รายงานวจิ ัยในชนั้ เรยี น
เร่ือง
การพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ
โดยการจดั การเรียนรูแ้ บบเชิงรุก (Active Learning)
สำหรบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 โรงเรียนสามชัย
ผูว้ จิ ัย
นางสาวลลิตา อรรถประจง
ตำแหน่ง ครู
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
โรงเรยี นสามชัย
สำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา กาฬสินธ์ุ
บันทกึ ข้อความ
สว่ นราชการ โรงเรยี นสามชยั อำเภอสามชยั จังหวดั กาฬสินธุ์
ท่ี ............ ......... ................... วนั ที่ 9 กันยายน 2565
เรอ่ื ง รายงานการวจิ ยั ในชัน้ เรยี น ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
เรยี น ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นสามชยั
ตามท่ี ขา้ พเจ้านางสาวลลติ า อรรถประจง ตำแหน่ง ครู กล่มุ สาระการเรยี นร้กู ารเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
โรงเรียนสามชัย ได้รับมอบหมายจากฝา่ ยวิชาการใหป้ ฏบิ ตั ิหนา้ ที่ครผู ู้สอน รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน
รหัส อ22102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ข้าพเจ้าได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอน
และไดพ้ บปัญหาในชัน้ เรยี น จงึ ได้ดำเนินการทำวิจัยในช้ันเรยี นสำหรบั นักเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 โรงเรยี นสามชยั
บัดนี้การดำเนินการดังกล่าวเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าจึงขอรายงานผลการวิจัยในชั้นเรียน เรื่องการ
พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ โดยการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) สำหรับ
นักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 โรงเรยี นสามชัย แนบมาพรอ้ มหนงั สอื นี้
จงึ เรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบ
ลงชือ่
( นางสาวลลิตา อรรถประจง )
ตำแหน่ง ครู
ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
......................................................................................... ...................................
.......................................................................................... ...................................
................................................................................................. ............................
(ลงชื่อ)...........................................................
(นางวราภรณ์ โพนะทา)
รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
ความคิดเหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................. ............................
................................................................................................. ...........................
(ลงชื่อ)...........................................................
( นายนพิ นธ์ ชนาสิทธิ์ )
ผู้อำนวยการโรงเรียนสามชัย
รายงานการวิจัยในชัน้ เรยี น
ช่ืองานวจิ ยั การพัฒนาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนวชิ าภาษาองั กฤษ โดยการจัดการเรยี นรู้แบบเชงิ รกุ
(Active Learning) สำหรับช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 2 โรงเรียนสามชัย
ชอ่ื ผวู้ จิ ัย นางสาวลลิตา อรรถประจง
ตำแหนง่ ครู กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ภาคเรียนท่ี 1
ปกี ารศึกษา 2565
โรงเรยี น สามชัย
**************************************************************************************************
บทคัดยอ่
การวจิ ัยเรอ่ื งการพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาภาษาองั กฤษ โดยการจัดการเรยี นรู้แบบเชงิ รุก (Active
Learning) สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสามชัย มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ
นกั เรียนโดยการจัดการเรยี นรู้แบบเชิงรกุ (Active Learning) ของนักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรยี นสามชยั
2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสามชัย โดยการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก
(Active Learning) ประชากรที่ใชใ้ นการวิจยั คอื นกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 โรงเรยี นสามชัย จำนวน 109 คน ใน
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนสาม
ชัย จำนวน 29 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ 1) แผนการ
จัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) วิชาภาอังกฤษพื้นฐาน (อ22101) 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์สอบ
ก่อนเรียนและหลังเรียน จำนวน 20 ข้อ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ โดยผู้เรียนแบบเลือกพิจารณา 5 ระดับ
จำนวน 10 ข้อ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าคะแนนเฉลี่ย
(Mean) คา่ เบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
ผลการวิจัยพบวา่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรยี น โดยการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก
(Active Learning) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสามชัย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน สูงกว่า
ก่อนเรียน โดยมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น +4.26 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสามชัย มีความพึงพอใจต่อการ
จัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย (X = 4.63) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(S.D. = .60)
การพฒั นาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นวชิ าภาษาองั กฤษ โดยการจดั การเรียนรแู้ บบเชงิ รุก (Active Learning)
สำหรับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 โรงเรยี นสามชัย
ความเปน็ มาและความสำคัญของปญั หา
ปัจจุบันการเรียนการสอนภาษาอังกฤษนับว่ามีความสำคัญมาก เนื่องมาจากและความก้าวหน้าทาง
เทคโนโลยีและการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัย ทำให้การติดต่อกันระหว่างประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงจำเป็น
อย่างยิ่งในการที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษอันเป็นภาษาสากล เพื่อนำมาใช้ในการติดต่อสื่อสาร และเพื่อความ
เจริญก้าวหน้าทางวิชาการ ในด้านการศึกษาภาษาอังกฤษได้ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรให้นักเรียนได้เรียนรู้ ตั้งแต่
ระดบั ประถม มธั ยม ตลอดจนในระดบั อดุ มศกึ ษา มจี ุดประสงคเ์ พ่ือให้นักเรียนมีความสามารถในการใช้ภาษา ทง้ั เพื่อ
การศึกษาและการนำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั อีกดว้ ย
การจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือ
กระทำและได้ใช้กระบวนการคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้เรียนได้กระทำลงไป และยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดพฤติกรรม
การเรียนรู้ ในการประยุกต์ใช้ทักษะการคิดและทักษะด้านอื่น ๆ สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้นำไปปฏิบัติเพื่อแก้ไข
ปัญหา หรือประกอบอาชีพในอนาคต ดังนั้นในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้เรียนจะต้องมีโอกาสลงมือกระทำ
มากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว จะต้องเรียนรู้โดยการอ่าน การเขียน การโต้ตอบ การแสดงความคิดเห็น และการ
แก้ปัญหา อีกทั้งผู้เรียนยังได้ใช้ทักษะการคิดเพื่อวิเคราะห์ปัญหาอีกด้วย ซึ่งการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก ( Active
Learning) จะเน้นวิธีการสอนและเทคนิคการสอนที่หลากหลายมาใช้ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้
สอดคล้องกับรายวิชา วัตถุประสงค์การเรียนรู้ และลักษณะของผู้เรียนสอดคล้องกับแนวคิดของ วิจารณ์ พาณิช
(2555) ที่ได้กล่าวว่า ในการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ผู้สอนต้อง “ก้าวข้ามสาระวิชา” ไปสู่การเรียนรู้ “ทักษะ
เพื่อการดำรงชวี ติ ในศตวรรษท่ี 21” ผเู้ รียนตอ้ งเรยี นเอง ซงึ่ ผสู้ อนจะตอ้ งเปน็ ผอู้ อกแบบการเรยี นรู้ และอำนวยความ
สะดวก (facilitate) ในการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการเรียนแบบลงมือทำ แล้วการเรียนรูก้ ็จะเกิดจากภายใน
ใจและสมองของผูเ้ รียน เพ่อื ให้ผเู้ รียนรักทจี่ ะเรียนรู้ มคี วามสนุกกับการเรียนรู้ และอยากเรยี นรตู้ ่อไปตลอดชวี ิต
จากการจัดการเรียนการสอนและการสังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ในรายวิชาภาษาอังกฤษ พบว่านักเรียนไม่ให้ความสนใจในการเรียน นักเรียนไม่เข้าใจเนื้อหาที่สอน ขาดความ
กระตือรือร้นในการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังพบว่านักเรียนขาดการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับบุคคล ไม่กล้า
แสดงออก สง่ ผลใหม้ ีผลการเรยี นทไ่ี ม่ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ผู้วิจัยเห็นความสำคัญของปัญหาดังที่กล่าวมา จึงได้ศึกษารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active
Learning) เพื่อใช้เป็นรูปแบบในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จึงทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ โดยการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียนสามชัย เพอื่ พฒั นาผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนักเรยี น และเพื่อศกึ ษาความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการ
จัดการเรยี นรแู้ บบเชงิ รุก (Active Learning)
วตั ถุประสงคข์ องการวิจยั
1. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโดยการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) ของ
นักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรยี นสามชยั
2. เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของนกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 โรงเรยี นสามชยั โดยการจัดการเรยี นรู้แบบเชิงรุก
(Active Learning)
สมมติฐานการวจิ ัย
1. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสามชัย ซึ่งเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active
Learning) มผี ลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นท่ีสงู ขึ้น
2. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสามชัย มีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active
Learning)
ขอบเขตการวจิ ยั
1. ประชากรท่ีใชใ้ นการวิจยั
นกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรียนสามชยั จำนวน 109 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
2. กลมุ่ ตัวอย่างท่ใี ช้ในการวจิ ยั
นกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 2/1 โรงเรียนสามชยั จำนวน 29 คน ในภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
3. ระยะเวลาในการศึกษา
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 โดยเร่ิมทำการศึกษาในช่วงเดอื นกรกฎาคม 2565 – เดือนกนั ยายน 2565
4. ตวั แปร
ตัวแปรตน้ คอื การจดั การเรียนรู้แบบเชงิ รุก (Active Learning)
ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความพึงพอใจของนกั เรยี น
กรอบแนวคิดในการวิจยั ตวั แปรตาม
ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น
ตัวแปรต้น
ความพงึ พอใจของนักเรียน
การจัดการเรียนรแู้ บบเชงิ รกุ
(Active Learning)
นยิ ามศัพทเ์ ฉพาะ
นักเรยี น หมายถงึ ผเู้ รียนในระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรยี นสามชยั ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
จำนวน 109 คน
การจัดการเรยี นรูแ้ บบเชิงรกุ (Active learning) หมายถึง การเรยี นรทู้ ีผ่ ู้สอนจะนำเอาเทคนิคการสอนที่
หลากหลาย เหมาะสมกบั ผู้เรยี นและสอดคล้องกับวตั ถปุ ระสงค์การเรยี นรู้ของรายวชิ า โดยผู้เรยี นตอ้ งศึกษา ค้นคว้า
และทำความเข้าใจด้วยตนเองกบั เพื่อนโดยมีสว่ นร่วมในการอภิปราย แสดงความคิดเห็น การนำเสนอ และการสรุป
ความคดิ ร่วมกนั
ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน หมายถึง ผลคะแนนการทดสอบความรูห้ ลังเรียนโดยใชแ้ บบทดสอบที่ผู้วิจัยสร้าง
ข้ึน
ความพึงพอใจ หมายถึง ความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรกุ (Active Learning) ของผู้เรียน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรียนสามชัย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ที่ได้จากการตอบแบบสอบถามความ
พงึ พอใจทีผ่ ้วู จิ ัยสร้างขน้ึ
ประโยชนท์ ่ีได้รับ
1. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น จากการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active
