The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anak_jar, 2022-03-27 01:14:13

PPT-GrandATS

PPT-GrandATS

Default Gateway

• Default Gateway สามารถมีได้ 1 IP เท่าน้นั
• Default Gateway คือช่องทางการเชื่อมต่อ Network อื่นๆ ท่ีมิใช่

Network ของตวั เอง

• ประวตั ิความเป็นมาของระบบ DNS
• ระบบ DNS คืออะไร
• การทางานของระบบ DNS
• ขอ้ จากดั ของระบบ DNS
• การนาไปประยกุ ตใ์ ชง้ านเชิงสร้างสรรค์

ระบบ DNS คืออะไร

• ระบบ Domain Name System (DNS) น้ีเป็นระบบจดั การแปลงชื่อไป
เป็นหมายเลข IP address โดยมีโครงสร้างฐานขอ้ มูลแบบลาดบั ช้นั เพื่อ
ใชเ้ กบ็ ขอ้ มูลท่ีเรียกคน้ ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว

• กลไกหลกั ของระบบ DNS คือ ทาหนา้ ท่ีแปลงขอ้ มูลช่ือและหมายเลข
IP address หรือทากลบั กนั ได้ นอกจากน้ียงั มีฟังกช์ นั เพิ่มเติมอ่ืนๆ อีก
เช่น แจ้งชื่อของอีเมล์เซิร์ฟเวอร์ใน domain ท่ีรับผิดชอบด้วย
ในระบบ DNS จะมีการกาหนด name space ท่ีมีกฎเกณฑอ์ ยา่ งชดั เจน มี
กลไกการเก็บขอ้ มูลเป็นฐานขอ้ มูลแบบกระจาย ทางานในลกั ษณะของ
ไคลเอนตเ์ ซิร์ฟเวอร์ (Client/Server)

การทางานของระบบ DNS

• การทางานของระบบชื่อโดเมนน้นั เร่ิมตน้ จากเคร่ืองคอมพิวเตอร์
ซ่ึงทาหนา้ ที่เป็น DNS Server ซ่ึงทางานดว้ ยซอฟตแ์ วร์พิเศษชื่อวา่
BIND ท่ีทาหนา้ ท่ีในการรับส่งขอ้ มูลระหวา่ ง DNS Server แต่ละ
เครื่องผา่ น DNS Protocol เมื่อมีคาร้องขอใหส้ ืบคน้ หมายเลข ไอพี
DNS Server ซ่ึงสามารถแบ่งไดเ้ ป็น 2 ประเภทคือ

–Name Server

– Resolver

การทางานของระบบ DNS

• การร้องขอขอ้ มูลจาก DNS server ในกรณีที่มีการเซตค่าไวม้ ากกว่าหน่ึง
server โดยหลกั การแลว้ เครื่อง ลูกข่ายท่ีร้องขอขอ้ มูลจะทาการติดต่อ DNS
Server เพียงหน่ึงเคร่ือง

• ดงั น้นั หากDNS server ท่ีใหบ้ ริการยงั สามารถทางานอยู่ แต่ไม่มีขอ้ มูลการ
สืบคน้ ชื่อโดเมน ก็จะไม่สามารถส่งขอ้ มูลกลบั มาให้กบั เครื่องลูกข่ายได้
โดยไมม่ ีการไปร้องขอขอ้ มลู สืบคน้ ช่ือจาก DNS Server ตวั อ่ืน

• แต่หาก DNS Server ตวั แรกไมส่ ามารถใหบ้ ริการได้ เคร่ืองลูกข่ายจะทาการ
เรียกหาการสืบคน้ ชื่อ จาก DNS Server ตวั อื่นต่อไป

DDNS (Dynamic Domain Name Service หรือ

Dynamic Domain Name System)

