เรื่อง กฎหมายและจริยธรรมทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ
จดั ทำโดย
ส.ณ.นที ทวีตระกลู ทรพั ย์ ปี2 6310520111006
คณะ มนษุ ย์ศาสตร์ สาขา ภาษาอังกฤษ
เสนอ
อาจารย์ ชาลี ภกั ดี
รายงานเลม่ นีเ้ ป็นส่วนหนงึ่ ของการเรียนวชิ า เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การศึกษาคน้ ควา้
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา
ก
คำนำ
รายงานเล่มน้ีจัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาค้นควา้
ช้นั ปี2 เพอ่ื ให้ไดศ้ กึ ษาหาความรใู้ นเร่ือง กฎหมายและจรยิ ธรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศและได้ศึกษา
อย่างเขา้ ใจเพอื่ เป็นประโยชน์กับการเรียน
ผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเปน็ ประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน ที่กำลังหาข้อมูลเรือ่ งนี้
อยู่ หากมีขอ้ แนะนำหรอื ขอ้ ผิดพลาดประการใด ผจู้ ัดทำขอนอ้ มรบั ไวแ้ ละขออภัยมา ณ ทีน่ ี้ด้วย
ผู้จดั ทำ
ส.ณ.นที ทวตี ระกูลทรัพย์
วันที่ 31 ม.ค.65
สารบญั ข
เรือ่ ง หนา้
คำนำ ก
สารบญั ข
กฎหมายและจรยิ ธรรมทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ 1
ความหมายของกฎหมาย 1
ความหมายของจริยธรรม 1
ความหมายของเทคโนโลยี 2
ความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศ 3
กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ 4
จริยธรรมกับเทคโนโลยสี ารสนเทศ 7
บรรณานกุ รม 10
1
กฎหมายและจรยิ ธรรมทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ความหมายของกฎหมาย
กฎหมาย คือ ข้อบังคบั ของรฐั ซึ่งกําหนดความประพฤติของมนุษย์ ถ้าฝุาฝนื จะไดร้ ับผลรา้ ย
หรือถูกลงโทษ ( หยดุ แสงอทุ ยั . 2523 : 16)
กฎหมาย คอื ข้อบังคับของรัฐท่อี งค์กรณ์หรือบคุ คลท่มี อี ํานาจสูงสุดในรฐั ประกาศใช้บังคับ
หรือกาํ หนดความประพฤติของประชาชนในรฐั เพอ่ื ให้อย่รู ว่ มกันโดยสงบสขุ ใครฝุาฝืนจะถกู ลงโทษ
( ชรี วฒั น์ นจิ เนตร. 2543 : 2)
กฎหมาย คอื คําส่ังหรอื ขอ้ บังคบั ของรฐั ท่มี ีขึน้ มาเพื่อกําหนดความประพฤตขิ องคนในสังคม
ทกุ คนตอ้ ปฏิบัตติ าม หากฝุาฝนื ไม่ยอมปฏบิ ตั ติ ามยอ่ มได้รับผลรา้ ยหรอื ถกู ลงโทษโดยกฎหมายน้ันๆ
(ตลุ ญา โรจน์ทงั คาํ . 2554 : หน้า76)จากคาํ นยิ ามข้างต้น สรปุ ความหมายของกฎหมายไดด้ ังนี้
กฎหมาย คอื กฎเกณฑ์ ข้อบงั คบั ท่ใี ชค้ วบคมุ ความประพฤติของมนษุ ย์ในสังคม มีลักษณะเปน็
คาํ สั่งข้อห้าม ท่ีมาจากผมู้ ีอาํ นาจสูงสดุ ในสังคมใชบ้ ังคบั ไดท้ วั่ ไป ใครฝุาฝืนจะต้องไดร้ ับโทษหรอื สภาพ
บงั คบั อยา่ งใดอย่างหนึ่งโดยกฎหมายนนั้ ๆ
ความหมายของจรยิ ธรรม
จรยิ ธรรม ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 2525 ไดใ้ หค้ วามหมายดงั ต่อไปนี้
ธรรมที่เปน็ ข้อประพฤติปฏิบัติ ศลี ธรรม กฎศีลธรรม ( ราชบณั ฑิตยสถาน. 2539 : 216 )
จริยธรรม หมายถงึ หลักหรอื ข้อควรประพฤตปิ ฏิบตั ทิ ถี่ ูกตอ้ งดงี ามตามหลกั คณุ ธรรม ตลอดจน
การมปี ญั ญาไตรต่ รองดว้ ยเหตผุ ลว่า อะไรดีควรประพฤติ อะไรไม่ดี ไม่ควรประพฤต(ิ สมคิด บางโม.
