ผู้รับผิดชอบ 1.พนักงานทุกคนดำ เนินการทำ KY ก่อนเริ่มงาน 2.หัวหน้างานมีหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติ KY ของพนักงาน ประโยชน์ ประเภทของ KYT มี 3 ประเภท กิจกรรมความปลอดภัย กิจกรรมหยั่งรู้อันตราย (KYT) 1.รู้จักอันตราย 2.มีความระวังมากขึ้น 3.คาดการณ์อันตรายล่วงหน้า 4.เตือนสติก่อนปฏิบัติงาน สรุป KYT 4 ขั้นตอน K = Kiken, Y=Yoshi, T = Training วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้างจิตสำ นึกด้านความปลอดภัยในการทำ งานให้กับผู้ปฏิบัติ งาน 2. เพื่อสร้างนิสัยการเตือนตนเองก่อนลงมือปฏิบัติงาน 3. เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานค้นหาอันตรายต่าง ๆ ที่แฝงอยู่และหาวิธี ควบคุมป้องกัน 4. ลดอันตรายหรืออุบัติเหตุด้วยวิธีการที่ผู้ปฏิบัติงานร่วมกันคิดค้น ขั้นตอนที่ 1 (R1) : วิเคราะห์ หาอันตราย และสาเหตุจากรูป หรือพื้นที่ปฏิบัติงานประมาณ 6-8 ข้อ ขั้นตอนที่ 2 (R2) : เลือกอันตรายที่สำ คัญ จาก R1 ประมาณ 1-2 ข้อ แล้วทำ เครื่องหมายหน้าข้อนั้น ขั้น9voที่ 3 (R3) : หามาตรการป้องกันอันตราย ที่ใช้ได้ผล ทันที จาก R2 ประมาณ 3 ข้อ ขั้นตอนที่ 4 (R4) : เลือกมาตรการป้องกัน จาก R3 แล้วทำ เครื่องหมายหน้าขอนั้น 1.KYT 4 ขั้นตอน ( 4 ROUNDS KYT ) 2.KYT จุดเดียว ( ONE PPOINT KYT ) 3.KYT ปากเปล่า ( ORAL KYT ) วิธีปฏิบัติ : ใช้แบบสำ รวจ (Check sheet) ในการวิเคราะห์หาอันตราย ที่แอบแฝงอยู่ในงานนั้น การนำ ไปใช้ : ใช้วิเคราะห์งานที่มีอันตรายมาก มีอันตรายหลายอย่าง วิเคราะห์งานใช้เวลามาก (10-20 นาที) 1. KYT 4 ขั้นตอน ( 4 ROUNDS KYT ) 2. KYT จุดเดียว ( ONE PPOINT KYT ) วิธีปฏิบัติ : ใช้แบบสำ รวจ (Check sheet) ในการวิเคราะห์หาอันตราย แต่เป็นแบบสำ รวจเพียงแผ่นเดียว การนำ ไปใช้ : ใช้กับงานที่ไม่ยุ่งยาก มีอันตรายน้อย ใช้เวลานอย หรือใช้ กับจุดค่อนข้างอันตรายของงานตรงนั้นเพียงจุดเดียวก่อน 3. KYT ปากเปล่า ( ORAL KYT ) วิธีปฏิบัติ : วิเคราะห์อันตรายจากภาพ และประสบการณ์โดยใช้ปากเปล่า และใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ซึ่งใช้หลักของ 4 ROUNDS KYT การนำ ไปใช้ : ใช้วิเคราะห์งานของผู้ปฏิบัติงาน ที่จะต้องทำ งานบริเวณที่มี อันตราย หรือใช้กับงานที่มีอันตรายน้อย ซึ่งเป็นงานประจำ ที่ทำ อยู่ มือชี้ ปากย้ำ เตือนสติ “คติพจน์สั้นๆ .........OK