• ระบบ Update IP Address เขา้ กบั ช่ือ Domain หรือ Sub Domain โดยปกติ เวลาท่ีต่อ
อินเตอร์เน็ตเคร่ืองผใู้ ชง้ านจะไดต้ วั เลข IP Address สาหรับอา้ งอิงในโลกอินเตอร์เน็ต
ซ่ึงตวั เลข IP Address น้ีจะเปล่ียนแปลงตลอดเวลาหากตอ้ งการได้ IP Address ที่
แน่นอน ตอ้ งทาการ Fix IP ซ่ึงเสียค่าบริการประมาณ 2,000 - 4,000 บาท/เดือน ผูใ้ ชต้ อ้ ง
จาเลข IP ดงั กลา่ วเพือ่ อา้ งอิงสาหรับใชง้ าน

• ระบบ DDNS (Dynamic Domain Name Service หรือ Dynamic Domain Name
System) จะเขา้ มาช่วยส่วนน้ี กล่าวคือจบั คู่ IP Address ท่ีเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
น้นั ใหเ้ ขา้ กบั ช่ือ Domain หรือ Sub Domain

• DDNS มีขอ้ แตกต่างกบั DNS ตรงที่ IP Address ท่ีไดจ้ ะเปล่ียนแปลงอยตู่ ลอดเวลา
หรือทุกคร้ังที่ Connect Internet ใหม่ หรือสัญญาณอินเตอร์เนต็ หลุดนน่ั เอง

DHCP server DHCP(Dynamic Host Configuration

Protocol)

• คือ โปรโตคอลท่ีใชใ้ นการกาหนด IP Address อตั โนมตั ิแก่เคร่ือง
ลูกข่ายบนระบบ ท่ีติดต้งั TCP/IP สาหรับ DHCP server มีหนา้ ท่ี
แจก IP ในเครือข่ายไม่ให้ซ้า เป็ นการลดความซ้าซอ้ น เมื่อเคร่ือง
ลูกเริ่ม boot กจ็ ะขอ IP Address, Subnet Mark, หมายเลข DNS
และ Default Gateway

ข้นั ตอนการเช่ือมต่อของเคร่ืองลูกกบั DHCP server

• เคร่ืองลูกคน้ หาเคร่ือง DHCP Server ในเครือข่าย โดยส่ง DHCP
Discover เพ่อื ร้องขอ IP Address

• DHCP Server จะคน้ หา IP ที่วา่ งอย่ใู นฐานขอ้ มูล แลว้ ส่ง DHCP
Offer กลบั ไปใหเ้ ครื่องลกู

• เมื่อเครื่องลูกไดร้ ับ IP ก็จะส่งสัญญาณตอบกลบั DHCP Request
ใหเ้ คร่ืองแม่ทราบ

• DHCP Server ส่งสัญญาณ DHCP Ask กลบั ไปใหเ้ ครื่องลูก เพื่อ
แจง้ วา่ เริ่มใชง้ านได้

Protocol(TCP/IP)

Transmission Control Protocol(TCP)

• ทีซีพี หรือ TCP มาจากคาว่า Transmission Control Protocol ทีซีพี เป็ นหน่ึงใน
โปรโตคอลหลกั ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หน้าท่ีหลกั ของทีซีพี คือ ควบคุมการรับส่ง
ขอ้ มูลระหว่างโฮส ถึง โฮส ในเครือข่าย เพ่ือใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกนั โดยตวั
โปรโตคอลจะรับประกนั ความถูกต้อง และลาดับของข้อมูลที่ส่งผ่านระบบเครือข่าย
นอกจากน้นั ทีซีพียงั ช่วยจาแนกขอ้ มูลให้ส่งผ่านไปยงั แอปพลิเคชนั ที่ทางานอยบู่ นโฮส
เดียวกนั ใหถ้ กู ตอ้ งดว้ ย

