The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนเรื่อง สารอาหารที่ร่างกายต้องการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Vanida May, 2022-08-23 04:36:38

แผนการสอนเรื่อง สารอาหารที่ร่างกายต้องการ

แผนการสอนเรื่อง สารอาหารที่ร่างกายต้องการ

โรงเรยี นอนบุ าลนวรัตน์ อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ

กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง ร่างกายของเรา เวลา 14 ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 2 สารอาหารทร่ี ่างกายต้องการ เวลา 3 ชั่วโมง

ครผู สู้ อน นางสาววนิดา ทองลา

สอนวัน............................................ที.่ ....................เดอื น............................พ.ศ. 2564

**************************************************************************************

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด

ว 1.2 ป.6/1 ระบุสารอาหารและบอกประโยชนข์ องสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ระบุสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทานได้ (K)
2) บอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารทต่ี นเองรบั ประทานได้ (K)
3) เลอื กรบั ประทานอาหารที่มสี ารอาหารตามความต้องการของร่างกายได้ (P)
4) ยกตัวอยา่ งสารอาหารและประโยชนจ์ ากอาหารทีน่ ักเรยี นรับประทานในชวี ติ ประจำวนั ได้ (A)

3. สาระการเรยี นรู้
ประเภทและประโยชนข์ องสารอาหาร

4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
สารอาหารที่อยู่ในอาหารมี 6 ประเภท ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และน้ำ

อาหารแต่ละชนิดประกอบด้วยสารอาหารที่แตกต่างกัน อาหารบางอย่างประกอบด้วยสารอาหารประเภทเดียว
อาหารบางอยา่ งประกอบด้วยสารอาหารมากกว่า 1 ประเภท

สารอาหารแต่ละประเภทมีประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่างกัน โดยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน
เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ส่วนเกลือแร่ วิตามิน และน้ำ เป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย
แตช่ ว่ ยให้ร่างกายทำงานได้เปน็ ปกติ
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการแก้ปญั หา
4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

จุดเน้นสกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รยี น ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 (การเรียนรู้ 3R × 8C)

3R
 R1 - Reading (อ่านออก)
 R2 - Writing (เขยี นได)้

R3 – Arithmetics (คิดเลขเปน็ )

8C
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา้ นการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณและทกั ษะ ใน

การแกป้ ัญหา)

C2 - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรรม)

C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรมตา่ งกระบวนทศั น์)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดา้ นความร่วมมือการทำงานเปน็ ทีม และ

ภาวะผู้นำ)
 C5 - Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดา้ นการสื่อสารสารสนเทศ และ

รู้เท่าทันส่ือ)
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร)

C7 - Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้)
 C8 - Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วนิ ัย คุณธรรม จริยธรรม

6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1) มีวินยั
2) ใฝเ่ รียนรู้
3) มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

7. กิจกรรมการเรียนรู้
 แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : 5Es Instructional Model และเทคนิคการเรยี นรู้แบบ

ร่วมมือ (Cooperative Learning)

ขัน้ ที่ 1 ตั้งคำถาม ชว่ั โมงท่ี 1

1. ครตู ง้ั คำถามเพ่อื ทบทวนความรู้เดิมวา่ สง่ิ ใดบ้างทท่ี ำใหค้ นเราเจริญเติบโตเหมาะสมตามวยั

(แนวคำตอบ การรับประทานอาหารที่ครบถ้วน การออกกำลงั กาย การพักผอ่ นอยา่ งเพยี งพอ เปน็ ต้น)

2. ครูตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่า อาหารจำเป็นต่อร่างกายอย่างไร ให้นักเรียนร่วมกัน

แสดงความคิดเหน็ เพอ่ื หาคำตอบ

(แนวคำตอบ อาหารจำเปน็ ต่อร่างกาย เมอ่ื รับประทานอาหารเข้าไปจะได้รบั สารอาหาร ซ่งึ จะชว่ ยให้ร่างกาย

เจริญเตบิ โตและมสี ุขภาพดี)

ขน้ั ที่ 2 แสวงหาสารสนเทศ

1. นักเรียนดูภาพในหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 1 หน้า 28 ครูอธิบายเพิ่มเติมวา่ อาหารมีหลายชนดิ

เช่น ขนมปัง เนอื้ สตั ว์ ไข่ นม เนย ผักและผลไม้ตา่ งๆ ซง่ึ จำแนกได้เปน็ อาหารหลกั 5 หมู่

2. ครูติดหมายเลข 1-5 ไว้ที่บริเวณต่างๆ ภายในห้องเรียนเพื่อแบ่งกลุ่มและระบุตำแหน่งของแต่ละกลุ่ม
จากนั้นแจกบัตรภาพอาหารให้นักเรียนคนละ 1 ใบ (บัตรภาพแต่ละหมู่ให้มีจำนวนใกล้เคียงกัน โดย

