วิธีการใช้ถังดับเพลิง P A S S สลักนิรภัย 1 ดึงสลักออกจากคันบีบโดยการบิด สลักนิรภัย ดึง 2 ปลดสายฉีด ปลดปลายสายออกจากหูรัดสาย โดยใช้มือข้างที่ถนัดจับปลายสาย 4 ส่ายปลายสายไปยัง ฐานของไฟ ส่ายสายฉีดไปมา ซ้าย-ขวาเข้าใกล้ 2-4 เมตร ด้านเหนือลม พร้อมฉีดไปยังฐาน ของไฟจนเปลวไฟดับสนิท 3 กดที่คันบีบของถัง ดับเพลิง กดเพื่อทำ การฉีดสารเคมีออกมา พร้อมจับปลายสายให้แน่น ชนิดผงเคมีแห้ง (Dry Chemical) ชนิดเคมีสูตรน้ำ (Water Chemical) ชนิดคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbondioxide) ชนิดสารเหลวระเหย (BF-2000) การเลือกใช้ถังดับเพลิง ประเภท เพลิง ชนิดของ ถังดับเพลิง 47
1 2 3 4 5 ประเมินขนาดไฟว่าสามารถดับได้หรือ ไม่ ถ้าดับได้ให้หยิบถังดับเพลิงไปดับ พร้อมตะโกนบอกเพื่อนร่วมงานว่าไฟ ไหม้ ให้ตัวแทนแจ้งหัวหน้างาน ถ้าประเมินแล้วดับไม่ได้ให้กด สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ พนักงานฟังเสียงกริ่ง ครั้งที่ 1 เตรียมอพยพ ครั้งที่ 2 อพยพไปที่จุดรวมพล หัวหน้างานแจ้งผู้จัดการและขอความ ช่วยเหลือกับทีมดับเพลิงภายในบริษัท ผู้จัดการสั่งปิดรางระบายน้ำ รปภ. ปิดทางเข้า ออก หากดับได้ให้ทีมฟื้นฟูประเมินสถานการณ์ หากดับไม่ได้ให้ขอความช่วยเหลือจากทีม ดับเพลิงภายนอก วิธีปฏิบัติเมื่อพบเห็นเพลิงไหม้ ขั้นตอนที่ปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ 48
1 2 อพยพออกจากที่เกิดเหตุทาง บันไดไปตามเส้นทางหนีไฟที่ไป ยังทางออกที่ใกล้ที่สุด อย่านำ สิ่งของขนาดใหญ่ ติดตัวไปด้วยขณะอพยพหนี ไฟ 3 4 อพยพออกจากที่เกิดเหตุ อย่างเป็นระเบียบ อย่าวิ่ง หรือผลักกัน เมื่ออพยพออกจากที่เกิดเหตุ ให้ไปยังบริเวณจุดรวมพล จุดรวมพล การอพยพหนีไฟ 49
สำ รวจสถานการณ์ แจ้งจ้ขอความช่วช่ยเหลือลื ขั้น ขั้ ตอนการช่วช่ยเหลือลืเมื่อ มื่ พบผู้ปผู้ระสบเหตุฉุตุกฉุเฉินฉิ สำ รวจการบาดเจ็บจ็เบื้อ บื้ งต้นต้ ตรวจดูคดูวามรู้สึรู้กสึตัวตั ตรวจดูทดูางเดินดิหายใจ ตรวจชีพชีจร ตรวจดูกดูารบาดเจ็บจ็ แจ้งจ้หัวหัหน้าน้งานและ จป. วิชวิาชีพชี ไปห้อห้งพยาบาลเพื่อ พื่ ทำ การรักรัษา ห้าห้มไปพบแพทย์โย์ดยไม่แม่จ้งจ้หัวหัหน้าน้งาน ห้าห้มแจ้งจ้ความเท็จท็ ในการเกิดกิอุบัอุติบัเติหตุ หรือรื ปกปิดปิข้อข้เท็จท็จริงริ การปฐมพยาบาล กฎที่ต้ ที่ อต้งปฏิบัฏิติบัติ วิธีวิกธีารกดห้าห้มเลือลืด การห้าห้มเลือลืด คือคืการนำ ผ้าผ้สะอาดมาปิดปิและกดทับทั บริเริวณบาดแผลไว้จว้นกว่าว่เลือลืดจะหยุดยุไหล หรือรืถ้าถ้เป็นป็ไปได้ใด้ห้ ยกอวัยวัวะหรือรืตำ แหน่งน่บาดแผลให้สูห้งสูกว่าว่ระดับดัของหัวหัใจของ ผู้บผู้าดเจ็บจ็เพื่อ พื่ ให้เห้ลือลืดไหลออกมาช้าช้ลง และเมื่อ มื่ เลือลืดหยุดยุไหล แล้วล้อย่าย่เพิ่ง พิ่ นำ ผ้าผ้ที่ใที่ ช้ห้ช้าห้มเลือลืดนั้น นั้ ออกจากบาดแผลซึ่ง ซึ่ จะ ทำ ให้เห้ลือลืดไม่สม่ามารถแข็งข็ตัวตัได้แด้ละเลือลืดจะไหลออกมาอีกอีครั้ง รั้ จากนั้น นั้ ไปห้อห้งพยาบาลทันทัทีเทีพื่อ พื่ ทำ การรักรัษา หมายถึง หมายถึง การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วย ณ สถานที่เกิดเหตุ โดย ใช้อุปกรณ์เท่าที่หาได้ ขณะนั้นก่อนที่ผู้บาดเจ็บจะได้รับการดูแลรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์ หรือส่งต่อไปยังโรงพยาบาล ให้กห้ารปฐมพยาบาลตามอาการบาดเจ็บจ็ 50
หากสัมสัผัสผัผิวผิหนังนัหากสัมผัสผิวหนัง ให้ล้างบริเวณที่ถูกสารเคมีด้วย น้ำ สะอาดให้มากที่สุดเพื่อเจือจางสารพิษ กรณีสารเคมีถูกเสื้อผ้าให้ถอด เสื้อผ้าออก หากเข้าข้ตา ให้ล้างตาด้วยน้ำ สะอาดทันที โดยเปิดเปลือกตาขึ้นให้น้ำ ไหล ผ่านตาอย่างน้อย 15 นาที แล้วรีบนำ ส่งโรงพยาบาล หากสูดสูดม ให้ย้ายผู้ป่วยไปที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์หรือมีอากาศถ่ายเท และทำ การ ประเมินระดับความรู้สึกตัวการหายใจหากผู้ป่วยหมดสติร่วมกับไม่หายใจ หายใจ เฮือก หรือไม่แน่ใจว่าหายใจหรือไม่ ให้โทร 1669 และทำ การช่วยฟื้นคืนชีพ การช่วช่ยเหลือลืให้พ้ห้นพ้จากกระแสไฟฟ้าฟ้ดังดันี้ ต้อต้งตัดตักระแสไฟฟ้าฟ้ก่อก่น โดยปลดสวิตวิช์ คัทคัเอาท์ หรือรืเต้าต้เสียสีบออก หากตัดตักระแสไฟฟ้าฟ้ไม่ไม่ด้ ให้หห้าไม้แม้ห้งห้ๆ หรือรืวัสวัดุที่ดุเ ที่ป็นป็ฉนวนไฟฟ้าฟ้มาใช้ใช้นการปัดปัสิ่ง สิ่ ที่มี ที่ กมีระแสไฟฟ้าฟ้ออกไปให้ พ้นพ้ทั้ง ทั้ ตัวตัเราและผู้ที่ผู้ไที่ ด้รัด้บรัอันอัตรายก่อก่น