The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ช่างสิบหมู่ ศรีรัฐ 33

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Punch Srirath, 2023-09-17 05:41:15

ช่างสิบหมู่ ศรีรัฐ 33

ช่างสิบหมู่ ศรีรัฐ 33

ช่า ช่ งสิบหมู่ TEN ESSENTIAL TRADITIONAL CRAFTSMENSHIP


สำ นักช่างสิบหมู่ เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร มีหน้าที่ในการธำ รง รักษา และ สืบทอดงาน ศิลปกรรมไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ ทั้งแบบประเพณี ร่วมสมัย และศิลปประยุกต์ ปฏิบัติงานด้านการ ออกแบบสร้างสรรค์งานศิลปกรรมไทย ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ศูนย์ศิลปะและ การช่างไทย ร่วมกับ กลุ่ม ศิลปประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา สำ นักช่างสิบหมู่ จึงจัดองค์ความรู้ ด้านการออกแบบเครื่องหมาย และตราสัญลักษณ์ โดยรวบรวมข้อมูลความรู้ในการปฏิบัติงานช่าง การออกแบบตราสัญลักษณ์ จาก บุคลากรภายในสำ นักช่างสิบหมู่ ผู้ปฏิบัติงาน และช่างผู้มี ประสบการณ์ นำ มาประมวล จัดทำ เป็นเอกสาร องค์ความรู้ด้านการออกแบบเครื่องหมาย และตรา สัญลักษณ์ ของสำ นักช่างสิบหมู่ ผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารองค์ความรู้ฉบับนี้จะได้รับการเผยแพร่ และอำ นวย ประโยชน์แก่ผู้อ่าน อย่างไรก็ตามการจัดทำ เอกสารองค์ความรู้ฉบับนี้หากมีข้อบกพร่องประการใด ขอให้ ท่านผู้รู้โปรดช่วยชี้ แจกให้ทราบ เพื่อจะได้ดำ เนินการปรับปรุงไปรอต่อไป


ช่าช่งแกะ 2 สารบัญบั ช่าช่งสลักลั 6 ช่าช่งกลึงลึช่าช่งหล่อล่ช่าช่งปั้นปั้ช่าช่งหุ่นหุ่ช่าช่งรักรัช่าช่งบุช่าช่งปูนปูช่าช่งเขียขีน 811131620232527


(Drawing and Painting) ช่างเขียนนับได้ว่าเป็นหัวใจหลักของการสร้างสรรค์ผลงาน ศิลปะทุกแขนง เพราะงานช่างทุกประเภทต้องอาศัยการเขียน การวาด การร่างเค้าโครงหรือกำ หนดรูปแบบก่อนเสมอ ใน สมัยโบราณนั้นการฝึกหัดช่างเขียนให้มีความชำ นาญต่อจาก นั้นจะเป็นการวาดตามรูปแบบวิธีเร่งรัดสำ หรับการ ฝึกวาด ของช่างเขียน คือ การปรุกระดาษตามภาพที่วาดไว้ แล้ว โรย ด้วยถ่านดำ ห่อเป็นลูกประคบ ยกกระดาษขึ้นก็จะเห็นรอยปรุ ผู้ เรียนก็มีหน้าที่วาดตามเส้นปรนั้น ช่า ช่ งเขียน 2


ในอดีต ดี ช่า ช่ งสิบสิหมู่มี มู่ ห มี น้า น้ ที่สนองพระราชประสงค์ของพระมหากษัตริย์ริ ใย์นการต่อเติม หรือ รืปลูก ลู สร้า ร้ งพระราชวงหรือ รื วัดวัหลวง ส่ว ส่ นพระองค์ โดยช่า ช่ งสิบสิหมู่ก มู่ ลุ่ม ลุ่ แรกที่ต้องเข้า ข้ ถวายงานแด่พ ด่ ระมหากษัตริย์ริก็ย์ ก็ คือ “ช่า ช่ งเขีย ขี น” ช่า ช่ งเขีย ขี นจะถวายงานกับ พระมหากษัตริย์ริ โย์ดยการเขีย ขี นโครงสร้า ร้ ง ร่า ร่ งรูป รู แบบของสิ่งสิ่ที่จะปลูก ลู สร้า ร้ งตามรับรัสั่งสั่จากพระมหากษัตริย์ริ ย์จากนั้นนั้นำ มา สื่อ สื่ สารกับช่า ช่ งสิบสิหมูในหมวดหมวดอื่นๆให้เ ห้ ข้า ข้ใจตามคำ ตรัสรัของพระมหากษัตริย์ริ ย์เหตุนี้ ตุ จึ นี้ ง จึ ทำ ให้ช่ ห้ า ช่ งเขีย ขี นเป็น ป็ หัวหัใจของ ช่า ช่ งสิบสิหมู่ ในปัจจุบันบังานก่อสร้า ร้ ง พระราชวังวัหรือรืวัดวัหลวงไม่ไม่ ด้มี ด้ มี มากมายนักนัแต่ช่า ช่ งเขียขีนยังยัคง มีบมีทบาทสำ คัญ ในการ ถ่ายทอดเทคนิคนิและขั้นขั้ตอน การเขียขีนให้กั ห้ กับคนรุ่น รุ่ หลัง และ คอยรักรัษา บูรณะ ปรับรั ปรุง รุ ภาพวาดและภาพเขียขีน ที่ ลวดลายเริ่มริ่จางหายตามกาล เวลา นำ มาวาดใหม่ห ม่ รือรืแก้ไข และ ธำ รงรักรัษาผลงานเหล่านั้นนั้ ให้อ ห้ ยู่สื ยู่ บสืต่อไป 3