• งานหลกั ที่สาคญั ของทีซีพอี ีกงานหน่ึงคือ เป็นโปรโตคอลท่ีข้นั กลางระหวา่ งแอปพลิเคชนั
และเครือข่ายไอพี ทาให้แอปพลิเคชนั จากโฮสหน่ึง สามารถส่งขอ้ มูลออกยงั อีกโฮสหน่ึง
ผา่ นเครือข่ายเปรียบเสมือนมีท่อส่งขอ้ มูล ระหวา่ งกนั

• ทีซีพี เป็ นโปรโตคอลท่ีได้รับความนิยมที่สุดในโลกของอินเทอร์เน็ต มีแอปพลิเคชัน
จานวนมากท่ีใชโ้ ปรโตคอลทีซีพีเป็นสื่อกลางในการเชื่อมตอ่ เช่น เวิลดไ์ วดเ์ วบ็ เป็นตน้

User Datagram Protocol (UDP)

• User Datagram Protocol (UDP) เป็ นโปรโตคอลหลกั ในชุด
โปรโตคอลอินเทอร์เน็ต การส่งขอ้ มูลผ่าน UDP น้นั คอมพิวเตอร์
จะส่งข้อมูลขนาดเล็กท่ีเรียกว่า ดาต้าแกรม (datagram) ผ่าน
เครือข่ายไปยงั เคร่ืองปลายทาง โดย UDP จะไม่รับประกนั ความ
น่าเช่ือถือและลาดบั ของดาตา้ แกรม อย่างท่ี TCP รับประกนั ซ่ึง
หมายความว่าดาต้าแกรมอาจมาถึงไม่เรียงลาดับ หรือสูญหาย
ระหวา่ งทางได้

• แอปพลิเคชนั ท่ีใช้ UDP เป็ นฐานในการส่งขอ้ มูลคือ Domain Name
System (DNS), Streaming media, Voice over IP และเกมออนไลน์

Internet Control Message Protocol (ICMP)

• ICMP คือ โพรโทคอลที่ทาหนา้ ท่ีรายงานความผดิ พลาดต่างๆ ใน Ip
Packet และตรวจสอบการทางานในช้นั Internet Layer เช่น ping
192.168.1.1



มาตรฐานIEEE 802.3 ประเภทต่าง ๆ

ฟาสต์อเี ธอร์เน็ต Fast Ethernet

• ความเร็วของไมโครโปรเซสเซอร์เพิ่มข้ึนปี ละประมาณ 60 %
เครือข่ายที่ความเร็ว 10 Mbps คงจะส่งผา่ นขอ้ มูลไดไ้ ม่สมดุลกบั
ความเร็วของโปรเซสเซอร์ IEEE จึงไดพ้ ฒั นามาตรฐานอีเธอร์เน็ต
ใหม่ข้ึนมาภายใต้ชื่อโปรเจ็กต์ ฟาสต์อีเธอร์เน็ตหรืออีเธอร์เน็ต
ความเร็วสูง(100 Mbps)

ลกั ษณะของมาตรฐานอเี ทอร์เน็ตความเร็วสูง
ประเภทต่าง ๆ

อเี ทอร์เน็ต 100 Base-Tx

• อีเธอร์เน็ตความเร็วสูงประเภทน้ีเรียกวา่ “100 BaseTx” ซ่ึงจะใชส้ าย
UTP อยา่ งต่าประเภท CAT5

• เครือข่ายประเภทน้ีได้มีการเปล่ียนแปลงโปรโตคอลการเข้าถึง
ส่ือกลาง [Media Access Control หรือ MAC] ซ่ึงไดถ้ ูกออกแบบไว้
ที่ความเร็ว 10 Mbps ใหส้ ามารถทางานไดท้ ี่ความเร็ว 100 Mbps

