ประวัติความเป็นมาอำเภอบ้านแท่น
คำขวัญ อำเภอบ้านแท่น
งานเทศกาลส้มโอหวานฯครั้งที่ ๗
สรุปผลการดำเนินงาน
ท่องเที่ยว
งานเทศกาลส้มโอหวานและ
ของดีอำเภอบ้านแท่นครั้งที่ 7
ระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคม 2565
" ก ร ะ ตุ้ น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ก า ร ค้ า ข า ย สิ น ค้ า ขึ้ น ชื่ อ ข อ ง ดี
ป ร ะ จำ จั ง ห วั ด ชั ย ภู มิ กั บ เ ท ศ ก า ล ส้ ม โ อ ห ว า น
บ้ า น แ ท่ น แ ล ะ ง า น ข อ ง ดี อำ เ ภ อ บ้ า น แ ท่ น ที่ โ ด่ ง ดั ง
ไ ป ทั่ ว ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ โ ก อิ น เ ต อ ร์ ไ ก ล ไ ป ทั่ ว โ ล ก
ห นึ่ ง ใ น สิ น ค้ า ส่ ง อ อ ก ข อ ง จั ง ห วั ด ชั ย ภู มิ "
คำขวัญอำเภอบ้านแท่น
เที่ยวชมปรางกู่
บูชาพระแท่น
เยี่ยมแดนส้มโอหวาน
สืบสานตำนานบุญ
เดิมชื่อ "บ้านแท่น" สันนิษฐานว่า ได้ชื่อมาจากพระแท่น ที่เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านพระแท่นบัลลังก์
จะสร้างขึ้นเมื่อใดไม่มีประวัติพอที่จะค้นได้ ผู้สูงอายุเล่าว่าบริเวณที่พระแท่นประดิษฐานอยู่นี้ เป็นป่าไม้หนา
มีเถาวัลย์ปกคลุมหนาทึบ ปู่ ย่า ตา ทวด ในสมัยนั้นนับถือว่าเป็นพระภูมิเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ พอถึงเดือน ๕ เดือน ๖
ทุกๆปีจะพาลูกหลานนำน้ำอบน้ำหอมมาสรงและบนบานศาลกล่าวขจัดปัดเป่าภยันอันตรายต่างๆ
ให้ประชาชนในหมู่บ้านอยู่เป็นสุข
เมื่อประมาณปีพ.ศ. 2473 ขุนสาหร่าย เจ้าหน้าที่ปราบปรามจากอำเภอภูเขียวได้มาปราบปรามผู้ร้าย
และติดตามโจรซึ่งหนีไปซ่อนตัวอยู่ในบริเวณที่พบพระแท่นเห็นพระแท่นซึ่งเป็นวัตถุโบราณตั้งอยู่ในที่ไม่เหมาะ
สม จึงพาราษฎรย้ายพระแท่นเข้าไปไว้ในวัด บัลลังก์จึงเกิดอาเพท เล่ากันว่าสัตว์ป่า เก้ง กวาง ลิงลม ชะนี
วิ่งเข้ามาสู่หมู่บ้านประชาชนเกิดโรคระบาดจึงไปปรึกษาพระครูถาวรสีลวัฒน์เจ้าคณะอำเภอภูเขียวท่านแนะนำว่า
ให้นำพระแท่นบัลลังก์กลับมาไว้ที่เดิมซึ่งเป็นที่ประดิษฐานในปัจจุบันนี้เหตุอาเพทดังกล่าวจึงหายไป
(สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ)
ที่ตั้งและอาณาเขต
อำเภอบ้านแท่นตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด
มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอข้างเคียง ดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอชุมแพและอำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น)
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอมัญจาคีรี (จังหวัดขอนแก่น)
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอแก้งคร้อ
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอภูเขียว
ภาพแสดงพื้นที่อำเภอบ้านแท่น
เที่ยวชมปรางค์กู่
ตั้งอยู่ที่บ้านหนองแฝก ตำบลบ้านเต่า อำเภอบ้านแท่น มีองค์ประกอบที่เหลืออยู่ 4 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 เป็นปรางค์ประธาน สร้างด้วยศิลาแลงเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยม มีประตูทางเข้าทางด้านตะวันออก อีกสามด้านเป็นประตูหลอก
ส่วนที่ 2 เป็นบรรณาลัย สร้างด้วยศิลาแลงเป็นรูปอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ใช้เป็นที่เก็บคัมภีร์และตำราต่างๆ
ส่วนที่ 3 เป็นกำแพงแก้ว สร้างด้วยศิลาแลง มีโคปุระหรือซุ้มประตูอยู่ทางด้านทิตะวันออก
ส่วนที่ 4 เป็นสระน้ำหรือบาราย มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผนังขอบสระกรุด้วยศิลาแลงจนถึงพื้น
ปรางค์กู่ ได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 53 ตอนที่ 24 วันที่ 2 สิงหาคม 2479 มีพื้นที่ 5 ไร่ 1 ตารางวา แผนที่ทหาร มาตราส่วน 1 : 50,000