ผู้ที่ผู้ ที่ จะฝึกเป็น ป็ ช่า ช่ งเขีย ขี นจะต้องเขีย ขี นได้ทั้ ด้ ทั้ ง ทั้ ลายและภาพ ดัง ดั นั้น นั้ ช่า ช่ งเขีย ขี นจึง จึได้ว ด้ างหมวดงานศิลปะไว้ 4 หมวด คือ กนก นารี กระบี่ และคชะ กนก คือ ตัวกนกต่างๆ เช่น ช่ กนกใบเทศ กนกเปลว กนกสามตัว กนกหงส์ นารี คือ การเขีย ขี นภาพคน ทั้ง ทั้ ภาพมนุษ นุ ย์ เทวดานางฟ้า ฟ้ กระบี่ คือ การเขีย ขี นภาพวานร อมนุษ นุ ย์ รวมถึงอสูร สู พงศ์ และภาพรพงศ์ คชะ ได้แ ด้ ก่ การเขีย ขี นภาพสัต สั ว์ ต่างๆ ทั้ง ทั้ สัต สั ว์ที่ ว์ ที่ มีอ มี ยู่ทั่ ยู่ ทั่ ว ทั่ ไปและจำ พวกสัต สั ว์ หิมหิพานต์ ซึ่ง ซึ่ จะไม่เ ม่ หมือ มื นสัต สั ว์ ทั้ง ทั้ หลาย ตามธรรมชาติ ประเภทของช่า ช่ งเขีย ขี น 4


เช่น ช่ การ ใช้พู่ ช้ พู่ กั พู่ กั นขนาดต่างๆ ในการตัดเส้น ส้ ว่า ว่ ผู้ฝึผู้ ฝึ ก จะมีค มี วาม คล่องตัวในการตัดเส้น ส้ มากน้อ น้ ย เพีย พี งใด รวมทั้ง ทั้ การฝึกหัด หั ผสมสี ระบายสี การปรุง รุ น้ำ ยาพร้อ ร้ มกันไปด้ว ด้ ย เพราะการ ตัด เส้น ส้ บนภาพที่ลงสี และปิดปิทองแล้วนั้น นั้ จะไม่เ ม่ ห็น ห็ เส้น ส้ ร่า ร่ ง ภายใน ช่า ช่ งเขีย ขี นจึง จึ ต้อง มีค มี วามแม่น ม่ ยำ ในการตัดเส้น ส้ ทันที โดยไม่มี ม่ มี เส้น ส้ ร่า ร่ งเป็น ป็ แนว นอกจากได้เ ด้ รีย รี นรู้ทั รู้ ทั กษะ ต่างๆ ใน การใช้เ ช้ ส้น ส้ แล้ว ผู้ฝึผู้ ฝึ กหัด หั จำ เป็น ป็ ต้องเรีย รี น รู้ การใช้เ ช้ ครื่อ รื่ งมือ มื รวมไป ถึงวัส วั ดุต่ ดุ ต่ างๆ ด้ว ด้ ย เพราะ ความงามของภาพและ ลวดลายจะมี ชีวิ ชี ตวิชีว ชี าได้ก็ ด้ ก็ ต้องอาศัยเครื่อ รื่ งมือ มื 5


(Carving) ช่างแกะ ผู้ที่จะเป็น ช่างแกะจะเริ่มต้นจากการแกะขุดหรือการ แต่เส้น โดยใช้ สิ่วขนาดเล็ก ขุดเดินเส้น บนแผ่นไม้เรียบๆ การเดินเส้นตรงจะต้อง ระวังให้เส้นเรียงกันอย่างขนานไปตลอด ความยาว จากนั้นก็เดิน เส้นโค้ง ทั้งโค้ง มากโค้งน้อยจนถึงวงก้นหอยซึ่งต้องใช้มือ ซ้าย คอยหันแผ่นไม้ส่งโดยสม่ำ เสมอ เมื่อ พ้นจากการฝึกแกะแรเป็นเส้น ต่างๆ แล้ว จึงได้เริ่มฝึกแกะดวงตรา หรือแร่โลหะจำ พวก เงิน ทอง และนาก เป็นต้น 6


