The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระมหากษัตริย์ 33 พระองค์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phurinat Pichai, 2024-01-18 13:22:05

พระมหากษัตริย์ 33 พระองค์

พระมหากษัตริย์ 33 พระองค์

Keywords: พระมหากษัตริย์ไทย

บุบุ บุ ค บุ คคลทางประวัวั วั ติ วั ติ ติศติ าสตร์ร์ ร์ร์ พระมหากษัษั ษั ต ษั ตริริริย์ริย์ ย์ย์ 33 พระองค์ค์ ค์ค์ นายภูริณัฐ พิชัย มัธยมศึกษาปีที่ 6/11 เลขที่11 นายภูริณัฐ พิชัย มัธยมศึกษาปีที่ 6/11 เลขที่11 วิชาประวัติศาสตร์ ส33162 ครูณัฐภัทร เปลี่ยนชื่น วิชาประวัติศาสตร์ ส33162 ครูณัฐภัทร เปลี่ยนชื่น


พระบาทสมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระพุพุ พุ ท พุ ทธยอดฟ้ฟ้ฟ้ า ฟ้ าจุจุ จุ ฬ จุ ฬาโลก เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2280 (วันที่ 20 เดือน 4 ตามปีจันทรคติ) ในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งอาณาจักรอยุธยา พระองค์เป็นบุตรคนที่ 4 ของพระอักษรสุนทรศาสตร์มี พระนามเดิมว่า“ทองด้วง”ครองราชย์ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 - 7 กันยายน พ.ศ. 2352 (27 ปี 154 วัน) ราชาภิเษก10 มิถุนายน พ.ศ. 2325 7 กันยายน พ.ศ. 2352 (72 พรรษา)พระที่นั่งไพศาลทักษิณพระราชวัง หลวงกรุงเทพพระมหานครอาณาจักรรัตนโกสินทร์ คู่อภิเษกสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี (สมรสก่อน พ.ศ. 2305) สนม43 ท่าน พระราชบุตร42 พระองค์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระปรีชาสามารถในการรบ ทรงเป็นผู้นำ ทัพ ในการทำ สงครามกับพม่าทั้งหมด 7 ครั้งในรัชสมัยของพระองค์ ได้แก่ สงครามครั้งที่ 1 พ.ศ. 2327 สงครามเก้าทัพ สงครามครั้งที่ 2 พ.ศ. 2329 สงครามท่าดินแดงและสามสบ สงครามครั้งที่ 3 พ.ศ. 2330 สงครามตีเมืองลำ ปางและเมืองป่าซาง สงครามครั้งที่ 4 พ.ศ. 2330 สงครามตีเมืองทวาย สงครามครั้งที่ 5 พ.ศ. 2336 สงครามตีเมืองพม่า สงครามครั้งที่ 6 พ.ศ. 2340 สงครามพม่าที่เมืองเชียงใหม่ สงครามครั้งที่ 7 พ.ศ. 2346 สงครามพม่าที่เมืองเชียงใหม่ ครั้งที่ 2 เหตุการณ์สำ คัญ สถาปนากรุงเทพมหานคร และราชวงศ์จักรี เกิดสงครามเก้าทัพ สังคายนาพระไตรปิฎก อัญเชิญพระศรีศากยมุนี มาประดิษฐานที่วัดสุทัศน เทพวรารามราช วรมหาวิหาร


พระบาทสมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระพุพุ พุ ท พุ ทธเลิลิ ลิศลิ หล้ล้ ล้ า ล้ านภาลัลั ลั ย ลั ย พระราชสมภพ24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2311บ้านอัมพวา เมืองสมุทรสงคราม อาณาจักรธนบุรี ครองราชย์ 8 กันยายน พ.ศ. 2352– 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367) เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่4ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอด ฟ้าจุฬาโลกมหาราชและเป็นกษัตริย์รัชกาลที่2ของสยามในสมัยราชวงศ์จักรีและทรงเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 46ตามประวัติศาสตร์ไทย สวรรคต21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367 (56 พรรษา)พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานพระราชวัง หลวงกรุงเทพพระมหานครอาณาจักรรัตนโกสินทร์พระบรมมหาราชวังกรุงเทพมหานครประเทศไทย พระนามเดิม ”ฉิม” พระนามหลังสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมราชพงษเชษฐมเหศวรสุนทรไตรเสวตรคชาดิศร มหาสวามินทร์สยารัษฎินทรวโรดมบรมจักรพรรดิราชพิลาศธาดาราชาธิราชบรมนารถบพิตรพระพุทธเลิศหล้านภา ไลย สนม56 ท่านพระราชบุตร73 พระองค์ เหตุการณ์สำ คัญ รัชสมัยของพระองค์เป็น ยุคทองของวรรณคดี เนื่องจากพระองค์ทรง อุปถัมภ์กวีหลายคนในราช สำ นักและพระองค์เองก็ มีชื่อเสียงในฐานะกวีและ ศิลปิน กวีที่โดดเด่นที่สุดในราชสำ นักคือ สุนทรภู่ กรุงสยามมีการเปลี่ยนธงประจำ ชาติจากธงแดงเป็นธงช้าง มีลักษณะพื้นสี แดงตรงกลางเป็นวงกลมสีขาวมีรูปช้างเผือกสีขาวภายในวงกลมแต่เมื่อจะใช้ชัก เป็นธงบนเรือสินค้าให้งดวงกลมออกเสียเหลือแต่รูปช้างเผือกสีขาวเท่านั้น ดัง นั้นบันทึกที่พบในต่างประเทศจึงระบุว่ากรุงสยามใช้ธงประจำ ชาติเป็นรูปช้าง เผือกสีขาวบนพื้นแดง ดูเรื่อง ธงชาติไทย พ.ศ. 2354 ออกพระราชกำ หนดห้ามสูบและซื้อขายฝิ่น เกิดอหิวาตกโรคครั้งใหญ่ โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธี "อาพาธพินาศ" อิน-จัน แฝดสยามคู่แรกของโลกถือกำ เนิดขึ้น


พระบาทสมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระนั่นั่ นั่ ง นั่ งเกล้ล้ ล้ า ล้ าเจ้จ้ จ้ า จ้ าอยู่ยู่ยู่หัยู่หั หั ว หั ว พระราชสมภพ 31 มีนาคม พ.ศ.2331 เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์จักรีและทรงเป็นพระมหา กษัตริย์รัชกาลที่ 47 ตามประวัติศาสตร์ไทย ครองราชย์ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367 ถึง 2 เมษายน พ.ศ. 2394 สวรรคต 2 เมษายน พ.ศ.2394(63พรรษา) มีภรรยา 58 ท่าน พระราชบุตร 51 พระองค์ เหตุการณ์สำ คัญ พ.ศ. 2368 : เฮนรี เบอร์นี ขอเข้ามาทำ สัญญาค้าขาย พ.ศ. 2369 : ลงนามในสัญญา เบอร์นี / เจ้าอนุวงศ์เป็นกบฏ กำ เนิดวีรกรรมท้าวสุรนารี (คุณหญิงโม) และโปรดเกล้าฯ ให้พระยาราชสุภาวดี(สิงห์ สิงหเสนี) แม่ทัพหน้าเป็นเจ้าพระราชสุภาวดี ว่าที่สมุหนายก พ.ศ. 2370 : เริ่มสร้างพระสมุทรเจดีย์ พ.ศ. 2371 : ร้อยเอกเจมส์โลว์ จัดพิมพ์หนังสือภาษาไทยเป็นครั้งแรก / กำ เนิดสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย / โปรดเกล้าให้ทำ การสังคายนาเป็นภาษาไทย / ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามหลายแห่ง และสร้างวัดใหม่ พ.ศ. 2374 : เกิดน้ำ ท่วมใหญ่ในพระราชอาณาจักร พ.ศ. 2375 : แอนดรูว์ แจ็กสัน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งเอ็ดมันต์ โรเบิร์ต เข้ามาขอเจริญพระราชไมตรีทำ การค้ากับไทย พ.ศ. : 2376 เกิดกบฏญวน พ.ศ. : 2385 หมอบรัดเลย์ พิมพ์ปฏิทินภาษาไทยขึ้นเป็นครั้งแรก พ.ศ. : 2386 เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงขึ้นในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2386 พ.ศ. : 2393 อังกฤษ และสหรัฐฯ ขอแก้สนธิสัญญา คณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่ 31 มีนาคมของทุกปีเป็น วันระลึกพระบาทสมเด็จพระ นั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวพระมหา เจษฎาราชเจ้า หรือวัน เจษฎาบดินทร์ เป็นวันสำ คัญของชาติ แต่ไม่ ถือเป็นวันหยุดราชการ


พระบาทสมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระจอมเกล้ล้ ล้ า ล้ าเจ้จ้ จ้ า จ้ าอยู่ยู่ยู่หัยู่หั หั ว หั ว เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรีและทรงเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 48 ตาม ประวัติศาสตร์ไทย มีพระนามเดิมว่า"เจ้าฟ้ามงกุฎ"เสด็จพระราชสมภพ ณ พระราชวังเดิม เมื่อวันพฤหัสบดี ปีชวด ตรงกับวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นพระราชโอรส พระองค์ที่ 43 และเป็นลำ ดับที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย สวรรคต 1 ตุลาคม 2411 (63พรรษา) มีสนม77ท่าน พระราชบุตร 84พระองค์ เหตุการณ์สำ คัญ พ.ศ. 2394 : โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีถือน้ำ พระพิพัฒน์สัตยาสำ หรับพระราชวงศ์ เสนาบดี ทหารและ พลเรือนทั้งหลายต่างดื่มน้ำ พระพิพัฒน์สัตยาทั่วทุกคน พ.ศ. 2395 : โปรดเกล้าฯ ให้ขุนนางสวมเสื้อเวลาเข้าเฝ้า / กองทัพไทยไปตีเมืองเชียงตุง พ.ศ. 2396 : โปรดเกล้าฯ ให้ใช้ “หมาย” แทนเงินตรา / สงครามครั้งสุดท้ายระหว่าง ไทย – พม่า พ.ศ. 2398 : เซอร์ จอห์น เบาริง ขอเข้ามาเจริญพระราชไมตรี ทำ สนธิสัญญาใหม่กับอังกฤษ พ.ศ. 2399 : ทำ สนธิสัญญาการทูตกับอเมริกาและฝรั่งเศส พ.ศ. 2400 : โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทยขึ้นเป็นครั้งแรก พ.ศ. 2401 : โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงพิมพ์หลวงขึ้นในวัง เรียกว่า พ.ศ. 2403 : โปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงกษาปณ์ขึ้นที่หน้าพระคลังมหาสมบัติในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า อยู่หัวรับเอานวัตกรรมตะวันตก มาและริเริ่มพัฒนาประเทศของ พระองค์ให้ทันสมัยทั้งในด้าน เทคโนโลยีและวัฒนธรรมจนทำ ให้ พระองค์ได้รับพระสมัญญานาม ว่า "พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี"


พระบาทสมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระจุจุ จุ ล จุ ลจอมเกล้ล้ ล้ า ล้ าเจ้จ้ จ้ า จ้ าอยู่ยู่ยู่หัยู่หั หั ว หั ว เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรีและทรงเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 49 ตาม ประวัติศาสตร์ไทย เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอังคารพระราชสมภพ 20 กันยายน พ.ศ.2396 สวรรคต 23 ตุลาคม 2453 พระมเหสี 5พระอค์ สนม 143ท่าน พระราชบุตร 97พระองค์ พระองค์มีพระขนิษฐาและพระอนุชา ร่วมพระมารดารวม 3 พระองค์ พระราชกรณียกิจที่สำ คัญของรัชกาลที่ 5 ได้แก่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการเลิกทาสและไพร่ใน ประเทศไทยการป้องกันการเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิฝรั่งเศสและจักรวรรดิอังกฤษ ได้มีการประกาศออกมาให้ มีการนับถือศาสนาโดยอิสระในประเทศนอกจากนี้ได้มีการนำ ระบบจากทางยุโรปมาใช้ในประเทศไทย ได้แก่ระบบการ ใช้ธนบัตรและเหรียญบาท ใช้ระบบเขตการปกครองใหม่ เช่น มณฑลเทศาภิบาล จังหวัด และอำ เภอ และได้มีการ สร้างรถไฟสายแรก คือ กรุงเทพฯ ถึง อยุธยา ที่สำ คัญ การก่อตั้งการประปา การไฟฟ้า ไปรษณีย์โทรเลข โทรศัพท์ การสื่อสารการรถไฟ ส่วนการคมนาคม ให้มีการขุดคลองหลายแห่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงประกาศตั้งกระทรวงขึ้น อย่างเป็นทางการจำ นวน 12 กระทรวง เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2435 อันประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย / กระทรวงนครบาล / กระทรวงโยธาธิการ กระทรวงธรรมการ / กระทรวงเกษตรพานิชการ / กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมรุธาธร / กระทรวงยุทธนาธิการ กระทรวงพระคลังสมบัติ / กระทรวงการต่างประเทศ (กรมท่า) กระทรวงกลาโหม / กระทรวงวัง ทรงยกเลิกระบบไพร่โดยให้ไพร่ เสียเงินแทนการถูกเกณฑ์ นับเป็นการเกิดระบบทหารอาชีพใน ประเทศไทยนอกจากนี้พระองค์ยัง ทรงเลิกทาสแบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากออกกฎหมายให้ลูกทาส อายุครบ20ปีเป็นอิสระจนกระทั่ง ออกพระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124(พ.ศ. 2448)ซึ่งปล่อยทาสทุก คนให้เป็นอิสระและห้ามมีการซื้อ ขายทาส


พระบาทสมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระมงกุกุ กุฎกุ เกล้ล้ ล้ า ล้ าเจ้จ้ จ้ า จ้ าอยู่ยู่ยู่หัยู่หั หั ว หั ว เป็นพระมหากษัตริย์สยามรัชกาลที่6 แห่งราชวงศ์จักรีและทรงเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 50 ตาม ประวัติศาสตร์ไทย เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์เดือนยี่ปีมะโรงโทศก จ.ศ. 1242 ตรงกับวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2424 เสวยราชสมบัติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม ปีจอ พ.ศ. 2453 และเสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายนพ.ศ. 2468 ปีฉลู รวมพระชนมพรรษา 44 พรรษา ดำ รงราชสมบัติรวม 15 ปี สวรรคต 26 พฤศจิกายน 2468 เหตุการณ์ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นครองราชสมบัติในช่วงที่ประเทศกำ ลังประสบวิกฤตเศรษฐกิจจากเหตุภัย แล้ง พ.ศ. 2450-2453[22] และเป็นยุคที่สื่อสิ่งพิมพ์กำ ลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว องค์ความรู้ต่างๆ รวมทั้ง แนวคิดทางการเมือง หรือข่าวคราวการปฏิวัติในต่างประเทศ ได้ไหลบ่าเข้ามาสู่ผู้มีการศึกษาในสยาม ในเดือนแรกหลังขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงปรับโครงสร้างกองทัพโดยการยุบกรมยุทธนาธิการ ทรงตั้งกระทรวงกลาโหมที่มีอำ นาจบัญชากองทัพบกอย่างเดียว และทรงยกแยกกรมทหารเรือออกมาตั้งเป็นกระทรวงทหารเรือ มีอำ นาจบัญชากองทัพเรืออย่างเดียว กบฏ ร.ศ. 130 สยามเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ใน พ.ศ. 2524 ยูเนสโก (UNESCO) ได้ยกย่องพระเกียรติคุณของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้า อยู่หัวว่าทรงเป็นบุคคลสำ คัญ ของโลก ผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม ในฐานะที่ทรงเป็นนักปราชญ์ นัก ประพันธ์ กวี และนักแต่งบทละคร ไว้เป็นจำ นวนมาก


พระบาทสมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระปกเกล้ล้ ล้ า ล้ าเจ้จ้ จ้ า จ้ าอยู่ยู่ยู่หัยู่หั หั ว หั ว เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรีและทรงเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 51 ตาม ประวัติศาสตร์ไทย เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันพุธ ปีมะเส็ง เบญจศก จ.ศ. 1255 เวลา 12.25 น. หรือตรงกับวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 ขึ้นเสวยราชสมบัติเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 และสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2478 รวมดำ รงราชสมบัติ 9 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 สิริ พระชนมพรรษา 47 พรรษา มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง การต่อต้านคณะราษฎร สละราชสมบัติ พระราชกรณียกิจ ด้านการทำ นุบำ รุงบ้านเมือง : เศรษฐกิจสืบเนื่องจากผลของสงครามโลกครั้งที่หนึ่งประเทศทั่วโลกประสบปัญหา ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งมีผลกระทบกระเทือนมาสู่ประเทศไทยพระองค์ได้ทรงพยายามแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจด้วย วิธีต่าง ๆ ด้านการปกครอง : พบหลักฐานว่าพระองค์ทรงรับรู้ทั้งสนับสนุน "คณะกู้บ้านกู้เมือง" และมีพระราชดำ รัส"ประเทศนี้พร้อมแล้วหรือยังที่จะมีการ ปกครองแบบมีผู้แทนตามความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้าแล้วข้าพเจ้าขอย้ำ ว่าไม่ "ทั้งทรงขัดขวางเค้าโครงการเศรษฐกิจปี 2475 ของปรีดี พนมยงค์ ซึ่งรูปแบบเนื้อหาเอนเอียงทางคอมมิวนิสต์ ด้านการศาสนา การศึกษา ประเพณีและวัฒนธรรม : ทรงส่งเสริม การศึกษาของชาติทั้งส่วนรวมและส่วนพระองค์โปรดให้สร้างหอ พระสมุดสำ หรับพระนครเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าศึกษาได้อย่างเสรีทรงตั้งราช บัณฑิตยสภาเพื่อมีหน้าที่บริหารและเผยแพร่วิชาการด้านวรรณคดีโบราณคดีและศิลปกรรมในด้านวรรณกรรม พระองค์ทรงได้รับการยกย่องจาก นักประวัติศาสตร์บางส่วนว่าเป็น "กษัตริย์นักประชาธิปไตย" เนื่องจากทรงยินยอมสละพระราช อำ นาจของพระองค์ให้เป็นของ ประชาชน และลดพระราชฐานะของพระองค์ ให้เป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้ รัฐธรรมนูญพระองค์แรก


พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันท มหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันท มหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระองค์เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรีและทรงเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 52 ตามประวัติศาสตร์ไทย เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2478 ขณะที่มีพระชนมพรรษาเพียง 9 พรรษา และประทับที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดังนั้น จึงมีการแต่งตั้งคณะผู้สำ เร็จราชการแทนพระองค์เพื่อทำ หน้าที่ บริหารราชการแผ่นดินจนกว่าพระองค์จะทรงบรรลุนิติภาวะ พระราชสมภพ 20 กันยายน พ.ศ.2468 และ สวรรคต 9มิถุนายน พ.ศ.2489 (20พรรษา) ชีวิตส่วนพระองค์ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เขียนว่า พระองค์ทรงคบ กับหญิงชาวสวิส ชื่อ แมรีลีน เฟอร์รารีเป็นคนรัก แต่ทรงถูกพระราชชนนีตักเตือน พระองค์เสด็จนิวัตพระนครครั้งแรกภายหลังทรงราชย์เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 และครั้งที่ สองเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2488 แต่ก่อนกำ หนดการเสด็จพระราชดำ เนินกลับไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศส วิตเซอร์แลนด์เพียง 4 วัน พระองค์ก็ได้เสด็จสวรรคตด้วย ทรงต้องพระแสงปืนเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ณ ห้องพระบรรทม พระที่นั่งบรมพิมาน ภายในพระบรมมหาราชวัง รวมระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติทั้งสิ้น 12 ปี ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ร่วมกับเหตุการณ์การโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ กองทัพญี่ปุ่นเข้ารุกรานและเข้ายึดครองประเทศไทย ไทยที่ถูกยึดครองได้กลายเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการของจักรวรรดิญี่ปุ่นและ เป็นสมาชิกของฝ่ายอักษะ ภายใต้การนำ โดยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ไทยได้ประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบรมราชานุสาวรีย์ ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร พระบรมราชานุสาวรีย์ ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ พระบรมราชานุสาวรีย์ ณ โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย พระบรมราชานุสาวรีย์ ณ โรงพยาบาลอานันทมหิดล พระบรมราชานุสาวรีย์ ณ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย พระบรมราชานุสาวรีย์ ณ สวนหลวงพระราม 8


พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรีและทรงเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 53 ตาม ประวัติศาสตร์ไทย ครองราชย์ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ด้วยพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระปรมิ นทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร จน สวรรคต เป็นประมุขแห่งรัฐที่ครองราชย์ยาวนานมากที่สุดตลอดกาลในประเทศไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ ทวีปเอเชีย พระองค์ยังเป็นประมุขแห่งรัฐที่ดำ รงตำ แหน่งนานที่สุดในโลกในขณะทรงพระชนม์ นับตั้งแต่การ สวรรคตของจักรพรรดิฮิโรฮิโตะแห่งญี่ปุ่นใน พ.ศ. 2532 กระทั่งสวรรคตใน พ.ศ. 2559[2] อีกทั้งเป็นพระมหา กษัตริย์ที่ดำ รงตำ แหน่งนานที่สุดตลอดกาลอันดับที่ 3 ของโลก ด้วยระยะเวลาในราชสมบัติทั้งสิ้น 70 ปี126 วัน พระองค์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 และ สวรรคต 13 ตุลาคม 2559 (88พรรษา) เหตุการณ์ ขัดแย้งกับรัฐบาลจอมพล แปลก พิบูลสงคราม สมัยรัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ สมัยรัฐบาลจอมพล ถนอม กิตติขจร ยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน สมัยรัฐบาลพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ พฤษภาทมิฬ รัฐประหาร พ.ศ. 2549 และ 2557 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริทรงเริ่มดำ เนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2495ตลอดรัช สมัยมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริทั้งหมด 4,741 โครงการ พระองค์ทรงมีบทบาทใน การเมืองไทยหลายครั้ง ได้ทรง หยุดยั้งการกบฏ เช่น กบฏยัง เติร์ก ในปี พ.ศ. 2524 และ กบฏทหารนอกราชการ ในปี พ.ศ. 2528 กระนั้น ในสมัยของ พระองค์ได้มีการทำ รัฐประหาร โดยทหารหลายคณะ บทบาท ทางการเมืองที่สำ คัญของ พระองค์


พ่พ่ พ่ อ พ่ อขุขุ ขุ น ขุ นศรีรี รี อิ รี อิ อิ น อิ นทราทิทิ ทิ ต ทิ ตย์ย์ ย์ย์ เป็นพระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย และเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง ตามประวัติศาสตร์ไทย ทรงครองราชย์ตั้งแต่ พ.ศ. 1718 ตราบจนเสด็จสวรรคตเมื่อใดไม่ปรากฏ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์เมื่อครั้งยังเป็นพ่อขุนบางกลางหาวได้ร่วมมือกับพ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราดแห่ง ราชวงศ์ศรีนาวนำ ถุม รวมกำ ลังพลกัน กระทำ รัฐประหารขอมสบาดโขลญลำ พง โดยพ่อขุนบางกลางหาวตีเมือง ศรีสัชนาลัยและเมืองบางขลงได้ และยกทั้งสองเมืองให้พ่อขุนผาเมือง ส่วนพ่อขุนผาเมืองตีเมืองสุโขทัยได้ ก็ได้ มอบเมืองสุโขทัยให้พ่อขุนบางกลางหาว พร้อมพระขรรค์ชัยศรีและพระนาม "ศรีอินทรบดินทราทิตย์" ซึ่งได้นำ มา ใช้เป็นพระนาม ภายหลังได้คลายเป็น ศรีอินทราทิตย์ ในยุคประวัติศาสตร์ชาตินิยม มีคติหนึ่งที่เชื่อกันว่า พระองค์ทรงเป็นผู้นำ ชาวสยามต่อสู้กับอิทธิพลขอมใน สุวรรณภูมิ ทรงได้ชัยชนะและประกาศอิสรภาพตั้งราชอาณาจักรสุโขทัยขึ้น และทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย แต่ภายหลัง คติดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่จริง เพราะพระองค์ไม่ได้เป็นปฐมกษัตริย์ อีกทั้งยังมีพ่อขุนศรีนาวนำ ถุม ครองสุโขทัยอยู่ก่อนแล้ว พระนาม บางกลางหาว พ่อขุนบางกลางหาว พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พระร่วง พระอินทราชา อรุณราช ไสยรังคราช หรือไสยรัง คราชา ไสยนรงคราช รังคราช หรือสุรังคราช พระร่วง หรือโรจนราช สำ หรับพระนามแรก คือ พ่อขุนบางกลางหาว นั้น เป็นพระนามดั้งเดิมเมื่อครั้งเป็น เจ้าเมืองบางยาง เป็นที่ยอมรับ กันโดยทั่วไปว่า พ่อขุนบางกลาง หาวเป็น พระนามสมัยเป็นเจ้า เมืองบางยาง โดยแท้จริง


พ่พ่ พ่ อ พ่ อขุขุ ขุ น ขุ นบานเมืมื มื อ มื อง พระองค์เป็นพระโอรสพระองค์ที่สองของ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย กับ นางเสือง พระมเหสี พระองค์ทรงสืบราชสมบัติต่อจากพระบิดา โดยไม่ปรากฏปีที่เสด็จขึ้นครองราชย์ และ ทรงอยู่ในราชสมบัติไปจนเสด็จสวรรคาลัยในราว พ.ศ. 1822 คำ นำ พระนามว่า "พ่อขุน" นั้นปรากฏแต่ในจารึกสองหลัก คือ จารึกพ่อขุนรามคำ แหง (ราว พ.ศ. 1835) และ จารึกวัดศรีชุม (ราว พ.ศ. 1884–1910) ส่วนจารึกสมัยหลัง เช่น จารึกปู่ขุนจิตขุนจอด (พ.ศ. 1935) ใช้ คำ นำ พระนามแบบมอญว่า "พรญา" (พระยา) ขณะที่คำ ว่า "พ่อขุน" ถูกลดฐานะเป็นคำ นำ หน้านามขุนนางหรือเจ้า เมือง เอกสาร ชินกาลมาลีปกรณ์ ระบุว่า พระองค์มีพระโอรสพระองค์หนึ่งพระนามว่า พระยางั่วนำ ถุม ซึ่ง ภายหลังได้ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรสุโขทัยเช่นกัน ด้วยประเพณีการตั้งชื่อบุตรหลานตามนามบรรพบุรุษ พระนามของพระองค์จึงได้รับการตั้งเป็นชื่อเหลนของพระองค์ คือ พระยาบานเมืองผู้ซึ่งภายหลังขึ้นครองราชย์เป็นพระมหาธรรมราชาที่ 4 พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรสุโขทัย เป็น พระมหากษัตริย์ แห่ง อาณาจักรสุโขทัย อาณาจักรโบราณใน ประเทศไทยปัจจุบัน พระองค์ ทรงอยู่ใน ราชวงศ์พระร่วง


