ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
: เทศกาลในศาสนาพราหมณ์
1. เทศกาลนวราตี
2. เทศกาลดีปาวลี
เทศกาลนวราตี
นวราตรี (Navratri, Navaratri, หรือ Navarathri) เทศกาลบูชาพระแม่ทุรคา
นวราตรี (Navratri) เป็นเทศกาลแห่งการบูชาและการเต้นรำ ในภาษาสันสกฤตคำ
ว่า นว (nava) หมายถึง เก้า และ ราตรี (ratri) หมายถึง กลางคืน จึงมีความหมาย
ตามตัวอักษรว่า “เก้าคืน” ซึ่งในช่วง “เก้าคืน” นี้จะมีการบูชาพระแม่ทุรคา (Durga)
หรือศักติ (Shakti) ซึ่งหมายถึง พลังหรืออำนาจ ในเก้ารูปแบบ โดยเทศกาลนี้จะจัด
ขึ้นสองครั้งต่อปี ในช่วงต้นฤดูร้อน และต้นฤดูหนาว ส่วนในอินเดียจะมีการเฉลิม
ฉลองเทศกาลนวราตรีทั่วทั้งอินเดีย แต่อาจมีรายละเอียดแตกต่างกันไปในแต่ละ
ภูมิภาค นอกจากการบูชาเทวีแล้วชาวฮินดูยังฉลองด้วยการเต้นดันดิยาราส
(Dandiya-raas) หรือรำกระทบไม้ โดยถือไม้สั้นๆ คนละคู่ ตีกระทบกันเป็นวง วน
ไปวนมา ซึ่งก็อาจแตกต่างกันไปตามความนิยมในแต่ละที่
เทศกาลนวราตี
เทวีทุรคา
เทวีทุรคา หรือที่นิยมเรียกว่า พระแม่ทุรคาเป็นเทวีแห่งความมั่งคั่ง ความ
เจริญรุ่งเรือง และสุขภาพดี พระนางเป็นอวตารภาคหนึ่งของพระแม่ปารวตี
มเหสีของพระศิวะ ตามตำนานเทพเจ้าฮินดู กล่าวถึงการปราบ มหิงสาสูร ซึ่ง
เป็นอสูรที่ทรงอำนาจมากจนไม่มีเทพเจ้าองค์ใดทำลายลงได้ ดังนั้นบรรดาทวย
เทพต่างๆ จึงได้ไปเข้าเฝ้าพระนางทุรคาขอให้ทรงช่วย และเทพต่างๆ เหล่านั้น ก็
มอบอาวุธที่ทรงอำนาจให้กับพระนาง เมื่อมีอาวุธครบครัน พระนางก็สามารถ
ปราบอสูรร้ายลงได้ และสถานที่ที่มหิงสาสูรสิ้นชีพนั้น เดิมคือเมือง มหิศปุระ
(Mahishpur) ปัจจุบันคือ เมืองไมซอร์ (Mysore) ชาวไมซอร์จึงมีการเฉลิม
ฉลองเทศกาลนี้อย่างยิ่งใหญ่สนุกสนาน
พระเเม่ทุรคา
การบูชาพระแม่ทุรคา
การบูชาศักตินี้ จะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ในช่วงสามวันแรกจะเป็นพิธีปลุก
พระแม่ทุรคา เทวีแห่งพลังอำนาจขึ้นมา เพื่อมากำจัดสิ่งเลวร้ายไม่บริสุทธิ์
ต่างๆ จากนั้นเทวีที่ได้รับการบูชาต่อมาคือ พระแม่ลักษมี (Lakshmi) ผู้ที่จะ
มอบความมั่งคั่งให้กับผู้ที่บูชา และในช่วงสามวันสุดท้ายเป็นการบูชา พระแม่
สรัสวตี (Saraswati) เทวีแห่งสติปัญญา ชาวฮินดูเชื่อว่า เพื่อที่จะได้รับพรครบ
ในทุกด้าน จำเป็นที่จะต้องบูชาพระแม่ทั้งสามพระองค์ต่อเนื่องกัน 9 วัน รูป
