แผนพัฒนากลุ่มจงั หวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
แผนพัฒนากล่มุ จังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2
(จงั หวัดสมทุ รสาคร สมทุ รสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรขี ันธ)์
(พ.ศ.2561 – 2565)
(ฉบับทบทวน)
แผนพัฒนากล่มุ จงั หวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
บัญชรี ายการเอกสาร
1 ข้อมลู เพอื่ การพฒั นา หน้าท่ี
1
1) ดา้ นเศรษฐกิจ 4
21
2) ดา้ นสังคมและความมนั่ คง 25
30
3) ด้านทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม 32
39
ประเด็นปญั หาและความต้องการเชงิ พ้นื ท่ี 39
41
ผลการพฒั นาและแกไ้ ขปัญหาจังหวัดและกลมุ่ จังหวดั ในชว่ งทีผ่ า่ นมา 41
42
2 ประเดน็ การพัฒนา
44
บทวเิ คราะห์ 54
54
เปา้ หมายการพฒั นากลมุ่ จงั หวัด 56
58
ตวั ช้ีวดั ความสาเรจ็ ตามเปา้ หมายการพฒั นาจังหวดั /กลุม่ จงั หวัด 60
62
ประเด็นการพฒั นาของกลมุ่ จงั หวดั 65
67
1) วัตถุประสงค์ 69
71
2) เปา้ หมายและตัวช้ีวดั 73
75
3) แนวทางการพัฒนา
78
4) แผนงานโครงการอย่างยอ่ (Project Brief) 81
82
3 การจดั ทาแผนพฒั นากลมุ่ จงั หวดั ภาคกลางตอนลา่ ง 2
สรปุ บญั ชีรายการชุดโครงการ (กจ.๑)
สรุปโครงการแบบย่อ (Project Brief) (กจ.1-1) ประกอบด้วย
3.1 งบประมาณส่วนที่ 1 (โครงการเรยี งลาดบั ตามประเดน็ การพัฒนา)
ประเดน็ การพัฒนาท่ี 1 เสรมิ สรา้ งและพฒั นาต้นทุนทางทรัพยากรภาคการเกษตร
- โครงการ พัฒนาศกั ยภาพการผลติ สินคา้ ปศสุ ตั วใ์ หไ้ ด้มาตรฐานอาหารปลอดภยั
- โครงการ เสรมิ สรา้ งความมน่ั คงด้านอาหารประมงในกลมุ่ จงั หวัดภาคกลางตอนลา่ ง ๒
- โครงการ เสรมิ สร้างศักยภาพการผลิตทรัพยากรสตั ว์น้า
ประเดน็ การพัฒนาท่ี 2 พัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานและศักยภาพสนิ คา้ และบรกิ าร เพ่ือการท่องเทยี่ วการค้า
และพน้ื ทที่ างเศรษฐกจิ
- โครงการ พฒั นาเสน้ ทางการทอ่ งเท่ียวกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนลา่ ง 2
- โครงการ พฒั นาศักยภาพทอ่ งเทยี่ วกลมุ่ จงั หวดั ภาคกลางตอนลา่ ง 2
- โครงการ พัฒนาการท่องเท่ยี วเพชรสมทุ รครี ใี หป้ ลอดภยั จากสุนขั แมวจรจัดและโรคพษิ สุนัขบา้
- โครงการ พัฒนาการทอ่ งเท่ยี วเชอื่ มโยงโครงการพระราชดาริ
- โครงการ พัฒนานวัตกรรมการทอ่ งเท่ยี วเพชรสมุทรครี ี
ประเดน็ การพัฒนาที่ 3 การอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม
- โครงการ เพิม่ พูนแหลง่ อาหารทะเลและอนรุ กั ษท์ รัพยากรทางทะเลและชายฝงั่
ประเด็นการพัฒนาที่ 4 การเพ่ิมศกั ยภาพอตุ สาหกรรมด้วยนวัตกรรม (innovation)
และแนวคิดเศรษฐกิจสรา้ งสรรค์ (creative economy) อย่างยั่งยืน
- โครงการ พัฒนาศักยภาพอตุ สาหกรรมการผลติ ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ดว้ ยนวัตกรรมเชงิ
สรา้ งสรรค์
- โครงการ พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานผลติ ภณั ฑส์ นิ คา้ เกษตร OTOP /SMEs
เพชรสมทุ รครี ี สู่การสรา้ งนวัตกรรมไทยแลนด์ 4.0 ด้วยเศรษฐกจิ สร้างสรรค์
3.2 งบประมาณสว่ นที่ 2
- โครงการ เชื่อมโยงการท่องเท่ยี วชายฝ่ังทะเลตะวนั ตก
4 ภาคผนวก ก. รายการตรวจสอบการดาเนนิ การตามพระราชกฤษฎกี าว่าด้วยการบริหารงาน
กล่มุ จังหวดั แบบบรู ณาการ พ.ศ. ๒๕๕๑
5 ภาคผนวก ข. สรปุ ผลการทบทวนแผนพัฒนากลุม่ จงั หวดั
แผนพฒั นากลุ่มจงั หวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
1
1. ข้อมลู เพ่ือการพัฒนากล่มุ จังหวดั ภาคกลางตอนลา่ ง 2
1.1 ข้อมลู พนื้ ฐานทางกายภาพ
ประวตั ิและความเปน็ มา
ตามทค่ี ณะรฐั มนตรีไดม้ มี ตเิ ม่ือวันที่ 15 มกราคม 2551 เห็นชอบการปรับปรุงการจัดกลุ่มจังหวัด
จานวน 18 กลุ่มจังหวัด และตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบ
บูรณาการ เรื่อง การจัดต้ังกลุ่มจังหวัดและกาหนดจังหวัดท่ีเป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัด (ฉบับที่ ๓)
ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ๒ ประกอบด้วย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีจังหวัดเพชรบุรีเป็นศูนย์ปฏิบัติการของ
กล่มุ จังหวดั และใหก้ ล่มุ งานบริหารยุทธศาสตรก์ ลุม่ จงั หวดั ในจังหวัดท่ีเป็นท่ีต้ังศูนย์ปฏิบัติการกลุ่มจังหวัด เป็น
หน่วยงานบริหารราชการส่วนกลางภายในสานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ทาหน้าที่ระดับปฏิบัติเป็น
เจ้าภาพในการประสานยุทธศาสตร์แผนงาน/โครงการ ในระดับกลุ่มจังหวัดรวมทั้งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์
กล่มุ จงั หวัด ประสานงานกับหนว่ ยงานสว่ นกลางท่ีเก่ยี วข้อง
กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวสูงและหลากหลาย ทั้งด้าน
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเชิงวัฒนธรรม รวมไปถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ ท้ังยังเดินทางไม่ไกลจาก
กรุงเทพฯ พ้ืนท่ีในกลุ่มจังหวัดโดยเฉพาะเขตพื้นที่อาเภอชะอา จังหวัดเพชรบุรี และ อาเภอหัวหิน จังหวัด
ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับความสนใจจากกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ที่มาลงทุนทาธุ รกิจด้านการท่องเที่ยวและ
อสังหาริมทรัพย์เป็นจานวนมาก ทาให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ รวมไปถึงโครงการด้านอสังหาริมทรัพย์ขนาด
ใหญ่ทั้งคอนโดมิเนียม และโครงการบ้านจัดสรร ในพ้ืนที่ จึงเป็นอีกปัจจัยสาคัญท่ีจะช่วยสนับสนุนให้กลุ่ม
จงั หวดั ภาคกลางตอนลา่ ง 2 มคี วามโดดเดน่ และความน่าสนใจในเร่อื งการท่องเทย่ี วมากยงิ่ ขึน้
แหล่งทอ่ งเทยี่ วทส่ี าคญั
จังหวัดเพชรบุรี “เมอื ง 3 วัง 3 รส 3 ทะเล”
เมอื ง 3 วัง ประกอบด้วย พระนครครี ี พระรามราชนิเวศน์ และพระราชนิเวศมฤคทายวัน
เมือง 3 ทะเล ประกอบดว้ ย ทะเลหาดทราย ทะเลโคลน และทะเลหมอก
เมือง 3 รส ประกอบด้วย รสหวานของน้าตาลโตนด รสเค็มของเกลือสมุทร และรสเปรี้ยว
ของมะนาว
แหล่งท่องเท่ียวจังหวัดเพชรบุรี เช่น อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) อุทยานเฉลิม
พระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระนครคีรี) พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระราม
ราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน) หาดชะอา วัดมหาธาตุวรวิหาร วัดพระพุทธไสยาสน์ วัดใหญ่สุวรรณาราม อุทยาน
แห่งชาติแก่งกระจาน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ โครงการช่ังหัวมัน
ตามพระราชดาริ สวนสนุกและสวนน้า Santorini ฟาร์มแกะ Swiss sheep Farm สวนสนุกและฟาร์มอูฐ
Camel Republic ศูนย์การคา้ The Venezia HuaHin ฯลฯ
จงั หวดั สมุทรสงคราม “เมือง 3 น้า”
สมุทรสงครามเป็นเมืองท่ีมีเอกลักษณ์โดดเด่น คือเป็นเมือง 3 อาเภอ คืออาเภอเมือง อาเภอ
อัมพวา อาเภอบางคนที เมือง 3 น้า คอื น้าเค็ม (เวลาน้าทะเลหนนุ สงู นา้ ในแม่น้าแม่กลองจะกลายเป็นน้าเค็ม)
น้ากร่อย และน้าจืด (เวลาน้าทะเลลดระดับลง น้าในแม่น้าแม่กลองจะกลับเป็นน้าจืดเช่นแม่น้าปกติ) แหล่ง
ท่องเท่ียวจังหวัดสมุทรสงคราม เช่น อุทยาน ร.2 ดอนหอยหลอด ตลาดน้าอัมพวา วัดบางกุ้ง หลวงพ่อ
บา้ นแหลมวัดเพชรสมุทรวรวิหารฯลฯ
แผนพฒั นากล่มุ จังหวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
2
จังหวดั สมุทรสาคร “ดงโรงงาน”
มีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจานวนมาก ปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรมจานวน 6,191 โรงงาน
โดยมีโรงงานประเภทต่างๆ เช่นประเภทอาหาร ประเภทส่ิงทอ เสื้อผ้า เคร่ืองใช้ไฟฟ้า ยาง พลาสติก สิ่งพิมพ์ รวมทั้ง
โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ แหล่งท่องเท่ียวจังหวัดสมุทรสาคร เช่น ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร วัดหลักส่ีราษฎร์
สโมสร อทุ ยานประวตั ศิ าสตร์พนั ทา้ ยนรสงิ ห์ ตลาดสดมหาชยั หมูบ่ า้ นเบญจรงค์ หลวงพ่อปู่วัดโกรกกราก ฯลฯ
จังหวัดประจวบครี ขี ันธ์ “เมืองสามอา่ ว”
เมอื งประจวบคีรีขนั ธ์ ถูกขนานนามวา่ "เมอื งสามอ่าว" มาจากอาเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์น้ัน
มชี ายหาดติดต่อกัน 3 อ่าว นน่ั คือ อา่ วนอ้ ย อ่าวประจวบ และอ่าวมะนาว ซงึ่ เปน็ แหลง่ ท่องเทย่ี วท่สี าคัญของจังหวัด
ประจวบคีรีขันธ์ แหล่งท่องเท่ียวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เช่น อุทยานราชภักด์ิ อ.หัวหิน เขาตะเกียบ เขาเต่า
สวนสนประดิพัทธ์ น้าตกป่าละอู เพลินวาน ตลาดน้าสามพันนาม ถ้าพระยานคร อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
วนอุทยานปราณบุรี และปากน้าปราณอ่าวประจวบคีรีขันธ์ อ่าวมะนาว ด่านสิงขร อุทยานแห่งชาติหาดวนกร
พิพธิ ภณั ฑ์วิทยาศาสตรห์ วา้ กอ สวนนา้ Navavana Huahin สวนน้า Black mountain ฯลฯ
ขนาดที่ตงั้ และอาณาเขต
กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ประกอบด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัด
สมุทรสงคราม จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีพ้ืนที่รวมกัน 13,881.754 ตารางกิโลเมตร
มอี าณาเขตตดิ ตอ่ กับกลมุ่ จังหวดั ใกล้เคียงและประเทศเพ่ือนบา้ น ดังน้ี
ทศิ เหนอื ตดิ กับ กลุ่มจงั หวดั ภาคกลางตอนลา่ ง 1 (กาญจนบรุ ี ราชบรุ ี และสพุ รรณบุรี)
ทศิ ใต้ ตดิ กบั กลุม่ จังหวดั ภาคใต้ฝัง่ อ่าวไทย (ชมุ พร นครศรธี รรมราช สุราษฎรธ์ านี
พทั ลงุ สงขลา)
ทิศตะวันออก ตดิ กบั ทะเลอา่ วไทย กรงุ เทพมหานคร และกลุม่ จังหวัดภาคกลางปริมณฑล
(นนทบรุ ี ปทมุ ธานี นครปฐม และสมทุ รปราการ)
ทศิ ตะวนั ตก ตดิ กบั สาธารณรฐั แหง่ สหภาพเมยี นมา
1
สหภาพเมียน
มาร์
แผนพฒั นากลมุ่ จงั หวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
3
ลกั ษณะภมู ิประเทศ
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม โดยมีชายฝั่งทะเลยาว 359 กิโลเมตร ประกอบด้วยจังหวัดสมุทรสาคร
42 กิโลเมตร จังหวัดสมุทรสงคราม 23 กิโลเมตร จังหวัดเพชรบุรี 82 กิโลเมตร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
212 กโิ ลเมตร และเปน็ ปากแม่น้าสาคัญ 4 สาย ทไ่ี หลลงสู่ทะเลอา่ วไทย คือแม่น้าท่าจีน แม่น้าแม่กลอง แม่น้า
เพชรบุรี และแม่น้าปราณบุรี ด้านทิศตะวันตกในเขตพื้นท่ีจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์มีลักษณะเป็น
ที่ราบสูงและภูเขาสูงชัน แล้วค่อยลาดตา่ ลงมาทางทิศตะวันออกเกิดเป็นสันปันน้าแบ่งน้าส่วนหนึ่งไหลลงสู่พม่า
และอีกส่วนหนึ่งไหลมาทางทิศตะวันออกเป็นต้นน้าของแม่น้าเพชรบุรี แม่น้าปราณบุรี และมีแม่น้าลาคลอง
หลายสายภูมิประเทศของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 จึงเหมาะแก่การทานา ทาสวน ทานาเกลือ
การประมง และการเพาะเลยี้ งสตั วน์ ้าชายฝ่ัง
ลกั ษณะภูมิอากาศ
ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในฤดูฝน อิทธิพลของลมที่พัดมาจากทิศใต้และอิทธิพลจาก
ลมมรสุมตะวนั ออกเฉยี งเหนือในชว่ งฤดูหนาว อุณหภูมเิ ฉล่ยี 28 องศาเซลเซยี สโดยแบ่งฤดูกาลออกเปน็ 3 ฤดู ดงั น้ี
ฤดรู อ้ น เรมิ่ ตั้งแตก่ ลางเดือนกุมภาพนั ธ์ - กลางเดือนพฤษภาคม
ฤดฝู น เร่ิมตง้ั แตก่ ลางเดอื นพฤษภาคม - กลางเดอื นตลุ าคม
ฤดหู นาว เรมิ่ ต้งั แต่กลางเดอื นตุลาคม – กลางเดือนกุมภาพนั ธ์
โครงสร้างพ้นื ฐาน
การให้บรกิ ารโครงสรา้ งพื้นฐานของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 แยกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้
1. ไฟฟ้า การใหบ้ รกิ ารไฟฟา้ มผี ู้ใช้ไฟฟ้า จานวน 692,994 ราย
2. ประปา การให้บริการประปามผี ้ใู ชน้ า้ ประปา จานวน 244,472 ราย
3. โทรศพั ท์ การใหบ้ รกิ ารโทรศัพทม์ บี รกิ าร จานวน 188,054 เลขหมาย
การคมนาคม
ทางบก - ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษม เส้นทางกรุงเทพฯ - นครปฐม - ราชบุรี
- เพชรบุรี - ประจวบคีรีขันธ์ อีกเส้นทางหน่ึงคือทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 35 หรือถนนพระราม 2
(ธนบรุ ี-ปากท่อ) กรงุ เทพฯ - สมทุ รสาคร - สมทุ รสงคราม - ราชบุรี (แยกวงั มะนาว) - เพชรบรุ ี
ทางรถไฟ - ใช้ขบวนรถไฟสายใต้ คือ เริ่มจากสถานีรถไฟหัวลาโพง (กรุงเทพฯ) และสถานีรถไฟธนบุรี
(บางกอกน้อย) ผ่านนครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ อีกเส้นทางหน่ึงซ่ึงเป็นขบวนรถไฟท้องถิ่น
เร่ิมจากสถานีวงเวียนใหญ่ - มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร และจากสถานีบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม -
แมก่ ลอง จังหวัดสมทุ รสงคราม
ทางน้า - มีทา่ เทยี บเรือสินค้าขนาดใหญ่ ไดแ้ ก่ ท่าเรือประจวบคีรีขันธ์ และท่าเทียบเรือเพื่อการประมง
ในพ้ืนที่ของกลุ่มจังหวัด ส่วนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นการทางคมนาคมขนส่ง
ทางนา้ ภายในจงั หวดั
ทางอากาศ - มีเฉพาะจงั หวดั ประจวบคีรขี ันธเ์ ท่านนั้ คือ ท่าอากาศยานหวั หิน (สนามบนิ บอ่ ฝ้าย)
แผนพัฒนากลมุ่ จังหวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
4
แหลง่ น้าสาคญั
แม่น้าท่าจีน เป็นแม่น้าสายสาคัญของจังหวัดสมุทรสาคร มีต้นกาเนิดจากแม่น้าเจ้าพระยาที่อาเภอ
วัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ไหลผ่านตอนกลางของพื้นท่ีจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม และไหลผ่านอาเภอกระทุ่ม
แบน อาเภอเมืองสมุทรสาคร ก่อนท่ีจะไหลลงสู่อ่าวไทยที่ตาบลท่าฉลอม อาเภอเมืองสมุทรสาครความยาว
325 กโิ ลเมตร ซ่งึ เป็นสายน้าธรรมชาตทิ ี่ใช้เพื่อการเกษตร ครวั เรอื นและการคมนาคมขนส่งทางน้า
แม่นา้ แม่กลอง เป็นแม่น้าสายสาคัญของจังหวัดสมุทรสงคราม มีต้นกาเนิดจากจังหวัดกาญจนบุรีไหลผ่าน
จังหวัดราชบุรี ไหลลงสู่อ่าวไทยท่ีจังหวัดสมุทรสงคราม ความยาว 100 กิโลเมตร ซ่ึงเป็นแม่น้าที่ใช้เพื่อการเกษตร
และการคมนาคมขนส่งทางน้า
แม่น้าเพชรบุรี เป็นแม่น้าสายสาคัญของจังหวัดเพชรบุรีมีต้นกาเนิดจากเทือกเขาสูงทางด้านตะวันตก
ของจังหวัดไหลผ่านอาเภอแก่งกระจาน อาเภอท่ายาง อาเภอบ้านลาด อาเภอเมือง แล้วลงสู่อ่าวไทยท่ีอาเภอ
บ้านแหลม จงั หวดั เพชรบรุ ี ซึง่ เปน็ แมน่ ้าที่ใชเ้ พอื่ การเกษตร
แม่น้าปราณบุรี เป็นแม่น้าสายสาคัญของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เกิดจากเทือกเขาตะนาวศรี ผ่านอาเภอ
หัวหิน อาเภอปราณบุรี ลงสู่อ่าวไทยท่ีบ้านปากน้าปราณบุรีซ่ึงเป็นแม่น้าที่ใช้เพื่อการเกษตร นอกจากนี้ยังมี
แหล่งกักน้าขนาดใหญ่ที่ใช้ ในการชลประทาน และเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้าท่ีสาคัญสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ คือ
เขือ่ นแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบรุ ี
ทรพั ยากรธรรมชาติสาคญั
สาหรับทรัพยากรธรรมชาติของกลุ่มจังหวัดภาคกลาง
ตอนล่าง 2 ประกอบด้วย ดิน ป่าไม้ ทะเล และชายฝ่ังท่ีมี
ความสาคัญเช่ือมโยงต่อการประกอบอาชีพเพาะปลูก การประมง
การท่องเที่ยว ที่สร้างรายได้ให้กับประชากรในพ้ืนท่ี โดยในช่วง
เวลาท่ีผ่านมา ประเด็นปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติของกลุ่ม
จังหวัดฯ ที่สาคัญอันดับแรกคือ ปัญหาชายฝั่งทะเลถูกทาลาย
ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
การประกอบอาชีพการเกษตร และการท่องเท่ียวด้วย ด้านปัจจัย
ภายนอกที่ทวีความสาคัญเพ่ิมข้ึน คือ วิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อน
ท่ีกาลังส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอย่าง
หลกี เล่ยี งมิได้
1.2 ขอ้ มูลเชงิ เปรียบเทียบ
1) ด้านเศรษฐกิจ
ภาพรวมเศรษฐกจิ
ในภาพรวมพบว่า โครงสร้างทางเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ขึ้นอยู่กับภาคการผลิต
4 สาขาหลัก ได้แก่ 1.สาขาเกษตร การเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ ปศุสัตว์ และการประมง 2.สาขาอุตสาหกรรม
3.สาขาการค้าส่งและการคา้ ปลกี 4.สาขาการการท่องเทย่ี วและบริการ
แผนพัฒนากลมุ่ จงั หวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
5
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด จากข้อมูลสานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
(สศช.) พ.ศ. 2559 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมกลุ่มจังหวัด (Gross provincial
cluster product) เท่ากับ 536,917 ล้านบาท อัตราการขยายตัวของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของกลุ่มจังหวัด
เพิ่มขน้ึ จากปี พ.ศ. 2558 (504,548 ลา้ นบาท) ร้อยละ 6.42 คดิ เปน็ ลาดับที่ 4 และมีผลิตภัณฑ์กลุ่มจังหวัดต่อหัว
เท่ากับ 257,040 บาท/คน/ปี ซ่งึ เปน็ ลาดับท่ี 4 ของกลมุ่ จงั หวดั ในประเทศ
ตารางมลู คา่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของกลมุ่ จงั หวัดภาคกลางตอนลา่ ง 2 รายจงั หวดั ปีพ.ศ. 2559
สาขาการผลติ ผลติ ภณั ฑม์ วลรวมปี พ.ศ.2559 (ลา้ นบาท)
สมุทรสาคร ประจวบครี ขี ันธ์ เพชรบรุ ี สมุทรสงคราม ภาคกลาง ภาพรวม
ตอนลา่ ง 2 ประเทศไทย
ภาคการเกษตร 20,513 16,484 7,310 2,516 46,824 1,235,584
เกษตรกรรม การปา่ ไม้ และการประมง 20,513 16,484 7,310 2,516 46,824 1,235,584
ภาคนอกการเกษตร 345,693 70,488 55,587 18,325 490,094 13,297,882
การทาเหมอื งแร่และเหมอื งหนิ 764 875 2,562 134 4,335 398,582
การผลิต 239,421 24,934 13,963 4,680 282,997 3,955,738
ไฟฟา้ กา๊ ซ ไอนา และระบบปรับอากาศ 8,345 1,710 1,493 424 11,972 372,457
การจัดหานา การจัดการ และการบาบดั นาเสยี 2,233 258 184 139 2,814 58,460
ของเสยี และส่ิงปฏกิ ลู