1. งานแกะเครื่อรื่งสด คาว่า ว่ “เครื่อรื่งสด” หมายถึง ถึ วัสวัดุธ ดุ รรมชาติที่ติเ ที่ ป็น ป็ ของสด เช่น ช่ ผลไม้ หัวหัพืชพืบางชนิดนิหยวกกล้ว ล้ ย เป็น ป็ ต้น ต้ งานแกะเครื่อรื่งสด จึงจึหมายถึง งานที่ช่า ช่ งแกะ ได้ใด้ ช้วั ช้ สวัดุชดุนิดนิที่เป็น ป็ เครื่อรื่งสดมาแกะ ทาขึ้นขึ้เป็น ป็ ดอกไม้ ใบไม้ ลวดลาย หรือรืรูปรูภาพต่างๆ แล้วระบายสีใสีห้ดู ห้ สดูมจริงริเพื่อพื่ การประดับดัตกแต่งสิ่งสิ่ต่างๆ ให้ส ห้ วยงาม เป็น ป็ การตกแต่ง อย่า ย่ งงานกามะลอ ใช้ง ช้ าน ในช่ว ช่ งเวลาไม่น ม่ านเกินกว่า ว่ 3 วันวัหรือรืชั่วชั่เวลาที่เครื่อรื่งสดนั้นนั้ๆ จะเหี่ย หี่ วแห้ง ห้ ไป 2.งานแกะเครื่อรื่งวัตวัถุถ ถุ าวร งานแกะประเภทนี้ เป็น ป็ งานที่ร่ ที่ า ร่ งแกะ จะใช้วั ช้ สวัดุที่ ดุ มี ที่ มี เนื้อนื้แน่น น่ อยู่ตั ยู่ วตัและ แข็ง ข็ แรงพอสมควร ประเภทของงานแกะ อาจแบ่ง บ่ ออกตามวัสวัดุที่ดุน ที่ ามาใช้ท ช้ าเป็น ป็ สื่อสื่ทางการแกะ แบ่ง บ่ ออกเป็น ป็ สองประเภท คือคืงานแกะเครื่อรื่งสดและงานแกะเครื่อรื่งวัตวัถุถถุาวร เช่น ช่ ไม้ งาช้า ช้ ง หินหิและท่าเป็น ป็ รูปรูลักษณ์ ประกอบด้ว ด้ ยศิลปลักษณะที่เป็น ป็ ที่นิยนิมใน งาน ศิลปกรรมแบบไทยประเพณี รูปรูแบบต่างๆ กัน 7


ช่างสลัก (ENGRAVING) ช่างสลัก เป็นช่างประเภทหนึ่ง ในจำ พวก ช่างสิบหมู่ เป็นผู้มีความสามารถ และฝีมือใน การช่างทำ ลวดลาย หรือรูปภาพต่างๆ ขึ้นด้วย วิธีการที่เรียกว่า “สลัก” คำ ว่า “สลัก” อาจ เรียกว่าจำ หลัก หรือ ฉลักก็มี เป็นวิธีการของ ช่าง ทำ ให้เป็นลวดลาย หรือรูปภาพ โดยวิธีใช้ “สิ่ว” เจาะเป็นต้น 8


งานของช่างสลัก และ วิธีการของช่างสลัก ที่เป็นมาตามแบบแผน ซึ่ง เป็นขนบนิยมและอย่างโบราณวิธี การสลัก นั้นมีอยู่ด้วยกันหลาย ประเภท และ ต่างวิธีในการปฏิบัติงาน ซึ่งแตกต่างออกไปบ้างเล็กน้อย เป็นความรู้ที่จัดเป็นภูมิปัญญา ในด้านการสร้างสรรค์งานศิลปกรรม แบบไทยประเพณีอย่างสำ คัญสาขาหนึ่ง งานสลักต่างๆ มีดังต่อไปนี้ งานของช่า ช่ งสลัก เป็นไปในลักษณะศิลปภัณฑ์ ที่ทำ ขึ้นด้วยการใช้วั ช้ ส วั ดุเ ดุ หล่านี้ คือ ไม้ หินหิหนัง กระดาษ เป็นสื่อสำ หรับ รั ถ่ายทอดความคิด ความเชื่อ ชื่ ความ งาม และ ความสามารถของฝีมือ มื ให้ปห้ รากฏอาจแสดงออกเป็น รูปลักษณ์ ด้วยลักษณะเป็นงานสลักรูปลอยตัว งานสลักรูปกึ่งลอยตัว งานสลักรูปกึ่ง พื้นราบ และ งานสลักรูปบนพื้น ราบ เป็นมาเช่น ช่ นี้โดยลำ ดับแต่โบราณกาล ช่า ช่ งสลักหรือรืช่า ช่ งฉลัก ช่า ช่ งเหล่า นี้มีหมีน้าที่ประดับสถานที่สลักเสลาให้ สวยงาม น่าดูส ดู มกับ เป็นที่ประทับของพระ มหากษัตริย์ริ ย์จึง จึ ต้องใช้ค ช้ วามประณีตบรรจง แบ่งเป็น 2 อย่า ย่ งคือ ช่า ช่ งสลักกระดาษ และช่า ช่ งสลักของอ่อนที่เรียรีกว่า ว่ “เครื่อรื่ง สด” 9


