The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krupatchaniya Chumpom, 2019-08-07 04:52:20

bio-way-of-life

bio-way-of-life

วิธี ใช้

1. ใชป้ ยุ๋ แห้งในแปลงปลกู ตน้ ไมท้ กุ ชนิด
ในอัตราส่วนปุ๋ยแหง้ 1 กำ�มอื /พ้ืนที่ 1 ตารางเมตร แล้วจงึ ปลูกพชื

2. พืชผกั ทีม่ อี ายุเกนิ 2 เดอื น ใช้ปุ๋ยรองกน้ หลุมก่อนปลูก
ประมาณ 1 กำ�มอื

3. ไม้ยืนตน้ ไมผ้ ล ควรรองก้นหลมุ ดว้ ยเศษหญ้า ใบไมแ้ หง้ ฟางแหง้
และปยุ๋ แหง้ ประมาณ 1 - 2 บ้งุ ก๋ี

4. ไมด้ อก ไมป้ ระดบั ไมก้ ระถาง ควรใสป่ ุ๋ยแหง้ สัปดาหล์ ะ 1 คร้ัง
ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ รอบโคนตน้

ข้อควรจำ�

เมื่อใสป่ ๋ยุ แหง้ ( โบกาฉิ) ตอ้ งใช้จลุ นิ ทรีย์ EM ฉดี พน่ ดว้ ยเสมอ
เพอ่ื ให้จลุ ินทรีย์ทพ่ี กั ตวั ทำ�งานได้ดีขนึ้

51

ชวี วิถี กฟผ. เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยนื

การทำ�จุลนิ ทรีย์ขยาย

EM ขยาย คือ การทำ�ให้ไดจ้ ลุ นิ ทรยี แ์ ขง็ แรง มปี ระสิทธิภาพ เพ่มิ จำ�นวน
มาก โดยการใช้อาหารประเภทกากน้ำ�ตาลหรอื อื่นๆ ท่ีใชแ้ ทนกันได้

สว่ นผสม

EM 2 ช้อนโตะ๊
กากนำ้ �ตาล 2 ช้อนโตะ๊
น้ำ�สะอาด 1 ลติ ร

วิธีการทำ�

1. ใส่น้ำ�สะอาดในภาชนะทเี่ ปน็ ขวดพลาสติก มีฝาเกลยี ว ตามส่วน
(ไม่ควรใชข้ วดแก้ว เพราะเม่อื จลุ ินทรีย์เพมิ่ จำ�นวน จะเกดิ แกส๊
และขวดไมส่ ามารถขยายตวั ได้)

2. ใส่ EM ผสมกากน้ำ�ตาลลงในน้ำ�ทเี่ ตรียมไว้ ปดิ ฝาใหม้ ิดชดิ
3. เขย่าให้ละลายเขา้ กนั หมักไว้อยา่ งนอ้ ย 3 - 5 วัน

วิธี ใช้

1. นำ�ไปใช้ไดเ้ หมือน EM สด (ยกเว้น การให้สตั ว์กนิ และการฉีดพ่นเพือ่
ปรบั อากาศ ไม่ต้องใส่กากน้ำ�ตาล) และควรใช้ให้หมดภายใน 3 เดือน

2. เมื่อครบ 3 วันขน้ึ ไป นำ�ไปขยายโดยใช้สว่ นผสมข้างต้นได้อกี

52

การทำ� EM หมักนำ้ �ซาวข้าว

นำ้ �ซาวขา้ วโดยท่วั ไป ผคู้ นมกั จะเทท้งิ ลงรอ่ งน้ำ�โดยไม่รู้วา่ รอ่ งน้ำ�เสียนั้น
มจี ุลินทรีย์อยู่มากมาย เมื่อเทน้ำ�ซาวข้าวลงไป จึงเป็นเหตุทำ�ให้เกิดมลพิษต่อ
ส่ิงแวดลอ้ มเพ่ิมข้ึน แตถ่ า้ นำ�นำ้ �ซาวข้าวมาหมักดว้ ย EM ก่อน จะสามารถนำ�ไป
ใช้ได้สารพดั ประโยชน์

ส่วนผสม

น้ำ�ซาวข้าว 1 - 2 ลติ ร
EM 10 ซีซี (หรอื 1 ช้อนโต๊ะ)
กากน้ำ�ตาล 10 ซีซี (หรือ 1 ช้อนโต๊ะ)

วิธกี ารทำ�

1. กรณี ใช้ภาชนะหมัก ขนาด 1 ลิตร ใสน่ ้ำ�ซาวขา้ วครงึ่ ลติ ร
2. เตมิ EM กบั กากนำ้ �ตาล เขย่าหรอื คนใหล้ ะลายเข้ากนั
3. เตมิ น้ำ�สะอาดให้เตม็ ปดิ ฝาให้แน่น
4. หมกั ไว้ 7 วนั แลว้ นำ�ไปใช้ได้ ควรใช้ให้หมดภายใน 7 วัน

วิธี ใช้

จุลนิ ทรียข์ ยาย 4 - 5 ช้อนโตะ๊ ผสมนำ้ � 10 ลิตร ฉีด พน่ รด ตน้ พืช

53

ชวี วิถี กฟผ. เพอ่ื การพฒั นาอยา่ งยั่งยนื

การทำ�น้ำ�นมฮอร์โมน 1 ลิตร
2 ชอ้ นโต๊ะ
สว่ นผสม 2 ช้อนโต๊ะ

นมหมดอายุ
จุลินทรีย์ท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพ (EM)
กากนำ้ �ตาล

วธิ ีการทำ�

ผสมนม จลุ นิ ทรียท์ ม่ี ปี ระสิทธภิ าพ (EM) และกากน้ำ�ตาลเขา้ ดว้ ยกนั
ใสข่ วดพลาสติกชนิดฝาเกลยี วปดิ ฝาใหแ้ น่น เกบ็ ไว้ 3 - 5 วัน นำ�ไปใช้

วธิ ี ใช้

4 - 5 ชอ้ นโต๊ะ ผสมนำ้ � 10 ลติ ร ฉีด พน่ ราด จะทำ�ให้ดอกตดิ ผลดก
ขนาดโต น้ำ�หนักดี รสชาติอรอ่ ย

54

การทำ�ฮอร์โมนผลไม้ 2 กิโลกรัม
2 กิโลกรมั
สว่ นผสม 2 กโิ ลกรมั
250 ซซี ี (หรอื 1 แก้ว
มะละกอสกุ หรือ 25 ช้อนโตะ๊ )
ฟักทองแก่จดั 250 ซซี ี (หรอื 1 แกว้
กลว้ ยนำ้ �วา้ สกุ หรือ 25 ชอ้ นโต๊ะ)
จลุ ินทรีย์ท่มี ปี ระสทิ ธิภาพ (EM) 10 ลติ ร

กากนำ้ �ตาล

น้ำ�สะอาด

วิธกี ารทำ�

หั่นมะละกอ ฟักทอง กล้วยน้ำ�ว้าสุกท้งั เปลือก ใหเ้ ปน็ ช้ินเลก็ ๆ ผสม
จลุ นิ ทรยี ท์ ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ (EM) และกากนำ้ �ตาล อยา่ งละ 1 แกว้ ใสน่ ำ้ � 10 ลติ ร
คนใหเ้ ขา้ กัน ปิดฝาใหแ้ นน่ หมักท้งิ ไว้ 7 - 8 วนั แลว้ กรองใสข่ วด เกบ็ ไว้ไดน้ าน
3 เดอื น

วิธี ใช้

นำ�ฮอร์โมนผลไม้ 4 - 5 ชอ้ นโต๊ะ ผสมนำ้ � 10 ลิตร ฉีด พ่น ราด
จะทำ�ใหด้ อกตดิ ผลดก ขนาดโต น้ำ�หนกั ดี รสชาติอรอ่ ย

55

ชวี วิถี กฟผ. เพ่ือการพฒั นาอยา่ งยั่งยืน

การทำ�สารไล่แมลง (สุโตจู หรอื EM 5)

สว่ นผสม 2 สว่ น (หรอื 2 แกว้ )
1 แกว้
เหลา้ ขาวไม่เกนิ 40 ดีกรี 1 สว่ น (หรือ 1 แก้ว)
น้ำ�สม้ สายชู 1 ส่วน (หรือ 1 แกว้ )
จลุ นิ ทรยี ท์ ่มี ีประสิทธิภาพ (EM)
กากน้ำ�ตาล

วิธีการทำ�

นำ�ส่วนผสมมาผสมให้เขา้ กัน ใสภ่ าชนะปดิ ฝาใหส้ นิท หมักไว้ 7 - 10
วนั เขยา่ ถงั เบาๆ ทุกวนั และเปิดฝานดิ ๆ ให้ก๊าซระบายออกมา ครบกำ�หนด
เกบ็ ใส่ขวดพลาสตกิ เก็บไว้ได้นาน 3 เดือน

วิธี ใช้

4 - 5 ชอ้ นโต๊ะ ผสมน้ำ� 20 ลิตร ฉดี พน่ ราด พชื ผัก ไม้ใบ ไมด้ อก
พืชสวน ทกุ สัปดาห์

56

การทำ�สารสกัดพืชหมกั (EM F.P.E)

สารสกดั พชื หมกั (EM Fermented Plant Extract) มคี ุณภาพเป็นปยุ๋
ฮอร์โมน และสรา้ งภมู ิต้านทานโรค เป็นการนำ�ยอดพชื ทแ่ี มลงไมช่ อบ ( โดยเกบ็
ก่อนถกู แสงอาทิตย)์ หรอื เป็นพชื อื่นๆ ทีย่ ังออ่ นอยู่ เช่น หญา้ หนอ่ ไม้ ผลไม้
พืชสมนุ ไพร หรือพชื ที่มีประโยชน์อื่นๆ ให้ไดห้ ลากหลายชนดิ มาหมกั ใชป้ ระโยชน์
แทนสโุ ตจูได้

สว่ นผสม

ยอดพชื หลากหลายชนิด ประมาณ คร่ึงถงั หมัก
นำ้ �สะอาด ประมาณ 10 ลติ ร (ทว่ มยอดพชื พอด)ี
จุลนิ ทรยี ์ท่มี ีประสทิ ธิภาพ (EM) ประมาณ 100 มิลลิลิตร
1% ของน ้ำ� (10 ช้อนโต๊ะ หรอื 10 ฝา EM)
กากนำ้ �ตาล 3% ของน้ำ� ประมาณ 300 มลิ ลลิ ิตร
(10 ช้อนโต๊ะ)

วิธีการทำ�

1. สับ หรือหั่นยอดพชื ใส่ภาชนะหมักขนาด 10 ลิตร
2. ผสมจุลินทรีย์ที่มีประสทิ ธภิ าพ (EM) กับกากน้ำ�ตาล และนำ้ �สะอาด

คนใหล้ ะลายเขา้ กัน เทลงผสมกับยอดพชื คนให้เข้ากันแล้วปิด หมกั ไว้
ไม่นอ้ ยกว่า 7 วัน ระยะหมกั ได้ 2 - 3 วัน เปิดฝา คนให้เข้ากัน ปิด
และหมกั ตอ่ กรองแยกน้ำ�และกากออกจากกนั กากนำ�ไปฝงั เปน็ ปยุ๋
นำ้ �นำ�ไปใส่ภาชนะปดิ ฝาเกบ็ ไว้
*ถา้ มนี ้ำ�ทะเล เติม 100 มลิ ลลิ ิตร (10 ช้อนโต๊ะ)