การกอ่ สร้าง 7,312 4,133 3,362 1,066 15,873 402,916
การขายส่งและการขายปลีก 49,190 10,030 5,950 3,127 68,297 2,160,160
การซ่อมยานยนตแ์ ละจักรยานยนต์
การขนส่งและสถานทเี่ กบ็ สินคา้ 5,197 3,093 2,768 1,857 12,916 833,492
ทพี่ กั แรมและบริการดา้ นอาหาร 685 7,999 3,279 226 12,189 700,843
ขอ้ มลู ขา่ วสารและการสอ่ื สาร 2,407 680 374 169 3,631 340,292
กจิ กรรมทางการเงนิ และการประกนั ภยั 8,510 4,620 3,918 1,615 18,663 1,118,062
กจิ กรรมอสงั หาริมทรัพย์ 5,778 2,681 2,257 954 11,671 352,981
กจิ กรรมทางวิชาชีพ วทิ ยาศาสตร์ และเทคนิค 684 82 31 4 802 258,489
กจิ กรรมการบริหารและการบริการสนับสนุน 2,537 873 1,002 74 4,485 242,969
การบริหารราชการ การป้องกนั ประเทศ 4,352 3,202 6,399 953 14,906 877,227
และการประกนั สงั คมภาคบงั คบั
การศกึ ษา 1,654 2,588 5,508 1,299 11,049 616,205
กจิ กรรมดา้ นสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ 4,568 1,816 1,935 892 9,210 306,021
ศลิ ปะ ความบันเทิง และนันทนาการ 555 246 141 129 1,072 81,156
กจิ กรรมบริการดา้ นอน่ื ๆ 1,503 668 461 581 3,213 221,832
ผลติ ภณั ฑม์ วลรวมจงั หวดั (GPP) 366,207 86,972 62,897 20,841 536,917 14,533,466
ผลติ ภัณฑม์ วลรวมจงั หวดั เฉลยี่ ตอ่ คน (บาท) 382,679 187,039 131,803 109,868 257,040 215,455
ประชากร (1,000 คน) 957 465 477 190 2,089 67,455
ท่ีมา: สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2559
แผนพัฒนากลุ่มจงั หวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
6
ผลติ ภัณฑ์มวลรวมของกลุม่ จังหวดั ภาคกลางตอนลา่ ง 2
ผลติ ภณั ฑม์ วลรวมต่อหวั ของกลุ่มจังหวดั ภาคกลางตอนล่าง 2
แผนพฒั นากลุม่ จังหวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
7
ตวั ชวี้ ดั เศรษฐกิจภาพรวมของกลุ่มจงั หวัดภาคกลางตอนล่าง 2
สดั ส่วนมลู ค่าเศรษฐกิจรายสาขา ปี 2559 แยกตามจงั หวัดในกลุ่มภาคกลางตอนลา่ ง 2
แผนพฒั นากลุ่มจังหวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
8
เมื่อเปรียบเทียบค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมพบว่า จังหวัดสมุทรสาครมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมสูงที่สุด
คิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 312,445 ล้านบาท ตามด้วยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 86,972 ล้านบาท เพชรบุรี
80,896 ล้านบาท และสมุทรสงคราม 62,897 ล้านบาท โดยจังหวัดสมุทรสาครมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม
ภาคนอกการเกษตรตวั หลกั คอื การอตุ สาหกรรม มมี ลู ค่าสงู กว่าจงั หวัดอน่ื ๆ ในกล่มุ จงั หวดั อยา่ งชดั เจน
มลู คา่ ผลิตภัณฑม์ วลรวมรายจงั หวดั ในภาพรวม มูลคา่ ผลิตภณั ฑม์ วลรวมเฉล่ียต่อจานวนประชากรของ
จงั หวดั สมุทรสาครมีมูลค่าสงู ท่สี ุด และแตกต่างอย่างชัดเจนหากเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่นๆ ในกลุ่มจังหวัด ซ่ึง
มูลค่าเหล่าน้ีเป็นปัจจัยหน่ึงในการสะท้อนความไม่สมดุลด้านการเติบโตของระบบเศรษฐกิจของจังหวัดสมาชิก
ของกลมุ่ จังหวัดภาคกลางตอนลา่ ง 2
ดา้ นอตุ สาหกรรม
โรงงานและแรงงานอตุ สาหกรรมจะกระจุกตวั อยูใ่ นจังหวัดสมทุ รสาครเป็นสว่ นใหญ่ โดยในปี
พ.ศ. 2560 มจี านวนโรงงานมากถึง 6,191 แห่ง จานวนคนงาน 332,371 คน ใช้เงินลงทนุ กวา่ 29,858
ลา้ นบาท สาขาอุตสาหกรรมท่ีมีการลงทุนมากท่ีสุดสามอันดับแรกของจังหวัดสมทุ รสาคร ได้แก่ ตสาหกรรม
อาหารท่เี ก่ียวขอ้ งกับการตดั แต่งแปรรูปสัตว์นา้ และห้องเย็น ปัจจุบันมจี านวนโรงงานทั้งสนิ้ 781 โรงงาน เงิน
ลงทนุ 58,246 ลา้ นบาท คนงาน 81,835 คน อนั ดบั สองได้แก่อตุ สาหกรรมผลติ โลหะ มจี านวนโรงงาน
ทง้ั ส้นิ 1,090 โรงงาน เงินลงทุน 30,883 ลา้ นบาท คนงาน 33,016 คน และอุตสาหกรรมพลาสติก มี
จานวนโรงงานทง้ั สนิ้ 956 โรงงาน เงนิ ลงทุน 30,378 ล้านบาท คนงาน 37,603 คน ตามลาดับ
จานวนโรงงานและแรงงานภาคอุตสาหกรรมในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง2 ปี 2558-2560
2558 2559 2560
จงั หวดั จานวน เงินลงทนุ คนงาน จานวน เงินลงทนุ คนงาน จานวน เงินลงทนุ คนงาน
โรงงาน (ลา้ นบาท) รวม โรงงาน (ลา้ นบาท) รวม โรงงาน (ลา้ นบาท) รวม
สมุทรสาคร 6,122 271,376 326,591 6,037 292,626 328,332 6,191 294,858 332,371
ประจวบครี ขี ันธ์ 620 41,266 20,843 683 50,430 16,730 710 50,540 17,233
เพชรบรุ ี 752 47,372 23,354 769 51,847 23,799 772 52,416 24,117
สมุทรสงคราม 282 7,323 8,467 306 8,945 9,180 315 8,744 9,909
กลมุ่ จงั หวดั 7,776 367,337 379,255 7,795 403,847 378,041 7,988 406,557 383,630
ที่มา: กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
แผนพฒั นากล่มุ จังหวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
9
2561
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีจานวนโรงงาน 710 แห่ง จานวนคนงาน 17,233 คน ใช้เงินลงทุนกว่า
50,540 ล้านบาท โดยสาขาอุตสาหกรรมท่ีมีการลงทุนมากท่ีสุดสามอันดับแรกของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ได้แก่ อุตสาหกรรม ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อน รีดเย็น เคลือบสังกะสีและเหล็กเส้นจานวน 4 โรงงาน เงินลงทุน
30,489 ล้านบาท คนงาน 1,833 คน อันดับสองได้แก่อุตสาหกรรมผลิตอาหาร ทาสับปะรดบรรจุกระป๋อง
และพชื ผกั บรรจกุ ระป๋อง มีจานวนโรงงานทั้งส้ิน 115 โรงงาน เงินลงทุน 5,182 ล้านบาท คนงาน 10,942
คน และอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ ตัด พับโลหะและผลิตท่อเหล็กมีจานวนโรงงานท้ังส้ิน 30 โรงงาน เงิน
ลงทุน 4,509 ล้านบาท คนงาน 755 คน ตามลาดบั
จงั หวดั เพชรบุรี มีจานวนโรงงาน 772 แห่ง จานวนคนงาน 24,117 คน ใช้เงินลงทุนกว่า 52,416 ล้าน
บาท โดยสาขาอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนมากท่ีสุดสามอันดับแรกของจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ อุตสาหกรรมการ
ผลิตอ่ืนๆ (ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ อบชุบ ผลิตพลังงานทดแทน และโม่หิน) ปัจจุบันมี
จานวนโรงงานทั้งสิ้น 153 โรงงาน เงินลงทุน 16,327 ล้านบาท คนงาน 2,321 คน อันดับสองได้แก่
อตุ สาหกรรมผลิตโลหะขั้นมูลฐาน มจี านวนโรงงานทง้ั ส้ิน 20 โรงงาน เงนิ ลงทุน 3,510 ล้านบาท คนงาน 813
คน และอุตสาหกรรมส่ิงทอ มีจานวนโรงงานทัง้ สิ้น 12 โรงงาน เงินลงทุน 2,630 ล้านบาท คนงาน 1,628 คน
ตามลาดับ
แผนพัฒนากลุ่มจงั หวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
10
จงั หวัดสมทุ รสงคราม มจี านวนโรงงานเพยี ง 315 แห่ง จานวนคนงาน 9,909 คน ใช้เงินลงทุน 8,744 ล้าน
บาท โดยสาขาอุตสาหกรรมท่มี ีการลงทุนมากทีส่ ุดสามอนั ดับแรกของจังหวัดสมุทรสงคราม ได้แก่ อุตสาหกรรม
อาหาร ปัจจุบันมีจานวนโรงงานท้ังสิ้น 107 โรงงาน เงินลงทุน 3,975 ล้านบาท คนงาน 5,860 คน อันดับ
สองได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะ มีจานวนโรงงานทั้งส้ิน 31
โรงงาน เงนิ ลงทุน 712 ล้านบาท คนงาน 549 คน และอุตสาหกรรมผลิตโลหะ มีจานวนโรงงาน 29 โรงงาน
เงนิ ลงทนุ 336 ล้านบาท คนงาน 446 คน ตามลาดับ
ดา้ นการเกษตร
กลุม่ จงั หวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีพ้นื ทีถ่ ือครองท้ังสิ้น 8,673,132 ไร่ เป็นพื้นท่ีทาการเกษตรรวม
3,256,154 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 37.55 ของพื้นที่ถือครองทั้งหมด โดยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีพ้ืนท่ี
การเกษตรมากทสี่ ุด รองลงมาไดแ้ ก่ จังหวดั เพชรบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม และจงั หวดั สมุทรสาครตามลาดบั
พืน้ ทีเ่ กษตรกรรมจงั หวัดเพชรบรุ ี (พ.ศ. 2559) จานวน (ไร่) คดิ เป็น (%)
พน้ื ทีเ่ กษตรกรรมจงั หวัดประจวบคีรขี นั ธ(์ พ.ศ. 2559) จานวน (ไร่) คิดเป็น (%)
แผนพฒั นากล่มุ จงั หวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
11
พน้ื ท่ีเกษตรกรรมจงั หวัดสมทุ รสาคร (พ.ศ. 2560) จานวน (ไร่) คิดเปน็ (%)
พน้ื ที่เกษตรกรรมจงั หวดั สมทุ รสงคราม (พ.ศ. 2560) จานวน (ไร)่ คดิ เป็น (%)
ตารางท่แี สดงการใชท้ ด่ี ินเพื่อการเกษตรของกลุ่มจังงหวัดภาคกลางตอนลา่ ง 2
ทมี่ า : กลมุ่ วิเคราะห์การใชท้ ่ีดิน กองนโยบายและแผนการใชท้ ่ดี ิน กรมพฒั นาทด่ี นิ
พ้ืนที่ทาการเกษตรของกลุ่มจังหวัดเป็นการปลูกไม้ผล ในลาดับรองลงมา คือ พ้ืนท่ีเพาะปลูกพืชไร่
พ้ืนท่ีนาข้าว และสถานท่ีเพาะเล้ียงสัตว์น้า นอกจากนี้ยังมีพื้นท่ีเล็กน้อยใช้เป็นพ้ืนท่ีปลูกพืชสวน พ้ืนท่ีทุ่งหญ้า
เล้ียงสัตว์และโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ และพื้นที่เพาะปลูกพืชน้า อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตรต่อ
ผลิตภัณฑม์ วลรวมทง้ั หมด แบบปริมาณลูกโซ่ ของกลมุ่ จงั หวัดภาคกลางตอนลา่ ง 2 อย่ใู นระดบั คอ่ นข้างต่า
แผนพฒั นากลุ่มจังหวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
12
มลู คา่ ผลิตภัณฑม์ วลรวมสาขาการเกษตรตอ่ ผลติ ภัณฑ์มวลรวม พ.ศ. 2557 - 2559
จังหวัดที่มีสัดส่วนมูลค่าการผลิตภาคเกษตรสูง คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรี มีมูลค่าการ
ผลิตภาคการเกษตร (การเกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้) สูงกว่าค่าเฉล่ียของประเทศ สถิติผลผลิต
ภาคการเกษตรท่สี าคญั ของกลุม่ จงั หวดั ภาคกลางตอนล่าง 2 แสดงได้ดงั ตารางตอ่ ไปน้ี
การใชท้ ี่ดนิ เพือ่ การเกษตรของกลุ่มจงั หวดั ภาคกลางตอนล่าง 2 พ.ศ. 2557 - 2559
จงั หวัด ประเภทเนอื้ ที่ 2557 2558 2559
สมุทรสาคร เนอื ทปี่ า่ ไม้ 23,049 24,031 22,590
เนือทถ่ี ือครองทางการเกษตร 184,186 184,624 184,647
เนอื ทน่ี อกการเกษตร 337,982 336,562 337,980
รวม
545,217 545,217 545,217
สมุทรสงคราม เนือทป่ี ่าไม้ 19,293 18,094 17,831
เนือทถี่ ือครองทางการเกษตร 210,698 210,505 211,230
เนือทนี่ อกการเกษตร 30,452 31,843 31,381
รวม
260,442 260,442 260,442
เพชรบรุ ี เนือทป่ี า่ ไม้ 2,208,322 2,203,794 2,203,742
เนอื ทถี่ อื ครองทางการเกษตร
เนอื ทน่ี อกการเกษตร 751,592 754,699 755,188
รวม 930,797 932,217 931,781
ประจวบครี ขี ันธ์ เนอื ทปี่ า่ ไม้ 3,890,711 3,890,711 3,890,711
เนือทถี่ ือครองทางการเกษตร 1,470,326 1,489,963 1,500,769
เนือทนี่ อกการเกษตร 2,108,484 2,108,695 2,107,677
รวม
400,951 381,104 371,316
กลมุ่ จงั หวดั เนอ้ื ทปี่ า่ ไม้
เนอ้ื ทถี่ อื ครองทางการเกษตร 3,979,762 3,979,762 3,979,762
เนอื้ ทนี่ อกการเกษตร 3,720,989 3,735,883 3,744,931
รวม 3,254,960 3,258,523 3,258,743
1,700,183 1,681,726 1,672,458
ทม่ี า: สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ. 2560 8,676,132 8,676,132 8,676,132
แผนพฒั นากลุ่มจงั หวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
13
ด้วยลักษณะภูมิประเทศของกลุ่มจังหวัดที่มีความหลากหลายของดิน และติดทะเลทุกจังหวัดทาให้
ลักษณะการเกษตรที่สาคัญของกลุ่มจังหวัดสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ การเกษตรเพาะปลูกพืช
เศรษฐกิจ และการประมง โดยจากข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมรายภูมิภาค (Gross Regional Product : GRP)
ปี พ.ศ. 2559 พบว่า มูลค่าการผลิตภาคการเกษตร (การเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง) คิดเป็นร้อยละ 8.7
ของมูลค่าผลผลิตมวลรวมของกลุ่มจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรี สมุทรสงคราม และ จังหวัด
ประจวบครี ีขันธ์ ทม่ี ีสัดส่วนมลู คา่ การผลติ ภาคเกษตร (การเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของ
ประเทศ ดงั แสดงในตารางดงั นี้
มลู ค่าผลติ ภัณฑม์ วลรวมรายจังหวดั จากสาขา พ.ศ.2557 - 2559 (หนว่ ย: ลา้ นบาท)
2557 2558 2559
เกษตรกรรม
จงั หวัด ผลติ ภณั ฑม์ วล เกษตรกรรม %เกษตรตอ่ ผลติ ภัณฑม์ วล เกษตรกรรม %เกษตรตอ่ ผลติ ภณั ฑม์ วล %เกษตรตอ่
รวม ปา่ ไม้ ผลติ ภัณฑ์
รวม ปา่ ไม้ ผลติ ภณั ฑ์ รวม ปา่ ไม้ ผลติ ภัณฑ์ และประมง มวลรวม
366,207
และประมง มวลรวม และประมง มวลรวม 20,841 20,513 5.6
62,897 2,516 12.1
สมทุ รสาคร 337,018 19,702 5.8 344,897 18,459 5.4 86,972 7,310 11.6
536,917 16,484 19.0
สมทุ รสงคราม 18,798 2,446 13.0 19,625 2,294 11.7 14,533,466 46,824 8.7
1,235,584 8.5
เพชรบรุ ี 59,289 8,413 14.2 60,216 7,101 11.8
ประจวบครี ีขนั ธ์ 75,637 14,413 19.1 79,810 15,075 18.9
กลมุ่ จงั หวดั 490,742 44,974 9.2 504,548 42,929 8.5
ประเทศไทย 13,230,305 1,334,796 10.1 13,746,998 1,235,859 9.0
ท่ีมา: สานักงานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ พ.ศ. 2559
จากข้อมูลของศูนย์สารสนเทศการเกษตร แสดงสถิติผลผลิตภาคการเกษตรท่ีสาคัญของกลุ่มจังหวัด
ภาคกลางตอนล่าง 2 ในช่วงปี พ.ศ. 2558-2560 ผลผลิตภาคการเกษตรท่ีสาคัญและเป็นพืชเศรษฐกิจของ
กลุ่มจังหวัดฯ ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง มะพร้าว สับปะรด และมะนาว มีพื้นท่ีการเกษตรรวมกันทั้งส้ิน
ประมาณ 1 ลา้ นไร่ นอกจากน้ีกลุ่มจังหวัดฯ ยังมีผลผลิตการเพาะปลูกกล้วยไม้เพื่อการส่งออกอีกด้วย สาหรับ
สถิตผิ ลผลติ ภาคการเกษตรทสี่ าคัญของกลุม่ จงั หวัดภาคกลางตอนลา่ ง 2 แสดงได้ดงั ตารางดงั น้ี
ผลผลิตการเพาะปลูกพชื เศรษฐกิจท่ีสาคัญของกลุ่มจงั หวัดภาคกลางตอนล่าง 2
ข้าวนาปี
จงั หวัด 2558 2559 2560
สมทุ รสาคร เนอ้ื ทเี่ พาะปลกู ผลผลติ เนอ้ื ทเี่ พาะปลกู ผลผลติ เนอื้ ทเี่ พาะปลกู ผลผลติ
สมทุ รสงคราม
เพชรบุรี (ไร่) (ตนั ) (ไร)่ (ตนั ) (ไร)่ (ตนั )
ประจวบครี ีขนั ธ์
กลมุ่ จงั หวดั 7,993 5,610 6,048 4,208 5,964 4,240
3,562 2,511 2,639 1,852 2,595 1,842
296,278 204,627 289,808 197,733 286,132 200,292
21,350 11,081 8,577 4,192 8,489 4,457
329,183 223,829 307,072 207,985 303,180 210,831
แผนพฒั นากล่มุ จังหวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
14
ข้าวนาปรงั
จงั หวดั 2558 2559 2560
สมทุ รสาคร เนอ้ื ทเ่ี พาะปลกู ผลผลติ เนอ้ื ทเ่ี พาะปลกู ผลผลติ เนอ้ื ทเี่ พาะปลกู ผลผลติ
สมทุ รสงคราม
เพชรบรุ ี (ไร่) (ตนั ) (ไร)่ (ตนั ) (ไร)่ (ตนั )
ประจวบครี ีขันธ์
กลมุ่ จงั หวดั 4,537 2,935 3,550 2,232 4,134 2,858
451 278 156 111 1,236 597
6,809 4,941 7,562 5,333 17,313 12,364
31,013 17,884 2,190 983 1,479 802
42,810 26,038 13,458 8,659 24,162 16,621
มะพรา้ ว
จงั หวดั 2558 2559 2560
สมทุ รสาคร เนอื้ ทเ่ี พาะปลกู ผลผลติ เนอื้ ทเี่ พาะปลกู ผลผลติ เนอ้ื ทเ่ี พาะปลกู ผลผลติ
สมทุ รสงคราม
เพชรบรุ ี (ไร่) (ตนั ) (ไร)่ (ตนั ) (ไร)่ (ตนั )
ประจวบครี ีขนั ธ์
กลมุ่ จงั หวดั 1,704 1,411 1,694 1,370 1,663 1,164
33,629 27,115 33,733 25,106 33,582 25,451
6,933 5,993 7,025 4,896 7,173 4,374
422,518 277,231 418,074 271,184 418,976 264,054
464,784 311,750 460,526 302,556 461,394 295,043
สบั ปะรด
จงั หวัด 2558 2559 2560
สมทุ รสาคร เนอื้ ทเ่ี พาะปลกู ผลผลติ เนอื้ ทเ่ี พาะปลกู ผลผลติ เนอ้ื ทเ่ี พาะปลกู ผลผลติ
สมทุ รสงคราม
เพชรบรุ ี (ไร่) (ตนั ) (ไร่) (ตนั ) (ไร)่ (ตนั )
ประจวบครี ีขันธ์
กลมุ่ จงั หวัด -- -- --
-- -- --
28,720 95,862 32,188 108,085 32,547 110,020
195,592 788,239 210,356 841,348 227,499 933,856
224,312 884,101 242,544 949,433 260,046 1,043,876
แผนพฒั นากลุม่ จังหวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
15
มะนาว
จงั หวัด 2558 2559 2560
เนอื้ ทเ่ี พาะปลกู ผลผลติ เนอ้ื ทเี่ พาะปลกู ผลผลติ เนอ้ื ทเี่ พาะปลกู ผลผลติ
(ไร่) (ตนั ) (ไร)่ (ตนั ) (ไร)่ (ตนั )
สมทุ รสาคร 15,224 16,153 15,130 15,593 15,160 15,296
สมทุ รสงคราม -- -- --
เพชรบรุ ี 34,425 69,882 34,716 72,101 34,611 76,047
ประจวบครี ีขนั ธ์ 1,942 2,246 1,975 2,273 1,786 2,200
กลมุ่ จงั หวดั 51,591 88,281 51,821 89,967 51,557 93,543
กลว้ ยไม้
จงั หวัด 2558 2559 2560
เนอื้ ทเ่ี พาะปลกู ผลผลติ เนอื้ ทเี่ พาะปลกู ผลผลติ เนอื้ ทเ่ี พาะปลกู ผลผลติ
(ไร่) (ตนั ) (ไร)่ (ตนั ) (ไร)่ (ตนั )
สมทุ รสาคร 5,265 13,173 5,155 12,496 5,292 13,315
สมทุ รสงคราม -- -- --
เพชรบุรี 35 70 31 60 20 40
ประจวบครี ีขนั ธ์ -- -- --
กลมุ่ จงั หวดั 5,300 13,243 5,186 12,556 5,312 13,355
ทมี่ า: สานกั งานเศรษฐกจิ การเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2560
ข้าว เป็นพืชเศรษฐกิจท่ีสาคัญของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีท้ังข้าวนาปีและข้าวนาปรัง
ข้าวนาปีปลูกได้เฉพาะในฤดูฝน มีพ้ืนท่ีเพาะปลูกข้าวนาปี 303,180 ไร่ ผลผลิต 210,831 ตัน ส่วนข้าวนา
ปรังมพี นื้ ทเี่ พาะปลกู 24,162 ไร่ มผี ลผลติ 16,621 ตนั
มะพร้าว เป็นพืชเศรษฐกิจเป็นไม้ผลเพียงชนิดเดียวที่มีการปลูกในพ้ืนที่ทุกจังหวัด มีพ้ืนท่ีปลูก
ประมาณ 461,394 ไร่ ให้ผลผลิตท้ังหมด 295,043 ตัน โดยผลผลิตส่วนหน่ึงจะถูกนาส่งโรงงาน
อุตสาหกรรมเพ่ือการแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น กะทิ น้ามันมะพร้าว น้ามะพร้าวพร้อมดื่ม ท่ีนอนใย
มะพร้าว เป็นต้น แนวโน้มการเพาะปลูกพ้ืนท่ีลดลงอย่างต่อเน่ือง จากการมีปัญหาการระบาดของแมลงดา
หนามและหนอนหัวดาส่งผลกระทบต่อพื้นท่ีเก็บเกี่ยว ทาให้มีการปรับเปล่ียนพื้นท่ีไปปลูกพืชอื่นทดแทน
