นริ าศภูเขาทอง
ความเปน็ มาของนริ าศ
......................
ความเป็นมาของนริ าศ
นิราศ เป็นงานประพันธ์ประเภทหนึ่งของไทย มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ
เท่าที่ปรากฏหลักฐานในปัจจุบัน นิราศเร่ืองแรกของไทย ได้แก่ โคลงนิราศ
หริภุญชยั ซึ่งแต่งขน้ึ ในสมัยกรงุ ศรีอยุธยา
ความเป็นมาของนริ าศ
เน้ือหาของนิราศส่วนใหญ่มักเป็นการคํร่าครวญของกวี (ชาย) ต่อสตรี
อันเป็นที่รัก เนื่องจาก ต้องพลัดพรากจากนางมาไกล อย่างไรก็ตาม นางใน
นิราศที่กวีพรรณนาว่าจากมานั้น อาจมีตัวตนจริง หรือไม่ก็ได้ แต่กวีส่วนใหญ่
ถอื ว่านางผเู้ ปน็ ทร่ี กั เปน็ ปจั จยั สําคัญท่ีจะเอ้อื ใหก้ วีแต่งนิราศได้ไพเราะ
ความเปน็ มาของนริ าศ
ม้ในสมัยหลังกวีอาจไม่ได้ให้ความสําคัญเรื่องการครํ่าครวญถึงนาง แต่
เน้นที่การบันทึกระยะทาง เหตุการณ์และอารมณ์ แต่ก็ยังคงมีบทครวญถึงนาง
แทรกอยู่ ดงั เช่นท่ีสุนทรภูแ่ ต่งนิราศภูเขาทอง ท้ังๆ ท่ีกําลังบวชอยู่ สุนทรภู่ก็ยัง
เห็นวา่ การครวญถงึ สตรเี ปน็ ส่ิงจาํ เป็นในการแต่งนริ าศ
ความเป็นมาของนริ าศภูเขาทอง
สุนทรภู่แต่งเร่ืองนิราศภูเขาทอง เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๗๓ หลังจากที่
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสด็จสวรรคตไปแล้ว ๖ ปี (สวรรคต
ปี พ.ศ. ๒๓๖๗) โดยเล่าถึงการเดินทางจากวัดราชบูรณะหรือวัดเลียบ ไป
นมัสการพระเจดีย์ภูเขาทองท่ีจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน หลังจากจํา
พรรษาแล้ว
ประวตั ิสนุ ทรภู่
ประวตั ผิ ้แู ตง่
๑. สนุ ทรภู่ มนี ามเดมิ ว่า ภู่
๒. เกดิ ในรชั สมยั พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจฬุ าโลก
มหาราช
๓. เกิดวันที่ ๒๖ มถิ นุ ายน ๒๓๒๙
๔. เคยเรียนทวี่ ัดชีปะขาว (ปจั จบุ นั คอื วัดศรีสุดาราม)
๕. ในรชั สมัยพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลัย สุนทร
ภู่ ได้รบั พระราชทานบรรดาศกั ดิ์เปน็ “ขุนสุนทรโวหาร”
๖. สนุ ทรภเู่ ป็นกวที ีไ่ ดร้ ับการยกย่องจากองคก์ ารเพอ่ื
การศกึ ษาวทิ ยาศาสตร์และวฒั นธรรมแห่งสหประชาชาติ
หรือ ยูเนสโก (UNESCO)
ผลงานของสนุ ทรภู่
นิราศ 9 เรื่อง ได้แก่ นทิ านกลอน 5 เร่ือง
๑. นิราศเมืองแกลง ๑. โคบุตร