2551 : 4 )
2
จรยิ ธรรม หมายถึงปรชั ญาหรือระบบท่เี ก่ยี วเน่ืองด้วยศลี ธรรมเป็นหลักประพฤตปิ ฏบิ ัติสําหรบั
บคุ คลในสงั คมใดสังคมหนึ่งหรอื ในแขนงวิชาชพี ใดวิชาชีพหน่งึ (มหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช 2554
: 4) จากคาํ นิยามข้างตน้ สรุปความหมายของจรยิ ธรรมได้ดังนี้
จรยิ ธรรม หมายถงึ ส่ิงท่พี งึ ประพฤติปฏบิ ตั ิ มพี ฤติกรรมที่ดงี ามต้องประสงค์ของสงั คมเปน็
หลักหรอื กรอบทที่ ุกคนกําหนดไว้ เป็นแนวปฏิบตั สิ าํ หรับสังคม เพื่อให้เกิดความเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ย
เกิดความสงบและปลอดภัยในการดํารงชวี ติ
ความหมายของเทคโนโลยี
ธรรมนญู โรจนะบรุ านนท์ (2531) กล่าววา่ เทคโนโลยี คือ ความรู้วิชาการรวมกับความรวู้ ิธีการ
และความชํานาญที่สามารถนําไปปฏิบัติภารกิจใหม้ ีประสทิ ธิภาพสงู โดยปกตเิ ทคโนโลยีนัน้ มีความรู้
วทิ ยาศาสตรร์ วมอย่ดู ว้ ย คือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพ่ือเน้นให้เขา้ ใจว่า ทั้งสองอย่างนีต้ อ้ งควบคู่
กนั ไปจึงมปี ระสทิ ธิภาพ
เทคโนโลยี หมายถึงทกุ ส่งิ ทุกอย่างทเ่ี กีย่ วกับการผลิตการสรา้ งและการใช้ส่ิงของ กระบวนการ
หรอื อปุ กรณท์ ี่ไมไ่ ดม้ ีในธรรมชาตนิ ่ันเอง (ครรชิต มาลัยวงศ์. 2539 : หน้า)
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 2554 ไดใ้ ห้ความหมายของเทคโนโลยี คือ วิทยาการ
ท่ีนาํ เอาความรู้ทางวทิ ยาศาสตรม์ าใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติ อุตสาหกรรม เป็นต้น
( ราชบณั ฑติ ยสถาน. 2556 : 580 )
จากคํานิยามข้างตน้ สรุปความหมายของเทคโนโลยีไดด้ ังนี้
เทคโนโลยี หมายถึง วิทยาการทนี่ าํ เอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยกุ ต์ใชใ้ ห้เกิดประโยชน์
ในทางปฏิบตั ิ และอตุ สาหกรรม.
