The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ekkersid Sagurnsid, 2022-11-20 06:22:06

คู่มือการปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

คู่มือการปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

Keywords: คู่มือการปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

การปลูกหญ้าแฝก
เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

ก อ ง วิ จั ย แ ล ะ พัฒ น า ก า ร จั ด ก า ร ที่ ดิ น
ก ร ม พัฒ น า ที่ ดิ น ก ร ะ ท ร ว ง เ ก ษ ต ร แ ล ะ ส ห ก ร ณ์

ข้อมูลทั่วไปของหญ้าแฝก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chrysopogon zizanioides (L.) Roberty

ชื่อสามัญ : Vetiver Grass

เป็นพืชตระกูลหญ้าที่พบอยู่ทั่วไปตามภาคต่าง ๆ ของประเทศ

ไทยทั้งในที่ลุ่มจนถึงที่ดอน เจริญเติบโตได้ในดินเกือบทุกชนิด ทนต่อ

สภาพความแห้งแล้ง เป็นพืชที่ขึ้นเป็นกอหนาแน่น มีระบบรากยาว

เจริญหยั่งลึกในแนวดิ่งมากกว่าขยายออกทางด้านข้าง แผ่ออกด้าน

ข้างประมาณ 50 เซนติเมตร จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อพืชที่ปลูกข้าง

เคียง มีรากจำนวนมากจึงทนแล้งได้ดี เมื่อปลูกติดต่อกันเป็นแนวยาว

จึงทำหน้าที่เป็นเสมือนกำแพงที่ดักตะกอนดินและน้ำ ช่วยรักษาหน้าดิน

ทำให้ดินมีความชุ่มชื้น

1 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

ลักษณะพิเศษของหญ้าแฝก

หญ้าแฝกมีลักษณะเด่นหลายประการ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการ
อนุรักษ์ดินและน้ำได้ง่าย ซึ่งลักษณะเด่นมีดังนี้
1. มีการแตกหน่อรวมเป็นกอเบียดกันแน่น ไม่แผ่ขยายด้านข้าง
2. มีอายุอยู่ได้หลายปี แตกหน่อและใบใหม่อยู่เสมอ และไม่ต้องดูแลมาก
3. ข้อที่ลำต้นถี่ ขยายพันธุ์โดยใช้หน่อได้ตลอดปี
4. ส่วนใหญ่ไม่ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ทำให้ควบคุมการแพร่กระจายได้
5. มีใบยาว ตัดและแตกใหม่ง่าย ใบแข็งและทนต่อการย่อยสลาย
6. ระบบรากยาว สานกันแน่นและมีลักษณะคล้ายฟองน้ำจึงช่วยให้สามารถ

อุ้มน้ำได้ดี
7. บริเวณรากเป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์หลายชนิด ได้แก่

เชื้อราไตรโคเดอร์มา จุลินทรีย์ตรึงไนโรเจนแบบอิสระ แบคทีเรียย่อย
สลายเซลลูโลสและแปรสภาพฟอสฟอรัส แอคติโนมัยซีสและราที่ย่อย
สลายเซลลูโลส
8. ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี ทนทานต่อโรคทั่วไป
9. หญ้าแฝกมีส่วนที่เจริญหรือแตกหน่อใหม่อยู่ใต้ผิวดิน ช่วยให้อยู่รอดได้ดี
ในสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี เช่น ภัยแล้ง ไฟไหม้ เป็นต้น

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 2

พันธุ์หญ้าแฝก

จากการสำรวจพบว่า มีหญ้าแฝกกระจายอยู่ทั่วโลกประมาณ 12
ชนิด ส่วนในประเทศไทยพบ 2 ชนิด ได้แก่ หญ้าแฝกลุ่ม มีชื่อ
วิทยาศาสตร์ว่า Chrysopogon zizanioides และ หญ้าแฝกดอน
Chrysopogon nemoralis และสามารถจำแนกตามแหล่งพันธุ์ได้
35 แหล่งพันธุ์ ได้แก่

หญ้าแฝกลุ่ม 17 พันธุ์ ได่แก่

1. กำแพงเพชร 2 ลักษณะประจำพันธุ์
# ใบอ่อนมีคุณค่าทางอาหารสัตว์สูง ใบสีเขียวเข้ม ท้องใบมีสีขาว ดอกสีม่วงแดง มีการแตกกอค่อน
ข้างหลวม หน่อกลมค่อนข้างเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 45
เซนติเมตร ความสูงกอ 201 เซนติเมตร ใบเป็นมัน ยาว
เมื่อแช่น้ำจะนิ่มจึงเหมาะสำหรับนำไปทำผลิตภัณฑ์จักสาน
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคกลางและภาคตะวันออกเจริญเติบโต
ดีในดินทราย และดินลูกรัง และสามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพ
แสงน้อย ภายใต้ร่มเงาของไม้ยืนต้นไม้ผล
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชิ้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม ทำผลิตภัณฑ์จักสาน และใบมีโปรตีนสูง
เหมาะสมสำหรับเป็นอาหารสัตว์

3 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

2. เชียงราย ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียวเข้ม ท้องใบสีขาว ดอกสีม่วงเข้ม เส้นผ่าศูนย์กลางกอ
# เจริญเติบโตดีในดินร่วน 20 เซนติเมตร ความสูงกอ 100 เซนติเมตร

ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคเหนือ เจริญเติบโตดีในสภาพพื้นที่
ลุ่ม ดินร่วน
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

3. สงขลา 1 ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียว ท้องใบสีขาว ดอกสีแดงน้ำตาล เเส้นผ่านศูนย์กลางกอ
# เจริญเติบโตดีในดินเหนียว 34 เซนติเมตร ความสูงกอ 187 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคใต้ เจริญเติบโตดีในดินเหนียว
ในสภาพพื้นที่ลุ่ม
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

4. สงขลา 2 ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียว ท้องใบสีขาว ดอกสีน้ำาตาลแดง เส้นผ่านศูนย์กลางกอ
# เจริญเติบโตดีในดินร่วนปนทราย 33 เซนติเมตร ความสูงกอ 185 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคใต้ เจริญเติบโตดีในดินร่วนปนทราย
ในสภาพพื้นที่ลุ่ม
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 4

5. สงขลา 3 ลักษณะประจำพันธุ์
ใบมีสีเขียว ท้องใบสีขาว ดอกสีม่วงแดง การแตกกอหลวมหน่อ
# เหมาะสำหรับปลูกขวางร่องน้ำ กลมอวบ ยืดปล้องเร็ว กอปรก เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 38
เซนติเมตร ความสูงกอ 161 เซนติเมตร ใบเป็นมัน ยาว
เมื่อแช่น้ำจะนิ่มจึงเหมาะสำหรับนำไปทำผลิตภัณฑ์จักสาน
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้
เจริญเติบโตดีในดินร่วนเหนียว ดินทราย ดินลูกรังลักษณะลำต้น
แข็ง ตั้งตรง เหมาะสำหรับปลูกขวางร่องน้ำ
และสามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพดินเค็ม
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม บำบัดน้ำเสีย ทำผลิตภัณฑ์จักสาน

6. สุราษฎร์ธานี ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียวอ่อน ท้องใบสีขาว ดอกสีม่วงแดง การแตกกอหลวม
# ปลูกได้ในดินเปรี้ยว หน่อกลมอวบ มีการยืดปล้องเร็ว ทรงพุ่มกางมาก
เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 45 เซนติเมตร ความสูงกอ 201
เซนติเมตร ใบเป็นมัน ยาว เมื่อแช่น้ำจะนิ่มจึงเหมาะสำหรับนำไป
ทำผลิตภัณฑ์จักสาน
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้
เจริญเติบโตดีในดินร่วนเหนียวและดินลูกรังลักษณะลำต้นแข็ง
ตั้งตรง เหมาะสำหรับปลูกขวางร่องน้ำ
และสามารถเจริญเติบโตได้ในพื้นที่ดินเปรี้ยว
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม และบำบัดน้ำเสีย ทำผลิตภัณฑ์จักสาน

5 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

7. ตรัง 1 ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียว ท้องใบสีขาว ดอกสีม่วงอ่อน เส้นผ่านศูนย์กลางกอ
# เจริญเติบโตดีในดินเหนียว 36 เซนติเมตร ความสูงกอ 187 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคใต้ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดิน
เหนียว สภาพพื้นที่ลุ่ม
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

8. ตรัง 2 ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียว ท้องใบสีขาว เส้นกลางใบสีเขียว ขอบใบสีเขียว
# เจริญเติบโตดีในดินเหนียวปนกรวด เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 36 เซนติเมตร ความสูงกอ 193
เซนติเมตร พบขึ้นเป็นกอเดี่ยวในพื้นที่ดอน ที่ลาดเท
และสวนยางพารา
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคใต้ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดิน
ร่วนเหนียวปนกรวด
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