พจิ ารณาจากจำนวนนักเรยี นในหอ้ งเรียน)
3. ใหน้ ักเรยี นสังเกตภาพ แล้ววเิ คราะห์ว่า อาหารท่อี ยู่ในบตั รภาพของนักเรียนอยู่หมู่ใด แล้วให้ไปรวมกลุ่มกับ

เพื่อนตามหมายเลขที่ครูติดไว้ เช่น ถ้านักเรียนได้อาหารที่คิดว่าอยู่ในหมู่ที่ 1 ให้ไปที่ตำแหน่ งหมายเลข 1

(ครูยังไม่เฉลยคำตอบ)
(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมนิ นักเรียน โดยการสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
ขั้นท่ี 3 สรา้ งความรู้

1. แบ่งกลุม่ นกั เรียนออกเป็นกลุ่มละ 4-5 คน (ใช้กล่มุ เดมิ จากกิจกรรมในขั้นกระตุ้นความสนใจ) และ

แบง่ หน้าที่ใหส้ มาชิกแต่ละคนในกลุ่ม ดงั น้ี
1) คนท่ี 1 นำเสนอผลงาน
2) คนที่ 2 บนั ทกึ ท่ีรวบรวมขอ้ มูล

3) คนท่ี 3 วาดรปู และตกแตง่ ผลงาน
4) คนที่ 4-5 เขยี นข้อมลู ลงในผลงาน
5) คนท่ี 6-7 ตรวจสอบผลงานและความถูกต้อง

ขน้ั ที่ 4 สื่อสาร

1.นักเรียนศึกษากิจกรรมที่ 2 สารอาหารที่ร่างกายต้องการ ตอนที่ 1 ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 1
หนา้ 29

2. ครใู ห้ตัวแทนกล่มุ ออกมารับอปุ กรณ์ในการทำกจิ กรรม ดงั นี้
1) กระดาษแข็งแผ่นใหญ่ 1 แผ่น
2) สีไม้ (ถา้ นักเรยี นมใี ห้นกั เรียนเตรียมมา)

3. นักเรียนปฏิบัตกิ ิจกรรมที่ 2 เรื่อง สารอาหารทรี่ ่างกายตอ้ งการ ตอนที่ 1 โดยปฏบิ ัติดงั นี้

1) ตวั แทนกลมุ่ ออกมารบั อปุ กรณใ์ นการทำกจิ กรรมดังนี้

- กระดาษแข็งแผน่ ใหญ่ 1 แผ่น

- สไี ม้ (ถ้านักเรยี นมใี หน้ ักเรยี นเตรยี มมา)

2) แต่ละกลุ่มสบื ค้นเรื่อง หมูอ่ าหาร จากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 1 หน้า 31 หรือแหล่งข้อมูล
อนื่ ๆ

3) นำข้อมูลที่สืบค้นได้มาตรวจสอบว่า บัตรภาพอาหารที่สมาชิกในกลุ่มแต่ละคนมีถูกต้องหรือไม่
ถ้าไม่ถูกตอ้ งใหย้ า้ ยไปอยู่กบั กลุม่ หมู่อาหารท่ีถกู ต้อง

4) ร่วมกันสรปุ ขอ้ มลู หมอู่ าหารทส่ี ืบค้นได้ จากนั้นชว่ ยกนั จัดทำแผนภาพสรปุ หมู่อาหาร ลงในกระดาษแข็ง
แผน่ ใหญ่ พร้อมตกแตง่ ใหส้ วยงาม

(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนกั เรยี น โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ )
4. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอในประเด็นต่อไปนี้

1) แผนภาพหม่อู าหาร
2) ยกตัวอยา่ งอาหารและสารอาหารทีไ่ ด้รบั

5. นักเรยี นในหอ้ งรว่ มแสดงความคิดเหน็ และบอกข้อดขี ้อทีค่ วรปรบั ปรงุ ของกลมุ่ นำเสนอ และครูอาจอธิบาย
เพิม่ เติมในส่วนของข้อมูลท่ีนักเรยี นนำเสนอบกพร่อง

6. ครูอธิบายเพิ่มเติมกับนักเรียนว่า ร่างกายของคนเรามีการเจริญเติบโต ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการ
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหาร หมายถึง สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปในร่างกายได้อย่างปลอดภัย
พร้อมทั้งยกตัวอย่างเมนูอาหารในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 1 หน้า 30 จากนั้นครูให้นักเรียน
ร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า ในเมนูอาหาร 2 อย่างนี้ มีอาหารครบ 5 หมู่หรือไม่ และมีหมู่อาหารใดบ้าง
ไดจ้ ากอาหารชนิดใด

7. นักเรียนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลหมู่อาหาร เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้องว่า ประเภทของอาหาร
แบง่ ได้เปน็ 5 หมู่ ดังน้ี
หมู่ท่ี 1 ให้สารอาหารประเภทโปรตนี
หมูท่ ี่ 2 ให้สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต
หมู่ที่ 3 ใหส้ ารอาหารประเภทวิตามนิ และเกลือแร่
หมู่ที่ 4 ใหส้ ารอาหารประเภทวิตามินและเกลือแร่
หมู่ท่ี 5 ให้สารอาหารประเภทไขมัน

8. ครแู บง่ กลมุ่ นักเรยี นออกเปน็ 4-5 กลมุ่ (ใช้กลมุ่ เดิมสืบค้นเกีย่ วกับเรอ่ื ง สารอาหารแตล่ ะประเภทและ
ประโยชนข์ องสารอาหาร จากหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ฯ ป.6 เลม่ 1 หน้า 32-35 หรือแหล่งข้อมูลอืน่ ๆ โดย
แต่ละกลมุ่ สืบค้นข้อมลู ดงั น้ี
1) กลมุ่ ที่ 1 สบื ค้น เรื่อง สารอาหารประเภทโปรตีนและประโยชน์
2) กลุ่มท่ี 2 สืบคน้ เรื่อง สารอาหารประเภทคารโ์ บไฮเดรตและประโยชน์
3) กลมุ่ ที่ 3 สบื ค้น เรื่อง สารอาหารประเภทวติ ามนิ และประโยชน์
4) กลุ่มท่ี 4 สืบค้น เร่ือง สารอาหารประเภทเกลือแรแ่ ละประโยชน์
5) กลมุ่ ที่ 5 สืบคน้ เร่ือง สารอาหารประเภทไขมันและประโยชน์

9. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั สรุปข้อมูลทส่ี บื ค้นได้ จากนน้ั ช่วยกันจัดทำแผนภาพข้อมลู ของสารอาหาร
ประโยชน์ของสารอาหารลงในกระดาษแข็งแผ่นใหญ่ พร้อมตกแต่งใหส้ วยงาม เพ่ือนำเสนอในชวั่ โมงถดั ไป
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ )

ช่วั โมงท่ี 2

ขัน้ ท่ี 1 ตงั้ คำถาม

1. ครทู บทวนความรเู้ ดิม โดยให้นักเรียนดูภาพข้าวผดั และตอบคำถามตอ่ ไปนี้
- ขา้ วผดั จานน้ีมสี ่วนประกอบอะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ ขา้ ว ไข่ไก่ แฮม น้ำตาล ซอี ๊ิวขาว ผงปรุงรส แตงกวา นำ้ มนั พชื กระเทยี ม เปน็ ตน้ )
- ถ้านกั เรียนรับประทานข้าวผัดจานน้ี จะได้รบั สารอาหารชนิดใดบา้ ง
(แนวคำตอบ ได้คาร์โบไฮเดรตจากข้าว โปรตนี จากไข่ ไขมนั จากน้ำมนั พชื เปน็ ต้น)

2. ครอู ธิบายเพิม่ เติมวา่ อาหารทเี่ รารับประทานเขา้ ไปในรา่ งกายมีสารอาหารประกอบอยู่ สารอาหาร แบง่
ออกเป็น 2 กลุม่ ใหญ่ คือ
1) สารอาหารทใ่ี หพ้ ลงั งานแกร่ า่ งกาย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน
2) สารอาหารทีไ่ มใ่ ห้พลงั งานแก่ร่างกาย ไดแ้ ก่ เกลอื แร่ วติ ามนิ และนำ้

3. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนองาน โดยให้กลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงานนำเสนอตามลำดับต่อไปนี้ กลุ่มที่ 1
โปรตนี กลมุ่ ท่ี 2 คาร์โบไฮเดรต กลุ่มที่ 5 ไขมนั

4. เมื่อแต่ละกลุ่มนำเสนอเรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนในชั้นเรียนตั้งคำถามกับกลุ่มที่นำเสนอ และร่วมกันแสดง
ความคดิ เหน็ เก่ียวกับเร่อื ง สารอาหาร ท่ีนำเสนอไป

5. ครอู ธบิ ายเพิม่ เตมิ หากนักเรยี นนำเสนอบกพร่องไปว่า
โปรตีน เป็นสารอาหารที่มีมากในเนื้อสัตว์ต่างๆ นม ไข่ ถั่วชนิดต่างๆ สารอาหารประเภทโปรตีน

มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย สร้างเซลล์กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อกระดูก ช่วยซ่อมแซมส่วนที่
สึกหรอของร่างกาย และเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับรา่ งกาย รวมทั้งให้พลังงานแก่ร่างกาย โปรตีน 1 กรัม
จะใหพ้ ลงั งานประมาณ 4 กิโลแคลอรี

