เวลาและการแบ่งยุคสมยั ทางประวตั ศิ าสตร์สากล
• เวลาและการแบ่งยุคสมยั ทางประวตั ศิ าสตร์สากล
• วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
• หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์
• การทามมั มี่
• 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
• ประชาคมอาเซียน
เวลาและการแบ่งยุคสมยั ทางประวตั ิศาสตร์สากล
เวลาและการแบ่งยุคสมยั ทางประวตั ศิ าสตร์สากล
• ความสาคญั ของเวลาและยุคสมยั ทางประวตั ศิ าสตร์
• การนับและการเทยี บศักราชในประวตั ศิ าสตร์สากล
• การแบ่งยคุ สมยั ทางประวตั ศิ าสตร์ตะวนั ตก
• การแบ่งยคุ สมยั ทางประวตั ศิ าสตร์ตะวนั ออก
• ตวั อย่างเวลาและยุคสมยั ทป่ี รากฏในหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์สากล
ความสาคญั ของเวลาและยุคสมยั
• ทาให้เกดิ ความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าเกย่ี วกบั อดตี
• ทาให้เกดิ ความเข้าใจเหตุการณ์ทางประวตั ศิ าสตร์ตรงกนั
• ทาให้เห็นถงึ ลกั ษณะสาคญั ของเวลาแต่ละช่วง
“
การนับและการเทียบศักราชของโลกตะวนั ตก
ศกั ราชสากลท่ีนิยมใชก้ นั แพร่หลายที่สุด คือ คริสต์ศักราช
• คริสตศ์ กั ราชที่ 1 เริ่มนบั ในปี ที่พระเยซูถือกาเนิด
• ปี ก่อนพระเยซูถือกาเนิด เรียกวา่ Before Christ ยอ่ B.C.
• ผเู้ ริ่มวธิ ีการนบั ค.ศ. คนแรก คือ ไดโอนิซิอุส เอซิกอุ ุส
• ผเู้ ริ่มนบั เวลาก่อนปี ถือกาเนิดของพระเยซู คือ บีด
• การใชค้ ริสตศ์ กั ราชไดร้ ับความนิยมในช่วงการ
ขยายอานาจของลทั ธิจกั รวรรดินิยมในปลาย
คริสตศ์ ตวรรษที่ 19 เป็นตน้ มา
การนับและการเทียบศักราชของโลกตะวนั ออก
การนับศักราชแบบจนี
✘ จีนมีระบบปฏิทินยอ้ นหลงั เกือบ 4,000 ปี มาแลว้
เป็นระบบจนั ทรคติ หรือยดึ พระจนั ทร์เป็นหลกั
✘ การนบั ช่วงสมยั ของจีนยดึ ตามปี ท่ี
ครองราชสมบตั ิของจกั รพรรดิ
ปัจจุบนั การนบั ช่วงเวลาดงั กล่าว
จีนเลิกใชแ้ ลว้ แต่ญ่ีป่ ุนยงั ใชอ้ ยู่ ภาพวาดชาวจีนโบราณอาศัยความรู้ทางดาราศาสตร์เข้า
มาช่วยในการคานวณวนั เวลาในรอบปี
การนับศักราชแบบอนิ เดยี พระเจา้ กนิษกะ
• เป็ นการนับโดยอาศัยการข้ึนครองราชสมบตั ิ
เป็ นสาคญั
• ในสมัยพระเจ้ากนิษกะ ถือเป็ นการเริ่ มต้น
ศักราช กนิ ษกะ หรื อศก ต่อมาเรี ยกว่า
มหาศักราช ซ่ึงเป็ นที่ยอมรับและใช้กันอย่าง
แพร่หลาย
• ปัจจุบนั อินเดียใชค้ ริสตศ์ กั ราชตามแบบสากล
การนับศักราชแบบศาสนาอสิ ลาม
✘ เรียกวา่ ฮิจเราะห์ศกั ราช
✘ เริ่มนบั เม่ือท่านนบีมุฮมั หมดั กระทา
ฮิจเราะห์จากเมืองเมกกะไปเมืองเมดินะ
✘ ใชร้ ะบบจนั ทรคติเป็นเกณฑ์
ภาพเมืองเมกกะ ประเทศซาอุดอิ าระเบยี
สมัยก่อนประวตั ิศาสตร์ จติ รกรรมฝาผนังทถี่ ้าลาโกซ์ ประเทศฝร่ังเศส เป็ นหลักฐาน