หากไม่มี เตมิ เกลอื แกง 1 ชอ้ นแกง ทำ�ให้เพ่มิ ประสทิ ธิภาพในการหมัก

57

ชวี วิถี กฟผ. เพื่อการพฒั นาอย่างย่งั ยนื

สารสมนุ ไพรใช้ปราบศตั รพู ชื ปราบหญา้

ส่วนผสม 1 ส่วน (หรือ 1 แก้ว)
1 ส่วน (หรือ 1 แกว้ )
จลุ ินทรยี ์ท่ีมีประสิทธิภาพ (EM)
กากนำ้ �ตาล
หวั นำ้ �สม้ สายชู
ยาเส้น (ยาฉนุ )

สว่ นผสมสมนุ ไพร

เมลด็ ลำ�โพง
หางไหลแดง - ขาว
รากหนอนตายหยากตวั ผู้ - ตวั เมยี
สะเดาชนดิ ผง

วธิ ีการทำ�

นำ�ส่วนผสมสมนุ ไพรทั้งหมดอย่างละเท่าๆ กนั รวมนำ้ �หนัก 1 กโิ ลกรัม
มดั ใส่ห่อผา้ แช่นำ้ � จำ�นวน 5 ลติ ร หมักใส่ภาชนะนาน 15 วัน แลว้ จึงนำ�มาใช้ได้
(ถงุ หอ่ ผา้ สมุนไพร เมอื่ ยกขึ้นจากน้ำ�ทห่ี มักแล้ว สามารถนำ�ไปแช่นำ้ �
2 - 3 ชว่ั โมง นำ�ไปใช้ได้อกี ครงั้ ก่อนทง้ิ )

วิธี ใช้

นำ�นำ้ �หมกั สมนุ ไพร อัตราสว่ น 150 - 200 ซซี ี (หรือ 20 ช้อนโต๊ะ)
ผสมจุลินทรยี ท์ ี่มปี ระสทิ ธิภาพ (EM) 100 ซีซี (หรือ 10 ชอ้ นโต๊ะ) นำ้ �สะอาด
20 ลิตร ฉีดพน่ ปราบศตั รูพืช 5 - 6 วัน/ครงั้

58

สารสมนุ ไพรชะลอการเจรญิ เตบิ โต
ของเช้อื ราเอ็นเทก็ โนส

ส่วนผสม

จุลินทรยี ์ท่มี ีประสิทธภิ าพ (EM) 1 ส่วน (หรือ 1 แก้ว)
กากน้ำ�ตาล 100 ซีซี
น้ำ�สะอาด 5 ลติ ร
แอลกอฮอล ์ 1 ขวด (เหล้าแมโ่ ขง)
ว่านน้ำ� (ตน้ ใบ ราก) 1 กโิ ลกรมั
เปลือกมังคุด 1 กิโลกรมั
หมากดิบ (สด) กะเทาะเปลอื กออกแล้ว 0.5 กโิ ลกรัม
ตะไคร้หอม 1 กิโลกรมั

วธิ กี ารทำ�

นำ�วา่ นลา้ งน้ำ�ใหส้ ะอาด มัดเป็นกอ้ น ทุบใหผ้ ิวแตก แล้วแช่ในน้ำ�
แอลกอฮอล์ 1 คนื นำ�เปลอื กมงั คุดมาตม้ ในนำ้ � จำ�นวน 2 ลิตร ใหง้ วดเหลอื นำ้ �
1 ลติ ร นำ�หมากดิบมาห่ันซอยเปน็ แผน่ บางๆ ต้มนำ้ �รอ้ นเทใส่ ทงิ้ ไว้ 1 คนื นำ�
ตะไครห้ อมทุบเลก็ นอ้ ย และกากน้ำ�ตาลมาแชน่ ำ้ � 5 ลติ ร ท้งิ ไว้ 1 คนื

*เอาสว่ นผสมท่ีได้ท้งั หมดมาแชร่ วมกนั หมักต่อไปอกี 15 วัน

วธิ ี ใช้

นำ�น้ำ�หมักสมนุ ไพร อัตราส่วน 150 ซีซี (หรือ 15 ช้อนโตะ๊ ) ผสม
จลุ นิ ทรียท์ ม่ี ีประสิทธิภาพ (EM) 100 ซซี ี (หรอื 10 ชอ้ นโตะ๊ ) น้ำ�สะอาด
20 ลติ ร ฉีดพน่ ให้ทวั่ ตน้ ไม้ ประมาณ 5 - 6 วนั /คร้ัง

59

ชวี วิถี กฟผ. เพอ่ื การพฒั นาอยา่ งยง่ั ยืน

สูตรป้องกันเชอ้ื ราหรอื ไร

สว่ นผสม

จุลินทรียท์ ี่มีประสทิ ธิภาพ (EM) 1 ส่วน (หรอื 1 แกว้ )
กากนำ้ �ตาล 1 สว่ น (หรอื 1 แกว้ )
ตะไครห้ อม 2 กโิ ลกรัม
ข่าแก ่ 2 กิโลกรัม
ใบและเมล็ดสะเดา 2 กโิ ลกรมั

วธิ ีการทำ�

1. นำ�ตะไคร้หอม ข่า สะเดา ปน่ั หรอื โขลกใหล้ ะเอียด ใสน่ ำ้ �พอคัน้ ได้
และคั้นเอาแต่นำ้ � จะได้นำ้ �สมนุ ไพรประมาณ 3 กิโลกรมั

2. นำ�จุลินทรีย์ท่ีมปี ระสิทธิภาพ ผสมกากนำ้ �ตาล ผสมในน้ำ�สมุนไพร
ปิดฝา หมกั ไว้ 3 วัน แล้วจึงนำ�มาใช้ได้ เก็บไว้ไดน้ าน 3 เดอื น

วิธี ใช้

ใช้ครงึ่ ลติ ร (500 ซีซี) ผสมน้ำ�สะอาด 20 ลติ ร ฉดี พน่ ราด
ตน้ ไม้ทกุ 3 วนั

60

สูตรไลห่ อยหรอื เพล้ยี ไฟ ป้องกนั ใบขา้ วไหม้

สว่ นผสม 1 ส่วน (หรือ 1 แก้ว)
1 ส่วน (หรอื 1 แก้ว)
จลุ นิ ทรยี ท์ ่ีมปี ระสทิ ธภิ าพ (EM) 2 กโิ ลกรัม
กากนำ้ �ตาล 20 ยอด (หรือ 1 ป๊ีบ)
ยอดยูคาลิปตัส 2 กโิ ลกรัม
ยอดสะเดา 2 กิโลกรมั
ขา่ แก ่ 2 กิโลกรัม
บอระเพ็ด
ใบและเมล็ดสะเดา

วิธกี ารทำ�

นำ�ยอดยูคาลิปตัส ยอดสะเดา ข่าแก่ และบอระเพ็ด แตล่ ะอยา่ งแยกกัน
ใส่ปบ๊ี ใสน่ ้ำ�ใหเ้ ตม็ ตม้ ใหเ้ หลือนำ้ �อย่างละครง่ึ ปบ๊ี ทิ้งไว้ให้เยน็ นำ�มารวมกนั ใน
ถงั ใหญ่ ใส่จลุ นิ ทรยี ์ท่มี ปี ระสทิ ธิภาพ (EM) กากนำ้ �ตาล ปดิ ฝาให้สนทิ ทิ้งไว้
3 วนั แล้วจึงนำ�มาใช้

วธิ ี ใช้

ครึ่งลติ ร (500 ซซี ี) ผสมนำ้ �สะอาด 20 ลติ ร ฉีด พน่ ราด
ในไร่หรือนาขา้ ว

ข้อควรจำ�

หากมีแมลงศัตรรู ะบาดหรอื รบกวนมาก จะใชน้ ำ้ �สมนุ ไพรตา่ งๆ
บอระเพ็ด เมล็ดสะเดา ตะไคร้หอม ฯลฯ ผสมรวมกันเปน็ สารไลศ่ ัตรู
พืชทีเดียวก็ได้

61

ชวี วิถี กฟผ. เพื่อการพัฒนาอยา่ งย่งั ยืน

สูตรพริกไลเ่ พลย้ี ไฟ 2 ส่วน (หรือ 2 แกว้ )
1 แก้ว
สว่ นผสม 1 ส่วน (หรอื 1 แกว้ )
1 ส่วน (หรือ 1 แก้ว)
เหลา้ ขาวไม่เกนิ 40 ดีกรี 10 ลิตร
น้ำ�สม้ สายชู 1 กิโลกรมั
จลุ นิ ทรยี ท์ ีม่ ปี ระสทิ ธภิ าพ (EM)
กากนำ้ �ตาล
นำ้ �สะอาด
พรกิ ขี้หนสู ด

วธิ กี ารทำ�

ผสมเหล้าขาว นำ้ �สม้ สายชู จลุ ินทรยี ์ท่มี ีประสิทธภิ าพ (EM) กากน้ำ�ตาล
และนำ้ �สะอาดให้เข้ากัน นำ�พรกิ ข้หี นสู ดตำ�ใหล้ ะเอียด มัดใสห่ ่อผ้าแลว้ นำ�ไป
แช่น้ำ� 1 คนื จงึ นำ�มาใช้ได้ ก่อนใช้ บบี หอ่ ผ้าให้นำ้ �หมกั ออกให้หมด

วธิ ี ใช้

นำ�น้ำ�หมักพริก อัตราสว่ น 2 ชอ้ นโตะ๊ ผสมน้ำ�สะอาด 5 ลติ ร
ฉีด พ่น ในต้นพชื ที่มเี พลย้ี ไฟเข้าทำ�ลาย (สามารถใช้อัตราสว่ นได้มากขน้ึ
หากพบการระบาดมาก)

62

สตู รกาแฟไล่แมลงศัตรพู ชื 2 สว่ น (หรอื 2 แกว้ )
1 แกว้
ส่วนผสม 1 สว่ น (หรอื 1 แก้ว)
1 สว่ น (หรอื 1 แกว้ )
เหล้าขาวไม่เกิน 40 ดีกร ี 1 กิโลกรมั
นำ้ �สม้ สายชู 10 ลิตร
จลุ นิ ทรียท์ ่มี ีประสิทธิภาพ (EM)
กากน้ำ�ตาล
กากกาแฟ
น้ำ�สะอาด

วธิ กี ารทำ�

ผสมเหล้าขาว นำ้ �ส้มสายชู จุลนิ ทรยี ท์ ี่มีประสทิ ธิภาพ (EM) กากน้ำ�ตาล
และนำ้ �สะอาด ใสก่ ากกาแฟ ผสมใหเ้ ขา้ กนั หมกั ไว้ 1 สัปดาห์ จงึ นำ�มาใช้ได้
กอ่ นใช้ กรองเอาแต่น้ำ�หมกั กาแฟ สว่ นกาแฟสามารถนำ�ไปทำ�ปยุ๋ แห้งชีวภาพได้

วธิ ี ใช้

นำ�น้ำ�หมักกาแฟ อัตราส่วน 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ�สะอาด 5 ลติ ร ฉีด พน่
ในตน้ พืชท่ีมแี มลงศัตรพู ชื (สามารถใชอ้ ตั ราส่วนได้มากขึ้นหากพบการระบาดมาก)