พ่พ่ พ่ อ พ่ อขุขุ ขุ น ขุ นรามคำคำคำคำแหงมหาราช พ่อขุนรามคำ แหงมหาราช หรือพระนามเต็ม พระบาทกมรเตงอัญศรีรามราช (สวรรคต พ.ศ. 1841) เป็น พระมหากษัตริย์ พระองค์ที่ 3 ใน ราชวงศ์พระร่วง แห่ง อาณาจักรสุโขทัย ครองราชย์ประมาณ พ.ศ. 1822–1841 พระองค์เป็นกษัตริย์พระองค์แรกของไทยที่ได้รับการยกย่องเป็น "มหาราช" ด้วยทรงบำ เพ็ญพระ ราชกรณียกิจอันทรงคุณประโยชน์แก่แผ่นดิน ทรงรวบรวมอาณาจักรไทยจนเป็นปึกแผ่นกว้างขวาง ทั้งยังได้ ทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้นทำ ให้ชาติไทยได้สะสมความรู้ทางศิลปะวัฒนธรรม และวิชาการต่างๆ สืบทอดกัน มากกว่าแปดร้อยปี เมื่อพ่อขุนรามคำ แหง มหาราชมีพระชนมายุ 19 พรรษา ได้ทรงทำ ยุทธหัตถี มีชัยต่อขุนสามชน เจ้า เมือง ฉอด พระบรมชนกนาถจึง ทรงขนานพระนามว่า "พระรามคำ แหง" ซึ่งแปลว่า "พระรามผู้กล้าหาญ" พ่อขุนรามคำ แหงมหาราชทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นใช้เมื่อ พ.ศ. 1826 พระองค์ได้ทรงประดิษฐ์พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ เพิ่มขึ้นให้สามารถเขียนแทนเสียงพูดของคำ ในภาษาไทยได้ทุกคำ กับทั้งได้นำ สระและ พยัญชนะมาอยู่ในบรรทัดเดียวกันโดยไม่ต้องใช้พยัญชนะซ้อนกัน ทำ ให้เขียนและอ่านหนังสือไทยได้สะดวกมากขึ้น วรรณกรรมสมัยพ่อขุนรามคำ แหงมหาราชสูญหายไปหมดแล้ว คงเหลือแต่ ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำ แหง โปรดให้สร้างทำ นบกักน้ำ ที่เรียกว่า “สรีดภงส์” เพื่อนำ น้ำ ไปใช้ในตัวเมือง สุโขทัยและบริเวณใกล้เคียง โดยอาศัยแนวคันดินที่เรียกว่า “เขื่อนพระร่วง” ทำ ให้มีน้ำ สำ หรับใช้ในการเพาะปลูกและอุปโภคบริโภคในยาม ที่บ้านเมืองขาดแคลนน้ำ


พระมหาธรรมราชาที่ที่ ที่ที่ 1 เป็นพระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัยในราชวงศ์พระร่วงครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1890–1911 เป็น พระราชโอรสของ พระยาเลอไทย และพระราชนัดดาของ พ่อขุนรามคำ แหงมหาราช ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระยางั่วนำ ถุม เดิมทรงปกครองเมืองศรีสัชนาลัย ในฐานะอุปราชหรือรัชทายาท เมืองสุโขทัย เมื่อปี พ.ศ. 1882 เมื่อพระยาเลอไทยเสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 1911 พระยางั่วนำ ถุมได้ขึ้นครองราชย์ จนเสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 1890 พระยาลิไทยโดยต้องใช้กำ ลังทหารเข้ามายึดอำ นาจเพราะที่สุโขทัยเกิดการกบฏ การสืบราชบัลลังก์ ไม่เป็นไปตามครรลองครองธรรม พระยาลิไทยยกทัพมาแย่งชิงราชสมบัติได้ และขึ้นครอง ราชย์ใน พ.ศ. 1890 ทรงพระนามว่า พระบาทกมรเตงอัญศรีสุริยพงษ์รามมหาธรรมราชาธิราช พระองค์ทรงรวบรวมหัวเมือง ต่างๆ ที่แยกเป็นอิสระให้กลับมา รวมตัวอีกครั้ง อาณาเขตในรัช สมัยของพระองค์ได้แก่ เมือง ต่างๆระหว่าง แม่น้ำ ปิง แม่น้ำ น่าน และแควป่าสัก มีเชียงทอง กำ แพงเพชร พระบาง ปากยม สองแคว สระหลวง ขึ้นไปถึง กลุ่มเมืองราด เมืองสะค้า เมือง ลุมบาจา เมืองน่านและเชาบุรี ศาสนา พระยาลิไทยทรงเลื่อมใสในศาสนาพุทธเป็นอย่างมากนโยบายการปกครอง ที่ใช้ศาสนา เป็นหลักรวมความเป็นปึกแผ่นจึงเป็นนโยบายหลักในรัชสมัยนี้ ภาษาและวรรณคดี ด้านอักษรศาสตร์ทรงพระปรีชาสามารถนิพนธ์หนังสือไตรภูมิพระร่วงที่นับ เป็นงานนิพนธ์ที่เก่าแก่ที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย ด้วยทรงเชี่ยวชาญใน พระไตรปิฎก การสร้างเมือง ทรงทำ นุบำ รุงบ้านเมืองให้เจริญหลายประการ เช่น สร้างถนนพระร่วงตั้งแต่เมืองศรีสัชนาลัยผ่านกรุงสุโขทัยไปถึงเมืองนครชุม บูรณะเมืองนครชุม


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระรามาธิธิ ธิ บ ธิ บดีดี ดี ที่ ดี ที่ ที่ที่ 1 เป็นปฐมกษัตริย์แห่ง อาณาจักรอยุธยา ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 1893 ถึง พ.ศ. 1912 ทรงพระนามว่า พระเจ้าอู่ทองก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 1893 มีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับภูมิหลังของพระเจ้าอู่ทอง รวมทั้ง อาจเป็นเชื้อสายของพ่อขุนมังราย จดหมายเหตุโหร ระบุว่าพระเจ้าอู่ทองรามาธิบดีเสด็จพระราชสมภพวันจันทร์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 5 ปีขาล จ.ศ. 676 (ตรงกับวันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 1857) ได้ทรงสถาปนาเมืองหลวงขึ้น ในบริเวณที่หนองโสนเมื่อ จ.ศ. 712 ปีขาล โทศก วันศุกร์ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 5 เวลา 3 นาฬิกา 9 บาท ตรงกับ วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 1893 หรือ 12 มีนาคม พ.ศ. 1893 ตาม ปฏิทินไทยสากล ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเมื่อ ครองราชย์ได้รับเฉลิมพระปรมาภิไธยว่า สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสุนทรบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ถึงปี ระกา พ.ศ. 1912 เสด็จสวรรคต อยู่ในราชสมบัติ 19 ปี การสถาปนากรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็น ราชธานีเมื่อวันศุกร์ ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 5 ปีขาล จุลศักราช 712 ตรงกับวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 1893 การศาสนา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างวัดต่าง ๆ เช่น วัดพุทไธศวรรย์ การค้าขาย และสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ ในด้านไมตรีกับต่างประเทศในสมัยเมื่อสร้างกรุงศรีอยุธยานั้นฝรั่งกับญี่ปุ่น ยังไม่มีมาค้าขาย แต่การไปมาค้าขายกับเมืองจีน, แขก, จาม, ชวา, มลายู ตลอดจนอินเดีย, เปอร์เซีย และ ลังกานั้นไปถึงกันมานานแล้ว สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ทรง ประกาศใช้กฎหมายถึง 10 ฉบับ ในรัชสมัยของพระองค์


