ประวัติตัวละคร
สารบัญ นิลพัท ท้าวมหาชมพู ชามพูวราช สุครีพ นางค่อมกุจจี 3-5 6-8 9-11 12-14 15-17
นิลพัท
เป็นบุตรของ พระกาล และเป็นบุตรบุญธรรมของ ท้าวมหาชมพูเจ้า ผู้ครองเมืองชมพู ประวัติ นิลพัท ปรากฏอยู่ในการแสดงโขน ตอน เอกกบินทร์นิลพัท
นิลพัทเป็นพญาวานรที่มีฤทธิ์แกร่งกล้ามาก ไม่ยอมไหว้ใคร เว้นไว้แต่ พระอิศวร และ พระนารายณ์เท่านั้น ครั้นเมื่อ หนุมาน ได้สะกดจับท้าวมหาชมพู (ผู้เป็นพันธมิตรของเมืองขีดขิน) มา เฝ้า พระราม นั้นนิลพัทได้ตามมาและแปลงเป็นแมลงวันจะเข้า ช่วยแก่ท้าวมหาชมพู จนเมื่อรู้ว่าพระรามเป็นพระนารายณ์จึง ยอมสวามิภักดิ์ แต่ก็มีความผูกใจเจ็บหนุมานมาตลอดเวลา จน ครั้งที่พระรามให้พลลิงจองถนนข้ามไปกรุงลงกา หนุมานกับนิล พัทได้เกิดการวิวาท แต่ไม่มีใครแพ้ใครชนะ พระรามโกรธมากสั่ง ภาคทัณฑ์โดยให้หนุมานเป็นผู้จองถนนให้สำ เร็จ ส่วนนิลพัทให้ ไปครองเมืองขีดขินมีหน้าที่ส่งเสบียงอาหารจนเมื่อเกิดศึกลงกา ครั้งที่สอง นิลพัทอาสาเป็นทัพหน้าให้แก่ พระพรต และ พระสัต รุด ได้แสดงความสามารถโดยทอดตัวเป็นสะพานให้กองทัพข้าม ไปตีเมืองลงกา และได้ฆ่า นนทสูร กับ นนทการ ด้วยนิลพัทร่ว มกับ อสุรผัด ฆ่า มารกระบิล ตาย และได้ทำ ลายพิธีชุบกระบอง ของ ท้าวไวยตาล โดยฆ่าท้าวไวยตาลได้สำ เร็จเมื่อเสร็จศึกแล้ว นิลพัทได้รับการแต่งตั้งเป็น พระยาอภัยพัทวงศ์ ตำ แหน่งอุปราช เมือง เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับตัวละคร
ท้าวมหาชมพู
ประวัติ ท้าวมหาชมพู ท้าวมหาชมพูเป็นพญาวานรครองกรุงชมพูมีนางแก้วอุดร เป็นมเหสีมี นิลพัท เป็นบุตรบุญธรรม เป็นเพื่อนรักกับพาลี มีฤทธิ์ มากไม่ยอมไหว้ใครนอกจากพระผู้เป็นเจ้าทั้งสาม ภายหลังเมื่อรู้ ว่าพระนารายณ์อวตารมาเป็นพระรามจึงเข้าร่วมกองทัพด้วยช่วย พระรามทำ ศึกกับกรุงลงกา ท้าวมหาชมพูมีลักษณะเป็นพญาวานร ปากอ้า ตาโพลง กายสีขาบ หรือน้ำ เงินเข้ม หนึ่งพักตร์ สองกรทรงชฎาเดินหน มีพระขรรค์อาวุธ ลักษณะของท้าวมหาชมพู ปรากฏอยู่ในการแสดงโขน ตอน วันยุวิก มัจฉานุทรงเครื่อง ถึงรบท้าวมหาชมพู
เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ ตัวละคร ครั้งหนึ่งมหาชมพูคิดถึงพระรามและนิลพัทที่ไป ปราบกบฏกรุงลงกาก็ยกทัพไปเฝ้าพระราม ก่อนเข้ากรุง อยุธยาได้พบทัพของไวยวิกกับมัจฉานุ ต่างไม่รู้จักกันจึง เข้ารบกัน หนุมานออกมาดูเหตุการณ์ก็เข้าห้ามทัพทั้ง สอง ท้าวมหาชมพูเข้าเฝ้าพระราม พระรามเห็นว่าท้าว มหาชมพูมีความชอบที่รวมพลถวายในการทำ ศึกถึง 2 ครั้งทั้งศึกกรุงลงกาและศึกเมืองมลิวัน จึงประทานพร และเครื่องยศให้แล้วท้าวมหาชมพูก็ทูลลากลับเมือง
ชามพูวราช
ประวัติของชามพูวราช ชามพูวราช กำ เนิดจากไม้ไผ่ที่พระอิศวรนำ มาทำ ธนูแต่ พอลองยิงธนูแล้ว ธนูเกิดหักจึงเกิดเป็นชามพูวราชออกมา ชามพูวราชเป็นพญาวานรในกองทัพของพระราม มี บทบาทสำ คัญในตอนศึกลงกาเป็นผู้เสนอให้พระรามจอง ถนนไปกรุงลงกาเพื่อเป็นพระเกียรติยศ และ ตอนแปลง ร่างเป็นหมีใหญ่กัดต้นโรทันเพื่อทำ ลายพิธีชุบศรนาคบาศ ของอินทรชิต หลังจากเสร็จศึกลงกา ชามพูวราชได้เป็น อุปราชเมืองปางตาล ลักษณะของชามพูวราช ชามพูวราชเป็นพญาวานร ปากอ้า ตาโพลง กายสีแดง เลือดหมูหรือน้ำ ตาลเข้ม หนึ่งพักตร์ สองกร ทรงชฎา เดินหน มีพระขรรค์เป็นอาวุธ ปรากฏอยู่ในการแสดงโขน ตอน สามอสุรีพ่าย
เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ ตัวละคร ชามพูวราชเป็นตัวละครในบทละครเรื่องรามเกียรติ์ เป็นวานรมีฤทธิ์ มีอายุนับกัลป์ รอบรู้ศิลปศาสตร์และวิชา โหราศาสตร์ เป็นกำ ลังสำ คัญของทัพพระรามเมื่ออินทร ชิตไปทำ พิธีชุบศรนาคบาศที่เขาอากาศชามพูวราชได้ยิน พิเภกทูลพระรามเรื่องการทำ ลายพิธีชุบศรนาคบาศก็ขอ อาสา พระรามอนุญาตและประทานพรให้ทำ การสำ เร็จ ชามพูวราชเหาะมาถึงเขาอากาศแล้วลอบขึ้นไปบนเขาที่ อินทรชิตทำ พิธี ได้แปลงเป็นหมีตัวดำ ใหญ่เข้ากัดต้นโร ทัน*ซึ่งอินทรชิตนั่งทำ พิธีอยู่ในโพรงไม้นั้น เมื่อต้นโรทัน หัก นาคที่มาคายพิษใส่ศรนาคบาศตกใจคิดว่าเป็นเสียง กระพือปีกของพญาครุฑก็หนีกลับไปบาดาล อินทรชิต เห็นว่าหมีใหญ่มาทำ ลายพิธีก็โกรธถือศรไล่ตราม ชามพูว ราชจึงแกล้งวิ่งหนีหลอกล่อแล้วคืนร่างเป็นวานรเหาะไป
สุครีพ
ประวัติ สุครีพ สุครีพเป็นโอรสของพระอาทิตย์กับนางกาลอัจนาแต่ โดนพระฤๅษีโคดมสามีของนางกาจอัจนาได้ทราบความจริง จากนางสวาหะว่าสุครีพไม่ใช้ลูกของตนจึงสาปให้กลายเป็น ลิงพร้อมกับพาลีผู้เป็นพี่ชายซึ่งเป็นลูกชู้กับพระอินทร์แล้วไล่ ให้เข้าป่าไป ต่อมาจึงได้พบกับพระราม สุครีพเป็นทหารเอก ของพระรามได้รับความไว้วางใจจากพระรามให้เป็นผู้จัดการ กองทัพครั้งเสร็จศึกกรุลงกาได้รับแต่งตั้งเป็นพญาไวยวงศา มหาสุรเดชปกครองเมืองขีดขีนสุครีพมีศักดิ์เป็นน้าของ หนุมาน ลักษณะของสุครีพ สุครีพเป็นพญาวานร ปากอ้า สีแดงเสนหรือสีแดง ชาด สวมชฎายอดบัดเมือง ปรากฏอยู่ในการแสดงโขน ตอน ชุดสุครีพสุริโยโอรส
เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ ตัวละคร วันหนึ่งควายทรพีเดินทางมาท้าสู้กับพาลี พาลี จึงสั่งสุครีพไว้ว่าตอนที่ตัวเองเข้าไปสู้กับทรพีในถ้ำ หากเลือดที่ไหลออกจากถ้ำ มีสีจาง ให้ปิดปากถ้ำ เสีย เพราะเป็นเลือดพาลี พาลีฆ่าทรพีตาย เลือดที่ไหล ออกจากถ้ำ เป็นเลือดของทรพีซึ่งมีสีเข้ม แต่เกิดฝน ตกลงมาจนทำ ให้เลือดมีสีจางลง สุครีพเข้าใจผิดคิดว่า พาลีตายจึงเอาหินปิดปากถ้ำ พาลีโกรธสุครีพมากจึง พังถ้ำ ออกมาและขับไล่สุครีพออกจากเมือง ต่อมา หนุมานได้พาสุครีพไปพบพระราม สุครีพขอพระราม ให้สังหารพาลีที่ผิดคำ สาบานเรื่องนางดารา
นางค่อมกุจจี
ประวัตินางค่อมกุจจี นางกุจจีเป็นหญิงหลังค่อมและเป็นข้ารับใช้ของ นางไกยเกษีมเหสีองค์หนึ่งของท้าวทศรถ นางค่อมกุจ จีติดตามนางไกยเกษีมาจากเมืองไกยเกษ ตั้งแต่นาง ไกยเกษีอายุได้ 15 ปี เมื่อมาอยู่ในกรุงอยุธยา นางกุจ จีมีหน้าที่เก็บดอกไม้ถวายนางไกยเกษี ปรากฏอยู่ในการแสดงโขน ตอน พระรามถูกเนรเทศ และตอนชิวหา
เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ ตัวละคร ครั้งหนึ่งเมื่อพระรามมีพระชนม์ได้ 12 ปี นางค่อมกุจจี กำ ลังจะไปเก็บดอกไม้ในอุทยาน ขณะที่เดินผ่านสนาม เห็น กุมารเล่นกระสุนกันอยู่ก็หยุดดู พระรามเห็นนางกุจจีก็ชวน ให้พระอนุชาดูการยิงกระสุนของพระองค์ พระรามใช้ กระสุนดินยิงหลังค่อมของนางกุจจี หลังค่อมนั้นก็กลับไปอยู่ ด้านหน้า เมื่อยิงซ้ำ หลังค่อมก็กลับมาอยู่ที่เดิม พระราม อนุชา และบริวารต่างหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน นางค่อม กุจจีรู้สึกอับอายและโกรธที่เหล่าพระกุมารหัวเราะเยาะนาง นางผูกพยาบาทและรอเวลาแก้แค้นพระราม เมื่อท้าวทศรถ จะตั้งพระรามเป็นพระยุพราชของกรุงอยุธยา นางกุจจีจึง ยุยงนางไกยเกษีให้ทวงสัญญาท้าวทศรถที่เคยให้นางไกยเกษี ไว้ว่าจะขอสิ่งใดก็จะให้ นางจึงทูลรขอราชสมบัติให้พระพรต ครองราชย์ก่อน และให้พระรามออกเดินป่าเป็นเวลา 14 ปี แล้วค่อยกลับมาครองราชย์
จัดทำ โดย นางสาว จิราภรณ์ บำ รุงพงษ์ รหัสนักศึกษา 644106103