บทที่ ๗ หลักการและเทคนิคมูลฐานที่ ผตน.ควรทราบ
******************************
๗-๑ ทั่วไป
ก. ในทน่ี จ้ี ะนาํ หลกั การและเทคนคิ ตา งๆท่ี ผตน.จะตองใชบอยๆ ในการปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี ปน ตาของชดุ หลกั ยงิ และ
เปน ผเู ฝา ตรวจสนามรบ เพอ่ื รวบรวมขา วสารตา งๆ
ข. ในฐานะทเ่ี ปน ผมู องเหน็ สนามรบ และเฝา ตรวจสนามรบตลอด ๒๔ ชว่ั โมง ผตน.จะตองตรวจตราตรวจสอบ
ทุกอยางท่ีมีอยูในสนามรบไดแก ภูมิประเทศ,ลมฟาอากาศ,ขาศึกและฝายเราวามีลักษณะการปฏิบัติหรือมีการเปล่ียน
แปลงอยา งไร ตามความเปนจริงที่ตนตรวจพบ หา มคาดคะเนหรอื เดา เพราะถา เดาขอ มูลทีไ่ ดจ ะไมถ ูกตอ ง ทาํ ใหก ารตี
ความขาวกรองผิดพลาด ซึ่งอาจจะมีผลรายมากกวาไมไดรายงานเสียอีก
ค. ในการรายงานขาวโดยทั่วไป ใหระลึกถึงความสมบูรณ, แจมแจง,กระทัดรัดไวเสมอ คือตองตอบคําถามเหลา นี้
๑. ใคร - ใครเปน ผรู ายงาน
๒. อะไร - วัตถ,ุ ภมู ิประเทศ,สภาพอากาศที่รายงาน
๓. เมอ่ื ไร - วัน , เวลา ที่รายงานหรือที่ตรวจพบ
๔. ทไ่ี หน - บรเิ วณ,ที่ตั้ง,หรอื พน้ื ทท่ี ต่ี รวจพบ
๕. อยางไร - สง่ิ ทต่ี รวจพบเปน อยา งไร,ลกั ษณะหรอื กจิ กรรมตา ง ๆ ทต่ี นไดก ระทาํ หรอื สงั เกตเหน็
ง. ในการรายงานเกี่ยวกับกําลังของขาศึกนั้น ใหระลึกถึงเรื่องดังตอไปนี้
๑. ขนาดหนวย (Size) - หนว ยใหญข นาดไหน
๒. การปฏบิ ัติ (Activities) - กําลังทาํ อะไรอยู
๓. ทตี่ ง้ั (Location) - ทไ่ี หน ควรบอกพิกัด
๔. หนว ย (Unit) - เปน หนว ยประเภทใด
๕. เวลา (Time) - ตรวจเหน็ เมอ่ื ใด
๖. ยทุ โธปกรณ (Equipment) - หนว ยนน้ั มยี ทุ โธปกรณอ ะไรบา ง
จ. ในการดําเนินภารกิจยิงนั้น วิธีปฏิบัติมาตรฐานไดแก
๑. การกําหนดที่ตั้งเปาหมาย
๒. สงคําขอยิง
๓. ปรบั การยิง ถาจําเปน
๔. เฝาตรวจและรายงานผลการยิง
๗-๒ มมุ และการวดั มมุ
ก. มุม (Angle) คือ จาํ นวนหรอื ปรมิ าณการหมนุ ของเสน ตรงเสน หนง่ึ รอบจดุ หนง่ึ ในพน้ื ทค่ี งทอ่ี นั หนง่ึ จากทศิ ทาง
หน่งึ ไปยังทิศทางหนึ่ง อาจจะหมุนตามเข็มหรือทวนเข็มนาฬิกาก็ได
ข. มาตราวัดมุมมีหลายมาตรา แตที่ทางทหารนิยมใชกัน มีอยู ๓ ระบบ คือ
๑. ระบบองศา แบงวงกลมออกเปน ๓๖๐ สว น เรียกวา องศา(Degree) แตล ะองศาแบง ออกไปอกี ๖๐ สว น
เรียกวา ลบิ ดา (Minute) แตล ะลบิ ดาแบง ออกไปอกี ๖๐ สวนเรียกวา ฟล ปิ ดา(Second)
๒. ระบบเกรดหรือเกรเดยี นท แบงวงกลมออกเปน ๔๐๐ สว น เรียกแตละสวนวา ๑ เกรด(Grad,G) แตล ะ
เกรดแบงออกเปน ๑๐๐ สว น เรียกวา เซนติเกรด(Centigrad,C) แตล ะเซนตเิ กรดแบง ออกเปน ๑๐๐ สว น เรียกวา เซนติ
เซนติเกรด(Centi - Centigrad,CC)
สาํ หรบั ระบบนเ้ี ครอ่ื งคาํ นวณคาสโิ อทม่ี ใี ชอ ยใู นเหลา ป.ปจ จบุ นั แบง ระบบออกเปน ๔๐๐G, ๖๐c, ๖๐cc ไป
ตามลําดับ ซึ่ง ๑ เกรดจะเทากับ ๑๖ มลิ เลยี มพอดี เปนประโยชนมากในการคํานวณเปนมิลเลียมซึ่งไมมีในเครื่องคํานวณ
๓. ระบบมลิ เลยี มหรอื มิล. แบงวงกลมออกเปน ๖๔๐๐ สว น แตละสวนเรียกวา ๑ มิล-เลยี ม(Mil,m ) การ
แบงละเอยี ดออกไปใชท ศนยิ มไปตามลําดบั
สรปุ วา ๑ วงกลม = ๓๖๐ องศา = ๔๐๐ เกรด = ๖๔๐๐ มิล.
