The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ดลรามาน พันหวัง, 2019-12-04 02:41:39

จัดหน้า3

จัดหน้า3

จุลสารอัน-นัศร ฉ ับบที่ 7 ป ่ที 3

ปรัชญา : รูแจง ศรัทธามั่น คุณธรรม บูรณาการ สรางสรรคสังคมดุลยภาพ

ขอแสดงความยนิ ดกี ับบณั ฑิต
สถาบันอิสลามและอาหรบั ศกึ ษา ในโอกาสเขา รับพระราชทานปริญญาบตั ร

ประจำป 2555

page 02

@-2:+59!ų!90+č "9" L= g #ā L= c

#+9 : Ģ +AĊE Ċ 0+9 :)9L! @ ++) "A+ : :+ 2+Ċ: 2++ č29 ) @-*(:&

บิสมิลลาฮิรเราะหมานิรรอฮีม อัสลามมูอาลัยกุม
5E2 /:)*!< = 9""9 <
2 :"!9 52< -:)E-85:3+9"0 > 1: G!F5 :2D
:Ċ +9"&+8+: :!#+ < :" 9 +
สลามแดผ ูอ านทุกทานครับ หากจุลสาร อัน – นศั ร เปรยี บไดด ่ังคนทที่ าน
ผูอานรอคอยทจี่ ะพบเจอ คงจะมผี ูอานหลายทาน ผิดหวังกับการรอคอย หรอื อาจเลิก #+8 ;# ā beee
สนใจทจี่ ะรอไปเลยกไ็ ด เนือ่ งจากเปนการรอคอยทีต่ องใชเ วลานาน อาจทำใหค นท่ีรอ
เริม่ ทอแทท่จี ะรอ จรงิ หรอื เปลา ครบั ทา นพี่นองผอู า น จากปก

แต หากจะมองโลกในแงดี การรอคอยทใ่ี ชเวลานาน ย่ิงใชเวลานานเทาไหร พิธพี ระราชทานปรญิ ญาบตั รแกบณั ฑติ
ยิ่งทำใหสิ่งนั้นมีคามากขึ้น พี่นองคิดเหมือนผมหรือเปลาครับ (เขาขางตัวเองนิดนึง ที่จบการศึกษาในปการศึกษา 2554 ระหวาง
นะครับ) อัน-นัศร ฉบับนี้ เปนฉบับแหงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหมครับ ทั้งรูปแบบ วันท่ี 22–24 กันยายน 2555 ณ หอประชุม
เนื้อหาที่หลากหลายมาก พรอมกับเรื่องราวตาง ๆ ที่ชวนใหนาสนใจมากกวาเดิม คณะพยาบาลศาสตร มหาวิทยาลยั นราธวิ าส-
โดยทางสถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร ราชนครนิ ทร โดยในปน ี้ มีบัณฑิตจากสถาบัน
ไดจัดการประชุมบรรดาคณาจารยตาง ๆ เพื่อระดมความคิดเห็น ในการปรับปรุง อสิ ลามและอาหรบั ศกึ ษา เขา รว มรบั พระราชทาน
ใหจุลสาร “อนั -นศั ร” มคี วามคุมคามากที่สุดที่ผอู านทกุ คนจะได และในขณะเดียวกนั เปนปแ รกรวมทง้ั สน้ิ 43 คน
จลุ สาร “อัน-นัศร” ในปน้ี ใหคำม่ันสญั ญาวา จะผลิตบทความดี ๆ ใหออกตรงตาม
กำหนดเวลา ( 3 เดือน / ฉบับ) อนิ ชาอลั ลอฮ ท่ีปรึกษา

จากท่กี ลา วมาท้งั หมด จงึ เปนทมี่ าของ “อัน-นศั ร” ฉบับนค้ี รบั สวนเนอื้ หา อาจารยเจะเหลา ะ แขกพงศ
ที่บอกวานาสนใจ หลากหลายมากขึ้น อยากใหผูอาน ไดลองอานดูกันเองนะครับ อาจารยร อฮีม นยิ มเดชา
บอกกอ น อาจจะไมต นื่ เตน ดร.อับดุลรอเซะ หะมแี ย
อาจารยอ ะลี เจะ แล
สุดทายครับ ทางคณะผูจัดทำ ยังคงตองการขอเสนอแนะจากพี่นองผูอาน ผชู วยศาสตราจารยนิตยร ดี บอื ราเฮง
ทกุ ทานอยนู ะครับ ทานใดทีม่ ขี อเสนอแนะ มีขอคิดเห็นอยากใหเ พิ่มเติม หรือปรบั ปรงุ
จุลสาร ก็สามารถติดตอไดที่ สถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา มหาวิทยาลัย บรรณาธิการ
นราธิวาสราชนครนิ ทร โทรศพั ท 073-532687 หรอื สงความคิดเหน็ ไดท่ี อีเมลล
[email protected] / เฟสบุค www.facebook.com/Dolraman ดลรามาน พันหวัง
และทา นสามารถ ตดิ ตามจุลสาร อนั -นัศร ในรูปแบบของ E-book ไดท่ี www.aias-
pnu.in.th ทกุ คำแนะนำ หรอื คำติชม จะเปน ประโยชนใ นการจัดทำ จลุ สารในครั้ง กองบรรณาธิการ
ตอ ๆ ไป ครบั อินชาอลั ลอฮ
ดร.มูฮำมดั วาเลง็
ดวยสลามและดูอาอฺ ดร.มะนะพยี ะ มาตี
ดลรามาน พันหวัง อาจารยอ บิ รอเฮง ดอเลาะ
อาจารยอ บั ดลุ รอยะ บินเซง็
บรรณาธิการ อาจารยอ าอชี ะห แวมามะ
อาจารยม ะตอเฮ มะลี
อาจารยแวอมั แร แวปา
อาจารยมะตอเยะ ฮามะ
อาจารยตัรมซี ี สาและ
แวลียะห รอนิง
นิมูฮำหมดั ฟต รี อาแว
อารีดีน อแี ตตีแม
นรู อาซีกนี มะแร
ซตี ีมาเรยี กาเดร
อาวานีส กือมอ
ลุกมานอัลหะกมี บินนหุ 
อัฟนาน หะมะ
อับดุลรอฮิม มามะ

03 page

ผ.อ.

อีกหนึง่ กิจกรรมท่สี ะทอน “พหุลักษณ” และ อุดมการณอันสวยหรูของลัทธิมารกซิสตเริ่มตนขึ้น
ดว ยแนวคดิ การใหความสำคญั กบั มนษุ ยสูงสดุ มนุษยท ุกคน
“พหุวัฒนธรรม” ของสงั คมมหาวทิ ยาลัยนราธิวาสราชนครนิ ทร ยอมมีความเทาเทียมกันอยางสิ้นเชิง พวกเขากลาววา
ภายใตการนำของอธิการบดีคนทองถิ่นที่มีความเขาใจและ “เปาหมายสูงสุดของชาวมารกซิสตก็คือ มนุษยแตละคน
ยอมรับความแตกตาง มุงมั่นที่จะธำรงไวซึ่งอัตลักษณทาง จะมีโอกาสไดพัฒนาความคิดและการกระทำของตนเอง
วัฒนธรรมและศาสนา ยินยอมใหนักศึกษามุสลิมะฮฺของ ไดอ ยางไมม ขี ดี จำกัด แตละคนจะพฒั นาไปตามความสามารถ
สถาบันอิสลามและอาหรับศึกษาเขารับพระราชทานปริญญา ของตนเองซง่ึ จะแตกตางกันไปตามความสนใจ” แตในทาง
บัตรดวยชุดแตงกายที่ถูกตองตามหลักศาสนาแมไมถูกตาม ปฏิบัติกลับมุงการใชอำนาจรัฐควบคุม ปดกั้นเสรีภาพ
ระเบียบของมหาวิทยาลัย ตอกย้ำอัตลักษณวัฒนธรรมและ มงุ หวงั ใหทุกคนเหมอื นกันในรปู แบบเดียว (uniformity) ทั้งที่
ความเชื่อทางศาสนาตองมากอ น มนุษยแตละคนตางก็มีอัตลักษณเฉพาะตัวที่ไมเหมือนใคร
และไมมีใครเหมือน ลายนิ้วมือของแตละคนก็ไมเหมือนกัน
มีผกู ลา ววา “ความหลากหลายแตกตา งทางวัฒนธรรม ทุกคนตองการความมีเสรีภาพที่จะกระทำในสิ่งที่ตนเองปรารถนา
เหมือนดอกไมหลายสีในกระถางเดียวกันที่มีความสวยงาม ผลที่เกิดขึ้นก็คืออุดมการณดังกลาวลมสลายไมสามารถปฏิบัติ
เปนคำกลาวเชิงอุดมคติที่งายตอการยอมรับในดานมโนทัศน ไดจรงิ แมเพยี งสักประเทศเดียวในโลกสงั คมนิยมคอมมวิ นสิ ต
แตยากนักตอการนำออกสูวิถีแหงการปฏิบัติ” ดูเหมือน
คำกลาวนย้ี งั คงเปน ความจริง เพราะประวัตศิ าสตรสงั คมโลก การยอมรับในคุณคาของความแตกตาง ณ วันนี้
ยังคงเดินซ้ำรอยเดิมอยูซ้ำแลวซ้ำเลาในการปฏิเสธความ ยอมมีความหมายอยางยิ่งตอการวางรากฐานแนวคิดที่ดีให
เทาเทียมกันของมนุษย คนกลุมนอยหรือกลุมที่ไมมีอำนาจ กบั บณั ฑิตและทกุ คนในสงั คมมหาวิทยาลยั ไดเ ห็นคุณคา ของ
คนดอยโอกาสยังคงไมสามารถใชชีวิตอยางมีศักดิ์ศรีเทาเทียม ตวั เองและผูอื่น เห็นคุณคาของความเสมอภาคเทาเทียมกนั
กับคนกลมุ ใหญหรือคนกลุมที่มีอำนาจในหลาย ๆ พืน้ ทที่ ัว่ โลก อันจะเปนพลังขับเคลื่อนใหแตละคนไดแลกเปลี่ยนสิ่งที่ดี ๆ
อดีตเคยปรากฏอยางไรปจจุบันก็ยังคงปรากฏใหเห็นอยูเชนนั้น ใหแ กก นั และกนั จนเกิดการผสมเกสรทางความรูและตอยอด
ดอกไมหลากสมี ีความงดงามจึงเปน แคเ พยี งลมปากทีไ่ รว ิญญาณ ทางปญญาสูการพัฒนาสังคมภายใตความแตกตางไดอยาง
และยงั คงยากที่จะสมั ผสั ไดใ นชีวิตจริง สรา งสรรค

