-2- เอกสารแนบทา้ ยประกาศ
แบบ นร. 1
การนาเสนอผลงาน “หนง่ึ โรงเรยี น หน่ึงนวัตกรรม” ประจาปี 2564
1. หนา้ ปก ประกอบด้วย
1) ชื่อผลงานหนึ่งโรงเรียน หนง่ึ นวตั กรรม การบริหารจดั การและพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาแบบบูรณาการ
มสี ่วนรว่ ม โดยใช้ SIX PA MODEL โรงเรียนบ้านคลีกลิง้ ตาบลคลกี ล้งิ อาเภอศิลาลาด จงั หวัดศรีสะเกษ
สานักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาศรสี ะเกษ เขต 2
2) การสง่ ผลงานหนึง่ โรงเรยี น หน่งึ นวตั กรรม ( กรุณาระบุ √ ลงใน ท่ีตรงกบั ผลงาน )
เป็นผลงานท่ีไมเ่ คยสง่ เข้ารับการคัดสรรกับคุรสุ ภา
เป็นผลงานท่ีเคยส่งเขา้ รับการคดั สรรกบั ครุ ุสภา ปี ....... เร่ือง ........แต่ไม่ได้รับรางวลั ของครุ ุสภา
เป็นผลงานที่เคยไดร้ บั รางวลั ของคุรุสภาและมกี ารนามาพฒั นาเพิม่ เตมิ หรอื ต่อยอดนวตั กรรม (ตอ้ งกรอกแบบ นร. 2)
3) ประเภทผลงานหนึง่ โรงเรยี น หนึ่งนวัตกรรม ( กรณุ าระบุ √ ลงใน ที่ตรงกบั ผลงาน)
(เลอื กได้เพียง 1 ด้านเทา่ นั้น)
การจัดการเรยี นรู้ สื่อและเทคโนโลยเี พอ่ื การเรียนรู้
การบริหารและการจัดการสถานศึกษา การส่งเสริมและพัฒนาผเู้ รยี นใหเ้ ตม็ ศกั ยภาพ
การวัดและประเมนิ ผล
อืน่ ๆ โปรดระบุ .....................................................................
4) ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
ช่อื ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา นาย........วชิ ัย...............นามสกุล ..........โพธิ์ศรี...........
เลขบัตรประชาชน 3330900050197 ตาแหน่ง...ผอู้ านวยการสถานศึกษา
วิทยฐานะ ผอู้ านวยการชานาญการพเิ ศษ
โทรศัพทเ์ คลื่อนท่.ี ...0810748896....E-mail : ………[email protected]…………
5) ผ้ปู ระสานงาน
นางสาว.............อรพนิ .... นามสกุล ...............ผาสขุ ...............
เลขบัตรประชาชน 3330900748224.... ตาแหน่ง.........คร.ู ......วิทยะฐานะ......ครชู านาญกรพเิ ศษ..
โทรศพั ทเ์ คลื่อนท่.ี ..........0883550749..........E-mail : ……[email protected]………
6) คณะผรู้ ่วมพัฒนาผลงานนวตั กรรม ( ครู /นกั เรยี น/ผ้ทู ี่มีส่วนเกี่ยวขอ้ ง จานวนตามจริง )
(นาย/นาง/นางสาว/อนื่ ๆ).....................-................... นามสกุล ...........................-...........................
เลขบัตรประชาชน ..............-.............. ตาแหน่ง.................-..............วิทยะฐานะ................-..............
โทรศพั ทเ์ คลอื่ นท่ี..................-..........................E-mail : …………………-…………………………………
(นาย/นาง/นางสาว/อ่นื ๆ)....................-.................... นามสกุล ............................-.........................
เลขบตั รประชาชน ................-............ ตาแหนง่ ...................-............วิทยะฐานะ.................-..................
โทรศัพทเ์ คลือ่ นท.ี่ .........................-................E-mail : ……………………-………………………
ประกาศสานักงานเลขาธกิ ารครุ ุสภา เรื่อง การสง่ ผลงานเขา้ รับการคดั สรรรางวลั “หนงึ่ โรงเรียน หนึง่ นวตั กรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
-3-
7) ขอ้ มลู สถานศึกษา
ชือ่ สถานศกึ ษา...........โรงเรยี นบ้านคลกี ลง้ิ ......เลขท่ี….....174......หมู่ 1 ถนน................-..................
ตาบล/แขวง.........คลีกลง้ิ ...........อาเภอ.........ศลิ าลาด.......จงั หวดั ...........ศรสี ะเกษ.........
รหสั ไปรษณีย์..………33160.…..โทรศพั ท์ ...............-...........โทรสาร.....................-...................
8) สงั กัด 1. สพป. .ศรีสะเกษ...เขต....2.... 2. สพม. เขต ..........จงั หวดั ...........................
3. สอศ. 4. สช. 5. กทม. 6. อปท. .............
7. กศน. 8. การศึกษาพิเศษ 9. อื่น ๆ (โปรดระบ)ุ ...............................
หมายเหตุ : กรณุ าบนั ทกึ ข้อมูลลงใน https://school.ksp.or.th (KSP-School) กรณยี งั ไม่ได้สมัคร
สมาชิก หรอื ลืมรหสั เข้าระบบ กรุณาเผอื่ เวลาอยา่ งน้อย 3 วนั ทาการ เพื่อใหส้ ามารถสง่ ผลงาน
ไดท้ ันภายในวันท่ี 15 กุมภาพนั ธ์ 2564
ประกาศสานกั งานเลขาธกิ ารครุ ุสภา เรอ่ื ง การส่งผลงานเขา้ รบั การคดั สรรรางวัล “หนงึ่ โรงเรยี น หน่งึ นวตั กรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
-4-
2. บทสรปุ
โรงเรียนบ้านคลกี ลิง้ เป็นโรงเรยี นขนาดเลก็ ท่ีงบประมาณในการบริหารจัดการสถานศกึ ษาไม่เพียงพอ
โรงเรียนมคี รูและบุคลากรทางการศึกษาไม่เพียงพอ รวมท้งั ไมม่ ีบุคลากรในสายสนับสนนุ ครผู สู้ อนยงั ไมม่ ี
วธิ กี ารจดั การเรียนรู้ทีท่ ันสมยั และหลากหลาย การบริหารจัดการไม่เปน็ ระบบ สภาพบรบิ ททว่ั ไปของโรงเรียนมี
ความทรุดโทรม ชมุ ชน บา้ น วัด และโรงเรียนยังไมม่ ีความสมั พนั ธ์ทด่ี ี โดยชมุ ชนและผปู้ กครองมองวา่ การจดั
การศกึ ษาเป็นหนา้ ที่ของโรงเรยี นเพยี งหน่วยงานเดียว ส่งผลใหโ้ รงเรยี นไม่สามารถพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้
ตามท่กี าหนดในมาตรฐานการศกึ ษาของโรงเรยี น ข้าพเจา้ นายวชิ ยั โพธ์ิศรี ตาแหนง่ ผู้อานวยการโรงเรียนบา้ น
คลกี ลงิ้ ได้บริหารจดั การพฒั นาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนให้มีประสทิ ธิภาพ ประสิทธิผล ใชป้ ระสบการณ์
ท่สี ะสม บ่มเพาะในการปฏิบัติหน้าทตี่ ามกรอบภาระงาน ทุ่มเทจิตวิญาณ ความศรทั ธาต่อวิชาชีพ โดยใชว้ ธิ ี
ระบบ(System Approach) เปน็ แนวทางในการพัฒนาโรงเรียน มอี งคป์ ระกอบที่สาคัญ ในการบริหารจัดการ
โรงเรยี น ใชก้ ารบรหิ ารจัดการและพฒั นาคุณภาพการศึกษาแบบบูรณาการมีสว่ นร่วม โดยใช้ SIX PA MODEL
(SIX Participations) ร่วมกับวิถึคลกี ลิ้ง จนเกิดแนวทางและความรว่ มมือของโรงเรยี น ชมุ ชน บ้าน วัด ในการ
บรหิ ารจัดการและพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรยี นแบบมสี ว่ นร่วมในปกี ารศึกษา 2562 ดงั นี้ 1) ค่าเฉลีย่
คะแนน NT ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 และ O - NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สูงกวา่ ระดับประเทศ 2) นกั เรยี นทุก
คนมีผลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ในระดบั ดี 3) โรงเรยี นไดร้ ับรางวลั โรงเรยี นศลี หา้ จาก สพฐ.