ท่ีแ สดง ให้ เห็ น ถึง พัฒ น าก า ร ข อ ง ม นุ ษ ย์ ยุ คหิน เก่ าที่รู้ จัก
ยุคหินเก่า สร้างสรรค์ผลงานศิลปะทส่ี วยงาม
• ชื่อยคุ มาจากการคน้ พบเครื่องมือท่ีมนุษยย์ คุ น้นั ใช้
• มนุษยย์ ุคหินเก่าเป็ นพวกเร่ร่อน ล่าสัตว์ อาศยั อย่ตู ามเพิงผา
มีผนู้ าชนเผา่ อยรู่ วมกนั เป็นกลุ่ม
• มนุษยย์ คุ หินเก่ามีพฒั นาการดา้ นการใช้สติปัญญา มีภาษาพูด
มีพธิ ีการฝังศพ
• มีการสร้างสรรคง์ านศิลปะ โดยการวาดภาพบนฝาผนัง และ
รู้จกั ใชไ้ ฟ
ยุคหินกลาง
• อายปุ ระมาณ 8 พนั ปี ก่อนคริสตศ์ กั ราช
• เร่ิมรู้จกั เพาะปลูกและเล้ียงสตั วแ์ บบง่ายๆ
• ภาพจิตรกรรมผนงั ถ้ามีความซบั ซอ้ นมากข้ึน จุดมุ่งหมายเพ่ือ
พิธีกรรมความเช่ือเร่ืองวิญญาณ
ยุคหินใหม่ ภ า พ ว า ด จิ น ต น า ก า ร ก า ร ด า ร ง ชี วิ ต ข อ ง
มนุษย์ยคุ หินใหม่
• ชื่อของยคุ ไดม้ าจากการคน้ พบเคร่ืองมือท่ีมีการทาใหม้ ีความ
เหมาะสมในการดารงชีวิตมากข้ึน
• มนุษยเ์ ขา้ สู่สงั คมเกษตรกรรม รู้จกั เพาะปลูก และการเล้ียงสตั ว์
• มีการต้งั ถ่ินฐานเป็นชุมชน และมีการจดั ระเบียบการปกครอง
เมืองชาทัลฮูยุค ในประเทศตุรกี แหล่งชุมชนยุคหิน
ใหม่ขนาดใหญ่
ยุคโลหะ ภาพวาดมนุษย์ในยุคโลหะ ท่รี ู้จกั นาสาริดมา
หลอมใช้ทาเครื่องมอื
✘ มนุ ษย์รู้ จักนาโลหะมาทาเคร่ื องมือ
เครื่องใช้ โลหะชนิดแรกๆ คือ ทองแดง
ตะกว่ั ต่อมารู้จกั ใชส้ าริด และเหลก็
✘ มีชุมชนใหญร่ ะดบั เมือง มีการจดั ระเบียบ
การปกครอง
✘ แหล่งอารยธรรมเร่ิมแรกอยู่ท่ีลุ่มแม่น้า
ไนล์ ลุ่มแม่น้าไทกริส-ยเู ฟรทีส ลุ่มแม่น้า
สินธุ และลุ่มแม่น้าหวงเหอ
สมยั ประวตั ิศาสตร์
สมัยโบราณ
• เริ่มจากการประดิษฐต์ วั อกั ษรของชาวซูเมเรีย ถึง
การล่มสลายของจกั รวรรดิโรมนั ตะวนั ตก
• เป็ นช่วงเวลาของการสร้างสมอารยธรรมท่ี
ย่ิงใหญ่ของโลกตะวนั ตก ได้แก่ อารยธรรม
เมโสโปเตเมีย อารยธรรมอียิปต์ อารยธรรมกรีก
และอารยธรรมโรมนั
จกั รพรรดิโรมูลสั ออกสั ตุลสั ออกจากบลั ลงั ก์
สมยั กลาง
• นบั จากการสิ้นสุดของจกั รวรรดิโรมนั ตะวนั ตก ถึงการคน้ พบทวปี อเมริกา
ของคริสโตเฟอร์ โคลมั บสั
• สมยั กลางตอนตน้ มีชื่อเรียกอีกอยา่ งหน่ึงวา่ ยุคมดื
สภาพเมอื งและการค้าในสมัยกลาง
สมัยกลาง
• การปกครองในระบอบฟิ วดลั รุ่งเรือง
• ในช่วงคริสตศ์ ตวรรษท่ี 11-13 เมืองและการคา้ ฟ้ื นตวั ประชากรเพ่ิมข้ึนอยา่ งรวดเร็ว มีการจดั ต้งั
มหาวทิ ยาลยั ต่างๆ ปลายสมยั กลางเริ่มมีการฟ้ื นฟศู ิลปวิทยาการ นาไปสู่การปฏิรูปศาสนา
กษตั รยิ ์
ขนุ นาง
อศั วนิ
ชาวนา
ชนช้นั ในระบอบฟิ วดลั
การสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางประวตั ศิ าสตร์สากล
• วธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์
• หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรส์ ากล
ความสาคญั และประโยชน์ของวธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์
• ทาให้สามารถอธบิ ายเหตุการณท์ เี่ กดิ ขน้ึ ในอดตี ได้อยา่ งมรี ะบบ
• ทาให้มหี ลกั เกณฑแ์ ละมกี ารกลน่ั กรองความคดิ อยา่ งเป็ นขน้ั ตอน
• ทาให้เร่ืองราวท่ีนาเสนอมีน้าหนักและน่าเชื่อถือ เพราะส่ิ งที่
สืบค้นจะนบั ได้วา่ เป็ นความรู้ ไมใ่ ช่ขา่ วลอื หรอื เรอื่ งเลา่ ตอ่ กนั มา
ข้นั ตอนของวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์
1. การกาหนดหวั เร่ืองท่จี ะศึกษา
• เรม่ิ จากความสงสัย อยากรู้ หรอื ไมพ่ อใจคาอธบิ ายทม่ี แี ตเ่ ดมิ
• การกาหนดประเด็นควรกาหนดกว้างๆในตอนแรกแล้วกาหนดให้
แคบลงเพอ่ื ความชดั เจนในภายหลงั
• การกาหนดหวั เรอ่ื งอาจเกย่ี วกบั เหตกุ ารณ์ บุคคลสาคญั ในช่วงเวลา
ใดเวลาหน่ึง ทผ่ี ้ศู ึกษาเห็นวา่ สาคญั เหมาะสม
2. การรวบรวมหลกั ฐาน
• รวบรวมหลกั ฐานเกี่ยวกบั หวั ขอ้ ท่ีจะศึกษา
• หลกั ฐานมีท้งั ท่ีเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร และไม่เป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
• หลกั ฐานแบ่งออกเป็นหลกั ฐานช้นั ตน้ และหลกั ฐานช้นั รอง
• หลกั ฐานช้นั รองช่วยใหเ้ ขา้ ใจหลกั ฐานช้นั ตน้ ไดง้ ่ายข้ึน
3. การประเมนิ คุณค่าของหลกั ฐาน
• การวพิ ากษ์วธิ ีภายนอก • การวพิ ากษ์วิธีภายใน
เ ป็ น ข้ั น ต อ น พิ จ า ร ณ า เป็ นการประเมินคุณค่า
เรม่ิ แรก วา่ หลกั ฐานทไ่ี ด้มาน้นั ห ลัก ฐ า น ว่ า ใ ห้ ข้ อ มู ล อ ะ ไ ร แ ก่
เ ป็ น ข อ ง จ ริง ห รือ ข อ ง ป ล อ ม ผู้ค้นคว้าบ้าง ข้อมูลน้ันๆมีความ
หรอื หลกั ฐานทกี่ ลา่ วกนั วา่ บคุ คล น่ า เ ช่ื อ ถื อ ม า ก น้ อ ย เ พี ย ง ใ ด
น้ันเขียนหรือทาข้ึน แท้จริง เป็ นการตรวจสอบองค์ประกอบ
แลว้ เป็ นเช่นน้นั หรอื ไม่ ข อ ง ห ลั ก ฐ า น เ กี่ ย ว กั บ เ ว ล า
สถานทแ่ี ละบคุ คล
4. การวเิ คราะห์ สังเคราะห์และจดั หมวดหมู่ข้อมูล
• ผศู้ ึกษาตอ้ งวเิ คราะห์ขอ้ มลู ในหลกั ฐานน้นั วา่
- ใหข้ อ้ มลู ทางประวตั ิศาสตร์อะไรบา้ ง
- ขอ้ มลู น้นั มีความสมบูรณ์เพียงใด
- ขอ้ มูลน้นั มีจุดหมายเบ้ืองตน้ อยา่ งไร
• จากน้นั นาขอ้ มลู ท้งั หลายมาจดั หมวดหมู่
• ผศู้ ึกษาควรมีความรอบคอบ รอบรู้
และวางตวั เป็นกลางในการศึกษาขอ้ มูล
5. การเรียบเรียงหรือการนาเสนอ
• เพ่ือนาเสนอเหตุการณ์ทางประวตั ิศาสตร์ท่ีศึกษา
• ควรใชศ้ ิลปะในการใชภ้ าษาเพ่อื อธิบายเหตุการณ์อยา่ งมีระบบ
• มีการโตแ้ ยง้ หรือสนบั สนุนผลการศึกษาแต่เดิม โดยมีขอ้ มูลสนบั สนุน
อยา่ งมีน้าหนกั และเป็นกลาง
• สรุปผลการศึกษาวา่ สามารถใหค้ าตอบต่อขอ้ สงสัยไดเ้ พยี งใด