๒. นริ าศพระบาท ๒. พระอภัยมณี
๓. นริ าศภูเขาทอง ๓. พระไชยสุริยา
๔. นิราศสุพรรณ ๔. ลักษณวงศ์
๕. นิราศวดั เจา้ ฟ้า ๕. สิงหไกรภพ
๖. นิราศอิเหนา
๗. นิราศพระประธม
๘. นริ าศเมืองเพชร
๙. ราํ พันพลิ าป
ผลงานของสุนทรภู่
สุภาษิต 3 เร่ือง บทเห่กลอ่ ม 4 เรอื่ ง
๑. สวสั ดริ ักษา ๑. บทเห่เรื่องพระอภัยมณี
๒. เพลงยาวถวายโอวาท ๒. บทเห่เรอ่ื งโคบตุ ร
๓. สุภาษิตสอนหญิง ๓. บทเห่เรื่องจับระบํา
๔. บทเห่เรื่องกากี
บทละคร 1 เรอ่ื ง บทเสภา 2 เรือ่ ง
๑. อภัยนรุ าช ๑. ขนุ ช้างขนุ แผนตอนกาํ เนิดพลายงาม
๒. เสภาพระราชพงศาวดาร
ลกั ษณะคําประพนั ธ์
นิราศภเู ขาทอง
ลกั ษณะคําประพนั ธ์ นิราศภูเขาทองแต่งด้วยกลอนนิราศ มี
ความคล้ายคลึงกับ กลอนสุภาพ แต่เริ่ม
ด้วยวรรครับ จบด้วยวรรคส่งลงท้ายด้วย
คําว่า เอย มีความยาวเพียง ๘๙ คํากลอน
เท่าน้ัน แต่มีความไพเราะและเรียบง่าย
ตามแบบฉบบั ของสุนทรภู่ ใช้ภาษาที่เข้าใจ
ง่าย บรรยายความรู้สึกขณะเดียวกันก็เล่า
ถึงสภาพของความเป็นมาของบ้านเมืองใน
สมยั นั้น
๏ เดือนสบิ เอ็ดเสรจ็ ธรุ ะพระวสา
รบั กฐนิ ภญิ โญโมทนา ชุลีลาลงเรือเหลืออาลัย
ออกจากวดั ทัศนาดอู าวาส เม่อื ตรษุ สารทพระวสาได้อาศัย
สามฤดอู ยู่ดีไมม่ ภี ัย มาจาไกลอารามเมอื่ ยามเย็น
เน้อื เร่อื งนริ าศภเู ขาทอง
สุนทรภู่
ไม่เมาเหลา้ แล้วแต่เรายังเมารกั สุดจะหักหา้ มจติ คดิ ไฉน
ถงึ เมาเหลา้ เชา้ สายกห็ ายไป แตเ่ มาใจนี้ประจําทุกคํา่ คนื ฯ
ถงึ บา้ นญวนล้วนแต่โรงแลสะพร่งั มีขอ้ งขังกุง้ ปลาไว้คา้ ขาย
ตรงหน้าโรงโพงพางเขาวางราย พวกหญงิ ชายพร้อมเพรยี งมาเมยี งมอง
มาถงึ บางธรณที วโี ศก ยามวโิ ยคยากใจใหส้ ะอนื้
โอส้ ุธาหนาแนน่ เป็นแผน่ พ้นื ถึงส่หี มื่นสองแสนท้ังแดนไตร
ถงึ บางเด่อื โอ้มะเด่ือเหลอื ประหลาด บงั เกดิ ชาตแิ มลงหวีม่ ีในไส้
เหมอื นคนพาลหวานนอกยอ่ มขมใน อปุ ไมยเหมือนมะเดื่อเหลือระอา
ถึงสามโคกโศกถวิลถงึ ปนิ่ เกลา้ พระพุทธเจา้ หลวงบาํ รุงซึ่งกรงุ ศรี
ประทานนามสามโคกเป็นเมอื งตรี ช่อื ปทุมธานเี พราะมบี วั
มาจอดท่าหนา้ วดั พระเมรขุ ้าม ริมอารามเรอื เรียงเคียงขนาน
บ้างขนึ้ ล่องรอ้ งลาํ เลน่ สาํ ราญ ทั้งเพลงการเกย้ี วแก้กนั แซ่เซง็
เน้อื หา เรอ่ื ง นิราศภเู ขาทอง
