The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชา เครื่องวัดไฟฟ้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ณัฐวุฒิ เกิดศิริ, 2023-03-16 06:09:48

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชา เครื่องวัดไฟฟ้า

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชา เครื่องวัดไฟฟ้า

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 12 ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า สอนสัปดาห์ที่ 18 ชื่อหน่วย เครื่องก าเนิดสัญญาณ คาบรวม 72 ชื่อเรื่อง เครื่องก าเนิดสัญญาณ จ านวนคาบ 4 สาระส าคัญ เครื่องก าเนิดสัญญาณเป็นเครื่องวัดไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ท าหน้าที่เป็นตัวให้ก าเนิดสัญญาณไฟฟ้าหลายชนิด ขึ้นมา เครื่องก าเนิดสัญญาณที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้ ความถี่ที่ผลิตขึ้นมาต้องมีความคงที่ อ่านค่าออกมาได้ สัญญาณที่ก าเนิดขึ้นมาต้องไม่ผิดเพี้ยน ไม่มีสัญญาณรบกวน และสามารถควบคุมความแรงของสัญญาณที่ผลิต ขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง มีประโยชน์ใช้งานได้หลายชนิด ถูกน าไปใช้งานอย่างแพร่หลาย เครื่องก าเนิดสัญญาณที่ถูก ผลิตขึ้นมาใช้งาน ถูกเรียกชื่อเครื่องตามค่าความถี่ และชนิดของสัญญาณที่ก าเนิดขึ้นมา ค าศัพท์ส าคัญ 1. เครื่องก าเนิดความถี่เสียง หรือเรียกว่าเครื่องก าเนิด AF (AF Generator) เป็นเครื่องก าเนิด สัญญาณไฟฟ้าขึ้นมาในย่านความถี่เสียง หรือความถี่ต่ า รูปสัญญาณที่ถูกก าเนิดขึ้นมามี2 ชนิด คือ คลื่นไซน์ และ คลื่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดความถี่ที่สามารถให้ก าเนิดออกมาได้มีค่าแตกต่างกันไป แล้วแต่รุ่นที่ผลิตออกมา 2. เครื่องก าเนิดความถี่วิทยุ หรือเรียกว่าเครื่องก าเนิด RF (RF Generator) เป็นเครื่องก าเนิดสัญญาณ ขึ้นมาในย่านความถี่วิทยุ มีย่านการก าเนิดความถี่กว้างมากประมาณ 30 kHzถึง 10 GHz ความถี่ที่ก าเนิดขึ้นมาอยู่ ในช่วงใดขึ้นอยู่กับรุ่น ชนิด และแบบของเครื่องที่ผลิตมาใช้งาน 3. เครื่องก าเนิดสัญญาณพัลส์ เป็นเครื่องก าเนิดรูปคลื่นสี่เหลี่ยมมุมฉาก (RectangularWaveform) สามารถก าเนิดความถี่พัลส์ได้กว้างตั้งแต่ความถี่ต่ าประมาณ 0.25 Hz ถึง 125 MHzหรือมากกว่านี้ ความถี่พัลส์ที่ ถูกก าเนิดขึ้นมาอยู่ในย่านใดขึ้นอยู่กับรุ่น ชนิด และแบบที่ผลิตมาใช้งาน ความแรงของสัญญาณมีค่าประมาณ 0.2 VPP ถึง 20 VPP มีความแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น แต่ละแบบ และแต่ละยี่ห้อ อิมพีแดนซ์ที่เอาต์พุต (Output Impedance) มีค่า 50 Ω 4. เครื่องก าเนิดสัญญาณหลายชนิด เป็นเครื่องก าเนิดที่สามารถผลิตรูปสัญญาณขึ้นมาได้หลายชนิด 5. เครื่องก าเนิดสัญญาณกวาด เป็นเครื่องก าเนิดสัญญาณความถี่ ที่ค่าความถี่ก าเนิดขึ้นมาสามารถ เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างสม่ าเสมอโดยอัตโนมัติ รูปสัญญาณที่ก าเนิดขึ้นปกติเป็นคลื่นไซน์แต่ในเครื่องก าเนิด สัญญาณหลายชนิดบางรุ่นอาจเพิ่มภาคกวาดสัญญาณไว้ด้วย จุดประสงค์การสอน/การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1. นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับชนิดของสัญญาณไฟฟ้า 2. นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับเครื่องก าเนิดความถี่เสียงและความถี่วิทยุ 3. นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับเครื่องก าเนิดสัญญาณพัลส์ สัญญาณหลายชนิด สัญญาณกวาด 193


จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. นักเรียนสามารถบอกรูปร่างสัญญาณไฟฟ้าชนิดต่างๆได้ 2. นักเรียนสามารถอธิบายคุณลักษณะเครื่องก าเนิดความถี่เสียงและความถี่วิทยุได้ 3. นักเรียนสามารถอธิบายคุณลักษณะเครื่องก าเนิดสัญญาณพัลส์ สัญญาณหลายชนิด สัญญาณกวาดได้ 4. นักเรียนสามารถต่อเครื่องก าเนิดสัญญาณพัลส์และอ่านค่าเครื่องก าเนิดสัญญาณพัลส์ได้ 5. นักเรียนสามารถต่อเครื่องก าเนิดสัญญาณหลายชนิดและอ่านค่าเครื่องก าเนิดสัญญาณหลายชนิดได้ 6. นักเรียนสามารถต่อเครื่องก าเนิดสัญญาณกวาดและอ่านค่าเครื่องก าเนิดสัญญาณกวาดได้ 7. นักเรียนเห็นความส าคัญเครื่องวัดไฟฟ้าในการปฏิบัติงาน เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้ • ด้านความรู้(ทฤษฎี) 12.1 ชนิดของสัญญาณไฟฟ้า สัญญาณไฟฟ้ากับการท างานทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เป็นสิ่งคู่กัน ไม่สามารถแยกจากกันได้ เพราะในการท างานของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นการท างานที่จ าเป็นต้องเกี่ยวข้องกับไฟฟ้า และสัญญาณไฟฟ้าทั้งสิ้น ถ้าลองพิจารณาการท างาน เริ่มต้นจากการจ่ายแรงดันไฟฟ้าให้วงจรหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า ชนิดต่างๆ ก็จะต้องเกี่ยวข้องกับสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับคลื่นไซน์เมื่อมองเข้าไปในวงจรของอุปกรณ์ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์บางวงจรท าหน้าที่ให้ก าเนิดสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับขึ้นมา เช่น วงจรก าเนิดความถี่ (Oscillator) วงจรก าเนิดสัญญาณพัลส์ที่เรียกว่าวงจรมัลติไวเบรเตอร์(Multivibrator) บางวงจรเกี่ยวข้องกับการท างานร่วมกับ สัญญาณไฟฟ้า เช่น วงจรขยาย (Amplifier) วงจรภาครับวิทยุ (RF Tuner) ตลอดจนการท างานของวงจรบางส่วน ถูกควบคุมการท างานด้วยสัญญาณไฟฟ้า เป็นต้น รูปคลื่นสัญญาณไฟฟ้าที่ถูกผลิตไปใช้งานมีด้วยกันหลายชนิด เครื่องก าเนิดสัญญาณ (Signal Generator) เป็นเครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบชนิดหนึ่ง ท าหน้าที่ เป็นตัวให้ก าเนิดสัญญาณไฟฟ้าชนิดต่างๆ ขึ้นมา เช่น คลื่นไซน์(Sine Wave)คลื่นสามเหลี่ยม (Triangular Wave) คลื่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส (Square Wave) คลื่นพัลส์(PulseWave) และคลื่นฟันเลื่อย (Sawtooth Wave) เป็นต้น คลื่นสัญญาณไฟฟ้าที่ก าเนิดขึ้นมานี้ต้องสามารถควบคุมได้ทั้งการปรับแต่งรูปคลื่น การปรับแต่งความแรง และการปรับแต่งความถี่ เพื่อใช้เป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งออกไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดต่างๆ เพื่อตรวจสอบ ตรวจซ่อม ปรับแต่ง หรือวัดเปรียบเทียบค่าโดยถือว่าสัญญาณไฟฟ้าที่ก าเนิดจากเครื่องก าเนิด สัญญาณ เป็นสัญญาณไฟฟ้ามาตรฐาน หรือสัญญาณไฟฟ้าอ้างอิง ในการน าไปใช้งาน เครื่องก าเนิดสัญญาณไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ตาม ควรมีคุณสมบัติของการท างาน และการใช้งานที่ เหมือนกัน ดังนี้ 1. ความถี่ที่ถูกผลิตขึ้นมาต้องมีความคงที่ สามารถอ่านค่าได้ชัดเจน 2. สัญญาณไฟฟ้าที่ก าเนิดขึ้นมาต้องไม่ผิดเพี้ยน ไม่มีสัญญาณรบกวน 3. สามารถควบคุมความแรงของสัญญาณไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่องสามารถน าเครื่องก าเนิด สัญญาณไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่น ใช้ทดสอบและปรับแต่งเครื่องมือและอุปกรณ์เป็นแหล่งก าเนิดสัญญาณ มาตรฐาน เป็นแหล่งก าเนิดสัญญาณอ้างอิงในการเปรียบเทียบ ใช้ทดลองภายในห้องปฏิบัติการ และใช้ในการ ตรวจสอบอุปกรณ์เป็นต้น 194


เครื่องก าเนิดสัญญาณที่ถูกผลิตขึ้นมาใช้งานมีเรียกชื่อต่างกัน ตามค่าความถี่ และตามชนิดของ สัญญาณไฟฟ้าที่ก าเนิดขึ้นมา มีดังนี้ 1. เครื่องก าเนิดความถี่เสียง (Audio Frequency Generator) 2. เครื่องก าเนิดความถี่วิทยุ (Radio Frequency Generator) 3. เครื่องก าเนิดสัญญาณพัลส์(Pulse Generator) 4. เครื่องก าเนิดสัญญาณหลายชนิด (Function Generator) 5. เครื่องก าเนิดสัญญาณกวาด (Sweep Generator) 12.2 เครื่องก าเนิดความถี่เสียง เครื่องก าเนิดความถี่เสียง หรือเรียกว่าเครื่องก าเนิด AF (AF Generator) เป็นเครื่องก าเนิดสัญญาณไฟฟ้า ขึ้นมาในย่านความถี่เสียง หรือความถี่ต่ า รูปสัญญาณที่ถูกก าเนิดขึ้นมามี2 ชนิด คือ คลื่นไซน์และคลื่นสี่เหลี่ยม จัตุรัส ขนาดความถี่ที่สามารถให้ก าเนิดออกมาได้มีค่าแตกต่างกันไป แล้วแต่รุ่นที่ผลิตออกมา เช่น ประมาณ 5 Hz ถึง 500 kHz หรือประมาณ 10 Hz ถึง 1 MHz ส่วนความแรงของสัญญาณไฟฟ้าที่ถูกก าเนิดขึ้นมา มีความแตกต่าง กันไปในแต่ละรุ่นแต่ละบริษัท และรูปสัญญาณไฟฟ้าที่แตกต่างกันก็ให้ความแรงที่แตกต่างกัน เช่น ความถี่คลื่นไซน์ มีความแรงสูงสุด 3.16 Vrms ความถี่คลื่นสี่เหลี่ยมมีความแรงสูงสุด 5 Vpp ขณะไม่ต่อภาระที่ขั้วจ่ายสัญญาณออก (Output) ถ้าที่ขั้วจ่ายสัญญาณออกต่อภาระ 600 Ωความถี่คลื่นไซน์มีความแรงสูงสุดเหลือเพียง 1.58 Vrms ความถี่คลื่นสี่เหลี่ยมมีความแรงสูงสุดเหลือเพียง 2.5 Vpp ในบางรุ่น จะก าเนิดความถี่คลื่นไซน์มีความแรงสูงสุดได้ถึง 7 Vrms ความถี่คลื่นสี่เหลี่ยมมีความแรงสูงสุด ได้ถึง 10 Vpp ขณะไม่ต่อภาระที่ขั้วจ่ายสัญญาณออก และเมื่อขั้วจ่ายสัญญาณออกต่อภาระ 600 Ω ความถี่คลื่น ไซน์มีความแรงสูงสุดเหลือเพียง 3.5 Vrms ความถี่คลื่นสี่เหลี่ยมมีความแรงสูงสุดเหลือเพียง 5 Vpp เป็นต้น การ เลือกซื้อเลือกใช้ควรดูคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องแต่ละรุ่นก่อน การปรับแต่งความแรงที่จ่ายออกมา เป็นการปรับแต่งด้วยการลดทอนสัญญาณไฟฟ้าลงมาโดยบอกค่า ความความแรงในรูปความดังเป็นเดซิเบล (Decibel : dB) เช่น –50 dB ถึง 0 dBหรือ –70 dB ถึง 10 dB การ ปรับแต่งลดทอนถูกจัดเป็นขั้น (Step) ประมาณ 3 ขั้น ถึง 8 ขั้นแล้วแต่รุ่น รูปที่ 12.2 เครื่องก าเนิดความถี่เสียง 195


