รายวชิ า
วทิ ยาศาสตร์ โลกดาราศาสตร์
เสนอ
คณุ ครู นพรตั น์ นามเนาว์
ผ้จู ัดทา
1.นางสาวจรรญา ตดิ มา เลขที่10
2.นางสาวดณญา เจริญตา เลขท1ี่ 7
3.นางสาวธนกาญจน์ อับไพ เลขท่ี19
4.นางสาวภัทรดา อดุ มเดช เลขที่25
5.นางสาววชิ ดุ า พุทธาอามาตย์ เลขท3ี่ 3
ปีการศึกษาภาคเรียนท่ี 1/2563
โรงเรยี นบงึ กาฬ อ.เมืองบงึ กาฬ จ.บงึ กาฬ 38000
บทนำ
กรมอุตนุ ยิ มวิทยา มีหน้าท่ีรบั ผิดชอบในการพยากรณอ์ ากาศทว่ั ไป พยากรณ์
อากาศเกษตร และพยากรณอ์ ุตุนิยมวทิ ยาอทุ ก ฯลฯ ซงึ่ ในพยากรณ์ดงั กล่าวไดใ้ ช้ขอ้ มูล
สารสนเทศภูมศิ าสตร์และรีโมทเซนซ่งิ อาทิ เช่น ขอ้ มูลดาวเทียม ข้อมลู เรดาร์ มา
ประกอบการวเิ คราะหเ์ ปน็ เวลานานแล้วต้งั แต่เรม่ิ กอ่ ตงั้ กรมอุตนุ ิยมวทิ ยา ซ่งึ การ
วิเคราะหด์ งั กล่าวจะเปน็ ลักษณะการแปลภาพด้วยสายตา(Visual/Manual -
Interpretation)ซ่งึ ความถกู ต้องจะขน้ึ อยูก่ ับประสบการณแ์ ละขีดความสามารถของผู้
แปลภาพเทา่ นน้ั สาหรบั ในปัจจุบนั น้ีเน่ืองจากเทคโนโลยีทางดา้ นระบบสารสนเทศ
ภูมิศาสตร์และรีโมทเซนซิ่งได้มกี ารพฒั นากา้ วหนา้ ไปอยา่ งรวดเร็วและถูกนามา
ประยกุ ต์ใชใ้ นกจิ กรรมด้านตา่ ง ๆ มากมาย อาทิ เชน่ ธรณีวทิ ยา การวางแผนการใช้
ทีด่ นิ การเกษตร สิ่งแวดลอ้ ม ปา่ ไม้ ฯลฯ ซง่ึ กจิ กรรมทงั้ หมด ดังกลา่ วจะเกย่ี วข้องกบั
งานด้านอุตนุ ิยมวิทยาทงั้ ทางตรงและทางออ้ มจากสาเหตุดงั กลา่ วทาใหอ้ งค์การ
อตุ นุ ยิ มวิทยาโลกสนบั สนนุ ใหป้ ระเทศสมาชกิ นาเทคโนโลยดี า้ นระบบสารสนเทศ
ภูมิศาสตรแ์ ละรีโมทเซนซงิ่ มาประยกุ ตใ์ ช้กบั อุตนุ ิยมวิทยาใหม้ ากทส่ี ุดเพ่ือจะใหไ้ ด้
ผลลัพธท์ ่เี ป็นประโยชน์ มีความถกู ตอ้ งแมน่ ยาสงู ประหยัดคา่ ใช้จ่ายและสะดวกตอ่
การแลกเปลยี่ นขอ้ มลู ระหว่างประเทศ
ขอ้ มูลและสำรสนเทศทำงอุตนุ ยิ มวทิ ยำ
นักอุตุนยิ มวทิ ยารวบรวมขอ้ มลู องค์ประกอบลมฟา้ อากาศจากสถานีตรวจอากาศท่ัว
โลกมาแสดงผลในรูปแบบของสารสนเทศทางอุตุนิยมวทิ ยาเพอื่ ให้งา่ ยต่อการนาไปใช้