63

ชวี วิถี กฟผ. เพ่ือการพฒั นาอยา่ งยัง่ ยืน

การเกษตร

การปลกู พชื ผักสวนครัว

การปลูกพชื ผักสวนครัวมีความสำ�คญั เปน็ อันดบั แรกของชีวิตประจำ�วัน

เพราะใชเ้ ปน็ อาหารในครวั เรือนได้ดี ถ้าปลูกมากมเี หลือกจ็ ำ�หน่ายได้ และสามารถ
ยดึ เปน็ อาชีพได้ ขอให้มคี วามยดึ มั่นในธรรมชาติ มีความขยันและอดทน

การปลกู พชื ผักสวนครัวมหี ลกั ปฏิบัติ 5 ประการ คอื

1. การคัดเลือกเมลด็ พันธ์ุ

เมล็ดพนั ธ์ุมีความจำ�เป็นในการเรมิ่ ต้นการเพาะปลกู จงึ ควรศกึ ษา เลอื ก
เมล็ดพนั ธ์ุทีด่ ี แข็งแรง ไมเ่ ปน็ โรคงา่ ย คัดสรรแลว้ เก็บรกั ษาไว้อยา่ งดกี ่อนปลกู

2. การเตรียมดนิ

คณุ ภาพของดิน จะเปน็ ตัวกำ�หนดการเจริญเติบโตของพชื การให้อาหาร
แกด่ นิ ดว้ ยป๋ยุ ชวี ภาพ จะทำ�ให้ดินมีชวี ติ และชว่ ยยอ่ ยอินทรยี วัตถุในดนิ ดินมี
ความอดุ มสมบรู ณ์ พรอ้ มแก่การเพาะปลูก

แปลงใหม่ (ดินไม่สมบูรณ์)

• ถา้ ดนิ แขง็ มาก อาจใชเ้ คร่อื งจักรช่วยในการไถ กอ่ นยกแปลง
• ดนิ ขาดอินทรยี วัตถุ ควรแหวกทอ้ งหมู ใสจ่ ุลินทรยี แ์ หง้

และรดดว้ ยจุลนิ ทรีย์น้ำ�
• ยกร่องให้สวยงาม โรยจุลินทรียแ์ ห้ง ตารางเมตรละ 1 กำ�มอื รดด้วย

จลุ ินทรยี น์ ำ้ � คลมุ ดว้ ยฟางไว้ 5 - 7 วนั ปลกู พืชดว้ ยเมลด็ หรอื กลา้

64

แปลงเกา่ (ดินสมบูรณ์)

• ใส่ปยุ๋ แห้ง ตารางเมตรละ 1 -2 กำ�มือ ใช้จอบสบั เบาๆ ให้คลกุ กับดนิ
• คลมุ ดว้ ยฟางหรอื หญ้าแหง้
• รดด้วยจลุ นิ ทรยี ์นำ้ � 1 - 2 วัน
• หมักไว้ 7 วัน ปลูกดว้ ยเมลด็ หรือกล้า

3. การปลกู

การปลกู ด้วยเมลด็

1. นำ�เมลด็ ไปแช่ในนำ้ �จลุ ินทรยี ์ ประมาณ 30 นาที หากผิวเมลด็ แข็ง
ใหแ้ ชน่ านหนอ่ ย

2. แหวกหญ้าหรอื ฟางที่คลมุ ออก
3. ใช้ไมก้ ระดานหนา้ 1/2 x 2 นวิ้ กดเปน็ รอยลกึ 1 - 2 เซนติเมตร
4. หยอดเมล็ดตามรอยทก่ี ดไว้
5. คลมุ กลับดว้ ยฟางเหมือนเดิม
6. รดนำ้ �เช้า - เยน็
7. วันแรกให้รดดว้ ยจุลนิ ทรีย์นำ้ �ช่วงเย็นวันละ 1 คร้งั หลังจากน้ันใหร้ ด

จลุ นิ ทรียน์ ำ้ � 3 วัน/คร้งั นอกนั้นรดน้ำ�ปกติ

65

ชวี วิถี กฟผ. เพื่อการพฒั นาอยา่ งยั่งยืน

ปลกู ด้วยกล้า

การเพาะกล้ามี 2 ชนิด คอื
เพาะในแปลง

1. นำ�จลุ ินทรยี แ์ ห้งและแกลบเผาผสมดนิ ในแปลง คลุกให้ทั่ว
ทำ�หนา้ ดนิ ใหล้ ะเอยี ด

2. หยอดเมล็ด หรือโรยเมลด็
3. คลมุ ดว้ ยหญ้าแหง้ หรือฟางแห้งบางๆ
4. รดจุลนิ ทรยี ์นำ้ �ให้ชุม่ ทว่ั แปลง จากนั้นรดนำ้ �เชา้ – เยน็
5. 3 วนั แรก รดจลุ ินทรยี น์ ้ำ�ช่วงเย็นทกุ วนั

หลังจากน้ันรด 3 วนั /คร้ัง วนั ปกตริ ดน้ำ�ธรรมดา
เพาะด้วยกระบะ

1. ใช้ภาชนะสำ�เรจ็ รูป หรือใช้ไม้ 1/2 x 2 นว้ิ หรือวัสดอุ ื่น ทำ�เปน็
กระบะขนาด 50 x 50 หรือ 50 x 70 หรือ 50 x 100
เซนติเมตร ใหส้ ามารถยกยา้ ยและวางบนพืน้ ไดส้ ะดวก

2. ผสมจุลินทรียแ์ ห้งกบั ดนิ ร่วน แกลบเผา อตั ราสว่ น 1 : 5 : 3
3. นำ�สว่ นผสมที่ได้ใสล่ งในกระบะ
4. หยอดเมลด็ หรอื หวา่ นเมลด็ ให้ท่วั อย่าให้แน่นเกินไป
5. คลมุ ดว้ ยหญ้าแหง้ หรือฟางบางๆ
6. รดดว้ ยจลุ นิ ทรยี ์นำ้ �ให้ชมุ่ จากน้ันรดนำ้ �เช้า – เย็น
7. รดจลุ ินทรยี ์นำ้ �ชว่ งเยน็ ติดต่อกัน 3 วนั

หลงั จากนน้ั รดจุลินทรยี น์ ้ำ� 3 วัน/คร้ัง

66

4. การดแู ลรักษา

• ผักเกอื บทุกชนิดเพาะกลา้ กอ่ นปลูกจะดี เพราะถ้าใหร้ ่นระยะเวลาใน
การปลูก สามารถปลูกไดห้ ลายรุน่ และดูแลรักษางา่ ย ยกเวน้ พชื ผกั
ทยี่ ้ายกลา้ ไมไ่ ด้ เช่น แครอท หวั ผักกาด การปลกู ด้วยกล้า ทำ�ให้
ประหยดั เมลด็ พนั ธ์ุไดด้ ้วย ดกี ว่าปลูกดว้ ยเมล็ดแลว้ ต้องถอนทิ้งเม่ือ
ผักแนน่ เกนิ ไป

• ปกติจะใส่จลุ นิ ทรีย์แหง้ คร้ังเดียว แต่ถา้ ผกั มอี ายุยาวเกนิ 50 วนั
ใหส้ งั เกตว่าผักไม่สวย ไม่สมบรู ณ์ ก็ใสจ่ ลุ นิ ทรีย์แหง้ ไดร้ ะหวา่ งแถว
ไมใ่ หถ้ กู ต้นพชื ผัก

• การเตรยี มแปลงดี ผกั จะเจรญิ เตบิ โตเสมอกนั ทั้งแปลงผัก
ต้นใดมโี รค ใหง้ ดน้ำ� และรดดว้ ย EM สดขยาย ผสมนำ้ � 50 เทา่
ท้ิงไว้ 24 ชว่ั โมง จงึ ใหน้ ้ำ�ตอ่

• ผักมหี ัว ใหข้ ุดแปลงลกึ ๆ แหวกท้องหมบู อ่ ยๆ และใสจ่ ุลินทรยี แ์ หง้
ผสมให้ดี

• การรดน้ำ� ควรใชบ้ วั รดนำ้ �รเู ลก็ ๆ ให้เปน็ ฝอยได้มากเท่าไหร่ย่งิ ดี
• ไมค่ วรรดนำ้ �ดว้ ยสายยางที่น้ำ�พงุ่ แรงๆ จะทำ�ใหผ้ ักนอนราบ

โดยเฉพาะผักกาดขาว จะหอ่ ใบยาวขนึ้ หากถกู น้ำ�ซัดแรงๆ ทุกวัน
• พน่ ดว้ ยสารไลศ่ ตั รพู ชื หรือสารป้องกนั เช้อื ราทุกๆ 3 วนั

ข้อสังเกต

เพ่ือปอ้ งกันแมลงศตั รพู ชื โดยธรรมชาติ ควรปลูกผักกาดหอม
ผักชี ใบแหลม ปนกบั ผักอื่นๆ ปลูกต้นดาวเรือง ตะไครห้ อม ผกากรอง
ไวเ้ ป็นรั้ว และใช้ใบตะไครห้ อมมาคลุมแปลงผัก จะปอ้ งกันแมลงไดด้ ้วย

67

ชวี วิถี กฟผ. เพือ่ การพฒั นาอยา่ งยัง่ ยืน

5. การเก็บผลผลติ

การเก็บผลผลิตควรดำ�เนินไปตามอายขุ องผกั แต่ละประเภท และหาก
ปลกู โดยใช้จลุ ินทรยี ์ชวี ภาพดังกลา่ วข้างตน้ ควรเกบ็ กอ่ นกำ�หนดเล็กน้อยเพราะ

1. ผักธรรมชาติ เจริญเติบโตเร็ว
2. รน่ ระยะเวลาปลูก ลดแรงงาน และรายจา่ ย
3. หากเก็บช้าหรอื เกนิ อายุ จะทำ�ให้ผกั มีภูมติ ้านทานตำ่ � อาจเกดิ โรคได้
4. การเกบ็ ควรใช้วธิ ีตัด ยกเวน้ ผกั หวั ใช้วิธถี อน
5. ผักที่เป็นผล ควรเกบ็ อยา่ งประณีต เพื่อให้โอกาสเกิดผลใหมอ่ กี

เชน่ ถั่ว แตง
6. ผกั ทวั่ ไป เก็บแล้วล้างให้สะอาด แลว้ นำ�ไปบรรจถุ งุ เพ่อื จำ�หนา่ ย
7. ผกั ทีเ่ ปน็ ฝัก เช่น ถั่ว เก็บแลว้ ไมต่ อ้ งลา้ ง ไม่ต้องพรมน้ำ�

ข้อควรจำ�

• ผักธรรมชาตทิ นทาน ขวั้ ไมห่ ลุดงา่ ย เห่ียวยาก
• ไม่ต้องแช่สารเคมี
• น้ำ�พรมผัก หรือแชผ่ กั ควรผสม EM ด้วย
• ไมค่ วรนำ�ผลผลิตไปขายรว่ มกับแผงผักเคมี จะทำ�ให้เสยี คุณภาพ

ควรเปิดแผงผักปลอดสารพษิ หรือผกั ธรรมชาติ เพื่อสะดวกตอ่
การเลือกซือ้ ของผู้บรโิ ภค สามารถรบั รองคณุ ภาพและสามารถ
กำ�หนดราคาได้ดี ในอนาคต

68

ช่วงทีเ่ หมาะสมในการปลูกพชื ผัก

กุมภาพนั ธ์ – เมษายน

ผักชี หอม ผักบงุ้ จีน ผักกาดหัว ถว่ั ฝกั ยาว แตงกวา มะระ
ผักกาดเขียวปลี ผักกวางตงุ้ ผักกาดขาว