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระราเมศวร 1 สมเด็จพระราเมศวร เสด็จพระราชสมภพในปี พ.ศ. 1883 เป็นพระราชโอรสใน สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ได้ เพียง 1 ปีเท่านั้นก็สละราชสมบัติ ให้สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ผู้เป็นพระมาตุลา และเสด็จขึ้น ครองราชสมบัติอีกครั้งภายหลัง การสำ เร็จโทษ สมเด็จพระเจ้าทอง ลัน พระราชโอรสของสมเด็จ พระบรมราชาธิราชที่ 1 ที่ครอง ราชสมบัติได้เพียง 7 วัน หลังจากสมเด็จพระรามาธิบดีเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 1913 พระองค์จึงเสด็จฯ จากเมืองลพบุรีมาเสวย ราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงศรีอยุธยา ขณะนั้นมีพระชนมพรรษาได้ 37 พรรษา แต่ พระองค์ทรงครองราชสมบัติได้เพียงปีเดียว สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าก็ยกทัพจากเมืองสุพรรณบุรีเข้ามา พระองค์จึงออกไปรับเสด็จฯ เข้าพระนคร แล้วถวายราชสมบัติให้ครองกรุงศรีอยุธยาแทน ส่วนพระองค์กลับไป ครองเมืองลพบุรีดังเดิม ในปี พ.ศ. 1938 เย็นวันหนึ่งสมเด็จพระราเมศวรเสด็จไปพระที่นั่งมังคลาภิเษก ระหว่าง ทางมีวิญญาณของท้าวมล มาปรากฏนั่งขวางทางเสด็จอยู่แล้วหายไป พระองค์ก็สวรรคต สิริพระชนมพรรษา 56 พรรษา ทรงครองราชสมบัติรวม 2 ครั้งเป็นระยะเวลา 8 ปี โดย สมเด็จพระเจ้ารามราชา พระราชโอรส ของพระองค์ได้สืบราชสมบัติ หลังจากที่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชสมบัติในครั้งที่ 2 แล้วนั้น พระองค์ทรงทำ สงครามแผ่ขยายราชอาณาเขตกรุงศรีอยุธยาออกไปยัง หัวเมืองทางตอนเหนือและแถบเมืองกัมพูชา สงครามกับเมืองเชียงใหม่ ในพระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) กล่าวว่า พ.ศ. 1927 พระองค์ทรงยกกองทัพขึ้นไปยังเมืองเชียงใหม่ในชั้นแรกนั้นพระเจ้าเชียงใหม่ ได้ขอสงบศึก โดยขอเวลา 7 วันแล้วจะนำ เครื่องราชบรรณาการมาถวาย เพื่อเจริญพระราชไมตรี


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 8 แห่ง อาณาจักรอยุธยา และพระองค์ที่ 5 แห่ง ราชวงศ์สุพรรณ ภูมิ ระหว่าง พ.ศ. 1991 ถึง พ.ศ. 2031 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ มีพระนามเดิมว่า พระราเมศวร (โปรด อย่าสับสนกับ สมเด็จพระราเมศวร ครองราชย์ พ.ศ. 1912-1913) ประสูติเมื่อ พ.ศ. 1974 อาจเป็นไปได้ว่า พระราเมศวรประสูติในสมัยที่อาณาจักรสุโขทัยขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา โดยอยู่ภายใต้อำ นาจการปกครองตั้งแต่ปี พ.ศ. 1955 เมื่อพระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล) เสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 1981 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ได้ผนวกอาณาจักรสุโขทัยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยา และสถาปนาพระราเมศวรพระราชโอรสของ พระองค์เองซึ่งมีพระชนมายุ 7 พรรษาเป็นอุปราชแห่งสุโขทัย[9] เมื่อพระราเมศวรมีพระชนมายุได้ 15 พรรษา พระราชบิดาได้ส่งพระองค์ไปยังเมืองพิษณุโลก (ซึ่งเป็นเมืองหลวงแทนที่สุโขทัยในราว พ.ศ. 1973) เพื่อ ปกครองดินแดนเดิมของสุโขทัยซึ่งปัจจุบันเรียกว่า "หัวเมืองเหนือ" สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 เสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 1974 พระราเมศวรมีพระชนมายุได้ 17 พรรษา ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทำ ให้พระองค์รวมสุโขทัยและอยุธยาเข้าด้วยกัน พระราชกรณียกิจด้านการปกครองประกอบด้วยการจัดระเบียบ การปกครองส่วนกลางและส่วนภูมิภาค อันเป็นแบบแผนซึ่งยึดสืบต่อ กันมาจนถึง รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และการตรา พระราชกำ หนดศักดินา ซึ่งทำ ให้มีการแบ่งแยกสิทธิ และหน้าที่ของแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป พระองค์ทรงเป็นพระมหา กษัตริย์ 1 ในหลายๆ พระองค์ ที่ได้รับพระราชสมัญญาเป็น พระเจ้าช้างเผือก พระองค์ เป็นพระมหากษัตริย์ไทย พระองค์แรกที่มี " ช้างเผือก " ไว้ประดับพระบารมี ซึ่งตาม ความเชื่อของชาว ฮินดู ว่า เป็น "เครื่องหมายแห่งความ รุ่งโรจน์และความสุข"


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระรามาธิธิ ธิ บ ธิ บดีดี ดี ที่ ดี ที่ ที่ที่2 สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 มีพระนามเดิมว่า พระเชษฐา เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ กับพระราชชนนีจาก ราชวงศ์พระร่วง พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ระบุว่า ทรงพระราชสมภพเมื่อปีมะโรง พ.ศ. 2015 ต่อมาในปี พ.ศ. 2027 ทรงผนวชพร้อมกับพระราชโอรสในสมเด็จ พระบรมราชาธิราชที่ 3 เมื่อทรงลาผนวชในปีถัดมา พระราชสมภพ พ.ศ. 2015 พิษณุโลก สวรรคต 10 ตุลาคม พ.ศ. 2072 (57 พรรษา) เหตุการณ์สำ คัญ พ.ศ. 2039 ทรงประพฤติการเบญจาพิธ และทรงให้มีเล่นการดึกดำ บรรพ์ พ.ศ. 2040 ทรงให้ทำ การปฐมกรรม พ.ศ. 2067 งาช้างต้นเจ้าพระยาปราบแตกข้างขวายาวไป ในเดือนเดียวกันมีผู้ทอดบัตรสนเท่ห์ สมเด็จพระรามาธิบดีทรง ให้ประหารขุนนางจำ นวนมาก พ.ศ. 2068 น้ำ น้อย ข้าวมีการเน่าเสีย แผ่นดินไหวทุกเมือง และเกิดเหตุอุบาทว์หลายอย่าง พ.ศ. 2069 ข้าวสารแพงเป็น 3 ทะนานต่อเฟื้องเบี้ยแปดร้อย เกวียนหนึ่งเป็นเงินชั่งหกตำ ลึง ในวรรณคดีไทย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เป็นที่ เชื่อกันว่าเป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์เดียวกับที่ปรากฏพระนาม ว่า สมเด็จพระพันวษา ในวรรณคดี พื้นบ้านเรื่องขุนช้างขุนแผน เนื่องจากในพงศาวดารอาทิคำ ให้การชาวกรุงเก่าระบุถึงรัชสมัย ของพระองค์มีตอนที่กล่าวถึงทหาร คนสำ คัญคนหนึ่งที่ชื่อขุนแผน ด้วย