ขวานหมู ผึ่งผึ่เครื่อรื่งมือมืถากไม้ รูปคล้ายจอบหน้าแคบ สิ่วสิ่หน้าต่างๆ คือ สิ่วสิ่ฉากหรือรืสิ่วสิ่หน้าตัดตรง สิ่วสิ่หน้าเพล่ หรือรืสิ่วสิ่หน้าตัดเฉียง สิ่วสิ่เล็บมือมืหรือรืสิ่วสิ่หน้าโค้งรูป ¼ วงกลม สิ่วสิ่ร่อ ร่ ง หรือรืสิ่วสิ่ หน้ารูปตัววี สว่า ว่ นโยน เครื่อรื่งมือมืสำ หรับรัเจาะไม้ ค้อนไม้ ไม้ต ม้ อกสิ่วสิ่เครื่อรื่งมือมืสำ หรับรัใช้แ ช้ ทนค้อนไม้ใม้ นบางที งานสลักไม้ งานสลักไม้ คือ งานที่ใช้ไม้เนื้อดี มีคุณภาพคงทนถาวรเหมาะสมที่จะนำ มาสลัก ทำ ขึ้นเป็นรูปทรงสิ่งต่างๆ ลวดลาย หรือ รูปภาพให้คงรูปอยู่เช่นนั้นได้นานๆ งานสลักไม้ในทางปฏิบัติโดยขนบนิยมอย่างโบราณวิธีสลักไม้ มีขั้นตอนที่เป็นความรู้ พึงเข้าใจ ในลำ ดับต่อไปนี้ ไม้ เป็นวัตถุดิบพึงหามาได้จากธรรมชาติ ไม้แต่ละชนิดที่จะนำ มาใช้ทำ การสลักขึ้นเป็นลวดลายก็ดี รูปภาพก็ดี ต้องได้รับ การคัดเลือกเอาแต่เนื้อไม้ที่คุณภาพดี ไม่ให้มีตาไม้ ไม่ย้อนเสี้ยน หรือ มียางตกค้างอยู่มากในเนื้อไม้นั้น จากนี้จึงนำ ไม้มา ผึ่งในที่ร่มให้เนื้อไม้แห้งสนิท ถ้าได้เนื้อไม้ผึ่งค้างปี ก็จะเป็นเนื้อไม้ที่คุณภาพดี จึงนำ ไม้นั้น มาตัดแบ่งเป็นท่อน หรือ เป็น แผ่นตามขนาด ที่ประสงค์จะนำ มาใช้งานสลักไม้ต่อไป เครื่องมืองานสลักไม้ การปฏิบัติงานสลักไม้ มีเครื่องมือสำ หรับ ถาก ฟัน เจาะ ควักคว้าน และ แต่งเกลาไม้สลักจนสำ เร็จเป็นรูปไม้ สลักจน สำ เร็จเป็นรูปไม้สลักดังประสงค์ ตามรายการต่อไปนี้ 1. 2. 3. 4. 5. 6. 10


ช่างกลึง (TURNING) งานกลึงเป็นศิลปะการสลักเสลา เกลาแต่ง ที่ต้องใช้ความ ประณีต ซึ่งมีทั้ง งานกลึงประเภทไม้ และงานกลึงงาช้าง โดยใช้เครื่องมือที่แตกต่างกัน แต่เครื่อง มือกลึงจะต้อง คมกริบอยู่ตลอดเวลา” 11


รูป รู แบบการกลึงของไทย 1. การกลึงที่เอาแต่ลักษณะรูป ร่า ร่ งภายนอก เช่น ช่ เสาเม็ด ม็ ทรงมัณ มั ฑ์หรือ รื หัว หั เสากลมอื่นๆ ตลอดจนตัวหมากรุก รุ ด้า ด้ มมีด มี ด้ามและยอดพัด พั ยศแสดงสมณ ศักดิ์ ลูก ลู บิดบิซอด้วง ซออู้ ลูก ลู ข่า ข่ ง ดุม ดุ เกวีย วี น เป็นต้น 2. การกลึงทั้ง ทั้ ภายนอกภายใน เช่น ช่ การกลึงตลับ กลึงโกศ กลึงเขีย ขี น หมาก หรือ รื กลึงขลุ่ย ลุ่ ที่ทำ ด้ว ด้ ยไม้จ ม้ ริงริหรือ รื งาช้า ช้ ง กะโหลก ซอด้ว ด้ ง เป็น ป็ ต้น เครื่อ รื่ งกลึงเป็น ป็ สิ่งสิ่ที่ช่า ช่ งกลึงจะ ต้องจัด จั ทำ เอง ถ้าจะกลึงสิ่งสิ่ของใหญ่ๆ ญ่ จะใช้ เครื่อ รื่ งกลึงชนิดนิ “กงหมุน” แต่ถ้า กลึง สิ่งสิ่ของขนาดย่อ ย่ มและไม่ปม่ ระณีต ณี จะใช้ เครื่อ รื่ งกลึงที่เรีย รี กว่า ว่ "คานดีด ดี " 12


เกี่ยวข้องกับการหล่อโลหะ เช่น การหล่อ กลองมโหระทึก หล่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่ การหล่อพระพุทธรูปโลหะทำ ได้โดยการใช้ขี้ ผึ้งทำ เป็นหุ่นแล้วละลายขี้ผึ้งจนเกิดที่ว่างใน แม่พิมพ์ แล้วจึงเทโลหะหรือทองที่กำ ลัง หลอมละลายเข้าแทนที่ จะได้เป็นรูปหล่อ โลหะสำ ริด เรียกวิธีนี้ว่า “ไล่ขี้ผึ้ง” ช่า ช่ งหล่อ (CASTING) 13