9. ศรีลังกา ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียว ท้องใบสีขาว ใบเป็นมัน ดอกมีสีม่วง การแตกกอค่อน
# อนุรักษ์ดินและน้ำทางภาคเหนือ ข้างหลวม หน่อกลม ยืดปล้องเร็ว โคนกอเล็ก เส้นผ่าน
ศูนย์กลางกอ 39 เซนติเมตร ความสูงกอ 244 เซนติเมตร
ใบเป็นมัน ยาว เมื่อแช่น้ำจะนิ่มจึงเหมาะสำหรับนำไปทำ
ผลิตภัณฑ์จักสาน
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคเหนือและภาคกลางเจริญเติบโตดีใน
ดินลูกรัง ในสภาพอากาศหนาวเย็น และภายใต้ร่มเงาของไม้
ยืนต้น ไม้ผล
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม บำบัดน้ำเสีย และทำผลิตภัณฑ์จักสาน

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 6

10. เชียงใหม่ ลักษณะประจำพันธุ์
# เจริญเติบโตดีในดินร่วนก้อนกรวดปะปน ใบสีเขียว ท้องใบสีขาว ดอกสีม่วงเข้ม เส้นผ่านศูนย์กลางกอ
43 เซนติเมตร ความสูงกอ 220 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคเหนือ เจริญเติบโตดีในสภาพพื้นที่
ดินร่วนและดินที่มีหินกรวดปะปน
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

11. แม่ฮ่องสอน ลักษณะประจำพันธุ์
# เจริญเติบโตได้ในสภาพที่ลุ่มระหว่างหุบเขา ใบสีเขียว ท้องใบสีขาว เส้นกลางใบสีเขียว ดอกสีม่วงแดง
เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 41 เซนติเมตร ความสูงกอ 241
เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคเหนือ เจริญเติบโตดีในพื้นที่สูงสภาพ
ที่ลุ่มระหว่างหุบเขา ในสภาพแสงน้อย
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

12. แม่แฮ ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียว ท้องใบสีขาว ดอกสีน้ำาตาลแดง เส้นผ่านศูนย์กลางกอ
# เจริญเติบโตดีในดินร่วนปนทราย 41 เซนติเมตร ความสูงกอ 211 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคใต้ เจริญเติบโตดีในดินร่วนปนทราย
ในสภาพพื้นที่ลุ่ม
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

7 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

13. แม่ลาน้อย ลักษณะประจำพันธุ์
# เจริญเติบโตดีในดินร่วนก้อนกรวดปะปน ใบสีเขียว ท้องใบสีขาว ดอกสีม่วงเข้ม เส้นผ่านศูนย์กลางกอ
36 เซนติเมตร ความสูงกอ 192 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคเหนือ เจริญเติบโตดีในสภาพพื้นที่
ดินร่วนและดินที่มีหินกรวดปะปน
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

14. ใหม่ห้วยหวาย ลักษณะประจำพันธุ์
# เจริญเติบโตได้ในสภาพที่ลุ่มระหว่างหุบเขา ใบสีเขียว ท้องใบสีขาว เส้นกลางใบสีเขียว ดอกสีม่วงแดง
เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 39 เซนติเมตร ความสูงกอ 184
เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคเหนือ เจริญเติบโตดีในพื้นที่สูงสภาพ
ที่ลุ่มระหว่างหุบเขา ในสภาพแสงน้อย
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

15. เขาค้อ (อินเดียใต้) ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียวท้องใบสีขาว ดอกสีน้ำาตาลแดง เเส้นผ่านศูนย์กลางกอ
# เจริญเติบโตดีในดินร่วนปนทราย 40 เซนติเมตร ความสูงกอ 208 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคใต้ เจริญเติบโตดีในดินร่วนปนทราย
ในสภาพพื้นที่ลุ่ม
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 8

16. หว้ากอ ลักษณะประจำพันธุ์
# เจริญเติบโตได้ในสภาพที่ลุ่มระหว่างหุบเขา ใบสีเขียว ท้องใบสีขาว เส้นกลางใบสีเขียว ดอกสีม่วงแดง
เเส้นผ่านศูนย์กลางกอ 34 เซนติเมตร ความสูงกอ 166
เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคเหนือ เจริญเติบโตดีในพื้นที่สูงสภาพ
ที่ลุ่มระหว่างหุบเขา ในสภาพแสงน้อย
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

17. พระราชทาน ลักษณะประจำพันธุ์
# เจริญเติบโตดีในดินร่วนปนทราย ใบสีเขียว ท้องใบสีขาว ดอกสีน้ำาตาลแดง เส้นผ่านศูนย์กลางกอ
43 เซนติเมตร ความสูงกอ 214 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคใต้ เจริญเติบโตดีในดินร่วนปนทราย
ในสภาพพื้นที่ลุ่ม
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

9 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

หญ้าแฝกดอน 18 พันธุ์ ได่แก่


1. อุดรธานี 1 ลักษณะประจำพันธุ์
# เจริญเติบโตดีในดินร่วนปนทราย,ดินลูกรัง ใบสีเขียวเข้ม ดอกสีม่วงแก่ เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 32 เซนติเมตร
ความสูงกอ 166 เซนติเมตร พบขึ้นเป็นกอเดี่ยว เป็นหย่อมๆ
ในป่าเต็งรัง
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เจริญเติบโตดีใน
สภาพดินร่วนปนทราย ดินลูกรัง ในสภาพพื้นที่แห้งแล้ง พื้นที่ดอน
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน ฟื้นฟู
ดินเสื่อมโทรม

2. อุดรธานี 2 ลักษณะประจำพันธุ์
# เจริญเติบโตดีในดินร่วนปนทราย ใบสีเขียวเข้ม กาบใบบริเวณโคนต้นสีม่วงแดง ดอกสีแดงอมม่วง เส้นผ่าน
ศูนย์กลางกอ 33 เซนติเมตร ความสูงกอ 187 เซนติเมตร ขึ้นเป็นกอ
เดี่ยวเป็นหย่อมๆ ในป่าเต็งรังความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เจริญเติบโตดีในดิน
ทรายร่วน ในสภาพพื้นที่แห้งแล้ง
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน ฟื้นฟูดิน
เสื่อมโทรม

3. นครพนม 1 ลักษณะประจำพันธุ์
เจริญเติบโตดีในสภาพพื้นที่ดินเป็นทรายปนกรวดการระบายน้้าดี พบขึ้น
# เจริญเติบโตดีในดินทรายปนกรวด เป็นกอเดี่ยวในป่าเต็งรัง เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 31 เซนติเมตร ความสูงกอ
142 เซนติเมตร ใบสีเขียว ดอกสีม่วงอ่อน
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เจริญเติบโตดีในสภาพพื้นที่ดินเป็นทรายปนกรวดการระบายน้ำดี พบขึ้น
เป็นกอเดี่ยวในป่าเต็งรัง ความหนาแน่น
5 กอต่อตารางเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 50 เซนติเมตรสูง 140
เซนติเมตร ใบสีเขียว ดอกสีม่วงอ่อน
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน ฟื้นฟู ดิน
เสื่อมโทรม

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 10

4. นครพนม 2 ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียว ดอกสีม่วงอ่อน เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 33 เซนติเมตร
# เจริญเติบโตดีในดินเหนียว ความสูงกอ 188 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเจริญเติบโตดีใน
ดินเหนียว
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

5. ร้อยเอ็ด ลักษณะประจำพันธุ์
ใบมีสีเขียวอ่อน ดอกสีน้ำตาลแดง ลักษณะกอตั้งมีการแตกกอ
# เจริญเติบโตได้ดีในดินทราย แน่น หน่อมีขนาดเล็กตั้งตรง เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 30
เซนติเมตร ความสูงกอ 148 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเจริญเติบโตได้ดี
ในดินทราย ในสภาพพื้นที่ดินดอนเหมาะสำหรับปลูกร่วมกับพืชไร่
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

11 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

6. ชัยภูมิ ลักษณะประจำพันธุ์
เจริญเติบโตดีในสภาพพื้นที่เป็นดินร่วนทราย มีการระบายน้ำดี
# เจริญเติบโตดีในดินร่วนปนทราย ทนต่อสภาพพื้นที่แห้งแล้ง ขึ้นเป็นกอเดี่ยว กระจายตัวในพื้นที่
เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 41 เซนติเมตร ความสูงกอ 168
เซนติเมตร ใบสีเขียวอ่อน ดอกสีน้ำตาลแดงปนม่วงอ่อน
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคกลางและภาคตะวันออก เจริญเติบโต
ดีในดินร่วนปนทราย ในสภาพแห้งแล้ง พื้นที่ดอน เหมาะสำหรับ
ปลูกร่วมกับพืชไร่
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