๑ มุมฉาก = ๙๐ องศา = ๑๐๐ เกรด = ๑๖๐๐ มิล.
บทที่ ๗ หลกั การและเทคนคิ มลู ฐานท่ี ผตน.ควรทราบ หนา ๗ - ๒
ค. สาํ หรบั วชิ าหลกั ยงิ ทหารปน ใหญน น้ั นิยมใชระบบมิลเลียมมากที่สุด เพราะวา
๑. ความงายในการอาน,เขียน และ วัด
๒. มุม ๑ มลิ เลยี ม ที่แขนของมุมยาว ๑,๐๐๐ สว น จะรองรบั เสน รอบวงทม่ี คี วามยาว ๐.๙๘๑๗สว น ใกลเ คยี ง
กับ ๑.๐ มาก จึงถือวา เสน รอบวง ๑ เมตร จะรองรับมุม ๑ มิลเลยี ม ณ ระยะ ๑,๐๐๐เมตร แลว นาํ ไปใชป ระโยชนไ ดอ ยา ง
กวางขวาง
๗-๓ สูตร มลิ เลยี ม หรือ กฎ กผร. (Mil Formula)
ก. ดวยคุณสมบัติของมุม ๑ มิล. ดงั ทก่ี ลา วมาแลว ในขอ ๒. ขางตน คือ ๑ สว นของเสน รอบวงกลมทม่ี รี ศั มี
๑,๐๐๐ สว น จะรองรับมุม ๑ มิล. ณ จุดศูนยกลางของวงกลมนั้น นน่ั คอื มุม ๑ มิล. ณ ระยะ ๑,๐๐๐ เมตร จะมเี สน รอบวง
หรอื กวา งดา นหนา ๑ เมตร
มุม ๑๐ มิล. ณ ระยะ ๑,๐๐๐ เมตร จะมเี สน รอบวงหรอื กวางดา นหนา ๑๐ เมตร
มุม ๑ มิล. ณ ระยะ ๒,๐๐๐ เมตร จะมเี สน รอบวงหรอื กวางดา นหนา ๒ เมตร
ข. เขียนเปนสูตร มิล. หรอื กฏ กผร. ไดวา
๑. ก = ผ/ร หรอื m = W/R ร
๒. ผ = ก X ร หรอื W = m X R กผ
๓. ร = ผ/ก หรอื R = W/m
ในเมื่อ ก (m) = มมุ เปน มลิ เลยี ม (Mil)
ผ (W) = กวา งดา นหนา หรอื ดา นประกอบมมุ ยอด (Width) ร
ร (R) = แขนของมุม หรือระยะเต็ม ๑๐๐๐ หรือหารดวย ๑๐๐๐ (ทศนยิ ม ๑ ตาํ แหนง )(Range)
หนว ย ผ และ ร ตองเปนหนวยเดียวกัน เชน เมตร/เมตร หลา/หลา
ค. อยางไรก็ตาม เมื่อมุมโตขึ้น ความถูกตองก็จะคอยๆ ลดลง ตามหลักการแลวยอมใหใชไดกับมุมที่เลก็ กวา
๖๐๐ มิล. ลงมา
ง. ตัวอยางเชน สามเหลย่ี มมมี มุ ก = ๑๐๐ มิล. ระยะ ๓๐๐๐ เมตร จะมกี วา งดา นหนา = ๑๐๐X๓๐๐๐/๑๐๐๐
= ๓๐๐ เมตร หรอื กวา งดา นหนา ๒๐ เมตร วัดมุม ณ จุดหนึ่งได ๕ มิล. ดังนั้นระยะเต็ม ๑๐๐๐ = ๒๐/๕ = ๔ ระยะยิง =
๔X๑๐๐๐ = ๔๐๐๐เมตร ดังนี้เปนตน
๗-๔ การวดั มมมุ และการใชม มุ
ก. มุมที่ ผตน.ใชสวนมากแลวไดแก มุมภาค มมุ ขา งและมมุ ดง่ิ โดยปกติแลวจะใชเครื่องมือและวิธีวัดมุมตางๆ ใน
ภูมิประเทศดังนี้.