3
ความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง เทคโนโลยีท่ีใช้ในการจดั การสารสนเทศ เป็นเทคโนโลยที ่ี
เกย่ี วขอ้ งตัง้ แต่ การเกบ็ รวบรวม การประมวลผล การแสดงผลลัพธ์ การทาํ สาํ เนา และการส่อื สาร
โทรคมนาคมเพอื่ ใหไ้ ด้สารสนเทศทเ่ี หมาะสมและสามารถนําไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ได้ (จันทนี รงุ่ เรืองธ
นาพล และพิสฐิ ลิ้มอารยี ก์ ลุ . 2558 : 5)
สราวุธ ปิตยิ าศักดิ์ (2555) กลา่ ววา่ เทคโนโลยสี ารสนเทศ เปน็ การนําวิทยาการทาง
วทิ ยาศาสตร์ (คอมพวิ เตอรแ์ ละอนิ เตอรเ์ น็ต) มาใช้ในกระบวนการสร้าง จัดเก็บ จดั หา ประมวลผล รบั
สง่ และเผยแพรส่ ารสนเทศ (ขอ้ มลู ) ในรปู แบบตา่ งๆ ไม่วา่ จะเปน็ ข้อความ ตัวอักษร ตวั เลข ภาพน่งิ
ภาพเคลอื่ นไหว และเสยี ง
หริพล ธรรมนารกั ษ์ (2558) กล่าววา่ เทคโนโลยีทใี่ ชจ้ ัดการสารสนเทศเป็นเทคโนโลยที ่ี
เกีย่ วข้องตั้งแต่การเกบ็ รวมรวมข้อมลู การประมวลผล การแสดงผลลัพธ์ การจัดทาํ สําเนา และการ
สอ่ื สารโทรคมนาคมเพอื่ ใหไ้ ด้สารสนเทศทีเ่ หมาะสมและสามารถนําไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ได้
จากคํานิยามข้างตน้ สรปุ ความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศได้ดังนี้
เทคโนโลยสี ารสนเทศ คือ การประยกุ ตค์ วามรทู้ างดา้ นวทิ ยาสาสตร์มาจัดการสารสนเทศท่ี
ตอ้ งการโดยอาศัยเครอ่ื งมือทางเทคโนโลยีใหมๆ่ เช่น เทคโนโลยดี ้านคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีด้าน
เครือข่ายโทรคมนาคมและการส่ือสาร ตลอดจนอาศัยความรู้ในกระบวนการดาํ เนนิ งานสารสนเทศใน
ขนั้ ตอนต่างๆตง้ั แตก่ ารแสวงหา การวิเคราะห์ การจัดเกบ็ รวมถึงการจดั การเผยแพรแ่ ละแลกเปลี่ยน
สารสนเทศด้วยเพ่ือเพิ่มประสทิ ธิภาพความถูกตอ้ งแม่นยําและความรวดเรว็ ทนั ตอ่ การนํามาใช้
ประโยชน์ไดน้ ่ันเอง
4
กฎหมายเทคโนโลยสี ารสนเทศ
กฎหมายเทคโนโลยสี ารสนเทศ (Information Law) หรอื มักเรียกกนั วา่ กฎหมายไอที (IT
Law) เสนอโดย กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ ส่ิงแวดลอ้ ม และเหน็ ชอบให้คณะกรรมการ
เทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ (National Information Technology Committee) หรอื ทเี่ รียกโดย
ยอ่ ว่า คณะกรรมการไอทแี ห่งชาติ หรือ กทสช. (NITC) ท าหน้าท่ีเป็นศูนย์กลางและประสานงาน
ระหวา่ งหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ด าเนนิ การจัดท ากฎหมาย เทคโนโลยีสารสนเทศและกฎหมายอื่น ๆ ท่ี
เกีย่ วข้อง ท้งั น้คี ณะกรรมการไอทแี ห่งชาติหรอื กทสช. (NITC) ได้ แตง่ ตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ
เพอื่ ยกร่างกฎหมายไอทที ้งั 6 ฉบบั โดยมอบหมายให้ศูนยเ์ ทคโนโลยี อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์และคอมพวิ เตอร์