4) ชุมชน วัด บา้ นไดร้ ับรางวลั หมูบ่ ้านศลี ห้า ระดับจงั หวัด
3. ความเปน็ มาและความสาคัญ
การจดั การศึกษาขน้ั พน้ื ฐานถือวา่ เปน็ สิ่งสาคัญ เพราะเปน็ การวางรากฐานของการดาเนินชวี ิตให้กบั
ประชาชนในชาติให้เปน็ บุคคลที่มีความสมบรู ณ์ท้ังทางด้าน ร่างกาย จติ ใจ สตปิ ัญญา ความร้แู ละคุณธรรม
จรยิ ธรรมและวัฒนธรรมในการดารงชวี ิต สามารถอยู่รว่ มกับผอู้ ่ืนได้อยา่ งมีความสขุ (พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษา
แหง่ ชาติ. 2542 : 6 – 7) ซึ่งในปจั จุบนั สงั คมทุกวันน้ีมีการเปลีย่ นแปลงไปอย่างรวดเรว็ ทงั้ ทางด้านเศรษฐกิจ
สงั คมและเทคโนโลยีการจัดการศึกษาจึงตอ้ งจัดการศกึ ษาให้สอดคลอ้ งกบั การเปล่ียนแปลงและความ
เจริญกา้ วหนา้ ดังกล่าว พระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พุทธศกั ราช 2542 ไดใ้ หค้ วามสาคญั สาหรบั การจัด
การศึกษาท่เี นน้ การมสี ว่ นร่วมของบุคคล ครอบครวั และชุมชนอยหู่ ลายมาตรา เชน่ มาตรา 12 ใหบ้ คุ คล
ครอบครัวองค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการและสถาบันสงั คมอน่ื
มีสทิ ธใิ นการจดั การศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน มาตรา 23 (6) กลา่ วว่า จดั การเรยี นรู้ให้เกิดข้นึ ได้ทุกเวลาสถานท่ี มกี าร
ประสานความรว่ มมือกับบดิ ามารดา ผู้ปกครอง และบคุ คลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อพฒั นาผู้เรียนตามศกั ยภาพ
มาตรา 29 ให้สถานศึกษารว่ มกับบุคคล ครอบครวั ชุมชน องคก์ รชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน
องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการและสถาบนั สงั คมอนื่ ๆ สง่ เสรมิ ความเขม้ แขง็
ของชุมชน โดยการจัดการเรียนรู้ในชมุ ชนเพอ่ื ใหช้ มุ ชนมีการจดั การศกึ ษาอบรม มีการแสวงหาความรู้ ข้อมูล
ขา่ วสาร และรู้จักเลือกสรรภูมิปญั ญาและวทิ ยาการต่างๆ เพื่อพฒั นาชุมชนใหส้ อดคล้องกับสภาพปญั หาและ
ความต้องการ รวมท้ังหาวธิ กี ารสนบั สนุนใหม้ กี ารแลกเปล่ียนประสบการณ์ การพฒั นาระหวา่ งชมุ ชน มาตรา
39 ระบไุ ว้วา่ ให้กระทรวงกระจายอานาจการบริหารและการจดั การศึกษา ทงั้ ดา้ นวิชาการ งบประมาณ การ
บริหารงานบคุ คลและการบริหารงานทวั่ ไป ไปยงั คณะกรรมการและสานักงานการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ประกาศสานักงานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา เรื่อง การสง่ ผลงานเข้ารับการคัดสรรรางวลั “หนงึ่ โรงเรยี น หนึง่ นวัตกรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
-5-
เขตพ้ืนทีก่ ารศึกษา และสถานศกึ ษาในเขตพืน้ ท่ีการศึกษาโดยตรง มาตรา 40 ให้มคี ณะกรรมการสถานศกึ ษา
ขน้ั พ้ืนฐานและสถานศึกษาระดบั ตา่ กว่าปรญิ ญาของแต่ละสถานศกึ ษา ทาหน้าที่ กากับสง่ เสรมิ สนับสนุน
กิจกรรมของสถานศึกษา ประกอบดว้ ย ผแู้ ทนผูป้ กครอง ผูแ้ ทนครู ผ้แู ทนองค์กรชุมชน ผแู้ ทนพระภิกษุสงฆ์
หรอื ผู้แทนองค์กรศาสนาอน่ื ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้อานวยการสถานศกึ ษา เป็นกรรมการและเลขานุการ มาตรา
57 ให้หน่วยงานทางการศึกษาระดมทรัพยากรบุคคลในชุมชนใหม้ สี ว่ นร่วมในการจดั การศึกษา โดยนา
ประสบการณ์ ความรอบรู้ ความชานาญและภูมิปัญญาท้องถิน่ ของบคุ คลดังกลา่ วมาใช้ เพ่อื ให้เกิดประโยชน์
ทางการศึกษา และยกย่องเชิดชูผูท้ ่ีสง่ เสริม และสนบั สนนุ การจัดการศึกษา มาตรา 58 (2) ให้บคุ คล ครอบครัว
ชมุ ชน องค์กรชมุ ชน องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินเอกชน องคก์ รเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบนั ศาสนา สถาน
ประกอบการและสถาบันสงั คมอน่ื ระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา โดยเป็นผู้จดั และมสี ่วนรว่ มในการจัด
การศกึ ษา บรจิ าคทรัพยส์ นิ และทรัพยากรอน่ื ใหแ้ ก่สถานศึกษา และมสี ว่ นรว่ มรับภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษา
ตามความเหมาะสมและจาเป็นเพ่อื เป็นการสง่ เสริมใหผ้ ู้ปกครอง ชมุ ชน ไดม้ ีส่วนร่วมในการพฒั นาการศึกษา
อยา่ งแท้จริง สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาติ จึงไดก้ าหนดมาตรฐานการศกึ ษา เพือ่ การประเมิน
คณุ ภาพภายนอกระดบั การศึกษาขั้นพ้นื ฐาน เก่ยี วกบั การมีสว่ นร่วมของชุมชน ซึง่ มีใจความดงั นี้ สถานศกึ ษา
สง่ เสรมิ ความสมั พนั ธแ์ ละร่วมมือกับชมุ ชนในการพฒั นาการศึกษา โดยมีตัวบง่ ชี้ว่า ผู้บริหารและครูสร้าง
ความสมั พันธ์ที่ดีกับชุมชน ในการร่วมกนั จดั การศกึ ษา มีการประชาสมั พนั ธ์กจิ กรรมของสถานศกึ ษาต่อชุมชน
อย่างสม่าเสมอ ผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีบทบาทในการพฒั นาการศึกษา
อยา่ งไรก็ตาม ถึงแม้รัฐจะกาหนดนโยบายกระจายอานาจให้สถานศึกษาไดบ้ ริหารจัดการตนเองมากขน้ึ
จากรายงานการปฏริ ปู ระบบการบริหารการศกึ ษา (กระทรวงศกึ ษาธิการ. 2542 : 22 - 23) พบวา่ การเขา้ มา
มีส่วนรว่ มของประชาชน ผูป้ กครอง และผทู้ รงคุณวุฒิในฐานะทเ่ี ป็นกรรมการสถานศึกษาในโรงเรียนทกุ ระดบั
การศกึ ษา บุคคลเหล่านี้มีบทบาทเพียงเล็กนอ้ ย เป็นเพยี งกรรมการที่ปรึกษาหรือรบั ทราบการดาเนนิ งาน
ของสถานศึกษาเท่านน้ั ไม่ได้เข้ามามสี ว่ นร่วมในการกาหนดนโยบายการจัดการศึกษา การกาหนดหลกั สูตร
แบบเรยี น และการจัดการเรียนการสอน ทาให้การจดั การศึกษาไม่สอดคลอ้ งกบั สภาพความต้องการของ
การพฒั นาดา้ นเศรษฐกิจและสงั คมของท้องถ่ินและตวั ผู้เรยี น จะมีอยู่บ้างในรปู ของการช่วยเหลือ แรงงาน เงนิ
วสั ดุ ครภุ ณั ฑ์มากกว่าการรว่ มคดิ รว่ มวางแผน ร่วมตดั สินใจและร่วมตดิ ตามผล ซงึ่ ถือวา่ เป็นจดุ อ่อนของระบบ
คณะกรรมการทุกระดบั โดยเฉพาะในระดับโรงเรยี นซ่ึงเปน็ ระดบั ท่ใี กลช้ ิดกับประชาชนมากทสี่ ดุ สอดคล้องกับ
ผลการวจิ ยั ของ (พัณธณีย์ วิหคโต. 2546 : 9) เรอ่ื งผลการใชห้ ลักสตู รการศึกษาข้ันพื้นฐานของสถานศึกษา
พบว่า การมีส่วนรว่ มในการจัดการศึกษาของชุมชน ปญั หาท่ีพบมากทีส่ ุดคือชมุ ชนยงั มีส่วนร่วมนอ้ ยมากไม่กลา้
แสดงความคิดเหน็ เพราะขาดความรคู้ วามเข้าใจ เก่ยี วกับหลักสูตรและการศกึ ษาแนวใหม่การวัดประเมินผล
กิจกรรม การจัดทาหลักสูตร ขาดความรู้ความเขา้ ใจในบทบาทคิดวา่ หนา้ ท่ีของครูในโรงเรยี นและเช่ือมัน่ ว่าครู
จะสามารถทาได้ดีกวา่ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐานตระหนักถงึ ภารกิจ ทไี่ ดร้ ับมอบหมายจาก
กระทรวงศึกษาธกิ าร ในการจดั การศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน เพ่ือเตรยี มความพร้อมของเยาวชน ซง่ึ จะเปน็ กาลังที่
สาคญั ของประเทศชาติในอนาคต สอดคล้องกบั พระราชบญั ญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และนโยบาย
ของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปการเรยี นรซู้ ึ่งเป็นงานวิชาการทผี่ ู้บรหิ ารและ
ครูผ้สู อนตอ้ งให้ความสาคัญและเอาใจใส่อยา่ งมาก เพื่อให้ผูเ้ รียนเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข โดยเรียนรู้
ประกาศสานกั งานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา เร่อื ง การส่งผลงานเขา้ รับการคัดสรรรางวัล “หนง่ึ โรงเรยี น หนง่ึ นวัตกรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
-6-
จากสภาพทีเ่ ปน็ จรงิ เนน้ กระบวนการที่ผู้เรียนได้พัฒนาดา้ นการคดิ วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ แสดงความคดิ เห็น
แสวงหาความร้ดู ว้ ยตนเอง เชื่อมโยงภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ กบั เทคโนโลยีทท่ี นั สมัยตา่ งๆ สามารถปรบั ตวั และ
แก้ปญั หาในการดาเนนิ ชีวิตที่เหมาะสมได้ (สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน. 2545 : 2)
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 6 ได้กล่าวว่า การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อ
พัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ท้ังร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและ
วัฒนธรรมในการดารงชวี ิตสามารถอยูร่ ่วมกบั ผู้อ่นื ได้อย่างมคี วามสขุ โรงเรยี นบา้ นคลกี ล้งิ เป็นสถานศึกษาขนาด
เล็กที่ขาดแคลนท้ังงบประมาณและบุคลากรในการบริหารจัดการสถานศึกษา การบริหารจัดการไม่เป็นระบบ
สภาพบริบททั่วไปของโรงเรียนมีความทรุดโทรม ชุมชน บ้าน วัด และโรงเรียนยังไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างกัน
ส่งผลให้โรงเรียนไม่สามารถพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้ตามที่กาหนดในมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ได้
โดยชุมชนและผปู้ กครองมองว่าการจัดการศึกษาเป็นหน้าที่ของโรงเรียนเพียงหน่วยงานเดียว ส่งผลให้โรงเรียน
ไม่สามารถพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาไดต้ ามทก่ี าหนดในมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียน
ในฐานะผบู้ รหิ ารโรงเรียน ข้าพเจา้ จงึ มีความสนใจที่จะศึกษา รปู แบบการบริหารสถานศึกษาแบบ
บรู ณาการมสี ่วนร่วมของ ทุกฝ่ายในชุมชน ในการพัฒนาสถานศกึ ษา ให้มีคณุ ภาพตามที่กาหนดในมาตรฐาน
การศึกษาของสถานศึกษาและสอดคล้องกับหลักการของพระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ
4. วัตถุประสงค์
1. เพอ่ื เป็นแนวทางในการบรหิ ารจดั การและพัฒนาคณุ ภาพสถานศึกษาแบบมสี ่วนร่วม โดยใช้ SIX PA
MODEL
2. เพื่อส่งเสริมความร่วมมือของสถานศึกษา ชุมชน บ้าน วัด ในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของสถานศกึ ษาอยา่ งต่อเนอื่ งและยัง่ ยืน
5. กระบวนการพัฒนาผลงานหนึง่ โรงเรียน หนึ่งนวตั กรรม
1) สภาพปญั หากอ่ นการพฒั นา
ปีการศึกษา 2562 โรงเรียนบ้านคลีกลิ้งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่งบประมาณในการบริหารจัดการ
สถานศึกษาไมเ่ พยี งพอ โรงเรยี นมคี รูและบุคลากรทางการศึกษาไม่เพียงพอ โดยมีข้าราชการครูจานวน 4 คน(2
คน ขอลาออกจากราชการ 1 คนจะเกษยี ณในเดอื นกนั ยายน) นักเรยี นจานวน 85 คน 8 ห้องเรียน ส่งผลให้ครู
ใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ที่ล้าสมัยและไม่หลากหลาย ครูไม่เพียงพอกับช้ันเรียน การใช้ DLTV ในการจัดการ
เรียนรู้ยังไม่สามารถยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนท้ังในระดับสถานศึกษาและระดับชาติ โดยมีคะแนนการ
ทดสอบ RT / NT / O-Net ต่ากว่าระดับเขตพื้นท่ีการศึกษาและต่ากว่าระดับชาติในทุกสาระการเรียนรู้ (งาน
วิชาการโรงเรียนบ้านคลีกล้งิ ) รวมทั้งไม่มีบุคลากรในสายสนับสนนุ การบริหารจดั การไมเ่ ปน็ ระบบ สภาพบริบท
ทั่วไปของโรงเรียนมีความทรุดโทรม ชุมชน บ้าน วัด และโรงเรียนยังไม่มีความสัมพันธ์ที่ดี โดยชุมชนและ
ผู้ปกครองมองว่าการจัดการศึกษาเป็นหน้าท่ีของโรงเรียนเพียงหน่วยงานเดียว ส่งผลให้โรงเรียนไม่สามารถ
พัฒนาคุณภาพการศกึ ษาได้ตามที่กาหนดในมาตรฐานการศกึ ษาของโรงเรียน
ประกาศสานักงานเลขาธกิ ารครุ ุสภา เรื่อง การส่งผลงานเข้ารบั การคัดสรรรางวลั “หนง่ึ โรงเรยี น หน่งึ นวัตกรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
-7-
ตาราง 1 แสดงผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติขัน้ พ้ืนฐาน (O-NET) ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรยี นบ้านคลกี ลิ้ง ต้งั แต่ ปี 2558 – 2561
ตาราง 2 แสดงการเปรยี บเทยี บผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพ้ืนฐาน (O-NET)
ปกี ารศกึ ษา 2561 ของโรงเรียนเทยี บกบั ตน้ สังกดั
รายวิชา ระดบั โรงเรียน คะแนนเฉลีย่ ระดับประเทศ
ระดับ สพฐ.
ภาษาไทย 49.92 54.61 55.90
คณติ ศาสตร์ 31.67 35.65 37.50
วิทยาศาสตร์ 38.92 38.83 39.93
ภาษาอังกฤษ 27.50 35.47 39.24
ตาราง 3 แสดงการเปรียบเทียบผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพ้ืนฐาน (O-NET)
ปีการศึกษา 2560 - 2561
รายวชิ า ปกี ารศึกษา 2560 คะแนนเฉลี่ย ระดับประเทศ
ปกี ารศึกษา 2561
ภาษาไทย 43.29 49.92 55.00
คณติ ศาสตร์ 34.00 31.67 37.50
วทิ ยาศาสตร์ 39.60 38.92 39.93
ภาษาองั กฤษ 23.75 27.50 39.24
ประกาศสานกั งานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา เรื่อง การสง่ ผลงานเขา้ รับการคัดสรรรางวัล “หนง่ึ โรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
-8-
2) การออกแบบนวัตกรรมเพ่อื การพฒั นา
ความหมายของการมสี ว่ นร่วม
นกั วชิ าการหลายท่านได้ใหค้ วามหมายของการมสี ่วนรว่ มไว้ดังน้ี
เสริมศกั ด์ิ วศิ าลาภรณ์ (2537 : 178 – 215) ได้ให้ความหมายของการมีสว่ นรว่ มว่าเปน็ การ
ทบี่ ุคคลหรอื คณะบคุ คลเข้ามาชว่ ยเหลือ สนับสนุน ทาประโยชนใ์ นเรอ่ื งตา่ งๆ หรอื กจิ กรรมตา่ งๆ หรอื กิจกรรม
ต่างๆ อาจจะเปน็ การรว่ มในกระบวนการตัดสนิ ใจ หรอื กระบวนการบรหิ ารประสทิ ธผิ ลขององค์กรขนึ้ อยู่กับ
การรวมพลงั ของบุคคลท่เี กี่ยวข้องกับองคก์ รนน้ั ในการปฏิบัตภิ ารกิจใหบ้ รรลุเป้าหมาย วธิ กี ารหนึ่งในการรวม
พลังความคดิ สตปิ ญั ญากค็ ือ การให้บคุ คลมสี ่วนรว่ มในองค์การนนั้ บคุ คลจะต้องมีส่วนเก่ียวขอ้ งผกู พนั ต่อ
กิจกรรมและองคก์ ารในทส่ี ุด ดงั แสดงในภาพประกอบ 1
ภาพประกอบ 1 แสดงผลการมีสว่ นรว่ มในองค์การ
ยุวฒั น์ วฒุ เิ มธี (2543 : 67) กลา่ ววา่ สาระสาคัญของการมีสว่ นร่วมของประชาชนนั้น
หมายถงึ การเปดิ โอกาสใหป้ ระชาชนได้เขา้ มามสี ว่ นร่วมในการคิดริเรม่ิ การพจิ ารณาตดั สนิ ใจการร่วมปฏิบัติ
และการร่วมรบั ผดิ ชอบในเรื่องต่างๆ อนั มีผลกระทบมาถงึ ตัวประชาชนเอง
พลิ ึก ถามุลตรี (2546 : 17) ไดใ้ ห้ความหมายของการมีสว่ นร่วมว่า การมสี ว่ นร่วมของ
ประชาชนในการจัดการศกึ ษา คือ การเปดิ โอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาร่วมเป็นกรรมการของหน่วยงาน
เพื่อรว่ มแสดงความคิดเห็นและรบั ผิดชอบการบรหิ ารการศึกษา
Erwin (อานวย มีศรี. 2548 : 11 ; อา้ งอิงมาจาก Erwin. 1976 : 130) กล่าวถงึ
การมสี ่วนร่วมของประชาชน หมายถึง กระบวนการใหป้ ระชาชนเข้ามามสี ่วนเกีย่ วข้องในการดาเนนิ งาน
พัฒนาร่วมคดิ ร่วมตดั สินใจ
Cohen และ Uphoff (ประสิทธ์ิ ลาทอง. 2546 : 12 ; อ้างอิงมาจาก Cohen and
Uphoff. 1977 : 98) ไดใ้ ห้ความหมายของการมีส่วนร่วมว่า การมสี ่วนร่วมจะต้องประกอบดว้ ยการมีส่วนร่วมท่ี
เกยี่ วข้องของประชาชน 4 ประการ คือ (1) การมีส่วนรว่ มในกระบวนการตัดสนิ ใจว่าจะทาอะไรและทาอยา่ งไร
(2) มีส่วนในการดาเนนิ โครงการตดั สินใจในการให้ทรพั ยากรสนับสนุนโครงการและการรว่ มมอื กบั องคก์ รหรือ
กลมุ่ กจิ กรรมเปน็ การเฉพาะ (3) มสี ว่ นร่วมในการแบ่งปันผลประโยชนอ์ ันเกดิ จากโครงการพฒั นา และ
(4) มสี ่วนรว่ มในการประเมนิ โครงการ
ประกาศสานกั งานเลขาธกิ ารครุ ุสภา เรอ่ื ง การส่งผลงานเข้ารับการคดั สรรรางวลั “หนง่ึ โรงเรียน หนง่ึ นวตั กรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
-9-
Whang (ประสทิ ธ์ิ ลาทอง. 2546 : 12 ; อ้างอิงมาจาก Whang. 1981 : 108)
ไดใ้ หค้ วามหมายของการมสี ว่ นรว่ มไวว้ า่ เป็นกระบวนการเข้าไปดาเนนิ งานของบุคคลหรอื กลุม่ เพ่ือให้สะทอ้ นถงึ
ความสนใจของตน หรอื ใหก้ ารสนบั สนนุ ด้านกาลงั งานหรือทรพั ยากรตอ่ สถาบนั ระบบท่ีครอบคลุมการดาเนนิ
ชวี ิตของพวกเขา
United Nations (อานวย มศี รี. 2548 : 11 ; อ้างอิงมาจาก United Nations. 1981 : 4)
ได้อธบิ ายความหมายของการมสี ่วนรว่ มของประชาชนในฐานะท่เี ปน็ กระบวนการในการพัฒนาวา่ หมายถึง การ
เขา้ รว่ มอย่างกระตอื รือร้นและมีพลังของประชาชนในด้านตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่
1. การตดั สินใจเพ่ือเป้าหมายของสังคม และการจัดการทรัพยากรเพื่อใหบ้ รรลุเป้าหมาย
2. การปฏิบตั ิตามแผนการหรือโครงการต่าง ๆ ด้วยความตง้ั ใจ
White (อานวย มีศรี. 2548 : 12 ; อา้ งอิงมาจาก White. 1982 : 103) ได้ให้ความหมายของ
การมีสว่ นร่วม ประกอบดว้ ย 3 มิติ ได้แก่ มิติทีห่ นึ่ง การมสี ่วนรว่ มในการตดั สนิ ใจวา่ อะไรควรทาและทาอย่างไร
มิติที่สอง มีสว่ นรว่ มเสียสละในการพัฒนาลงมือปฏบิ ตั ิการตามทไ่ี ด้ตัดสินใจและมติ ทิ ่สี าม มีส่วนร่วมในการ
แบ่งปันผลประโยชน์ที่เกดิ จากการดาเนินการ
จากความหมายดงั กล่าวขา้ งต้น พอสรุปได้ว่า การมสี ่วนร่วม คือ การให้โอกาสแกส่ มาชิกใน
องค์กรหรอื ผู้มสี ่วนเก่ยี วข้องกับองค์กร ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น และเขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการตดั สินใจแกไ้ ข
หรือพัฒนา รว่ มดาเนนิ การ รว่ มประเมนิ ผล ร่วมรบั ผดิ ชอบต่อผลทจี่ ะเกดิ ขึ้น ตลอดจนแบง่ ปันผลประโยชน์ท่ี
เกิดจากการทางานร่วมกนั
อมเรศ ศิลาอ่อน (2543 : 83-84) ไดก้ ลา่ วถงึ ความสาคญั ของการปฏริ ปู การศึกษาประการ
หนึ่ง คอื ให้ทกุ สงั คมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา การศึกษาของชาติไม่ควรถือว่าเปน็ ภารกจิ ผูกขาดของ
หนว่ ยงานใด หน่วยงานหนง่ึ เพราะเมอ่ื หนว่ ยงานอ่ืนของสังคม หรือส่วนอนื่ ไมม่ ีส่วนร่วม เขากล็ ะทิง้ และ
ไม่สนใจภารกิจด้านการศึกษา พ่อแมเ่ หน็ ว่าหน้าท่หี ลอ่ หลอมเยาวชนเปน็ ภารกจิ ของครูเขาก็ไม่ตอ้ งทาหนา้ ที่
เอาภารกิจท้งั หมดให้ครู เมอื่ เด็กอยู่ทบี่ า้ นก็ไมส่ อนเด็กเพม่ิ เติม เพราะคิดวา่ ครสู อนหมดแล้ว เร่อื งเชน่ นี้เกิดข้ึน
จรงิ ในทกุ วนั น้ี แตถ่ า้ เผยแพร่แนวคดิ ไปว่าการศึกษาเปน็ เร่ืองของการจะพฒั นาลูกไมใ่ ช่ยกหนา้ ท่ีให้เปน็ ของครู
แตเ่ พียงผเู้ ดียว ทกุ กระทรวงทกุ กรม ทุกคนในสังคมไทยโดยเฉพาะอยา่ งยิง่ พ่อแม่ตอ้ งมีส่วนรว่ มในการจดั
การศึกษาของคนร่นุ ตอ่ ไป เพราะคณุ ภาพและสมรรถภาพของคนเหล่านี้จะกาหนดชะตากรรมของชาติใน
อนาคต สรุป ความสาคัญของการบรหิ ารแบบมสี ว่ นรว่ มเป็นการสรา้ งความไวว้ างใจและเชอ่ื มน่ั ในบคุ ลากรเปน็
การกระตนุ้ จูงใจใหผ้ ู้ใต้บงั คับบัญชาเกิดกาลงั ใจการปฏบิ ตั งิ าน เป็นการเปดิ โอกาสให้บคุ ลากรในสถานศึกษามี
ส่วนรว่ มในการกาหนดเปา้ หมายและการดาเนินงานของสถานศึกษา และทาให้ทุกสังคมมีส่วนรว่ มในการจัด
การศกึ ษา
ทฤษฎีที่เก่ยี วข้องกับการมสี ่วนรว่ ม