๑. มุมภาค (Azimuth) วัดโดยเข็มทิศ หรือกลองกองรอยในขั้นตนแลวใชการวัดมุมทางขางประกอบเพื่อใหรวด
เร็วขึ้น มุมภาคที่ใชโดยปกติแลวเปนมุมภาคตาราง
๒. มุมขาง (Deviation) วัดโดยใชก ลอ งสอ งสองตา กลอ ง ผบ.รอ ยกลอ งกองรอ ย หรอื วดั ดว ยมอื
๓. มุมดิ่ง (Vertical Angle) วัดโดยใชก ลอ งสอ งสองตา กลอ ง ผบ.รอ ย กลองกองรอย เข็มทิศ เอ็ม ๒ หรอื วดั
หยาบ ๆ ดวยมือ
ข. ผตน.ใชมุมประเภทตางๆ ดังกลา วแลว ดังนี้
๑. มุมภาค ใชกําหนดที่ตั้งเปาหมายวิธีโปลาร หรือการสกัดตรงแสดงทิศทางที่ตรวจการณ(แนว ตม.) และหา
ที่อยูของตนเองดวยวิธีตางๆ
๒. มุมดิ่ง ใชในการกําหนดที่ตั้งเปาหมาย(โปลา รห รอื ยา ยจากจดุ ทราบทต่ี ง้ั )การปรับการยงิ ท้ังทางด่งิ หรือสูง
กระสนุ แตก รายละเอียดจะกลาวไวในเรื่องนั้น ๆ
๑
บทที่ ๗ หลกั การและเทคนคิ มลู ฐานท่ี ผตน.ควรทราบ หนา ๗ - ๓
๗-๕ ระยะและการหาระยะ
ก. ผูตรวจการณหนาเกี่ยวของกับระยะตลอดเวลา ทั้งในการกําหนดที่อยูของตนเองกําหนดที่ตั้งเปาหมายและใน
การปรับการยงิ การหาระยะของ ผตน. ตามหลักแลวควรผิดพลาดไมเกิน ๒๐ % ทง้ั ทางบวกหรอื ลบของระยะจรงิ
ข. วิธีท่ี ผตน.ใชหาระยะนั้น โดยปกติแลวไดแก
๑. วธิ เี ทยี บสนามฟตุ บอล หรอื ยงิ หมายระยะ
๒. วิธีสังเกตลักษณะของวัตถุ หรอื ภมู ปิ ระเทศ
๓. วิธีเวลาตาง แสง - เสียง
๔. วิธีกฎ กผร.