มหาวิทยาลัยที่มีรากฐานแนวคิดและบริบทแวดลอม
เชนนี้ที่จะสามารถหลอหลอมบัณฑิตใหเปนผูตั้งมั่นอยูใน
อัตลักษณ มจี ิตใจทเี่ ปด กวา ง เคารพและใหเ กยี รตติ อ เพ่ือนมนุษย
มีจิตสำนึกสูงสงไมวัดคุณคาของคนที่รูปรางหนาตา หนาที่
การงาน หรอื ทรพั ยส นิ เงนิ ทอง แตวัดทคี่ วามดีงามที่แตละคน
สามารถสรา งและครอบครองไดเทาเทยี มกัน

ผชู ว ยศาสตราจารย ดร.จงรกั พลาศัย

อธิการบดมี หาวิทยาลยั นราธิวาสราชนครนิ ทร

page 04

The Story

ofAcademy

โดย อ.มะตอเฮ มะลี

สลาม แดท า นผอู า นทเ่ี คารพ 2. ดานกระบวนการดำเนนิ โครงการ

เปน เวลาสามปแลว ทีท่ างมหาวทิ ยาลัยนราธิวาสราชนครินทร ในดา นนี้ ผูท ำวจิ ัยไดต ั้งประเดน็ การประเมนิ ไว 3
ไดมอบหมายให สถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา จัดโครงการ ประเด็น ดวยกันคือ ประเด็นการประชาสมั พนั ธขั้นตอนปฏบิ ตั ติ า ง
“บัณฑิตอาสา ตาดีกากาวไกล” ขึ้น ซึ่งเปนโครงการที่มุงบริการ ๆ อยางทั่วถงึ และดำเนินการไปตามข้ันตอนทีก่ ำหนด
วิชาการแก ศูนยการศึกษาอิสลามประจำมัสยิด หรือที่เรียกกันวา ประเด็นการประชาสมั พันธ โครงการฯ ตอชุมชนุ
ตาดีกา มาตง้ั แต พ.ศ 2553 - 2555 เปนระยะเวลาสามปตดิ ตอ กนั และประเด็นมกี ารติดตามผล และประเมนิ อยา งสมำ่ เสมอ
โดยสถาบนั อสิ ลามและอาหรบั ศึกษาสงบณั ฑิตอาสา ของสถาบันอสิ ลามฯ โดยคะแนนเฉลี่ยของทง้ั 3 ประเด็น อยทู ี่ 3.7 จากคะแนนเต็ม 5
จำนวน 80 คน ลงปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเรียนการสอนในศนู ยต าดีกาตา งๆ ไดรับความพงึ พอใจอยูในระดบั มาก
จำนวน 36 ศนู ย ระหวาง 2 ปแรก และในป 2555 ไดเ พมิ่ จำนวน
อีก 6 ศนู ยต าดกี า รวมทัง้ ส้นิ 42 ศูนย แบง เปน ในจังหวัดนราธิวาส 3. ดา นการมีสวนรว มของชุมชน
จำนวน 40 ศนู ย และในจงั หวัดปต ตานี จำนวน 2 ศนู ย มจี ำนวน
นักเรยี นทเี่ รยี นอยูตามศนู ยฯ รวมท้ังสนิ้ 3,085 คน โดยในป 2555 นี้ ในดา นการมสี ว นรวมของชมุ ชน ผูว จิ ยั ไดต งั้ ประเด็น
สถาบันอิสลามละอาหรับศึกษาไดจัดใหมีการทำวิจัยเรื่อง การประเมินไว 3 ประเดน็ ประกอบดว ยประเด็นทา นมสี วนรวม
“ความพงึ พอใจของชมุ ชนตอ โครงการบัณฑิตอาสา ตาดกื า กาวไกล ” ในการใหความคดิ เห็นและการจัดโครงการบณั ฑติ อาสาตาดกี า
ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค เพื่อทราบถึงความพึงพอใจของ ชุมชนตอ กาวไกลฯ ประเด็นความเหมาะสมและสอดคลองกับความตองการ
การจัดโครงการบณั ฑติ อาสา ตาดีกา กา วไกล ทราบปญ หา และ ของศนู ยต าดีกา/ชุมชนุ และประเด็นการสรางเครือขา ยระหวาง
อปุ สรรค ในการดำเนนิ โครงการอาสาฯ เพอ่ื นำผลการวจิ ยั ไปปรบั ปรงุ ศนู ยตาดีกากบั มหาวิทยาลยั นราธวิ าสราชนครินทร ไดร บั คะแนน
พัฒนาการโครงการใหสอดคลองกับความตองการของชุมชนมากขึ้น เฉลยี่ อยทู ่ี 3.9 มีความพึงพอใจในระดบั มาก จากคะแนนดังกลา ว
รวมถึงเพื่อนำผลการศึกษามาประเมินดานงานบริการทางวิชาการ ทำใหสามารถสรปุ ไดวา การจดั โครงการนั้น ไดรับการตอบรบั
และการเรียนการสอน/ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามในการจดโครงการ จากชุมชน โดยชมุ ชนเขามามีสว นรวมและใหก ารสนบั สนุนโครงการ
ในคร้ังตอๆไป
4. ดา นคณุ ภาพของการดำเนินโครงการ
สำหรับผลสรุปการวิจัย เรื่อง “ความพึงพอใจของ
ชุมชนตอโครงการบัณฑิตอาสา ตาดืกา กาวไกล” ทางผูวิจัย ดานคณุ ภาพของโครงการ ไดรับคะแนนความพึงพอใจ
ไดตั้งประเด็นการสอบถามไวในเครื่องมือวิจัยโดยเนนใหครอบคลุม เฉลี่ยอยูที่ 3.8 ซึ่งอยูในระดับมาก โดยประเด็นที่ไดรับคะแนน
ถงึ วตั ถุประสงคข องโครงการในทุกดาน สามารถสรุปเปน ประเดน็ ตา ง ๆ ความพึงพอใจเฉลี่ยสูงสุดคือ ความพึงพอใจตอโครงการโดยรวม
ไดดังตอไปนี้ ไดรับคะแนนเฉล่ยี อยูที่ 4.0 รองลงมาคือ ประเดน็ ท่ีโครงการบณั ฑติ
อาสาตาดีกากาวไกลสงผลใหศูนยตาดีกาสามารถดำเนินการจัด
ผลสัมฤทธ์ิบัณฑิตอาสา สถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา การเรียนการสอนไดอยางมีประสิทธิภาพ มากขึ้น ไดรับคะแนน
ในการบรกิ ารวิชาการแกศ นู ยตาดีกามดี ัง้ นี้ ความพงึ พอใจเฉลี่ยอยทู ่ี 3.9