พฤษภาคม – กรกฎาคม

ผักคะน้า กุยชา่ ย บวบเหล่ียม ข้าวโพดหวาน หอมแดง

สิงหาคม – ตุลาคม (ปลายฝน)

ผกั ชีลาว ผกั โขม กยุ ชา่ ย ผักกาดขาว ผกั กาดหอม พรกิ
มะเขอื เปราะ มะเขอื ขาว

ปลูกไดท้ ง้ั ปี

ผกั สวนครวั ตา่ งๆ เช่น ขงิ ข่า ตะไคร้ โหระพา แมงลัก ฯลฯ

69

ชวี วิถี กฟผ. เพอื่ การพัฒนาอยา่ งย่งั ยนื

การปลูกพืชไร่

พชื ไร่ เปน็ พืชทีค่ ลา้ ยพชื ผกั สวนครัวในบางส่วน เพราะสามารถเพาะปลกู
เป็นแปลงก็ได้ เพาะปลูกเปน็ หลมุ ก็ดี ทีต่ า่ งออกไปคือการเพาะปลกู เปน็ ลานกวา้ ง
เป็นแปลงเดียวกันทง้ั พื้นที่ หรอื แบง่ เปน็ แปลงใหญ่ๆ มขี ั้นตอนดังน้ี

1. การเลอื กพนั ธ์ุ

พิจารณาในเรื่องตอ่ ไปน้ี
• พื้นทท่ี ป่ี ลกู เหมาะแกพ่ ชื นำ้ �หรือพืชดิน
• ฤดูกาลการเพาะปลกู และการใหผ้ ลผลติ ตอ่ ปี

2. การเตรียมแปลง

แบบที่ 1 เตรียมแปลงเหมอื นผกั สวนครัว

(เป็นแปลงยกรอ่ งตามท่ีได้กลา่ วมาแลว้ )
ทำ�แปลงลกึ เป็นรูปตัว V เหมาะสมกบั พชื ที่ไมต่ ้องการความชนื้
เช่น แตงรา้ น ถ่วั เป็นตน้

วธิ ีเตรยี มดนิ
1. ขุดเปน็ รปู ตวั V ขนาดพอเหมาะ กวา้ ง และลกึ
ประมาณ 50 เซนตเิ มตร
2. ใสอ่ ินทรียวตั ถุ เชน่ หญา้ แหง้ ฟาง มลู สตั ว์ ใบไมแ้ หง้ ฯลฯ
3. โรยจลุ ินทรีย์แห้ง ตารางเมตรละ 1 กำ�มอื
4. รดด้วยจุลนิ ทรียน์ ้ำ�
5. ปิดแปลงดว้ ยดิน คลุมดว้ ยฟางหรอื หญา้ แหง้ รดด้วยจุลนิ ทรยี ์น้ำ�
หมกั ไว้ 7 วัน จงึ ปลกู พชื

70

แบบท่ี 2 เตรยี มเปน็ หลมุ ขนาดต่างๆ ตามลักษณะของพืช

( ใชก้ ับการปลกู บวบ แตง ฟกั ทอง ฯลฯ)
วิธีเตรยี มดิน

1. ขุดหลุมประมาณ 30 x 30 เซนติเมตร หรือ 50 x 50 เซนตเิ มตร
2. ขอ้ 2 - 5 ทำ�เชน่ เดยี วกับแบบที่ 1

แบบท่ี 3 เตรียมแปลงปลูกเปน็ แปลงใหญ่
(แปลงเดียวหรอื หลายแปลง)

วธิ ีเตรยี มดนิ
1. ใสจ่ ลุ ินทรยี ์แห้ง พน่ จุลินทรยี น์ ำ้ �ให้ท่วั
2. ไถและคราด หรอื ไถกลบ
3. พ่นจลุ ินทรีย์น้ำ�อกี ครั้งเพอ่ื ชว่ ยใหห้ ญ้างอก ทิ้งไว้ 10 - 15 วนั
แลว้ ไถคราดอีกใหเ้ ป็นปุ๋ย 2 ต่อ
4. หากหญา้ ยังไม่หมด พ่นจลุ นิ ทรีย์นำ้ �ทิง้ ไว้ 10 - 15 วนั
แลว้ ไถคราดอีกครง้ั จงึ ปลูก
5. เตรยี มหลุมในแปลงใหญไ่ ด้ สำ�หรบั พชื ท่รี ะยะห่างกนั มาก
เชน่ แตง ฟักทอง ฯลฯ หรอื ขดุ ปลกู ได้เลยตามลักษณะของพชื

71

ชวี วิถี กฟผ. เพ่ือการพัฒนาอยา่ งยง่ั ยนื

3. การปลกู

ปลกู ดว้ ยเมลด็

• เตรียมเมล็ดใหพ้ อเหมาะกับพืน้ ที่
• นำ�เมลด็ แช่จลุ นิ ทรียน์ ้ำ� EM 1 สว่ น : นำ้ � 100 สว่ น

ประมาณ 20 - 30 นาที
• นำ�ลงปลกู ในแปลงท่เี ตรียมไว้
• ถา้ ปลกู เปน็ หลุม หลมุ ละประมาณ 3 - 4 เมลด็

ปลกู ดว้ ยกล้า

• เพาะกลา้ ในถงุ เพาะ หรอื แปลงเพาะ หรือกระบะเพาะ
• ดแู ลรดน้ำ�สมำ่ �เสมอ
• โตพอควรจงึ นำ�ไปปลกู
ข้อควรคำ�นึงในการเพาะกล้า

• เตรียมดนิ ดี
• เพาะในถุง ไม่ควรมีเมลด็ มากจนเกินไป
• เพาะในแปลง อยา่ ใหถ้ ม่ี ากเกินไป
• การปลกู ควรใหเ้ ป็นไปตามอายุของพชื อย่าใหอ้ อ่ นหรอื แก่

มากจนเกินไป
• การปลกู พืชตอ่ เนอ่ื ง การเพาะกลา้ จะช่วยให้ปลกู ได้หลายรุ่น

และไดผ้ ลผลิตมากกวา่ เดิม
• การปลกู ดว้ ยกล้า ควรทำ�รม่ เงาด้วยสักระยะหนึ่ง (ประมาณ 1

สัปดาห)์ อาจจะใช้ฟางคลมุ หรอื ทำ�น่งั ร้านคลุมดว้ ยสแลน ฯลฯ

72

4. การดูแลรกั ษา

การใหน้ ้ำ�

• พืชบางชนิด หลังปลกู ให้น้ำ�ชวั่ คราวแลว้ ไม่ตอ้ งใหอ้ กี
เช่น แตงโม พริก มะเขอื ฟักทอง ยกเวน้ แล้งจัด

• พชื บางชนิด ตอ้ งใหน้ ้ำ�ตลอด เชน่ ถัว่ แตงรา้ น
• พืชบางชนิด เชน่ แตงกวา ฟกั ทอง ถา้ จะใหน้ ำ้ � ควรใหท้ ่ีลำ�ต้นท่เี ดยี ว

ไม่ตอ้ งฉีดพ่นทวั่ ไป
• พืชบางชนดิ อาจไม่ต้องให้นำ้ �เลย เชน่ ข้าวโพด สบั ปะรด ถั่วบางชนิด

ฯลฯ แตอ่ าศัยน้ำ�จากธรรมชาติ การปลูกต้องพ่งึ ฤดกู าล

การให้ปุ๋ย

• ใสจ่ ลุ นิ ทรยี ์แห้งเดอื นละครงั้ หรือเม่อื สงั เกตเห็นวา่ พืชไม่สมบรู ณ์
• เวลาใสจ่ ลุ นิ ทรยี ์แหง้ ให้ใส่รอบๆ ดิน หรือระหวา่ งแถว

ไม่ให้ถกู ลำ�ตน้ และใบ
• พน่ จุลนิ ทรยี น์ ำ้ �เสมอๆ สลับกับสารไล่หรอื ปอ้ งกนั ศตั รพู ืช ประมาณ

เดือนละ 2 ครง้ั
• พชื ท่ีไมต่ ้องให้นำ้ � ควรพ่นจลุ นิ ทรียน์ ้ำ� และสารไลศ่ ตั รูพชื หลังฝนตก

หากฝนไมต่ กอาจผสมนำ้ �ปรมิ าณมากกวา่ เดิม และพน่ ใหม้ ากกว่าปกติ

73

ชีววิถี กฟผ. เพ่ือการพัฒนาอยา่ งยง่ั ยนื

การปอ้ งกันศตั รูพืช

• ฉดี สารไลแ่ มลงหรือศตั รูพชื ไวก้ ่อนเสมอ เพอ่ื เปน็ การปอ้ งกัน
• หากมีแมลงหรือศัตรพู ชื มาก หรอื อย่ชู ่วงฤดูศตั รพู ืชระบาด

ควรฉดี สารไล่แมลงบอ่ ยๆ 2 - 3 วนั /ครงั้
• พน้ื ทก่ี วา้ งอาจแบง่ พื้นทอี่ อกเปน็ 3 ส่วน ฉีดทุกวัน วันละ 1 ส่วน

สลบั กันไปเพ่อื ประหยดั แรงงาน

การเกบ็ ผลผลติ

• พืชเจรญิ เตบิ โตไม่เทา่ กัน การเกบ็ ผลกต็ ่างกนั ออกไป
• ควรเกบ็ ในตอนเช้า
• พชื ทม่ี ผี ลตอ่ เนอ่ื ง คอื ออกผลไดอ้ กี เชน่ แตง ถว่ั ควรเกบ็ อยา่ งรอบคอบ

ไม่ทำ�ลายข้ัว
• การดูแลรักษาผลผลิตตอ่ เนือ่ งเป็นเร่อื งจำ�เปน็ บางชนิดทับถมกันได้

บางชนดิ ทบั ถมกันมากไม่ได้ บางชนิดต้องมดั หรือบรรจุถุง หรอื ห่อ

74

การปลกู พืชสวน

พชื สวนโดยท่ัวไป จะเตรียมดนิ ปลกู เปน็ หลุม หลมุ ละ 1 ต้น จงึ ไม่ต้องไถ
พื้นท่ี ยกเวน้ เพื่อการปราบวัชพชื อาจไถหลายคร้งั จากน้นั ก็เตรียมหลมุ ปลกู

• ขุดหลุมขนาดประมาณ 50 x 50 x 50 เซนติเมตร
• ใสอ่ ินทรียวตั ถุ เชน่ หญ้าแหง้ ฟาง ใบไม้ มูลสัตว์ และใสจ่ ุลินทรยี ์

แหง้ 2 - 3 กำ�มือ รดดว้ ยจุลนิ ทรยี น์ ้ำ� (EM + กากน้ำ�ตาล + นำ้ �
อตั ราส่วน 1 : 1 : 500) เอาดินกลบ หมักไว้ 7 วนั
• นำ�ต้นกล้ามาลงหลุม คลุมดว้ ยฟาง หรือหญา้ แหง้
• ระวงั การเหยยี บย่ำ�ดว้ ยคน สตั ว์ หรอื พาหนะ
• บรเิ วณชายพมุ่ ไม้ท่ีใบไม้ ดอกไม้ รว่ งลงมา ไมค่ วรกวาด หรอื นำ�ไปทีอ่ ื่น
เน่ืองจากเป็นความสมดลุ ทางธรรมชาติ เมอื่ ออกดอก ผล ท้งั ใบ ดอก
ผล ทีร่ ่วงลงมาจะกลายเป็นอาหารของต้นเดิมอย่างต่อเนื่อง
• การเสรมิ สร้างคณุ ภาพใหแ้ กด่ นิ ทำ�ให้ต้นไม้แขง็ แรง สามารถให้
ผลผลติ ในปีต่อไปไดป้ กติ หรือดีกว่าเดมิ และถ้าดนิ สมบูรณ์จรงิ ๆ
จะออกดอก ผล ตลอดปี ดังนนั้ ตน้ ไม้ทีอ่ อกผลปีเวน้ ปี คอื ต้นไมท้ ่ี
ไมส่ มบรู ณน์ ่ันเอง