พิมพ์ครั้งที่ 1-RTSD ลำดับชุด L 7017 ระวาง 5441 IV เส้นรุ้ง 16 องศา 22 ลิปดา 31 ฟิลิปดาเหนือ เส้นแวง 102 องศา 22 ลิปดา 58 ฟิลิปดาตะวันออก
สันนิษฐานว่าจากรูปแบบและแผนผังว่า อาจจะเป็นสิ่งก่อสร้างสำหรับประกอบพิธีรักษาโรค ที่เรียกว่า อโรคยาศาล หรือ โรงพยาบาล มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 18
ปรางค์กู่ หรือ อโรคยาศาล เป็นงานที่สร้างขึ้นในสมัยของ พระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 แห่งอาณาจักรเขมร ในราวปีมหาศักราช 1108 (พ.ศ.1724- 1761)
พื้นที่อำเภอบ้านแท่นเมื่อ หลายร้อยปี ก่อนถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเขมร ซึ่งทั่วทั้งราชอาณาจักรของ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จะโปรดให้สร้าง อโรคยาศาลไว้
ทั้งหมด 102 แห่ง แต่ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยในปัจจุบัน 30 แห่งและจะอยู่ในภาคอีสาน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ เมืองพิมาย อโรคยาศาล บ้านแท่นนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของ
อาณาจักรของขอม และมีชาวขอมเดินทางเข้ามาอาศัยอยู่เช่นเดียวกัน
เที่ยวชมปรางค์กู่
ปัจจุบันปรางค์กู่ ได้รับการบูรณะขุดแต่ง จากสำนักงานศิลปากร ที่12 นครราชสีมาแล้วหลักฐานที่ค้นพบ นอกจากอาคารหลังต่างๆที่กล่าว
ไปแล้ว ยังพบประติมากรรมศิลปะขอมแบบบายน พุทธศตวรรษที่ 18 เช่นพระวัชรปาณีทรงครุฑ พระยมทรงกระบือ พระวัชรธร แท่นศิวะลึง
แท่นบูชา เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบพระพุทธรูปบุเงินศิลปะลาว อายุราวพุทธศตวรรษที่ 23-24 บรรจุในภาชนะดินเผาแล้วนำมาฝังไว้ใน
ปราสาท เป็นต้น
บูชาพระแท่น
พระแท่นบัลลังก์ เป็นพระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย พระพุทธรูป ฐานรูปเคารพ (โยนี)
องค์นี้ได้เก็บรักษาไว้ที่วัดบัลลังก์มาเป็นเวลานานแล้ว จากข้อมูลสันนิษฐาน
ว่า พระพุทธรูปได้รับอิทธิพลจากศิลปะล้านช้าง ตั้งแต่สมัยพระเจ้าฟ้างุ้ม เป็นหินทรายสีแดง รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 53 เซนติเมตร
ปฐมกษัตริย์ของอาณาจักรล้านช้าง เมื่ออาณาจักรล้านช้างมีปฏิสัมพันธ์กับ ขนาดฐานบนยาว 90 เซนติเมตร ขนาดฐานล่างยาว108 เซนติเมตร
อาณาจักรใกล้เคียง เช่น อาณาจักรล้านนา อาณาจักรสุโขทัย สยาม และ สูง 68 เซนติเมตรอาจจะเป็น ส่วนประกอบของสิ่งก่อสร้างสําหรับ
พม่า โดยมีการเผยแพร่วัฒนธรรมทางศาสนา พร้อมทั้งมีการพัฒนาไปด้วย ประกอบพิธีรักษาโรคที่เรียกว่า อโรคยาศาล หรือโรงพยาบาล
เมื่อศาสนาพุทธแบบลังกาได้รับความนิยมมากขึ้น ในสมัยอาณาจักรสุโขทัย มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 18 ปรางค์กู่ หรือ อโรคยาศาล เป็น
และอาณาจักรล้านนา อาณาจักรล้านช้างก็ยอมรับนับถือพุทธศาสนา งานที่สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้า ชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรเขมร
เถรวาทแบบลังกา เช่นกัน ส่วนฐานที่เคารพ (โยนี) ได้รับอิทธิพลจากศิลปะ ในราวปีมหาศักราช 1108 (พ.ศ.1724-1761) พื้นที่อําเภอบ้านแท่น
ขอมฐานโยนีเป็นหินทรายแดงทั้งพระพุทธรูปและฐานที่เคารพรวมกันเรียก เมื่อหลายร้อยปี ก่อนถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเขมร ซึ่งทั่ว
ว่า พระแท่นบัลลังก์ ถือว่าเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอบ้านแท่น ทั้งราชอาณาจักรของพระเจ้า ชัยวรมันที่ 7 จะโปรดให้สร้าง อโรคยา
จังหวัดชัยภูมิ ศาลไว้ทั้งหมด 102 แห่ง แต่ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยใน ปัจจุบัน 30
แห่งและจะอยู่ในภาคอีสานเท่านั้น โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ เมืองพิมาย