ในการพยากรณ์อากาศโดยสารสนเทศแต่ละประเภทแสดงขอ้ มูลองค์ประกอบลมฟา้
อากาศแตกต่างกนั
ขอ้ มูลอตุ ุนยิ มวทิ ยาท่ีตรวจวัดเพือ่ การพยากรณ์อากาศ ประกอบดว้ ย สารประกอบทาง
อุตุนยิ มวทิ ยาที่ เป็นปัจจัยหลกั ทมี่ คี วามสมั พันธ์โดยตรงกบั ลักษณะอากาศทเี่ กิดข้นึ ใน
แต่ละวัน ดงั นนั้ จงึ ต้องมีการตรวจวดั เพอ่ื วิเคราะห์ และศึกษาตดิ ตามความเปลย่ี นแปลง
เคลอ่ื นไหวทีเ่ กดิ ขนึ้ อยา่ งตอ่ เนอื่ งสารประกอบดังกลา่ วมีดงั นี้
1. ความกดอากาศ
2. ลม
3. อณุ หภมู ิ
4. ความช้นื สัมพัทธ์
5. เมฆ
6. หยาดนา้ ฟา้
7. รังสีดวงอาทิตย์
8. การระเหยของน้า
9. ทัศนะวิสยั
เครื่องมือทีใ่ ช้ในระบบกำรพยำกรณ์อำกำศ
เครอ่ื งมือท่ีใช้ในระบบการพยากรณอ์ ากาศสามารถแบง่ ออกได้เป็นประเภทใหญๆ่ ได้
ดงั น้ี
1.เคร่ืองมอื ตรวจอากาศผิวพนื้
ในสถานตี รวจอากาศผวิ พืน้ แต่ละสถานจี ะมสี นามอุตนุ ิยมวทิ ยา ซงึ่ เปน็ ที่สาหรับ
ตรวจวัดอากาศผิวพืน้ โดยเคร่ืองมือตา่ ง ๆ เหลา่ น้ีจะตรวจวดั สารประกอบ
อตุ ุนิยมวิทยา ตามเวลาท่กี าหนดไว้ในแตล่ ะวนั ซง่ึ จะมเี วลาหลักของการตรวจวัด คือ
เวลา 0000Z (07.00 น.) และเวลา 1200Z (19.00 น.) โดยในระหวา่ งเวลาหลกั เหลา่ นี้
อาจมกี ารตรวจวดั เพม่ิ เติมไดต้ ามทีก่ าหนดไว้เพอ่ื ความเหมาะสม
2.เครอ่ื งมอื ตรวจอากาศชน้ั บน
เน่อื งจากการเปล่ียนแปลงของลักษณะอากาศ มคี วามเกยี่ วพันกบั การเปลย่ี นแปลง
ของสภาวะ สารประกอบอตุ นุ ยิ มวทิ ยาในระดบั ชนั้ บน ซ่งึ อย่นู อกเหนอื จากผวิ พน้ื ของ
โลกดว้ ย ดงั นน้ั จึงมีความจาเปน็ ตอ้ งตรวจวดั สารประกอบอตุ นุ ิยมวทิ ยาในบรรยากาศ
ดว้ ย โดยเฉพาะในชนั้ โทรโพสเฟียร์ ขอ้ มลู อุตนุ ิยมวิทยาที่ตรวจวัด เพอื่ การพยากรณ์
อากาศทตี่ รวจวดั โดยเครือ่ งมอื ตรวจอากาศชน้ั บนนี้ โดยมากจะเปน็ ข้อมูลหลกั ทาง
อตุ ุนิยมวิทยา เชน่ อณุ หภูมิ ความกด ลมและความชนื้ อากาศในระดบั ตา่ ง ๆ
การตรวจวัดขอ้ มูลเหลา่ นใ้ี ช้เครือ่ งมอื หลักที่เรยี กว่า Radiosonde