ข้อควรคำ�นงึ • พน่ จลุ ินทรียน์ ้ำ�ทุกๆ เดือน
• พ่นสารไล่แมลงศัตรูพืชเสมอๆ
• การให้ปยุ๋ แหง้ สำ�หรับไม้ผล • พ่นฮอร์โมนผลไม้ หรือฮอร์โมน

คร้งั ท่ี 1 หลังจากเก็บผล ยอดพืชเดอื นละครั้ง หรือใช้พน่
ตกแต่งกิง่ แล้ว หลังใหจ้ ุลินทรยี ์แหง้ แล้ว
ครัง้ ที่ 2 หลังจากแตกใบออ่ น
และใบออ่ นใกลแ้ ก่
ครั้งที่ 3 การติดชอ่ ดอก
ครง้ั ที่ 4 เม่ือติดลกู เลก็ ๆ

75

ชวี วิถี กฟผ. เพือ่ การพฒั นาอย่างย่ังยนื

การทำ�นาขา้ ว

ในประเทศไทย มีพ้ืนทเ่ี พอ่ื การทำ�นามากกวา่ การทำ�เกษตรชนิดอื่นๆ
โดยเฉพาะในภาคกลาง ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ภาคตะวนั ออกบางสว่ น ภาค
เหนอื ตอนลา่ ง ภาคใต้บางพ้นื ที่ หรือแมแ้ ต่บนเขาในภาคเหนือกม็ ีการปลูกขา้ ว
จงึ ทำ�ให้เห็นว่าผลผลติ ขา้ วในประเทศไทยมปี ริมาณสงู ซง่ึ เปน็ เร่อื งที่นา่ ยนิ ดี แต่
การปลูกขา้ วในประเทศไทยใช้ปุย๋ วิทยาศาสตรแ์ ละสารเคมี ในการกำ�จัดและปราบ
ศัตรูพชื รวมถงึ ใช้แกป้ ัญหาโรคข้าวและการปราบหญ้ากนั มาก จงึ ทำ�ให้เกรงวา่
ต่อไป ขา้ วไทยจะมีปัญหาเรอ่ื งการตลาดอยา่ งหนกั เพราะตลาดโลกเขม้ งวดกับ

ผลผลิตทางการเกษตรทเี่ ป็นเกษตรเคมี
ประกอบกบั ประเทศเพ่ือนบ้านของไทย เช่น
ลาว เวียดนาม กำ�ลังส่งเสริมการผลิตข้าว
ท่ีไมใ่ ชป้ ยุ๋ วทิ ยาศาสตร์ และงดการใชส้ ารพษิ

สารเคมีทั้งหลาย โดยใช้เทคนิคเกษตร
ธรรมชาติ ซ่ึงมจี ุลนิ ทรยี ์ทม่ี ีประสิทธภิ าพ
(EM) เป็นหลัก

ผลดขี องการใชป้ ๋ยุ จุลนิ ทรยี ท์ ี่มปี ระสิทธภิ าพ (EM)

• ปกตขิ ้าวธรรมชาติท่ีปลูกดว้ ย จุลินทรยี ท์ ี่มปี ระสทิ ธภิ าพ (EM)
จะไม่ล้มอยูแ่ ลว้

• การฉดี พ่นจุลินทรยี ท์ ี่มปี ระสทิ ธิภาพ (EM) ควรฉดี พ่นใหท้ ว่ั หากให้
จลุ ินทรีย์ทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ (EM) ด้วยการหยดไหลไปกับน้ำ� ขา้ วท่ีอยู่
ห่างไกลจะมคี วามสมบรู ณน์ ้อย

• นาธรรมชาติ ข้าวที่ปลกู ในรม่ รำ�ไรจะไม่มเี มลด็ ลบี เหมือนปลูกด้วยปุ๋ย
วทิ ยาศาสตร์
76

การทำ�นาโดยใชจ้ ลุ นิ ทรยี ์ท่มี ีประสทิ ธิภาพ มดี งั นี้
1. การเตรยี มแปลงเพาะกลา้ และการเพาะกลา้

• อยา่ เพาะให้กลา้ แคระแกรน หรืออวบเกินไป
• กอ่ นเพาะกล้า เลือกเมล็ดลีบออกให้หมด
• อยา่ ใส่จลุ นิ ทรยี แ์ หง้ กอ่ นไถ หรอื ก่อนคราด จะทำ�ให้กลา้ รากลกึ

ทำ�ใหถ้ อนยาก
• ควรใส่จลุ ินทรียแ์ หง้ หลังจากเตรยี มพน้ื ทีเ่ รยี บร้อยแล้ว โรยโบกาฉิ

ให้ทว่ั แล้วใช้ไม้ยาวๆ เกลย่ี ปยุ๋ ใหท้ ัว่ พนื้ ดินก่อนทอดกล้า
การเพาะกล้าจะใชว้ ิธี ใดก็ได้ แตข่ อเสนอวธิ ีท่เี ป็นแนวทางไดด้ ังน้ี

• แยกเมลด็ ลีบ โดยการนำ�ไข่สด 2 ฟอง ใสใ่ นน้ำ�ที่ใชค้ ดั เมล็ดลบี
เตมิ เกลอื จนกระทัง่ ไขท่ ง้ั 2 ฟองลอย แช่พนั ธุ์ข้าวลงไป จะมีเมล็ด
จมและลอย

• แยกเมลด็ ลบี ทลี่ อยใหห้ มด นำ�เมลด็ พันธขุ์ า้ วไปลา้ งน้ำ�ใหห้ ายเคม็
• นำ�เมลด็ ขา้ วไปแชน่ ำ้ �จลุ ินทรีย์ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ (EM)

(EM + นำ้ � 500 เท่า) ไว้ 6 ชั่วโมง จึงนำ�มาอบ หรอื ผ่งึ ในภาชนะ
ทรี่ ะเหยนำ้ �ได้
• รดนำ้ �ผสม EM ทกุ วัน จนกระทัง่ เมล็ดขา้ วมจี ุดขาวทจ่ี มกู ข้าว
แสดงว่ารากเรมิ่ งอก
• นำ�ไปผึ่งลมให้แห้ง แลว้ นำ�ไปหวา่ นในแปลงเพาะกลา้ ได้
อย่าปลอ่ ยใหร้ ากยาว
• เพม่ิ น้ำ�ในแปลงเพาะกล้าตามความจำ�เป็น อยา่ ใหล้ กึ เกนิ ไป
ต้นกล้าจะผอม

77

ชวี วิถี กฟผ. เพื่อการพัฒนาอยา่ งยงั่ ยืน

2. การเตรียมแปลงนาดำ�

ควรใส่จลุ ินทรียแ์ ห้ง ประมาณ 100 กโิ ลกรัม/ไร่ ฉดี พน่ EM ขยาย ให้
ทั่ว หลังจากคราดแล้วหมกั ไว้ 15 วนั หากมหี ญา้ งอกให้ฉดี พ่น EM ขยาย และ
ไถคราดอีกครงั้ เพ่อื ปราบหญา้

• ลงมอื ปกั ดำ�ได้
• ถ้าเป็นไปได้ไมค่ วรใส่จลุ ินทรยี ์แหง้ อกี หากจำ�เปน็ ให้ใส่หลังปักดำ�ไม่

ต่ำ�กวา่ 1 เดือน เพราะชว่ งนตี้ ้นขา้ วอย่รู ะหวา่ งการเจริญเติบโต หาก
ใสจ่ ลุ นิ ทรยี ์แห้ง รากจะลอยทำ�ใหต้ ้นข้าวลม้ หากใส่จุลนิ ทรียแ์ ห้งกอ่ น
ไถหรอื ก่อนคราด รากข้าวจะหากินลกึ ไมท่ ำ�ใหต้ น้ ข้าวลม้ และการ
เพิ่มจุลนิ ทรีย์แหง้ บอ่ ย จะทำ�ใหข้ ้าวงาม มี ใบเยอะเชน่ กนั แตม่ จี ำ�นวน
เมลด็ นอ้ ยลงด้วย
การใสจ่ ุลนิ ทรยี แ์ ห้ง ควรพิจารณาดังนี้
• ใสห่ ลงั เกบ็ เกี่ยว ฉีดพน่ EM ขยาย แล้วไถกลบ หรอื
• ใสก่ ่อนการไถดำ�อกี ครัง้ ถ้าจำ�เป็น หรอื ไม่ใสก่ ็ได้ แตต่ อ้ งไถ

ปราบหญา้ ท่เี กิดขึน้ ใหก้ ลายเป็นปยุ๋ ด้วยการฉีดพ่นดว้ ย EM ขยาย
อย่างเดยี วก็ได้

78

3. การเตรยี มแปลงนาหว่าน

เหมอื นการทำ�นาดำ� คอื ควรใสจ่ ลุ ินทรีย์แหง้ หลังการเกบ็ เกย่ี ว แลว้
ไถกลบฟางขา้ วไว้ หากจะทำ�นาปรงั ตอ่ หลังไถกลบแล้วคราดด้วย หมกั ไว้ 15 วัน
เพอ่ื ดกู ารงอกของวัชพืช หากมี ฉีดพ่น EM ขยาย ไถและคราดอกี คร้ัง จึงลงมอื
เพาะปลูก

4. การดแู ลรักษาต้นขา้ ว

• ฉดี EM ขยาย เดือนละ 1 คร้ัง
• หากมศี ัตรพู ืช ฉดี พ่นสโุ ตจูสัปดาหล์ ะ 1 ครั้ง
• เม่อื ขา้ วออกรวงแลว้ จะฉดี พ่น EM ตอ้ งใช้ EM ไมผ่ สมกากนำ้ �ตาล

หากใช้ EM ขยาย จะทำ�ใหเ้ มล็ดข้าวไมส่ วย
• ฉดี พ่นสารสกัดจากยอดพชื เสมอๆ กจ็ ะใหผ้ ลผลติ และตน้ ข้าวแข็งแรงดี

5. การเกบ็ เกย่ี ว

เนอ่ื งจากข้าวธรรมชาตจิ ะไมแ่ ห้งหากพืน้ นายงั ช้ืนอยู่ จงึ ควรดอู ายขุ องขา้ ว
วา่ ควรเกบ็ เกี่ยวเมื่อใด ก็ดำ�เนินการตามน้ัน
การปรับปรุงดินตอ่ เน่อื ง หมายถงึ ว่า หากจะใหพ้ น้ื ท่ีนาดีขึน้ หลงั จาก
เก็บเกี่ยว ควรใสจ่ ุลินทรีย์แหง้ พ่นจุลินทรียท์ ม่ี ีประสิทธิภาพ (EM) แลว้ ไถกลบ
เลยทเี ดียว จนกว่าฝนจะตกมาก จึงไถดำ�หรือหว่าน จะได้ฟางไว้เป็นปุ๋ย เพ่อื ให้
ดินได้มโี อกาสปรับปรุงให้ดีขึ้น พยายามให้นามีอินทรียวัตถุมากๆ เช่น ฟาง
(ไม่ควรเผา) หรอื หญ้า เพื่อใชเ้ ป็นปยุ๋ ธรรมชาติต่อไป งดใช้ยาฆา่ หญ้าโดยเด็ดขาด
หากอินทรียวัตถุน้อย ควรหามาเพิ่ม หากเป็นมูลสัตว์ด้วยก็จะดีมาก ครั้งแรก
ใส่จลุ ินทรยี แ์ หง้ มากๆ ตอ่ ไปกล็ ดลงได้