แห่งชาติ (National Electronics and Computer Technology Center) หรือท่ี มกั เรียกโดยยอ่ วา่
"เนคเทค" (NECTEC) ส านกั งานพฒั นาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science 2
88510159 กา้ วทนั สงั คมดจิ ทิ ลั ดว้ ยไอซีทีMoving Forward in a Digital Society with ICT and
Technology Development Agency) หรอื ท่เี รยี กโดยย่อวา่ "สวทช." กระทรวงวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม ในฐานะส านกั งานเลขานกุ ารคณะกรรมการไอทีแห่งชาติ ท าหน้าท่ีเป็น
เลขานุการในการยกร่าง กฎหมายไอทีทัง้ 6 ฉบับ เนคเทคจึงไดเ้ ร่ิมตน้ โครงการพัฒนากฎหมาย
เทคโนโลยีสารสนเทศขึน้ เพือ่ ปฏิบัติตาม นโยบายที่ไดร้ บั มอบหมายจากรัฐบาลและคณะกรรมการไอที
แหง่ ชาติ ในการยกร่างกฎหมายไอทที ั้ง 6 ฉบับ ให้ แล้วเสรจ็ คือ
1. กฎหมายเก่ยี วกบั ธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ (Electronic Transactions Law) เพ่ือรับรอง
สถานะทางกฎหมายของข้อมลู อเิ ล็กทรอนิกส์ใหเ้ สมอขอ้ มลู ที่ทำในกระดาษอนั เปน็ การรองรับนติ ิ
สมั พันธต์ ่าง ๆ ซ่งึ แตเ่ ดมิ อาจจะจัดท าข้นึ ในรูปแบบของหนงั สือให้เท่าเทยี มกบั นิติสัมพันธ์รูปแบบใหม่
ที่จัดทำขน้ึ ให้อยูใ่ นรปู แบบของขอ้ มลู อิเลก็ ทรอนกิ ส์รวมตลอดท้ังการลงลายมอื ชอื่ ในข้อมูล
อเิ ล็กทรอนกิ ส์ และการรบั ฟงั พยานหลกั ฐานที่อย่ใู นรปู แบบของข้อมูลอิเล็กทรอนกิ ส์
2. กฎหมายเกี่ยวกบั ลายมอื ชือ่ อิเล็กทรอนกิ ส์ (Electronic Signatures Law) เพือ่ รับรองการ
ใช้ลายมอื ช่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ดว้ ยกระบวนการใด ๆ ทางเทคโนโลยีใหเ้ สมอด้วยการลงลายมอื ชอ่ื ธรรมดา
อันส่งผลต่อความเช่ือมั่นมากข้ึนในการทำธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ และก าหนดใหม้ ีการกำกบั ดแู ล
5
การให้บรกิ าร เกยี่ วกับลายมือชอื่ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ตลอดจนการให้ บริการอ่นื ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ลายมือชื่อ
อเิ ลก็ ทรอนิกส์
3. กฎหมายเกี่ยวกบั การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานสารสนเทศให้ท่ัวถึง และเทา่ เทียมกัน
(National Information Infrastructure Law) เพ่ือก่อให้เกิดการส่งเสริม สนบั สนนุ และพัฒนา
โครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศอนั ไดแ้ กโ่ ครงข่ายโทรคมนาคมเทคโนโลยีสารสนเทศสารสนเททรัพยากร
มนุษย์ และโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศสำคญั อนื่ ๆ อนั เปน็ ปจั จยั พืน้ ฐาน สำคญั ในการพฒั นาสังคม
และชุมชนโดยอาศยั กลไกของรัฐ ซ่งึ รองรบั เจตนารมณส์ ำคัญประการหน่งึ ของแนวนโยบายพ้นื ฐาน