วัตถุประสงค์ ประโยชน์ กำ หนดพื้นที่ Audit กำ หนดพื้นที่ เป้าหมายในการ Audit โดยกำ หนดเวลาให้ เหมาะสมกับพื้นที่เป้าหมายที่จะ Audit 1 เลือก View Point เลือก view Point เพื่อจะนหา อันตราย/สถานการณ์อันตราย ที่จะไป Audit ในพื้นที่ ที่ กำ หนด 2 กำ หนดแผนการดำ เนินงาน กำ หนดแผนการดำ เนินงานที่จะ เข้าไป Audit โดยระบุ พื้นที่ และ View Point ที่เลือกไว้ แล้วลงในแผนงานให้ชัดเจน 3 เพื่อช่วยในการค้นหาอันตราย จากสถานการณ์ต่างๆ ได้ อย่างสมบูรณ์เห็นได้ชัดเจน และเข้าใจง่าย 1. ค้นหาอันตรายจากสถานการณ์ต่างๆได ชัดเจนและนำ ไปใช้ได้ง่าย 2. ใช้ได้กับสถานที่ปฏิบัติงานอื่นๆได้ ไม่ต้อง จำ มาตรฐานต่างๆมากมาย 3. ป้องกันอุบัติเหตุจากหตุการณ์ที่ คล้ายคลึงกัน ผู้รับผิดชอบ พนักงาน หัวหน้างาน ผู้บริหาร มีหน้า ที่ค้นหาอันตรายตามแผนการดำ เนิน งานที่กำ หนดไว้แต่ละโรงงาน การค้นหาความเสี่ยงรูปแบบ VIEW POINT มีจำ นวน 20+1F View Points ขั้นตอนการดำ เนินการ VIEW POINT ตรวจสอบพื้นที่ทำ งานจริง ขั้นตอนการค้นหาอันตราย/ สถานการณ์อันตราย โดยใช้ หลัก Genba เข้าไปตรวจสอบ พื้นที่ปฏิบัติงานจริง 4 สรุปจำ นวนการค้นหาอันตราย จัดทำ เป็นกราฟสรุปในแต่ละ เดือน 5 จัดทำ มาตรการแก้ไขป้องกัน มาตรการแก้ไขป้องกัน 6
1. การปฏิบัติงานที่ผิดพลาด : MISTAKE / ERROR IN OPERATION 2. รีบปฏิบัติโดยไม่ได้คิด ขาดความระมัดระวัง : STOP 6 Type A NG : ทำ งานข้ามขั้นตอนโดยไม่ Log out ระบบก่อนเข้าไปทำ งาน กับเครื่องจักร ทำ ให้เครื่องจักร หนีบ FIRE NG : ทำ งานข้ามขั้นตอนโดยไม่ย้าย สารติดไฟออกก่อนทำ งานที่มี ประกายไฟ STOP 6 Type E NG : ทำ งานข้ามขั้นตอนโดยไม่ ตัด ระบบไฟฟ้าก่อนนเข้าไปทำ งานกับ วัตถุที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน STOP 6 Type C NG : ขับรถโดยใช้ความเร็วเกิน กำ หนด อาจทำ ให้เกิดอุบัติเหตุได้ STOP 6 Type B NG : เร่งความเร็วในการยกของ หนัก ของยกอาจร่วงทับได้ STOP 6 FIRE NG : เร่งความเร็วของ Motor ทำ ให้เกิด Overheat เกิดไฟไหม้ ขึ้นได้ STOP 6 Type B NG : ยกของหนักเกินที่ระบุ อาจ ทำ ให้ของตกใส่คนได้ STOP 6 Type F NG : เก็บสารไวไฟมากเกินความ จำ เป็น To act quickly without thinking STOP 6 Type A NG : ของตกจากกระเป๋าเสื้อ ลงไปในสายพาน รีบก้เก็บ ของจึงโดนสายพานหนีบ STOP 6 Type D NG : เครื่องมือที่ใช้ทำ งาน หล่น รีบก้มลงเก็บเสียการ ทรงตัวตกบันได STOP 6 Type B NG : เพื่อนเรียกจากฝั่งตรง ข้ามรีบวิ่งลอดใต้ของหนัก ของหล่นลงมาพอดี
