SEA ANIMALS
สารบัญ เรื่อง หน้า หน้าปก สารบัญ คำ นำ ประวัติความเป็นมา ปลาฉลาม ปลาดาว ปู แมงกะพรุน หอยทะเล วาฬ หมึกสาย กุ้ง ม้าน้ำ เต่าทะเล คณะผู้จัดทำ บรรณานุกรม ปกหลัง ก ข ค ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13
คำ นำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่ง ของรายวิชาเทคโนโลยีสื่อสิ่งพิมพ์ ว32083 ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยมี จุดประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านได้รับ ความรู้เกี่ยวกับประเภทของสัตว์ทะเลเพื่อ เป็นประโยชน์แก่ผู้ค้นหาข้อมูล เกี่ยวกับประเภทของสัตว์ทะเลโดยจะมี การนำ เสนอเนื้อหาในส่วนของประเภท ของสัตว์ทะเลมีทั้งหมด 10 ประเภท คณะผู้ จัดทำ จะต้องขอขอบคุณ คุณครูอมฤทธิ์ ผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์รวมถึง แนวทางการศึกษาหาข้อมูลและขอขอบคุณ เพื่อนที่สนใจเข้ามาดูหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้ ผู้จัดทำ หนังสือหวังว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้จะ ให้ความรู้และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกคน
ประวัติความเป็น ป็ มาของสัตว์ทะเล โลกที่มีพื้นน้ำ เกือบ 3 เท่าของพื้นผิวโลก หรือร้อยละ 71 ของ เปลือกโลก ที่อยู่ภายใต้การปะติดปะต่อกันของทะเลและ มหาสมุทรสีน้ำ เงิน ถูกสร้างขึ้นจากการปะทุของภูเขาไฟ ซึ่งเป็น ส่วนหนึ่งของวงแหวนไฟ และฟองที่ผุดอยู่ใต้ทะเลคือแก๊สภูเขาไฟ จากใต้ทะเลลึก และมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นที่ระรานตา เต็มไปด้วยความ สวยงามที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้น และอุดมสมบูรณ์มากที่สุด ดังนั้นมหาสมุทรของเรา จึงเต็มไปด้วยเรื่องราว ความลึกลับ และ สัตว์ชนิดใหม่ๆ ที่รอให้ได้รับการเปิดเผยและนี่คือการเดินทางสู่ โลกที่งดงามแต่เปราะบาง มหัศจรรย์ของทะเลสีฟ้าอันกว้างใหญ่ ที่มีสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่มากมายกว่า 230,000 ชนิด ทิวทัศน์ของ ท้องทะเลสิ่งมีชีวิตที่ทำ ให้โลกนี้มีสีสัน แนวประการังล้อมรอบ และเป็นที่อยู่ของสัตว์ใต้ท้องทะเลมากกว่าสถานที่แห่งใดในโลก สัตว์ทะเลมีความสำ คัญต่อระบบนิเวศและโลกมนุษย์เป็นอย่าง มาก เพราะเป็นแหล่งที่ช่วยหมุนเวียนสารอาหารและยังเป็น แหล่งอาหารสำ คัญสำ หรับมนุษย์และสัตว์อื่นๆ สัตว์ใต้ทะเลช่วยใน การฟอกน้ำ ทะเล
(ชื่อทางวิทยาศาสตร์: SELACHIMORPHA) เป็นปลาในชั้นปลาก ระดูกอ่อน จำ พวกหนึ่ง มีรูปร่างโดยรวมเพรียวยาว ส่วนใหญ่มีซี่ กรองเหงือก 5 ซี่ ครีบทุกครีบแหลมคม ครีบหางเป็นแฉกเว้าลึก มีจุดเด่นคือ ส่วนหัวและจะงอยปากแหลมยาว ปากเว้าคล้าย พระจันทร์เสี้ยวภายในมีฟันแหลมคมปลาฉลามแบ่งออกได้เป็น หลายอันดับ หลายวงศ์และหลายชนิดโดยปัจจุบันพบแล้วกว่า 440 ชนิด มีขนาดลำ ตัวแตกต่างออกไป ปลาฉลาม ถูกแบ่งออก เป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ ปลาฉลามผิวน้ำ และปลาฉลามหน้า ดิน ซึ่งมีลักษณะนิสัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ปลาฉลามโดยมาก เป็นปลาที่ออกลูกเป็นตัว ในตัวผู้จะมีอวัยวะเพศเป็นติ่งยื่นยาว ออกมาหนึ่งคู่เห็นได้ชัด ซึ่งเรียกว่า "เดือย" หรือ "CLASPER" ใน ภาษาอังกฤษ แต่ก็มีเพียงบางชนิดเท่านั้นที่ออกลูกเป็นไข่ ปลาฉลาม