รับกฐินภญิ โญโมทนา เดือนสบิ เอด็ เสรจ็ ธรุ ะพระวสา
ออกจากวัดทัศนาดูอาวาส ชุลลี าลงเรือเหลอื อาลยั
สามฤดูอยู่ดไี มม่ ีภัย เมอื่ ตรุษสารทพระวสาไดอ้ าศยั
โออ้ าวาสราชบุรณะพระวิหาร มาจําไกลอารามเมอ่ื ยามเยน็
เหลือรําลึกนกึ น่านํ้าตากระเด็น แต่นนี้ านนับทิวาจะมาเห็น
จะยกหยิบธิบดีเปน็ ท่ตี ัง้ เพราะขกุ เขญ็ คนพาลมารานทาง
จงึ่ จาํ ลาอาวาสนริ าศรา้ ง กใ็ ช้ถังแทนสดั เห็นขดั ขวาง
มาอ้างว้างวิญญาณใ์ นสาครฯ
เนอ้ื หา เรอื่ ง นริ าศภูเขาทอง (ตอ่ )
ถึงหนา้ วังดังหน่ึงใจจะขาด คดิ ถงึ บาทบพติ รอดิศร
โอ้ผา่ นเกล้าเจ้าประคุณของสุนทร แต่ปางกอ่ นเคยเฝ้าทุกเชา้ เยน็
พระนพิ พานปานประหนง่ึ ศรี ษะขาด ด้วยไรญ้ าติยากแค้นถึงแสนเขญ็
ทั้งโรคซาํ้ กรรมซดั วบิ ัตเิ ป็น ไม่เล็งเหน็ ท่ีซ่ึงจะพงึ่ พา
จะสรา้ งพรตอตสา่ ห์สง่ ส่วนบญุ ถวาย ประพฤตฝิ ่ายสมถะทง้ั วสา
เป็นสง่ิ ของฉลองคุณมุลิกา ขอเป็นขา้ เคยี งพระบาททกุ ชาตไิ ป ฯ
เน้ือหา เรือ่ ง นริ าศภเู ขาทอง (ต่อ)
ถงึ หนา้ แพแลเหน็ เรือทีน่ ่งั คดิ ถงึ ครัง้ กอ่ นมานาํ้ ตาไหล
เคยหมอบรบั กับพระจมนื่ ไวย แล้วลงในเรอื ที่น่ังบลั ลังก์ทอง
เคยทรงแต่งแปลงบทพจนารถ เคยรบั ราชโองการอา่ นฉลอง
จนกฐนิ สน้ิ แมน่ ้าํ แลลําคลอง มิได้ขอ้ งเคอื งขดั หัทยา
เคยหมอบใกล้ได้กลน่ิ สคุ นธ์ตลบ ละอองอบรสรื่นชืน่ นาสา
สิน้ แผน่ ดนิ สิ้นรสสุคนธา วาสนาเรากส็ น้ิ เหมือนกลิน่ สุคนธฯ์
เนื้อหา เรื่อง นริ าศภูเขาทอง (ตอ่ )
ดใู นวังยังเหน็ หอพระอฐั ิ ตง้ั สตเิ ติมถวายฝ่ายกศุ ล
ทัง้ ป่ินเกล้าเจ้าพภิ พจบสกล ใหผ้ ่องพ้นภัยสําราญผา่ นบรุ ินทรฯ์
ถึงอารามนามวัดประโคนปกั ไม่เหน็ หลกั ลอื เลา่ วา่ เสาหิน
เป็นสําคัญปนั แดนในแผน่ ดนิ มิรู้สนิ้ สดุ ชอ่ื ทล่ี อื ชา
ขอเดชะพระพุทธคุณชว่ ย แม้นมอดมว้ ยกลับชาติวาสนา
อายยุ ืนหมน่ื เทา่ เสาศิลา อยคู่ ฟู่ ้าดนิ ได้ดงั ใจปอง
ไปพ้นวัดทัศนารมิ ทา่ นํา้ แพประจาํ จอดรายเขาขายของ
มแี พรผ้าสารพัดสีม่วงตอง ท้ังสิ่งของขาวเหลืองเคร่อื งสําเภาฯ
เน้ือหา เรื่อง นริ าศภเู ขาทอง (ต่อ)
ถึงโรงเหล้าเตากล่นั ควันโขมง มีคันโพงผูกสายไวป้ ลายเสา
โอบ้ าปกรรมนํา้ นรกเจยี วอกเรา ใหม้ ัวเมาเหมอื นหนึ่งบา้ เป็นน่าอาย