Learning)
2. นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2 มคี วามพึงพอใจในการเรียนรู้แบบเชิงรกุ (Active Learning)
3. ครูผ้สู อนไดแ้ นวทางในการจดั การเรียนการสอนท่เี หมาะสมกับนกั เรียน
เอกสารท่เี ก่ียวข้อง
1. แนวคิดการเรยี นรเู้ ชิงรุก (Active Learning)
ไพศาล เครือแสง (2556) ได้กล่าวไว้ว่า การเรียนรู้เชิงรกุ (Active learning) เป็นการเรียนรู้ที่ผู้เรียนมสี ่วน
ร่วมในการเรยี น ดำเนินกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในการเรียนให้เกดิ การเรียนรู้อย่างมีความหมาย ซ่งึ เปน็ วิธีการเรียนรู้ในระดับ
ลกึ ผู้เรยี นจะสร้างความเข้าใจและคน้ หาความหมายของเน้ือหาสาระโดยเชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมที่มี แยกแยะ
ความรู้ใหม่ที่ได้รับกับความรู้เก่าที่มี สามารถประเมิน ต่อเติมและสร้างแนวคิดของตนเองซึ่งเรียกว่ามีการเรียนรู้
เกดิ ข้นึ ซงึ่ แตกตา่ งจากวธิ ีการเรียนรู้ในระดับผวิ เผิน ซึ่งเน้นการรบั ข้อมลู และจดจำข้อมลู เท่านั้น ผู้เรียนลักษณะนี้จะ
เป็นผ้เู รยี นท่ีเรียนรวู้ ิธีการเรยี น (Learning how to learn) เปน็ ผเู้ รยี นที่กระตือรือรน้ และมที ักษะท่สี ามารถเลือกรับ
ข้อมูล วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีระบบการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้เชิงรุกเป็น
กระบวนการนาวธิ รี ะบบมาพฒั นาการสอน ทำให้การเรยี นการสอนบรรลผุ ลอย่างมปี ระสิทธิภาพ การสอนเชิงรุกเป็น
การสอนที่มีองค์ประกอบเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ ระเบียบ นับตั้งแต่ข้อมูลสู่การสอน ผลการสอน และ
การวเิ คราะหผ์ ลเพ่ือยอ้ นกลบั มาพิจารณาข้อบกพร่อง
ลกั ษณะของการเรียนแบบ Active Learning
1. เป็นการพฒั นาศักยภาพการคดิ การแกป้ ญั หาและการนำความรไู้ ปประยุกต์ใช้
2. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัดระบบการเรียนรู้และสร้างองค์ความรู้โดยมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันในรูปแบบของ
ความรว่ มมอื มากกว่าการแข่งขัน
3. เปิดโอกาสใหผ้ เู้ รียนมสี ่วนรว่ มในกระบวนการเรียนรสู้ งู สดุ
4. เป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนบูรณาการข้อมูลข่าวสารสารสนเทศสู่ทักษะการคิดวิเคราะห์สังเคราะห์และ
ประเมินค่า
5. ผ้เู รียนไดเ้ รยี นร้คู วามมวี นิ ยั ในการทำงานรว่ มกับผอู้ ื่น
6. ความรเู้ กดิ จากประสบการณ์และการสรุปของผ้เู รยี น
7. ผู้สอนเป็นผูอ้ ำนวยความสะดวกในการจัดการเรยี นรู้เพ่ือให้ผ้เู รยี นเป็นผปู้ ฏบิ ตั ดิ ว้ ยตนเอง
ตวั อยา่ งวิธีการสอนทเ่ี นน้ การเรียนแบบ Active Learning
1. แบบระดมสมอง (Brainstorming)
2. แบบเนน้ ปญั หา/โครงงาน/กรณศี กึ ษา (Problem/Project-based Learning/Case Study)
3. แบบแสดงบทบาทสมมุติ (Role Playing)
4. แบบแลกเปลี่ยนความคิด (Think – Pair – Share)
5. แบบสะทอ้ นความคดิ (Student’s Reflection)
6. แบบตัง้ คำถาม (Questioning-based Learning)
7. แบบใช้เกม (Games-based Learning)
2. ความหมายของความพงึ พอใจ
ความหมายของความพงึ พอใจ นักวิชาการได้ให้ความหมายของความพงึ พอใจ ไว้ดังน้ี
วิรุฬ พรรณเทวี (2542:11) กล่าวว่า ความพึงพอใจเป็นความรู้สึกภายในจิตใจของมนุษย์ที่ไม่เหมือนกัน
ขึน้ อยู่กับแตล่ ะบุคคลวา่ จะมีความคาดหมายกบั สิ่งหนงึ่ ส่ิงใดอยา่ งไร ถ้าคาดหวงั หรือมีความตั้งใจมาก และได้รับการ
ตอบสนองด้วยดีจะมีความพึงพอใจมาก แต่ในทางตรงกันข้ามอาจผิดหวังหรือไม่พึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อไม่ได้รับ
การตอบสนองตามทีค่ าดหวงั ไวท้ งั้ นี้ข้ึนอยู่กบั ส่งิ ทีต่ ัง้ ใจไว้วา่ จะมีมากหรือน้อย
ฉัตรชัย คงสุข (2535:21) ได้กล่าวไว้ว่า ความพึงพอใจหมายถึงความรู้สึกหรือทัศนคติของบุคคลที่มีต่อสิ่ง
หนึ่งหรือปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ความรู้สึกพอใจจะเกิดขึ้นเมื่อความต้องการของบุคคลได้รับการตอบสนองหรือ
บรรลจุ ุดมงุ่ หมายในระดับหน่ึง ความรูส้ ึกดงั กลา่ วจะลดลงหรือไมเ่ กิดข้นึ หากความต้องการหรือจุดมุ่งหมายนั้นไม่ได้
รบั การตอบสนอง
วิมลสิทธ์ิ หรยางกูร (2526:44) กล่าวว่า ความพึงพอใจเป็นการให้ค่าความรู้สึกของเราและมีความสัมพันธ์
กับโลกทัศน์ที่เกี่ยวกับความหมายของสภาพแวดล้อม ค่าความรู้สึกของบุคคลที่มีต่อสภาพแวดล้อมจะแตกต่างกัน