พระแท่นบัลลังก์นับว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมชิ้นหนึ่ง ซึ่งจัดอยู่ อโรคยาศาล บ้าน แท่นนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรของเขมร
ในประเภทงาน ปฏิมากรร ที่สร้างสรรค์ด้วยความเชื่อ และความศรัทรา ถึง และมีชาวเขมรเดินทางเข้ามาอาศัยอยู่เช่นเดียวกัน อโรคยาศาล
อย่างไรก็ตามพุทธศาสนายังมีความซับซ้อนของความเชื่อต่อองค์พระแท่น หรือโรงพยาบาล นั้นตามจารึกปราสาทตาเมือนโต๊ด บอกไว้ว่าจะ
บัลลังก์ ในด้านผี - พราหมณ์ - พุทธ โดยผ่านมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับ ต้องมีคนมาประจํา 50-98 คน โดยมีการสร้างอาคารบ้านเรือนของ
ธรรมชาติ และมนุษย์กับผี ทำให้เกิดความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชาวอำเภอ ผู้ป่วย ของเจ้าหน้าที่ เรือนปรุงและเก็บยา ซึ่งอาคาร เหล่านี้ น่าจะ
บ้านแท่นในด้านเกิด - เจ็บ - ตาย ต่อองค์พระแท่นบัลลังก์” ก่อสร้างด้วยไม้ จึงผุพังไปตามกาลเวลา ไม่หลงเหลืออยู่ จะมีก็แต่
แท่นบูชา หรือโยนี และเศษหินที่มีร่องรอยการสลักลวดลายหลง
เหลืออยู่บ้างแต่ก็ไม่สมบูรณ์
บูชาพระแท่น
พระแท่นบัลลังก์ได้กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนแถบ
นั้นให้การเคารพนับถือ ชาวบ้านที่ได้รับเมตตาบุญญาอภินิหาร
ในประการต่างๆ และชาวบ้านที่ต้องการที่พึ่งที่เคารพสักการะ
และคุ้มภัยอันตราย เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ทําให้เกิดความ
สุขจึงได้เริ่มอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
กับบริเวณลานพระแท่นบัลลังก์และได้ทําการหักร้างถางพง
พัฒนาผืนป่าจนกลายมาเป็นหมู่บ้าน เรียกชื่อว่า บ้านแท่น และ
ได้มีการสร้างวัดบัลลังก์ขึ้นเพื่อ ประดิษฐานองค์พระแท่นบัลลังก์
ในปี พ.ศ. 2401
หากเราจะกล่าวถึง อ.บ้านแท่น เราก็ต้องกล่าวถึง
“พระแท่นบัลลังก์” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอำเภอบ้านแท่น
ให้ความเคารพศรัทธาอย่างสูงยิ่ง เพราะ “พระแท่นบัลลังก์” คือ
ที่มาของชื่อ “บ้านแท่น” มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของ
“พระแท่นบัลลังก์” ไว้อย่างเป็นระบบ นั่นก็คือ งานวิจัยที่ชื่อว่า
“พระแท่นบัลลังก์ : ความเชื่อและความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของ
ชาวอำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ” โดย ตชาชาต ฝอยวารี ซึ่ง
ปัจจุบันท่านสอนวิชาศิลปะ อยู่ที่โรงเรียนบ้านแท่นวิทยา
จ.ชัยภูมิ สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาประวัติความเป็นมาของอำเภอ
บ้านแท่น สามารถศึกษาได้เพิ่มเติมจากท่าน
(ที่มา : ตชาชาต ฝอยวารี , ทรงพล วรรณพงษ์)
เยี่ยมแดนส้มโอหวาน
พื้นที่ปลูกส้มโออยู่ในพื้นที่อำเภอบ้านแท่น (บ้านหนองผักหลอด บ้านนาดี บ้านมอญ) โดยสวนแต่ละ
สวน จะมีการประชาสัมพันธ์ ายสินค้าทางช่องทางออนไลน์ และเปิดให้เข้าเยี่ยมชม เป็นการพัฒนา
สวนส้มโอให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอบ้านแท่นอีกด้วย มีคณะเข้ามาศึกษาดูงานและซื้อ
ผลผลิตในช่วงเดือน กรกฎาคม ถึง เดือน กันยายน ของทุกปี เกษตรกรมีรายได้ เกิดการจ้างงานและ
พัฒนาความรู้ด้านการเกษตรในชุมชน
ที่มาภาพจาก : สวนนามวงศ์
ประเพณีบุญข้าวจี่
วัดวิเชียรธรรมาราม
อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ มีประเพณีบุญข้าวจี่ ที่จัดขึ้นโดย พระครูสิริวชิรากร
เจ้าคณะอำเภอเภอบ้านแท่น เป็นผู้ประสานงานมาตลอดหลายปี บุญข้าวจี่ วันเพ็ญ
เดือน 3 เป็นวันมาฆบูชา รุ่งขึ้นวันแรม 1 ค่ำก็ถวายข้าวจี่ เรียกว่าวันทำบุญเนื่องในวัน
มาฆบูชานั่นเอง ข้าวจี่คือเอาข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนเอาไม้เสียบย่างไฟเหมือนไก่ย่าง