๕. วิธีวัดเอาในแผนที่ หรอื เปรยี บเทยี บกบั แผนท่ี
๖. วิธีใชกลองวัดระยะ
๗-๖ วธิ เี ทยี บสนามฟตุ บอล
สนามฟตุ บอลนน้ั ปกติจะมีความยาว ๙๐ - ๑๑๐ เมตร แตก ใ็ หถ อื วา ยาว ๑๐๐ เมตร สามารถนาํ มาเปน หนว ย
วัดระยะไดเปนอยางดี โดยดําเนินการดังนี้
ก. ทําความคุนเคยกับภาพของระยะ ๑๐๐ เมตร หรือขนาดของความยาวสนามฟุตบอล
ข. สําหรับระยะใกลตั้งแต ๕๐๐ เมตรลงมา ใหป ระมาณวา จะมสี นามฟตุ บอลไดก ส่ี นามจากทท่ี า นอยไู ปถงึ เปา
หมาย
ค. สาํ หรบั ระยะระหวา ง ๕๐๐ - ๑๐๐๐ เมตร ใหพิจารณาหาจุดกึ่งกลางของระยะทางนั้น แลวพิจารณาระยะ
จากทา นไปยงั จดุ กง่ึ กลางนน้ั เหมือนขอ ข. แลว เอา ๒ คูณ
ง. การใชวิธีนี้จะตองเขาใจและคุนเคยกับลักษณะของสิ่งแวดลอม ที่ทําใหรูสึกวาระยะไกลหรือใกลกวาปกติเปน
อยางดี คือ
๑. รูสึกวาใกลกวาปกติเมื่อ
ก) มองขามนํา หุบเหว
ข) อากาศสดใสปลอดโปรง โดยเฉพาะอยา งยง่ิ หลงั ฝนตก
ค) ตะวนั อยขู า งหลงั ผตู รวจการณห รอื หนา เปา หมาย
ง) สขี องฉากหลงั ตดั กบั วตั ถอุ ยา งมาก
จ) วัตถุสีสดใส เชน ขาว แดง เหลือง
ฉ) มองขน้ึ ขา งบน
ช) เปาหมายใหญ
ซ) ในทะเล
ด) ขณะทต่ี น ไมไ มม ใี บ เชน ใน ฤดูหนาว ( ของฝรง่ั )
ต) ตนไมหรือกิ่งกานของมันตัดกับขอบฟา หรอื ฉากหลงั ทส่ี วา งจา
ถ) ใชก ลอ งสอ งทางไกล
๒. รูสึกวาไกลกวาปกติ
ก) มองขามพื้นที่ เปน ลกู คลน่ื
ข) ตะวันอยูหนาผูตรวจการณหรือหลังเปาหมาย
ค) อากาศไมสดใส เชน มีหมอก ควนั ฝนตก เปนตน
ง) ฉากหลงั สีกลมกลืนกับวัตถุนั้น
จ) มองลงไปยังที่ต่ํา
ฉ) เปาหมายเล็ก
ช) สที มึ ทบื
ซ) เปา หมายมกี ารพราง
๒
บทที่ ๗ หลกั การและเทคนคิ มลู ฐานท่ี ผตน.ควรทราบ หนา ๗ - ๔
ด) เมอ่ื ตรวจการณด ว ยทา คกุ เขา หรอื ทา นง่ั ในขณะที่อากาศรอน โดยเฉพาะอยางยิ่งเมื่อดินเปยกชื้น ทง้ั
นเ้ี พราะการแผร งั สคี วามรอ น
จ. สาํ หรับการยิงหมายระยะ ก็คงใชเทคนิคคลายๆกัน โดย ผตน. ขอให ศอย.ทําการยิงหมายระยะให เชน ๔๐๐
หรอื ๕๐๐ เมตร แลวจดจําระยะนั้นไว นาํ ไปเปรยี บเทยี บกบั ระยะทต่ี อ งการทราบดงั กลา วแลว ๗-๖ วิธีนี้ ผตอ. ใชม าก
เพราะความสูงของการบินแตละครั้งอาจจะไมเทากัน
ฉ. หากไมแนใจใหใชวิธเี ฉล่ีย เชน ระยะที่คาดวาใกลสุดไมนอยกวา ๙๐๐ เมตร ไกลสุดไมเกิน ๑๒๐๐ เมตร ก็ให
เฉลย่ี ปานกลาง คือ ๑๐๐๐ เมตร หรอื ๑๑๐๐ เมตร
๗-๗ วิธีสังเกตลักษณะของวัตถุหรือภูมิประเทศ
ก. วธิ นี จ้ี ะชว ยขจดั ความผดิ พลาดของวธิ ใี ชส นามฟตุ บอลไดเ ปน อยา งดี เชน ตามรายการขางลาง ถา ทา น
สามารถทราบดวยตาเปลาวา พาหนะนน้ั ใชล อ หรอื สายพานระยะกจ็ ะอยรู ะหวา ง ๑๕๐๐-๒๐๐๐ เมตร และถาแยกไดวา
เปน รถถงั แตไ มท ราบแบบ ระยะก็จะอยูระหวาง ๑๐๐๐-๑๕๐๐ เมตรดังนี้เปนตน
ข. ถาปรากฎในระยะตางๆ เมื่อมองดวยตาเปลา
๑. ระยะ ๕๐๐ เมตร
- ทราบวาเปนพลประจํารถถัง ทหารราบ ปน กล ค. ปตถ. หรือจรวดตอสูรถถัง
๒. ระยะ ๑๐๐๐ เมตร
- ทราบวาเปน รถถัง รสพ. รยบ. แบบใด
๓. ระยะ ๑๕๐๐ เมตร
- ทราบวาเปน รถถัง รสพ. รยบ. และ ป.
