รำ วงมาตรฐาน ท่ารำ ประกอบเพลง จัดทำ โดย นายอภิวัฒน์ ดอกสันเทียะ
คำนำ รำ วงมาตรฐานเป็นชุดการแสดงสมัยจอมพล ป. พิบูล สงครามเป็นนายกรัฐมนตรีรัฐบาล ตระหนักถึงความสำ คัญของ การละเล่นรื่นเริงประจำ ชาติ และเห็นว่าคนไทยนิยมเล่นรำ ทวน กันถ้าการปรับปรุงการเล่นลำ ให้เป็นระเบียบทั้งเพลงร้อง ลีลา ท่า รำ และการแต่งกาย จะทำ ให้การเล่นลำ โทนเป็นที่นิยม ดังนั้นฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่งจึงอยากช่วยกันอนุรักษ์การ แสดงและจะสืบทอดชุดการแสดงต่อไปสุดท้ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือE-bookเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจเป็นอย่างมาก นายอภิวัฒน์ ดอกสันเทียะ 7 กุมภาพันธ์ 2567
สารบัญ เรื่อ รื่ ง หน้า ประวัติความเป็นมา 1 คำ ร้อง 2 ทำ นอง 3 เพลงงามแสงเดือน 4-5 เพลงชาวไทย 6-7 เพลงรำ มาซิมารำ 8-9 เพลงคืนเดือนหงาย 10-11 เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ 12-14 เพลงดอกไม้ของชาติ 15-16 เพลงหญิงไทยใจงาม 17-18 เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า 19-20 เพลงยอดชายใจหาญ 21-22 เพลงบูชานักรบ 23-25 ข้อมูลอ้างอิง 26
รำ วงมาตรฐาน วิวัฒนาการมาจากการรำ โทน เป็นการละเล่นพื้นเมืองของไทย ต่อมาท่านผู้หญิง ละเอียด พิบูลสงคราม ได้แต่งเนื้อร้องและมอบให้กรม ศิลปากรบรรจุท่ารำ ไว้เป็นมาตรฐาน เป็นเพลงที่มีเนื้อ ร้องสุภาพ ใช้คำ ง่าย ทำ นองเพลงง่าย มุ่งให้เห็น วัฒนธรรมของชาติเป็นส่วนใหญ่ การแสดงจะใช้ผู้แสดง หญิงชายไม่น้อยกว่า ๕ คู่ ประวัติความเป็นมา คุณครูศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก คุณครูมัลลี คงประภัศร์ และคุณ ครูลมุล ยมะคุปต์ ได้ร่วมกัน ประดิษฐ์ท่ารำ ขึ้น ทั้งหมด ๑๔ แม่ท่า เป็นชื่อท่ารำ ที่อยู่ในรำ แม่บท มีทั้งหมด ๑๐ เพลง ได้แก่ เพลงงามแสงเดือน เพลง ชาวไทย เพลง รำ ซิมารำ เพลง คืนเดือนหงาย เพลงดวงจันทร์ วันเพ็ญ เพลงดอกไม้ของชาติ เพลงหญิงไทยใจงาม เพลงดวง จันทร์ขวัญฟ้า เพลงยอดชายใจ หาญ และเพลงบูชานักรบ ท่ารำ 1
คำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (เฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้า กองการสังคีต กรมศิลปากร ได้ประพันธ์ขึ้น ๔ เพลง คือ เพลงงามแสงเดือน เพลงชาว ไทย เพลง รำ ซิมารำ เพลง คืนเดือนหงาย คุณหญิงละเอียด พิบูล สงคราม ได้ประพันธ์คำ ร้องไว้ ๖ เพลง คือ เพลงดวงจันทร์วัน เพ็ญ เพลงดอกไม้ของชาติ เพลงหญิงไทยใจงาม เพลงดวง จันทร์ขวัญฟ้า เพลงยอดชายใจ หาญ และเพลงบูชานักรบ 2