ดาวทะเล หรือ ปลาดาว เป็นสัตว์ทะเลไม่มีกระดูกสันหลัง ที่อยู่ ในชั้น ASTEROIDEA ลักษณะทั่วไป มีลำ ตัวแยกเป็นห้าแฉก คล้ายรูปดาวเรียกว่าแขน ส่วนกลาง มีลักษณะเป็นจานกลม ด้านหลังมีตุ่มหินปูน ขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วไป มีปากอยู่ด้าน ล่างบริเวณ จุดกึ่งกลางของลำ ตัว ใต้แขนแต่ละข้างมีหนวดสั้น ๆ เรียงตามส่วนยาว ของแขนเป็นคู่ ๆ มีลักษณะเป็นกล้ามเนื้อที่ เหนียวและแข็งแรงเรียกว่า โปเดียใช้สำ หรับยึดเกาะกับ เคลื่อนที่ มีสีต่าง ๆ ออกไป ทั้ง ขาว, ชมพู,แดง, ดำ , ม่วง หรือ น้ำ เงิน เป็นต้น พบอยู่ตามชายฝั่งทะเลโขดหิน และบางส่วนอาจ พบได้ถึงพื้นทะเลลึก กินหอยสองฝา โดยเฉพาะ หอยนางรม, กุ้ง, ปู หนอน และ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอื่น ๆ เช่น ฟองน้ำ หรือ ปะการัง เป็นอาหาร ปลาดาว
เป็นสัตว์พวกเท้าปล้องชนิดหนึ่ง อยู่ในไฟลัมอาโทรโพดา ใน อันดับฐานบราชีอูรา (BRACHYURA) มีลักษณะสิบขา มีหลาย ชนิดที่อยู่ทั้งน้ำ จืดและทะเล รวมถึงอยู่แต่เฉพาะบนบก ปูจะมีกระดองซึ่งเป็นแคลเซียมแข็ง มีลักษณะสมมาตรแอบ โดเมนพับลงไปอยู่ใต้กระดอง ซึ่งเป็นลักษณะสำ คัญของอันดับ ฐานนี้ มีก้ามใหญ่ 1 คู่ มีขาเดิน 4 คู่แตกออกเป็นรัศมีไปทาง ด้านข้างลำ ตัว หนวดคู่ที่ 2 อยู่ระหว่างตา ส่วนหาง ไม่มีหน้าที่ ชัดเจน และไม่มีแพนหาง ปูบางชนิดมีรูปร่างแปลกเพื่อพรางตัว เข้ากับสภาพแวดล้อม บางชนิดมีสีและลักษณะกระดองเหมือน กัลปังหา ปะการังอ่อน หรือดาวขนนกในจำ นวนนี้ยังมีปูที่นำ ฟองน้ำ หรือสาหร่ายมาติดตามตัวเพื่อใช้พรางกายปัจจุบันปูได้ รับการจำ แนกไว้แล้วกว่า 6,000 ชนิด ส่วนใหญ่พบในแถบอิน โด-แปซิฟิก ในประเทศไทยพบแล้วรวม 824 ชนิด ปู
แมงกะพรุน หรือ กะพรุน[1] จัดอยู่ในประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสัน หลังไฟลัมไนดาเรียไฟลัมย่อยเมดูโซซัวแบ่งออกเป็นอันดับได้ 5 อันดับ (ดูในตาราง)ลักษณะลำ ตัวใสและนิ่มมีโพรงทำ หน้าที่เป็น ทางเดินอาหารมีเข็มพิษที่บริเวณหนวดที่อยู่ด้านล่าง ไว้ป้องกัน ตัวและจับเหยื่อ เมื่อโตเต็มวัยส่วนประกอบหลักในลำ ตัวเป็นน้ำ ร้อยละ 94-98 ด้านบนเป็นวงโค้งคล้ายร่ม ด้านล่างตอนกลาง เป็นอวัยวะทำ หน้าที่กินและย่อยอาหาร พบได้ในทะเลทุกแห่ง ทั่วโลก คุณค่าทางอาหารของแมงกะพรุน คือ มีโปรตีนสูงและ แคลอรีต่ำ เป็นโปรตีนประเภทคอลลาเจนสามารถรับประทานได้ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าคอลลาเจนจากแมงกะพรุนอาจจะมีส่วน รักษาโรคไขข้ออักเสบและโรคหลอดลมอักเสบ คาดการว่ามี แมงกะพรุนทั้งหมดราว 30,000 ชนิดแต่ชนิดที่เป็นที่รู้จักกันดี ราว 2,000 ชนิดและเป็นแมงกะพรุนที่มีพิษราว 70 ชนิด ที่มี อันตรายต่อมนุษย์ แมงกะพรุน