ทาํ บุญบวชกรวดน้าํ ขอสาํ เร็จ สรรเพชญโพธิญาณประมาณหมาย
ถงึ สรุ าพารอดไม่วอดวาย ไม่ใกลก้ รายแกลง้ เมินกเ็ กินไป
ไม่เมาเหลา้ แล้วแต่เรายงั เมารัก สุดจะหกั หา้ มจิตคดิ ไฉน
ถงึ เมาเหล้าเช้าสายกห็ ายไป แตเ่ มาใจน้ีประจาํ ทกุ คํา่ คืนฯ
เน้ือหา เร่อื ง นิราศภูเขาทอง (ต่อ)
ถงึ บางจากจากวดั พลัดพ่นี อ้ ง มามัวหมองมว้ นหน้าไม่ฝ่าฝนื
เพราะรกั ใครใ่ จจืดไม่ยืดยืน จงึ ต้องขืนในพรากมาจากเมือง
ถงึ บางพลคู ิดถงึ ค่เู มื่ออยคู่ รอง เคยใสซ่ องสง่ ให้ลว้ นใบเหลือง
ถงึ บางพลัดเหมือนพีพ่ ลดั มาขัดเคอื ง ทัง้ พลัดเมอื งพลัดสมรมาร้อนรน
ถงึ บางโพธโ์ิ อ้พระศรีมหาโพธ์ิ รม่ ริโรธรุกขมลู ใหพ้ นู ผล
ขอเดชะอานภุ าพพระทศพล ให้ผอ่ งพน้ ภยั พาลสาํ ราญกายฯ
ถงึ บ้านญวนลว้ นแต่โรงแลสะพร่ัง มีขอ้ งขังกงุ้ ปลาไว้ค้าขาย
ตรงหน้าโรงโพงพางเขาวางราย พวกหญงิ ชายพรอ้ มเพรยี งมาเมียงมอง
จะเหลยี วกลับลับเขตประเทศสถาน ทรมานหม่นไหมฤ้ ทัยหมอง
ถึงเขมาอารามอรา่ มทอง พ่ึงฉลองเลกิ งานเมอ่ื วานซืนฯ
เน้ือหา เรอื่ ง นิราศภเู ขาทอง (ตอ่ )
โอป้ างหลงั คร้งั สมเด็จพระบรมโกศ มาผกู โบสถ์ก็ไดม้ าบชู าชนื่
ชมพระพิมพ์รมิ ผนังยงั ยัง่ ยนื ท้ังแปดหม่ืนส่ีพนั ไดว้ นั ทา
โอค้ รัง้ นี้มิไดเ้ ห็นเลน่ ฉลอง เพราะตัวต้องตกประดาษวาสนา
เปน็ บุญน้อยพลอยนึกโมทนา พอนาวาตดิ ชลเขา้ วนเวยี น
ดนู าํ้ วง่ิ กลง้ิ เชยี่ วเป็นเกลียวกลอก กลับกระฉอกฉาดฉันฉวดั เฉวียน
บา้ งพลงุ่ พลุ่งวงุ้ วงเหมอื นกงเกวียน ดเู ปลีย่ นเปลย่ี นคว้างควา้ งเป็นหวา่ งวน
ทั้งหวั ท้ายกรายแจวกระชากจ้วง ครรไลล่วงเลยทางมากลางหน
โอ้เรือพน้ วนมาในสาชล ใจยังวนหวงั สวาทไม่คลาดคลาฯ
เน้อื หา เร่ือง นิราศภเู ขาทอง (ตอ่ )
ตลาดแกว้ แลว้ ไมเ่ ห็นตลาดต้งั สองฟากฝงั่ กแ็ ต่ล้วนสวนพฤกษา
โอร้ นิ รินกลน่ิ ดอกไม้ใกล้คงคง เหมือนกลน่ิ ผ้าแพรดาํ ราํ่ มะเกลอื
เห็นโศกใหญ่ใกลน้ ํ้าระกาํ แฝง ทง้ั รกั แซงแซมสวาทประหลาดเหลอื
เหมือนโศกพี่ที่ระกําก็ซํ้าเจอื เพราะรกั เร้ือแรมสวาทมาคลาดคลาย
ถึงแขวงนนทช์ ลมารคตลาดขวญั มพี ว่ งแพแพรพรรณเขาคา้ ขาย
ท้ังของสวนล้วนแต่เรอื เรียงราย พวกหญิงชายชมุ กนั ทุกวันคนื ฯ
เนอ้ื หา เร่ือง นิราศภูเขาทอง (ต่อ)
มาถงึ บางธรณีทวโี ศก ยามวโิ ยคยากใจใหส้ ะอนื้