เมื่อข้าวสุกเกรียมแล้วก็เอาไข่ซึ่งตีไว้แล้วทาแล้วย่างซ้ำอีกกลายเป็นไข่เคลือบข้าว
เหนียวเสร็จแล้วถอดไม้ออกแล้วเอาน้ำอ้อยหรือน้ำตาลที่เป็นก้อนยัดใส่แทนกลายเป็น
ข้าวเหนียวยัดไส้ แล้วถวายพระเณรฉันตอนเช้า ส่วนมากชาวบ้านจะรีบทำแต่เช้ามืด
พอสว่างก็ลงศาลาการเปรียญ มีกิจกรรมสืบสานรักษาประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม
งานประเพณีสงกรานต์
วันที่ ๑๓- ๑๕ เมษายน ๒๕๖๕
งานนมัสการพระแท่นบัลลังก์
จัดขั้นในช่วงเดือน มีนาคม ถึง เมษายน ของทุกปี
ผ้าขาวม้าลาย "แท่น ทุ่ง ทอง"
เริ่มจากมีการจัดประกวดของประชาคมกลุ่มสตรีจาก 18 หมู่บ้าน เพื่อนำผ้าขาวม้าไปเสนอศาลากลางม.14 แต่ผ้าขาวม้า ที่นำไปเสนอ
นั้นยังไม่เป็นที่ถูกใจของกรรมการ จึงได้มีการกลับมาทบทวนเพื่อคัดสรรและเตรียมการใหม่อีกครั้ง โดยเริ่มตั้งแต่การคัดสีด้ายและคุณภาพ
ของด้ายที่มีเกรดเอ พร้อมความหมาย ซึ่งคัดได้ ทั้งหมด 4 สี่ เมื่อได้สี ก็เอาผ้ามานำเสนอที่อำเภอทั้ง 5 ตำบลในอำเภอบ้านแท่น
ความหมายของสี แต่ละสีในผืนผ้า
สีเขียว หมายถึง ธรรมชาติ ชีวิต มนุษยชาติ ความสดชื่น ความปลอดภัย อาหาร
ความอุดมสมบูรณ์ การเจริญงอกงาม การเติบโต ความเห็นอกเห็นใจ ความสมดุล
ความสัมพันธ์ที่ดี พลังของสีเขียว สีเขียวช่วยกระตุ้นให้สดชื่น ลดความเหน็ดเหนื่อย
คลายความตึงเครียด และยังสื่อถึงความร่ำรวยเงิน ทอง เกียรติยศฉะนั้น อำเภอ
บ้านแท่นเป็นอำเภอที่มีอาชีพหลักคือการเกษตร สีเขียว ในผืนผ้าของบ้านแทนจึง
หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญงอกงาม
สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ ความสงบสุข ความดี ความเรียบง่าย พลังของสีขาว
สีขาวมีพลังช่วยสร้างสมดุลให้กับการตัดสินใจ ปลอดภัย และเรียบง่าย ฉะนั้น
สีขาวบนลายผ้า จึงหมายถึง ความบริสุทธิ์ ความดี ความสงบสุข ของอำเภอ
บ้านแท่นที่เป็นความดี มีขนมธรรมเนียมประเพณี ที่นับถือสืบต่อกันมา สร้าง
ความผาสุขให้กับชุมชน
สีดำ หมายถึง ความรอบรู้ ความลึกซึ้ง ความน่าเกรงขาม พลังของสีดำ สื่อถึง
ความรู้สึกลึกลับและไม่เป็นที่รู้จัก สิ่งที่มองไม่เห็น ฉะนั้น สีดำในผืนผ้า จึงหมาย
ถึง ความเก่าแก่ของโบราณสถาน เช่น ปรางค์กู่ พระแท่น ที่อยู่คู่บ้านคู่เมือง
ซึ่งมีความลึกซึ้ง เป็นที่เคารพบูชา และน่าเกรงขาม
สีส้ม หมายถึง ความกระตือรือร้น ความมีชีวิตชีวา ความสนุกสนาน ความอบอุ่น
ความยุติธรรม ความมีเสน่ห์ ความสุข ความมั่นใจ พลังของสีส้ม สีส้มเป็นสีที่ช่วย
กระตุ้นพลังงานและความสดชื่น สื่อถึงการมองโลกในแง่ดี ไปจนถึงสุขภาพที่ดี
เฉกเช่นความฉ่ำสมบูรณ์ของผลส้ม ฉะนั้น ชาวอำเภอบ้านแท่น เป็นอำเภอเล็กๆ
ที่มีความกระตือรือร้นในการที่พัฒนาให้ประชาชนมีคุณภาพชิวิตที่ดีมีความสุข
ความโอบอ้อมอารีย์ต่อกัน มองโลกในแง่ดี สีส้มในลายผ้า จึงหมายถึง
ความกระตือรือร้น ความสุข ความอบอุ่นของคนอำเภอบ้านแท่น
ผ้าขาวม้าลาย "แท่น ทุ่ง ทอง"
ทุกเส้นด้าย ทุกสี ผสมผสาน ทักทอเข้าด้วยกันแสดงถึงความเป็นอันหนึ่ง อันเดียว เป็นความรัก ความสามัคคีของคนอำเภอบ้านแท่น
ซึ่งมีความโดดเด่นเป็นสง่า เหมาะกับทุกเพศทุกวัยที่จะสวมใส่ เมื่อนำไปเสนออีกครั้งโดยที่มีท่านนายอำเภอสุกัญญา (อดีตนายอำเภอ
บ้านแท่นคนก่อน) เป็นคนคัดเลือกโดยได้เลือกผ้าของกลุ่มสตรีบ้านเหมือดแอ่พร้อมทั้งรณรงค์ให้กลายเป็นอัตลักษณ์ของอำเภอบ้านแท่น
โดยมีกำนันประดิษฐ์เป็นผู้เสนอลายผ้าแท่นทุ่งทองในที่ประชุมและหลังจากนั้นลายผ้าขาวผ้า ได้ถูกตั้งชื่อขึ้นให้ชื่อว่า ลาย “แท่นทุ่งทอง”
โดยท่านนายอำเภอเสกสรร สวัสดิ์ศรี เป็นผู้ตั้งชื่อให้
ส้มโอทองดี
"พืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ หลักล้าน
ให้แก่เกษตรกรอำเภอบ้านแท่น"
กว่าจะมาเป็น...