ทำ นอง อาจารย์มนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทย กรมศิลปากร ได้แต่งทำ นองไว้ ๖ เพลง คือ เพลงงามแสงเดือน เพลงชาวไทย เพลง รำ ซิมารำ เพลงคืนเดือนหงาย เพลงดวง จันทร์วันเพ็ญ เพลงดอกไม้ของชาติ ครูเอื้อ สุนทรสนาน หัวหน้าวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ แต่งทำ นองไว้ ๔ เพลง คือ เพลงหญิงไทยใจงาม เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า เพลงยอดชายใจหาญ และเพลงบูชานักรบ เครื่องดนตรี เดิมนั้น รำ โทนมีเครื่องดนตรีประกอบ คือ ฉิ่ง กรับ ฉาบ และโทน เมื่อมีการ พัฒนาการรำ ขึ้น จึงได้พัฒนาเครื่องดนตรีที่ใช้ด้วย โดยใช้วงดนตรีสากลบรรเลง 3
เพลงงามแสงเดือน คำ ร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้า กองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร) ทำ นอง อาจารย์มนตรี ตราโมท งามแสงเดือนมาเยือนส่องหล้า งามใบหน้าเมื่ออยู่วงรำ (ซ้ำ ) เราเล่นเพื่อสนุก เปลื้องทุกข์วายระกำ ขอให้เล่นฟ้อนรำ เพื่อสามัคคีเอย ความหมาย ยามที่แสงจันทร์ส่องมายังโลกทำ ให้โลกนี้ดู สวยงาม ผู้คนที่มาเล่นรำ วงยามที่แสงจันทร์ส่อง ก็มีความ งดงามด้วย การรำ วงนี้เพื่อให้มีความสนุกสนาน มีความ สามัคคีกัน และละทิ้งความทุกข์ให้หมดสิ้นไป 4
ท่าสอดสร้อยมาลามือซ้ายจีบหงายที่ชายพก (ระดับหัวเข็มขัด)มือขวาตั้งวงสูงระดับหางคิ้ว (ชายตั้งวงระดับศีรษะ) เอียงซ้ายมาเยือนส่องหล้าเลื่อนมือซ้ายที่จีบให้ห่างออกจากลำ ตัวเล็กน้อยแล้วปล่อยจีบเป็นมือแบหงายมือขวาจีบคว่ำงามใบหน้าเมื่ออยู่วงรำ(ซ้ำ )มือซ้ายพลิกข้อมือขึ้นตั้งวง มือขวาเลื่อนวงลงข้างลำ ตัวเล็กน้อยแล้วเปลี่ยนจากวงเป็นจีบหงายที่ชายพก เปลี่ยนเป็นเอียงขวาทำ เช่นนี้สลับกันซ้ายขวาเราเล่นเพื่อสนุกเปลื้องทุกข์วายระกำขอให้เล่นฟ้อนรำเพื่อสามัคคีเอย 5
เพลงชาวไทย คำ ร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากอง การสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร) ทำ นอง อาจารย์มนตรี ตราโมท ชาวไทยเจ้าเอ๋ย ขออย่าละเลยในการทำ หน้าที่ การที่เราได้เล่นสนุก เปลื้องทุกข์สบายอย่างนี้ เพราะชาติเราได้เสรี มีเอกราชสมบูรณ์ เราจึงควรช่วยชูชาติ ให้เก่งกาจเจิดจำ รูญ เพื่อความสุขเพิ่มพูน ของชาวไทยเรา เอย ความหมาย หน้าที่ที่ชาวไทยพึงมีต่อประเทศชาตินั้น เป็นสิ่งที่ ทุกคนควรกระทำ อย่าได้ละเลยไปเสีย ในการที่เราได้มาเล่นรำ วง กันอย่างสนุกสนาน ปราศจากทุกข์โศกทั้งปวงนี้ก็เพราะว่า ประเทศไทยเรามีเอกราช ประชาชนมีเสรีในการคิดจะทำ สิ่งใดๆ ดังนั้น เราจึงควรช่วยกันเชิดชูชาติไทยให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป เพื่อ ความสุขยิ่งๆ ขึ้นของไทยเราตลอดไป 6