01 ช่างหล่อ เป็นช่างสร้างศิลปกรรมประเภทวิจิตรศิลป งานของช่างหล่อ เป็นงานที่เกี่ยว เนื่องกัน กับงานปั้น ช่างหล่อจำ นวนไม่น้อย มักเป็นผู้ที่มีความสามารถในการปั้นอยู่ ด้วย หรือไม่ก็เป็นทั้งช่างปั้น และช่างหล่ออยู่ในคน เดียวกัน ทั้งนี้เนื่องด้วยงานปั้น ที่ เป็นประติมากรรมแบบไทยประเพณี เป็นต้นว่า พระพุทธปฏิมากร เทวปฏิมากร รูป ฉลองพระองค์ พระมหากษัตริย์ ฯลฯ เมื่อจะทำ เป็นรูปอย่างโลหะหล่อ ก็จะต้องจัดการ ปั้นหุ่นรูปนั้นๆ ขึ้นเสียก่อน ด้วยขี้ผึ้ง แล้วจึงทำ การเปลี่ยนสภาพรูปหุ่นนั้น แปรไปเป็น รูปโลหะหล่อ ซึ่งกระบวนการแต่ละขึ้นตอน ของงานประเภทนี้ ย่อมมีความสัมพันธ์แก่ กันและกันทุกขั้นตอน ดังนี้ ช่างหล่อจึงมักเป็นช่างปั้นอยู่ในตัวเป็นขนบนิยม เช่นนี้มา แต่โบราณ เกี่ยวข้องกับการหล่อโลหะ เช่น ช่ การหล่อกลองมโหระทึก หล่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 14


02 03 งานหล่อ ที่เป็นงานของช่างในจำ พวกช่างสิบหมู่นี้ หมายถึงการสร้างงาน ประติมากรรม หรือ รูปปฎิมากรรม ให้มีขึ้นด้วยการหลอมโลหะ ให้ละลายเป็น ของเหลว แล้วเทกรอกเข้าไปในแม่พิมพ์ที่ได้จัดทำ ขึ้น บังคับให้โลหะเหลวขังอยู่ในนั้น เมื่อโลหะคลายความร้อน และ คืนตัวแข็งดังเดิม ก็จะเป็นรูปทรงตามแม่พิมพ์นั้น บังคับให้เป็นไป พอแกะ หรือ ทำ ลายแม่พิมพ์ออกหมด ก็จะได้รูปโลหะหล่อ ตามรูป ต้นแบบ หรือ รูปหุ่นที่ได้ทำ ขึ้นเป็นแบบก่อนที่จะถ่ายถอนทำ แม่พิมพ์ หรือ ทำ แม่พิมพ์ ขึ้นหุ้มหุ่นนั้น งานช่างหล่อ หรือ งานหล่อโลหะ ด้วย วิธี และกระบวนการที่เป็นขนบนิยม อย่างโบราณวิธี มีชื่อเรียกโดยเฉพาะว่า วิธีหล่อโลหะอย่างสูญขี้ผึ้ง (Lost Wax Process) เป็นวิธีหล่อโลหะวิธีหนึ่ง 15


ช่างปั้น (MOLDING AND SCULPTING) ทำ งานด้านการปั้นพระพุทธรูปเสียเป็นส่วนใหญ่ อาจใช้ดินเหนียวอย่างเดียว ปั้นด้วยดินแล้วติด กระดาษทับเพื่อรักษาเนื้อดิน หรือแม้แต่ปั้นด้วย กระดาษโดยมีลวดตาข่ายเป็นโครงภายใน 16


งานปั้นอย่างไทยหรือ รื งานปั้นแบบไทยประเพณี มักเป็นงานปั้นที่มีรูปแบบที่เป็นลักษณะ รูปประดิษฐ์ หรือ รื ที่เรีย รี ก ว่า ”อดุมคตินิยม“ ตามคติความเชื่อ ชื่ ในหมู่คนส่วนมากในอดีต เนื่องด้วยเป็นงานศิลปกรรมที่ได้รับ รั การจัดให้ มีขึ้น สาหรับ รั หน้าที่ประโยชน์ใช้ส ช้ อยและสร้า ร้ งเสริมริความสาคั แก่ถาวรวัตถุและถาวรสถานทั้ง ทั้ ในฝ่ายศาสนจักร และ ฝ่าย อาณาจักรซึ่ง ซึ่ มีคตินิยมรูปแบบที่เป็นลักษณะ “บุคลาธิษธิฐาน” เป็นสำ คัญ ช่า ช่ งปั้น อาจกล่าวได้ว่าเป็นช่า ช่ งที่มีความสำ คัญจัดอยู่ในลาดับรองถัดลงมาจากช่า ช่ งเขียน ความสาคั ของ งานปั้น และช่า ช่ งปั้น จึงเป็นรองงานเขียนและช่า ช่ งเขียน แต่อย่างไรก็ตาม ช่า ช่ งปั้นและงานปั้นก็ยังมีความสาคั หรือ รื มี อิทธิพธิลเหนืองานช่า ช่ งประเภทอื่นอยู่หลายประเภทด้วยกัน ทั้ง ทั้ นี้เนื่องด้วยงานช่า ช่ งบางประเภท ต้องอาศัยวิธีก ธี าร บางอย่างของช่า ช่ งปั้นนาไปเป็นแบบ ดาเนินการทางานช่า ช่ งประเภทนั้น นั้ ๆ ให้ส ห้ าเร็จ ร็ ลุล่วงไปได้ 17