เชน่ ความร้สู กึ เลว-ดี พอใจ-ไม่พอใจ สนใจ-ไม่สนใจ เปน็ ตน้
จากความหมายข้างตน้ สรุปไดว้ า่ ความพึงพอใจ หมายถึง ความรสู้ กึ ภายในจิตใจ ทม่ี ีการตอบสนองต่อความ
ต้องการของแต่ละบุคคลเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายที่คาดหวัง ซึ่งแตกต่างกันไปตามทัศนคติของแต่ละบุคคล โดย
เกี่ยวข้องกับจุดมุ่งหมายทั้งสภาพแวดล้อมและความรู้สึก ความพึงพอใจจะลดลงหากจุดมุ่งหมายนั้นไม่ได้รับการ
ตอบสนอง
3. งานวิจัยทีเ่ ก่ยี วข้อง
ศิริมา วงษ์สกุลดี, พรรณทิพา พรหมรักษ์ และเวชฤทธิ์ อังกนะภัทรขจร (2558) ได้ศึกษาเรื่องผลการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ด้วยการเรียนรู้เชิงรุก ที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาและการ ให้เหตุผลทาง
คณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลการวิจัยพบว่า ความสามารถในการแก้ปัญหาทาง
คณติ ศาสตร์ของนักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังไดร้ ับการจัด กจิ กรรมการเรียนรูค้ ณติ ศาสตรด์ ว้ ยการเรยี นรู้เชิงรุก
เรื่องสถิติ สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความสามารถในการให้เหตุผลทาง
คณติ ศาสตรข์ องนกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3 หลงั ได้รับการจัด กจิ กรรมการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ด้วยการเรยี นรู้เชิงรุก
เรอื่ งสถติ ิ สูงกวา่ เกณฑร์ อ้ ยละ 70 อยา่ งมนี ยั สำคญั ทางสถิติที่ระดับ .05
วธิ ีดำเนนิ การวจิ ยั
เครอื่ งมอื ทใี่ ช้ในการวิจัย
1. แผนการจัดการเรยี นร้แู บบเชิงรกุ (Active Learning) วิชาภาอังกฤษพ้ืนฐาน (อ22101)
2. แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์สอบก่อนเรยี นและหลังเรยี น จำนวน 20 ข้อ
3. แบบสอบถามความพึงพอใจ โดยผเู้ รียนเลือกพิจารณา 5 ระดับ จำนวน 10 ขอ้
ข้ันตอนการดำเนนิ การ
วิธีการเก็บรวบรวมขอ้ มูล ผูว้ จิ ยั ได้ดำเนนิ การเก็บรวบรวมข้อมลู ด้วยตนเองโดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ
สอบกอ่ นเรียนและหลังเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ ซ่งึ มรี ายละเอียดเป็นขั้นตอนดังน้ี
1.ขนั้ วเิ คราะห์ (Analysis)
1.1 วเิ คราะหข์ อ้ มลู พืน้ ฐานของผู้เรียน การวิเคราะหผ์ เู้ รยี นได้กำหนดไวด้ ังนี้
กล่มุ ตวั อยา่ ง คอื นักเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 รวมท้ังสน้ิ 29 คน
1.2 วเิ คราะหผ์ ลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นของนกั เรียน โดยการหาคา่ เฉลยี่ ของผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น
1.3 วิเคราะห์แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active
Learning) โดยการหาค่าเฉล่ยี และระดับความพงึ พอใจ
2. ขัน้ ออกแบบ (Design)
ผวู้ จิ ยั ดำเนินการสร้างแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธส์ิ อบก่อนเรียนและหลงั เรียน จำนวน 20 ข้อ
ผู้วิจัยดำเนินการสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจ ในการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning)
จำนวน 10 ข้อ
โดยมีลำดับข้ันตอนการสร้างดังนี้
2.1 ศกึ ษาเทคนิคการสรา้ งแบบสอบถามวัดเจตคติจากเอกสารตา่ ง ๆ
2.2 สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการเรียนการรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active
Learning) โดยใช้มาตราสว่ นประมาณค่า 5 ระดับ ตามวธิ ีการของ Likert ซ่งึ มีตัวเลอื กใหเ้ ลือก 5 ข้อ
เกณฑ์การให้คะแนนความพึงพอใจ
คะแนน ความหมาย
5 มากทส่ี ุด
4 มาก
3 ปานกลาง
2 น้อย
1 น้อยทส่ี ุด
กำหนดเกณฑใ์ นการคดิ คะแนนเฉลีย่ ของแบบสอบถามความพึงพอใจ
คะแนน ระดับความพึงพอใจ
4.51 – 5.00 แสดงวา่ มคี วามพงึ พอใจมากทส่ี ดุ
3.51 – 4.50 แสดงว่ามคี วามพงึ พอใจมาก
2.51 – 3.50 แสดงวา่ มคี วามพงึ พอใจปานกลาง
1.51 – 2.50 แสดงว่ามคี วามพงึ พอใจน้อย
1.00 – 1.50 แสดงว่ามคี วามพงึ พอใจน้อยทส่ี ุด
3. ขั้นดำเนนิ การ
ในการวจิ ัยคร้ังนี้ ผู้วจิ ัยไดม้ ีการดำเนินการดังน้ี
3.1 ชี้แจงผูเ้ รยี นเกี่ยวรายละเอียดการจัดการเรยี นรู้ แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ ขั้นตอนการปฏิบตั ิกิจกรรม
การเรยี น เกณฑก์ ารวัดผลและประเมนิ ผล