79

ชวี วิถี กฟผ. เพอ่ื การพฒั นาอย่างยั่งยืน

การประมง

การเลี้ยงปลา

• การเล้ยี งปลาในบ่อขนาดเล็ก
• การเลย้ี งปลาในบอ่ ธรรมชาตขิ นาดใหญ่

1. การเลีย้ งปลาในบ่อขนาดเลก็

เพื่อสง่ เสรมิ เรื่องเศรษฐกจิ พอเพียงใหพ้ ึ่งพาตนเองได้ หรอื ใหช้ าวบา้ น
หรอื ผ้ทู ี่มพี ้นื ท่ีนอ้ ย สามารถทำ�บอ่ ปลาขนาดเล็ก เลียนแบบธรรมชาติ และเลย้ี ง
ปลาจำ�นวนมากไดเ้ ป็นอาหารในครอบครวั และหากเหลือสามารถเอาไปจำ�หนา่ ย
เพ่อื เป็นรายได้ตอ่ ไป

2. การเลี้ยงปลาในบอ่ ธรรมชาติขนาดใหญ่

• เนอื่ งจากมเี กษตรกรหลายรายท่ีมีบ่อปลาอยูแ่ ลว้ ให้ใสจ่ ลุ นิ ทรียแ์ หง้
ลงไปในบ่อ (อัตราสว่ นจุลนิ ทรยี แ์ ห้ง : ปริมาตรบอ่ เชน่ จุลินทรยี แ์ ห้ง
1 กำ�มอื : บอ่ 1 ตารางเมตร หรอื จลุ นิ ทรีย์แหง้ 20 กิโลกรมั : 1 ไร่)

• ใส่จุลินทรยี น์ ้ำ�
(EM ขยาย 2 ลติ ร กากนำ้ �ตาล 2 ลิตร และนำ้ � 200 ลิตร)

• ทง้ิ ไวป้ ระมาณ 2 - 3 วนั จงึ นำ�ปลามาปล่อย
• สังเกตดนู ้ำ�โดยตักดมดูจะไมม่ ีกลิ่น หากมกี ล่ินเหม็น ให้ใส่จลุ ินทรยี ์น้ำ�

(ตามอัตราส่วนข้างบน) ลงไปในบอ่ เพื่อบำ�บัดนำ้ �เสีย

80

การทำ�อาหารปลาจาก EM (ต่อขนาดบอ่ 10 x 10 เมตร)
ส่วนผสม (ลกู ปลา 1 - 4 สัปดาห)์
2 สว่ น
ปลายขา้ วทตี่ ม้ แล้ว 1 สว่ น
รำ�ละเอยี ด 1 สว่ น
ผักสด (สบั หรอื หั่นละเอียด) 1 ช้อนโตะ๊
EM + กากนำ้ �ตาล อย่างละ 5 ลิตร (หรอื 5 - 6 ส่วน)
นำ้ �สะอาด

ส่วนผสม (ปลาใหญ่ 5 สัปดาห์ข้ึนไป) 1 ส่วน
2 ส่วน
มูลสัตวแ์ หง้ 1 ช้อนโต๊ะ
รำ�ละเอียด 5 ลิตร (หรอื 5 - 6 สว่ น)
EM + กากน้ำ�ตาล อยา่ งละ
น้ำ�สะอาด

วธิ ีการทำ�
นำ�ส่วนผสมทั้งหมดมาผสมให้เข้ากนั แล้วหมักไวป้ ระมาณ 6 ชั่วโมง

วธิ ี ใช้

1. ให้ปลากนิ เช้าและเยน็ (หมกั เชา้ ใชช้ ่วงเย็น หมักเยน็ ใช้ช่วงเช้า)
2. การให้อาหารมากเกนิ ไป หรือหลายมอ้ื ลกู ปลาจะท้องอืดตาย
3. ปลามาก - น้อย สามารถเพิม่ - ลด สว่ นผสมได้ตามสัดสว่ น

81

ชวี วิถี กฟผ. เพือ่ การพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื

การเล้ยี งกงุ้

1. การเตรียมบ่อ

• ตากบ่อให้แห้ง ประมาณ 10 - 15 วัน ตักขี้เลนออก
แลว้ ตากบอ่ ต่อ 7 -10 วัน

• หว่านจลุ ินทรยี แ์ หง้ ( ใช้มลู ไก่ผสมรำ�ละเอยี ด ผสม EM และกาก
น้ำ�ตาล หมกั ให้แหง้ ) อตั ราไร่ละประมาณ 200 กโิ ลกรัม แลว้ ฉีดพ่น
EM ขยาย (EM 2 ลติ ร กากน้ำ�ตาล 2 ลติ ร และน้ำ� 200 ลิตร/ไร)่
แล้วทงิ้ ไว้ 7 - 15 วนั

• ปลอ่ ยน้ำ�เขา้ ให้ไดร้ ะดับ 1 -2 เมตร ฉดี พน่ EM ขยายอกี ครัง้
(EM 1 ลติ ร กากน้ำ�ตาล 1 ลติ ร และนำ้ � 20 ลติ ร/ไร)่ ทงิ้ ไว้ 15 วัน

• ตีนำ้ �วันละ 5 - 10 ชัว่ โมง ตดิ ตอ่ กนั 3 - 4 วนั เพ่ือใหข้ ีเ้ ลนเศษดิน
รวมกันกลางบอ่ ระยะตนี ้ำ�ใช้ EM ขยาย 2 คร้งั
(EM 2 ลติ ร กากนำ้ �ตาล 2 ลติ ร และนำ้ � 40 ลิตร/ไร่)

• วดั คา่ PH หากไดค้ า่ = 7.8 ก็ปลอ่ ยกุง้ ได้
• การปลอ่ ยกุ้ง ตอ้ งนำ�ลกู กุง้ มาลองนำ้ �กอ่ น ถ้าไมต่ ายกป็ ลอ่ ยได้เลย

2. การดูแลหลังปล่อยกงุ้

ปล่อยกงุ้ ไร่ละ 60,000 - 70,000 ตัว/ไร่ เผ่ืออัตราการตายไวด้ ว้ ย
การตนี ำ้ �ก็เพอ่ื ระบายความร้อน และเพิ่มออกซเิ จนใหแ้ ก่ลูกกุง้

82

3. การใช้ EM ขยายกับกงุ้

• เดือนแรก (EM 2 ลติ ร กากน้ำ�ตาล 2 ลิตร และนำ้ � 40 ลติ ร)
หมักไว้ 7 วัน ฉดี พ่น 3 - 4 วัน/ครั้ง

• เดอื นที่ 2 ฉีดพน่ 3 วัน/ครั้ง
• เดอื นท่ี 3 ฉีดพน่ 2 - 3 วัน/ครั้ง จนกว่าจะจับกุ้ง

4. วิธี ใช้สุโตจู หรอื EM 5

• ใชเ้ ม่ือกุ้งมโี รคซูโอแทเนียมเกาะตัว หรือไมค่ ่อยลอกคราบ
• ฉดี พน่ สโุ ตจู 5 ลิตร/ไร่ ฉีดพ่นช่วง 09.00 - 10.00 น.
• อาการอื่นกแ็ ก้ไขไดด้ ้วยสุโตจู ผสมอาหารใหก้ ิน

สุโตจู 1 ลิตร/อาหาร 10 กโิ ลกรมั

5. อาหาร

• เมอ่ื ปลอ่ ยลูกกงุ้ ได้ 5 วัน จะใหอ้ าหารกงุ้ เบอร์ 1 คอ่ ยๆ โรยบางๆ
ให้ท่ัวบอ่ เพื่อหดั ใหล้ ูกกุ้งกนิ ให้วนั ละ 3 เวลา

• เมอื่ อายุ 3 เดือน เพิ่มอาหารเปน็ วันละ 4 เวลา ชว่ งนี้ก้งุ จะโตเรว็
• กอ่ นให้อาหาร จะตีน้ำ�ก่อน เพ่ือกวาดขี้กงุ้ ไปรวมตรงกลางบอ่

83

ชวี วิถี กฟผ. เพ่ือการพฒั นาอยา่ งยัง่ ยนื

6. การดูแลนำ้ �

ต้องหม่ันสำ�รวจ ถ้ามสี าหรา่ ยมากเกนิ ไป จะทำ�ให้กุ้งเครียด วธิ แี ก้ไขคอื
ตอ้ งถ่ายนำ้ �ออกประมาณ 60 -70 เซนตเิ มตร แลว้ เตมิ น้ำ�ใหมเ่ ข้าไปพรอ้ มๆ
กับฉีดพน่ สโุ ตจู เพ่อื ลดจำ�นวนสาหร่าย พ่นประมาณ 5 วนั /ครั้ง หากก้งุ ลอก
คราบกง็ ดพน่ ถ้านำ้ �เปน็ สีขาว ก็ต้องถา่ ยน้ำ�เช่นกนั โดยเอานำ้ �จากบอ่ พักเข้า
แทนท่ีพร้อมกบั นำ�จุลินทรีย์แหง้ ใส่ถุงมัดแลว้ แขวนไว้ในน้ำ�ขณะสบู น้ำ�เข้า จะช่วย
ผลติ แพลงก์ตอนในนำ้ �

7. ผลผลิต

• ถา้ ปลอ่ ยกงุ้ 30,000 - 80,000 ตัว/ไร่
จะไดผ้ ลผลติ 500 - 1,000 กิโลกรัม/ไร่

• อตั ราการแลกเน้อื กนิ อาหาร 1,500 กิโลกรมั ได้เน้อื 1,000 กิโลกรมั
นำ้ �หนักประมาณ 35 - 60 ตัว/กิโลกรมั

• ราคาขายโดยประมาณ กิโลกรัมละ 140 - 200 บาท
ได้กำ�ไร 50 - 100% ของการลงทุน

8. คณุ ภาพ

การเลี้ยงด้วยวิธธี รรมชาตจิ ะลงทุนตำ่ �กวา่ เลี้ยงดว้ ยสารเคมมี าก ก้งุ จะ
แขง็ แรง สขุ ภาพดี สีสวย ไม่มกี ล่ินโคลน สภาพกน้ บ่อสะอาด ไมเ่ น่าเสยี

84

การเลี้ยงตะพาบนำ้ �

การเลย้ี งตะพาบน้ำ�ในปัจจุบันน้ีมผี ู้นิยมเล้ียงกันมาก
ดงั น้นั ขอเสนอข้อคดิ เห็นไว้บางประการดงั ต่อไปนี้

• บ่อดินธรรมชาตจิ ะเลีย้ งไดผ้ ลดีกว่าบอ่ คอนกรตี
• หากจำ�เปน็ ต้องสร้างบอ่ คอนกรีต เวลาสรา้ งอย่าใชย้ ากันซมึ

เพราะจะเปน็ อันตรายตอ่ สตั ว์เลี้ยง

1. การเตรียมบ่อ

• ใช้ EM ขยาย ในอตั ราสว่ น 1 : 10,000
หรือ EM 1 ลิตร/นำ้ � 10 ลูกบาศก์เมตร พ่นท้ิงไว้ 3 วนั