100 Base-FX

• รูปแบบการรับส่งสัญญาณและการเขา้ รหสั ขอ้ มูลเหมือนกบั 100
Base-Tx อีเธอร์เน็ตประเภทน้ีสามารถส่งขอ้ มูลที่ความเร็ว 100
Mbps ได้ไกลถึง 412 เมตร ในฮาล์ฟดูเพล็กซ์โหมดและ 2
กิโลเมตรในฟูลล์ดูเพล็กซ์โหมดเม่ือใช้สายสัญญาณแบบมลั ติ
โหมดและอาจส่งได้ไกลถึง 20กิโลเมตรหรื อไกลกว่าเมื่อใช้
สายไฟเบอร์แบบซิงเกิลโหมด

กกิ ะบติ อเี ธอร์เน็ต [Gigabit Ethernet]

• ปัจจุบนั ความตอ้ งการใช้เครือข่ายได้เพ่ิมมากข้ึนเรื่อย ๆ และดู
เหมือนวา่ แบนดข์ องเครือข่ายน้นั ไม่มีทางพอกบั ความตอ้ งการของ
ผูใ้ ช้เลย IEEE ก็ได้ปรับปรุงอีเธอร์เน็ตเร่ือย ๆ โดยได้ออก
มาตรฐานอีเธอร์เน็ตใหม่ซ่ึงเรียกว่า “กิกะบิตอีเธอร์เน็ต[Gigabit
Ethernet]” หรือเรียกอย่างหน่ึงว่ามาตรฐาน IEEE 802.3z การ
พฒั นาไดป้ ระกาศใชเ้ มื่อปี ค.ศ. 1998

กกิ ะบติ อเี ธอร์เน็ต [Gigabit Ethernet] ต่อ

• เริ่มแรกน้นั ฟิ สิคอลเลเยอร์ของกิกะบิตอีเธอร์เน็ตพฒั นามาจากฟิ สิ
คอลเลเยอร์ของไฟเบอร์แชนแนล[Fiber Channel] ซ่ึงเป็ น
เทคโนโลยีที่พัฒนาเพื่อใช้การเชื่อมต่อเครื่ องเมนเฟรมกับ
เทอร์มินอลในสมยั ก่อนและได้ถูกพฒั นามาเป็ นเทคโนโลยีของ
LAN

ช้ันฟิ สิคลั ของกกิ ะบติ อเี ทอร์เน็ต

มาตรฐานกกิ ะบติ อเี ทอร์เน็ต

สายสัญญาณต่อไปนี้
• สาย UTP cat5E หรือ STP
• สายไฟเบอร์แบบมลั ติโหมดท้งั ขนาด 62.5 และ 50 ไมครอน
• สายไฟเบอร์แบบซิงเกิลโหมด ขนาด 8.3 ไมครอน

มาตรฐานกิกะบิตอีเธอร์เน็ตแบ่งออกเป็ น 4 ประเภทย่อย
• 1000 Base-SX, 1000 Base-LX,
• 1000 Base-T
• ซ่ึงแต่ละมาตรฐานกจ็ ะมีความแตกต่างในดา้ นประเภทของสายสัญญาณที่ใชแ้ ละความ

ยาวของสายสญั ญาณท่ีสามารถรองรับได้

ระยะทางของสายสัญญาณทใี ช้กบั กกิ ะบติ อเี ทอร์เน็ต

1000 Base-SX

• S ยอ่ มาจาก “short” หมายถึง แสงที่มีความยาวคลื่นส้นั (Short Wavelength)
• IEEE 802.3z ท่ีกาหนดใหใ้ ชส้ ายใยแกว้ นาแสงแบบมลั ติโหมด และใชแ้ สง

เลเซอร์แบบความยาวคล่ืนส้นั เป็นสญั ญาณส่งขอ้ มูล
• แสงท่ีมีความยาวคลื่นส้นั ในท่ีน้ีจะหมายถึงแสงท่ีมีความยาวคลื่นที่ 850 nm
• สายไฟเบอร์แบบมัลติโหมดที่ใช้อาจเป็ นได้ท้ังสองขนาดคือขนาด 50

