The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีม ภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by An Dutsadee, 2024-02-18 11:07:58

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีม ภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีม ภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร

Keywords: วิจัยบริหารสถานศึกษา

42 ตารางที่ 4 ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และปัจจัยด้านบริบทองค์กร ด้านคุณลักษณะของ ภาระงานและด้านการสนับสนุนทางสังคม ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร รายด้าน n = 19 ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การ บริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรี สาคร ระดับความคิดเห็น X SD ระดับ 1 ด้านบริบทองค์กร 4.46 .31 มาก 2 ด้านคุณลักษณะของภาระงาน 4.40 .38 มาก 3 ด้านการสนับสนุนทางสังคม 4.32 .41 มาก รวม 4.40 .30 มาก จากตารางที่ 4 พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร โดยรวมอยู่ในระดับ มาก ( X = 4.40, SD = .30) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านบริบทองค์กร มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ ในระดับมาก ( X = 4.46, SD = .31) รองลงมาด้านคุณลักษณะของภาระงาน อยู่ในระดับมาก ( X = 4.40, SD = .38) และด้านการสนับสนุนทางสังคม อยู่ในระดับมาก ( X = 4.32, SD = .41) ตามลำดับ ตารางที่5 ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และปัจจัยด้านบริบทองค์กรศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร รายข้อ n = 19 ปัจจัยด้านบริบทองค์กร ระดับความคิดเห็น X SD ระดับ 1 ผู้บริหารมีการฝึกอบรม สร้างกระบวนการให้ ความรู้ ความเข้าใจ การเพิ่มพู นทักษะ ความสามารถให้แก่สมาชิกของทีม 4.72 .50 มากที่สุด 2 ผู้บริหารให้การส่งเสริม ฝึกอบรมที่จัดโดย หน่วยงานภายนอกแก่สมาชิกของทีม 4.38 .50 มาก 3 ผู้บริหารมีแผนงาน/โครงการในการศึกษาดู งานเพื่อพัฒนาสมาชิกของทีม 4.51 .57 มากที่สุด


43 ปัจจัยด้านบริบทองค์กร ระดับความคิดเห็น X SD ระดับ 4 ผู้บริหารสร้างเจตคติที่ดีในการทำงานให้แก่ สมาชิกของทีม 4.35 .59 มาก 5 ผู้บริหารสร้างระบบสารสนเทศ เพื่อเป็นสิ่งที่ ช่วยในการกำหนดเป้าประสงค์ การออกแบบ ภาระงานและการเลือกแนวทางและวิธีการใน การทำงานสมาชิก 4.43 .62 มาก 6 ผู้บริหารมีการกระตุ้นโดยการให้รางวัลสมาชิก ในทีมที่มีพฤติกรรมการทำงานที่ดีและมี จุดหมายที่สำคัญ 4.52 .61 มากที่สุด 7 ผู้บริหาร จัดการทรัพยากรด้าน วัตถุดิบ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และช่วงเวลาในการทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพ 4.42 .60 มาก 8 ผู้บริหารให้การสนับสนุนทรัพยากรอย่าง เพียงพอต่อความต้องการและความจำเป็น 4.37 .56 มาก รวม 4.46 .31 มาก จากตารางที่ 5 พบว่า ปัจจัยด้านบริบทองค์กรศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอำเภอศรีสาคร โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.46, SD = .31) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือผู้บริหารมีการฝึกอบรม สร้างกระบวนการให้ความรู้ ความเข้าใจ การ เพิ่มพูนทักษะความสามารถให้แก่สมาชิกของทีม อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.72, SD = .50) รองลงมาคือ ผู้บริหารมีการกระตุ้นโดยการให้รางวัลสมาชิกในทีมที่มีพฤติกรรมการทำงานที่ดีและมี จุดหมายที่สำคัญ อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.52, SD = .61) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหารสร้างเจตคติที่ดีในการทำงานให้แก่สมาชิกของทีม อยู่ในระดับมาก ( X = 4.35, SD = .59) ตามลำดับ


44 ตารางที่ 6 ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับ ปัจจัยด้านคุณลักษณะของภาระงาน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร รายข้อ n = 19 ปัจจัยด้านคุณลักษณะของภาระงาน ระดับความคิดเห็น X SD ระดับ 1 ผู้บริหารสามารถดึงทักษะ ความรู้และ ความสามารถของบุคลากรที่จะต้องนำมาใช้ใน การทำงานอย่างหลากหลาย 4.47 .58 มาก 2 ผู้บริหารและสมาชิกรับรู้ถึงความสำเร็จของ งาน จะท ำให้ สมาชิกใน ทีม ตระห นั กถึง ความหมายและคุณค่าของการทำงาน 4.40 .59 มาก 3 ผู้บริหารตระหนักถึงความสำคัญของภาระงาน ที่ส่งผลต่อสมาชิกทั้งในด้านกายภาพจิตใจ ของสมาชิกทุกคนในทีม 4.30 .60 มาก 4 ผู้บริหารสร้างความรู้สึกให้เกิดความภาคภูมิใจ มีความรู้สึกเป็นเจ้าของและมีความรับผิดชอบ ต่อผลงานที่เกิดจากการกระทำของตนและทีม 4.40 .59 มาก 5 ผู้บริหารเปิดโอกาสให้มีเสรีภาพ มีอิสระในการ ทำงาน 4.41 .62 มาก 6 ผู้บริหารและสมาชิกร่วมสะท้อนผลการทำงาน อันจะนำไปสู่การพัฒนาหรือปรับปรุง แก้ไข การทำงานในอนาคต 4.34 .60 มาก 7 ผู้บริหารที่เปิดโอกาสให้สมาชิกในทีมทุกคนได้ รับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการทำงานและ ประสิทธิผลของการทำงาน 4.43 .66 มาก รวม 4.40 .38 มาก จากตารางที่ 6 พบว่า ปัจจัยด้านคุณลักษณะของภาระงานศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.40 SD = .38) เมื่อพิจารณา เป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ ผู้บริหารสามารถดึงทักษะ ความรู้และความสามารถของ


45 บุคลากรที่จะต้องนำมาใช้ในการทำงานอย่างหลากหลาย อยู่ในระดับมาก ( X = 4.47, SD = .58) รองลงมาคือ ผู้บริหารที่เปิดโอกาสให้สมาชิกในทีมทุกคนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการทำงานและ ประสิทธิผลของการทำงาน อยู่ในระดับมาก ( X = 4.43, SD = .66) อยู่ในระดับมาก ส่วนข้อที่มี ค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหารตระหนักถึงความสำคัญของภาระงานที่ส่งผลต่อสมาชิกทั้งในด้าน กายภาพจิตใจ ของสมาชิกทุกคนในทีม อยู่ในระดับมาก ( X = 4.30, SD = .60) ตามลำดับ ตารางที่ 7 ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมศูนย์ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร รายข้อ n = 19 ปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคม ระดับความคิดเห็น X SD ระดับ 1 ผู้บริหารให้ความสนใจการยอมรับ และการให้ กำลังใจ ความอบอุ่นใจ ความเห็นอกเห็นใจแก่ สมาชิก 4.53 .56 มากที่สุด 2 ผู้บริหารให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจแก่ สมาชิก 4.28 .60 มาก 3 ผู้บริหารให้ความช่วยเหลือที่เป็นสิ่งของ หรือ บริการแก่สมาชิก 4.31 .65 มาก 4 ผู้บริหารให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานและ การแก้ปัญหาแก่สมาชิก 4.21 .67 มาก 5 ผู้บริหารให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการ ทำงานแก่สมาชิก 4.33 .63 มาก 6 ผู้บริหารให้ข้อมูลย้อนกลับที่ประโยชน์ต่อการ ทำงานแก่สมาชิก 4.26 .65 มาก รวม 4.32 .41 มาก จากตารางที่ 7 พบว่า ปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.32, SD = .41) เมื่อพิจารณา เป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ ผู้บริหารให้ความสนใจการยอมรับ และการให้กำลังใจ ความอบอุ่นใจ ความเห็นอกเห็นใจแก่สมาชิก อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.53, SD = .56) รองลงมา คือ ผู้บริหารให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานแก่สมาชิก อยู่ในระดับมาก ( X = 4.33, SD =


46 .63) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหารให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานและการแก้ปัญหาแก่ สมาชิก อยู่ในระดับมาก ( X = 4.21, SD = .67) ตามลำดับ ตารางที่ 8 ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงาน ของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอศรีสาคร รายด้าน n = 19 การทำงานเป็นทีมภายใต้การ บริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอศรีสาคร ระดับความคิดเห็น X SD ระดับ 1 ด้านการสื่อสารอย่างเปิดเผย 4.39 .33 มาก 2 ด้านการมีปฏิสัมพันธ์ 4.39 .35 มาก 3 ด้านการมีส่วนร่วม 4.34 .37 มาก 4 ด้านความไว้เนื้อเชื่อใจ 4.44 .27 มาก 5 ด้ า น ก า ร เป็ น อั น ห นึ่ งอั น เดียวกันของเป้าหมาย 4.46 .28 มาก 6 ด้านการยอมรับนับถือซึ่งกัน 4.37 .34 มาก รวม 4.40 .25 มาก จากตารางที่ 8 พบว่า การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร โดยรวมอยู่ในระดับ มาก ( X = 4.40, SD = .25) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของ เป้าหมาย มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับมาก ( X = 4.46, SD = .28) รองลงมาคือ ด้านความไว้เนื้อเชื่อ ใจ อยู่ในระดับมาก ( X = 4.44, SD = .27) ด้านการสื่อสารอย่างเปิดเผย อยู่ในระดับมาก ( X = 4.39, SD = .33) ด้านการมีปฏิสัมพันธ์อยู่ในระดับมาก ( X = 4.39, SD = .35) ด้านการยอมรับนับถือซึ่ง กัน อยู่ในระดับมาก ( X = 4.37, SD = .34) และด้านการมีส่วนร่วม อยู่ในระดับมาก ( X = 4.34, SD = .37) ตามลำดับ


47 ตารางที่ 9 ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงาน ของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอศรีสาคร ด้านการสื่อสารอย่างเปิดเผยรายข้อ n = 19 ด้านการสื่อสารอย่างเปิดเผย ระดับความคิดเห็น X SD ระดับ 1 ผู้บริหารมีการสื่อสารที่ส่งเสริมความเข้าใจ และสร้างวัฒนธรรม ตลอดจนสามารถสร้าง ความมั่นคงให้กับองค์กร 4.69 .50 มากที่สุด 2 ผู้บริหารสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหาร กับบุคลากรต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ ตรงกันสม่ำเสมออย่างเปิดเผย 4.23 .52 มาก 3 ผู้บริหารสร้างช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรในระดับต่าง ๆ ได้มี ส่วนร่วมในการบริหารงานของผู้บริหาร 4.50 .55 มาก 4 ผู้บริหารมีการสื่อสารข้อมูลต่าง ๆอย่าง ตรงไปตรงมา ไม่ปกปิดข้อมูล 4.35 .56 มาก 5 ผู้บริหารมีวิธีการติดต่อสื่อสารที่เข้าใจง่าย สามารถแปลความหมายและนำไปปฏิบัติได้ ตรงกัน 4.35 .59 มาก 6 ผู้บริหารและบุคลาการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารที่ตนรับรู้ได้อย่างทั่วถึงสม่ำเสมอ 4.33 .61 มาก 7 ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรสามารถ อภิปรายความคิดเห็นที่แตกต่างได้อย่าง เปิดเผย 4.32 .61 มาก 8 ผู้บริหารมีทักษะการสื่อสารที่ดีเพื่อสร้างความ มั่นคงให้กับองค์กร 4.34 .64 มาก รวม 4.39 .33 มาก จากตารางที่ 9 พบว่า การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร ด้านการสื่อสารอย่างเปิดเผยโดย