การปั้นประติมากรรมปูนสด ปั้นลวดลายตกแต่ง เป็น ป็ รูป รู สัต สั ว์หิ ว์ มหิพานต์ พระพุทธรูป รู หน้า น้ บัน บั โบสถ์ วิหวิาร ในงานสถาปัตยกรรมต่างๆ ของไทยตลอดจนการปั้นหุ่น หุ่ เพื่อ พื่ ใช้ห ช้ ล่อสัม สั ฤทธิ์ 18


งานปั้นดินดิดิบดิงานปั้นประเภทนี้ในี้ ช้ดิ ช้ นดิเหนีย นี วที่นำ มา จากแหล่งดินดิ ในธรรมชาติทั่ว ทั่ ไป หากต้องการให้มี ห้ มี ความ แข็ง ข็ แรงและคงทนอยู่ไยู่ ด้น ด้ านๆ จึง จึ นำ เอาวัสวัดุ บางอย่า ย่ งผสมร่ว ร่ มเข้า ข้ กับเนื้อ นื้ ดินดิเพื่อ พื่ เสริมริ ให้ดิ ห้ นดิมี โครงสร้า ร้ งแข็ง ข็ แรงขึ้น ขึ้ งานปั้นดินดิเผา เป็น ป็ งานปั้นประเภทใช้ดิ ช้ นดิเหนีย นี วซึ่ง ซึ่ นำ มาจากแหล่งดินดิ ในธรรมชาติทั่ว ทั่ ไปเช่น ช่ เดีย ดี วกับดินดิที่ ใช้ใช้ นงาน ปั้นดินดิดิบดิแต่เนื้อ นื้ ดินดิที่จะใช้ใช้ นงานปั้นดินดิเผา ต้องใช้ท ช้ รายแม่น้ำ ม่ น้ำ ที่ผ่า ผ่ นการร่อ ร่ นเอาแต่ทรายละเอียดผสม ร่ว ร่ มกับเนื้อ นื้ ดินดิแล้วนวดดินดิกับทรายให้เ ห้ ข้า ข้ เป็น ป็ เนื้อ นื้ เดีย ดี วกัน และทำ ให้เ ห้ นื้อ นื้ ดินดิแน่น น่ อนึ่ง นึ่ การที่ใช้ท ช้ รายผสมร่ว ร่ มกับดินดิเหนีย นี วเช่น ช่ นี้ ก็เพื่อ พื่ ช่ว ช่ ยมิใมิห้เ ห้ นื้อ นื้ ดินดิแตกร้า ร้ วเมื่อ มื่ แห้ง ห้ สนิทนิและนำ เข้า ข้ เผาไฟให้สุ ห้ ก สุ 19


ช่างหุ่น (MODEL BUILDING) “หุ่น หุ่ ” ในที่นี้ ที่ คื นี้ อ คื “ตัว ตั” หรือ รื “รูปร่า ร่ ง” คือ คื การประกอบสร้า ร้ งรูปของคน สัต สั ว์ หรือ รื สิ่งสิ่ของที่ต้ ที่ อ ต้ งทำ เป็น ป็ รูป ร่า ร่ ง ดัง ดั นั้น นั้ ช่า ช่ งหล่อ ล่ ช่า ช่ งปั้น ปั้ และ ช่า ช่ งหุ่น หุ่ จึง จึ มีง มี านสัม สั พัน พั ธ์กั ธ์ น กั และ อาจสร้า ร้ งงานด้ว ด้ ยคน ๆ เดีย ดี วกัน กั 20


ช่างหุ่น เป็นช่างฝีมือพวกหนึ่ง ในจำ พวกช่างสิบหมู่ ช่างหมู่นี้ ทำ การช่างในด้านการสร้างรูปต่างๆ ที่ประกอบ ไปด้วยศิลปลักษณะนานาชนิด ที่เป็นลักษณะรูปจำ ลอง แทนสิ่งที่เป็นจริงพวกหนึ่ง กับได้ทำ สิ่งที่ใช้เป็นหุ่นโครง ร่าง ของสิ่งที่ใช้เป็นหุ่นโครงร่าง ของสิ่งที่จะทำ การ ตกแต่งรูปทรงให้สมบูรณ์ และสวยงามต่อไป ๑. ช่างหุ่นต่ออย่าง ๒. ช่างหุ่นรูป ๓. ช่างผูกหุ่น งานช่างหุ่นได้เป็น ๓ ลักษณะงานด้วยกัน งานของช่า ช่ งหุ่น หุ่ ที่เป็นมาโดยขนบนิยม ในการ ศิลปกรรมแบบไทยประเพณี 21


ได้แ ด้ ก่ การทำ หุ่น หุ่ ตั้ง ตั้ แต่การทำ หุ่น หุ่ ด้ว ด้ ยกระดาษ ไม้ เป็นของจำ ลองสิ่งสิ่ต่างๆ จนถึงการทำ หุ่น หุ่ เพื่อ พื่ ใช้ใช้ น การแสดง เช่น ช่ หุ่น หุ่ ใหญ่ หุ่น หุ่ เล็ก ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ มหรสพ ของราชสำ นัก นั ในอดีต ดี 22