นักการศึกษาไดใ้ ห้แนวคดิ ทีเ่ ก่ียวข้องกับการมีสว่ นรว่ มในการบรหิ ารดงั น้ี
Vroom และ Yetton (เมตต์ เมตตก์ ารุณ์จติ . 2541 : 27 ; อา้ งองิ มาจาก Vroom and
Yetton. 1973 : 112) ได้เสนอแนวทางทีจ่ ะกาหนดว่า เมือ่ ไรควรจะมีส่วนร่วมในการรว่ มตดั สินใจ และควรจะ
มีส่วนรว่ มมากนอ้ ยอยา่ งไรในการตดั สนิ ใจ ต้นแบบ (Model) ของ Vroom และYetton ได้เสนอแนะว่าการมี
ประกาศสานักงานเลขาธกิ ารครุ ุสภา เรือ่ ง การสง่ ผลงานเข้ารบั การคัดสรรรางวัล “หนง่ึ โรงเรียน หนง่ึ นวตั กรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 10 -
ส่วนรว่ ม ในการตดั สนิ ใจน้ี ควรจะขน้ึ อยู่กับธรรมชาตขิ องปัญหา และสถานการณ์ในการกาหนดรูปแบบ และ
ปรมิ าณของการมสี ่วนร่วมในการตัดสนิ ใจนั้น Vroom และYetton ได้เสนอกฎไว้ 2 กลุ่ม คือ
1. กฎกล่มุ แรกเป็นการสง่ เสริมคุณภาพของการตัดสนิ ใจ
2. กฎกลุ่มท่ีสองเป็นการส่งเสริมการยอมรับการตัดสินใจ
ในการตัดสินใจนน้ั มีทางเลือกอยู่ 5 วธิ ี ต้ังแตผ่ ู้บรหิ ารตดั สนิ ใจเองคนเดียวไปจนถึงการมสี ่วนรว่ มในการมีส่วน
ร่วมในการตดั สนิ ใจอยา่ งเต็มท่ี ทางเลือกในการตัดสนิ ใจ 5 วิธี มีดังน้ี
1. ผู้บริหารใช้ขอ้ มลู ท่ีมีอยแู่ ล้วตดั สินใจเองตามลาพงั
2. ผู้บริหารแสวงหาข้อมลู จากผูอ้ ืน่ แล้วตัดสินใจเอง
3. ผบู้ รหิ ารหารือกับผู้เกี่ยวข้องเปน็ รายคน แสวงหาความคิดเห็นและข้อเสนอแนะแลว้
ตัดสินใจเอง
4. ผูบ้ ริหารหารอื กบั ผูเ้ กี่ยวข้องเปน็ รายกลมุ่ แสวงหาความคิดเห็นรว่ มกันโดยการอภิปรายแล้ว
ตดั สินใจ
5. ผู้บรหิ ารร่วมคิดกบั กลุ่มเก่ียวกบั สถานการณแ์ ละปัญหา แลว้ ให้กลุ่มตัดสินใจ
สานักงานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหง่ ชาติ (2540 : 1-2) ไดเ้ สนอแนวคิดว่า โรงเรียนจะ
พัฒนาใหด้ จี นเกิดผลต่อการพัฒนานกั เรยี นได้อย่างแทจ้ ริง ถา้ ทุกฝ่าย ทุกคนในชุมชนมีความรสู้ ึกเปน็ เจ้าของ
โรงเรยี น รักโรงเรยี น เขา้ มาร่วมคดิ รว่ มทา ร่วมจดั การศกึ ษาและพฒั นาโรงเรียน รวมทั้งช่วยสนับสนุน
ทรพั ยากรทงั้ กาลงั แรงงาน และงบประมาณแต่สภาพเงื่อนไขและปญั หาพบวา่ โรงเรยี นสว่ นใหญ่ไม่ไดน้ า
ศกั ยภาพของคนในชมุ ชนมีส่วนรว่ มในการจัดการศึกษาของโรงเรียน โดยเขา้ ใจวา่ ภารกจิ การจดั การศึกษาเปน็
ของโรงเรยี น อกี ทง้ั ชมุ ชนยงั ไม่เกิดความร้สู กึ เปน็ เจ้าของโรงเรยี น ดังนัน้ หากต้องการใหโ้ รงเรียนเกดิ การพฒั นา
อยา่ งย่ังยนื สมบรู ณช์ ดั เจน อย่างตอ่ เน่ืองแลว้ ศักยภาพของการมสี ่วนรว่ ม ของชมุ ชนจะเปน็ ปัจจยั ของ
การพัฒนาที่สาคญั ทสี่ ุด ซึ่งสภาพความสาเร็จจากการมีส่วนรว่ ม มดี งั ต่อไปนค้ี ือ
1. มอี งค์คณะบคุ คลประกอบด้วย ผูบ้ รหิ ารโรงเรยี น ครู ประชาชน และบุคลากรในองคก์ รใน
ชมุ ชนรว่ มเปน็ กรรมการโรงเรียน
2. คณะกรรมการโรงเรยี นร่วมกนั ดาเนินการวางแผนบริหารและพัฒนาโรงเรยี นอยา่ งสม่าเสมอ
3. ประชาชนในทอ้ งถิ่นมีส่วนรว่ มในการพฒั นาโรงเรียน การจดั กจิ กรรมสนบั สนุนการพัฒนา
นกั เรียนในทุกด้านท้ังในและนอกโรงเรยี น
4. ประชาชนในทอ้ งถ่ินรับทราบความเคล่ือนไหว และความก้าวหนา้ ในการพัฒนาโรงเรียนอยู่
เสมอ
5. ผ้นู าท้องถนิ่ ผ้ปู กครองและชมุ ชนเล็งเหน็ วา่ หากต้องการทาใหเ้ ป็นโรงเรยี นท่ีมีคุณภาพ
และมาตรฐาน โดยใช้หลกั การ “สงั คมทัง้ มวลเข้ามามสี ่วนรว่ มในการจดั การการศึกษา” และเพิ่มปรมิ าณของ
การเรียนร้ขู ึ้นมาอย่างสูงสุด ดังนนั้ จะเหน็ ได้วา่ การพฒั นาการศึกษา หากจะให้เกดิ ผลทีด่ ีท่สี ุดนัน้ ควรเกดิ จาก
พลงั และขีดความสามารถของชมุ ชนท่ีได้ผนกึ กาลงั กนั ขน้ึ มา ผสมผสานกบั การสนบั สนุนจากพลังของการ
ปกครองแหง่ รัฐ การท่จี ะใหฝ้ ่ายใดฝา่ ยหน่งึ เปน็ ผูด้ าเนนิ การฝ่ายเดยี วนัน้ นอกจากจะยากทจี่ ะประสบกับ
ความสาเรจ็ และผลงานไม่มั่นคงถาวรแลว้ ยังนาไปสู่การขยายชอ่ งวา่ งและความขดั แย้งระหว่างพลงั ท้ังสองฝา่ ย
ประกาศสานกั งานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา เร่ือง การส่งผลงานเข้ารับการคดั สรรรางวลั “หนงึ่ โรงเรยี น หน่ึงนวัตกรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 11 -
ความรว่ มมอื ระหว่างชุมชนและรฐั ซ่ึงเปน็ ปัจจยั พ้ืนฐานของการพฒั นาชุมชนจงึ ประกอบดว้ ยการมีส่วนรว่ มของ
ชมุ ชน (Local Participation) และการสนบั สนนุ จากภาครัฐความร่วมมอื ระหว่างภาครัฐกับประชาชน
จากการศึกษาดงั กล่าวขา้ งต้นพอสรปุ ไดว้ า่ ผู้ปกครอง องค์กรชมุ ชน องค์กรปกครองส่วน
ท้องถน่ิ ตลอดจนถึงประชาชนโดยทวั่ ไปได้ให้ความสนใจ และมคี วามต้องการมสี ่วนร่วมในการจัดการศึกษาของ
สถานศึกษา อย่างไรก็ตามประชาชนส่วนใหญ่มีความจาเป็นในเร่ืองของภารกจิ ส่วนตวั และการประกอบอาชีพ
จงึ ทาให้ไม่มเี วลาทีจ่ ะเขา้ มามีส่วนรว่ มกับสถานศึกษามากนักประชาชนขาดความรูค้ วามเข้าใจในกจิ กรรมการมี
สว่ นร่วม จึงทาให้ประชาชนเข้ามามสี ่วนร่วมในกจิ กรรมบางด้านนอ้ ย ดงั น้ันสถานศึกษาจะตอ้ งสง่ เสรมิ
สนบั สนนุ ใหม้ ีการจัดกิจกรรมการมสี ่วนรว่ มใหส้ อดคล้องกับความต้องการของชุมชน และวฒั นาธรรมในสงั คม
น้นั ๆ สถานศึกษาจึงควรสง่ เสริมสนับสนุนใหผ้ ู้ปกครอง องค์กรชมุ ชน องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นและ
ประชาชนโดยทั่วไปให้มีส่วนรว่ มในการจัดการศึกษาในรูปแบบตา่ ง ๆ ท้ังทางตรงและทางอ้อมและ
มีความต่อเนอื่ ง
Cohen และ Uphoff (อานวย มีศรี 2548 : 19 ; อ้างองิ มาจาก Cohen and Uphoff. 1980
; 219-222) ไดแ้ บง่ การมสี ว่ นรว่ มออกเปน็ 4 แบบ คือ
1. การมสี ่วนในการตัดสนิ ใจ (Decision making) ประกอบด้วย 3 ข้นั ตอน คือริเรมิ่
ตัดสินใจ ดาเนินการตดั สนิ ใจ และตดั สินใจปฏิบัติการ
2. การมสี ่วนร่วมในการปฏิบัติการ (Implementation) ประกอบดว้ ยการสนับสนุน
ดา้ นทรพั ยากร การบริหาร และการประสานขอความรว่ มมือ
3. การมสี ว่ นร่วมในผลประโยชน์ (Benefits)
4. การมสี ่วนร่วมในการประเมนิ ผล (Evaluation)
กระบวนการหรือข้นั ตอนของการมสี ่วนร่วม
การจาแนกการมีสว่ นรว่ มออกเปน็ ขัน้ ตอน เป็นการจาแนกโดยอาศัยหลกั การท่ีวา่ กจิ กรรมท่ี
มนุษยท์ าขึน้ นัน้ เป็นกระบวนการที่สามารถแบง่ ออกได้หลายขน้ั ตอน และการเขา้ รว่ มกจิ กรรมในแต่ละขั้นตอนมี
ความสาคญั แตกต่างออกไปตามลกั ษณะของกจิ กรรม ซึ่งได้มีผูแ้ บ่งขน้ั ตอนของการมีสว่ นรว่ มไว้หลายแบบดงั น้ี
พิพัฒน์ คนั ธา (2536 : 6) ไดเ้ สนอแนะวา่ กระบวนการมสี ่วนร่วมประดว้ ยอยา่ ง
นอ้ ย 1 ใน 4 ประเภทของการมสี ่วนรว่ ม คอื
1. การวางแผน รวมถึงการตัดสินใจในการกาหนดเปา้ หมาย วธิ ีการ และทรัพยากรท่ี