3.เครอ่ื งมือตรวจอากาศพิเศษ
เปน็ เครือ่ งมอื ทใ่ี ชส้ าหรับตรวจวดั ปรากฏการณห์ รอื ลักษณะอากาศท่เี กดิ ขึน้ เพอื่
ช่วยเสริมในการวเิ คราะห์พยากรณอ์ ากาศ เครอื่ งมอื ตรวจอากาศพิเศษเหลา่ นีม้ หี ลาย
อยา่ ง อาทิ เรดารต์ รวจอากาศ ดาวเทียมอุตนุ ยิ มวทิ ยา และเครอ่ื งมอื สาหรับตรวจวัด
ความสงู ของคลืน่
แผนที่อำกำศผิวพื้นแผนทอ่ี ำกำศผวิ
พนื้ เป็นแผนทอี่ ากาศชนดิ หน่งึ ซึง่ แสดงข้อมูลองคป์ ระกอบลมฟ้าอากาศทีไ่ ด้
จากการตรวจัดจากสถานตี รวจอากาศผิวพ้ืนหรอื แบบจาลองเชิงตวั เลขขอ้ มูล
องค์ประกอบลมฟ้าอากาศ ณ ตาแหนง่ ตา่ งๆบนพน้ื ผวิ โลกแสดงด้วย
สญั ญลกั ษณด์ ังรปู
สัญลกั ษณแ์ สดงขอ้ มูลทส่ี ถานตี รวจอากาศผวิ พ้ืน
L ศูนย์กลางของหย่อมความกดอากาศต่าบรเิ วณที่อากาศร้อนยกตวั ทาให้เกดิ
เมฆ
H ศูนยก์ ลางของหย่อมความกดอากาศสงู เปน็ บริเวณท่ีอากาศเยน็ แหง้ แล้วฟ้า
ใสไมม่ ีเมฆปกคลุม
ภำพถำ่ ยดำวเทียมอุตุนิยมวทิ ยำ
ภาพถ่ายดาวเทียมอตุ ุนิยมวิทยาดาวเทยี มอุตนุ ิยมวทิ ยาเปน็ อีกเคร่อื งมอื ทีใ่ ห้
ขอ้ มลู ทางอุตนุ ยิ มวทิ ยาเช่นลักษณะของพายุหมนุ เขตร้อนชนิดและปริมาณของ
เมฆท่ีปกคลุมท้องฟา้ ความรนุ แรงและความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางของ
พายุหมนุ เขตรอ้ นข้อมลู อตุ ุนยิ มวิทยาเหล่านไ้ี ด้จากการตรวจวัดคลื่น
แมเ่ หล็กไฟฟ้าในช่วงความยาวคลืน่ ที่แตกตา่ งกันและประมวลผลออกมาเป็น
ภาพ
เป็นภาพที่ได้จากการตรวจวดั ประรมิ า ณ ของรงั สอี นิ ฟราเรดที่แผอ่ อกมาจาก
วตั ถุสามารถตรวจได้ทุกช่วงเวลาภาพทไ่ี ด้จะเป็นภาพทีม่ เี ฉดสที ่ไี ลร่ ะดบั ที่
แตกตา่ งกนั ตามอุณหภมู ขิ องพืน้ ผิววตั ถุ
เรดำรต์ รวจอำกำศ
เรดารต์ รวจอากาศ (Radar ยอ่ มาจาก Radio Detection And Ranging) เปน็ อุปกรณ์ทใี่ ช้
สาหรับจับตาแหนง่ และทศิ ทางการเคลอ่ื นที่ของเมฆและพายโุ ดยการสง่ คลน่ื
แมเ่ หล็กไฟฟา้ ออกไปกระทบแล้วสะทอ้ นกลบั มาแล้วคานวณเปรียบเทียบระยะวลาที่