ประกอบดว้ ยมีการนาเข้ามะพร้าวจากตา่ งประเทศทาให้มะพรา้ วของไทยมรี าคาลดลง
สับปะรด เป็นพืชเศรษฐกิจที่ทารายได้ให้กับกลุ่มจังหวัด โดยมีพ้ืนที่ปลูกจานวน 260,046 ไร่
ให้ผลผลิต ทั้งหมด 1,043,876 ตัน ทั้งนี้ผลผลิตร้อยละ 80 ส่งโรงงานแปรรูปเพื่อการส่งออกส่วนผลผลิตที่
เหลือร้อยละ 20 ใช้บริโภคผลสดภายในประเทศ แนวโน้มการเพาะปลูกที่มากขึ้นในหลายภูมิภาค ส่งผลให้
ราคาสับปะรดปี 2561 ตกต่าในรอบ 11 ปี นับตั้งแต่ปี 2550 เนื่องจากเกษตรกรสามารถผลิตสับปะรดเกิน
ความต้องการของตลาด และในบางพ้ืนที่ไม่มีโรงงานแปรรูปสับปะรด ทาให้จาหน่ายได้เฉพาะผลสด ดังน้ัน
รฐั บาลควรให้การสนบั สนนุ เกษตรกรในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑภ์ ายในวสิ าหกจิ ชมุ ชนมากย่ิงข้ึน
แผนพฒั นากลุม่ จงั หวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
16
มะนาว เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหน่ึงที่ทารายได้ให้แก่กลุ่มจังหวัด โดยมีพื้นท่ีเพาะปลูกมะนาว
51,557 ไร่ ผลผลิตทง้ั หมด 93,543 ตัน สาหรับพ้ืนท่เี พาะปลูกสว่ นใหญ่อยู่ในจังหวัดเพชรบุรี
กล้วยไม้ เป็นพืชเศรษฐกิจที่เพิ่มระดับความสาคัญทั้งในระดับกลุ่มจังหวัดและในระดับประเทศ
กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีพื้นท่ีเพาะเล้ียงกล้วยไม้ 5,312 ไร่ เกือบทั้งหมดอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร
ให้ผลผลิตสูงถงึ 13,355 ตนั คดิ เป็นร้อยละ 29.0 ของปริมาณผลผลิตกล้วยไมท้ ง้ั ประเทศ
ด้านการประมง
การผลิตภาคการเกษตร (ประมง) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.38 ของมูลค่าผลผลิตมวลรวมของ
กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนของมูลค่าการประมงต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของ
จังหวัดสูงที่สุด คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และต่าสุด คือ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งนับว่าผลผลิตประมงของ
กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีความสาคัญอย่างยิ่งต่อผลผลิตประมงของประเทศ และผลผลิตประมง
ของกลุ่มจังหวัดยังเช่ือมโยงไปสู่ภาคอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลและห้องเย็นภายในกลุ่มจังหวัด ซ่ึงมี
ตัวเลขและสัดส่วนท่ีค่อนข้างสูง ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต
ด้วยพื้นที่ของกลุ่มจังหวัดตั้งอยู่บริเวณอ่าวไทยตอนในค่อนมาทางตะวันตก โดยจังหวัด
สมุทรสาครและ สมุทรสงครามพื้นท้องนา้ จะเป็นดินโคลน จังหวัดเพชรบุรีมีลักษณะพ้ืนที่ท้องน้าส่วนใหญ่
เป็นดินโคลนปนทราย อีกท้ัง 3 จังหวัดนี้ยังมีแม่น้าท่าจีน แม่กลอง และเพชรบุรีไหลลงสู่ทะเล ในขณะที่
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีลักษณะที่แตกต่างจากจังหวัดอื่น ๆ คือพ้ืนท้องนา้ บริเวณชายฝ่ังซ่ึงเป็นทรายและ
มีแม่น้าปราณบุรีไหลลงทะเล แต่เป็นแม่นา้ สายที่ไม่ใหญ่มาก ดังนั้นอิทธิพลของตะกอนที่ถูกพัดพามาจาก
แม่น้าลงสู่ปากแม่น้าถือว่ามีน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับอีก 3 จังหวัด ด้วยลักษณะพื้นท้องน้าและ
ปริมาณตะกอนบริเวณชายฝ่ังท่ีถูกพัดมากับแม่น้าที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ชนิดของสัตว์น้าและการเลี้ยงสัตว์
น้าบริเวณชายฝั่ง มีรูปแบบที่แตกต่างกัน
มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมรายจังหวัดจากสาขาการเกษตร (การประมง) พ.ศ. 2559
จงั หวัด มูลคา่ ผลติ ภณั ฑม์ วลรวม มูลคา่ การผลติ % ภาคการประมง ตอ่
ปี 2559 ภาคการประมง ผลติ ภณั ฑม์ วลรวม
สมทุ รสาคร 366,207 17,571 4.80
สมทุ รสงคราม 20,841 429 2.06
เพชรบรุ ี 62,897 672 1.07
ประจวบครี ีขันธ์ 86,972 4,853 5.58
4.38
ภาคกลางตอนลา่ ง 2 536,917 23,524
ท่ีมา: สานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2559
สมุทรสาคร ตั้งอยู่บริเวณอ่าวไทยมีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 42.04 กิโลเมตร และเป็นแหล่ง
ศูนย์กลางในการจาหนา่ ยสินค้าสัตว์นา้ การประมงมคี วามสาคัญด้านการประมงทะเล โดยมีแหล่งรวบรวมสินค้า
ประมงที่สาคัญ ได้แก่ สะพานปลาเทศบาล สะพานปลาสมุทรสาคร ตลาดไทย ตลาดกุ้ง การประมงทะเล
มีเรือประมงพาณิชย์ขึ้นทะเบียน 462 ลา การเพาะเล้ียงสัตว์มีฟาร์มเลี้ยงกุ้งพ้ืนที่ 10,015 ไร่ ผลผลิตต่อปี
รวม 10,866 ตัน ฟาร์มเล้ียงหอยทะเล พื้นท่ี19,864ไร่ ผลผลิตต่อปีรวม 4,425 ตัน ฟาร์มเล้ียงปลาน้า
กร่อยพน้ื ที่ 934 ไร่ ผลผลิตต่อปี รวม 400 ตนั ฟาร์มเพาะเล้ียงปลาดุก ปลานิล ปลาสลิดและปลาน้าจืดอ่ืนๆ
มีพน้ื ท่ีเลีย้ งรวม 10,733 ไร่ ผลผลิตตอ่ ปีรวม 6,110 ตัน
แผนพัฒนากลมุ่ จังหวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
17
ท้ังนี้สมุทรสาครมีโรงงานอุตสาหกรรมต่อเนื่องท่ีเก่ียวข้องกับการประมงมากที่สุด ได้แก่
สถานประกอบการห้องเย็น การแปรรูปสัตว์น้าและผลิตภัณฑ์ การนาเข้าและส่งออกสัตว์น้าและผลิตภัณฑ์
การผลิตอาหารสัตวน์ า้
สมุทรสงคราม พื้นที่ชายทะเลมีความยาวประมาณ 24.23 กิโลเมตร พื้นท่ีเกือบทั้งหมดของจังหวัด
เป็นทีร่ าบชายฝั่งมคี วามลาดเอยี งไปทางชายฝ่ังทะเล มีคลองธรรมชาติและคลองขดุ เช่อื มตอ่ กนั เป็นเครือข่ายท่ัว
พน้ื ทมี่ ากกวา่ 300 สาย คลองเหล่านี้ช่วยระบายน้าระหว่างพ้ืนที่ทางบนกับฝั่งทะเล ในแต่ละวันจะมีน้าข้ึนน้า
ลงท่ีอ่าวไทย เกิดน้าทะเลหนุนเข้ามาตามแม่น้าแม่กลองและตามคูคลองต่าง ๆ ทาให้มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้า
กร่อยจานวนมาก มีเรือประมงพาณิชย์ข้ึนทะเบียน 525 ลา การเพาะเลี้ยงสัตว์มีฟาร์มเลี้ยงกุ้งพื้นที่ 986 ไร่
ผลผลิตต่อปีรวม 1,082 ตัน ฟาร์มเลี้ยงหอยทะเล พื้นที่ 17,481 ไร่ ผลผลิตต่อปีรวม 23,990 ตัน ฟาร์ม
เลี้ยงปลาน้ากร่อยพนื้ ที่ 4 ไร่ ผลผลติ ตอ่ ปี รวม 384 ตนั ฟาร์มเพาะเล้ียงปลาดกุ ปลานลิ ปลาสลดิ และปลาน้า
จืดอื่นๆ มีพ้ืนที่เล้ียงรวม 7,233 ไร่ ผลผลิตต่อปีรวม 2,338 ตัน ทั้งน้ีพ้ืนท่ีจังหวัดสมุทรสงคราม และ
สมุทรสาคร มีอาชีพท่ีสาคัญของจังหวัดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การทานาเกลือ ซึ่งเป็นอาชีพด้ังเดิมที่แสดงถึง
เอกลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยจังหวัดสมุทรสงคราม มีพื้นท่ีทานาเกลือ ประมาณ 6,000 ไร่ และใน
จังหวดั สมทุ รสาครมพี น้ื ทที่ านาเกลอื ประมาณ 16,416 ไร่
เพชรบุรี ตั้งอยู่บริเวณอ่าวไทยมีชายฝ่ังทะเลยาวประมาณ 89.71 กิโลเมตร มีแม่น้า 3 สาย ไหลลง
มาสูอ่ า่ ว ไทยบริเวณอาเภอบา้ นแหลม ได้แก่ แม่นา้ เพชรบุรี แมน่ า้ บางกลอย และแมน่ า้ บางตะบูน
มเี ขื่อนกักเก็บน้า จานวน 3 แหง่ ได้แก่ เขื่อนเพชร เขื่อนแก่งกระจาน และเข่ือนแม่ประจันต์ ในฤดูแล้ง
ส่วนใหญน่ า้ จะแห้งตอ้ งอาศยั น้าจากเข่อื นทัง้ 3 แห่งมาใชใ้ นการอุปโภคบริโภคและการเพาะเล้ียงสัตวน์ ้า
มเี รอื ประมงพาณชิ ย์ข้นึ ทะเบยี น 599 ลา การเพาะเลี้ยงสัตว์มีฟาร์มเล้ียงกุ้งพ้ืนที่ 5,209 ไร่ ผลผลิต
ตอ่ ปีรวม 7,105 ตนั ฟารม์ เล้ียงหอยทะเล พ้นื ท่ี 14,353 ไร่ ผลผลิตต่อปีรวม 6,829 ตนั ฟาร์มเล้ียงปลาน้า
กรอ่ ยพน้ื ที่ 413 ไร่ ผลผลิตต่อปี รวม 189 ตัน ฟาร์มเพาะเล้ียงปลาดุก ปลานิล ปลาสลิดและปลาน้าจืดอื่นๆ
มพี ื้นทเ่ี ลย้ี งรวม 6,464 ไร่ ผลผลิตต่อปี รวม 2,531 ตนั
ประจวบคีรีขันธ์ มชี ายฝ่งั ทะเลติดตอ่ กับอา่ วไทย มคี วามยาวประมาณ 246.84 กโิ ลเมตร
มีแม่น้าลาคลอง สายท่ีสาคัญ 7 สาย แต่เป็นแม่น้าลาคลองสายสั้นและแคบ เช่น แม่น้าปราณบุรี
มีความยาวเพียง 130 กม. แม่น้ากุยบุรี มีความยาว 25 กม. เป็นต้น นอกจากน้ียังมีแหล่งน้าชลประทาน
โดยเป็นโครงการขนาดเล็ก 102 แหง่ ขนาดกลาง 6 แห่ง ขนาดใหญ่ 1 แห่ง มีเรือประมงพาณิชย์ข้ึนทะเบียน
608 ลา การเพาะเลี้ยงสัตว์มีฟาร์มเลี้ยงกุ้งพื้นท่ี 7,705 ไร่ ผลผลิตต่อปีรวม 16,114 ตัน ฟาร์มเล้ียงหอย
ทะเล พน้ื ที่ 33 ไร่ ผลผลิตต่อปีรวม 107 ตัน ฟาร์มเลี้ยงปลาน้ากร่อยพ้ืนท่ี 158 ไร่ ผลผลิตต่อปี รวม 149
ตัน ฟารม์ เพาะเลย้ี งปลาดกุ ปลานลิ ปลาสลดิ และปลาน้าจดื อ่นื ๆ มีพ้ืนที่เลี้ยงรวม 4,201 ไร่ ผลผลิตต่อปีรวม
2,513 ตนั
แผนพัฒนากลุ่มจังหวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
18
ด้านปศุสัตว์
ผลผลิตปศุสัตว์ท่ีสาคัญของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ได้แก่ โคนม และโคเนื้อ โดยเฉพาะ
อยา่ งยงิ่ จงั หวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้านมดิบและโคเนื้อที่สาคัญของประเทศ
จากขอ้ มลู สถิติการเกษตรของประเทศไทย ปีพ.ศ. 2560 พบว่ากลุ่มจังหวัดฯ มีสัดส่วนการผลิตน้านมดิบและ
โคเนอ้ื คดิ เป็น รอ้ ยละ 7.2 และ 4.8 ของปริมาณการผลิตท้ังประเทศ
จานวนปศุสตั ว์ท่สี าคญั (โคเนื้อ-โคนม) ของกลมุ่ จังหวัดภาคกลางตอนลา่ ง 2 แยกรายจังหวดั พ.ศ 2558-
2560
จานวนโคเนอ้ื (ตวั ) ปรมิ าณการผลติ (ตวั )
จงั หวัด 2558 2559 2560 2558 2559 2560
สมทุ รสาคร 270 275 255 44 45 50
87 90 89
สมทุ รสงคราม 514 496 470 27,931 25,906 25,875
21,482 21,720 22,095
เพชรบุรี 115,570 123,093 110,016 49,544 47,761 48,109
ประจวบครี ีขันธ์ 99,933 104,070 107,671 913,578 937,951 995,281
กลมุ่ จงั หวดั 216,287 227,934 218,412 5.4 5.1 4.8
ประเทศ 4,482,799 4,595,463 4,685,953
สดั สว่ นกลมุ่ จงั หวัด 4.8 5.0 4.7
ตอ่ ประเทศ
จงั หวดั จานวนโคนม (ตวั ) ปริมาณน้านมดบิ (ตนั ) 2560
2558 2559 2560 2558 2559
-
สมทุ รสาคร --- - - -
- - 21,032
สมทุ รสงคราม - - - 22,443 17,551 64,574
66,861 62,659 85,606
เพชรบุรี 9,255 10,116 11,742 89,304 80,210 1,191,143
ประจวบครี ีขนั ธ์ 34,448 35,651 34,545 1,179,338 1,193,737
กลมุ่ จงั หวดั 43,703 45,767 46,287 7.2
7.6 6.7
ประเทศ 608,094 626,171 645,261
สดั สว่ นกลมุ่ จงั หวัด 7.2 7.3 7.2
ตอ่ ประเทศ
ท่ีมา: สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร 2560
ด้านทอ่ งเท่ียว
การท่องเท่ียวของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีศักยภาพสูงในการพัฒนาและเติบโตอย่าง
ตอ่ เน่อื ง ทงั้ น้ีเป็นผลมาจากพ้นื ฐานของทรพั ยากรธรรมชาติ และทรัพยากรด้านวิถีชุมชน ท่ีมีความอุดมสมบูรณ์
ของพื้นท่ี ซ่ึงส่วนใหญ่ยังเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยท่ีประทับใจในเส้นทางท่องเท่ียวท่ีมีความหลากหลาย
ท้ังการทอ่ งเท่ยี วทางธรรมชาติ ศิลปวฒั นธรรม ประวตั ิศาสตร์ และวถิ ชี วี ิตของชุมชนประกอบกบั ตาแหน่งท่ีต้ังที่
อยู่ใกล้เมืองหลวง ทาให้กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ติดอันดับแรก ๆ ของสถานท่ีตากอากาศสาหรับ
ชาวกรงุ เทพมหานครมาต้งั แตอ่ ดีตจนถงึ ปจั จบุ ัน
แผนพฒั นากลมุ่ จังหวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
19
สถิติการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ปี 2557-2559 มีแนวโน้มของจานวนผู้มา
เย่ียมเยือนเพ่ิมข้ึนอย่างต่อเน่ืองทุกปี โดยพบว่า จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม มีจานวนนักท่องเท่ียว
ค่อนข้างน้อย เนื่องด้วยมีทาเลท่ีตั้งใกล้กับกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเน้นการท่องเท่ียวแบบวันเดียว
หรือไปเช้าเย็นกลับ จึงไม่มีการเข้าพักค้างคืน ซึ่งการท่องเที่ยวในลักษณะน้ีนั้น ไม่สามารถรวบรวมข้อมูลเชิง
สถิติไดอ้ ยา่ งครบถ้วนสมบูรณ์
จานวนผู้มาเย่ียมเยือนของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 แยกรายจังหวัด พ.ศ 2557-2559
จานวนผมู้ าเยย่ี มเยอื น (คน)
จงั หวัด 2557 2558 2559
สมทุ รสาคร 1,313,807 1,410,224 1,443,746
สมทุ รสงคราม 1,288,422 1,498,471 1,598,052
เพชรบุรี 5,700,319 5,923,321 6,156,485
ประจวบครี ีขันธ์ 4,660,994 4,835,371 4,979,804
กลมุ่ จงั หวัด 12,963,542 13,667,387 14,178,087
ที่มา: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พ.ศ. 2559
ซ่ึงสอดคล้องกับสถิตจิ านวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพานักในสถานตากอากาศต่าง ๆ ในพ้ืนที่กลุ่มจังหวัด
ภาคกลางตอนล่าง 2 โดยพื้นท่ีท่ีมีกิจกรรมทางการท่องเท่ียวที่หลากหลายและน่าสนใจน้ันจะสามารถดึงดูด
นักท่องเท่ียวให้ใช้เวลาพานักอยู่ในพ้ืนท่ีได้ยาวนานย่ิงขึ้น ก่อเกิดผลดีต่อภาพรวมด้านการท่องเท่ียวของพ้ืนที่
และสามารถสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มจังหวัดฯเพิ่มมากข้ึน โดยสังเกตได้ว่านักท่องเท่ียวจะใช้เวลาพานักอยู่ใน
จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนาของประเทศไทย เช่น จังหวัดภูเก็ต หรือ ชลบุรี (พัทยา) นานกว่าจังหวัด
ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ที่นักท่องเท่ียวจะใช้เวลาท่องเที่ยวและเข้าพักมากที่สุด ได้แก่ จังหวัด
ประจวบคีรีขันธ์ และ เพชรบุรี ซึ่งข้อมูลดังกล่าวแสดงถึงโอกาสในการพัฒนากิจกรรมการท่องเท่ียวใน
กลุม่ จงั หวัด ฯ เพื่อยืดระยะเวลาในการทอ่ งเทยี่ วในพนื้ ทกี่ ลมุ่ จังหวัดภาคกลางตอนลา่ ง 2 ให้มากขึน้
จานวนวันที่เข้าพักของนักท่องเท่ียวในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 แยกรายจังหวัด ปีพ.ศ. 2559
จงั หวัด จานวนนักทอ่ งเทยี่ วทเี่ ข้าพกั จานวนนกั ทอ่ งเทยี่ ว (คน) วนั พกั เฉลย่ี (วนั )
คนไทย ตา่ งชาติ
สมทุ รสาคร 657,223 655,808 1,415 1.65
575,384 6,158 1.83
สมทุ รสงคราม 581,542 2,275,324 335,548 2.53
2,152,976 784,882 3.02
เพชรบุรี 2,610,872 5,659,492 1,128,003
ประจวบครี ีขนั ธ์ 2,937,858
ภาคกลางตอนลา่ ง 2 6,787,495
ท่ีมา: กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา พ.ศ. 2559
แผนพฒั นากลมุ่ จังหวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
20
แม้วา่ ธรุ กิจการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 จะไม่ได้เป็นพ้ืนท่ีหลักในการสร้างรายได้
จากการท่องเท่ียวให้กับประเทศ เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเท่ียวส่วนมากยังเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย แต่จัดได้
ว่าเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพในการพัฒนาด้านการท่องเท่ียวอีกมาก ท้ังในส่วนของความหลากหลายในรูปแบบ
การท่องเท่ียว ความสะดวกในการเดินทางมาท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติและสังคมท่ียังค่อนข้างมี
ความสมบูรณ์ ประกอบกับแนวคิดในการดึงดูดนักท่องเที่ยวของนักธุรกิจรุ่นใหม่ ส่งผลให้ประเด็นเรื่อง
“การท่องเที่ยว” ยังคงเป็นประเด็นสาคัญที่จะเป็นรากฐานท่ีม่ันคงในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบ
เศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 โดยการนาเสนอเส้นทางการท่องเท่ียวรูปแบบใหม่ ๆ ของ
กล่มุ จังหวดั ฯ ซ่ึงเป็นการผสมผสานระหว่างมนต์เสน่ห์ของการท่องเที่ยวทางทะเล ความสมบูรณ์ของธรรมชาติ
และความน่าสนใจของวถิ ีชีวติ ชมุ ชนไดอ้ ยา่ งลงตวั
รายได้จากการท่องเท่ียวของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ปี งบประมาณ 2558-2560
รายไดจ้ ากการทอ่ งเทย่ี ว (ลา้ นบาท)
จงั หวัด 2558 2559 2560
สมทุ รสาคร 2,153 2,238 2,381
สมทุ รสงคราม 1,808 2,046 2,234
เพชรบรุ ี 20,302 21,527 22,782
ประจวบครี ีขนั ธ์ 27,735 29,158 30,672
กลมุ่ จงั หวัด 51,998 54,969 58,070
ที่มา: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พ.ศ. 2560
ด้านการค้าชายแดน
ด่านสิงขร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์กับด่านมูด่อง จังหวัดมะริด นับเป็นจุดเช่ือมต่อความสัมพันธ์
ทางด้านวัฒนธรรม ประเพณี รวมท้ังด้านการค้าการลงทุนระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพ
เมียนมา มาเปน็ เวลาช้านาน ในอดีตเปน็ เพยี งค้าขายกันระหว่างชุมชนด่านสิงขรกับชุมชนมูด่อง จนต่อมาได้รับ
การยกฐานะเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้าเมื่อปี พ.ศ. 2541 และยกระดับเป็นจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร
ในปี พ.ศ. 2558 โดยมีมูลค่าการนาเข้าและส่งออกสินค้าผ่านด่านสิงขรเฉลี่ยอยู่ท่ี 123-197 ล้านบาทต่อปี
ซง่ึ มมี ูลค่าไม่มากนกั เน่ืองจากเส้นทางคมนาคมในฝ่งั เมียนมาไมส่ ะดวก
ปัจจุบันมีการปรับปรุงเส้นทางในฝ่ังเมียนมาร์จากด่านสิงขรไปจังหวัดมะริดระยะทาง 180 กิโลเมตร
ส่งผลให้มูลค่าการค้าชายแดนด่านสิงขรในปีพ.ศ. 2560 เพ่ิมข้ึนถึง 486 ล้านบาท ดังตารางท่ี 3-24 โดย
ภาครฐั และเอกชนของเมยี นมาเป็นผูด้ าเนนิ การคาดวา่ แล้วเสร็จในปี 2562 ซึ่งคาดการณ์ว่าหากเปิดด่านถาวร
ได้ ผนวกกบั เส้นทางคมนาคมแล้วเสร็จทง้ั ระบบ จะทาให้มูลคา่ การนาเขา้ -สง่ ออกเพ่ิมขึ้นแบบก้าวกระโดด และ
ส่งผลใหก้ ารส่งออกสินค้าประมงจากเมอื งมะริดมายงั ฝง่ั ประเทศไทยสะดวกรวดเร็วมากขน้ึ
แผนพัฒนากลมุ่ จังหวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
21
ขอ้ มลู คา่ การคา้ ชายแดนดา่ นสิงขร ปีพ.ศ. 2556-2560
ปี พ.ศ. 2556 2557 2558 2559 2560
มูลคา่ (ลา้ นบาท) 188 125 123 197 486
อตั ราขยายตวั (%) - 33.5 - 2.0 60.5 146.3
ทีม่ า: กรมการค้าตา่ งประเทศ 2560
1.2) ด้านสงั คมและความมัน่ คง
การปกครอง
กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ประกอบด้วยจังหวัด 4 จังหวัด แบ่งเขตการปกครองออกเป็น
25 อาเภอ 217 ตาบล องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน ประกอบดว้ ย องค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด 4 แห่ง เทศบาล
47 แหง่ องคก์ ารบริหารสว่ นตาบล 168 แหง่ ดังน้ี
หนว่ ย : แห่ง
จงั หวัด อบจ. อาเภอ ตาบล เทศบาล อบต.