บูชาของพระแม่จะถูกนำมาวางไว้ที่บ้านและที่วัดตลอดทั้งเก้าวันที่เฉลิมฉลอง
มีการถวายผลไม้ ดอกไม้ ขนมหวาน แด่รูปเทวี และร้องเพลงสวดบาจัน
(bhajans) เพื่อสรรเสริญพระนาง ในวันสุดท้ายของเทศกาลนี้จะมีขบวนแห่
นำรูปเคารพไปจมลงในแม่น้ำใกล้เคียง
สิ่งที่ควรรู้ในเทศกาลนวราตรี
งานแห่พระแม่อุมา ของไทย
ที่วัดแขก (สีลม)
• วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือ วัดแขกสีลม เป็นโบสถ์พราหมณ์ ตั้งอยู่เลขที่ 2
ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรักกรุงเทพฯ วัดนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ถวายการบูชา
พระศรีมหาอุมาเทวี ซึ่งเป็นพระชายาของพระศิวะ และคาดว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัย ร.5
ราว พ.ศ. 2453-2454 โดยคณะชาวอินเดียใต้ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ทางภาคใต้ของ
ประเทศไทยนานแล้ว
• วัดพระศรีมหาอุมาเทวี เป็นเทวสถานในลัทธิศักติ คือนับถือเทวีเป็นหลัก เช่น
พระศรีมหาอุมาเทวี พระชายาของพระศิวะ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพระผู้ทำลาย ถือได้ว่าเมื่อ
ยามที่พระองค์ เสวยร่างเป็นเจ้าแม่อุมา จะเป็นเจ้าแห่งความเมตตากรุณาและงาม
สง่า ดังนั้น ผู้มีจิตศรัทธาจึงนิยมไปกราบไหว้บูชาและขอพร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง
ความรักและเรื่องการขอบุตร
• พระแม่อุมาเทวี ทรงเป็นมารดาแห่งพระพิฆเนศ และเป็นชายาแห่งพระศิวะ
มหาเทพผู้ทำลายโลก 1 ใน 3 แห่ง พระแม่อุมาจึงนับว่าเป็น 1 ใน 3 แห่งพระตรีศักติ
ซึ่งหมายถึงพระแม่ทั้งสาม ได้แก่ พระแม่อุมา พระแม่ลักษมี พระแม่สรัสวตี
• งานแห่ประจำปี จัดขึ้นในวันวิชัยทัสสมิ ซึ่งเป็นวันฉลองชัยชนะขององค์
พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี (ในภาคพระแม่มหาทุรคา) ที่ทรงต่อสู้กับอสูรควาย
(มหิงสาสูร) เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน จนกระทั่งสามารถเอาชนะเหนืออสูรร้ายได้
ในวันที่ 10 จึงได้มีการจัดงานแห่เพื่อเฉลิมฉลอง
• ก่อนขบวนราชรถคันใหญ่ขององค์พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี พระแม่มหา
ลักษมี และพระแม่มหาสรัสวตี จะมีพิธีที่เรียกว่า ทุบมะพร้าว สานุศิษย์จะปา
มะพร้าวลงบนพื้น โดยเชื่อว่า มะพร้าวเปรียบเสมือนผลไม้แห่งพระเจ้า ที่
