|||
คิดก่อน
ดีกว่าไหม ?
ผู้แต่ง
นางสาวปวริศา อยู่เย็น
เลขที่ 11 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1
คำนำ
เรื่องสั้นเรื่องคิดก่อนดีกว่าไหม จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อการเรียน
รู้วิชาภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 จุดประสงค์เพื่อ
ศึกษาความรู้และฝึกทักษะในการเขียนเรื่องสั้น เนื้อเรื่องได้รับ
แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงเป็นเรื่องเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงิน
ของครอบครัวหนึ่งและยังมีเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19
พร้อมทั้งมีข้อคิดสอนใจท้ายเรื่อง
ผู้จัดทำหวังว่าเรื่องสั้นเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านที่
อ่านและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ผู้จัดทำขอ
ขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้
นางสาวปวริศา อยู่เย็น
ผู้จัดทำ
เงิน เป็นสิ่งสำคัญมากในปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่ 5
เลยก็ว่าได้ช่วงที่เศรษฐกิจดีเราใช้เงินในการจับจ่ายใช้สอยสิ่งต่างๆ
และบางกลุ่มบุคคลยังมีเงินเก็บอีกด้วย
มิว: มีนวันนี้ shopee มีอะไรน่าซื้อบ้าพี่อยากได้ของตกแต่งห้องใหม่
มีน: หนูเห็นมีโปสเตอร์การ์ตูนมาใหม่พี่มิว น่ารักมากเลย
มิว: โอเคน่ารักใช่ไหม งั้นมีนกดสั่งเลยแล้วก็ซื้อพวกผ้าปูที่นอนด้วยนะ
พี่เบื่อลายเก่าแล้ว
เช่นเดียวกับฉันและน้องเวลาเราซื้อสิ่งของต่างๆที่เราอยากได้เรามัก
ไม่ได้คิดให้รอบคอบก่อนที่จะซื้อ ซื้อเพื่อสนองความต้องการของตัว
เองเท่านั้นโดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าแต่ละวันแต่ละเดือน พ่อและแม่ของเรา
ต้องใช้จ่ายมากแค่ไหน เรามักจะมองแต่รายได้ที่ได้รับมาจากการทำ
ธุรกิจส่วนตัว ว่ายังไงก็พอให้เราซื้อของที่เราอยากได้อยู่แล้ว
พ่อ: แม่เดี๋ยววันนี้เราต้องจ่ายค่าอะไรบ้างนะ
แม่: พวกค่าบัตรเครดิต ค่างวดรถยนต์น่ะแม่เตรียมไว้แล้ว ช่วงนี้
ธุรกิจของเรากำลังไปได้ดีเราเลยมีเงินพอที่จะใช้จ่ายและมีเงินฝาก
ที่ธนาคารยามฉุกเฉินด้วย
ครอบครัวของเราใช้เงินกันอย่างข้อมือโดยเฉพาะฉันและน้อง ที่
ไม่ค่อยคิดให้ถี่ถ้วนและใช้เงินจนหมดไม่เหลือเงินฝากเลยแม้แต่
บาทเดียวและแล้วช่วงที่ถือว่าเป็นจุดพีคก็มาถึงองค์กรอนามัยโลก
(WHO)ได้ประกาศว่าพบเชื้อไวรัส โควิด-19 และอีกและอีกไม่นาน
ก็พบผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ในประเทศไทย
จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจต่างๆทั้งในและนอก
ประเทศได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะอาชีพพ่อค้าแม่ค้าผู้
ประกอบรายย่อยจนไปถึงกลุ่มบริษัทใหญ่ๆทุกอย่างชะลอตัวลงหมด
รวมไปถึงธุรกิจของพวกเราด้วย
ร้านคาร์แคร์ของพวกเราได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เนื่องจาก
เป็นงานบริการที่ต้องอาศัยคนมาใช้บริการที่ร้าน ผู้คนต่างกลัวเชื้อ
ไวรัสโควิด-19 จึงออกจากบ้านน้อยลงและใช้เงินอย่างประหยัดมาก
ยิ่งขึ้น
แม่: พ่อช่วงนี้ในร้านเราซบเซามากเลย ลูกค้าไม่ค่อยได้ออกไปไหน
จึงล้างรถกันเองที่บ้านคนเลยมาร้านเราน้อยลงสิ้นเดือนนี้เราจะทำ
อย่างไรกันดี
พ่อ: นั่นสิ เราจะทำอย่างไรเราจะทำอย่างไรดีสิ้นเดือนหนี้สินก็ต้อง
จ่ายเขา ไหนลูกเราอีกสองคนอีกกำลังจะขึ้นมัธยมและมหาวิทยาลัย
ด้วย
ขณะที่พ่อกับแม่กำลังปรึกษากันฉันและน้อง
มีน: พี่พี่มิวหนูสั่งกระโปรงนะ ตัวนี้สวยมากเลยเป็นสไตล์เกาหลี
มิว: เอาสิพี่ก็ว่าจะสั่งเสื้อใหม่ไว้ใส่ไปดูหนัง
เรายังใช้เงินกันอย่างที่ที่เราเคยทำเสมอมาโดยที่ไม่ได้คิดถึง
สถานการณ์การที่พ่อกับแม่กำลังเผชิญ
วันนั้นก็มาถึงคือวันสิ้นเดือนที่ครอบครัวของเราต้องชำระค่าใช้จ่าย
ต่างๆ พวกเรารู้สึกเครียดกันมากฉันและน้องจากที่ไม่เคยสนใจอะไร
กับต้องมานั่งเครียดและร้องไห้ ณ ตอนนั้นเรากลัวไปหมดว่าเราจะได้
เรียนต่อไหม ธุรกิจของเราจะยังอยู่รอดไหม เราควรจะทำอย่างไรดี
เราจึงมานั่งประชุมกันสี่คนพ่อแม่น้องและฉันและได้พยายามหาวิธี
ต่างๆแม่จึงจำได้ว่า แม่ยังมีเงินในธนาคารที่ฝากไว้เผื่อเหตุการณ์
ฉุกเฉินตอนที่เศรษฐกิจดีครอบครัวของเราจึงนำเงินตรงนั้นมาใช้
จ่ายหนี้สินต่างๆจนหมดและยังมีพอจ่ายค่าเทอมในการเรียนของ
น้องและฉัน
จากเหตุการณ์ในครั้งนี้สอนว่าทุกครั้งก่อนที่เราจะใช้จ่ายสิ่งใดเรา
ควรคิดก่อนเสมอ ทบทวนดูว่าสิ่งนั้นจำเป็นไหมสมควรที่จะซื้อหรือ
เปล่าและรู้จักเก็บออมเงินเพราะหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินเราจะได้
พร้อมรับมือกับมัน
“วางแผนในวันนี้
เพื่ออนาคตที่ดีในวันหน้า”