7. เลย

# เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนเหนียว,ดินลูกรัง

ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียว กาบใบสีชมพู หน่อมีขนาดใหญ่ ดอกสีม่วง มีการ
แตกกอแน่นตั้งตรง เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 41 เซนติเมตร
ความสูงกอ 186 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ เจริญ
เติบโตได้ดีในสภาพดินร่วนเหนียวการใช้ประโยชน์
การใช้ประโยชน์
ความชื้นในดิน ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 12

8. สระบุรี 1 ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียว ดอกสีม่วงเทา พบขึ้นเป็นกลุ่มบนคันนา เส้นผ่าน
# พบขึ้นเป็นกลุ่มบนคันนา ศูนย์กลางกอ 51 เซนติเมตร ความสูงกอ 189 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคกลางและภาคตะวันออก เจริญเติบโตดี
ในดินเหนียว และสามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพพื้นที่น้ำขัง เหมาะ
สำหรับปลูกตามขอบ สระขอบคันนา และทางลำเลียงในที่นา
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดินตามขอบสระขอบคันนา ทาง
ลำเลียงในที่นา

9. สระบุรี 2 ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียว ดอกสีม่วงเทา พบขึ้นเป็นกลุ่มบนคันนา เส้นผ่าน
# พบขึ้นเป็นกลุ่มบนคันนา ศูนย์กลางกอ 50 เซนติเมตร ความสูงกอ 173 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคกลางและภาคตะวันออก เจริญเติบโตดี
ในดินเหนียว และสามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพพื้นที่น้ำขัง เหมาะ
สำหรับปลูกตามขอบ สระขอบคันนา และทางลำเลียงในที่นา
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดินตามขอบสระขอบคันนา ทาง
ลำเลียงในที่นา

13 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

10. ห้วยขาแข้ง ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียวเข้ม เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 40 เซนติเมตร ความสูงกอ
# เจริญเติบโตได้ดีในดินเหนียว 195 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดินเหมาะสมสำหรับปลูกใน
ภาคกลางและภาคเหนือเจริญเติบโตดีในดินเหนียวและสามารถ
เจริญเติบโตได้ในสภาพแสงน้อยภายใต้ร่มเงาของไม้ยืนต้นไม้ผล
ทนต่อร่มเงา
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดินเก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

11. กาญจนบุรี ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียว ดอกมีสีม่วงเข้มอมแดง เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 49
# เจริญเติบโตได้ดีในดินทราย เซนติเมตร ความสูงกอ 225 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดินเหมาะสมสำหรับปลูกใน
ภาคกลางและภาคตะวันออก เจริญเติบโตดีในดินทรายจัด ใน
สภาพแห้งแล้ง พื้นที่ดอน เหมาะในการปลูกร่วมกับพืชไร่
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 14

12. นครสวรรค์ ลักษณะประจำพันธุ์
# กำจัดการปนเปื้อนของสารพิษโลหะหนัก ใบมีสีเขียวนวล กาบใบสีฟ้านวล มีสันกลางใบชัดเจนดอกสีม่วง
แดง การแตกกอแน่น กางออกเป็นทรงพุ่มเตี้ย เส้นผ่าน
ศูนย์กลางกอ 29 เซนติเมตร ความสูงกอ 132 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคเหนือ เจริญเติบโตดีในดินทรายและดิน
ร่วนเหนียว ในสภาพพื้นที่ดินดอนเหมาะสำหรับปลูกร่วมกับพืชไร่
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

13. ประจวบคีรีขันธ์ ลักษณะประจำพันธุ์
ใบหนาสีเขียวเข้ม ปล้องโคนใบสีขาว ดอกสีม่วงเจริญเติบโตได้ดี
# ปลูกได้ในดินเค็ม,ดินเปรี้ยว ในสภาพพื้นที่เป็นดินร่วนเหนียวและลูกรัง เส้นผ่านศูนย์กลางกอ
43 เซนติเมตร ความสูงกอ 233 เซนติเมตร แตกกอแน่น
หน่อใหญ่ตั้งตรง ใบหนาสีเขียวเข้ม ปล้องโคนใบสีขาว ดอกสีม่วง
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคกลางและภาคตะวันออก เจริญเติบโต
ได้ดีในดินร่วนเหนียว ดินลูกรัง และในสภาพแสงน้อย ภายใต้ร่ม
เงาของไม้ยืนต้น ไม้ผล นอกจากนี้สามารถเจริญเติบโตได้ใน
สภาพพื้นที่ดินเปรี้ยว และดินเค็ม
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

15 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

14. ราชบุรี # สลายชั้นดาน ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียวอ่อน กาบใบออกสีน้ำตาล ดอกสีม่วง การแตกกอแน่น
ตั้งตรง เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 42 เซนติเมตร ความสูงกอ 178
เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้
เจริญเติบโตได้ดีในดินทราย ดินร่วนเหนียว และในสภาพแสงน้อย
ภายใต้ร่มเงาของไม้ยืนต้น ไม้ผล นอกจากนี้ สามารถเจริญเติบโต
ได้ในสภาพพื้นที่ดินเค็ม และดินดาน
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน ฟื้นฟู
ดินเสื่อมโทรม ใบมีโปรตีนสูงเหมาะสำหรับหมักเป็นอาหารสัตว์

15. จันทบุรี ลักษณะประจำพันธุ์
ใบสีเขียว ดอกสีม่วง เเส้นผ่านศูนย์กลางกอ 37 เซนติเมตร
# เจริญเติบโตดีในดินเหนียว ความสูงกอ 225 เซนติเมตร พบขึ้นเป็นกลุ่มกระจัดกระจาย
ตามคันนาและทุ่งหญ้า
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคตะวันออก เจริญเติบโตดีในดินเหนียว
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดินเก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 16

16. พิษณุโลก ลักษณะประจำพันธุ์
# เจริญเติบโตดีในดินร่วน ใบสีเขียวอ่อนถึงเข้ม ดอกสีขาว เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 36
เซนติเมตร ความสูงกอ 186 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคเหนือ ภาคกลาง เจริญเติบโตดีในดิน
ร่วนปนทรายการใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน ฟื้นฟู
ดินเสื่อมโทรม

17. กำแพงเพชร 1 ลักษณะประจำพันธุ์
ใบมีสีเขียวเข้ม มีสันกลางใบชัดเจน ดอกสีม่วงการแตกกอแน่น
# แฝกทนร่ม ตั้งตรง แตกกอ 34 ต้นต่อกอ เส้นผ่านศูนย์กลางกอ 48
เซนติเมตร ความสูงกอ 187 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก
เจริญเติบโตดีในดินทรายและดินร่วนเหนียว ในสภาพแสงน้อย
ภายใต้ร่มเงา เหมาะสำหรับปลูกร่วมกับไม้ยืนต้น ไม้ผล
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน
ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม

18. ปางกว้าง ลักษณะประจำพันธุ์
# เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนกรวด ใบสีเขียว ท้องใบสีขาว ดอกสีม่วงเข้ม เเส้นผ่านศูนย์กลางกอ 29
เซนติเมตร ความสูงกอ 158 เซนติเมตร
ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดดิน
เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคเหนือ เจริญเติบโตดีในสภาพพื้นที่ดิน
ร่วนและดินที่มีหินกรวดปะปน
การใช้ประโยชน์
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เก็บรักษาความชื้นในดิน ฟื้นฟู
ดินเสื่อมโทรม

17 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

การเลือกใช้ชนิดหญ้าแฝก

สำหรับการเลือกชนิดหญ้าแฝกสามารถจำแนก ตามความเหมาะสมกับ
สภาพพื้นที่ เนื้อดิน และชนิดพืชหลักที่ต้องการปลูกร่วมกับหญ้าแฝก ดังนี้

ภาค พั นธุ์ที่เหมาะสม เนื้อดินที่เหมาะสม
เหนือ
ศรีลังกา ดินลูกรัง
ตะวันออกเฉียง กำแพงเพชร 2 ดินทราย
เหนือ ดินทราย, ดินร่วน-เหนียว
นครสวรรค์
กลางและตะวัน กำแพงเพชร 1 ดินลูกรัง, ดินร่วน-เหนียว
ออก ดินทราย, ดินร่วน-เหนียว, ดินลูกรัง
ใต้ สุราษฎร์ธานี,
ประจวบคีรีขันธ์ ดินทราย
ดินร่วน-เหนียว
สงขลา 3 ดินทราย, ดินร่วน-เหนียว
ร้อยเอ็ด
ดินทราย
เลย ดินร่วน-เหนียว
ราชบุรี ดินร่วน-เหนียว, ดินลูกรัง
ดินทราย, ดินร่วน-เหนียว, ดินลูกรัง
ราชบุรี
ประจวบคีรีขันธ์ ดินทราย, ดินร่วน-เหนียว, ดินลูกรัง
ดินร่วน-เหนียว, ดินลูกรัง
สุราษฎร์ธานี
สงขลา 3