หลกั ฐานช้ันต้นหรือหลกั ฐานปฐมภูมิ
• เกิดข้ึนในช่วงท่ีตอ้ งการจะศึกษา และเขียน
ข้ึนโดยบุคคลท่ีอยรู่ ่วมในเหตุการณ์
• มีท้งั ท่ีเป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร และท่ีไม่เป็ น
ลายลกั ษณ์อกั ษร
• หลักฐานช้ันต้นที่เป็ นลายลักษณ์อักษร
เป็นหลกั ฐานท่ีไดร้ ับความเชื่อถือมาก
โดมใหญ่แห่งโบสถ์เมืองฟลอเรนซ์ จดั เป็ นหลกั ฐานช้นั ตน้ ท่ีไม่
เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร ที่ใหค้ วามรู้เก่ียวกบั ศิลปะสมยั เรเนอซองซ์
หลกั ฐานช้ันรองหรือหลกั ฐานทุตยิ ภูมิ
• เป็นหลกั ฐานท่ีทาข้ึนภายหลงั จากเหตุการณ์
• หลกั ฐานช้นั รองมีท้งั ท่ีเป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร และไม่เป็ น
ลายลกั ษณ์อกั ษร
• การระบุว่าหลกั ฐานที่มีอยู่เป็ นหลกั ฐานช้ันตน้ หรือช้ัน
รองน้ัน ให้คานึงว่าหลักฐานน้ันผลิตข้ึนหรือมีอยู่ร่วม
สมยั กบั เหตุการณ์ที่ตอ้ งการศึกษาหรือไม่ และไม่มีการ
เรียบเรียงข้ึนมาใหม่
หนงั สือท่ีมีการรวบรวมขอ้ มูลและตีพิมพภ์ ายหลงั จดั เป็ น
หลกั ฐานช้นั รองที่เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
ตัวอย่างหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์สากล
สมัยโบราณ
• ผลงานสาคัญในสมัยน้ี คือ สงครามเปอร์เซีย
ของเฮโรโดตุส
• วิธีการเขียนประวตั ิศาสตร์ของเฮโรโดตุส ไดถ้ ูกใช้
เป็นมาตรฐานการเขียนประวตั ิศาสตร์ในสมยั ต่อมา
เฮโรโดตุส
สมยั กลาง
1.ประวัติศาสตร์ของพวกแฟรงก์ เขียนโดยบาทหลวง
เกรเกอรีแห่งเมืองตรู ์ อธิบายความเปล่ียนแปลงของพวกแฟรงก์
จากการเป็นอนารยชนมาเป็นการต้งั อาณาจกั รใหเ้ ป็นเอกภาพ
2. แมกนา คาร์ตา เป็นกฎบตั รเพ่อื จากดั พระราชอานาจ
ของกษัตริ ย์ อีกท้ังเป็ นการประกันสิ ทธิและเสรี ภาพของ
ประชาชนไม่ใหถ้ กู เจา้ หนา้ ที่รัฐรังแก
แมกนา คาร์ตา หลักฐานทางประวัติศาสตร์เก่ียวกับ
การเมืองการปกครองขององั กฤษ
สมยั ใหม่
1. คาประกาศอสิ รภาพของสหรัฐอเมริกา เป็นหลกั ฐานทาง
ประวตั ิศาสตร์ที่สาคัญมาก เพราะเป็ นการประกาศสิทธิพ้ืนฐานของ
มนุษยชน
2. รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา มีความสาคญั ต่อ
รูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยในประเทศต่างๆ
ร่ างคาประกาศอิสรภาพ
ของสหรัฐอเมริกา
3. ประวัติศาสตร์ความเส่ือมและการสิ้นสุดของ
จกั รวรรดโิ รมนั โดยเอด็ วาร์ด กิบบอน ไดส้ รุปปัจจยั สาคญั ท่ีทาให้
จกั รวรรดิโรมนั เส่ือมและสิ้นสุด คือ การขยายตวั ของคริสตศ์ าสนา รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา
สมัยปัจจุบนั
1. อารยธรรมและทุนนิยม คริสต์ศตวรรษท่ี 15-18 โดย เฟอร์นานด์ โบรเดล ชาวฝรั่งเศส เห็นวา่