3. การปฏิบัติงานโดยม่ได้รับมอบหมาย : 5. คนใช้เสนทางเดินรถ : 4. การซ้อนทับกันระหว่างคนกับของ : STOP 6 Type A NG : สายพานเครื่องจักรเสียหยุด เดินกระทันหันพนักงานพยายาม ซ่อมเองโดยไม่แจ้งซ่อมจึงถูก สายพานหนีบ STOP 6 Type C NG : ขับรถโดยไม่ได้รับการสอน งาน อาจทำ ให้รถไปชนคนได้ STOP 6 Type B NG : ทำ งานกับเครนโดยไม่ได้รับ การสอนงาน อาจทำ ของหนักตก ทับได้ Man on vehicle route STOP 6 Type A NG : คนเดินบนทางรถ Ecar อาจทำ ให้ของที่ยกมา กระแทกคนได้ STOP 6 Type B STOP 6 Type D NG : เสาสะพานทางเดินอยู่ บนรถวิ่ง รถอาจจะชนเสา ทำ ให้สะพานพัง คนตกลงมา จากที่สูงได้ Doing not assigned job STOP 6 Type B NG : ผู้บังคับเครนอยู่ใต้สิ่งของที่ ยก อาจทำ ให้สิ่งของหล่นลงมาทับ คนได้ STOP 6 Type D NG : เส้นทางของเครนซ้อนทับกับ คนทำ ให้สิ่งของกระแทกตัวคนจน ทำ ให้ตกจากที่สูงได้ STOP 6 Type F NG :เส้นทางของเครนทับกับคน ทำ ให้ของร้อนที่ยกมาโดนคนได้รับ บาดเจ็บ Overlap (Between man and load) NG : คนเดินบนทางรถ Forklift เบรคกะทะหันทำ ให้ ของที่บรรทุกล้มใส่คนได้
6. คนเข้าไปในทิศทางการเคลื่อนไหวของเครื่องจักร : STOP 6 Type A NG : ไม่หยุดเครื่องจักรก่อนข้าไป ปฏิบัติงานอาจโดนเครื่องจักรหนีบ ได้ NG : ไม่ตัดระบบความร้อนก่อน เข้าไปทำ งานกับท่อส่งน้ำ ร้อน STOP 6 Type A NG : คนไปอยู่หน้าวัตถุสปริงอาจ โดนกระแทกได้รับบาดเจ็บ STOP 6 Type A NG : เครื่องจักรหลุดลงมาทับ พนักงาน (หลุดลงมาเนื่องจากน้ำ หนักของเครื่องจักรเองทั้งๆที่ตัด พลังงานแล้ว) STOP 6 Type B NG : ของหนักบนสายพานลำ เลียง หล่น STOP 6 Type C NG : รถไหลมาทับคนด้วน้ำ หนัก ของรถเอง STOP 6 Type A NG : ไม่มีที่กั้นพื้นที่ระหว่างวัตถุที่มี แรงเหวี่ยงกับคน ทำ ให้คนได้รับ บาดเจ็บ STOP 6 Type F NG : น้ำ ร้อนไหลออกมาโดนคน STOP 6 Type B NG : ไม่วางสิ่งของลงก่อนทำ งาน กับพื้นของนั้นอาจทำ ให้ของหนัก ตกลงมาทับได้ Man in equipment’s moving direction STOP 6 Type F STOP 6 Type F NG : วัตถุที่มีแรงเหวี่ยง เหวี่ยง โดนวัตถุร้อนที่วางอยู่ทำ ให้กระเด็น ใส่คน