โอส้ ธุ าหนาแนน่ เป็นแผน่ พนื้ ถึงส่หี มื่นสองแสนท้งั แดนไตร
เม่อื เคราะหร์ ้ายกายเราก็เท่านี้ ไมม่ ีท่ีพสุธาจะอาศยั
ล้วนหนามเหนบ็ เจบ็ แสบคบั แคบใจ เหมือนนกไรร้ ังเร่อยเู่ อกาฯ
ถึงเกร็ดย่านบา้ นมอญแตก่ ่อนเกา่ ผหู้ ญงิ เกล้ามวยงามตามภาษา
เดีย๋ วน้มี อญถอนไรจกุ เหมือนตุ๊กตา ทง้ั ผดั หน้าจบั เขมา่ เหมือนชาวไทย
โอ้สามัญผันแปรไมแ่ ทเ้ ที่ยง เหมือนอยา่ งเยยี่ งชายหญิงท้งิ วสิ ัย
นห่ี รอื จิตคิดหมายมีหลายใจ ที่จติ ใครจะเปน็ หนง่ึ อย่าพงึ คิดฯ
ถึงบางพูดพูดดีเปน็ ศรศี ักด์ิ มีคนรกั รสถอ้ ยอรอ่ ยจิต
แม้นพูดช่วั ตัวตายทําลายมิตร จะชอบผิดในมนษุ ยเ์ พราะพูดจาฯ
เนื้อหา เรื่อง นริ าศภเู ขาทอง (ต่อ)
ถงึ บ้านใหมใ่ จจติ ก็คดิ อ่าน จะหาบ้านใหม่มาดเหมือนปรารถนา
ขอให้สมคะเนเถิดเทวา จะได้ผาสกุ สวัสดจิ์ าํ กัดภยั
ถงึ บางเดือ่ โอม้ ะเดอื่ เหลอื ประหลาด บงั เกดิ ชาตแิ มลงหว่มี ีในไส้
เหมอื นคนพาลหวานนอกย่อมขมใน อุปไมยเหมือนมะเดอ่ื เหลือระอา
ถึงบางหลวงเชิงรากเหมือนจากรกั ส้เู สยี ศักดิ์สงั วาสพระศาสนา
เปน็ ล่วงพ้นรนราคราคา ถึงนางฟ้าจะมาให้ไมไ่ ยดีฯ
เนื้อหา เร่อื ง นริ าศภเู ขาทอง (ต่อ)
ถงึ สามโคกโศกถวลิ ถึงปนิ่ เกล้า พระพุทธเจา้ หลวงบํารุงซ่งึ กรุงศรี
ประทานนามสามโคกเปน็ เมืองตรี ชอ่ื ปทมุ ธานีเพราะมบี ัว
โอพ้ ระคุณสูญลับไมก่ ลับหลงั แต่ชื่อต้งั กย็ งั อยเู่ ขารทู้ ั่ว
โอ้เรานท้ี สี่ ุนทรประทานตวั ไม่รอดชวั่ เช่นสามโคกยิ่งโศกใจ
สน้ิ แผ่นดนิ สนิ้ นามตามเสดจ็ ตอ้ งเท่ียวเตรด็ เตรห่ าท่ีอาศัย
แมน้ กาํ เนิดเกิดชาตใิ ดใด ขอใหไ้ ด้เป็นขา้ ฝา่ ธลุ ี
ส้นิ แผน่ ดินขอใหส้ ิ้นชวี ิตบา้ ง อย่ารู้ร้างบงกชบทศรี
เหลืออาลัยใจตรมระทมทวี ทุกวันนี้ก็ซงั ตายทรงกายมาฯ
เนื้อหา เรอ่ื ง นริ าศภเู ขาทอง (ตอ่ )
ถงึ บ้านงิ้วเหน็ แตง่ ้วิ ละลว่ิ สงู ไม่มีฝงู สัตว์สงิ กง่ิ พฤกษา
ดว้ ยหนามดกรกดาษระดะตา นกึ ก็น่ากลัวหนามขามขามใจ
ง้วิ นรกสบิ หกองคุลีแหลม ดังขวากแซมเสี้ยมแซกแตกไสว
ใครทําชู้คูท่ า่ นคร้ันบรรลยั กต็ ้องไปปนี ตน้ นา่ ขนพอง
เราเกิดมาอายเุ พยี งน้แี ลว้ ยงั คลาดแคล้วครองตวั ไมม่ ัวหมอง
ทุกวนั นว้ี ิปริตผิดทํานอง เจยี นจะต้องปนี บ้างหรอื อยา่ งไรฯ
