The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางการผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมสร้างความเสมอภาคระหว่างเพศในครอบครัว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แนวทางการผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมสร้างความเสมอภาคระหว่างเพศในครอบครัว

แนวทางการผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมสร้างความเสมอภาคระหว่างเพศในครอบครัว

1 POLICY BRIEFสรุปและเรียบเรียงโครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนาและส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศในสังคมไทย: โครงการย่อยที่ 2: สื่อสร้างสรรค์กับบทบาทส่งเสริมพฤติกรรม ด้านความเสมอภาคระหว่างเพศในครอบครัว.” (2567) ของ นางสาวพรมณี พุ่มอิ่ม, ดร.โกสุม โอมพรนุวัฒน์และนายนิราวุฒิ สกุลแก้ว รหัสโครงการ: 4367632 ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากงบประมาณสนับสนุนงานมูลฐาน (FundamentalFund) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชนัญญ์เมฆหมอก และ นางสาวเยาววัลยา อ่อนโพธิ์ทองประเด็นส ำคัญ• ปัจจุบัน ความเสมอภาคระหว่างเพศเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในบริบทของการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเทศไทยที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความเสมอภาคระหว่างเพศในครอบครัว• การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อไทย แสดงให้เห็นว่าปัจจุบัน สื่อดั้งเดิมอย่างโทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์ได้รับความนิยมลดลงอย่างต่อเนื่อง อินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะผ่านสมาร์ทโฟน กลายเป็นช่องทางหลักในการรับข้อมูล โดยมีผู้ใช้งานถึง 88% ของประชากรไทย• สื่อดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, YouTube, Instagram, TikTok มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สร้างเนื้อหาเอง (User-Generated Content) อย่างกว้างขวาง บริการสตรีมมิ่ง เช่น Netflix, Disney+ และ LINE TV ได้รับความนิยม เนื่องจากสามารถเลือกดูเนื้อหาได้ตามเวลาที่สะดวก (on-demand) สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป• การใช้สื่อในครอบครัวปัจจุบันมีแนวโน้มเป็นกิจกรรมส่วนบุคคลมากขึ้น ส่งผลให้ปฏิสัมพันธ์ในครอบครัวลดลง เด็กเสี่ยงได้รับเนื้อหาไม่เหมาะสมและขาดการชี้แนะที่ส่งผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์และสังคม อย่างไรก็ตาม หากใช้สื่ออย่างเหมาะสมร่วมกับการเสริมสร้างทักษะรู้เท่าทัน สื่อดิจิทัลสามารถส่งเสริมการเรียนรู้และความสัมพันธ์ในครอบครัวได้อย่างสร้างสรรค์• แม้เทคโนโลยีจะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ยังมีความเหลื่อมล้ำระหว่างครอบครัวที่มีฐานะและครอบครัวรายได้น้อย ความเหลื่อมล้ำนี้ส่งผลต่อโอกาสในการเรียนรู้ การเข้าถึงข้อมูลด้านสิทธิ สวัสดิการสังคม และการพัฒนาทักษะดิจิทัล การสนับสนุนให้เด็กกลุ่มเปราะบางเข้าถึงแอปพลิเคชันด้านการศึกษาและสวัสดิการจะช่วยลดช่องว่างในระยะยาว• สื่อสร้างสรรค์สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศในครอบครัวและสังคม การผลิตสื่อที่มีคุณภาพ พร้อมการสนับสนุนจากภาครัฐและสังคม จะช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน• แนวทางการผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศในครอบครัว ควรออกแบบเนื้อหาที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น เด็กวัยเรียน พ่อแม่ และผู้ผลิตสื่อ โดยเน้นการใช้สื่อที่เข้าถึงง่าย สร้างความเข้าใจในความหลากหลายทางเพศ และลดอคติทางเพศ สื่อควรกระตุ้นการเรียนรู้ การตั้งคำถาม และส่งเสริมการเคารพซึ่งกันและกันในครอบครัว พร้อมเปิดพื้นที่ให้สมาชิกทุกคนได้แสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม เพื่อนำไปสู่ครอบครัวที่มีคุณภาพและสังคมที่เท่าเทียมในระยะยาว


POLICY BRIEF 2สถำนกำรณ์และควำมท้ำทำยในปัจจุบัน: ภำพรวมสถำนกำรณ์ควำมเสมอภำคระหว่ำงเพศในครอบครัว • ปัจจุบัน ความเสมอภาคระหว่างเพศเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในบริบทของการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเทศไทยที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความเสมอภาคระหว่างเพศในครอบครัว ซึ่งปัญหาความไม่เสมอภาคระหว่างเพศมีรากเหง้ามาจากทัศนคติแบบปิตาธิปไตยและการลดทอนคุณค่าความเป็นเพศหญิง การใช้สื่อสร้างสรรค์และกลไกครอบครัวในการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศเป็นวิธีหนึ่งที่สำคัญในการลดปัญหาสังคมที่เกิดจากทัศนคติเหล่านี้ โดยเฉพาะการใช้สื่อสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือหลักในการส่งเสริมเจตคติความเสมอภาค ระหว่างเพศในครอบครัว • ในช่วงเวลาที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อในประเทศไทยจากสื่อดั้งเดิมไปสู่สื่อดิจิทัลมีผลกระทบที่สำคัญต่อวิถีชีวิตของครอบครัวไทย สมาชิกในครอบครัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงสื่อดิจิทัลได้ง่ายและสะดวกขึ้น ส่งผลให้การบริโภคสื่อมีความเข้มข้นและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น สมาชิกในครอบครัวสามารถใช้สื่อได้ทุกที่ทุกเวลา การเปลี่ยนแปลงนี้นำไปสู่การลดลงของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว และเกิดผลกระทบในเชิงลบ ในขณะเดียวกันการใช้สื่อดิจิทัลยังส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสื่อและข้อมูลข่าวสารระหว่างครอบครัวที่มีสถานะทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน ครอบครัวที่มีกำลังทรัพย์น้อยอาจประสบกับข้อจำกัดในการเข้าถึงสื่อและข้อมูล ซึ่งสะท้อนถึงความไม่เท่าเทียมในการพัฒนาและการเข้าถึงโอกาสต่าง ๆ• ความเสมอภาคระหว่างเพศในครอบครัว เป็นประเด็นสำคัญในการสร้างสังคมที่เป็นธรรม การศึกษาภายใต้โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาและส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศในสังคม สะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศในครอบครัวในหลายด้าน ได้แก่ 1) บทบาทและอำนาจในการตัดสินใจ แม้มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิสตรี แต่ผู้หญิงยังถูกจำกัดบทบาทและขาดอำนาจในการตัดสินใจ ขณะที่ทัศนคติชายเป็นใหญ่ยังฝังรากลึกในสังคมและครอบครัว 2) การแบ่งงานในครอบครัว ระบบปิตาธิปไตยยังมีอิทธิพลสูง ผู้หญิงมักต้องรับผิดชอบทั้งงานบ้านและงานนอกบ้าน ขณะที่ผู้ชายยังถูกมองว่าเป็นผู้นำ ลูกสาวและพี่สาวมักถูกคาดหวังให้ช่วยงานและเสียสละมากกว่าลูกชาย 3) การเลือกปฏิบัติต่อ LGBT+ สมาชิกครอบครัวที่มีความหลากหลายทางเพศมักเผชิญกับการกดดันให้กลับไปใช้เพศสภาพเดิม ถูกเลี้ยงดูด้วยมาตรฐานที่ไม่เท่าเทียม