วธิ ีการเขียนประวตั ิศาสตร์ท่ีดี คือ ความพยายามเขา้ ใจสงั คมในภาพรวมและระบบความสมั พนั ธต์ ่อกนั
2. ศึกษาประวตั ศิ าสตร์ โดย อาร์โนลด์ ทอยนบ์ ี ชาวองั กฤษ เป็น
การศึกษาความรุ่งเรือง และความเสื่อมโทรมของสงั คมในอดีตจานวนมาก
3. หลกั ฐานเกย่ี วกบั ยุคจกั รวรรดนิ ิยม มีอยใู่ นหนงั สือประวตั ิศาสตร์
สากลสมยั ใหม่ หรือในหนงั สือประวตั ิศาสตร์อารยธรรมโลกสมยั ใหม่ ปกหนังสือศึกษาประวตั ิศาสตร์ (A Study of History)
ของอาร์โนลด์ ทอยน์บี
ข้นั ตอนการทามมั ม่ี
ข้ันตอนท่ี 1
ศพถูกนำไปยังเต๊นท์พิเศษ ท่ีเรียกว่ำ อีบู ซ่ึงมี
ควำมหมำยว่ำ สถำนท่ีชำระศพให้ บริสุทธ์ิ
ผู้ทำมัมม่ีจะอำบศพด้วยเหล้ำท่ที ำจำกนำ้ ตำลสด
และชำระล้ำงด้วยนำ้ จำกแม่นำ้ ไนล์
ข้นั ตอนท่ี 2
ช่ำงกจ็ ะผ่ำช่องท้องด้ำนซ้ำยเพ่ือเอำอวัยวะภำยในออก เน่ือง
ด้วยอวัยวะภำยใน ซ่ึงมีควำมช้ืนสูง จะเป็ นส่ิงแรกท่เี น่ำสลำย
อย่ำงรวดเรว็ จึงต้องเอำออก เหลือไว้แต่หัวใจท่จี ะท้งิ ไว้ภำยใน
ศพ เพรำะพวกเขำเช่ือว่ำ หัวใจคือศูนย์รวมแห่งปัญญำและ
ควำมรับร้ทู ้งั ปวง ท่ผี ู้ตำยยังต้องกำรใช้ในโลกแห่งวญิ ญำณ
ข้นั ตอนท่ี 3
ส่วน ตับ ปอด กระเพำะ และลำไส้ จะถูกนำมำชำระล้ำงจนสะอำด
แล้วนำไปกลบไว้ด้วยเกลือเมด็ ท่ีเรียกว่ำ Natron ซ่ึงเป็ นเกลือ
โซเดียมคำร์บอร์เนต แล้วเขำจะสอดตะขอผ่ำนเข้ำทำงช่องจมูก
เพ่ือเก่ยี วเอำเน้ือสมองออกมำ เพรำะสมองกเ็ หมือนอวยั วะภำยใน
ท่มี ีควำมช้ืนสูง ถ้ำท้งิ ไว้จะทำให้แห้งยำก และก่อให้เกิดกำรย่อย
สลำยได้ง่ำย
ข้ันตอนท่ี 4
จำกน้ันก็เอำศพไปวำงกลบด้ วยเกลือเม็ดให้ แห้ ง
ของเหลวจำกร่ำงกำย และผ้ำท่ใี ช้ในกำรเตรียมศพ
ทุกช้ิน กจ็ ะเกบ็ รักษำไว้อย่ำงดี เพ่ือนำไปฝังพร้อม
กบั ศพ
ข้ันตอนท่ี 5
ช่องว่ำงภำยในกใ็ ส่เกลือเมด็ ไว้ เพ่ือป้ องกัน
กำรเจริญเติบโตของเช้ือแบคทเี รีย อันจะทำ
ให้ร่ำงเป่ื อยเน่ำสญู สลำยไปได้
ข้นั ตอนท่ี 6
ศพจะถูกแช่เกลือไว้ส่ีสิบวันจนแห้ งดี แล้วจะถูก
นำมำชำระล้ ำงด้วยน้ำจำกแม่น้ำไนล์อีก แล้ วจะ
เคลือบผิวหนังด้ วยน้ำมันเพ่ือให้ ผิวหนังคงสภำพ
อ่อนนุ่มไม่แห้งกระด้ำงไปตำมกำลเวลำ
ข้นั ตอนท่ี 7
อวัยวะภำยในท่ีแห้ งแล้วจำกกำรแช่เกลือ
กจ็ ะถูกนำกลับมำบรรจุในช่องท้องและช่อง
อกตำมเดิม
ข้นั ตอนท่ี 8
แล้วจะเติมด้วยของแห้งอย่ำงอ่นื ให้เตม็ เช่น
ข้ีเล่ือยหรือใบไม้ และผ้ ำลินิน เพ่ือให้ ดู
เหมอื นยำมมชี ีวิตอยู่ ไม่ยุบตัวลง
39
ข้นั ตอนท่ี 9
จำกน้ันกจ็ ะชำระศพด้วยนำ้ มันหอมอกี คร้ังหน่ึง ก่อนท่จี ะนำไปพันผ้ำลินิน
ในข้นั ต่อไปกำรพันห่อมมั ม่ี
ข้นั แรก ศีรษะและลำคอจะถูกพันก่อน ด้วยแถบผ้ำลินินอย่ำงดี แล้วกจ็ ะ
พันน้ิวมือและน้ิวเท้ำแยกกันทลี ะน้ิว แล้วกพ็ ันห่อแขนและขำ แต่ละทบก็
