The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับทักษะการดู

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nanoey Beern, 2022-08-12 02:29:07

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับทักษะการดู

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับทักษะการดู

เกี่ ความรู้เบื้ องต้น

ยวกับทักษะการ
ดู

ความหมายของการดู

การดูเป็นทักษะพื้นฐานอย่างหนึ่งของมนุษย์ มักใช้ร่วมกับทักษะอื่น ๆ
คือ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน โดยการดู หมายถึง การรับสาร
ผ่านสายตา ทำให้มองเห็นภาพต่าง ๆ เช่น ดูภาพ ดูละคร เป็นต้น

ความสำคัญของการดู

ทักษะการดูเป็นทักษะที่มนุษย์ใช้ควบคู่กับทักษะด้านภาษาทั้ง 4 ด้าน คือ ทักษะ
การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เพราะจะทำให้การดูของมนุษย์นั้นสัมฤทธิ์ผล
มากยิ่งขึ้น หากทักษะใดทักษะหนึ่งขาดการใช้ทักษะการดูแล้ว อาจทำให้ผู้รับสาร
ไม่เข้าใจหรือไม่สามารถมองเห็นเห็นสิ่งที่ผู้ส่งสารต้องการสื่อได้อย่างครบถ้วน
ซึ่งอาจมีผลทำให้การตีความ หรือการรับรู้สารเหล่านั้นสามารถจะคลาดเคลื่อน
จากสิ่งที่ผู้ส่งสารต้องการสื่อได้

คุณสมบัติ มีความพร้อมที่จะดู
ข อ ง ผู้ ดู ที่ ดี มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่ดูเป็นอย่างดี
มีความเป็นกลาง ไม่มีอคติต่อเรื่องฟัง
มีความอดทนในการดูจนจบ แม้จะมี
ความคิดเห็นแตกต่าง
มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนในการดู
มีมารยาทที่ดีในการดู

จุดมุ่งหมายของการดู

1. เพื่อใช้ติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน เป็นการดูที่ต้องใช้สติปัญญาและ
วิจารณญาณ รวมถึงทักษะในการตัดสินใจ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างฉับไว

2. เพื่อความเพลิดเพลิน เป็นการดูเพื่อความสนุกสนาน ผ่อนคลาย
3. เพื่อรับความรู้ เป็นทักษะที่ผู้รับสารใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ดูข่าว ดูสารคดี เป็นต้น

ผู้ดูต้องฝึกทักษะการจับใจความ และฝึกจดบันทึกเพื่อเตือนความจำ

4. เพื่อได้คติชีวิตและความจรรโลงใจ เป็นการดูเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์
เพื่อกลั่นกรองความรู้ ความคิดเหล่านั้นมาเป็นองค์ความรู้

คือ การรับสารให้เข้าใจเนื้อหาสาระใช้ปัญญาคิด สังคมปัจจุบันช่องทางการนำเสนอข้อมูลให้ดูมี
ใคร่ครวญ โดยอาศัยความรู้ ความคิด เหตุผล มากมายหลายช่องทาง ดังนั้นเราควรรู้จักเลือก
และประสบการณ์ประกอบแล้วสามารถนำไปใช้ ที่จะดูสารประเภทต่าง ๆ อย่างเหมาะสม เมื่อได้รับรู้
ได้อย่างเหมาะสม ข้อมูลแล้ว การรู้จักวิเคราะห์ วิจารณ์ เพื่อนำไปใช้ใน
ทางสร้างสรรค์ เป็นสิ่งจำเป็นเพราะผลที่ตามมาจาก
การดูจะเป็นผลบวกหรือลบแก่สังคมก็ขึ้นอยู่กับ
การนำไปใช้ ซึ่งคือผลดีจะเกิดแก่สังคมก็เมื่อผู้ดู
นำผลที่ได้นั้นไปใช้อย่างสร้างสรรค์

สื่อโฆษณา สื่อเพื่อความบันเทิง

ผู้ดูต้องรู้จุดมุ่งหมายของการนำเสนอ เพราะ ผู้รับสารต้องระมัดระวัง ควรใช้วิจารณญาณประกอบ
ส่วนใหญ่จะเป็นการสื่อที่ให้ทำให้ผู้ดูคล้อยตาม การตัดสินใจก่อนที่จะซื้อหรือทำตาม ปัจจุบันรายการ
อาจไม่สมเหตุสมผล ผู้ดูต้องพิจารณาไตร่ตรอง โทรทัศน์จะมีการแนะนำว่าแต่ละรายการเหมาะกับกลุ่ม
ก่อนซื้อหรือก่อนตัดสินใจ เป้าหมายใด เพราะเชื่อกันว่าหากผู้ใดขาดความคิดในเชิง
สร้างสรรค์แล้ว สื่อบันเทิงอาจส่งผลร้ายต่อสังคมได้
เช่น ผู้ดูเอาตัวอย่างการจี้ ปล้น การข่มขืนกระทำชำเรา
และแม้แต่การฆ่าตัวตาย โดยเอาอย่างจากละครที่ดูมา
ทำตามในชีวิตจริง

