The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ครูสุขใจ, 2019-10-28 03:58:23

พันธะไอออนิก 1

พันธะไอออนิก 1

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ 5 ขั้น รายวชิ าเคมี 1 ชดุ ท่ี 6 พันธะไอออนกิ 1 47

กจิ กรรมท่ี 2 หาคู่ให้ไอออน

จดุ ประสงค์
อธบิ ายการเกดิ ไอออนได้
บันทึกผลการท�ำกจิ กรรม
ตารางบันทกึ ผลการทำ� กิจกรรม

คู่ท่ี ธาตไุ อออนบวก ธาตุไอออนลบ เขยี นแผนภาพแสดงการให้และการรับอเิ ล็กตรอน
ของอะตอมธาตโุ ดยใช้สญั ลกั ษณ์แบบจุดของลวิ อิส

1 Na Cl

2 Ca F

3K O

4 Mg Cl

5 Li Br

ชดุ กิจกรรมการเรยี นร้แู บบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขน้ั รายวชิ าเคมี 1 ชดุ ท่ี 6 พนั ธะไอออนกิ 1 48

อภปิ รายผลการท�ำกจิ กรรม
ไอออนของธาตุ เกิดจากธาตุโลหะให้อิเล็กตรอนกับธาตุอ่ืน ๆ เกิดเป็นไอออนบวก และธาตุ
อโลหะเกิดการรับอิเล็กตรอนจากธาตุอื่น ๆ เกิดเป็นไอออนลบ โดยธาตุท่ีอยู่ในรูปของไอออนบวก
และไอออนลบเกดิ แรงดงึ ดูดระหว่างไอออน เกดิ เป็นพันธะไอออนกิ
สรปุ ผลการทำ� กจิ กรรม
ธาตุโลหะเกดิ การให้อเิ ลก็ ตรอน เกดิ เปน็ ไอออนบวก
ธาตอุ โลหะเกดิ การรบั อเิ ล็กตรอน เกดิ เปน็ ไอออนลบ

คำ� ถามหลังการท�ำกจิ กรรมท่ี 1 หาคู่ไอออน
1. การเกดิ ไอออนบวกกับไอออนลบของธาตเุ กดิ ขน้ึ ได้อย่างไร

แนวคำ� ตอบ ไอออนบวก เกดิ จากธาตุโลหะให้อเิ ลก็ ตรอนกับธาตอุ น่ื ๆ
ไอออนลบ เกดิ จากธาตุอโลหะรับอเิ ล็กตรอนจากธาตอุ ่นื ๆ
2. จงแสดงไอออนของธาตุหมู่ IA IIA และ VIIAึ

แนวค�ำตอบ ธาตหุ มู่ IA เกิดการให้อเิ ล็กตรอนเท่ากับ +1

ธาตุหมู่ IIA เกิดการให้อเิ ล็กตรอนเท่ากับ +2

ธาตหุ มู่ VIIA เกิดการรบั อเิ ล็กตรอนเท่ากับ - 1

3. จงเขยี นสมการการใหแ้ ละรบั อเิ ลก็ ตรอนของสารประกอบไอออนกิ ระหวา่ งโลหะซเี ซยี มกบั กำ� มะถนั

แนวคำ� ตอบข้นึ อยูก่ ับความคิดเหน็ ของ
นักเรียน และจะนำ� แนวความคดิ ของ
นกั เรยี นในการท�ำกจิ กรรม น�ำไปใช้
เพ่อื การปรับปรงุ และท�ำวจิ ยั ตอ่ ไป

ชุดกจิ กรรมการเรยี นร้แู บบสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้ัน รายวชิ าเคมี 1 ชุดท่ี 6 พันธะไอออนกิ 1 49

กจิ กรรมท่ี 3 กจิ กรรมรวมกลุ่มสารประกอบไอออนกิ

จดุ ประสงค์
1. อธบิ ายการเกิดพันธะไอออนกิ ได้
2. เขยี นสูตรและเรยี กชื่อสารประกอบไอออนกิ ได้
บนั ทึกผลการทำ� กจิ กรรม
พิจารณาคำ� ตอบของนักเรยี นโดยอยู่ในดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน โดยมแี นวค�ำตอบ คือ

คู่ไอออนของ จำ� นวน จำ� นวน จำ� นวน จำ� นวน สูตร ชอื่ สารประกอบไอออนกิ
สารประกอบ ไอออน ไอออน ประจุ ประจุ AlCl3 อะลูมเิ นียมคลอไรด์
บวก
ไอออนกิ ลบ บวก ลบ
Al3+ กบั Cl- 1 3 +3 -3

K+ กบั SO42- 2 1 +2 -2 K2SO4 โพแทสเซยี มซัลเฟต

Na+ กับ O2- 2 1 +2 -2 Na2O โซเดียมออกไซด์

Ag+ กบั NO3- 1 1 +1 -1 AgNO3 ซิลเวอร์ไนเตรต

Cu2+ กับ OH- 1 2 +2 -2 Cu(OH)2 คอปเปอร์(II) ไฮดรอกไซด์

Cu+ กับ PO43- 3 1 +3 -3 Cu3PO4 คอปเปอร์(I) ฟอสเฟต
NH4+ กับ CO32- 2
Mg2+ กบั Br- 1 1 +2 -2 (NH4)2CO3 แอมโมเนยี มคาร์บอเนต

Fe2+ กับ S2- 1 2 +2 -2 MgBr2 แมกนีเซยี มโบรไมด์

1 +2 -2 FeS ไอร์ออน(II) ซลั ไฟด์

Ca2+ กับ C2H3O2- 1 2 +2 -2 (C2H3O2)2Ca แคลเซยี ม อะซเี ตต

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น รายวชิ าเคมี 1 ชดุ ที่ 6 พนั ธะไอออนกิ 1 50