จะใส่เคร่ืองรำง เพ่ือปกปักรักษำผู้ตำยในระหว่ำงกำรเดนิ ทำงไปสภู่ พใหม่
ข้ันตอนท่ี 10
ในขณะท่ีร่ ำงของมัมม่ีกำลังถูกห่ อพันด้ วยผ้ ำลินิน
กจ็ ะมีพระท่องมนต์ เพ่ือขจัดส่ิงท่ีเลวร้ำยมิให้แผ้ว
พำนผู้ตำย และเป็ นกำรช่วยให้ผู้ตำยเดินทำงได้
สะดวกในภพหน้ำ
ข้นั ตอนท่ี 11
แล้วแขนขำมัมม่ีกจ็ ะถูกพันเข้ำกับส่วนร่ำง ตำรำ
“มนตรำสำหรับผู้ตำย” กจ็ ะรวมห่อไปด้วยให้ถือไว้
ในมือของมัมม่ี
ข้นั ตอนท่ี 12
จำกน้ันกจ็ ะพันผ้ำเพ่ิมรวมให้ร่ำงถูกพันรวมกนั หมด แต่ละ
ช้ันของผ้ำลินิน ผู้ทำมัมม่ีกจ็ ะทำไว้ด้วยเรซิน เพ่ือให้ผ้ำลินิน
ยึดตดิ กนั ไม่หลุดรุ่ยออกได้ง่ำย แล้วห่อด้วยผ้ำผนื ใหญ่อกี ที
หน่งึ จำกน้นั กจ็ ะวำดรปู เทพ โอซีรีส บนผ้ำท่หี ่อมมั ม่นี ้ัน
ข้ันตอนท่ี 13
จำกน้ันกเ็ อำผ้ำผืนใหญ่ห่ออีกช้ันหน่ึง แล้วมัดตรำสังข์ด้วยแถบผ้ำลินินตลอดร่ำง
อย่ำงแน่นหนำอีกเป็นคร้ังสุดท้ำย จำกน้ันกป็ ิ ดด้ำนบนของมัมม่ีด้วยแผ่นกระดำน
ก่อนท่ีจะเอำไปใส่ในโลงศพสองโลงซ้อนกัน ในพิธีศพ ญำติพ่ีน้องของผู้ตำยมำไว้
อำลัยและทำพิธี “เปิ ดปำกศพ” เพ่ือเป็นกำรเล้ยี งอำหำรให้ผู้ตำยเป็นคร้ังสดุ ท้ำย
ข้ันสดุ ท้ำย กจ็ ะเอำโลงไปใส่ในโลงหินแกะสลัก ท่ตี ้ังอยู่ในสถำนเกบ็ ศพ พร้อมด้วย
เคร่ืองเรือน เส้อื ผ้ำ ของมคี ่ำ อำหำรและเคร่ืองด่มื จะถูกจดั วำงไว้อย่ำงพร้อมเพรียง
เป็นเสบียงกรังให้ผู้ตำยได้เดินทำงส่ปู รภพโดยสะดวกแล้วร่ำงของผู้ตำย กพ็ ร้อมท่จี ะ
ออกเดินทำงสดู่ ินแดนใต้โลก ท่ที ่หี ัวใจของเขำจะถูกตัดสนิ ตำมควำมดีท่ไี ด้ทำไว้ยำม
มีชีวติ อยู่ หำกมหี ัวใจบริสทุ ธ์จิ ริง ผู้ตำยกจ็ ะถูกส่งไปดินแดนอันสวยงำมเพ่ือชีวิตอัน
เป็นอมตะ ในดินแดนท่เี รียกว่ำ ทุ่งต้นกก
ชำวอียิปต์โบรำณเช่ือว่ำ ก่อนผู้ตำยจะไปยังปรภพได้ กต็ ้องผ่ำนดินแดนใต้โลก
อันเป็ นท่ีท่ีเต็มไปด้วยมำรร้ำย สัตว์ท่ีดุร้ำยต่ำง ๆ ซ่ึงผู้ตำยจะต้องอำศัยมนต์
ศักด์ิสทิ ธ์ิ เพ่ือปกป้ องให้เดินทำงได้โดยปรำศจำกภัยร้ำยมำแผ้วพำน มนตรำเหล่ำน้ี
จำรึกอยู่ในสมุดบันทึกท่ีเรียกว่ำ “มนตรำสำหรับผู้ตำย” ซ่ึงเป็นตำรำเขียนลงบน
ม้วนกระดำษปำปี รุส และจะถูกฝงั ไปด้วยกนั กบั ผู้ตำยในปิ รำมิด และกเ็ ป็นกำรเสรจ็
ส้นิ วิธกี ำรทำมัมม่…ี
43
1. ชเิ ชน อติ ซา ชิเชนอิตซา เป็นภาษามายา แปลวา่ ต้นทางแห่งความสุขสบายของประชาชน ตั้งอยู่
Chichen Itza : เม็กซโิ ก ทางภาคตะวนั ออกเฉยี งใต้ของประเทศเม็กซิโก เป็นแหล่งโบราณคดีท่ีสร้างขึ้นโดย
ชาวมายนั ซ่ึงสร้างข้ึนเพ่ือเปน็ อนุสรณ์ของเทพเจ้า
ชิเชนอิตซา มีรูปทรงเป็นสามเหล่ียมลดข้ันเป็นช้ันๆ ดูไปดูมาคล้ายๆ กับพีระมิด
ที่อิยิปต์ แต่การสร้าง และวัสดุน้ันต่างออกไป ท่ีนี่มีพื้นที่ราว 6.4 ตารางกิโลเมตร
วิหารท่ีใหญ่สุดมีชื่อว่า วิหารแห่งนักรบ สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษท่ี 12 หลังจาก