แหง่ รฐั ตาม รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2550 มาตรา 78 (3) ในการกระจาย
สารสนเทศให้ทัว่ ถึง และเท่าเทียมกนั และนับเปน็ กลไกสำคัญในการชว่ ยลดความเหล่ือมล้ำของสังคม
อย่างคอ่ ยเปน็ คอ่ ยไป เพอ่ื สนบั สนนุ ใหท้ ้องถิ่นมศี กั ยภาพในการปกครองตนเองพัฒนาเศรษฐกิจภายใน
ชมุ ชน และนำไปสสู่ ังคมแห่งปญั ญา และการเรียนรู้
4. กฎหมายเกี่ยวกบั การค้มุ ครองขอ้ มูลสว่ นบุคคล (Data Protection Law) เพอ่ื กอ่ ให้เกดิ การ
รับรองสทิ ธิ และใหค้ วามค้มุ ครองขอ้ มูลส่วนบุคคลซง่ึ อาจถกู ประมวลผลเปิดเผยหรอื
เผยแพรถ่ ึงบคุ คลจำนวนมากไดใ้ นระยะเวลาอันรวดเรว็ โดยอาศยั พัฒนาการทางเทคโนโลยีจนอาจ
กอ่ ใหเ้ กดิ การนำขอ้ มลู นน้ั ไปใชใ้ นทางมชิ อบอนั เปน็ การละเมิดต่อเจา้ ของขอ้ มูล ท้งั นี้โดยคำนงึ ถึงการ
รักษาดลุ ยภาพระหว่างสทิ ธิข้นั พ้ืนฐานในความเป็นส่วนตวั เสรีภาพในการตดิ ต่อสอ่ื สาร และความ
ม่นั คงของรฐั บทที่ 11 กฎหมายและจริยธรรมทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ 3
5. กฎหมายเกย่ี วกับการกระท าความผิดเกี่ยวกบั คอมพิวเตอร์ (Computer Crime Law)
เพื่อกำหนดมาตรการทางอาญา ในการลงโทษผู้กระท าผดิ ต่อระบบการท างานของคอมพวิ เตอร์ระบบ
ข้อมลู และระบบเครอื ข่าย ทั้งน้เี พื่อเป็นหลักประกันสิทธิเสรภี าพ และการคุ้มครองการอยู่รว่ มกันของ
สังคม
6. กฎหมายเกยี่ วกับการโอนเงนิ ทางอิเล็กทรอนกิ ส์ (Electronic Funds Transfer Law)
6
เพื่อกำหนดกลไกสำคัญทางกฎหมายในการรองรับระบบการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ท้งั ท่ีเป็นการ
โอนเงินระหว่างสถาบนั การเงนิ และ ระบบการช าระเงินรูปแบบใหมใ่ นรปู ของเงินอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
ก่อให้เกดิ ความเช่ือม่นั ตอ่ ระบบการท าธรุ กรรมทางการเงิน และการท าธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
มากย่ิงขึ้นต่อมาคณะกรรมการกฤษฎีกาได้น ารา่ งพระราชบญั ญตั วิ ่าดว้ ยธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์
และรา่ งพระราชบัญญัตลิ ายมอื ชอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส์รวมเปน็ ฉบบั เดยี ว โดยได้ผ่านร่างพระราชบัญญตั ิ
ดงั กล่าวให้รัฐสภาพจิ ารณาและตราเป็นพระราชบญั ญตั ิว่าดว้ ยธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ พ.ศ.2544
ดังน้นั กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศของไทยในปัจจบุ นั จึงมีทัง้ ส้นิ 5 ฉบบั ได้แก่
1. พระราชบัญญัติวา่ ดว้ ยธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. 2544
2. รา่ งพระราชบัญญตั ิว่าด้วยการพัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐานสารสนเทศ พ.ศ...