สมุทรสาคร 1 3 40 12 25
สมทุ รสงคราม 1 3 36 9 26
เพชรบรุ ี 1 8 93 15 69
ประจวบคีรขี ันธ์ 1 8 48 15 48
แหลง่ ข้อมลู : กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย 2560
ประชากร
สถิติประชากรในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 พ.ศ. 2558-2560
จงั หวดั รายการข้อมูล 2558 2559 2560
สมุทรสาคร ประชากรรวม 545,454 556,719 568,465
ชาย 263,436 268,832 274,645
หญิง 282,018 287,887 293,820
สมุทรสงคราม ประชากรรวม 194,376 194,069 193,902
ชาย 93,405 93,179 93,084
หญิง 100,971 100,890 100,818
เพชรบรุ ี ประชากรรวม 478,589 480,652 482,375
ประจวบครี ีขันธ์ ชาย 231,747 232,821 233,665
หญิง 246,842 247,831 248,710
ประชากรรวม 534,719 539,534 543,979
ชาย 264,901 267,149 269,102
กลมุ่ จงั หวดั หญิง 269,818 272,385 274,877
ประชากรรวม 1,753,138 1,770,974 1,788,721
ชาย
853,489 861,981 870,496
หญงิ 899,649 908,993 918,225
ท่ีมา: กรมการปกครอง พ.ศ. 2560
แผนพฒั นากลุ่มจังหวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
22
สดั สว่ นประชากรสูงอายขุ องกลุม่ จงั หวดั ภาคกลางตอนลา่ ง 2 รายจงั หวัด ปี พ.ศ. 2560
เพศ จานวนประชากรทง้ั หมด จานวนประชากรผสู้ งู อายุ 60 ปขี ้นึ ไป รอ้ ยละ
จงั หวดั ชาย หญงิ รวม ชาย หญงิ รวม 13.7
20.8
สมุทรสาคร 274,645 293,820 568,465 33,429 44,363 77,792 17.3
14.8
สมุทรสงคราม 93,084 100,818 193,902 16,613 23,697 40,310 16.7
เพชรบรุ ี 233,665 248,710 482,375 35,463 47,806 83,269 15.5
ประจวบครี ขี ันธ์ 269,102 274,877 543,979 35,830 44,655 80,485
กลมุ่ จงั หวัด 595,851 624,405 1,220,256 87,906 116,158 204,064
ประเทศไทย 32,464,906 33,723,597 66,188,503 4,524,021 5,701,301 10,225,322
ทีม่ า: กรมกิจการผู้สงู อายุ พ.ศ. 2560
สถานีตารวจ
กล่มุ จงั หวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มสี ถานตี ารวจรวม 41 สถานี แบง่ พนื้ ที่จงั หวดั ดงั ตอ่ ไปน้ี
จังหวัดสมุทรสาคร 5 แห่ง คือ 1) สถานีตารวจภูธรเมืองสมุทรสาคร 2) สถานีตารวจภูธร
กระทมุ่ แบน 3) สถานีตารวจภธู รบา้ นแพ้ว 4) สถานีตารวจภธู รบางโทรดั 5) สถานตี ารวจภธู รโคกขาม
จังหวัดสมุทรสงคราม 5 แห่ง คือ 1) สถานีตารวจภูธรสมุทรสงคราม 2) สถานีตารวจภูธรอัมพวา
3) สถานตี ารวจภูธรบางคนที 4) สถานตี ารวจภธู รลาดใหญ่ 5) สถานีตารวจภูธรยส่ี าร
จังหวัดเพชรบุรี 14 แห่ง คือ 1) สถานีตารวจภูธรเมืองเพชรบุรี 2) สถานีตารวจภูธรเขาย้อย
3) สถานตี ารวจ ภูธรชะอา 4) สถานตี ารวจภูธรบ้านลาด 5) สถานีตารวจภูธรบ้านแหลม 6) สถานีตารวจภูธร
ทา่ ยาง 7) สถานีตารวจ ภูธรหนองหญา้ ปล้อง 8) สถานีตารวจภูธรแกง่ กระจาน 9) สถานีตารวจภูธรหนองจอก
10) สถานีตารวจภูธรท่าไม้รวก11) สถานีตารวจภูธรหาดเจ้าสาราญ 12) สถานีตารวจภูธรบางตะบูน
13) สถานีตารวจภธู รไรส่ ะท้อน 14) สถานตี ารวจภธู รราชภฏั (สาขาย่อย)
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 17 แห่ง คือ 1) สถานีตารวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ 2) สถานี
ตารวจภูธรหัวหิน 3) สถานีตารวจภูธรหนองพลับ 4) สถานีตารวจภูธรปราณบุรี 5) สถานีตารวจภูธรปากน้า
ปราณ
6) สถานีตารวจภูธรสามร้อยยอด 7) สถานีตารวจภูธรไกลกังวล 8) สถานีตารวจภูธรบางสะพานน้ อย
9) สถานีตารวจภูธร บางสะพาน 10) สถานีตารวจภูธรธงชัย 11) สถานีตารวจภูธรทับสะแก
12) สถานีตารวจภูธรห้วยยาง 13) สถานีตารวจภูธรสามกระทาย 14) สถานีตารวจภูธรกุยบุรี
15) สถานีตารวจภธู รยางชมุ 16) สถานตี ารวจภธู รอา่ วนอ้ ย 17) สถานีตารวจภูธรคลองวาฬ
แผนพัฒนากลมุ่ จังหวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
23
การศกึ ษา มีสถานศกึ ษาทกุ ระดบั รวมทงั้ สน้ิ 787 แห่ง
จงั หวดั สถาบันอดุ มศกึ ษา สถาบนั อาชวี ศกึ ษา
สมุทรสาคร 1. วิทยาลยั ชุมชนสมทุ รสาคร 1. วทิ ยาลัยเทคนคิ สมุทรสาคร
2. วทิ ยาลยั การอาชพี บ้านแพ้ว
สมุทรสงคราม 1. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา วิทยาเขต 1. วิทยาลยั เทคนคิ สมทุ รสงคราม
สมทุ รสงคราม 2. วทิ ยาลัยสารพัดชา่ งสมุทรสงคราม
3. วทิ ยาลัยการอาชพี อมั พวา
เพชรบรุ ี 1. มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบุรี 1. วิทยาลยั เทคนิคเพชรบุรี
2. มหาวทิ ยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศ 2. วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาเพชรบุรี
เพชรบรุ ี 3. วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี
3. มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด วิทยา เพชรบุรี
เขตหัวหิน (อ.ชะอา) 4. วทิ ยาลยั สารพดั ชา่ งเพชรบรุ ี
4. มหาวิทยาลัยเวบ็ สเตอร์ 5. วทิ ยาลัยการอาชีพเขายอ้ ย
6. วิทยาลยั การอาชีพบ้านลาด
7. วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ
วังไกลกังวล (อ.ชะอา)
ประจวบครี ีขนั ธ์ 1. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงครัตน 1. วทิ ยาลยั เทคนคิ ประจวบคีรขี นั ธ์
โกสนิ ทร์ วิทยาเขตวังไกลกงั วล 2. วิทยาลัยการอาชพี วังไกลกังวล
2. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต วิทยาเขตหัว 3. วิทยาลยั การอาชีพบางสะพาน
หิน 4. วิทยาลยั การอาชีพปราณบุรี
ตารางแสดงรายชือ่ และจานวนสถาบนั อุดมศกึ ษาของรฐั ในพนื้ ท่ีกลุ่มจังหวดั ภาคกลางตอนล่าง 2
ศาสนา ประชาชนส่วนใหญ่นับถอื ศาสนาพทุ ธ มศี าสนสถานจานวน 738 แห่ง ประกอบดว้ ย
วดั 687 แห่ง มัสยดิ 25 แห่ง และโบสถ์ครสิ ต์ 26 แห่ง
สาธารณสุข มีสถานบริการสาธารณสขุ ภาครฐั / เอกชน ทัง้ ส้นิ จานวน 331 แห่ง
แยกเป็นโรงพยาบาล 29 แห่ง สถานอี นามัย / ศนู ย์บรกิ ารสาธารณสขุ 302 แห่ง
โครงสร้างพ้ืนฐานและสาธารณูปโภค
ไฟฟ้า
จากข้อมูลสถิติผู้ใช้ไฟฟ้าและการจาหน่ายพลังงานไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ.
2556 - 2560 พบว่า กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีแนวโน้มปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า
เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2560 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีปริมาณการใช้
ไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 11,570 ล้านหน่วย จากจานวนผู้ใช้ไฟฟ้า 735,693 ราย สาหรับจังหวัดที่มี
จานวนผู้ใช้ไฟฟ้ามากที่สุด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร 247,145 ราย ประจวบคีรีขันธ์
222,641 ราย เพชรบุรี 199,306 ราย และสมุทรสงคราม 66,601 ราย ตามลาดับ ดังน้ี
แผนพัฒนากล่มุ จงั หวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
24
จานวนผู้ใช้ไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้าท่ีใช้ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 พ.ศ. 2556 – 2560
จงั หวดั รายละเอยี ด 2556 2557 2558 2559 2560
สมุทรสาคร จานวนผู้ใชไ้ ฟฟา้ (ราย) 216,269 223,722 231,697 239,255 247,145
พลงั งานไฟฟา้ ที่ใช้ 7,277 7,405 7,646 7,932 8,025
(ลา้ นหน่วย) 59,589 61,527 63,139 65,020 66,601
สมุทรสงคราม จานวนผูใ้ ชไ้ ฟฟา้ (ราย)
พลงั งานไฟฟา้ ท่ีใช้ 322 351 379 403 415
(ลา้ นหน่วย)
เพชรบรุ ี จานวนผู้ใชไ้ ฟฟา้ (ราย) 173,650 180,423 186,502 193,627 199,306
พลงั งานไฟฟา้ ที่ใช้ 1,263 1,309 1,318 1,395 1,465
(ลา้ นหนว่ ย)
ประจวบคีรขี ันธ์ จานวนผู้ใชไ้ ฟฟา้ (ราย) 196,003 204,451 211,656 217,641 222,641
พลงั งานไฟฟา้ ทีใ่ ช้ 1,509 1,474 1,494 1,625 1,665
(ลา้ นหน่วย)
กลุ่มจงั หวดั จานวนผู้ใช้ไฟฟา้ (ราย) 645,511 670,123 692,994 715,543 735,693
พลังงานไฟฟา้ ทใ่ี ช้ 10,372 10,539 10,837 11,356 11,570
(ล้านหนว่ ย)
ที่มา: การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 2560
ประปา จากข้อมูลสถิติการผลิตและการจาหน่ายน้าประปาของการประปาส่ว นภูมิภาค
ปีงบประมาณ 2556 – 2560 พบว่ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีแนวโน้มปริมาณการใช้
นา้ ประปาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2560 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีปริมาณการใช้
น้าประปารวมทั้งสิ้น 128 ล้านลบม. จากจานวนผู้ใช้น้าประปา 272,474 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัด
สมุทรสาคร 125,941 ราย ประจวบคีรีขันธ์ 62,312 ราย เพชรบุรี 52,040 ราย และสมุทรสงคราม
32,181 ราย ตามลาดับ ดังนี้
แผนพฒั นากลมุ่ จังหวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
25
จานวนผู้ใช้นา้ และปริมาณนา้ ที่ใช้ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 พ.ศ. 2556 – 2560
จงั หวัด รายละเอยี ด 2556 2557 2558 2559 2560
97,076 104,221 111,234 119,362 125,941
สมุทรสาคร ผใู้ ช้นา (ราย)
91
ปริมาณการใช้ (ลา้ นลูกบาศกเ์ มตร) 80 81 85 89 32,181
สมุทรสงคราม ผใู้ ช้นา (ราย) 26,992 28,360 29,687 31,073 9
52,040
ปริมาณการใช้ (ลา้ นลกู บาศกเ์ มตร) 7789
13
เพชรบรุ ี ผใู้ ช้นา (ราย) 44,931 46,348 48,373 50,261 62,312
ปริมาณการใช้ (ล้านลกู บาศกเ์ มตร) 12 13 13 14 16
272,474
ประจวบครี ีขันธ์ ผใู้ ช้นา (ราย) 48,189 51,387 55,178 58,799
128
ปริมาณการใช้ (ล้านลกู บาศกเ์ มตร) 12 13 14 16
กลมุ่ จงั หวดั ผใู้ ช้น้า (ราย) 217,188 230,316 244,472 259,495
ปรมิ าณการใช้ (ลา้ นลกู บาศกเ์ มตร) 111 114 120 126
ท่ีมา: การประปาส่วนภูมิภาค 2560
3) ด้านทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม
ทรัพยากรธรรมชาติของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนลา่ ง 2 ประกอบด้วย ดิน ป่าไม้ ทะเล และชายฝ่ังที่
มคี วามสาคญั เช่อื มโยงตอ่ การประกอบอาชพี เพาะปลูก การประมง การท่องเที่ยว ท่ีสร้างรายได้ให้กับประชากร
ในพ้ืนท่ี โดยในชว่ งเวลาท่ีผ่านมา ประเด็นปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติของกลุ่มจังหวัดฯ ท่ีสาคัญอันดับแรก
คือ ปัญหาชายฝั่งทะเลถูกทาลาย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน การประกอบ
อาชีพการเกษตร และการทอ่ งเที่ยวด้วย ด้านปัจจยั ภายนอกท่ที วีความสาคัญเพิ่มข้ึน คือ วิกฤตการณ์ภาวะโลก
รอ้ นทก่ี าลงั ส่งผลกระทบตอ่ ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มอย่างหลกี เลย่ี งมิได้
์ ร สี า ร เ น หา พี
นมี ามห า ห ายสามาร า • หา นเ ม มี รมา เ เ ียมมา เ น
• หา นเ รีย มี า าม น น
รพยา ร น ารเ ร ห ายร านา พ ม • หา น ราย ม มนา ร า าหาร า
• หา น น มีเ หน ร ยา าร พร น
พร
41.5% พน ี หม เ นพน ี า •พน ี า ายเ น ายสภาพเ น เ เน า
น ม เ ร สนาพ เ า ยา รน ร เ น
รพยา ร า ม พน ี า ายเ น ร มา 0.63%
เ านาน
รพยา ร เ พน ี าย เ เ น ห เ ยี • เ เ า าย เพม น
าย • รพยา ร รรม า าย น เ
า าย
น าร
แผนภาพแสดงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละประเดน็ สาคัญของกลุ่มจงั หวัดภาคกลางตอนล่าง 2
แผนพฒั นากลุม่ จงั หวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
26
ทรัพยากรดิน
ลักษณะของดินในแต่ละจังหวัดของกลุ่มจังหวัดฯ มีความหลากหลายสามารถทาการเกษตรได้หลาย
รูปแบบ ทั้งทานา ปลูกพืชไม้ผล พืชไร่โดยจากข้อมูลการใช้ประโยชน์ท่ีดินของกรมพัฒนาที่ดิน พบว่าการใช้
ประโยชนท์ ี่ดนิ ในพ้ืนทขี่ องกลุ่มจงั หวดั ภาคกลางตอนลา่ ง 2 สว่ นใหญเ่ ป็นพนื้ ทีเ่ กษตรกรรม และปา่ ไม้
จงั หวัด ลักษณะของดินในแต่ละจงั หวัดของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนลา่ ง 2
สมทุ รสาคร
และสมุทรสงคราม ลกั ษณะดนิ
เพชรบรุ ี สามารถจาแนกออกไดเ้ ปน็ 2 ส่วน ได้แก่
ดนิ ท่ีมลี ักษณะเป็นดินเลน อยู่ในพ้ืนที่ท่ีติดทะเล เน้ือดินเค็มจัด เป็นดินเหนียว โดยทั่วไปจะเป็น
พ้นื ทีส่ าหรับทานาเกลือ เพาะเล้ียงกุ้ง เล้ียงปลากะพง และปลาน้ากร่อยต่าง ๆ พ้ืนท่ีบางส่วนใช้
ทาสวนมะพรา้ ว
ดนิ เหนียวซึ่งมีดนิ รว่ นปน อยู่ในพ้ืนที่ที่อยู่ไกลจากทะเลออกไป ทั้งที่น้าทะเลท่วมถึง และท่วมไม่
ถงึ ใชเ้ ป็นที่ทาการเกษตรกรรม ปลูกพืชผัก ผลไม้ และไมด้ อก
ลักษณะดินของจังหวัดส่วนใหญ่เป็นดินเหนียวและดินเหนียวปนทรายในพื้นที่บริเวณที่ราบ
ตอนกลางของจงั หวดั
ดินเหนยี วถงึ ดนิ ร่วนปนกรวดและเศษหินในบรเิ วณที่ราบสูงทางด้านตะวันตก
ดนิ ร่วนเหนยี วในบริเวณพื้นทีร่ าบชายฝงั่ ทะเลทางดา้ นตะวนั ออก
ประจวบครี ีขันธ์ ลกั ษณะการเกิดของดนิ จาแนกได้ ดังนี้
ดนิ เหนียว-ดนิ ทรายหรือดินทรายในเปลือกหอยทะเลสว่ นบรเิ วณรมิ ชายฝง่ั ทะเลนา้ ทะเลพัดทราย
ลงมากองไว้
ดินร่วนปนทราย อาจจะมีดินเหนียวเป็นจุดบริเวณท่ีราบสองฝ่ังน้า หรือพ้ืนที่ที่เป็นลูกคลื่นลอน
ลาดกง่ึ ลาดชัน
ดินทราย หรือหินค่อนข้างเป็นทราย พบในบริเวณพ้ืนที่ใกล้ภูเขา เกิดจากการสลายตัวอยู่กับที่
ของดนิ เนอื้ หยาบ ไดแ้ ก่ หนิ ทราย หรือหินแกรนิตทาใหเ้ กิดดนิ
ทรพั ยากรป่าไม้
กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีพ้ืนที่ป่าไม้ทั้งหมด 3,962,647.31 ไร่ ป่าชายเลนทั้งหมด
28,274 ไร่ ประกอบดว้ ย
จ.สมุทรสาคร พ้ืนที่ป่า 22,589.99 ไร่ พ้ืนท่ีป่าชายเลน 16,208
ไร่
จ.สมุทรสงคราม พ้นื ทีป่ า่ 17,8630.54 ไร่ พ้ื น ที่ ป่ า ช า ย เ ล น
2,570 ไร่
จ.เพชรบรุ ี พน้ื ท่ีป่า 2,203,748.91 ไร่ พื้ น ท่ี ป่ า ช า ย เ ล น
1,625 ไร่
จ.ประจวบคีรขี นั ธ์ พน้ื ท่ปี า่ 1,500,768 ไร่ พ้ื น ท่ี ป่ า ช า ย เ ล น
7,871 ไร่
แผนพฒั นากลุม่ จงั หวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
27
พ้ืนที่ป่าของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 พ.ศ. 2557-2559
จงั หวัด 2557 2558 2559
สมทุ รสาคร 23,049 24,031 22,590
สมทุ รสงคราม 19,293 18,094 17,831
เพชรบรุ ี 2,208,322 2,203,794 2,203,742
ประจวบครี ีขนั ธ์ 1,470,326 1,489,963 1,500,769
กลมุ่ จงั หวัด 3,720,989 3,735,883 3,744,931
ประเทศไทย 102,285,401 102,240,982 102,174,805
ที่มา: กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2559
กัดเซาะชายฝ่ัง
พน้ื ทข่ี องทุกจังหวดั ในกลมุ่ ภาคกลางตอนลา่ ง2 ติดกับทะเล มีเส้นทางที่ต่อเนื่องกันในเขตชายฝ่ังทะเล
อ่าวไทย บริเวณตลอดแนวชายฝั่งมีความอุดมสมบูรณ์เป็นท่ีอยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด และเกิดการประกอบ
อาชีพท่ีเกี่ยวข้องกับทรัพยากรชายฝ่ังตามเขตพ้ืนท่ีต่าง ๆ และมีสถานท่ีท่องเที่ยวท่ีน่าสนใจ อาทิ แหล่งดูนก
นาเกลือ ทะเลโคลน ป่าชายเลน และทะเลท่ีสวยงาม อย่างไรก็ตามปัญหาการกัดเซาะชายฝ่ังทะเล ทาให้พื้นท่ี
ทาการเกษตร ป่าชายเลน ถูกทาลาย กลายสภาพเป็นทะเลมากขึ้นทุกปี และยังขาดแนวป้องกันการกัดเซาะ
รุนแรงสาหรบั จังหวัดเพชรบุรแี ละจังหวดั ประจวบคีรขี นั ธ์
จากการสารวจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง พบว่าการกัดเซาะชายฝั่งทะเลเกิดขึ้นในทุก
จังหวัดรอบอ่าวไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะชายฝ่ังทะเลของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2
ทีม่ คี วามยาวประมาณ 402.8 กิโลเมตร ซ่งึ แนวชายฝ่ังทะเลของกลุ่มจังหวัดฯ ท่ีเกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง
และได้มีการดาเนินการแก้ไขแล้วมีระยะทางประมาณ 146.4 กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 36 ของความยาว
ตลอดชายฝั่งทะเล
จังหวัดสมุทรสาคร มีความยาวตามแนวชายฝ่ังประมาณ 42.04 กิโลเมตร มีการดาเนินการแก้ไข
ปญั หาการกดั เซาะชายฝั่งแล้ว 38.61 กิโลเมตร และพื้นท่ชี ายฝ่ังทะเลอยู่ในสภาพสมดุล 3.43 กโิ ลเมตร
จังหวดั สมุทรสงคราม มีความยาวตามแนวชายฝ่ังประมาณ 24.23 กิโลเมตร มีการดาเนินการแก้ไข
ปัญหาการกดั เซาะชายฝัง่ แล้ว 15.54 กโิ ลเมตร และพน้ื ทีช่ ายฝัง่ ทะเลอยู่ในสภาพสมดุล 8.69 กโิ ลเมตร
จงั หวัดเพชรบุรี มีความยาวตามแนวชายฝั่งประมาณ 89.71 กิโลเมตร มีการดาเนินการแก้ไขปัญหา
การกัดเซาะชายฝั่งแล้ว 41.54 กิโลเมตร และพ้ืนที่ชายฝั่งทะเลอยู่ในสภาพสมดุล 42.57 กิโลเมตร
ยังคงประสบปญั หาการกัดเซาะ 5.60 กิโลเมตร
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความยาวตามแนวชายฝ่ังประมาณ 246.84 กิโลเมตร มีการดาเนินการ
แก้ไขปัญหาการกดั เซาะชายฝั่งแลว้ 50.72 กโิ ลเมตร และพื้นท่ีชายฝ่งั ทะเลอยู่ในสภาพสมดุล 3.43 กิโลเมตร
ยังคงประสบปัญหาการกดั เซาะ 4.49 กิโลเมตร
แผนพฒั นากลมุ่ จังหวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
28
การจัดการป้องกันแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝ่ังของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2
พืน้ ทท่ี ป่ี ระสบปญั หาการกดั เซาะชายฝ่ัง พน้ื ทชี่ ายฝั่งทไี่ ม่มีการกดั เซาะ
พืน้ ทย่ี งั ไม่มีการดาเนนิ การ พ้ืนทตี่ ิดตามตรวจสอบ
แกไ้ ข พน้ื ทมี่ ีการ
จงั หวดั ดาเนนิ การ สะสม สะสม พื้นท่ี พน้ื ที่ พนื้ ท่ี พนื้ ที่
รนุ แรง ปานกลาง นอ้ ย แกไ้ ขแล้ว มาก นอ้ ย สมดุล กอ่ สรา้ ง หวั หาด ปาก
รกุ ลา้ แม่นา้
(กม.) (กม.) (กม.) (กม.) (กม.) (กม.) (กม.) (กม.) (กม.) (กม.)