ให้ให้ช้ผ้ช้าผ้หรือรืเชือชืกเเห้งห้ๆ คล้อล้งแขนขาหรือรืลำ ตัวตัของผู้ที่ผู้ถู ที่ กถูไฟฟ้าฟ้ดูดดูแล้วล้ดึงดึหรือรืลากออกไปให้พ้ห้นพ้สิ่ง สิ่ ที่มี ที่ กมีระแส ไฟฟ้าฟ้แต่หต่ากผู้ที่ผู้ถู ที่ กถูไฟดูดดูจนหมดสติ ให้ทำห้ทำการปฐมพยาบาลให้ฟื้ห้น ฟื้ ต่อต่ ไป การช่วช่ยเหลือลืด้วด้ยวิธีวิปธีฐมพยาบาล ดังดันี้ หากหัวหัใจของผู้ที่ผู้ไที่ ด้รัด้บรัอันอัตรายนั้น นั้ หยุดยุเต้นต้ควรทำ การตรวจโดยเอาหูแหูนบฟังฟัที่ห ที่ น้าน้อกหรือรืจับจัชีพชีจรก่อก่น และ ให้ให้ช้วิช้ธีวิธีนวดหัวหัใจภายนอก โดยเอามือมืกดตรงที่ตั้ ที่ ง ตั้ หัวหัใจให้ยุห้บยุลงไป 3 – 4 เซนติเติมตร เป็นป็จังจัหวะๆ เท่าท่จังจัหวะ การเต้นต้ของหัวหัใจ ผู้ใผู้หญ่ปญ่ระมาณ 100 - 120 ครั้ง รั้ ต่อต่นาที โดยการปฐมพยาบาลนี้ ต้อต้งรีบรีทำ ทันทัที หากช้าช้ เกินกิกว่าว่ 4 – 6 นาที โอกาสที่ผู้ ที่ ป่ผู้ วป่ยจะฟื้น ฟื้ นั้น นั้ อาจมีน้มีอน้ย ขณะพาส่งส่แพทย์ก็ย์คก็วรทำ การปฐมพยาบาลไปด้วด้ย ตลอดเวลา วิธีวิกธีารปฐมพยาบาลเมื่อ มื่ สัมสัผัสผักับกัสารเคมี การปฐมพยาบาลผู้ที่ผู้ไที่ ด้รัด้บรัอันอัตรายจากไฟฟ้าฟ้ 51
การปรับรั ปรุงงานของตนเอง ด้วยตนเอง ด้วยหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ ส1 ส2 ส3 ส4 ส5 กิจกิกรรม 5 ส. กิจกิกรรม 5 ส. สะสาง (Seiri หรือ Sort) การจัดระเบียบให้ชัดเจนระหว่าง “สิ่งที่จำ เป็น” และ “สิ่งที่ไม่จำ เป็น” หรือแยกสิ่งต่างๆให้เป็นหมวดหมู่ ชัดเจน สะดวก (Seiton หรือรื Setin Order) การจัดวางของใช้อย่างเป็น ระเบียบสามารถหยิบใช้ได้ทันที สะอาด (Seiso หรือรื Shine) การทำ ความสะอาด ปัดกวาด เช็ดถู สถานที่ สิ่งของ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร ให้ สะอาดอยู่เสมอ สร้าร้งนิสันิยสั (Shitsuke หรือรื Sustain) การรักษาและปฏิบัติ 4 ส. หรือสิ่งที่กำ หนดไว้แล้วอย่าง ถูกต้องจนติดเป็นนิสัย สุขสุลักลัษณะ (Seiketsu หรือรื Standardize) การรักษาและปฏิบัติ 3ส. ได้แก่ สะสาง สะดวก สะอาด ให้ดี ตลอดไป 52
หน้าที่ความรับผิดชอบ เกี่ยวกับความปลอดภัยในองค์กร 1 2 3 4 5 6 บริการให้คำ แนะนำ แก่สายงานในบริษัท ที่เกี่ยว กับความปลอดภัยในการทำ งาน ประสานงานให้กิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับความ ปลอดภัยในการทำ งาน จัดเก็บข้อมูลและสถิตที่เกี่ยวกับความ ปลอดภัยในการทำ งาน ประสานงานการรายงาน และสอบสวน อุบัติเหตุ ศึกษากฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยในการ ทำ งานเพื่อปฏิบัติให้เป็นตามกฎหมายนั้น แสดงข่าวสารหรือแจ้งผลการปฏิบัติงานด้าน ความปลอดภัยให้พนักงานทราบ ฝ่ายบริหาร รับผิดชอบในความปลอดภัยของพนักงาน ทุกคน จัดสรรงบประมาณ ที่จำ เป็นในการดำ เนิน การด้านความปลอดภัยในการทำ งาน รับทราบ พิจารณา สั่งการให้เป็นไปตาม นโยบายด้านความปลอดภัยในการทำ งาน ส่งเสริมและมีส่วนร่วมในโครงการ หรือ กิจกรรมตามที่คณะกรรมการความ ปลอดภัยนำ เสนอ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยใน การทำ งาน คณะกรรมการความ ปลอดภัย (คปอ.) พิจารณาจัดให้มีการปฏิบัติงานเป็นไปตามกฎหมาย เปิดโอกาสให้พนักงานได้มีการเสนอความคิดเห็นเกี่ยว กับปัญหาของการป้องกันอุบัติเหตุ ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายบริหารกับพนักงาน ส่งเสริมให้ฝ่ายบริหารและผู้บังคับบัญชาทุกระดั มี ความนใจและเข้าใจในความปลอดภัย พิจารณาการปรับปรุงหรือแก้ไขสภาพ และการกระทำ ที่ไม่ปลอดภัย จัดให้มีการกำ หนดนโยบาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ข้อ ปกิบัติที่เกี่ยวกับความปลอดภัย มีส่วนร่วมในโครงการหรือกิจกรรม ตาที่อนุกรรมการ ความปลอดภัยเสนอ ส่งเสริมให้ฝ่ายบริหารระดับต่างๆได้มีการตรวจสอบ ความปลอดภัย พิจารณาเสนอให้มีการจัดสรรงบประมาณที่จำ เป็น ส่งเสริมให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับมีความรับผิดชอบ ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา คณะอนุกรรมการความ ปลอดภัยแต่ละโรงงาน พัฒนาจิตใต้สำ นึก เกี่ยวกับความปลอดภัยในการ ทำ งาน ดำ เนินการตรวจสอบ ปรับปรุง แก้ไขสภาพการกระทำ ที่ไม่ปลอดภัย ค้นหน้าหรือสังเกตสภาพ และการกระทำ ที่ไม่ปลอดภัย ดำ เนินการสอบสวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และพิจารณา หาทางแก้ไข จัดการหรือให้ความร่วมมือ ในการให้ความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำ งานแก่ พนักงาน แนะนำ ให้พนักงานเกิดความเต็มใจ และเข้าใจที่จะ ปฏิบัติตามระเบียบ หรือข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการทำ งาน เสนอโครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาให้ เกิดความปลอดภัย ส่งเสริมและชักจูงความสนใจ ให้แก่พนักงานเกิดความ รับผิดชอบ ในเรื่องความปลอดภัย ผู้บังคับบัญชา รับผิดชอบในความปลอดภัยของผู้ใต้บังคับบัญชาทุก คน ตรวจสอบกฎระเบียบ ข้อบังคับหรือข้อปฏิบัติที่กำ หนด ไว้เพื่อความปลอดภัยก่อนนำ ไปให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ปฏิบัติ ตรวจสอบปรับปรุงแก้ไขสถานที่ทำ งานให้มีความ ปลอดภัย ดำ เนินการให้สถานที่ทำ งานอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย บังคับให้ผู้ใต้บังคับบัญชาสวมเครื่องป้องกันอันตราย ส่วนบุคคลตามลักษณะงานอย่างเคร่งครัด รับผิดชอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่บาดเจ็บจากเหตุอัน เนื่องมาจากการทำ งานได้รับการปฐมพยาบาล รายงานและสอบสวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทุกครั้ง และหา มาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ อีก จัดให้มีการอบรม หรือประชุมเรื่องความปลอดภัยให้ผู้ ใต้บังคับบัญชาได้ทราบอย่างทั่วถึง ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ห้ามมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไม่มีความ ชำ นาญ หรือไม่รู้วิธีการทำ งานอย่างปลอดภัย พนักงาน รับผิดชอบความปลอดภัยในการทำ งานต่อตนเองและ ผู้อื่น ทำ งานโดยยึดข้อปฏิบัติที่เกี่ยวกับความปลอดภัยใน การทำ งานอย่างเคร่งครัด รายงานสภาพการทำ งาน และวิธีปฏิบัติงานที่ไม่ ปลอดภัยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทราบ เอาใจใส่ต่อกฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือข้อปฏิบัติเกี่ยว กับความปลอดภัอยู่เสมอ ดูแลรักษา เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องจักร หรือ เครื่องยนต์ให้มีความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ เสมอ ตรวสอบเครื่องมือ เครื่องจักร เครื่องยนต์ทุกครั้ง ก่อนใช้งาน สวมใส่อุปกรณ์หรือเครื่องป้องกันอันตรายส่วน บุคคลอย่างเคร่งครัด ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ไม่ทำ งานที่เสี่ยงอันตราย ห้ามทำ งานที่อันตราย หรืองานที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน โดยไม่ได้รับอนุญาต 53
Safety Culture 5 2 1 หยุด เรียก รอ เมื่อพบ เหตุการณ์ผิดปกติ ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะเดินและ ขับรถทุกชนิด 3 หยุดและชี้นิ้วก่อนข้ามถนนและ ทางแยก 4 ไม่เดินล้วงกระเป๋า 5 เดินบนทางเท้า ในเส้นทาง ที่กำ หนด in factory 54
2 1 ห้ามสัมผัสส่วนใดส่วนหนึ่งของ เครื่องจักร ทั้งกำ ลังจะเคลื่อน ไหม และระหว่างเคลื่อนไหว ห้ามยื่นอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง ของร่ากายเข้าไปยังพื้นที่ที่มอง ไม่เห็น 3 ตัดพลังงานและปลดปล่อย พลังงานทุกครั้งก่อนเข้าไปใน เครื่องจักร 4 ห้ามใช้มือเข้าไปจัดการสิ่งใดๆ ภายในเครื่องจักรขณะเกิดความ ผิดปกติ 5 สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตราย ส่วนบุคคลให้ถูกต้องและครบ ถ้วนก่อนปฏิบัติงาน KPI IN 5FACTORY 55
1 2 เครื่อ รื่ งจักจัรที่กำ ที่ กำลังลัทำ งานอยู่ หรือรืมีกมีาร เคลื่อ ลื่ นไหวอยู่ถืยู่ อถืว่าว่เป็นป็สิ่ง สิ่ ที่อั ที่ นอัตราย เป็นป็ เหตุใตุห้พห้นักนังาน ได้รัด้บรัอันอัตรายจาก เครื่อ รื่ งจักจัร และอาจ ส่งส่ผลให้ พนักนังาน เกิดกิอุบัอุติบัเติหตุจตุนได้รัด้บรับาดเจ็บจ็หรือรืถึงถึขั้น ขั้ เสียสีชีวิชีตวิได้ หากไม่แม่น่ใน่จหรือรืไม่รู้ม่วิรู้ธีวิใธีนการทำ งานกับกั เครื่อ รื่ งจักจัร หรือรืการปฏิบัฏิติบังติานใดๆ ห้าห้ม ! ทำ การแตะต้อต้งปุ่มปุ่ หรือรืสวิตวิช์ใช์ดๆ โดยเด็ดด็ ขาด ให้สห้อบถามจากหัวหัหน้าน้งานเท่าท่นั้น นั้ ทั้ง ทั้ นี้เ นี้ พื่อ พื่ ความปลอดภัยภัในการทำ งานของ พนักนังาน จงถือว่าสิ่งที่ เคลื่อนไหวอยู่เป็น อันตราย อย่าแตะต้องในสิ่งที่ ไม่รู้จัก 3 4 5 กฎความปลอดภัภั ภั ยภั ย 5 ประการ หยุดยุเครื่อ รื่ งจักจัรทันทัทีเทีมื่อ มื่ มีเมีสียสีงผิดผิ ปกติ ในขณะที่เ ที่ ครื่อ รื่ งจักจัรกำ ลังลัทำ งาน หาก