เร่ือง หน้า
คำนำ ก
สำรบญั ข
จงั หวดั สระบุรี 1
ประวตั ศิ ำสตร์ 2
ธงประจำจงั หวดั 3
ดอกไมป้ ระจำจงั หวดั 4
ภมู ปิ ระเทศ 5
ภมู ิอำกำศ 6
อำเภอในจงั หวดั สระบรุ ี 7-20
ของฝำก 21-22
สถำนท่ีท่องเท่ียว 23-35
ภำคผนวก 36
จังหวัด สระบุรี
เป็นจงั หวดั หน่ึงในภาคกลางของประเทศไทย ต้งั อยทู่ างตะวนั ออก
ของภาคกลาง นบั เป็นเสมือนด่านผา่ นระหวา่ งภาคกลางกบั ภาค
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ มีแหล่งท่องเท่ียวมากมายท้งั ทางประวตั ิศาสตร์
และแหลง่ ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และยงั เป็นจงั หวดั ท่ีมีความสาคญั ตอ่
ภาคอุตสาหกรรมลาดบั ตน้ ๆ ของประเทศไทย
สภาพภูมิศาสตร์ของจงั หวดั สระบุรี นบั วา่ เป็นทาเลแห่งการ
เพาะปลูก ไดร้ ับความอดุ มสมบูรณ์จากแมน่ ้าสายหลกั คือแมน่ ้าป่ า
สกั และสภาพโดยทว่ั ไปเป็นท่ีราบลุ่ม
สาหรับท่ีมาของคาวา่ "สระบุรี" สนั นิษฐานวา่ เพราะเหตุท่ีทาเล
ท่ีต้งั คร้ังแรกมีบึงอยใู่ กล้ คือ "บึงหนองโงง้ " เม่ือต้งั เมืองข้ึนจึงไดน้ าเอา
คาวา่ "สระ" มารวมเขา้ กนั กบั คาวา่ "บุรี" เป็นช่ือเมือง "สระบุรี"
สระบุรีเป็นเมืองสาคญั เมืองหน่ึงแต่โบราณ สนั นิษฐานว่าต้งั ข้ึนเม่ือประมาณ
ปี พ.ศ.2092 ในรัชสมยั สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิ การต้งั เมืองน้ีสนั นิษฐานวา่
พระองคโ์ ปรดเกลา้ ฯ ใหแ้ บ่งเขตพ้ืนท่บี างส่วนของเมืองลพบรุ ี เมือง
นครนายก และเมือง นครราชสีมา มารวมกนั ต้งั ข้ึนเป็นเมืองสระบรุ ี ท้งั น้ีเพ่ือ
ตอ้ งการใหเ้ ป็นศูนยร์ ะดมพลเมืองในยามศึกสงคราม เพราะฉะน้นั ต้งั แต่สมยั
กรุงศรีอยธุ ยาเป็นตน้ มา จึงมกั พบเรื่องราวของจงั หวดั สระบุรีเก่ียวกบั การศึก
สงครามอยเู่ สมอ
ธงพ้ืนสีแดง-ขาว-แดง แบ่งตามแนวนอนเท่าๆ กนั กลางธงเป็นตรา
ประจาจงั หวดั รูปมณฑปพระพทุ ธบาท ซ่ึงต้งั อยทู่ ่ีวดั พระพทุ ธบาทราช
วรมหาวหิ าร
ดอกไม้ประจำจังหวัดสระบรุ ี
เป็นตน้ ไมผ้ ลดั ใบสูง 7-15 เมตร แผน่ ใบแยกเป็น 5 แฉก ขอบใบเป็นคลืน่
ดอกเป็นช่อออกกระจายที่ปลายก่ิง บานทีละดอก ดอกเหลืองมีกลน่ิ กลบี บาง
เกสรสีเหลอื ง รังไข่มีขน ผลกลมเม่ือแก่แตก 3-5 พู ภายในมีเมลด็ รูปไตสี
น้าตาล หุม้ ดว้ ยปุยขาวคลา้ ยปุยฝ้าย ออกดอกเกือบตลอดปี ดอกดกมาก ราว