48 รวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.39, SD = .33) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ผู้บริหารมีการสื่อสารที่ส่งเสริมความเข้าใจ และสร้างวัฒนธรรม ตลอดจนสามารถสร้างความ มั่นคงให้กับองค์กร อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.69, SD = .50) รองลงมา ผู้บริหารสร้างช่อง ทางการสื่อสารที่หลากหลายเพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรในระดับต่าง ๆ ได้มีส่วนร่วมในการบริหารงาน ของผู้บริหาร อยู่ในระดับมาก ( X = 4.50, SD = .55) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหารสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารกับบุคลากรต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันสม่ำเสมออย่าง เปิดเผย อยู่ในระดับมาก ( X = 4.23, SD = .52) ตามลำดับ ตารางที่ 10 ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงาน ของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอศรีสาคร ด้านการมีปฏิสัมพันธ์รายข้อ n = 19 ด้านการมีปฏิสัมพันธ์ ระดับความคิดเห็น X SD ระดับ 1 ผู้บริหารให้คำปรึกษาแก่บุคลากรในการ ปรับตัวเข้าหาเพื่อนร่วมงานกัน 4.48 .58 มาก 2 ผู้บริหารสร้างส้มพันธภาพแก่บุคลากรในการ ปฏิบัติงานร่วมกัน 4.29 .60 มาก 3 ผู้บริหารมีความเป็นกัลยาณมิตร ช่วยแนะนำ ให้คำปรึกษาที่ดีที่ถูกต้องที่ควร 4.40 .58 มาก 4 ผู้บริหารมีความสามารถในการสนับสนุนให้ บุคลากรในสถานศึกษาใฝ่ดี 4.34 .56 มาก 5 ผู้บริหารเป็นเเบบอย่างที่ดีให้แก่บุคลากร 4.41 .57 มาก 6 ผู้บริหารช่วยเหลือเกื้อกูลและให้คำปรึกษาที่ นำไปสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีงามแก่ บุคลากร 4.34 .58 มาก 7 ผู้บริหารทำงานร่วมกับบุคลากรทุกคนด้วย ความเป็นกันเอง 4.47 .58 มาก 8 ผู้บริหารมีน้ำใจไมตรีอันดีต่อบุคลากร 4.40 .56 มาก รวม 4.39 .35 มาก


49 จากตารางที่ 10 พบว่า การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร ด้านการมี ปฏิสัมพันธ์โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.39, SD = .35) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มี ค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ผู้บริหารให้คำปรึกษาแก่บุคลากรในการปรับตัวเข้าหาเพื่อนร่วมงานกัน อยู่ใน ระดับมากที่สุด ( X = 4.48, SD = .58) รองลงมา ผู้บริหารทำงานร่วมกับบุคลากรทุกคนด้วยความ เป็นกันเอง อยู่ในระดับมาก ( X = 4.47, SD = .58) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหารสร้างส้ม พันธภาพแก่บุคลากรในการปฏิบัติงานร่วมกัน อยู่ในระดับมาก ( X = 4.29, SD = .60) ตามลำดับ ตารางที่ 11 ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงาน ของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอศรีสาคร ด้านการมีส่วนร่วมรายข้อ n = 19 ด้านการมีส่วนร่วม ระดับความคิดเห็น X SD ระดับ 1 ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วม ช่วยเหลือระหว่างกัน 4.59 .53 มากที่สุด 2 ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากร ร่วมคิด ร่วม วางแผนในการบริหารจัดการ 4.25 .56 มาก 3 ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรร่วมตัดสินใจ ร่วมรับผิดชอบในการบริหารจัดการ 4.41 .56 มาก 4 ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรร่วมบริหาร จัดการ เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมาย 4.28 .58 มาก 5 ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมใน การประเมินผลความสำเร็จของงานที่ปฏิบัติ 4.35 .62 มาก 6 ผู้บริหารสนับสนุนบุคลากรให้ปฏิบัติงาน ร่วมกันด้วยความจริงใจ 4.27 .61 มาก 7 ผู้บริหารส่งเสริมให้บุคลากรมีส่วนร่วมและ เสียสละในการปฏิบัติตามที่ได้รับมอบหมาย 4.34 .60 มาก 8 ผู้บริหารขับเคลื่อนบุคลากรให้มีร่วมในการ ปฏิบัติงานด้วยความเสมอภาค 4.28 .63 มาก


50 ด้านการมีส่วนร่วม ระดับความคิดเห็น X SD ระดับ รวม 4.34 .37 มาก จากตารางที่ 11 พบว่า การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร ด้านการมีส่วนรวม โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.34, SD = .37) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมาก ที่สุดคือ ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วม ช่วยเหลือระหว่างกัน อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.59, SD = .53) รองลงมา ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรร่วมตัดสินใจ ร่วมรับผิดชอบในการ บริหารจัดการ อยู่ในระดับมาก ( X = 4.41, SD = .56) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหารเปิด โอกาสให้บุคลากร ร่วมคิด ร่วมวางแผนในการบริหารจัดการ อยู่ในระดับมาก ( X = 4.25, SD = .56) ตามลำดับ ตารางที่ 12 ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงาน ของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอศรีสาคร ด้านความไว้เนื้อเชื่อใจรายข้อ n = 19 ด้านความไว้เนื้อเชื่อใจ ระดับความคิดเห็น X SD ระดับ 1 ผู้บริหารมีความมั่นใจในความสามารถของ เพื่อนร่วมงานในการบริหารจัดการ 4.63 .51 มากที่สุด 2 ผู้บริหารมีความไว้วางใจแก่บุคลการในการ ทำงานร่วมกัน 4.32 .54 มาก 3 ผู้บริหารให้ความไว้วางใจ ต่อบุคลากรไม่ว่าจะ เป็นคำพูด การกระทำ หรือการตัดสินใจ 4.51 .54 มากที่สุด 4 ผู้บริหารแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในผลการ ปฏิบัติงานของบุคลากร 4.42 .53 มาก 5 ผู้บริหารสร้างความมั่นใจและตั้งใจที่จะบริหาร จัดการร่วมกัน 4.44 .60 มาก 6 ผู้บริหารแสดงถึงความสนใจ ห่วงใย ต่อ บุคลากร 4.41 .56 มาก 7 ผู้บริหารมีความสามารถในการบริหารงาน 4.40 .55 มาก


51 ด้านความไว้เนื้อเชื่อใจ ระดับความคิดเห็น X SD ระดับ อย่างมีประสิทธิภาพจนเกิดความน่าเชื่อถือ 8 ผู้บริหารมีความมั่นใจในความซื่อสัตย์ และ ความยุติธรรมในการทำงานร่วมกัน 4.44 .54 มาก รวม 4.45 .27 มาก จากตารางที่ 12 พบว่า การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร ด้านความไว้เนื้อเชื่อ ใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.45, SD = .27) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ย มากที่สุดคือ ผู้บริหารมีความมั่นใจในความสามารถของเพื่อนร่วมงานในการบริหารจัดการ อยู่ใน ระดับมากที่สุด ( X = 4.63, SD = .51) รองลงมา ผู้บริหารให้ความไว้วางใจ ต่อบุคลากรไม่ว่าจะเป็น คำพูด การกระทำ หรือการตัดสินใจ อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.51, SD = .54) ส่วนข้อที่มี ค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหารมีความไว้วางใจแก่บุคลการในการทำงานร่วมกัน อยู่ในระดับมาก ( X = 4.32, SD = .54) ตามลำดับ ตารางที่ 13 ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงาน ของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอศรีสาคร ด้านการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของเป้าหมายรายข้อ n = 19 ด้านการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของเป้าหมาย ระดับความคิดเห็น X SD ระดับ 1 ผู้บริหารกำหนดเป้าหมายของงานร่วมกับ บุคลากรไปในทิศทางเดียวกัน 4.69 .47 มากที่สุด 2 ผู้บริหารกำหนดทิศทางเป้าหมายของงาน ตรงกัน 4.30 .51 มาก 3 ผู้บริหารอธิบายทิศทางการปฏิบัติงานแก่ บุคลากรตามแนวทางที่ร่วมกันกำหนด 4.48 .56 มาก 4 ผู้บริหารประเมินผลความสำเร็จของงานที่ ปฏิบัติร่วมกับบุคลากร 4.41 .53 มาก 5 ผู้บริหารให้ความสำคัญต่อเป้าหมายของ ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว 4.46 .58 มาก


52 ด้านการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของเป้าหมาย ระดับความคิดเห็น X SD ระดับ 6 ผู้บริหารให้การยอมรับวัตถุประสงค์ของการ ทำงานด้วยความเต็มใจ 4.50 .55 มาก 7 ผู้บริหารยอมรับความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ ในการดำเนินงาน 4.44 .57 มาก 8 ผู้บริหารมีความเข้าใจทิศทางในการปฏิบัติ ภารกิจของสถานศึกษาตรงกับบุคลากร 4.40 .55 มาก รวม 4.46 .28 มาก จากตารางที่ 13 พบว่า การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร ด้านการเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันของเป้าหมายโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.46, SD = .28) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ผู้บริหารกำหนดเป้าหมายของงานร่วมกับบุคลากรไปในทิศทาง เดียวกัน อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.69, SD = .47) รองลงมา ผู้บริหารให้การยอมรับ วัตถุประสงค์ของการทำงานด้วยความเต็มใจ อยู่ในระดับมาก ( X = 4.50, SD = .55) ส่วนข้อที่มี ค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหารกำหนดทิศทางเป้าหมายของงานตรงกัน อยู่ในระดับมาก ( X = 4.30, SD = .51) ตามลำดับ ตารางที่ 14 ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงาน ของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอศรีสาคร ด้านการยอมรับนับถือซึ่งกันและกันรายข้อ n = 19 ด้านการยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน ระดับความคิดเห็น X SD ระดับ 1 ผู้บริหารเคารพบทบาทหน้าที่ของบุคลากรซึ่ง กันและกัน 4.57 .53 มากที่สุด 2 ผู้บริหารเข้าใจและยอมรับความแตกต่าง ระหว่างบุคคลของบุคลากร 4.32 .54 มาก 3 ผู้บริหารยอมรับความรู้ความสามารถของ บุคลากรด้วยความจริงใจ 4.40 .60 มาก 4 ผู้บริหารให้เกียรติบุคลากรในการปฏิบัติงาน 4.34 .56 มาก