ไมครอน และขนาด 62.5 ไมครอน สายใยแก้วนาแสงขนาด 50 ไมครอน
สามารถรับส่งขอ้ มูลไดท้ ี่ความเร็ว 1 Gbpsและส่งไดไ้ กลสุด 550 เมตร ส่วน
สายใยแกว้ นาแสงขนาด 62.5ไมครอน สามารถส่งไดไ้ กลท่ีสุด 250 เมตร

1000 Base-LX

• L หมายถึง แสงเลเซอร์ท่ีมีความยาวคล่ืนยาว (Long Wavelength Laser)
• ดงั น้นั 1000 Base-LX จะใชค้ ล่ืนแสงที่มีความยาวคล่ืนท่ีประมาณ 1,300

nm
• ส่วนสายสัญญาณที่ใช้จะเป็ นสายแบบมลั ติโหมด ท้งั ขนาด50 ไมครอน

และ 62.5 ไมครอน หรือจะเป็นสายแบบซิงเกิลโหมดขนาด 8.3 ไมครอนก็
ได้
• ถา้ ใชส้ ายขนาด 50 ไมครอน ความยาวสูงสุดยงั อยทู่ ่ี 550เมตร แต่ถา้ ใชส้ าย
ขนาด 62.5 ไมครอน ความยาวสายจะยาวสุดไดถ้ ึง 440 เมตร

1000 Base-T

• ขอ้ จากดั คือ ความยาวของสายสญั ญาณซ่ึงยาวสูงสุดไดแ้ ค่ 25 เมตร
ดงั น้นั จึงเป็นอีกมาตรฐานท่ีพฒั นาข้ึนภายใตช้ ่ือ IEEE 802.3ab ซ่ึง
ไดป้ ระกาศใชเ้ มื่อปี ค.ศ. 1999 มาตรฐานน้ีจะใชส้ าย UTP cat5e
หรือดีกวา่ การส่งสญั ญาณใหไ้ ดไ้ กลถึง 100 เมตร

www.ats.co.th

www.ats.co.th

• เร้าเตอร์ (router) เป็ นอุปกรณ์ท่ีทาหน้าท่ีหาเส้นทาง โดยจะทา
การเลือกเส้นทางที่ดีที่สุด เพื่อทาการส่งแพก็ เก็ตไปยงั ปลายทาง
อย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม รวมถึงสามารถทาการเปล่ียนเส้นทาง
ในกรณีที่เส้นทางเดิมขดั ขอ้ ง เร้าเตอร์เป็ นอุปกรณ์ท่ีทางานถึงช้นั
ท่ี 3 ของแบบจาลองโอเอสไอ

30

Routing Protocal

การทางานของ Router

• Router เป็ นอุปกรณ์ที่ถูกนามาใช้เพ่ือการเชื่อมต่อระหว่าง
เครือข่าย (network)

• Router หนา้ ท่ีหลกั คือ การอา้ งอิงไอพีแอดเดรสระหว่างเคร่ืองลูก
ข่ายท่ีอยู่กนั คนละเครือข่าย รวมท้งั การเลือกและจดั เส้นทางท่ีดี
ที่สุด เพื่อนาขอ้ มูลข่าวสาร ในรูปแบบของแพก็ เกจจากเครื่องลูก
ข่ายตน้ ทางบนเครือข่ายที่ตนดูแลอยู่ไปยงั เครื่องลูกข่ายที่อยู่กนั
คนละเครือข่าย

การเช่ือมต่อของ Router

• การเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายผ่านทาง WAN หรือโครงข่าย
สาธารณะ เช่น ISDN หรือ การเช่าคู่สาย 64K ข้ึนไป เราเรียกวา่
WAN Router

• การเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายชนิดติดต้งั บนแลน เราเรียกว่า
Local Router บางคร้ังจะถูกเรียกวา่ Internal Router

