hand Balls the Information Subjects : P.E. แฮนด์บอล เขมจิจิจิรจิา โทมณีณีณีณีเลขที่ที่ ที่ที่ 28 ฟิฟิฟิตฟิ ตรีรีรีรีดาโอ๊อ๊อ๊ะอ๊เลขที่ที่ ที่ที่ 38 ม.4/12
ประวัติกีฬาแฮนด์บอล กีฬาแฮนด์บอล มีที่มาจากประเทศเยอรมนี โดยนาย Konrad Koch ครูพละศึกษาคนหนึ่งแต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก จนกระทั่งปี พ.ศ. 2447 (ค.ศ. 1904) กีฬาแฮนด์บอลก็ถูกพัฒนาขึ้นในทวีปยุโรป และ กำ หนดกติกาขึ้นโดยอ้างอิงจากกติกาของกีฬาฟุตบอลเป็นหลัก ซึ่ง เป็นการดัดแปลงกีฬาฟุตบอลมาเล่นด้วยมือแทน เดิมใช้ผู้เล่นทีมละ 11 คน แต่ลดลงเหลือทีมละ 7 คนแทน เนื่องจากผู้เล่นมีจำ นวนมาก จนเกินไปทำ ให้เล่นไม่สะดวก จากนั้นจึงค่อย ๆ แพร่หลายเรื่อยมา ในปี พ.ศ. 2471 (ค.ศ. 1928) แฮนด์บอลถูกนำ ไปสาธิตในงาน กีฬาโอลิมปิก และถูกบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในรายการการแข่งขัน กีฬาระดับชาติเมื่อปี พ.ศ. 2474 (ค.ศ.1931) และเป็นที่นิยม อย่างแพร่หลายจนถูกบรรจุเข้าเป็นชนิดกีฬาการแข่งขันใน กีฬาโอลิมปิก เมื่อปี พ.ศ. 2479 (ค.ศ. 1936) ก่อนที่จะเจอกับ เหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 จนความนิยมลดลง ต่อมาในปี พ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956) ก็ได้มีการแก้ไขกติกา แฮนด์บอลใหม่ ด้วยการนำ เอากติกาของกีฬาฟุตบอล และกีฬา บาสเก็ตบอลมาผสมกัน เพื่อฟื้นฟูความนิยมกีฬาแฮนด์บอลให้ กลับมาอีกครั้ง ปัจจุบันกีฬาแฮนด์บอลกลายเป็นกีฬาที่นิยมกัน ไปทั่วโลก History of handball sports
กีฬาแฮนด์บอลได้เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2482 โดยอาจารย์กอง วิสุทธารมย์ อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา ในสมัยนั้นแฮนด์บอลยังนิยม เล่นแบบ 11 คนอยู่ แต่คนไทยเราไม่ค่อยจะนิยมเล่นกีฬาประเภท นี้เท่าไรจึงถูกยกเลิกไป ต่อมาปี พ.ศ. 2500 นายธนิต คงมนต์ ได้รับทุนจากองค์การยู เนสโก (UNESCO) ไปศึกษาและดูงานพลศึกษาในประเทศ เดนมาร์กและประเทศสวีเดน ขณะที่ได้ศึกษาอยู่นั้นได้รับการ ฝึกสอนวิชาแฮนด์บอลทั้งประเภท 7 คนและ 11 คน เห็นว่ากีฬา นี้มีประโยชน์มากเนื่องจากใช้สถานที่ไม่กว้างนัก จะใช้สนาม หญ้า สนามคอนกรีต พื้นดินหรือพื้นไม้ก็ได้ ดังนั้นเมื่อกลับมา เมืองไทยจึงได้เสนอกีฬาแฮนด์บอลเข้าไว้ในหลักสูรพลศึกษา ของมหาวิทยาลัยและโรงเรียนฝึกหัดครูพลานามัยก็ได้รับการ อนุมัติและบรรจุไว้ในหลักสูตรเมื่อปี พ.ศ. 2501 History of handball sports in thailand