เครื่องก าเนิดความถี่เสียงรูปที่ 12.2 (ก) เป็นการแสดงผลแบบแอนะลอก ความถี่ที่ก าเนิดขึ้นมาถูกแบ่ง ออกเป็นย่านประมาณ 5 ย่าน ความถี่แต่ละย่านเป็นการเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณความถี่เพราะสเกลหน้าปัดของเครื่อง บอกค่าความถี่ไว้เพียงสเกลเดียว การอ่านค่าใช้วิธีอ่านที่หน้าปัดสเกลที่ชี้บอก น าไปคูณกับย่านที่ตั้งไว้ก็จะได้ ความถี่ที่ก าเนิดขึ้นมา ส่วนรูปที่ 12.2 (ข) เป็นการแสดงผลแบบดิจิตอล บอกค่าความถี่ออกมาเป็นตัวเลขอ่านค่าได้โดยตรง ย่าน วัดที่ปรับเปลี่ยนไปจะก าหนดช่วงความถี่ที่ก าเนิดขึ้นมาได้ปรับย่านวัดให้ถูกต้องและปรับความถี่ตามต้องการ ก็ สามารถอ่านความถี่ที่ก าเนิดขึ้นมาได้ จากรูปที่ 12.3 แสดงบล็อกไดอะแกรมเครื่องก าเนิดความถี่เสียง ความถี่เสียงถูกก าเนิดขึ้นมาจากวงจร ก าเนิดความถี่แบบวีนบริดจ์(Wien Bridge Oscillator) ประมาณ 10 Hz ถึง 1 MHzในรูปคลื่นไซน์ส่งไปให้สวิตช์ เลือกรูปสัญญาณ ซึ่งเครื่องก าเนิดความถี่เสียงมีรูปสัญญาณก าเนิดขึ้นมา 2 ชนิด คือ คลื่นไซน์( ) และคลื่น สี่เหลี่ยม ( ) หากต้องการคลื่นไซน์ปรับสวิตช์เลือกไปที่คลื่นไซน์ความถี่เสียงถูกส่งต่อไปวงจรควบคุมระดับ เอาต์พุต หากต้องการคลื่นสี่เหลี่ยมปรับสวิตช์เลือกไปที่คลื่นสี่เหลี่ยม คลื่นไซน์ถูกส่งไปวงจรเปลี่ยนรูปคลื่นเป็น สี่เหลี่ยม (Square WaveShaping) ก่อนส่งออกไปวงจรควบคุมระดับเอาต์พุต วงจรควบคุมระดับเอาต์พุต (Output Level Control) สามารถปรับเปลี่ยนความแรงของสัญญาณเสียงที่ ส่งออกมาได้โดยผู้ใช้ปรับแต่งตามความต้องการ ส่งต่อไปวงจรขยายเอาต์พุต(Output Amplifier) ให้มีความแรง สัญญาณในระดับหนึ่ง ส่งต่อไปวงจรปรับลดทอนความแรงเอาต์พุต (Output Attenuator) ปรับลดทอนความแรง สัญญาณเป็นล าดับบอกค่าไว้เป็นเดซิเบล(dB) ความแรงสัญญาณที่ได้ตามต้องการถูกส่งออกเอาต์พุต วงจรก าเนิดความถี่เสียงมักนิยมใช้วงจรก าเนิดความถี่แบบ RC (RC Oscillator) เพราะมีความสะดวกใน การใช้งาน การก าหนดค่าความถี่ท าได้ง่าย ลักษณะวงจรที่ถูกสร้างมาใช้งานมีด้วยกันหลายแบบ เช่น แบบ RC เฟสชิฟต์(RC Phase Shift) แบบวีนบริดจ์(Wien Bridge)และแบบทวินที(Twin – T) เป็นต้น 12.3 เครื่องก าเนิดความถี่วิทยุ เครื่องก าเนิดความถี่วิทยุ หรือเรียกว่าเครื่องก าเนิด RF (RF Generator) เป็นเครื่องก าเนิดสัญญาณขึ้นมา ในย่านความถี่วิทยุ มีย่านการก าเนิดความถี่กว้างมากประมาณ 30 kHzถึง 10 GHz ความถี่ที่ก าเนิดขึ้นมาอยู่ ในช่วงใดขึ้นอยู่กับรุ่น ชนิด และแบบของเครื่องที่ผลิตมาใช้งาน ความแรงของสัญญาณไฟฟ้าที่ถูกก าเนิดขึ้นมามี ความแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อและแต่ละบริษัท แรงดันไฟฟ้าสูงสุดมีค่าประมาณ 2 Vrms สามารถ ปรับเปลี่ยนค่าได้อย่างต่อเนื่องจากค่าต่ าเป็นไมโครโวลต์ขึ้นไป จากรูปที่ 12.4 แสดงเครื่องก าเนิดความถี่วิทยุ 196


จากรูปที่ 12.4 แสดงเครื่องก าเนิดความถี่วิทยุทั้งแบบแอนะลอกและแบบดิจิตอล สามารถก าเนิดความถี่ ได้ตั้งแต่ 100 kHz ถึง 240 MHz หรือมากกว่านี้ความถี่อาจถูกแบ่งออกเป็นย่านเช่น 6 ย่าน แสดงก ากับด้วย อักษร A ถึง F หรือก าหนดด้วยช่วงปรับก าเนิดความถี่เป็นล าดับตัวอย่างความถี่ที่ก าหนดไว้แต่ละย่านอาจแบ่งได้ ดังนี้ ย่าน A 100 kHz – 320 kHz ย่าน B 300 kHz – 1 MHz ย่าน C 1 MHz – 3.5 MHz ย่าน D 3 MHz – 11 MHz ย่าน E 10 MHz – 35 MHz ย่าน F 32 MHz – 150 MHz (หรือปรับเป็นค่าที่ความถี่ฮาร์มอนิก จะได้ความถี่ออกมาเพิ่มขึ้นเป็น 96 MHz – 450 MHz) มีแรงดันออกเอาต์พุตสูงสุดขณะไม่มีภาระประมาณ 0.1 Vrms มีความถี่เสียง 1 kHz ก าเนิดขึ้นมาภายใน เครื่องก าเนิดความถี่วิทยุ เพื่อใช้ผสมสัญญาณกับความถี่วิทยุภายในเครื่อง การผสมความถี่ทั้งสองเข้าด้วยกันเป็น แบบ AM (Amplitude Modulation) ในบางรุ่นอาจผสมความถี่ได้ทั้งแบบ AM และแบบ FM (Frequency Modulation) เปอร์เซ็นต์การผสมความถี่ได้สูงสุด 30 %และปรับลดลงได้หรืออาจป้อนความถี่เสียงจากภายนอก เข้ามาผสมกับความถี่วิทยุที่ก าเนิดขึ้นมาก็ได้ความถี่เสียงควรอยู่ในย่าน 50 Hz ถึง 20 kHz ความแรงไม่น้อยกว่า 1 Vrms รูปที่ 12.5 บล็อกไดอะแกรมเครื่องก าเนิดความถี่วิทยุ จากรูปที่ 12.5 แสดงบล็อกไดอะแกรมเครื่องก าเนิดความถี่วิทยุ เป็นเครื่องชนิดหลายแบนด์ที่มีความ เสถียรภาพสูง ย่านความถี่ถูกเลือกโดยตัวเลือกแถบความถี่ (Band Selector)ความถี่ที่แน่นอนถูกเลือกด้วยตัวปรับ เลือกความถี่ (Frequency Selector) ความถี่วิทยุที่ก าเนิดขึ้นมามีความคงที่ ถูกก าหนดค่าด้วยวงจรก าเนิดความถี่ แบบ LC (LC Oscillator) ความถี่ที่ได้ส่งต่อไปวงจรขยายแถบกว้าง (Broadband Amplifier) และส่งต่อไปวงจร ปรับลดทอนความแรงเป็นล าดับ (Step Attenuator Network) ได้ความแรงตามต้องการจึงส่งออกเอาต์พุต กรณี ที่ต้องการผสมสัญญาณเสียงร่วมไปกับความถี่วิทยุก็จะมีวงจรก าเนิดความถี่ผสม (Modulation Oscillator)ร่วม ท างานด้วย ท าให้ได้สัญญาณเสียงผสมกับความถี่วิทยุส่งออกเอาต์พุต ในวงจรก าเนิดความถี่ผสมจะถูกควบคุมด้วยความถี่ผสม และเปอร์เซ็นต์ผสมที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ อย่างต่อเนื่องสม่ าเสมอ ความถี่ผสมที่ก าเนิดขึ้นมามีทั้งแบบผสมคลื่นทางความแรง (AM) และแบบผสมคลื่นทาง ความถี่ (FM) นอกจากนั้นยังน าความถี่ผสมจากภายนอกเข้ามาใช้ผสมได้ทั้งแบบ AM, FM และพัลส์ 197


ส่วนวงจรก าเนิดความถี่วิทยุ มักนิยมใช้วงจรก าเนิดความถี่แบบ LC ต่อวงจรแบบวงจรแทงค์ (Trank Circuit) ช่วยให้ความถี่ที่ก าเนิดขึ้นมามีความถูกต้องและคงที่ วงจรก าเนิดความถี่ที่นิยมใช้ในเครื่องก าเนิดความถี่ วิทยุเป็นแบบฮาร์ตเลย์(Hartley) และแบบโคลปิตต์(Colpitts)เป็นต้น 12.4 เครื่องก าเนิดสัญญาณพัลส์ เครื่องก าเนิดสัญญาณพัลส์เป็นเครื่องก าเนิดรูปคลื่นสี่เหลี่ยมมุมฉาก (RectangularWaveform) สามารถ ก าเนิดความถี่พัลส์ได้กว้างตั้งแต่ความถี่ต่ าประมาณ 0.25 Hz ถึง 125 MHzหรือมากกว่านี้ความถี่พัลส์ที่ถูกก าเนิด ขึ้นมาอยู่ในย่านใดขึ้นอยู่กับรุ่น ชนิด และแบบที่ผลิตมาใช้งาน ความแรงของสัญญาณมีค่าประมาณ 0.2 VPP ถึง 20 VPP มีความแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น แต่ละแบบ และแต่ละยี่ห้อ อิมพีแดนซ์ที่เอาต์พุต (Output Impedance) มีค่า 50 Ω การก าเนิดสัญญาณพัลส์ขึ้นมา มีส่วนส าคัญที่จะต้องปรับแต่งได้คือการปรับความกว้างของพัลส์(Pulse Width) ปรับเวลาเกิดพัลส์ซ้ า (Pulse Repetition Time) และปรับช่องว่างของพัลส์ (Pulse Spacing) ได้การ ปรับค่าต่างๆ เหล่านี้ถูกบอกไว้ในรูปของเวลา เป็นไมโครวินาที(μs) มิลลิวินาที(ms) และวินาที(s) การ ปรับเปลี่ยนค่าดังกล่าวนี้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าดิวตีไซเกิล (Duty Cycle) ในสัญญาณพัลส์ ค่าดิวตีไซเกิลของพัลส์คือค่าที่บอกถึงเวลาที่เกิดพัลส์เทียบกับเวลาที่เกิดพัลส์ซ้ า โดยบอกค่าที่ได้ออกมา เป็นเปอร์เซ็นต์(%) หาค่าได้จากการใช้ค่าความกว้างพัลส์หารด้วยเวลาที่เกิดพัลส์ซ้ าได้เท่าไรน าค่า 100 ไปคูณ ค่าที่ได้เขียนเป็นสมการได้ดังนี้ .....(12-1) ดิวตีไซเกิลของพัลส์ที่บอกไว้จะเป็นตัวแสดงให้ทราบถึงช่วงเวลาที่เกิดพัลส์มีความกว้างพัลส์เป็น อัตราส่วนมากน้อยเทียบกับช่องว่างพัลส์ค่าดิวตีไซเกิลพัลส์น้อยบอกให้ทราบว่าช่วงเวลาเกิดพัลส์น้อย ช่วง ช่องว่างพัลส์มาก และค่าดิวตีไซเกิลพัลส์มากบอกให้ทราบว่าช่วงเวลาเกิดพัลส์มาก ช่วงช่องว่างพัลส์น้อย รูปที่ 12.7 เครื่องก าเนิดสัญญาณพัลส์ จากรูปที่ 12.7 แสดงเครื่องก าเนิดสัญญาณพัลส์รูปที่ 12.7 (ก) เป็นชนิดปรับแต่งค่าแบบแอนะลอก สามารถให้ก าเนิดความถี่ได้ตั้งแต่ 0.1 Hz ถึง 10 MHz มีช่วงเวลาพัลส์ตั้งแต่ 100 nsถึง 10 s ถูกแบ่งออกเป็น 8 ย่านวัด ค่าความแรงของพัลส์จ่ายออกมีค่าประมาณ 0.25 V ถึง 16 V 198 ดิวตีไซเกิล (%) = ความกว้างพัลส์x100 การเกิดพัลส์ซ้ า