• ปลอ่ ยนำ้ �เข้าบ่อ จากน้ันพ่นดว้ ย EM ขยาย
ตามอตั ราส่วนขา้ งตน้ อกี คร้ัง ท้งิ ไว้ 3 วนั

• นำ�ตะพาบน้ำ�ลงปล่อย

2. การดแู ลรักษา

• สังเกตดนู ำ้ � หากสีไม่ดี หรอื มกี ล่ิน ให้พ่น EM ขยายทนั ที
• หากสตั วเ์ ลีย้ งมีอาการเปน็ โรค ให้พน่ ด้วยสโุ ตจู ในอัตราสว่ นสโุ ตจู

4 ลติ ร : น้ำ� 5 ลติ ร ทุก 10 วนั

3. การให้อาหาร

ผสม EM สด กับอาหารในอัตราสว่ น 1 : 10 : 50 - 100
(EM 1 ส่วน : นำ้ � 10 สว่ น : อาหารสตั ว์ 50 - 100 ส่วน)

หมายเหตุ

ตะพาบน้ำ�ที่เลยี้ งด้วย EM จะมสี ขุ ภาพดี
มกี ลิ่นสะอาด ไมเ่ หม็นสาบ รสชาตดิ ี ไมม่ ีบาดแผล

85

ชวี วิถี กฟผ. เพอ่ื การพฒั นาอย่างย่งั ยืน

ปศุสัตว์

การเลี้ยงไก่

การเล้ียงไกม่ ีการเลีย้ งหลายวธิ ี
• การเล้ยี งแบบกรงตับ
• การเลยี้ งแบบปลอ่ ย

พันธ์ุของไก่
1. ไกพ่ ันธ์ุเนื้อ

• พน่ EM ขยาย บนพนื้ ภายในเล้า ทิ้งไว้ 1 วัน
• ปพู นื้ ด้วยแกลบ หนาประมาณ 2 นวิ้
• ฉีดพ่น EM ขยาย ผสมน้ำ� 1,000 เท่า ทกุ สปั ดาห์ ถา้ อากาศร้อน

ใหพ้ ่นบ่อยๆ ขจัดกล่ินแก๊ส และกล่ินเหมน็ จากมูลไก่

86

2. ไกพ่ ันธุ์ไข่

• ฉีด พ่น คอกเสมอ ด้วย EM ขยาย ผสมน้ำ�อัตราส่วน 1 : 1,000 เทา่
ทกุ สปั ดาห์ หากอากาศร้อนใชส้ ัปดาห์ละ 2 ครั้ง

• หม่ันทำ�ความสะอาดรางน้ำ�ดื่มของไก่เสมอๆ

การให้อาหารของไก่ทั้ง 2 ชนิด

• ผสม ซุปเปอร์โบกาฉิ 2 - 3 % กับอาหารให้กิน
• ผสม EM สด กับน้ำ� อตั ราส่วน 1 ลติ ร : 200 ลติ ร ใหก้ ินตลอด

(ผสมวนั ต่อวนั )

3. ไก่พนื้ เมือง

• ใช้ตาข่ายไนลอ่ น ตาถี่ สีฟา้ ลอ้ มรอบขอบล่างตามปริมาณของไก่
ใช้ดนิ กลบชายตาขา่ ยเพอ่ื ไมใ่ ห้ไก่เลด็ ลอดออกมา

• ใช้ตาขา่ ยไนล่อนสีเขียว หรือขาว ตาหา่ ง ลอ้ มดา้ นบน เพ่อื ให้ไก่
มองเหน็ ธรรมชาติ จะได้ไมบ่ ินออก

• ปล่อยไก่ตวั ผู้ 1 ตัว ตัวเมีย 5 ตวั (ปรมิ าณอาจจะมากกว่านี้
แลว้ แต่ทนุ ทรัพย)์

87

ชวี วิถี กฟผ. เพื่อการพฒั นาอย่างยัง่ ยืน

การใหอ้ าหาร

• ใหอ้ าหารไกด่ ว้ ยปลวก (ดรู ายละเอียดในการทำ�)
• ผสม EM สดในน้ำ� ใหก้ ินวนั ตอ่ วนั
• ในกรณนี ำ้ �ท่วมบอ่ ปลวก ใหผ้ สม EM ในอาหารใหก้ ิน

การทำ�บอ่ ปลวก

1. ขดุ ดินขนาดกวา้ ง 0.50 เมตร ยาว 0.70 เมตร ลึก 0.30 เมตร
2. นำ�ไม้เนือ้ ออ่ นตดั เป็นท่อนมาวางก้นหลมุ วางเปน็ ลกู ระนาด
3. นำ�มูลสัตวแ์ หง้ มาโรยลงบนกองไม้ให้ทว่ั แลว้ พรมนำ้ �ใหพ้ อชนื้
4. นำ�ฟาง ใบไม้ หญา้ แหง้ หรือกระดาษกล่องวางทบั หนา้
5. ทำ�ตามขน้ั ตอน 2 - 3 - 4 ซ้ำ�อีก 1 ชนั้
6. เสรจ็ แลว้ คลมุ ดว้ ยกระสอบป่าน ทิง้ ไว้ประมาณ 3 - 5 วนั

ปลวกจะมา ควรทำ� 5 - 6 บ่อ สลับกัน ปลวกท่ีได้
นำ�ไปเป็นอาหารไก่ ปลา

หมายเหตุ

• การเลี้ยงไก่ หากยังไมแ่ น่ใจในช่วงทีม่ โี รคระบาด อาจจะให้ปศสุ ัตว์
หรอื สัตวแพทย์ มาฉีดยากนั เอาไวก้ ็ได้

• มลู ไกจ่ ะมี EM ผสมอยู่แล้ว นำ�ไปทำ�จลุ ินทรียแ์ หง้ หรอื อาหาร
ปลา สุกร (หม)ู กบ ได้
88

การเล้ียงโค (วัว)

• ใช้ EM ขยาย ฉีด พ่น คอกเสมอๆ จะสามารถปอ้ งกันโรคเท้าเป่อื ยได้
• ใช้ EM ขยาย ผสมนำ้ �ทำ�ความสะอาดววั หากมเี หบ็ ให้ใช้ สุโตจู กำ�จัด

1. การให้อาหาร

• ใช้ EM ผสมกากนำ้ �ตาล และน้ำ�สะอาด อัตราสว่ น 1 : 1 : 1,000 แลว้
ฉดี รด หรอื หมักกับหญา้ แหง้ ฟางแห้ง และรำ�ละเอยี ดใหท้ ว่ั หมกั ไว้
ล่วงหนา้ ประมาณ 5 ชวั่ โมงถ้วน จากนนั้ นำ�มาให้วัวกนิ

• ใช้ EM สด ผสมนำ้ �ใหก้ ิน วนั ตอ่ วนั อตั ราสว่ น 1 : 5,000 โดยเปลยี่ น
นำ้ �ทุกวนั นำ้ �ทเี่ ปลี่ยนนนั้ สามารถนำ�ไปรดพืชผักได้

2. การดแู ล

• วัวนมใช้ EM เชด็ เต้านมกอ่ นรดี เตา้ นมจะไม่อกั เสบ นำ้ �นมไม่ตดิ เช้อื
ปลอดภัยแกผ่ บู้ รโิ ภค

• ควรมบี อ่ รับนำ้ �จากคอกวัว เพราะนำ้ �ที่ไดจ้ ะมีปสั สาวะปนอยดู่ ว้ ย
สามารถนำ� EM ผสม และนำ�ไปรดพืช ผัก ได้

• มูลวัวที่ไดน้ ำ�ไปเกลี่ยตากแหง้ ใช้ทำ�จุลินทรยี ์แห้งได้ดี
• หากมีแมลงวนั หรือแมลงอ่ืนรบกวน ใช้ สโุ ตจู ผสมนำ้ �

อตั ราสว่ น 1 : 500 เท่า ฉีดพน่ คอก กำ�จดั กลิ่น และแมลงได้

89

ชวี วิถี กฟผ. เพ่ือการพัฒนาอยา่ งยัง่ ยืน

การเล้ยี งสกุ ร (หม)ู

การเล้ยี งสกุ ร สิง่ สำ�คัญคอื คอกตอ้ งใหส้ ะอาด อากาศถ่ายเท
ไดด้ ี แดดไม่ส่องมากเกินไปและส่ิงสำ�คญั ทีส่ ดุ คือ การบำ�บัดกล่ิน
มลู สกุ ร จะทำ�ให้ทัง้ ผู้เลี้ยงและสกุ ร ตลอดจนเพื่อนบ้านไมเ่ ครียด
มคี ุณภาพชวี ิตดี

1. การให้อาหาร

• ผสมจลุ นิ ทรยี ท์ ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ (EM) ในนำ้ �ดม่ื โดยใชว้ ธิ ตี อ่ ทอ่ จากถงั สงู
ใหน้ ำ้ �ไหลลงท่อน้ำ�ดื่มตามคอก มกี ๊อกดดู เฉพาะคอก หากเลย้ี งดว้ ยวิธี
ธรรมชาติ ใหผ้ สมจลุ นิ ทรยี ท์ ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ (EM) ในนำ้ � ใสภ่ าชนะตามทม่ี ี
(อัตราส่วน EM สด 1 ช้อนโต๊ะ : น้ำ� 10 ลติ ร หรอื EM สด 1 สว่ น :
น้ำ� 5,000 เทา่ )

• ผสมโบกาฉิ ประมาณ 2 - 3 % กับอาหารให้กิน

90

2. การดแู ล

• ฉีด พ่น ลา้ งคอกด้วยนำ้ �ผสมจุลินทรยี ์ทมี่ ีประสทิ ธภิ าพ (EM) เสมอๆ
ท้ังน้ี นำ้ �ที่ล้นคอกทผ่ี สมจุลินทรยี ท์ ี่มปี ระสิทธภิ าพ (EM) จะไหลไป
ชว่ ยบำ�บดั นำ้ �เสยี ในทอ้ งร่อง หรือในบอ่ ได้อกี ดว้ ย

• ใชส้ ุโตจู กับน้ำ�สะอาด 50 - 100 เทา่ ฉดี พน่ ตามบ่อนำ้ �ท้ิง เพื่อ
กำ�จัดหนอนแมลงวนั จะช่วยลดแมลงวันได้ภายใน 1 - 2 สปั ดาห์

• กรณีลกู สกุ รท้องเสยี ใช้ EM สด 5 ซซี ี หรอื 1 ช้อนชา กรอกปากใหก้ นิ
จะแกอ้ าการท้องเสยี ได้

• มูลสกุ ร ที่ใช้จุลินทรยี ท์ ีม่ ีประสทิ ธภิ าพ (EM) บำ�บัด นำ�ไปทำ�ปยุ๋ หมกั
หรือจลุ ินทรยี ์แหง้ ได้

หมายเหตุ

• การใหจ้ ุลินทรียท์ ม่ี ีประสิทธภิ าพ (EM) กบั สกุ ร จะทำ�ใหม้ ีอตั รา
การแลกเน้ือสงู เนื้อแดงมาก ไม่คอ่ ยมีไขมัน สกุ รแขง็ แรง และ
มคี วามต้านทานโรคดี

• มปี ระสิทธภิ าพในการขยายพันธด์ุ ี แมส่ ุกรทเ่ี ลย้ี งดี สะอาด
จะให้ลูกถึง 14 - 16 ตัว