Picture
กฎกติกา และ มารยาท การแข่งขันแฮนด์บอล ทีมชายและทีมหญิงอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป แบ่งเป็น 2 ครึ่ง ครึ่งละ 30 นาที พัก 10 นาที ถ้าครึ่งแรกเล่นเกิน เวลาที่กำ หนดไว้ในครึ่งหลังก็จะต้องหักเวลาที่เกินออกไป แล้วเล่นจน เต็มเวลา 30 นาทีของครึ่งหลัง ถ้าผลเสมอกันในช่วงเวลาปกติ ให้เพิ่ม เวลาพิเศษ หลังจากพักแล้ว 5 นาที เพื่อเสี่ยงเลือกส่งหรือเลือกแดน สำ หรับเวลาในการต่อเวลาพิเศษ โดยช่วงเวลาที่เพิ่มจะแบ่งเป็น 2 ครึ่ง ครึ่งละ 5 นาที (เปลี่ยนแดนกันในครึ่ง โดยไม่มีเวลาพัก) ถ้าผล ยังเสมอกันอีก ก็ให้ต่อเวลาพิเศษในช่วงที่ 2 โดยให้เสี่ยงเลือกส่ง หรือเลือกแดน และการแข่งขันจะไม่มีการพัก (ถ้าผลจากการต่อเวลา พิเศษยังเสมอกันอยู่ ให้ประยุกต์กติกานี้เพื่อหาผู้ชนะ) ทีมที่เข้าแข่งขัน ต้องส่งรายชื่อผู้เล่นทีมละ 12 คนลง (ผู้เล่น 6 คน ผู้รักษาประตู 1 คน) ที่ เหลือเป็นผู้เล่นตัวสำ รอง ขณะเริ่มแข่งขันทีมหนึ่งจะต้องมีผู้เล่นไม่น้อย กว่า5 คน เมื่อแข่งไปจะมีผู้เล่นน้อยกว่า 5 คนก็ได้ การเปลี่ยนตัวเข้าออก ได้ตลอดเวลา เปลี่ยนออกมาแล้วก็เปลี่ยนกลับลงไปเล่นได้อีก โดยไม่ ต้องบอกผู้บันทึกและผู้จับเวลา แต่จะต้องรอให้ผู้เล่นในสนามออกจาก สนามก่อน แล้วก็จะต้องเข้าออกตรงบริเวณเส้นเปลี่ยนตัวของฝ่ายตนเอง เท่านั้น ถ้ามีการเข้ามาเกินผู้เล่นคนนั้นจะถูกสั่งพัก 2 นาที และผู้เล่นใน ทีมนั้นจะต้องออกจากสนาม 1 คน ให้เหลือ 6 คน อยู่ 2 นาทีแล้วแต่ผู้ ตัดสินจะกำ หนดให้ใครออก RULE
ผู้รักษาประตู สามารถออกไปเล่นในสนามได้ และสามารถที่จะเปลี่ยนเป็นผู้รักษาประตูได้ ตลอดเวลาแต่จะต้องเปลี่ยนเสื้อกันด้วย เคลื่อนที่ไปในเขตประตูพร้อมกับ ลูกบอลได้โดยไม่มีขีดจำ กัดแต่จะพาลูกออกไปนอกเขตประตูไม่ได้ ถ้าออก มานอกเขตแล้วจะกลับเข้าเขตประตูพร้อมกับลูกบอลไม่ได้ ให้นับเป็นประตู ถ้าผู้เล่นเจตนาส่งลูกบอลกลับเข้าประตูของตนก็ให้นับประตูนั้นด้วย การเล่นลูกบอล 1. อนุญาตให้ผู้เล่น ขว้าง จับ หยุด ผลัก หรือตีลูกบอลด้วยมีทั้งสองได้ รวม ทั้งแขน ศีรษะ ลำ ตัว ต้นขาเข่า