อภิปรายผลการท�ำกจิ กรรม
พันธะไอออนิกเกิดจากแรงดึงดูดระหว่างประจุของธาตุโลหะและธาตุอโลหะ ผลรวมของ
ประจุไอออนบวกกับผลรวมของประจุไอออนลบ เม่ือน�ำมารวมกันแล้วได้เท่ากับศูนย์ซ่ึงการเขียน
สูตรสารประกอบไอออนกิ จะเขยี นไอออนบวกก่อนแล้วตามด้วยไอออนลบ และการเรยี กช่อื ให้อ่าน
ไอออนบวกก่อนตามด้วยไอออนลบ ลงท้ายด้วยไอด์
สรุปผลการทำ� กจิ กรรม
พันธะไอออนกิ เกดิ จากแรงดงึ ดูดระหว่างประจุของอะตอม

ค�ำถามหลังท�ำกจิ กรรมท่ี 3 รวมกลุ่มสารประกอบไอออนกิ

1. สารประกอบไอออนกิ ทเี่ กดิ จากธาตุ X ซง่ึ อยู่หมู่ IIA กบั ธาตุ Y ซง่ึ อยู่หมู่ VA จะมสี ตู รสารประกอบ
ไอออนกิ เปน็ อย่างไร

แนวค�ำตอบ X อยู่หมู่ IIA เม่ือเปน็ ไอออนจะมปี ระจุเป็น +2 และ Y อยู่หมู่ VA เมือ่ เปน็ ไอออน
จะมปี ระจเุ ป็น 3 ดังนน้ั สูตรเอมพริ คิ ัลจงึ เป็น X3Y2
2. กำ� หนดให้ธาตุ X, Y และ Z เปน็ ธาตทุ อี่ ยู่ในหมู่ IA VIA และ VIIA ตามลำ� ดบั เขยี นสตู รสารประกอบ
ไอออนกิ ทเ่ี กดิ จากธาตุ ต่อไปน้ี

2.1 X กับ Y
แนวคำ� ตอบ สูตรสารประกอบคอื X2Y เนื่องจากธาตุ X อยู่หมู่ IA เกดิ เป็น X+ ธาตุ Y อยู่หมู่ VIA
เกดิ เปน็ Y2-

2.2 X กับ Z
แนวคำ� ตอบ สูตรสารประกอบคอื XZ เนือ่ งจากธาตุ X อยู่หมู่ IA เกดิ เปน็ X+ ธาตุ Z อยู่หมู่ VIIA

เกดิ เปน็ Z-

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้ัน รายวชิ าเคมี 1 ชุดที่ 6 พันธะไอออนกิ 1 51

3. จงเตมิ ไอออนบวก, ไอออนลบ, สตู ร, และชอ่ื สารประกอบในชอ่ งวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง จากขอ้ มลู ในตารางท่ี
ก�ำหนดให้ต่อไปน้ี

ข้อ ไอออนบวก ไอออนลบ สตู ร ช่อื สารประกอบ

3.1 Ba2+ S2- BaS แบเรยี มซลั ไฟด์
3.2 Al3+
3.3 Ca2+ OH- Al(OH)3 อะลมู เิ นยี มไฮดรอกไซด์
3.4 Al3+
3.5 Na+ CO32- CaCO3 แคลเซียมคาร์บอเนต

CO32- Al2(CO3)3 อะลูมเิ นยี มคาร์บอเนต

PO43- Na3PO4 โซเดียมฟอสเฟต

แนวค�ำตอบขึน้ อย่กู บั ความคิดเห็นของ
นกั เรียน และจะน�ำแนวความคดิ ของ
นักเรียนในการท�ำกจิ กรรม น�ำไปใช้
เพ่อื การปรับปรุงและทำ� วจิ ัยต่อไป

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ 5 ข้นั รายวชิ าเคมี 1 ชุดที่ 6 พันธะไอออนกิ 1 52

กิจกรรมท่ี 4 คำ� นวณพลงั งานการเกดิ พนั ธะไอออนกิ กบั แผนภาพวัฏจกั รบอร์น-ฮาเบอร์
จดุ ประสงค์
1. อธบิ ายการเกิดสารประกอบไอออนกิ จากวฏั จกั รบอร์น - ฮาเบอร์ได้
2. คำ� นวณพลงั งานทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ปฏกิ ริ ยิ าการเกดิ สารประกอบไอออนกิ จากวฏั จกั รบอรน์ - ฮาเบอรไ์ ด้

แบบบนั ทกึ กจิ กรรมที่ 4

แผนภาพแสดงการเปลย่ี นแปลงพลังงานสารประกอบไอออนกิ

แนวคำ� ตอบขน้ึ อยู่กบั ความคิดเห็นของ
นักเรียน และจะนำ� แนวความคดิ ของ
นกั เรียนในการท�ำกจิ กรรม นำ� ไปใช้
เพื่อการปรับปรงุ และทำ� วจิ ยั ตอ่ ไป

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ 5 ข้นั รายวชิ าเคมี 1 ชุดท่ี 6 พนั ธะไอออนกิ 1 53

แนวค�ำตอบ โจทย์ท่ีนกั เรยี นได้รับแต่ละกลุ่ม เขยี นแผนภาพวฏั จักรบอร์น-ฮาเบอร์
ของการเกดิ สารประกอบไอออนกิ

พลงั งานของปฏกิ ริ ยิ า = พลงั งานการระเหดิ + พลงั งานไอออไนเซชัน + พลังงานพันธะ +
(-สัมพรรคภาพอเิ ล็กตรอน) + (-พลงั งานแลตทชิ )
พลงั งานของปฏกิ ยิ า = 161 kJ + 520 kJ + 79.5 kJ + (-328 kJ) + (-1047 kJ)
= -614.5 kJ