สมทุ รสาคร --- 38.6 - - 2.6 - - 0.9
1.7
สมุทรสงคราม - - - 15.5 - - 7.0 - - 2.0
1.8
เพชรบรุ ี 3.8 0.6 1.2 41.6 - - 40.6 0.0 - 6.4
ประจวบคีรขี ันธ์ 0.6 0.2 3.7 50.7 1.2 0.5 132.2 0.8 55.1
กลุ่มจงั หวดั 4.4 0.8 4.9 146.4 1.2 0.5 182.3 0.8 55.1
ที่มา: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ปี 2560 (เรม่ิ ดาเนินการแก้ไขปัญหาตงั้ แตป่ ี 2538 - 2560)
แนวโน้มสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 เมื่อเปรียบเทียบ
ข้อมูลการกัดเซาะชายฝ่ังปี พ.ศ 2559 - 2560 พบว่ากลุ่มจังหวัดฯมีแนวโน้มการกัดเซาะลดลง โดยใน
ปี พ.ศ. 2560 พบการกัดเซาะชายฝ่ังระยะทางประมาณ 10.1 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น จังหวัดเพชรบุรี
และประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่ชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะระยะทางประมาณ 5.6 กิโลเมตร และ 4.5 กิโลเมตร
ตามลาดับ ส่วนจังหวัดสมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ไม่พบแนวชายฝ่ังที่ถูกกัดเซาะ ดังน้ี
แนวโน้มสถานการณ์การกัดเซาะชายฝ่ังของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2
ท่ีมา : กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2560
เน่ืองจากการกัดเซาะชายฝ่ัง การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (Climate Change) ภาวะโลก
ร้อน (Global Warming) การรุกล้าพื้นท่ีป่าชายเลน (Mangrove Forest Encroachment) การพัฒนาแหล่ง
ท่องเที่ยวทางทะเลและชายฝั่ง (Coastal and Marine tourism Development ) และการสร้างสิ่งก่อสร้าง
ทางทะเลขนาดใหญ่บริเวณแนวพ้นื ทชี่ ายฝ่งั สง่ ผลใหพ้ ืน้ ท่ปี ่าชายเลนลดลงส่งผลให้สัตว์น้าวัยอ่อนลดลง ทาให้
จานวนทรัพยากรทางทะเลลดปริมาณลงอย่างมาก รายได้และเศรษฐกิจหดตัวตามลาดับชายฝ่ังทะเลบริเวณ
พน้ื ทีก่ ลุ่มจงั หวดั ภาคกลางตอนล่าง 2 ยาวรวมกนั 359 กิโลเมตร ตลอดแนวชายฝั่งมีความอุดมสมบูรณ์ เป็น
ที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด และเกิดการประกอบอาชีพท่ีเก่ียวข้องกับทรัพยากรชายฝ่ังตามเขตพ้ืนท่ีต่าง ๆ
และ มีสถานทีท่ อ่ งเทีย่ วทีน่ า่ สนใจ อาทิ แหล่งดนู ก นาเกลือ ทะเลโคลน ป่าชายเลน และทะเลที่สวยงาม
แผนพฒั นากลุม่ จงั หวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
29
อยา่ งไรก็ตาม ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ทาให้พื้นท่ีทาการเกษตร ป่าชายเลน ถูกทาลาย
กลายสภาพเป็นทะเลมากขึ้นทุกปี และยังขาดแนวปอ้ งกนั การกัดเซาะรนุ แรงสาหรับจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัด
ประจวบคีรีขันธ์และด้วยจังหวัดท่ีอยู่ในพื้นท่ีกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 (สมุทรสาคร/สมุทรสงคราม/
เพชรบรุ /ี ประจวบครี ีขันธ์) ต้ังอยู่บนแนวอ่าวไทยรูปตัว ก จึงส่งผลให้เกิดแรงปะทะและแรงของคลื่นในระดับที่
ส่งผลให้เกิดกัดเซาะแนวชายฝั่ง รวมถึงพ้ืนท่ีป่าชายเลนท่ีลดจานวนลง ทาให้ขาดอนุบาลสัตว์น้าวัยอ่อน และ
แหลง่ ทอ่ งเทีย่ วทางธรรมชาติบริเวณแนวชายหาดท่องเท่ยี วสาคัญ ได้แก่ หาดชะอา หาดหัวหิน หาดเจ้าสาราญ
ถูกกัดเซาะหน้าหาดเป็นบริเวณกว้าง ทาให้ทัศนียภาพอันสวยงามตลอดแนวชายฝ่ังลดลง กลุ่มจังหวัดภาค
กลางตอนล่าง 2 ได้ดาเนินโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอ่าวไทยฝ่ังตะวันตกมา
ต้ังแต่ปี พ.ศ. 2555 -2559 โดยเลือกแนวทางการดาเนินการลดผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝ่ังทะเล
ตามลักษณะภูมิประเทศของพ้ืนที่ ซึ่งจังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงครามจะใช้รูปแบบการปักไม่ไผ่
ชะลอคลื่น ซึ่งเกิดพ้ืนดินงอกจากการตกตะกอนหลังแนวไม้ไผ่ โดยเฉพาะในตาบลบางแก้ว อาเภอเมืองฯ
จงั หวดั สมทุ รสงคราม ส่วนจงั หวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เลือกใช้แนวหินชะลอคล่ืนซ่ึงมีโครงการ
ศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มโครงการปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หาการกัดเซาะบรเิ วณพนื้ ท่ีจงั หวัดเพชรบรุ ีอกี ดว้ ย
แผนทแี่ สดงพ้ืนท่ีถูกกดั เซาะชายฝ่ังอ่าวไทยในบริเวณพื้นทกี่ ลมุ่ จังหวดั ภาคกลางตอนล่าง 2
แผนพัฒนากลมุ่ จงั หวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
30
การกัดเซาะชายฝ่ังทะเลด้านอ่าวไทย เกิดขึ้นในพ้ืนที่ราบน้าข้ึนถึงบริเวณป่าชายเลน สาหรับ
บริเวณหาดทรายส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในพื้นท่ีแหล่งท่องเท่ียว เขตอุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัย จากการสารวจ
พบว่าการกัดเซาะชายฝั่งทะเลเกิดขึ้นในทุกจังหวัดรอบอ่าวไทยโดยมีอัตราการกัดเซาะรุนแรงเฉล่ียมากกว่า
5.0 เมตรต่อปี (ซ่ึงจดั เป็นพ้นื ท่วี ิกฤติหรือพื้นท่ีเร่งด่วน) เกิดข้ึนในพ้ืนท่ีชายฝ่ัง 12 จังหวัด คือ จันทบุรี ระยอง
ฉะเชงิ เทรา สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา
ปตั ตานี และนราธิวาส ระยะทางรวม 180.9 กิโลเมตร หรือประมาณร้อยละ 10.9 ของแนวชายฝั่งทะเลอ่าว
ไทย นอกจากนี้ยังพบว่ามีการกัดเซาะระดับปานกลางอัตราเฉล่ีย 1.0-5.0 เมตรต่อปี (ถือเป็นพื้นที่เส่ียง) ใน
14 จังหวัด คือ ตราด จันทบุรี ชลบุรี ระยอง สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุ
ราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส ระยะทางรวม 305.1 กิโลเมตร หรือประมาณ
ร้อยละ 18.4 ของแนวชายฝัง่ ทะเลอา่ วไทย ท้ังนช้ี ายฝัง่ ทะเลบรเิ วณอ่าวไทยตอนบนต้ังแต่ปากแม่น้าบางปะกง
จงั หวดั ฉะเชิงเทรา จนถึงปากแม่น้าท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร เป็นพ้ืนท่ีท่ีมีความอ่อนไหวและมีการกัดเซาะข้ัน
รนุ แรงมากทส่ี ดุ บางพนื้ ทม่ี ีอัตราการกดั เซาะชายฝ่ังมากกวา่ 25 เมตรต่อปี
1.3ประเดน็ ปัญหาและความต้องการเชิงพื้นท่ี
ประเด็นท่ี 1 ชายฝ่ังทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันตก ประสบปัญหาการกัดเซาะอย่างรุนแรง วิกฤตและ
ต่อเน่ืองโดยเฉพาะบริเวณตั้งแต่จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ที่มีชายฝ่ังทะเล
ยาวต่อเน่ืองประมาณ 359 กิโลเมตร ปัญหาการกัดเซาะชายฝ่ังทะเลของท้ัง 4 จังหวัดเฉล่ียปีละประมาณ
5 เมตร สร้างความเสียหายท้ังทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรการประมงชายฝั่ง และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ
ซ่ึงส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและวิถีชีวิตของชุมชน และมีผลกระทบต่อความสวยงามของชายฝ่ังทะเล
ซ่ึงเป็นแหลง่ ทอ่ งเทีย่ วท่สี าคัญ สรา้ งความเสยี หายต่อการท่องเท่ยี วและเศรษฐกิจในภาพรวมของกลุ่มจงั หวดั
ประเด็นที่ 2 ปัญหาเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัด กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2
มีศักยภาพสูงในการเปน็ แหล่งท่องเทีย่ วทมี่ คี วามหลากหลาย ท้ังทรัพยากรธรรมชาติ (ภูเขา สัตว์ป่าและพันธ์ุพืช
แมน่ ้า ชายหาด ฯลฯ) สถานท่ีทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และมีความพร้อมด้านบริการ โดยมีโครงการ
พระราชดาริ มีความเป็นอัตลักษณ์ มีสินค้า OTOP และกิจกรรมนันทนาการท่ีภาคเอกชนได้ริเริ่ม เป็นแหล่ง
ผลิตสินค้าและอาหารโดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตร และมีความพร้อมในด้านการบริการการท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ความเช่ือมโยงของระบบการท่องเท่ียวและพ้ืนที่เศรษฐกิจยังไม่ครบถ้วนเพียงพอ ระบบการ
เดินทางระหว่างแหล่งท่องเที่ยวยังไม่ทั่วถึงและมีปัญหาการจราจรในช่วงวันหยุดหรือช่วงเทศกาล โดยเฉพาะ
อย่างย่ิงช่วงที่เช่ือมต่ออาเภอชะอาและอาเภอหัวหิน ดังนั้น การก่อสร้างเส้นทางเช่ือมโยง
แหล่งท่องเท่ียวจึงเป็นประเด็นสาคัญเร่งด่วนที่จะต้องดาเนินการ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลให้ความสาคัญ โดยมีการ
กาหนดแผนแม่บทพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาการท่องเท่ียวฝ่ังทะเลตะวันตก (The Royal Coast หรือ
Thailand Riviera) พ.ศ.2560-2564 ซึ่งมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว และเป็นสถานท่ีท่องเที่ยวท่ี
สามารถเขา้ ถงึ ไดโ้ ดยรถยนต์
แผนพฒั นากล่มุ จังหวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
31
นอกจากนั้น เพ่ือเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจให้เป็นระบบเชื่อมโยงสู่การเปิดตัวของ AEC
กลุ่มจังหวัดควรดาเนินการสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับองค์กรที่เก่ียวกับการผลิต
การคา้ และการทอ่ งเทีย่ ว ณ จดุ ผ่านแดนไทย-เมียนมาร์ 5 จุดท่ีสาคัญ (จังหวัดระนอง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดตาก และจังหวัดเชียงราย) ในระยะเริ่มต้นก่อน แล้วจึงขยายไปยังประเทศอื่นๆ
โดยดาเนินการใหเ้ ปน็ รูปธรรมในลกั ษณะของการทา MOU
ประเดน็ ท่ี 3 ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางการประมง เนื่องจากการทาการประมงที่ผ่านมาเกิน
ศักยภาพในการผลิตของธรรมชาติ และมีการทาลายแหล่งท่ีอยู่อาศัย/หลบภัย และเลี้ยงตัวอ่อนของสัตว์น้า
ส่งผลให้ปริมาณสัตว์น้ามีปริมาณลดลง ชาวประมงไทยในปัจจุบันต้องเดินทางไปจับปลาในมหาสมุทรอินเดีย
ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง นอกจากนั้นยังส่งผลต่อชาวประมงชายฝั่งที่จับสัตว์น้าได้น้อยลง แต่อย่างไรก็ตาม
ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางการประมงเป็นทรัพยากรประเภทสามารถฟ้ืนฟูได้ และวิธีท่ีได้ดาเนินการ
มาอย่างต่อเน่ือง ได้แก่ การสร้างปะการังเทียมเพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล ซ่ึงการดาเนินงานท่ีผ่าน
มายังไม่เพียงพอ จึงมีแผนงานการดาเนินโครงการอย่างต่อเน่ือง ท้ังยังมีผลการศึกษาวิจัยที่แสดงถึงผลสัมฤทธ์ิ
จากโครงการก่อสร้างปะการังเทียมดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม โดยกลุ่มจังหวัดจะมีการเพ่ิมการสร้างแหล่งท่ีอยู่
อาศัยของสัตว์น้าจืด ซ่ึงจะเป็นการฟ้ืนฟูระบบนิเวศในระยะยาว รวมถึงรูปแบบการอนุรักษ์สัตว์น้าอื่นๆ
ทีเ่ หมาะสมตามลกั ษณะพน้ื ท่ีและความต้องการของชาวประมงดว้ ย
ประเด็นที่ 4 ด้านการผลิตสินค้าการเกษตรท่ีปลอดภัยได้มาตรฐาน กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2
มีศักยภาพในการผลิตสินค้าด้านการเกษตรซ่ึงเป็นสินค้าท่ีเป็นรายได้หลักของกลุ่มจังหวัด และเป็นอาชีพหลักของ
ประชาชนในกลุ่มจังหวัด (มูลค่ารายได้จากผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร เป็นรองจากภาคอุตสาหกรรม
แต่ภาคอุตสาหกรรมหนาแน่นเพียงจังหวัดสมุทรสาครเท่านั้น) การเปิดตลาดในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผลผลิต
และผลิตภณั ฑ์ทางการเกษตรของกลุม่ จงั หวดั ภาคกลางตอนล่าง 2 จะต้องเข้าสู่การแข่งขันกับผลผลิตและผลิตภัณฑ์
จากภูมิภาคอื่นๆ ดังนั้น เพ่ือรักษาฐานรายได้จากผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของกลุ่มจังหวัด กลุ่มจังหวัด
จึงควรให้ความสาคัญกับการพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยได้มาตรฐาน เป็นอัตลักษณ์ ส่งเสริมการตลาด
และความร่วมมือทางการค้า ตลอดท้งั การลดต้นทุนการผลติ เพ่ือเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขนั
แผนพัฒนากลมุ่ จงั หวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
32
ประเด็นปญั หาจากการวิเคราะห์ข้อมูลตัวช้ีวัดตามแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 12
ปญั หา/ความต้องการ ประเดน็ หมายเหตุ
ผลตรวจวดั คณุ ภาพน้าทะเลชายฝง่ั (MWQI) สิ่งแวดล้อม
อบั ดับที่ 5
พื้นท่ีในเขตโครงการชลประทาน ส่วนท่ีได้รับน้าจากระบบส่งน้า สง่ิ แวดล้อม จาก 6 กลุ่มจงั หวดั
และสามารถนาน้าไปใช้เปน็ ประโยชนเ์ พ่อื การเพาะปลูกได้ สิ่งแวดล้อม
ปริมาณน้าต้นทุนกบั ความต้องการใช้นา้ ในชว่ งฤดูแลง้ ของพืน้ ท่ี สง่ิ แวดล้อม อันดบั ที่ 17
สิ่งแวดล้อม ของกลุ่มจงั หวดั
สัดส่วนมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจท่ีเกิดจากภัยธรรมชาติ สง่ิ แวดล้อม อนั ดบั ที่ 17
ต่อมูลค่าผลิตภัณฑม์ วลรวมจังหวัด ของกลมุ่ จังหวัด
พืน้ ที่ป่าชายเลน อนั ดับที่ 11
ของกลมุ่ จังหวัด
สัดสว่ นพ้นื ท่ีป่าเศรษฐกจิ ต่อพนื้ ทีจ่ งั หวดั อับดบั ท่ี 4 จาก
7 กลมุ่ จงั หวดั
สัดส่วนมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคบริการ (นอกเหนือจาก เศรษฐกจิ อันดับที่ 14
บริการภาครัฐ) ต่อผลิตภณั ฑ์มวลรวมทั้งหมด แบบปริมาณลกู โซ่ สังคม ของกลุม่ จงั หวัด
อตั ราผู้เสียชวี ิตจากอบุ ตั เิ หตบุ นทอ้ งถนนตอ่ ประชากรแสนคน อนั ดับท่ี 16
ของกลุ่มจังหวัด
จานวนฟาร์มที่ได้รบั การรับรองมาตรฐานฟาร์ม GAP เกษตร อันดบั ท่ี 14
ของกลุ่มจังหวดั
สดั สว่ นมลู คา่ ผลิตภณั ฑม์ วลรวมภาคเกษตรตอ่ ผลิตภัณฑ์มวลรวม เกษตร อันดับท่ี 12
ทงั้ หมด แบบปรมิ าณลูกโซ่ ของกล่มุ จงั หวัด
อันดับที่ 15
(ท่มี า : http://benchmark.moi.go.th) ของกลมุ่ จังหวดั
1.4 ผลการพัฒนาและแก้ไขปัญหากลมุ่ จังหวัดในช่วงที่ผา่ นมา
จากการวเิ คราะหข์ อ้ มูลและการทาประชาคมจากผู้แทนทุกภาคส่วนจากทั้ง 4 จังหวัด ทั้งในส่วนของ
ความต้องการ ศักยภาพ ตลอดท้ังความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
และทิศทางการพัฒนาของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ที่สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชาติได้กาหนดไว้ ได้เห็นพ้องกันให้กาหนดประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาไว้ 4 ประเด็น
ตามลาดบั ความเรง่ ด่วน ดงั น้ี
ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 1 เสริมสร้างและพัฒนาต้นทุนทางทรัพยากรภาคการเกษตร โดยเน้นบริหาร
จัดการและฟ้ืนฟูทรัพยากรสัตว์น้าให้คงความอุดมสมบูรณ์ และพัฒนาระบบการผลิตและการจัดการสินค้าด้าน
การเกษตร และการพัฒนาขีดความสามารถในการกาจัดแมลงศัตรูพืชอันเป็นปัญหาสาคัญของกลุ่มจังหวัด ตลอด
ทัง้ การถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารผลิตพชื ปลอดภัยใหแ้ ก่เกษตรกร รวมถงึ พัฒนาระบบโครงสร้างพ้ืนฐานเพื่อสนับสนุน
การผลิตที่เช่ือมโยงการค้าและการลงทุน ซึ่งการสร้างต้นทุนดังกล่าวจะทาให้เกิด “ฐาน” ที่จะก่อให้เกิดทั้งข้อ
ได้เปรยี บทางการแขง่ ขันด้านการลงทุน และเปน็ “ฐาน” เพอื่ การสร้างรายได้ใหแ้ ก่ประชาชนในพื้นทีก่ ลุ่มจังหวัด
แผนพฒั นากลุม่ จงั หวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
33
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพสินค้าและบริการ เพื่อการ
ท่องเที่ยว การค้า และพื้นท่ีทางเศรษฐกิจ โดยเน้นหนักการเพิ่มศักยภาพทางการค้า การท่องเที่ยวและ
เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ และสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพแรงงานทั้งในและนอกระบบ การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในภาคส่วนท่ี
เก่ียวข้อง พัฒนาตัวสินค้าและบริการ รวมถึงการเพิ่มศักยภาพและช่องทางการตลาดเพื่อเป็นฐานในการสร้าง
รายได้จากการท่องเทยี่ ว สินคา้ บรกิ าร และผลติ ภัณฑข์ องกลุ่มจังหวดั ฯ
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการป้องกัน
การกัดเซาะชายฝั่งด้วยวิธีท่ีเหมาะสมของแต่ละพ้ืนที่ ได้แก่ การปักไม้ไผ่ชะลอคล่ืนในพ้ืนท่ีจังหวัดสมุทรสาคร
และสมุทรสงคราม การสร้างเขื่อนกันทรายและคล่ืน ในพ้ืนท่ีจังหวัดเพชรบุรี และการเรียงหินใหญ่กันคล่ืนใน
พ้ืนท่ีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซ่ึงการกัดเซาะชายฝั่งทะเลเป็นการสูญเสียดินแดน ทรัพยา กรธรรมชาติ
และทรัพย์สินของประชาชน ราชการ และนักลงทุน ตลอดทั้งก่อให้เกิดการทาลายทรัพยากรการท่องเท่ียว
ซ่งึ ส่งผลกระทบท้ังความม่ันคง เศรษฐกิจ สังคม และส่ิงแวดล้อม จึงมีความจาเป็นจะต้องหยุดการกัดเซาะให้มี