ท่าชักแป้งผัดหน้า มือขวาจีบปรกข้าง มือซ้ายวงหน้า เอียงขวา ลดแขนเลื่อนมือขวาลงมาอยู่ ระดับอก ปล่อยจีบเป็นแบมือ หงาย มือซ้ายจีบคว่ำ มือซ้ายเลื่อนมาเป็นจีบปรกข้าง ด้านซ้าย ส่วนมือขวาตั้งวงหน้า เอียงซ้าย ลดแขนเลื่อนมือมาอยู่ระดับอก มือซ้ายปล่อยจีบเป็นแบหงาย มือขวาจีบคว่ำ ทำ ท่าเช่นนี้สลับไปมาจนจบเพลง ส่วนเท้าย่ำ ไปทุกจังหวะของเพลง เปลี่ยนมือทุกจังหวะที่ ๗ 7
เพลงรำ ซิมารำ คำ ร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการ สังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร) ทำ นอง อาจารย์มนตรี ตราโมท รำ ซิมารำ เริงระบำ กันให้สนุก ยามงานเราทำ งานจริง ๆ ไม่ละไม่ทิ้งจะเกิดเข็ญขลุก ถึงยามว่างเราจึงรำ เล่น ตามเชิงเช่นเพื่อให้สร่างทุกข์ ตามเยี่ยงอย่างตามยุค เล่นสนุกอย่างวัฒนธรรม เล่นอะไรให้มีระเบียบ ให้งามให้เรียบจึงจะคมขำ มาซิมาเจ้าเอ๋ยมาฟ้อนรำ มาเล่นระบำ ของไทยเราเอย ความหมาย ขอพวกเรามาเล่นรำ วงกันให้สนุกสนานเถิดในยามว่าง เช่นนี้จะได้คลายทุกข์ ถึงเวลางานเราก็จะทำ งานกันจริงๆ เพื่อจะได้ ไม่ลำ บาก และการรำ ก็จะรำ อย่างมีระเบียบแบบแผน ตามวัฒนธรรม ไทยของเราแล้วจะดูงดงามยิ่ง 8
ท่ารำ ส่าย แขนทั้งสองตึงโดยมือซ้ายหงายระดับไหล่ มือขวาคว่ำ อยู่ระดับเอวมือซ้ายวาดแขนลงระดับเอวพร้อมกับพลิกมือขวาหงายขึ้นระดับไหล่ สลับกันเช่นนี้จนจบเพลง ส่วนเท้าก้าวตามจังหวะเมื่อถึงเนื้อเพลงที่ว่า"เล่นอะไรให้มีระเบียบ ให้งามให้เรียบจึงจะคมขำ " ให้ฝ่ายหญิงกลับหลังหันตามจังหวะเพลงหมุนตัวทางซ้ายเดินเปลี่ยนที่กับฝ่ายชายเป็นรูปครึ่งวงกลม เมื่อถึงเนื้อเพลง "มาซิมาเจ้าเอ๋ยมาฟ้อนรำ มาเล่นระบำ ของไทยเราเอย" ให้ฝ่ายหญิงหมุนตัวกลับหลังหันทางด้านขวา เดินกลับที่เดิม ฝ่ายชายก็เดินตามฝ่ายหญิงต่อไป 9
เพลงคืนเดือนหงาย คำ ร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้า กองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร) ทำ นอง อาจารย์มนตรี ตราโมท ยามกลางคืนเดือนหงาย เย็นพระพายโบกพริ้วปลิวมา เย็นอะไรก็ไม่เย็นจิต เท่าเย็นผูกมิตรไม่เบื่อระอา เย็นร่มธงไทยปกไปทั่ว ทั่ หล้า เย็นยิ่งน้ำ ฟ้ามาประพรมเอย ความหมาย เวลากลางคืน เป็นคืนเดือนหงาย มีลมพัดมาเย็น สบายใจ แต่ก็ยังไม่สบายใจเท่ากับการที่ได้ผูกมิตรกับผู้อื่น และ ที่ร่มเย็นไปทั่ว ทั่ ทุกแห่งยิ่งกว่าน้ำ ฝนที่โปรยลงมา ก็คือการที่ ประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นเอกราช มีธงชาติไทยเป็น เอกลักษณ์ ทำ ให้ร่มเย็นทั่ว ทั่ ไป 10