เครื่อ รื่ งจักจัรมีคมีวามผิดผิ ปกติเติกิดกิขึ้น ขึ้ ให้ พนักนังานหยุดยุเครื่อ รื่ งจักจัรทันทัที จากนั้น นั้ จึงจึ เรียรีกหัวหัหน้าน้งานเข้าข้ตรวจสอบเครื่อ รื่ งจักจัร และรอการแก้ไก้ขปรับรั ปรุงรุห้าห้มทำ การใดๆ กับกัเครื่อ รื่ งจักจัรด้วด้ยตนเองทั้ง ทั้ สิ้น สิ้ การเข้าข้ไปทำ การแก้ไก้ขหรือรื ปรับรั ปรุงรุ เครื่อ รื่ งจักจัร พนักนังานต้อต้งทำ การปิดปิ เครื่อ รื่ งจักจัรก่อก่นทุกทุครั้ง รั้ โดยดึงดึ Safety plug ออก ทำ การล็อล็คกุญกุแจให้ เรียรีบร้อร้ย พร้อร้มติดติ ป้าป้ยชื่อ ชื่ ตนเองแสดง สถานะบุคบุคลที่ทำ ที่ ทำการซ่อซ่ม การทำ งานร่วร่มกันกัของพนักนังานตั้ง ตั้ แต่ 2 คนขึ้น ขึ้ ไป พนักนังานต้อต้ง ส่งส่สัญสัญาณให้กัห้นกั พร้อร้มทั้ง ทั้ ยืนยืยันยัสัญสัญาณก่อก่นเริ่ม ริ่ ปฏิบัฏิติบัติ งาน / สั่ง สั่ การทำ งานทุกทุครั้ง รั้ หยุดเครื่องจักรทันที เมื่อมีเสียงผิดปกติ จงปิดสวิตช์ ก่อน ทำ การตรวจซ่อม จงแน่ใจในสัญญาณ เมื่อทำ งานร่วมกัน 56
1 ชี้บ่งพฤติกรรมเสี่ยงของเป้าหมาย จัดทำ แบบสังเกตการทำ งาน (Check list) กำ หนดตารางเวลาสังเกตการทำ งาน มองห่างๆ รบกวนน้อยที่สุด มุ่งความสนใจในสิ่งที่สังเกต สังเกตพฤติกรรมเสี่ยง พูดคุยทันทีหากเป็นไปได้ หรือพูดเพิ่ม เติมภายหลัง ชมเชย ให้กำ ลังใจ หากพบการปฏิบัติ งานด้วยพฤติกรรมที่ปลอดภัย สอบถาม ทบทวนความเข้าใจ ให้คำ แนะนำ ทันทีที่พบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ ปลอดภัย เพื่อนำ ไปสู่การปรับปรุง บันบัทึกทึงานที่สัที่งสัเกต สถานที่ปที่ฏิบัฏิติบังติาน บันบัทึกทึผลการสังสัเกต ทั้งทั้พฤติกติรรมที่ ปลอดภัยภัและไม่ปม่ลอดภัยภั บันบัทึกทึการพูดพูคุยคุข้อข้แนะนำ ข้อข้เสนอ แนะ สรุปรุและบันบัทึกทึผลการปฏิบัฏิติบังติาน เพื่อพื่ ดูแดูนวโน้มน้พฤติกติรรมการทำ งานและ ปรับรั ปรุงรุให้ปห้ลอดภัยภัมากยิ่งยิ่ขึ้นขึ้ 2 3 4 ขั้นเตรียมการ (Preparation) ขั้นการสังเกต (Observation) ขั้นการพูดคุย (Discussion) ขั้นการบันทึก (Recording) 1. 2. 3. 57
จุดสำ คัญในการค้นหาอันตราย คือ 1.ต้องชี้บ่งจุดอันตรายให้ได้มากที่สุด พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยเป็นสิ่งที่ยากในการค้นหา ต้องใช้วิธีสังเกตการณ์ เป็นระยะๆ 2. 3.พยายามค้นหาอันตรายของงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการทำ งาน กิจกรรมความปลอดภัย กิจกรรมการค้นหาอันตราย ( CCCF ACTIVITY) Stop 1 อันตรายจากเครื่องจักร Stop 2 อันตรายจากวัตถุหนักตกใส่ Stop 3 อันตรายจากยานพาหนะ Stop 4 อันตรายจากการตกจากที่สูง Stop 5 อันตรายจากกระแสไฟฟ้าดูด Stop 6 อัันตรายอื่นๆ (ไฟไหม้ ของมีคม วัตถุร้อน เป็นต้น) การแบ่งประเภทของอุบัติเหตุ กิจกรรม CCCF มุ่งหวัง ให้พนักงานทุกคนสังเกตและค้นหาอันตรายจากงานที่ ตนเองปฏิบัติ ซึ่งงานที่กระทำ นั้น อาจมีหลายๆงานด้วยกันในแต่ละวัน รวมถึงงาน ในวันหยุด โดยให้พิจารณาให้ครอบคลุมงาน ดังต่อไปนี้ ขอบเขตการค้นหาอันตราย พนักงานทำ การค้นหาอันตรายจากงาน และ พื้นที่ โดยเฉพาะงานที่มี ความถี่น้อย หรือ งานที่ไม่ค่อยได้ปฏิบัติ บันทึกในแบบฟอร์มค้นหา อันตราย 1. นำ อันตรายที่หาได้มาจัดประเภทอุบัติเหตุตาม Stop 6 และจัด ลำ ดับความสำ คัญโดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ A B C ลงในแบบ ฟอร์มลงทะเบียนรับผิดชอบโดยหัวหน้างาน 2. แก้ไขอันตราย ทั้งการปรับปรุงที่อุปกรณ์ กำ หนดมาตรฐานการ ปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย และอบรมให้ความรู้กับพนักงาน รับผิด ชอบโดยหัวหน้างาน 3. 4.นำ ข้อมูลที่แก้ไขมาจัดทำ Visaul Control Board ขั้นตอนการทำ กิจกรรม CCCF การประเมินความรุนแรง (แบ่งเป็น 3 ระดับ) CCCF = Completely Check Completely Find out วัตถุประสงค์ 1. เปิดโอกาสให้พนักงานแสดงความคิดเห็น ค้นหาอันตราย และประเมินอันตรายจากงานและสถานที่ปฏิบัติงานของตนเอง 2. ตรวจสอบสถานที่และงานทั้งหมดซึ่งอาจจะเกิดอันตราย และ แก้ไขให้อันตรายหมดไป 3. สร้างจิตสำ นึกด้านความปลอดภัย โดยยึดหลัก “GenchiGenbutsu” 4. ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยเป็นป้องกันที่ สาเหตุก่อนเกิดอุบัติเหตุ 1. งานประจำ (Routine) คือ งานที่ทำ ประจำ อย่างสม่ำ เสมอเช่น การใช้ งานคอมพิวเตอร์,งานตรวจสอบชิ้นงาน, ขับรถยกส่งสินค้า 2. งาน Low frequency job คือ งานที่นาน ๆ จะทำ ซักครั้ง เช่น งานทำ ลายเอกสารประจำ เดือน, การ Set up เครื่องจักร, งานทำ ความ สะอาด 3. งาน Abnormal ที่เกิดในงานประจำ คือ ขณะปฏิบัติงานอยู่ และพบ ว่ามีปัญหาเกิดความผิดปกตินอกเหนือจากงานมาตรฐานที่กำ หนดหรือไม่ ได้คาดหมายไว้ เช่น การตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องถ่ายเอกสารกรณี ติดขัด, การเข้าไปตรวจสอบชิ้นงานติดในเครื่องจักร, การเข้าไปตรวจ สอบ Robot ไม่จับชิ้นงาน 4. งาน Maintenance คือ งานซ่อมบำ รุงรักษาเครื่องจักร และ อุปกรณ์ เช่น งานตรวจสอบสภาพรถยนต์ของแผนก HR, การเติมน้ำ มันไฮดรอลิคเครื่องจักร ตรวจสอบสภาพโซ่เติมจาระบี เป็นต้น ระดับ A ตาย พิการ หรือสูญเสียอวัยวะ ระดับ B บาดเจ็บ หรือหยุดการผลิต ระดับ C บาดเจ็บเล็กน้อย (ไม่หยุดงาน) หรือไม่หยุดการผลิต ตรวจสอบอย่างสมบูรณ์ ค้นหาอย่างสมบูรณ์ 58
ผู้รับผิดชอบ 1.พนักงานทุกคนดำ เนินการทำ KY ก่อนเริ่มงาน 2.หัวหน้างานมีหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติ KY ของพนักงาน ประโยชน์ ประเภทของ KYT มี 3 ประเภท กิจกรรมความปลอดภัย กิจกรรมหยั่งรู้อันตราย (KYT) 1.รู้จักอันตราย 2.มีความระวังมากขึ้น 3.คาดการณ์อันตรายล่วงหน้า 4.เตือนสติก่อนปฏิบัติงาน สรุป KYT 4 ขั้นตอน K = Kiken แปลว่า อันตราย Y = Yoshi แปลว่า คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า T = Training แปลว่า ฝึกอบรม วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้างจิตสำ นึกด้านความปลอดภัยในการทำ งานให้กับผู้ปฏิบัติ งาน 2. เพื่อสร้างนิสัยการเตือนตนเองก่อนลงมือปฏิบัติงาน 3. เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานค้นหาอันตรายต่าง ๆ ที่แฝงอยู่และหาวิธี ควบคุมป้องกัน 4. ลดอันตรายหรืออุบัติเหตุด้วยวิธีการที่ผู้ปฏิบัติงานร่วมกันคิดค้น ขั้นตอนที่ 1 (R1) : วิเคราะห์ หาอันตราย และสาเหตุจากรูป หรือพื้นที่ปฏิบัติงานประมาณ 6-8 ข้อ ขั้นตอนที่ 2 (R2) : เลือกอันตรายที่สำ คัญ จาก R1 ประมาณ 1-2 ข้อ แล้วทำ เครื่องหมายหน้าข้อนั้น ขั้น9voที่ 3 (R3) : หามาตรการป้องกันอันตราย ที่ใช้ได้ผล ทันที จาก R2 ประมาณ 3 ข้อ ขั้นตอนที่ 4 (R4) : เลือกมาตรการป้องกัน จาก R3 แล้วทำ เครื่องหมายหน้าขอนั้น 1.KYT 4 ขั้นตอน ( 4 ROUNDS KYT ) 2.KYT จุดเดียว ( ONE PPOINT KYT ) 3.KYT ปากเปล่า ( ORAL KYT ) วิธีปฏิบัติ : ใช้แบบสำ รวจ (Check sheet) ในการวิเคราะห์หาอันตราย ที่แอบแฝงอยู่ในงานนั้น การนำ ไปใช้ : ใช้วิเคราะห์งานที่มีอันตรายมาก มีอันตรายหลายอย่าง วิเคราะห์งานใช้เวลามาก (10-20 นาที) 1. KYT 4 ขั้นตอน ( 4 ROUNDS KYT ) 2. KYT จุดเดียว ( ONE PPOINT KYT ) วิธีปฏิบัติ : ใช้แบบสำ รวจ (Check sheet) ในการวิเคราะห์หาอันตราย แต่เป็นแบบสำ รวจเพียงแผ่นเดียว การนำ ไปใช้ : ใช้กับงานที่ไม่ยุ่งยาก มีอันตรายน้อย ใช้เวลาน้อย หรือใช้ กับจุดค่อนข้างอันตรายของงานตรงนั้นเพียงจุดเดียวก่อน 3. KYT ปากเปล่า ( ORAL KYT ) วิธีปฏิบัติ : วิเคราะห์อันตรายจากภาพ และประสบการณ์โดยใช้ปากเปล่า และใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ซึ่งใช้หลักของ 4 ROUNDS KYT การนำ ไปใช้ : ใช้วิเคราะห์งานของผู้ปฏิบัติงาน ที่จะต้องทำ งานบริเวณที่มี อันตราย หรือใช้กับงานที่มีอันตรายน้อย ซึ่งเป็นงานประจำ ที่ทำ อยู่ มือชี้ ปากย้ำ เตือนสติ “คติพจน์สั้นๆ .........OK 59
วัตถุประสงค์ ประโยชน์ กำ หนดพื้นที่ Audit กำ หนดพื้นที่ เป้าหมายในการ Audit โดยกำ หนดเวลาให้ เหมาะสมกับพื้นที่เป้าหมายที่จะ Audit 1 เลือก View Point เลือก view Point เพื่อจะนหา อันตราย/สถานการณ์อันตราย ที่จะไป Audit ในพื้นที่ ที่กำ หนด 2 กำ หนดแผนการดำ เนินงาน กำ หนดแผนการดำ เนินงานที่จะ เข้าไป Audit โดยระบุ พื้นที่ และ View Point ที่เลือกไว้ แล้วลงในแผนงานให้ชัดเจน 3 เพื่อช่วยในการค้นหาอันตราย จากสถานการณ์ต่างๆ ได้ อย่างสมบูรณ์เห็นได้ชัดเจน และเข้าใจง่าย 1. ค้นหาอันตรายจากสถานการณ์ต่างๆ ได้ ชัดเจนและนำ ไปใช้ได้ง่าย 2. ใช้ได้กับสถานที่ปฏิบัติงานอื่นๆได้ ไม่ต้อง จำ มาตรฐานต่างๆมากมาย 3. ป้องกันอุบัติเหตุจากหตุการณ์ที่ คล้ายคลึงกัน ผู้รับผิดชอบ พนักงาน หัวหน้างาน ผู้บริหาร มีหน้า ที่ค้นหาอันตรายตามแผนการดำ เนิน งานที่กำ หนดไว้แต่ละโรงงาน การค้นหาความเสี่ยงรูปแบบ VIEW POINT มีจำ นวน 20+1F View Points ขั้นตอนการดำ เนินการ VIEW POINT ตรวจสอบพื้นที่ทำ งานจริง ขั้นตอนการค้นหาอันตราย/ สถานการณ์อันตราย โดยใช้ หลัก Genba เข้าไปตรวจสอบ พื้นที่ปฏิบัติงานจริง 4 สรุปจำ นวนการค้นหาอันตราย จัดทำ เป็นกราฟสรุปในแต่ละ เดือน 5 จัดทำ มาตรการแก้ไขป้องกัน มาตรการแก้ไขป้องกัน 6 60