เป็นหอยที่อาศัยอยู่ในทะเลโดยมากมักมีเปลือกแข็งหุ้มตัว สำ หรับประเทศไทยมักนิยมนำ มาประกอบอาหาร เนื่องจากมี รสชาติที่อร่อย ถูกปากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เปลือกของ หอยทะลมีรูปทรงที่หลากหลายและมีสีสันสวยงาม โดยมีขนาด เล็กเท่าเม็ดทรายไปจนถึง 1 เมตร ขึ้นอยู่กับหอยทะเลชนิดนั้นๆ เปลือกของหอยทะเลมีส่วนประกอบทางเคมีที่สำ คัญคือ แคลเซียมคาร์บอเนตและมีสารประกอบอื่นๆเป็นส่วนประกอบ เช่น แคลเซียมฟอสเฟตแมกนีเซียมฟอสเฟต โปรตีนประเภท คอนไคโอลิน หอยทะเลกินอาหารแตกต่างกันไป บางชนิดกิน อาหารเฉพาะอย่าง บางชนิดกินอาหารได้หลายอย่าง หอยทะเล
วาฬ หรือที่นิยมเรียกกันติดปากว่า ปลาวาฬ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วย นมขนาดใหญ่อาศัยอยู่แต่เฉพาะในทะเลหรือมหาสมุทร เป็นสัตว์ที่มี รูปร่างคล้ายปลา คือ รูปร่างเพรียวยาว มีครีบและมีหางเหมือนปลา แต่หางของวาฬจะเป็นไปในลักษณะแนวนอน ไม่ใช่แนวตั้งเหมือน ปลา วาฬไม่ใช่ปลาแต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีสายรก วาฬ เป็น สัตว์ที่มีขนาดใหญ่ นับเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แม้จะ อาศัยอยู่แต่เฉพาะในทะเล มีรูปร่างคล้ายปลาแต่ไม่ใช่ปลา ด้วย เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แม้จะไม่มีขนปกคลุมลำ ตัวเหมือนสัตว์ เลี้ยงลูกด้วยนมอันดับอื่น ๆ แต่วาฬจะรักษาความอบอุ่นในร่างกาย ด้วยไขมันในชั้นใต้ผิวหนัง วาฬ เป็นสัตว์ที่หายใจด้วยปอด เหมือน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอันดับอื่น ๆ วาฬสามารถกลั้นหายใจใต้น้ำ ได้ นานนับชั่วโมง (โดยเฉลี่ยประมาณ 20 นาที) วาฬ อาศัยอยู่รวมกัน เป็นฝูง ออกลูกครั้งละ 1 ตัวลูกของวาฬจะกินนมจากเต้านมของแม่ เหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป วาฬ
หมึกสาย หรือ หมึกยักษ์ เป็นมอลลัสก์ประเภทหมึกอันดับหนึ่ง ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า OCTOPODA หมึกสาย มีหัวใจทั้งหมด 3 ดวงและมีสมองแยกออกจากกันอยู่ในโคนหนวดแต่ละหนวดถึง 9 สมอง หนวดของหมึกสายนั้นมีประสาทสัมผัสและปุ่มดูดเรียง ตัวกัน 1–2แถว ประกอบด้วยกล้ามเนื้อเป็นจำ นวนมาก ในตัวผู้ เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์จะเปลี่ยนไปเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ โดยเกิดเป็น ลิ้นนำ ถุงน้ำ เชื้อเข้าไปผสมกับไข่ของตัวเมียซึ่งหนวดเส้นนี้ของ ตัวผู้ในตอนปลายจะไม่มีปุ่มดูด อันเป็นลักษณะที่แสดงให้เห็นถึง ความแตกต่างระหว่างเพศของหมึกสาย หมึกสาย พบแล้ว ทั้งหมดมากกว่า 1,000 ชนิด เป็นสัตว์ที่ถือกำ เนิดมาอย่าง ยาวนานมาแล้วถึง 550–600ล้านปีก่อน ทั้งหมดอาศัยอยู่ใน ทะเล กระจายพันธุ์ไปในท้องที่ต่าง ๆ ทั่วโลก หมึกสาย