ท่าสอดสร้อยมาลาแปลงแปลงมาจากท่าสอดสร้อยมาลาในเพลงงามแสงเดือน ท่าเตรียมโดยยืนเท้าชิดกัน มือซ้ายตั้งวงบน มือขวาจีบหงายที่ชายพกศีรษะเอียงขวา พอเริ่มเพลงมือขวาที่จีบหงายที่ชายพกโบกขึ้นไปตั้งวงบน โดยไม่ต้องสอดหรือม้วนมือ มือซ้ายลดวงลงแล้วพลิกข้อมือเป็นจีบหงายที่ชายพกเปลี่ยนมาเอียงซ้ายมือซ้ายยกขึ้นไปตั้งวงบน มือขวาลดวงลงแล้วพลิกข้อมือเป็นจีบหงายที่ชายพก เอียงขวา ทำ เช่นนี้สลับกันจนจบเพลงการก้าวเท้า เริ่มก้าวเท้าขวาตรงคำ ว่า "คืน" ก้าวซ้ายตรงคำ ว่า"เดือน" เท้าขวาวางหลังด้วยจมูกเท้าตรงคำ ว่า "หงาย" เท้าขวาเหยีบหนักลงไปตรงคำ ว่า "เย็น"แล้วก้าวซ้ายตรงคำ ว่า "พระพาย"ก้าวขวาตรงคำ ว่า "พริ้ว" แล้วเท้าซ้ายวางหลังตรงคำ ว่า "มา"เอียงศีรษะข้างมือจีบ และเท้าที่วางหลังก็ข้างเดียวกับมือจีบเสมอ 11
เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ คำ ร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ทำ นอง อาจารย์มนตรี ตราโมท ดวงจันทร์วันเพ็ญ ลอยเด่นอยู่ในนภา ทรงกลดสดสี รัศมีทอแสงงามตา แสงจันทร์อร่าม ฉายงามส่องฟ้า ไม่งามเท่าหน้า นวลน้องยองใย งามเอยแสนงาม งามจริงยอดหญิงชาติไทย งามวงพักตร์ยิ่งดวงจันทรา จริตกิริยานิ่มนวลละไม วาจากังวาน อ่อนหวานจับใจ รูปทรงสมส่วนยั่วยั่ยวนหทัย สมเป็นดอกไม้ขวัญใจชาติเอย ความหมาย พระจันทร์เต็มดวงที่ลอยอยู่บนท้องฟ้านั้นช่างดูสวยงาม เพราะ เป็นพระจันทร์ทรงกลด คือมีแสงเลื่อมกระจายออกรอบดวงจันทร์ทั้งดวง แต่ถึง จะงามอย่างไรก็ยังไม่เท่าความงามของดวงหน้าหญิงสาว ที่ดูผุดผ่องมีน้ำ มีนวล อีกทั้งรูปร่างก็ดูสมส่วน กิริยาวาจาก็อ่อนหวานไพเราะ สมแล้วกับที่เปรียบว่า หญิงไทยนี้คือดอกไม้ของชาติไทยเรา 12
ท่าแขกเต้าเข้ารัง , ผาลาเพียงไหล่ ท่าแขกเต้าเข้ารัง มือขวาจีบสูง มือ ซ้ายจีบอยู่ใต้ศอกขวา เท้าซ้ายแตะ เท้าขวา เอียงซ้าย มือซ้ายจีบสูง มือขวาจีบอยู่ใต้ ศอกซ้าย เท้าขวาแตะเท้าซ้าย เอียงขวา ใช้เท้าขวาที่แตะหมุนตัวไปทาง ขวา มือขวาที่จีบอยู่ใต้ศอก เปลี่ยนเป็นจีบปรกข้าง มือซ้ายที่ จีบสูงเปลี่ยนเป็นตั้งวง เอียงขวา ก้าวเท้าซ้ายไขว้เท้าขวา หมุนตัว ถอยเท้าขวาลงวางหลัง หันหน้ากลับที่เดิม ท่าผาลา มือขวาตั้งวง มือซ้ายแบ หงายต่ำ ระดับเอว เอียงขวา ใช้ เท้าซ้ายแตะเท้าขวา เอียงขวา ดวง จันทร์ วันเพ็ญ ลอยเด่น อยู่ใน นภา 13
