The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การจัดกิจกรรมทางภาษาหน้า ล่าสุด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by memivsupattra, 2022-02-07 22:20:17

การจัดกิจกรรมทางภาษาหน้า ล่าสุด_clone

การจัดกิจกรรมทางภาษาหน้า ล่าสุด

เขียนโดย
รศ.ดร.พชั รา พ่มุ พชาติ

การจัดกจิ กรรมทางภาษาสาหรบั เดก็ ปฐมวยั พัฒนาการทางภาษาเปน็ ความสามารถทางสติปัญญาเกิดข้ึนได้จากการ
ทางานของสมองในสว่ นของการคิดเพ่อื ใชใ้ นการสือ่ สารกับบุคคลและ
สิง่ แวดลอ้ ม การส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาให้แก่เด็ก คือ การฝกึ ฝนให้
เดก็ สามารถใชท้ กั ษะภาษาในการส่อื สารเพอื่ บอกความตอ้ งการ ความคิด
และอารมณ์ให้ผู้อน่ื รับทราบได้ เดก็ จะเรียนรแู้ ละมีพัฒนาการทางภาษาท่ี
ดีขึ้นอย่างต่อเน่อื ง เมื่อเดก็ ไดร้ บั การฝกึ ฝนและใชส้ ่งิ ท่ไี ด้เรียนรใู้ นการ
สอ่ื สารเปน็ ประจาในสถานการณ์จรงิ จนสิ่งนัน้ ได้รบั การพัฒนามาเปน็
ทักษะ (รววิ รรณ รงุ่ ไพรวัลย์, 2556 : น. 109) การจัดกิจกรรมเพ่ือการ
ส่อื สารของเดก็ นับเปน็ กจิ กรรมที่มีความสาคญั ต่อเด็กปฐมวัย เน่ืองจาก
เป็นการสอื่ สารภาษาท่ีประกอบด้วย การฟงั การพูด การอ่าน การเขยี น
การอธิบาย การใชภ้ าษาทา่ ทางและการใหข้ อ้ มูล ดงั น้ันการจดั กจิ กรรมทาง
ภาษาของเดก็ ปฐมวยั ให้เป็นไปอยา่ งมีประสิทธภิ าพ จงึ ควรศกึ ษาหลักการ
และแนวทางการจดั กจิ กรรม ดงั นี้

เขยี นโดย
รศ.ดร.พัชรา พมุ่ พชาติ

1. หลักการจดั กจิ กรรมทางภาษา

เดก็ ปฐมวัยเปน็ ช่วงทพ่ี ฒั นาการทางภาษามีการเปลีย่ นแปลงและก้าวหน้าอยา่ งรวดเร็ว และเป็นไปในทศิ ทางบวกท่สี ง่ ผลดตี ่อพฒั นาการ
และการเรียนรขู้ องเด็กไดอ้ ยา่ งรอบดา้ น ความสามารถทางภาษาของเดก็ ปฐมวยั ในชว่ งวยั นี้ ถือเปน็ ชว่ งของการใชภ้ าษาเพอื่ การส่ือสารสโู่ ลกกวา้ ง
การเขา้ ใจถึงความสามารถทางภาษาของเด็กตามวัยจะเป็นขอ้ มูลสาคญั สาหรับการจดั กจิ กรรมทางภาษา ดังน้ี
(รักลูก, 2552 ; รวิวรรณ ร่งุ ไพรวลั ย์, 2556 และ Kobus, 1999)
1.1 ความสามารถทางภาษาของเดก็ ปฐมวยั อายุ 3 – 4 ปี
เดก็ วยั น้มี ีความสามารถทางภาษาทแ่ี สดงออกได้แก่ พดู ออกมาเป็นคาไดด้ ดี ว้ ยตนเอง มีการใช้คาศพั ทท์ เ่ี หมาะสม และสามารถนาคาศัพท์
มารอ้ ยเรยี งเปน็ คาพดู สือ่ สารกับผูอ้ ื่นได้อย่างคลอ่ งแคลว่ เด็กวยั นม้ี กั ชอบพูดซกั ถามเกี่ยวกบั เหตุการณ์และสิ่งตา่ งๆรอบตวั และมักมีคาพูด
ท่แี สดงออกถงึ การใชเ้ หตุผล
1.2 ความสามารถทางภาษาของเดก็ ปฐมวยั อายุ 4 - 5 ปี
เดก็ วัยนม้ี คี วามสามารถทางภาษาทแ่ี สดงออกไดแ้ ก่ ชอบฟังและพูดเรอ่ื งราวทไ่ี ดร้ ับประสบการณ์มา มีการใชค้ าพูดที่เปน็ ประโยคได้ต่อเนื่อง
และชอบถามทาไม เม่ือไร อย่างไร และถามความหมายของคา