คาร์โบไฮเดรต เป็นสารที่ให้พลังงานที่สำคัญแก่ร่างกาย มักพบอยู่ในรูปของอาหารจำพวกแป้งและ
น้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ รวมท้งั ผักและผลไมท้ มี่ รี สหวาน คารโ์ บไฮเดรต 1 กรัม ให้พลงั งาน 4 กิโลแคลอรี

ไขมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูง พบมากในไขมันพืช ไขมันสัตว์ ไขมัน 1 กรัม จะให้พลังงาน 9
กิโลแคลอรี สารอาหารประเภทไขมัน ช่วยในการดูดซึมวิตามิน A D E และ K ไขมันที่มีมากเกินความ
ต้องการของร่างกายจะถูกสะสมเป็นชน้ั ไขมนั ใตผ้ วิ หนงั ชว่ ยป้องกนั การกระทบกระเทือนของอวัยวะภายใน
ปอ้ งกันการสูญเสียความร้อนของรา่ งกาย
6. กลมุ่ สารอาหารทไี่ ม่ใหพ้ ลังงานนำเสนอตามลำดับต่อไปนี้ กลมุ่ ท่ี 3 วิตามนิ กลุ่มท่ี 4 เกลือแร่
7. ครูอธิบายเพิ่มเติมกับนักเรยี นว่า สารอาหารที่ไมใ่ หพ้ ลังงานแก่ร่างกาย แต่ร่างกายไมส่ ามารถขาดได้ เพราะ
ชว่ ยทำใหร้ ่างกายทำงานไดป้ กติ
8. ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ วา่ วติ ามินแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดงั น้ี
1) วติ ามนิ ท่ีละลายในนำ้ ไดแ้ ก่ วติ ามนิ B และ C
2) วติ ามินทีล่ ะลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน A D E และ K
9. ครตู งั้ คำถามเก่ยี วกบั วิตามนิ ในประเด็นตอ่ ไปนี้

- ถ้าผลไม้ชนิดหนึ่งเป็นแหล่งของวิตามิน A C และ E ถ้าเรานำผลไม้ไปล้างน้ำก่อนรับประทาน
จะไมส่ ญู เสียวติ ามนิ ใด เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ วติ ามิน A และ E เพราะเปน็ วิตามินทีไ่ มล่ ะลายในน้ำ)

- ถ้ามีอาการเลือดออกตามไรฟัน ควรรับประทานอาหารชนดิ ใด พรอ้ มท้ังบอกเหตุผล
(แนวคำตอบ รับประทานอาหารจำพวกผักและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เพราะวิตามิน C ท่ีอยู่ในผักและ
ผลไม้ชว่ ยป้องกนั โรคเลอื ดออกตามไรฟนั ได้)

10. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า เกลือแร่เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่ขาดไม่ได้ เนื่องจากเป็น
สารอาหารทม่ี คี วามจำเป็นต่อรา่ งกายท่ีเสรมิ สรา้ งความแข็งแรงและช่วยควบคมุ การทำงานของสว่ นตา่ งๆ ใน
รา่ งกาย โดยควบคมุ การทำงานของฮอรโ์ มน จากนนั้ ครูถามคำถาม ดังน้ี
- ถา้ มอี าการคอพอกแสดงวา่ ขาดเกลือแร่ชนดิ ใด
(แนวคำตอบ ไอโอดนี )
- ถ้าร่างกายอ่อนเพลยี ความดันตำ่ และเป็นตะคริวง่าย นกั เรียนคิดวา่ ขาดเกลือแร่ชนิดใด
(แนวคำตอบ โซเดียม)

ขัน้ ที่ 2 แสวงหาสารสนเทศ
11. นักเรียนในแตล่ ะกลุม่ ศึกษา เรื่อง น้ำ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตรฯ์ ป.6 เล่ม 1 หน้า 36 หรือแหล่งข้อมลู
อนื่ แล้วร่วมกนั อภปิ รายว่า น้ำมคี วามสำคัญต่อรา่ งกายของเราอยา่ งไร จนได้ขอ้ สรุปของกลมุ่

12. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลสรุปของกลุ่ม และร่วมกันอภิปรายสรุปผลเกี่ยวกับ
สารอาหารประเภทนำ้
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนกั เรียน โดยการสังเกตการทำงานกลมุ่ )

13. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า น้ำเป็นสารอาหารที่เราขาดไม่ได้ เพราะน้ำมีประโยชน์หลายประการ เช่น ช่วยในการ
ขับถ่ายของเสีย เป็นส่วนประกอบของอวัยวะและส่วนต่างๆ ของร่างกาย ช่วยลำเลียงสารในร่างกาย ช่วย
ควบคมุ อุณหภูมิร่างกายให้คงที่