สงขลา 3
สุราษฎร์ธานี

สำหรับการเลือกชนิดหญ้าแฝกลุ่มหรือหญ้าแฝกดอนมาใช้ประโยชน์ ควร
พิจารณาตามความเหมาะสม ดังนี้ ในพื้นที่ไม้ผล พืชสวน หรือพืชที่ต้องมีการ
ดูแลเอาใจใส่สูง และในพื้นที่ลุ่มใกล้แหล่งน้ำ ควรใช้หญ้าแฝกลุ่ม เพราะหญ้า
แฝกลุ่มมีใบนุ่มเนียนไม่คม สะดวกในการปฏิบัติงาน ส่วนในพื้นที่ปลูกพืชไร่
และที่ดอน ควรใช้หญ้าแฝกดอน เพราะทนแล้งได้ดี

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 18

การย้ายกล้าหญ้าแฝกจากขวดเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
ลงปลูกในแปลงเพาะชำ

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชเพื่อการขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่าย ควรมี
โรงเรือนพร้อมอุปกรณ์พ่นหมอก สำหรับอนุบาลพืชต้นเล็กๆ ที่นำ
ออกจากขวดใหม่ๆ ให้อยู่รอด ก่อนที่จะนำออกปลูกในแปลงต่อไป
ขั้นตอนการขยายพันธุ์หญ้าแฝกในแปลงเพาะชำ มีดังนี้

1. การเตรียมวัสดุปลูก
วัสดุปลูกที่ใช้ มีประกอบของทราย 1 ส่วน, ขี้เถ้าแกลบ 1

ส่วน, ขุยมะพร้าว 1 ส่วน ดิน 1 ส่วน อย่างละเท่าๆกัน และให้มี
ความชื้นเพียงพอ โดยทดสอบได้ด้วยการกำวัสดุปลูกแล้วเป็นก้อน

2. ย้ายปลูกกล้าหญ้าแฝก
การย้ายปลูกกล้าหญ้าแฝก โดยต้องทำการปรับอุณหภูมิ

โดยการคลายฝาหลวมๆ ในสภาพอากาศอุณหภูมิปกติ
3. เมื่อปรับอุณหภูมิแล้ว ให้นำกล้าหญ้าแฝกออกจากขวดเพาะ

เลี้ยงเนื้อเยื่อ ล้างวุ้นออกให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า แล้วนำกล้าหญ้าแฝก
ตัดรากออกให้สั้นประมาณ 1 เซนติเมตร รวมถึงตัดใบออกเพื่อลดการ
คายน้ำให้เหลือประมาณ 2–3 เซนติเมตร

4. จากนั้นนำไปปลูกลงถุงเพาะชำสีดำที่มีวัสดุปลูก แล้วนำออก
วางในพื้นที่กลางแจ้งที่มีแสงแดดรำไร

19 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

5. การดูแลกล้าหญ้าแฝกในแปลงเพาะชำ รดน้าต้นกล้าหญ้าแฝกในถุง
เพาะชำวันเว้นวันและเมื่อผ่านไปประมาณ 15 วันจึงเริ่มใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น
สูตร 15-15-15 ทุกๆ 15 วัน จนเมื่ออายุหญ้าแฝกประมาณ 3 เดือน
จึงเริ่มแจกจ่ายข้อควรระวัง คือ ต้นพืชที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนี้มีขนาด
เล็ก ฉะนั้นการนำพืชออกปลูกตามขั้นตอนที่กล่าวนี้ ควรทำอย่างระมัดระวัง
และเบามือ เพื่อให้ต้นพืชบอบช้ำน้อยที่สุด จะทำให้พืชที่นำออกมาปลูกนี้มี
เปอร์เซ็นต์รอดสูง

การขยายพันธุ์หญ้าแฝก

การขยายแม่พันธุ์ คือการนำแม่พันธุ์หญ้าแฝกที่มีลักษณะดีมาทำการ
ขยายเพิ่มปริมาณทั้งการปลูกลงดิน หรือปลูกลงถุงพลาสติกขนาดใหญ่ ส่วน
การขยายพันธุ์กล้าหญ้าแฝก คือการนำหน่อที่ได้จากการขยายแม่พันธุ์มา
เพาะชำเพื่อนำไปปลูกในพื้นที่ ได้แก่ กล้าในถุงพลาสติกขนาดเล็ก และกล้า
หญ้าแฝกแบบรากเปลือย

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 20

1. การขยายแม่พันธุ์หญ้าแฝก
การขยายแม่พันธุ์ในแปลงขนาดใหญ่ การขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้

เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการชลประทานและระบายน้ำดี สามารถปลูกเป็น
แปลงแบบยกร่องหรือไม่ยกร่องก็ได้ หากปลูกในแปลงยกร่อง ใช้ขนาด
แปลงกว้าง 1 เมตร ระยะห่างระหว่างแปลง 1 เมตร ปลูกแถวคู่ ระยะ
ห่างระหว่างต้นและแถว 50 เซนติเมตร พื้นที่ 1 ไร่ ได้ประมาณ
6400 หลุม ขุดหลุมปลูก รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมัก นำต้นแม่พันธุ์ที่ได้
จากขวดเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่ผ่านการอนุบาลแล้วอายุประมาณ 3 เดือน
ปลูกในหลุม จำนวน 3 ด้นต่อหลุม หลังปลูกต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ
เมื่ออายุได้ 1 เดือน ใส่ปุ๋ยยูเรียเพื่อเร่งการเจริญเติบโต หลุมละ1 ช้อน
ชา เมื่ออายุ 4-6 เดือน ตัดใบเพื่อเพิ่มการแตกหน่อ และให้ปุ๋ยสูตร
15-15-15 หลุมละ 1 ช้อนชา จากนั้นตัดใบทุกๆ 3 เดือน

2. การขยายกล้าหญ้าแฝกสำหรับใช้ปลูก
2.1 การเตรียมกล้าหญ้าแฝกในถุงพลาสติกขนาดเล็ก ตัดใบ

เหลือความยาว 10 เซนติเมตร และตัดรากให้สั้น แยกหน่อจากกอ นำมา
ล้างน้ำ มัดรวมกัน วางลงบนขุยมะพร้าวที่ชื้น หรือแช่ในระดับน้ำสูง 5
เซนติเมตร วางในที่ร่มเงา 4 วัน แล้วคัดเลือกหน่อที่ออกรากมา
21 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

ปักชำในถุงพลาสติกขนาด2x6 นิ้ว
วัสดุเพาะชำที่ใช้ควรมีการระบายน้ำดี
มีธาตุอาหารสมบูรณ์ ดูแลรดน้ำ เมื่อ
อายุ 45-60 วัน นำไปปลูกในพื้นที่
ขณะที่ดินมีความชื้น

2.2 การเตรียมกล้าหญ้าแฝกแบบรากเปลือย โดยการแยกหน่อจาก
กอ ตัดใบเหลือความยาว 20 เซนติเมตร ตัดรากให้สั้น วางบนขุยมะพร้าว
ที่ชื้นหรือแช่ในน้ำเป็นเวลา 5-7 วัน เมื่อหญ้าแฝกมีรากงอกมาใหม่ยาว
1-2 เซนติเมตร จึงนำไปปลูกในช่วงต้นฤดูฝน และหลังปลูกดินควรมี
ความชื้นติดต่อกันอย่างน้อย 15 วันไป

ในกรณีที่เป็นพื้นที่สูงชัน การใช้กล้าแบบถุงมีอุปสรรคด้านการขนส่ง
กล้าเข้าไปในพื้นที่ทำได้ไม่สะดวก และการใช้กล้ารากเปือยมีอัตราการรอด
ต่ำเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการหลวงมี
การเตรียม กล้าหญ้าแฝกแบบกึ่งรากเปลือย ซึ่งมีน้ำหนักเบาขนส่งสะดวก
กล้าหญ้าแฝกแข็งแรง เมื่อนำไปปลูกในพื้นที่ทำให้หญ้าแฝกมีอัตราการ
รอดตายสูงถึง 80-90เปอร์เซ็นต์ การเตรียมกล้าแบบกึ่งรากเปลือยมี
วิธีการดังนี้

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 22

ขุดแยกหน่อจากกอ ตัดใบเหลือความยาว 10 เซนติเมตร และตัดรากให้สั้น
นำมาปักชำในถาดเพาะชำ ซึ่งมีวัสดุที่ใช้
เพาะกล้าปุ๋ยหมัก : ดิน : แกลบ :
ขุยมะพร้าว : มูลวัว อัตรา 7 : 3 :
2 : 2 : 1 ดูแลรดน้ำ เมื่ออายุ
30 - 45 วัน นำไปปลูกในพื้นที่
ขณะดินมีความชื้น