1. ดานความพรอมของโครงการ/ความพรอมของ สำหรับคาความพึงพอใจโดยเฉลี่ยรวมทุกดาน ไดรับ
บัณฑติ ผใู หบ รกิ าร คะแนนเฉลยี่ อยทู ี่ 3.9 จากคะแนนเต็ม 5 ไดรับความพึงพอใจใน
ระดบั ดีมาก
ผูตอบแบบสอบถาม ใหคะแนนความพึงพอใจ เฉลี่ยอยูที่
3.9 จากคะแนนเต็ม 5 อยูในระดับพอใจมาก โดยประเด็นที่ไดรับ จากผลการทำวิจัยดังกลาว นาจะเปนผลดีตอการจัด
คะแนนเฉลย่ี ความพึงพอใจสูงสุดคอื “บุคลิกภาพของบณั ฑติ อาสาฯ โครงการบัณฑิตอาสา ตาดีกากาวไกล ในครั้งตอไป เนื่องดวย
มคี วามเหมาะสม” ซ่ึงไดร ับคะแนนเฉล่ียอยูท่ี 4.0 ผลการวจิ ยั ชใ้ี หเ หน็ วา ชุมชนไดป ระโยชนจ ากโครงการ

05 page

คุยภาษาอาหรบั กับ ดร.เซะ

สลามทา นผูอา นท่รี กั ทุกทา น หายหนา หายตาไปหลายเดือนนะครับ สำหรับการพดู คุยภาษาอาหรบั กับ

ดร.เซะ อัลฮัมดลู ลิ ลาฮ ฉบบั น้ี กถ็ อื เปน โอกาสดที ไี่ ดก ลับมาพดู คุยกับพีน่ อ งผูอานอกี ครงั้ หนึ่ง สำหรับในฉบับน้ี
จะพดู ถงึ เกีย่ วกบั ภาษาอาหรบั ใน สนามฟุตบอล ซง่ึ อาจจะเหมาะกับ ผอู า นทเี่ ปน ผูชายนะครบั

โอ เพอ่ื น.. คุณจะไปไหน ยาซามลี ี .. อีลาอัยนา ตัซฮบั
ผม จะไปท่ีสนาม อานา อัซอบั อีลาลมลั อบั
คณุ จะไปทำอะไรทส่ี นาม ลีมาซา ตซั ฮาบู อีลาลมัลอบั
ออ ผมจะไปเลนฟุตบอล ลีอันนี อรู ีด อนั อัลอาลอับ กูรอตลั กอดดมั
ไปคนเดยี วหรือ ? อาตัซฮาบู วะหดัก
ใช ผมไปคนเดียว นาอมั อาซฮาบู วะหดี
ใหฉนั ไปกบั คุณดวยไดไหม ? ฮัล ยุมกีนูนี อนั อาซฮาบา มาอัก
ไดสิ เชิญเลย นาอัม.. ตาพดั ฏอล
คุณจะไปสนามไหนครบั ? อีลา อยั ยี มลั อบั ตาซฮับ
ไปสนามกีฬามหาวทิ ยาลัยนราธิวาส อลี า มลั อบั ญามอี าตลี อามีเราะห นราดวี าส
สนามนี้อยแู ถวไหนครับ ? อยั นา ยากออุ ฮาซาลมัลอบั
สนามนอ้ี ยทู ่ีโคกเขือ ฮาซาลมัลอบั ยากออุ ฟ มันตเี กาะห โคกเขือ
คณุ มลี กู ฟตุ บอลหรือเปลา ? ฮลั มาอากา กรู อตลู กอดมั
ครบั ผมมีลูกฟุตบอล นาอมั มาอี กูรอตูลกอดมั
คณุ เปนนักฟุตบอลอาชพี หรอื ? ฮัล อนั ตา ลาอบี มหุ ต ารฝิ
ไมใ ช ผมแคเปน นักบอลสมคั รเลน ลา.. อานา ลาอีบ อาดี
คุณเลนตะกรอ ดวยหรอื เปลาครับ ? ฮลั ตาอรฺ ผี อนั ตัลอบั กรู อฮฺ ตกั เราว
ใช จะเลนเปนบางครงั้ บางคราว นาอมั .. อัลอาบฮู า อหั ยานนั
แลว คณุ มีลกู ตะกรอ มาดว ยหรือเปลา หละ ? ฮัล มาอากา กรู อฮฺ ตกั เราว
ไมมี ผมไมไดเ อามา มนั อยทู บ่ี าน ลาอฺ .. ลัยสัต มาอลี อาน ฮยี า ฟลบยั ต

ครับ ยงั ย้ำอยูเสมอวา การเรียนรูภาษานน้ั จะตองมคี วามกลา กลาท่ีจะพดู ถึงแมผ ิดถกู กไ็ มเ ปน ไร เพื่อเปนการเพิ่ม
ความกลา และเพมิ่ ประสบการณการเรยี นรู. .... แลว พบกนั ใหมใ นฉบับหนา นะครบั สลาม

page 06

ชะรีอะฮฺนารูกฎหมายอิสลามวา ดวยครอบครวั และมรดกในจงั หวดั ชายแดนภาคใต
“จุดเดนของมุสลิมไทยในประชาคมอาเซียน”

Islamic law in regard to family and Inheritance in the Southern Provinces: Highlights of Thai Muslims in the ASEAN Community.
โดย อ.เจะเหลา ะ แขกพงศ

ใกลเขามาทุกขณะสำหรับการเริ่มตนเขาสูประชาคม

อาเซยี น (คือ ป 2558) ทกุ ประเทศและทุกภาคสวนตางกุลีกุจอเพ่อื
ชวงชิงและตื่นเตน ราวกับนักวิ่งรอยเมตรที่กำลังรอเสียงสัญญาณ
นกหวีดจากกรรมการในสนาม นักวิชาการหลายทานชี้วาการเขาสู
ประชาคมอาเซียนทุกภาคสวนตองคนหาจุดแข็งของตัวเองและพัฒนา
ไปบนพื้นฐานของจุดแข็งนั้นใหมีความโดดเดนเปนที่ยอมรับของปวงชน
แหงประชาคมอาเซียน มิใชมุงแตจะพัฒนาสิ่งใหม บนพื้นฐานที่
ตัวเองขาดความพรอม เพราะมิฉะนั้นจะทำใหสูญเสียอัตลักษณ
พลาดโอกาส และยากที่จะประสบความสำเร็จได สำหรับจังหวัด
ชายแดนภาคใต นอกจากภาษาและวัฒนธรรมมลายซู ึ่งคลา ยคลึงกับ
หลายประเทศในอาเซียนแลว ผูเขียนมีความเห็นวา การปรับใช
กฎหมายอสิ ลามวา ดว ยครอบครัวและมรดกในพน้ื ท่ีแหงนกี้ เ็ ปน จุดแขง็
อีกจุดหนึ่งของสังคมมุสลิมที่ควรไดรับการพัฒนาเพื่อสรางความ
โดดเดนใหกับจังหวัดชายแดนภาคใตและประเทศไทยในประชาคม
อาเซยี น

ดวยเหตทุ ป่ี ระชาคมอาเซยี นประกอบดวย 3 เสาหลัก เปน
รากฐาน ไดแ ก เสาประชาคมความมน่ั คง อาเซยี น (ASEAN Security
Community-APSC) เสาประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN
Economic Community-AEC) และเสาประชาสงั คม และวฒั นธรรม
(ASEAN Socio-Cultural Community-ASCC) ดังนั้น
การปรับใชกฎหมายอิสลามวาดวยครอบครัวและมรดก
อยา งเปนระบบและเหมาะสมจึงนาจะมีสว นสำคญั ในการเสริมสราง
ความเขมแข็งดานประชาสังคมและวัฒนธรรมซึ่งเปนเสาที่ 3 ของ
ประชาคมอาเซียน สงเสริมการพัฒนาความเปนอยูที่ดีและมีความ
มั่นคงทางสังคมและครอบครัว เนื่องจากพลเมืองสวนใหญของ
ประชาคมอาเซียนเปนมุสลิมยอมมีความปรารถนาที่จะสรางครอบครัว
และสืบทอดมรดกใหถูกตองตามหลักศาสนาที่ตนเชื่อมั่นศรัทธา
จึงเปนหนาที่ของมุสลิมไทยและรัฐบาลไทยที่จะตองเรงรัดพัฒนา
กระบวนการบังคับใชกฎหมายอิสลามวาดวยครอบครัวและมรดก
ที่ใชอยูทุกวันนี้ใหมีความเหมาะสม สอดคลองกับความตองการและ
ทันตอ ความเปลย่ี นแปลงของประชาคมอาเซยี นโดยเรว็