3.2 ทำการทดสอบก่อนเรียน (Pretest) ก่อนทำการวิจัยเป็นรายบุคคลด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียน จำนวน 20 ข้อ เพ่อื วดั ระดับทักษะของผเู้ รียน นำผลคะแนนที่ไดม้ าจัดขนาดของกลุ่ม โดยภายในกลุ่ม
จะประกอบด้วยผูเ้ รยี นที่มีระดับทกั ษะ เก่ง ปานกลาง และออ่ น
3.3 ผูว้ ิจัยดำเนินการจัดกจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบเชงิ รุก (Active Learning) ตามแผนการจดั การเรยี นรู้
3.4 ทำการทดสอบหลังเรียน (Post-test) เป็นรายบุคคลด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
จำนวน 20 ขอ้ หลังเรียนรู้ดว้ ยการจัดการเรยี นร้แู บบเชิงรกุ (Active Learning)
3.5 สำรวจความพึงพอใจโดยใช้แบบสอบความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active
Learning)
4. ขัน้ วิเคราะห์ข้อมูล
4.1 วิเคราะห์ข้อมลู
- วิเคราะห์ผลวัดผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นก่อนเรยี นและหลังเรียน
- วิเคราะห์ผลจากคะแนนที่ได้จากการเก็บข้อมลู การทำแบบสอบความพงึ พอใจ
4.2 สถติ ทิ ี่ใชใ้ นการวิเคราะห์ข้อมูล
4.2.1 การหาคา่ เฉลย่ี (X)
X =
เม่อื X = ค่าเฉลย่ี
X = ผลรวมของคะแนนท้ังหมดที่ได้
N = จำนวนนกั เรยี นท้งั หมด
4.2.2 การหาคา่ ร้อยละ
คา่ ร้อยละ = คะแนนที่ได้ x 100
คะแนนเตม็
5. ผลการวิเคราะห์ข้อมลู
จากการท่ผี ูว้ จิ ัยไดท้ ำการศึกษา เก็บรวบรวมขอ้ มูล และนำมาวเิ คราะห์ขอ้ มลู ซ่งึ ได้ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
ดงั น้ี
ตอนท่ี 1 ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นโดยการจดั การเรยี นรู้แบบเชิงรกุ (Active Learning)
ตารางที่ 1 แสดงผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน โดยการจดั การเรียนรแู้ บบเชงิ รกุ (Active
Learning) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรียนสามชัย
ผลสมั ฤทธิ์ จำนวน คะแนนเตม็ 20 คะแนน ค่าเฉลย่ี ผลต่างของ
ทางการเรียน นักเรยี นทงั้ หมด คา่ เฉลีย่
ตำ่ สดุ สงู สดุ X
กอ่ นเรียน (N) +4.26
หลังเรียน 0 15 11.42
29 9 20 15.68
29
จากตารางที่ 1 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน โดยการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก
(Active Learning) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสามชัย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน มี
ค่าเฉลี่ย (X = 11.42) คน และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน มีค่าเฉลี่ย (X = 15.68) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า
นกั เรยี นมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลงั เรยี นสูงกว่าก่อนเรียน โดยมีค่าเฉลยี่ เพ่มิ ข้ึน +4.26
ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจของผู้เรียนทม่ี ตี ่อการจดั การเรยี นรแู้ บบเชิงรุก (Active Learning)
ตารางที่ 2 แสดงผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผเู้ รียนของนกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรยี นสามชัย ท่ีมีต่อ
การจัดการเรียนร้แู บบเชิงรุก (Active Learning)
ประเด็นความพงึ พอใจ คา่ เฉลย่ี (X) S.D. แปลผล
ดา้ นการจัดการเรยี นรู้
1. การแบง่ เวลามคี วามเหมาะสมกับเนอื้ หา 4.66 0.63 มากที่สุด
2. ใช้สื่อการเรียนการสอนท่เี หมาะสมกบั เนอื้ หา 4.76 0.56 มากที่สุด
3. จดั กิจกรรมการเรยี นการสอนทีห่ ลากหลาย 4.80 0.50 มากที่สุด
4. สร้างบรรยากาศในช้ันเรียนไดเ้ หมาะสม 4.60 0.64 มากทส่ี ดุ
5. กระต้นุ ให้ผ้เู รียนเกิดความสนใจในการเรียน 4.56 0.60 มากที่สดุ
ดา้ นผเู้ รยี น 4.62 0.55 มากทส่ี ุด
6. ฝกึ ทักษะการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง 4.62 0.62 มากทส่ี ดุ
7. ฝกึ ทกั ษะการศกึ ษาคน้ คว้าขอ้ มูลดว้ ยตนเอง 4.51 0.62 มากที่สุด
8. ฝกึ ทักษะการคดิ อย่างเป็นระบบ 4.53 0.65 มากท่ีสดุ
9. นำไปประยุกต์ใช้กบั วิชาอื่น ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งได้ 4.64 0.64 มากท่สี ดุ
10.ทำให้ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนสงู ขน้ึ 4.63 0.60 มากทสี่ ุด
ภาพรวม
จากตารางที่ 2 พบว่า ความพึงพอใจของผู้เรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสามชัย ที่มีต่อ