ประสิทธิผล รวมทั้งการเพ่ิมศักยภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท้ังนี้เพ่ือรักษา
“ฐาน” ของการลงทนุ และสร้างรายได้ในพน้ื ท่ี
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 เพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม (innovation) และแนวคิด
เศรษฐกิจสรา้ งสรรค์ (creative economy) อยา่ งยั่งยนื โดยม่งุ เน้นการเพ่มิ ขีดความสามารถในการผลิตและ
การแข่งขันของอุตสาหกรรมและสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัด โดยการสร้างโอกาสใน
การค้าการลงทุน เช่น การสนับสนุนช่องทางการการตลาด การพัฒนาศักยภาพของสินค้าและบริการ และการ
สร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ รวมถึงการเสริมสร้างความรู้ความสามารถในการคิดนวัตกรรมที่สร้างสรรค์อัน
เป็นประโยชน์ต่อการขับเคล่ือนธุรกิจในพ้ืนท่ีกลุ่มจังหวัด ซึ่งเป็นการสร้างฐานที่มีความพร้อมท้ังบุคลากรหรือ
ผูป้ ระกอบการ และการบรหิ ารจัดการทม่ี ปี ระสิทธภิ าพเพ่ือรองรบั การลงทนุ ต่อไป
เพื่อให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 สามารถบรรลุผลตามประเด็น
ยุทธศาสตร์ท่ีกาหนด จึงได้ดาเนินโครงการต่างๆ ที่หลากหลาย ตรงตามความต้องการการแก้ปัญหาและความ
ต้องการการพัฒนาศักยภาพทง้ั ทางดา้ นเศรษฐกิจ สินคา้ ผลติ ภัณฑ์ทางการเกษตร ช่องทางการตลาด ตลอดจน
การดาเนินโครงการด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ยกตัวอย่างโครงการท่ีสอดคล้องกับประเด็น
ยทุ ธศาสตร์ตา่ งๆ ไดด้ ังตอ่ ไปนี้
1. โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตทรัพยากรสัตว์น้า (ปะการังเทียม) สอดคล้องกับประเด็น
ยุทธศาสตร์ที่ 1 ของกลุ่มจังหวัด โดยเสริมสร้างให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรประมง และ
สนับสนุนให้ชุมชนทุกระดับมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการควบคู่ไปกับการใช้มาตรการต่างๆ ให้ครอบคลุม
ปริมาณพ้ืนที่แหล่งน้าที่ได้รับการการจัดการและฟื้นฟูให้คงความอุดมสมบูรณ์ รวมท้ังการส่งเสริมอาชีพ
และขยายโอกาสการทาการประมง โดยการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้า ประมงชายฝ่ังและประมงน้าจืด
ท้ังในระดับพื้นบ้าน และเชิงอุตสาหกรรม ภายใต้กระบวนการเพาะเล้ียงสัตว์น้ามาตรฐานและให้มีความ
ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ถือเป็นการยกระดับราคาสินค้าประมงโดยท้องถ่ินมีส่วนร่วมให้เข้าสู่มาตรฐานสากล
เป็นการสนับสนุนให้อาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าของกลุ่มจังหวัดเป็นอาชีพที่สามารถแข่งขันได้ทางการค้า
โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตทรัพยากรสัตวน้ามุ่งตอบสนองประเด็นยุทธศาสตรของกลุ่มจังหวัดโดยตรง
อย่างชัดเจนและเนื่องจากชาวประมงไดร้ ับความเดือดร้อนจากทรัพยากรสตั วน์ ้าลดลงอย่างรวดเร็วและตอ่ เน่ือง
แผนพัฒนากลุ่มจังหวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
34
สาเหตุมาจากสภาพแวดล้อมท่ีเสื่อมโทรม เคร่ืองมือจับสัตว์น้าถูกพัฒนาศักยภาพให้สามารถทาการประมง
มีประสิทธิภาพเพิ่มมากข้ึน และเกิดการใช้เครื่องมือผิดกฎหมายทาลายสัตว์น้าขนาดเล็กและทาลายกลไก
ของระบบนิเวศท่ีจะผลิตสัตว์น้าโดยธรรมชาติ เกิดการทาลายสัตว์น้าหลายชนิดที่เคยเป็นสัตว์น้าเศรษฐกิจ
ท่นี ักทอ่ งเทยี่ วในประเทศและต่างประเทศนยิ มบริโภค จากเหตแุ ละผลดังกล่าวข้างต้นโครงการน้ีจึงถูกจัดทาขึ้น
เพ่อื นาไปส่กู ารปฏิบตั ิ
ผลการดาเนินงานทผ่ี ่านมา (พ.ศ. 2554 - 2561)
กจิ กรรม งบประมาณ (บาท) ผลผลติ /เปาหมาย สภาพปจจบุ นั
1 . วางแท่งคอนกรตี พร้อม 112,141,950 26,710 แทง่ - ใชการไดดี 80 %
ทนุ่ ลอยเพ่ือใหเ้ ปนแหล่ง อาศัยสตั ว 80,155,850 15,989 แทง่ - ใชการไดดี 80 %
ทะเล (ปะการงั เทยี ม) 110,364,250 23,721 แทง่ - ใชการไดดี 90 %
117,441,150 17,115 แท่ง - ใชการไดดี 90 - 100 %
- สมทุ รสาคร 7,025,500 บาท
- สมทุ รสงคราม 450,000 ตวั -เกษตรกรทผ่ี ่านการอบรม สามารถ
- เพชรบุรี - 12,500 กิโลกรมั เพาะเล้ียงสตั วน้าไดตามหลกั
- 14,000 ตวั วิชาการ
- ประจวบคีรขี ันธ์ - 4,920,000 ตวั - ผลผลิตสตั วน้าเพ่มิ ข้นึ
- 30 %
2. ปล่อยพันธสุ ตั วนา้ ลงสู่แหลง่
น้าธรรมชาติ - การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ
- พันธปุ มู า - จานวนกงุ กามกรามเพมิ่ ขึ้น
- พนั ธปุ ทู ะเล - เกษตรกรพงึ พอใจมาก
เกษตรกรพงึ พอใจมาก
- พนั ธปุ ลากะพง
- พนั ธกุ งุ กามกราม
3. จดั ทาธนาคารกงุ้ กามกราม 230,000 บาท 2 แห่ง
4. ส่งเสรมิ อาชพี เพาะเลยี้ งสัตว์ นา้ แก่ 770,000 บาท 50 ราย
เกษตรกร (ปูทะเล)
2. โครงการป้องกันกาจัดศัตรูมะพร้าว สานักงานเกษตรจังหวัดท้ัง 4 จังหวัด ได้ดาเนินการให้ความ
ช่วยเหลือเกษตรกรในการป้องกันกาจัดศัตรูมะพร้าว โดยชีววิธีมาอย่างต่อเน่ือง ได้แก่ การใช้สารชีวภัณ ฑ์
การตัดทางใบมะพร้าวมาเผาทาลาย ตลอดจนการปล่อยแตนเบียนหนอนอะซีโคเดส เพื่อป้องกันกาจัด
แมลงดาหนาม การปล่อยแตนเบียนไข่ทริโครแกรมม่า และแตนเบียนหนอนบราคอน ในการป้องกันกาจัดหนอน
หัวดามะพร้าว แต่การดาเนินการดังกล่าว พบว่ามีปัจจัยอ่ืนท่ีเป็นอุปสรรคต่อการดาเนินการ ได้แก่ สภาพความ
แห้งแล้งที่ทาให้การระบาดรุนแรงข้ึน สภาพของต้นมะพร้าวท่ีมีลาต้นสูงมาก ยากต่อการจัดการ คุณภาพและ
ราคา ของสารชีวภัณฑ์ และข้อจากัดในการใช้ ตลอดจนการขาดแคลน แตนเบียน ในการจัดการ ซึ่งทาได้ไม่
ครอบคลุมพน้ื ท่ีอย่างต่อเน่ือง โดยเฉพาะเกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจต่อการป้อกันกาจัดศัตรูมะพร้าวโดย
ชีววิธี และยังรอการให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐมากกว่าการช่วยเหลือตนเอง แต่จากการได้รับงบประมาณ
อยา่ งต่อเน่ืองต้งั แต่ปงี บประมาณ 2557-2559 มีแนวโน้มพบวา่ การระบาดดังกลา่ วลดระดบั ลงอยา่ งตอ่ เน่ือง
แผนพฒั นากลุม่ จงั หวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
35
จากการให้ความร่วมมือของเกษตรกรท่ีมีความสนใจและตั้งใจจริง แต่ก็เป็นเกษตรกรเพียงส่วนน้อยเท่าน้ันจาก
จานวนเกษตรกรทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบท้ังหมดเพ่อื ไมใ่ หป้ ัญหาดังกล่าวเกิดข้ึนอกี ต่อไป จึงจาเป็นต้องมีการดาเนินการ
สร้างความรู้ความเข้าใจในการกาจัดศัตรูมะพร้าวแบบผสมผสานและชีววิธี อย่างต่อเน่ืองแก่เกษตรกรผู้ปลูก
มะพร้าวอย่างเร่งด่วน เพ่ือให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการป้องกันกาจัดศัตรูมะพร้าวได้ด้วนตนเอง จึงจะจัดการ
กาจัดศัตรูมะพร้าวให้หมดไปจากพื้นท่ี และควรมีการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่และเกษตรกร
รวมถงึ การหาเทคโนโลยีท่ีเหมาะสมในแต่ละพื้นท่ีในการป้องกันกาจัดศัตรูมะพร้าว โดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วมใน
การดาเนินการ
ผลการดาเนินงานทีผ่ ่านมา (พ.ศ.2557 - พ.ศ.2559)
ปี 2557 งบฯ 5,300,000 บาท ซึง่ ได้ดาเนนิ การดังนี้
- เพิม่ ประสิทธภิ าพการปฏิบตั ิงานของเจาหนาทีเ่ กษตร 240 คน
- ถา่ ยทอดเทคโนโลยีการปองกัน กาจัดโรคและแมลงศัตรมู ะพราวใหเกษตรกร 300 คน
- จัดทาแปลงวนเกษตรในสวนมะพรา้ ว แปลงละ 5 ไร่
100 แปลง
ปี 2558 งบฯ 5,123,000 บาท ซึ่งได้ดาเนนิ การดังนี้
- เพิ่มประสิทธภิ าพการปฏบิ ตั งิ านของเจาหนาทเ่ี กษตร 240 คน
- สัมมนาเชิงปฏิบัติการเพอื่ ศกึ ษาเทคโนโลยีที่เหมาะสม
ระหว่างเจาหนาที่และเกษตรกร 115 คน
- จัดเวทชี ุมชนแลกเปลยี่ นประสบการณ์ เพอื่ หาวิธกี ารป้องกนั กาจัดศตั รมู ะพราว 450 คน
- จัดทาแปลงทดลองเทคโนโลยปี องกันกาจดั ศัตรูมะพราว 200 ไร่
- นาเกษตรกรไปศกึ ษาดงู าน 200 คน
- ผลติ สารชวี ภัณฑและแตนเบยี นของศูนยจดั การศัตรพู ืชชมุ ชน 9 ศูนย์
- ประชาสมั พนั ธดวยปายคทั เอาท์ โปสเตอร์ แผนพับ ชุดนิทรรศการ 4 จงั หวัด
ปี 2559 งบ 3,933,000 บาท ซึ่งไดด้ าเนินการดงั นี้
- เพ่ิมประสทิ ธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สง่ เสรมิ การเกษตร 2 ครง้ั ๆ ละ 230 ราย
- จดั เวทีแลกเปลย่ี นเรยี นรูข้ องเจ้าหน้าทผ่ี ูเ้ ก่ียวข้อง และเกษตรกรผนู้ า เพื่อพฒั นางานป้องกัน
กาจดั ศตั รมู ะพรา้ ว จานวน 3 ครัง้ ๆ ละ 130 ราย
- จดั เวทีชุมชนสาหรบั เกษตรกร 3 ครัง้ ๆ ละ 60 คน
- จัดทาแปลงทดสอบเทคโนโลยกี ารปอ้ งกนั กาจดั ศตั รมู ะพร้าว จานวน 200 ไร่
- ศึกษาดูงาน และร่วมงานวันสาธิต "เทคโนโลยีการป้องกันกาจัดศัตรูมะพร้าว" 2 คร้ัง
ครงั้ ละ 1 วัน 80 ราย
- จัดงานวนั สาธติ "เทคโนโลยีการปอ้ งกันกาจัดศตั รูมะพรา้ ว 2 ครง้ั คร้ังละ 1 วนั
- การผลิตสารชวี ภัณฑ์และแตนเบียนของศูนยจ์ ดั การศัตรพู ืชชมุ ชน
ผลพบว่าปี พ.ศ.2557 - พ.ศ.2559 เกษตรกรมีความรู้ในการจัดการและเตรียมความพร้อม
ในการแก้ไขปัญหาและป้องกันการระบาดของศัตรูมะพร้าวร่วมกันให้ทันท่วงที จึงทาให้ผลผลิต
มะพร้าวเพ่ิมข้ึน และพื้นท่ีการระบาด ของศัตรูมะพร้าวท่ีลดลง เป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร
เพ่มิ ยิ่งขนึ้
ปี 2560 -ไมม่ -ี
ปี 2561 -ไมม่ -ี
แผนพฒั นากลุ่มจังหวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
36
3. โครงการจัดแสดงมหกรรมสินค้า จาหน่าย และเช่ือมโยงการกระจายสินคาระดับภูมิภาค
เป็นโครงการท่ีสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 2 สร้างความเช่ือมโยงการท่องเท่ียว การค้า และพ้ืนท่ี
เศรษฐกิจ โดยโครงการน้ีเป็นผลผลิตจากการวิเคราะห์ SWOT ตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ๒
ท่ีระบุเป็นจุดแข็งคือการเป็นแหล่งอาหารท่ีอุดมสมบูรณ์ การเกษตรปลอดภัยและแปรรูปสินค้าประมง
มีวัตถดุ ิบทางการเกษตร อาหารทะเลที่หลากหลาย มีโรงงานอุตสาหกรรมรองรับปจจัยการผลิตทางการเกษตร
ที่สาคัญ จุดแข็งหรือศักยภาพดังกล่าว นาไปสู่การกาหนดโครงการ เพ่ือขยายโอกาสและสร างรายไดใหแก่
เกษตรกรและผูประกอบการ นอกจากน้ี ผลผลิต ผลลัพธ์ของโครงการนี้จะส่งผลต่อการขับเคล่ือนต่อจุดเน้น
ทางยุทธศาสตร์ (Strategic Positioning) คือ การเป็นฐานการผลิตอาหารสู่ครัวโลกโดยตรง และยังส่งผลต่อ
ประเด็นยุทธศาสตร์ สร้างความเชื่อมโยงของการท่องเท่ียวและพื้นท่ีเศรษฐกิจ เพ่ือช่วยให้ประกอบการแปรรูป
สนิ ค้าประมง เกษตร ผลติ ภัณฑ์ชุมชนและอตุ สาหกรรม ที่มีศักยภาพ มีมาตรฐานในการจาหน่ายทั้งภายในและ
ภายนอก โดยเฉพาะด้านการส่งออก สามารถยกระดับสินค้าไปสู่สากล เพ่ิมรายได้ และมีช่องทางการขยาย
การตลาดไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ ในการจาหน่ายสินค้าเพ่ิมมากขึ้น และเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจ
อาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ของผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน และเครือข่ายและ
/SMEs รู้จักพัฒนาและปรับกลยุทธ์ ด้านการตลาด และหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ เพิ่มข้ึน เพื่อให้มีรายได้
เพิม่ ขึ้น
ผลดาเนนิ งานท่ีผ่านมา (พ.ศ.2554 - พ.ศ.2561)
ปี พ.ศ.2554 (งบประมาณ 4,000,000 บาท)
- ผูประกอบการเขารวมโครงการ 20 คน
- จดั งานแสดง/จาหนายสินคา 2 คร้ัง
- จดั งานแสดงและจาหน่ายสินคาระดบั ประเทศ งาน Big, ThaiFex, Made in Thailand
งานอาหาร/ของใชตกแตง่ 1 ครงั้
- จดั งานแสดงและจาหนา่ ยสินคาในต่างประเทศ 1 ครง้ั
- ศึกษา วิจัย ในการจดั ตง้ั ศูนยแสดงและจาหนา่ ยสนิ คา ส่งออก (Outlet) ของกลมุ่ จงั หวดั 2 ครง้ั
- ประชาสมั พันธผา่ นสอื่ ตา่ งๆ ระยะเวลาประมาณ 7 วนั กอ่ นเร่มิ งาน
ปี พ.ศ.2555 - ไมม่ ี –
ปี พ.ศ.2556 (งบประมาณ 7,000,000 บาท)
- จดั งานแสดง/จาหน่ายสินคาท่ี จ.ศรสี ะเกษ และ จ.ขอนแก่น ๒ ครัง้
- จดั งานแสดง/จาหน่ายสนิ คาที่ จ.อุบลราชธานี ๑ ครง้ั โดยรวมกบั ภาคเอกชน ๓๘ ราย
- นาผูประกอบการศึกษาดูงานที่ตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร และตลาดกลางการเกษตรท่ายาง
จ.เพชรบรุ ี 40 คน
- สัมมนาแลกเปล่ียน แบ่งปนประสบการณ์ 120 คน
- จดั มหกรรมสินคาเกษตร/อาหารแปรรูป/ผลิตภณั ฑ์ จากเกษตรกร องคกรเกษตร วิสาหกิจชุมชน
SME ท่ี จ.หนองคาย กทม. และ จ.เชยี งใหม่ รวม 3 ครงั้
ปี พ.ศ.2557 - ไม่มี -
ปี พ.ศ.2558 (งบประมาณ 5,900,200 บาท)
- จัดสัมมนาแลกเปล่ียนประสบการณการดาเนินธุรกิจ และเจรจาการคา ประกอบดวย
ผูประกอบการและเจาหนาท่ี 120 คน
- จัดงานมหกรรมสินคาเกษตร อาหารเกษตรแปรรูป ผลิตภัณฑจากเกษตรกร องคกรเกษตร
วิสาหกจิ ชมุ ชน SME ภายในประเทศ 3 ครง้ั
- จดั งานแสดง/จาหนายสินคา 1 คร้ัง
แผนพฒั นากล่มุ จงั หวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
37
- จัดงานแสดง/จาหนายสินคาในประเทศรวมกบั ภาคเอกชน 2 คร้งั
- ศึกษาดูงานศนู ยกระจายสนิ คา 1 ครง้ั
ปี พ.ศ.2559 (งบประมาณ 10,052,350 บาท)
- จัดสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการดาเนินธุรกิจและเจรจาธุรกิจการค้าของกลุ่มจังหวัด
ภาคกลางตอนล่าง 2 เพ่ือกาหนดแนวทางการดาเนินงาน และเตรียมการคัดเลือกผู้ประกอบการท่ีเป็น
กลุ่มเป้าหมายของแตล่ ะจงั หวัด
- จัดงานมหกรรมสินค้าเกษตร/อาหารเกษตรแปรรูป/ผลิตภัณฑ์ จากเกษตรกร/องค์กร
เกษตรกร/วิสาหกิจชุมชนและเครือข่าย/SMEs จานวน 4 ครั้ง หมุนเวียนไปตามภูมิภาคต่าง ๆ ในประเทศ
ประกอบดว้ ย การจาหนา่ ยสนิ ค้า และประชาสัมพันธ์การจัดงานผ่านสือ่ ต่างๆ เชน่ ทีวี เคเบิล้ ทีวี วิทยุ ส่ิงพมิ พ์
- ร่วมกับภาคเอกชน และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องไปร่วมงานแสดงและจาหน่ายสินค้า
ภายในประเทศ จานวน 4 ครั้ง หมุนเวยี นไปตามภมู ภิ าค ในประเทศ และประชาสัมพันธ์การจัดงานผ่านสื่อต่างๆ
- จดั งานแสดงและจาหนา่ ยสินคา้ กลุม่ เปา้ หมายของกลมุ่ จังหวัดภาคกลางตอนล่าง ๒ ณ
สถานท่จี ดั งานของภาครฐั /เอกชน ในภมู ิภาคอน่ื ๆ จานวน 1 คร้งั
- จัดแสดงและจาหน่ายสินคา้ OTOP จานวน 2 ครง้ั
- ประเมนิ ผลและรายงานผลการดาเนนิ งานโครงการ
ปี พ.ศ.2560 (งบประมาณ 3,191,100)
- ฝึกอบรมความรูด้ ้านการตลาดในประเทศเพ่ือนบา้ น (CLMV) จานวน 1 ครั้ง
- จดั งาน Mini Trade Fair and Business Matching จานวน 3 ครัง้
- จัดงานส่งเสรมิ ย่านการค้าชุมชนท้องถ่นิ
- จดั งานแสดงและจาหน่ายสินค้าชุมชนจากยา่ นการค้า “ท่าน้าขา้ มภพ/ตลาดนา้ บางน้อย
และตลาดน้าท่าคา/ดอนไกด่ ี ถนนคนเดนิ และตลาดเก่าปราณบุรี”
- ฝกึ อบรมเชงิ ปฏบิ ตั ิการใหค้ วามรู้ดา้ นการตลาด 1 ครงั้
- กจิ กรรมศึกษาดงู านแสดงและจาหน่ายสนิ ค้า ในต่างจังหวดั จานวน 1 คร้งั
- จัดงานแสดงและจาหนา่ ยสินคา้ ในตา่ งจงั หวดั จานวน 1 ครั้ง
ปี พ.ศ.2561 - ไม่มี -
ผลที่ไดรับ คือ 1) รายไดผูเขารวมโครงการจากการจาหน่ายสินคา 2) เกษตรกร และผู
ประกอบการท่เี ขารว่ มโครงการมีความรูความเขาใจ เงอ่ื นไข ปจจยั รปู แบบ วธิ กี ารกระจายสินคา วิธีการเจรจา
ธุรกิจ การคา เครือข่ายผูผลิตและผูประกอบการ 3) คู่คาธุรกิจ จะมีการส่ังสินคา (Order) ภายหลังเสร็จสิ้น
โครงการ เพ่ิมช่องทางการตลาด 4) การนาประสบการณไปพัฒนาสินคา เพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐาน
ผลิตภณั ฑการคาใหสูงขึน้
4. โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอ่าวไทยฝ่ังตะวันตก สอดคล้องกับ
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผลการป้องกันและแกปัญหาที่ผ่านมา
คือการป้องกันและแกปัญหา เน้นการป้องกัน วิธีการป้องกัน จะตองสอดคลองและเหมาะสมกับสภาพปัญหา
และสภาพพื้นที่ของแต่ละชายฝงในการน้ี ปัญหาการกัดเซาะชายฝงทะเลรุนแรง อัตราการกัดเซาะเฉลี่ย 1-5
เมตรต่อปี ซึ่งจัดเป็นพ้ืนท่ีวิกฤติ กล่าวไดว่าการกัดเซาะชายฝง เป็นทั้งอุปสรรค และภัยคุกคามต่อการพัฒนา
และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝง ท้ังนี้ไดมีการกาหนดประเด็นยุทธศาสตร์
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม รวมท้ังยังเปนประเด็นทาทายที่สาคัญของกลุ่มจังหวัดอีกดวย
จึงมีความจาเป็นท่ตี ้องดาเนนิ โครงการอยา่ งต่อเนื่องดังตาราง
แผนพัฒนากลุม่ จงั หวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
38
จังหวัด วิธกี ารปองกนั /แกปญั หา ปี พ.ศ. ระยะทาง(ก.ม.)