การจัดวางตาแหน่งของ Router

• ในกรณีที่มีเครือข่าย หลายเครือข่ายติดต้งั อยู่ในพ้ืนท่ีเดียวกนั
และตอ้ งการเชื่อมต่อเพือ่ ส่ือสารระหวา่ งกนั ท่านจะตอ้ งพจิ ารณา
ใช้ Switching Hub แบบ Layer 3 หรือ พิจารณาเพ่อื ติดต้งั Router
ในรูปแบบของเซิร์ฟเวอร์นนั่ คือการติดต้งั การ์ดแลนหลายชุดบน
เครื่องเซิร์ฟเวอร์นน่ั เอง

ระยะทางการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย

• การเชื่อมต่อระหวา่ งเครือข่าย ไม่เกิน 200 เมตร ท่านควรใช้ Router
ที่ทาจาก Server เน่ืองจากว่าราคาถูก อีกท้งั สามารถเช่ือมต่อกนั ได้
โดยใชส้ าย UTP

อตั ราความเร็วทตี่ ้องการ

• อตั ราความเร็ว หมายถึง ความเร็วของการเช่ือมต่อระหว่างเครือข่ายใน
ระดบั ของขอ้ มูลข่าวสาร โดยคิดอตั ราเมกกะบิตต่อวินาที หรือท่ีเรียกว่าค่า
Throughput

• ถา้ ปริมาณขอ้ มูลข่าวสารมีขนาดเลก็ หรือปานกลางว่ิงท่ีความเร็วไม่เกิน 100
Mbps ท่านควรเลือกใช้ Router ท่ีทาจากเซิร์ฟเวอร์

• ถา้ ขอ้ มูลข่าวสารว่ิงขา้ มไปมาระหว่างเครือข่ายมีมาก เลือกใช้ความเร็ว
ระดบั Gigabit โดยติดต้งั การ์ดแลนท้งั สองบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ และเช่ือมต่อ
เขา้ กบั Switches Hub ท่ีติดต้งั Gigabit Modules ท้งั 2 ดา้ นบนเครือข่าย

การเช่ือมต่อเครือข่ายมากกว่า 2 เครือข่าย

• การเชื่อมต่อเครือข่ายมากกว่า 2
เครื อข่ายข้ึนไป ควรเลือกใช้
Layer 3 Switching Hub แทน
เน่ืองจากอตั ราความเร็ว รวมท้งั
ปริมาณของขอ้ มูลข่าวสารท่ีขา้ ม
ไปมาหลายเครื อข่ายสามารถทา
ไ ด้ อ ย่ า ง ร ว ด เ ร็ ว แ ล ะ มี
ประสิทธิภาพ

ประเภทของสื่อสัญญาณทใ่ี ช้

• ส่ือสญั ญาณท่ีใชเ้ ป็นตวั บ่งบอกถึงขอ้ จากดั ของการเช่ือมต่อเครือข่าย

• ใช้ Router ท่ีทาจากเซิร์ฟเวอร์และใชก้ าร์ดแลนแบบ 100Base-FX ซ่ึงใช้
สาย Fiber Optic แบบ 2 Core (2 Strand) ขนาด 62.5/125 ความยาวคลื่น
ขนาด 850 nm ท่านสามารถเชื่อมต่อไดร้ ะยะทาง 412 เมตร ต่อ 1 ดา้ น

• Layer 3 Switches Hub และเป็นระบบ 100Base-FX มีระยะทางการเชื่อมต่อ
ระหว่างเครือข่ายท่ีต่างกใ็ ช้ Switching Hub มาเชื่อมต่อกบั เครือข่าย ไดไ้ กล
ถึง 2 กิโลเมตร แต่ถา้ ใชร้ ะบบ 1000Base-FX เช่ือมต่อกบั เครือข่าย ไดไ้ กล
ถึง 6-10 กิโลเมตร