ขั้นตอนการปลูกหญ้าแฝก

1. ไถเตรียมพื้นที่และกำจัดวัชพืช
2. เตรียมแนวปลูก โดยวางแนวร่องปลูกขวางความลาดชันตามแนว
ระดับขนานไปตามสภาพพื้นที่
3. ระยะห่างของแถวหญ้าแฝก ขึ้นกับความลาดเทของพื้นที่และชนิด
ของพืชที่ปลูก สามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ โดยทั่วไปจะใช้
ระยะห่างตามแนวดิ่ง 1.5-2.0 เมตร
4. ใส่ปุ๋ยหมักรองก้นหลุมในแนวร่องปลูก เพื่อเพิ่มความอุดม
สมบูรณ์แก่ดิน
5. ปลูกหญ้าแฝกในร่องปลูก หากใช้กล้าเพาะชำถุงขนาดเล็กใช้ระยะ
ปลูกระหว่างต้น 10 เซนติเมตร หากเป็นกล้ารากเปลือยใช้ระยะปลูก 5
เซนติเมตร
6. กลบดินในร่องปลูกให้ต่ำกว่าระดับผิวดินปกติ เพื่อให้น้ำขังและซึม
ลงดินได้ ช่วยให้ดินชุ่มชื้นขึ้น
7. ควรปลูกหญ้าแฝกในช่วงต้นฤดูฝนขณะที่ดินมีความชื้น และหาก
กล้าตายควรปลูกซ่อมแซมเพื่อให้ได้แนวรั้วหญ้าแฝกที่เป็นแนวยาวต่อเนื่อง
23 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

ข้อควรปฏิบัติในการปลูกและการดูแล

1. การคัดเลือกกล้าที่มีคุณภาพ กล้าหญ้าแฝกที่มีคุณภาพโดยทั่วไป
เป็นกล้าที่มีอายุ 45 ถึง 60 วัน การนำกล้าที่แข็งแรงมาปลูกจะได้แนวรั้วหญ้า
แฝกที่มีการเจริญเติบโตดีและมีความสม่ำเสมอ

2. การเลือกช่วงเวลาปลูก การปลูกหญ้าแฝกในช่วงต้นฤดูฝนจะเหมาะสม
ที่สุด สภาพของดินที่ปลูกควรมีความชุ่มชื้นสูงติดต่อกันมากกว่า 15 วันขึ้นไป

3. การตัดใบ หญ้าแฝกที่มีการเจริญเติบโตเต็มที่ จะมีความสูงมากกว่า
1.20 เมตร ควรตัดใบทุกๆ 3-4 เดือน โดยช่วงต้นฤดูฝนควรตัดใบหญ้า
แฝกให้สั้นสูงจากพื้นผิว 5 เซนติเมตร เพื่อให้เกิดการแตกหน่อใหม่ และกำจัด
หน่อแก่ที่แห้งตาย ในช่วงกลางฤดูฝนควรตัดใบสูงไม่ต่ำกว่า 45 เซนติเมตร
เพื่อให้มีแนวกอที่หนาแน่นในการรับแรงปะทะของน้ำไหลบ่า และในช่วงปลายฤดู
ฝน ตัดใบให้สั้น 5 เซนติเมตร อีกครั้งเพื่อให้หญ้าแฝกแตกใบเขียวในฤดูแล้ง

4. การดูแลรักษาตามความเหมาะสม ในต้นฤดูฝนให้ใส่ปุ๋ยหมักและกำจัด
วัชพืชข้างแนวหญ้าแฝก ช่วยให้หญ้าแฝกเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่และเป็นการ
ป้องกันการไถแนวหญ้าแฝกทิ้งเนื่องจากสังเกตไม่เห็น

5. การปลูกซ่อมและแยกหน่อ การปลูกซ่อมแซมในช่วงฤดูฝนจะทำให้ได้
แนวรั้วหญ้าแฝกที่แข็งแรง และควรตัดแยกหน่อแก่ที่ออกดอก หรือแห้งออกไป
เพื่อให้หน่อใหม่แทรกขึ้นมาได้อย่างเต็มที่

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 24

การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่เกษตรกรรม

การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่เกษตรกรรมมีจุดประสงค์สำคัญเพื่อการ
อนุรักษ์ดินและน้ำ การฟื้นฟูทรัพยากรดิน ซึ่งประกอบด้วย

1. การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ลาดชัน
ควรปลูกหญ้าแฝกเป็นแถวตามแนวระดับขวางความลาดเทในต้นฤดู

ฝน โดยการทำแนวร่องปลูกตามแนวระดับ กล้ารากเปลือยใช้ระยะห่างระหว่าง
ต้น 5 เซนติเมตร สำหรับกล้าถุงใช้ระยะ 10 เซนติเมตร ระยะห่างแถวตาม
แนวดิ่ง ไม่เกิน 2 เมตร หญ้าแฝกจะเจริญเติบโตแตกกอชิดกัน ภายในระยะ
เวลา 4-6 เดือน

2. การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ดอน
การปลูกหญ้าแฝกตามแนวระดับในพื้นที่ดอนที่ปลูกพืชไร่ โดยการขุด

ร่อง ปลูกตามแนวระดับ สำหรับกล้ารากเปลือย ใช้ระยะห่างระหว่างต้น 5
เซนติเมตร และกล้าถุงใช้ระยะ 10 เซนติเมตร ควรใช้ปุ๋ยหมักรองพื้นก่อน
ปลูก หรือปลูกหญ้าแฝกเป็นแนวระหว่างแถวปลูกพืชไร่ และควรปลูกในช่วง
ฤดูฝน
25 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

3. การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ราบหรือพื้นที่ลุ่ม
ในสภาพพื้นที่ราบหรือพื้นที่ลุ่มมีการปรับสภาพเป็นแปลงยกร่องเพื่อ

ปลูกพืชนั้น สามารถปลูกหญ้าแฝกเป็นแถวรอบขอบเขตพื้นที่หรือปลูกที่ขอบ
แปลงยกร่อง หญ้าแฝกจะช่วยยึดดินไม่ให้พังทลาย และรักษาความชื้นในดิน

การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่เกษตรกรรม

สำหรับการปลูกในพื้นที่ที่มีสภาพเป็นร่องน้ำ พื้นที่ปลูกไม้ผลและสระ
เก็บน้ำ มีจุดประสงค์เพื่อการกระจายน้ำ การรักษาความชื้นและการกรอง
ตะกอนดิน ซึ่งประกอบด้วย

1. การปลูกเพื่อควบคุมร่องน้ำ
การปลูกหญ้าแฝกในบริเวณร่องน้ำหรือทางระบายน้ำในไร่นาปลูก

พาดผ่านร่องน้ำเป็นรูปวีคว่ำ ให้ส่วนแหลมของตัววีคว่ำอยู่กลางร่องน้ำ หัน
ทวนน้ำส่วนแขนทั้งสองข้างตัววีจะพาดผ่านขึ้นไปบนฝั่งร่องน้ำ 2 ด้าน เพื่อ
ลดความแรงของน้ำและกระจายน้ำให้ไปในพื้น
ที่ทั้ง 2 ฝั่งโดยทั่วไปหญ้าแฝกในถุงพลาสติก
ขนาดเล็ก 2x6 นิ้ว .ใช้ระยะปลูก 10
เซนติเมตร อาจปลูกแถวเดียวหรือปลูก
2 แถวสลับฟันปลา สำหรับระยะห่าง
ระหว่างแนวตัววีประมาณ 2 เมตร

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 26

2. การปลูกเพื่อรักษาความชื้น
ในสวนผลไม้ควรปลูกหญ้าแฝกระยะที่ไม้ผลยังไม่โต หรือปลูกก่อน

ที่จะลงไม้ผล โดยปลูกหญ้าแฝกขนานไปกับแถวของไม้ผลที่ระยะกึ่งกลาง
หรือปลูกเป็นรูปครึ่งวงกลมให้ห่างจากโคนต้นไม้ผล 2.5 เมตร เมื่อไม้ผล
เจริญเติบโตคลุมพื้นที่ หญ้าแฝกจะตายและกลายเป็นอินทรียวัตถุในดินต่อไป

3. การปลูกรอบขอบสระเพื่อกรองตะกอนดิน
ควรปลูกตามแนวที่ระดับน้ำท่วมถึงสูงสุด 1 แนว และปลูกเพิ่มอีก

1-2 แนวเหนือแนวแรก ซึ่งขึ้นอยู่กับความลึกของขอบสระ ใช้ระยะห่างระหว่าง
ต้น 5 เซนติเมตร สำหรับกล้ารากเปลือย และระยะห่างระหว่างต้น 10
เซนติเมตร สำหรับกล้าถุง ในระยะแรกควรดูแลปลูกซ่อมแซมให้แถวหญ้าแฝก
เจริญเติบโตหนาแน่น เมื่อน้ำไหลบ่าลงสระ ตะกอนดินที่ถูกพัดพามากับน้ำจะ
ติดค้างอยู่หน้าแถวหญ้าแฝก ส่วนน้ำจะค่อยๆ ไหลผ่านลงสู่สระ และระบบราก
ของหญ้าแฝกยังช่วยยึดดินรอบๆ ขอบสระไม่ให้เกิดการพังทลาย
27 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