ส่วนรูปที่ 12.7 (ข) เป็นชนิดปรับแต่งค่าแบบดิจิตอล สามารถให้ก าเนิดความถี่ได้ตั้งแต่0.01 Hz ถึง 5 MHz มีช่วงเวลาพัลส์ตั้งแต่ 10 ns ถึง 1000 s การปรับแต่งก าหนดค่าใช้งานโดยการกดปุ่มก าหนดค่าได้ตาม ต้องการ ค่าความแรงของพัลส์จ่ายออกมีค่าประมาณ 1 V ถึง 12 V รูปที่ 12.8 บล็อกไดอะแกรมเครื่องก าเนิดสัญญาณพัลส์ จากรูปที่ 12.8 แสดงบล็อกไดอะแกรมเครื่องก าเนิดสัญญาณพัลส์ความถี่คลื่นสี่เหลี่ยมและคลื่นพัลส์ถูก ก าเนิดขึ้นจากวงจรก าเนิดความถี่ โดยความถี่ปรับเปลี่ยนค่าได้อย่างละเอียดความถี่ที่ก าเนิดขึ้นมาสามารถควบคุม สภาวะท างานด้วยขั้วกระตุ้นเกตอินพุตได้3 ต าแหน่ง คือกระตุ้นจากภายนอก (EXT. TRIG) ท างานและหยุด ท างาน (START / STOP) หรือท างานอิสระ(FREE RUN) ส่งต่อไปให้วงจรแบ่งความถี่ (Frequency Divider) ปรับเปลี่ยนย่านความถี่ได้เป็นล าดับ ส่งต่อไปวงจรควบคุมความกว้างพัลส์สามารถปรับหยาบและปรับละเอียดได้ ส่งต่อไป2 วงจร คือส่งออกไปวงจรขยาย และกรองความถี่เป็นพัลส์เอาต์พุตจ่ายออก หรือส่งไปยังวงจรกลับเฟส (Inverter) ก่อนส่งไปขยายและกรองความถี่เป็นพัลส์เอาต์พุตจ่ายออก สัญญาณจ่ายออกเอาต์พุตของเครื่องก าเนิดสัญญาณพัลส์มี3 ต าแหน่ง ประกอบด้วยขั้วพัลส์เอาต์พุต (Pulse Output) เป็นขั้วสัญญาณพัลส์จ่ายออกที่มีการชดเชยสัญญาณ ขั้วโอเพ็นโคลล์เอาต์พุต (Open Coll Output) เป็นขั้วสัญญาณพัลส์จ่ายออกที่ไม่มีการชดเชยสัญญาณ และขั้วทีทีแอลเอาต์พุต (TTL Output) เป็นขั้ว สัญญาณพัลส์จ่ายที่ไม่มีการชดเชยสัญญาณใช้งานกับIC ประเภท TTL 12.5 เครื่องก าเนิดสัญญาณหลายชนิด เครื่องก าเนิดสัญญาณหลายชนิด เป็นเครื่องก าเนิดที่สามารถผลิตรูปสัญญาณขึ้นมาได้หลายชนิด เช่น คลื่นไซน์คลื่นสี่เหลี่ยม คลื่นสามเหลี่ยม คลื่นฟันเลื่อย และคลื่นพัลส์เป็นต้นโดยสามารถก าเนิดความถี่ขึ้นมาได้ กว้างประมาณ 0.02 Hz ถึง 50 MHz ปรับความแรงได้สูงสุดประมาณ 30 VPP ย่านความถี่และค่าความแรง สัญญาณที่ก าเนิดขึ้นมา แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นแต่ละแบบ และแต่ละยี่ห้อของเครื่อง รูปที่ 12.9 เครื่องก าเนิดสัญญาณหลายชนิด 199


จากรูปที่ 12.9 แสดงเครื่องก าเนิดสัญญาณหลายชนิด รูปที่ 12.9 (ก) เป็นชนิดแสดงผลแบบแอนะลอก การปรับเปลี่ยนความถี่แสดงผลด้วยสเกลบนหน้าปัดของเครื่อง ส่วนรูปที่ 12.9 (ข)เป็นชนิดแสดงผลแบบดิจิตอล การปรับเปลี่ยนความถี่แสดงผลด้วยตัวเลขบนหน้าปัดของเครื่องสามารถให้ก าเนิดความถี่ขึ้นมาได้ตั้งแต่ 0.1 Hz ถึง 20 MHz หรือมากกว่า แล้วแต่รุ่นที่ผลิตมาใช้งาน มีรูปสัญญาณให้เลือก 6 ชนิด คือ คลื่นไซน์คลื่นสี่เหลี่ยม คลื่นสามเหลี่ยม คลื่นฟันเลื่อยคลื่นพัลส์บวก และคลื่นพัลส์ลบ ที่ขั้วต่อเอาต์พุตมีเอาต์พุตอิมพีแดนซ์50 Ω รูปที่ 12.10 บล็อกไดอะแกรมเครื่องก าเนิดสัญญาณหลายชนิด จากรูปที่ 12.10 แสดงบล็อกไดอะแกรมเครื่องก าเนิดสัญญาณหลายชนิด วงจรก าเนิดความถี่ก าเนิด ความถี่คลื่นสี่เหลี่ยมขึ้นมาส่งออก 3 ทาง ทางหนึ่งส่งไปขั้วต่อสวิตช์เลือกที่คลื่นสี่เหลี่ยม ทางที่สองส่งไป เปลี่ยนเป็นคลื่นสามเหลี่ยม และทางที่สามส่งไปเข้าวงจรเปลี่ยนเป็นสัญญาณพัลส์TTL ท าเป็นสัญญาณ TTL เอาต์พุต คลื่นไซน์ของวงจรก าเนิดขึ้นมาจากการเปลี่ยนคลื่นสามเหลี่ยมเป็นคลื่นไซน์สวิตช์เลือกรูปสัญญาณมี สัญญาณให้เลือกส่งออก 3 ต าแหน่ง คือ คลื่นสี่เหลี่ยม คลื่นสามเหลี่ยม และคลื่นไซน์ส่งต่อไปวงจรปรับความแรง ปรับความแรงของคลื่นสัญญาณตามต้องการส่งต่อไปวงจรขยายสัญญาณเอาต์พุตขยายสัญญาณคลื่นให้แรงคงที่ ระดับหนึ่งส่งออกเอาต์พุตที่50 Ωที่วงจรขยายสัญญาณเอาต์พุตมีวงจรชดเชยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Offset) ร่วม ท างานด้วยช่วยให้การขยายสัญญาณมีความคงที่ วงจรก าเนิดความถี่มีขั้วอินพุต VCO ไว้ช่วยควบคุมการก าเนิด ความถี่ ใช้ระดับแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงควบคุมระดับความถี่ที่ก าเนิดขึ้นมา เครื่องก าเนิดสัญญาณหลายชนิดรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันการก าเนิดความถี่ขึ้นมาใช้วิธีการซิงทิไซเซอร์ (Synthesizer) ให้ความสะดวกทั้งการปรับเปลี่ยนความถี่อย่างละเอียด และมีความเที่ยงตรงของความถี่ที่ถูก ก าเนิดขึ้นมาใช้งาน ตลอดจนชนิดรูปสัญญาณก็สามารถปรับเปลี่ยนเลือกค่าได้อย่างหลากหลายเพิ่มขึ้น 12.6 เครื่องก าเนิดสัญญาณกวาด เครื่องก าเนิดสัญญาณกวาด เป็นเครื่องก าเนิดสัญญาณความถี่ ที่ค่าความถี่ก าเนิดขึ้นมาสามารถ เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างสม่ าเสมอโดยอัตโนมัติรูปสัญญาณที่ก าเนิดขึ้นปกติเป็นคลื่นไซน์แต่ในเครื่องก าเนิด สัญญาณหลายชนิดบางรุ่นอาจเพิ่มภาคกวาดสัญญาณไว้ด้วย สามารถท าหน้าที่เป็นเครื่องก าเนิดสัญญาณกวาดได้ ด้วย โดยเรียกรวมกันว่าเครื่องก าเนิดสัญญาณกวาดหลายชนิด(Sweep Function Generator) ซึ่งจะให้ก าเนิด สัญญาณได้หลายชนิด เช่น คลื่นไซน์คลื่นสี่เหลี่ยมคลื่นสามเหลี่ยม และคลื่นฟันเลื่อย เป็นต้น ที่สามารถกวาด ความถี่ได้ด้วย 200


รูปที่ 12.11 เครื่องก าเนิดสัญญาณกวาดหลายชนิด จากรูปที่ 12.11 แสดงเครื่องก าเนิดสัญญาณกวาดหลายชนิด รูปที่ 12.11 (ก) เป็นชนิดแสดงผลแบบ แอนะลอก และรูปที่ 12.11 (ข) เป็นชนิดแสดงผลแบบดิจิตอล สามารถให้ก าเนิดความถี่ขึ้นมาได้ตั้งแต่ 2 Hz ถึง 300 MHz หรือมากกว่า แล้วแต่รุ่นที่ผลิตมาใช้งาน มีลักษณะรูปคลื่นสัญญาณให้เลือกใช้อย่างน้อย 3 ชนิด คือ คลื่นไซน์คลื่นสี่เหลี่ยม และคลื่นสามเหลี่ยมเช่นเดียวกับเครื่องก าเนิดสัญญาณหลายชนิด ความแรงของสัญญาณ สูงสุดประมาณ 20 Vpp ที่อิมพีแดนซ์เอาต์พุต 50 Ωการกวาดความถี่กวาดได้ทั้งแบบกวาดลักษณะเชิงเส้น (Linear Sweep)และแบบกวาดลักษณะลอการิทึม (Logarithm Sweep) เวลาในการกวาดปรับเปลี่ยนได้ตั้งแต่ 0.5 วินาทีถึง 30 วินาทีมีแรงดันไฟฟ้ากวาดสูงสุด 10 V ความถี่ที่ก าเนิดขึ้นมาจากเครื่องก าเนิดสัญญาณกวาด จะเริ่มต้นการกวาดที่ความถี่ต่ าไปหาความถี่สูง ความถี่ที่กวาดเปลี่ยนแปลงไปตามสัญญาณที่มาควบคุมการกวาด โดยใช้สัญญาณลาดเอียง (Ramp Wave) หรือ สัญญาณฟันเลื่อยไปควบคุมการเปลี่ยนแปลงของความถี่คลื่นไซน์ลักษณะสัญญาณควบคุมการกวาดและความถี่ กวาด รูปที่ 12.12 สัญญาณควบคุมการกวาดและความถี่กวาด จากรูปที่ 12.12 แสดงสัญญาณควบคุมการกวาดและความถี่กวาด วงจรก าเนิดความถี่ให้ก าเนิดความถี่ คลื่นไซน์ขึ้นมาเปลี่ยนแปลงไปเป็นล าดับจากความถี่ต่ าค่อยๆ เพิ่มไปหาความถี่สูง ตามระดับการเพิ่มขึ้นของ แรงดันไฟฟ้าสัญญาณฟันเลื่อยที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น เมื่อสัญญาณฟันเลื่อยเริ่มคลื่นลูกใหม่ ความถี่คลื่นไซน์ก็เริ่มการ กวาดใหม่จากความถี่ต่ าไปหาความถี่สูง เป็นเช่นนี้ตลอดเวลา 201


รูปที่ 12.13 บล็อกไดอะแกรมเครื่องก าเนิดสัญญาณกวาดแบบเบื้องต้น จากรูปที่ 12.13 แสดงบล็อกไดอะแกรมเครื่องก าเนิดสัญญาณกวาดแบบเบื้องต้นในรูปบล็อกไดอะแกรม วงจรก าเนิดสัญญาณลาดเอียง ให้ก าเนิดระดับแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงมีระดับแรงดันไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงจากค่าต่ า ไปหาค่าสูงในลักษณะสัญญาณลาดเอียง ส่งไปควบคุมการก าเนิดความถี่ขึ้นมาของวงจรก าเนิดความถี่ควบคุมด้วย แรงดันไฟฟ้า ได้ความถี่คลื่นไซน์จ่ายออกเปลี่ยนแปลงตามระดับแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงลาดเอียงที่เกิดขึ้น ส่ง ต่อไปปรับแต่งระดับความแรงสัญญาณ และขยายสัญญาณก่อนส่งออกเอาต์พุต กรณีที่ความถี่กวาดคลื่นไซน์ต้องการผสมเข้ากับสัญญาณความถี่วิทยุ (RF) ความถี่กวาดคลื่นไซน์จะส่งไป ให้วงจรผสมสัญญาณ (Mixer) และวงจรก าเนิดความถี่วิทยุให้ก าเนิดความถี่วิทยุคงที่ค่าหนึ่งขึ้นมาเป็นความถี่ พาหะป้อนไปให้วงจรผสมสัญญาณเช่นกัน วงจรผสมสัญญาณรับความถี่เข้ามา 2 ทาง ท าการผสมความถี่เข้า ด้วยกันได้ความถี่ส่งออกเป็นความถี่กวาดที่มีความถี่วิทยุเป็นพาหะ ส่งต่อไปปรับแต่งระดับความแรงสัญญาณ และ ขยายสัญญาณก่อนส่งออกเอาต์พุต 202


กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนรู้หรือกิจกรรมของนักเรียน 1. ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ( 15 นาที) 1. ผู้สอนตั้งค าถามว่า เครื่องก าเนิดสัญญาณมีกี่ ชนิดอะไรบ้าง 2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วยที่ 12 เรื่อง เครื่องก าเนิดสัญญาณ 3. ผู้ ส อ น ใ ห้ผู้ เ รี ย น อ ธิ บ า ย ช นิ ด ข อ ง สัญญาณไฟฟ้า 2. ขั้นให้ความรู้( 90 นาที) 1. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิด PowerPoint หน่วยที่ 12 เรื่อง เครื่องก าเนิดสัญญาณและให้ผู้เรียนศึกษา เอกสารประกอบการสอน วิชา เครื่องวัดไฟฟ้า 2. ผู้สอนอธิบายความรู้เพิ่มเติม และให้ผู้เรียน ช่วยกันสาธิตการใช้เครื่องก าเนิดสัญญาณชนิดต่างๆ 3. ผู้สอนเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนถามปัญหา และ ข้อสงสัยจากเนื้อหา โดยครูเป็นผู้ตอบปัญหาที่เกิดขึ้น ระหว่างการเรียนการสอน 3. ขั้นประยุกต์ใช้ (150 นาที) 1. ผู้สอนให้ผู้เรียนท าใบปฏิบัติงาน 12.1 การใช้ออสซิลโลสโคปวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง 2. ผู้สอนให้ผู้เรียนท าใบปฏิบัติงาน 12.2 การใช้ออสซิลโลสโคปวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ 3. ผู้สอนให้ผู้เรียนท าใบปฏิบัติงาน 12.3 การใช้ออสซิลโลสโคปวัดเวลาและความถี่ 1. ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ( 15 นาที) 1. ผู้เรียนช่วยกันตอบค าถามตามความเข้าใจ ของ แต่ละคน 2. ผู้เรียนท าความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การ เรียนหน่วยที่ 12 เรื่อง เครื่องก าเนิดสัญญาณ 3. ผู้เรียนอธิบายชนิดของสัญญาณไฟฟ้า 2. ขั้นให้ความรู้( 90 นาที) 1. ผู้เรียนเปิด PowerPoint หน่วยที่ 12 เรื่อง เครื่องก าเนิดสัญญาณ และให้ผู้เรียนศึกษาเอกสาร ประกอบการสอน วิชา เครื่องวัดไฟฟ้า 2. ผู้เรียนฟังค าอธิบายของเครื่องก าเนิดสัญญาณ ชนิดต่างๆ 3. ผู้เรียนซักถามข้อสงสัยที่เกิดขึ้น 3. ขั้นประยุกต์ใช้( 150 นาที ) 1. ผู้ เ รี ย น ท า ใ บ ป ฏิ บั ติ ง า น 1 2 . 1 การใช้ออสซิลโลสโคปวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง 2. ผู้ เ รี ย น ท า ใ บ ป ฏิ บั ติ ง า น 1 2 . 2 การใช้ออสซิลโลสโคปวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ 3. ผู้ เ รี ย น ท า ใ บ ป ฏิ บั ติ ง า น 1 2 . 3 การใช้ออสซิลโลสโคปวัดเวลาและความถี่ 203


กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนรู้หรือกิจกรรมของนักเรียน 4. ขั้นสรุปและประเมินผล ( 45 นาที) 1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนให้ มีความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน 2. ผู้สอนให้ผู้เรียนท าแบบทดสอบหน่วยที่ 12 (รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรียน) 4. ขั้นสรุปและประเมินผล ( 45 นาที ) 1. ผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนให้มีความ เข้าใจในทิศทางเดียวกัน 2. ผู้เรียนแบบทดสอบหน่วยที่ 12 204


งานที่มอบหมายหรือกิจกรรมการวัดผลและประเมินผล ก่อนเรียน 1. จัดเตรียมเอกสาร สื่อการเรียนการสอนหน่วยที่ 12 2. ท าความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การเรียนของหน่วยที่ 12 และให้ความร่วมมือในการท ากิจกรรมใน หน่วยที่ 12 ขณะเรียน 1. ท าใบปฏิบัติงาน 12.1 การใช้ออสซิลโลสโคปวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง 2. ท าใบปฏิบัติงาน 12.2 การใช้ออสซิลโลสโคปวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ 3. ท าใบปฏิบัติงาน 12.3 การใช้ออสซิลโลสโคปวัดเวลาและความถี่ 4. ร่วมกันสรุป “เครื่องก าเนิดสัญญาณ” หลังเรียน 1. สรุปเนื้อหา 2. ท าแบบทดสอบหน่วยที่ 12 205


สื่อ เพาเวอร์พอยส์ ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า 206


สื่อ เพาเวอร์พอยส์ ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า 207


ใบงานปฏิบัติงาน 12.1 ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า ชื่อเรื่อง การใช้ออสซิลโลสโคปวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง ชื่อ………………………………………………………………………………………..…..……ชั้น………….……เลขที่………… จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.นักเรียนสามารถอธิบายการใช้งานออสซิลโลสโคปให้พร้อมวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง 2. นักเรียนเห็นความส าคัญของเครื่องวัดไฟฟ้าในการปฏิบัติงาน เครื่องมือและอุปกรณ์ 1. มัลติมิเตอร์ 1 เครื่อง 2. ออสซิลโลสโคปพร้อมสายสายโพรบ 1 เครื่อง 3. แหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงปรับค่าได้ 0-30 V 1 เครื่อง 4. แผงประกอบวงจรและสายต่อวงจร 1 ชุด ล าดับขั้นการทดลอง 1. ปรับแต่งออสซิลโลสโคปให้พร้อมใช้งาน 2. ปรับสวิตช์ DC-AC-GD CH 1 ไปที่ต าแหน่ง DC 3. ปรับปุ่ม X-POS. ให้เส้นสงบนจอภาพเลื่อนลงด้านล่าง ไปอยู่ในต าแหน่งเส้นตารางแนวนอนเส้นที่ 1 นับจาก ด้านล่างขึ้นมา 4. ปรับปุ่ม VOLTS/ DIV. CH 1 ไว้ที่ย่าน 2 VOLTS / DIV. หรือมากกว่า (ตามความเหมาะสม) 5. ต่อสายโพรบเข้าขั้วต่ออินพุต CH – I VERT. INP. ปรับสวิตช์ลดทอนของโพรบไว้ที่ต าแหน่ง 1 6. ประกอบวงจรตามรูปที่ 12.1 ยังไม่จ่ายแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงให้วงจร รูปที่ 12.1 การต่อออสซิลโลสโคปวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง 7. ปรับมัลติมิเตอร์ไปที่ดีซีโวลต์มิเตอร์ย่าน 10 V ต่อวัดแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงให้ถูกขั้ว ใช้หลักการ ต่อใกล้บวกต่อบวก ใกล้ลบต่อลบ 208


8. จ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงให้วงจร พร้อมทั้งสังเกตการเลื่อนขึ้นของเส้นแสงที่จอภาพออสซิลโลสโคป หาก เส้นแสงเลื่อนขึ้นน้อยเกินไปอ่านค่าได้ล าบาก ให้ปรับลดระดับ VOLTS / DIV. ที่ตั้งไว้ให้ต่ าลงมา จนสามารถอ่าน ระดับเส้นแสงที่เปลี่ยนระดับไว้ชัดเจน หรือเส้นสงเลื่อนมากเกินไปให้ปรับเพิ่มระดับ VOLTS / DIV. มากขึ้น 9. อ่านค่าแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงที่วัดได้จากดีซีโวลต์มิเตอร์ DC V บันทึกค่าลงในตารางที่ 12.1 แถว แรงดันไฟฟ้า E = 2 V ในช่องดีซีโวลต์มิเตอร์ 10. อ่านค่าการเลื่อนขึ้นระดับเส้นแสงที่ปรากฏบนจอภาพออสซิลโลสโคป และอ่านค่าแรงดันไฟฟ้า ที่ VOLTS / DIV. ตั้งไว้ บันทึกค่าทั้งหมดลงในตารางที่ 12.1 แถวแรงดันไฟฟ้า E = 2 V ช่องออสซิลโลสโคป 11. ตัดการจ่ายแหล่งแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงให้วงจร ปรับเปลี่ยนระดับแรงดันไฟฟ้า E ใหม่ในตารางที่ 12.1 เป็นล าดับ 12. จ่ายแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงให้วงจรเป็นล าดับ ตามแรงดันไฟฟ้า E ในตารางที่ 12.1 วัดและ บันทึกค่าแรงดันไฟฟ้าที่อ่านค่าได้จ่ายดีซีโวลต์มิเตอร์ และค่าจ านวนช่องที่เลื่อนจากเส้นแสงออสซิลโลสโคป ตามล าดับค่าแรงดันไฟฟ้า E ในตารางที่ 12.1 ทุกค่า 13. ค านวณค่าแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงที่อ่านค่าได้จากออสซิลโลสโคป บันทึกค่าลงในตารางที่ 12.1 ช่อง แรงดันไฟฟ้า V DC อ่านค่าได้ การค านวณใช้สูตรดังนี้ ตารางที่ 12.1 แรงดันไฟฟ้ากระแสตรงวัดได้ด้วยดีซีโวลต์มิเตอร์และออสซิลโลสโคป 12. หาค่าแรงดันไฟฟ้าที่แตกต่างกันจากการวัดด้วยดีซีโวลต์มิเตอร์ และออสซิลโลสโคปโดยน าค่าทั้งสองมาหัก ลบกัน บันทึกค่าลงในตารางที่ 12.1 ช่องค่าแรงดันไฟฟ้าแตกต่างกัน สรุปผลการทดลอง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 209


ใบงานปฏิบัติงาน 12.2 ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า ชื่อเรื่อง การใช้ออสซิลโลสโคปวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ ชื่อ………………………………………………………………………………………..…..……ชั้น………….……เลขที่………… จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.นักเรียนสามารถอธิบายการใช้งานออสซิลโลสโคปให้พร้อมวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ 2. นักเรียนเห็นความส าคัญของเครื่องวัดไฟฟ้าในการปฏิบัติงาน เครื่องมือและอุปกรณ์ 1. มัลติมิเตอร์ 1 เครื่อง 2. ออสซิลโลสโคปพร้อมสายสายโพรบ 1 เครื่อง 3. แหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับปรับค่าได้(Variac) 0-220 V 1 เครื่อง 4. แผงประกอบวงจรและสายต่อวงจร 1 ชุด ล าดับขั้นการทดลอง 1. ปรับแต่งออสซิลโลสโคปให้พร้อมใช้งาน 2. ปรับสวิตช์ DC-AC-GD CH 1 ไปที่ต าแหน่ง AC 3. ปรับปุ่ม X-POS. ให้เส้นสงบนจอภาพเลื่อนไว้กึ่งกลางจอภาพในแนวนอน 4. ปรับปุ่ม VOLTS/ DIV. CH 1 ไว้ที่ย่าน 2 VOLTS / DIV. หรือมากกว่า (ตามความเหมาะสม) 5. ต่อสายโพรบเข้าขั้วต่ออินพุต CH – I VERT. INP. ปรับสวิตช์ลดทอนของโพรบไว้ที่ต าแหน่ง 1 6. ประกอบวงจรตามรูปที่ 12.2 ยังไม่จ่ายแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับให้วงจร รูปที่ 12.2 การต่อออสซิลโลสโคปวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ 7. ปรับมัลติมิเตอร์ไปที่เอซีโวลต์มิเตอร์ย่าน 10 V ต่อวัดแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ โดยไม่ต้องค านึงถึง ขั้ว 210


8. จ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงให้วงจร พร้อมทั้งสังเกตการเลื่อนขึ้นของเส้นแสงที่จอภาพออสซิลโลสโคป หาก เส้นแสงเลื่อนขึ้นน้อยเกินไปอ่านค่าได้ล าบาก ให้ปรับลดระดับ VOLTS / DIV. ที่ตั้งไว้ให้ต่ าลงมา จนสามารถอ่าน ระดับเส้นแสงที่เปลี่ยนระดับไว้ชัดเจน หรือเส้นสงเลื่อนมากเกินไปให้ปรับเพิ่มระดับ VOLTS / DIV. มากขึ้น 9. อ่านค่าแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงที่วัดได้จากเอซีโวลต์มิเตอร์ AC V บันทึกค่าลงในตารางที่ 12.2 แถว แรงดันไฟฟ้า E = 2 V ในช่องเอซีโวลต์มิเตอร์ 10. อ่านค่าการเลื่อนขึ้นระดับเส้นแสงที่ปรากฏบนจอภาพออสซิลโลสโคป และอ่านค่าแรงดันไฟฟ้า ที่ VOLTS / DIV. ตั้งไว้ บันทึกค่าทั้งหมดลงในตารางที่ 12.2 แถวแรงดันไฟฟ้า E = 2 V ช่องออสซิลโลสโคป 11. ตัดการจ่ายแหล่งแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับให้วงจร ปรับเปลี่ยนระดับแรงดันไฟฟ้า E ใหม่ในตารางที่ 12.2 เป็นล าดับ 12. จ่ายแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับให้วงจรเป็นล าดับ ตามแรงดันไฟฟ้า E ในตารางที่ 12.2 วัดและ บันทึกค่าแรงดันไฟฟ้าที่อ่านค่าได้จ่ายเอซีโวลต์มิเตอร์ และค่าจ านวนช่องที่เลื่อนจากเส้นแสงออสซิลโลสโคป ตามล าดับค่าแรงดันไฟฟ้า E ในตารางที่ 12.2 ทุกค่า 13. ค านวณค่าแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ ที่อ่านค่าได้จากออสซิลโลสโคป บันทึกค่าลงในตารางที่ 12.2 ช่อง แรงดันไฟฟ้า V AC อ่านค่าได้ การค านวณใช้สูตรดังนี้ ตารางที่ 12.1 แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับวัดได้ด้วยเอซีโวลต์มิเตอร์และออสซิลโลสโคป 13. ค านวณค่าแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับเป็นแรงดันไฟฟ้า rms V จากค่าแรงดันไฟฟ้า PP V น าค่าที่ค านวณได้ บันทึกลงในตารางที่ 12.2 ช่องค านวณแรงดัน PP V เป็น rms V การค านวณใช้สูตรดังนี้ 211


14. หาค่าแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับที่แตกต่างกัน ของแรงดันไฟฟ้า rms V จากเอซีโวลต์มิเตอร์ และจากช่อง ค านวณแรงดันไฟฟ้า PP V เป็น rms V โดยน าค่าทั้งสองมาหักลบกัน บันทึกค่าลงในตารางที่ 12.2 ช่องค่า แรงดันไฟฟ้าแตกต่างกัน สรุปผลการทดลอง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 212


