หนังสือเรียนภาษาไทย วิวิธภาษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ออมไว้ ไว้ใส่ถุงแดง
“หากต้องการให ้ชีวิตของตนและครอบครัว 01 ไม่เดือดร้อน ยากลำบาก มีความผาสุกที่ยั่งยืน นอกจากต้องประกอบอาชีพสุจริต มีความซื่อสัตย์ มีมานะในการหารายได้ ให ้เพิ่มพูนมากขึ้นตามศักยภาพของตนแล้ว ควรต้องรู้จักบริหารเงินรายได้ของตนเองให ้เป็น และเหมาะสม ไม่ควรใช้จ่ายเงินเกินรายได้ที่มี”
เ งิ น ถุ ง แ ด ง คื อ พ ร ะ ร า ช ท รั พ ย ์ ส ่ ว น พ ร ะ อ ง ค ์ ที่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล ้าเจ ้าอยู่หัวทรงได ้รับจากการค ้าสำเภา คือ นำสินค ้าบรรทุกเรือสำเภาส่งไปขายที่ประเทศจีนก่อนเสด็จ สวรรคตได ้พระราชทานไว ้แก ่แผ ่นดินเพื่อใช ้ทำนุบำรุงวัดวา อารามและสิ่งที่สำคัญยิ่งก็คือ เมื่อครั้งที่บ ้านเมืองเกิดวิกฤตการณ ์ ทางการเมืองในปี ร.ศ.๑๑๒ ไทยต ้องชดใช ้เงินค่าประติมากรรม สงครามแก่ประเทศฝรั่งเศส เงินส่วนใหญ่ที่ใช ้ในการนี้ก็ได ้มา จากเงินถุงแดง
เงินถุงแดงนี้จัดอยู่ในประเภทพระคลังข ้างที่หรือเงินข ้างที่ เป ็น พ ระ ร าชท รัพย ์ส ่ วนพ ระอ งค ์ ในป ัจจุ บัน เ งินนี้ก็คือ เ งิน งบประมาณส่วนหนึ่งที่รัฐบาลทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อใช้ จ่ายส่วนพระองค ์ สมเด็จพระเจ ้าบรมวงศ ์เธอ กรมพระยาดำรงรา ชานุภาพ ได ้ทรงอธิบายเรื่อง เงินพระคลังข ้างที่ ไว ้ใน สาส ์น สมเด็จ เล่ม ๑๓ ว่า
“ เคยได้ยินผู้หลักผู้ใหญ่เล่ากันมาว่า เดิมพระเจ้าแผ่นดิน โปรดให ้มีกำปั่นเงินไว้ ข ้างพระแท่นที่บรรทมใบหนึ่ง สำหรับทรงหยิบพระราชทานผู ้ใด หรือใช ้จ่าย การอันใด โดยลำพังพระองค์เอง คือไม่ต ้องบอกให ้ผู้อื่นรู้ จะเป็นประเพณีมาตั้งแต่ กรุงศรีอยุธยาหรือมามีขึ้นในกรุงรัตนโกสินทร ์ไม่ทราบแน่ เห็นจะเรียกกันว่า “เงินข้างที่” ทำนองเดียวกับเรียกเงินที่เอาตามเสด็จไปไหน ๆ ว่า “เงินท ้ายที่นั่ง” และคงแบ่งไปจากเงินพระคลังในนั่นเอง ถึงรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่ง เกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเก็บหอมรอมริบเงินซึ่งเป็นของส่วนพระองค์เพิ่มขึ้นในเงินข ้างที่ อีกมาก สำหรับทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ และมีเงินซึ่งเรียกกันว่า “เงินถุงแดง” สำรองไว้สำหรับใช้ในเวลาบ้านเมืองเกิดยุคเข็ญ”
ในสมัยรัตนโกสินทร ์ตอนต ้น เงินกำไรจากการค ้า สำเภาคงเป็นเงินรายได้ของแผ่นดินที่พระมหากษัตริย ์ทรงแยกไว้ ใช ้จ่ายเป ็นการส่วนพระองค ์ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระ นั่งเกล ้าเจ ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) พระองค ์ทรงมีพระราชทรัพย ์ส่วน พระองค ์เป ็นจำนวนมาก และจะทรงบรรจุไว ้ในถุงแดงเก็บไว ้ใน พระคลังข ้างที่ จึงเรียกว่า “เงินถุงแดง”
ในปี พ.ศ.๒๔๓๖ ซึ่งตรงกับปี ร.ศ.๑๑๒ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล ้าเจ ้าอยู่หัว ประเทศไทยได ้เกิดกรณีพิพาทเรื่องดินแดนกับ ฝรั่งเศส จนไทยต ้องยินยอมเสียดินแดนแถบฝั่งซ ้ายของแม่น ้าโขง คือ ดินแดนที่เป ็น(ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเกือบ ทั้งหมด) และต ้องชดใช ้เงินเป ็นค่าปฏิกรรมสงครามอีกจำนวนหนึ่งด ้วย ทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต ้องทรงนำ “เงินถุงแดง” มาใช ้เป ็นค่าปฏิกรรมสงครามในครั้งนั้น จึงทำให ้ไทยไม่ต ้องตกเป ็น อาณานิคมของฝรั่งเศสในครั้งนั้น และได ้รักษาอธิปไตยของชาติมาได ้ จนถึงทุกวันนี้
ดั ง นั้น ช า ว ไท ย จึ ง ค ว ร ร ะ ลึกถึ ง พ ร ะ ม ห าก รุณ าธิ คุณ ข อ ง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล ้าเจ ้าอยู่หัว และดำเนินการทางการเงิน ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ไม ่ว่าจะเป ็นผู ้บริหาร ไม่ว่าจะเป ็น ผู ้บริหารประเทศหรือประชาชนคนธรรมดา หากมีมานะพยายาม ที่จะหาเงินมาเลี้ยงชีพ รู ้ใช ้รู ้จ่ายให ้เหมาะสม และรู ้จักสะสมเงิน บางส่วนไว ้เป ็นเงินออมตามกำลังความสามารถ เพื่อใช ้จ ่ายใน คราวจำเป ็น ก็จะเป ็นผู ้มีฐานะทางเศรษฐกิจมั่นคง มีชีวิตที่ไม่ ลำบากและมีความสุข
ข้อคิดจากเรื่อง คนไทยได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย ์ไทยที่ทรงบริหารประเทศ เพื่อ ผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างแท้จริง รัชกาลที่ ๓ ทรงมีสายพระเนตรยาวไกล ทรงเก็บออมเงินอันเป ็นพระราชทรัพย ์ส่วนพระองค ์ สำรองไว ้จนสามารถใช้จ่ายในเวลาที่บ้านเมืองประเทศชาติเกิดยุคเข็ญ หากต ้องการให้ชีวิตของตนและครอบครัวไม่เดือดร้อนยากลำบาก ต ้องประกอบอาชีพ สุจริต มีมานะหารายได้ให้เพิ่มพูนมากขึ้นตามศักยภาพ ไม่ใช้จ่ายเกินรายได้ที่มี จนเป ็นภาระหนี้สิน การออมเป ็นลักษณะนิสัยที่ดี ที่ควรสร้างให้เป ็นกิจนิสัย ไม่ทำความเดือดร้อน แก่ตนเองหรือบุคคลแวดล้อม