The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ปฐมพร แดงขาว, 2024-06-22 07:10:29

นาฏศิลป์ตะวันออก

ระบำ รำ ฟ้อน

นาฏศิลศิป์ เรื่อง นาฏศิลป์ตะวันออก ครูผู้สอน ครู สุดา


นาฏศิลป์ตะวันออก คือศิลปะการร่ายรำ ในรูป แบบของระบำ รำ ฟ้อน และการแสดงที่เป็นเรื่องราวเรียกว่า ละคร ของกลุ่มประเทศใน ภูมิภาคเอเชียที่มีความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม นาฏศิลป์ตะวันออก


นาฏศิลป์ภป์ารตนาฎยัมยัเป็น ป็ หนึ่งนึ่ในนาฏศิลป์แป์ขนงหลักของ อินเดียดีที่มีแมีบบแผนประเพณีที่ณี ที่ สืบสืทอดมายาวนานกว่า ว่ 2,000 ปี ถือกำ เนิดนิขึ้นขึ้ ในรัฐรัทมิฬมินาฑูข ฑู องอินเดียดีและพัฒพันาไปสู่ นาฏศิลป์แป์ขนงต่างๆ นาฏศิลป์อินเดีย คือ เป็น ป็ ศาสตร์ก ร์ ารร่า ร่ ยรำ ที่เป็น ป็ ต้นแบบของ นาฏศิลป์ไป์ ทย โดยกำ เนิดนิตั้งแต่สมัย มั โบราณกาล มานานหลายร้อ ร้ ยปี ไม่เ ม่ ว้น ว้ แต่เป็น ป็ ต้นแบบของไทย เท่านั้น นั้ แต่ยัง ยั ถือเป็น ป็ ต้นแบบของศาสตร์น ร์ าฏศิลป์ ของโลก นาฏศิลป์อินเดีย ภารตนาฏยัม การแต่งกาย ผู้หผู้ ญิงญิจะสวมเสื้อสื้รัดรัรูปรูคอกว้า ว้ ง แขนสั้นสั้ตัวสั้นสั้ถึงใต้อก ห่ม ห่ สาหรี เกล้ามวยต่ำ หรือรืสูงสูประดับดัดอกไม้ เจิมจิจุดแดงกลางหน้า น้ ผาก4 มี.มีค. 2562


กถัก คือนาฏศิลป์ทางภาคเหนือของ อินเดีย ที่ถักทอเรื่องราวของเทพทาง ศาสนาฮินดู และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ของอินเดีย กถัก การแต่งกาย ผู้หญิงสวมเสื้อคอกว้าง แขนสั้น เอวลอย ห่ม สาหรี เกล้ามวยผม ใช้สาหรีคลุมผม ผู้ชายแต่ง กายคล้ายกัน ใช้ผ้าโพกศีรษะ


มณีปุรี มุณีปุรี คือ เป็น ป็ การแสดงละครของชาวไทย อาหม ในรัฐ รั อัสสัม สั ซึ่ง ซึ่ มีรู มี รู ปร่า ร่ งหน้า น้ ตาเหมือ มื น ชาวมองโกล เรีย รี กเมือ มื งหลวงของตนว่า ว่ “มณีปุระ” การแต่งกาย กระโปรงสุ่มสุ่ ที่มีล มี วดลายมากและมีก มี ารนำ กระจกสีต่ สี ต่ างๆ มาประดับ ดั กระโปรงเพื่อ พื่ ความ สวยงาม