การจัดการเรียนรแู้ บบเชงิ รุก (Active Learning) โดยภาพรวมมคี วามพงึ พอใจอยใู่ นระดับมากทส่ี ุด มีคา่ เฉลยี่ (X =
4.63) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = .60) ด้านการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด คือ จัดกิจกรรมการเรียน
การสอนท่ีหลากหลาย มีค่าเฉลีย่ (X = 4.80) สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D. = .50) และด้านผู้เรียน อยใู่ นระดับมาก
ที่สุด คอื ทำใหผ้ ลสมั ฤทธิท์ างการเรียนสงู ข้นึ มคี ่าเฉลย่ี (X = 4.64) ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D. = .64)
6. สรุปผลการวจิ ยั
ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นระหว่างก่อนเรยี นกบั หลังเรยี น โดยการจดั การเรียนรูแ้ บบเชงิ รกุ (Active Learning)
ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรยี นสามชัย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรยี น สงู กว่าก่อนเรยี น โดยมีค่าเฉลีย่
เพมิ่ ข้นึ +4.26
นักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรยี นสามชัย มคี วามพงึ พอใจต่อการจัดการเรยี นรู้แบบเชงิ รกุ (Active
Learning) อยใู่ นระดับมากที่สุด มคี า่ เฉลย่ี (X = 4.63) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D. = .60)
7. อภิปรายผลการวิจยั
จากผลการวิจัยเพื่อพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนวชิ าภาษาองั กฤษ โดยใชก้ ารจัดการเรยี นรู้เชิงรุก (Active
Learning) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสามชัย พบว่า หลังการทดลองด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้
แบบเชงิ รกุ (Active Learning) ผูเ้ รยี นมีผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนสงู ข้นึ โดยมคี ่าเฉล่ียเพมิ่ ขนึ้ +4.26 ซงึ่ สอดคล้องกับ
สมมตฐิ านทตี่ ั้งไว้ แสดงใหเ้ ห็นว่าการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนสูงขนึ้ สอดคล้องกบั ผลการวจิ ัยของ ศิริมา วงษส์ กุลดี, พรรณทพิ า พรหมรักษ์ และเวชฤทธิ์ องั กนะภทั ร
ขจร (2558) ท่ีได้ศึกษาเรื่อง ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ด้วยการเรียนรู้เชงิ รุก ที่มีต่อความสามารถใน
การแก้ปัญหาและการ ให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลการวิจัยพบว่า
ความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังได้รับการจัด กิจกรรมการ
เรียนรู้คณิตศาสตร์ด้วยการเรียนรู้เชิงรุก เรื่องสถิติ สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ความสามารถในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังได้รับการจัด กิจกรรมการ
เรยี นรู้คณติ ศาสตร์ด้วยการเรียนร้เู ชงิ รุก เรือ่ งสถติ ิ สงู กว่าเกณฑร์ ้อยละ 70 อยา่ งมนี ัยสำคัญทางสถติ ทิ ่รี ะดับ .05
สรุปได้ว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกมีผลทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี นวชิ าภาษาอังกฤษที่สงู ขึน้ และนกั เรยี นมคี วามพึงพอใจในการเรียนรโู้ ดยใชก้ ารจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก
(Active Learning) อยู่ในระดับมากที่สุด เนื่องจากนักเรียนได้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การค้นหาความรู้ด้วย
ตนเองอย่างมีระเบียบแบบแผน ทำกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย และมีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ต่อเนื้อหาท่ี
เรียน ทั้งนี้ยังกระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและสนใจในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังนำไปประยุกต์กับรายวิชาอื่น ๆ ที่
เกีย่ วข้องได้
8. ข้อเสนอแนะ
1. ผู้สอนควรมกี ารเก็บข้อมูลทั้งเชิงปรมิ าณและคุณภาพ เพอ่ื ใช้เป็นฐานขอ้ มูลในการติดตามผลท่เี กดิ กับ
ผู้เรยี นทง้ั ภาพรวมของห้องเรียน และรายบุคคล
2. ในการวิจัยครั้งต่อไปอาจลดปริมาณของกลุ่มตัวอย่างลง และอาจเจาะจงทำการวิจัยกลุ่มนักเรียนใน
ระดับชน้ั อื่น ๆ ต่อไป
เอกสารอา้ งองิ
ฉตั รชยั คงสุข. (2535). ความพงึ พอใจของผูร้ ับบริการต่อการใหบ้ รกิ ารของแผนกคลังพัสดฝุ า่ ย
ภตั ตคารและโภชนาการภายในประเทศ บริษัทการบนิ ไทย จํากดั . สารนิพนธป์ รญิ ญา
รฐั ศาสตรมหาบัณฑติ สาขาบรหิ ารรัฐกิจ คณะรฐั ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์.