ตอ้ งใช้ ตลอดจนการติดตามประเมนิ ผล
2. การดาเนนิ งาน
3. การมีส่วนร่วมในการได้รับประโยชน์
นอกจากนีย้ ังได้กาหนดชว่ งจงั หวะและแบง่ ระยะการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน ดังนี้
1. การค้นหาปัญหา สาเหตุของปญั หา ตลอดจนแนวทางการแก้ไข
2. การตัดสินใจเลอื กแนวทางและวางแผนพฒั นาแก้ไขปญั หา
3. การปฏบิ ตั ติ ามแผน
4. การประเมินผลกิจกรรม
ประกาศสานกั งานเลขาธกิ ารครุ ุสภา เร่อื ง การสง่ ผลงานเข้ารบั การคดั สรรรางวัล “หนงึ่ โรงเรียน หน่งึ นวตั กรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 12 -
สมั พันธ์ อปุ ลา (2541 : 19) ไดจ้ าแนกประเภทของการมีส่วนร่วม 5 ขั้นตอน คือ
1. การมสี ว่ นร่วมในข้นั รเิ รมิ่ โครงการ
2. การมสี ว่ นรว่ มในขนั้ การวางแผนโครงการ
3. การมสี ่วนรว่ มในขั้นดาเนินงานตามโครงการ
4. การมสี ่วนร่วมในข้นั รับผลทีเ่ กดิ จากโครงการ
5. การมสี ว่ นรว่ มในขั้นประเมินผลโครงการ
กาพล แสนบญุ เรือง (2542 : 61) กลา่ วถึง ข้ันตอนของการมสี ว่ นรวมของชุมชนและองค์กรท้องถน่ิ
เพอื่ การพฒั นาเป็น 5 ข้นั ตอน ดังนี้
ข้นั ท่ี 1 การมสี ่วนร่วมในขัน้ รเิ ร่ิมการพฒั นา ซง่ึ เปน็ ข้ันตอนทปี่ ระชาชนเข้ามามสี ว่ นร่วมใน
การคน้ หาปญั หาและสาเหตุของปญั หาภายในชมุ ชน ตลอดจนมสี ่วนร่วมในการตดั สนิ ใจกาหนดความต้องการ
ของชมุ ชน และมีสว่ นร่วมในการจดั ลาดับความสาคัญของความตอ้ งการดว้ ย
ขั้นที่ 2 การมสี ว่ นร่วมในขน้ั วางแผนการพฒั นา เป็นขั้นตอนทปี่ ระชาชนมีส่วนรว่ มในการ
กาหนดนโยบายและวตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ กาหนดวิธกี ารและแนวทางการดาเนินงาน ตลอดจนกาหนด
ทรพั ยากรและแหล่งทรพั ยากรที่จะใช้
ขน้ั ที่ 3 การมสี ่วนร่วมในข้ันดาเนนิ การพัฒนา เป็นขนั้ ตอนท่ปี ระชาชนมีสว่ นรว่ มในการสร้าง
ประโยชน์ โดยการสนบั สนนุ ทรพั ย์ วัสดุอปุ กรณ์และแรงงาน หรือเขา้ รว่ มบรหิ ารงาน ประสานและดาเนินการ
ขอความช่วยเหลือจากภายนอก
ข้นั ท่ี 4 การมีส่วนร่วมในขัน้ รับผลประโยชน์จากการพฒั นา เป็นขั้นตอนที่ประชาชนมีส่วนร่วม
ในการรบั ผลประโยชนท์ ่ีพึงได้รบั การพฒั นา หรือยอมรบั ผลกระทบอนั อาจเกดิ การพัฒนาทงั้ ด้านวัตถุและจติ ใจ
อนั แสดงออกมาในเชิงรูปธรรมและนามธรรมต่อสงั คมหรือบคุ คลก็ตาม
ขน้ั ท่ี 5 การมสี ่วนร่วมในขั้นประเมินผลการพฒั นา เปน็ ขัน้ ตอนทปี่ ระชาชนเข้าร่วมประเมินว่า
การพฒั นาที่กระทาไปนนั้ สาเรจ็ ตามวัตถุประสงค์เพยี งใด ซ่งึ ในการประเมนิ อาจปรากฏในรูปของการประเมิน
ยอ่ ย (Formative Evaluation) อนั นบั เปน็ การประเมนิ ผลความกา้ วหนา้ ท่ีทาเปน็ ระยะหรือกระทาในรูปของ
การประเมนิ ผลรวม (Summative Evaluation)ซง่ึ เปน็ การประเมนิ ผลสรุปรวบยอด
จากการศึกษาดงั กลา่ วขา้ งต้นพอสรุปไดว้ ่า แนวทางในการพฒั นาโรงเรยี น มอี งค์ประกอบท่ี
สาคัญ ในการบริหารจดั การโรงเรียน โดยใช้การบริหารจดั การและพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาแบบบูรณาการ
มสี ว่ นร่วม โดยใช้ SIX PA MODEL (SIX Participations) ร่วมกบั วิถึคลกี ล้ิง จนเกดิ แนวทางและความร่วมมือ
ของโรงเรียน ชมุ ชน บ้าน วดั ในการบรหิ ารจัดการและพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรยี นแบบมสี ว่ นร่วมใน
ปกี ารศึกษา 2562 คือ 1) ค่าเฉลีย่ คะแนน NT ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3 และ O - NET ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6
สงู กวา่ ระดับประเทศ 2) นกั เรียนทุกคนมผี ลการประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงคใ์ นระดบั ดี 3) โรงเรียนไดร้ ับ
รางวลั โรงเรยี นตน้ แบบโรงเรยี นศีลหา้ จาก สพฐ. 4) ชมุ ชน วัด บา้ นได้รบั รางวัลชนะเลศิ หมบู่ ้านศลี หา้ ระดับ
จงั หวัด
ประกาศสานกั งานเลขาธกิ ารครุ ุสภา เร่อื ง การส่งผลงานเข้ารบั การคดั สรรรางวลั “หนง่ึ โรงเรียน หนึง่ นวตั กรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 13 -
3) ขน้ั ตอนการดาเนินงานพฒั นา
โรงเรียนบ้านคลีกลิง้ ได้ใช้การบรหิ ารจัดการและพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของสถานศึกษาแบบ
บูรณาการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการขับเคล่ือนพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา อย่างมีประสิทธิภาพ
ประสิทธิผล ใช้วิธีระบบ (System Approach) เป็นแนวทางในการพัฒนาสถานศึกษา มีองค์ประกอบที่สาคัญ
ได้แก่ ตัวป้อน (Input) กระบวนบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) และข้อมูล
ยอ้ นกลับ (Feedback) ในการบริหารจัดการสถานศึกษาสรปุ เป็นขน้ั ตอนดงั น้ี
1. กาหนดวิสัยทศั น์ พนั ธกิจ เปา้ ประสงค์ กลยุทธ์ และมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
เสนอคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และวิเคราะห์จุดแขง็ จดุ อ่อน(SWOT) ของสถานศกึ ษา
2. ประกาศวิสัยทัศน์ พนั ธกจิ เปา้ ประสงค์ กลยุทธ์ และมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
ต่อสาธารณะและผ้ทู ่ีมีส่วนเก่ียวขอ้ ง
3. แต่งต้ังคณะกรรมการ ประชมุ จดั ทาแผนพฒั นาและแผนปฏบิ ตั ิการประจาปี เพ่อื ขับเคลือ่ น
การดาเนนิ งานโดยใช้ SIX PA MODEL ควบคู่กบั หลกั ธรรมาภบิ าล
4. จดั ทาคมู่ ือแนวทางการปฏบิ ัตงิ าน หลักเกณฑ์ ตวั ชวี้ ดั และวธิ ีการกากับ ติดตาม และ
ประเมนิ ผล พร้อมแจ้งใหผ้ เู้ กี่ยวขอ้ งทราบ เพ่ือนาสู่การปฏิบัติ
5. ดาเนินการกากับ ตดิ ตาม ตรวจสอบ และประเมนิ ผล ตามคูม่ ือแนวทางการปฏิบัตงิ าน
หลกั เกณฑ์ และตวั ช้วี ดั
6. สรปุ รายงานผลการดาเนนิ การ กากับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง
ทราบ
7. นาผลการนิเทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผล มาปรบั ปรุงและพัฒนาการจัดการศกึ ษาของ
สถานศึกษาใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพดยี ิง่ ข้นึ
8. นาเสนอผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) ต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและต่อ
สาธารณชน อย่างตอ่ เน่อื งและยัง่ ยืน
9. สร้างขวัญและกาลงั ใจในการปฏิบัติงานแก่บคุ ลากร ครู และนักเรยี น
การบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาแบบบูรณาการมีส่วนร่วมโดย
ใช้ SIX PA MODEL ของโรงเรียนบ้านคลีกลิง้ ประกอบดว้ ย
ข้ันที่ 1. Thinking Participation (ร่วมคิด) หมายถึง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมคิดในการ
พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา โดยมุ่งผลสมั ฤทธิข์ องสถานศกึ ษา
ขั้นท่ี 2. Planning Participation (ร่วมวางแผน) หมายถึง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ร่วม
วางแผนการติดตาม การกาหนดตวั ชวี้ ดั ในการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา โดยมุง่ ผลสัมฤทธิข์ องสถานศกึ ษา
ข้ันที่ 3. Implementing Participation (ร่วมปฏิบัติ) หมายถึง ให้ทุกภาคส่วนที่มีส่วนได้ส่วน
เสียในการจัดการศึกษา มีส่วนร่วมในงาน ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการ
บริหารงานทว่ั ไป
ประกาศสานกั งานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา เรื่อง การส่งผลงานเขา้ รบั การคดั สรรรางวัล “หนงึ่ โรงเรยี น หนึง่ นวตั กรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 14 -
ขั้นท่ี 4. Checking Participation (ร่วมตรวจสอบ) หมายถึง คณะกรรมการสถานศึกษา ครู
ผู้ปกครองมสี ว่ นร่วมในการติดตามและประเมินผล ตามแผน ปฏิบัตกิ ารที่กาหนดไว้ โดยสร้างเครือข่ายเป็นกลไกใน
การตดิ ตามและนิเทศการศึกษา
ขั้นที่ 5. Improve and Reflect Participation (ร่วมปรับปรุง แก้ไข สะท้อนผล)
หมายถึง คณะกรรมการบูรณาการมสี ่วนร่วม ในการสรปุ ผลและรายงานผลการ ดาเนนิ งานในด้านวิชาการ ด้าน
งบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารงานทั่วไป และนาผลการประเมินมาปรับปรุงและ
พัฒนางานของสถานศึกษาและจัดเวทีในการแสดงผลงาน สะท้อนผลท่ีเกิดข้ึนเพื่อเป็นแบบอย่าง Best
practice
ข้ันที่ 6. Proud to Sustainability Participation (ร่วมภาคภูมิใจก้าวไกลสู่ความ
ย่ังยืน) หมายถึง ผู้มีส่วนเก่ียวข้องทุกฝ่ายร่วมภาคภูมิใจ แสดงความช่ืนชม ส่งเสริมสนับสนุน ยกย่องเชิดชู
เกียรติ มอบโล่รางวัลเกยี รติยศ และจัดเวทีแสดงผลงานบุคคลที่เป็นต้นแบบ Best practice เพื่อเป็นแบบอย่าง
ใหแ้ ก่หนว่ ยงาน บคุ คลอ่ืน เพอื่ นาไปพฒั นาตอ่ ยอด อยา่ งต่อเนอ่ื งและย่ังยนื ตอ่ ไป
ภาพประกอบ 2 แสดงกระบวนการบรหิ ารแบบบรู ณาการการมสี ว่ นรว่ มโดยใช้ SIX PA MODEL
ประกาศสานกั งานเลขาธกิ ารครุ ุสภา เรอื่ ง การสง่ ผลงานเขา้ รับการคัดสรรรางวัล “หนงึ่ โรงเรียน หน่งึ นวัตกรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 15 -
ภาพประกอบ 3 โปสเตอร์แสดงการนาเสนอผลงานการบริหารจัดการสถานศึกษาในการประชุมปฏบิ ัติการ
สรา้ งเครอื ข่ายวิชาการครู สควค. ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ ปี พ.ศ. ๒๕๖๓
ประกาศสานักงานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา เรื่อง การส่งผลงานเข้ารับการคัดสรรรางวัล “หนง่ึ โรงเรยี น หน่ึงนวัตกรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 16 -
4) ผลงานที่เกิดขน้ึ จากการดาเนนิ งาน
ในการบรหิ ารจัดการโรงเรียนโดย ใชก้ ารบรหิ ารจัดการและพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาแบบบรู ณาการมี
สว่ นร่วม โดยใช้ SIX PA MODEL (SIX Participations) รว่ มกับวิถึคลกี ลง้ิ จนเกดิ แนวทางและความรว่ มมอื ของ
โรงเรียน ชุมชน บ้าน วัด ในการบริหารจดั การและพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาของโรงเรยี นแบบมีสว่ นรว่ มทาให้
โรงเรยี นบ้านคลีกลิง้ ได้
1. แนวทางในการบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาแบบมีส่วนรว่ ม โดยใช้ SIX PA MODEL
2. โรงเรยี นได้รบั การสง่ เสรมิ ความร่วมมอื ของ ชุมชน บา้ น วดั ในการปรับปรงุ และพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของสถานศึกษาอย่างตอ่ เน่ืองและย่งั ยืน และมผี ลการบรหิ ารจดั การและพฒั นาคณุ ภาพสถานศึกษาในปี
การศกึ ษา 2562 ดังน้ี
1. คา่ เฉลยี่ คะแนน NT ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 และ O - NET ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6
สูงกว่าระดบั ประเทศ
2. นกั เรียนทุกคนมผี ลการประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับดี
3. โรงเรยี นได้รับรางวลั โรงเรียนต้นแบบโรงเรยี นศีลห้าจาก สพฐ.
4. ชมุ ชน วัด บ้านไดร้ ับรางวัลชะเลิศหม่บู ้านศีลหา้ ระดับจงั หวดั
ภาพประกอบ 4 แสดงเกียรติบตั รโรงเรียนที่มีผลการทดสอบระดบั ชาติขั้นพน้ื ฐานเฉล่ีย(O-Net)
สงู กวา่ ค่าเฉลี่ยระดับประเทศ
ประกาศสานักงานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา เรือ่ ง การส่งผลงานเขา้ รบั การคดั สรรรางวัล “หนง่ึ โรงเรียน หนงึ่ นวตั กรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 17 -
ภาพประกอบ 5 แสดงผลการทดสอบระดับชาติข้ันพน้ื ฐานเฉลี่ย(O-Net) ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 เปรียบเทียบ
ระดบั โรงเรยี น สพฐ. และระดับประเทศ
ภาพประกอบ 6 แสดงผลการประเมนิ คุณภาพผ้เู รียน NT ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 3 เปรยี บเทยี บระดับโรงเรยี น
เขตพื้นที่ สงั กดั และระดับประเทศ
ประกาศสานักงานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา เรือ่ ง การสง่ ผลงานเข้ารับการคัดสรรรางวลั “หนงึ่ โรงเรียน หน่งึ นวตั กรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 18 -
ภาพประกอบ 7 แสดงเกียรติบตั รผลการประเมินคุณภาพผเู้ รียน NT ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 ของโรงเรยี นบา้ นคลี
กล้งิ มคี ะแนนเฉลี่ยสงู เปน็ อันดับที่ 2 ของสานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษเขต 2 จากท้งั หมด
185 โรงเรยี น
ภาพประกอบ 8 แสดงคะแนนผลการประเมินคณุ ภาพผู้เรียน NT ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรยี นบา้ นคลกี ลิ้ง
มีคะแนนเฉลย่ี สูงเปน็ อันดบั ท่ี 1(โรงเรียนขนาดเลก็ ) ของสานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษาศรสี ะเกษเขต 2
จากท้งั หมด 185 โรงเรียน
ประกาศสานกั งานเลขาธกิ ารครุ ุสภา เรอื่ ง การส่งผลงานเขา้ รับการคดั สรรรางวลั “หนงึ่ โรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 19 -
ภาพประกอบ 9 แสดงเกียรติบัตรของโรงเรียนบ้านคลีกลิ้ง เป็นโรงเรียนต้นแบบ “โรงเรียนศีล 5 ตาม
รอยพ่ออยา่ งพอเพยี ง ” โดยใช้หลัก “บวร” ในการพฒั นา
ภาพประกอบ 10 แสดงภาพการรบั เกยี รติบตั รของโรงเรยี นบา้ นคลีกลิ้ง เป็นโรงเรยี นต้นแบบ “โรงเรียนศีล 5 ตาม
รอยพ่ออย่างพอเพียง ” โดยใช้หลกั “บวร” ในการพัฒนา จาก ดร.สเุ ทพ ชิตยวงค์ อดตี เลขาฯกพฐ.
ประกาศสานักงานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา เรอ่ื ง การสง่ ผลงานเขา้ รบั การคดั สรรรางวัล “หนงึ่ โรงเรียน หน่ึงนวตั กรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 20 -
ภาพประกอบ 11 แสดงเกียรติบัตรชนะเลิศ การนาเสนอผลงาน “การบริหารจดั การสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ
ผ้เู รยี น” ในการประชมุ ปฏิบัติการสร้างเครือข่ายวิชาการครู สควค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี พ.ศ. ๒๕๖๓
ภาพประกอบ 12 แสดงการรับเกียรตบิ ตั รชนะเลิศ การนาเสนอผลงาน “การบรหิ ารจัดการสถานศกึ ษาเพ่ือพัฒนา
คุณภาพผเู้ รียน” ในการประชุมปฏิบตั ิการสร้างเครือขา่ ยวิชาการครู สควค. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ปี พ.ศ. ๒๕๖๓
ประกาศสานกั งานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา เร่ือง การส่งผลงานเข้ารับการคดั สรรรางวัล “หนงึ่ โรงเรยี น หนึ่งนวัตกรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 21 -
ภาพประกอบ 13 การร่วมมอื ของโรงเรียน ชุมชน และอาเภอศิลาลาด ในการพัฒนาโรงเรยี น
ภาพประกอบ 14 แสดงกจิ กรรมการรว่ มมือของโรงเรยี น กับวดั งานแตง่ ชุดไทยใสบ่ าตรข้าวเหนยี วทกุ ปี
ประกาศสานกั งานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา เรื่อง การสง่ ผลงานเขา้ รับการคดั สรรรางวลั “หนงึ่ โรงเรยี น หนึ่งนวัตกรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 22 -
ภาพประกอบ 15 แสดงเกยี รติบตั รโรงเรียนท่ีมกี ารพฒั นาคะแนน O-Net ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6
ระดับยอดเยย่ี ม Best of the Best ประจาปกี ารศกึ ษา 2562
ภาพประกอบ 16 แสดงการรับเกียรตบิ ัตรโรงเรยี นที่มีการพฒั นาคะแนน O-Net ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6
ระดับยอดเยีย่ ม Best of the Best ประจาปกี ารศกึ ษา 2562
ประกาศสานกั งานเลขาธกิ ารครุ ุสภา เรอื่ ง การสง่ ผลงานเข้ารบั การคัดสรรรางวลั “หนง่ึ โรงเรียน หนึ่งนวตั กรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 23 -
ภาพกจิ กรรมโรงเรยี นศีล 5 ตามรอยพ่ออยา่ งพอเพียง
ประกาศสานกั งานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา เร่อื ง การสง่ ผลงานเขา้ รับการคดั สรรรางวัล “หนงึ่ โรงเรียน หน่งึ นวตั กรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 24 -
ภาพการร่วมตอ้ นรับผูว้ า่ ราชการจงั หวดั ศรสี ะเกษ นายวัฒนา พฒุ ิชาติ
ภาพการรว่ มประชุมรว่ มของ “บวร”และงานชมุ ชนต่าง ๆ
ประกาศสานักงานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา เรื่อง การสง่ ผลงานเขา้ รบั การคดั สรรรางวัล “หนงึ่ โรงเรียน หนงึ่ นวัตกรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 25 -
๕) สรปุ สงิ่ ทีเ่ รยี นร้แู ละการปรับปรงุ ใหด้ ีขึ้น
จากการบริหารจัดการสถานศึกษาขนาดเล็ก ตั้งอยู่ชายขอบของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ท่ีขาด
แคลนทรัพยากรทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการ ด้านบุคลากร ด้านบริหารท่ัวไป อาคารสถานที่ และด้าน
งบประมาณ ข้าพเจ้าในฐานะผ้บู รหิ ารสถานศึกษาเปน็ บคุ ลากรคนหนง่ึ ในองค์กรนพ้ี บข้อคิด ประสบการณ์และองค์
ความรู้ในการปฏิบตั หิ น้าทพี่ อสรุปได้ดังน้ี
1. การปฏบิ ัตหิ นา้ ทดี่ ว้ ยความตัง้ ใจ จริงใจ จริงจัง จะส่งผลให้ได้ผลการปฏิบัติงานที่เกินเป้าหมายเสมอ
เช่น ปีการศึกษา 2562 โรงเรียนบ้านคลีกลิ้งมีผลการทดสอบ NT ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อันดับ 2 ของ สพป.ศรี
สะเกษเขต 2 ขาก 185 โรงเรียนและ มีผลการทดสอบ O-NET ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 อันดับ 19 ของ สพป.ศรี
สะเกษเขต 2 ซึ่งท้ังหมดมีคะแนนสูงกว่าระดับชาติ เป็นผลมาจากการปฏิบัติหน้าท่ีของครูผู้สอน ผู้ปกครอง
นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาที่ร่วมมือ เข้าใจ ส่งเสริม จริงใจ ท่ีจะพัฒนานักเรียนร่วมกัน ทาให้โรงเรียนมี
คณุ ภาพในทกุ ๆ ดา้ น
2. การปฏิบัติหน้าท่ีผู้อานวยการโรงเรียนโดยการใช้ SIX PA MODEL ทาให้ทุกฝ่ายท่ีมีส่วนได้เสียกับ
โรงเรียนเห็นเป้าหมายร่วมกัน ส่ือสารระหว่างกันชัดเจน ลดปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรทุกอย่าง เช่น มีการ
สนับสนุนการจัดผ้าป่าศิษย์เก่าของโรงเรียน ผ้าป่าข้าวเปลือกประจาปี การสนับสนุนงบประมาณการจ้างครู
เพม่ิ เติมจากพระอาจารย์จรนั อนังคโน เจา้ คณะตาบลคลกี ลิ้ง อยา่ งตอ่ เน่อื งสมา่ เสมอ
3. เม่อื เกิดปญั หาหรืออปุ สรรคในการปฏบิ ัตหิ น้าทไี่ ม่วา่ จะเปน็ ผบู้ รหิ ารโรงเรยี น ครู นักเรียน ผู้ปกครอง
ในชุมชน ทุกฝ่ายจะมีความรู้สึกร่วมในการหาวิธีการและทางออกร่วมกันเน่ืองจากการยึดหลักการใช้ SIX PA
MODEL ในการบรหิ ารจัดการองคก์ ร สง่ ผลให้วงรอบการพัฒนาโมเดลการบริหารดังกล่าวนี้ได้รับการปรับปรุง ต่อ
ยอดอย่เู สมอ ๆ เพราะมีการแลกเปล่ียน พูดคยุ ใหค้ าแนะนาของผู้เกย่ี วข้องทกุ ฝ่าย
4. การบรหิ ารจดั การเพ่อื ใหเ้ กดิ ความยัง่ ยืนขององคก์ ร จาเป็นต้องใหท้ กุ ฝา่ ยท่ีมีส่วนได้เสียในองค์กรน้ัน
คิดเสมอ ๆ ว่าตัวเองคือคนสาคัญขององค์กรและทุกความสาเร็จล้วนมาจากทุก ๆ คน โดยอาศัยการเชื่อมโยง
โรงเรียน หมบู่ า้ น วดั เข้าดว้ ยกนั อย่างสม่าเสมอ อาทิ หากหมู่บา้ น วัด หรือโรงเรียน มีกิจกรรมท้ังสามส่วนจะต้อง
มีส่วนร่วมในการให้การส่งเสริมสนับสนุนอย่างต่อเน่ืองสม่าเสมอ เช่น งานศพทุกศพในหมู่บ้านโรงเรียนจะต้ัง
คณะกรรมการช่วยเหลือท้ังเงินทาศพและกิจกรรมฌาปนกิจอย่างต่อเนื่องสม่าเสมอตามกาลังของโรงเรียน งาน
ทาบญุ ประจาปีของวดั ท่ีจัดโรงเรียนและหมู่บ้านจะมสี ่วนรว่ มทุกงานเป็นต้น
5. การพัฒนาและปรับปรุงหลักการบริหารสถานศึกษา เม่ือสิ้นปีงบประมาณและส้ินปีการศึกษา
โรงเรียนจะส่งรายงานการปฏิบัติงานและการประเมินตนเองของสถานศึกษาต่อ สานักงานศึกษาธิการจังหวัด
สานักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้นาชุมชน เพื่อประชาสัมพันธ์กับผู้ปกครองและคน
ในชุมชนทุกคนได้รับทราบและให้ข้อเสนอแนะสม่าเสมอ เพ่ือการพัฒนาปรับปรุงค่าเป้าหมายตามมาตรฐาน
การศกึ ษาของสถานศกึ ษาในปีการศึกษาต่อไป
6. การขยายผลและเผยแพรผ่ ลการพฒั นา
ผู้อานวยการโรงเรยี น นายวิชยั โพธศิ์ รี ไดน้ ารปู แบบ วิธีการพัฒนาเผยแพร่กับเพื่อนผู้บริหาร
โรงเรียนขนาดเล็กภายในกลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ 17 อาเภอศิลาลาด สานักงานเขตพ้ืนที่
การศึกษาประถมศกึ ษาศรีสะเกษเขต 2 และได้นาไปเผยแพร่ผลการพัฒนาในรูปแบบต่าง ๆ สู่เพื่อนร่วมวิชาชีพ
ประกาศสานกั งานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา เรือ่ ง การส่งผลงานเข้ารบั การคดั สรรรางวลั “หนงึ่ โรงเรียน หนง่ึ นวัตกรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 26 -
ในการประชมุ เชิงปฏิบัตกิ ารสร้างเครอื ขา่ ยวชิ าการครู สควค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 20 – 22
เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2563 ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จนได้รับโล่รางวัลชนะเลิศการ
นาเสนอผลงานการบรหิ ารจัดการสถานศกึ ษาแบบโปสเตอร์
6. ขอ้ เสนอแนะและแนวทางการพฒั นาอยา่ งต่อเน่ือง
การนาหลักการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้ SIX PA MODEL ซึ่งเป็นหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาค
ส่วนในสถานศึกษา ควรพิจารณาจากข้อมูลพื้นฐาน บริบท สภาพชุมชน โรงเรียน สถานท่ีทางศาสนา ท่ี