"ส้มโอหวานบ้านแท่น"
รางวัลที่ชาวสวนส้มโอได้รับ นายบุญมี นามวงศ์
เกษตรกรดีเด่น
สาขาการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช
นายบุญมี นามวงศ์ เกษตรกรชาวสวนส้มโอในระบบการจัดการคุณภาพ GAP พืช จังหวัดชัยภูมิ ที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของ
เจ้าหน้าที่ตามหลักวิชาการและข้อกำหนดของระบบ โดยมีการจัดการคุณลักษณะของสวนส้มโอ มีการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการ
เกษตรอย่างถูกต้องและเหมาะสม มีการจัดหาและจัดระบบปัจจัยการผลิตจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ มีการปฏิบัติตามและควบคุมระบบ
การผลิต เพื่อให้ได้ผลผลิตส้มโอที่มีขนาดตรงตามมาตรฐาน และมีคุณภาพที่ปลอดภัยจากสารพิษและปลอดศัตรูพืช ซึ่งมีการบันทึกข้อมูล
การปฏิบัติงานของกระบวนการผลิตและแหล่งที่มาของปัจจัยการผลิตอย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอน โดยมีพื้นที่สวนส้มโออยู่ในอำเภอ
บ้านแท่นประมาณ 15 ไร่ และปลูกส้มโอพันธุ์ทองดีที่มีคุณลักษณะเด่นแตกต่างจากที่อื่น คือ เนื้อส้มโอจะแห้งไม่แฉะ รสชาติหวานอม
เปรี้ยวกลมกล่อมกว่าที่อื่น ทำให้ส้มโอในพื้นที่อำเภอบ้านแท่นเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันยังคงรักษา
มาตรฐานการผลิตที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง
เกษตรกรสวนนามวงศ์ เกษตรกรสวนส้มโอ
วันที่ 1 ก.ค.65 นายทองพูน วงษา ประธานส้มโอแปลงใหญ่ และสมาชิกกลุ่มเกษตรกรชาวส้มโอหวานบ้านแท่นร่วมกันทำบุญ เปิดโรงงานบรรจุส้มโอ ณ สวน
เมืองทอง บ้านหนองผักหลอด อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้านในพื้นที่ร่วมแสดงความยินดี ในครั้งนี้อีกด้วย ซึ่งหลังจากสถานการณ์
การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ได้คลี่คลายลงนั้นทางคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดชัยภูมิ โดยมีนายไกรสรกองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิเป็น
ประธานและนายอำเภอบ้านแท่นรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ให้การสนับสนุนเกษตรกรและชาวสวนส้มโอมาโดยตลอด ได้มีแนวคิดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับ
เกษตรกรชาวส้มโอหวานอำเภอบ้านแท่น ในด้านการบรรจุภัณฑ์เพื่อส่งออกให้กับลูกค้าทั้งในและนอกประเทศได้ ทั้งยังเตรียมความพร้อมในการจัดเทศกาลงาน
ส้มโอหวานประจำปี 2565 ของอำเภอบ้านแท่นจังหวัดชัยภูมิ เปิดสวนให้ท่องเที่ยวได้เข้าชม ชิม ของดีอำเภอบ้านแท่น ที่จะมีขึ้นในเดือนสิงหาคม นี้ อีกต่อไปด้วย
กำหนดการงานเทศกาลส้มโอหวานและ
งานของดีอำเภอบ้านแท่น ครั้งที่ ๗
กำหนดการงานเทศกาลส้มโอหวานและ
งานของดีอำเภอบ้านแท่น ครั้งที่ ๗
กำหนดการงานเทศกาลส้มโอหวานและ
งานของดีอำเภอบ้านแท่น ครั้งที่ ๗
กำหนดการงานเทศกาลส้มโอหวานและ
งานของดีอำเภอบ้านแท่น ครั้งที่ ๗
แม้ช่วงนี้ยังมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ในส่วนของการจัดงานกิจกรรม
เทศกาลสำคัญในจังหวัดชัยภูมิ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าขายสินค้าขึ้น
ชื่อของดีประจำจังหวัดชัยภูมิ กับเทศกาลส้มโอหวานบ้านแท่น และงาน
ของดีอำเภอบ้านแท่น ที่โด่งดังไปทั่วประเทศและโกอินเตอร์ไกลไปทั่วโลก
หนึ่งในสินค้าส่งออกของจังหวัดชัยภูมิ
เทศกาลส้มโอหวานบ้านแท่น ในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 ส.ค.65
ทางด้านจ่าสิบเอก ประจักษ์ชัย ชนะภัย นายอำเภอบ้านแท่น นำประชาชนใน
พื้นที่ หน่วยงานทุกภาคส่วน มารวมตัวกันจัดงาน โดยมีนายไกรสร กองฉลาด
ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน เทศกาลส้มโอ
หวานบ้านแท่น และงานของดีอำเภอบ้านแท่น พร้อมรับนักท่องเที่ยวในปีนี้
ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ
บรรยากาศการเปิดงานประชาชนชาวอำเภอบ้านแท่น ได้ร่วมกันทำพิธีรำถวายสักการะเจ้าพ่อพญาแล เจ้าเมืองคนแรกผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ เพื่อเป็นสิริ
มงคลแก่ตนเองและครอบครัว รวมทั้งเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีเทิดทูนคุณงามความดีในวีรกรรมของเจ้าพ่อพญาแล และเจ้าเมืองคนแรกด้วยการจัด
ขบวนของสาวงามแต่ละชุมชนมาร่วมกันทำพิธีรำถวายการเปิดงานกันเป็นจำนวนมาก และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวมา
หาเลือกซื้อเลือกชิมของดีอย่าง “ส้มโอ” ได้ทั้งภายในงานและสามารถตามไปเลือกซื้อได้ถึงสวนของเกษตรกรในพื้นที่ ทั่วทั้งอำเภอบ้านแท่น จ.ชัยภูมิ ซึ่งส้มโอ
บ้านแท่น ของ จ.ชัยภูมิ ได้รับความนิยมเป็นสินค้าส่งออกไปทั่วประเทศและทั่วโลก ในแต่ละปีสร้างรายได้จากการส่งออกส้มโอหวานบ้านแท่น นับเกือบ 100 ล้าน
บาท/ปี
บรรยากาศการเปิดงานส้มโอหวานบ้านแท่นในปีนี้ ก็สร้างสีสันได้ไม่น้อย เพราะงานเปิดที่จัดเตรียมไว้ ไม่ได้เป็นไป
เหมือนวันที่ซ้อม เพราะมีฝนตกในพื้นที่มาต่อเนื่อง และทำให้สนามหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านแท่นเต็มไปด้วยดินโคลนน้ำขังใน
สนามหญ้า ชาวอำเภอบ้านแท่นที่พร้อมใจกันสวมใส่ชุดไทยประจำพื้นที่ถิ่นของตนเอง ตั้งใจออกมารำเปิดงานแล้ว ถึงแม้ว่าจะ
เละแค่ไหน ก็ไม่ใช่ปัญหา ต่างก็พากันร่วมใจกันจัดงานครั้งนี้อย่างคึกคัก ผ่านไปด้วยดี ได้ใจผู้ที่มาร่วมงานไปเต็มๆ
กิจกรรมภายในงาน
พิธีบวงสรวงและถวายช้าง
เจ้าพ่อพญาแล (พระยาภักดีชุมพล)องค์จำลอง
งานพิธีบวงสรวงและถวายช้างแด่เจ้าพ่อพญาแล ดำเนินมาทุกปี ในช่วงเทศกาลงานส้มโอหวานและของดีอำเภอ
บ้านแท่น จัดพิธีขึ้นบายศรีเจ้าพ่อพญาแล ณ ลานอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล อําเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ในวันแรกของการ
จัดงาน ได้จัดตรียมเครื่องบวงสรวง เช่น บายศรี - ต้น ผ้าคาดเอว พวงมาลัย เครื่องคาว หวาน ดอกไม้ ธูป เทียน มโหรี
นางรํา ฯลฯ ตลอดจนการทําความสะอาดตกแต่งสถานที่จัดโต๊ะหมู่บูชา สําหรับประกอบพิธี เครื่องสักการะสําหรับประชาชน
ผู้มีจิตศรัทธาที่นํามาร่วมพิธีฯ เพื่อความเป็นสิริมงคลในพื้นที่อำเภอบ้านแท่น นำโดย จ่าสิบเอกประจักษ์ชัย ชนะภัย
นายอำเภอบ้านแท่น มีผู้ร่วมถวายช้างแด่เจ้าพ่อพญาแล จำนวน ๖๓๖ เชือกๆ ละ ๕๐๐ บาท เป็นเงิน ๓๑๘,๐๐๐ บาท
กิจกรรมภายในงาน
การประกวดส้ มโอหวาน
ชนะเลิศที่ ๑
สวนส้มโอนายบัณฑิต ผานาค
รองชนะเลิศอันดับที่ ๑ รองชนะเลิศอันดับที่ ๒
สวนส้ มโอนายสมศรี สวนส้มโอนางมัจฉา โชคบัณฑิต
กิจกรรมภายในงาน คัก่วาหรมแี่ข่ลงีลขัานสพ้มาตข้ำาว
กิจกรรมภายในงาน คัก่วาหรมแี่ข่ลงีลขัานสพ้มาตข้ำาว
กิจกรรมภายในงาน คัก่วาหรมแี่ข่ลงีลขัานสพ้มาตข้ำาว
จัดโดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบ้านแท่น
กิจกรรมภายในงาน การแข่งขันเทพีส้มโอ
กิจกรรมภายในงาน การแข่งขันฟุตบอล
กิจกรรมภายในงาน
กิจกรรมภายในงาน
กิจกรรมภายในงาน
นำโดย
สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านแท่น
กิจกรรมภายในงาน กิจกรรมแข่งขัน
เต้นแอโรบิค
กิจกรรมภายในงาน กิจกรรมแข่งขัน
เต้นแอโรบิค
นำโดย โรงพยาบาลบ้านแท่น
และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ้านแท่น
กิจกรรมภายในงาน กิจกรรมออกสลาก
การกุศล
นำโดย
สถานศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่อำเภอบ้านแท่น