๔. ระยะ ๒๐๐๐ เมตร
- ทราบวาเปน รถสายพาน หรอื รถลอ
ค. ภาพปรากฎในระยะตางๆ เมอ่ื ใชก ลอ งสอ งสองตา
๑. ระยะ ๑๐๐๐ เมตร
- ตนไมสามารถมองเห็นกิ่งเล็กไดใบจะรวมเปนกลุมบางๆ เม่ือตัดกับขอบฟา และสามารถมองทะลุก่ิงตา งๆ
๒. ระยะ ๑๒๐๐ เมตร
- แยกขบวนเดนิ ของทหารราบได
- อาคารเห็นเสาธง และปา ยหรอื ตราประจาํ อาคารได
๓. ระยะ ๑๕๐๐ เมตร
- ตน ไมเ ห็นใบเปน กลมุ หนาทึบ ทราบลกั ษณะอยา งหยาบได และเหน็ กลมุ ของกงิ่ ใหญ
- ทหารเดินเทาเห็นการแยกกลุมได เหน็ พลประจาํ รถถงั หรอื เหน็ รปู รา งของมา แยกประเภทพาหนะได
๔. ระยะ ๒๐๐๐ เมตร
- ทราบวาเปน พลประจํารถถัง ทหารราบ ปน กล ค. ปตถ. หรอื จรวดตอ สรู ถถงั
๕. ระยะ ๓๐๐๐ เมตร
- ตนไมเหน็ ลาํ ตน สว นลา งได กิ่งใหญๆ จะกลมกลนื ไปกบั ใบ
- ขบวนยานยนตหรือ ป. ที่กําลังลากแยกแยะได
๖. ระยะ ๔๐๐๐ เมตร
- ตนไมจะกลมกลืนเขากับกลุมใบ มีผวิ เรียบ
- ทราบวาเปน รถถงั รสพ. รยบ. แบบใด
- ทราบวา เปน บา นหรอื อาคารแบบใด
๓
บทที่ ๗ หลกั การและเทคนคิ มลู ฐานท่ี ผตน.ควรทราบ หนา ๗ - ๕
๗. ระยะ ๕๐๐๐ เมตร
- พน้ื ทป่ี า จะมองเห็นคลายปาละเมาะแตม ีผวิ เรียบ และทมึ ทบึ
- ทราบวาเปน รถถัง รสพ. หรอื รยบ.
- เห็นปลองโรงงาน โรงสไี ด
๘. ระยะ ๖๐๐๐ เมตร
- แยกออกวาเปน รถลอ หรอื สายพาน
๙. ระยะ ๑๕๐๐๐เมตร
- โบสถ วิหาร และอาคารเดนๆ แยกประเภทได
๗-๘ การหาระยะโดยวิธีใชเสียงหรือวิธีเวลาตาง แสง - เสยี ง
ก. โดยอาศัยหลักการที่วา แสงมีความเร็วมากจนถือไดวาไมเสียเวลาเดินทางเลยสวนเสียงมีความเร็วประมาณ
๓๔๐ เมตรตอวินาที ทอ่ี ณุ หภมู อิ ากาศ ๕๙ องศาฟาเรนไฮน (อุณหภมู ิโดยทั่วไปถือวา ๓๕๐ เมตรตอวินาที) เมื่อเห็นตน
กําเนิดของเสียงและจับเวลาเดินทางของเสียงไดก็จะหาระยะโดยประมาณไดอยางใกลเคียง
ข. วธิ ปี ฏบิ ตั โิ ดยทว่ั ไป ก็คือ
๑. เมอ่ื เหน็ แสงแลบ, ฝุนหรือควันจากการระเบิดของกระสุนหรือการยิงของอาวุธใหเริ่มจับเวลา
๒. เมื่อไดยินเสียงนั้น ใหห ยดุ จบั เวลา
๓. นําเวลาที่จับไดเปนวินาที คูณกับ ๓๕๐ จะไดระยะจากตนกําเนิดเสียงนั้นมาถึง ผตน.เปนเมตร
ค. วิธีจับเวลา อาจจะใชนาฬิกาจับเวลาที่มีอยูในอัตราของหมูตรวจการณหนาจะถูกตองดีขึ้น ถาไมมีนาฬิกาจับ
เวลา ใหเ รม่ิ นบั เมอ่ื เหน็ แสง และหยุดนับเมอื่ ไดยนิ เสียง ดว ยจงั หวะนบั หนง่ึ ถงึ เจด็ หรอื นบั เจด็ ครง้ั ในสองวนิ าที จํานวนที่
นบั ไดค อื หลกั รอ ยของระยะเชน เมื่อนับไดถึงหกไดยินเสียง แสดงวา ตน เสยี งหา ง ๖๐๐ เมตร นบั ถงึ สบิ สอง แสดงวา หา ง
๑๒๐๐ เมตร เปนตน
สาํ หรบั การนบั ตง้ั แตส บิ วนิ าทขี น้ึ ไป ไมต อ งนบั ซาํ ต วั เลขนน้ั เชน หนง่ึ สอง สาม ฯลฯ แทนการนบั สบิ เอด็ ฯลฯ
๗-๙ วิธีใชสูตร มลิ เลยี ม หรือ กฎ กผร.