และมักเผชิญความรุนแรงทางอารมณ์และความทุกข์ทางจิตใจ และ 4) การเข้าถึงความคุ้มครองทางกฎหมาย แม้มีกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว แต่การบังคับใช้ยังไม่ทั่วถึง ผู้หญิงและเด็กจึงเข้าถึงความช่วยเหลือได้ยาก อีกทั้งสื่อบางประเภทยังผลิตซ้ำทัศนคติที่บิดเบือนเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ ทำให้สังคมบางส่วนมองข้ามพฤติกรรมเหล่านี้• ด้วยเหตุนี้ การใช้สื่อสร้างสรรค์ในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ในครอบครัวและสังคมจึงเป็นสิ่งที่น่าพิจาณาเพื่อนำมาปรับใช้ในการดำเนินการตามนโยบายสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้กับสังคมไทย การผลิตสื่อที่มีคุณภาพ การสนับสนุนการใช้สื่อในครอบครัว และการติดตามผลของการดำเนินการจะช่วยให้สื่อสร้างสรรค์กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนความเสมอภาคระหว่างเพศ ทั้งนี้ สื่อสร้างสรรค์จะมีศักยภาพมากในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของสังคมไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้นั้น จะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม การส่งเสริมการใช้สื่อสร้างสรรค์ในครอบครัวจึงเป็นสิ่งที่ควรได้รับ การสนับสนุนและส่งเสริมในวงกว้าง เพื่อสร้างสังคมที่มีความเสมอภาคและเท่าเทียมกันในทุกมิติ


รูปที่ 1 แสดง social media แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้มากที่สุดในประเทศไทย3 POLICY BRIEFกำรเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อและสถำนกำรณ์กำรใช้สื่อในครอบครัว• ในปัจจุบัน สื่อดั้งเดิมเช่นโทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์มีความนิยมลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับอดีต แม้ว่าสื่อเหล่านี้จะยังคงมีบทบาทอยู่ในบางส่วนของสังคม แต่การเติบโตของการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อไทยอย่างสิ้นเชิง จากการสำรวจของ Digital2024 Thailand ของ We Are Social ข้อมูล ณ เดือนมกราคม พ.ศ. 2567 พบว่า ประชากรไทยใช้อินเทอร์เน็ต ถึง 63.21 ล้านคน คิดเป็น 88.0% ของประชากรทั้งหมด• การใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์หลักในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ การใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย 61.21 ล้านคน มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทั้งหมด 49.10 ล้านคน คิดเป็น 68.3% ของประชากรทั้งหมด (ดูรูปที่ 1)


POLICY BRIEF 4• การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็วและแพร่หลายทำให้สื่อดิจิทัลกลายเป็นแหล่งข้อมูลหลักในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, YouTube, Instagram และ TikTok ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลและเนื้อหาที่ผู้ใช้สามารถสร้างและแชร์ได้เอง (User-Generated Content) ส่งผลให้เกิดความหลากหลายของเนื้อหา ตอบสนองความสนใจเฉพาะกลุ่มได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของสื่อในสังคมไทยอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันบริการสตรีมมิ่งอย่าง Netflix, Disney+ และ LINE TV ก็ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากรองรับการรับชมแบบออนดีมานด์ที่ผู้ใช้สามารถเลือกเนื้อหาได้ตามต้องการ ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงพฤติกรรมการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในบริบทครอบครัว ที่จากเดิมพ่อแม่กำกับการรับชมของลูกผ่านโทรทัศน์ กลายเป็นการใช้สื่อดิจิทัลส่วนบุคคล เช่น YouTube ซึ่งเด็กสามารถเข้าถึงได้ด้วยตนเอง ทำให้เกิดทั้งโอกาสในการเรียนรู้และความเสี่ยงในการซึมซับค่านิยมจากต่างประเทศ เช่น อุดมการณ์ปิตาธิปไตยจากสื่อ แม้เทคโนโลยีจะเพิ่มการเข้าถึงสื่อในทุกระดับและลดปัญหาการแย่งหน้าจอ แต่ก็อาจส่งผลให้ปฏิสัมพันธ์ภายในครอบครัวลดลง และเสริมสร้างแนวโน้มความเป็นปัจเจกมากขึ้นในสมาชิกแต่ละคน• ปัญหาสำคัญในปัจจุบันคือเด็กจำนวนมากใช้สื่อตามลำพังโดยขาดการดูแลจากพ่อแม่ จากเดิมที่ผู้ปกครองเปิดโทรทัศน์ให้ลูกดูในสายตาตนเอง กลับกลายเป็นให้ลูกใช้โทรศัพท์มือถืออย่างอิสระ ซึ่งเสี่ยงต่อการซึมซับพฤติกรรมไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังพบว่าบางครอบครัวมักชดเชยเวลาที่ไม่มีด้วยการให้เด็กใช้มือถือเพื่อลดภาระการดูแล ซึ่งเป็นแนวโน้มที่น่าห่วงในสังคมไทย อีกทั้งยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสื่อ ครอบครัวที่มีฐานะดีสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตได้มากกว่า ขณะที่ครอบครัวรายได้น้อย โดยเฉพาะเด็กหญิง มีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูล การส่งเสริมให้เด็กกลุ่มเปราะบางเข้าถึงสื่อที่มีประโยชน์ และเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี เช่น แอปพลิเคชันด้านสวัสดิการสังคม จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้• สำหรับแนวโน้มการใช้สื่อในอนาคตนั้น คาดการณ์ได้ว่าสื่อจะมีบทบาทสำคัญและมีอิทธิพลต่อสังคมมากขึ้น เพราะผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วและหลากหลาย จึงทำให้เกิดการถกเถียงและแบ่งฝ่ายในประเด็นต่าง ๆ เช่น การเมือง การศึกษา หรือบันเทิงได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การรับข้อมูลอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต ผู้คนอาจรู้สึกเครียด จากการเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ดราม่าหรือข่าวต่าง ๆ ซึ่งเมื่อรวมกับความตึงเครียดจากการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น ปัญหาทางการเงินหรือความขัดแย้งในครอบครัว อาจส่งผลให้เกิดปัญหาทางจิตใจโดยไม่รู้ตัว


5 POLICY BRIEF• จากการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อในปัจจุบัน พบว่าการใช้สื่อในบริบทครอบครัวมีแนวโน้มเป็นกิจกรรมส่วนบุคคลมากขึ้น ส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวใช้เวลาร่วมกันน้อยลง และขาดปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน การที่เด็กสามารถเข้าถึงอุปกรณ์สื่อสารส่วนตัวโดยไม่มีการดูแลจากผู้ปกครอง ทำให้เสี่ยงต่อการได้รับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เช่น สื่อรุนแรงหรือเนื้อหาที่ส่งเสริมค่านิยมทางเพศแบบผิด ๆ ทั้งยังส่งผลต่อกระบวนการเรียนรู้ของเด็กที่เปลี่ยนจากการเรียนรู้ร่วมกับผู้ใหญ่มาเป็นการเรียนรู้ผ่านอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มออนไลน์ นอกจากนี้ การบริโภคสื่อที่มีเนื้อหารุนแรงอาจกระตุ้นพฤติกรรมเลียนแบบ เช่น การใช้ความรุนแรงหรือการขาดทักษะการจัดการอารมณ์ ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการขาดความผูกพันในครอบครัวและการขาดการชี้แนะที่เหมาะสม• ผลกระทบจากการใช้สื่อยังสะท้อนถึงพัฒนาการของเด็กในหลายด้าน โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่บริโภคสื่ออย่างต่อเนื่องโดยขาดการปฏิสัมพันธ์กับผู้ปกครอง ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะที่คล้ายออทิสติก ส่งผลต่อพัฒนาการด้านภาษา การสื่อสารและความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม เด็กที่ไม่ได้รับเวลาและความใส่ใจจากผู้ปกครองเพียงพอมักเผชิญกับปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ เช่น ความรู้สึกโดดเดี่ยวหรือภาวะซึมเศร้า โดยเฉพาะในกลุ่มที่ใช้เวลาอยู่กับสื่อมากเกินไปโดยไม่มีการควบคุม ความคาดหวังที่ไม่เป็นจริงจากโลกออนไลน์และการไม่มีทักษะในการเผชิญกับความผิดหวัง อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กเกิดความเครียดและพฤติกรรมหลีกหนีความเป็นจริง• อย่างไรก็ตาม สื่อดิจิทัลยังมีบทบาทเชิงบวกต่อเด็กและครอบครัว หากได้รับการใช้และแนะนำอย่างเหมาะสม โดยสื่อสังคมออนไลน์สามารถเป็นเครื่องมือที่เชื่อมโยงสมาชิกในครอบครัว ช่วยให้สามารถติดต่อสื่อสาร แบ่งปันประสบการณ์ และสร้างความทรงจำร่วมกันได้มากขึ้น นอกจากนี้ การใช้สื่อเพื่อการเรียนรู้ยังส่งเสริมทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เช่น การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ทักษะการคิดวิเคราะห์ และการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การเสริมสร้างทักษะการรู้เท่าทันสื่อให้แก่ทั้งเด็กและผู้ปกครองจึงเป็นแนวทางสำคัญในการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ และลดผลกระทบด้านลบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สื่อในชีวิตประจำวันผลกระทบของสื่อต่อกำรสร้ำงเจตคติในครอบครัว แนวทำงกำรผลิตสื่อสร้ำงสรรค์เพื่อส่งเสริมเจตคติควำมเสมอภำคระหว่ำงเพศในครอบครัว • สื่อสร้างสรรค์ (Creative Media) คือสื่อที่ออกแบบด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสื่อสารและเปลี่ยนแปลงทัศนคติหรือพฤติกรรมของผู้รับสารในทางบวก โดยใช้เนื้อหาที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับบริบททางสังคม เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการตระหนักรู้ในประเด็นสำคัญ สื่อสร้างสรรค์อาจอยู่ในรูปแบบภาพยนตร์ แอนิเมชัน วิดีโอคลิป หรือเกม ที่นำเสนออย่างน่าสนใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อประเภทนี้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศในครอบครัว โดยนำเสนอเรื่องราวที่ท้าทายค่านิยมแบบเดิม กระตุ้นการตั้งคำถามและการเรียนรู้ พร้อมเคารพความหลากหลายทางเพศ วัฒนธรรม และสังคม• การส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศในครอบครัวผ่านการผลิตสื่อสร้างสรรค์ เป็นกระบวนการที่ต้องการการวางแผนและการออกแบบที่ละเอียดอ่อนเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ในการระดมความคิดเห็นจากนักวิชาการและนักวิชาชีพหลากหลายสาขา พบว่า กลุ่มเป้าหมายหลักที่ควรให้ความสำคัญประกอบด้วยเด็กวัยเรียน พ่อแม่และผู้ดูแลเด็ก รวมถึงผู้ผลิตสื่อและหน่วยงานการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์และสื่อสารมวลชน ซึ่งมีแนวทางการผลิตสื่อสร้างสรรค์ตามกลุ่มเป้าหมายดังนี้