สมุทรสาคร
- ตอกเสาเขม็ 2553 4 กม.
สมุทรสงคราม - ปกไมไผชะลอคลื่น 2554 4 กม.
- ปกั ไมไ้ ผช่ ะลอคลน่ื 2555 4 กม.
- สรางทางเดนิ คศล. 2555 400 เมตร
- ปกไมไผ่ 2556 5 กม.
- ปกไมไผช่ ะลอคลื่น 2558 3.3 กม.
- ทางเดินเทา 2558 330 เมตร
- ปกไมไผ่ชะลอคลื่น 2559 4 กม.
- ทางเดินเทา 2559 4 ม.
- ไมม่ ี 2560 -
- ปกั ไม้ไผช่ ะลอคลื่น 2561 2,000 เมตร
- ตอกเสาเขม็ 2553 1.5 กม.
- ปักไม้ไผช่ ะลอคลื่น 2553 500 เมตร
- ปักไมไ้ ผ่ชะลอคลื่น 2554 4 กม.
- ปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น 2555 4 กม.
- ปกั ไม้ไผ่ชะลอคลื่น 2556 5 กม.
- ปกั ไมไ้ ผ่ชะลอคลน่ื 2557 4 กม.
- ปักไมไ้ ผช่ ะลอคลน่ื 2558 2.756 กม.
- ปักไม้ไผช่ ะลอคลน่ื 2559 3.250 กม.
- ไม่มี 2560 -
- ไมม่ ี 2561 -
เพชรบุรี - สรางเขอ่ื นกันทรายและคลื่น 2553 1.8 กม.
ประจวบครี ีขนั ธ์ - ถมทรายเสริมชายหาด 2554 1.12 กม.
- สรางเขื่อนหินพรอมขุดลอกคลอง 2555 460 เมตร
- สรางเขอ่ื นกันคลื่น 2558 240 เมตร
- ไม่มี 2560 -
- ไมม่ ี 2561 -
- เรยี งหนิ ใหญ่ 2553 0.7 กม.
- เรยี งหนิ ใหญ่ 2554 800 เมตร
- เรยี งหนิ ใหญ่ 2555 500 เมตร
- เรยี งหนิ ใหญ่ 2556 850 เมตร
- เรยี งหนิ ใหญ่ 2557 1.1 กม.
- สรางเขอ่ื นปองกันพรอม ทางเดนิ 2558 540 เมตร
- เรยี งหนิ ใหญ่ 2559 860 เมตร
- เรยี งหนิ ใหญ่ 2560 1,000 เมตร
- เรียงหินใหญ่ 2561 1,000 เมตร
แผนพฒั นากลมุ่ จงั หวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
39
2. ประเดน็ การพฒั นา
2.1 บทวิเคราะห์
การวเิ คราะห์ SWOT ของกลมุ่ จงั หวัดภาคกลางตอนลา่ ง 2
SWOT Analysis เป็นการวิเคราะห์สภาพองค์การ หรือหน่วยงานในปัจจุบัน เพื่อค้นหาจุดแข็งจุดเด่น
จุดด้อย หรือส่ิงที่อาจเป็นปัญหาสาคัญในการดาเนินงานสู่สภาพท่ีต้องการในอนาคต SWOT เป็นตัวย่อท่ีมี
ความหมาย ดงั นี้
S: Strengths จุดแขง็ หรอื ข้อได้เปรยี บ
W: Weaknesses จุดอ่อนหรือขอ้ เสยี เปรยี บ
O: Opportunitiess โอกาสทีจ่ ะดาเนินการได้
T : Threats อปุ สรรค ข้อจากดั หรอื ปจั จัยท่ีคกุ คาม
หลักการสาคัญของ SWOT ก็คอื การวิเคราะหโ์ ดยการสารวจจากสภาพการณ์ 2 ด้าน คือ สภาพการณ์
ภายในและสภาพการณ์ภายนอก ดังน้ันการวิเคราะห์ SWOT จึงเรียกได้ว่าเป็นการวิเคราะห์สภาพการณ์
(situation analysis) ซ่ึงเป็นการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน เพ่ือให้รู้ตนเอง (รู้เรา) รู้จักสภาพแวดล้อม (รู้เขา)
ชัดเจน และวิเคราะห์โอกาส-อุปสรรค การวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ท้ังภายนอกและภายในองค์กร ซ่ึงจะช่วยให้
ผู้บริหารขององค์กรทราบถึงการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนภายนอกองค์กร ท้ังส่ิงที่ได้เกิดขึ้นแล้วและ
แนวโน้มการเปล่ียนแปลงในอนาคต รวมท้ังผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงเหล่าน้ีที่มีต่อองค์กรธุรกิจ
และจดุ แขง็ จุดอ่อน และความสามารถด้านต่าง ๆ ที่องค์กรมีอยู่ ซึ่งข้อมูลเหล่าน้ีจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อ
การกาหนดวสิ ัยทัศน์ การกาหนดกลยุทธ์และการดาเนินตามกลยุทธข์ ององค์กรระดับองคก์ รที่เหมาะสมตอ่ ไป
จากการวิเคราะห์ศักยภาพและสภาพแวดล้อมของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ในด้านการ
ท่องเที่ยว ด้านการเกษตร และประมง ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต
และด้านอุตสาหกรรม โดยใชเ้ ครือ่ งมอื SWOT และ TOWS Matrix ผลในภาพรวมไดด้ งั ตารางตอ่ ไปน้ี
S จุดแข็ง W จดุ ออ่ น
S1-พื้นท่ีตั้งใกล้กรุงเทพฯทาให้สะดวกต่อการเดินทาง W1-ในภาคบริการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือภาคการเกษตรขาดแคลน
ทอ่ งเที่ยว รวมถึงการขนส่งและกระจายสินคา้ แรงงานไร้ฝีมอื ต้องพึ่งพิงแรงงานเพอ่ื นบา้ น
S2- แหล่งท่องเท่ียวทั้งทางบกและทางทะเลส่งผลให้เกิด W2-ขาดจิตสานึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมและการนาเทคโนโลยีท่ีคานึงถึง
รายไดจ้ ากการท่องเทย่ี วทเ่ี พิม่ มากขนึ้ ส่ิงแวดล้อม(Clean..Technology,..Zero..Discharge, Green Industry) มา
ใช้ในภาคการผลติ เกษตรและอตุ สาหกรรม
S3-มีพรมแดนติดกับสหภาพเมียนม่าร์เป็นการส่งเสริม W3-กฎระเบยี บ มาตรการในการจัดการด้านสิ่งแวดลอ้ มยังขาดความเข้มข้น
การค้าชายแดน
S4-ระบบคมนาคมสะดวกท้ังทางบก ทางน้าระบบรางและ W4-ภาครัฐและเอกชนโดยเฉพาะประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ
ทางอากาศ สามารถใช้ถนนเพชรเกษมเป็นเส้นทางหลักการ ประชาคมอาเซียนนอ้ ย ขาดทักษะด้านภาษาต่างประเทศ
สัญจรมงุ่ สภู่ าคใตข้ องประเทศ
S5-มคี วามพรอ้ มดา้ นการเกษตร ด้านทรัพยากรทั้งทางทะเล W5-ระบบการผลติ แรงงานไทยขาดคุณภาพ ทักษะ ไม่สอดคล้องต่อการสร้าง
ป่าไม้ป่าชายเลน และเป็นแหล่งอาหารท่ีสมบูรณ์ของ เสริมเศรษฐกิจ
ประเทศ
แผนพฒั นากลุม่ จังหวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
40
S จดุ แข็ง W จุดออ่ น
S6-สภาพพน้ื ทีม่ ีความเหมาะสมในการผลติ สินค้าเกษตร W6-ระบบเส้นทางคมนาคมบางส่วน (ถนนสายรอง) ยังไม่เชื่อมโยงเท่าท่ีควร
และขาดการปรับปรุง
S7-ความสาเร็จในการอนุรักษ์ป่าชายเลนท่ีเกิดจากวิถีชาวบ้าน W7-การบริหารจัดการน้าเพื่อการอุปโภค/บริโภคการท่องเที่ยว การเกษตร
และชมุ ชน อตุ สาหกรรมยังไม่เพยี งพอ
S8-มที ุนทางวฒั นธรรมทีเ่ ป็นอัตลกั ษณ์
W8-สภาพภมู ิประเทศพ้นื ท่ชี ายแดน-สหภาพเมียนม่าร์เป็นป่าเขาส่งผลให้เกิด
การลกั ลอบสนิ ค้าผิดกฎหมายและการคา้ มนุษย์
S9-เป็นแหล่งผลิตสินค้าอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและ W9-ขาดมาตรการในการกาจัดศตั รูพชื ได้อยา่ งเบด็ เสร็จเด็ดขาด
การเกษตรทีไ่ ด้มาตรฐานสากล
S10-มีโรงงานอุตสาหกรรมท่ีพร้อมรองรับปัจจัยการผลิตทาง W10-ขาดโอกาสในการเข้าถงึ แหล่งเงินทนุ
การเกษตรที่สาคญั
S11- มีแหล่งท่องเที่ยวระดับ World Class Destination W-11ขาดเทคโนโลยีและวิธีการปรับปรุงการขยายพันธ์ุพืชที่ทันสมัย (เช่น
ในพ้ืนท่ีอาเภอชะอาจังหวัดเพชรบุรี อาเภอหัวหิน และ เพาะเลีย้ งเน้อื เย่ือ เทคโนโลยชี ีวภาพ เปน็ ตน้ )
อาเภอปราณบุรี จงั หวัดประจวบครี ีขันธ์ W-12 ขาดการวางแผนมาตรการ ช่องทาง และตลาดรบั ซ้อื ผลผลิตทางการเกษตร
W-13 การขาดการตลาดแบบครบวงจร ขาดนวตั กรรมในกระบวนการผลติ สินค้า
O โอกาส T อปุ สรรค
O1-โครงการรถไฟรางคู่ ทาให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว T1-นโยบายการรวมกลมุ่ ของประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน (AEC).ส่งผลต่อการ
ทางด้านการคมนาคม เคล่ือนย้ายทรัพยากรอย่างเสรีรวมทั้งการลดช่องว่างการกีดกันทางการค้า
รวมท้ังประชาคมอาเซียน,การเผยแพร่ระบาดของโรคตดิ ตอ่
O2-การผลักดันของภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาด่าน T2-การผันผวนของระบบเศรษฐกิจของโลกส่งผลกระทบต่อสถานการณ์
สงิ ขรให้เป็นเขตเศรษฐกจิ ถาวรทีเ่ ป็นรูปธรรม การค้าการลงทุนของกลุม่ จังหวดั
O3-นโยบายการรวมกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) T3-นโยบายและกฎหมายระหว่างประเทศเก่ียวข้องกับการค้า การลงทุน
เออ้ื ตอ่ การสรา้ งโครงสร้างพ้ืนฐานรองรบั การคา้ การลงทนุ ระหวา่ งประเทศยังไมช่ ัดเจนทาใหน้ กั ลงทนุ ไม่กล้าตัดสินใจ
O4-รัฐบาลมนี โยบายสนบั สนนุ การทอ่ งเทยี่ ววิถีไทย T4-ปัญหาด้านการลักลอบนาเข้าสินค้าผิดกฎหมายปัญหาแรงงาน การค้า
มนุษย์ ก่อใหเ้ กิดปญั หาดา้ นสงั คมและความมั่นคงของประเทศ
O5-เกดิ ขยายฐานการผลิตด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม T5-นโยบายท่เี ปลี่ยนแปลงบ่อยและสถานการณก์ ารเมอื งท่ีไมม่ ีเสถียรภาพ
O6- ความก้าวหน้าดา้ นเทคโนโลยีส่งผลดตี ่อภาคการผลิต T6-ปัญหาการกัดเซาะชายฝ่งั อย่างรุนแรง
O7- ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นท่ีกลุ่มจังหวัด T7-การแพร่ระบาดของโรคติดต่อและแมลงศัตรพู ืช (อุบัติการณ์ของโรคใหม่)
ภาคกลางตอนล่าง 2 ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรมีคุณภาพเป็น T8–การกีดกันทางการค้า.สง่ ผลต่อการลงทนุ และการค้าระหว่างประเทศ
ท่ียอมรบั ในตลาด
Q8-การสร้างท่าเรือเชื่อมระหว่างอ่าวไทยตะวันตก - T9-การเปลี่ยนแปลงสภาพภมู อิ ากาศของโลก(Climate change) และภาวะโลกรอ้ น
ตะวนั ออก (Global warming) สง่ ผลใหเ้ กดิ การระบาดของโรคและแมลงศตั รพู ืช
T10- ขาดความเชื่อม่ันในการแลกเปล่ียนเงินตราท่ีไม่เอื้อต่อการค้า/การ
ลงทุนในกลมุ่ ประเทศอาเซียน
T11- การปล่อยน้าเสียจากพ้ืนที่ต้นน้ามาบริเวณพ้ืนที่รับน้าจากจังหวัด
ข้างเคียงทาให้เกิดน้าเสียส่งผลต่อปริมาณทรัพยากรและสภาพแวดล้อมใน
พน้ื ที่เส่อื มโทรม
T12- ปัญหานา้ เค็มรุกล้าพนื้ ท่ีเกษตรกรรม
แผนพัฒนากลมุ่ จังหวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
41
2.2 เป้าหมายการพัฒนากล่มุ จงั หวดั
กลุม่ จงั หวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีต้นทุนทางทรัพยากรการเกษตรและสัตว์น้าที่มีคุณภาพ ส่งผลให้
เกิดศักยภาพในด้านการผลิตสินค้าเกษตรแปรรูปเพ่ือการส่งออก รวมถึงการมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่
สวยงามและแหล่งท่องเท่ียวทางประวัติศาสตร์สาคัญ รวมทั้งโครงการพระราชดาริอันเป็นแหล่งเรียนรู้ด้าน
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง จึงมุง่ เนน้ พฒั นาเส้นทางการทอ่ งเทย่ี วเชอื่ มโยงพนื้ ที่กลมุ่ จังหวดั ภาคกลางตอนล่าง 2
ซ่ึงเป็นประตูสู่ภาคใต้ และเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่ง โดยมีพ้ืนที่เชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจและการค้า
ชายแดนกับกลุ่มประเทศอาเซียน บริเวณด่านสิงขร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และมุ่งเน้นฟื้นฟูฐาน
ทรัพยากรธรรมชาติ และแก้ไขปัญหาสะสมท้ังด้านสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับกรอบร่างยุทธศาสตร์ชาติ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 12 นโยบายรัฐบาล ไทยแลนด์ 4.0 ฯลฯ
2.2.1 วสิ ัยทัศนก์ ลุม่ จังหวดั ภาคกลางตอนลา่ ง 2 (พ.ศ. 2561 – 2565)
การกาหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์และประเด็นยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัด จากการรับฟัง
ความคิดเห็นของทุกภาคส่วนของภาคีการพัฒนา และเป็นไปตามศักยภาพและปัญหาของกลุ่มจังหวัด
โดยคานึงถึงความสอดคล้องและความสามารถในการขับเคล่ือนนโยบายของภาครัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสงั คมแห่งชาติฉบับท่ี 12 และกรอบยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี ใหบ้ รรลุเป้าหมายในภาพรวม
“เป็นฐานการผลิตภาคการเกษตรและอาหารปลอดภัย อุตสาหกรรมทเ่ี ป็นมิตรตอ่ ส่ิงแวดล้อม
แหล่งท่องเท่ียวช้ันนาเชงิ ธรรมชาตแิ ละศลิ ปวัฒนธรรมอันทรงคณุ คา่ ”
2.2.2 พนั ธกจิ
(1) สร้างและฟ้ืนฟูทุนธรรมชาติและทรัพยากรน้า เพื่อเป็นฐานในการลงทุนทางอุตสาหกรรม
เกษตรกรรม และการท่องเท่ียว
(2) เพมิ่ ผลผลิตดา้ นการเกษตร อาหาร และสง่ เสรมิ การท่องเทยี่ ว
(3) พัฒนาสนิ ค้าเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารให้มคี ณุ ภาพปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเป็นมิตร
ตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม
(4) สร้างระบบโครงสร้างพน้ื ฐานเชือ่ มโยงแหลง่ ทอ่ งเท่ียว พน้ื ท่ีเศรษฐกิจ และการค้าชายแดน
(5) ลดความรนุ แรงปัญหาการกัดเซาะตล่งิ และชายฝัง่
(6) การบรหิ ารจดั การน้าอยา่ งยงั่ ยนื
2.3 ตัวชว้ี ดั ความสาเร็จตามเปา้ หมายการพฒั นากลมุ่ จงั หวดั
(1) ร้อยละโครงสร้างพื้นฐานที่เช่ือมโยงสนับสนุนการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว อย่างครอบคลุม และ
เปน็ ระบบ (4%)
(2) รอ้ ยละทเี่ พ่มิ ขึ้นของสินคา้ เกษตร อาหารมคี ณุ ภาพปลอดภัย และได้มาตรฐาน (5%)
(3) รอ้ ยละของรายไดจ้ ากการท่องเทยี่ ว สนิ ค้า และบรกิ ารเพิม่ ข้ึน (10%)
(4) ร้อยละของการกดั เซาะตลิ่งและชายฝงั่ ท่ไี ด้รับการแก้ไขอยา่ งเหมาะสมกับสภาพพนื้ ที่ (2%)
(5) รอ้ ยละของสนิ คา้ อตุ สาหกรรมสามารถแข่งขนั ได้และมีมาตรฐานเป็นมิตรตอ่ สิ่งแวดล้อม (5%)
(6) รอ้ ยละทเ่ี พม่ิ มลู คา่ ผลผลิตสินคา้ เกษตร (5%)
(7) รอ้ ยละของพนื้ ทป่ี ่าไม้ ปา่ ชายเลน มีความอุดมสมบรู ณ์ และดารงความหลากหลายทางชวี ภาพ (2%)
(8) ร้อยละของทุกภาคสว่ นมีส่วนรว่ มในการบริหารจัดการนา้ และอนรุ ักษ์ฟื้นฟทู ุนทางทรัพยากรธรรมชาติ
และสงิ่ แวดล้อม (75%)
แผนพฒั นากลมุ่ จงั หวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
42
2.4 ประเดน็ การพัฒนาของกลุ่มจงั หวดั
ประเด็นการพัฒนาท่ี 1 เสรมิ สร้างและพัฒนาต้นทนุ ทางทรัพยากรภาคการเกษตร
ประเดน็ การพฒั นาท่ี 2 พัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานและศักยภาพสนิ ค้าและบริการ เพ่ือการท่องเท่ียว การค้า
และพ้นื ที่ทางเศรษฐกิจ
ประเด็นการพฒั นาที่ 3 อนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม
ประเด็นการพัฒนาที่ 4 เพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม (innovation) และแนวคิดเศรษฐกิจ
สร้างสรรค์ (creative economy) อยา่ งย่งั ยนื
ประเด็นการพัฒนา เสริมสรา้ งและพัฒนาตน้ ทนุ ทางทรัพยากรภาคการเกษตร
ท่ี 1
1) วตั ถุประสงค์ (1) สินคา้ เกษตร อาหารมคี ุณภาพปลอดภยั และได้มาตรฐาน
(2) เพิม่ มูลคา่ และผลผลิตสนิ ค้าเกษตร
(3) ทรพั ยากรสัตว์นา้ ที่เพิม่ ข้นึ
2) เป้าหมายและ (1) ร้อยละทเี่ พ่ิมขนึ้ ของผลติ ภณั ฑ์มวลรวมกลุม่ จังหวดั ภาคการเกษตร (ร้อยละ 25)