53 ด้านการยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน ระดับความคิดเห็น X SD ระดับ อย่างสม่ำเสมอ 5 ผู้บริหารรับฟังเหตุผลของบุคลากร 4.29 .59 มาก 6 ผู้บริหารให้ความตระหนักว่าทุกคนมีความ เสมอภาคกันในการทำงาน 4.32 .60 มาก 7 ผู้บริหารเชื่อว่าทุกคนสามารถทำงานร่วมกันให้ บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ 4.35 .58 มาก 8 ผู้บริหารยอมรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะของบุคลากร 4.35 .64 มาก รวม 4.37 .34 มาก จากตารางที่ 14 พบว่า การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร ด้านการยอมรับนับ ถือซึ่งกันและกันโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.37, SD = .34) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อ ที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ผู้บริหารเคารพบทบาทหน้าที่ของบุคลากรซึ่งกันและกัน อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.57, SD = .53) รองลงมา ผู้บริหารยอมรับความรู้ความสามารถของบุคลากรด้วยความ จริงใจ อยู่ในระดับมาก ( X = 4.40, SD = .60) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหารให้ความ ตระหนักว่าทุกคนมีความเสมอภาคกันในการทำงาน อยู่ในระดับมาก ( X = 4.32, SD = .60) และ ผู้บริหารเข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลของบุคลากร อยู่ในระดับมาก ( X = 4.32, SD = .54) ตามลำดับ ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงาน ของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร โดย การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple regression analysis) แบบขั้นบันได (Stepwise Method) ทั้งนี้ในการวิเคราะห์สถิติถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) จะ ทำการทดสอบตัวแปรพยากรณ์ที่เข้าสมการไปแล้วทุกครั้งที่มีการนำตัวแปรใหม่เข้าในสมการ หมายความว่าตัวแปรพยากรณ์บางตัวที่เข้าไปในสมการแล้วก็สามารถถูกขจัดออกจากสมการได้ (ทรง ศักดิ์ ภูสีอ่อน. 2554 : 283) หากพบว่าตัวแปรพยากรณ์ตัวนั้นไม่ได้ส่งผลให้ค่า R 2 เพิ่มขึ้นอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ (ไม่ได้มีส่วนทำให้การพยากรณ์ต่อตัวแปรเกณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ) โดยผู้วิจัยได้ทดสอบข้อตกลงเบื้องต้น (Assumption) (Hair & et al., 2019) ของสถิติดังนี้


54 1.การมีข้อมูลลักษณะการแจกแจงเป็นโค้งปกติ (Normality) พิจารณาจากกราฟ Histogram พบว่าเป็นการแจกแจงสมมาตร เส้นโค้งที่ได้เป็นรูประฆังคว่ำ ดังภาพที่2 และตัวแปร อิสระและตัวแปรตามมีความสัมพันธ์เชิงเส้น (Linearity) พิจารณาจากกราฟ Normal Probability Plot พบว่าข้อมูลส่วนใหญ่จะอยู่รอบ ๆ เส้นตรง ดังภาพที่ 3 ดังนั้นสรุปได้ว่า ลักษณะของข้อมูลมีการ แจกแจงแบบปกติ ภาพที่ 2 กราฟ Histogram ภาพที่ 3 กราฟ Normal Probability Plot


55 2.ทดสอบความแปรปรวนของค่าความคลาดเคลื่อนคงที่ต้องมีความเป็นเอกภาพ (Homoscedasticity) และข้อมูลไม่มี Outliers โดยพิจารณาจากกราฟ Scatter Plot พบว่ามีการ กระจายของจุดห่างจากเส้นตรงอย่างสมมาตร และอยู่ระหว่าง ± 3 สรุปว่าค่าความแปรปรวนของ ความคลาดเคลื่อนเป็นค่าคงที่ ดังภาพที่ 4 ภาพที่ 4 กราฟ Scatter Plot 3.ตัวแปรอิสระแต่ละตัวไม่มีความสัมพันธ์พหุร่วมเชิงเส้นสูง (Multicollinearity) โดยการพิจารณาจากตาราง Coefficients ถ้าหากค่า Tolerance ของตัวแปร เข้าใกล้ 1 แสดงว่าตัว แปรเป็นอิสระจากกัน แต่ถ้าค่าใกล้ ศูนย์แสดงว่าเกิดปัญหา Multicollinearity และ ค่า Variance Inflation Factor หากมีค่าใกล้ 10 มากแสดงว่าระดับความสัมพันธ์ของตัวแปรอิสระในสมการการ วิเคราะห์ความถดถอยพหุเชิงเส้นมีมาก นั้นคือ เกิดปัญหา Multicollinearity และจากการตรวจสอบ ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระพบว่าค่า Tolerance และ Variance Inflation Factor มีค่าดังนี้


56 Coefficientsa Model Unstandardized Coefficients Standardized Coefficients t Sig. Collinearity Statistics B Std. Error Beta Tolerance VIF 1 (Constant) 2.973 .174 17.124 .000 c16c21 .330 .040 .540 8.250 .000 1.000 1.000 2 (Constant) 2.321 .239 9.727 .000 c16c21 .263 .042 .431 6.236 .000 .829 1.206 a1a8 .211 .055 .264 3.823 .000 .829 1.206 a. Dependent Variable: d1i48 ภาพที่ 5 ตาราง Coefficients จากตารางค่า Tolerance เท่ากับ .829 ซึ่งมีค่าเข้าใกล้1 และค่า VIF เท่ากับ 1.206 ซึ่งมีค่าไม่เกิน 10 แสดงว่าไม่มี Multicollinearity ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงเบื้องต้นของการใช้สถิติ วิเคราะห์การถดถอยที่กำหนดให้ค่า Tolerance ต้องมากกว่า 0.10 และค่า VIF ต้องน้อยกว่า 10 (Vanichbuncha, 2007: 84) 4.ไม่เกิดปัญหาความคลาดเคลื่อนมีความสัมพันธ์ (Autocorrelation) โดยพิจารณา จากค่า Durbin-Watson ในการทดสอบว่าตัวแปรอิสระมีความสัมพันธ์ภายในตัวเองหรือไม่ โดยมี เกณฑ์ในการวัดค่า Durbin-Watson ดังนี้ มีค่าอยู่ในช่วง 1.5 – 2.5 แสดงว่ามีความเป็นอิสระ มีค่าอยู่ในช่วง 2.6 – 4.0 แสดงว่ามีความสัมพันธ์กันในทิศทางลบ มีค่าอยู่ในช่วง 0 – 1.4 แสดงว่ามีความสัมพันธ์กันในทิศทางบวก


57 Model Summaryc Mo del R R Squar e Adjusted R Square Std. Error of the Estimate Change Statistics DurbinWatson R Square Change F Chang e df1 df2 Sig. F Change 1 .540a .292 .288 .21076 .292 68.069 1 165 .000 2 .592b .350 .342 .20257 .058 14.616 1 164 .000 1.600 a. Predictors: (Constant), c16c21 b. Predictors: (Constant), c16c21, a1a8 c. Dependent Variable: d1i48 ภาพที่ 6 ตาราง Model Summary จากกการพิจารณาค่า Durbin - Watson ในตารางพบว่า ค่า Durbin - Watson เท่ากับ 1.600 ซึ่งอยู่ระหว่าง 1.5 – 2.5 แสดงว่าตัวแปรอิสระที่นำมาใช้ในการทดสอบไม่มี ความสัมพันธ์ภายในตัวเอง จากการทดสอบข้อตกลงเบื้องต้น (Assumption) ผู้วิจัยได้ผ่านการทดสอบข้อตกลง เบื้องต้น ดังกล่าว ทำให้สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์โดยใช้สถิติอนุมานโดยอาศัยเทคนิคการวิเคราะห์ ความถดถอยพหุเชิงเส้น (Multiple Regression Analysis) ได้ ตารางที่ 15 ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณของปัจจัยทำนายปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีม ภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอศรีสาคร ปัจจัย B SE Beta t p-value ค่าคงที่ 2.321 .239 9.727*** <.001 ด้านการสนับสนุนทางสังคม .263 .042 .431 6.236*** <.001 ด้านบริบทองค์กร .211 .055 .264 3.823*** <.001 R = .592 R 2 = .350 , adj.R 2 = .342 df =166 F = 44.151 SE.est = .20257 p – value =<.001 *** p < .001 จากตารางที่ 15 ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร ได้แก่ ปัจจัยด้าน การสนับสนุนทางสังคมและด้านบริบทองค์กร โดยด้านการสนับสนุนทางสังคมส่งผลต่อการทำงาน เป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา (Beta = .263) ด้านบริบทองค์กร ส่งผลต่อ การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา (Beta = .211) ส่วนด้าน คุณลักษณะของภาระงานไม่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร


58 สถานศึกษา ตัวแปรสามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 35 (R 2 = .350, p=<.001) อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และมีความคลาดเคลื่อนมาตรฐานในการทำนาย .20257 โดย สามารถเขียนสมการได้ดังนี้ สมการคะแนนดิบ Y (การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา) = 2.321 + .263 (ด้านการสนับสนุนทางสังคม) + .211 (ด้านบริบทองค์กร) Y ˆ = 2.321*** + .263 (x3)*** + .211 (x1)*** สมการคะแนนมาตรฐาน Z (การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา) = .431 (ด้าน การสนับสนุนทางสังคม) + .264 (ด้านบริบทองค์กร) y z ˆ = .431 (x3)*** + .264 (x1)*** จากสมการดังกล่าวอธิบายได้ว่า ปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมและปัจจัยด้าน บริบทองค์กรเพิ่มขึ้น 1 หน่วย จะส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร เพิ่มขึ้น .431 หน่วย และ .264 หน่วย


59 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ สรุปผลการวิจัย การวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร เป็นการวิจัยเชิง ปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีม ภายใต้การบริหารงาน ของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร 2) เพื่อ สร้างสมการพยากรณ์การทำงานเป็นทีม ภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ข้อมูล คือ แบบสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการส่งแบบสอบถาม โดยใช้ Google form ส่งไปยัง สถานศึกษาที่เป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 169 คน ในสถานศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร ผู้วิจัยดำเนินการตรวรจสอบความถูกต้อง ความสมบูรณ์ของ การตอบแบบสอบถามเพื่อนำไปดำเนินการวิเคราะห์ผลทางสถิติด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป จากข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามมีจำนวนทั้งสิ้น 169 คนและได้ทำการตรวจสอบ ค่าผิดปกติ (Outliers) ในทางสถิติเรียกว่า Case Wise Diagnosticst ถ้าหากพบว่า Case ใดคือค่า Case Wise จะตัดข้อมูลออกจากการวิเคราะห์เพื่อป้องกันการนำกลุ่มตัวอย่างที่มีค่าเกินปกติมาทำ การทดสอบด้วย ซึ่งอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของตัวแปรอิสระกับตัวแปรตามบิดเบือนไป จากการ วิเคราะห์พบว่ามีจำนวนตัวอย่างมีค่าผิดปกติจำนวน 2 ตัวอย่าง ดังนั้นจึงทำการตัดข้อมูลออกจากการ วิเคราะห์จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 169 ตัวอย่าง ทำให้กลุ่มตัวอย่างที่ใช้มีทั้งสิ้นจำนวน 167 ตัวอย่าง ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เป็นเพศชาย จำนวน 110 คน คิดเป็นร้อยละ 65.9 อายุระหว่าง 36 - 45 ปี จำนวน 57 คน คิดเป็นร้อยละ 34.1 มีการศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 128 คน คิดเป็นร้อย ละ 76.6 ระยะเวลาปฏิบัติงาน 11 ปีขึ้นไป จำนวน 71 คนคิดเป็นร้อยละ 42.5 และมีตำแหน่ง ครูผู้สอน 153 คน คิดเป็นร้อยละ 91.6 ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ปัจจัยด้านบริบทองค์กร ด้านคุณลักษณะของภาระงานและด้าน การสนับสนุนทางสังคม ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร ผลการวิเคราะห์ปัจจัยด้านบริบทองค์กร ด้านคุณลักษณะของภาระงานและด้านการ สนับสนุนทางสังคม ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร โดยรวมอยู่ ในระดับมาก ( X = 4.40, SD = .30) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านบริบทองค์กร มีค่าเฉลี่ย สูงสุด อยู่ในระดับมาก ( X = 4.46, SD = .31) รองลงมาด้านคุณลักษณะของภาระงาน อยู่ในระดับ