ดังนั้นการเกิดสารประกอบลิเทียมฟลูออไรด์เป็นพลังงานคายความร้อน และมี
พลังงานของปฏกิ ิริยา เท่ากบั 614.5 กโิ ลจลู ต่อโมล

ชดุ กิจกรรมการเรยี นร้แู บบสบื เสาะหาความรู้ 5 ขัน้ รายวชิ าเคมี 1 ชดุ ท่ี 6 พันธะไอออนกิ 1 54

Mg2+(g) + 2e- + Cl(g)

3 H3 = +242 kJ 4
H3 = 2 x (-329 kJ)
Mg2+(g) + 2e- + 1/2 Cl2(g)
Mg2+(g) + 2Cl-(g)

2 H2 = +1,451 kJ

Mg+(g) + e- + 1/2 Cl2(g)

2 H2 = +738 kJ 5
Mg(g) + 1/2 Cl2(g)

Mg(s) + 1/2 Cl2(g) 1 H1 = +150 kJ

Hf [MgCl2(s)] = -570 kJ H5 = - 2,493 kJ

MgCl2(s)

พลังงานของปฏกิ ริ ยิ า = พลงั งานการระเหดิ + พลงั งานไอออไนเซชัน + พลงั งานพนั ธะ +
(-สัมพรรคภาพอเิ ลก็ ตรอน) + (-พลังงานแลตทชิ )
พลังงานของปฏิกิริยา = 150 kJ + 738 kJ + 1,451 kJ + 242 kJ + 2 x (-329 kJ)
+ (-2,493 kJ)
= -570 kJ
ดังน้ันการเกิดสารประกอบแมกนีเซียมคลอไรด์เป็นพลังงานคายความร้อน และมี
พลังงานของปฏกิ ริ ยิ า เท่ากบั 570 กโิ ลจลู ต่อโมล

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ 5 ข้นั รายวชิ าเคมี 1 ชุดท่ี 6 พนั ธะไอออนกิ 1 55

Ca2+(g) + 2e- + Cl(g) 4
H3 = 2 x (-329 kJ)
3 H3 = +242 kJ
Ca2+(g) + 2Cl-(g)
Ca2+(g) + 2e- + Cl2(g)


2 H2 = +1,145 kJ

Ca+(g) + e- + Cl2(g)

Ca(g) + Cl2(g) 2 H2 = +590 kJ 5
Ca(s) + Cl2(g)

1 H1 = +178 kJ

Hf [CaCl2(s)] = -801 kJ H5 = - 2,258 kJ

CaCl2(s)

พลังงานของปฏกิ ริ ิยา = พลังงานการระเหดิ + พลังงานไอออไนเซชัน + พลงั งานพันธะ +
(-สัมพรรคภาพอเิ ลก็ ตรอน) + (-พลังงานแลตทชิ )
พลงั งานของปฏกิ ิริยา = 178kJ + 590 kJ + 1145 kJ + 242 kJ + 2 x (-349 kJ) + (-2,258 kJ)
= -801 kJ
ดังนั้นการเกิดสารประกอบแคลเซียมคลอไรด์เป็นพลังงานคายความร้อน และมี
พลังงานของปฏกิ ริ ยิ า เท่ากับ 801 กโิ ลจลู ต่อโมล

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ 5 ขน้ั รายวชิ าเคมี 1 ชุดท่ี 6 พันธะไอออนกิ 1 56

Mg2+(g) Mg2+(g) + O2-(g)
+ H23e-=++O2H(g44)9= k-J 14 1 kJH44=
O2(g) 3kJ +798 kJ

Mg2+(g) + 2e- + 1/2

Mg2+(g) + O-(g)

2
H2 = +1,451 kJ

Mg+(g) + e- + 1/2 O2(g) 5
H5 = - 3,845 kJ

2 H2 = +738 kJ
Mg(g) + 1/2 O2(g)

1 H1 = +150 kJ

Mg(s) + 1/2 O2(g)

Hf [MgO (s)] = -60 0 kJ MgO(s)

พลังงานของปฏกิ ริ ิยา = พลังงานการระเหดิ + พลังงานไอออไนเซชัน + พลังงานพนั ธะ +
(-สัมพรรคภาพอเิ ลก็ ตรอน) + (-พลังงานแลตทชิ )
พลังงานของปฏกิ ริ ิยา = 150 kJ + 738 kJ + 1,451 kJ + 249 kJ + (-141 kJ) + 798 kJ
+ (-3,845 kJ)
= -600 kJ
ดังน้ันการเกิดสารประกอบแมกนีเซียมออกไซด์เป็นพลังงานคายความร้อน และมี
พลงั งานของปฏกิ ิริยา เท่ากบั 600 กโิ ลจูลต่อโมล

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขนั้ รายวชิ าเคมี 1 ชดุ ท่ี 6 พันธะไอออนกิ 1 57

2K+(g) + 2e- + O(g) 2K+(g) + O2-( g) H5 = - 2,493 kJ

3 H3 = +249 kJ 4 H3 = - 141 kJ H3=+798 kJ

2K+(g) + 2e- + 1/2 O2(g) 2K+(g) + O-(g)

2 H2 = 2 x (+418 kJ) 5

2K(g) + 1/2 O2(g)

1kJ ) H1 = 2 x (+129 H5 = - 2,408 kJ

2K(s) + 1/2 O2(g)

Hf [K2O(s)] = -408 kJ K2O

พลงั งานของปฏกิ ริ ยิ า = พลังงานการระเหดิ + พลงั งานไอออไนเซชัน + พลังงานพันธะ +
(-สัมพรรคภาพอเิ ลก็ ตรอน) + (-พลังงานแลตทชิ )
พลังงานของปฏกิ ริ ิยา = 2 x (+129) kJ + 2 x (+418) kJ + 249 kJ + (-141 kJ) + 798 kJ
+ (-2,408 kJ)
= -408 kJ
ดงั น้ันการเกดิ สารประกอบโพแทสเซยี มออกไซด์เปน็ พลังงานคายความร้อน
และมพี ลงั งานของปฏกิ ิรยิ า เท่ากบั 408 กโิ ลจลู ต่อโมล

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ 5 ขั้น รายวชิ าเคมี 1 ชดุ ท่ี 6 พันธะไอออนกิ 1 58

K+(g) + e- + F(g)

3 H3 = +79.5 kJ 4 H3 = -328 kJ

K+(g) + e- + 1/2 F2(g) K+(g) + F-(g)

2 H2 = +418 kJ 5 H5 = - 1,047 kJ

K(g) + 1/2 F2(g)

K(s) + 1/2 F2(g) 1 H1 = +129 kJ

Hf [KF(s)] = -748.5 kJ

KF(s)

พลงั งานของปฏกิ ิรยิ า = พลังงานการระเหดิ + พลังงานไอออไนเซชนั + พลงั งานพนั ธะ +
(-สัมพรรคภาพอเิ ล็กตรอน) + (-พลงั งานแลตทชิ )
พลงั งานของปฏกิ ิริยา = 129kJ + 418 kJ + 79.5 kJ + (-328 kJ) + (- 1047 kJ)
= -748.5 kJ
ดงั นน้ั การเกดิ สารประกอบโพแทสเซยี มฟลอู อไรดเ์ ปน็ พลงั งานคายความรอ้ น และมพี ลงั งาน
ของปฏกิ ริ ิยา เท่ากับ 748.5 กโิ ลจลู ต่อโมล

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรูแ้ บบสบื เสาะหาความรู้ 5 ขัน้ รายวชิ าเคมี 1 ชุดที่ 6 พนั ธะไอออนกิ 1 59

Na+(g) + e- + F(g)

Na+(g) + e- + 1/2 F2(g) 3 H3 = +79.5 kJ 4 H3 = -328 kJ

Na+(g) + F-(g)

Na(g) + 1/2 F2(g) 2 H2 = +121 kJ

Na(s) + 1/2 F2(g) 1 H1 = +108 kJ 5 H5 = - 1,047 kJ

H f [NaF (s)] = -1,0 66.5 kJ NaF(s)

พลงั งานของปฏกิ ิริยา = พลงั งานการระเหดิ + พลังงานไอออไนเซชัน + พลังงานพนั ธะ +
(-สัมพรรคภาพอเิ ล็กตรอน) + (-พลังงานแลตทชิ )
พลงั งานของปฏกิ ริ ยิ า = 108 kJ + 121 kJ + 79.5 kJ + (-328 kJ) + (- 1047 kJ)
= -1,066.5 kJ
ดังน้ันการเกิดสารประกอบโซเดียมฟลูออไรด์เป็นพลังงานคายความร้อน และมี
พลงั งานของปฏกิ ิริยา เท่ากบั 1,066.5 กโิ ลจูลต่อโมล

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ 5 ข้นั รายวชิ าเคมี 1 ชุดท่ี 6 พนั ธะไอออนกิ 1 60

2Cs+(g) + 2e- + O(g) 2Cs+(g) + O2-(g)

3 H3 = +249 kJ 4 H4 = - 141 kJ H4=+798 kJ

2Cs+(g) + 2e- + 1/2 O2(g) 2Cs+(g) + O-(g)

2 H2 = 2 x (+376 kJ) 5
H5 = - 2,408 kJ
2Cs(g) + 1/2 O2(g)

1 H1 = 2 x (+76 kJ)

2Cs(s) + 1/2 O2(g)

Hf [Cs2O(s)] = -598 kJ Cs2O

พลงั งานของปฏกิ ิรยิ า = พลงั งานการระเหดิ + พลงั งานไอออไนเซชัน + พลังงานพนั ธะ +
(-สมั พรรคภาพอเิ ลก็ ตรอน) + (-พลงั งานแลตทชิ )
พลังงานของปฏกิ ริ ยิ า = 2 x (+76 kJ) +2 x( +376 kJ) + 249 kJ + (-141 kJ) + 798 kJ
+ (- 2,408 kJ)
= -598 kJ
ดังนนั้ การเกดิ สารประกอบซเี ซียมออกไซด์ เป็นพลงั งานคายความร้อน และมีพลังงาน
ของปฏกิ ิริยา เท่ากับ 598 กโิ ลจูลต่อโมล

ชุดกจิ กรรมการเรยี นร้แู บบสบื เสาะหาความรู้ 5 ข้นั รายวชิ าเคมี 1 ชดุ ที่ 6 พนั ธะไอออนกิ 1 61

แนวค�ำตอบบัตรกจิ กรรม E3 ตกผลึกความรู้ มุ่งสขู่ ้อสรุป

พนั ธะไอออนกิ 1 : การเกดิ ไอออน การเกดิ พันธะไอออนกิ
เขียนสตู รและเรยี กชอ่ื สารประกอบไอออนกิ การค�ำนวณพลงั งานการเกดิ สารประกอบไอออนกิ

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ 5 ข้ัน รายวชิ าเคมี 1 ชดุ ที่ 6 พนั ธะไอออนกิ 1 62

แนวค�ำตอบบตั รกจิ กรรม E4 เปิดกรอบความคดิ เพม่ิ พูนความรู้

พันธะไอออนกิ 1 : การเกิดไอออน การเกดิ พันธะไอออนกิ
การเขยี นสตู รและเรยี กช่อื สารประกอบไอออนกิ การค�ำนวณพลังงานการเกดิ สารประกอบไอออนกิ