4. การปลูกเพื่อบำบัดน้ำเสียแบบพื้นที่ชุ่มน้ำ
เป็นการนำน้ำเสียมาบำบัดในพื้นที่ปลูกหญ้าแฝกโดยการปล่อยน้ำแช่

ขังใช้บำบัดได้ทั้งน้ำเสียจากฟาร์มปศุสัตว์และน้ำเสียจากชุมชน วิธีการคือ ทำ
คันดินสูงประมาณ 1 เมตร รอบพื้นที่แปลงที่มีขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 50
เมตร ปลูกหญ้าแฝกเต็มพื้นที่ ระยะปลูก 50x50 เซนติเมตร เมื่อหญ้าแฝก
อายุ 3-4 เดือน ปล่อยน้ำเสียเข้าแปลง ให้ระดับน้ำสูงประมาณ 30
เซนติเมตร (ปริมาณน้ำเสีย 75 ลุกบาศก์เมตร) แช่ขังไว้ 5 วัน และระบายน้ำ
ที่ผ่านการบำบัดลงแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือนำกลับไปใช้ในพื้นที่การเกษตรต่อ
ไปได้ หลังจากนั้นปล่อยให้ดินในแปลงหญ้าแฝกแห้ง 2 วัน จึงปล่อยน้ำเสียที่
ต้องการบำบัดลงไปใหม่ ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ควรตัดใบหญ้าแฝกทุก 1-2
เดือน เพื่อให้แตกกอและใบใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียมาก
ขึ้น
ที่มา : โครงการศึกษาวิจัยสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
จังหวัดเพชรบุรี

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 28

รูปแบบการปลูกหญ้าแฝก

การกำหนดรูปแบบการปลูกที่สามารถนำไปปฏิบัติในพื้นที่ได้ และเป็นไป
ตามหลักวิชาการ ประกอบด้วย

1. การปลูกในระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
การปลูกหญ้าแฝกเป็นแถวเดี่ยวขวางความลาดชันของพื้นที่ ถ้าใช้

กล้าแบบรากเปลือย ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 5 เซนติเมตร ถ้าเป็นกล้าถุง
พลาสติกใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 10 เซนติเมตร โดยปลูกเป็นแถวตามแนว
ระดับ ระยะห่างระหว่างแถวตามแนวดิ่งไม่เกิน 2 เมตร ความยาวของแถวขึ้น
กับสภาพพื้นที่ และพื้นที่ว่างระหว่างแถวหญ้าแฝกสามารถปลูกพืชหลักได้

2. สระน้ำปลูก 2 แถว
- แถวที่ 1 ปลูกห่างจากขอบบ่อ 50 เซนติเมตร รอบบ่อ
- แถวที่ 2 ปลูกที่ระดับทางน้ำเข้า รอบบ่อ

3. อ่างเก็บน้ำปลูก 3 แถว
- แถวที่ 1 ปลูกที่ระดับทางน้ำล้น
- แถวที่ 2 ปลูกที่ระดับสูงกว่าแถวที่ 1 ตามแนวดิ่ง 20 เซนติเมตร
- แถวที่ 3 ปลูกที่ระดับต่ำกว่าแถวที่ 1 ตามแนวดิ่ง 20 เซนติเมตร

29 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

4. ปลูกริมคลองส่งน้ำ หรือ ร่องสวน ปลูกขนานไปตามคลองส่งน้ำหรือ
ร่องสวน 1 แถว ห่างขอบคลองหรือแปลง 30 เซนติเมตร

5. ปลูกบนไหล่ถนน 1 แถว สำหรับถนนหรือทางลำเลียง
6. ปลูกครึ่งวงกลมล้อมต้นไม้

- ต้นไม้ขนาดเล็ก ปลูกห่างจากโคนต้น 1 เมตร
- ต้นไม้ขนาดกลาง ปลูกห่างจากโคนต้น 2 เมตร
- ต้นไม้ขนาดใหญ่ ปลูกห่างจากโคนต้น 3 เมตร

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 30

การติดต่อขอรับกล้าหญ้าแฝก

หน่วยงานราชการ เกษตรกรหรือบุคคลทั่วไป สามารถติดต่อขอรับกล้าหญ้าแฝก
ได้ที่สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1-12 สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด ศูนย์ศึกษาการ
พัฒนาเขาหินช้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่อง
มาจากพระราชดำริ ศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการหลวง ศูนย์ปฏิบัติการโครงการ
จัดการพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์หนองพลับ-กลัดหลวง และโครงการศึกษาวิธี
การฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในวัน เวลาราชการ

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 จังหวัดปทุมธานี
305 (รังสิต-นครนายก) กิโลเมตรที่ 17 ตำบลลำผักกูด อำเภอธัญบุรี
จังหวัดปทุมธานี 12110 โทรศัพท์ 0 2577 3371 , 0 2577
5426
1. สถานีพัฒนาที่ดินปทุมธานี
56 หมู่ 2 ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลลำผักกูด โทรศัพท์ 0 2577 3375
อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12110 โทรสาร 0 2577 5430
2. สถานีพัฒนาที่ดินนครนายก

12 หมู่ 3 ตำบลองครักษ์ อำเภอองครักษ์ โทรศัพท์ 0 3739 1298
จังหวัดนครนายก 26120 โทรสาร 0 3739 1612
3. สถานีพัฒนาที่ดินสระบุรี

36 หมู่ 8 ตำบลพุกร่าง อำเภอพระพุทธบาท โทรศัพท์ 0 3673 3126
จังหวัดสระบุรี 18120 โทรสาร 0 3673 3127
4. สถานีพัฒนาที่ดินลพบุรี

422/1 หมู่ 6 ตำบลนิคมสร้างตนเอง โทรศัพท์ 0 3668 9850
อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี 15000 โทรสาร 0 3668 9851
5. สถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท

83 หมู่ 1 ตำบลหนองมะโมง โทรศัพท์ 0 5646 6978
อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท 17120 โทรสาร 0 5646 6979
6. สถานีพัฒนาที่ดินนครปฐม

98 หมู่ 3 ตำบลทุ่งขวาง อำเภอกำแพงแสน โทรศัพท์ 0 3435 5186
จังหวัดนครปฐม 73140 โทรสาร 0 3435 5189

31 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

7. สถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี

74 หมู่ 4 ตำบลทับตีเหล็ก อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 3545 4081
จังหวัดสุพรรณบุรี 72000 โทรสาร 0 3552 5356
8. สถานีพัฒนาที่ดินอ่างทอง
หมู่ที่ 6 ตำบลเทวราช อำเภอไชโย

จังหวัดอ่างทอง 14140 โทรศัพท์ 0 3594 9871
9. สถานีพัฒนาที่ดินนนทบุรี โทรสาร 0 3594 9872
83/18 ซอยบางใหญ่ซิตี้ 5/3 ตำบลเสาธงหิน
อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี 11140

10. สถานีพัฒนาที่ดินพระนครศรีอยุธยา โทรศัพท์ 0 2595 0626
92/2 หมู่ 2 ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา โทรสาร 0 2565 0641
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000
11. สถานีพัฒนาที่ดินสมุทรปราการ

90/1 หมู่ 14 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี โทรศัพท์ 0 3593 0659
จังหวัดสมุทรปราการ 10540 โทรสาร 0 3593 0660
12. สถานีพัฒนาที่ดินสิงห์บุรี
151/3 หมู่ 7 ตำบลบางมัญ

อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี 16000 โทรศัพท์ 0 2174 4002 - 3
13. สถานีพัฒนาที่ดินกรุงเทพมหานคร โทรสาร 0 2174 4004
69 หมู่ 7 ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล
แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. 10150

โทรศัพท์ 0 3652 4580
โทรสาร 0 3652 4579



โทรศัพท์ 0 2453 2216
โทรสาร 0 2453 2217

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 2 จังหวัดชลบุรี
184/3 หมู่ 8 ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
โทรศัพท์ 0 3830 1409, 0 3835 2411
1. สถานีพัฒนาที่ดินชลบุรี
10/1 หมู่ 4 ตำบลเหมือง อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 3838 9107
โทรสาร 0 3838 9106
จังหวัดชลบุรี 20130

2. สถานีพัฒนาที่ดินสระแก้ว
8 ถนนสุวรรณศร อำเภอเมืองสระแก้ว โทรศัพท์ 0 3724 1197
โทรสาร 0 3724 1669
จังหวัดสระแก้ว 27000

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 32

3. สถานีพัฒนาที่ดินฉะเชิงเทรา
79 หมู่ 19 กม.48 อำเภอบางปะกง โทรศัพท์ 0 3853 1200
จังหวัดฉะเชิงเทรา 24130 โทรสาร 0 3853 2029
4. สถานีพัฒนาที่ดินระยอง