ก. หาก ผตน. ทราบระยะทางขางหรือทางดิ่งของวัตถุใด ๆ อยา งแนน อน เชน รยบ. ขนาด ๒ ๑/๒ตนั ยาว ๗.๓
เมตร หรือเสาธงหนา อาคารสงู ๑๖ เมตร เปนตน ก็จะทําการวัดมุมภายในระหวางปลายทั้งสองของสิ่งนั้น แลว ใชก ฎ กผร.
คํานวณโดย
๑. วดั มมุ ภายในหรอื งา มมมุ ระหวา งปลายทง้ั สองของวตั ถหุ รอื ระยะทท่ี ราบนน้ั โดยกลอ งสอ งสองตา ,กลอ ง
ผบ. รอ ย หรือดวยมือ
๒. นําความยาวหรอื ระยะที่ทราบ มาหารคามุมที่วัดได แลว คณู ดว ย ๑๐๐๐ กจ็ ะไดระยะไปยังจุดนน้ั
ข. ตัวอยาง เชน ผตน. วดั มมุ จากหนา รยบ. ขนาด ๒ ๑/๒ ตัน ไปยังทายรถได ๕ มิล. (รยบ.ขนาด ๒ ๑/๒ ตันโดย
ทั่วไปยาว ๗.๓ เมตร)
ร = ผ/ร X๑๐๐๐ = ๗.๓ / ๕ X ๑๐๐๐ = ๑,๔๖๐ เมตร
ดังนั้นระยะจาก ผตน.ถึง รยบ. ๒ ๑/๒ ตัน เทากับ ๑,๔๖๐ เมตร หรอื ๑๕๐๐ เมตร ดังนี้เปนตน
ค. หากระยะที่ทราบไมตั้งฉากกับแนวตรวจการณ (ตม.) ความผิดพลาดจะมีมากขึ้นแตก็อาจหาคาโดยประมาณ
หมายเหตุ การหาคา อยา งละเอยี ดควรใชส ตู รสมั พนั ธต รโี กณ แทน
๔
บทที่ ๗ หลกั การและเทคนคิ มลู ฐานท่ี ผตน.ควรทราบ หนา ๗ - ๖
ง. ตารางตอ ไปน้ี ใชส าํ หรบั ประมาณระยะไปยงั รถถงั ฝา ยตรงขา มซง่ึ มลี กั ษณะโดยทว่ั ไป คือ
๑. ถ.กลาง (ตั้งแต T๖๒ ลงมา) กวา ง ๓.๕ เมตร ยาว ๖.๕ เมตร
๒. ถ.หนกั (T๖๔ T๗๒ และ AUS - ๘๕) กวา ง ๓.๕ เมตร ยาว ๗.๕ เมตร
มุมที่วัดเปนมิล. ร ะ ย ะ ( เมตร )
123456789 10
700
ถ.กลาง - ยาว 6500 3000 2200 1600 1300 1100 900 800 700 400
800
- กวาง 3500 1800 1200 900 700 600 500 400 400 400
ถ.หนกั - ยาว 7500 1800 2500 1900 1500 1300 1100 900 800
- กวาง 3500 1800 1200 900 700 600 500 400 400
ตารางประมาณระยะไปยังรถถังขาศึก
๗-๑๐ วิธีวัดหรอื เทียบกับแผนที่
ก. การหาระยะโดยการวัดจากแผนที่ดําเนินการดังนี้
๑. กําหนดที่ตั้งของ ๒ จุดนั้น ลงบนแผนท่ี
๒. วัดระยะระหวางจุดทั้งสองบนแผนที่นั้น
๓. นาํ ระยะทว่ี ดั ไดไ ปคณู กบั สว นของมาตราสว นแผนทน่ี น้ั หรอื นาํ ไปเปรยี บเทยี บกบั มาตราสว นเสน บรรทดั
ความยาวที่วัดดวยมาตราใด ตอ งตดั ทอนใหเ ปน หนว ยความยาวของมาตรานน้ั เสมอ