เดือนกุมภาพนั ธ-์ เมษายน มีถ่นิ กาเนิดในประเทศอนิ เดียทางตะวนั ตกเฉียง
เหนือของภูเขาหิมาลยั และเป็นไมพ้ ้ืนเมือง ของประเทศพม่าดว้ ย ในประเทศ
ศรีลงั กามกั ปลกู บริเวณพระอุโบสถเพ่ือเป็นดอกไมบ้ ชู าพระ ในเมืองไทยทาง
เหนือ เรียกวา่ ฝ้ายคา ในประเทศไทยนิยมปลกู สุพรรณิการ์เป็นไมป้ ระดบั โดย
ไดร้ ับการกาหนดใหเ้ ป็นพนั ธุ์ไมม้ งคลพระราชทานประจาจงั หวดั
นครนายก และเป็นดอกไมป้ ระจาจงั หวดั
นครนายก สระบรุ ี บุรีรัมย์ สุพรรณบุรี และอุทยั ธานี
สภาพภูมิประเทศโดยทวั่ ไปมีลกั ษณะ ดงั น้ี ตอนเหนือ ตะวนั ออก
และตอนกลางของจงั หวดั เป็นป่ ามีเนินเขาสลบั ท่ีราบสูง ซ่ึงเหมาะใน
การปลกู พืชไร่ ตอนใตแ้ ละตะวนั ตกส่วนใหญ่เป็นพ้ืนท่ีราบเหมาะใน
การทานา แมน่ ้าที่สาคญั มีเพียงสายเดียว คือ แม่น้าป่ าสกั ซ่ึงนบั วา่ เป็น
เส้นเลือดใหญ่ของจงั หวดั สระบุรี โดยอาศยั น้าใชใ้ นการเกษตร และ
ประโยชน์อยา่ งอ่ืน แม่น้าป่ าสกั ไหลผา่ นอาเภอมวกเหลก็ อาเภอแก่ง
คอย อาเภอเมืองสระบุรี อาเภอเสาไห้ ไปบรรจบกบั แมน่ ้าเจา้ พระยาที่
จงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา คิดเป็นความยาวประมาณ 105 กิโลเมตร
นอกจากน้นั สระบุรียงั มีคลองท่ีสาคญั ๆ หลายสาย เช่น คลองรพีพฒั น์
คลองเริงราง คลองวหิ ารแดง และคลองเพรียว เป็นตน้
สภาพโดยทวั่ ไปมีภูมิอากาศแบบร้อนช้ืน อยภู่ ายใตอ้ ิทธิพลของลม
มรสุมตะวนั ตกเฉียงใตแ้ ละลมมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ และยงั ไดร้ ับ
อิทธิพลจากพายดุ ีเปรสชนั และพายไุ ตฝ้ ่ นุ อีกดว้ ย โดยเฉพาะในช่วงเดือน
สิงหาคมถึงเดือนกนั ยายนมีอณุ หภูมิเฉล่ีย 28.3 องศาเซลเซียส มี
ปริมาณน้าฝนเฉลี่ยปี ละประมาณ 1147.6 มิลลิเมตร มีฤดูต่าง ๆ 3
ฤดูคือ
1. ฤดูร้อน ระหวา่ งเดือนมีนาคม-พฤษภาคม อากาศร้อนและแหง้ แลง้
2. ฤดูฝน ระหวา่ งเดือนมิถนุ ายน-ตลุ าคม อากาศจะชุ่มช้ืนในเดือน
กนั ยายน
3. ฤดูหนาว ระหวา่ งเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพนั ธ์ อากาศจะหนาว
เยน็ สลบั กบั อากาศร้อน
1. อาเภอเมืองสระบุรี
2. อาเภอแก่งคอย
3. อาเภอหนองแค
4. อาเภอวหิ ารแดง
5. อาเภอหนองแซง
6. อาเภอบา้ นหมอ
7. อาเภอดอนพุด
8. อาเภอหนองโดน
9. อาเภอพระพทุ ธบาท
10. อาเภอเสาไห้
11. อาเภอมวกเหลก็
12. อาเภอวงั ม่วง
13. อาเภอเฉลิมพระเกียรติ