60 มาก ( X = 4.40, SD = .38) และด้านการสนับสนุนทางสังคม อยู่ในระดับมาก ( X = 4.32, SD = .41) ตามลำดับ เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อของแต่ละด้าน พบว่า 1) ปัจจัยด้านบริบทองค์กรศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ ศรีสาคร โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.46, SD = .31) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มี ค่าเฉลี่ยสูงสุดคือผู้บริหารมีการฝึกอบรม สร้างกระบวนการให้ความรู้ ความเข้าใจ การเพิ่มพูนทักษะ ความสามารถให้แก่สมาชิกของทีม อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.72, SD = .50) รองลงมาคือ ผู้บริหารมีการกระตุ้นโดยการให้รางวัลสมาชิกในทีมที่มีพฤติกรรมการทำงานที่ดีและมีจุดหมายที่ สำคัญ อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.52, SD = .61) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหารสร้างเจต คติที่ดีในการทำงานให้แก่สมาชิกของทีม อยู่ในระดับมาก ( X = 4.35, SD = .59) ตามลำดับ 2) ปัจจัยด้านคุณลักษณะของภาระงานศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอำเภอศรีสาคร โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.40 SD = .38) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ ผู้บริหารสามารถดึงทักษะ ความรู้และความสามารถของบุคลากรที่ จะต้องนำมาใช้ในการทำงานอย่างหลากหลาย อยู่ในระดับมาก ( X = 4.47, SD = .58) รองลงมาคือ ผู้บริหารที่เปิดโอกาสให้สมาชิกในทีมทุกคนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการทำงานและประสิทธิผล ของการทำงาน อยู่ในระดับมาก ( X = 4.43, SD = .66) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหาร ตระหนักถึงความสำคัญของภาระงานที่ส่งผลต่อสมาชิกทั้งในด้านกายภาพจิตใจ ของสมาชิกทุกคนใน ทีม อยู่ในระดับมาก ( X = 4.30, SD = .60) ตามลำดับ 3) ปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอำเภอศรีสาคร โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.32, SD = .41) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ ผู้บริหารให้ความสนใจการยอมรับ และการให้กำลังใจ ความอบอุ่นใจ ความเห็นอกเห็นใจแก่สมาชิก อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.53, SD = .56) รองลงมาคือ ผู้บริหารให้ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานแก่สมาชิก อยู่ในระดับมาก ( X = 4.33, SD = .63) ส่วนข้อที่มี ค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหารให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานและการแก้ปัญหาแก่สมาชิก อยู่ในระดับ มาก ( X = 4.21, SD = .67) ตามลำดับ ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะห์การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร ผลการวิเคราะห์การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.40, SD = .25) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของเป้าหมาย มีค่าเฉลี่ย สูงสุด อยู่ในระดับมาก ( X = 4.46, SD = .28) รองลงมาคือ ด้านความไว้เนื้อเชื่อใจ อยู่ในระดับมาก ( X = 4.44, SD = .27) ด้านการสื่อสารอย่างเปิดเผย อยู่ในระดับมาก ( X = 4.39, SD = .33) ด้าน การมีปฏิสัมพันธ์อยู่ในระดับมาก ( X = 4.39, SD = .35) ด้านการยอมรับนับถือซึ่งกัน อยู่ในระดับ มาก ( X = 4.37, SD = .34) และด้านการมีส่วนร่วม อยู่ในระดับมาก ( X = 4.34, SD = .37) ตามลำดับ เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า


61 1) ด้านการสื่อสารอย่างเปิดเผยโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.39, SD = .33) เมื่อ พิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ผู้บริหารมีการสื่อสารที่ส่งเสริมความเข้าใจ และ สร้างวัฒนธรรม ตลอดจนสามารถสร้างความมั่นคงให้กับองค์กร อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.69, SD = .50) รองลงมา ผู้บริหารสร้างช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายเพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรใน ระดับต่าง ๆ ได้มีส่วนร่วมในการบริหารงานของผู้บริหาร อยู่ในระดับมาก ( X = 4.50, SD = .55) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหารสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารกับบุคลากรต่าง ๆ เพื่อให้ เกิดความเข้าใจที่ตรงกันสม่ำเสมออย่างเปิดเผย อยู่ในระดับมาก ( X = 4.23, SD = .52) ตามลำดับ 2) ด้านการมีปฏิสัมพันธ์โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.39, SD = .35) เมื่อพิจารณา เป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ผู้บริหารให้คำปรึกษาแก่บุคลากรในการปรับตัวเข้าหา เพื่อนร่วมงานกัน อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.48, SD = .58) รองลงมา ผู้บริหารทำงานร่วมกับ บุคลากรทุกคนด้วยความเป็นกันเอง อยู่ในระดับมาก ( X = 4.47, SD = .58) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำ ที่สุดคือ ผู้บริหารสร้างส้มพันธภาพแก่บุคลากรในการปฏิบัติงานร่วมกัน อยู่ในระดับมาก ( X = 4.29, SD = .60) ตามลำดับ 3) ด้านการมีส่วนรวมโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.34, SD = .37) เมื่อพิจารณาเป็น รายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วม ช่วยเหลือระหว่าง กัน อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.59, SD = .53) รองลงมา ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรร่วม ตัดสินใจ ร่วมรับผิดชอบในการบริหารจัดการ อยู่ในระดับมาก ( X = 4.41, SD = .56) ส่วนข้อที่มี ค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากร ร่วมคิด ร่วมวางแผนในการบริหารจัดการ อยู่ใน ระดับมาก ( X = 4.25, SD = .56) ตามลำดับ 4) ด้านความไว้เนื้อเชื่อใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.45, SD = .27) เมื่อพิจารณา เป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ผู้บริหารมีความมั่นใจในความสามารถของเพื่อนร่วมงาน ในการบริหารจัดการ อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.63, SD = .51) รองลงมา ผู้บริหารให้ความ ไว้วางใจ ต่อบุคลากรไม่ว่าจะเป็นคำพูด การกระทำ หรือการตัดสินใจ อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.51, SD = .54) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหารมีความไว้วางใจแก่บุคลการในการทำงาน ร่วมกัน อยู่ในระดับมาก ( X = 4.32, SD = .54) ตามลำดับ 5) ด้านการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของเป้าหมายโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.46, SD = .28) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ผู้บริหารกำหนดเป้าหมายของงาน ร่วมกับบุคลากรไปในทิศทางเดียวกัน อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.69, SD = .47) รองลงมา ผู้บริหารให้การยอมรับวัตถุประสงค์ของการทำงานด้วยความเต็มใจ อยู่ในระดับมาก ( X = 4.50, SD = .55) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหารกำหนดทิศทางเป้าหมายของงานตรงกัน อยู่ในระดับ มาก ( X = 4.30, SD = .51) ตามลำดับ 6) ด้านการยอมรับนับถือซึ่งกันและกันโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.37, SD = .34) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ผู้บริหารเคารพบทบาทหน้าที่ของบุคลากร ซึ่งกันและกัน อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.57, SD = .53) รองลงมา ผู้บริหารยอมรับความรู้


62 ความสามารถของบุคลากรด้วยความจริงใจ อยู่ในระดับมาก ( X = 4.40, SD = .60) ส่วนข้อที่มี ค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ผู้บริหารให้ความตระหนักว่าทุกคนมีความเสมอภาคกันในการทำงาน อยู่ในระดับ มาก ( X = 4.32, SD = .60) และผู้บริหารเข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลของ บุคลากร อยู่ในระดับมาก ( X = 4.32, SD = .54) ตามลำดับ ตอนที่ 4 ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของ ผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร ผลการวิเคราะห์ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงาน ของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร ได้แก่ ปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมและด้านบริบทองค์กร โดยด้านการสนับสนุนทางสังคมส่งผลต่อการ ทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา (Beta = .263) ด้านบริบทองค์กร ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา (Beta = .211) ส่วนด้าน คุณลักษณะของภาระงานไม่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา ตัวแปรสามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 35 (R 2 = .350, p=<.001) อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และมีความคลาดเคลื่อนมาตรฐานในการทำนาย .20257 โดย สามารถเขียนสมการได้ดังนี้ สมการคะแนนดิบ Y (การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา) = 2.321 + .263 (ด้านการสนับสนุนทางสังคม) + .211 (ด้านบริบทองค์กร) Y ˆ = 2.321*** + .263 (x3)*** + .211 (x1)*** สมการคะแนนมาตรฐาน Z (การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา) = .431 (ด้าน การสนับสนุนทางสังคม) + .264 (ด้านบริบทองค์กร) y z ˆ = .431 (x3)*** + .264 (x1)*** จากสมการดังกล่าวอธิบายได้ว่า ปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมและปัจจัยด้าน บริบทองค์กรเพิ่มขึ้น 1 หน่วย จะส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร เพิ่มขึ้น .431 หน่วย และ .264 หน่วย


63 อภิปรายผลการวิจัย จากการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร สามารถอภิปราย ผลได้ดังนี้ 1. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร โดยภาพรวมอยู่ใน ระดับมาก เรียงลำดับจากมากไปหาน้อยคือ ปัจจัยด้านบริบทองค์กร ปัจจัยด้านคุณลักษณะของภาระ งานและปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคม อภิปรายดังนี้ 1.1 ปัจจัยด้านบริบทองค์กร โดยรวมส่งผลอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเป็น เพราะ บริบทองค์กรศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร ส่วนใหญ่คือ ปัจจัยแวดล้อมด้านต่างๆ ที่เป็นเงื่อนไขความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรม การมีระบบข้อมูล สารสนเทศ รางวัลหรือการมีทรัพยากรที่เพียงพอทำให้เอื้อต่อความสำเร็จในการดำเนินงานของทีม ทั้งนี้ทีมถือเป็นหน่วยย่อยขององค์กร หากการทำงานของทีมประสบความสำเร็จก็ย่อมส่งผลต่อองค์กร ด้วยเช่นกัน สอดคล้องกับงานวิจัยของทศพร จันทศร, ภิญโญ มนูศิลป์, ยุพร ริมชลการ (2558) ศึกษา ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของทีมในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเลย พบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของทีมในสถานศึกษามี ความสัมพันธ์ทางบวกกับประสิทธิผลของทีมในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเลย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเป็น เพราะว่า บริบทองค์กรมีความสัมพันธ์ทางบวกกับประสิทธิผลของทีม สอดคล้องกับสุภาพร โทบุตร ศึกษาปัจจัยการทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ของบุคลากรภาครัฐใน จังหวัดปราจีนบุรีพบว่าผลการศึกษาระดับความคิดเห็นต่อปัจจัยการทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อ ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรภาครัฐในจังหวัดปราจีนบุรี ในภาพรวมพบว่า ผู้ตอบ แบบสอบถามมีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยการทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการ ปฏิบัติงานอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านบริบทคุณลักษณะอยู่ในระดับมากเช่นกัน 1.2 ปัจจัยด้านคุณลักษณะของภาระงาน โดยรวมส่งผลอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะคุณลักษณะของภาระงานศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอศรีสาคร มีภาระงานที่หลากหลายอาทิเช่นการดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนประสานงาน การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง การศึกษาตามอัธยาศัย ประสานงานให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถาน ประกอบการ และองค์กรอื่นรวมตัวกันเป็นภาคีเครือข่าย เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการ ดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งด้วยคุณลักษณะของภาระงานต้องใช้ ทักษะและความรู้ความสามารถมาใช้ในการทำงาน เป็นสิ่งที่ส่งผลให้เกิดการรับรู้ว่างานที่ทำเป็นสิ่งที่มี ความหมายและมีคุณค่าต่อตนเองและทีม สอดคล้องกับงานวิจัยของดุสิตา เลาหพันธุ์ และภัคณัฏฐ์ สมพงษ์ธรรม (2562) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการทำงานเป็นทีมของครูโรงเรียน มัธยมศึกษาในเขตจังหวัดตราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 17 พบว่าปัจจัย ด้านคุณลักษณะของภาระงานมีความสัมพันธ์กับการทำงานเป็นทีมของครูอยู่ในระดับสูงอย่างมี


