The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sirapun2540, 2022-08-19 04:56:25

sirapun

sirapun

การงานอาชีพ

การซักและตากผ้า




ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

นางสาวศิรพรรณ์ สิทธิกรรณ์

ห้อง 3 เลขที่ 2

การซักผ้าและการตากผ้า

การซักผ้า คือ การทำให้สิ่งสกปรก
หลุดออกจากเสื้อผ้า โดยใช้สารทำความ
สะอาด สามารถทำได้ 2 วิธี คือการซักผ้า
ด้วยมือ และการซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้า

การซักผ้าด้วยมือตามกระบวนการทำงาน

1. การวิเคราะห์งาน เป็นการศึกษาเกี่ยวกับ
การซักผ้าด้วยมือ ศึกษาคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงาน
เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการซักผ้าด้วยมือ

2. การวางแผนการทำงาน เป็นการกำหนด
กรอบการซักผ้าด้วยมือ โดยสร้างแผนที่ความคิด
เพื่อให้เห็นภาพรวมของการทำงาน

3. การปฏิบัติงานตามลำดับขั้นตอน เป็นการ
ซักผ้าด้วยมือตามขั้นตอนที่กำหนด

4. การประเมินผลการทำงาน เป็นการตรวจ
สอบความสะอาดของการซักผ้าด้วยมือว่าสะอาดตรง
ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ถ้าไม่ควรนำไปซักใหม่อีก
ครั้ง

ตัวอย่างการซักผ้าด้วยมือตาม
กระบวนการทำงาน

1. การวิเคราะห์งาน
ลักษณะงาน การซักผ้าด้วยมือเหมาะกับผ้าเนื้อบาง ต้องการการดูแล

เป็นพิเศษ หรือเสื้อผ้าที่สกปรกมาก การซักผ้าด้วยมือจะช่วยทำความ
สะอาดเฉพาะจุดได้ดีซึ่งจะใช้เวลาในการปฏิบัติงานประมาณ 45 นาที

คุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงาน เป็นผู้ที่รักความสะอาด มีความประณีต
พิถีพิถัน ละเอียดรอบคอบ มีทักษะการวางแผน ทักษะการจัดการ และ
ทักษะการแก้ปัญหา

2. การวางแผนในการทำงาน
วัตถุประสงค์
- ทำความสะอาดเสื้อผ้า
- เพื่อฝึกทักษะการทำงาน
สิ่งที่จัดเตรียม วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ
- กะละมัง
- ผงซักฟอก
- สารขจัดรอบเปื้อน
- น้ำยาปรับผ้านุ่ม
- แปรงถูผ้า
- ไม้กระดานแปรงผ้า
- ตะกร้าใส่ผ้า
ศึกษาวิธีการ วิธีการซักผ้าด้วยมือ
- ขั้นตอนการซักผ้าด้วยมือ
- การตรวจสอบผลงาน
- การปรับปรุงแก้ไข

3. ปฏิบัติตามขั้นตอน
1. สำรวจเสื้อผ้าก่อนนำไปซัก โดยตรวจดูสิ่งของที่
อาจตกค้างอยู่ในกระเป๋าเสื้อ กระโปรง หรือกางเกง ถ้าเสื้อผ้า
ชำรุดควรนำไปซ่อมแซมให้เรียบร้อย
2. แยกผ้าขาและผ้าสีออกจากกัน โดยแช่ผ้าขาว
และผ้าสีในน้ำสะอาดคนละกะละมัง
3. ผสมผงซักฟอกกับน้ำในกะละมัง ดีให้เป็นฟอง
แล้วหยิบผ้าขึ้นจากน้ำที่แช่ บีบน้ำออกแล้วใส่ลงในกะละมังที่
ละลายผงซักฟอกไว้
4. ขยี่หรือแปรงผ้าส่วนที่สกปรกให้ทั่ว เช่น ปก
เสื้อ ปลายแขนเสื้อ ขอบกางเกง ปากกระเป๋ากางเกง ถ้าสกปรก
มากควรใช้สารขจัดรอยเปื้อนทำความสะอาดก่อน
5. บีบหรือบิดผ้าเพื่อให้น้ำผงซักฟอกออกจากผ้า
แล้วนำไปซักด้วยน้ำเปล่า 3 ครั้งให้น้ำผงซักฟอกออกหมด โดย
อาจใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มในน้ำสุดท้ายที่ใช้ซักผ้าก็ได้
6. บีบหรือบิดผ้าใส่ตะกร้า แล้วนำไปตาก

4. การประเมินผลการทำงาน เป็นการตรวจสอบความ
สะอาดของการซักผ้าด้วยมือว่าผ้าที่ซักมีคราบสกปรกหรือไม่ ถ้า
พบคราบสกปรกควนนำไปซักใหม่อีกครั้งพร้อมกับใช้สารขจัด
รอยเปื้อนทำความสะอาด

การซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้า

1. การวิเคราะห์งานเป็นการศึกษาข้อมูลเกี่ยว
กับการซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าและศึกษา
คุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานเพื่อนำมาใช้ใน
การวางแผนการซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้า
2. การวางแผนในการทำงานเป็นการกำหนด
กรอบการซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้า
3. การปฏิบัติงานตามขั้นตอน
4. การประเมินผลการทำงาน

ตัวอย่าง การซักผ้าด้วยเครื่องซัก
ผ้าตามกระบวนการทำงาน

1. การวิเคราะห์งาน
ลักษณะงาน การซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าจะช่วยประหยัดเวลา แรงงาน

และอำนวยความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต ควรศึกษาเรื่องการจัดเตรียม
วััสุด อปรกรณ์ และเครื่องมือในการซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้า ซึ่งจะใช้เวลา
ปฏิบัตงานประมาณ 1 ชั่วโมง

คุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงาน ควรเป็นผู้ที่รักความสะอาด มีความประณีต
พิถีพิถัน ละเอียดรอบคอบ มีทักษะในการวางแผน ทักษะการจัดการ และ
ทักษะการแก้ปัญหา
2. การวางแผนการทำงาน เป็นการกำหนดกรอบการซักผ้าด้วย
เครื่องซักผ้า

วัตถุประสงค์
- เพื่อทำความสะอาดเสื้อผ้า
- เพื่อฝึกทักษะการทำงาน

สิ่งที่จัดเตรียม วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ
- เครื่องซักผ้า
- ผงซักฟอก
- สารขจัดรอยเปื้อน
- น้ำยาปรับผ้านุ่ม
- ตะกร้าใส่ผ้า
- ถุงซักสำหรับเครื่องซักผ้า

ศึกษาวิธีการ วิธีการซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้า
- ขั้นตอนการซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้า
- การตรวจสอบผลงาน
- การปรับปรุงแก้ไข

3. การปฏิบัติตามขั้นตอน
1. สำรวจเสื้อผ้าก่อนนำไปซักในเครื่องซักผ้า โดย

ตรวจดูสิ่งของที่อาจตกค้าอยู่ในกระเป๋าเสื้อ กระโปรง หรือ
กางเกง ถ้าเสื้อผ้าชำรุดควรนำไปซ่อมแซมให้เรียบร้อย

2. แยกผ้าขาวและผ้าสีออกจากกัน ถ้าเป็นผ้าเนื้อบาง
ควรใส่ถุงซักสำหรับเครื่องซักผ้า เพื่อป้องกันผ้าขาด

3. ขจัดคราบสกปรกหรือรอยเปื้อนด้วยสารขจัดรอย
เปื้อนก่อนนำผ้าลงในเครื่องซักผ้าตามขนาดบรรจุหรือน้ำ
หนักที่บอกไว้ในคู่มือ

4. ใส่ผลซักฟอกลงในเครื่องซักผ้าตามคำแนะนำของ
เครื่องซักผ้าแต่ละชนิด

5. ตั้งรายการซักผ้าตามคำแนะนำของเครื่องซักผ้าก่อน
เปิดสวิตช์ ถ้าต้องการใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มให้ใส่ในน้ำ
สุดท้ายของการซัก

6. เมื่อเครื่องซักผ้าปั่นผ้าจนผ้าแห้งพอหมาดๆ หยิบ
ผ้าใส่ตะกร้าผ้า แล้วนำไปตาก
4. การประเมินผลการทำงาน

เป็นการตรวจสอบความสะอาดของการซักผ้าด้วยเครื่อง
ซักผ้าว่าผ้าที่ซักมีคราบสกปรกหรือไป ถ้าพบคราบสกปรก
ควรนำไปซักใหม่อีกครั้งพร้อมกับใช้สารขจัดรอยเปื้อน
ทำความสะอาด

วิธีการซักผ้าอย่างมีประสิทธิภาพ

เป็นการซักผ้าที่มีการจัดการแบบประหยัด
1. ประหยัดเวลา ก่อนซักผ้าควรแผนการทำงานให้พร้อม เพื่อ

ความสะดวกรวดเร็วในการทำงาน และลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
เช่น การซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าจะช่วยลดเวลาในการทำงาน การจัด
เตรียมวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือให้พร้อมก่อนการทำงานจะช่วยให้
ประหยัดเวลาได้มากขึ้น

2. ประหยัดแรงงาน เป็นการเลือกใช้เครื่องมือที่เป็นเครื่องทุ่น
แรงมาช่วยในการซักผ้ เช่น การแช่ผ้าก่อนซักประมาณ 30 นาที
ช่วยประหยัดพลังงานในการซักผ้า การนำเครื่องซักผ้ามาใช้ในการ
ซักผ้าจะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานและช่วยทำงานแทน
แรงงานคน

3. ประหยัดทรัพยากร เช่น ใช้เครื่องซักผ้าที่มีระบบการทำงาน
ที่มีประสิทธิภาพ หรือซักผ้าสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง เพื่อประหยัดน้ำ
และค่าไฟฟ้า

4. ประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น ใช้สารซักฟอกที่เหมาะสำหรับการ
ซักผ้าด้วยเครื่อง หรือการซักผ้าด้วยมือ ในปริมาณที่พอเหมาะสม
จะช่วยรักษาเครื่องซักผ้าให้สามารถใช้ได้นานขึ้น หรือการใช้สาร
สมุนไพรทำความสะอาดเสื้อผ้าแทนสารเคมี จะไม่ส่งผลเสียต่อสิ่ง
แวดล้อม

5. คำนึงถึงความปลอดภัย ควรคำนึงถึงความปลอดภัยในการซัก
ผ้า เช่น ปฏิบัติตามคู่มือการใช้งานเครื่องซักผ้าอย่างเคร่งครัด ตั้ง
เวลา ความเร็วหรืออุณหภูมิที่พอเหมาะ จะช่วยถนอมเสื้อผ้าและ
เครื่องซักผ้าไม่ชำรุดเสียหาย

การตากผ้า

1. ก่อนตากผ้าควรกลับผ้าด้านในออกทุกชิ้น เพื่อป้องกันผ้าสีซีดเมือ
ถูกแสงแดด

2. ควรใช้วิธีการบีบน้ำออกจากผ้าแทนการบิด เพื่อไม่ให้ผ้ายับมาก
เส้นใยผ้าไม่ขาดง่ายและทำให้ใช้งานได้นาน

3. เสื้อหรือกางเกงควรตากด้วยวิธีการแขวนด้วยไม้แขวนเสื้อ ขณะ
ตากผ้าควรจัดผ้าให้เรียบหรือมีรอยยับน้อยที่สุด เพื่อประหยัดเวลาในการ
รีดผ้า

4. เสื้อผ้าที่เป็นผ้าสีควรตากในร่มที่มีลมโกรกไม่ควรตากกลางแจ้ง
เพราะจะทำให้สีของผ้าซีดเร็ว

5. ผ้าเนื้อหนา เช่น ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว ควรตากกลางแจ้งเพื่อจะได้
แห้งเร็วและไม่มีกลิ่นอับ

6. ควรใช้ไม้หนีบฟ้าหนีบตรงบริเวณที่แข็งแรงที่สุดของผ้า เช่น
ขอบกางเกง เพื่อช่วยไม่ให้เสื้อผ้าเสียรูปทรง

7. ราวตากผ้าควรมีความแข็งแรง ทนทาน ไม่เป็นสนิม สีไม่ตก
ไม่มีคราบสกปรก ถ่าไม่มีราวตากผ้าอาจนำเชือกไนลอนสีขาวมาขึงเป็น
ราวตากผ้าได้

8. ไม่ควรตากผ้าในบริเวณที่มีกลิ่นและควันไฟ เพราะจะทำให้
เสื้อผ้ามีกลิ่น

นอกจากนี้อาจใช้เครื่องอบแห้งหรือเครื่องอบไฟฟ้า มีทั้งขนาดเล็ก
และใหญ่เหมาะกับร้านซักรีดเสื้อผ้า โรงพยาบาล หรือโรงแรม

วิธีการตากผ้าอย่างมีประสิทธิภาพ

1. ประหยัดเวลา เป็นการวางแผนการตากผ้าตามลำดับขั้นตอน
เพื่อความรวดเร็วในการทำงาน เช่น การตากผ้าด้วยไม้แขวนเสื้อ
การนำเสื้อผ้าที่ซักเสร็จแล้วไปตากในขณะที่ซักเสื้อผ้าอีกส่วนหนึ่ง
ในเครื่องซักผ้า

2. ประหยัดแรงงาน อาจใช้เครื่องทุนแรงมาช่วยในการตากผ้า
เช่น การใช้ราวตากผ้าที่ทำจากอะลูมิเนียมซึ่งมีน้ำหนักเบาและมีล้อ
ลากเพื่อให้เคลื่อนย้ายได้สะดวก ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น

3. ประหยัดทรัพยากร เป็นการเลือกใช้วิธีการแบบประหยัดมา
ใช้ในการตากผ้า เช่น ถ้ามีลมแรงขณะตากผ้าควรใช้ไม้หนีบผ้า
เพื่อป้องกันผ้าหล่น ซึ่งอาจทำให้ต้องซักผ้าใหม่ทำให้สิ้นเปลือง
ทรัพยากร

4. ประหยัดค่าใช้จ่าย เป็นการเลือกใช้วิธีการตากผ้าแบบ
ประหยัด เช่น ตากผ้าโดยใช้แสงธรรมชาติแทนเครื่องอบผ้า หรือการ
ใช้ไม้หนีบผ้าพลาสติกแทนไม้หนีบผ้าที่ทำจากไม้ เพราะกันน้ำได้ดีี
ทนทาน ราคาถูก

5. คำนึงถึงความปลอดภัย ควรเลือกตากผ้าในบริเวณที่แห้ง
สะอาด ไม่มีคนเดินผ้าไปมา ได้รับแสงแดดตลอดวัน ราวตากผ้าไม่
เป็นสนิม การตากผ้าในที่สูงควรใช้ความระมัดระวังอย่างมาก


Click to View FlipBook Version