91

ชวี วิถี กฟผ. เพอื่ การพัฒนาอย่างย่งั ยืน

การใช้จลุ ินทรียท์ ่มี ีประสทิ ธภิ าพ (EM)
กับสง่ิ แวดล้อม

ปญั หาสิง่ แวดลอ้ มเป็นเร่ืองใหญ่ และสำ�คัญอย่างย่ิงตอ่ ธรรมชาติ
มนุษย์และสตั ว์ กระบวนการและเทคนคิ ของเกษตรเคมีเปน็ การทำ�ลาย
สง่ิ แวดล้อมและสรา้ งมลภาวะ ซึง่ วธิ ีการแก้ไขทีด่ ที ่ีสดุ คอื การใช้วิธี
ธรรมชาติปรับให้คืนสู่ธรรมชาติ รวมท้ังพัฒนา ปรบั ปรุง สว่ นทีเ่ ป็น
ธรรมชาติให้เจริญถาวร เกษตรกรสามารถอยอู่ ย่างพอเพยี ง พึง่ พา
ตนเองได้ ร่วมกนั สร้างความเข้มแขง็ ให้ครอบครัวและชมุ ชน นำ�ไปสู่
คุณภาพชวี ิตทด่ี ี และเปน็ การพัฒนาอย่างยง่ั ยืนตอ่ ไป
การใชจ้ ลุ นิ ทรีย์ที่มปี ระสทิ ธิภาพ (EM) กับสง่ิ แวดล้อม แบ่งเทคนคิ
การใชอ้ อกเป็นเร่ืองย่อยๆ ดังต่อไปนี้

1. การกำ�จัดกลิ่น
2. การบำ�บดั นำ้ �เสยี
3. การกำ�จัดขยะ
4. การกำ�จัดขยะเปียก

92

การกำ�จัดกล่ิน

กล่ินเกดิ จากขยะเนา่ เสยี หรอื นำ้ �เสยี จากโรงงานและจากแหลง่ เลย้ี งสตั ว์
กลิ่นเหมน็ เหล่าน้ี เม่ือสูดดมเข้าไปอาจทำ�ให้สุขภาพไมส่ มบรณู ์ เกิดโรคภมู ิแพ้
และโรคอ่ืนๆ ได้ง่าย จึงควรกำ�จดั หรอื บำ�บัดให้ลดนอ้ ยลง หากบำ�บดั นำ้ �ดว้ ย
จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) กลิ่นจะหายไป แต่ยังมีกลิ่นจากมูลสัตว์
กากมัน และอ่ืนๆ ซ่ึงสามารถกำ�จดั ไดด้ ว้ ย EM ขยายเช่นกัน ด้วยการผสมน้ำ�
แล้วฉีดพน่ ใหท้ ั่ว

1. กลิ่นจากบอ่ บำ�บดั น้ำ�เสียตา่ งๆ

1. ใช้ EM ขยาย พ่น ราด ทุกๆ 3 วนั
2. นำ� EM ขยาย ใสภ่ าชนะแล้วปล่อยให้หยดหรือไหลผสมกบั น้ำ�ท่อี อก

จากโรงงานตลอดเวลาท่มี นี ำ้ �ไหล กล่ินจะหายไป และน้ำ�จะดีขึ้น

2. กลิ่นจากแหลง่ เล้ียงสตั ว์

1. ใช้ EM ขยาย ผสมนำ้ � รด ฉีด พ่น 3 วนั /คร้งั จนกวา่ จะหาย
(ปกติกล่ินจะหายภายใน 1 วัน)

2. ใชส้ โุ ตจู ผสมนำ้ � ฉดี พน่ ราด สลับกับขอ้ 1

3. กล่ินจากซากพชื - สัตว์ หรือ หอ้ งน้ำ� - ห้องสว้ ม

• ใช้ EM ขยาย ผสมนำ้ �สะอาด 50 - 200 เท่า พน่ ฉีด ราด
กล่ินจะค่อยๆ จางหายไป

93

ชวี วิถี กฟผ. เพอื่ การพัฒนาอย่างย่งั ยืน

การบำ�บดั น้ำ�เสยี

ใช้อุปกรณส์ ำ�คญั 2 อยา่ ง คือ

1. EM ขยาย
- ใชฉ้ ดี พน่ 1 ลติ ร : นำ้ � 10 ลูกบาศก์เมตร (1 : 10,000)
2. EM Ball (ดังโงะ)
- กำ�จัดโคลนตมใต้ผิวนำ้ � และบำ�บัดน้ำ�เสียท่ีมลี กั ษณะเคลือ่ นไหว

ในอตั ราส่วน 1 ลูก : น้ำ� 10 ลูกบาศกเ์ มตร

การบำ�บัดน้ำ�เสยี จากโรงงาน โรงแรม โรงเลยี้ งสตั ว์ โรงอาหาร
จะมีแหล่งเกิดนำ้ �เสียชดั เจน การแกป้ ญั หานำ้ �เสยี ทำ�ดังนี้

1. พ่น EM ขยาย หรือใช้ EM Ball (ดงั โงะ) บำ�บัดน้ำ�เสียทั้งหมด
ในบ่อนำ้ �บำ�บดั และแหลง่ เกบ็ อื่นๆ

2. ผสม EM ขยาย กบั น้ำ�ท่ีไหลออกจากแหลง่ กำ�เนดิ น้ำ�เสยี ตลอดเวลา
(เช่น ระบบน้ำ�หยด) แล้วนำ้ �จะไมเ่ นา่ เสีย แต่ควรมีบ่อบำ�บดั ด้วย

94

การกำ�จดั ขยะ

• ขยะที่กระจัดกระจายบนผิวดิน นำ�มากองรวมกนั หรอื ทบั ถมกันอยู่
ในนำ้ � ทำ�ใหเ้ กิดกลิ่น และมแี มลงวัน กำ�จดั ดว้ ยการใช้ EM ขยาย
ผสมนำ้ � 500 เท่า (หากขยะแห้ง ผสมนำ้ � 1,000 เทา่ ) ฉดี พน่ ใหท้ ่วั
ทุกครัง้ ท่ีนำ�ขยะมาทิ้งจะสง่ ผลให้

1. ขยะถูกย่อยได้เรว็
2. แมลงวนั ลดลง
3. กลิ่นหมดไป
4. น้ำ�ที่ไหลออกไปเป็นน้ำ�ปุ๋ย
• ขยะทก่ี องในทล่ี มุ่ หรอื มหี ลมุ ฝงั กลบ ใชจ้ ลุ นิ ทรยี ท์ ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ (EM)

พ่นต่อเนอ่ื ง เม่ือมกี ารนำ�ขยะมาทิง้ ใหม่ 5 – 7 วนั ใหก้ ลบดินบางๆ
การกลบดินจะชว่ ยใหเ้ กดิ การหมักและย่อย สลายไดเ้ ร็วข้ึน ขยะจะยุบ
และถมต่อได้อีกหลายครัง้
• การนำ�ขยะไปทำ�ป๋ยุ ตอ้ งหมกั ด้วยจุลนิ ทรียท์ ่มี ปี ระสิทธภิ าพ (EM)
จึงจะไม่เป็นพษิ ภัย เพราะขยะหลายชนดิ มพี ษิ
• ขยะมีพษิ ขดุ หลุมฝงั อย่างเดียว ก่อนกลบ ควรพ่นจุลินทรียท์ มี่ ี
ประสทิ ธภิ าพ (EM) ใหท้ ่ัวแล้วกลบ จะไม่เกดิ พษิ ต่อไปได้อกี

95

ชวี วิถี กฟผ. เพ่ือการพัฒนาอยา่ งย่งั ยืน

การกำ�จดั ขยะเปยี ก

ขยะเปียก หมายถงึ ขยะจากโรงครวั เป็นเศษผัก เศษผลไม้ เศษอาหาร
และนำ้ �ซาวข้าว หากท้ิงทว่ั ไปจะเปน็ ตวั ทำ�ใหเ้ กิดมลภาวะมากที่สุด การบำ�บัดกอ่ น
ด้วย จุลนิ ทรยี ์ท่มี ีประสิทธิภาพ (EM) จะเปน็ ประโยชน์และปอ้ งกนั มลพษิ ได้
แบ่งเปน็ 2 ลักษณะ คือ

1 น้ำ�ซาวข้าว

หากปลอ่ ยทง้ิ ลงรอ่ งน้ำ� แหลง่ นำ้ �เสยี จะเปน็ บอ่ เกดิ ของมลภาวะสงู สดุ
หากมกี ารบำ�บัดกอ่ นท้งิ จะลดการเกดิ มลภาวะได้มากทเี ดยี ว

วธิ หี มัก

นำ้ �ซาวข้าว 1 – 2 ลติ ร ผสมจุลนิ ทรยี ์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) หัวเช้ือ
10 ซซี ี (1 ชอ้ นโตะ๊ ) และกากนำ้ �ตาลเท่ากนั คนใหล้ ะลาย บรรจุในภาชนะให้เต็ม
หมักไว้ 5 – 7 วนั ระยะหมักได้ 2 – 3 วนั ควรเปิดระบายแกส๊ ออกบ้าง

วธิ ี ใช้

• ผสมน้ำ� 500 เทา่ รดพชื ผกั เสมอๆ มีคุณภาพเปน็ ปยุ๋
• ผสมน้ำ� 100 เทา่ สำ�หรบั ซกั ทำ�ความสะอาดเสอ้ื ผา้

โดยแชไ่ วก้ อ่ น 20 – 30 นาที ขย้แี ล้วลา้ ง 1 น้ำ� กอ่ นนำ�ไปตาก
• ผสมนำ้ � 100 – 200 เท่า ล้างจาน ชาม เช็ดถพู นื้ ผนัง
• ผสมน้ำ� 500 เทา่ ฉดี พ่น ปรับสภาพอากาศในบ้าน

หรือแหล่งที่อากาศไมบ่ รสิ ทุ ธิ์

96

2 ขยะจากเศษอาหาร

หากนำ�ไปทิ้ง จะเป็นเหตุให้เกิดมลภาวะ และเกิดเชอื้ โรคไดม้ าก
ควรบำ�บัดกอ่ นท้งิ โดยใชว้ ธิ หี มกั ดงั น้ี

วิธีหมกั

• สบั หรือหั่นใหล้ ะเอียด ผสมโบกาฉิในอัตราสว่ น
เศษอาหาร 1 กิโลกรัม : โบกาฉิ 1 กำ�มือ (100 กรมั )

• ใสถ่ ังหมักที่ทำ�ข้ึนเองหรือถังสำ�เรจ็ ครง้ั เดยี วเต็มถัง
หรอื หลายครงั้ ก็ได้ เม่อื เตม็ หมกั ไว้ 7 วัน

วิธี ใช้

หมักใหค้ รบ 7 วัน เปดิ น้ำ�ใส่ภาชนะไว้ใช้ กากนำ�ไปเปน็ ป๋ยุ โดยวธิ ีฝัง
หรอื เปน็ อาหารสัตว์ เชน่ ไก่ ปลา
นำ�น้ำ�หมักไปใช้ดังนี้

• ผสมนำ้ � 500 เท่า เปน็ ปุย๋ รดพชื ผกั
• ผสมน้ำ� 100 เทา่ เช็ดถูพื้นห้องน้ำ� กระเบ้อื งโมเสค

*เชด็ กระจก เฟอร์นิเจอร์ รถยนต์ ฯลฯ (ต้องบิดผา้ ให้สะเดด็ นำ้ �)
• บำ�บดั น้ำ�เสียด้วยการเทลงโถสว้ ม แหล่งนำ้ �สาธารณะ

97






Click to View FlipBook Version