ศักดิ์สิทธิ์ บริสุทธิ์ และสะอาด ชาวฮินดูเชื่อว่า การทุบมะพร้าวเบื้องหน้าพระ
พักตร์ของเทวรูปที่นับถือ เพื่อแสดงถึงการทำลายหรือละทิ้งอัตตาของตนเอง
พร้อมทั้งน้อมกายถวายตนแด่พระผู้เป็นเจ้า
• วิธีไหว้สักการะ พระแม่อุมาเทวี และขบวนเทพอื่นๆ โดยประชาชนที่เดิน
ทางไปร่วมงาน ส่วนใหญ่แต่งกายเป็นชุดขาว หรือแต่งกายลักษณะเป็นชุดส่าหรี
แบบชาวอินเดีย พร้อมจัดเตรียมดอกไม้สีเหลือง และสีแดง อย่างดอกดาวเรือง
ดอกกุหลาบ นอกจากนี้ยังมีการตั้งโต๊ะบูชาองค์เทพต่างๆ ในศาสนาฮินดู
จำนวนมาก เพื่อรอรับพรจากจากขบวนแห่พระแม่อุมาเทวี
ความแตกต่างระหว่าง
พระแม่อุมา กับ พระแม่ทุรคา
พระแม่อุมาเทวี กับ พระแม่ทุรคาเทวี มีลักษณะหน้าตาคล้ายคลึงกัน ทำให้มีผู้
สับสน เข้าใจผิด หรือมองสลับกันเสมอๆ โดยเฉพาะในงานภาพเขียน รูปบูชา
ของอินเดีย มักจะมีการวาดให้คล้ายๆกัน จึงขอแนะนำข้อสังเกตเบื้องต้นง่ายๆ
พระแม่ทุรคา รูปภาพส่วนใหญ่จะวาดให้ทรงพาหนะ เสือ
(ส่วนน้อยจะเป็นสิงโต)
พระแม่อุมา รูปภาพส่วนใหญ่จะวาดให้ทรงพาหนะ สิงโต
(ส่วนน้อยจะทรงพาหนะเสือ)แต่ถ้าหากในรูปภาพนั้นไม่ได้ทรงพาหนะ
ใดๆให้สังเกตที่ พระกร-พระหัตถ์ (แขนและมือ) ที่ทรง ศาสตราวุธ (อาวุธ)
พระแม่อุมา มักมี ๔ - ๘ พระกร หากปรากฎคู่กับพระศิวะไม่ค่อยมี
ศาสตราวุธใดๆ จะเป็นลักษณะประทานพรหรืออุ้มพระพิฆเนศและ
พระขันทกุมาร
พระแม่ทุรคา มักมีมากกว่า ๘,๑๐,๑๒,๑๖ กรขึ้นไป และทรงศาสตรา
วุธครบถ้วนและมักจะมีอสูรที่ชื่อ มหิษาสูร ที่กำลังถูกพระแม่ทุรคาใช้
ตรีศูล (สามง่าม) หรือ ดาบ แทงอยู่ด้วย
เทศการดีปาวลี
หรือ "เทศกาลแห่งแสงไฟ"
ความสำคัญ
เทศการนี้ เป็นสัญลักษณ์หมายถึงชัยชนะของ
แสงเหนือความมืดมิด ความดีเหนือ ความชั่วอาคาร
บ้านเรือน ร้านค้า บนถนนหนทางและศาสนสถาน เช่น
โบสถ์พราหมณ์ของฮินดู, คุรุทวาราของซิกข์ และเชนสถาน
ของเชน จะตกแต่งด้วยสีสันสดใสและประดับแสงไฟ
สว่างไสวโดยทั่วไปเทศกาลปาวลีเฉลิมฉลองกัน 5 วัน โดย
จะถึงจุดสูงสุดในวันที่ 3 ของเทศกาล ซึ่งถือว่าเป็นคืน
ที่มืดมิดที่สุดของเดือนตามปฏิทินฮิน
พระแม่ลักษมี ความหมาย
ปาวลี หมายถึง วันแห่งแสงสว่าง
ในวันนี้ชาวฮินดูจะทำการบูชาพระลักษมีด้วยแสงไฟ
จากตะเกียงประทีป โดยจุดให้สว่างตลอดวันตลอดคืน
มีการสวดมนต์บูชาด้วยโศลกสรรเสริญต่างๆ รวมถึง