07 page

ผเู ขยี นไดม ีโอกาสรว มทำวจิ ยั เรื่อง การปรบั ใช (3) คูมือหลักกฎหมายอิสลามที่ใชประกอบ
กฎหมายอสิ ลามในประเทศไทย โดยมีผชู วยศาสตราจารย พระราชบัญญัติวาดวยการใชกฎหมายอิสลามในเขต
ดร. กิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารยประจำคณะนิติศาสตร จังหวัดปตตานี ยะลา นราธวิ าส และสตูล พ.ศ. 2489
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตรเปนหัวหนาโครงการรวมกับ จัดทำขึ้นโดยยึดหลักมัซฮับซาฟอีซึ่งเปนมัซฮับที่แพร
ดร.มะรอนิง สาแลมิง และผูชวยศาสตราจารย ดร. หลายในประชาคมอาเซยี น
นเิ ลาะ แวอเุ ซง็ จากวิทยาลยั อสิ ลามศกึ ษา ม.อ.ปต ตานี
ผูชวยศาสตราจารย ดร.มุฮำหมัดซากี เจะหะ และ (4) มุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใตยังคง
อาจารยฆ อซาลี เบญ็ หมดั จากมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา มีความเครงครัดในหลักการทางศาสนา ตอบรับ และ
พบวา การใชก ฎหมายอสิ ลาม ในเขตจงั หวดั ปต ตานี ยะลา ยินยอมพรอมใจที่จะปฏิบัติตามกฎหมายและพัฒนา
นราธิวาส และสตูล มีปญหาอุปสรรคหลายประการ กฎหมายใหส อดคลอ งกับบทบัญญตั อิ สิ ลามโดยแทจ รงิ
ทีต่ องปรับปรุงแกไ ข และมขี อคดิ เห็นจากเวทีการสัมมนา
ประการหนึ่งซึ่งจะขอกลาวในที่นี้ คือ ขอเสนอใหมี (5) มีการจัดการเรียนการสอนดานกฎหมาย
การพัฒนากฎหมายอิสลามวาดวยครอบครัวและมรดก อิสลามในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในจังหวัด
ใหสามารถครอบคลุมการบังคับใชกับกรณีที่ชายชาว ชายแดนภาคใต ทั้งในจังหวัดปตตานี ยะลา และ
มาเลเซยี มาสมรสกบั หญิงมุสลิมไทยหรือในทางกลบั กนั นราธวิ าส
คือชายไทยสมรสกบั หญิงมุสลมิ มาเลเซีย และเสนอให
มีการศึกษาถึงความเปนไดในการพัฒนากฎหมายของ สังคมมุสลิมเองและรัฐบาลไทยพึงตอง
ทั้งสองประเทศใหสามารถยอมรับซึ่งกันและกันได ตระหนักในการอนุรักษและพัฒนาจุดแข็งนี้ใหเกิด
เพื่ออำนวยความสะดวกแกประชาชนในเรื่องครอบครัว ความโดดเดนเปนที่ยอมรับของพลเมืองมุสลิมใน
และมรดกตามหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งโดยสวนตัวแลว ประชาคมอาเซียน โดยการปรับปรุงแกไขทั้งในสวน
ผูเขียนเห็นดวยเปนอยางยิ่ง และเห็นวาคงไมเฉพาะ สารบัญญตั แิ ละวิธสี บญั ญตั ิ กลาวคอื ในสว นสารบญั ญตั ิ
แตระหวางสองประเทศ (คอื ไทยกบั มาเลเซีย) เทา น้ัน ตองปรับปรุงให มีเนื้อหาครอบคลุมทุกรายละเอียดที่
แตตองครอบคลุมถึงทุกประเทศในประชาคมอาเซียน เกี่ยวกับครอบครัว และมรดก ใหมีความยืดหยุน
ดว ย และ ณ จุดนเ้ี อง ท่ถี ือไดวา เปนการเร่ิมตนพฒั นา เหมาะสมกบั มสุ ลิมทว่ั ไป ทั้งในจังหวัดชายแดนภาคใต
จากจุดแขง็ ของมุสลมิ ในพืน้ ทจ่ี ังหวัดชายแดนภาคใต และจังหวัดอื่น ๆ ของประเทศไทยรวมไปถึงมุสลิมใน
ประเทศอาเซียน สำหรับวิธีสบัญญัติก็เชนเดียวกัน
ท่กี ลาววา เปนจุดแข็ง เพราะ ตองปรับปรุงพัฒนาใหสามารถนำหลักสารบัญญัติ
(1) กฎหมายอิสลามวาดวยครอบครัวและ อิสลามไปบังคับใชไดอยางสมบูรณ ทั้งในกรณีของ
มรดกในจังหวัดชายแดนภาคใตมีการประกาศใชอยาง มุสลิมไทยและมุสลิมอาเซียน โดยมีองคกรศาลและ
เปนทางการมานานกวา 100 ป และบัญญัติขึ้นตาม หนว ยงานสนบั สนุนท่เี หมาะสมและสอดคลอ งกบั บริบท
การเรียกรองของมุสลิมดวยความเห็นชอบของรัฐบาล อิสลามและอัตลักษณของมุสลมิ ไทย หาไมแ ลว อาจทำให
ไทย ประเทศไทยตองพลาดโอกาสและสังคมมุสลิมในจังหวัด
(2) เปนกฎหมายที่เกี่ยวของเชื่อมโยงกับ ชายแดนภาคใตก็ไมสามารถแสดงอัตลักษณที่แทจริง
หลักศรัทธาและมีรายละเอียดที่บัญญัติไวในคัมภีร ของตัวเองได เพราะมัวแตคิดจะพัฒนาสิ่งใหมตาม
อัลกุรอานซ่งึ มุสลิมทุกคนพงึ ตอ งปฏบิ ตั ิเปนแนวเดียวกนั กระแสนยิ มรายวันท่มี ิใชจ ดุ แข็งของตัวเอง

page 08

ขอความสันติสุขจงประสบแดทานผูอานทุกคน ผมรูสึกดีใจอยา งยิ่งท่ีไดม ีโอกาสพดู คุยในจุลสารฉบบั น้ี ถือวา เปนครั้งแรก

สำหรับผม ขอขอบคุณบรรณาธกิ ารและคณะ ทไี่ หโอกาสผมไดมาแลกเปลย่ี นความรูกบั นักศกึ ษาสถาบันฯ และทา นผอู า นทกุ คน

คำศพั ทท างดานฟก ฮ
(ศาสนบญั ญตั อิ สิ ลาม)
ตามมัซฮับ ชาฟอยี 

ความเขาใจดานการศึกษาแนวคิด (มัซฮับ) อิหมา มนาวาวยี กลาววา ทา นอิหมา มชาฟอ ยี 
ตางๆ นั้น จำเปนอยางยิ่งที่จะตองเรียนรูรากฐาน ไดเ ขียนหนังสือเลมหนึ่งมชี อ่ื วา อลั หจุ ญะฮฺ
และทีม่ าของคำศัพทบางคำของสำนกั คิด (มัซฮบั ) นนั้ ๆ กอนทท่ี า นจะอพยพไปยังประเทศอยี ิปต
เปนอันดับแรก ในเลมนี้ ผมจึงมีความตั้งใจที่จะ ลูกศษิ ยของทา นที่เปนทร่ี จู กั ไดรายงาน
นำเสนอคำศัพทที่เกี่ยวของในสำนักคิด (มัซฮับ) มีดังน้ี
ชาฟอ ียใ นเบื้องตน 3 คำศพั ทดวยกัน
- อะหะมัด บนิ หัมบลั
คำศัพทฟ ก ฮฺตามสำนกั คดิ (มัซฮบั ) ชาฟอีย - อบิ รอฮมิ บิน กาลิด หรืออาบซุ รุ
1. คำวา ( หรอื ) หมายถึง - อาบุ อาลี ฮาสัน บิน มหุ มั มดั
คำกลาวของทา นอิหมามชาฟอ ียเ อง ลูกศษิ ยของทา นที่เปน ทีร่ จู ักไดรายงาน
2. คำวา หมายถงึ คำกลาว มีดังน้ี
หรอื คำฟตวาของทานอหิ มา มชาฟอ ยี  สมัยที่ทานอยูท่ี - อิสมาแอล บิน ยะยา หรอื อลั มุซนี
ประเทศอิรกั - ยซู ุฟ บนิ ยะยา หรืออัลบุวยั ตี
3. คำวา หมายถงึ คำกลาว - อาบุ มหุ ัมมดั อลั รอบิ บิน สไุ ลมาน
หรอื คำฟตวาของทานอหิ มา มชาฟอ ยี หลงั ทจ่ี ากทา น
ไดยายไปอยทู ่ีประเทศอยี ปิ ต

บรรดานักปราชญหรือผูรใู นอิสลาม ไดม ีแนวคดิ สดุ ทา ยนี้ ผมขอลาเพยี งแคน ้ีกอ น
แตกตางกันเกี่ยวกับคำกลาวหรือคำฟตวาของทาน แลวพบกนั ใหมในฉบบั หนา อีกนะครับ...
อีหมามชาฟอียระหวางที่ทานเดินทางออกจากประเทศ
อริ กั เพือ่ ไปยงั ประเทศอยี ิปต

อบิ นุ ฮายัร อัลหยั ซามี และอลั รอมลี มที ัศนะ โดย อ.อบิ รอเฮง ดอเลาะ
วา ความเห็นหรือคำฟตวาของอีหมามชาฟอีในชวง
ดงั กลา ววา ถอื วายงั คงอยูใน

09 page

Surat Akuan Nikah Masalah Mesti Diselesaikan Oleh: Dr.Hana

ada peringkat permulaan pengamalan

undang-undang kekeluargaan Islam di
kawasan tiga wilayah Selatan Thailand,
surat akuan nikah cerai belum lagi diguna pakai.
Surat akuan nikah cerai lahir setelah pembatalan
undang-undang Islam pada tahun 1943 di
bawah Majlis Agama Islam yang dikawal oleh

(Lembaga Pelaksanaan Undang
-undang Islam). Maka bermula dari sinilah timbul
sistem pendaftaran nikah atau dengan kata lain
surat akuan nikah yang berbentuk syar‘i. Perkara
ini merupakan sebagai suatu langkah bagi refor-
masi undang-undang Islam di kawasan tiga
wilayah Selatan Thailand.