8. คนใช้เสนทางเดินรถ : 7. คนชนกับัตถุที่ไม่เคลื่อนที่ : STOP 6 Type B NG : มีคนทำ งานอยู่ใต้วัตถุที่ ห้อยและเลื่อนไปมา NG : มีคนทำ งานอยู่บนพื้นที่ ที่รถเสี่ยงจะหลุดโค้งมาทับ Man on vehicle route Man contacts not - driven object NG : มีสิ่งของวางอยู่บนเส้น ทางคนเดิน ทำ ให้อาจตกใส่ คนได้ STOP 6 Type C NG : รถ Dolly ที่ใช้คนเข็น ทับซ้อนกับเส้นทางคนเดิน ทำ ให้รถ Dolly ชนคนได้ STOP 6 Type F NG : ถังน้ำ ร้อนวางอยู่บน เส้นทางคนเดิน อาจทำ ให้น้ำ ร้อนกระด็นใส่ได้ NG : สายไฟฟ้าพาดผ่านเส้น ทางคนเดิน อาจทำ ให้คนโดน ไฟฟ้าช็อตได้ STOP 6 Type E NG : มีคนทำ งานในทิศทาง ถูกกดและกระเด็นออกจาก เครื่อง NG : มีคนทำ งานในทิศทางที่ ฝากระบอกสูบจะกระเด็นมา ทับซ้อน NG : มีคนทำ งานอยู่ใต้วัตถุที่ ห้อย ไหลและเลื่อนไปมา NG : มีคนทำ งานในทิศทางที่ เครื่องจักรทำ งาผิดพลาดมา ทับซ้อน NG : มีคนทำ งานที่สปริงจะ กระเด็นมาทับซ้อน NG : มีคนทำ งานในรัศมีสาย แรดันสูงจะสะบัดมาโดน
10. ตัวเลือกที่ไม่เหมาะสม : 9. รถ และ เส้นทางเดินรถ : NG : ขนาดสายไฟรับโหลด ไม่ได้ NG : ใช้สายไฟผิดประเภท จากที่กำ หนด Inappropriate choice Vehicle & vehicle route NG1 : จุดทับซ้อน NG4 : มี Forklift มาวิ่ง ในเส้นทางรถ Towing Truck NG10 : มีรถยนต์ มาวิ่งใน เส้นทาง Towing Truck NG3 : จำ ป็นต้องสวนทางไม่ กำ หนดสัญลักษณ์การวิ่งให้ ชัดเจน NG : ใช้ Pressure Guage สลับกัน NG : ยานพาหนะขนย้ายผิด ประเภท NG : อุปกรณ์ป้องกันไฟ ย้อนกลับติดผิดตำ แหน่ง NG : อุปกรณ์ฉุกฉินที่ถูกติด มาถูกถอดออก/ไม่ถูกติดตั้ง NG : ใช้งานได้แต่ไม่ระบุ อันตรายที่ห้ามใช้ NG : ไม่จัด PPE ให้ พนักงานสวมใส่ป้องกัน อันตรายจากการตก
11. การซ่อมแซมผิดวิธี : STOP 6 Type A NG : ต่อสายผิดทำ ให้้ Emergency stop หยุด เครื่องจักรไม่ได้ทั้งระบบ NG : ต่อสายผิด ทำ ให้สายพาน หมุนกลับด้านสิ่งของที่ลำ เลียงตก ใส่คน STOP 6 Type E NG : การต่อสายไฟผิด ทำ ให้สาร เคมีพุ่งโดนพนักงาน STOP 6 Type E NG : ต่อสายไฟผิดมาตรฐานวงจร เดิม (เพิ่มหรือลดจากเดิม) STOP 6 Type P NG : ต่อท่อเข้ากับถังผิด ทำ ให้สาร เคมีเกิดปฏิกิริยากัน อาจเกิด อุบัติเหตุได้ STOP 6 Type P NG : ต่่อท่อผิดมาตรฐานวงจรเดิม (เพิ่มหรือลดมากกว่าเดิม STOP 6 Type E NG : ขนาด Breaker ที่นำ มาใช้มี แรงดันไฟฟ้าต่ำ เกิน Fire NG : ขนาด bolt ที่ยึดอุปกรณ์ ไฟฟ้าผิดไป ทำ ให้เกิดความร้อนขึ้น จนเกิดไฟไหม้ได้ Inappropriate repair STOP 6 Type B
12. การควบคุมที่ไม่เหมาะสม : 13. สิ่งที่มองไม่เห็น : STOP 6 Type A NG : ไม่มีการติดตั้งการ์ด / Sensor ทำ ให้ผู้ปฏิบัติงานอาจโดน เครื่องหนีบได้ STOP 6 Type E NG : ปุ่มเปิด-ปิดไฟ ไม่มีป้ายบอก ว่าปุ่มไหนเปิดหรือปิด อาจทำ ให้เกิด ไฟฟ้าช็อตได้ STOP 6 Type P NG : ไม่มีมาตรวัดระดับสารเคมีใน ถังเก็บ ทำ ให้สารเคมีล้นออกมาโดน คนได Invisible (not seen) STOP 6 Type A NG : ภาพลวงตา ทำ ให้เห็น ว่าเครื่องจักรไม่ได้ทำ งานอยู่ เมื่อเข้าไปใกล้เครื่องจักร อาจโดนหนีบ STOP 6 Type B STOP 6 Type P NG : มืดมองไม่เห็นว่ามีสิ่ง กีดขวาง (ถังสารเคมี) อยู่บน ทางเดินและสารเคมีกระเด็น ใส่ Inappropriate control STOP 6 Type B NG : ไม่มีการกำ หนดความสูงของ สิ่งของที่วางอาจทำ ให้สิ่งของตกใส่ คนได้ STOP 6 Type F NG : มาตรวัดไม่ได้ระบุ Range ว่าระดับไหนปกติและระดับไหนผิด ปกติ NG : มีจุดบอดที่คนยกของ หนักมองไม่เห็นคนอื่นขณะ ยก
14. คนตกจากที่สูง : 15. สิ่งของตก : Something drops off (including collapes) 16. วัตถุล้มหรือล่วง : NG : อุปกรณ์สั่น เสี่ยงต่อ การร่วงหล่นทับคนที่อยู่ใต้ อุปกรณ์นั้น NG : ไม่สั่น แ่ไม่มีตัวกั้นกัน ร่วงทับคนที่ทำ งานโครงสร้าง Man drops down NG : พื้นที่รับน้้ำ หนักไม่ได้ NG : จุดยืนทำ งานโครงสร้างไม่ แข็งไม่เเรง NG : พื้นที่ทำ งานมีช่องเปิด ที่ร่างกายหลุดเข้าไปได้ NG : วัสดุลื่น เสี่ยงต่อการ ร่วง ล้ม พังทลาย NG : อุปกรณ์ไม่สั่น แต่ไม่มี Safety Sling สำ หรับ รองรับ กรณีอุปกรณ์ร่วง NG : วัสดุสั่น เสี่ยงต่อการ ร่วง ล้ม พังงทลาย NG : วัสดุสั่น เสี่ยงต่อการ ร่วง หล่น พังทลาย Load collapse NG : พนักงานจัดวางของ ซ้อนกันหลายชั้นแต่วางไม่ สมดุล ของหนักตกทับ NG : ผลักนั่งร้าน เพื่อจะ ทำ การย้ายจุดทำ งานโดยมีคน อยู่ด้านบน อาจทำ ให้นั่งร้าน ล้ม คนตกจากที่สูงได้ NG : สารเคมีถูผลัก ทำ ให้ กระเด็นไปถูกคน STOP 6 Type B STOP 6 Type D STOP 6 Type P