1.3 ความสามารถทางภาษาของเดก็ ปฐมวยั อายุ 5 – 6 ปี
วัยนมี้ ีความสามารถทางภาษาทแ่ี สดงออกได้แก่ การมที กั ษะการฟังดขี ึน้ เข้าใจประโยคทซ่ี บั ซ้อนมากขนึ้

มีการใชค้ าศพั ท์เพมิ่ มากขึน้ สามารถพดู และสนทนาไดอ้ ยา่ งคล่องแคลว่ และมคี วามมนั่ ใจในตนเอง
และมีความพรอ้ มทจี่ ะเรยี นรู้ อา่ น และเขยี น

เขียนเโขดียยนโดย
รศ.ดรรศ..พดชั รร.าพัชพรมุ่ าพพชาุม่ ตพิ ชาติ

ความสามารถทางภาษาของเด็กปฐมวยั ดังกลา่ ว เป็นธรรมชาตทิ างภาษาทเี่ ดก็ นามา
ใช้ในการสอื่ สารกับผูอ้ ่ืนในสังคมทงั้ การฟัง การพูด การอา่ น และการเขียน เด็กปฐมวยั
เปน็ วยั ท่ีเรยี นภาษาไดเ้ รว็ มากเพราะเซลลส์ มองและการเชอื่ มต่อรา่ งกายของเซลลส์ มอง
ในวัยน้มี คี วามพรอ้ มสงู ทจี่ ะรบั รภู้ าษาและการเรียนรภู้ าษา เปน็ กระบวนการรับและ
ประมวลขอ้ มูลของสมอง ความเขา้ ใจทางภาษาและการแสดงออกเปน็ สง่ิ ท่ีเกิดขน้ึ ภายใน
สมองเองเปน็ หลัก ซง่ึ เวลาท่จี ะแสดงออกในแต่ละคนอาจเรว็ ชา้ ไมเ่ ท่ากัน (พรพิไล เลิศ

วิชา และอัครภมู ิ จภุ ากร, 2550 : น. 124 – 126)

กจิ กรรมทางภาษาของเดก็ จงึ เปน็ กจิ กรรมทต่ี อ้ งอาศยั กระบวนการทางานของสมองทคี่ วรยดึ หลกั การจดั กจิ กรรม
ดังนี้

1.1 การจดั กจิ กรรมทางภาษาผา่ นการฟัง การพดู การอา่ น และการเขยี น
1.2 การจัดให้เดก็ ไดอ้ ยใู่ นสภาพแวดล้อม และวธิ กี ารทห่ี ลากหลายนับเปน็ การสนองตอบตอ่ การรบั รทู้ าง
ภาษาของเด็กแต่ละคนทม่ี ีรปู แบบการเรยี นรทู้ แี่ ตกต่างกันออกไปใน 4 ประเภท ดังนี้
1.2.1 ผูเ้ รียนรูโ้ ดยใช้การรับรู้ทางสายตา (Visual learners) เรยี นรูไ้ ด้ดีทส่ี ดุ โดยการมองเห็น
1.2.2 ผูเ้ รยี นร้โู ดยใช้โสตประสาท (Auditory learners) เรยี นรไู้ ดด้ ที สี่ ดุ โดยการไดย้ นิ
1.2.3 ผเู้ รียนร้โู ดยใชก้ ารเคลอื่ นไหว (Kinesthetic learners) เรียนรูไ้ ด้ดที ส่ี ดุ โดยการเคล่ือนไหวและการ
ลงมอื ปฏิบัติ
1.2.4 ผู้เรียนรโู้ ดยการสัมผัส (Tactile learners) เรยี นรไู้ ด้ดีทสี่ ุดผา่ นการรบั ร้แู ละการสัมผัส