เป็น ป็ ละครที่เก่าแก่ที่สุดสุละครโนะเกิดขึ้นขึ้จากศาสนา แต่เดิมดิจัดจัแสดง ตามวิหวิาร มีกมีฎข้อ ข้ บังบัคับในการแสดงเคร่ง ร่ ครัดรัมาก แสดงเรื่อรื่งเกี่ยว กับเทพเจ้า จ้ การแต่งกายงดงาม ผู้แผู้ สดง จะสวมหน้า น้ กาก ซึ่งซึ่ถือว่า ว่ เป็น ป็ สิ่งสิ่ศักดิ์สิดิ์ทสิธิ์ สร้า ร้ งด้ว ด้ ยความประณีตณีงดงาม ท่าทาง การเคลื่อนไหว ล้วนมีคมีวามหมายทั้งทั้สิ้นสิ้แต่เดิมดิแสดงใต้ร่ม ร่ ไม้ ต่อมาทำ เวทีอย่า ย่ งง่ายๆเป็น ป็ เวทีสี่เ สี่ หลี่ยมคนดูดู ดู ไ ดู ด้ร ด้ อบ จัดจัฉากง่ายๆ เขียขีนรูป รู ตันสนและไม้ไม้ ผ่ไผ่ ว้ ห่า ห่ งๆ และมี สนสามกิ่งยื่นยื่ออกมาเพื่อพื่รักรัษาสภาพเดิมดิที่เคยแสดงใต้ ร่ม ร่ ไม้ แม้ค ม้ นจะไม่นิ ม่ ยนิมดู เพราะการแสดงช้า ช้ ท่ารำ ซ้ำ ๆ แต่รัฐรับาลญี่ปุ่ญี่ปุ่น ปุ่ ก็รักรัษาไว้อ ว้ ย่า ย่ งดี เพราะถือว่า ว่ เป็น ป็ การแสดง ชั้นชั้สูง สู จะแสดงเฉพาะใน โอกาสสำ คัญเท่านั้นนั้ นาฏศิลป์ญี่ ป์ ปุ่ญี่ ปุ่ น ปุ่ นาฏศิลป์ญี่ ป์ ญี่ปุ่น ปุ่ หมายถึง มีกำ มี กำ เนิดนิมาจากการแสดงเพื่อ พื่ บูชาเทพเจ้า จ้ แห่งภูเ ภู ขาไฟ บางประเภท เกิดจากแรงบันบัดาล ใจทางศาสนา บางประเภทเกิดจากรสนิยนิมความต้องการ ของชนชั้นชั้สูง สู พ่อ พ่ ค้า ชาวบ้า บ้ น ตามยุคสมัยมัที่แตกต่างกัน ละครโนะ


ละครเคียวเง็น เป็น ป็ การแสดงละครตลกสลับฉาก ลักษณะคล้ายกับจำ อวดของไทย เป็น ป็ ละครเสีย สี ดสี เรื่อ รื่ งราวชวนหัว ทั้งคำ พูดและการแสดง เนื้อเรื่อ รื่ งที่แสดงไม่มี ม่ ก มี ารฝึก ฝึ ซ้อ ซ้ ม ใช้ค ช้ วามรู้สึ รู้ ก สึ ตาม ธรรมชาติ ละครเคียวเง็น


ละครหุ่น หุ่ บุนรากุ ละครหุ่นบุนรากุ เป็น ป็ การแสดงที่นิยมและ แพร่หลายที่สุด เป็น ป็ หุ่นที่สร้างขึ้นอย่าง ประณีตงดงาม ขนาดเกือบเท่าคนจริง เคลื่อนไหวได้แทบทุกส่วน เรื่องที่แสดงมัก แสดงเรื่องเดียวกับละครโนะ


งิ้ว เป็นการแสดงที่ผสมผสานการขับร้องและการเจรจา ประกอบลีลาท่าทาง ให้ออกมาเป็นเรื่องราว โดยนำ เหตุการณ์ ในพงศาวดาร ความเชื่อ ประเพณี และศาสนามาแสดง เป็นเรื่องราว งิ้วที่โดดเด่นชนิดแรงคือละครใต้ (หนานซี) สมัยราชวงศ์ ซ่งใต้ จนกระทั่งสมัยราชวงศ์ชิง จึงเกิดงิ้วปักกิ่งถือเป็นศิลปะที่โดดเด่นมาก ลักษณะเด่นของงิ้ว นอกจากการร่ายรำ แล้วยังมีการแต่งหน้า น้ ทำ ให้มีเอกลักษณ์เ ณ์ ฉพาะตัว และสีสันของการแต่งหน้า น้ จะบอกถึง บุคลิกและอุปนิสัยของตัวละครแต่ละตัวด้วย นาฏศิลป์จีน นาฏศิลป์จีป์ จี น เกิดจากพิธีกรรมทางศาสนา การ บูชา การฉลองชัย และพิธีการขอความอุดม สมบูรณ์ในการเกษตร