ตัวช้วี ัด (2) ร้อยละท่เี พิ่มข้นึ ของสินค้าเกษตรและอาหารทไ่ี ด้คณุ ภาพมาตรฐาน (ร้อยละ 25)
(3) รอ้ ยละของทรัพยากรสัตว์นา้ เพมิ่ ข้ึน (รอ้ ยละ 15)
(4) รอ้ ยละท่เี พ่ิมขน้ึ ของมูลค่าสินคา้ เกษตร (รอ้ ยละ 25)
3) แนวทางการ แนวทางการพฒั นาที่ 1.1 เพ่มิ ประสิทธิภาพการบริหารและการฟ้ืนฟทู รัพยากร
พัฒนา ทางการเกษตรให้คงความอดุ มสมบรู ณ์
แนวทางการพฒั นาท่ี 1.2 พัฒนาระบบการผลิตและการจัดการสนิ คา้ ดา้ นการเกษตร
ประเดน็ การพฒั นา พัฒนาโครงสรา้ งพนื้ ฐานและศกั ยภาพสนิ คา้ และบรกิ าร เพ่ือการทอ่ งเท่ียว
ท่ี 2 การค้า และพืน้ ที่ทางเศรษฐกจิ
1) วัตถุประสงค์ (1) โครงสร้างพื้นฐานท่ีเชื่อมโยงสนับสนุนการค้า การลงทุน และการท่องเท่ียว อย่าง
ครอบคลุม เปน็ ระบบ และเปน็ ไปตามมาตรฐาน
(2) รายได้จากการท่องเท่ยี ว สนิ คา้ และบรกิ ารเพิม่ ขน้ึ
2) เปา้ หมายและ 1) รอ้ ยละโครงข่ายระยะทางที่ได้รับการปรบั ปรงุ ตามมาตรฐานสามารถรองรบั ปริมาณ
ตวั ชีว้ ดั การท่องเทีย่ วและการสัญจรไปมาได้ (ร้อยละ 20)
(2) รอ้ ยละทเ่ี พ่ิมขนึ้ ของรายได้จากการท่องเทยี่ ว (ร้อยละ 50)
3) แนวทางการ (3) รอ้ ยละทีเ่ พ่ิมขน้ึ ของผู้ประกอบการผลิตภัณฑช์ มุ ชน SMEs และภาคบริการ
พัฒนา (ธุรกจิ ท่องเท่ียว) ที่ไดม้ าตรฐาน (ร้อยละ 25)
(4) ร้อยละท่เี พ่ิมขนึ้ ของมูลค่าการจาหนา่ ยผลติ ภณั ฑ์กลุ่มจังหวดั ฯ (รอ้ ยละ 5)
แนวทางการพัฒนาที่ 2.1 พัฒนาระบบโครงสรา้ งพื้นฐานเพ่อื สนับสนนุ การผลิตที่
เชื่อมโยงการค้า การลงทุน และการท่องเท่ยี ว
แนวทางการพฒั นาที่ 2.2 พัฒนาศักยภาพสินค้าและบริการด้านการท่องเท่ยี วของ
กลุ่มจังหวดั
แผนพฒั นากลมุ่ จังหวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
43
ประเด็นการ อนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
พัฒนาที่ 3
(1) การกดั เซาะชายฝงั่ ทะเลท่ีได้รบั การแก้ไขอย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นท่ี
(2) พืน้ ทปี่ ่าไม้ ป่าชายเลน มีความอุดมสมบรู ณ์ และความหลากหลายทางชวี ภาพ
1) วัตถุประสงค์ (3) ทกุ ภาคส่วนมสี ่วนรว่ มในการบริหารจัดการอนรุ ักษ์ฟนื้ ฟทู ุนทางทรัพยากรธรรมชาติ
และสิง่ แวดล้อมอย่างต่อเน่ือง
(4) ปญั หาอุทกภยั และภัยแล้งลดลง
(1) ร้อยละของจานวนผู้เขา้ ร่วมโครงการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ทรัพยากรธรรมชาติ
(รอ้ ยละ 75)
2) เป้าหมายและ (2) ร้อยละของพ้ืนท่ีการกัดเซาะตลงิ่ และชายฝง่ั ลดลงจากระดบั วิกฤติลดลง (ร้อยละ 10)
ตัวชว้ี ัด (3) พืน้ ทีป่ ่าไม้และปา่ ชายเลนเพ่ิมขึ้น (ร้อยละ 10)
(4) ร้อยละของเกษตรนอกเขตชลประทานท่ีได้รับผลกระทบจากปญั หานา้ แล้งลดลง (ร้อยละ 10)
(5) ร้อยละของขยะมลู ฝอยของชมุ ชนได้รบั การบริหารจดั การ (ร้อยละ 25)
แนวทางการพัฒนา 3.1 พัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติ
3) แนวทางการ และส่ิงแวดลอ้ ม
พัฒนากลยุทธ์ แนวทางการพัฒนา 3.2 ยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อ
สิง่ แวดลอ้ ม
แนวทางการพฒั นา 3.3 ปอ้ งกนั การกดั เซาะชายฝงั่
4) แผนงานโครงการอยา่ งย่อ (Project Brief) รายละเอยี ดตามแบบ กจ.1-1
ประเดน็ เพ่มิ ศกั ยภาพอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม (innovation) และแนวคดิ เศรษฐกจิ
ยุทธศาสตร์ที่ 4 สร้างสรรค์ (creative economy) อยา่ งย่ังยืน
1) วัตถุประสงค์ สินค้าอุตสาหกรรมสามารถแข่งขนั ไดแ้ ละมีมาตรฐาน
2) เปา้ หมายและ (1) ร้อยละของผลิตภณั ฑ์อุตสาหกรรมเกษตรแปรรปู ไดร้ บั การรบั รองมาตรฐาน (รอ้ ยละ 25)
ตวั ชวี้ ดั (2) รอ้ ยละมลู คา่ ทเี่ พิม่ ข้นึ ของสนิ ค้าอุตสาหกรรม เกษตร ประมงแปรรูป (ร้อยละ 25)
(3) รอ้ ยละของสถานประกอบการท่เี ข้ารว่ มโครงการอตุ สาหกรรม สเี ขียว (รอ้ ยละ 25)
3) แนวทางการ
พฒั นา แนวทางการพฒั นาท่ี 4.1 เพิ่มขีดความสามารถในการผลติ และการแข่งขนั ของ
อตุ สาหกรรมด้วยนวตั กรรม
แนวทางการพฒั นาท่ี 4.2 สรา้ งความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ และสรา้ งโอกาส
ในการค้า การตลาดและการลงทุน
แผนพฒั นากล่มุ จงั หวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
44
แบบ กจ.1
แผนพฒั นากลุม่ จงั หวัดภาคกลางตอนล่าง 2
(จงั หวัดสมุทรสาคร สมทุ รสงคราม เพชรบรุ ี และประจวบครี ขี ันธ์)
(พ.ศ.2561 – 2565)
(ฉบบั ทบทวน)
เป้าหมายการพัฒนากลมุ่ จังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 : เป็นฐานการผลิตภาคการเกษตรและอาหารปลอดภัย
อุตสาหกรรมทีเ่ ปน็ มิตรต่อส่ิงแวดลอ้ มแหลง่ ท่องเท่ียวชั้นนาเชิงธรรมชาติและศลิ ปวฒั นธรรมอนั ทรงคุณคา่
ประเดน็ การพัฒนา แผนงาน ตัวช้วี ดั ของ คา่ เป้าหมาย พ.ศ.
แผนงาน ๒๕๖๑-
พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. ๒๕๖๕
๒๕๖๑ ๒๕๖ ๒๕๖ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕
5
๒๓
ประเด็น 1) เพ่ิม รอ้ ยละท่ีเพมิ่ ข้นึ 5 55 5 5
การพัฒนาที่ ๑ ประสทิ ธภิ าพการ ของผลิตภณั ฑ์
บรหิ ารและการ มวลรวมกลุ่ม
เสรมิ สรา้ งและ ฟนื้ ฟูทรพั ยากร จงั หวดั ภาค
พัฒนาตน้ ทุนทาง ทางการเกษตร การเกษตร
ทรพั ยากรภาค ใหค้ งความอดุ ม
การเกษตร สมบูรณ์
ร้อยละของ 3 33 3 3 3
5 5
ทรัพยากรสตั ว์น้า 5 5
เพมิ่ ขน้ึ 4 4
ร้อยละทเี่ พิ่มข้ึน 5 5 5 5
ของมลู คา่ สนิ ค้า
เกษตร
2) พัฒนาระบบ ร้อยละทเ่ี พ่ิมขึน้ 5 5 5 5
การผลิตและการ ของสินค้าเกษตร
จัดการสินค้าด้าน และอาหารทีไ่ ด้
การเกษตร คุณภาพมาตรฐาน
ประเดน็
การพัฒนาที่ ๒
พฒั นาโครงสร้าง 1) พัฒนาระบบ รอ้ ยละโครงข่าย 444 4
พื้นฐานและ โครงสรา้ ง ระยะทางทไ่ี ดร้ บั
ศกั ยภาพสนิ คา้ พนื้ ฐานเพ่ือ การปรบั ปรุงตาม
และบรกิ าร เพ่ือ สนับสนุนการ มาตรฐานสามารถ
การท่องเทีย่ วการคา้ ผลิตทเี่ ช่อื มโยง รับรองปริมาณการ
และพ้นื ทที่ าง การคา้ การ ท่องเทย่ี วและการ
เศรษฐกิจ ลงทนุ และการ สญั จรไปมาได้
ทอ่ งเทย่ี ว
แผนพฒั นากลมุ่ จงั หวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบับทบทวน
45
2 แผนงาน ตวั ชวี้ ดั ของ คา่ เป้าหมาย
แผนงาน
ประเด็นการ พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. ๒๕๖๑-
พฒั นา ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๕
2) พฒั นาศกั ยภาพ รอ้ ยละทเี่ พมิ่ ขึ้นของ 10 10 10 10 10 10
5
สนิ คา้ และบรกิ าร รายไดจ้ ากการ
1
ด้านการท่องเทยี่ ว ทอ่ งเที่ยว 75
2
ของกลมุ่ จงั หวดั ร้อยละทเี่ พ่ิมข้นึ ของ 5 5 5 5 5 5
2
ผปู้ ระกอบการ 2
ผลิตภณั ฑ์ชุมชน
SMEs และภาคบริการ
(ธรุ กิจทอ่ งเทีย่ ว)
ทีไ่ ดม้ าตรฐาน
ร้อยละทเี่ พม่ิ ขึ้นของ 1 1 1 1 1
มลู คา่ การจาหนา่ ย
ผลติ ภณั ฑก์ ลมุ่ จังหวดั
ประเด็น
การพัฒนาท่ี 3
การอนุรกั ษ์ พัฒนาศักยภาพ รอ้ ยละของจานวน 75 75 75 75 75
ทรพั ยากรธรรมชาติ ดา้ นการบริหาร ผเู้ ข้าร่วมโครงการ
และสิ่งแวดล้อม จดั การดา้ น ขบั เคลอื่ นการแกไ้ ข
ทรพั ยากรธรรม ปัญหา
ชาติและ ทรัพยากรธรรมชาติ
สง่ิ แวดลอ้ ม รอ้ ยละของเกษตร 22222
นอกเขตชลประทานท่ี
ไดร้ บั ผลกระทบจาก
ปัญหาน้าแล้งลดลง
ยกระดบั การ ร้อยละของขยะมลู ฝอย 5 5 5 5 5
บรหิ ารจดั การ ของชมุ ชนไดร้ บั การ
ทรพั ยากรธรรม บริหารจดั การ
ชาตทิ ่เี ป็นมิตร
ตอ่ ส่งิ แวดล้อม
ปอ้ งกนั การกดั ร้อยละของพื้นท่กี าร 2 2 2 2 2
เซาะชายฝ่ัง กดั เซาะตลิ่งและ
ชายฝ่งั ลดลงจากระดับ
วกิ ฤตลิ ดลง
พน้ื ทีป่ า่ ไม้และ 22222
ป่าชายเลนเพม่ิ ขน้ึ
แผนพัฒนากล่มุ จังหวดั ภาคกลาตอนล่าง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
46
ประเด็นการ แผนงาน ตวั ช้ีวัดของแผนงาน พ.ศ. พ.ศ. คา่ เป้าหมาย
พัฒนา
1) เพมิ่ ขีด พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. ๒๕๖๑-
ประเด็น ความสามารถใน
การพัฒนาท่ี 4 การผลิตและการ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๕
แข่งขนั ของ
การเพมิ่ ศกั ยภาพ อตุ สาหกรรมด้วย ร้อยละของ 55555 5
อตุ สาหกรรมดว้ ย นวัตกรรม 5
นวตั กรรม ผลิตภณั ฑ์อุตสาหกรรม
(innovation) และ
แนวคดิ เศรษฐกิจ เกษตรแปรรปู ได้รบั การ
สร้างสรรค์
(creative รับรองมาตรฐาน
economy) อย่าง
ยงั่ ยืน รอ้ ยละมลู คา่ ที่เพ่ิมขึน้ 5 5 5 5 5
ของสนิ ค้าอุตสาหกรรม
เกษตร ประมง แปรรูป
;
บัญชรี ายการชุดโครงการ งบประมาณดาเนนิ การ (11)
แผนงาน/โครงการ แหล่ง ผล หนว่ ย พ.ศ.๒๕๖๓ พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ.
งปม. ผลติ ดาเนนิ การ พ.ศ. พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๑-
๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖๕
ประเด็นการพฒั นาที่ 1 เสรมิ สร้างและพัฒนาตน้ ทนุ ทางทรัพยากรภาคการเกษตร
แผนงานท่ี 2 พฒั นาระบบการผลติ และ
การจดั การสนิ ค้าด้านการเกษตร
โครงการท่ี 1 พัฒนาศักยภาพการผลติ 1 1 สานักงาน 3,338,160
สินคา้ ปศสุ ตั ว์ให้ไดม้ าตรฐานอาหาร ปศุสัตว์
ปลอดภัย ในกลุ่ม
๑.๑ กิจกรรมหลกั ที่ 1 ส่งเสริมและ จงั หวัด
พฒั นาการเล้ียงไกไ่ ข่เตรียมความพร้อมสู่ ภาคกลาง
ปศุสัตวอ์ ินทรยี ์ ตอนล่าง 2
๑.๒ กิจกรรมหลักที่ 2 พัฒนาการ
แปรรปู ผลติ ภัณฑจ์ ากเน้อื สตั ว์ เพือ่ เพิม่ (จ.เพชรบุรี
มูลคา่ เจ้าภาพหลกั )
1.3 กิจกรรมหลักที่ 3 ประชาสัมพันธ์
สรา้ งความเช่ือม่ันใหก้ ับผบู้ ริโภค
แผนพัฒนากลุม่ จังหวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
47
บญั ชรี ายการชดุ โครงการ งบประมาณดาเนนิ การ (บาท)
แผนงาน/โครงการ แหล่ง ผล หน่วย พ.ศ.๒๕๖๓ พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ.
งปม. ผลติ ดาเนนิ การ พ.ศ. พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๕๖๕
๒๕๖๑-
๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖๕
ประเดน็ การพฒั นาที่ 1 เสรมิ สร้างและพัฒนาต้นทุนทางทรัพยากรภาคการเกษตร
แผนงานท่ี 1 เพิ่มประสิทธภิ าพการ
บริหารและการฟ้นื ฟทู รัพยากรทางการ
เกษตรให้คงความอุดมสมบูรณ์
โครงการท่ี 2 เสรมิ สรา้ งความมน่ั คง 1 1 สานักงาน 25,376,000
ดา้ นอาหารประมงในกลุม่ จังหวดั
ภาคกลางตอนลา่ ง 2 ประมง 354,400
จงั หวัด
๒.๑ กิจกรรมหลักท่ี ๑ เสรมิ สรา้ ง ในกลมุ่ 3,758,40
ความเข้มแข็งชุมชนประมงท้องถน่ิ จังหวดั ภาค 0
(4 จังหวัดในกลุ่มจังหวัดฯ) กลาง
ตอนลา่ ง 2 19,714,0
๒.๒ กจิ กรรมหลกั ที่ 2 จดั ทาแพซ้งั 00
เชอื กสาหรบั แหลง่ อาศยั สตั ว์นา้ (จ.เพชรบรุ ี
(4 จังหวัดในกลุ่มจงั หวัดฯ) เจา้ ภาพหลกั ) 471,000
๒.3 กิจกรรมหลกั ที่ 3 เพิ่มผลผลิต
สตั ว์น้าในแหล่งนา้ ธรรมชาติ (ปลอ่ ยสัตว์
นา้ ในพื้นท่ี 4 จังหวัดในกลุม่ จงั หวัดฯ)
๒.4 กจิ กรรมหลกั ท่ี 4 จดั ทาแนวเขต
การเพาะเลี้ยงสตั ว์น้าในทะเล (หอย
ทะเล) (4 จังหวัดในกลุ่มจงั หวัดฯ)
๒.5 กิจกรรมหลักที่ 5 บรหิ ารจดั การ 171,000
พนื้ ที่ทาการประมงหอยสองฝา (พบ.)
2.6 กิจกรรมหลักที่ 6 ส่งเสริมการ 907,200
เลี้ยงหอยแมลงภู่แบบแพเชือก (ปข.)
โครงการท่ี 3 เสริมสร้างศักยภาพการ 1 1 สานักงาน 45,000,000
ผลติ ทรพั ยากรสัตวน์ า้
ประมง
3.1 กิจกรรมหลกั ที่ 1 จดั สร้าง
ปะการงั เทยี มเพอื่ การประมง จานวน 1 จงั หวัด
แห่ง (ในพ้ืนที่ จ.ประจวบคีรขี นั ธ)์ ประจวบ
ครี ีขันธ์
3.2 กจิ กรรมหลักที่ 2 จัดสร้าง และ
ปะการงั เทียมเพอื่ การประมง สานกั งาน
จานวน 1 แห่ง (ในพนื้ ที่ จ.สมุทรสาคร) ประมง
จังหวัด
3.3 กิจกรรมหลักท่ี 3 สร้างเครือขา่ ย สมุทรสาคร
กลุ่มอนรุ กั ษ์ทรพั ยากรประมง 2 กลุ่ม
สมาชิก 100 คน (จ.ประจวบคีรขี นั ธ์)
3.4 กิจกรรมหลักท่ี 4 ปล่อยสตั ว์นา้
ในแหลง่ น้าธรรมชาติ 18,745,000ตวั
(จ.ประจวบครี ีขันธ)์
แผนพัฒนากลุ่มจังหวดั ภาคกลาตอนลา่ ง 2 (พ.ศ.2561 – 2565) ฉบบั ทบทวน
48
บัญชีรายการชดุ โครงการ งบประมาณดาเนินการ (บาท)
แผนงาน/โครงการ แหล่ง ผล หน่วย พ.ศ.๒๕๖๓ พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ.
งปม. ผลติ ดาเนนิ การ พ.ศ. พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๕๖๕
๒๕๖๑-
๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖๕
ประเดน็ การพฒั นาท่ี 2 พฒั นาโครงสร้างพื้นฐานและศกั ยภาพสนิ คา้ และบรกิ าร เพอ่ื การท่องเทยี่ วการค้าและพน้ื ที่ทางเศรษฐกิจ
แผนงานท่ี 1 พัฒนาระบบโครงสรา้ ง
พ้ืนฐานเพ่ือสนบั สนุนการผลิตทเี่ ชอ่ื มโยง
การคา้ การลงทุน และการทอ่ งเทย่ี ว
โครงการที่ 4 พฒั นาเส้นทางการ 1 1 แขวงทาง 140,785,000
ท่องเท่ยี วกลุ่มจงั หวดั ภาคกลาง
หลวง
ตอนล่าง 2 ชนบท
4.๑ กิจกรรมหลักที่ 1 ปรับปรุง เพชรบรุ ี , 35,000,000
ถนนลาดยาง AC สายแยกทางหลวง สมุทร 14,000,000
ชนบท พบ1010-บ้านบ่อฝ้าย อ.ชะอา สาคร
จ.เพชรบุรี ระยะทาง 3.540 กม. ,สมุทร
สงคราม
4.๒ กิจกรรมหลกั ท่ี 2 ปรบั ปรงุ และแขวง
ถนนลาดยางแอสฟัลติดคอนกรีตสายแยก ทางหลวง
ทล. 35 - บา้ นยี่สาร ต.แพรกหนามแดง สมุทร
อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม (ตอนท่ี 2) สาคร
ระยะทาง 2 กม.
4.3 กจิ กรรมหลกั ที่ 3 ปรบั ปรุง
เสน้ ทางยกระดับผวิ จราจรจาก 2 ช่อง
จราจรเปน็ 4 ช่องจราจร (พร้อมช่องทาง
จักรยาน) สาย สค. 4008 แยก 33,000,000
ทล.3423 – นิคมบ้านไร่ (ช่วงท่ี 1)
ต.พันท้ายนรสงิ ห์ อ.สมุทรสาคร
จ.สมุทรสาคร ระยะทาง 1.375 กม.
4.4 กิจกรรมหลักที่ 4 ปรับปรุง
เส้นทางย กระ ดับผิวจราจรจ าก 2
ช่องทาง เป็น 4 ช่องจราจร (พร้อม 35,000,000
ช่องทางจักรยาน) สาย สค. 4008 แยก
ทล. 3423 – นิคมบา้ นไร่ (ชว่ งที่ 2)
ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
ระยะทาง 1.270 กโิ ลเมตร
4.5 กิจกรรมหลักที่ 5 ปรับปรุงและ
ซ่อมแซมไหล่ทาง ทางเท้า ทางเช่ือมและ
เกาะบางถนน ทางหลวงหมายเลข
3091 ตอนอ้อมน้อย - สมุทรสาคร 23,785,000
ร ะ ห ว่ า ง ก ม . 1 0 + 3 3 8 – ก ม .
18+000 ด้านซ้ายทางและขวาทาง
(เปน็ ช่วง ๆ) ปรมิ าณงาน 30,000 ตร.ม.