เขียนโดย
รศ.ดร.พชั รา พุ่มพชาติ

1.3 การจดั กิจกรรมโดยครทู าหน้าทอี่ านวยความสะดวกและช่วยเหลอื ให้เดก็ ได้ประสบผลสาเรจ็ ในการ
เรียนรูไ้ ดแ้ ก่ การแนะนาขน้ั ตอนในการปฏบิ ัติกิจกรรม การสนับสนนุ ใหเ้ ดก็ เกิดแรงจงู ใจในการทากิจกรรม
การช่วยเหลือเด็กให้มีความรับผดิ ชอบในการทากิจกรรมไดป้ ระสบผลสาเร็จ และการแนะนาให้เด็กเกิด
ความคิดรเิ รมิ่ ในการทากิจกรรมของตนเอง เป็นต้น

1.4 การสนบั สนุนใหเ้ ด็กไดเ้ รียนรู้ภาษาจากประสบการณท์ เ่ี กีย่ วข้องกบั ชวี ิตประจาวนั หรือในโลกแหง่
ความจรงิ ทเ่ี ด็กได้สมั ผสั

1.5 การจัดกิจกรรมทีเ่ หมาะสมกับพัฒนาการและความสามารถทางภาษาทเ่ี ป็นไปตามวยั ของเด็ก
หลักการจดั กจิ กรรมทางภาษาของเด็กปฐมวยั ดงั กล่าวขา้ งตน้ เป็นการจดั กจิ กรรมท่ียดึ หลักของการ
แสดงออกทางภาษาเพอ่ื การส่อื สารผา่ นการฟัง การพูด การอา่ น และการเขียนในสภาพแวดลอ้ มและวธิ กี าร
ทีห่ ลากหลาย โดยคานึงถงึ ความสามารถทางภาษาทเี่ หมาะสมกบั พฒั นาการตามวัยของเด็ก โดยมีครหู รือ
ผใู้ หญท่ าหนา้ ท่อี านวยความสะดวกและชว่ ยเหลือให้เดก็ ไดป้ ระสบผลสาเร็จ หลักการจดั กิจกรรมทางภาษา
ดังกลา่ วนบั เป็นการสนับสนุนให้เด็กไดใ้ ช้ภาษาการสอื่ ความหมายทเ่ี หมาะสมกับความสามารถทางภาษาละ
บรบิ ทของการเรยี นรภู้ าษาของเด็กที่เป็นความสาคญั ยงิ่ ตอ่ เด็กปฐมวยั ทเี่ ด็กควรได้รบั การพฒั นาอยา่ ง
เหมาะสม

เขียนโดย
รศ.ดร.พชั รา พุ่มพชาติ

แนวการจดั กจิ กรรมทางภาษา
สาหรบั เดก็ ปฐมวยั

พัฒนาการทางภาษาของเด็กมีความสัมพันธ์กับ การจดั กิจกรรมทางภาษาทเ่ี ข้าใจถึง
พัฒนาการทางสติปัญญา อารมณ์และสังคมของเด็ก ซึ่ง พัฒนาการและการเจรญิ เตบิ โตของเดก็ ย่อมสง่ ผล
เปลี่ยนแปลงพฒั นาข้นึ ตามการพัฒนาของสมองในเด็กแต่ละ ดตี ่อพัฒนาการดา้ นอืน่ ๆ ของเด็กตามมา ดงั น้นั
วัยทเี่ ติบโตขึน้ และประสบการณ์ท่ีเดก็ ไดร้ ับ การส่ือสารกับ แนวการจัดกจิ กรรมสามารถปฏบิ ัตไิ ด้ดังต่อไปน้ี
เด็กตามวัยอย่างเหมาะสม จึงมีประโยชน์ในการช่วยส่งเสริม
พัฒนาการทางภาษาที่ส่งผลต่อพัฒนาการทางสติปัญญา • จดั กจิ กรรมทางภาษาผ่านการฟัง
อารมณ์และสังคมของเด็ก (ระวิวรรณ รุ่งไพรวัลย์, 2556 : • จดั กิจกรรมทางภาษาผ่านการพูด
น. 109) • จัดกจิ กรรมทางภาษาผ่านการอ่าน
• จดั กจิ กรรมทางภาษาผ่านการเขยี น