143 หมู่ 1 ตำบลนิคมพัฒนา โทรศัพท์ 0 3863 6364
อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง 21180 โทรสาร 0 3863 6365
5. สถานีพัฒนาที่ดินจันทบุรี

43 หมู่ 8 ตำบลนายายอาม โทรศัพท์ 0 3935 8628
อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี 22160 โทรสาร 0 3943 3713
6. สถานีพัฒนาที่ดินตราด

65 หมู่ 8 ตำบลทุ่งนนทรี โทรศัพท์ 0 3953 7218
อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด 23130 โทรสาร 0 3959 9314
7. สถานีพัฒนาที่ดินปราจีนบุรี

135/1 หมู่ 5 ตำบลเนินหอม โทรศัพท์ 0 3721 0781
อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี 25230 โทรสาร 0 3721 0781
8. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

7 หมู่ 2 ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม โทรศัพท์ 0 3855 4982 - 3
จังหวัดฉะเชิงเทรา 24120 โทรสาร 0 3855 4982 - 3

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 จังหวัดนครราชสีมา
64 หมู่ 7 ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30310
โทรศัพท์ 0 4437 1354 ต่อ 12-20 โทรสาร 0 4437 1432
1. สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา
160 หมู่ 7 ตำบลจอหอ อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 4437 1774
จังหวัดนครราชสีมา 30310 โทรสาร 0 4437 1659
2. สถานีพัฒนาที่ดินบุรีรัมย์

ถนนสายบุรีรีมย์-พุทไธสง ตำบลคูเมือง โทรศัพท์ 0 4466 6376
อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรีมย์ 31190 โทรสาร 0 4466 6377

33 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

3. สถานีพัฒนาที่ดินชัยภูมิ โทรศัพท์ 0 4412 4114
ถนนชัยภูมิ-หนองบัวแดง ตำบลนาฝาย โทรสาร 0 4412 4114
อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ 36000
4. สถานีพัฒนาที่ดินสุรินทร์

ถนนสุรินทร์ - บุรีรัมย์ ตำบลคอโค โทรศัพท์ 0 4451 5692
อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 32000 โทรสาร 0 4451 8935

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 4 จังหวัดอุบลราชธานี
190 ถนนแจ้งสนิท ตำบลแจระแม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
โทรศัพท์ 0 4531 7909, 0 4531 2972 โทรสาร 0 4531 1669
1. สถานีพัฒนาที่ดินอุบลราชธานี
ตำบลท่าช้าง อำเภอสว่างวงศ์
จังหวัดอุบลราชธานี 34190 โทรศัพท์ 0 4520 2095 - 6
โทรสาร 0 4520 2095 - 6
2. สถานีพัฒนาที่ดินนครพนม

249 หมู่ 6 ตำบลหนองญาติ
อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม 48000 โทรศัพท์ 0 4250 3586 - 7
โทรสาร 0 4250 3588
3. สถานีพัฒนาที่ดินร้อยเอ็ด

9 หมู่ 21 ถนนปัทมานนท์ ตำบลสระคู
อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด 45130 โทรศัพท์ 0 4353 2532
โทรสาร 0 4353 2533
4. สถานีพัฒนาที่ดินยโสธร

กม.12 ถนนอรุณประเสริฐ ตำบลหนองคู
อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร 35000 โทรศัพท์ 0 4577 3128 - 9
โทรสาร 0 4577 3127
5. สถานีพัฒนาที่ดินศรีสะเกษ

423 หมู่ 3 ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง
จังหวัดศรีสะเกษ 33000 โทรศัพท์ 0 4581 4642
โทรสาร 0 4581 4641
6. สถานีพัฒนาที่ดินมุกดาหาร

270 หมู่ 15 ตำบลคำป่าหลาย
อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร 49000 โทรศัพท์ 0 4264 3772
โทรสาร 0 4264 3773
7. สถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ

8 หมู่ 4 ตำบลบุ่ง อำเภอเมือง
จังหวัดอำนาจเจริญ 37000 โทรศัพท์ 0 4545 2887
โทรสาร 0 4545 2887

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 34

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 5 จังหวัดขอนแก่น
ตรงข้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง
จังหวัดขอนแก่น 40000
โทรศัพท์ 0 4324 6667-8โทรสาร 0 4324 3913
1. สถานีพัฒนาที่ดินขอนแก่น
ถนนมิตรภาม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โทรศัพท์ 0 4324 6759
โทรสาร 0 4334 3264
2. สถานีพัฒนาที่ดินอุดรธานี

320 หมู่ 7 ตำบลโนนสูง อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 4229 5063
จังหวัดอุตรธานี 41330 โทรสาร 0 4220 7684
3. สถานีพัฒนาที่ดินมหาสารคาม

กม.72-73 ถนนแจ้งสนิท ตำบลแก่งเลิงจาน โทรศัพท์ 0 4397 1338
อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม 44000 โทรสาร 0 4397 1336
4. สถานีพัฒนาที่ดินหนองคาย

ตำบลหาดคำ อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 4201 2535
จังหวัดหนองคาย 43000 โทรสาร 0 4201 2794
5. สถานีนัฒนาที่ดินกาฬสินธุ์

อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ 46120 โทรศัพท์ 0 4360 1054
โทรสาร 0 4201 2794
6. สถานีพัฒนาที่ดินสกลนคร

บ้านดงขุมข้าว ตำบลพังขว้าง อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 4274 7121
จังหวัดสกลนคร 47000 โทรสาร 0 4274 7121
7. สถานีพัฒนาที่ดินหนองบัวลำภู

153 หมู่ 6 ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 4231 1727
จังหวัดหนองบัวลำภู 39000 โทรสาร 0 4231 1674
8. สถานีพัฒนาที่ดินบึงกาฬ

221 หมู่ 1 ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 4249 0828
จังหวัดบึงกาฬ 38000 โทรสาร 0 4249 0829

35 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 จังหวัดเชียงใหม่
164 หมู่ 3 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180
โทรศัพท์ 0 5312 1167 , 5312 1176 โทรสาร 0 5312 1000
1. สถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่
230 หมู่ 3 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม โทรศัพท์ 0 5312 1171
จังหวัดเชียงใหม่ 50180 โทรสาร 0 5312 1169
2. สถานีพัฒนาที่ดินแม่ฮ่องสอน

104 หมู่ 3 ตำบลปางหมู อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 5361 1853
จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000 โทรสาร 0 5361 3014
3. สถานีพัฒนาที่ดินลำพูน

79 หมู่ 2 ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 5309 6046 - 7
จังหวัดลำพูน 51000 โทรสาร 0 5300 6258
4.สถานีพัฒนาที่ดินลำปาง

ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร โทรศัพท์ 0 5426 9569
จังหวัดลำปาง 52190 โทรสาร 0 5426 9570
5. ศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการหลวง

164 หมู่ 3 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม โทรศัพท์ 0 5389 0103
จังหวัดเชียงใหม่ 50180 โทรสาร 0 5312 1173

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 7 จังหวัดน่าน
เลขที่ 95 หมู่ 11 ถนนพญาวัด - เขาน้อย ตำบลคู่ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน 55000
โทรศัพท์ 0 5477 1588 โทรสาร 0 5477 1644
1. สถานีพัฒนาที่ดินน่าน
52 หมู่10 ตำบลอ่ายนาไลย อำเภอเวียงสา โทรศัพท์ 0 5469 2065
จังหวัดน่าน 55110 โทรสาร 0 5469 2066
2. สถานีพัฒนาที่ดินเชียงราย

ถนนพหลโยธิน ตำบลนางแล อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 5377 6577
จังหวัดเชียงราย 57100 โทรสาร 0 5370 6165
3.สถานีพัฒนาที่ดินแพร่

ตำบลทุ่งศรี อำเภอร้องกวาง โทรศัพท์ 0 5459 7294
จังหวัดแพร่ 54140 โทรสาร 0 5459 7509

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 36

4. สถานีพัฒนาที่ดินพะเยา

286 หมู่ 12 ตำบลท่าวังทอง โทรศัพท์ 0 5441 1091
อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา 56000 โทรสาร 0 5441 0567

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 8 จังหวัดพิษณุโลก
281/55 ถนนพิษณุโลก-วัดโบสถ์ ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
โทรศัพท์ 0 5532 1259 โทรสาร 0 5532 1255
1. สถานีพัฒนาที่ดินพิษณุโลก

156 หมู่ 2 ตำบลชัยนาม อำเภอวังทอง โทรศัพท์ 0 5500 9824
จังหวัดนิษณุโลก 65130 โทรสาร 0 5500 9831
2. สถานีพัฒนาที่ดินอุตรดิตถ์

ถนนพิษณุโลก-เด่นชัย ตำบลน้ำริด โทรศัพท์ 0 5542 8295
อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ 53000 โทรสาร 0 5542 8296
3. สถานีพัฒนาที่ดินเพชรบูรณ์