เป็นนาฏศิลป์ประจำ ชาติที่เก่าแก่ที่สุด แต่เดิมหุ่นเชิด ทำ ด้วยหนังสัตว์ เรีย รี กว่า ว่ วายัง กุลิต เรื่อ รื่ งที่ใช้แสดงในวายัง คือ รามายณะ และมหาภารตะ โดยทำ เป็นบทละครเฉพาะของวายัง มีการแทรกเรื่อ รื่ ง ปรัชญา ข้อคิดขบขันในชีวิต วิประจำ วัน วั นำ มาเชื่อมโยงร่วม สมัยใหม่ นาฏศิลป์อินโดนีเซีย นาฏศิล ศิป์อินโดนีเ นี ซีย ซี คือ ประเทศอินโดนีเ นี ซีย ซี มีเ มี กาะ มากมายและแต่ละเกาะก็มีก มี ารแสดงของตนเอง มี เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โที่ ดดเด่น ศิล ศิปะการแสดงที่เ ที่ ก่า แก่ที่สุ ที่ ด สุ คือ การเชิด ชิ หุ่นหุ่ เรีย รี กว่า วายัง ยั การแสดงเชิดหุ่นเงา หรือ รื วายัง


นาฏศิลป์ชวา นาฏศิลศิ ป์ช ป์ วา เป็น ป็ การแสดงที่มี ที่ พื้ มี น พื้ ฐานมาจากการรำ ใน ราชสำ นัก นั มีลี มี ล ลี าร่า ร่ ยรำ ที่นุ่ ที่ มนุ่ นวล ประณีต ณี จัง จั หวะที่ใที่ ช้ใช้ นการร่า ร่ ยรำ จะช้า ช้ มีผ้ มี า ผ้ สไบเป็น ป็ ส่ว ส่ นประกอบสำ คัญ คั ในการร่า ร่ ยรำ เวลาแสดงตาจะตกตลอดเวลา ไม่ใม่ ช้ส ช้ ายตาไปยัง ยั คนดู วง ดนตรีปรี ระกอบการแสดง เป็น ป็ วงดนตรีปรี ระจำ ราชสำ นัก นั สมัย มั โบราณ ปัจ ปั จุบั จุ น บั ใช้ว ช้ งดนตรี สำ หรับ รั ฟ้อ ฟ้ นรำ เรีย รี กว่า ว่ ภารมวลัน ลั การแต่งกาย ผ้าถุงรัดรูป แบบยอดการัต โดยทิ้งชายยาวไว้ด้านข้าง หรือแบบสราการัตนุ่งผ้าถุงจีบหน้าบาง ด้านหน้าชายผ้า ครอบข้อเท้า สวมเสื้อแขนสั้นหรือแขนกุด สวมกระ บังหน้าทองประดับเลื่อม ประดับมวยผมด้วยปิ่นปิ่


นาฏศิลป์บ ป์ าหรี นาฏศิลป์บาหลี การร่ายรำ เพื่อบวงสรวงและ บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นส่วนใหญ่ มีการแสดงละคร เป็นเรื่อ รื่ งราว ลักษณะการแสดงมีชีวิต วิ ชีวา จุดเด่นคือ การยักย้ายสะโพก การใช้ดวงตา เครื่อ รื่ งดนตรี จะคล้ายคลึงกับดนตรีช รี วา เช่น มหาภารตะ รามายนะ และละครพื้นบ้าน ผู้หญิง นุ่งผ้าถุงพันตัว ตัวเอกจะพันผ้าถุงชายยาว จาก พื้นปัดไปด้านหลัง มีเครื่อ รื่ งประดับศีรษะลวดลายทอง หรือ รื กระบังหน้า ถ้าเป็นการแสดงพื้นบ้านก็จะเกล้าผมมวยต่ำ ประดับด้วยดอกลั่นทม การแต่งกาย