ช่างรัก รั (LACQUERING) ในงานศิลปะไทยจะถือว่า ว่ มีค มี วาม สำ เร็จ ร็ สมบูรณ์ไณ์ด้จะต้องมีช่ มี า ช่ งรัก รั แทรกอยู่ หลายอย่า ย่ ง ดัง ดั นั้น นั้ ช่า ช่ งที่อยู่ก ยู่ ระบวนช่า ช่ งรัก รั ได้แก่ ช่า ช่ งผสมรัก รั ลงรัก รั พื้น พื้ ช่า ช่ งปิดปิทอง ช่า ช่ งประดับ ดั กระจก และ ช่า ช่ งมุก ในการทำ ลวดลายประดับมุก 23


ประกอบด้วย ช่างผสมรัก รั ลงรัก รั พื้น ช่างปิดทอง ช่างประดับ กระจก และช่างมุก เพื่อการทำ ลวดลายประดับมุก “รัก รั ” คือยางไม้ ที่ได้จากต้นรัก รั นั่นเอง ซึ่งสามารถนำ มาใช้งานทางศิลปกรรมได้ โดยเฉพาะงานปิดทองในการทำ “ลายรดน้ำ ” หลังจากที่เตรีย รี มพื้น พื้ รัก รั แล้ว ช่า ช่ ง เขีย ขี นจะใช้ก ช้ ระดาษปรุล รุ ายโรยด้ว ด้ ยแป้ง ป้ ใน ถุง ถุ ลูก ลู ประคบจนทั่ว ทั่ แล้วเขีย ขี นลาย ด้ว ด้ ย น้ำ ยาหรดาล จากนั้น นั้ จึง จึใช้รั ช้ ก รั ผสมน้ำ มัน มั ยางเช็ด ช็ บางๆ แล้วปิดปิทองให้ทั่ ห้ ทั่ ว ทั่ แผ่น ผ่ จาก นั้น นั้ ใช้น้ำ ช้ น้ำ ราดรด ให้ น้ำ ยาหรดาลพองตัว ละลายออก ก็จะทำ ให้ตั ห้ ตั วกนกลายกลาย เป็น ป็ ทอง และพื้น พื้ ลายก็จะกลายเป็น ป็ สีดำ สี ดำ คือ สี ของพื้น พื้ รัก รั นั่น นั่ เอง การใช้น้ำ ช้ น้ำ ราดรด เมื่อ มื่ปิดปิทองแล้วจึง จึ เรีย รี กว่า ว่ ลายรดน้ำ รัก รั หรือ รื ยางรัก รั มีคุณลักษณะเป็นยางเหนียว สามารถเกาะจับ พื้นของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่ประสงค์จะทา หรือ รื ถมทับ หรือ รื เคลือบ ผิวได้ดี มีคุณสมบัติที่ทำ ให้ผิวพื้นซึ่งทา หรือ รื เคลือบรัก รั เป็นผิวมันภาย หลังรัก รั แห้งสนิท มีคุณภาพคงทนต่อ ความร้อ ร้ น ความชื้น กรด หรือ รื ด่างอ่อนๆ 24


ช่างบุ (METEL BEATING) “บุ” คือการตีแผ่ให้แบน ทั้งเป็นแผ่นเรียบ ๆ และเป็นรูปร่าง ต่าง ๆ ช่างบุต้องชำ นาญด้านงานโลหะทุกชนิด เช่น ทองแดง เงิน นาก และทองคำ อุปกรณ์คือ ทั่งและค้นเหล็ก ซึ่งมีหลายขนาดและรูปร่างต่างกันไป 25


งานบุโลหะแบ่ง บ่ ออกเป็น ป็ 2 ลักษณะ 1.การบุหุ้ม หุ้ หุ่น หุ่ อย่า ย่ งผิวผิเรียรีบ เป็นการนำ เอาโลหะชนิดใดชนิดหนึ่งมาทำ การตีแผ่อ ผ่ อกให้เ ห้ป็นแผ่น ผ่ แบนบางๆ ตามขนาดที่ ต้องการ จึง จึ นำ เข้า ข้ปิดบุทับบนหุ่น หุ่ ที่ต้องการบุทำ ผิวผิให้เ ห้ป็นโลหะชนิดนั้น นั้ มักมับุลงบนสิ่งสิ่ก่อสร้า ร้ งประเภท ก่ออิฐถือปูนเป็นปูชนีย สถานต่างๆ เช่น ช่ พระสถูป ถู เจดีย์ พระพุทธปรางค์ หรือรืพระมหาธาตุเ ตุ จดีย์ พระเจดีย์ทย์รงปราสาท เป็นต้น งานบุโลหะด้วยโลหะ แผ่น ผ่ เช่น ช่ นี้ ส่ว ส่ นมากยังยันิยมลงรักรัและปิดทองคำ เปลวทับลงบนแผ่น ผ่ โลหะที่บุทับลงในที่นั้น นั้ อนึ่ง งานบุโลหะแผ่น ผ่ ผิวผิเรียรีบแล้ว ลงรักรั ปิดทองคำ เปลวนี้ สมัยมั โบราณเรียรีกว่า ว่ บุทองสุว สุ รรณจังจัโก หรือรืบุทองปะทาสี 2.การบุหุ้ม หุ้ หุ่น หุ่ อย่า ย่ งผิวผิเป็น ป็ ลวดลาย เป็น ป็ การทำ แผ่น ผ่ โลหะผิวผิ เรียรีบๆ ให้เ ห้ กิดเป็นลวดลายนูน นู ขึ้น ขึ้ บนผิวผิหน้า น้ แผ่น ผ่ โลหะนั้นนั้ โดยการใช้แ ช้ ผ่น ผ่ โลหะทำ ให้เ ห้ป็น ป็ ลวดลายด้ว ด้ ยแม่พิ ม่ มพิพ์หิพ์นหิและ ตบด้ว ด้ ยถุง ถุ ทรายก่อนจะนำ ไปบุทับลงบนหุ่น หุ่ ชนิดนิต่างๆ ที่ สร้า ร้ งขึ้น ขึ้ เพื่อพื่รับรัการตกแต่งด้ว ด้ ยงานบุ งานบุลักษณะผิวผิ เป็นลวดลายนี้ มักมัเป็น ป็ ชิ้นชิ้งานในลักษณะราบ และการนำ เข้า ข้ ติดกับหุ่น หุ่ ซึ่ง ซึ่ มักมัทำ ด้ว ด้ ยไม้ จึง จึ มักมั ใช้ห ช้ มุดตะบู่เ บู่ ข็ม ข็ ทำ ด้ว ด้ ย ทองเหลืองตรึง รึให้แ ห้ ผ่น ผ่ หรือรืชิ้นชิ้งานติดกับหุ่น หุ่ นั้นนั้ 26