14. ครูตั้งคำถามนักเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง สารอาหาร ว่าอาหารแต่ละชนิดมีสารอาหารเพียงชนิดเดียวใช่
หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ ไม่ใช่ เพราะอาหารแต่ละชนิดประกอบด้วยสารอาหารที่แตกต่างกัน อาหารบางอย่าง
ประกอบดว้ ยสารอาหารประเภทเดยี ว อาหารบางอย่างประกอบด้วยสารอาหารมากกว่า 1 ประเภท)

ข้นั ที่ 3 สร้างความรู้

15. นักเรียนทำกิจกรรมหนูตอบได้ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 1 หน้า 29 หรือทำในแบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เลม่ 1 หนา้ 18 ของตนเอง

16. นักเรยี นและครูร่วมกันเฉลยกิจกรรมหนูตอบได้ เพ่อื ใหน้ กั เรียนตรวจสอบความถูกต้อง โดยครูตง้ั คำถามและ
นักเรยี นในหอ้ งร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเพอื่ หาคำตอบ ดังนี้
- เพราะเหตใุ ด เราจึงต้องรบั ประทานอาหารให้ครบ 6 ประเภท
(แนวคำตอบ เพราะสารอาหารช่วยทำให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ และสารอาหารบางชนิดให้
พลังงานแก่รา่ งกาย เพื่อใชใ้ นการทำกิจกรรมต่างๆ ในการดำรงชีวิต)
- ถ้าต้องการพลังงานแก่ร่างกายเพ่ือใชใ้ นการทำกิจกรรมต่างๆ นักเรียนควรเลือกรบั ประทานอาหาร
ทีใ่ หส้ ารอาหารประเภทใด เพราะเหตใุ ด
(แนวคำตอบ ควรเลือกรับประทานอาหารที่ให้สารอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน
เพราะสารอาหารเหล่านใี้ ห้พลงั งานแกร่ ่างกาย)
- ถ้าคุณพ่อของนักเรียนมีอาการเหน็บชาบ่อยๆ ควรให้คุณพ่อรับประทานอาหารประเภทใดที่ช่วย
บรรเทาและป้องกนั โรคเหน็บชาได้
(แนวคำตอบ อาหารท่ีให้วติ ามิน B1 เชน่ เนื้อหมู เครือ่ งในสตั ว์ ปลา ถวั่ ไขแ่ ดง ผกั ใบเขียว)
- เพราะเหตใุ ด น้ำจึงจดั เป็นสารอาหารที่ควรไดร้ บั ในแตล่ ะวัน
(แนวคำตอบ เพราะน้ำมปี ระโยชนต์ ่อรา่ งกายหลายประการ เชน่ ชว่ ยในการขับถา่ ยของเสยี ช่วยใน
การลำเลียงสารในรา่ งกาย ชว่ ยควบคุมอุณหภูมริ า่ งกายใหค้ งท่ี)
- ถ้านักเรียนตอ้ งรบั ประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบ 6 ประเภท จะเลือกอาหารจานใด ระหว่าง
ก๋วยเตย๋ี วเสน้ เลก็ หมตู ม้ ยำกับเสน้ ใหญร่ าดหน้ากงุ้
(แนวคำตอบ เลือกก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กหมูต้มยำ เพราะมีสารอาหารครบ 6 ชนิด ซึ่งได้จาก
ส่วนประกอบหลักของก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กหมูต้มยำ ดังนี้ หมูมีโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ เส้นเล็กมี
คาร์โบไฮเดรต ผักบ้งุ มีวิตามนิ และแร่ธาตุ ถ่วั ลสิ ง มโี ปรตีนและไขมันและน้ำซุปมีน้ำ หรือเลือกเส้น
ใหญ่ราดหน้ากุ้ง เพราะมีสารอาหารครบ 6 ชนิด ซึ่งได้จากส่วนประกอบหลักของเส้นใหญ่ราดหนา้
กุ้ง มีดังนี้ เส้นใหญ่ มีคาร์โบไฮเดรตและไขมัน กุ้งมีโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุและไขมันเล็กน้อย
ผักคะนา้ มีวิตามิน แร่ธาตุ โปรตนี และน้ำซุปมีนำ้ )

ขน้ั ที่ 4 สอื่ สาร
17. ครูใหก้ ารบา้ นนักเรยี นแต่ละคน ให้บนั ทกึ อาหารท่ีตนเองรับประทานมา 1 วัน ลงในสมุดประจำตวั นกั เรยี น

ชวั่ โมงที่ 3

ข้นั ที่ 1 ตั้งคำถาม

1. ครูตั้งคำถามว่า หากนักเรียนขาดสารอาหาร จะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันของตนเองหรือไม่
อย่างไร
(แนวคำตอบ ตอบตามความคิดเหน็ ของนกั เรยี น พจิ ารณาคำตอบของนักเรียนตามดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)