POLICY BRIEF 6• 1) กลุ่มเด็กวัยเรียน สื่อสำหรับกลุ่มนี้ควรเน้นการเรียนรู้และพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศและเพศสถานะ โดยแนะนำให้ใช้รูปแบบ การ์ดเกม ที่เล่นได้ทั้งในโรงเรียนและในครอบครัว เนื้อหาควรครอบคลุมเรื่องเพศสรีระ ความหลากหลายของเพศสถานะ การเคารพและให้เกียรติบุคคลหลากหลายทางเพศ รวมถึงการใช้ภาษาที่เป็นกลาง ไม่เหยียดเพศ เช่น หลีกเลี่ยงคำว่า “ชายจริงหญิงแท้” หรือ “รักร่วมเพศ” ซึ่งสะท้อนทัศนคติลบและอคติทางเพศ• 2) กลุ่มพ่อแม่และผู้ดูแลเด็ก สื่อสำหรับกลุ่มนี้ควรเน้นการนำเสนอความรู้และแนวคิดเกี่ยวกับความเสมอภาคระหว่างเพศในครอบครัว ผ่านสื่อที่เข้าถึงง่าย เช่น วิดีโอสั้นแบบ Motion Graphic ที่เนื้อหากระชับและชัดเจน โดยควรเริ่มจากการเข้าใจความหลากหลายของครอบครัว เช่น ครอบครัวเพศเดียวกัน และส่งเสริมบทบาทที่เท่าเทียมกันของสมาชิกในครอบครัวทุกมิติ นอกจากนี้ ควรพัฒนาสื่อในรูปแบบแอปพลิเคชันสำหรับให้ความรู้และตอบคำถามเกี่ยวกับเพศวิถีและความหลากหลายทางเพศ รวมถึงผลิตสื่อบันเทิงที่เน้นการเล่าเรื่องและสร้างอารมณ์ร่วม เช่น ละคร และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) ที่มีเนื้อหาวิชาการเชิงลึก• 3) ผู้ผลิตสื่อและสถาบันการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ เน้นให้ความรู้และส่งเสริมทัศนคติเกี่ยวกับความเสมอภาคระหว่างเพศในกลุ่มผู้ผลิตสื่อและนิสิตนักศึกษานิเทศศาสตร์เป็นสิ่งจำเป็น เนื้อหาสื่อควรเน้นการส่งเสริมความเป็นทีม การยอมรับความแตกต่าง และการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน พร้อมระมัดระวังไม่ให้นำเสนอเนื้อหาที่ก่อให้เกิดการเหยียดเพศหรือสร้างภาพจำเชิงลบ เช่น ความรุนแรงทางกาย วาจา หรืออวัจนภาษา รวมถึงหลีกเลี่ยงทัศนคติที่ส่งผลเสีย เช่น ความรุนแรงในครอบครัว การพัฒนาสื่อสร้างสรรค์คุณภาพที่สอดคล้องกับแนวคิดความเสมอภาคระหว่างเพศ จะช่วยเสริมสร้างสังคมที่เข้าใจและยอมรับความหลากหลาย และส่งเสริมครอบครัวให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและยอมรับสำหรับทุกคน• การสร้างความเสมอภาคในการแสดงความคิดเห็นและการรับฟังภายในครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางเพศ เมื่อพ่อแม่เปิดโอกาสให้ลูกแสดงความคิดเห็นและรับฟังอย่างจริงจัง จะช่วยให้การสนทนาเป็นไปอย่างเท่าเทียมและส่งเสริมความรู้สึกมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นรากฐานของครอบครัวที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของโซเชียลมีเดียทำให้เวลาร่วมกันในครอบครัวลดลง ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสมาชิกน้อยลง ขณะเดียวกัน พ่อแม่บางคนยังยึดบทบาทผู้นำอย่างเคร่งครัด ทำให้การตัดสินใจและการแสดงความคิดเห็นไม่เท่าเทียม ดังนั้น การส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในครอบครัวควรเริ่มต้นจากการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เพื่อวางรากฐานของครอบครัวที่เข้มแข็งและสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศในระดับสังคมข้อเสนอแนะเชิงนโยบำย • หน่วยงานของรัฐควรสนับสนุนการผลิตสื่อสร้างสรรค์ที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย สร้างความร่วมมือระหว่างกรมกิจการสตรีฯ กับหน่วยงานการศึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อเด็กและครอบครัว เพื่อพัฒนาเนื้อหาที่เหมาะสมกับช่วงวัย