จับลูกบอลไว้ในมือเดียวหรือ 2 มือ จะทำ ได้ ไม่เกิน 3 วินาที หรือก้าวได้ไม่เกิน 3 ก้าวการพิจารณาก้าว คือ ผู้เล่นยืนด้วยเท้าทั้ง 2 ข้างบนพื้น แล้วยกเท้าหนึ่งวางลงหรือเคลื่อนไปที่ อื่น ผู้เล่นสัมผัสพื้นเพียงเท้าเดียว จับลูกบอลแล้วใช้เท้าข้างหนึ่งสัมผัสพื้น ก้าวขากระโดดลงพื้นด้วยเท้าเดียว และกระโจนด้วยเท้าเดิมหรือสัมผัส พื้นด้วยเท้าอื่น กระโดดลงสัมผัสพื้นด้วยเท้าทั้ง 2 พร้อมกัน แล้วยกเท้าข้างหนึ่งแล้ววาง เท้านั้นลง หรือเคลื่อนเท้าหนึ่งไปยังที่อื่น (ให้ลากเท้าอีกข้างตามได้) ในขณะยืนหรือวิ่ง กระดอนลูกครั้งหนึ่งและจับด้วยมือเดียวหรือ 2 มือ การเลี้ยงลูกบอล กระดอนซ้ำ ด้วยมือเดียวหรือกลิ้งบอล หลังจากนั้นจึงจับ ลูกบอลหรือเก็บลูกบอลขึ้นมาด้วยมือเดียวหรือ 2 มือ ขณะที่จับลูกบอลด้วยมือเดียวหรือ 2 มือนั้น ทำ ได้ภายใน 3 วินาที หรือ จากก้าวไม่เกิน 3 ก้าว การกระดอนลูกสามารถใช้ส่วนต่างๆ ได้ เมื่อ ลูกบอลถูกผู้เล่นคนอื่นหรือถูกประตูผู้เล่นสามารถที่จะปัด และจับลูกบอล ได้อีก ส่งบอลจากมือหนึ่งไปยังอีกมือหนึ่ง Playing with the ball
2. เล่นลูกบอลในขณะที่กำ ลังคุกเข่า นั่ง หรือนอนอยู่บนพื้นไม่อนุญาตให้ผู้ เล่นกระทำ ดังนี้ ถูกลูกบอลมากกว่า 1 ครั้ง นอกจากลูกบอลไปถูกผู้เล่นอื่น หรือเสาประตู การพยายามครองลูกบอลพลาด (Fumbling) จะไม่ถูกลงโทษ หมายเหตุ ลูกบอลพลาด หมายถึงการที่ผู้เล่นพยายามที่จะจับหรือหยุด ลูกบอล แต่พลาดจากการครอบครอง ถูกลูกบอลด้วยเท้าหรือขาซึ่งอยู่ต่ำ กว่าเข่าลงไปยกเว้นในกรณีที่คู่ต่อสู้ได้ ขว้างลูกบอลมาถูกผู้เล่น แต่อย่างไรก็ตาม การทำ ผิดอย่างนี้จะไม่ถูกลงโทษถ้าไม่เป็นการทำ ให้เกิดการได้เปรียบกับผู้ เล่นหรือทีมของเขา ทิ้งตัวลงเล่นในขณะที่ลูกบอลวางอยู่บนพื้นหรือกำ ลังกลิ้งอยู่ แต่กติกาข้อ นี้จะต้องไม่นำ ไปใช้กับผู้รักษาประตูในขณะที่อยู่ในเขตประตูของตัว เอง เจตนาทำ ลูกบอลออกนอกเส้นข้างหรือเส้นประตู กติกาข้อนี้จะต้องไม่นำ ไปใช้กับผู้รักษาประตูในขณะที่พยายามที่จะครอบครองลูกบอลพลาด ภายในเขตประตู และลูกบอลได้ออกไปทางเส้นประตูโดยตรง (ส่งจาก ประตู) ครอบครองลูกบอลอยู่ภายในทีม โดยไม่พยายามที่จะรุกหรือทำ ประตู การเล่นในลักษณะนี้จะถูกลงโทษโดยให้ส่งลูกกินเปล่าจากจุดที่ลูกได้ หยุดลง การเล่นจะดำ เนินต่อไปถ้าลูกบอลถูกผู้ตัดสินในสนาม