2. ครูตั้งประเด็นข้อสงสัย และให้นักเรียนร่วมแสดงความคิดเห็นวา่ อาหารที่นักเรียนรับประทานใน 1 วัน จะ
ได้รับสารอาหารตามความต้องการของร่างกายหรือไม

ขน้ั ที่ 2 แสวงหาสารสนเทศ

3. นักเรยี นศกึ ษาขั้นตอนการทำกจิ กรรมที่ 2 อาหารที่รา่ งกายต้องการ ตอนที่ 2 ในหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ฯ
ป.6 เล่ม 1 หน้า 29

4. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมที่ 2 สารอาหารที่ร่างกายต้องการ ตอนที่ 2 ปฏิบัติดังนี้ วิเคราะห์คุณค่า
ของสารอาหารแตล่ ะมื้อว่า นักเรยี นได้รบั สารอาหารประเภทใดบา้ ง และใน 1 วัน ไดร้ ับสารอาหารครบถ้วน
ตามความต้องการของร่างกายหรือไม่ อย่างไร แล้วบันทึกผลลงในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 1
หนา้ 17

(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรยี น โดยการสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล)

ขั้นที่ 3 สรา้ งความรู้

1. นักเรียนจับคู่แลกเปลี่ยนข้อมูลการวิเคราะห์คุณค่าอาหารของนักเรียนกับเพื่อนเพื่อตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง

2. สมุ่ นักเรยี น 2-3 คน ใหน้ ำเสนออาหารท่รี บั ประทานใน 1 วัน พร้อมผลการวเิ คราะหค์ ุณคา่ ของ

สารอาหาร และให้นักเรียนทุกคนในชั้นเรียนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลที่ตัวแทนนักเรียน

นำเสนอ

ขน้ั ที่ 4 สือ่ สาร
1. นักเรียนแบง่ กลมุ่ โดยนำบตั รภาพชนดิ อาหาร (บัตรภาพที่ไดร้ บั ในขน้ั กระตุ้นความสนใจ) มาจบั กลุ่มกบั เพ่ือน
โดยมีเง่อื นไขว่า ไม่ให้อย่กู ับสมาชกิ กลุ่มเดิม

2. นักเรียนแต่ละคนสังเกตชนิดอาหารในบัตรภาพว่าบัตรภาพที่ได้เป็นอาหารชนิดใด แล้วศึกษาเพิ่มเติมว่า
อาหารชนิดนนั้ มสี ารอาหารประเภทใดบ้าง และมีประโยชนอ์ ย่างไร

3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ศึกษามากับสมาชิกในกลมุ่

4. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม โดยใช้กลมุ่ เดิม เพือ่ ทำกจิ กรรม “เชฟจิ๋ว ไอเดียแจ๋ว” ปฏิบตั ิ ดังน้ี
1) ใหส้ มาชิกในกลมุ่ ระดมสมองร่วมกันคิดเมนูอาหารขนึ้ มาโดยมีเง่ือนไขวา่ ใหใ้ ช้วัตถุดบิ จากบัตรภาพชนิด
อาหารท่ีสมาชิกในกล่มุ มี เปน็ วตั ถุดบิ หลักในการทำอาหาร

2) ให้นักเรียนเขียนวัตถุดิบและขั้นตอนการทำอาหาร พร้อมวาดภาพเมนูอาหาร และบอกว่า อาหารมี
สารอาหารประเภทใดบา้ งและมีประโยชน์อย่างไร โดยเขยี นลงในกระดาษ A4 และตกแตง่ ให้สวยงาม

3) นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มจบั คู่กันเพ่อื แลกเปลี่ยนความรรู้ ะหว่างกล่มุ
5. สุ่มนักเรียนบางกลุ่มออกมานำเสนอ เมื่อกลุ่มนั้นนำเสนอเสร็จ แล้วเปิดโอกาสให้นักเรียนในห้องถาม

ขอ้ สงสัยในเรอ่ื งท่ีนำเสนอไปกับกลมุ่ ทมี่ านำเสนอ และพดู ถงึ ขอ้ ดแี ละข้อทีค่ วรปรบั ปรุงของกลุม่ นำเสนอ
6. ครอู ธิบายข้อมูลเพม่ิ เติมหรือแก้ไขขอ้ มลู ในสว่ นทกี่ ลมุ่ นำเสนอบกพรอ่ งไป

(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมนิ นักเรยี น โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม)