45 หมู่ 11 ตำบลสะเดียง อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 5673 6092 - 4
จังหวัดเพชรบูรณ์ 67000 โทรสาร 0 5673 6093 - 4
4. สถานีพัฒนาที่ดินเลย

135 หมู่ 1 ตำบลศรีสองรัก อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 2107 0790
จังหวัดเลย 42100 โทรสาร 0 2107 0790
5. สถานีพัฒนาที่ดินพิจิตร

19 หมู่ 2 ตำบลโรงช้าง อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 5699 0034
จังหวัดพิจิตร 66000 โทรสาร 0 5699 0049

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 9 จังหวัดนครสวรรค์
201/1 ถนนริมแม่น้ำ ตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ 60000
โทรศัพท์ 0 5688 1242 โทรสาร 0 5688 1241
1. สถานีพัฒนาที่ดินนครสวรรค์

โทรศัพท์ 0 5624 7213
88 หมู่ 7 ตำบลยางตาล อำเภอโกรกพระ โทรสาร 0 5624 7212
จังหวัดนครสวรรค์ 60170
2. สถานีพัฒนาที่ดินตาก

โทรศัพท์ 0 5551 2299
212 หมู่ 2 ตำบลหนองบัวใต้ อำเภอเมือง โทรสาร 0 5551 2888
จังหวัดตาก 63000

37 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

3. สถานีพัฒนาที่ดินกำแพงเพชร

143 หมู่ 3 ตำบลคลองแม่ลาย อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 5570 5735
จังหวัดกำแพงเพชร 62000 โทรสาร 0 5570 5734
4. สถานีพัฒนาที่ดินอุทัยธานี
74 หมู่ 1 ตำบลหนองพังค่า อำเภอเมือง

จังหวัดอุทัยธานี 61000 โทรศัพท์ 0 5698 2624
5. สถานีพัฒนาที่ดินสุโขทัย โทรสาร 0 5698 2624
38/2 หมู่ 7 ตำบลวังใหญ่ อำเภอศรีสำโรง
จังหวัดสุโขทัย 64120

โทรศัพท์ 0 5561 4047
โทรสาร 0 5561 4047

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 10 จังหวัดราชบุรี

196 ถนนราชบุรี-จอมบึง ตำบลหินกอง อำภอเมือง จังหวัดราชบุรี 70000
โทรศัพท์ 0 3237 3515-7 โทรสาร 0 3237 3515

1. สถานีพัฒนาที่ดินราชบุรี


196 หมู่ 11 ตำบลหินกอง อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 3237 3717

จังหวัดราชบุรี 70000 โทรสาร 0 3237 3718

2. สถานีพัฒนาที่ดินกาญจนบุรี
100/31 หมู่ 12 ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง


จังหวัดกาญจนบุรี 71000 โทรศัพท์ 0 3456 4291

3. สถานีพัฒนาที่ดินเพชรบุรี โทรสาร 0 3456 4277

81 หมู่ 9 ตำบลบางเก่า อำเภอชะอำ
จังหวัดเพชรบุรี 76120


4. สถานีพัฒนาที่ดินสมุทรสาคร โทรศัพท์ 0 3244 8377 - 8
81 หมู่ 1 ตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง โทรสาร 0 3244 8376

จังหวัดสมุทรสาคร 74000
5. สถานีพัฒนาที่ดินประจวบคีริขันธ์


10 หมู่ 13 ตำบลบ่อนอก อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0 3483 9265
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77210 โทรสาร 0 3483 9913
6. สถานีพัฒนาที่ดินสมุทรสงคราม
99/9 หมู่ 5 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง

จึงหวัดสมุทรสงคราม 75000 โทรศัพท์ 0 3260 2580
โทรสาร 0 3260 2580



โทรศัพท์ 0 3471 3882
โทรสาร 0 3471 3883

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 38

7. ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ โทรศัพท์ 0 3222 6744

หมู่ 12 ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม
จังหวัดราชบุรี โทรสาร 0 3222 6744
8. ศูนย์ปฏิบัติการโครงการจัดการพัฒนาที่ดินฯ (หนองพลับกลัดหลวง)

10 หมู่ 13 ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน โทรศัพท์ 0 3252 8015
จังหวัดประจวบคีรีชันธ์ 77110 โทรสาร 0 3252 8015

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 11 จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เลขที่ 3 ถนนธราธิบดี 7 ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน
จังหวัดสุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ O 7731 1110 โทรสาร 0 7731 2732
1. สถานีพัฒนาที่ดินสุราษฎร์ธานี
12 หมู่ 8 ตำบลท่าอุแท อำเภอกาญจนดิษฐ์

โทรศัพท์ 0 7728 8640
จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84160 โทรสาร 0 7727 4119
2. สถานีพัฒนาที่ดินระนอง
90 หมู่ 3 ตำบลราชกรูด อำเภอเมือง

โทรศัพท์ 0 7784 0190
จังหวัดระนอง 85000 โทรสาร 0 7784 0189
3. สถานีพัฒนาที่ดินพังงา
86 หมู่ 7 ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง

โทรศัพท์ 0 7646 1532
จังหวัดพังงา 82120 โทรสาร 0 7646 1532
4. สถานีพัฒนาที่ดินนครศรีธรรมราช
176 หมู่ 3 ตำบลนาสาร อำเภอพระพรหม

โทรศัพท์ 0 7537 8609
จังหวัตนครศรีธรรมราช 8000 โทรสาร 0 7537 8609
5. สถานีพัฒนาที่ดินชุมพร
318 หมู่ 6 ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน

โทรศัพท์ 0 7765 3087
จังหวัดชุมพร 86110 โทรสาร 0 7765 3086
6. สถานีพัฒนาที่ดินกระบี่
107 หมู่ 13 ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมืองกระบี่

โทรศัพท์ 0 7561 8150
จังหวัดกระบี่ 81000 โทรสาร 0 7561 8153
7. สถานีนัฒนาที่ดินภูเก็ต
237 หมู่ 8 บ้านลิพอนหัวหาร ตำบลศรีสุนทร

โทรศัพท์ 0 7661 7245
อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110 โทรสาร 0 7635 2136

39 การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 จังหวัดสงขลา

402 หมู่ 2 ตำบลพะวง อำภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90100
โทรศัพท์ 0 7433 0233 โทรสาร 0 7433 0237

1. สถานีพัฒนาที่ดินสงขลา

80 หมู่ 8 ตำบลจะโหนง อำภอจะนะ
จังหวัดสงขลา 90130 โทรศัพท์ 0 7447 7462 - 3
โทรสาร 0 7447 7460
2. สถานีพัฒนาที่ดินสตูล

40/2 ตำบลควนกาหลง อำเภอควนกาหลง
จังหวัดสตูล 91130 โทรศัพท์ 0 7475 2076
โทรสาร 0 7475 2077
3. สถานีพัฒนาที่ดินปัตตานี

หมู่ 7 ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก
จังหวัดปัตตานี 94170 โทรศัพท์ 0 7334 0272
โทรสาร 0 7334 0343
4. สถานีพัฒนาที่ดินยะลา

101 หมู่ 1 ตำบลธารโต อำเภอธารโต
จังหวัดยะลา 95150 โทรศัพท์ 0 7329 7025
โทรสาร 0 7329 7160
5. สถานีพัฒนาที่ดินพัทลุง

หมู่ 9 ตำบลโตนดด้วน อำเภอควนขนุน
จังหวัดพัทลุง 93110 โทรศัพท์ 0 7468 1205
โทรสาร 0 7468 1205
6. สถานีพัฒนาที่ดินนราธิวาส

หมู่ 7 ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ
จังหวัดนราธิวาส 96110 โทรศัพท์ 0 7353 0775
โทรสาร 0 7353 0776
7. สถานีพัฒนาที่ดินตรัง

98/1 หมู่ 1 บ้านทุ่งไทรงาม ตำบลบ้านควน
อำเภอเมือง จังหวัดตรัง 92000 โทรศัพท์ 0 7550 1059
โทรสาร 0 7550 1059
8. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

95 หมู่ 6 เทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง
จังหวัดนราธิวาส 96000 โทรศัพท์ 0 7363 1033
0 7363 1038
โทรสาร 0 7363 1034

การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 40

สอบถามข้อมูล
เพิ่มเติมได้ที่

ก ลุ่ ม วิ จั ย แ ล ะ พัฒ น า ก า ร ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ ห ญ้ า แ ฝ ก ใ น ก า ร จั ด ก า ร ดิ น
ก อ ง วิ จั ย แ ล ะ พัฒ น า ก า ร จั ด ก า ร ที่ ดิ น ก ร ม พัฒ น า ที่ ดิ น
โทร. 0 2562 5113-4

ส ถ า นี พัฒ น า ที่ ดิ น ทุ ก จั ง ห วั ด ห รื อ
สำ นั ก ง า น พัฒ น า ที่ ดิ น เ ข ต 1 - 1 2


Click to View FlipBook Version