โอ้คดิ มาสารพัดจะตัดขาด ตัดสวาทตัดรักมิยกั ไหว
ถวลิ หวังน่ังนกึ อนาถใจ ถึงเกาะใหญร่ าชครามพอยามเยน็
ดูหา่ งย่านบา้ นชอ่ งทง้ั สองฝง่ั ระวังทั้งสตั ว์นาํ้ จะทําเข็ญ
เป็นท่ีอยู่ผรู้ า้ ยไม่วายเว้น เที่ยวซอ่ นเรน้ ตเี รอื เหลือระอาฯ
เน้ือหา เรือ่ ง นิราศภเู ขาทอง (ต่อ)
พระสุริยงลงลับพยับฝน ดมู วั มนมดื มดิ ทกุ ทิศา
ถึงทางลดั ตดั ทางมากลางนา ท้งั แฝกคาแขมกกขนึ้ รกเร้ียว
เป็นเงางา้ํ น้ําเจง่ิ ดูเว้ิงว้าง ท้ังกว้างขวางขวัญหายไมว่ ายเหลียว
เหน็ ดุม่ ด่มุ หนมุ่ สาวเสียงกราวเกรียว ลว้ นเรอื เพรียวพรอ้ มหนา้ พวกปลาเลย
เขาถ่อคลอ่ งว่องไวไปเป็นยดื เรือเราฝืดเฝือมานิจจาเอ๋ย
ตอ้ งถ่อคาํ้ รํ่าไปทัง้ ไมเ่ คย ประเด๋ียวเสยสวบตรงเข้าพงรก
กลบั ถอยหลังร้ังรอเฝ้าถอ่ ถอน เรือขย่อนโยกโยนกระโถนหก
เงียบสงัดสัตวป์ า่ คณานก นาํ้ ค้างตกพรา่ งพรายพระพายพัด
ไม่เห็นคลองต้องคา้ งอยูก่ ลางทงุ่ พอหยดุ ยุงฉู่ชุมมารุมกดั
เปน็ กลุ่มกลุ่มกลุ้มกายเหมอื นทรายซัด ตอ้ งน่งั ปัดแปะไปมไิ ด้นอนฯ
เนอื้ หา เรือ่ ง นริ าศภเู ขาทอง (ต่อ)
แสนวติ กอกเอ๋ยมาอ้างว้าง ในทุง่ กว้างเห็นแตแ่ ขมแซมสลอน
จนดึกดาวพราวพรา่ งกลางอมั พร กาเรยี นร่อนรอ้ งกอ้ งเมือ่ สองยาม
ทง้ั กบเขียดเกรยี ดกรีดจังหรีดเรอื่ ย พระพายเฉอ่ื ยฉิวฉวิ วะหวิวหวาม
วงั เวงจติ คิดคะนงึ ราํ พึงความ ถงึ เมือ่ ยามยงั อดุ มโสมนสั
สาํ รวลกับเพอ่ื นรักสะพรกั พร้อม อยแู่ วดล้อมหลายคนปรนนิบตั ิ
โอย้ ามเขญ็ เหน็ อยู่แต่หนูพดั ช่วยนง่ั ปัดยงุ ให้ไมไ่ กลกาย
จนเดอื นเดน่ เห็นกอกระจับจอก ระดะดอกบวั เผอ่ื นเมือ่ เดอื นหงาย
เห็นร่องนา้ํ ลําคลองทั้งสองฝา่ ย ขา้ งหน้าท้ายถอ่ มาในสาคร
จนแจม่ แจง้ แสงตะวันเหน็ พันธุ์ผกั ดูนา่ รกั บรรจงสง่ เกสร
เหล่าบวั เผ่อื นแลสลา้ งริมทางจร ก้ามกุ้งซ้อนเสียดสาหร่ายใต้คงคา
เน้อื หา เรอื่ ง นริ าศภเู ขาทอง (ต่อ)
สายติ่งแกมแซมสลับตน้ ตับเต่า เป็นเหล่าเหล่าแลรายทงั้ ซา้ ยขวา
กระจับจอกดอกบวั บานผกา ดาษดาดขู าวดง่ั ดาวพราย
โอ้เช่นนี้สีกาได้มาเห็น จะลงเล่นกลางทุ่งเหมือนมุ่งหมาย
ท่ีมีเรอื นอ้ ยน้อยจะลอยพาย เท่ยี วถอนสายบัวผนั สนั ตวา
ถึงตัวเราเลา่ ถา้ ยงั มีโยมหญิง ไหนจะน่ิงดดู ายอายบปุ ผา
คงจะใชใ้ ห้ศษิ ย์ท่ีติดมา อุตส่าหห์ าเอาไปฝากตามยากจน