เขยี นโดเขยยี นโดย
รศ.ดรร.ศพ.ัชดรรา.พพชัุ่มรพาชาพตมุ่ ิ พชาติ

จดั กจิ กรรมทางภาษาผา่ นการฟงั

การเลน่ เครือ่ งดนตรี เสยี งและการเคลอื่ นไหวทเี่ ป็นอิสระ จะเป็น
การฝึกให้เดก็ กลายเปน็ ผฟู้ ังท่รี จู้ กั พนิ ิจพเิ คราะห์ จังหวะและทานองมี
ความสาคัญ เพราะเป็นเสยี งทีผ่ า่ นการเรียบเรยี งเปน็ อย่างดี ล้วนมีบทบาทใน
การจดั ระเบียบการเช่อื มโยงของเซลล์สมอง (พรพิไล เลศิ วชิ า และอัครภูมิ
จารุภากร, 2550 : น. 71, 117)

ฟังดนตรแี ละจงั หวะ พรอ้ มทาทา่
เคล่ือนไหวตามจนิ ตนาการ

เลน่ เกมฟังเสยี งจากแหล่งกาเนดิ แลว้

เลยี นแบบเลยี งบอกตอ่ ผ้อู ่ืน เขยี เขนียโดนยโดย

รศร.ดศร.ด.พร.ชั พราัชรพามุ่ พพ่มุ ชพาตชาิ ติ

เพิ่มเตมิ

ฟงั เสียงธรรมชาติ เช่น ไกข่ นั นกร้อง หมรู อ้ ง จกั จัน่ ช้าง
แลว้ ใหเ้ ด็กบอกช่อื และออกเสยี งตาม

เลน่ ทายเสยี ง และทาทา่ ทางประกอบ เช่น เสียงหวั เราะ เสียงร้องไห้ เสียงปรบมือ

ฟังนทิ านให้หลาย ๆ ลกั ษณะ เชน่ นทิ านก่อนนอน นทิ านไม่รู้จบ นิทาน
ประกอบอุปกรณ์ โดยมีกิจกรรมหลังการฟัง เช่น ฟังเสร็จแล้วเล่าตอ่

เขยี นโดย
รศ.ดร.พชั รา พ่มุ พชาติ

“ การพดู จงึ เปน็ กิจกรรมทางภาษาทเี่ ดก็ ใช้ จดั กิจกรรมทางภาษาผา่ นการพดู
แสดงออกทางความคดิ และความรสู้ กึ ที่ตอ้ งการสื่อสารให้
ใชค้ าถามกระตุ้นใหเ้ ดก็ ไดแ้ สดงความ
ผอู้ น่ื ไดเ้ ขา้ ใจเก่ยี วกับโลกภายนอก การแสดงออกทางการ คิดเหน็ และเหตผุ ลของตนเอง เช่น ทาไม
อะไร อย่างไร และเพราะอะไร เป็นต้น
พดู ของเด็กนบั เป็นความสามารถในการถ่ายทอดความรู้
พูดคยุ และสนทนาเก่ยี วกับเหตกุ ารณ์
ความคิด ความต้องการไปใหผ้ ู้อ่ืนไดอ้ ย่างเข้าใจ ” ทเี่ กดิ ขน้ึ ในชวี ติ ประจาวนั

เปิดโอกาสใหเ้ ด็กไดฝ้ ึกปฏิบัติกจิ กรรมเกี่ยวกบั
การพดู เชน่ การเลา่ ข่าวและเหตกุ ารณ์ การแสดง
ความคิดเหน็ และการอา่ นนทิ าน เปน็ ตน้