การนับประตู จะนับเป็นประตู เมื่อลูกบอลทั้งลูกได้ผ่านเข้าไปในเส้นประตูโดยผู้ทำ ประตู และเพื่อนร่วมทีมไม่ทำ ผิดกติกาก่อน ถ้าลูกบอลจะเข้าประตูแน่นอนแต่บุคคล อื่นหรือสิ่งอื่นที่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปในสนามมาป้องกันไม่ให้ลูกบอลเข้าประตู ผู้ ตัดสินพิจารณาให้เป็นประตู เมื่อผู้ตัดสินเป่านกหวีดให้ส่งเริ่มเล่นต่อไป แล้ว ประตูที่ได้จะเปลี่ยนแปลไม่ได้ ผู้ที่ทำ ประตูได้มากกว่าถือว่าเป็นผู้ขนะ การแข่งขัน หมายเหตุ ถ้าทั้ง 2 ทีมได้คะแนนเสมอกัน ให้ถือว่าเสมอกัน * การส่งเริ่มเล่น จะทำ ที่จุดกึ่งกลางสนามในในทิศทางใดก็ได้ต้องทำ ภายใน 3 วินาที ผู้เล่น ฝ่ายตรงข้ามจะต้องอยู่ห่างจากผู้ส่งเริ่มเล่นอย่างน้อย 3 เมตร (ยกเว้นผู้ กระโดด) * การส่งลูกเข้าเล่น ต้องส่ง ณ บริเวณที่ลูกบอลออกโดยผู้ส่งลูกเข้าเล่นจะต้องมีเท้าข้างหนึ่งอยู่ บนเส้นข้างจนกว่าลูกจะหลุดมือแล้วผู้ตัดสินไม่ต้องใช้สัญญาณนกหวีด * ผู้รักษาประตูส่งลูก จะต้องส่งลูกบอลข้ามเส้นเขตประตูไม่ต้องมีสัญญาณนกหวีดจากผู้ตัดสิน * การส่งลูกกินเปล่า
การส่งลูก เป้าหมายในการส่งคือระดับอกของผู้รับ ความเร็วต้องมีการกะระยะ ทางระหว่างผู้ส่งเเละผู้รับเพื่อที่จะได้ส่งลูกออกไปตามเเรงที่เหมาะสม การส่งลูกถ้าผู้ส่งถนัดขวาก็ต้องให้เท้าซ้ายอยู่หน้าเท้าขวาในขณะส่ง โน้มตัวไปข้างหน้า ถ่ายน้ำ หนักตัวไปข้างหน้าเพื่อเสริมเเรงทำ ให้ลูก วิ่งได้เร็วเเละเเรงขึ้น การส่งลูกบอลอาจทำ ได้ในหลายๆรูปเเบบ เพื่อ หลอกล่อคู่ต่อสู้ เเละการส่งอาจทำ ได้ทั้งการยืนส่งลูก หรือการกระโดด ส่งลูก ดังนี้ การยืนส่งลูกมือเดียว ซึ่งได้เเก่ ส่งลูกมือเดียวเหนือหัวไหล่ การส่งไป ด้านหน้าด้วยมือที่ถนัดเเละไม่ถนัดเหนือหัวไหล่ ส่งลูกมือเดียวระดับ ล่าง ส่งบอลระดับกลางด้านข้าง การพลิกมือส่ง (ลูกบอลต้องอยู่ในระดับ ข้อมือ เเละบอลอยู่ชิดลำ ตัว) การส่งลูกมือเดียวอ้อมหลัง ส่งลูกมือเดียว อ้อมไหล่ ส่งลูกเเบบผลัก ส่งลูกเเบบตวัด ฯลฯ 1. การยืนส่งลูกสองมือ ซึ่งได้เเก่ ส่งลูกระดับอก ส่งลูกเหนือศีรษะ ส่งลูก สองมือด้านหน้า ฯลฯ 2. การกระโดดส่งลูกมือเดียว ซึ่งได้เเก่ กระโดดส่งลูกมือเดียวตรงหน้า กระโดดส่งด้านข้างมือเดียว กระโดดส่งลูกด้วยสองมือ กระโดดส่งลูกกลับ ด้านหลัง กระโดดสองเท้าส่งลูกสองมือ ข้อเเนะนำ ในการรับ – ส่งลูกบอล 1. ไม่ควรเเสดงว่าจะส่งลูกไปทางไหน 2. การส่งลูกอย่าส่งเเรงหรือเร็วเกินไป เป้าหมายการส่งลูกโดยที่ผู้รับ เคลื่อนที่ประมาณข้างหน้าของผู้รับระยะ 1 ช่วงเเขน ไม่ส่งย้อยหลัง สูงหรือ ต่ำ เกินไป 3. ไม่ควรส่งกระดอนหรือลูกพลิกเเพลงบ่อย ในขณะที่ไม่มีความชำ นาญ 4. อย่าส่งลูกขณะที่ผู้รับยังหันหลังอยู่ เเละไม่ควรส่งลูกข้ามคน (อาจถูกตัด เเย่งเอาลูกบอลไปได้)
การเลี้ยงลูก ขณะยืนหรือเคลื่อนที่พยายามบังคับลูกบอลให้กระทบพื้น ผู้เล่นจะ ก้าวกี่ก้าวก็ได้ในขณะที่เลี้ยงลูกบอล สามารถทำ ได้โดยการปัดลูกบอล ไปบนพื้นสนาม ให้ผู้ฝึกกางนิ้วมือที่จะใช้เลี้ยงลูกออกทุกนิ้วเวลาผลัก ลูกบอลลงสู่พื้นนั้นใช้เฉพาะนิ้วทั้งห้าเท่านั้น ห้ามใช้ฝ่ามือผลักลูกเด็ด ขาด ตำ แหน่งของร่างกายขณะเลี้ยงลูกบอล ให้ก้มตัวไปข้างหน้าย่อ เข่า แขนข้างหนึ่งกางออกเพื่อการทรงตัว เท้าอยู่ในลักษณะมีเท้านำ และเท้าตาม ลำ ตัวเอียงโน้มไปข้างหน้า หรือด้านข้างเพื่อช่วยในการ หลบหลีกและทำ การป้องกันจากคู่ต่อสู้ เมื่อต้องการหยุดกดลูกให้ต่ำ ลง หรือจับลูกบอลด้วยมือเดียวหรือสองมือก็ได้ การเลี้ยงลูกบอลมีหลากหลายลักษณะขึ้นอยู่กับโอกาสและความ ชำ นาญของผู้ฝึก ในที่นี้จะขอกล่าวแต่ถึงรูปแบบการเลี้ยงที่มีการใช้ บ่อย ได้แก่ การเลี้ยงลูกต่ำ – จุดมุ่งหมายเพื่อหลบหลีกคู่ต่อสู้ การเลี้ยงลูกสูง - จุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้การเลี้ยงลูกบอลไปข้างหน้าได้ อย่างรวดเร็ว
มารยาทการเป็นผู้เล่นที่ดี จุดมุ่งหมายของการเล่นกีฬาที่สำ คัญนั้นมิใช่มุ่งเน้นเเต่เพียงเฉพาะผลแพ้ – ชนะ เเต่มุ่งไปในมิตรภาพความมีน้ำ ใจนักกีฬา อันเป็นคุณลักษณะทางจิตใจ นักกีฬาที่ดีควรมีมารยาทในการเล่นจึงจะได้ชื่อว่าเป็นนักกีฬาที่สมบูรณ์ ดังนั้นผู้ ที่เล่นควรมีเเนวปฏิบัติดังนี้ 1. แต่งกายให้สุภาพสะอาดเรียบร้อย ถูกต้องเหมาะสมตามกติกาการเเข่งขัน 2. เเสดงออกซึ่งมิตรภาพโดยการจับมือผู้ร่วมเเข่งขันทั้งก่อนเเละหลังการเเข่ง ขัน 3. เล่นด้วยความสนุกสนาน ยิ้มเเย้มแจ่มใส เล่นด้วยความสุภาพ อ่อนโยนไม่ ก้าวร้าวทั้งต่อผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม และผู้ตัดสิน เเละเล่นตามกติกา 4. เมื่อชนะไม่ควรเเสดงความดีใจจนเกินไปในลักษณะข่มฝ่ายตรงข้าม 5. เชื่อฟังผู้ตัดสิน โดยถือเอาคำ ตัดสินเป็นเด็ดขาด 6. ไม่เเสดงหรือตำ หนิผู้เล่นฝ่ายเดียวกันเมื่อเล่นผิดพลาด 7. ไม่ส่อเจตนากลั่นเเกล้ง หรือยั่วยุคู่ต่อสู้ 8. ไม่นำ เอาผลเเพ้ – ชนะมาเป็นข้อพิพาทในการทะเลาะวิวาทซึ่งกันเเละกัน 9. แสดงความสามารถให้เต็มที่ในการเเข่งขัน และไม่ซ้ำ เติมคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือด้อย กว่า 10. เชื่อฟังเเละปฏิบัติตามผู้ฝึกสอน และแสดงมารยาทที่ดีต่อผู้ดูทั่วไป มีความ สุภาพเรียบร้อยทั้งในเเละนอก สนามการเเข่งขัน
กติกาแฮนด์บอล (แบบย่อ) สนามแข่งขัน ขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาว 40 เมตร กว้าง 20 เมตร มีเส้น รอบสนามและเขตประตู โดยประตูจะต้องมีขนาดสูง 2 เมตร กว้าง 3 เมตร ตั้งอยู่ทั้งสองฝั่ง มีพื้นที่รอบสนามห่างจากเส้น ขอบสนามอย่างน้อย 1 เมตร ห่างจากหลังประตู 2 เมตร ลูกบอล ต้องทำ จากหนังหรือวัสดุสังเคราะห์รูปทรงกลม ผิวไม่สะท้อน แสงและไม่ลื่น สำ หรับผู้ชายลูกบอลต้องมีขนาดเส้นรอบวง 58-60 เซนติเมตร หนักประมาณ 425-475 กรัม สำ หรับผู้ หญิงลูกบอลต้องมีขนาดเส้นรอบวง 54-56 เซนติเมตร หนัก ประมาณ 325-400 กรัม และต้องมีลูกบอลสำ หรับการแข่งขัน 2 ลูก เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นแล้วจะเปลี่ยนลูกบอลไม่ได้ นอกจากมีเหตุผลอันสมควร
ผู้เล่น ทีมหนึ่งต้องส่งตัวผู้เล่น 12 คน (รวมผู้เล่นสำ รอง) และลงสนามได้ 7 คน คือ ผู้เล่น 6 คน ผู้รักษาประตู 1 คน โดยสามารถเปลี่ยนตัวเข้าเล่นได้ทุก เวลา และสามารถเปลี่ยนตัวกลับเข้าในสนามใหม่ได้ โดยผู้เล่นจะต้อง สวมเสื้อทีมที่ติดหมายเลข 1-20 ไว้ที่เสื้อ โดยมีขนาดตัวเลข สูงอย่างน้อย 20 เซนติเมตร กว้างอย่างน้อย 10 เซนติเมตร สีของตัวเลขตัดกับเสื้อ อย่างชัดเจน สวมใส่รองเท้ากีฬา และห้ามใส่เครื่องประดับทุกชนิด วิธีการเล่น ใช้มือจับ ขว้าง โยน ลูกบอล ส่งต่อกันกับผู้เล่นในทีมตนเอง เพื่อขว้าง บอลเข้าประตูฝ่ายตรงข้าม ห้ามใช้ร่างกายส่วนที่ต่ำ กว่าหัวเข่าลงไปโดนลูกบอล ผู้เล่นสามารถถือลูกบอลไว้ในมือได้ไม่เกิน 3 วินาที ขณะถือลูกบอลสามารถก้าวขาได้ไม่เกิน 3 ก้าว ห้ามผู้เล่นดึงลูกบอลจากมือของฝ่ายตรงข้าม ห้ามเข้าไปในเขตประตูของฝ่ายตรงข้าม ใช้เวลาในการแข่งขันครึ่งละ 30 นาที พัก 10 นาที หากมีการต่อเวลา พิเศษจะเพิ่ม 2 ครึ่ง ครึ่งละ 5 นาที