17. การไม่ตัดการเชื่อมต่อระบบจ่ายพลังงาน : 19. สภาพแวดล้อมในการทำ งาน : 18. ความเป็นอันรายขณะเครื่องเปิดอยู่ : STOP 6 Type B NG : ไม่ตัดพลังงานก่อนเข้าไป ทำ งาน ทำ ให้ของหนักอาจหล่นทับ STOP 6 Type F NG : ซ่อมท่อน้ำ ร้อน โดยที่ไม่ ทำ การตัดระบบ STOP 6 Type A NG : ตัดพลังงานไม่สมบูรณ์คนอื่น อาจมาเปิดระบบใหม่ได้ อาจทำ ให้ โดนเครื่องจักรหนีบ Work Circumstances STOP 6 Type A NG : พนักงานทำ งานใกล้กับ ทางต่างระดับ เผลอเดินออก มาตรงทางต่างระดับ ตกลง ไปในราง Conveyor Power is not disconnected STOP 6 Type A NG : เข้าไปซ่อมเครื่องจักรขณะ ยังไม่ได้ off breaker ทำ ให้ เครื่องจักรหนับได้ STOP 6 Type E NG : สัมผัสสายไฟที่ยังมีกระแส ไฟฟ้าอยู่ ทำ ให้คนโดนไฟฟ้าช็อตได้ Hazard while power is on STOP 6 Type O NG : พื้นลื่น ทำ ให้คนลื่นตกลงไป ในที่อับอากาศ คนขาดอากาศหายใจ STOP 6 Type B NG : ทำ งานบนพื้นเอียง ทำ ให้ของ หนักไหลลงมาทับคน STOP 6 Type A NG : พื้นที่ทำ งานขุรขระพนักงาน สดุดล้มไปโดนเครื่องจักรหนีบ STOP 6 Type D NG : พื้นที่แคบทำ ให้คนอาจตกลง มาจากที่สูง STOP 6 Type P NG : สารเคมีวางอยู่บนพื้นเอียง ทำ ให้สารเคมีหกใส่คนได้ STOP 6 Type F NG : พื้นที่ทำ งานแคบ ทำ ให้คนโดน วัตถุร้อนได้รับบาดเจ็บ STOP 6 Type B NG : พนักงานวางของ ระหว่าง ทางมีน้ำ หกอยู่บนพื้น จึงลื่นลงไป ชนของที่วางหล่นมาทับ
1F การเจอกันกับวัตถุไวไฟกับประกายไฟ : 20. อุปกรณ์มีการเสื่อมสภาพ (กัดกร่อน,ท่อแตก,อื่นๆ) : อุปกรณ์ไฟฟ้า อุณหภูมิ มากกว่า 60 องศาเซลเซียส หากจากแก๊สไวไฟ ระยะน้อย กว่า 1 เมตร แหล่ความร้อน อุณหภูมิ มากกว่า 60 องศาเซลเซียส ห่างจากแก๊สไวไฟ ระยะน้อย กว่า 1 เมตร Cross between flammable & ignition sources Deteriorated equipment (corrosion’,metal fatigue, etc.) NG : ท่อสารเคมีแตก ทำ ให้ สารเคมีพุ่งออกมาโดนคน NG : สายพานของ เครื่องจักรชำ รุด อาจทำ ให้ สายพานขาดสะพัดไปโดนคน ได้ NG : แรงสั่นสะเทือน ทำ ให้ ข้อต่อ Platform หลุด คน ที่ปฏิบัติงานอยู่อาจตกลงมา ได้ NG : การสั่นสะเทือน ทำ ให้ ข้อท่อของท่อน้ำ ร้อนหลุด คนโดนน้ำ ร้อนลวกได้ คนไม่มีกราวด์ เช่น ไม่ใส่ชุด รองเท้า ถุงมือ (เฉพาะ Booth , mixing และStorage ) หลอดไฟทุกชนิดที่ไม่มีที่ ครอบ หรือที่ครอบชำ รุด Spetter ห่างจากแก๊สไวไฟ ระยะน้อยกว่า 