ค�ำสง่ั จงตอบคำ� ถามจากสถานการณ์ทก่ี �ำหนดให้
น้�ำ เป็นส่วนประกอบถึงเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ในร่างกาย น้�ำแทรกซึมอยู่ทุกส่วนของร่างกาย
ท้งั ภายในและภายนอกเซลล์ ท้งั เลอื ด นำ้� เหลอื ง น�ำ้ ย่อย ฯลฯ โดยมี “อเิ ล็กโทรไลต์” หรอื เรยี กง่าย
ๆ ว่า “เกลอื แร่” เช่น โซเดยี มไอออน โพแทสเซียมไอออน แคลเซียมไอออน แมกนเี ซยี มไอออน คลอ
ไรดไ์ อออนฟอสเฟตไอออน และไบคารบ์ อเนตไอออน ละลายปนอยู่ ทำ� ใหน้ ำ�้ มคี วามเขม้ ขน้ และนำ� พา
อาหารไปเล้ียงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ถงึ แมอ้ เิ ลก็ โทรไลตท์ กุ ตวั จะมคี วามสำ� คญั แตป่ รมิ าณความเขม้ ขน้ ของโซเดยี มและโพแทสเซยี ม
จะมอี ทิ ธพิ ลตอ่ การรกั ษาสมดลุ และถา่ ยเทของ นำ้� ในเซลลแ์ ละภายนอกเซลลม์ ากสดุ โดยกลไกการ
เคลอื่ นทีข่ องนำ้� ในร่างกายจะไหลจากด้านที่มคี วามเข้มข้นน้อยกว่าผ่านเยื่อกน้ั ผนังเซลล์ไปยงั ด้านที่
มคี วามเข้มข้นสงู กว่า

ให้นกั เรยี นตอบคำ� ถามต่อไปน้ี
1. นักเรยี นคดิ ว่าสารประกอบไอออนกิ มีความส�ำคัญอย่างไรกบั สมดุลชวี ติ

แนวคำ� ตอบ สารประกอบไอออนกิ ทุกตวั มีความส�ำคัญต่อร่างกาย รกั ษาสมดลุ ระหว่าง
อเิ ลก็ โทรไลต์ภายนอกและภายในเซลล์ การแลกเปล่ยี นไอออน เช่น การควบคมุ
ความเป็นกรด-เบส ในเลอื ดหรือมคี วามสำ� คัญต่อการทำ� งานของระบบประสาท
และกล้ามเนอ้ื และการทำ� งานของไตในการขับไอออนส่วนเกนิ ออก เปน็ ต้น
นำ้� ช่วยส่งเสรมิ ให้เซลล์ท�ำงานได้ดขี น้ึ เปน็ ตัวกลางในการเคล่อื นท่ขี องสารต่างๆ
ระหว่างภายในและภายนอกเซลล์ โดยผ่านผนงั หุ้มเซลล์ เช่น การนำ� สารอาหาร
เข้าสู่เซลล์ การขับถ่ายของเสยี ออกจากเซลล์ การรักษาสมดุลของเกลอื แร่ เปน็ ต้น
นอกจากน้กี ระบวนการเผาผลาญของเซลล์ต้องอาศยั น้�ำเปน็ ตวั กลาง ตลอดจน
นำ้� ยังรกั ษาอณุ หภูมริ ่างกาย และคงไว้ซ่งึ ปริมาตรเลือดไหลเวยี นอีกด้วย
ภาวะเสยี สมดุลของน�้ำจากภาวะขาดน้�ำหรอื น้�ำเกนิ แม้จะไม่ใช่โรค แต่ภาวะเสยี
สมดุลนจ้ี ะท�ำให้เกิดอันตรายแก่ชวี ิตได้ หรอื อาจมสี าเหตจุ ากโรคท่ที ำ� ให้เกดิ ภาวะ
เสยี สมดุลของน้�ำ และมพี ยาธสิ ภาพท่รี ุนแรงถึงขนั้ วกิ ฤตได้

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขน้ั รายวชิ าเคมี 1 ชดุ ท่ี 6 พนั ธะไอออนกิ 1 63

แนวค�ำตอบบัตรกจิ กรรม E5 ประเมินความรู้

พนั ธะไอออนกิ 1 : การเกดิ ไอออน การเกดิ พันธะไอออนกิ

การเขยี นสูตรและเรยี กชอ่ื สารประกอบไอออนกิ การค�ำนวณพลงั งานการเกดิ สารประกอบไอออนกิ

คำ� ส่งั ให้นกั เรยี นตอบค�ำถามต่อไปน้ี
1. เขียนแสดงการให้และรับอเิ ลก็ ตรอนในการเกดิ สารประกอบระหว่างธาตแุ ต่ละคู่ต่อไป โดยใช้
สัญลกั ษณ์แบบจุดของลวิ อสิ (1 คะแนน)
1.1 โซเดยี มกบั ออกซิเจน

1.2 ซเี ซยี มกับก�ำมะถนั

2. เขียนสตู รและช่ือสารประกอบไอออนกิ จากไอออนทกี่ �ำหนดให้ ดังต่อไปน้ี (2 คะแนน)

2.1 Mn2+ และ Mn4+ กบั O2-
MnO แมงกานสี (II) ออกไซด์
MnO2 แมงกานีส (IV) ออกไซด์

2.2 SSSnnn2S(+SOแO4ล4 ) ะ2 Sn 4ทท+ นินิกบั ((IIVIS))Oซซ4ลั 2ลั -เฟเฟตต



3. เรียกชอื่ สารประกอบไอออนกิ ต่อไปน้ี (2 คะแนน)
3.1 NH4CN แอมโมเนยี มไซยาไนด์
3.2 Na2HPO4 โซเดียมไฮโดรเจนฟอสเฟต
3.3 Al2(CO3)3 อะลมู เิ นยี มคาร์บอนเนต
3.4 Fe2O3 ไอร์ออน (III) ออกไซด์