ขั้นที่ 5 ตอบแทนสังคม

1. นักเรียนนำความรู้ไปช่วยสอนเพือ่ น ๆ ท่ียังไม่เข้าใจ ให้เกดิ ความเขา้ ใจย่ิงขน้ึ
2. นักเรยี นประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ ึกหลงั การเรยี นและหลังการทำกจิ กรรม
8. การวดั และประเมินผล

รายการวัด วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์

1) กจิ กรรมที่ 2 - ตรวจแผนภาพ - แผนภาพ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
อาหารทรี่ า่ งกาย - ตรวจแบบฝึกหัด
ตอ้ งการ - แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตรฯ์ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
วิทยาศาสตร์ฯ ป.6
เลม่ 1 หน้า 17 ป.6 เล่ม 1 หนา้ 17

2) กจิ กรรมหนูตอบได้ - ตรวจสมดุ ประจำตัว - ตรวจสมุดประจำตวั - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

นกั เรียนหรือแบบฝึกหัด นักเรียนหรือแบบฝึกหัด

วิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 1 วิทยาศาสตร์ฯ ป.6

หน้า 18 เลม่ 1 หนา้ 18

3) กจิ กรรม “เชฟจิว๋ - ตรวจเมนูอาหาร - เมนูอาหารของแต่ละกลุ่ม - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ไอเดียแจ๋ว” ในกระดาษ A4

4) พฤติกรรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - คณุ ภาพอยใู่ นระดบั ดี

การทำงาน การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์

รายบคุ คล

5) พฤติกรรม - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - คุณภาพอยู่ในระดบั ดี

การทำงานกล่มุ การทำงานกลมุ่ การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์

หมายเหตุ : แบบสังเกตพฤติกรรมประเมนิ รายเทอม

9. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
9.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1
2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1
3) บัตรภาพชนิดอาหาร
4) บตั รภาพขา้ วผดั
5) กระดาษแขง็
6) สีไม้
7) กระดาษ A4
8) สมดุ ประจำตวั นักเรยี น
9.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องเรยี น
2) อนิ เทอร์เน็ต

บตั รภาพชนิด



ขา้ วโพด ขนมปงั ข้าว เผอื ก

มันฝร่ัง มนั เส้นพาสตา เสน้ บะหมกี่ งึ่ สาํ เรจ็ รูป

นมถว่ั เหลอื ง เน้ือหมู กงุ้ ไก่

ถว่ั ลสิ ง ปู ไข่ ปลา
สตรอวเ์ บอร์รี กลว้ ย สบั ปะรด แอปเปลิ

บตั รภาพชนิด



ส้ม องุ่น อะโวคาโด มะม่วง
มะเขอื เทศ แครร์ อต ผกั กาดแดง คะนา้

หน่อไม้ เห็ด ฟักทอง

ผักกาดแกว้

นำ้ มันพืช กะทิ นำ้ มนั ถั่วเหลือง น้ำมันมะพรา้ ว

น้ำมนั ข้าวโพด กนุ เชียง

หอยแครง ถว่ั พู

แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม
วิชา________________เรอ่ื ง_________________________________________________

ร่วมมอื ใน รายการ สรปุ ผลการ
กล้าออกมา เข้ารว่ มกจิ กรรมดว้ ย ประเมิน
ที่ ชอื่ -สกุล การ
แสดง ความสนกุ สนาน ผา่ น ไมผ่ า่ น
1 เด็กชาย ปพนวชิ สญั จามณี ทำกจิ กรรม ความสามารถ เพลดิ เพลิน
2 เด็กชาย ศิรญั กฤษฏิ์ ขนุ แก้ว
3 เด็กชาย ภูวเมธ ครุฑธาลยั ผา่ ไม่ผ่าน ผา่ น ไมผ่ ่าน ผา่ น ไม่ผ่าน
4 เด็กชาย คณุ าสิน อนิ โพธิษา น
5 เดก็ ชาย ณฐั พงศ์ กองแกว้
6 เด็กชาย ณพสั กร พิมพ์หาร
7 เด็กหญิง ปนัดดา ทองนำ
8 เดก็ หญงิ ศริ ิธร พฒุ ละ
9 เด็กชาย พิจกั ษณ์ ผิวทอง
10 เด็กชาย ปวริศ เอ็นเหลา่ คาม
11 เด็กหญงิ พัณณิตา โคตะพัฒ
12 เดก็ ชาย อยั การ เกลือ่ นกลางดอน
13 เด็กชาย พลวตั แสงทพิ
14 เด็กชาย ธนกฤต จันทร์ยศ
15 เด็กหญงิ เบญญดา นิวงษา
16 เดก็ หญิง ปุณยวีร์ เวียงอนิ ทร์
17 เดก็ ชาย ศวิ กร มาตรงามเมือง
18 เด็กชาย ชยพล บัวทอง
19 เด็กชาย ปรเมษฐ์ ทองมหา
20 เด็กหญิง สุพตั รา อุบลลา