จากการจัดงานเทศกาลส้มโอหวานและงานของดีอำเภอบ้านแท่น ครั้งที่ ๗ คณะผู้จัดงานได้ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ประเมินผลการทำงานแบบประเมินความพึงพอใจ งานเทศกาลส้มโอหวานบ้านแท่นและงานของดีอําเภอบ้านแท่น
ครั้งที่ ๗ ประจำปี ๒๕๖๕ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๑. กลุ่มเป้าหมาย จำนวน ๒๘๑ คน (จากประชากร ๓,๐๐๐ คน)
จากแผนภูมิกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถาม เป็นเพศหญิง ร้อยละ ๕๒.๓ เพศขาย
ร้อยละ ๔๖.๓ เป็นเพศหญิง มากกว่าเพศชาย
๒. อายุ
จากอายุของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ช่วงอายุผู้ร่วมงาน อยู่ในช่วงอายุ ๒๐-๔๙ ปี มากที่สุด ร้อยละ
๕๘.๔ รองลงมาคือ อายุ ๕๐ ปีขึ้นไป ร้อยละ ๒๒.๑ และน้อยที่สุดคือ อายุตำ่กว่า ๒๐ ปี ร้อยละ ๑๙.๖ เนื่องด้วย
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ที่มาร่วมงาน เป็นวัยทำงาน และมาเข้าร่วมกิจกรรมในฐานะหน่วยงาน
๓. อาชีพ
จากแผนภูมิข้างต้น เป็นข้อมูลอาชีพของผู้เข้าร่วมงาน พบว่า ประชาชนทั่วไป มากที่สุด ร้อยละ ๓๗
รองลงมาคือ อาชีพข้าราชการ/พนักงานรัฐ ร้อยละ ๒๐.๖ และน้อยที่สุดคือ แม่บ้าน ร้อยละ ๐.๔ ด้วยประชาชน
ทั่วไปให้ความสนใจในกิจกรรมของทางอำเภอบ้านแท่น ภายหลังจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าทำให้ไม่
สามารถจัดงานเทศกาลส้มโอหวานในปีที่ผ่านมา ในปีนี้จึงอยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นจำนวนมากกว่าทุก
ครั้งที่ผ่านมา
๔.ภูมิลำเนา
จากข้อมูลภูมิลำเนาของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดชัยภูมิ คิดเป็นร้อยละ ๗๐.๖
และเป็นนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด คิดเป็น ร้อยละ ๒๙.๔ สอดคล้องกับสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวข้ามพื้นที่
จังหวัดมีลดลงจากเดิม
ส่วนที่ ๒แบบประเมินความพึงพอใจ
แผนภูมิแสดงค่าเฉลี่ยความพึงพอใจรายคำถาม
รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย การแปลผล
๑. กำหนดการ วันที่ เวลา ในการจัดงานมีความเหมาะสม ๔.๐๘ มากที่สุด
๒. สถานที่ การจัดซุ้ม กองอำนวยการ ร้านค้า สถานที่จอดรถ ต่างๆที่ ๓.๕๘ มาก
เกี่ยวข้องกับการใช้พื้นที่ ในงานมีความเหมาะสม มากที่สุด
มากที่สุด
๓. กิจกรรม ของรางวัล ที่จัดขึ้นในงานมีความหลากหลายและเหมาะสม ๔.๐๖
มากที่สุด
๔. การบริการของร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก มีความเหมาะสม สะดวก ๔.๐๒ มากที่สุด
สบายและปลอดภัย มากที่สุด
๔.๓๐
๕. การจัดงานสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน และเป็นการประชาสัมพันธ์
สินค้าและบริการในเขตพื้นที่อำเภอบ้านแท่นที่เหมาะสม
๖. ภาพรวมความพึงพอใจในการจัดงานครั้งนี้ ๔.๐๘
๗. ควรมีการจัดงานในปีต่อไป ๔.๖๐
อภิปรายและสรุปผล
ผลการประเมินความพึงพอใจ ในการจัดงานเทศกาลส้มโอหวานและของดีอำเภอบ้านแท่น ครั้งที่ ๗
พบว่า ข้อคำถามในเรื่อง ควรมีการจัดงานในปีต่อไป อยู่ในระดับ มากที่สุด มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด เนื่องด้วยภายในงาน
ที่จัดขึ้นส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภายในอำเภอบ้านแท่นมีการเติบโตขึ้น ซึ่งจากข้อเสนอแนะในการจัดงานการจัดงาน
เทศกาลส้มโอหวานและของดีอำเภอบ้านแท่น ครั้งที่ ๗ ได้สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ชาวไร่ ผู้ค้าขาย ทั้งในเขต
ชุมชนอำเภอบ้านแท่น และนอกเขตพื้นที่อำเภอบ้านแท่น การจัดงานได้รับความสนใจจากผู้คนในเขตพื้นที่และทั่ว