64 นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 สอดคล้องกับงานวิจัยของภิญโญ มนูศิลป์ศึกษาการพัฒนาตัวแบบ ความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นของปัจจัยที่ส่งผลต่อความมีประสิทธิผลของทีมในโรงเรียนสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพบว่าปัจจัยด้านคุณลักษณะของภาระงานตัวเปรสังเกต ได้ทุกตัวมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 1.3 ปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคม ทั้งนี้อาจเป็นเพราะการสนับสนุน ทางสังคม ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาครได้เปิดโอกาสให้ชุมชม ได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เช่น มีวิทยากรหรือปราชญ์ชาวบ้านมาช่วยในการจัดการศึกษา การ มีส่วนร่วมในการสร้างแหล่งเรียนรู้ การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางต่างๆในการ จัดการศึกษา ซึ่งจากลักษณะภาระงานของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจะร่วมงาน กับภาคีเครือข่ายเป็นส่วนใหญ่สะท้อนถึงความสัมพันธ์และความร่วมมือในกระบวนการจัดการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยร่วมกัน การร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมประเมินผล สอดคล้องกับงานวิจัยของปลื้มจิตร บุญพึ่ง (2559) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการทำงานเป็น ทีมของพนักงานสายปฏิบัติการวิชาการชีพและบริหารทั่วไป มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีพบว่า ปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์ต่อด้านสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมด้านการส่งเสริมการ ทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์ต่อ แนวทางพฤติกรรมการทำงานเป็นทีมโดยภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร โดยรวมอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับจากมากไป หาน้อยคือ ด้านการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของเป้าหมาย รองลงมาคือ ด้านความไว้เนื้อเชื่อใจ ด้าน การสื่อสารอย่างเปิดเผย ด้านการมีปฏิสัมพันธ์ ด้านการยอมรับนับถือซึ่งกัน และด้านการมีส่วนร่วม ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ลำเทียน เผ้าอาจ (2559) ที่กล่าวว่าการทำงานร่วมกันเป็นทีม มีองค์ประกอบ คือ การมีปฏิสัมพันธ์คือการทำงานร่วมกับผู้อื่นการติดต่อกับผู้อื่น มีความกระตือรือร้น ทีจะช่วยเหลือกัน มีความห่วงใยเอื้ออาทรกัน มีการสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน การสื่อสารอย่าง เปิดเผย คือ การติดต่อกันกันอย่างทั่วถึงและเปิดเผยตรงไปตรงมามีความชัดเจน สมาชิกสนใจข่าวสาร ที่รับฟังโดยปราศจากความแคลงใจสนับสนุนให้ผู้อื่นเปิดเผยสมาชิกเปิดใจและร่วมมือกันแก้ปัญหา การมีส่วนร่วมคือ การทำงานทีสมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานและร่วมมือกันแก้ปัญหา มี การทำงานโดยกระบวนการกลุ่มสมาชิก มีความรับผิดชอบต่อกัน มุ่งมั่นไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน และเสริมสร้างการรับรู้ในการทำงานร่วมกัน การมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ทิศทางทีสมาชิกทุกคน ร่วมกันกำหนดขึ้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจวัตถุประสงค์ของการทำงานทีตรงกันและแจ่มชัด ความ ไว้วางใจซึ่งกันและกัน คือ ความรู้สึกระหว่างบุคคลโดยรวมไว้ซึ้งความรักความเมตตา นิยมชมชอบ ความเชื่อมั่นจนเกิดความเชื่อถือ ไว้วางใจในบุคคลนั้นด้วยความเต็มใจ การยอมรับนับถือ คือ การรับ ฟังซึ่งกันและกัน เคารพในบทบาทหน้าที่ของกันและกันยอมรับในความแตกต่างของกันและกันด้วย ความจริงใจ และพร้อมทีจะร่วมกันทำงานด้วยความเต็มใจ 3. ผลวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การ บริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรี สาคร โดยรวมและรายด้านทั้ง 3 ด้านพบว่ามีจำนวน 2 ด้านที่สามารถพยากรณ์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการ


65 ทำงานเป็นทีมศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .001 คือปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคม (x3) โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ถดถอยของการ พยากรณ์เท่ากับ 0.263 และปัจจัยด้านบริบทองค์กร (x1) โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ถดถอยของการ พยากรณ์เท่ากับ 0.211 ซึ่งตัวแปรทั้ง 2 ด้านนี้สามารถร่วมกันพยากรณ์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงาน เป็นทีมศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาครได้ร้อยละ 35 สามารถ เรียงลำดับตัวแปรที่พยากรณ์ที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีม ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร ได้ดีที่สุดตามลำดับดังนี้ 3.1 ปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคม (x3) พบว่า ส่งผลต่อการทำงานเป็น ทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอำเภอศรีสาคร มากที่สุด สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ทั้งนี้เนื่องมาจากสำนักงานส่งเสริม ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนราธิวาสได้ให้ความสำคัญกับการ สนับสนุนทางสังคม เพราะเป็นการสนับสนุนทางด้านอารมณ์เช่นการให้ความสนใจ การยอมรับและ การให้กำลังใจ ความอบอุ่นใจ ความเห็นอกเห็นใจ ความไว้วางใจแก่สมาชิก การสนับสนุนด้านวัตถุ เช่นการให้ความช่วยเหลือที่เป็นสิ่งของ หรือบริการแก่สมาชิก การสนับสนุนด้านข้อมูลข่าวสาร เช่นให้ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานแก่สมาชิก สอดคล้องกับงานวิจัยปลื้มจิตร บุญพึ่ง (2559) ศึกษา ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการทำงานเป็นทีมของพนักงานสายปฏิบัติการวิชาการชีพและบริหารทั่วไป มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการทำงานเป็นทีมของพนักงานสาย ปฏิบัติการวิชาชีพและบริหารทั่วไป มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้แก่ โครงสร้างของทีม พฤติกรรมของหัวหน้าทีม กระบวนการทำงานเป็นทีม และการสนับสนุนทางสังคม อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 โดยภาพรวม สามารถเขียนเป็นรูปสมการวิเคราะห์การถดถอยได้ดังนี้(Ytot = 35.843 + .382 (โครงสร้างของทีม) – .377 (พฤติกรรมของหัวหน้าทีม) + .618 (กระบวนการทำงาน เป็นทีม) + .582 (การสนับสนุนทางสังคม)) 3.2 ปัจจัยด้านบริบทองค์กร (x1) พบว่า ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีม ภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอศรีสาคร สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ทั้งนี้เนื่องมาจากสำนักงานส่งเสริมศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนราธิวาสได้ให้ความสำคัญกับการบริบทองค์กร เพราะเป็น ปัจจัยแวดล้อมที่มีความสำคัญและเอื้อต่อความสำเร็จในการดำเนินงานของทีม เช่นมีการฝึกอบรม สร้างกระบวนการให้ความรู้ ความเข้าใจ การเพิ่มพูนทักษะความสามารถให้แก่สมาชิกของทีม มีการ กระตุ้นโดยการให้รางวัลสมาชิกในทีมที่มีพฤติกรรมการทำงานที่ดีและมีจุดหมายที่สำคัญ มีแผนงาน/ โครงการในการศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาสมาชิกของทีม มีการสร้างระบบสารสนเทศ เพื่อเป็นสิ่งที่ช่วยใน การกำหนดเป้าประสงค์ การออกแบบภาระงานและการเลือกแนวทางและวิธีการในการทำงาน สมาชิก สอดคล้องกับแนวคิด นรินทร์ แจ่มจำรัส(2559, น. 159) กล่าวว่าการสร้างองค์กรขึ้นมาเพื่อ ดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายย่อมจำเป็นต้องมีการแสวงหาสมาชิกเข้ามา สมาชิกที่เข้ามาอยู่ในองค์กร จะมีการทำงานเป็นทีม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเป็นทีมประเภทใดถ้าในองค์กรมีความสามัคคีร่วมแรง ร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว องค์กรนั้นย่อมเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับวิจัยดุสิตา เลาหพันธุ์ และภัคณัฏฐ์ สมพงษ์ธรรม (2562) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการทำงานเป็นทีมของครู


66 โรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตจังหวัดตราดสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 17 พบว่า ปัจจัยด้านบริบทองค์การ มีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลการทำงานเป็นทีมของครูโดยรวมอยู่ใน ระดับสูงและสามารถพยากรณ์ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 สอดคล้องกับอมรรัตน์ แสง สาย (2558) ศึกษาปัจจัยด้านองค์กรและการรับรู้การสนับสนุนจากองค์กรที่มีผลต่อความผูกพันธ์ องค์กรของพนักงานเจนเนอเรชั่นวาย : กรณีบริษัทเอเชียน สแตนเลย์ ดินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พบว่า ปัจจัยองค์กรมีผลต่อความผูกพันองค์กรของพนักงานเจนเนอเรชั้นวาย อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 ใช้พยากรณ์ความผูกพันองค์กรของพนักงานเจนเนอเรชั้นวาย โดยมีประสิทธิภาพ การพยากรณ์ร้อยละ 39 3.3 ปัจจัยด้านคุณลักษณะของภาระงาน (x2) พบว่า ไม่ส่งผลต่อการ การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร ทั้งนี้เนื่องจากคุณลักษณะของงานที่ได้รับมอบหมายไม่สามารถ สร้างเงื่อนไขให้เกิดแรงจูงใจในการทำงานและสร้างความพึงพอใจในการปฏิบัติงานได้และไม่ตระหนัก ถึงความสำคัญของภาระงานที่ส่งผลต่อสมาชิกทั้งในด้านกายภาพจิตใจ ของสมาชิกทุกคนในทีม สอดคล้องกับธนกร กรวัชรเจริญ (2555) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของพนักงานบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) พบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของพนักงานบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) คือ ด้านสภาพแวดล้อม ด้านองค์ประกอบและคุณลักษณะ ด้านการออกแบบ งาน ด้านกระบวนการ สอดคล้องกับ สุภาพร โทบุตร ศึกษา (2563) ศึกษาปัจจัยการทำงานเป็นทีมที่ ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรภาครัฐในจังหวัดปราจีนบุรีพบว่าปัจจัยการ ทำงานเป็นทีม ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคคลกรภาครัฐในจังหวัดปราจีนบุรี 3 ด้าน ได้แก่ ด้านกระบวนการ ด้านองค์ประกอบและคุณลักษณะ และด้านการออกแบบงาน อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ข้อเสนอแนะ จากการสรุปผลการวิจัยและอภิปรายผลการวิจัย เรื่องปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงาน เป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอำเภอศรีสาคร มีข้อเสนอแนะ ดังนี้ ข้อเสนอแนะจากการวิจัย 1. จากผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การ บริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ ศรีสาคร ได้แก่ ปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมและปัจจัยด้านบริบทองค์กร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจุด แข็งในการทำงานเป็นทีม สะท้อนถึงความสัมพันธ์และความร่วมมือ การร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วม ปฏิบัติ ร่วมประเมินผลซึ่งสำนักงานส่งเสริมศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดอื่นควรให้ความสำคัญปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมในการสร้างขวัญกำลังใจในกรทำงาน และให้ความสำคัญปัจจัยด้านบริบทองค์กรซึ่งเอื้อต่อความสำเร็จในการดำเนินงานของทีม