Surat akuan nikah cerai yang dikeluarkan
oleh

tidak ada mana-mana perundan-
gan yang pengiktirafannya. Ia hanya dilak-
sanakan atas kesepakatan ulama dan masyara-
kat Islam di kawasan wilayah Pattani, Narathiwat
dan Yala sahaja. Sehingga pada tahun 1997,
kerajaan memperakukan surat akuan nikah cerai
Majlis Agama Islam di bawah Akta Pentadbiran
Institusi Agama Tahun 1997, fasal 26(10). Justeru,
sebelum kerajaan Thailand menggubal akta ini,
masyarakat Islam terpaksa mendaftarkan
perkahwinan mereka di pejabat pendaftaran
daerah mengikut prosedur undang-undang sivil,
jika hendak berurusan dengan pihak kerajaan.

Akta tahun 1997 telah memberi kuasa
kepada Majlis Agama Islam mengeluarkan surat
akuan nikah cerai mengikut ketentuan syarak. Namun,
undang-undang ini hanya memberi kuasa mengeluarkan surat
akuan, namun tidak menggubal undang-undang dari sudut
prosedur pengurusan dan pentadbiran. Contohnya, akta ini
tidak memberi kuasa kepada Majlis Agama Islam membentuk
pejabat pendaftaran perkahwinan dan perceraian Islam
sebagaimana pejabat pendaftaran perkahwinan sivil yang
sedia ada. Demikian juga, akta ini tidak memberi kuasa

page 10

ÃÙé¨¡Ñ ¹Ñ¡ÇªÔ Ò¡ÒÃÍÔÊÅÒÁ กับ อ.ตริ อลั -ฮซั นาวีย

กตฎอหนมายนอักิสวลิชาากมา(รมอาิสกลอาศมิดในอศัชาส-ชตารรเีอจตะฮนฺ)ารมณ โดย อ.ตัรมีซี สาและ
ในมัซฮับชาฟอีย และเปนหนึ่งนักบรรยายในมัซฮับนี้ มีผลงานดานการ
ขอความสันติสุขจงประสบแดทานผูอานที่นารักทุกทาน เดิมที ประพันธหนังสือที่สรางชื่อ “อุศูลูลฟกฮฺ” และ “มาฮาซินุลชารีอะห”
มีความตั้งใจที่จะขีดเขียนบทความแตทวาไมมีเวทีที่จะนำเสนอ พอไดรับ อีกทานหนึ่งที่ตองเอยนาม อัล-บากิลลานีย (เสียชีวิตฮิจเราะห 403)
โอกาสดๆี จึงอยากนำเสนอและทำความรจู กั กบั นกั วิชาการอิสลาม ดวยท่ีวา ผูที่ไดรับการขนานนามวา “เช็คซุนนะหและนักพูดแหงยุคศตวรรษที่ 4”
ปจจุบันนี้ไมคอยมีใครสนใจหรือศึกษาถึงชีวประวัติของพวกเขาเหลานั้น ถือเปนบุคคลสำคัญแหงยุคนี้ ผลงานดานการประพันธหนังสือที่สรางชื่อ
เปนการศึกษาถึงแนวทางการศึกษาและการใชชีวิตในอดีตแลวนำมา “อตั -ตักรบี วลั อิรชาต ฟ ตัรตบี ตูรกุ อัล-อิจตฮี าต” และยงั ไดสรุปเปน
ประยุกตใ ชใ หสอดคลองกบั บรบิ ทชีวิตของเราในปจจุบัน สองเลม “อัล-อริ ชาต อลั -มูตาวซั ซิต” และ “อัล-อริ ชาต อัศ-ศอฆีร”
ดวยอิสลามในยุคแรกๆ นั้นมีความสมบูรณทางหลักบทบัญญัติ
การยดึ ถอื ปฏิบัตใิ นหลักเกณฑตา งๆ ทถ่ี ูกตอ ง ต้งั แตย คุ สมยั ของทานศาสดา สำหรับชวงที่สองคือชวงหลังศตวรรษที่ 5 ถือเปนชวงที่มีความ
มฮู ัมหมดั บรรดาคูลาฟาอฺ อรั -รอชดี นี ศอฮาบะห ตาบอี ีน และ เจริญทางวชิ าการและจุดประกายในความรขู องรายวชิ านี้ และขอนำเสนอ
ยุคหลังศตวรรษที่ 2 เรามักจะไดยินจากบรรดาโตะครู อาซาตีซะห หรือ นกั วชิ าการที่มบี ทบาทเร่มิ ตน ท่ีสำคัญในศาสตรท ีว่ าดวยเจตนารมณกฎหมาย
คณาจารยบอกเลาขานบอยครั้งเกี่ยวกับชีวประวัติของบรรดานักวิชาการ อิสลาม กลาวคือ อิหมามอัล-ฮารอมัยนฺ
เหลานัน้
เพื่อเปนอีกแนวทางการศึกษาถึงชีวประวัติของนักวิชาการอิสลาม อิหมามอัล-ฮารอมัยนฺ (เสียชีวิตฮิจเราะห 478) หรือ อาบู
เหลานั้น และสอดคลองกับการศึกษาของนักศึกษาประจำรายวิชา อลั -มาอาลีย อบั ดลุ มาลคิ บิน อับดุลเลาะห อัล-จวู ยั นีย เปน บุคคลสำคัญ
เจตนารมณกฎหมายอิสลาม จึงอยากนำเสนอนักวิชาการอิสลามที่สำคัญ ที่จุดประกายในศาสตรนี้ที่เปนที่รูจักอยางกวางขวางในเสนทางความรู
ทเี่ ก่ียวของกบั รายวชิ าน้ี และยังสง เสริมใหร ูจ กั นกั วิชาการอสิ ลามเหลา นั้น อุศูลลู ฟก ฮฺ จนเปนที่ประจักษแ ละยอมรับโดยบคุ คลท่วั ไป
ทน่ี ับวันย่งิ ศนู ยห ายไป
เจตนารมณกฎหมายอิสลามนั้นเปนรายวิชาหนึ่งที่แตกแขนง “บรุ ฮาน” นบั เปน ผลงานดา นการประพนั ธห นงั สอื ทส่ี รา งชอ่ื ทส่ี ดุ
ออกมาจากรายวิชาอุศูลูลฟกฮฺ จนกลายเปนศาสตรหนึ่งที่มีความสำคัญ และมีความสำคัญมากที่สุดดานหลักวิชาการอุศูลของทาน อีกทั้ง
อยางมากตอการใชชีวิต โดยเฉพาะอยางยิ่งเจตนารมณกฏหมายอิสลาม ยังเปนหนังสือตนแบบที่มีความสำคัญตอชนรุนหลัง รองจากหนังสือที่เปน
ตอการปฏิบัตขิ องมกู ลั ลัฟ ซ่งึ บคุ คลสำคัญท่ีกอ ต้งั ศาสตรน้ีคือ อิหมา มอาบู แมพิมพดานอุศูลอยาง “อัร-รีซาละห” ประพันธโดยอิหมามชาฟอีย ที่ถูก
อิสฮาก อชั -ชาตีบยี  แตในความเปนจรงิ จดุ เริ่มตนของรายวชิ านมี้ ีมากอน ตอ ยอดอยา งกวา งขวางในศตวรรษท่ี 3 และ 4 แมก ระทง้ั ในยคุ สมยั ของ อาบู
หนาน้นั หลายตอหลายศตวรรษ มาอาลียที่วาคุณพอของเขา (เสียชีวิตฮิจเราะห 438) ซึ่งเปนหนึ่งใน
เราอาจแบงนักวิชาการอิสลามในสาขาวิชานี้ออกเปน 2 ชวง บรรดานกั บรรยาย “อรั -รซี าละห”
ชวงแรกคือชวงกอนศตวรรษที่ 5 กลาวคือ บุคคลแรกที่นำรากศัพทของ
คำวา “มากอศิด” อิหมา มอัต-ติรมซี ีย อัล-ฮากมี นกั ปราชญแหง ยุคสมัย อิหมามอัล-ฮารอมัยนฺถือเปนผูเชียวชาญในศาสตรอุศูลูลฟกฮฺ
ศตวรรษที่ 2 หรอื 3 กำหนดใชค ำนีใ้ นหนังสือของทา นท่มี ีชื่อวา “การละหมาด ที่สามารถถายทอดความรูอยางลึกซึ่งใหแกลูกศิษยคนโปรดของเขาอยาง
และเจตนารมณ (มากอศดิ )” อหิ มา มอาบู ฮามดิ อลั -ฆอซาลีย ท่ีสรา งช่อื หลงั จากเขา
อาบู มันศูร อัล-มาตูรีดีย (เสียชีวิตฮิจเราะห 333) ถือเปน
บุคคลสำคัญแหง ยุคของมซั ฮับฮานาฟย มหี นังสอื ทสี่ รางชอ่ื ทท่ี านประพันธ มีขอสังเกตตอนหนึ่งที่สำคัญจากอิหมามอัล-ฮารอมัยนฺตอหลัก
คือ “มะอคฺ อซ อัช-ชารอเอยี ะอ”ฺ อาบู บกั ร อลั -กอฟฺฟาล อชั -ชาชีย หรอื วชิ ามากอศิด คร้งั ทที่ านไดตอ ตา นผทู ไ่ี มเ ขาใจถึงหลักมากอศดิ วา “และสำหรบั
อัล-กาบีร (เสียชีวิตฮิจเราะห 365) นักอุศูลูลฟกฮฺรุนใหญในยุคแรกๆ ผูใดทไ่ี มเขาใจอยางถองแท (ไมม ไี หวพริบ) ตอหลักเจตนารมณ (มากอศิด)
วาดวยการบัญชาสั่งใชและบัญชาสั่งหาม ดังนั้นแลวเขาคนนั้นไมจัดอยูใน
จำพวกที่เขาใจหลักชารีอะฮฺได” (บุรฮาน: 1/ 295) ดวยเหตุนี้บงบอกถึง
การใหความสำคัญของอิหมามอัล-ฮารอมัยนฺตอการปกปองและการใชคำพูด
ในเจตนารมณกฏหมายอิสลามอยางระมดั ระวัง