ชุดกจิ กรรมการเรยี นร้แู บบสบื เสาะหาความรู้ 5 ขน้ั รายวชิ าเคมี 1 ชดุ ที่ 6 พนั ธะไอออนกิ 1 64

4. กำ� หนดค่าพลังงานท่เี กยี่ วข้องกับซเี ซียมและฟลูออรนี ดังนี้

ชนดิ ของพลงั งาน ค่าของพลังงาน (kJ/mol)
พลงั งานแลตทชิ ของ CsF 759
สัมพรรคภาพอเิ ลก็ ตรอนของ F 328
พลังงานการระเหดิ ของ Cs 76
พลงั งานพนั ธะของ F2 159
พลงั งานไอออไนเซชนั ลำ� ดบั ท่ี 1 ของ Cs 376

จากขอ้ มลู ข้างตน้ จงตอบคำ� ถามตอ่ ไปน้ี
4.1. เขียนสมการของปฏิกริ ิยาและสมการของปฏกิ ิรยิ าย่อยของการเกดิ สารประกอบ
พร้อมทงั้ ระบวุ ่าแต่ละขน้ั ตอนดดู พลังงานหรอื คายพลังงาน (3 คะแนน)
แนวค�ำตอบ สมการของปฏกิ ิริยาเป็นดังน้ี Cs(s) + ½ F2 (g) CsF(s)

ชนิดของพลังงาน สมการของปฏกิ ริ ยิ า ดดู หรือคายพลังงาน
พลังงานการระเหดิ ดูดพลังงาน
พลังงานไอออไนเซชัน Cs(s) Cs (g) ดดู พลังงาน
พลงั งานพันธะ ดดู พลังงาน
สมั พรรคภาพอเิ ลก็ ตรอน Cs(g) Cs+(g) + e- คายพลงั งาน
พลงั งานแลตทชิ คายพลงั งาน
1/2F2(g) F(g)
F(g) + e- F-(g)

Cs+(g) + F-(g) CsF(s)

4.2 ค�ำนวณพลังงานการเกดิ สารประกอบซเี ซียมฟลูออไรด์ พร้อมทงั้ ระบวุ ่าเปน็ ปฏกิ ิรยิ าดูด
พลังงานหรอื คายพลงั งาน (2 คะแน)
แนวคำ� ตอบ พลังงานรวม = 76 + 376 + 79.5 + (-328) + (-759)
= -555.55 kJ
ดงั น้นั การเกดิ สารประกอบซเี ซียมฟลูออไรด์เปน็ ปฏกิ ริ ิยาคายพลังงานและมพี ลงั งาน
รวมของปฏกิ ิรยิ าเท่ากบั 555.5 กโิ ลจลู ต่อโมล

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ 5 ข้ัน รายวชิ าเคมี 1 ชุดท่ี 6 พนั ธะไอออนกิ 1 65

เกณฑก์ ารประเมนิ E5 ประเมินความรู้

พันธะไอออนกิ 1 : การเกิดไอออน การเกดิ พันธะไอออนกิ
เขยี นสูตรและเรยี กช่อื สารประกอบไอออนกิ

การคำ� นวณพลงั งานการเกดิ สารประกอบไอออนกิ

ขอ้ ที่ เกณฑ์การให้คะแนน 0.5 คะแนน
ตอบถกู ต้อง ข้อละ 0 คะแนน
1 คะแนน
1 ตอบไม่ถกู ต้อง หรอื ไม่ตอบคำ� ถาม 0 คะแนน
ตอบถูกต้อง ข้อละ 0.5 คะแนน
0 คะแนน
2. ตอบไม่ถูกต้อง หรอื ไม่ตอบค�ำถาม 0.5 คะแนน
ตอบถูกต้อง ข้อละ 0 คะแนน
2 คะแนน
3 ตอบไม่ถกู ต้อง หรอื ไม่ตอบค�ำถาม 1 คะแนน
เขียนสมการแต่ละขน้ั ตอนได้ถูกต้อง ขนั้ ตอนละ 0 คะแนน

4.1 ตอบไม่ถกู ต้อง หรอื ไม่ตอบคำ� ถาม
ตอบ ค�ำตอบถกู ต้อง ค�ำนวณถกู ต้องชัดเจน

4.2 ตอบ ค�ำตอบถกู ต้อง ค�ำนวณถกู ต้องไม่ชัดเจน
ตอบไม่ถกู ต้อง หรอื ไม่ตอบค�ำถาม

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ 5 ขัน้ รายวชิ าเคมี 1 ชดุ ที่ 6 พันธะไอออนกิ 1 66

แบบทดสอบหลังเรยี น
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ 5 ขนั้

ชดุ ที่ 6 พนั ธะไอออนกิ 1

คำ� ชี้แจง
1. แบบทดสอบแบบปรนยั ทง้ั หมด 10 ข้อ 4 ตัวเลอื ก คอื ก ข ค และ ง ใช้เวลาทำ�
10 นาที คะแนนเต็ม 10 คะแนน
2. ให้นักเรยี นเลือกคำ� ตอบทถ่ี กู ทส่ี ุดเพยี งค�ำตอบเดยี ว แล้วทำ� เครอ่ื งหมายกากบาท (X)
ทับตวั อกั ษร ก ข ค และ ง ลงในกระดาษค�ำตอบ

1. ข้อใดมสี ารประกอบไอออนกิ เพียงสารเดยี วเท่านน้ั
ก. NCCCHSC2H24l4C 2 l BNLCeia2FCHC l4l2 PCHKFoCC3CNN l 2 L i P2BPOCaClO5l3
ข.
ค.
ง.