อำเภอเมืองสระบรุ ีตั้งอย่ใู นตำบลนีข้ ึน้ ต่อจังหวดั สระบรุ ี ซึ่งท่ีตั้งศำลำ
กลำงจังหวดั อย่ทู ี่ตำบลเมืองเก่ำ อำเภอเสำไห้ จังหวดั สระบรุ ี คร้ันต่อมำ
ทำงรำชกำรเห็นว่ำช่ืออำเภอที่มีช่ือว่ำ อำเภอเมืองสระบรุ ีนั้นต้งั อย่ทู ี่
ตำบลปำกเพรียว และอย่หู ่ำงจำกที่ตงั้ ศำลำกลำงจังหวดั เพื่อให้
เหมำะสมกับสภำพภมู ิประเทศ จึงได้เปลยี่ นชื่อของอำเภอ เป็นอำเภอ
ปำกเพรียว คร้ันต่อมำได้มกี ำรสร้ำงทำงรถไฟจำกนครหลวงกรุงเทพ
ธนบรุ ี (สมยั น้ัน) ไปยงั จังหวดั นครรำชสีมำ ได้ผ่ำนตำบลปำกเพรียว
กำรคมนำคมทำงบกจึงสะดวกขึน้ ควำมเจริญของตำบลปำกเพรียวจึงได้
เจริญขึน้ พระบำทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้ำเจ้ำอย่หู ัว จึงได้มพี ระบรมรำช
โองกำร ให้ย้ำยตวั ที่ต้งั ศำลำกลำงจังหวดั สระบรุ ี จำกตำบลเมืองเก่ำ
อำเภอเสำไห้ มำตั้งอย่ทู ่ีตำบลปำกเพรียว เป็นอำเภอเมืองสระบรุ ีตำมเดิม
เพ่ือให้สมกับเป็นที่ต้งั ศำลำกลำงจังหวดั จึงได้ชื่อนีม้ ำจนถึงปัจจุบนั นี้
เดิมมีชื่อวา่ "แร้งคอย" เน่ืองจากเป็นปากทางเขา้ สู่เขาใหญ่ มี
ผคู้ นจานวนมากลม้ ตายจากไขป้ ่ าจนมีนกแร้งมาเฝ้าคอยเพ่ือ
กินศพเป็นจานวนมาก เป็นอาเภอที่มีโรงงานอตุ สาหกรรม
ขนาดใหญอ่ ยเู่ ป็นจานวนมาก เช่น โรงงานปูนซีเมนต์
โรงไฟฟ้า โรงงานเซรามิก เคมีภณั ฑ์ เป็นตน้ และยงั เป็นชุม
ทางรถไฟที่สาคญั ประกอบกบั มีถนนมิตรภาพตดั ผา่ น ทาให้
มีโรงงานจานวนมากและมีประชากรแฝงเขา้ มาทางานจานวน
มาก
อาเภอหนองแค ไดร้ ับการจดั ต้งั ข้ึนเป็นอาเภอเม่ือปี พ.ศ. 2441
โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั รัชกาลที่ 5 โดยมี
ขนุ พรหมสีสดีเป็นนายอาเภอคนแรก ทอ้ งท่ีน้ีในอดีตอยใู่ นความ
ปกครองของกรุงศรีอยธุ ยาซ่ึงเป็นราชธานี สภาพบา้ นเมืองยดึ
ธรรมชาติเป็นหลกั และทอ้ งท่ีมีคูคลองผา่ น คือคลองนาเร่ิงซ่ึงเป็น
คลองเดิมท่ีแยกจากลาน้าป่ าสัก คลองสายน้ีสามารถใชค้ มนาคม
ได้ พลเมืองเช้ือสายคนเมืองเหนือและเชียงจนั ทร์
วหิ ารแดง เป็นอาเภอหน่ึงในสิบสามอาเภอของจงั หวดั สระบุรี มี
ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบ และมีเขตภูเขาและป่ าดงดิบทาง
ทิศเหนือและตะวนั ออก ประชากรส่วนใหญ่ของอาเภอประกอบ
อาชีพกสิกรรม โดยเฉพาะในเขตชลประทานท่ีมีพ้นื ที่เหมาะสมแก่
การเพาะปลูก