ใบงานปฏิบัติงาน 12.3 ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า ชื่อเรื่อง การใช้ออสซิลโลสโคปวัดเวลาและความถี่ ชื่อ…………………………………………………………………………………………….……ชั้น………….……เลขที่………… จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.นักเรียนสามารถอธิบายการใช้งานออสซิลโลสโคปให้พร้อมวัดเวลาและความถี่ 2. นักเรียนเห็นความส าคัญของเครื่องวัดไฟฟ้าในการปฏิบัติงาน เครื่องมือและอุปกรณ์ 1. ออสซิลโลสโคปพร้อมสายสายโพรบ 1 เครื่อง 2. เครื่องก าเนิดสัญญาณเสียง 1 เครื่อง 3. แผงประกอบวงจรและสายต่อวงจร 1 ชุด ล าดับขั้นการทดลอง 1. ปรับแต่งออสซิลโลสโคปให้พร้อมใช้งาน 2. ปรับสวิตช์ DC-AC-GD CH 1 ไปที่ต าแหน่ง AC 3. ปรับปุ่ม X-POS. ให้เส้นสงบนจอภาพเลื่อนไว้กึ่งกลางจอภาพในแนวนอน 4. ปรับปุ่ม VOLTS/ DIV. CH 1 ไว้ที่ย่าน 2 VOLTS / DIV. หรือมากกว่า (ตามความเหมาะสม) 5. ปรับปุ่ม TIME / DIV. ไว้ที่ย่าน 1 ms / DIV. หรือมากกว่า (ตามความเหมาะสม) 6. ต่อสายโพรบเข้าขั้วต่ออินพุต CH – I VERT. INP. ปรับสวิตช์ลดทอนของโพรบไว้ที่ต าแหน่ง 1 7. ปรับเครื่องก าเนิดสัญญาณเสียงไปที่ต าแหน่งคลื่นไซน์พร้อมปรับความแรงของสัญญาณจ่ายออกสูงสุด ส่วน ความถี่เสียงปรับตามค่าในตารางที่ 12.3 ช่วงคลื่นไซน์ 8. ประกอบวงจรตามรูปที่ 12.3 ความถี่สัญญาณคลื่นไซน์ปรับไว้ที่ 100 Hz รูปที่ 12.2 การต่อออสซิลโลสโคปวัดเวล่าและความถี่ของสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ 9. สังเกตขนาดสัญญาณคลื่นไซน์ที่ปรากฏบนจอภาพออสซิลโลสโคป หากขนาดของภาพที่ปรากฏมีขนาดเล็ก เกินไปหรือใหญ่เกินไปให้ปรับเปลี่ยนปุ่ม VOLTS / DIV. ให้ได้ขนาดที่เหมาะสม 213


10. สังเกตความกว้างของสัญญาณคลื่นไซน์ ที่ปรากฏบนจอภาพของออสซิลโลสโคปในช่วง 1 รอบคลื่น ถ้า หากแคบเกินไปอ่านค่าได้ล าบากต้องปรับปุ่ม TIME / DIV. ไปทางด้านเวลาน้อยลง (หมุนตามเข็มนาฬิกา) แต่ถ้า ภาพที่ได้ในช่วง 1 รอบคลื่น กว้างเกินไปต้องปรับปุ่ม TIME / DIV. ไปทางด้านเวลามากขึ้น (หมุนทวนเข็มนาฬิกา) จนได้ความกว้างของสัญญาณคลื่นไซน์พอเหมาะ มีรอบคลื่นของสัญญาณ 1 รอบคลื่นขึ้นไป ปรากฏที่จอภาพ 10. บันทึกรูปภาพ ค่า VOLTS / DIV. TIME / DIV. และค่า PP V ที่วัดได้ ลงในรูปที่ 12.4 รูปที่ 12.4 สัญญาณคลื่นไซน์ที่วัดได้ด้วยออสซิลโลสโคป 12. อ่านความกว้างของสัญญาณคลื่นไซน์ ที่ปรากฏบนจอภาพของออสซิลโลสโคปเพียง 1 รอบคลื่น ของ ความถี่ที่ตั้งไว้ตามตารางที่ 12.3 แต่ละค่า อ่านค่าเวลาจากปุ่มรับ TIME / DIV. ที่ตั้งไว้บันทึกค่าลงในตารางที่ 12.3 ของช่วงสัญญาณคลื่นไซน์ทั้งหมดที่ก าหนดให้ เป็นล าดับ ตารางที่ 12.3 เวลาและความถี่ที่วัดได้ด้วยออสซิลโลสโคป 214


13. ปรับเครื่องก าเนิดสัญญาณเสียง ที่ต าแหน่งคลื่นสี่เหลี่ยม ปรับความแรงสัญญาณไว้สูงสุด โดยปรับความถี่ ตามค่าในตารางที่ 12.3 ช่วงคลื่นสี่เหลี่ยม 14. อ่านค่าความกว้างของสัญญาณคลื่นสี่เหลี่ยมที่ปรากฏบนจอภาพเพียง 1 รอบคลื่น ของความถี่ที่ตั้งไว้ตาม ตารางที่ 12.3 แต่ละค่า อ่านเวลาจากปุ่มปรับ TIME / DIV. ที่ตั้งไว้ บันทึกค่าลงในตารางที่ 12.3 ของสัญญาณคลื่น สี่เหลี่ยมทั้งหมดเป็นล าดับ 15. ค านวณค่าเวลาของสัญญาณไฟฟ้าที่วัดได้ในตารางที่ 12.3 บันทึกค่าเก็บไว้ในช่องค านวณเวลา (T) โดยใช้ สูตรค านวณดังนี้ 13. ค านวณค่าความถี่ของสัญญาณไฟฟ้าที่วัดได้ในตารางที่ 12.3 โดยใช้ค่าเวลา (T) ที่วัดได้ บันทึกค่าเก็บไว้ ในช่องค านวณความถี่ (F) โดยใช้สูตรค านวณดังนี้ 14. หาค่าความถี่ที่แตกต่างกันจากค่าความถี่ที่ตั้งไว้ในเครื่องก าเนิดสัญญาณเสียง และความถี่ทีค่ค านวณได้ใน ตารางที่ 12.3 โดยน าค่าทั้งสองมาหักลบกัน บันทึกค่าลงในตารางที่ 12.3 ช่องความถี่ผิดพลาด สรุปผลการทดลอง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 215


แบบทดสอบหน่วยที่ 12 เครื่องก าเนิดสัญญาณ วิชา 20104-2004 เครื่องวัดไฟฟ้า ค าสั่ง ให้เลือกค าตอบที่ถูกที่สุดเพียงหนึ่งตัวเลือกเท่านั้น 1. รูปร่างสัญญาณพื้นฐานชนิดใดไม่ถูกก าเนิดขึ้นมาจากเครื่องก าเนิดสัญญาณ ก. ข. ค. ง. 2. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติที่ดีของเครื่องก าเนิดสัญญาณ ก. สัญญาณจ่ายออกมาเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ข. สัญญาณก าเนิดขึ้นมาต้องไม่มีสัญญาณรบกวน ค. ความถี่ก าเนิดขึ้นมาต้องคงที่ และสามารถอ่านค่าได้ ง. ควบคุมความแรงสัญญาณได้ตั้งแต่ค่าน้อยไปหาค่ามาก 3. เครื่องก าเนิดสัญญาณไม่สามารถน าไปใช้งานประเภทใด ก. แหล่งก าเนิดความแรงอ้างอิง ข. เปรียบเทียบสัญญาณ ค. ตรวจสอบสัญญาณ ง. ปรับแต่งสัญญาณ 4. วงจรให้ก าเนิดสัญญาณพัลส์สร้างขึ้นมาจากวงจรชนิดใด ก. จูนเนอร์ ข. ออสซิสเลเตอร์ ค. แอมปลิไฟเออร์ ง. มัลติไวเบรเตอร์ 5. เครื่องก าเนิดสัญญาณหลายชนิดให้ก าเนิดรูปคลื่นมาตรฐานชนิดใดบ้าง ก. พัลส์ ไซน์ กระตุ้น ข. ไซน์ สี่เหลี่ยม พัลส์ ค. ไซน์ สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ง. พัลส์ สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม 216


ภาคผนวก


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 1 หน่วยการวัด และค่าความคลาดเคลื่อนการวัด ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 1.นักเรียนสามารถบอกหน่วยการวัดระบบนานาชาติ (SI) ได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 1. เลขยกก าลัง 6 10 มีค่าตัวเลขเท่าใด ก. 100 ข. 1,000 ค. 1,000,000 ง. 1,000,000,000 3.นักเรียนสามารถบอกความหมายของเทคโนโลยี เครื่องวัดได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 2. เครื่องมือวัดพื้นฐานทั่วไปใช้วิธีการวัดทางใด ก. ทางเทคนิค ข. ทางฟิสิกส์ ค. ทางไฟฟ้า ง. ทางแมคคานิกส์ 4.นักเรียนสามารถอธิบายความแตกต่างระหว่างความ เที่ยงตรงและความแม่นย าได้ (ด้านความเข้าใจ) 3. เครื่องมือวัดสามารถวัดค่าซ้ าๆ กันอยู่ในค่าที่ก าหนดไว้ แสดงว่าเครื่องมือวัด ตัวนี้มีคุณสมบัติของอะไร ก. ความไว ข. ความแม่นย า ค. ความเที่ยวตรง ง. การแยกรายละเอียด 5.นักเรียนสามารถอธิบายจ านวนตัวเลขที่แสดงและชนิด ค่าความผิดพลาดได้ (ด้านความเข้าใจ) 4. ข้อบกพร่องเกิดจากผลการเตรียมเครื่องมือวัดไม่เหมาะสมกับการใช้งาน เกิดจากสาเหตุใด ก. ค่าผิดพลาดของระบบ ข. ค่าผิดพลาดที่ไม่แน่นอน ค. ค่าผิดพลาดจากความแม่นย า ง. ค่าผิดพลาดจากความประมาท 5. ข้อบกพร่องเกิดจากผลการใช้เครื่องมือวัดไม่เหมาะสมกับการใช้งาน เกิด จากสาเหตุใด ก. ค่าผิดพลาดของระบบ ข. ค่าผิดพลาดที่ไม่แน่นอน ค. ค่าผิดพลาดจากความแม่นย า ง. ค่าผิดพลาดจากความประมาท


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 2 โครงสร้างมาตรวัดไฟฟ้ากระแสตรง ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 1.นักเรียนสามารถบอกการวัดปริมาณทางไฟฟ้าและ หลักการท างานมาตรวัดไฟฟ้ากระแสตรงได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 6. กฎมือซ้ายของเฟรมมิ่งที่กล่าวว่า กางนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง ของมือ ซ้ายออก โดยให้นิ้วทั้งสามตั้งฉากซึ่งกัน ใช้ในการหาค่าสิ่งใด ก. การชักน าสนามแม่เหล็ก ข. ความต้านทานในการเกิดไฟฟ้า ค. การเคลื่อนที่ของแม่เหล็กไฟฟ้า ง. การเกิดเส้นแรงแม่เหล็กรอบตัวน า 2.นักเรียนสามารถอธิบายส่วนประกอบของดาร์สันวาล์ มิเตอร์ได้ (ด้านความเข้าใจ) 7. ส่วนใดไม่ใช่เป็นส่วนโครงสร้างการบ่ายเบนของดาร์สันวาล์มิเตอร์ ก. สปริง ข. สเกล ค. แม่เหล็กถาวร ง. ขดลวดเคลื่อนที่ 8. อาร์เมเจอร์ของดาร์สันวาล์มิเตอร์ชนิดพื้นฐาน ถูกควบคุมการบ่ายเบนกลับ ต าแหน่งปกติขณะไม่ท างานด้วยอุปกรณ์ใด ก. สปริง ข. แม่เหล็กถาวร ค. แถบโลหะแบน ง. ขดลวดเคลื่อนที่ 3.นักเรียนสามารถอธิบายการท างานของมาตรวัดแบบเข็ม ชี้ได้ (ด้านความเข้าใจ) 9. การบ่ายเบนไปของเข็มชี้มาตรวัดข้อใดกล่าวไว้ถูกต้อง ก. จ านวนรอบขดลวดเคลื่อนที่น้อยเข็มชี้บ่ายเบนมาก ข. อ านาจแม่เหล็กถาวรน้อยเข็มชี้บ่ายเบนน้อย ค. จ่ายแรงดันไฟฟ้ามากเข็มชี้บ่ายเบนน้อย ง. จ่ายกระแสไฟฟ้าน้อยเข็มชี้บ่ายเบนมาก 4.นักเรียนสามารถบอกสาเหตุความผิดพลาดในการใช้ มาตรวัดได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 10. สาเหตุความผิดพลาดที่ส าคัญมากและเกิดได้บ่อยครั้งในการใช้มาตรวัดคือ อะไร ก. ตัวผู้วัด ข. การเสื่อมอายุ ค. ความร้อนในตัวมาตรวัด ง. การเสียดสีของส่วนเคลื่อนไหว


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 3 แอมมิเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 1.นักเรียนสามารถบอกคุณสมบัติแอมมิเตอร์ไฟฟ้า กระแสตรงได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 11. การน าดาร์สันวาล์มิเตอร์ไปวัดกระแสไฟฟ้าในข้อใดถูกต้อง ก. ไม่สามารถวัดกระแสไฟฟ้าได้ ข. วัดกระแสไฟฟ้ากระแสตรงค่าน้อยได้ ค. วัดกระแสไฟฟ้ากระแสสลับค่าน้อยได้ง. วัดกระแสไฟฟ้าได้ทุกชนิดใน ปริมาณน้อย 12. ดีซีแอมมิเตอร์ที่สร้างมาใช้งานสามารถวัดกระแสไฟฟ้าในปริมาณเท่าไร ก. ไมโครแอมแปร์ ข. มิลลิแอมแปร์ ค. แอมแปร์ ง. ถูกทุกข้อ 2.นักเรียนสามารถอธิบายโครงสร้างดีซีแอมมิเตอร์ได้ (ด้านความเข้าใจ) 13. สเกลของดีซีแอมมิเตอร์โดยทั่วไปมีลักษณะใด ก. ค่าตัวเลขก ากับบนสเกลเรียงค่าน้อยทางขวาไปค่าค่ามากทางซ้าย ข. ขณะไม่วัดค่าเข็มชี้ชี้อยู่ทางขวาของสเกล ค. แต่ละช่องสเกลมีระยะห่างเท่ากัน ง. มีค่าศูนย์อยู่ทางขวาของสเกล 14. โครงสร้างดีซีแอมมิเตอร์ที่ต้องการท าให้วัดกระแสไฟฟ้าได้สูงขึ้นต้องท า อย่างไร ก. ใช้ตัวต้านทานค่าน้อยต่อขนาน ข. ใช้ตัวต้านทานค่ามากต่อขนาน ค. ใช้ตัวต้านทานค่าน้อยต่ออนุกรม ง. ใช้ตัวต้านทานค่ามากต่ออนุกรม