สร้างวิหารเก่าแห่งชักโมล ตรงกลางสร้างเป็นปราสาทเหลี่ยมทึบสูงขึ้นไป ใช้เป็นท่ี
ทาพิธีสังเวยเทพเจ้าโดยใช้เด็กสาวโยนลงไปถวายเทพเจ้า ณ ที่น้ัน
นอกจากน้ีในส่วนของพีระมิดแห่งเทพเจ้าคูคุลคาน ซ่ึงถือเป็น
พีระมิดแห่งสุดท้ายและเป็นพีระมิดที่กล่าวได้ว่าย่ิงใหญ่ท่ีสุดของ
อารยธรรมมายาดว้ ย
✘
2. คริชตู เรเดงโตร์ รูปปั้นพระคริสต์ นี้มีความสูงถึง 38 เมตร ได้รับการ
Cristo Redentor หรือ Christ ออกแบบโดยเอโตร์ ดา ซิลวา กอชตา ชาวบราซิล และสร้าง
the Redeemer : บราซิล โดยปอล ลันดอฟสกี ประติมากรชาวฝรั่งเศสถึง 5 ปี
ด้วยกัน ท่ีน่ีถือเป็นอนุสาวรีย์ท่ีมีช่ือเสียงมากที่สุดแห่งหน่ึง
ของโลก และเป็นที่ยึดเหน่ียวทางจิตใจของชาวบราซิลอีก
ด้วย ทาให้ในแต่ละปีจะมีนักท่องเท่ียวเดินทาง
มายังสถานท่ีแห่งนรี้ าว 1.8 ลา้ นคน
3. กาแพงเมอื งจนี กาแพงเมืองจีน น้ีสร้างข้ึนจีนสมัยสมัยราชวงศ์ฉิน เพื่อ
Great Wall of China : จนี ป้องกันการรุกรานจากชนเผ่ามองโกล และเติร์กในอดีต และ
หลังจากนั้นยังมีการสร้างกาแพงต่ออีกหลายคร้ังด้วยกัน
มีความยาวทั้งสิ้นกว่า 21,196.18 กิโลเมตร ครอบคลุมพ้ืนที่
15 มณฑลทั่วประเทศ ถือเป็นส่ิงก่อสร้างโดยฝีมือมนุษย์ท่ี
ยาวทส่ี ุดในโลกเท่าท่ีเคยมีมาความยิ่งใหญ่ และประวัติศาสตร์
อันยาวนานน่ีเอง ทาให้กาแพงเมืองจนี นอกจากจะ
เป็น 1 ใน 7 มหัศจรรย์ของโลกแล้ว ยังเป็น 1
ใน มรดกโลก ท่ีองคก์ ร UNESCO คดั เลอื กดว้ ย
4. มาชูปิกชู เมอื งสาบสญู แห่งอินคา หรือ มาชูปิกชู แห่งน้ี เป็นซากอารยธรรม
Machu Picchu : เปรู โบราณของชาวอินคา ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงในประเทศเปรู อยู่สูง
กวา่ ระดับน้าทะเลถงึ 2,350 เมตร ทต่ี ั้งของเมอื งน้คี ่อนขา้ งกันดาร
ยากที่จะเข้าถึง เพราะต้ังอยู่บนท่ีราบสูงแอนดิส ลึกเข้าไปในป่าอเม
ซอน และอยเู่ หนอื แมน่ ้าอรุ บุ มั บา
ห ลั ง จ า ก อ า ณ า จั ก ร อิ น ค า ล่ ม ส ล า ย จ า ก ก า ร พ่ า ย
แพ้สงครามให้กับชาวสเปน และโรคระบาด เมืองแห่งนี้
ก็ได้หายสาบสูญไปกว่า 3 ศตวรรษ และได้ถูกค้นพบ
โดยนักโบราณคดีชาวอเมริกัน ไฮแรม บิงแฮม ในปี
ค.ศ.1911
นอกจากน้ี มาชูปิกชู เป็นหลักฐานท่ีสาคัญของ
จกั รวรรดิอินคา องค์กร UNESCO จึงได้กาหนดให้ มา
ชูปิกชูเป็นมรดกโลก โดยเป็นสถานท่ีท่องเที่ยวที่คน
นิยมไปศึกษาประวัตศิ าสตร์
5. นครเพตรา นครเพตรา ซอ่ นตวั อยา่ งลึกลบั ใน หุบเขาวาดี มูซา หุบเขาท่ีตั้งอยู่ระหว่าง
Petra : จอร์แดน ทะเลสาบเดดซี กับทะเลอัคบาในประเทศจอร์แดน นครนี้ในสมัยโบราณน้ัน
เป็นนครแห่งการค้าขนาดใหญ่ เป็นเมืองหลวงของชนเผ่านาบาเชียนซ่ึง
เปน็ ชนเผ่าท่อี าศัยอย่ทู างตอนใต้ของประเทศจอร์แดนในสมัยก่อน และถูก