ข. หากกําหนดที่ตั้งของจุดที่ตองการวัดลงบนแผนที่ไมได กใ็ หเ ปรยี บเทยี บกบั ระยะของจดุ ทท่ี ราบทต่ี ง้ั บนแผนท่ี
๒ จุด ซึ่งกําหนดจุดหรือวัดระยะได ตามความเหมาะสม
๗-๑๑ การใชก ลอ งวดั ระยะ
ถามีกลองวัดระยะดวยแสงเลเซอร หรอื แบบอน่ื ๆ ทม่ี ลี กั ษณะคลา ยกนั ผตน.ก็จะหาระยะไปยังจุดตางๆ ไดอ ยา ง
ถูกตอง รวดเรว็ งา ยดาย เปน เครอ่ื งมอื ทม่ี ปี ระโยชนม ากตอ ผตน.
๗-๑๒ ทิศทาง
ก. ผตน.ที่มีขีดความสามารถจะตองหาทิศไดอยางถูกตอง ทิศทางใชป ระโยชนทง้ั ในการกําหนดทีอ่ ยขู องตนเอง,
กําหนดที่ตั้งเปาหมาย, ปรบั การยงิ และรายงานขา วสารตา งๆ โดยปกติแลวจะใชรวมกับระยะ
ข. การหาทิศทางอาจหาได โดยวธิ ีตางๆ ดังนี้
๑. การกะประมาณ ดว ยการศกึ ษาภมู ปิ ระเทศประกอบกบั แผนท่ี ผตน.ที่ไมมีเครื่องมือวัดมุมหรือวัดทิศทาง
กอ็ าจกาํ หนดทศิ ทางอยา งครา วๆ ในภมู ปิ ระเทศไดอ ยา งนอ ย ผตน.จะตองศึกษาภูมิประเทศใหทราบทิศหลักๆทั้ง ๘ ทศิ
เสมอ
๒. การใชเข็มทิศ กลาวแลวในบทกอน
๓. การวดั บนแผนท่ี ดวยการใชแผน พัดตรวจการณ บรรทัดวัดมุมหรือขีดแบงเอาเองดังกลาวแลว
๔. การวัดจากจุดอาง จุดอางที่ทราบทิศทางแลวสามารถใชกลองสองสองตา หรือใชมือวัดมุมขางไปยังจุด
ตางๆ และนํามาคํานวณหาทิศทางของจุดนั้นๆ ได
๕. ใชกลองหาทิศหรือเครื่องมือวัดมุมอื่นๆ เชน กลองไยโร กลองกองรอย เปนตน
๗-๑๓ การขานตวั เลขและตวั อกั ษรของทหารปน ใหญ
ก. เพื่อความรวดเร็ว แจมแจงและไมผดิ พลาดในการสั่งการ คําขอและการติดตอสื่อสาร การขานหรือออกเสยี ง
ตัวเลขและอักษรของทหารปนใหญ โดยเฉพาะอยางยิ่งที่เกี่ยวกับวิชาหลักยิง ป. ใหย ดึ หลกั การดงั ตอ ไปน้ี
๕
บทที่ ๗ หลกั การและเทคนคิ มลู ฐานท่ี ผตน.ควรทราบ หนา ๗ - ๗
ข. การขานตัวเลขไมว า จะเปน ดวยปากเปลา หรือการใชเคร่อื งมือส่ือสารใหย ึดหลักการที่วา
๑. เลขหลกั หนว ย หลกั สบิ อา นทล่ี ะตวั
๒. เลขหลกั รอ ย หลกั พนั ที่เต็มรอย เต็มพัน อานเปนรอยเปนพัน
๓. เลขที่มีจุดทศนิยมและเลขที่ไมเต็มรอยเต็มพัน อา นทลี ะตวั
ตัวอยางเชน
๐ ขานวา ศูนย ๑ ขานวา หนง่ึ
๒ ขานวา สอง ๓ ขานวา สาม