เหมาะสมกับหลักการของโมเดล เพื่อเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในการพัฒนาสถานศึกษา ซึ่งอาจจะ
ปรับเปลี่ยนยืดหยุ่นให้เหมาะสมกับขนาดและบริบทของสถานศึกษาต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสม รวมท้ังการ
เปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมในยุคศตวรรษที่ 21 และเกิดความท้าทายในการปฏิบัติหน้าท่ีของทุกภาคส่วนท่ี
เกีย่ วขอ้ ง
7. จุดเด่น หรือลกั ษณะพิเศษของผลงานนวตั กรรม
หลักการบริหารจดั การสถานศกึ ษาโดยใช้ SIX PA MODEL ของโรงเรยี นบา้ นคลีกลิ้ง ตาบลคลีกลิ้ง อาเภอ
ศิลาลาด จงั หวดั ศรีสะเกษ สงั กัดสานักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาศรีสะเกษเขต 2 นอกจากจะประสบ
ความสาเร็จในด้านความร่วมมือจากชุมชน บ้านและวัดจนทาให้โรงเรียนบรรลุเป้าหมายตามมาตรฐาน
การศึกษาของสถานศึกษาแล้ว โรงเรียนบ้านคลีกล้ิงและชุมชนบ้านคลีกล้ิงยังมีจุดเด่นด้านการสนับสนุน
งบประมาณในการช่วยเหลอื ทกุ หนว่ ยงานในตาบลและอาเภอจากท่านพระอธิการจรัน อนังคโน เจ้าคณะตาบล
คลีกล้ิง อาทิ ให้งบประมาณจ้างครูอัตราจ้างรวม 3 อัตราให้โรงเรียนบ้านคลีกลิ้งทุกเดือน ๆ ละ 21,000 บาท
จัดต้ังศูนย์วัฒนธรรมตาบลคลีกลิ้งเป็นจานวนเงิน 500,000 บาท ให้ทุนส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการ
นกั เรียนโรงเรยี นบา้ นคลกี ลงิ้ จานวน 25,000 บาท ให้ทุนต้ังอคาเดมี่ฟุตบอลโรงเรียนคลีกลิ้งพัฒนาทร จานวน
60,000 บาท นาศรัทธาญาติโยมในอาเภอศิลาลาดสร้างพระพุทธศิลาลาดมงคล 3 ล้านกว่าบาทประดิษฐาน
หน้าอาเภอศิลาลาด ฯลฯ เหล่าน้ีเป็นเพียงแค่ตัวอย่างเล็กน้อย ส่งผลให้โรงเรียน บ้านและชุมชนได้รับรางวัล
และเปน็ ทศี่ ึกษาดูงาน หรือการถา่ ยทารายการโทรทศั นต์ า่ ง ๆ มากมาย อาทิเชน่
1. บา้ นคลกี ลงิ้ หมู่ 1 ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับจังหวัดเป็นหมู่บ้านศีล
5 รวมท้งั ส่งเสริมโรงเรียนบ้านคลีกลิ้งและโรงเรียนคลีกลิ้งพัฒนาทรให้ได้รับรางวัลโรงเรียนศีลห้า ตามรอยพ่อ
อย่างพอเพียง จากเลขาธิการคณะกรรมการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน
2. ชมุ ชนบ้านคลกี ล้งิ ออกรายการโทรทศั น์ ช่อง 8 ชื่อรายการเหย่ยี วข่าวราตรี “ตานานคลีไฟ แห่งบ้านคลี
กลิ้ง จ.ศรีสะเกษ” เมือ่ วันท่ี 10 ธนั วาคม พ.ศ.2563 โดยใช้ศนู ย์วฒั นธรรมชุมชนตาบลคลกี ล้ิง ในการดาเนนิ
กิจกรรมบนั ทึกการถ่ายทารายการ โดยมนี ายวฒั นา พฒุ ชิ าติ ผู้ว่าราชการจังหวดั ศรีสะเกษเป็นผ้นู าในการ
ประชาสัมพนั ธจ์ ังหวัดศรสี ะเกษ รว่ มกบั ทา่ นผู้อานวยการสานกั ท่องเที่ยวจงั หวดั ศรีสะเกษและสุรินทร์ โดยการ
ประสานงานของสานักงานพัฒนาชุมชนจงั หวดั ศรีสะเกษ สามารถเข้าชมรายการย้อนหลงั ไดท้ ีเ่ วบไซต์
ดงั ต่อไปนี้ https://www.youtube.com/watch?v=f_R30KhxULg
3. ชุมชนบา้ นคลกี ลง้ิ ออกรายการโทรทัศน์ ชอ่ ง NBT ช่อื รายการเมอื งไทยดดี๊ ี ออกอากาศเม่ือ
วนั ที่ 12 ตลุ าคม พ.ศ.2561 สามารถเข้าชมรายการย้อนหลังไดท้ ่เี วบไซต์
ประกาศสานักงานเลขาธกิ ารครุ ุสภา เร่อื ง การส่งผลงานเข้ารับการคดั สรรรางวลั “หนงึ่ โรงเรยี น หนง่ึ นวัตกรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 27 -
https://www.facebook.com/636147243430969/posts/707883439590682/?sfnsn=mo ซงึ่ เหลา่ นี้
เป็นปัจจยั สาคัญและเปน็ ศนู ย์รวมจิตใจของชมุ ชน สรา้ งเอกลักษณ์ อัตลักษณแ์ ละความรักความสามัคคีให้
เกดิ ขน้ึ ในชุมชน จนทาให้การบริหารจดั การสถานศึกษาโดยใช้ SIX PA MODEL ของโรงเรยี นบ้านคลีกลิ้ง
โดยใชว้ ธิ รี ะบบ(System Approach) ประสบผลสาเร็จและเปน็ แนวทางในการพฒั นาโรงเรยี นต่อไป
8. บรรณานกุ รม
กระทรวงศึกษาธิการ. พระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบบั ท่ี 2)
พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ : โรงพิมพอ์ งคก์ ารรับสง่ สินค้าและพัสดุภัณฑ์, 2546 ข.
กาพล แสนบุญเรือง. การมสี ่วนร่วมขององค์การบรหิ ารส่วนตาบลตอ่ การจดั การศึกษาในโรงเรยี น
มัธยมศึกษา กรมสามญั ศึกษา จงั หวัดร้อยเอ็ด. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. มหาสารคาม :
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2542.
ประสิทธ์ิ ลาทอง. การมีสว่ นรว่ มของชมุ ชนในการจัดการศึกษา ของโรงเรยี นในโครงการ โรงเรยี นเพ่อื นเด็ก
สานักงานการประถมศึกษา จงั หวดั ขอนแกน่ . วทิ ยานพิ นธ์ ค.ม. ขอนแกน่ :
มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น, 2546.
เมตต์ เมตต์การุณจ์ ติ . การบริหารจัดการศกึ ษาแบบมีส่วนร่วม : ประชาชน องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นและ
ราชการ. กรงุ เทพฯ : บคุ๊ พ้อยท์, 2547.
ยุวัฒน์ วุฒเิ มธี. การพฒั นาชมุ ชนจากทฤษฎสี กู่ ารปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : บางกอกบลอ็ ก, 2543.
พันธณยี ์ วิหคโต. "ผลการใชห้ ลกั สตู รการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน," วารสารวิชาการ. 6(2) : 10-15 ; มกราคม 2546.
พิลึก ถามุลตร.ี การศึกษาการมสี ว่ นรว่ มของคณะกรรมการโรงเรียนของโรงเรยี นในเขต 10. วิทยานิพนธ์ กศ.ม.
ขอนแกน่ : มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2545.
พิพฒั น์ คันธา. การพฒั นาการมสี ่วนร่วมของคณะกรรมการโรงเรยี นกบั ชมุ ชนในการจัดการศกึ ษา
สานักเขตพน้ื ที่การศึกษาขอนแก่น เขต 2 จังหวัดขอนแกน่ . การศึกษาค้นควา้ อสิ ระ กศ.ม.
มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม, 2536.
สานกั งานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแห่งชาติ. เอกสารการประกันคณุ ภาพการศกึ ษา สานักนเิ ทศและ
พฒั นามาตรฐานการศึกษา. กรุงเทพฯ : ที พี พริน้ ท์, 2540.
สมั พันธ์ อปุ ลา. การศึกษาการมสี ว่ นร่วมของชุมชนในการจดั การศึกษาโรงเรยี นประถมศึกษา
สงั กดั สานักงานการประถมศกึ ษาอาเภอชนบท จงั หวดั ขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ ศศ.ม.
ขอนแก่น : มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ , 2541.
เสรมิ ศักดิ์ วิศาลาภรณ์. ประมวลชุดวชิ าสัมมนาปัญหาและแนวโนม้ ทางการบรหิ ารการศกึ ษา. นนทบรุ ี :
มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช, 2537.
อมเรศ ศิลาอ่อน. มติ ใิ หมใ่ นหารจัดการศึกษากบั บทบาทสภาการศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรมแหง่ ชาติ เล่มท่ี 3.
กรงุ เทพฯ : ภาพพิมพ์, 2543.
ประกาศสานกั งานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา เร่ือง การส่งผลงานเขา้ รบั การคัดสรรรางวัล “หนง่ึ โรงเรียน หนงึ่ นวตั กรรม” ประจาปี ๒๕๖๔
- 28 -
อานวย มศี รี. การมีส่วนรว่ มของคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พื้นฐานในการบริหารงานสถานศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน
สงั กดั สานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาศรีสะเกษ. วทิ ยานพิ นธ์ ค.ม.อุบลราชธานี :
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อบุ ลราชธานี, 2548.
หมายเหตุ : ผลงานที่ส่งต้องไม่เป็นผลงานที่ลอกเลียน หรือนาผลงานส่วนใดส่วนหนึ่งของผู้ที่มีลิขสิทธ์ิไว้แล้วมาใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาต
หากมีผู้ร้องเรียน หรือสานักงานเลขาธิการคุรุสภาตรวจสอบพบภายหลังก็ดี ผลงานนั้นจะไม่ได้รับการคัดสรร หรือหากได้รับรางวัลไปแล้ว รางวัลน้ัน
แบบ นร. ๒
จะตอ้ งถกู เพกิ ถอน และมอี ันตกไป
ประกาศสานักงานเลขาธกิ ารครุ สุ ภา เรื่อง การส่งผลงานเขา้ รบั การคัดสรรรางวัล “หนง่ึ โรงเรียน หนง่ึ นวัตกรรม” ประจาปี ๒๕๖๔