ที่ ช่อื -สกุล ร่วมมอื ในการ รายการ เขา้ รว่ มกจิ กรรมดว้ ย สรปุ ผลการ
ทำกจิ กรรม ความสนุกสนาน ประเมิน
21 เดก็ หญิง ภาสิณี กุลสุวรรณ กล้าออกมา เพลิดเพลนิ
22 เดก็ หญิง ชนิดาภา ส่องใส ผ่าน ไม่ผา่ น แสดง ผ่าน ไมผ่ า่ น
23 เดก็ หญงิ จิรพรรณ จำปานิล ผา่ น ไม่ผ่าน
24 เด็กชาย ณฐั วฒุ ิ จันเทภา ความสามารถ
25 เด็กชาย ศวิ ดล สุภาพนั ธ์
26 เดก็ หญงิ ทักษอร มีทองแสน ผา่ น ไมผ่ ่าน
27 เดก็ ชาย นภัส พมุ่ หริ่ง
28 เด็กหญงิ พรหมพร โลหค์ ำ

เกณฑก์ ารประเมนิ 2 รายการถือว่า ผ่าน ลงชือ่ _________________________ผ้ปู ระเมนิ
ผ่านตัง้ แต่ 1 รายการถือว่า ไมผ่ ่าน (__________________________________)
ผ่าน

สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม
วชิ า________________เรือ่ ง_________________________________________________

รายการ

ท่ี ช่อื -สกุล รบั ผิดชอ รับฟงั นำเสนอ มคี วามคดิ ทำงานเสร็จ รวม ระดบั
บงานท่ี ความ ผลงานได้ ริเริ่ม ตามเวลา
1 เดก็ ชาย ปพนวิช สัญจามณี ไดร้ ับ คิดเหน็ นา่ สนใจ ทีก่ ำหนด
2 เดก็ ชาย ศิรัญกฤษฏิ์ ขุนแก้ว มอบหม ของ (2 คะแนน) สร้างสรรค์ (2 คะแนน)
3 เด็กชาย ภวู เมธ ครฑุ ธาลัย ผู้อนื่ (2 คะแนน)
4 เดก็ ชาย คุณาสิน อนิ โพธิษา าย (2 คะแนน)
5 เด็กชาย ณัฐพงศ์ กองแกว้ (2
6 เด็กชาย ณพัสกร พิมพห์ าร คะแนน)
7 เดก็ หญิง ปนัดดา ทองนำ
8 เดก็ หญงิ ศริ ิธร พุฒละ
9 เด็กชาย พจิ ักษณ์ ผิวทอง
10 เดก็ ชาย ปวริศ เอ็นเหล่าคาม
11 เดก็ หญิง พัณณติ า โคตะพฒั
12 เดก็ ชาย อยั การ เกลอื่ นกลางดอน
13 เด็กชาย พลวัต แสงทพิ
14 เด็กชาย ธนกฤต จันทรย์ ศ
15 เด็กหญิง เบญญดา นวิ งษา
16 เดก็ หญงิ ปุณยวรี ์ เวยี งอนิ ทร์
17 เดก็ ชาย ศวิ กร มาตรงามเมือง
18 เด็กชาย ชยพล บวั ทอง
19 เด็กชาย ปรเมษฐ์ ทองมหา
20 เดก็ หญงิ สุพตั รา อุบลลา

รายการ

ท่ี ช่ือ-สกุล รับผดิ ชอ รับฟงั นำเสนอ มีความคดิ ทำงานเสรจ็ รวม ระดบั
บงานที่ ความ ผลงานได้ รเิ รม่ิ ตามเวลา
21 เดก็ หญงิ ภาสณิ ี กลุ สุวรรณ ได้รับ คิดเหน็ นา่ สนใจ ที่กำหนด
22 เด็กหญิง ชนิดาภา สอ่ งใส มอบหม ของ (2 คะแนน) สรา้ งสรรค์ (2 คะแนน)
23 เด็กหญิง จิรพรรณ จำปานลิ ผู้อืน่ (2 คะแนน)
24 เดก็ ชาย ณฐั วฒุ ิ จันเทภา าย (2 คะแนน)
25 เดก็ ชาย ศวิ ดล สุภาพันธ์ (2
26 เด็กหญงิ ทักษอร มที องแสน คะแนน)
27 เด็กชาย นภัส พมุ่ หรงิ่
28 เดก็ หญงิ พรหมพร โลห์คำ

เกณฑก์ ารให้คะแนน

ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน

ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบา้ งบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารประเมิน

คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก

คะแนน 7-8 ระดบั ดี

คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้ ลงช่อื _________________________ผู้ประเมิน

คะแนน 0-4 ระดับ ควรปรับปรุง (__________________________________)


Click to View FlipBook Version