1. การปฏิบัติงานที่ผิดพลาด : MISTAKE / ERROR IN OPERATION 2. รีบปฏิบัติโดยไม่ได้คิด ขาดความระมัดระวัง : STOP 6 Type A NG : ทำ งานข้ามขั้นตอนโดยไม่ Log out ระบบก่อนเข้าไปทำ งาน กับเครื่องจักร ทำ ให้เครื่องจักรหนีบ FIRE NG : ทำ งานข้ามขั้นตอนโดยไม่ย้าย สารติดไฟออกก่อนทำ งานที่มี ประกายไฟ STOP 6 Type E NG : ทำ งานข้ามขั้นตอนโดยไม่ ตัด ระบบไฟฟ้าก่อนนเข้าไปทำ งานกับ วัตถุที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน STOP 6 Type C NG : ขับรถโดยใช้ความเร็วเกิน กำ หนด อาจทำ ให้เกิดอุบัติเหตุได้ STOP 6 Type B NG : เร่งความเร็วในการยกของ หนัก ของยกอาจร่วงทับได้ STOP 6 FIRE NG : เร่งความเร็วของ Motor ทำ ให้เกิด Overheat เกิดไฟไหม้ ขึ้นได้ STOP 6 Type B NG : ยกของหนักเกินที่ระบุ อาจทำ ให้ ของตกใส่คนได้ STOP 6 Type F NG : เก็บสารไวไฟมากเกินความ จำ เป็น To act quickly without thinking STOP 6 Type A NG : ของตกจากกระเป๋าเสื้อ ลงไปในสายพาน รีบก้เก็บ ของจึงโดนสายพานหนีบ STOP 6 Type D NG : เครื่องมือที่ใช้ทำ งาน หล่น รีบก้มลงเก็บเสียการ ทรงตัวตกบันได STOP 6 Type B NG : เพื่อนเรียกจากฝั่งตรง ข้ามรีบวิ่งลอดใต้ของหนัก ของหล่นลงมาพอดี 61
3. การปฏิบัติงานโดยม่ได้รับมอบหมาย : 5. คนใช้เสนทางเดินรถ : 4. การซ้อนทับกันระหว่างคนกับของ : 62 STOP 6 Type A NG : สายพานเครื่องจักรเสียหยุด เดินกระทันหันพนักงานพยายาม ซ่อมเองโดยไม่แจ้งซ่อมจึงถูก สายพานหนีบ STOP 6 Type C NG : ขับรถโดยไม่ได้รับการสอน งาน อาจทำ ให้รถไปชนคนได้ STOP 6 Type B NG : ทำ งานกับเครนโดยไม่ได้รับ การสอนงาน อาจทำ ของหนักตก ทับได้ Man on vehicle route STOP 6 Type A NG : คนเดินบนทางรถ E-car อาจทำ ให้ของที่ยกมากระแทกคนได้ STOP 6 Type B STOP 6 Type D NG : เสาสะพานทางเดินอยู่ บนรถวิ่ง รถอาจจะชนเสา ทำ ให้สะพานพัง คนตกลงมา จากที่สูงได้ Doing not assigned job STOP 6 Type B NG : ผู้บังคับเครนอยู่ใต้สิ่งของที่ ยก อาจทำ ให้สิ่งของหล่นลงมาทับ คนได้ STOP 6 Type D NG : เส้นทางของเครนซ้อนทับกับ คนทำ ให้สิ่งของกระแทกตัวคนจน ทำ ให้ตกจากที่สูงได้ STOP 6 Type F NG :เส้นทางของเครนทับกับคน ทำ ให้ของร้อนที่ยกมาโดนคนได้รับ บาดเจ็บ Overlap (Between man and load) NG : คนเดินบนทางรถ Forklift เบรคกะทะหันทำ ให้ ของที่บรรทุกล้มใส่คนได้
6. คนเข้าไปในทิศทางการเคลื่อนไหวของเครื่องจักร : STOP 6 Type A NG : ไม่หยุดเครื่องจักรก่อนข้าไป ปฏิบัติงานอาจโดนเครื่องจักรหนีบได้ NG : ไม่ตัดระบบความร้อนก่อน เข้าไปทำ งานกับท่อส่งน้ำ ร้อน STOP 6 Type A NG : คนไปอยู่หน้าวัตถุสปริงอาจ โดนกระแทกได้รับบาดเจ็บ STOP 6 Type A NG : เครื่องจักรหลุดลงมาทับ พนักงาน (หลุดลงมาเนื่องจากน้ำ หนักของเครื่องจักรเองทั้งๆที่ตัด พลังงานแล้ว) STOP 6 Type B NG : ของหนักบนสายพานลำ เลียง หล่น STOP 6 Type C NG : รถไหลมาทับคนด้วpน้ำ หนัก ของรถเอง STOP 6 Type A NG : ไม่มีที่กั้นพื้นที่ระหว่างวัตถุที่มี แรงเหวี่ยงกับคน ทำ ให้คนได้รับ บาดเจ็บ STOP 6 Type F NG : น้ำ ร้อนไหลออกมาโดนคน STOP 6 Type B NG : ไม่วางสิ่งของลงก่อนทำ งาน กับพื้นของนั้นอาจทำ ให้ของหนัก ตกลงมาทับได้ Man in equipment’s moving direction STOP 6 Type F STOP 6 Type F NG : วัตถุที่มีแรงเหวี่ยง เหวี่ยงโดนวัตถุร้อนที่วางอยู่ ทำ ให้กระเด็นใส่คน 63
8. คนใช้เส้นทางเดินรถ : 7. คนชนกับัตถุที่ไม่เคลื่อนที่ : STOP 6 Type B NG : มีคนทำ งานอยู่ใต้วัตถุที่ ห้อยและเลื่อนไปมา NG : มีคนทำ งานอยู่บนพื้นที่ ที่รถเสี่ยงจะหลุดโค้งมาทับ Man on vehicle route Man contacts not - driven object NG : มีสิ่งของวางอยู่บนเส้น ทางคนเดิน ทำ ให้อาจตกใส่ คนได้ STOP 6 Type C NG : รถ Dolly ที่ใช้คนเข็น ทับซ้อนกับเส้นทางคนเดิน ทำ ให้ รถ Dolly ชนคนได้ STOP 6 Type F NG : ถังน้ำ ร้อนวางอยู่บน เส้นทางคนเดิน อาจทำ ให้น้ำ ร้อนกระด็นใส่ได้ NG : สายไฟฟ้าพาดผ่านเส้น ทางคนเดิน อาจทำ ให้คนโดน ไฟฟ้าช็อตได้ STOP 6 Type E NG : มีคนทำ งานในทิศทาง ถูกกดและกระเด็นออกจาก เครื่อง NG : มีคนทำ งานในทิศทางที่ ฝากระบอกสูบจะกระเด็นมา ทับซ้อน NG : มีคนทำ งานอยู่ใต้วัตถุที่ ห้อย ไหลและเลื่อนไปมา NG : มีคนทำ งานในทิศทางที่ เครื่องจักรทำ งานผิดพลาด มาทับซ้อน NG : มีคนทำ งานที่สปริงจะ กระเด็นมาทับซ้อน NG : มีคนทำ งานในรัศมีสาย แรดันสูงจะสะบัดมาโดน 64