2. X และ Y มเี ลขอะตอมตามข้อใด ทใ่ี ห้สารประกอบมสี ตู รเคมี XY
ก. 3 และ 8
ข. 5 และ 10
ค. 11 และ 17
ง. 19 และ 16

3. ข้อใดเปน็ สมการแสดงการเกดิ สารประกอบ NaF
ก. Na(s) + F1F2/(2(gl)) F 2 ( g) NaF(s)
ข. Na(s) + NaF(s)
ค. Na(g) + NaF(g)
ง. Na(g) + 1/2F2(g) NaF(g)

4. ถ้า A, B, C และ D เป็นธาตุทม่ี เี ลขอะตอม 8, 12, 19 และ 35 ตามล�ำดบั สูตรของไอออนและ
สารประกอบไอออนกิ ในข้อใดถกู ต้อง
ก. C A3+ 2- CDA2DBA23
ข. A2+ D-
ค. C+ B-
ง. B A3+ 2- B2A3

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขน้ั รายวชิ าเคมี 1 ชุดท่ี 6 พันธะไอออนกิ 1 67

5. พลังงานใดไม่เก่ยี วข้องกับกระบวนการต่อไปน้ ี
Na(s)+1/2Br2(g)
NaBr(s) NaBr(aq)

ก. พลังงานแลตทชิ
ข. พลังงานไฮเดรชนั
ค. พลังงานการสลายพันธะของโบรมนี
ง. พลงั งานสมั พรรคภาพอเิ ลก็ ตรอน

6. ข้อใดเป็นลกั ษณะของการเกดิ ไอออนบวก
ก. อะตอมของอโลหะท่สี ูญเสียอเิ ล็กตรอน ทำ� ให้มจี ำ� นวนอิเลก็ ตรอนมากกว่าโปรตอน
ข. อะตอมของอโลหะทไ่ี ด้รับอเิ ล็กตรอน ท�ำให้มจี �ำนวนโปรตอนน้อยกว่าอเิ ล็กตรอน
ค. อะตอมของโลหะทไ่ี ด้รับอเิ ลก็ ตรอน ท�ำให้มจี ำ� นวนอิเลก็ ตรอนน้อยกว่าโปรตอน
ง. อะตอมของโลหะทส่ี ญู เสยี อเิ ล็กตรอน ท�ำให้มจี ำ� นวนโปรตอนมากกว่าอเิ ลก็ ตรอน

7. ธาตทุ ม่ี เี ลขอะตอมเท่าใดทเ่ี กิดพนั ธะไอออนกิ กบั ลเิ ทียม (3Li) ได้ดที ส่ี ุด
ก. 9
ข. 12
ค. 19
ง. 20

8. ข้อใดอ่านชอ่ื สารประกอบไออนกิ ได้ถกู ต้อง
ก. BCNKaa2aSFC22C l 2 O 3 ออออ่า่า่า่านนนนวววว่า่า่า่า แโโแซพคบเแลดเทรเยีซยีสมยีมเคซมฟายีไลดรมไู์บคซรอลตลั เอ์เนฟไตรอดร์ ์
ข.
ค.
ง.

9. สารประกอบโพแทสเซยี มเปอร์คลอเรต แมกนเี ซยี มซัลเฟตและอะลมู เี นยี มออกไซด์มสี ตู รว่า
อย่างไร
ขกงค....KKKKCCCClllOlOOO3344 MMMMggggSS((SSOOOO44 44 )) 22 AAAAlllOl22OOO33

ชุดกิจกรรมการเรยี นรูแ้ บบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น รายวชิ าเคมี 1 ชดุ ที่ 6 พันธะไอออนกิ 1 68

10. ก�ำหนดให้ พลังงานแลตทชิ NaCl = 787 kJ/mol
พลังงานไอออไนเซชัน Na(g) = 494 kJ/mol
พพลลังังงงาานนสกามั รพสรลราคยภ า Cพl2อ(gเิ ล) ก็ ตรอ น = 242 kJ/mol
Cl(g) = 347 kJ/mol
พลงั งานการระเหดิ Na(s) = 109 kJ/mol

ปฏิกกริ ยิ. า11N34a(sk)J/+mo1/l 2Cl2 (g) NaCl(s) ท่ี 25oC คายพลังงานความร้อนจำ� นวนเท่าใด
ข. 724 kJ/mol
ค. 410 kJ/mol
ง. 289 kJ/mol

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ 5 ขัน้ รายวชิ าเคมี 1 ชุดที่ 6 พนั ธะไอออนกิ 1 69

กระดาษคำ�ตอบแบบทดสอบก่อนเรียน
ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขน้ั

ชดุ ที่ 6 พันธะไอออนิก 1
จำ�นวน 10 ขอ้ คะแนนเต็ม 10 คะแนน เวลา 10 นาที

ชื่อ-สกุล............................................................เลขที.่ .............. ชั้น..................

ขอ้ ก ข คง
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

คะแนนเต็ม คะแนนท่ไี ด้
10 ( ) ผา่ น ( ) ไม่ผา่ น

ผลการประเมนิ

ผา่ นเกณฑ์ต้องได้คะแนนรอ้ ยละ 70 หรือ 7 คะแนน

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรูแ้ บบสบื เสาะหาความรู้ 5 ข้นั รายวชิ าเคมี 1 ชดุ ท่ี 6 พนั ธะไอออนกิ 1 70

กระดาษคำ�ตอบแบบทดสอบหลงั เรียน
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขนั้

ชุดที่ 6 พนั ธะไอออนิก 1
จำ�นวน 10 ข้อ คะแนนเตม็ 10 คะแนน เวลา 10 นาที

ชื่อ-สกุล............................................................เลขที่............... ช้ัน..................