กุ้ง จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ชั้น CRUSTACEA อันดับ DECAPODA มีด้วยกันหลายวงศ์ กุ้งเป็นสัตว์น้ำ หายใจ ด้วยเหงือก ลำ ตัวยาวแบนหรือกลม แบ่งเป็นปล้อง ๆ เปลือกที่ หุ้มท่อนหัวและอกคลุมมาถึงอกปล้องที่ 8 ส่วนใหญ่กรีมีลักษณะ แบนข้าง ก้ามและขาอยู่ที่ส่วนหัวและอก มี 10 ขา มีทั้งในน้ำ จืด และน้ำ เค็ม โดยปกติชอบหลบซ่อนตัวอยูเงียบ ๆ ตามพื้นน้ำ หรือ ในซอกมืด ๆ จะออกหากินในเวลากลางคืน กุ้งกินทั้งพืชและสัตว์ เป็นอาหาร เช่น กิน กุ้งด้วยกันเองลูกปลา ไส้เดือน สัตว์หน้าดิน ขนาดเล็กชนิดต่าง ๆ ข้าว เนื้อมะพร้าวตลอดจนซากสัตว์ ส่วน ประกอบของเปลือกกุ้งส่วนใหญ่เป็นไคติน รองลงมาก็เป็น จำ พวกแร่ธาตุ โปรตีน ส่วนของไขมัน กุ้ง
ม้าน้ำ เป็นปลากระดูกแข็งที่อาศัยอยู่ในทะเลจำ พวกหนึ่ง จัดอยู่ใน วงศ์ย่อยHIPPOCAMPINAE (ซึ่งมีอยู่2 สกุล คือหนึ่งสกุลนั้นคือ ปลาจิ้มฟันจระเข้สัน ที่อยู่ในสกุลHISTIOGAMPHELUS มีรูปร่าง คล้ายปลาจิ้มฟันจระเข้ผสมกับม้าน้ำ ) ในวงศ์ SYNGNATHIDAE อัน เป็นวงศ์เดียวกับปลาจิ้มฟันจระเข้และมังกรทะเล ตัวผู้จะเป็นฝ่าย อุ้มท้อง โดยมีอวัยวะตรงบริเวณหน้าท้องคล้ายถุง ใช้สำ หรับเก็บไข่ และฟักเป็นตัว โดยใช้เวลาฟักเป็นตัวประมาณ 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือนแล้วแต่ชนิด โดยจำ นวนไข่ในแต่ละครั้งจะมีประมาณ 100-200 ฟอง มากที่สุดคือ 1,500 ฟอง ตามแต่ละชนิด มีระยะการตั้งท้องใน แต่ละครั้งเว้นห่าง 28-30 วัน[3]แต่ม้าน้ำ ตัวผู้บางตัวเมื่อออกลูกใน ตอนเช้า พอถึงตอนค่ำ ก็สามารถอุ้มท้องใหม่ได้เลยทันที ม้าน้ำ
เต่าทะเล(อังกฤษ: SEA TURTLE) เป็นเต่าที่อยู่ในวงศ์ใหญ่ CHELONIOIDEA ซึ่งวิวัฒนาการจนสามารถอาศัยอยู่ได้ในทะเล ตลอดเวลา โดยจะไม่ขึ้นมาบนบกเลย นอกจากการวางไข่ของตัว เมียเท่านั้น เต่าทะเลบางตัวสามารถที่จะว่ายน้ำ ได้เร็วถึง 35 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือสามารถที่จะว่ายน้ำ ข้ามมหาสมุทรนับเป็น ระยะทางกว่าร้อยไมล์เต่าทะเลมีกระดองเป็นเกล็ดปกคลุม ร่างกายซึ่งได้วิวัฒนาการให้มีลักษณะเหมาะกับการว่ายน้ำ มีรูป ทรงรีหรือรูปหัวใจแต่ทว่าทั้งหัวและขาของเต่าทะเลนั้นไม่ สามารถที่จะหดเข้าไปในกระดองได้ อีกทั้งยังมีลำ ไส้ขนาดใหญ่ที่ ช่วยในการย่อยอาหารได้ดียิ่งขึ้นรวมทั้งมีไขมันมากกว่าสัตว์เลื้อย คลานจำ พวกอื่น เพื่อช่วยในการให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย เต่าทะเล
คณะผู้จัดทำ นางสาว รินรดา วงค์สุวรรณ ม.4/7 เลขที่ 37
บรรณานุกรม ขอขอบคุณข้อมูลจาก สัตว์ทะเลHTTPS://AQUATICWORLD.INFO ปลาฉลาม HTTPS://TH.M.WIKIPEDIA.ORG/WIKI/ปลาฉลาม หมึกสายHTTPS://TH.M.WIKIPEDIA.ORG/WIKI/หมึกสาย กุ้ง HTTPS://TH.M.WIKIPEDIA.ORG/WIKI/กุ้ง ม้าน้ำ HTTPS://TH.M.WIKIPEDIA.ORG/WIKI/ม้าน้ำ หอยทะเลHTTPS://TH.M.WIKIPEDIA.ORG/WIKI/หอยทะเล ปลาดาว HTTPS://TH.M.WIKIPEDIA.ORG/WIKI/ดาวทะเล แมงกะพรุน HTTPS://TH.M.WIKIPEDIA.ORG/WIKI/แมงกะพรุน เต่าทะเล HTTPS://TH.M.WIKIPEDIA.ORG/WIKI/เต่าทะเล วาฬ HTTPS://TH.M.WIKIPEDIA.ORG/WIKI/วาฬ ปูHTTPS://TH.M.WIKIPEDIA.ORG/WIKI/ปู