ปริมาณและขนาดความซับซ้อนของเครือข่าย

• Router ท่ีทาจาก Server เหมาะสาหรับ ปริมาณของขอ้ มูลข่าวสารท่ี
วิ่งขา้ มไปมาระหว่างเครือข่าย จะตอ้ งมีไม่เกิน 20% เท่าน้นั โดยที่
การสื่อสารที่เกิดข้ึน 80% เป็นของภายในเครือข่าย

• Router ท่ีทาจาก Switches แบบ Layer 3 เหมาะสาหรับ การสื่อสาร
ข้อมูลที่ว่ิงข้ามไปมาระหว่างเครือข่าย 80% อีก 20% เป็ นการ
สื่อสารภายใน

Layer 3 Switches

• Router ที่ทางานบน WAN ตวั Layer 3 Switches Hub ใหก้ ารสนบั สนุน
โปรโตคอลเลือกเสน้ ทาง มากมายหลายแบบ

• ให้การสนบั สนุนโปรโตคอลเลือกเส้นทางแบบ RIP Version 1,2 รวมท้งั
OSPF (Open Short Path First)

• เหมาะสาหรับเครือข่ายขนาดใหญ่ ที่มีเครือข่ายมาก กระจายไปตามจุดหรือ
อาคารต่างๆขององคก์ ร

• มีลกั ษณะการเชื่อมต่อแบบ Collapse back Bone

Routing Protocol : โปรโตคอลเลือกเส้นทาง

• หวั ใจหลกั ของ Router คือการเลือกเส้นทางท่ีดีที่สุด
• โปรโตคอลเลือกเส้นทาง ในการคานวณและจดั หาเส้นทาง ท่ีดี

ที่สุด ท่ีเร็วท่ีสุด ไปสู่ปลายทางในรูปแบบของ Software

Weight Round Robin Algorithm

เป็นการกาหนด Ratio เพื่อแบง่ การโหลด Packet Bandwidth ตามท่ีเรากาหนด เช่น ในตวั อยา่ ง เราอาจจะแบ่งเป็น 8:2
หรือ 4:1

Least Load First

เป็นการกาหนด Ingress/Egress ในตอนทเ่ี ราสร้าง Interface เช่น Ethernet หรือ PPoE เพ่อื แบ่งการโหลด Packet
Bandwidth ซ่ึงเลือกหวั ขอ้ น้ีอุปกรณ์จะทาการคานวณใหเ้ อง แต่จะอา้ งองิ กบั Ingress/Egress เป็นหลกั ตวั อยา่ ง เราจะเห็นว่า WAN1
อาจจะมีความเร็วมากกวา่ WAN2 แต่ถา้ หากอุปกรณ์คานวณแลว้ เส้นทางของ WAN2 เวลานอ้ ยกวา่ ในการอา้ ง Destination น้นั ๆ กจ็ ะเลือก
เสน้ ทางใหเ้ อง

Spillover Algorithm

เป็ นการกาหนด Maximum Packet โดยเราจะเป็ นผูก้ าหนดว่าใหม้ ีการโหลดในแต่ละ WAN มากเท่าไร เพื่อแบ่ง
การโหลด Packet Bandwidth ตามท่ีเรากาหนด เช่น ในตวั อยา่ ง เราอาจกาหนดเป็ น WAN 1 = 1024 Kbps และ WAN 2 = 512
Kbps ดงั น้นั Packet ท่ีออกครบ 1024 Kbps ก็จะไปใชง้ าน WAN 2 ทนั ที และหาก WAN 2 ใช้ Bandwidth เตม็ 512 Kbps ก็จะ
กลบั มาใช้ WAN 1 เป็นอยา่ งน้ีไปตลอด