ละท้ิงเป็นเวลานานกว่า 700 ปี ซ่ึงได้ถูกค้นพบโดยนักสารวจชาว
สวิตเซอรแ์ ลนด์ โจฮันน์ ลคุ วกิ เบริ ก์ ฮารท์ ในปี ค.ศ. 1812
ชาวนาบาเชียนสร้างเมืองแห่งน้ีโดยใช้วิธีการแกะสลักหินให้
เป็นช่องอุโมงค์ โรงละครของเมืองแห่งน้ีซ่ึงเป็นต้นแบบของ
โรงละครแบบกรกี -โรมัน ส่วนหนา้ ของวิหารเอล เดียร์ ซ่ึงสูง
42 เมตร ในเมืองแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีอีกแห่งหน่ึงของ
สถาปัตยกรรมแบบกรีกโบราณ ทาให้นครเปตราได้รับ
ลงทะเบียนจากองค์กร UNESCO ให้เป็นมรดกโลกเม่ือปี
พ.ศ. 2528
✘
6. โคลอสเซยี ม โคลอสเซียม เป็นสนามกีฬาโบราณท่ีย่ิงใหญ่ที่สุดในขณะนั้น สนามกีฬา
Colosseum : อติ าลี กลางแจ้งขนาดใหญ่ต้ังอยู่ใจกลางกรุงโรมน้ี เริ่มสร้างขึ้นใน สมัย
จักรพรรดิเวสเปเซียน แห่งจักรวรรดิโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของ
จกั รพรรดิไททสั ใชเ้ วลาการก่อสร้างถงึ 10 ปดี ้วยกนั
ที่แห่งน้ีมีห้องสาหรับขังทาส นักโทษ และสัตว์ดุร้าย เช่น สิงโต เสือ โดยจะ
ให้ทาสสู้กันเองจนกว่าจะเหลือผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว
หรือให้สู้กับสิงโต เพ่ือเป็นความบันเทิงให้แก่ผู้ชม ผู้ท่ีรอด
ตายจากการต่อสู้จงึ จะไดร้ บั อสิ รภาพ
โคลอสเซียม เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐ และหินทราย วัด
โดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชม
ได้ประมาณ 50,000 คน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบอย่าง
ชาญฉลาด โดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี
เพอ่ื ให้ผู้ชมรู้สึกเขา้ ใกลน้ กั กีฬา และมีการออกแบบทางระบาย
นา้ เพอ่ื ไมใ่ ห้นา้ ทว่ มขังในสนามขณะเกดิ ฝนตกอีกดว้ ย โคลอส
เซียม จงึ กลายเปน็ ตน้ แบบของสนามกฬี าตา่ งๆ ในปัจจบุ นั
✘
7. ทชั มาฮาล สุสานหนิ อ่อน ทชั มาฮาล แหง่ น้ี ผคู้ นเชื่อวา่ เป็นสถาปตั ยกรรมแห่ง
Taj Mahal : อนิ เดยี ความรักท่ีสวยที่สุดในโลกที่สร้างข้ึนโดยสมเด็จพระจักรพรรดิ
แห่งจกั รวรรดโิ มกลุ ผมู้ ีรักม่ันคงตอ่ พระมเหสีของพระองค์
ทัชมาฮาล ตั้งอยู่ในสวนริมฝ่ังแม่น้ายมุนา ใน เมืองอัครา ส่วนท่ีมี
ชือ่ เสยี งทีส่ ุด คือ หลุมศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล ซ่งึ ถกู สรา้ ง
ด้วยหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเคร่ือง
เพชร พลอย หิน โมราและเคร่อื งประดบั จากมติ ร
ประเทศ ได้รับคารับรองว่าสร้างข้ึนด้วยสัดส่วนที่
วิจิตรและงดงามที่สุด รวมถึงยังได้รับการยกย่องว่า
เป็นตัวอย่างช้ันเลิศของสถาปัตยกรรมมุฆัลในอินเดีย
ท่ีนี่ต้องใช้แรงงานในการก่อสร้างถึง 20,000 คน และ
ใช้เวลากอ่ สร้างถึง 20 ปี