ข่าวสาร ปาฐกถา/สุนทรพจน์

สื่อประเภทนี้ผู้รับสารต้องมีความพร้อมพอสมควร เนื้อหาประเภทนี้ผู้รับสารต้องฟังและดูอย่างมีสมาธิ
เพราะควรต้องรู้จักแหล่งข่าว ผู้นำเสนอข่าว การจับ เพื่อจับประเด็นสำคัญให้ได้ และก่อนตัดสินใจเชื่อหรือ
ประเด็น ความมีเหตุมีผล รู้จักเปรียบเทียบเนื้อหาจาก นำข้อมูลส่วนใดไปใช้ประโยชน์ต้องมีความรู้พื้นฐาน
ที่มาของข่าว หลาย ๆ แห่ง เป็นต้น ในเรื่องนั้น ๆ อยู่บ้าง

สารที่ให้ความรู้

1. พิจารณาว่าเรื่องนั้นมีคุณค่าหรือมีประโยชน์ควรแก่การใช้วิจารณญาณมากน้อยเพียงใด
2. ถ้าเรื่องที่ต้องใช้วิจารณญาณไม่ว่าจะเป็นข่าว บทความ สารคดี ข่าว หรือความรู้เรื่องใดก็ตาม

ต้องดูด้วยความตั้งใจจับประเด็นสำคัญให้ได้ ต้องตีความหรือพินิจพิจารณา
3. ฝึกการแยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น เจตคติของผู้พูดหรือแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่ดู
4. ขณะที่ดูควรบันทึกสาระสำคัญของเรื่องไว้
5. ประเมินสารที่ให้ความรู้ว่า มีความสำคัญมีคุณค่าและประโยชน์มากน้อยเพียงใด มีแง่คิดอะไรบ้าง
6. นำคุณค่าประโยชน์ข้อคิด ความรู้และกลวิธีต่าง ๆ ที่ได้จากการฟังและดูไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน

สารประเภทโน้มน้าวใจ สารประเภทจรรโลงใจ

1. สารนั้นเรียกร้องความสนใจมากน้อยเพียงใด หรือสร้างความ 1. ฟังและดูด้วยความตั้งใจ แต่ไม่เคร่งเครียดทำใจให้สบาย
เชื่อถือของผู้พูดมากน้อยเพียงใด 2. ทำความเข้าใจในเนื้อหาที่สำคัญ ใช้จินตนาการไปตาม

2. สารที่นำมาเสนอนั้น สนองความต้องการพื้นฐานของผู้ดูอย่างไร จุดประสงค์ของสารนั้น
ทำให้เกิดความปรารถนาหรือความว้าวุ่นขึ้นในใจมากน้อยเพียงใด 3. ต้องพิจารณาว่าสิ่งที่ดูนั้นให้ความจรรโลงในด้านใด

3. สารได้เสนอแนวทางที่สนองความต้องการของผู้ดูหรือมีสิ่งใด อย่างไรและมากน้อยเพียงใด หากเรื่องนั้นต้องอาศัย
แสดงความเห็นว่าหากผู้ดูยอมรับข้อเสนอนั้นแล้วจะได้รับ เหตุผล ต้องพิจารณาว่าสมเหตุสมผลหรือไม่
ประโยชน์อะไร 4. พิจารณาภาษาและการแสดงว่าเหมาะสมกับรูปแบบเนื้อหา
และผู้รับสารหรือไม่เพียงใด
4. สารที่นำมาเสนอนั้นกระตุ้นให้เชื่อถือเกี่ยวกับสิ่งใด และต้องการ
ให้คิดหรือปฏิบัติอย่างไรต่อไป

5. ภาษาที่ใช้ในการโน้มน้าวใจนั้นมีลักษณะทำให้ผู้ฟังและผู้ดู
เกิดอารมณ์อย่างไรบ้าง

T HANK YOU

จัดทำโดย

นางสาวพิยดา บูรณะ รหัสนักศึกษา 643110010211


Click to View FlipBook Version