๑๐ ขานวา หนง่ึ ศนู ย ๑๑ ขานวา หนง่ึ หนง่ึ
๙๐ ขานวา เกาศูนย ๑๐๐ ขานวา หนง่ึ รอ ย
๕๐๐ ขานวา หา รอ ย ๑๐๐๐ ขานวา หนง่ึ พนั
๑๐๐๐๐ ขานวา หนง่ึ ศนู ยพ นั ๕๐๐๐ ขานวา หา พนั
๑๖๐๐๐ ขานวา หนง่ึ หกพนั ๑.๑ ขานวา หนง่ึ จดุ หนง่ึ
๑๐๐.๕ ขานวา หนึ่งศูนยศูนยจุดหา ๕๙๖ ขานวา หา เกาหก เปนตน
ค. การขานตัวอักษร คงยึดระเบียบการใชวิทยุโทรศัพท
ตัวอยางเชน ก = ไก, ข = ขาว ,ค = ควาย, ษ = ฤาษ,ี ส = สงิ หโ ต เปนตน
หมายเหตุ ข ทเ่ี ปลย่ี นเปน ขา ว เพราะใกลก บั ไก
ส ทเ่ี ปลย่ี นเปน สงิ หโ ต เพราะใกลกับ เรือ ซง่ึ อาจฟง ผดิ ไดง า ย
ง. สาํ หรบั อักษรภาษาอังกฤษซึง่ มปี ระปนอยเู สมอ และจาํ เปน ตอ งอา นหรอื ขานใหท ราบควรจดจาํ ไวด ว ยดงั น้ี
A = อลั ฟา B = บราโว C = ชาลี D = เดลตา E = เอคโก
F = ฟอกทรอต G = กอลฟ H = โฮเตล I = อินเดีย J = จูเลียต
K = กิโล L = ลมิ า M = ไมค N = โนเวมเบอร O = ออสกา
P = ปาปา Q = ควิ เบค R = โรเมโอ S = เซียรา T = แทงโก
U = ยนู ฟิ อรม V = วิคเตอร W = วิสกี้ X = เอกซเรย Y = แยงกี้ Z = ซูลู
๗-๑๔ มาตรฐานของความถูกตองและการปดเศษ
ข. ความถูกตองมาตราฐานของการกําหนดที่ตั้งเปาหมาย และการปรบั การยงิ ของ ผตน.นน้ั ใหถือเกณฑดังตอ
ไปน้ี เวนแตจะกลาวเปนอยางอื่น
๑. ทศิ ทาง มมุ ภาคหรอื แนวอา งอน่ื ๆ เต็ม ๑๐ มิล.
๒. การยายทางขาง (ข/ซ) เต็ม ๑๐ เมตร
๓. การยายทางระยะ (พ/ล) เต็ม ๑๐๐ เมตร (เวน เมอ่ื ขอ ยผ.)
๔. การยายทางสงู หรือทางดิ่ง (ส/ต) เต็ม ๕ เมตร
๕. พิกัดตารางละเอียด (จล.ม.ยผ.) เต็ม ๑๐ เมตร (๘ ตาํ แหนง )
๖. พิกัดตารางหยาบ (ม.ปรบั ) เต็ม ๑๐๐ เมตร (๖ ตาํ แหนง )
ข. สาํ หรบั การปด เศษทศนยิ มนน้ั ใหใชตามวิชาหลักยิง ป.ทก่ี าํ หนดเปน มาตรฐานไวด งั น้ี (ถาจําเปนจะตองปด)
๑. ทศนิยมที่นอยกวา ๐.๕ ใหปดทิ้ง เชน ๒๒.๔ ปดเปน ๒๒
๒. ทศนยิ มทม่ี ากกวา ๐.๕ ใหปดขึ้น เชน ๒๒.๖ ปดเปน ๒๓
๓. ทศนิยม ๐.๕ ใหปดเปนเลขจํานวนคู เชน ๒๒.๕ ปดเปน ๒๒
หมายเหตุ ทั้งนี้เพราะวา ในวิชาหลักยิง ป.นน้ั มักจะมีการแบงครึ่งหรือผาหวงควบอยูเสมอจํานวนคูจะงายในการ
แบงยิ่งกวา
******************************
๖