11 page

มีขอคิดเห็นจากบรรดานักวิชาการอิสลามทั่วไปตอหลักเหตุผล แตหากวาเราสังเกตประเภททั้งหาขางตนพบวา เราอาจรวม
(อีลัล) จากบทบัญญัติของชารีอะฮฺที่อิหมามอัล-ฮารอมัยนฺไดนำเสนอ ประเภทท่ีสามและสเ่ี ขา ดวยกัน และดว ยประเภททห่ี า ก็ครอบคลุมอยูแลว
ดังที่ทานไดบอกวา “นี่คือสิ่งที่บรรดานักวิชาการอุศูลชารีอะฮฺไดบอกไว ในสามประเภทแรก จงึ อาจกลาวสรปุ ไดว า อหิ มา มอลั -ฮารอมัยนฺ ถือเปน
และพวกเราไดแบง หลักอุศลู นน้ั ออกเปน 5 ประเภท...” (บุรฮาน: 2/ 923..). บุคคลแรกๆ ที่แบงประเภทของเจตนารมณกฎหมายอิสลามออกเปน 3
ประกอบดว ยดงั น้ี ประเภท กลาวคือ

ประเภทแรก คือ สง่ิ ที่เกี่ยวขอ งกบั หลกั ความจำเปน (ฎอรเู ราะห) หลกั ความจำเปน (ฎอรรู ยี าต) ท่ีครอบคลุมถึงหลักความจำเปน
เชน บทลงโทษ (กีศอศฺ) กลาวคือ เหตุผลที่วาดวยการรักษาซึ่งเลือดของ 5 ประการ ทป่ี ระกอบดว ย การรกั ษาซง่ึ ศาสนา ชวี ติ สตปิ ญ ญา วงศต ระกลู
ผูบรสิ ทุ ธ์ิ การปองกันการโจมตีตอผูบ ริสุทธ์ิ และทรพั ทสิน

ประเภทที่สอง คือ สิ่งที่เกี่ยวของกับหลักความตองการทั่วไป หลักความตองการ (ฮาญยี าต) และ หลักการตกแตง ปรบั ปรงุ
แตไมถงึ เกณฑในประเภทแรก เชน การเชาระหวา งกัน ใหสมบูรณ (ตะฮฺซีนียาต) เปนปจจัยหลักการทางเจตนารมณ (มากอศิด)
ท่ีสำคัญยง่ิ
ประเภทที่สาม คือ สิ่งที่ไมใชหลักความจำเปนและไมใชหลัก
ความตองการทว่ั ไป แตทวาคอื ความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน และขาดมัน ในหลักความสำคัญและความเขาใจนี้เราอาจสรุปดวยคำพูด
ไมไดเ ชน กัน เชน ความสะอาดหรอื ความบริสทุ ธ์ิ ตอนหนงึ่ ของอหิ มามอัล-ฮารอมัยนฺวา “ดงั นนั้ แลว หลักชารีอะฮไฺ ดค รอบคลมุ
ในทุกสว น ทงั้ บทบญั ญัตวิ าดวยหลักอิบาดะฮ ท่คี รอบคลมุ บทบัญญัติส่ังใช
ประเภทที่สี่ คือ เชนเดียวกันที่วาไมใชหลักความจำเปนและ บทบัญญัตสิ ง่ั หา ม และสิ่งที่อนุญาต ตลอดจนบทบัญญัตวิ า ดวยการลงโทษ
ไมใชหลักความตองการทั่วไป แตไมใชประเภทที่สาม ที่วาขอจำกัดในการ ที่ชัดเจน เปนการปกปองรักษาผูบริสุทธิ์ใหไดรับความยุติธรรมอีกดวย”
อนุญาตเพอ่ื ยกเลกิ ชอ งวางของหลักปฏบิ ตั นิ ้ัน (บรุ ฮาน: 2/ 1151..)

และประเภททห่ี า คอื สิง่ ทไ่ี มป รากฏเหตุผลอยางชดั เจน และไมมี ฉบบั หนาเราจะมาทำความรูจ ักกับนกั วชิ าการอสิ ลามทม่ี ชี ่อื เสียง
วัตถุประสงคอยางมีขอบเขต ไมใชทั้งหลักของความจำเปน ความตองการ เปน ทร่ี จู ักอยางกวางขวาง น้ันคือลกู ศิษยค นโปรดของอหิ มา มอลั -ฮารอมัยนฺ
และความเอื้ออาทร เชน บทบัญญัติการละหมาด ดังโองการในซูเราะห อยา งอหิ มามอาบู ฮามิด อัล-ฆอซาลยี  (เสียชีวิตฮจิ เราะห 505) อนิ ซาอลั ลอฮ
อลั -องั กะบตู / 45 ความวา
// อ.ติร อัล-ฮัซนาวีย
“แทจริงการละหมาดนนั้ จะยบั ยั้งการทำลามกและความช่วั ”
อายะหนี้บงชี้ถึงบทบัญญัติวาดวยการละหมาดและไมไดอธิบาย
ถึงขั้นตอนการละหมาดและจำนวนรอกะอัติ จนจำเปนตองยอนกลับไป
ศกึ ษาในวจั นะของทานศาสดามฮู มั หมดั ตอ ไป

page 12 โดย อ.แวอัมแร แวปา

ประชาธิปไตย
มมุ มองของอิสลาม

ไทย...เปนประเทศหนึ่งปกครองในระบอบประชาธิปไตย สมยั ทานนบมี ฮู ัมหมัด (ซ.ล.) มีการปกครองแบบใด