การเอ่ยพระนาม 108 แห่งพระแม่ลักษมีเพื่อเป็นการ
ยกย่องสรรเสริญและขอพรให้พระแม่ลักษมีประทาน
ความสมบูรณ์แก่ชีวิต
สิ่งที่ต้องทำในเทศกาลดีปาวลี
ช่วงก่อนเข้าสู่เทศกาลผู้คนจะเตรียมตัวโดยการทำความสะอาด ซ่อมแซม และตกแต่งบ้าน
หรือที่ทำงาน และแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ดีที่สุด ประดับไฟและธีป ทั่วทั้งในและนอกบ้านให้สว่าง
ที่สุด ทำพิธีบูชาต่อพระลักษมี เทวีแห่งความเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่ง มีการจุดพลุ ทานอาหารกับ
ครอบครัวและเพื่อนฝูง แลกเปลี่ยนของขวัญและแบ่งปันขนมกัน โดยเฉพาะขนมmithai เทศกา
ลดิวาลีถือเป็นเทศกาลเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญมากต่อชาวอนุทวีปอินเดียโพ้นทะเล ที่นับถือ
ศาสนาฮินดู ซิกข์ หรือเชน
วันหยุดราชการ
วันดิวาลีเป็นวันหยุดราชการในประเทศอินเดีย, ประเทศเนปาล,
ประเทศมาเลเซีย, ประเทศสิงคโปร์ และ ประเทศพม่า
ทีป สัญญาลักษณ์ของเทศกาลทีปวลี
จัดขึ้นโดย ศาสนาฮินดู ศาสนาซิกข์ ศาสนาเชน
ขนมmithai
( ขนมหวานอินเดียใต้ชนิดหนึ่ง )
การบ
ูชา
ในวันดังกล่าวจะมีการบูชาพระแม่ลักษมีเป็นประธาน แต่เทพเจ้าองค์อื่นๆก็จะได้รับการสวดบูชา
ด้วยเช่นกัน มีการจุดตะเกียงดินเผา เทียน ประทีป ประดับประดาแท่นบูชาด้วยไฟกระพริบสีสัน
สวยงามบางบ้านมีการจุดเทียนหรือดวงประทีปในรูปแบบต่างๆ วางเป็นแนวยาวซ้ายขวาให้เป็น
ถนนจากหน้าบ้านไปสู่หิ้งบูชาของพระแม่ลักษมีที่ตั้งอยู่ในบ้าน เมื่อเสร็จสิ้นการสวดมนต์บูชา
พระแม่ลักษมีแล้ว จะมีการจุดพลุ ประทัด หรือตีเกราะเคาะไม้ให้เสียงดังเพื่อข่มอสูรไล่เอาสิ่ง
อัปมงคลออกไปจากบ้านเมืองให้เหลือแต่สิ่งที่เป็นมงคลตลอดไป
นอกจากการบูชาพระแม่ลักษมีแล้ว
ในวันดีปาวลีนี้ชาวฮินดูยังทำการปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ ทำความสะอาด
เครื่องมือหาเลี้ยงชีพให้เอี่ยมอ่อง พ่อค้าแม่ค้าก็จะซื้อเสื้อผ้าใหม่สีสันสดสวย ซื้อเสื้อผ้าใหม่สีสัน
สวยงาม เป็นการต้อนรับสิ่งใหม่ๆที่จะเข้ามาในปีถัดไป
วันและเวลาการเกิดขึ้นของเทศกาลดีปาวลี
วันที่ 15 พ.ย. เมื่อเวลา 00.09 น. เที่ยงคืนที่ผ่านมา ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 12 ที่นับ
ได้ว่าเป็นคืนที่พระจันทร์มืดมิดที่สุดในรอบปี พี่น้องทั่วโลกที่นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู,