พ้นื ท่ีอาเภอวิหารแดง เดิมอยใู่ นการปกครองของอาเภอหนองแค และทาง
ราชการเห็นสมควรในการต้งั ก่ิงอาเภอหนองหมู เมื่อวนั ที่ 19 กมุ ภาพนั ธ์
2470 ประกอบไปดว้ ย 3 ตาบล คือ ตาบลหนองหมู ตาบลบา้ นลา และ
ตาบลคลองเรือ แต่เดิมตวั อาเภอไม่ไดต้ ้งั อยใู่ นพ้นื ทป่ี ัจจุบนั น้ี แต่ต้งั อยใู่ นพ้ืนที่
ของเทศบาลตาบลหนองหมู แต่เมื่อมีการตดั ถนนสุวรรณศรและเสน้ ทางรถไฟ
ผา่ น จึงไดย้ า้ ยทีต่ วั อาเภอมาอยู่ ณ พ้ืนที่ปัจจุบนั น้ี
ประวตั ิเล่ำสืบมำว่ำพลเมือง อาเภอหนองแซง ไดอ้ พยพมำจำกนครเวียง
จนั ทร์ ตงั้ ถ่นิ ฐำนใกลห้ นองนำ้ ซ่งึ หำงจำกท่ีวำ่ กำรอำเภอไปทำงทศิ ตะวนั ตก
เฉียงใตป้ ระมำณ 500 เมตรเศษ และมีตน้ แซงขนึ้ งอกงำมเขียวชอมุ่ ปกคลมุ
ไปท่วั บรเิ วณโดยรอบหนองนำ้ "ชำวบำ้ นจงึ ขนำนนำมว่ำบำ้ นหนองแซง" โดย
ไดย้ กฐำนะขนึ้ เป็นก่ิงอำเภอ เม่ือ พ.ศ. 2480 ขนึ้ กบั อำเภอเสำไห้ จงั หวดั
สระบรุ ี ตอ่ มำไดม้ ีพระรำชกฤษฎีกำประกำศยกฐำนะจำกก่งิ อำเภอเป็นอำเภอ
ในปี พ.ศ. 2496
เดิมในสมยั โบราณเมื่อยงั ไมม่ ีอาเภอพระพทุ ธบาทน้นั การปกครองบริเวรพระ
พทุ ธบาทสมยั กรุงศรีอยธุ ยา ในรัชกาลสมเด็จพระเจา้ ทรงธรรม ไดโ้ ปรดกาหนดเขต
ทอ้ งที่จากรอยพระพทุ ธบาทออกไปดา้ นละโยชน์ (16 กิโลเมตร) และทรงต้งั เมือง
พระพทุ ธบาทข้ึน จดั เป็นเมืองช้นั จตั วาข้ึนกบั กรุงศรีอยธุ ยา เมืองพระพทุ ธบาทน้คั ง
เป็นเมืองตลอดมาจนถึงรัชการท่ี 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงโปรดเกลา้ ให้จดั การปกครองหวั เมืองแบบใหม่ โดยต้งั เป็น
มณฑลเทศาภิบาลข้ึน เมื่อพ.ศ. 2437 ยบุ เมืองพระพทุ ธบาทเป็นอาเภอ "อาเภอ
พระพุทธบาท" ใหข้ ้ึนอยกู่ บั เมืองสระบรุ ี ปี พ.ศ. 2445 มีการสร้างทางรถไฟไปถึง
ลพบุรี ตาบลหนองโดนก็มีทางรถไฟผา่ น คร้ันปี พ.ศ. 2456 ในสมยั รัชกาลท่ี 6
พระพทุ ธบาทเกิดโรคห่าระบาดข้ึน จึงไดย้ า้ ยท่ีวา่ การอาเภอไปต้งั ที่ตาบลหนองโดน
เพอ่ื สะดวกตอ่ การคมนาคมในสมยั น้นั และเปลี่ยนชื่อเป็น "อาเภอหนองโดน" บา้ น
หมอ และพระพทุ ธบาท กก็ ลายเป็นตาบลหน่ึงของอาเภอหนองโดน
ตอ่ มา พ.ศ. 2464 มีการคน้ พบดินขาวที่ใชผ้ สมปูนซีเมนตไ์ ดท้ ี่บา้ นหมอ และ
มีการจา้ งกรรมกรซ่ึงส่วนใหญเ่ ป็นคนจีนขดุ ขนส่งไปป้อนโรงงานท่ีบางซื่อ จาก
ชุมชนเล็กๆ บา้ นหมอกไ็ ดข้ ยายตวั จนเป็นชุมชนท่ีใหญข่ ้ึนตามลาดบั จนในปี พ.ศ.