การแสดงของเขมรดั้งเดิมใช้ผู้ ช้ ผู้หญิงแสดง เพราะ เป็น ป็ การแสดงภายในราชสำ นักเท่านั้น นั้ การแสดง มาตรฐานของเขมรจะแสดงเรื่อ รื่ งเรีย รี มเลอ ซึ่ง ซึ่ มี รากฐานมาจากรามายณะของอินเดีย ละครที่ได้รับ รั ความนิยมอีกชนิดหนึ่ง คือ ละครบาสสัก สั (Bassas) เป็น ป็ ละครพูดมีเ มี นื้อเรื่อ รื่ งเกี่ยวกับความรัก รั ซึ่ง ซึ่ ละครชนิดนี้ได้รับ รั อิทธิพธิลจากเวีย วี ดนาม การแสดงของเขมรจะมีก มี ารเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล สง่า ย่อ ย่ เข่า ข่ มากกว่า ว่ ไทยและไม่อ่ ม่ อ่ อนช้อ ช้ ยเท่าของไทย มีทั้ มี ทั้ ง การแสดงละครนอกเรื่อ รื่ ง พระอภัยมณีละครในเรื่อ รื่ งอิเหนา โขนเรื่อ รื่ งรามเกียรติ์ ลักษณะการแต่งกาย มีค มี วามใกล้เคียงกับไทยมาก นาฏศิลป์เขมร


การแสดงของชาวพม่า จะแสดงในงานพิธีการต่างๆ เกี่ยวกับ ศาสนา และประเพณี นาฎศิลป์ที่เก่าแก่พม่าได้แก่ ระบวงสวร งเทพเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ส่วนการแสดงประเภทโขน ละคร ปรากฏในสมัยพระเจ้ามังระ เมื่อไทยเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับ พม่า นาฏศิลป์ไทยได้ถูกกวาดต้อนไปด้วย พระเจ้ามังระโปรด ให้สอนโขนและละครไทยในพม่า เล่นเรื่องรามเกียรติ์และ อิเหนา พม่าเรียกว่า อินทรวงศ์ เป็นละครในราชสำ นัก นอกจากนี้ยังมีการเล่นละครนอกเรื่องสังข์ทองและสังข์ศิลป์ ชัย พระเจ้ามังระโปรดมากทรงให้รวมพวกละครและปี่พาทย์ ไว้ในราชสำ นักและพระราชทานบ้านเรือนให้เรียกว่า “ตำ บล โยธาราช” และพวกละครไทยที่แสดงเรียกว่า “โยธยาสัตคยี” นาฏศิลป์พม่า ชายใส่เ ส่ สื้อสื้แขนยาว นุ่งนุ่ โสร่ง ร่ หรือรืกางเกงคลุมลุเข่า ข่ ประดับดัด้ว ด้ ยเลื่อม ดิ้นดิ้คล้ายของไทย ส่ว ส่ นหญิงญิ ใส่เ ส่ สื้อสื้รัดรัอก สวมเสื้อสื้แขนยาวไม่มี ม่ มี กระดุมดุเปิดปิ ให้เ ห้ ห็น ห็ เสื้อสื้ตัวใน ชายเสื้อสื้ โค้งงอน นุ่งนุ่ ผ้า ผ้ ถุงถุกรอมเท้า เกล้ามวยสูงสูปล่อยชายผมยาวมาด้า ด้ นขวา ถ้าเป็น ป็ ตัวเอกจะสวม เครื่อรื่งประดับดัศีรษะ การแต่งกาย


ด.ญ.ปฐมพร แดงขาว ม.2/7 เลขที่ 27 จัดทำ โดย


Click to View FlipBook Version