บญุ เรยี ง ขจรศิลป์. 2530. วธิ ีวิจยั ทางการศกึ ษา. กรงุ เทพฯ: ฟิสกิ สเ์ ซน็ เตอร์การพิมพ์.
ไพศาล เครอื แสง. 2556. เทคนิคการสอนเชงิ รุก เรียนรปู้ ระสบการณ์จาก Shelton College
International ประเทศสิงคโปร์. บทความวชิ าการ. มหาวิทยาลยั ราชภัฏนครสวรรค์.
วิจารณ์ พาณชิ . 2555. วถิ ีสร้างการเรียนรูเ้ พอ่ื ศษิ ย์ในศตวรรษที่ 21 (พิมพ์ครั้งท่ี 1). กรงุ เทพฯ :
สำนกั พิมพ์ตถาตา พับลิเคชน่ั จำกดั .
วมิ ลสิทธิ์ หรยางกูร. (2526). พฤติกรรมของมนุษย์กับสภาพแวดลอ้ มกรงุ เทพฯ : จฬุ าลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย.
วิรฬุ พรรณเทว.ี (2542). ความพึงพอใจของประชาชนตอ่ การใหบ้ ริการของหน่วยงาน
กระทรวงมหาดไทยในอำเภอเมือง จงั หวัดแมฮ่ อ่ งสอน. วทิ ยานพิ นธ์ปรญิ ญาศึกษาบัณฑติ
มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่.
ศริ ิมา วงษส์ กลุ ดี, พรรณทพิ า พรหมรกั ษ์ และเวชฤทธิ์ อังกนะภทั รขจร. 2558. ผลการจัดกจิ กรรมการ
เรียนร้คู ณิตศาสตรด์ ้วยการเรยี นร้เู ชงิ รุก ที่มตี ่อความสามารถในการแก้ปญั หาและการให้
เหตุผลทางคณติ ศาสตร์ เรอื่ งสถิติของนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3. วารสารวิชาการ
มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร (8) 2.
ลักษณะของการเรียนแบบ Active Learning และตัวอย่างวิธกี ารสอนที่เน้นการเรียนแบบ Active
Learning. (Online). http://www.lic.chula.ac.th/, 29 กรกฎาคม 2563.
ภาคผนวก
แบบประเมนิ ความพึงพอใจของนกั เรยี นที่มตี ่อการจดั การเรียนรู้แบบเชงิ รกุ (Active Learning)
*************************************************************************************
คำช้แี จง ใหน้ ักเรยี นทำเครื่องหมาย ในท่ีตรงกบั ระดบั ความพงึ พอใจของนักเรยี น
เกณฑ์การให้คะแนนความพึงพอใจ
คะแนน ความหมาย
5 มากทส่ี ุด
4 มาก
3 ปานกลาง
2 น้อย
1 น้อยทส่ี ดุ
ประเด็นความพงึ พอใจ ระดับความพึงพอใจ
54321
ดา้ นการจดั การเรยี นรู้
1. การแบง่ เวลามคี วามเหมาะสมกบั เนื้อหา
2. ใชส้ ่อื การเรียนการสอนท่ีเหมาะสมกับเนอื้ หา
3. จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนที่หลากหลาย
4. สร้างบรรยากาศในช้นั เรยี นได้เหมาะสม
5. กระตนุ้ ให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในการเรียน
ด้านผเู้ รยี น
6. ฝกึ ทกั ษะการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง
7. ฝึกทักษะการศึกษาคน้ คว้าข้อมลู ด้วยตนเอง
8. ฝกึ ทักษะการคดิ อย่างเป็นระบบ
9. นำไปประยุกตใ์ ชก้ ับวิชาอ่ืน ๆ ท่ีเกย่ี วข้องได้
10.ทำให้ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงข้ึน
ภาพประกอบการจัดกจิ กรรมการเรยี นร้แู บบเชงิ รกุ (Active Learning)