549. แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับทส่ี ิบ พ.ศ. 2550-2554.
สานักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ สานักนายกรฐั มนตรี.

. 2550. การประยุกต์ใชห้ ลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง. มปท.

. 2555. แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ทสี่ ิบเอด็ พ.ศ. 2556-2559.
สานักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ สานกั นายกรฐั มนตรี.

สานกั งานสง่ิ แวดล้อมภาค 11 . มปป. "มลพิษทางน้า." สถานการณ์สง่ิ แวดล้อม. แหลง่ ท่ีมา:
http://www.reo11.net/environment/env_07_01.php, 15 มนี าคม 2550.

สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2556. สถิตกิ ารค้าสินค้าเกษตรไทยกับตา่ งประเทศ ปี 2555.
ศนู ย์สารสนเทศ สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.

ม.ป.ป. ปริมาณและมูลค่าการนาเขา้ สารกาจดั ศัตรูพืช. แหลง่ ทม่ี า:
http://www.oae.go.th/ewt_news.php?nid=146, 18 พฤษภาคม 2557.

สานักโรคจากการประกอบอาชพี และส่ิงแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข. 2558. ผลกระทบต่อ
สุขภาพจากสารเคมกี าจดั ศตั รูพชื . แหลง่ ท่มี า:
http://envocc.ddc.moph.go.th/contents/view/106, 11 เมษายน 2559.

สดุ ฤดี ประเทืองวงศ์ และคณะ. 2549. ผลิตภัณฑ์ชีวภาพจากเชื้อจุลนิ ทรียก์ บั การเกษตรท่ียั่งยนื
; การพฒั นาการใชจ้ ลุ ินทรยี ์สายพนั ธุค์ ุณภาพสาหรับการปลูกพืชพรรณอนิ ทรยี ์และการ
ปลกู ผักแบบไม่ใชด้ นิ เพือ่ การผลิตแบบยงั่ ยนื . เอกสารเผยแพรท่ างวชิ าการ งานเกษตร
แฟร์ 2549 นิทรรศการบนเส้นทางงานวจิ ยั มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ปี 2549. (อัด
สาเนา)

สดุ ใจ เกตุเดชา. 2551. สารชีวภาพท่ีใชใ้ นงานผลิตพชื . เพชรบูรณ์: โรงพิมพ์ ดีดี การพิมพ์

แสงโฉม ศริ พิ านชิ . 2556. สถานการณ์และผลตอ่ สุขภาพจากการสารเคมปี ้องกันกาจดั ศตั รพู ชื ปี
พ.ศ. 2556. รายงานการเฝา้ ระวงั ทางระบาดวิทยาประจาสัปดาห์ 2556; 44: 689-92.

บทที่ 1 ความหมายและสาคัญของสารชวี ภาพในงานผลิตพชื


Click to View FlipBook Version