คล่นื เดินทางออกไปแล้วสะท้อนกลบั มาทาใหท้ ราบวา่ เมฆหรอื พายอุ ย่หู ่างออกไป
เท่าไรนอกจากนนั้ แลว้ ยงั ใชป้ รากฏการณ์ดอปเปลอรค์ านวณว่าเมฆหรือพายุกาลงั
เคลื่อนที่เขา้ ใกลห้ รือออกหา่ งดว้ ยความเร็วเทา่ ไรเสาอากาศของเรดาร์ตรวจอากาศ
หมุนรอบตวั เพื่อตรวจสภาพอากาศทีอ่ ยู่รอบ ๆ ซง่ึ มรี ศั มที าการได้ไกลหลายร้อย
กิโลเมตร
เรดารม์ ปี ระโยชน์ทุกในกจิ การอตุ นิ ยิ มวิทยาเพราะเรดารส์ ามารถตรวจจบั และรายงาน
ผลการตรวจในขณะทปี่ รากฎการณต์ า่ ง ๆกาลงั จะเกิดข้นึ จริงในบรเิ วณท่ีหา่ งออกไป
จากสถานีเรดาร์หลายรอ้ ยกิโลเมตรซ่ึงไมส่ ามารถมองเห็นได้ดว้ ยตาปกตแิ ละดว้ ยการ
นาเอาวิทยาการอันทันสมยั ของคอมพิวเตอร์มาประยกุ ตใ์ ชก้ บั เครื่องเรดาร์ไดด้ งั นี้
1. ใชต้ รวจจับหาบรเิ วณทมี่ ฝี นหรอื ฝนฟา้ คะนองรวมทง้ั รายงานความแรงทิศทางและ
ความเร็วในการเคลอ่ื นตัวของกลุ่มฝนนน้ั ๆ ดว้ ย
2. ใช้ตรวจและติดตามการเคล่อื นตัวรวมทงั้ หาศูนยก์ ลางของพายหุ มนุ เชน่ พายุโซน
รอ้ นพายไุ ตฝ้ ่นุ เป็นต้น
3. ใชต้ รวจหมิ ะลูกเห็บเมม
4. ชว่ ยในการพยากรณอ์ ากาศระยะสน้ั
5. ใช้วิเคราะห์ทศิ ทางและความเร็วลมชน้ั บนในระดบั ตา่ ง ๆ 6. ชว่ ยในการเตือนภัย
และเตรยี มการปอ้ งกนั น้าท่วม
กำรใช้ประโยชน์จำกขอ้ มลู สำรสนเทศทำงอุตนุ ยิ มวทิ ยำ
1. เพื่อให้ขา่ วอากาศลว่ งหน้าแกป่ ระชาชนทวั่ ไปผู้ประกอบการเกษตรการและ
อ่ืน ๆ เพ่ือเตรยี มการเฝา้ ระวงั ปฏิบัตงิ านใหเ้ หมาะสมกับอากาศ
2. เพื่อชว่ ยให้การคมนาคมทางทะเลและทางอากาศกลอดภัยย่งิ ขน้ึ
3. เพ่อื เดือนภัยรา้ ยแรงจากลมและพายุตา่ ง ๆ
4. สามารถให้ข้อมูลของตาแหน่งท่ีเกิดไฟปา่ ในฤดูแล้ง
5. สามารถตรวจหาบริเวณทเี่ กดิ อุทกภยั ได้อยา่ งรวดเรว็ และทันตอ่ เหตุการณ์
6. ภาพถ่ายสภาพของเมฆจากดาวเทยี มใช้ตดิ ตามการเปลี่ยนแปลงตาแหน่ง
จานวนและชนดิ ของเมฆ
7. จากการตรวจวัดตาแหน่งทมี่ ฝี นตกสามารถใชค้ านวณหาปริมาณน้าฝนโดย
การคาดประมาณได้