สนับสนุนทุนในการผลิตสื่อสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ผ่านการประกวดหรือโครงการสร้างสรรค์ หรือจัดทำสื่อมนรูปแบบที่หลากหลาย เช่น นิทานภาพ การ์ตูน เพลง วิดีโอสั้น และสารคดี เพื่อตอบสนองต่อวิธีการรับรู้ของแต่ละกลุ่ม • หน่วยงานของรัฐควรสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสื่อ โดยสนับสนุนการจัดอบรมสำหรับผู้ผลิตสื่อ สื่อมวลชน นักการตลาดดิจิทัล และผู้สร้างสื่อออนไลน์ พัฒนาหลักสูตรการอบรมที่เน้นเรื่องการใช้ภาษาที่เหมาะสม การเลือกภาพประกอบและการออกแบบเนื้อหาที่ไม่ผลิตซ้ำอคติทางเพศ และสนับสนุนการสร้างเครือข่ายผู้ผลิตสื่อที่มุ่งเน้นการผลิตสื่อที่ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์


พรมณี พุ่มอิ่ม, โกสุม โอมพรนุวัฒน์ และนิราวุฒิ สกุลแก้ว. (2567). กำรพัฒนำและส่งเสริมควำมเสมอภำคระหว่ำงเพศในสังคมไทย: โครงกำรย่อยที่ 2: สื่อสร้ำงสรรค์กับบทบำทส่งเสริมพฤติกรรม ด้ำนควำมเสมอภำคระหว่ำงเพศในครอบครัว. รายงานวิจัยเสนอต่อกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม. วิทยาลัยสหวิทยาการ ชั้น 5 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์เลขที่ 2 ถนนพระจันทร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200โทรศัพท์ 02-221-6111-20 ต่อ 4400โทรสาร 02-222-0153E-mail : [email protected]เอกสำรอ้ำงอิงPOLICY BRIEF 8• หน่วยงานของรัฐควรกำกับดูแลและสนับสนุนการใช้สื่อเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ โดยการจัดการประกวดและมอบรางวัลให้ผลงานที่ผลิตสื่อสร้่งสรรค์ที่ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศในครอบครัว เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจในการผลิตสื่อที่มีคุณภาพ และส่งเสริมการสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมในการผลิตสื่อ โดยการกำหนดหลักเกณฑ์การผลิตเนื้อหาที่เคารพสิทธิความเป็นมนุษย์และไม่ส่งเสริมการใช้ความรุนแรง หรือด้อยค่าทางเพศ • หน่วยงานของรัฐควรเผยแพร่และขยายผลสื่อสร้างสรรค์เพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศในครอบครัว โดยการพัฒนาช่องทางการเผยแพร่สื่อผ่านสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ได้รับความนิยม เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ร่วมมือกัยภาคเอกชนในการจัดกิจกรรมเผยแพร่สื่อผ่านการจัดนิทรรศการ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การรณรงค์ต่าง ๆ และจัดทำโครงการเผยแพร่สื่อในสถาบันการศึกษาเพื่อปลูกฝังค่านิยมเรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศตั้งแต่เด็ก • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสนใจวิจัยและประเมินผลเพื่อพัฒนาสื่ออย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนทุนวิจัยในการศึกษาผลกระทบของสื่อที่ผลิตขึ้นในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ โดยเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทัศนคติของกลุ่มเป้าหมายร่วมกับสถาบันการศึกษาในการจัดทำวิจัยและประเมินผล เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึก และพัฒนาระบบติดตามและประเมินผลการเผยแพร่สื่อโดยวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ใช้สื่อและกลุ่มเป้าหมายเพื่อ ให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนและสามารถไปพัฒนาการผลิตสื่อ ในอนาคต


Click to View FlipBook Version