ใช้เกมกระตุน้ การคดิ สู่การพดู เช่น ปรศิ นาคาทาย การ รศ.ดร.รเพขศยี ัช.นรดาโรด.เพพยขุ่มียัชพนราโชดาพตยมุ่ิ พชาติ
เลยี นแบบ และบทบาทสมมตุ ิ เกมภาพตอ่ คา เปน็ ตน้

จัดกิจกรรมการอ่านผสมผสานกับกิจกรรมการเล่น หรือเกม ใชส้ อื่ เทคโนโลยีผสมผสานกับกิจกรรมการอา่ น
เช่น ปรศิ นาคาทาย บทบาทสมมตุ ิ คาคล้องจอง เปน็ ต้น
หลังจบกจิ กรรมการอ่านให้เด็กรว่ มกนั เลา่ เร่ือง แสดงความ
จดั กจิ กรรมการอา่ นให้แกเ่ ดก็ ในทุก ๆ วัน คิดเห็นว่า ใคร อะไร ทไ่ี หน อยา่ งไร เมอ่ื ไร เพราะอะไร

จดั กิจกรรมการอ่านในกลมุ่ ทห่ี ลากหลาย เช่น อ่านตาม จัดกจิ กรรมภาษา หลงั จบกิจกรรม การอา่ น ใหม้ กี ารระดม
ลาพงั อา่ นในกลุ่มขนาดเลก็ ขนาดกลาง หรือทัง้ ชัน้ เรยี น ผ่านการอา่ น ความคดิ เกยี่ วกบั ปญั หาท่เี กิดข้นึ จากเรอ่ื งท่ี

จัดกจิ กรรมให้เดก็ ไดก้ ลบั ไปทบทวน อ่าน และหาแนวทางการแก้ปญั หา
การอ่านท่ีบา้ น โดยมพี อ่ แม่และ
ผู้ปกครองใหค้ วามชว่ ยเหลอื จดั กจิ กรรมการอา่ นท่สี อดแทรกการใช้คาถามชวนคดิ
เชน่ ถา้ …จะเกดิ อะไรขน้ึ เดก็ มคี วามคดิ เหน็ อะไร
จัดกิจกรรมการอา่ นในบริเวณหรอื สถานทที่ แ่ี ตกต่างกันออกไป
เพอ่ื กระตนุ้ ความคดิ และสรา้ งแรงจูงใจในการอ่าน เชน่ อ่านตาม เกี่ยวกบั … เดก็ มีความคิดอะไรนอกเหนือจากน้ีอกี ….
มมุ ต่าง ๆ อ่านใตต้ น้ ไม้ อ่านในห้องนอน อา่ นข่าวยามเชา้ เป็นต้น
เขยี นโดย เขียนโดย
รศ.ดร.พัชรรศา.ดพรมุ่ .พพชัชารตาิ พุ่มพชาติ

เพิม่ เตมิ

จัดกจิ กรรมการอา่ นโดยใชห้ นงั สอื ในหลายลกั ษณะ เช่น หนงั สอื
เกี่ยวกบั สตั ว์ กีฬา การผจญภยั ซึ่งเป็นหนงั สือท่เี ด็กสนใจ

จดั กจิ กรรมการอา่ นโดยเร่ิมต้นจากชว่ งเวลาสนั้ ๆ
แล้วค่อยปรบั เวลาให้นานข้นึ ทง้ั นี้ตอ้ งดูความ
ตอ้ งการและความสนใจของเดก็ มาประกอบกนั

หลงั จากเสร็จกิจกรรมการอา่ น ควรมีกิจกรรมการ
เขยี นทเ่ี กดิ ขึน้ จากเรอ่ื งราวท่ีอา่ นควบคกู่ นั ไป

หลังจากเสร็จกิจกรรมการอา่ น ควรมกี ิจกรรม
ศิลปะท่ีเกี่ยวข้องกับเรอ่ื งทอ่ี ่าน เชน่ การตดั
การวาดภาพ การพมิ พ์ภาพ การฉีก เปน็ ต้น

เขียนโดย
รศ.ดร.พัชรา พุ่มพชาติ

การจดั กจิ กรรมทางภาษาผา่ นการเขียน ดังนี้

2.4.1 การเขยี นทีเ่ กิดจากสิ่งทเี่ กิด 2.4.2การเขยี นทเี่ กิดจากสิ่งที่
จากการใช้ประสาทสมั ผสั เดก็ ได้เข้าไปมีประสบการณต์ รง