ประเทศ การคาดการณ์การจัดงานในครั้งต่อไป ต้องการให้มีการจัดงานในทุกๆปี มีการจัดระเบียบและความ
เรียบร้อย การเตรียมความพร้อมของสถานที่ในการจัดงาน การจัดการแสดง และพิธีเปิดให้มีความน่าสนใจมากขึ้น
โดยผู้ตอบแบบสอบถามยังเน้นย้ำในการจัดงานในปีต่อไป ให้ชาวบ้านได้มีพื้นที่ขายสินค้ามากขึ้นอีกด้วย
สถิตินักท่องเที่ยวมาร่วมงานและรายได้ที่เกิดขึ้น
สถิตินักท่อคนงใเนทพีื้่นยที่วอำมเภาอบร้่าวนแมท่งนานแคลนนะอกรเาขตยพื้ไนดที้่ ที่เกิดขึ้น
จำนวนนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานโดยประมาณ ๓,๐๐๐ คน คิดเป็น คนในเขตพื้นที่อำเภอบ้านแท่น
ร้อยละ ๗๐.๐๐ คนนอกพื้นที่ ต่างจังหวัด คิดเป็น ร้อยละ ๓๐.๐๐ ยอดการใช้จ่ายต่อคนคิดเป็น
๕๐๐ บาท ต่อคน
ข้อมูลจากทางการสำรวจเชิงรุกในงาน
ข้อมูลยอดขายส้มโอภายในงาน
ยอดขายส้มโอในพื้นที่ของการจัดงาน (ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๕
๒๐ ร้าน
๔๙,๒๕๐ ๕๗,๑๐๐ ๖๔,๗๐๐
บาท บาท บาท
๔๙,๒๕๐ ๕๗,๑๐๐ รวมรายได้ทั้ง ๓ วัน
๑๗๑,๐๕๐
ข้อมูล จากสำนักงานเกษตรอำเภอบ้านแท่น
๖๔,๗๐๐
ยอดขายสินค้าโอท็อป (OTOP)
ยอดขายสินค้าดอท็อป(OTOP) ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๕
๑๘ กลุ่ม
๑๐๕,๘๕๐ ๑๒๑,๐๐๐ ๔๔,๕๐๐
บาท บาท บาท
รวมรายได้ทั้ง ๓ วัน
๒๗๑,๓๕๐
ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบ้านแท่น
ยอดขายสินค้าส้มโอและสินค้าโอท็อป (OTOP)
125,000 ส้มโอ สินค้าโอท็อป
100,000
75,000
50,000
25,000
0
วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3
กราฟแสดงยอดขายสินค้าส้มโอเทียบกับสินค้าโอท็อป
จากกราฟรายได้ในการขายสินค้าส้มโอและสินค้าโอท็อปทำให้ทราบว่า เกิดรายได้รวมในช่วงวันแรก
และวันที่สองในประมาณที่สูงมากกว่าวันที่สาม เนื่องจากในวันแรกมีพิธีเปิดมีการเข้าร่วมของหน่วยงานภาครัฐและ
เอกชน มีความสามารถในการซื้อขายสูง ซึ่งในส่วนที่เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมียอดขายน้อยกว่ายอดขายสินค้า
โอท็อป เพราะในส่วนหนึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปซื้อผลผลิตส้มโอที่สวน และเยี่ยมชมสวนในเขตพื้นที่อำเภอ
บ้านแท่น ทำให้มีการกระจายรายได้ออกไปสู่สวนส้มโอในเขตพื้นที่อำเภอบ้านแท่นมากกว่าร้อยละ ๕๐.๐๐ (ข้อมูล
จากสวนนามวงศ์) สามารถสรุปได้ว่า การจัดงานในครั้งนี้สร้างรายได้และเป็นการประชาสัมพันธ์การเกษตร
การท่องเที่ยวของอำเภอบ้านแท่นให้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน
ตชาชาต ฝอยวารี และคณะ. (2560). พระแท่นบัลลังก์ : ความเชื่อและความสัมพันธ์กับวิถีชีวิต ของชาวอำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ
(วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต). ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ภัทรวรรณ แท่นทองและคณะ.(2552). เศรษฐกิจการผลิตและการตลาดส้มโอในภาคใต้. [รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์].กรุงเทพฯ:
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ริญญารัตน์ อุดม และคณะ. (2554). การจัดการการผลิตและการตลาดของส้มโอพันธุ์ทองดีจังหวัดชัยภูมิ. (บทความทางวิชาการ).
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สังคม เตชะวงค์เสถียรและคณะ.(2552). การศึกษาสถานภาพ การผลิต และการพัฒนาการผลิตส้มโอพันธุ์ทองดีของเกษตรกรใน
เขตอำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ. [รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์]. กรุงเทพฯ: สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.
ส่วนราชจักงาหรวอัดำชเัภยอภูบม้ิานแท่น