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 3 แอมมิเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 3. นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการค านวณและขยายย่าน วัดดีซีแอมมิเตอร์ได้ (ด้านความเข้าใจ) จากรูปใช้ตอบค าถามข้อ 15 15. จากรูป สมการของวงจรข้อใดถูกต้อง ก. E E E AB SH M ข. I R I R SH SH M M ค. E IR AB SH ง. I I I SH M


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 4 โวลต์มิเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 1.นักเรียนสามารถบอกคุณสมบัติโวลต์มิเตอร์ไฟฟ้า กระแสตรงได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 16. ดีซีโวลต์มิเตอร์ที่สร้างมาใช้งานสามารถวัดค่าปริมาณไฟฟ้าได้ในหน่วยใด ก. มิลลิโวลต์ ข. กิโลโวลต์ ค. โวลต์ ง. ถูกทุกข้อ 17. ดีซีโวลต์มิเตอร์สร้างขึ้นมาเพื่อใช้วัดปริมาณไฟฟ้าประเภทใด ก. ก าลังไฟฟ้า ข. แรงดันไฟฟ้า ค. กระแสไฟฟ้า ง. ความต้านไฟฟ้า 2.นักเรียนสามารถอธิบายโครงสร้างดีซีโวลต์มิเตอร์ได้ (ด้านความเข้าใจ) 18. ดีซีโวลต์มิเตอร์ที่สร้างมาใช้งานจะต้องมีค่าความต้านทานรวมภายในมาตร วัดเท่าไร ก. ศูนย์ ข. น้อย ค. มาก ง. ปานกลาง 19. โครงสร้างดีซีโวลต์มิเตอร์ต้องการให้วัดแรงดันไฟฟ้าได้สูงมากขึ้นต้องท า อย่างไร ก. ใช้ตัวต้านทานค่ามากต่ออนุกรม ข. ใช้ตัวต้านทานค่าน้อยต่ออนุกรม ค. ใช้ตัวต้านทานค่ามากต่อขนาน ง. ใช้ตัวต้านทานค่าน้อยต่อขนาน


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 4 โวลต์มิเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 3.นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการค านวณและขยายย่านวัด ดีซีโวลต์มิเตอร์ได้ (ด้านความเข้าใจ) จากรูปใช้ตอบค าถามข้อ 20 20. จากรูป สมการของวงจรข้อใดถูกต้อง ใจ ก. I I I FS M S ข. E I (R R ) FS FS S M ค. E I R R FS FS S M ง. E (I I )(R R ) FS FS M S M


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 5 โวลต์มิเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 1.นักเรียนสามารถบอกผลการวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ ด้วยเอซีโวลต์มิเตอร์ได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 21. การน าไดโอดมาใช้งานในเอซีโวลต์มิเตอร์คุณสมบัติของไดโอดข้อใดถูกต้อง ก. ใช้ขาแอโนดเป็นอินพุตได้ไฟลบออกมา ข. ใช้ขาแคโทดเป็นอินพุตได้ไฟบวกออกมา ค. ใช้ขาแคโทดเป็นเอาต์พุตได้ไฟบวกออกมา ง. ใช้ขาแอโนดเป็นเอาต์พุตได้ไฟบวกออกมา 2.นักเรียนสามารถอธิบายสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับแต่ ละค่าได้ (ด้านความเข้าใจ) 22. ปริมาณไฟฟ้ากระแสสลับแสดงค่าบนสเกลเอซีโวลต์มิเตอร์เป็นค่าปริมาณ ไฟฟ้าใด ก. ค่ายอด ข. ค่าเฉลี่ย ค. ค่ายอดถึงยอด ง. ค่าอาร์เอ็มเอส 23. ปริมาณไฟฟ้ากระแสสลับค่าใดผ่านขดลวดเคลื่อนที่ของเอซีโวลต์มิเตอร์ ท าให้เข็มชี้บ่ายเบนไปชี้ค่านั้น ออกมา ก. ค่ายอด ข. ค่าเฉลี่ย ค. ค่ายอดถึงยอด ง. ค่าอาร์เอ็มเอส 3.นักเรียนสามารถบอกโครงสร้างเอซีโวลต์มิเตอร์ (ด้านความรู้-ความจ า) 24. อุปกรณ์ใดภายในเอซีโวลต์มิเตอร์ เป็นตัวเรียงกระแส ก. เอสซีอาร์ ข. ทรานซิสเตอร์ ค. ไดโอด ง. ไทริสเตอร์ 4.นักเรียนสามารถอธิบายการท างานวงจรเรียงกระแส แบบครึ่งคลื่นและแบบเต็มคลื่นในเอซีโวลต์มิเตอร์ได้ (ด้านความเข้าใจ) 25. วงจรเรียงกระแสเต็มบริดจ์และครึ่งบริดจ์ใช้ในเอซีโวลต์มิเตอร์ส่วนใดแตกต่างกัน ก. สัญญาณไฟฟ้าผ่านเอซีโวลต์มิเตอร์เป็นชนิดเต็มคลื่นและครึ่งคลื่น ข. กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเอซีโวลต์มิเตอร์เป็น 63.6 % และ 31.8 % ค. สร้างเป็นมิเตอร์วัดแรงดันไฟฟ้าและวัดกระแสไฟฟ้า ง. ใช้ไดโอดท างานในแต่ละครั้ง 2 ตัวและ 1 ตัว


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 6 ชนิดมาตรวัดไฟฟ้ากระแสสลับ ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 1. นักเรียนสามารถบอกชนิดมาตรวัดไฟฟ้ากระแสสลับได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 26. การบ่ายเบนของเข็มชี้ในมาตรวัดขึ้นอยู่ปริมาณใด ก. แรงดันไฟฟ้า ข. กระแสไฟฟ้า ค. ความต้านทานไฟฟ้า ง. ถูกทุกข้อ 2. นักเรียนสามารถบอกลักษณะดาร์สันวาล์มิเตอร์ใช้วงจร เรียงกระแสได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 27. เมื่อน าดาร์สันวาล์มิเตอร์ไปวัดไฟฟ้ากระแสสลับจะต้องท าอย่างไร ก. ใช้งานได้โดยตรงไม่ต้องต่อเพิ่ม ข. ต่อไดโอดขนานกับขดลวดเคลื่อนที่ ค. ต่อไดโอดอนุกรมกับขดลวดเคลื่อนที่ ง. ต่อตัวต้านทานอนุกรมกับ ขดลวดเคลื่อนที่ 3.นักเรียนสามารถบอกลักษณะมาตรวัดชนิดต่างๆได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 28. มาตรวัดชนิดใดที่ส่วนเคลื่อนไหวเป็นท่อนเหล็กเคลื่อนที่ ควบคุมให้เข็มชี้ บ่ายเบน ก. แคลมป์ ข. โซลีนอยด์ ค. ขดลวดเอียง ง. แผ่นโลหะผลักเคลื่อนที่ 29. มาตรวัดชนิดใดที่ขณะวัดกระแสไฟฟ้าในวงจรไม่ต้องตัดวงจรออกเพื่อน า มาตรวัดไปต่ออนุกรม ก. แคลมป์ ข. โซลีนอยด์ ค. ขดลวดเอียง ง. เทอร์โมคัปเปิล 30. ส่วนเคลื่อนไหวของมาตรวัดชนิดใดสามารถประยุกต์ใช้งานได้กับวัตต์ มิเตอร์ ก. ดาร์สันวาล์มิเตอร์ ข. ไดนาโมไฟฟ้า ค. ขดลวดเอียง ง. ไฟฟ้าสถิต


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 7 โอห์มมิเตอร์ ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 1. นักเรียนสามารถบอกวิธีการวัดค่าความต้านทานได้ (ด้านความรู้-ความจ า) จากรูปใช้ตอบค าถามข้อ 31 31. จากรูปต้องการหาค่า R1 ต้องการทราบค่าอะไรบ้าง ก. A , V ข. A , R2 ค. V , R2 ง. A , E 2. นักเรียนสามารถบอกโครงสร้างโอห์มมิเตอร์เบื้องต้นได้ (ด้านความรู้-ความจ า) จากรูปใช้ตอบค าถามข้อ 32 32. จากรูปเป็นสภาวะใดของโอห์มมิเตอร์ในขณะใช้งาน ก. ตรวจสอบค่าความต้านทาน ข. ต่อวงจรให้ครบก่อนใช้งาน ค. ปรับแต่งให้พร้อมใช้งาน ง. ถูกทุกข้อ


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 7 โอห์มมิเตอร์ ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 3. นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการหาสเกลโอห์มมิเตอร์ได้ (ด้านความเข้าใจ) 33. ส่วนส าคัญของโอห์มมิเตอร์ที่จะท าให้การใช้งานวัดค่าความต้านทานมี ความถูกต้องมากที่สุดคือส่วนใด ก. ปุ่มปรับโอห์ม ข. ย่านวัดโอห์ม ค. สเกลหน้าปัด ง. ขั้ววัดโอห์ม 4. นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการใช้งานโอห์มมิเตอร์ได้ (ด้านความเข้าใจ) 34. การน าโอห์มมิเตอร์ไปใช้งานประการแรกที่ต้องปฏิบัติคืออะไร ก. ปรับปุ่มปรับโอห์มไปในต าแหน่งค่าต่ าสุด ข. ปรับย่านวัดโอห์มมิเตอร์ไว้สูงสุดก่อนน าไปวัดค่าความต้านทาน ค. ต่อวัดค่าความต้านทานโดยค านึงถึงขั้วบวกลบของโอห์มมิเตอร์ ง. ช็อตปลายสายวัดเข้าด้วยกัน ปรับแต่งโอห์มมิเตอร์ให้พร้อมใช้งาน 5.นักเรียนสามรถอธิบายวิธีการใช้เมกโอห์มและลักษณะ เครื่องวัดความต้านทานแบบบริดจ์ได้ (ด้านความเข้าใจ) 35. ข้อใดสามารถวัดค่าความต้านทาน 15 M ได้ ก. เมกโอห์ม ข. เครื่องวัดความต้านทานแบบบริดจ์ ค. โอห์มมิเตอร์ ง. ถูกทุกข้อ


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 8 มัลติมิเตอร์ ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 1.นักเรียนสามารถบอกลักษณะมัลติมิเตอร์แบบเข็มได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 36. มัลติมิเตอร์ถูกสร้างขึ้นมาจากการรวมมาตรวัดอะไรเข้าด้วยกัน ก. โวลต์มิเตอร์ไฟตรง, โวลต์มิเตอร์ไฟสลับ, โอห์มมิเตอร์ ข. โวลต์มิเตอร์ไฟสลับ, โอห์มมิเตอร์, แอมมิเตอร์ไฟตรง ค. โวลต์มิเตอร์ไฟตรง, โวลต์มิเตอร์ไฟสลับ, แอมมิเตอร์ไฟตรง ง. โวลต์มิเตอร์ไฟตรง, โวลต์มิเตอร์ไฟสลับ, โอห์มมิเตอร์, แอมมิเตอร์ ไฟตรง 2.นักเรียนสามารถบอกส่วนประกอบมัลติมิเตอร์แบบเข็ม ได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 37. สิ่งส าคัญประการแรกของการใช้งานมัลติมิเตอร์คืออะไร ก. การตั้งค่าถูกต้อง ข. การวัดค่าถูกต้อง ค. การใช้งานถูกต้อง ง. การอ่านค่าถูกต้อง 3.นักเรียนสามารถบอกรายละเอียดสเกลหน้าปัดมัลติ มิเตอร์แบบเข็มได้ (ด้านความเข้าใจ) 38. กระจกเงาที่หน้าปัดมัลติมิเตอร์แบบเข็มมีไว้เพื่ออะไร ก. เพิ่มความสวยงามให้มัลติมิเตอร์ ข. แยกสเกลแสดงค่าปริมาณไฟฟ้าออกจากกัน ค. ช่วยการอ่านปริมาณไฟฟ้ามีความถูกต้องที่สุด ง. ช่วยสะท้อนแสงส่องเข็มชี้ให้เห็นชัดเจนมากขึ้น


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 8 มัลติมิเตอร์ ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 4.นักเรียนสามารถสามารถบอกข้อควรระวังในการใช้มัลติ มิเตอร์แบบเข็มได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 39. การวัดปริมาณไฟฟ้าที่ต้องค านึงขั้ววัดให้ถูกต้องทุกครั้งคือการวัดปริมาณ ไฟฟ้าอะไร ก. ข. ACV ค. DCmA ง. ถูกทุกข้อ 5.นักเรียนสามารถสามารถอธิบายการใช้งานมัลติมิเตอร์ แบบเข็มได้ (ด้านความเข้าใจ) 40. การอ่านค่าความต้านทานในย่านตั้งวัดที่ 2.5 V ของมัลติมิเตอร์ต้องอ่านค่า อย่างไร ก. อ่านค่าโดยตรง ข. ใช้ 0.01 คูณค่าที่อ่านได้ ค. ใช้ 0.1 คูณค่าที่อ่านได้ ง. ใช้ 100 คูณค่าที่อ่านได้