น่ีจนใจไม่มเี ท่าข้เี ล็บ ขเี้ กยี จเกบ็ เลยทางมากลางหน
พอรอนรอนอ่อนแสงพระสรุ ยิ น ถึงตาํ บลกรุงเกา่ ยิง่ เศรา้ ใจฯ
เน้ือหา เรื่อง นิราศภเู ขาทอง (ต่อ)
มาทางทา่ หน้าจวนจอมผู้รงั้ คิดถงึ ครงั้ ก่อนมาน้าํ ตาไหล
จะแวะหาถ้าท่านเหมอื นเมือ่ เป็นไวย ก็จะไดร้ ับนมิ นตข์ ้ึนบนจวน
แตย่ ามยากหากวา่ ถ้าท่านแปลก อกมแิ ตกเสยี หรอื เราเขาจะสรวล
เหมอื นเขญ็ ใจใฝส่ ูงไม่สมควร จะต้องม้วนหนา้ กลับอัปประมาณฯ
มาจอดท่าหน้าวัดพระเมรขุ ้าม ริมอารามเรอื เรียงเคยี งขนาน
บ้างขนึ้ ลอ่ งรอ้ งลําเล่นสําราญ ทั้งเพลงการเกีย้ วแก้กันแซ่เซ็ง
บ้างฉลองผ้าป่าเสภาขับ ระนาดรับรัวคลา้ ยกับนายเส็ง
มีโคมรายแลอรา่ มเหมือนสําเพง็ เมือ่ คราวเครง่ ก็มิใครจ่ ะได้ดู
อ้ายลําหน่งึ คร่ึงท่อนกลอนมันมาก ช่างยาวลากเลือ้ ยเจอ้ื ยจนเหนอื่ ยหู
ไมจ่ บบทลดเลีย้ วเหมือนเง้ียวงู จนลูกค่ขู อทเุ ลาว่าหาวนอนฯ
เนือ้ หา เรื่อง นิราศภูเขาทอง (ต่อ)
ได้ฟังเล่นตา่ งตา่ งท่ีข้างวดั จนสงดั เงียบหลับลงกับหมอน
ประมาณสามยามคล้าํ ในอัมพร อ้ายโจรจรจ่จู ้วงเข้าลว้ งเรือ
นาวาเอียงเสียงกกุ ลุกข้ึนรอ้ ง มันดําลอ่ งนาํ้ ไปชา่ งไวเหลือ
ไม่เห็นหน้าสานุศษิ ยท์ ี่ชิดเชือ้ เหมอื นเน้อื เบ้อื บา้ เคอะดูเซอะซะ
แต่หนูพัดจัดแจงจดุ เทียนสอ่ ง ไม่เสียของขาวเหลอื งเคร่ืองอฏั ฐะ
ดว้ ยเดชะตบะบุญกบั คุณพระ ชัยชนะมารไดด้ ังใจปองฯ
เน้ือหา เร่ือง นริ าศภเู ขาทอง (ตอ่ )
ครัน้ รงุ่ เช้าเขา้ เปน็ วันอุโบสถ เจรญิ รสธรรมาบชู าฉลอง
ไปเจดีย์ท่ีชื่อภูเขาทอง ดสู ูงลอ่ งลอยฟา้ นภาลยั
อยู่กลางทุ่งรุ่งโรจนส์ ันโดษเดน่ เปน็ ท่เี ล่นนาวาคงคาใส
ทีพ่ ้ืนลานฐานบทั มถ์ ดั บนั ได คงคงลยั ล้อมรอบเปน็ ขอบคนั
มเี จดีย์วิหารเปน็ ลานวดั ในจงั หวดั วงแขวงกาํ แพงกั้น
ท่อี งคก์ ่อย่อเหลี่ยมสลบั กัน เป็นสามช้ันเชงิ ชานตระหง่านงาม
บันไดมสี ี่ด้านสําราญร่นื ต่างชมช่ืนชวนกันข้นึ ชนั้ สาม
ประทกั ษณิ จนิ ตนาพยายาม ไดเ้ สร็จสามรอบคาํ นับอภิวันท์
เนือ้ หา เรอ่ื ง นิราศภเู ขาทอง (ต่อ)
มหี ้องถา้ํ สาํ หรับจดุ เทียนถวาย ดว้ ยพระพายพดั เวยี นอยเู่ หียนหนั
เป็นลมทกั ขิณาวฏั น่าอศั จรรย์ แตท่ ุกวนั นี้ชราหนกั หนานัก