2484 บริษทั ปูนซีเมนตไ์ ทย จากดั ไดม้ าต้งั โรงงานที่ท่าลาน ตาบลบา้ นครัว
ประกอบกบั ท่ีวา่ การอาเภอหนองโดนอยใู่ นสภาพที่ทรุดโทรม ทางราชการไม่มี
งบประมาณซ่อมแซม หลวงพฒั น์ พงศพ์ านิช (พอ่ คา้ คหบดีชาวจีน ตน้ สกุล "ผพู้ ฒั น์")
ไดส้ ร้างที่วา่ การอาเภอให้ใหมท่ ี่ตาบลบา้ นหมอ และยา้ ยอาเภอมาไวท้ ่ีนี่ อาเภอใหมจ่ ึง
ช่ือวา่ "อาเภอบา้ นหมอ) สืบมาจนปัจจุบนั ส่วนหนองโดน และพระพทุ ธบาท ก็
กลายเป็นตาบลของอาเภอบา้ นหมอ
อาเภอดอนพดุ ต้งั อย่ทู างทศิ ตะวนั ตกของจงั หวดั มีอาณาเขตติดต่อกบั เขตการปกครอง
ขา้ งเคียงดงั ต่อไปน้ี
ทศิ เหนือ ติดต่อกบั อาเภอเมืองลพบุรี (จงั หวดั ลพบรุ ี)
ทศิ ตะวนั ออก ติดต่อกบั อาเภอหนองโดนและอาเภอบา้ นหมอ
ทศิ ใต้ ติดต่อกบั อาเภอบา้ นหมอ อาเภอทา่ เรือ อาเภอนครหลวง และอาเภอบางปะหนั (จงั หวดั
พระนครศรีอยธุ ยา)
ทศิ ตะวนั ตก ติดต่อกบั อาเภอมหาราชและอาเภอบา้ นแพรก (จงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา)
อาเภอดอนพุดแบง่ พ้นื ทกี่ ารปกครองออกเป็น 4 ตาบล 28 หมู่บา้ น
1. ดอนพดุ (Don Phut) 5 หมู่บา้ น
2. ไผห่ ลิ่ว (Phai Lio) 7 หมู่บา้ น
3. บา้ นหลวง (Ban Luang) 7 หมู่บา้ น
4. ดงตะงาว (Dong Ta-ngao) 9 หมู่บา้ น
ประชำชนสว่ นใหญ่ยำ้ ยมำจำกอำเภอศรเี ทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์
ไดม้ ำตงั้ ถ่ินฐำนอยรู่ ะหวำ่ งบำ้ นหนองแกกบั บำ้ นคลองบญุ ซง่ึ มี
หนองนำ้ อยบู่ รเิ วณตง้ั บำ้ นเรอื น และมีตน้ กระโดนใหญ่อยรู่ มิ หนอง
นำ้ จงึ ไดเ้ รยี กชื่อบำ้ นว่ำ "บำ้ นหนองกระโดน" ตอ่ มำไดแ้ บ่งกำร
ปกครองออกเป็นตำบลหนองโดน ตงั้ แตน่ น้ั มำ
เทศบาลตาบลพระพุทธบาท จดั ต้งั ตามพระราชกฤษฎีกาการจดั ต้งั
เทศบาลตาบลพระพทุ ธบาท อ.พระพทุ ธบาท จ.สระบุรี พ.ศ.2530
โดยยกฐานะสุขาภิบาลอ.พระพุทธบาท ข้ึนเป็นเทศบาล มีชื่อวา่
"เทศบาลพระพุทธบาท" ต้งั แจ่วนั ท่ี 7 พฤศจิกายน 2530 เป็น
เทศบาลลาดบั ท่ี 130
เสาไห้ เป็นอาเภอในจงั หวดั สระบรุ ีท่ีอยใู่ กลอ้ าเภอเมืองสระบรุ ีมากท่ีสุด
(ประมาณ 7 กิโลเมตร) เลื่องช่ือในดา้ นประเพณีการแข่งเรือยาว ผา้ ทอ และ
ขา้ วสาร จดั ต้งั ข้ึนเมื่อปี พ.ศ. 2437 โดยแต่เดิมเป็นตวั เมืองสระบรุ ีมาก่อน
(ปัจจุบนั เป็นตาบลเมืองเก่า) มีตานานเล่าวา่ ชื่ออาเภอน้ีไดม้ าจากตานานแม่นาง