3. ร่างพระราชบญั ญัติว่าดว้ ย ร่างพระราชบัญญัตวิ ่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลสว่ นบคุ คล พ.ศ…
4. พระราชบญั ญตั วิ ่าดว้ ยการกระทำความผดิ เกีย่ วกบั คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
5. รา่ งพระราชบญั ญตั ิวา่ ดว้ ยการโอนเงินทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ…
จะเห็นได้ว่ากฎหมายดังท่กี ล่าวมาข้างต้นทั้ง 5 ฉบบั มี 3 ฉบับทเี่ ปน็ ร่างของกฎหมายซงึ่ ยงั คงอยูใ่ น
ขัน้ ตอนการพจิ ารณาออกบงั คับใช้ จึงควรพิจารณาแตเ่ ฉพาะกฎหมายทม่ี ผี ลบงั คบั ใชอ้ ยใู่ นปัจจุบนั คือ
พระราชบัญญตั ิวา่ ดว้ ยธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ.2544 และพระราชบัญญตั วิ ่าด้วยการกระทำ
ความผดิ เกย่ี วกบั คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
7
จรยิ ธรรมกบั เทคโนโลยสี ารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลกระทบต่อสังคมเป็นอยา่ งมากโดยเฉพาะประเด็นจริยธรรมที่
เกย่ี วกบั ระบบสารสนเทศทจ่ี าเป็นต้องพจิ ารณารวมทงั้ เรื่องความปลอดภยั ของระบบสารสนเทศการ
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหากไมม่ กี รอบจริยธรรมก ากบั ไว้แลว้ สังคมย่อมจะเกดิ ปัญหาต่าง ๆ ตามมา
ไม่ส้ินสุด รวมท้ังปญั หาอาชญากรรมคอมพิวเตอรด์ ว้ ย ดังนนั้ หนว่ ยงานที่ใช้ระบบสารสนเทศจงึ จ าเป็น
ตอ้ งสรา้ งระบบความปลอดภัยเพอ่ื ปอ้ งกนั ปญั หาดงั กล่าว
กรอบความคิดเร่ืองจรยิ ธรรม
หลักปรัชญาเกยี่ วกับจริยธรรม มดี งั น้ี(Laudon & Laudon, 1999) R.O. Mason และคณะ
ไดจ้ ำแนกประเด็นเก่ียวกบั จรยิ ธรรมทเี่ กย่ี วข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศเปน็ 4 ประเภทคือ ความเปน็
ส่วนตัว(Privacy) ความถกู ตอ้ งแมน่ ย า (Accuracy) ความเปน็ เจ้าของ (Property) และความสามารถ
ในการเข้าถึงได้(Accessibility) (O'Brien, 1999: 675; Turban, et al., 2001: 512)
1) ประเดน็ ความเป็นส่วนตวั (Information Privacy) คอื การเกบ็ รวบรวม การเก็บรักษา และ
การเผยแพร่ ข้อมูลสารสนเทศเกยี่ วกับปจั เจกบุคคล หรอื องค์กร ซึ่งเจา้ ของข้อมลู หรือสารสนเทศนั้นๆ
มสี ทิ ธิทจ่ี ะไม่เผยแพรข่ อ้ มูลต่อสาธารณะ
2) ประเด็นความถกู ตอ้ ง (Information Accuracy) ขอ้ มลู หรอื สารสนเทศที่ดีตอ้ งสามารถ
ตรวจสอบถึงแหล่งทีม่ าได้ รวมถึงมีการตรวจสอบความถกู ตอ้ งกอ่ นที่จะท าการเผยแพรข่ ้อมลู นน้ั ๆ
3) ประเด็นของความเป็นเจา้ ของ (Intellectual Property) คือ กรรมสิทธ์ิและมูลค่าของ
ข้อมลู สารสนเทศ (ทรพั ย์สนิ ทางปญั ญา)