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 9 ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 1.นักเรียนสามารถบอกหลักการท างานดิจิตอลมิเตอร์ได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 41. ข้อใดไม่ใช่หลักการท างานของดิจิตอลมิเตอร์ ก. ภาคลดทอนสัญญาณ ข. ภาคแปลงสัญญาณ ค. ภาคแสดงผล ง. ภาครับสัญญาณ 2.นักเรียนสามารถบอกลักษณะดิจิตอลมัลติมิเตอร์ได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 42. คุณลักษณะของดิจิตอลมัลติมิเตอร์แบบย่านวัดอัตโนมัติข้อใดถูกต้อง ก. การหมุนเปลี่ยนย่านวัดเป็นไปอย่างอัตโนมัติ ข. ย่านวัดปรับเปลี่ยนปริมาณไฟฟ้าที่ตั้งวัดจากต่ าไปหาสูงได้เอง ค. ย่านวัดปรับเปลี่ยนชนิดของปริมาณไฟฟ้าได้เองให้ตรงกับที่วัด ง. เป็นดิจิตอลมัลติมิเตอร์ที่ท างานอย่างอัตโนมัติโดยเพียงสวิตช์ 43. คุณลักษณะของดิจิตอลมัลติมิเตอร์แบบต้องปรับแต่งย่านวัดข้อใดถูกต้อง ก. การหมุนเปลี่ยนย่านวัดแต่ละปริมาณไฟฟ้าเป็นไปอย่างอัตโนมัติ ข. ย่านวัดปรับเปลี่ยนปริมาณไฟฟ้าที่ตั้งวัดจากต่ าไปหาสูงปรับครั้งเดียว ค. ควบคุมการปรับเปลี่ยนขั้วต่อขั้ววัดให้เหมาะสมกับความต้องการของ ตัวผู้วัด ง. ควบคุมการปรับเปลี่ยนย่านวัดแต่ละปริมาณไฟฟ้าให้เหมาะสมด้วยตัว ผู้วัดเอง


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 9 ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 3.นักเรียนสามารถอธิบายส่วนประกอบดิจิตอลมัลติ มิเตอร์ได้ (ด้านความเข้าใจ) จากรูปใช้ตอบค าถามข้อ 44-45 44. ต้องการวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ จะต้องเสียบสายวัดเข้าที่ขั้วเสียบใด ก. 3 และ 4 ข. 3 และ 5 ค. 4 และ 5 ง. ถูกทุกข้อ 45. ต้องการวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง จะต้องเสียบสายวัดเข้าที่ขั้วเสียบใด ก. 3 และ 4 ข. 3 และ 5 ค. 4 และ 5 ง. ถูกทุกข้อ


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 10 มาตรวัดก าลังไฟฟ้า ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 1.นักเรียนสามารถอธิบายค่าก าลังไฟฟ้าได้ (ด้านความเข้าใจ) 46. ความหมายของก าลังไฟฟ้าข้อใดถูกต้อง ก. การจ่ายพลังงานไฟฟ้าท าให้อิเล็กตรอนเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปอีกจุด หนึ่ง ข. อัตราของงานที่ถูกกระท าโดยมีแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าจ่ายให้ วงจร ค. ก าลังที่เกิดขึ้นจากการใช้พลังงานไฟฟ้าในเวลาที่ก าหนด ง. ถูกทุกข้อ 2.นักเรียนสามารถบอกโครงสร้างวัตต์มิเตอร์ได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 47. วัตต์มิเตอร์แบบอิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์มีโครงสร้างข้อใดถูกต้อง ก. ขดลวดแรงดัน 1 ขด ขดลวดกระแส 1 ขด ข. ขดลวดแรงดัน 1 ขด ขดลวดกระแส 2 ขด ค. ขดลวดแรงดัน 2 ขด ขดลวดกระแส 1 ขด ง. ขดลวดแรงดัน 2 ขด ขดลวดกระแส 2 ขด 48. โครงสร้างของวัตต์มิเตอร์ใช้หลักการท างานของอะไร ก. โอห์มมิเตอร์ ข. ดาร์สันวาล์มิเตอร์ ค. ไดนาโมมิเตอร์ไฟฟ้า ง. โวลต์มิเตอร์และแอมมิเตอร์


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 10 มาตรวัดก าลังไฟฟ้า ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 3.นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะวาร์มิเตอร์และเพาเวอร์ แฟกเตอร์ได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 49. วาร์มิเตอร์ที่สร้างขึ้นมาใช้งานจะน าไปวัดค่าก าลังไฟฟ้าใด ก. ก าลังไฟฟ้าจริง ข. ก าลังไฟฟ้ารวม ค. ก าลังไฟฟ้าปรากฏ ง. ก าลังไฟฟ้าตอบสนอง 4.นักเรียนสามารถอธิบายวัตต์อาวร์มิเตอร์ได้ (ด้านความเข้าใจ) 50. วัตต์อาวร์มิเตอร์ใช้ส าหรับวัดค่าปริมาณไฟฟ้าใด ก. พลังงานไฟฟ้าใช้งานตามบ้านและโรงงานอุตสาหกรรม ข. แรงดันไฟฟ้าต่ าสุดและแรงดันไฟฟ้าสูงสุดขณะท างาน ค. สนามไฟฟ้าเกิดขึ้นสูงสุดในขณะท างาน ง. เพาเวอร์แฟกเตอร์ของอุปกรณ์ไฟฟ้า


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 11 ออสซิลโลสโคป ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 1.นักเรียนสามารถบอกคุณลักษณะของออสซิลโลสโคปได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 51. ออสซิลโลสโคปท างานแตกต่างจากมัลติมิเตอร์ในส่วนใด ก. แสดงรูปร่างสัญญาณไฟฟ้าแบบต่างๆได้ ข. วัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงได้ ค. วัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับได้ ง. ไม่มีข้อถูก 2.นักเรียนสามารถอธิบายโครงสร้างของออสซิลโลสโคป ได้ (ด้านความเข้าใจ) 52. ออสซิลโลสโคปไม่สามารถวัดค่าใดได้โดยตรง ก. แรงดัน ข. ความต้านทาน ค. ค่าเวลาและคาบเวลา ง. ผลต่างทางเฟสของ 2 สัญญาณ 3.นักเรียนสามรถบอกหน้าที่การท างานของขั้วต่อและปุ่ม ปรับได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 53. การปรับลดทอนความแรงของสัญญาณทางแนวตั้งของออสซิลโลสโคปต้อง ปรับที่ปุ่มใด ก. LEVEL ข. VERT. ATT ค. TIME / DIV ง. POSITION


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 11 ออสซิลโลสโคป ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 4.นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการวัดแรงดันไฟฟ้า เวลา ความถี่ สัญญาณไฟฟ้าด้วยวิธีลิสซาจัวส์ได้ (ด้านความเข้าใจ) 54. แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับที่วัดค่าด้วยออสซิลโลสโคปจะอ่านค่าออกมาใน หน่วยใด ก. Vp ข. Vpp ค. Vrms ง. Vp และ Vpp 55. วัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงด้วยออสซิลโลสโคป เส้นแสงเลื่อนขึ้นจาก ต าแหน่งเดิม 3 DIV ตั้งย่าน VOLT / DIV ที่ 5 V จะวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง ออกมาได้เท่าไร ก. 1.67 V ข. 50 Vpp ค. 5 V ง. 15 V


ตารางจ าแนกแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านพุทธิพิสัย) ชื่อวิชา เครื่องวัดไฟฟ้า หน่วยที่ 12 เครื่องก าเนิดสัญญาณ ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แบบทดสอบ 1.นักเรียนสามารถบอกรูปร่างสัญญาณไฟฟ้าชนิดต่างๆได้ (ด้านความรู้-ความจ า) 56. รูปร่างสัญญาณพื้นฐานชนิดใดไม่ถูกก าเนิดขึ้นมาจากเครื่องก าเนิดสัญญาณ ก. ข. ค. ง. 2.นักเรียนสามารถอธิบายคุณลักษณะเครื่องก าเนิดความถี่ เสียงและความถี่วิทยุได้ 3.นักเรียนสามารถอธิบายคุณลักษณะเครื่องก าเนิด สัญญาณพัลส์ สัญญาณหลายชนิด สัญญาณกวดได้ (ด้านความเข้าใจ) 57. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติที่ดีของเครื่องก าเนิดสัญญาณ ก. สัญญาณจ่ายออกมาเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ข. สัญญาณก าเนิดขึ้นมาต้องไม่มีสัญญาณรบกวน ค. ความถี่ก าเนิดขึ้นมาต้องคงที่ และสามารถอ่านค่าได้ ง. ควบคุมความแรงสัญญาณได้ตั้งแต่ค่าน้อยไปหาค่ามาก 58. เครื่องก าเนิดสัญญาณไม่สามารถน าไปใช้งานประเภทใด ก. แหล่งก าเนิดความแรงอ้างอิง ข. เปรียบเทียบสัญญาณ ค. ตรวจสอบสัญญาณ ง. ปรับแต่งสัญญาณ 59. วงจรให้ก าเนิดสัญญาณพัลส์สร้างขึ้นมาจากวงจรชนิดใด ก. จูนเนอร์ ข. ออสซิสเลเตอร์ ค. แอมปลิไฟเออร์ ง. มัลติไวเบรเตอร์ 60. เครื่องก าเนิดสัญญาณหลายชนิดให้ก าเนิดรูปคลื่นมาตรฐานชนิดใดบ้าง ก. พัลส์ ไซน์ กระตุ้น ข. ไซน์ สี่เหลี่ยม พัลส์ ค. ไซน์ สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ง. พัลส์ สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม


แบบทดสอบ วิชา 2104-2004 เครื่องวัดไฟฟ้า ข้อสอบปรนัย จ านวน 60 ข้อ ค าสั่ง ให้เลือกค าตอบที่ถูกที่สุดเพียงหนึ่งตัวเลือกเท่านั้น 1. เลขยกก าลัง 6 10 มีค่าตัวเลขเท่าใด ก. 100 ข. 1,000 ค. 1,000,000 ง. 1,000,000,000 2. เครื่องมือวัดพื้นฐานทั่วไปใช้วิธีการวัดทางใด ก. ทางเทคนิค ข. ทางฟิสิกส์ ค. ทางไฟฟ้า ง. ทางแมคคานิกส์ 3. เครื่องมือวัดสามารถวัดค่าซ้ าๆ กันอยู่ในค่าที่ก าหนดไว้ แสดงว่าเครื่องมือวัดตัวนี้มีคุณสมบัติของอะไร ก. ความไว ข. ความแม่นย า ค. ความเที่ยวตรง ง. การแยกรายละเอียด 4. ข้อบกพร่องเกิดจากผลการเตรียมเครื่องมือวัดไม่เหมาะสมกับการใช้งาน เกิดจากสาเหตุใด ก. ค่าผิดพลาดของระบบ ข. ค่าผิดพลาดที่ไม่แน่นอน ค. ค่าผิดพลาดจากความแม่นย า ง. ค่าผิดพลาดจากความประมาท 5. ข้อบกพร่องเกิดจากผลการใช้เครื่องมือวัดไม่เหมาะสมกับการใช้งาน เกิดจากสาเหตุใด ก. ค่าผิดพลาดของระบบ ข. ค่าผิดพลาดที่ไม่แน่นอน ค. ค่าผิดพลาดจากความแม่นย า ง. ค่าผิดพลาดจากความประมาท 6. กฎมือซ้ายของเฟรมมิ่งที่กล่าวว่า กางนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง ของมือซ้ายออก โดยให้นิ้วทั้งสามตั้งฉาก ซึ่งกัน ใช้ในการหาค่าสิ่งใด ก. การชักน าสนามแม่เหล็ก ข. ความต้านทานในการเกิดไฟฟ้า ค. การเคลื่อนที่ของแม่เหล็กไฟฟ้า ง. การเกิดเส้นแรงแม่เหล็กรอบตัวน า 7. ส่วนใดไม่ใช่เป็นส่วนโครงสร้างการบ่ายเบนของดาร์สันวาล์มิเตอร์ ก. สปริง ข. สเกล ค. แม่เหล็กถาวร ง. ขดลวดเคลื่อนที่ 8. อาร์เมเจอร์ของดาร์สันวาล์มิเตอร์ชนิดพื้นฐาน ถูกควบคุมการบ่ายเบนกลับต าแหน่งปกติขณะไม่ท างานด้วย อุปกรณ์ใด ก. สปริง ข. แม่เหล็กถาวร ค. แถบโลหะแบน ง. ขดลวดเคลื่อนที่ 9. การบ่ายเบนไปของเข็มชี้มาตรวัดข้อใดกล่าวไว้ถูกต้อง ก. จ านวนรอบขดลวดเคลื่อนที่น้อยเข็มชี้บ่ายเบนมาก ข. อ านาจแม่เหล็กถาวรน้อยเข็มชี้บ่ายเบนน้อย ค. จ่ายแรงดันไฟฟ้ามากเข็มชี้บ่ายเบนน้อย ง. จ่ายกระแสไฟฟ้าน้อยเข็มชี้บ่ายเบนมาก