10. ตัวเลือกที่ไม่เหมาะสม : 9. รถ และ เส้นทางเดินรถ : NG : ขนาดสายไฟรับโหลด ไม่ได้ NG : ใช้สายไฟผิดประเภท จากที่กำ หนด Inappropriate choice Vehicle & vehicle route NG1 : จุดทับซ้อน NG4 : มี Forklift มาวิ่ง ในเส้นทางรถ Towing Truck NG10 : มีรถยนต์ มาวิ่งใน เส้นทาง Towing Truck NG3 : จำ ป็นต้องสวนทางไม่ กำ หนดสัญลักษณ์การวิ่งให้ ชัดเจน NG : ใช้ Pressure Guage สลับกัน NG : ยานพาหนะขนย้ายผิด ประเภท NG : อุปกรณ์ป้องกันไฟ ย้อนกลับติดผิดตำ แหน่ง NG : อุปกรณ์ฉุกฉินที่ถูกติดมา ถูกถอดออก/ไม่ถูกติดตั้ง NG : ใช้งานได้แต่ไม่ระบุ อันตรายที่ห้ามใช้ NG : ไม่จัด PPE ให้ พนักงานสวมใส่ป้องกัน อันตรายจากการตก 65
11. การซ่อมแซมผิดวิธี : STOP 6 Type A NG : ต่อสายผิดทำ ให้้ Emergency stop หยุด เครื่องจักรไม่ได้ทั้งระบบ NG : ต่อสายผิด ทำ ให้สายพาน หมุนกลับด้านสิ่งของที่ลำ เลียงตก ใส่คน STOP 6 Type E NG : การต่อสายไฟผิด ทำ ให้สาร เคมีพุ่งโดนพนักงาน STOP 6 Type E NG : ต่อสายไฟผิดมาตรฐานวงจร เดิม (เพิ่มหรือลดจากเดิม) STOP 6 Type P NG : ต่อท่อเข้ากับถังผิด ทำ ให้สาร เคมีเกิดปฏิกิริยากัน อาจเกิด อุบัติเหตุได้ STOP 6 Type P NG : ต่อท่อผิดมาตรฐานวงจรเดิม (เพิ่มหรือลดมากกว่าเดิม) STOP 6 Type E NG : ขนาด Breaker ที่นำ มาใช้มี แรงดันไฟฟ้าต่ำ เกิน Fire NG : ขนาด bolt ที่ยึดอุปกรณ์ ไฟฟ้าผิดไป ทำ ให้เกิดความร้อนขึ้น จนเกิดไฟไหม้ได้ Inappropriate repair STOP 6 Type B 66
12. การควบคุมที่ไม่เหมาะสม : 13. สิ่งที่มองไม่เห็น : STOP 6 Type A NG : ไม่มีการติดตั้งการ์ด / Sensor ทำ ให้ผู้ปฏิบัติงานอาจโดน เครื่องหนีบได้ STOP 6 Type E NG : ปุ่มเปิด-ปิดไฟ ไม่มีป้ายบอก ว่าปุ่มไหนเปิดหรือปิด อาจทำ ให้เกิด ไฟฟ้าช็อตได้ STOP 6 Type P NG : ไม่มีมาตรวัดระดับสารเคมีใน ถังเก็บ ทำ ให้สารเคมีล้นออกมาโดน คนได้ Invisible (not seen) STOP 6 Type A NG : ภาพลวงตา ทำ ให้เห็น ว่าเครื่องจักรไม่ได้ทำ งานอยู่ เมื่อเข้าไปใกล้เครื่องจักร อาจโดนหนีบ STOP 6 Type B STOP 6 Type P NG : มืดมองไม่เห็นว่ามีสิ่ง กีดขวาง (ถังสารเคมี) อยู่บน ทางเดินและสารเคมีกระเด็นใส่ Inappropriate control STOP 6 Type B NG : ไม่มีการกำ หนดความสูงของ สิ่งของที่วางอาจทำ ให้สิ่งของตกใส่ คนได้ STOP 6 Type F NG : มาตรวัดไม่ได้ระบุ Range ว่าระดับไหนปกติและระดับไหนผิด ปกติ NG : มีจุดบอดที่คนยกของ หนักมองไม่เห็นคนอื่นขณะยก 67
14. คนตกจากที่สูง : 15. สิ่งของตก : Something drops off (including collapes) NG : อุปกรณ์สั่น เสี่ยงต่อ การร่วงหล่นทับคนที่อยู่ใต้ อุปกรณ์นั้น NG : ไม่สั่น แต่ไม่มีตัวกั้นกัน ร่วงทับคนที่ทำ งานโครงสร้าง Man drops down NG : พื้นที่รับน้้ำ หนักไม่ได้ NG : จุดยืนทำ งานโครงสร้างไม่ แข็งไม่เเรง NG : พื้นที่ทำ งานมีช่องเปิด ที่ร่างกายหลุดเข้าไปได้ NG : วัสดุลื่น เสี่ยงต่อการ ร่วง ล้ม พังทลาย NG : อุปกรณ์ไม่สั่น แต่ไม่มี Safety Sling สำ หรับ รองรับ กรณีอุปกรณ์ร่วง NG : วัสดุสั่น เสี่ยงต่อการ ร่วง ล้ม พังงทลาย NG : วัสดุสั่น เสี่ยงต่อการ ร่วง หล่น พังทลาย 68
STOP 6 Type F NG : ซ่อมท่อน้ำ ร้อน โดยที่ไม่ ทำ การตัดระบบ STOP 6 Type A NG : ตัดพลังงานไม่สมบูรณ์คนอื่น อาจมาเปิดระบบใหม่ได้ อาจทำ ให้ โดนเครื่องจักรหนีบ STOP 6 Type B NG : ไม่ตัดพลังงานก่อนเข้าไป ทำ งาน ทำ ให้ของหนักอาจหล่นทับ STOP 6 Type A NG : เข้าไปซ่อมเครื่องจักรขณะ ยังไม่ได้ off breaker ทำ ให้ เครื่องจักรหนับได้ STOP 6 Type E NG : สัมผัสสายไฟที่ยังมีกระแส ไฟฟ้าอยู่ ทำ ให้คนโดนไฟฟ้าช็อตได้ 17. การไม่ตัดการเชื่อมต่อระบบจ่ายพลังงาน : 18. ความเป็นอันรายขณะเครื่องเปิดอยู่ : Power is not disconnected Hazard while power is on 16. วัตถุล้มหรือร่วง : Load collapse NG : พนักงานจัดวางของ ซ้อนกันหลายชั้นแต่วางไม่ สมดุล ของหนักตกทับ NG : ผลักนั่งร้าน เพื่อจะ ทำ การย้ายจุดทำ งานโดยมีคน อยู่ด้านบน อาจทำ ให้นั่งร้าน ล้ม คนตกจากที่สูงได้ NG : สารเคมีถูกผลัก ทำ ให้ กระเด็นไปถูกคน STOP 6 Type B STOP 6 Type D STOP 6 Type P 69