ท่าแขกเต้าเข้ารัง มือซ้ายจีบสูง มือขวาจีบอยู่ใต้ศอกซ้าย เท้าขวา แตะเท้าซ้าย เอียงขวา มือขวาจีบสูง มือซ้ายจีบอยู่ใต้ ศอกขวา เท้าซ้ายแตะเท้าขวา เอียงซ้าย ใช้เท้าซ้ายที่แตะหมุนตัวไปทาง ซ้าย มือซ้ายที่จีบอยู่ใต้ศอก เปลี่ยนเป็นจีบปรกข้าง มือขวาที่ จีบสูงเปลี่ยนเป็นตั้งวง เอียงซ้าย ก้าวเท้าขวาไขว้เท้าซ้าย หมุนตัว ถอยเท้าซ้ายลงวางหลัง หัน หน้ากลับที่เดิม ท่าผาลา มือซ้ายตั้งวง มือขวาแบหงายต่ำ ระดับเอว เอียงซ้าย ใช้เท้าขวาแตะเท้า ซ้าย เอียงซ้าย *** ทำ ท่าเช่นนี้สลับหมุนซ้ายขวา ไปจนจบเพลง ทรงกล ด สดสี รัศมี ทอแสง งาม ตา 14
เพลงดอกไม้ของชาติ (สร้อย) ขวัญใจดอกไม้ของชาติ งามวิลาสนวยนาดร่ายรำ (ซ้ำ ) เอวองค์อ่อนงาม ตามแบบนาฎศิลป์ ชี้ชาติไทยเนาว์ถิ่น เจริญวัฒนธรรม (สร้อย) งานทุกสิ่งสามารถ สร้างชาติช่วยชาย ดำ เนินตามนโยบาย สู้ทนเหนื่อยยากตรากตรำ 15
ท่ารำ ยั่วยั่มือซ้ายตั้งวงล่างมือขวาจีบส่งหลัง เอียงศีรษะด้านเดียวกับวง ชาย-หญิงหันหน้าเข้าหากัน โดยชายก้าวเท้าขวาออกนอกวงรำ ก่อนคำ ร้องเล็กน้อย หญิงถอยเท้าขวาออกนอกวงรำ เล็กน้อยก้าวซ้ายเป็นจังหวะที่ ๑ ก้าวขวาเป็นจังหวะที่ ๒ แล้วจรดส้นเท้าซ้ายสองครั้งเป็นจังหวะที่ ๓ และ๔ เท้าซ้ายถอยหลัง เป็นจังหวะที่๕ พร้อมทั้งเปลี่ยนเป็นมือขวาตั้งวงต่ำ มือซ้ายจีบส่งหลัง ศีรษะเอียงขวา รำ เช่นนี้ไปจนจบเพลง 16
เพลงหญิงไทยใจงาม คำ ร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ทำ นอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน เดือนพราว ดาวแวววาวระยับ แสงดาวประดับ ส่องให้เดือนงามเด่น ดวงหน้า โสภาเพียงเดือนเพ็ญ คุณความดีที่เห็น เสริมให้เด่นเลิศงาม ขวัญใจ หญิงไทยส่งศรีชาติ รูปงามวิลาส ใจกล้ากาจเรืองนาม เกียรติยศ ก้องปรากฎทั่วทั่คาม หญิงไทยใจงาม ยิ่งเดือนดาวพราวแพรว ความหมาย ดวงจันทร์ที่ส่องแสงอยู่บนท้องฟ้ามีความงดงามมาก และยิ่งได้แสงอัน ระยิบระยับของดวงดาวด้วยแล้ว ยิ่งทำ ให้ดวงจันทร์นั้นงามเด่นยิ่งขึ้น เปรียบเหมือน กับดวงหน้าของหญิงสาวที่มีความงดงามอยู่แล้ว ถ้ามีคุณความดีด้วย ก็จะทำ ให้หญิง นั้นงามเป็นเลิศ ผู้หญิงไทยนี้เป็นขวัญใจของชาติ เป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาติ รูป ร่างก็งดงาม จิตใจก็กล้าหาญ ดังที่มีชื่อเสียงปรากฏอยู่ทั่วทั่ไป 17
ท่าพรหมสี่หน้า, ยูงฟ้อนหาง ท่าเชื่อมคือมือทั้งสองจีบคว่ำ ระดับวงกลาง แล้วสอดจีบขึ้นไปตั้งวงบัวบาน เรียกว่าท่าพรหมสี่หน้า จากนั้นมือทั้งสองค่อยๆ ลดวง บัวบานลงมา ส่งมือทั้งสองไป ด้านหลัง แขนตึงคว่ำ มือปลายนิ้ว เชิดขึ้น เป็นท่ายูงฟ้อนหาง แล้ว เปลี่ยนเป็นท่าเชื่อมคือจีบคว่ำ การก้าวท้าวเช่นเดียวกับเพลง "คืนเดือนหงาย" 18
เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า คำ ร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ทำ นอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน ดวงจันทร์ขวัญฟ้า ชื่นชีวาขวัญพี่ จันทร์ประจำ ราตรี แต่ขวัญพี่ประจำ ใจ ที่เทิดทูนคือชาติ เอกราชอธิปไตย ถนอมแนบสนิทใน คือขวัญใจพี่เอย ความหมาย ในเวลาค่ำ คืนท้องฟ้ามีดวงจันทร์ประจำ อยู่ ใน ใจของชายก็มีหญิงอันเป็นสุดที่รักประจำ อยู่เช่นกัน สิ่งที่ เทิดทูนยกย่องไว้ก็คือชาติไทยที่เป็นเอกราช มีอิสระแก่ตน ไม่ขึ้นกับใคร และสิ่งที่แนบสนิทอยู่ในใจของชายก็คือหญิง อันเป็นสุดที่รัก 19
ท่าช้างประสานงา , จันทร์ ทรงกลด ท่าเชื่อม มือทั้งสองจีบคว่ำ ด้าน หน้า เอียงซ้าย จีบมือหงายทั้งสองข้าง เหยียด แขนตึงไปข้างหน้าเสมอไหล่เป็น ท่า "ช้างประสานงา" ท่าเชื่อม ปล่อยจีบลงเป็นแบมือ หงาย ปลายนิ้วตกลงอย่าง รวดเร็ว พลิกข้อมือทั้งสองขึ้น เป็นตั้งวงหน้าให้ ปลายนิ้วชี้ขึ้นระดับคิ้ว หย่อนข้อศอกพอ งาม เป็นท่า "จันทร์ทรงกลด" การก้าวเท้า เช่นเดียวกับเพลงคืนเดือน หงาย โดยก้าวเท้าขวา ก้าวเท้าซ้าย แล้วใช้เท้าขวาวางหลัง ก้าวเท้าซ้าย ก้าว เท้าขวา ใช้เท้าซ้ายวางหลัง ทำ เช่นนี้จน จบเพลง 20
เพลงยอดชายใจหาญ คำ ร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ทำ นอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน โอ้ยอดชายใจหาญ ขอสมานไมตรี น้องขอร่วมชีวี กอบกรณีย์กิจชาติ แม้สุดยากลำ เค็ญ ไม่ขอเว้นเดินตาม น้องจักสู้พยายาม ทำ เต็มความสามารถ ความหมาย ขอผูกมิตรไมตรีกับชายผู้กล้าหาญ และจะขอ มีส่วนในการทำ ประโยชน์ทำ หน้าที่ของชาวไทย แม้จะลำ บาก ยากแค้น ก็จะขอช่วยเหลือจนเต็มความสามารถ 21
ท่าหญิง "ชะนีร่ายไม้" ท่าชาย "จ่อเพลิงกาฬ" (หญิง) มือขวาตั้งวงบน มือซ้ายแบหงายระดับไหล่ แล้วพลิกข้อมือเป็นมือตั้ง เปลี่ยนเป็นมือหงายสลับกันไปตามจังหวะของเพลง ลักษณะเหมือนรำ ส่าย เป็นท่า "ชะนีร่ายไม้" (ชาย) มือซ้ายตั้งวงบน มือขวาจีบหงายระดับต่ำ กว่าวงกลางเล็กน้อยและงอแขนเล็กน้อย เป็นท่า "จ่อเพลิงกาฬ(หญิง) มือซ้ายตั้งวงบน มือขวาแบหงายระดับไหล่ แล้วพลิกข้อมือเป็นมือตั้ง เปลี่ยนเป็นมือหงายสลับกันไป(ชาย) มือขวาตั้งวงบน มือซ้ายจีบหงาย ระดับต่ำ กว่าวงกลางทำ ท่าเช่นนี้สลับกันจนจบเพลงส่วนการก้าวเท้า จะก้าวเท้าไปเรื่อยๆตามจังหวะของเพลงและเดินเบี่ยงตัวออกนอกวงรำ 22
เพลงบูชานักรบ คำ ร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ทำ นอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน น้องรักรักบูชาพี่ ที่มั่นมั่คงที่มั่นมั่คงกล้าหาญ เป็นนักสู้เชี่ยวชาญ สมศักดิ์ช ดิ์ าตินักรบ น้องรักรักบูชาพี่ ที่มานะที่มานะอดทน หนักแสนหนักพี่ผจญ เกียรติพี่ขจรจบ น้องรักรักบูชาพี่ ที่ขยันที่ขยันกิจการ บากบั่นบั่สร้างหลักฐาน ทำ ทุกด้านทำ ทุกด้านครันครบ น้องรักรักบูชาพี่ ที่รักชาติที่รักชาติยิ่งชีวิต เลือดเนื้อพี่พลีอุทิศ ชาติยงอยู่ยงอยู่คู่พิภพ ความหมาย น้องรักและบูชาพี่ เพราะมีความกล้าหาญ เป็นนักสู้ที่เก่งกล้าสามารถ สมกับเป็นชายชาตินักรบที่มีความมานะอดทน แม้ว่าจะยากเย็นแสนเข็ญ พี่ก็ต่อสู้ จนชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วทั่นอกจากนี้ยังขยันขันแข็งในงานทุกอย่าง อุตส่าห์สร้าง หลักฐานให้มั่นมั่คง และพี่ยังมีความรักในชาติบ้านเมืองยิ่งกว่าชีวิต ยอมสละได้แม้ ชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อให้ชาติไทยคงอยู่คู่โลกต่อไป 23
เที่ยวที่ ๑ ท่าหญิง "ขัดจางนาง"ท่าชาย "จันทร์ทรงกลด" (หญิง) มือทั้งสองจีบคว่ำ(ชาย) มือทั้งสองจีบคว่ำ ระดับวงกลาง(หญิง) พลิกข้อมือเป็นจีบหงายไขว้กัน มือขวาทับซ้ายอยู่ระดับวงล่าง เอียงขวา(ชาย) พลิกข้อมือเป็นจีบหงายระดับวงกลาง งอแขนเล็กน้อย(หญิง) สลัดจีบเป็นมือแบหงายปลายนิ้วตก(ชาย) สลัดจีบเป็นมือแบหงายปลายนิ้วตก ระดับวงกลาง(หญิง) พลิกมือขึ้นตั้งวงล่าง มือยังไขว้กันอยู่เอียงซ้าย เป็นท่า"ขัดจางนาง" (ชาย) พลิกมือขึ้นตั้งวงกลาง เป็นท่า"จันทร์ทรงกลด"การก้าวเท้า เท้าขวาก้าวข้าง ก้าวเท้าซ้ายไขว้ ก้าวเท้าขวา แล้วจรดจมูกเท้าซ้ายย่อเข่าลง จากนั้นเท้าซ้ายก้าวข้าง เท้าขวาก้าวไขว้ เท้าขวาจรดจมูกเท้าแล้วย่อเข่าทำ เช่นนี้สลับกันตามจังหวะ จนจบหนึ่งรอบ 24
เที่ยวที่ ๒ ท่าหญิง "ล่อแก้ว" ท่าชาย "ขอแก้ว" (หญิง) จังหวะที่ ๑ มือซ้ายเลื่อนขึ้นไปตั้งวงบน มือขวาจีบล่อแก้วคว่ำ แล้วเปลี่ยนเป็นจีบล่อแก้วหงาย หักข้อมือเข้าลำ แขน แขนตึงต่ำ กว่าไหล่เล็กน้อย(ชาย) จังหวะที่ ๑ มือซ้ายตั้งวงบน มือขวาช้อนมือหมุนข้อมือไปทางนิ้วก้อย แล้วแบมือในลักษณะขอ โดยยื่นมือไปรับแก้วของหญิงแขนงอเล็กน้อยการก้าวเท้าเหมือนกัน โดยเท้าขวาหนักหลังก่อน เริ่มก้าวเท้าซ้ายก้าวเท้าขวา เท้าซ้ายวางหลังหญิง) จังหวะที่ ๒ ปล่อยจีบล่อแก้วลงเป็นแบมือหงายปลายนิ้วตกแล้วยกขึ้นตั้งวงบน มือซ้ายจีบล่อแก้วคว่ำ ระดับวงบนแล้วเปลี่ยนเป็นจีบล่อแก้วหงาย(ชาย) มือขวาเปลี่ยนไปเป็นตั้งวงบน มือซ้ายแบมือยื่นออกไปรับแก้วของหญิงการก้าวเท้า เท้าซ้ายหนักหลังก่อนแล้วก้าวเท้าขวา ก้าวเท้าซ้าย เท้าขวาวางหลัง 25
ข้อมูลอ้างอิง สำ นักการสังคีต เลขที่ ๒ ถนนราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. ๑๐๒๐๐ : ๐ ๒๒๒๕ ๙๐๙๗ : [email protected] 26