4) ประเดน็ ของการเขา้ ถึงข้อมลู (Data Accessibility) คือ เนอ่ื งจากการเข้าถึงขอ้ มูลทำได้
อยา่ งงา่ ย ทำใหเ้ กดิ การกำหนดสทิ ธใิ นการเขา้ ถึงข้อมูลสารสนเทศเพอ่ื ความปลอดภยั ของข้อมลู และ
สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเปน็ ผู้บันทึก แกไ้ ขขอ้ มลู นน้ั ๆ
8
การคมุ้ ครองความเป็นส่วนตัว (Privacy)
ความเปน็ สว่ นตัวของบุคคลต้องได้ดลุ กับความตอ้ งการของสังคม
สิทธิของสาธารณชนอยูเ่ หนอื สิทธิความเป็นส่วนตัวของปัจเจกชน
การคุม้ ครองทางทรัพยส์ นิ ทางปญั ญา
ทรัพยส์ นิ ทางปัญญาเปน็ ทรพั ยส์ นิ ทจี่ บั ต้องไมไ่ ด้ที่สรา้ งสรรค์ขนึ้ โดยปัจเจกชน หรอื นิติบุคคล
ซึง่ อยู่ภายใต้ความคมุ้ ครองของกฎหมายลิขสิทธ์ิกฎหมายความลับทางการค้า และกฎหมายสทิ ธบิ ตั ร
ลขิ สทิ ธิ์ (copyright) ตามพระราชบัญญัตลิ ิขสทิ ธิ์ พ.ศ. 2537 หมายถึง สิทธิ์แตผ่ เู้ ดียวทจ่ี ะ
กระทำการใด ๆเกี่ยวกับงานทผ่ี สู้ ร้างสรรค์ได้ท าขน้ึ ซ่ึงเป็นสิทธ์ิในการป้องกนั การคดั ลอกหรอื ทำซ้ำใน
งานเขยี นงานศิลป์หรืองานด้านศิลปะอน่ื ตามพระราชบัญญตั ิดังกลา่ วลิขสทิ ธทิ์ ว่ั ไปมีอายุหา้ สบิ ปนี ับแต่
งานไดส้ ร้างสรรค์ขนึ้ หรอื นบั แตไ่ ด้มีการโฆษณาเป็นครง้ั แรกในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจะมอี ายุ
เพยี ง 28 ปี
สิทธบิ ตั ร (Patent) ตามพระราชบญั ญัติสทิ ธบิ ตั ร พ.ศ. 2522 หมายถึง หนังสือส าคัญทอี่ อก
ให้เพอ่ื คุ้มครองการประดิษฐ์ หรอื การออกแบบผลิตภณั ฑ์ ตามทีก่ ฎหมายบญั ญตั ไิ วโ้ ดยสทิ ธบิ ัตรการ
ประดษิ ฐม์ ีอายุยสี่ ิบปีนับแตว่ นั ขอรับสิทธิบัตร ในขณะที่ประเทศสหรฐั อเมรกิ าจะคมุ้ ครองเพยี ง 17 ปี
ประโยชน์ของการมีจริยธรรม
1. ประโยชนต์ ่อตนเอง ภาคภมู ใิ จ เปน็ ท่ีรกั ใคร่ เปน็ คนดี
2. ประโยชน์ต่อสังคม สบสขุ ปรองดอง สามัคคี
3. ประโยชน์ตอ่ ประเทศชาติ ความเจรญิ ร่งุ เรือง สามัคคี ความพฒั นา
4. ประโยชนต์ อ่ องคก์ รธรุ กิจ ยกระดับมาตรฐานขององค์กร
5. ประโยชนต์ ่อการด ารงรักษาไว้ซ่ึงจริยธรรม เผยแพร่ รกั ษาจรยิ ธรรมไปสรู่ นุ่ ต่อไป
9
จริยธรรมของนักคอมพวิ เตอร์
1. มคี วามรบั ผิดชอบตอ่ การขายสนิ ค้าและบริการ
2. ท างานดว้ ยความศรัทธา และจริงใจ
3. รักษาผลประโยชน์ของผ้บู รโิ ภค
4. น าเสนอคณุ ภาพสินค้าตามความจริง
5. ไม่เผยแพร่ส่งิ ที่กอ่ ให้เกิดผลเสยี ต่อสังคม
6. ท าตามกฎหมาย ข้อบงั คบั ระเบยี บของสงั คม
7. ท าประโยชน์ตอ่ สังคม
10
บรรณานกุ รม
https://ksiritham.files.wordpress.com/2017/10/e0b8a3e0b8b2e0b8a2e0b887e0b8
b2e0b899e0b881e0b8a5e0b8b8e0b988e0b8a1-13.pdf
https://www.informatics.buu.ac.th/88510159/chapters/chapter_11.pdf