20. อุปกรณ์มีการเสื่อมสภาพ (กัดกร่อน,ท่อแตก,อื่นๆ) : 19. สภาพแวดล้อมในการทำ งาน : 70 Deteriorated equipment (corrosion’,metal fatigue, etc.) NG : ท่อสารเคมีแตก ทำ ให้ สารเคมีพุ่งออกมาโดนคน NG : สายพานของ เครื่องจักรชำ รุด อาจทำ ให้ สายพานขาดสะพัดไปโดนคน ได้ NG : แรงสั่นสะเทือน ทำ ให้ ข้อต่อ Platform หลุด คน ที่ปฏิบัติงานอยู่อาจตกลงมา ได้ NG : การสั่นสะเทือน ทำ ให้ ข้อท่อของท่อน้ำ ร้อนหลุด คนโดนน้ำ ร้อนลวกได้ STOP 6 Type P STOP 6 Type A STOP 6 Type D STOP 6 Type A Work Circumstances STOP 6 Type A NG : พนักงานทำ งานใกล้กับ ทางต่างระดับ เผลอเดินออก มาตรงทางต่างระดับ ตกลง ไปในราง Conveyor STOP 6 Type O NG : พื้นลื่น ทำ ให้คนลื่นตกลงไป ในที่อับอากาศ คนขาดอากาศหายใจ STOP 6 Type B NG : ทำ งานบนพื้นเอียง ทำ ให้ของ หนักไหลลงมาทับคน STOP 6 Type A NG : พื้นที่ทำ งานขุรขระพนักงาน สดุดล้มไปโดนเครื่องจักรหนีบ STOP 6 Type D NG : พื้นที่แคบทำ ให้คนอาจตกลง มาจากที่สูง STOP 6 Type P NG : สารเคมีวางอยู่บนพื้นเอียง ทำ ให้สารเคมีหกใส่คนได้ STOP 6 Type F NG : พื้นที่ทำ งานแคบ ทำ ให้คนโดน วัตถุร้อนได้รับบาดเจ็บ STOP 6 Type B NG : พนักงานวางของ ระหว่าง ทางมีน้ำ หกอยู่บนพื้น จึงลื่นลงไป ชนของที่วางหล่นมาทับ
1F การเจอกันกับวัตถุไวไฟกับประกายไฟ : Cross between flammable & ignition sources อุปกรณ์ไฟฟ้า อุณหภูมิ มากกว่า 60 องศาเซลเซียส หากจากแก๊สไวไฟ ระยะน้อย กว่า 1 เมตร Spetter ห่างจากแก๊สไวไฟ ระยะน้อยกว่า 5 เมตร Rank A Rank A แหล่ความร้อน อุณหภูมิ มากกว่า 60 องศาเซลเซียส ห่างจากแก๊สไวไฟ ระยะน้อย กว่า 1 เมตร อุปกรณ์ เช่น ปืนไฟฟ้า ไม่ได้ ต่อสายกราวด์ หรือ สายก ราวด์ชำ รุด Rank A Rank A คนไม่มีกราวด์ เช่น ไม่ใส่ชุด รองเท้า ถุงมือ (เฉพาะ Booth , mixing และStorage ) อุปกรณ์ (พลาสติก กระดาษ) ไม่มีกราวด์ ในพื้นที่เก็บแก๊ส ไวไฟ ในระยะน้อยกว่า 1 เมตร Rank A Rank A หลอดไฟทุกชนิดที่ไม่มีที่ ครอบ หรือที่ครอบชำ รุด การถ่ายเทของเหลวไวไฟไม่ ต่อสายกราวด์ที่ภานะ/ อุปกรณ์ไม่ต่อสายกราวด์ Rank A Rank A 71
ตัวอย่างโรคจากการประกอบอาชีพ โรคจากการประกอบอาชีพ คือ โรคหรืออาการผิดปกติที่เกิดขึ้นหรือเป็นผลเนื่อง มาจากการทำ งานหรือการประกอบอาชีพ โรคผิวหนังจาก การทำ งาาน โรคหูเสื่อมจาก เสียงดัง โรคพิษจาก สารเคมี โรคปอดจากการ ทำ งาน โรคกระดูกและ กล้ามเนื้อ ปัจจัยที่ทำ ให้เกิดโรคจากการประกอบอาชีพ โรคจาก การประกอบอาชีพ โรคจาก การประกอบอาชีพ 72
สถานที่เสี่ยงการเกิดโรคจากการทำ งาน เหมืองแร่ โรงงาน อุตสาหกรรม เขตก่อสร้าง ปิโตรเลียม ออฟฟิศ โรคปอดจากฝุ่นหิน โรคปอดจากฝุ่น ถ่านหิน หอบหืด หลอดลมอักเสบ เรื้อรัง โรคปอดอุดกั้น เรื้อรัง วัณโรคปอด มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งผิวหนัง ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจวาย โรคลูปัส โรครูห์มาติซึม โรคพิษตะกั่ว โรคพิษ แคดเมียม (อิไต อิไต) โรคพิษปรอท (มินามาตะ) โรคพิษสารตัว ทำ ละลาย โรคพิษอื่นๆ ภาวะเครียด จากการทำ งาน ความผิดปกติ ของระบบกล้าม เนื้อและกระดูก โรคที่เกิดจาก ความร้อน โรคที่เกิดจาก ความเย็น โรคที่เกิดจาก การหายใจเอา ฝุ่นหิน ฝุ่น ทราย ฝุนซิลิกา หรือผลึกซิลิค คอนได โรคหูเสื่อม ส่งผลกระทบ ต่อระบบ สืบพันธุ์ ระคายเคือง ระบบทางเดิน หายใจ ระคายเคือง ผิวหนัง มะเร็งปอด มะเร็งระบบ สืบพันธุ์ มะเร็งทางเดิน ปัสสาวะ มะเร็งผิวหนัง โรคเครียดลง กระเพาะ โรคความดันโลหิต สูง ออฟฟิศซินโดรม โรคหัวใจ โรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะ ปัสสาวะอักเสบ ความผิดปกติของ ระบบกล้ามเนื้อและ กระดูก สถานประกอบการจะต้องดำ เนินการป้องกันการเกิดโรคจากการทำ งาน การสำ รวจปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคจากการทำ งาน การตรวจสุขภาพคนงานเมื่อแรกเข้าทำ งาน การจัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ให้พนักงานสวมใส่ขณะปฏิบัติงาน การฝึกอบรมด้านการดูแลสุขภาพอนามัยตนเองของ พนักงาน การจัดสวัสดิการเพื่อสุขภาพของพนักงาน 73