67 2. จากผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยด้านคุณลักษณะของภาระงาน ไม่ส่งผลต่อการ การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอศรีสาคร ทั้งนี้อาจต้องคำนึงถึงความหลากหลายของทักษะสมาชิกที่จะ นำมาใช้ในการปฏิบัติงาน ความสำคัญของภาระงาน ความเป็นอิสระในการทำงานและการสะท้อนผล การทำงาน การกำหนดลักษณะของภาระงานดังกล่าวอาจนำไปสู่แรงจูงในในการทำงานเพื่อ ประสิทธิผลของทีม ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 1. ควรศึกษาวิจัยด้านอื่น ๆ ที่สามารถส่งผลต่อปัจจัยการทำงานเป็นทีม เช่น ปัจจัย ด้านสภาพแวดล้อม ด้านองค์ประกอบและคุณลักษณะ ด้านการออกแบบงาน ด้านกระบวนการ 2. ควรศึกษาคุณลักษณะของภาระงาน ที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การ บริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา


68 บรรณานุกรม กรวิภา งามวุฒิวงศ์. (2559). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทางานเป็นทีมภายในสำนักอำนวยการ สำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. การค้นคว้าอิสระ สาขาวิชาบริหารรัฐกิจและกิจการสาธารณะ สำหรับนักบริหาร คณะรัฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพมหานคร. กาญจนา ช้างเยาว์. (2561). การทางานเป็นทีมของข้าราชการครูในโรงเรียนระยองวิทยาคม อำเภอ เมือง จังหวัดระยอง สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18. งานนิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา , ชลบุรี. ดุสิตา เลาหพันธุ์ และภัคณัฏฐ์ สมพงษ์ธรรม. (2562). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการทำงานเป็นทีม ของครูโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตจังหวัดตราดสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 17. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ปีที่ 9 ฉบับที่ 3 ประจำเดือน กันยายน-ธันวาคม 2562. ค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จาก:https://so01.tcithaijo.org/index.php/EAUHJSocSci/article/view/229872/157717 ทศพร จันทศร, ภิญโญ มนูศิลป์, ยุพร ริมชลการ (2558). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของทีมใน สถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด เลย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูล สงคราม ปีที่ 9 ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน 2558 ทิชากรณ์ อติเปรมานนท์และภาวิดา ธาราศรีสุทธิ. (2563). การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารตามการ รับรู้ของครูในสหวิทยาเขตวิภาวดี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเขต 2. เอกสาร นำเสนอในที่ประชุมงานประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 12 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม วันที่ 9 - 10 กรกฎาคม 2563. ค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จาก: https://publication.npru.ac.th/handle/123456789/1117?mode=full ธนกร กรวัชรเจริญ. (2555). ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของพนักงานบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน). การค้นคว้าอิสระ วิชาเอกการจัดการทั่วไป คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, ปทุมธานี. นรินทร์ แจ่มจำรัส. (2550). การพัฒนาองค์การ. กรุงเทพฯ : ศูนย์พัฒนาทุนมนุษย์ นาฏยา สุวรรณศิลป์. (2561). การทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของทีมงาน กรณีศึกษา กลุ่มโรงพยาบาลจุพารัตน์. การค้นคว้าอิสระ วิชาเอกการจัดการทั่วไป คณะ บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, ปทุมธานี. ประยูรศรี บุตรแสนคม. (2555). การคัดเลือกตัวแปรพยากรณ์เข้าในสมการถดถอยพหุคูณ. วารสาร การวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปีที่ 17 ฉบับที่ 1 กรกฎาคม 2555. ค้นเมื่อ 11 กันยายน 2565, จาก file:///C:/Users/DE/Downloads/chitpon,+Journal+manager,+242.pdf.


69 บรรณานุกรม (ต่อ) ปลื้มจิตร บุญพึ่ง (2559). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการทำงานเป็นทีมของพนักงานสายปฏิบัติการ วิชาการชีพและบริหารทั่วไป มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปีที่ 35 ฉบับที่ 6 พฤศจิกายน - ธันวาคม พ.ศ.2559 เปรมฤดี บุญยืน. (2558). การทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียนมัธยมศึกษา อำเภอตาพระยาสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 7 งานนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชา การบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาตร์มหาวิทยาลัยบูรพา, ชลบุรี. ผ่องอำไพ สระเพ็ช. (2560). การบริหารการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนนวมินท ราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ สาขาการบริหาร การศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, กรุงเทพมหานคร. ภิญโญ มนูศิลป์, (2551). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมีประสิทธิผลของทีม. วารสารมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, พิษณุโลก. ค้นเมื่อ 10 กันยายน 2565. จาก: https://so01.tcithaijo.org/index.php/GraduatePSRU/article/view/55699 ลำเทียน เผ้าอาจ. (2559). การทำงานเป็นทีมของข้าราชการครูในโรงเรียนขยายโอกาส อำเภอเมือง ตราด สังกัดสำนักงานเขตพื้นทีการศึกษาประถมศึกษาตราด. งานนิพนธ์การศึกษา สาขาวิชา การบริหารการศึกษามหาบัณฑิต คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา, ชลบุรี. สถาพร พฤฑฒิกุล. (2560). การบริหารการศึกษากับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21. ค้นเมื่อ 10 กันยายน 2565, จาก: http://dspace.lib.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/3451 สุภาพร โทบุตร. (2563). ปัจจัยการทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของ บุคลากรภาครัฐในจังหวัด ปราจีนบุรี(วิทยานิพนธ์ปริญญาโท). มหาวิทยาลัยรามคำแหง, กรุงเทพฯ. สุวรรณา พงษ์ผ่องพูล. (2558). การทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา ลังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, ปทุมธานี. สำนักงานปลัดกระทรวงกระทรวงศึกษาธิการ. (2565). นโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี. ค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จาก: https://opec.go.th/wpcontent/uploads/2022/03/OG_OPS_2565.pdf อมรรัตน์ แสงสาย. (2558). ปัจจัยด้านองค์กรและการรับรู้การสนับสนุนจากองค์กรที่มีผลต่อความ ผูกพันธ์องค์กรของพนักงานเจนเนอเรชั่นวาย : กรณีบริษัทเอเชียน สแตนเลย์ ดินเตอร์เนชั่น แนล จำกัด. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต วิชาเอกการจัดการทั่วไป คณะ บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, ปทุมธานี.


70 บรรณานุกรม (ต่อ) อาทิตย์ แก้วแทน. (2562). ปัจจัยแรงจูงใจที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการทำงานเป็นทีมของบุคลากรใน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต วิชาเอกการ จัดการทั่วไป คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, ปทุมธานี.


71 ภาคผนวก


72 ภาคผนวก ก รายนามผู้เชี่ยวชาญ


73 รายนามผู้เชี่ยวชาญ 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นวรัตน์ ไวชมภูอาจารย์ประจำหลักสูตร (การบริหารการศึกษา) มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ 2. ดร.ตรัยภูมินทร์ ตรีตรีศวร อาจารย์ประจำภาควิชาบริหารการศึกษา คณะ ศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ 3. นายคณิน ทองเอียด รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนราธิวาส


74 ภาคผนวก ข เครื่องมือในการวิจัย


75 แบบสอบถามเพื่อการวิจัย ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนราธิวาส ตอนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม คำชี้แจง โปรดเขียนเครื่องหมาย ลงใน หน้าข้อความที่ตรงกับความเป็นจริง เพศ 1. ชาย 2. หญิง อายุ 1. 25 – 35 ปี 2. 36 – 45 ปี 3. 46 – 55 ปี 4. สูงกว่า 55 ปี ระดับการศึกษา 1. ปริญญาตรี 2. ปริญญาโท 3.. ปริญญาเอก ระยะเวลาการปฏิบัติงาน 1. ต่ำกว่า 5 ปี 2. 6 – 10 ปี 3. 11 ขึ้นไป ประเภทตำแหน่ง 1. ผู้บริหารสถานศึกษา 2. ครูผู้สอน 3. บุคลากรทางการศึกษา


76 ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด นราธิวาส คำชี้แจง : โปรดเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับระดับการปฏิบัติจริงของผู้บริหาร สถานศึกษา ระดับ 5 หมายถึง การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและบุคลากรทางการ ศึกษาอยู่ในระดับมากทีสุด ระดับ 4 หมายถึง การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและบุคลากรทางการ ศึกษาอยู่ในระดับมาก ระดับ 3 หมายถึง การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและบุคลากรทางการ ศึกษาอยู่ในระดับปานกลาง ระดับ 2 หมายถึง การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและบุคลากรทางการ ศึกษาอยู่ในระดับน้อย ระดับ 1 หมายถึง การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและบุคลากรทางการ ศึกษาอยู่ในระดับน้อยที่สุด คำชี้แจง : ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนราธิวาส ระดับ 5 4 3 2 1 ด้านที่ 1 ด้านบริบทองค์กร 1) ผู้นำมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงชีวิต 2)ผู้บริหารมีการฝึกอบรม สร้างกระบวนการให้ความรู้ ความ เข้าใจ การเพิ่มพูนทักษะความสามารถให้แก่สมาชิกของทีม 3)ผู้บริหารให้การส่งเสริม ฝึกอบรมที่จัดโดยหน่วยงานภายนอก แก่สมาชิกของทีม 4)ผู้บริหารมีแผนงาน/โครงการในการศึกษาดูงานเพื่อพัฒนา สมาชิกของทีม 5)ผู้บริหารสร้างเจตคติที่ดีในการทำงานให้แก่สมาชิกของทีม 6)ผู้บริหารสร้างระบบสารสนเทศ เพื่อเป็นสิ่งที่ช่วยในการกำหนด เป้าประสงค์ การออกแบบภาระงานและการเลือกแนวทางและ วิธีการในการทำงานสมาชิก 7)ผู้บริหารมีการกระตุ้นโดยการให้รางวัลสมาชิกในทีมที่มี พฤติกรรมการทำงานที่ดีและมีจุดหมายที่สำคัญ 8)ผู้บริหาร จัดการทรัพยากรด้าน วัตถุดิบ วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ และช่วงเวลาในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ


77 ด้านที่ 2 ด้านคุณลักษณะของภาระงาน 9)ผู้บริหารสามารถดึงทักษะ ความรู้และความสามารถของ บุคลากรที่จะต้องนำมาใช้ในการทำงานอย่างหลากหลาย 10)ผู้บริหารและสมาชิกรับรู้ถึงความสำเร็จของงานจะทำให้ สมาชิกในทีมตระหนักถึงความหมายและคุณค่าของการทำงาน 11)ผู้บริหารตระหนักถึงความสำคัญของภาระงานที่ส่งผลต่อ สมาชิกทั้งในด้านกายภาพจิตใจ ของสมาชิกทุกคนในทีม 12)ผู้บริหารสร้างความรู้สึกให้เกิดความภาคภูมิใจ มีความรู้สึก เป็นเจ้าของและมีความรับผิดชอบต่อผลงานที่เกิดจากการกระทำ ของตนและทีม 13)ผู้บริหารเปิดโอกาสให้มีเสรีภาพ มีอิสระในการทำงาน 14)ผู้บริหารและสมาชิกร่วมสะท้อนผลการทำงาน อันจะนำไปสู่ การพัฒนาหรือปรับปรุง แก้ไขการทำงานในอนาคต 15)ผู้บริหารที่เปิดโอกาสให้สมาชิกใน ทีมทุกคนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการทำงานและ ประสิทธิผลของการทำงาน ด้านที่ 3 ด้านการสนับสนุนทางสังคม 16)ผู้บริหารให้ความสนใจการยอมรับ และการให้กำลังใจ ความ อบอุ่นใจ ความเห็นอกเห็นใจแก่สมาชิก 17)ผู้บริหารให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจแก่สมาชิก 18)ผู้บริหารให้ความช่วยเหลือที่เป็นสิ่งของ หรือบริการแก่สมาชิก 19)ผู้บริหารให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานและการแก้ปัญหาแก่ สมาชิก 20)ผู้บริหารให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานแก่สมาชิก 21)ผู้บริหารให้ข้อมูลย้อนกลับที่ประโยชน์ต่อการทำงานแก่ สมาชิก ตอนที่ 3 แบบสอบถามการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สำนักงานส่งเสริมศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนราธิวาส คำชี้แจง : โปรดเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับระดับการปฏิบัติจริงของผู้บริหาร สถานศึกษา ระดับ 5 หมายถึง การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและบุคลากรทางการ ศึกษาอยู่ในระดับมากทีสุด ระดับ 4 หมายถึง การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและบุคลากรทางการ ศึกษาอยู่ในระดับมาก ระดับ 3 หมายถึง การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและบุคลากรทางการ ศึกษาอยู่ในระดับปานกลาง


78 ระดับ 2 หมายถึง การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและบุคลากรทางการ ศึกษาอยู่ในระดับน้อย ระดับ 1 หมายถึง การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและบุคลากรทางการ ศึกษาอยู่ในระดับน้อยที่สุด คำชี้แจง : ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยจังหวัดนราธิวาส ระดับ 5 4 3 2 1 ด้านการสื่อสารอย่างเปิดเผย 1)ผู้บริหารมีการสื่อสารที่ส่งเสริมความเข้าใจ และสร้างวัฒนธรรม ตลอดจนสามารถสร้างความมั่นคงให้กับองค์กร 2)ผู้บริหารสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารกับบุคลากรต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันสม่ำเสมออย่างเปิดเผย 3)ผู้บริหารสร้างช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายเพื่อเปิดโอกาส ให้บุคลากรในระดับต่าง ๆ ได้มีส่วนร่วมในการบริหารงานของ ผู้บริหาร 4)ผู้บริหารมีการสื่อสารข้อมูลต่าง ๆอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปกปิด ข้อมูล 5)ผู้บริหารมีวิธีการติดต่อสื่อสารที่เข้าใจง่าย สามารถแปล ความหมายและนำไปปฏิบัติได้ตรงกัน 6)ผู้บริหารและบุคลาการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่ตนรับรู้ได้ อย่างทั่วถึงสม่ำเสมอ 7)ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรสามารถอภิปรายความคิดเห็นที่ แตกต่างได้อย่างเปิดเผย 8)ผู้บริหารมีทักษะการสื่อสารที่ดีเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับ องค์กร ด้านการมีปฏิสัมพันธ์ 9)ผู้บริหารให้คำปรึกษาแก่บุคลากรในการปรับตัวเข้าหาเพื่อน ร่วมงานกัน 10)ผู้บริหารสร้างส้มพันธภาพแก่บุคลากรในการปฏิบัติงาน ร่วมกัน 11)ผู้บริหารมีความเป็นกัลยาณมิตร ช่วยแนะนำ ให้คำปรึกษาที่ ดีที่ถูกต้องที่ควร 12)ผู้บริหารมีความสามารถในการสนับสนุนให้บุคลากรใน สถานศึกษาใฝ่ดี


79 13)ผู้บริหารเป็นเเบบอย่างที่ดีให้แก่บุคลากร 14)ผู้บริหารช่วยเหลือเกื้อกูลและให้คำปรึกษาที่นำไปสู่สังคมและ สิ่งแวดล้อมที่ดีงามแก่บุคลากร 15)ผู้บริหารทำงานร่วมกับบุคลากรทุกคนด้วยความเป็นกันเอง 16)ผู้บริหารมีน้ำใจไมตรีอันดีต่อบุคลากร ด้านการมีส่วนร่วม 17)ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วม ช่วยเหลือระหว่าง กัน 18)ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากร ร่วมคิด ร่วมวางแผนในการ บริหารจัดการ 19)ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรร่วมตัดสินใจ ร่วมรับผิดชอบใน การบริหารจัดการ 20)ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรร่วมบริหารจัดการ เพื่อให้ บรรลุจุดมุ่งหมาย 21)ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการประเมินผล ความสำเร็จของงานที่ปฏิบัติ 22)ผู้บริหารสนับสนุนบุคลากรให้ปฏิบัติงานร่วมกันด้วยความ จริงใจ 23)ผู้บริหารส่งเสริมให้บุคลากรมีส่วนร่วมและเสียสละในการ ปฏิบัติตามที่ได้รับมอบหมาย 24)ผู้บริหารขับเคลื่อนบุคลากรให้มีร่วมในการปฏิบัติงานด้วย ความเสมอภาค ด้านความไว้เนื้อเชื่อใจ 25)ผู้บริหารมีความมั่นใจในความสามารถของเพื่อนร่วมงานใน การบริหารจัดการ 26)ผู้บริหารมีความไว้วางใจแก่บุคลการในการทำงานร่วมกัน 27)ผู้บริหารให้ความไว้วางใจ ต่อบุคลากรไม่ว่าจะเป็นคำพูด การ กระทำ หรือการตัดสินใจ 28)ผู้บริหารแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในผลการปฏิบัติงานของ บุคลากร 29)ผู้บริหารสร้างความมั่นใจและตั้งใจที่จะบริหารจัดการร่วมกัน 30)ผู้บริหารแสดงถึงความสนใจ ห่วงใย ต่อบุคลากร 31)ผู้บริหารมีความสามารถในการบริหารงานอย่างมี ประสิทธิภาพจนเกิดความน่าเชื่อถือ 32)ผู้บริหารมีความมั่นใจในความซื่อสัตย์และความยุติธรรมใน


80 การทำงานร่วมกัน ด้านการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของเป้าหมาย 33)ผู้บริหารกำหนดเป้าหมายของงานร่วมกับบุคลากรไปใน ทิศทางเดียวกัน 34)ผู้บริหารกำหนดทิศทางเป้าหมายของงานตรงกัน 35)ผู้บริหารอธิบายทิศทางการปฏิบัติงานแก่บุคลากรตาม แนวทางที่ร่วมกันกำหนด 36)ผู้บริหารประเมินผลความสำเร็จของงานที่ปฏิบัติร่วมกับ บุคลากร 37)ผู้บริหารให้ความสำคัญต่อเป้าหมายของส่วนรวมมากกว่า ส่วนตัว 38)ผู้บริหารให้การยอมรับวัตถุประสงค์ของการทำงานด้วยความ เต็มใจ 39)ผู้บริหารยอมรับความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ในการ ดำเนินงาน 40)ผู้บริหารมีความเข้าใจทิศทางในการปฏิบัติภารกิจของ สถานศึกษาตรงกับบุคลากร ด้านการยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน 41)ผู้บริหารเคารพบทบาทหน้าที่ของบุคลากรซึ่งกันและกัน 42)ผู้บริหารเข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลของ บุคลากร 43)ผู้บริหารยอมรับความรู้ความสามารถของบุคลากรด้วยความ จริงใจ 44)ผู้บริหารให้เกียรติบุคลากรในการปฎิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ 45)ผู้บริหารรับฟังเหตุผลของบุคลากร 46)ผู้บริหารให้ความตระหนักว่าทุกคนมีความเสมอภาคกันในการ ทำงาน 47)ผู้บริหารเชื่อว่าทุกคนสามารถทำงานร่วมกันให้บรรลุเป้าหมาย ที่กำหนดไว้ 48)ผู้บริหารยอมรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะข้อเสนอแนะ ของบุคลากร


81 ภาคผนวก ค การตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย


82 แบบวัดความสอดคล้องของเนื้อหาในข้อคำถาม (Index of congruence) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สำนักงานส่งเสริมศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนราธิวาส คำชี้แจง โปรดเขียนเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความสอดคล้อง ของข้อคำถามระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยจังหวัดนราธิวาสกับนิยามศัพท์เฉพาะว่าสอดคล้องหรือไม่ โดยใช้เกณฑ์พิจาราณา ดังนี้ +1 หมายถึง เห็นด้วย 0 หมายถึง ไม่แน่ใจ -1 หมายถึง ไม่เห็นด้วย ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนราธิวาส ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ คนที่ ค่า IOC แปลผล 1 2 3 ด้านที่ 1 ด้านบริบทองค์กร 1) ผู้นำมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงชีวิต +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 2)ผู้บริหารมีการฝึกอบรม สร้างกระบวนการให้ความรู้ ความ เข้าใจ การเพิ่มพูนทักษะความสามารถให้แก่สมาชิกของทีม +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 3)ผู้บริหารให้การส่งเสริม ฝึกอบรมที่จัดโดยหน่วยงานภายนอก แก่สมาชิกของทีม +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 4)ผู้บริหารมีแผนงาน/โครงการในการศึกษาดูงานเพื่อพัฒนา สมาชิกของทีม +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 5)ผู้บริหารสร้างเจตคติที่ดีในการทำงานให้แก่สมาชิกของทีม +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 6)ผู้บริหารสร้างระบบสารสนเทศ เพื่อเป็นสิ่งที่ช่วยในการกำหนด เป้าประสงค์ การออกแบบภาระงานและการเลือกแนวทางและ วิธีการในการทำงานสมาชิก +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 7)ผู้บริหารมีการกระตุ้นโดยการให้รางวัลสมาชิกในทีมที่มี พฤติกรรมการทำงานที่ดีและมีจุดหมายที่สำคัญ +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 8)ผู้บริหาร จัดการทรัพยากรด้าน วัตถุดิบ วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ และช่วงเวลาในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ ด้านที่ 2 ด้านคุณลักษณะของภาระงาน 9)ผู้บริหารสามารถดึงทักษะ ความรู้และความสามารถของ บุคลากรที่จะต้องนำมาใช้ในการทำงานอย่างหลากหลาย +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 10)ผู้บริหารและสมาชิกรับรู้ถึงความสำเร็จของงานจะทำให้ +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้