10. สาเหตุความผิดพลาดที่ส าคัญมากและเกิดได้บ่อยครั้งในการใช้มาตรวัดคืออะไร ก. ตัวผู้วัด ข. การเสื่อมอายุ ค. ความร้อนในตัวมาตรวัด ง. การเสียดสีของส่วนเคลื่อนไหว 11. การน าดาร์สันวาล์มิเตอร์ไปวัดกระแสไฟฟ้าในข้อใดถูกต้อง ก. ไม่สามารถวัดกระแสไฟฟ้าได้ ข. วัดกระแสไฟฟ้ากระแสตรงค่าน้อยได้ ค. วัดกระแสไฟฟ้ากระแสสลับค่าน้อยได้ ง. วัดกระแสไฟฟ้าได้ทุกชนิดในปริมาณน้อย 12. ดีซีแอมมิเตอร์ที่สร้างมาใช้งานสามารถวัดกระแสไฟฟ้าในปริมาณเท่าไร ก. ไมโครแอมแปร์ ข. มิลลิแอมแปร์ ค. แอมแปร์ ง. ถูกทุกข้อ 13. สเกลของดีซีแอมมิเตอร์โดยทั่วไปมีลักษณะใด ก. ค่าตัวเลขก ากับบนสเกลเรียงค่าน้อยทางขวาไปค่าค่ามากทางซ้าย ข. ขณะไม่วัดค่าเข็มชี้ชี้อยู่ทางขวาของสเกล ค. แต่ละช่องสเกลมีระยะห่างเท่ากัน ง. มีค่าศูนย์อยู่ทางขวาของสเกล 14. โครงสร้างดีซีแอมมิเตอร์ที่ต้องการท าให้วัดกระแสไฟฟ้าได้สูงขึ้นต้องท าอย่างไร ก. ใช้ตัวต้านทานค่าน้อยต่อขนาน ข. ใช้ตัวต้านทานค่ามากต่อขนาน ค. ใช้ตัวต้านทานค่าน้อยต่ออนุกรม ง. ใช้ตัวต้านทานค่ามากต่ออนุกรม จากรูปใช้ตอบค าถามข้อ 15 15. จากรูป สมการของวงจรข้อใดถูกต้อง ก. E E E AB SH M ข. I R I R SH SH M M ค. E IR AB SH ง. I I I SH M 16. ดีซีโวลต์มิเตอร์ที่สร้างมาใช้งานสามารถวัดค่าปริมาณไฟฟ้าได้ในหน่วยใด ก. มิลลิโวลต์ ข. กิโลโวลต์ ค. โวลต์ ง. ถูกทุกข้อ 17. ดีซีโวลต์มิเตอร์สร้างขึ้นมาเพื่อใช้วัดปริมาณไฟฟ้าประเภทใด ก. ก าลังไฟฟ้า ข. แรงดันไฟฟ้า ค. กระแสไฟฟ้า ง. ความต้านไฟฟ้า 18. ดีซีโวลต์มิเตอร์ที่สร้างมาใช้งานจะต้องมีค่าความต้านทานรวมภายในมาตรวัดเท่าไร ก. ศูนย์ ข. น้อย ค. มาก ง. ปานกลาง


19. โครงสร้างดีซีโวลต์มิเตอร์ต้องการให้วัดแรงดันไฟฟ้าได้สูงมากขึ้นต้องท าอย่างไร ก. ใช้ตัวต้านทานค่ามากต่ออนุกรม ข. ใช้ตัวต้านทานค่าน้อยต่ออนุกรม ค. ใช้ตัวต้านทานค่ามากต่อขนาน ง. ใช้ตัวต้านทานค่าน้อยต่อขนาน จากรูปใช้ตอบค าถามข้อ 20 20. จากรูป สมการของวงจรข้อใดถูกต้อง ก. I I I FS M S ข. E I (R R ) FS FS S M ค. E I R R FS FS S M ง. E (I I )(R R ) FS FS M S M 21. การน าไดโอดมาใช้งานในเอซีโวลต์มิเตอร์คุณสมบัติของไดโอดข้อใดถูกต้อง ก. ใช้ขาแอโนดเป็นอินพุตได้ไฟลบออกมา ข. ใช้ขาแคโทดเป็นอินพุตได้ไฟบวกออกมา ค. ใช้ขาแคโทดเป็นเอาต์พุตได้ไฟบวกออกมา ง. ใช้ขาแอโนดเป็นเอาต์พุตได้ไฟบวกออกมา 22. ปริมาณไฟฟ้ากระแสสลับแสดงค่าบนสเกลเอซีโวลต์มิเตอร์เป็นค่าปริมาณไฟฟ้าใด ก. ค่ายอด ข. ค่าเฉลี่ย ค. ค่ายอดถึงยอด ง. ค่าอาร์เอ็มเอส 23. ปริมาณไฟฟ้ากระแสสลับค่าใดผ่านขดลวดเคลื่อนที่ของเอซีโวลต์มิเตอร์ ท าให้เข็มชี้บ่ายเบนไปชี้ค่านั้น ออกมา ก. ค่ายอด ข. ค่าเฉลี่ย ค. ค่ายอดถึงยอด ง. ค่าอาร์เอ็มเอส 24. อุปกรณ์ใดภายในเอซีโวลต์มิเตอร์ เป็นตัวเรียงกระแส ก. เอสซีอาร์ ข. ทรานซิสเตอร์ ค. ไดโอด ง. ไทริสเตอร์ 25. วงจรเรียงกระแสเต็มบริดจ์และครึ่งบริดจ์ใช้ในเอซีโวลต์มิเตอร์ส่วนใดแตกต่างกัน ก. สัญญาณไฟฟ้าผ่านเอซีโวลต์มิเตอร์เป็นชนิดเต็มคลื่นและครึ่งคลื่น ข. กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเอซีโวลต์มิเตอร์เป็น 63.6 % และ 31.8 % ค. สร้างเป็นมิเตอร์วัดแรงดันไฟฟ้าและวัดกระแสไฟฟ้า ง. ใช้ไดโอดท างานในแต่ละครั้ง 2 ตัวและ 1 ตัว 26. การบ่ายเบนของเข็มชี้ในมาตรวัดขึ้นอยู่ปริมาณใด ก. แรงดันไฟฟ้า ข. กระแสไฟฟ้า ค. ความต้านทานไฟฟ้า ง. ถูกทุกข้อ


27. เมื่อน าดาร์สันวาล์มิเตอร์ไปวัดไฟฟ้ากระแสสลับจะต้องท าอย่างไร ก. ใช้งานได้โดยตรงไม่ต้องต่อเพิ่ม ข. ต่อไดโอดขนานกับขดลวดเคลื่อนที่ ค. ต่อไดโอดอนุกรมกับขดลวดเคลื่อนที่ ง. ต่อตัวต้านทานอนุกรมกับขดลวดเคลื่อนที่ 28. มาตรวัดชนิดใดที่ส่วนเคลื่อนไหวเป็นท่อนเหล็กเคลื่อนที่ ควบคุมให้เข็มชี้บ่ายเบน ก. แคลมป์ ข. โซลีนอยด์ ค. ขดลวดเอียง ง. แผ่นโลหะผลักเคลื่อนที่ 29. มาตรวัดชนิดใดที่ขณะวัดกระแสไฟฟ้าในวงจรไม่ต้องตัดวงจรออกเพื่อน ามาตรวัดไปต่ออนุกรม ก. แคลมป์ ข. โซลีนอยด์ ค. ขดลวดเอียง ง. เทอร์โมคัปเปิล 30. ส่วนเคลื่อนไหวของมาตรวัดชนิดใดสามารถประยุกต์ใช้งานได้กับวัตต์มิเตอร์ ก. ดาร์สันวาล์มิเตอร์ ข. ไดนาโมไฟฟ้า ค. ขดลวดเอียง ง. ไฟฟ้าสถิต จากรูปใช้ตอบค าถามข้อ 31 31. จากรูปต้องการหาค่า R1 ต้องการทราบค่าอะไรบ้าง ก. A , V ข. A , R2 ค. V , R2 ง. A , E จากรูปใช้ตอบค าถามข้อ 32 32. จากรูปเป็นสภาวะใดของโอห์มมิเตอร์ในขณะใช้งาน ก. ตรวจสอบค่าความต้านทาน ข. ต่อวงจรให้ครบก่อนใช้งาน ค. ปรับแต่งให้พร้อมใช้งาน ง. ถูกทุกข้อ


33. ส่วนส าคัญของโอห์มมิเตอร์ที่จะท าให้การใช้งานวัดค่าความต้านทานมีความถูกต้องมากที่สุดคือส่วนใด ก. ปุ่มปรับโอห์ม ข. ย่านวัดโอห์ม ค. สเกลหน้าปัด ง. ขั้ววัดโอห์ม 34. การน าโอห์มมิเตอร์ไปใช้งานประการแรกที่ต้องปฏิบัติคืออะไร ก. ปรับปุ่มปรับโอห์มไปในต าแหน่งค่าต่ าสุด ข. ปรับย่านวัดโอห์มมิเตอร์ไว้สูงสุดก่อนน าไปวัดค่าความต้านทาน ค. ต่อวัดค่าความต้านทานโดยค านึงถึงขั้วบวกลบของโอห์มมิเตอร์ ง. ช็อตปลายสายวัดเข้าด้วยกัน ปรับแต่งโอห์มมิเตอร์ให้พร้อมใช้งาน 35. ข้อใดสามารถวัดค่าความต้านทาน 15 M ได้ ก. เมกโอห์ม ข. เครื่องวัดความต้านทานแบบบริดจ์ ค. โอห์มมิเตอร์ ง. ถูกทุกข้อ 36. มัลติมิเตอร์ถูกสร้างขึ้นมาจากการรวมมาตรวัดอะไรเข้าด้วยกัน ก. โวลต์มิเตอร์ไฟตรง, โวลต์มิเตอร์ไฟสลับ, โอห์มมิเตอร์ ข. โวลต์มิเตอร์ไฟสลับ, โอห์มมิเตอร์, แอมมิเตอร์ไฟตรง ค. โวลต์มิเตอร์ไฟตรง, โวลต์มิเตอร์ไฟสลับ, แอมมิเตอร์ไฟตรง ง. โวลต์มิเตอร์ไฟตรง, โวลต์มิเตอร์ไฟสลับ, โอห์มมิเตอร์, แอมมิเตอร์ไฟตรง 37. สิ่งส าคัญประการแรกของการใช้งานมัลติมิเตอร์คืออะไร ก. การตั้งค่าถูกต้อง ข. การวัดค่าถูกต้อง ค. การใช้งานถูกต้อง ง. การอ่านค่าถูกต้อง 38. กระจกเงาที่หน้าปัดมัลติมิเตอร์แบบเข็มมีไว้เพื่ออะไร ก. เพิ่มความสวยงามให้มัลติมิเตอร์ ข. แยกสเกลแสดงค่าปริมาณไฟฟ้าออกจากกัน ค. ช่วยการอ่านปริมาณไฟฟ้ามีความถูกต้องที่สุด ง. ช่วยสะท้อนแสงส่องเข็มชี้ให้เห็นชัดเจนมากขึ้น 39. การวัดปริมาณไฟฟ้าที่ต้องค านึงขั้ววัดให้ถูกต้องทุกครั้งคือการวัดปริมาณไฟฟ้าอะไร ก. ข. ACV ค. DCmA ง. ถูกทุกข้อ 40. การอ่านค่าความต้านทานในย่านตั้งวัดที่ 2.5 V ของมัลติมิเตอร์ต้องอ่านค่าอย่างไร ก. อ่านค่าโดยตรง ข. ใช้ 0.01 คูณค่าที่อ่านได้ ค. ใช้ 0.1 คูณค่าที่อ่านได้ ง. ใช้ 100 คูณค่าที่อ่านได้ 41. ข้อใดไม่ใช่หลักการท างานของดิจิตอลมิเตอร์ ก. ภาคลดทอนสัญญาณ ข. ภาคแปลงสัญญาณ ค. ภาคแสดงผล ง. ภาครับสัญญาณ


42. คุณลักษณะของดิจิตอลมัลติมิเตอร์แบบย่านวัดอัตโนมัติข้อใดถูกต้อง ก. การหมุนเปลี่ยนย่านวัดเป็นไปอย่างอัตโนมัติ ข. ย่านวัดปรับเปลี่ยนปริมาณไฟฟ้าที่ตั้งวัดจากต่ าไปหาสูงได้เอง ค. ย่านวัดปรับเปลี่ยนชนิดของปริมาณไฟฟ้าได้เองให้ตรงกับที่วัด ง. เป็นดิจิตอลมัลติมิเตอร์ที่ท างานอย่างอัตโนมัติโดยเพียงสวิตช์ 43. คุณลักษณะของดิจิตอลมัลติมิเตอร์แบบต้องปรับแต่งย่านวัดข้อใดถูกต้อง ก. การหมุนเปลี่ยนย่านวัดแต่ละปริมาณไฟฟ้าเป็นไปอย่างอัตโนมัติ ข. ย่านวัดปรับเปลี่ยนปริมาณไฟฟ้าที่ตั้งวัดจากต่ าไปหาสูงปรับครั้งเดียว ค. ควบคุมการปรับเปลี่ยนขั้วต่อขั้ววัดให้เหมาะสมกับความต้องการของตัวผู้วัด ง. ควบคุมการปรับเปลี่ยนย่านวัดแต่ละปริมาณไฟฟ้าให้เหมาะสมด้วยตัวผู้วัดเอง จากรูปใช้ตอบค าถามข้อ 44-45 44. ต้องการวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ จะต้องเสียบสายวัดเข้าที่ขั้วเสียบใด ก. 3 และ 4 ข. 3 และ 5 ค. 4 และ 5 ง. ถูกทุกข้อ 45. ต้องการวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง จะต้องเสียบสายวัดเข้าที่ขั้วเสียบใด ก. 3 และ 4 ข. 3 และ 5 ค. 4 และ 5 ง. ถูกทุกข้อ 46. ความหมายของก าลังไฟฟ้าข้อใดถูกต้อง ก. การจ่ายพลังงานไฟฟ้าท าให้อิเล็กตรอนเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ข. อัตราของงานที่ถูกกระท าโดยมีแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าจ่ายให้วงจร ค. ก าลังที่เกิดขึ้นจากการใช้พลังงานไฟฟ้าในเวลาที่ก าหนด ง. ถูกทุกข้อ 47. วัตต์มิเตอร์แบบอิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์มีโครงสร้างข้อใดถูกต้อง ก. ขดลวดแรงดัน 1 ขด ขดลวดกระแส 1 ขด ข. ขดลวดแรงดัน 1 ขด ขดลวดกระแส 2 ขด ค. ขดลวดแรงดัน 2 ขด ขดลวดกระแส 1 ขด ง. ขดลวดแรงดัน 2 ขด ขดลวดกระแส 2 ขด


Click to View FlipBook Version