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระบรมราชาธิธิ ธิ ร ธิ ราชที่ที่ ที่ที่4 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 (พ.ศ. 2031 – พ.ศ. 2076 [1] ) พระนามเดิมว่า พระอาทิตยวงศ์ เป็น พระมหากษัตริย์ลำ ดับที่ 11 แห่ง กรุงศรีอยุธยา จาก ราชวงศ์สุพรรณภูมิ เสวยราชย์ตั้งแต่ พ.ศ. 2072 จน สวรรคตด้วย ไข้ทรพิษ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 ประชวรพระโรคไข้ทรพิษเสด็จสวรรคต สมเด็จพระราช กุมารพระราชโอรสของพระองค์จึงได้เสวยราชสมบัติเป็น สมเด็จพระรัษฎาธิราช พงศาวดารไทยไม่ได้บันทึกพระราชกิจสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 ไว้ อาจเป็นเพราะทรงครองราชย์ไม่ นาน แต่ พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับวันวลิต ว่า พระองค์โปรดสงคราม เฉลียวฉลาด ทรงตั้งผู้ใจบุญและ ซื่อสัตย์ ให้ดำ รงตำ แหน่งทางตุลาการ และทรงรักษาความยุติธรรม แต่ทั้งรัชกาลทรงทำ สงครามกับ อาณาจักรล้านช้าง และ อาณาจักรหงสาวดี ทำ ให้บ้านเมืองสับสนวุ่นวาย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 มีพระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระอาทิตยวงศ์ พระราชสมภพเมื่อ ปี พ.ศ. 2031 เป็นพระราชโอรสใน สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงดำ รงตำ แหน่ง "หน่อพุทธางกูร" ซึ่งกฎ มนเทียรบาลว่าเป็นตำ แหน่งสำ หรับพระราชโอรสที่ประสูติจากพระอัครมเหสี และเป็นตำ แหน่งพระราชโอรสชั้น สูงสุด


เป็นพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 12 แห่งอาณาจักรอยุธยา เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระบรม ราชาธิราชที่ 4 (สมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูร) แต่ครองราชย์ได้เพียง 5 เดือน ตรงกับ พ.ศ. 2077 [3] สมเด็จพระไชยราชาธิราช ก็ชิงราชสมบัติแล้วนำ พระองค์ไปสำ เร็จโทษ สมเด็จพระรัษฎาธิราช เสด็จพระราช สมภพปี พ.ศ. 2072 เป็นพระราชโอรสใน สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 เมื่อพระราชบิดาเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2076 จึงขึ้นครองราชสมบัติแทน การขึ้นครองราชย์และการสวรรคต ใน พ.ศ. 2076 (จ.ศ. 1533/34) สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 เสด็จสวรรคตด้วยโรคไข้ทรพิษและพระ ราชโอรสคือพระรัษฎาธิราช สืบราชสมบัติเป็นพระเจ้ากรุงศรีอยุธยา ในปี พ.ศ. 2077 (จ.ศ. 1534/35) หลังจาก ที่พระองค์ครองราชสมบัติได้ห้าเดือน สมเด็จพระไชยราชาธิราช ทรงยึดราชบัลลังก์และสำ เร็จโทษสมเด็จพระรัษฎาธิราช ด้วยท่อนจันทน์ตามราชประเพณี สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระรัรั รั ษ รั ษฎาธิธิ ธิ ร ธิ ราช ความสัมพันธ์กับไชยราชาธิราช พงศาวดารไทยและต่างประเทศระบุว่าสมเด็จพระรัษฎาธิราชและ สมเด็จพระไชยราชาธิราชเป็นญาติกันแต่ไม่มีเอกสารใดที่ให้ข้อมูลเพียงพอ ที่ทำ ให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองชัดเจน พงศาวดารไทยและต่าง ประเทศทั้งหมดกล่าวว่า สม เด็จพระรัษฎาธิราชมีพระ ชนมายุเพียง 5 พรรษาเมื่อ ขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2076


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระไชยราชาธิธิ ธิ ร ธิ ราช สมเด็จพระไชยราชาธิราช เป็น พระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 13 แห่งอาณาจักรอยุธยา รัชสมัยของ พระองค์โดดเด่นสำ หรับการหลั่งไหลเข้ามาของพ่อค้าและทหารรับจ้างชาวโปรตุเกสและเทคโนโลยี การสงคราม สมัยใหม่ตอนต้น สมเด็จพระไชยราชาธิราชพระราชสมภพราว พ.ศ. 2042 เป็นพระราชโอรสใน สมเด็จพระ รามาธิบดีที่ 2 ที่ประสูติแต่พระสนม ในปี พ.ศ. 2077 ขณะพระชนมายุราว 35 พรรษา ได้ปราบดาภิเษกโดย การสำ เร็จโทษ สมเด็จพระรัษฎาธิราช แล้วขึ้นครองราชย์ พระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ระบุ ว่า หลังทำ สงครามกับเมืองเชียงใหม่แล้ว สมเด็จพระไชยราชาธิราชเสด็จยกทัพหลวงกลับมายังกรุงศรีอยุธยา แล้วสวรรคตระหว่างทาง สงครามเชียงกราน ในรัชสมัยของพระองค์ได้เกิดสงครามไทยกับพม่าเมื่อปี พ.ศ. 2081 เมื่อพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้แห่งกรุงหงสาวดีได้ยกกองทัพมาตีเมืองเชียงกราน อันเป็นหัวเมืองชายแดนทางทิศตะวันตกของกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงยกทัพไปตีกลับคืนมา สงครามกับล้านนา เกิดการผลัดแผ่นดินขึ้นที่เชียงใหม่ พระเมืองเกษเกล้าถูกลอบปลงพระชนม์ โดยแสนคล้าวขุนนางผู้ทุริยศ การคมนาคม ในรัชสมัยของพระองค์ได้ โปรดเกล้าให้ขุดคลองลัด บางกอก เนื่องจากแม่น้ำ เจ้าพระยาตั้งแต่ปากน้ำ ไปถึง กรุงศรีอยุธยามีความคด เคี้ยวหลายแห่ง