ศาสนาซิกข์, ศาสนาเชน นับว่าเป็นคืน “ดีปาวลี” หรือเทศกาลแห่งแสงไฟของศาสนาฮินดู
ตามอาคาร บ้านเรือน ร้านค้า ถนนหนทาง และศาสนสถาน โบสถ์พราหมณ์ของฮินดู, คุรุ
ทวาราของซิกข์ และ เชนสถานของเชน จะตกแต่งด้วยสีสดใสและประดับแสงไฟสว่างไสว
เพื่อเฉลิมฉลองในเทศกาลดีวาลี คืนที่มืดมิดที่สุดของเดือนการ์ติกา ตามปฏิทินฮินดูที่
จังหวัดระนอง กลุ่มคนเล็กๆ จำนวนหนึ่งที่นับถือพระพิฆเนศ ได้จุดตะเกียงไฟเพื่อทำพิธี
บูชาและต้อนรับ
พระแม่ลักษมี เทวีแห่งโชคลาภความเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่ง โดยทุกคนได้นำ กระเป๋าสตางค์
สมุดบัญชีธนาคาร มาใส่พานร่วมพิธีด้วย ตามความเชื่อให้มีเงินงอกงามเพิ่มพูน บนโต๊ะ
บูชาไฟก็จะมี 5 น้ำอมฤต คือ น้ำนมสด น้ำเนย น้ำเชื่อม น้ำโยเกิร์ต เพื่อตักอาบและถวาย
เทวรูปพระลักษมี โดยเริ่มจากการนำดอกกุหลาบจุ่มน้ำบริสุทธิ์มาประพรมตามองค์เทวรูป
ก็จะตามด้วยการสรงน้ำอมฤตทั้ง 5 โดยความเชื่อสิ่งบูชาทุกสิ่งเกิดจาก 4 ธาตุ คือ ดอกไม้
ผลไม้ เกิดจาก ธาตุดิน, น้ำอมฤต ทั้ง 5 เกิดจาก ธาตุน้ำ, ธาตุไฟ คือแสงจากไฟและแสง
จากประทีปที่จุดสว่างไสว, ส่วนธาตุลม เกิดจากมนตราที่ออกจากปากที่ออกมา
พิธีต้อนรับเหล่าทวยเทพ
เป็นเรื่องยากมากที่ใครจะไม่สังเกตเห็นบ้านของชาวฮินดูในระหว่างเทศกาลดีปาวลี ทางเข้า
ประตูแต่ละบานประดับตกแต่งด้วยรูปภาพสีสันสดใสสวยงามซึ่งทำจากแป้ง ข้าว หรือกลีบ
ดอกไม้ ซึ่งอาจจะเป็นลวดลายเรขาคณิต รูปทรงดอกไม้ หรือรูปสัตว์ชนิดต่าง ๆ หรือ
ธรรมชาติที่มีรายละเอียดงามตา งานศิลปะเหล่านี้ ซึ่งเรียกกันในชื่อ รังโกลี ถูกรังสรรค์ขึ้น
เพื่ออันเชิญเหล่าทวยเทพเข้ามาสู่บ้านเรือน เพื่อสามารถให้พรแก่เหย้าเรือนนั้นให้ประสบแต่
สิ่งดีๆ ตลอดปีที่จะมาถึง
กิจกรรมร่วมสนุก !
รายชื่อสมาชิก
นางสาว วิภาสิริ เดชป้อง ม.5/10 เลขที่ 14
นางสาว รัตติยากร สุบิน ม.5/10 เลขที่26
นางสาว ภัทราธร เสือแป้น ม.5/10 เลขที่ 28
นางสาว ลัชณี สวัสดี ม.5/10 เลขที่ 29
นางสาว กานต์ธิดา เหลืองสะอาด ม.5/10 เลขที่ 30
นางสาว เกษสุดา สืบวงษ์ ม.5/10 เลขที่ 32
นางสาว ชลิสา อยู่โภชนา ม.5/10 เลขที่ 34
นางสาว ปภาวี พุทธิเวคิน ม.5/10 เลขที่ 36
นางสาว ศศิวิมล อ่อนพั่ว ม5./10 เลขที่ 43
นางสาว ณัฐนั นท์ จูสวย ม.5/0 เลขที่ 46