คำวา ประชาธปิ ไตย หมายถึงระบบการปกครอง ซ่งึ เปนการปกครอง ในสมัยของของทานนบมี ูฮัมหมัด (ซ.ล.) มรี ะบบการปกครอง
ของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน คำวาประชาชน ทเี่ รยี กกนั วา “มูซาวาเราะห” ซ่งึ หมายถงึ การปกครองในลกั ษณะของ
ในทนี่ ี้มิไดหมายความแตเ ฉพาะบคุ คลกลมุ ใดกลุมหนึง่ เชน คนร่ำรวย การปรกึ ษาหารอื ในกลมุ พวก ทา นนบใี ชหลักการน้ีปกครองมาโดยตลอด
คนยากจน เจา ของทดี่ นิ คนงาน หรอื ชาวนา เทาน้นั แตหมายถงึ ปวงชน ในมติ ิของอำนาจจากพระผเู ปนเจา ตวั ทานเองนัน้ จะเปน ผูที่มอี ำนาจเด็ดขาด
ทง้ั ชาติ ไมว าจะเปน คนยากดีมีจนอยา งไร หรือประกอบอาชพี ใดกต็ าม ในการตัดสินใจแตเพียงผูเดียว แตหากเปนมิติของการบริหารงาน
ปวงชนเหลานัน้ ยอมมสี ทิ ธิ หนาทแี่ ละรับผดิ ชอบ ในการปกครองประเทศ ทานนบีไมไดใชอำนาจเด็ดขาดเสมอ แตทานจะใชการปรึกษาหารือ
รวมกนั และอยา งเสมอภาคกนั แตตอ งมีขอบเขตตามท่ีกฎหมายกำหนด กบั บรรดาศอหาบะห (เพือ่ นรวมงาน) อยูเสมอ ซงึ่ ศอหาบะหท ุกทาน
สามารถแสดงความคิดเหน็ ทแี่ ตกตางได ก็รูแลว วา สุดทา ยผเู ปน คนตดั สินใจคอื ทา นนบี เพราะวา อลั ลอฮ (ซ.บ.)
ใหทานนบีเปนผูแทนพระองคบนโลกดุนยานี้ คำพูดการกระทำของนบี
บนพื้นฐานของประชาธิปไตย ซึ่งมองในฐานะที่เปนระบบ เปนการอิดายะหจากพระองคอัลลอฮ (ซ.บ.) ดังคำกลาวในอายะห
การปกครอง ตามคติพจนข องอดตี ประธานาธบิ ดี อับราฮมั ลนิ คอลน อลั กรุ อา น ความวา
แหงสหรฐั อเมรกิ า(Abraham Lincoln ค.ศ. 1809-1865) ทก่ี ลาวไววา
“ประชาธิปไตยคือการปกครองของประชาชนโดยประชาชน เพื่อ ความวา “และเขา (มูฮำมัด) มิไดพูดดวยอารมณ,
ประชาชน” จึงมีนัยสำคัญที่มีตนรากทางความคิดในการยอมรับถึง สิ่ง (ทเ่ี ขาพดู ) นนั้ มใิ ชอ่นื ใด นอกจากเปนวะฮีย ที่ถูกประธานลงมา”
ความแตกตางและความหลากหลายของกลุมผลประโยชนในสังคม
ทั้งหมดคำวากลุมผลประโยชนในที่นี้จึงหมายถึงตัวแทนของประชาชน (ซูเราะห อนั -นัจญมฺ : อายะหท่ี 3-4)
ในระดับตางๆ ไลระดบั ขน้ึ ไปจากหนว ยยอ ยๆ ไปจนถึงหนว ยใหญร ะดบั การปรึกษาหารอื ทเ่ี ราเรียกกันวา มูซาวาเราะห ซ่ึงปจ จุบัน
ประเทศ ทั้งนี้แลวหากกลุมผลประโยชน ซึ่งเปนกลุมของผูที่มีอาชีพ หลายประเทศเรียกกันวา ซรู อ (ซูรอบัยนะฮ) หมายถงึ ปรึกหารือในหมู
เดียวกัน มีอุดมการณอันเดียวกันมีจุดมุงหมายเพี่อรักษาผลประโยชน พวกใหดีเสียกอน กอนที่จะตัดสินใจใดๆ ในยุคของทานนบีทานก็จะ
ของกลุมนั้นๆ มีขนาดความสัมพันธและมีบทบาทเกี่ยวของกับ ปรกึ ษาหารอื และรวมกนั ตัดสนิ ส่ิงท่ดี ที สี่ ดุ ซง่ึ แนน อนไมม ีความผดิ ผลาด
การเปลี่ยนแปลงนโยบายสาธารณะ (Public Policy) ของรัฐบาล ใดๆ เพราะทา นตามวะฮยี ทอี่ ลั ลอฮ (ซ.บ.) ไดบ นั ดาลใหแ ลวทงั้ สิ้น
กลุมนั้นๆ จะเริ่มมีลักษณะของการมีอิทธิผล ซึ่งมักจะถูกเรียกใหมวา
เปน กลุมอทิ ธิผล หรือกลุมผลักดัน (Pressure Group) น่นั เอง ปรกึ ษาหารือเพอ่ื ส่ิงทดี่ ที สี ุด

ศาสตราจารย ดร.อิมรอน มะลลุ ีม กลา ววา “เอาเขาจริงแลว การปรึกษาหารือนัน้ เปน เรื่องที่จำเปนอยา งยงิ่ ตอการทำงาน
ผมคิดวาในปจจุบันนั้น ใครที่มีอำนาจ เวลารางกฎหมายพวกเขาก็ ในองคกร ยกตัวอยางเชน การทำงานของคณะกรรมการมัสยิด หรือ
สนองตอบตอกลุมชน พรรคพวกแตตามหลักการอิสลามการปกครอง คณะกรรมการใดๆ ก็ตาม เวลาประชมุ ก็มีการปรกึ ษาหารือกัน โตเถียง
ไมใชเพื่อประชาชน แตเพื่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงเปน กันดวยความสุขภาพ เพอื่ จะหาสิง่ ท่ดี ท่ี ีส่ ดุ ไมใ ชเ ยยหยันวา คนนี้ฉลาด
ผวู างกำหนดกฎเกณฑ และทา นศาสดามฮู ัมหมดั (ซ.ล.) เปนผปู ฏิบตั ิ กวาคนนั้น หรือการกระแนะกระแหนเสียดสีผูอื่น เพราะการกระทำ
ไมม ีเรื่องพรรคพวก ไมม เี รือ่ งผวิ สี เปน อำนาจที่บรสิ ุทธ์ิและตอ งเปนไป เหลานนั้ คอื นัฟซู หรอื อารมณของมนษุ ยท ่เี อาแตใจตนเอง ขาดความจรงิ ใจ
ตามครรลองในลกั ษณะอยางนนั้ โอกาสของความผดิ พลาดกค็ งจะมีนอย แตถาผพูดเปนผูที่เกรงกลัวตออัลลอฮฺ เวลาจะพูดจาโตเถียงเขาจะไม
เพราะไมมีไครกลาโตแยงวาโองการของพระเจาเปนสิ่งที่ผิดหรือเปน หยาบคาย ไมด ูหม่นิ จะไมเสียดสี และจะไมกา วราว
สิง่ ทป่ี ฏบิ ัติไมได”

ระบบประชาธิปไตยแบบอิสลาม 13 page

ผูเขียน อยากจะใหทุกคนเขาใจวา ถึงแมการปกครองใน ผูเขียนมองวา ปญหาของระบอบการปกครองที่ใชอยูใน
ระบอบประชาธิปไตย จะไมเหมือนกับระบอบการปกครองของอิสลาม ปจ จบุ ัน เปนเพราะการใชน ัฟซูเปน ใหญ ทำใหเ กิดการแกงแยง ชิงดชี งิ เดนกนั
ซะทีเดยี ว แตม ุสลิมกส็ ามารถท่ีจะนำระบอบดังกลา ว มาบรู ณาการกบั ซึ่งจะทำใหออกนอกลูนอกทางของอิสลาม และเปนเหตุทำใหการ
ระบอบอิสลามไดโดยไมลำบาก แตตองเปนไปในรูปแบบ “อิสลาม ปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มนุษยทั่วไปเห็นดีที่สุด กลับกลาย
คลมุ ประชาธปิ ไตย” โดยใชร ะบอบอิสลาม ตามแบบของทานนบี (ซ.ล.) เปน ระบอบทกี่ อใหเกิดความวนุ วายในสงั คมมากทสี่ ดุ ในเวลานี้
เปนแนวปฏิบัติ ใชกุรอาน และหะดีษ เปนธรรมนูญ ซึ่งผูเขียนคิดวา
จะชวยลดการใชนัฟซูไปในทางที่ผิด ที่จะกอใหเกิดการแกงแยงชิงดี “.....อยางไรก็ตามความเปนประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นได
ชิงเดน ในองคกรได ขน้ึ อยกู ับจิตใตส ำนึกของแตล ะคน ความเปนประชาธปิ ไตย เมอื่ ถึงเวลา
ทุกเสียงก็มีสิทธิคนละเสียงเทาเทียมกันเหมือนเดิม และเหนือสิ่งอื่นใด
ประชาธิไตยทแ่ี ทจ ริงตอ งไมแ ตกแยก ....” (อิมรอม มะลุลีม)