83 สมาชิกในทีมตระหนักถึงความหมายและคุณค่าของการทำงาน 11)ผู้บริหารตระหนักถึงความสำคัญของภาระงานที่ส่งผลต่อ สมาชิกทั้งในด้านกายภาพจิตใจ ของสมาชิกทุกคนในทีม +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 12)ผู้บริหารสร้างความรู้สึกให้เกิดความภาคภูมิใจ มีความรู้สึก เป็นเจ้าของและมีความรับผิดชอบต่อผลงานที่เกิดจากการกระทำ ของตนและทีม +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 13)ผู้บริหารเปิดโอกาสให้มีเสรีภาพ มีอิสระในการทำงาน +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 14)ผู้บริหารและสมาชิกร่วมสะท้อนผลการทำงาน อันจะนำไปสู่ การพัฒนาหรือปรับปรุง แก้ไขการทำงานในอนาคต +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 15)ผู้บริหารที่เปิดโอกาสให้สมาชิกใน ทีมทุกคนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการทำงานและ ประสิทธิผลของการทำงาน +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ ด้านที่ 3 ด้านการสนับสนุนทางสังคม 16)ผู้บริหารให้ความสนใจการยอมรับ และการให้กำลังใจ ความ อบอุ่นใจ ความเห็นอกเห็นใจแก่สมาชิก +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 17)ผู้บริหารให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจแก่สมาชิก +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 18)ผู้บริหารให้ความช่วยเหลือที่เป็นสิ่งของ หรือบริการแก่สมาชิก +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 19)ผู้บริหารให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานและการแก้ปัญหาแก่ สมาชิก +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 20)ผู้บริหารให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานแก่สมาชิก +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 21)ผู้บริหารให้ข้อมูลย้อนกลับที่ประโยชน์ต่อการทำงานแก่ สมาชิก +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้


84 การทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยจังหวัดนราธิวาส ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ คนที่ ค่า IOC แปลผล 1 2 3 ด้านการสื่อสารอย่างเปิดเผย 1)ผู้บริหารมีการสื่อสารที่ส่งเสริมความเข้าใจ และสร้างวัฒนธรรม ตลอดจนสามารถสร้างความมั่นคงให้กับองค์กร +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 2)ผู้บริหารสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารกับบุคลากรต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันสม่ำเสมออย่างเปิดเผย +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 3)ผู้บริหารสร้างช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายเพื่อเปิดโอกาส ให้บุคลากรในระดับต่าง ๆ ได้มีส่วนร่วมในการบริหารงานของ ผู้บริหาร +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 4)ผู้บริหารมีการสื่อสารข้อมูลต่าง ๆอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปกปิด ข้อมูล +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 5)ผู้บริหารมีวิธีการติดต่อสื่อสารที่เข้าใจง่าย สามารถแปล ความหมายและนำไปปฏิบัติได้ตรงกัน +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 6)ผู้บริหารและบุคลาการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่ตนรับรู้ได้ อย่างทั่วถึงสม่ำเสมอ +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 7)ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรสามารถอภิปรายความคิดเห็นที่ แตกต่างได้อย่างเปิดเผย +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 8)ผู้บริหารมีทักษะการสื่อสารที่ดีเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับ องค์กร +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ ด้านการมีปฏิสัมพันธ์ 9)ผู้บริหารให้คำปรึกษาแก่บุคลากรในการปรับตัวเข้าหาเพื่อน ร่วมงานกัน +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 10)ผู้บริหารสร้างส้มพันธภาพแก่บุคลากรในการปฏิบัติงาน ร่วมกัน +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 11)ผู้บริหารมีความเป็นกัลยาณมิตร ช่วยแนะนำ ให้คำปรึกษาที่ ดีที่ถูกต้องที่ควร +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 12)ผู้บริหารมีความสามารถในการสนับสนุนให้บุคลากรใน สถานศึกษาใฝ่ดี +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 13)ผู้บริหารเป็นเเบบอย่างที่ดีให้แก่บุคลากร +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 14)ผู้บริหารช่วยเหลือเกื้อกูลและให้คำปรึกษาที่นำไปสู่สังคมและ สิ่งแวดล้อมที่ดีงามแก่บุคลากร +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 15)ผู้บริหารทำงานร่วมกับบุคลากรทุกคนด้วยความเป็นกันเอง +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 16)ผู้บริหารมีน้ำใจไมตรีอันดีต่อบุคลากร +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้


85 ด้านการมีส่วนร่วม 17)ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วม ช่วยเหลือระหว่าง กัน +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 18)ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากร ร่วมคิด ร่วมวางแผนในการ บริหารจัดการ +1 +1 0 0.67 นำไปใช้ได้ 19)ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรร่วมตัดสินใจ ร่วมรับผิดชอบใน การบริหารจัดการ +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 20)ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรร่วมบริหารจัดการ เพื่อให้ บรรลุจุดมุ่งหมาย +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 21)ผู้บริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการประเมินผล ความสำเร็จของงานที่ปฏิบัติ +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 22)ผู้บริหารสนับสนุนบุคลากรให้ปฏิบัติงานร่วมกันด้วยความ จริงใจ +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 23)ผู้บริหารส่งเสริมให้บุคลากรมีส่วนร่วมและเสียสละในการ ปฏิบัติตามที่ได้รับมอบหมาย +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 24)ผู้บริหารขับเคลื่อนบุคลากรให้มีร่วมในการปฏิบัติงานด้วย ความเสมอภาค +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ ด้านความไว้เนื้อเชื่อใจ 25)ผู้บริหารมีความมั่นใจในความสามารถของเพื่อนร่วมงานใน การบริหารจัดการ +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 26)ผู้บริหารมีความไว้วางใจแก่บุคลการในการทำงานร่วมกัน +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 27)ผู้บริหารให้ความไว้วางใจ ต่อบุคลากรไม่ว่าจะเป็นคำพูด การ กระทำ หรือการตัดสินใจ +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 28)ผู้บริหารแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในผลการปฏิบัติงานของ บุคลากร +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 29)ผู้บริหารสร้างความมั่นใจและตั้งใจที่จะบริหารจัดการร่วมกัน +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 30)ผู้บริหารแสดงถึงความสนใจ ห่วงใย ต่อบุคลากร +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 31)ผู้บริหารมีความสามารถในการบริหารงานอย่างมี ประสิทธิภาพจนเกิดความน่าเชื่อถือ +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 32)ผู้บริหารมีความมั่นใจในความซื่อสัตย์และความยุติธรรมใน การทำงานร่วมกัน +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ ด้านการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของเป้าหมาย 33)ผู้บริหารกำหนดเป้าหมายของงานร่วมกับบุคลากรไปใน ทิศทางเดียวกัน +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 34)ผู้บริหารกำหนดทิศทางเป้าหมายของงานตรงกัน +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้


86 35)ผู้บริหารอธิบายทิศทางการปฏิบัติงานแก่บุคลากรตาม แนวทางที่ร่วมกันกำหนด +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 36)ผู้บริหารประเมินผลความสำเร็จของงานที่ปฏิบัติร่วมกับ บุคลากร +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 37)ผู้บริหารให้ความสำคัญต่อเป้าหมายของส่วนรวมมากกว่า ส่วนตัว +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 38)ผู้บริหารให้การยอมรับวัตถุประสงค์ของการทำงานด้วยความ เต็มใจ +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 39)ผู้บริหารยอมรับความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ในการ ดำเนินงาน +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 40)ผู้บริหารมีความเข้าใจทิศทางในการปฏิบัติภารกิจของ สถานศึกษาตรงกับบุคลากร +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ ด้านการยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน 41)ผู้บริหารเคารพบทบาทหน้าที่ของบุคลากรซึ่งกันและกัน +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 42)ผู้บริหารเข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลของ บุคลากร +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 43)ผู้บริหารยอมรับความรู้ความสามารถของบุคลากรด้วยความ จริงใจ +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 44)ผู้บริหารให้เกียรติบุคลากรในการปฎิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 45)ผู้บริหารรับฟังเหตุผลของบุคลากร +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 46)ผู้บริหารให้ความตระหนักว่าทุกคนมีความเสมอภาคกันในการ ทำงาน +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 47)ผู้บริหารเชื่อว่าทุกคนสามารถทำงานร่วมกันให้บรรลุ เป้าหมายที่กำหนดไว้ +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้ 48)ผู้บริหารยอมรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะข้อเสนอแนะ ของบุคลากร +1 +1 +1 1.0 นำไปใช้ได้


87 ตารางแสดงผลการหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามโดยภาพรวมและรายด้านของแบบสอบถาม เรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สำนักงานส่งเสริมศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนราธิวาส ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมภายใต้การบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนราธิวาส จำนวนข้อ ค่าความ เชื่อมั่น 1. ด้านบริบทองค์กร 8 .975 2. ด้านคุณลักษณะของภาระงาน 7 .979 3. ด้านการสนับสนุนทางสังคม 6 .974 4. ด้านการสื่อสารอย่างเปิดเผย 8 .974 5. ด้านการมีปฏิสัมพันธ์ 8 .973 6. ด้านการมีส่วนร่วม 8 .973 7. ด้านความไว้เนื้อเชื่อใจ 8 .970 8. ด้านการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของเป้าหมาย 8 .972 9. ด้านการยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน 8 .973 รวม 69 .976 ความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับตามวิธีของครอนบาค (Cronbach) โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ทางสถิติ มีค่าเท่ากับ .976


88 ภาคผนวก ง แบบแผนการดำเนินงานวิจัย


89 แบบแผนการดำเนินงานวิจัย ที่ กิจกรรม ระยะเวลา 1 ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรของสถานศึกษา ร่วมกันกำหนดประเด็นการวิจัยที่สอดคล้องกับ สถานการณ์ ปัญหา และตรงตามความต้องการของ สถานศึกษา ตุลาคม 2565 2 ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรของสถานศึกษา ร่วมกันวางแผนแนวทางการ ดำเนิน งานวิจัยของสถานศึกษา ตุลาคม 2565 3 แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน ตุลาคม 2565 4 การจัดทำเค้าโครงสารวิจัย และร่วมกันวิเคราะห์ ตรวจสอบ พฤศจิกายน 2565 5 ดำเนินการวิจัย พฤศจิกายน 2565 – มกราคม 2566 6 การสร้างเครื่องมือและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ กุมภาพันธ์ 2566 7 วิเคราะห์คุณภาพเครื่องมือ กุมภาพันธ์ 2566 8 การเก็บรวบรวมข้อมูล มีนาคม 2566 9 การวิเคราะห์ข้อมูล เมษายน 2565 – มิถุนายน 2566 10 ตรวจสอบความถูกต้องของการดำเนินการวิจัย และ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน กรกฎาคม 2566 11 สรุปและอภิปรายผลข้อมูล/ปรับปรุง แก้ไขตามคำ ชี้แนะจากผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรของ สถานศึกษา สิงหาคม 2566 12 จัดทำรูปเล่มฉบับสมบูรณ์ สิงหาคม 2566 13 รายงานผลการวิจัย ต่อคณะกรรมการสถานศึกษา และเผยแพร่สู่สาธารณะ กันยายน 2566


90


Click to View FlipBook Version