5 เมตร อุปกรณ์ เช่น ปืนไฟฟ้า ไม่ได้ ต่อสายกราวด์ หรือ สายก ราวด์ชำ รุด อุปกรณ์ (พลาสติก กระดาษ) ไม่มีกราวด์ ในพื้นที่เก็บแก๊ส ไวไฟ ในระยะน้อยกว่า 1 เมตร การถ่ายเทของเหลวไวไฟไม่ ต่อสายกราวด์ที่ภานะ/ อุปกรณ์ไม่ต่อสายกราวด์ STOP 6 Type P STOP 6 Type A STOP 6 Type D STOP 6 Type A Rank A Rank A Rank A Rank A Rank A Rank A Rank A Rank A
ตัวอย่างโรคจากการประกอบอาชีพ โรคจาก การประกอบอาชีพ โรคจาก การประกอบอาชีพ โรคจากการประกอบอาชีพ คือ โรคที่มีสาเหตุหลักมาจากการทำ งาน โรคหรือความเจ็บป่วยต่าง ๆที่เกิดขึ้นกับตัวผู้ปฏิบัติงาน ที่สัมผัสกับ งานหรืออยู่ในบรรยากาศของการทำ งานที่เป็นพิษภัย จนเป็นเหตุทำ ให้ สุขภาพอนามัยเสื่อมโทรมจนเจ็บป่วยเป็นโรคหรือพิการ โรคผิวหนังจาก การทำ งาาน โรคหูเสื่อมจาก เสียงดัง โรคพิษจาก สารเคมี โรคปอดจาก การทำ งาน โรคกระดูกและ กล้ามเนื้อ
สถานที่เสี่ยงการเกิดโรคจากการทำ งาน เหมืองแร่ โรงงาน อุตสาหกรรม เขตก่อสร้าง ปิโตรเลียม ออฟฟิศ โรคปอดจากฝุ่นหิน โรคปอดจากฝุ่น ถ่านหิน หอบหืด หลอดลมอักเสบ เรื้อรัง โรคปอดอุดกั้น เรื้อรัง วัณโรคปอด มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งผิวหนัง ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจวาย โรคลูปัส โรครูห์มาติซึม โรคพิษตะกั่ว โรคพิษ แคดเมียม (อิไต อิไต) โรคพิษปรอท (มินามาตะ) โรคพิษสารตัว ทำ ละลาย โรคพิษอื่นๆ ภาวะเครียด จากการทำ งาน โรคที่เกิดจาก การหายใจเอา ฝุ่นหิน ฝุ่น ทราย ฝุนซิลิกา หรือผลึกซิลิค คอนได โรคหูเสื่อม ส่งผลกระทบ ต่อระบบ สืบพันธุ์ ระคายเคือง ระบบทางเดิน หายใจ ระคายเคือง ผิวหนัง มะเร็งปอด มะเร็งระบบ สืบพันธุ์ มะเร็งทางเดิน ปัสสาวะ มะเร็งผิวหนัง โรคเครียดลง กระเพาะ โรคความดันโลหิต สูง ออฟฟิศซินโดรม โรคหัวใจ โรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะ ปัสสาวะอักเสบ สถานประกอบการจะต้องดำ เนินการป้องกันการเกิดโรคจากการทำ งาน การสำ รวจปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคจากการทำ งาน การตรวจสุขภาพคนงานเมื่อแรกเข้าทำ งาน การจัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ให้พนักงานสวมใส่ขณะปฏิบัติงาน การฝึกอบรมด้านการดูแลสุขภาพอนามัยตนเองของ พนักงาน การจัดสวัสดิการเพื่อสุขภาพของพนักงาน