ทั้งองค์ฐานราญรา้ วถงึ เก้าแสก เผลอแยกยอดสดุ กห็ ลดุ หกั
โอ้เจดยี ท์ ่ีสร้างยงั รา้ งรัก เสียดายนักนกึ นา่ น้ําตากระเดน็
กระนี้หรือชอ่ื เสยี งเกยี รติยศ จะมิหมดล่วงหนา้ ทันตาเหน็
เป็นผูด้ ีมมี ากแลว้ ยากเยน็ คดิ ก็เปน็ อนิจจงั เสยี ท้งั นนั้ ฯ
เน้ือหา เรอ่ื ง นิราศภเู ขาทอง (ต่อ)
ขอเดชะพระเจดยี ค์ รี ีมาศ บรรจธุ าตทุ ่ตี งั้ นรงั สรรค์
ขา้ อตุ สา่ หม์ าเคารพอภิวนั ท์ เป็นอนันต์อานสิ งส์ดํารงกาย
จะเกิดชาตใิ ดใดในมนุษย์ ใหบ้ ริสทุ ธส์ิ มจิตท่ีคิดหมาย
ท้ังทุกขโ์ ศกโรคภัยอย่าใกลก้ ราย แสนสบายบรบิ ูรณป์ ระยูรวงศ์
ทง้ั โลโภโทโสแลโมหะ ให้ชนะใจไดอ้ ยา่ ใหลหลง
ขอฟงุ้ เฟ่ืองเรอื งวิชาปัญญายง ทัง้ ใหท้ รงศลี ขันธใ์ นสันดาน
อีกสองส่ิงหญิงรา้ ยแลชายชั่ว อยา่ เมามัวหมายรกั สมัครสมาน
ขอสมหวงั ตง้ั ประโยชน์โพธิญาณ ตราบนพิ พานภาคหนา้ ใหถ้ าวรฯ
เนอื้ หา เรื่อง นิราศภูเขาทอง (ต่อ)
พอกราบพระปะดอกปทุมชาติ พบพระธาตุสถิตในเกสร
สมถวิลยนิ ดชี ุลีกร ประคองซอ้ นเชิญองคล์ งนาวา
กบั หนูพดั มสั การสาํ เรจ็ แล้ว ใส่ขวดแกว้ วางไว้ใกล้เกศา
มานอนกรงุ รุง่ ข้ึนจะบูชา ไม่ปะตาตนั อกยิ่งตกใจ
แสนเสยี ดายหมายจะชมบรมธาตุ ใจจะขาดคดิ มานํ้าตาไหล
โอ้บุญน้อยลอยลบั ครรไลไกล เสยี นํ้าใจเจยี นจะดิ้นสนิ้ ชีวัน
สดุ จะอยู่ดูอนื่ ไม่ฝนื โศก กาํ เรบิ โรคร้อนฤทยั เฝา้ ใฝฝ่ นั
พอตร่ตู รู่สุริยฉ์ ายข้นึ พรายพรรณ ให้ลอ่ งวนั หนง่ึ มาถึงธานีฯ
เน้ือหา เรอ่ื ง นริ าศภูเขาทอง (ต่อ)
ประทับท่าหนา้ อรุณอารามหลวง ค่อยสรา่ งทรวงทรงศลี พระชินสหี ์
นริ าศเร่ืองเมืองเกา่ ของเรานี้ ไวเ้ ปน็ ที่โสมนสั ทัศนา
ดว้ ยไดไ้ ปเคารพพระพุทธรูป ท้ังสถปู บรมธาตุพระศาสนา
เป็นนิสัยไวเ้ หมอื นเตือนศรทั ธา ตามภาษาไมส่ บายพอคลายใจ
ใช่จะมีทีร่ กั สมคั รมาด แรมนิราศร้างมิตรพิสมัย
ซ่ึงครวญครา่ํ ทาํ ทพี ิร้พี ิไร ตามนิสยั กาพย์กลอนแตก่ อ่ นมา
เหมอื นแมค่ รวั ค่วั แกงแพนงผดั สารพดั เพียญชนังเคร่อื งมงั สา
อันพริกไทยใบผักชีเหมือนสกี า ตอ้ งโรยน่าเสียสักหน่อยอรอ่ ยใจฯ
จงทราบความตามจริงทกุ สิ่งส้ิน อยา่ นกึ นินทาแกลง้ แหนงไฉน
นกั เลงกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ จึงราํ่ ไรเรือ่ งร้างเลน่ บ้างเอยฯ
จบแล้วคะ่