IP Address

• เป็ นหมายเลขเครื่องคอมพิวเตอร์บนระบบเครือข่าย หน่วยงานกลางที่ทา
หนา้ ที่จดั สรร คือ InterNIC (Internet Network Information Center) ปัจจุบนั
เป็นเวอร์ชนั 4 (IPV4) มีท้งั หมด 32 บิต โดยเขียนในรูปเลขฐานสิบ 4 ตวั คน่ั
ดว้ ยเครื่องหมายจุด เช่น 203.155.20.5 โดยหมายเลข IP จะประกอบดว้ ยกนั
สองส่วนหลกั คือ Network Address หรือ Network ID และ Host Address
หรือ Host ID

Network ID Host ID

เปล่ียนแปลงไม่ได้ เปลี่ยนแปลงได้

IP Address

Class ของ IP Address

• แบ่งได้ 5 Class ดว้ ยกนั ท่ีใชจ้ ริงในปัจจุบนั มีอยู่ 3 Class คือ Class A, B และ
C

Class First bits Range of IP จานวน Host จานวนบติ
สูงสุด

A 0 0.0.0.0 ถึง 127.255.255.255 16,777,216 24

B 10 128.0.0.0 ถึง 191.255.255.255 65,535 16

C 110 192.0.0.0 ถึง 223.255.255.255 254 8

D 1110 224.0.0.0 ถึง 239.255.255.255 - -

E 1111 240.0.0.0 ถึง 255.255.255.255 - -

Class ของ IP Address

• Class A เหมาะสาหรับใชง้ านในระบบเครือข่ายขนาดใหญ่มาก มีเครื่องลูก
ข่ายไดถ้ ึง 16.7 ลา้ นเครื่อง มีค่าไดต้ ้งั แต่ 0 ถึง 127 บิตแรก จะมีค่าเป็น 0
โดยในการใช้งานจริงหมายเลขเริ่มต้น และหมายเลขสุดท้ายจะไม่ถูก
นามาใชง้ าน สาหรับหมายเลข 127.0.0.1 เป็นท่ีสารองไวใ้ นการทดสอบการ
ทางานของอปุ กรณ์เครือข่าย ที่เรียกวา่ Loopback testing

• Class B เหมาะสาหรับองค์กรขนาดกลาง มีเครื่องลูกข่ายไดถ้ ึง 65,535
เคร่ือง มีค่าไดต้ ้งั แต่ 128 ถึง 191 สองบิตแรกมีค่าเป็น 10

• Class C เหมาะสาหรับองคก์ รขนาดเลก็ มีเครื่องลูกข่ายไดถ้ ึง 254 เครื่อง มี
ค่าไดต้ ้งั แต่ 192 ถึง 223 สามบิตแรกจะมีค่าเป็น 110

Default Subnet Mask

• เป็ นค่าท่ีใช้สาหรับแบ่งเน็ตเวิร์กออกเป็ นเน็ตเวิร์กย่อย กรณีที่

ตอ้ งการจดั สรรหมายเลขไอพี ให้หน่วยงานตามจุด หรือสาขาต่าง

Cๆlass Net Mask เลขฐานสิบ Net Mask
เลขฐานสอง

A 255.0.0.0 11111111.00000000.00000000.00000000

B 255.255.0.0 11111111. 11111111.00000000.00000000

C 255.255.255.0 11111111. 11111111. 11111111.00000000

การแบ่ง Subnet ของ Class C

• เน่ืองดว้ ยปัจจุบนั IP Address ท่ีมีใชง้ านส่วนมากเป็ นคลาส C
เกือบท้งั หมด กล่าวคือเราใช้ 8 บิต ดา้ นขวาสุดของ IP Address ใน
การกาหนด Host Address (Host ID) ใหเ้ คร่ืองคอมพิวเตอร์ ดงั น้นั
การทาการ Subnet ในคลาส C กค็ ือการแบ่งขอ้ มูล 8 บิต ของ Host
Address ออกเป็น Subnet Address และ Host Address ใหม่นน่ั เอง
สรุปการแบ่ง Subnet ของคลาส C ที่นามาใชง้ านจริงได้ 5 แบบ ดงั
ตารางต่อไปน้ี


Click to View FlipBook Version