ข้อ ก ข คง
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

คะแนนเต็ม คะแนนทไ่ี ด้
10 ( ) ผา่ น ( ) ไมผ่ า่ น

ผลการประเมนิ

ผา่ นเกณฑ์ต้องไดค้ ะแนนร้อยละ 70 หรือ 7 คะแนน

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นร้แู บบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขัน้ รายวชิ าเคมี 1 ชุดท่ี 6 พนั ธะไอออนกิ 1 71

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น และหลังเรยี น
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้นั

ชุดที่ 6 พันธะไอออนิก 1

ขอ้ ค�ำตอบ
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น แบบทดสอบหลงั เรยี น

1ง ก

2ก ค

3ก ก

4ค ข

5ก ข

6ค ง

7ก ก

8ข ก

9ข ค
10 ง ง

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้ัน รายวชิ าเคมี 1 ชดุ ที่ 6 พันธะไอออนกิ 1 72

บรรณานกุ รม

กฤษณา ชุตมิ า. (2556). หลกั เคมีทวั่ ไป เล่ม 1. กรุงเทพ ฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
ชยั ยุทธ ช่างสาร และเลศิ ณรงค์ ศรพี นม. (2545). เคมสี �ำหรับวศิ วกร. กรงุ เทพ ฯ :
เพ็ชรสกุลจ�ำกดั .
ชัยวัฒน์ เจนวานชิ ย์. (2525). หลักเคมี 1. กรงุ เทพ ฯ : กราฟิคอาร์ต.
ประดษิ ฐ์ มีสุข. (2548). เคมพี น้ื ฐานส�ำหรับวทิ ยาศาสตร์สขุ ภาพ. สงขลา : เทมการพมิ พ์.
พงศธร นนั ทธเนศ. (ม.ป.ป.). คู่มอื ครูเคมี ม.4 เล่ม 1. กรงุ เทพ ฯ : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.
รานี สวุ รรณพฎษษ์. (2545). เคมที ่วั ไป เล่ม 1 ฉบับเสรมิ ประสบการณ์. กรุงเทพ ฯ : วทิ ยพฒั น์.
วัฒน สุทธศิ ิรมิ งคล และสุพรรฌทพิ ย์ อติโพธ.ิ (2554). สรุปเคมี ม.ปลาย. กรุงเทพ ฯ :
ห้างหุ้นส่วนจำ� กัดสามลดา.
วนิ ัย วทิ ยาลัย. (มปป.). เคมี (ม.6 เล่ม 1). กรุงเทพ ฯ : ฟิสกิ ส์เซ็นเตอร์.
วรี ะชาติ สวนไพรนิ ทร์. (2549). เคมี เล่ม 3. กรงุ เทพ ฯ : ภูมบิ ณั ฑติ การพมิ พ์.
สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี (2553). คู่มอื ครรู ายวชิ าเคมีเพมิ่ เติม
เคมี เล่ม 1. กรุงเทพ ฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว.
สมพงศ์ จนั ทร์โพธศ์ิ รี. (2555). เคมอี นิ ทรยี ์ เล่ม 1. กรุงเทพ ฯ : วทิ ยพฒั น์.
สำ� ราญ พฤกษ์สุนทร. (2551). คู่มอื สาระการเรยี นรู้พื้นฐานและเพม่ิ เตมิ เคมี ม.4 เล่ม 1.
กรุงเทพ ฯ : พ.ศ. พัฒนา.
ส�ำราญ พฤกษ์สุนทร. (2551). คู่มอื สาระการเรยี นรู้พน้ื ฐานและเพม่ิ เตมิ เคมี ม.4 เล่ม 2.
กรุงเทพ ฯ : ห้างหุ้นส่วนจ�ำกัดเรอื งแสงการพมิ พ์.
สธุ าทพิ ย์ ศริ ไิ ฟศาลพพิ ัฒน์. (2542). เคมีวิทยาศาสตร์. กรงุ เทพ ฯ : โอ.เอส.พร้นิ ต้งิ เฮ้าส์.
สุวฒั น์ ธาดาวุธ. (2558). คู่มอื เตรยี มสอบวชิ าเคมรี ะดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย. นนทบุรี :
ธิงค์ บียอนด์ บุ๊คส์ จ�ำกดั .
เสกสรร ศริ วิ ฒั นวบิ ูลย์. (ม.ป.ป.). สรุปเข้มลุยโจทย์เคมเี ข้ามหาวทิ ยาลัย เล่ม 1. กรุงเทพ ฯ :
SCIENCE CENTER.
Brady, J.E. and Holum, J.R. (1993). Chemistry : The Study of Matter and Its Changes.
New York : John Wiley and Sons Ltd.
Brady, J.E. (1990). Genneral Chemistry. New York : John Wiley and Sons Ltd.
Brand, I. and Grime, R. (2002). Chemistry 11-14. Singapore : Pearson Education Ltd.
Briggs. J ,and Heyworth, R. (2012). Elective Chemistry. Singapore : Pearson Education
Ltd. Education Ltd.
Chang, R. (2010). Chemistry. New York : McGraw Hill.
Goldberg, D.E. (1989). Schaum’ s 3000 Solved Problems in Chemistry. New York :
Mc Graw-Hill.
Heyworth, R.M. and Briggs, J.G.R. (2007). Chemistry Insights O level. 2nd edition.
Singapore : Pearson Education Ltd.

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้นั รายวชิ าเคมี 1 ชุดท่ี 6 พนั ธะไอออนกิ 1 73

บรรณานกุ รมเวบ็ ไซต์

“ผลึกโซเดียมคลอไรด์ (NaCI)”, [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก : https://socratic.org/questions/5984325
7b72cff6fe798346b. [สบื ค้นเมอ่ื 3 กุมภาพันธ์ 2558].
“ผลึกแมกนเี ซียมออกไซด์ (MgO)”, [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก : http://www.theochem.unito.it/crys
tal_tuto/mssc2008_cd/tutorials/surfaces/surfaces_tut.html. [สบื ค้นเมอื่ 3 กมุ ภาพนั ธ์ 2558].


Click to View FlipBook Version