2.4.3การเขยี นท่แี สดงออก 2.4.4 การเขียนท่เี กิดจาก
จากความรู้สึกและอารมณใ์ น กจิ กรรมทส่ี นับสนุนให้เด็กได้
สถานการณท์ ห่ี ลากหลาย แสดงออกถงึ ความคดิ
สรา้ งสรรค์

เขยี นโดย
รศ.ดร.พชั รา พมุ่ พชาติ

2.4.5 การเขยี นในสถานการณ์ทใี่ หอ้ ิสระแก่ 2.4.6 การเขียนอยา่ งสร้างสรรค์ เชน่ การ 2.4.7 การเขียนจากกิจกรรมท่หี ลากหลาย ๆ
เดก็ ในการถ่ายทอดงานเขียนอยา่ งต่อเน่ือง วาดภาพตามจินตนาการ การเขยี นทเ่ี กิดจาก เชน่ การเขียนจดหมายดว้ ยข้อความและ
ตลอดเวลา การใชค้ าถามกระตุ้นใหเ้ ดก็ คิดและส่อื สาร ภาพประกอบส้ันให้เพ่ือน พอ่ แม่ หรอื ครู
ออกมาเปน็ ภาพต่าง ๆ ท่ีเปน็ การสร้างสรรค์ การเขียนข้อความส้นั ๆ เพ่อื แสดงความรู้สกึ
ผลงานทเ่ี ปน็ ความรสู้ ึกในโลกของเด็กเอง แกผ่ อู้ น่ื ในโอกาสตา่ ง ๆ เชน่ วนั เกดิ วันเดก็
และการเขยี นท่ีเกดิ จากความคดิ และความ วันปีใหม่ เป็นต้น และการเขยี นรายการ
ต้องการของเดก็ อาหารประจาสปั ดาหท์ ี่เด็กตอ้ งการ
รับประทาน

เขียนโดย
รศ.ดร.พชั รา พุ่มพชาติ

แนวทางการจดั กิจกรรมทางภาษาดังกล่าวสามารถสรุปได้
ว่า การจัดกิจกรรมทางภาษาสาหรับเด็กปฐมวัยมีแนวทางการจัด
กิจกรรมที่ให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์ทางภาษากับตนเองและโลก
ภายนอก กิจกรรมทางภาษาท่ีเกี่ยวกับชีวิตประจาวัน กิจกรรมทาง
ภาษาท่ีท้าทาย สอดคล้องกับความต้องการและความสนใจของเด็ก
กิจกรรมเล่านี้นับเป็นการสนับสนุนให้เด็กได้แสดงออกทางภาษา
และทาใหเ้ ดก็ ได้รบั การพฒั นาสมรรถนะด้านภาษาอย่างเหมาะสม

เขียนโดย
รศ.ดร.พชั รา พ่มุ พชาติ

เอกสารอา้ งองิ

รกั ลกู . (2552). ค่มู ือพัฒนาการเด็ก. พมิ พ์ รววิ รรณ ร่งุ ไพรวัลย.์ (2556). การสง่ เสริมทักษะ
ครัง้ ที่ 16. กรุงเทพฯ : บรษิ ัท พิมพ์ดี จากัด. ภาษาสาหรบั เด็ก. ใน ตาราพัฒนาการและ
พฤตกิ รรมเด็ก เลม่ 3 การดูแลเด็กสุขภาพดี.
พรพไิ ล เลิศวิชา และอคั รภมู ิ จารุภากร. กรุงเทพฯ : บริษัท บยี อนด์ เอน็ เทอร์ไพรซ์ จากัด.
(2550). สมองวยั เริม่ เรียนรู้. กรุงเทพฯ :
หจก.พิมพ์พินิจการพมิ พ์. Kobus, N. and Hessie Slabber. (1999).
Smart Parents. Van derbijipark : Creda
Communication.

เขยี นโดย
รศ.ดร.พัชรา พมุ่ พชาติ


Click to View FlipBook Version