วสั ลาม

การทำงานในมุมมองของอสิ ลาม

โดย อ.รอฮีม นยิ มเดชา

page 14

¡ÒÃá¾·ÂᏠ¼¹¹ºÕ คอสตสั ในหะดีษนห้ี มายถงึ ไมหอมของ
โดย อบูนาดีม อนิ เดียหรือตนกฤษณานัน่ เอง โดยเฉพาะอยางยิ่ง
อันที่เปนสีขาว มันมีรสหวานและมีประโยชน
หลายอยา ง ในสมยั กอนผูค นทวั่ ไปนยิ มท่ีจะรกั ษา
โรคคออักเสบในลูกหลานของเขาดวยการกด
ลิ้นไก บางครั้งก็ใชวัสดุบางอยางไปติดที่ลิ้นไก
ทานนบี (ซ.ล.) หามทำวิธีการอยางนี้ และได
การรกั ษาโรคคออักเสบ แนะนำในสิ่งที่ดีกวาไดผลกวาและงายดายกวา
ดวยการใหยาทางจมูก จะรวมถงึ ยางา ยๆ และ
และการใหยาทางจมูก ยาที่ผสมหลายๆ อยางเขาดวยกัน นำมาบด
และทำใหแหงหลังจากนั้นจึงนำมาหยอดทาง
จมูกโดยใหผูปวยนอนหงาย หนุนไหลเพื่อหนา
จะไดหงายขึ้น ยาก็จะไปถึงศีรษะและดูดโรค
จากหนังสือซอฮีเฮนทานนบี (ซ.ล.) ไดกลาววา “การรักษาทีด่ ีทส่ี ดุ ออกโดยการจาม
อยา งหนึ่งของพวกทา นคอื การกรอกเลอื ดและคอสตัสทะเล และอยาทำให
เด็กๆ ของพวกทานไดรับอันตรายดวยการกดลิ้นไกเพื่อรักษาทอนซิล ทานนบี (ซ.ล.) ไดใ ชใ หเราใชว ิธนี ี้เม่อื มี
อักเสบ” (ซอเฮียะหบุคอร,ี 5696) ความจำเปน ตองใช ย่งิ กวา นัน้ อบดู าวูดไดร ายงาน
ในหนังสือ “สุนัน” ของเขาวา ทานนบี (ซ.ล.)
ในหนังสือ “สุนัน” และ “มุสนัด” จากหะดีษของทานญาบิร ไดใชว ธิ นี ก้ี ับตวั ทา นเองดวย (ระดับดี อบูดาวูด
บินอับดุลลอฮ ไดก ลา ววา “ทานนบี (ซ.ล.) ไดไ ปหาพระนางอาอชิ ะหขณะที่ 3867)
พระนางนั้นกำลังอยูกับเด็กและเด็กนั้นกำลังมีเลือดกำเดาไหลอยู ทานนบี
(ซ.ล.) จงึ กลา ววา “มีอะไรหรอื ” พวกเขากก็ ลา ววา “เขาเปนคออักเสบและ
ปวดศีรษะ” ทานนบี (ซ.ล.) จงึ กลา ววา “อยา ฆาลกู ของพวกทา น(ดว ยการ
ทำอยางน้ี) หญงิ ใดทล่ี กู ของเขาปว ยดวยคออักเสบหรอื ปวดศรี ษะ กใ็ หไ ป
เอาคอสตัสอินเดียมาฝนรวมกับน้ำ และหยอดเขาในจมูกเด็กคนนั้น”
เมื่อพระนางอาอิชะหไดสั่งใหแมของเด็กทำตามนั้น เด็กนั้นก็หายดี
(ซอเฮยี ะหอ ะหห มดั , 315/3)
ทานอบูอุบัยดะหไดกลาววา “โรคคออักเสบ
คือความรูสึกปนปวนในคอที่เกิดจากเลือด” และมี
บางทานบอกวาคออักเสบคือแผลที่เกิดขึ้นระหวางหู
และลำคอซึง่ มกั เกิดข้ึนกับเด็ก
ประโยชนของคอสตัสที่นำมาฝนและหยอด
จมูกนั้น เนื่องจากคออักเสบ เกิดจากกอนเมือกเสลด
ที่เกิดจากเลือดรวมตัวกันอยูในเด็ก แตจะอยูในทอง
ของเด็กมากกวา คอสตัสจะชวยใหลิ้นไกไดผอนคลาย
และกลับไปอยูในที่เดิมของมัน คุณสมบัติในการรักษา
โรคน้ีถือเปนพเิ ศษ คอสตัสยังชว ยรักษาโรคอนื่ ๆ ท่เี กิด
จากความรอนไดด ว ย
ผูเขียนหนังสือ “อัลกอนูน” ไดกลาววา
คอสตสั ชวยรกั ษาทอนซลิ อกั เสบได
ท่ีมา : เอกสารวิชาการหายเลข 3 “ การแพทยตามแนวทางทานศาสดามฮุ มั มดั ซล.”
โดย แผนงานสรา งเสรมิ สขุ ภาวะมุสลมิ ไทย

15 page

เลาดวยภาพ

อบรมการบรหิ ารเวลาและการสอนภาษาอาหรบั

มูลนธิ ิ ชัยคอฺ ีด บนิ มฮู ำหมัด อาล ษานี จากประเทศกาตารร ว มกับ มลู นิธเิ พื่อความดี และสถาบนั อิสลามและอาหรบั ศึกษา
มหาวิทยาลัยนราธวิ าสราชนครินทร จดั โครงการอบรมการบริหารเวลาและการสอนภาษาอาหรับ ขึ้นระหวางวันที่ 15 – 19
ตลุ าคม 2555 ณ สถาบนั อิสลามและอาหรับศกึ ษา มหาวิทยาลยั นราธวิ าสราชนครนิ ทร โดยมคี รผู ูส อนวชิ าภาอาหรับจากโรงเรยี นเอกชนสอนศาสนาอิสลาม
เขา รวมอบรมจำนวนทัง้ สน้ิ 100 คน

ศึกษาดงู าน กิจกรรม 5ส.

จดั ขนึ้ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2555 ณ คณะแพทยศาสตร มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร วทิ ยาเขตหาดใหญ โดยมคี ณาจารย เจา หนา ท่ี และตวั แทนนักศกึ ษา
สถาบันอิสลามและอาหรับศกึ ษา เขารว มศึกษาดงู านจำนวน 28 คน

จดั ขน้ึ ระหวา งวนั ท่ี 6 – 8 พฤษภาคม 2555 โดยมี ณ มหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาระดับอุดมศกึ ษาตาง ๆ ในประเทศมาเลเซยี จำนวน 6 สถาบัน

page 16

ตวั แทน นศ. มอบเงินรับบรจิ าคชวยเหลือมุสลมิ ชาวโรฮงิ ยา

ตัวแทนนักศึกษา สถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา มหาวิทยาลัย
นราธิวาสราชนครินทร เดินทางเพื่อมอบเงินที่รับบริจาคจากพี่นอง
ชาวนราธิวาสรวมกันบริจาคเพื่อชวยเหลือพี่นองมุสลิมชาวโรฮิงยา
ที่ไดรับความเดือดรอนในประเทศพมา โดยมอบเงินผานทางมูลนิธิ
อัสสลาม มหาวทิ ยาลัยอิสลามยะลา เปน จำนวนเงินท้งั สิ้น 15,256.50 บาท

เครือขายประกันคุณภาพการศึกษา 3 สถาบัน ประกอบดวย วิทยาลัย
อสิ ลามศึกษา มอ.ปต ตานี สถาบนั อิสลามและอาหรับศึกษา มหาวิทยาลยั
นราธิวาสราชนครินทร และมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา จัดโครงการ
“เวทีคณุ ภาพ การบรู ณาการกจิ กรรมนกั ศกึ ษาตามวงจร PDCA” ขนึ้
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 ณ อาคารวิทยอิสลามนานาชาติ
วทิ ยาลยั อิสลามศกึ ษา มอ.ปตตานี โดยมตี ัวแทนนักศึกษาจากทง้ั 3 สถาบนั
เขารวมโครงการทัง้ สิ้น 60 คน

คายภาษาอาหรับสำหรับนกั ศึกษา

จัดขึน้ ระหวางวนั ที่ 24 มนี าคม – 25 เมษายน 2555 ณ
สถาบันอสิ ลามและอาหรับศึกษา กิจกรรมมกี ารอบรมติวเขม
ความรูดา นภาษาอาหรบั ใหก บั นกั ศกึ ษาชน้ั ปท ี่ 1 เพ่อื พฒั นา
ทกั ษะทางภาษาอาหรบั

มหกรรมกีฬาตาดกี าสัมพันธ ครงั้ ท่ี 3

จดั ขน้ึ ระหวา งวนั ท่ี 31 มนี าคม – 1 เมษายน 2555 ณ สนามกีฬามหาวทิ ยาลัย
นราธวิ าสราชนครนิ ทร ศนู ยราชกรใหม มีกจิ กรรมการแขงขันกฬี า และการแขง ขัน
กิจกรรรมทางวัฒนธรรมของนกั เรยี นโรงเรยี นตาดีกาเครือขา กวา 40 โรง


Click to View FlipBook Version