ตะเคียนเสาร้องไหซ้ ่ึงเป็นเสาศกั ด์ิสิทธ์ิคู่เมืองเสาไห้ ปัจจุบนั ประดิษฐานอยทู่ ่ี
วดั สูงชื่ออาเภอเสาไหเ้ ป็นการกร่อนคามาจากคาวา่ "เสาร้องไห้" เป็นตานานเร่ืองเล่า
ของเสาไมต้ ะเคียนทองซ่ึงมีขนาดความยาว 13 เมตร เส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 0.75 เมตร
นบั วา่ มีขนาดใหญ่ตน้ หน่ึงที่ไม่ไดร้ ับการคดั เลือกเป็นเสาเอกในการสร้างปราสาทราช
วงั ที่ประทบั เช้ือพระวงศต์ ่าง ๆ ในตน้ รชั กาลกรุงรัตนโกสินทร์ นางตะเคียนท่ีสิงสถิต
อยเู่ สียใจมาก ตกกลางคืนจึงแสดงอภินิหารลอยทวนน้าข้ึนมา ขณะลอยมาน้นั ชาวบา้ น
ริมน้าไดย้ นิ เสียงร้องไห้ และเสาดงั กล่าวไดม้ าจมลงในบริเวณคุง้ น้าป่ าสกั ห่างจากท่ีวา่
การอาเภอเสาไห้ปัจจบุ นั ไปทางทิศตะวนั ตกเฉียงเหนือประมาณ 50 เมตร บริเวณน้นั
จึงถูกเรียกวา่ "สาวร้องไห"้ ต่อมาเหลือเพยี งคาวา่ "เสาไห้"
ในอดีต มวกเหลก็ เป็นส่วนหน่ึงของแก่งคอย กระทรวงมหาดไทยเห็น
ควรในการแบ่งเขตการปกครองของแก่งคอย ออกมาเป็นอาเภอ
มวกเหลก็ โดยรวมพ้ืนท่ีท่ีตาบลมวกเหลก็ ตาบลคาพราน และตาบล
แสลง มวกเหลก็ มีอยสู่ องความคิด ความคิดแรกมวกเหลก็ เป็นช่ือของ
เถาไมช้ นิดหน่ึงท่ี ข้ึนอยทู่ วั่ ไปริมลาธารแห่งน้ี จึงเรียกหมู่บา้ นน้ีวา่
มวกเหลก็ ความคิดหน่ึงเล่าวา่ เคยพบหมวกเหลก็ ของนกั รบโบราณท่ีลา
ธารแห่งมวกเหลก็ น้ี จึงเรียกวา่ บา้ นหมวกเหลก็ ตอ่ มาคนที่น่ีเรียกเป็น
มวกเหลก็
เดิมเป็นป่ ามะมว่ งป่ า อยใู่ นลาหว้ ย จึงเรียกวา่ "วงั มะม่วง" แลว้ เรียกกนั
เป็น "วงั ม่วง" โดยตาบลวงั ม่วง ต้งั อยใู่ นเขตการปกครองของ อ.วงั มว่ ง
ประกอบไปดว้ ย 16 หมูบ่ า้ น ไดแ้ ก่ บา้ นท่าฤทธ์ิ บา้ นมอดินแดง บา้ น
หนองไทร บา้ นโป่ งตะขบ บา้ นวงั ม่วง บา้ นป่ าลานหินดาด บา้ นซบั
กระทิง บา้ นหาดเลบ็ ยาว บา้ นหนองบอน บา้ นโป่ งเกง้ บา้ นสวนมะเด่ือ
บา้ นคลองกระทิง บา้ นคลองมะเกลือ บา้ นหลงั เขา บา้ นท่อหน่ึง บา้ น
หาดเลบ็ ยาว
อาเภอเฉลิมพระเกียรติ จงั หวดั สระบุรี เดิมเป็นพ้นื ท่ีการปกครอง
ของอาเภอเมืองสระบุรี ต้งั ข้ึนเป็นกรณีพเิ ศษโดยไม่ผา่ นการเป็น
กิ่งอาเภอ ตามโครงการจดั ต้งั อาเภอเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเดจ็ พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
เนื่องในโอกาสการจดั งานฉลองสิริราชสมบตั ิครบ 50 ปี เมื่อ 5
ธนั วาคม พ.ศ. 2539