งานปูนจะมีทั้งงานซ่อมและสร้าง แบ่งเป็น หมู่ปูนก่อ เป็นเพียงการเรียงอิฐ ไม่ต้อง ประณีต หมู่ปูนฉาบ คือการตกแต่งอิฐที่ก่อให้ เรียบงาม และหมู่ปูนปั้น หมู่นี้จะสร้างงานให้มี ความงดงามทางศิลปะ ลายปูนปั้นต้องทำ ตอน ปูนยังไม่แข็งตัว ช่า ช่ งปูน (PLASTERING) 27


งานปูน หรือ รื งานช่า ช่ งปูนแต่สมัย มั ก่อน มีชื่ มี ชื่ อ ชื่ เรีย รี กเป็น ป็ คำ เก่า อีกอย่า ย่ งหนึ่ง นึ่ ว่า ว่ “สทายปูน” งานของช่า ช่ งปูน อาจจำ แนก ลักษณะงานของช่า ช่ งปูนออกได้เ ด้ป็น ป็ ๒ ลักษณะ ด้ว ด้ ยกันคือ 2. ช่า ช่ งปูนงานลวดบัวบัช่า ช่ งปูนจำ พวกนี้ ทำ งานใน ลักษณะการถือปูน ทำ ผิวผิเป็น ป็ ลวดบัวบัแบบต่างๆ เช่น ช่ บัวบั คว่ำ บัวบัหงาย บัวบัหลังเจีย จี ด บัวบัปากปลิง บัวบัลูก ลู แก้ว บัวบั อกไก่ สำ หรับรั ประกอบทำ ฐานลักษณะต่างๆ เป็น ป็ ต้นว่า ว่ ฐานเชิงชิบาตร ฐานเท้าสิงสิห์ ฐานปัทม์ ฐานเฉียง ฐานบัวบั จงกล ฯลฯ หรือ รื ทำ การถือปูนจับจัเหลี่ยมเสาแบบต่างๆ คือ เสาแปดเหลี่ยม เสาย่อ ย่ มุมไม้สิ ม้ บสิสอง เสากลม เป็น ป็ ต้น 1. ช่า ช่ งปูนงานก่อ ช่า ช่ งปูนจำ พวกนี้ ทำ งานในลักษณะ การก่อวัสวัดุช ดุ นิดนิต่างๆ เช่น ช่ อิฐ หินหิศิลาแลง เป็น ป็ ต้น ขึ้น ขึ้ เป็น ป็ รูปทรงสิ่งสิ่ต่างๆ ตั้ง ตั้ แต่ขนาดเล็ก เช่น ช่ ก่อ เขามอขึ้น ขึ้ อ่าง ไปจนกระทั่ง ทั่ ก่อพระสถูป ถู เจดีย์ ดี ย์ก่อ พระพุทธปรางค์เจดีย์ ดี ย์หรือ รื ได้ทำ ด้ ทำ การในด้า ด้ นบูรณะ ปฏิสังสัขรณ์ เครื่อ รื่ งหินหิเครื่อ รื่ งอิฐก่อที่ชำ รุดให้คื ห้ คื นดีขึ้ ดี ขึ้ น ขึ้ ดั่งดั่เดิมดิ 28


บรรณานุกรม https://www.silpa-mag.com/art/article_9693 https://news.trueid.net/detail/zqbDPN05ppGk https://www.sorbdee.net/form_show_allnews.php?idsara=133 https://www.gotoknow.org/posts/269843 https://www.sacit.or.th/uploads/items/attachments/b19aa25f f58940d974234b48391b9549/_a44e513d99260c89b6fc6216 9011a568.pdf https://www.digitalschool.club/digitalschool/art/art1_2/lesson 3/content3_1/pemtem11.php


ศรีรั รี ฐ รั พหลแพทย์ ม6/5 เลขที่3ที่ 3


Click to View FlipBook Version