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระยอดฟ้ฟ้ฟ้ า ฟ้ า สมเด็จพระยอดฟ้า หรือ สมเด็จพระแก้วฟ้า (ประมาณ พ.ศ. 2078 – 10 มิถุนายน พ.ศ. 2091) เป็น พระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 14 แห่ง กรุงศรีอยุธยา จาก ราชวงศ์สุพรรณภูมิ สมเด็จพระยอดฟ้าเป็นพระ ราชโอรสใน สมเด็จพระไชยราชาธิราช กับ นางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ เสวยราชย์ตั้งแต่ พ.ศ. 2089 จน ถูกสำ เร็จโทษ สมเด็จพระยอดฟ้าเสด็จพระราชสมภพประมาณปี พ.ศ. 2078 เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระไชย ราชาธิราชกับท้าวศรีสุดาจันทร์ พระสนมเอกฝ่ายซ้ายมีพระอนุชาหนึ่งพระองค์คือ พระศรีศิลป์ พระชันษาอ่อน กว่า 6 ปี สมเด็จพระไชยราชาธิราชสวรรคตใน พ.ศ. 2089 พระยอดฟ้าจึงสืบราชสมบัติต่อ เวลานั้น มีพระ ชนมายุ 11 พรรษา พระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) บันทึกว่า "นางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ ผู้เป็นสมเด็จพระชนนีช่วยทำ นุบำ รุงประคองราชการแผ่นดิน" การเมืองยามนั้นยังวุ่นวาย พระเฑียรราชา เชื้อ พระวงศ์ฝ่ายสมเด็จพระไชยราชาธิราช น่าจะเป็นกำ ลังสำ คัญในการประคับประคองราชการแผ่นดินได้ แต่กลับ เกรงราชภัย หนีไปผนวชที่ วัดราชประดิษฐาน ตำ บลท่าทราย ในกรุงศรีอยุธยาตลอดรัชกาลสมเด็จพระยอด ฟ้า จดหมายเหตุโหรว่า สมเด็จพระยอดฟ้าทรงถูกสำ เร็จโทษเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 8 ปีจอ จ.ศ. 910 ตรงกับวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2091 ทรงอยู่ในราชสมบัติ 2 ปีเศษ สิริพระชนมพรรษา 13 พรรษาเศษ แต่ในพจนานุกรมไทยฉบับนักเรียน ของสำ นักพิมพ์วัฒนาพานิช ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2530 ได้กล่าวไว้ว่าพระยอด ฟ้าทรงถูกขุนวรวงศาธิราชลอบปลงพระชนม์ด้วยการถอดพระองค์ออกจากราชสมบัติแล้ววางยาพิษจน สวรรคต แล้วขุนวรวงศาธิราชก็เสด็จขึ้นครองราชย์เพียง 42 วัน ขุนวรวงศาธิราชก็ถูกลอบปลงพระชนม์อีก


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระไชยราชาธิธิ ธิ ร ธิ ราช ขุนวรวงศาธิราช เป็นพระมหากษัตริย์ไทยในสมัยอาณาจักรอยุธยานักประวัติศาสตร์ไทยบางท่านไม่นับ ว่าพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์เพราะถือว่าเป็นกบฏสมคบกับ นางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ แย่งชิงราช บัลลังก์จาก สมเด็จพระยอดฟ้า ขุนวรวงศาธิราชเสด็จพระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ ในตระกูลอำ มาตย์ (หรือ พราหมณ์) พระนามเดิมว่า บุญศรี เดิมมีตำ แหน่งเป็น พันบุตรศรีเทพ ผู้เฝ้าหอพระข้างหน้ามีหน้าที่เป็นผู้กระทำ พิธีการต่างๆ รวมถึงขับเสภากล่อมสมเด็จพระไชยราชาธิราชให้บรรทมด้วย จึงสามารถเข้านอกออกในเขตพระ ราชฐานได้ การครองราชบัลลังก์ของขุนวรวงศาธิราชนั้นไม่เป็นที่เห็นชอบของขุนนางในราชสำ นักและพระญาติวงศ์ บางส่วนเพราะขุนวรวงศาธิราชทรงขึ้นครองบัลลังก์โดยไม่ชอบธรรมจึงมีขุนนางบางคนรวมตัวกันเพื่อล้มล้าง ราชบัลลังก์ ขุนวรวงศาธิราชจึงทรงถูกลอบปลงพระชนม์ (บ้างก็ว่าถูกสำ เร็จโทษ) ที่คลองสระบัว ข้างคลองปลาหมอโดยขุนพิเรนทรเทพกับสมัครพรรคพวก (ในบันทึกของเจอเรมิส วันวลิต บอกว่าถูกลอบยิงด้วยปืนที่ข้างประตูวัง ) พร้อมท้าวศรีสุดาจันทร์และพระธิดาพระบรมศพนั้นถูกนำ ไปเสียบประจานไว้ที่วัดแร้ง โดยในฉบับพระราชหัตถเลขาบอกว่าของขุนวรวงศาธิราชโดนฆ่าและโยนศพ ให้สุนัขกิน พระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศว่าทรงครองราชย์ได้ 5 เดือน แต่คำ ให้การชาวกรุงเก่าว่า 2 ปี สวรรคตเมื่อพระชนมายุได้ 22 พรรษา บางทฤษฎีเชื่อว่าพระองค์เป็น บุตรหรือมีเชื้อสายสืบทอดมา จากเจ้าเมืองศรีเทพ อันเป็นเมืองลูกหลวงสมัย ราชวงศ์อู่ทองครองกรุง ศรีอยุธยา หรือสืบเชื้อสายมา จาก ราชวงศ์อู่ทอง


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระมหาจัจั จั ก จั กรพรรดิดิ ดิดิ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ หรือ พระเจ้าช้างเผือก หรือพระนามเดิม พระเทียรราชา เป็นพระมหา กษัตริย์รัชกาลที่ 15 แห่ง อาณาจักรอยุธยา ระหว่างปี พ.ศ. 2091 - 2111 พระองค์ขึ้นครองบัลลังก์จากการ สนับสนุนของ ขุนพิเรนทรเทพ และขุนนางผู้สนับสนุนของเขาซึ่งได้ทำ รัฐประหารโดยการสังหารผู้แย่งชิง บัลลังก์คือ ขุนวรวงศาธิราช และ ท้าวศรีสุดาจันทร์ เสด็จพระราชสมภพราว พ.ศ. 2048 อภิเษกสมรส กับ พระสุริโยทัย และมีพระราชโอรสธิดา 5 พระองค์ พระราชกรณียกิจ ในระหว่างปี พ.ศ. 2092 - 2106 สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ปรับปรุงกิจการ ทหาร และเสริมสร้างบ้านเมืองให้มั่นคงแข็งแรงกว่าเดิม ยุทธศาสตร์ในการป้องกันคือ ใช้พระนครเป็นที่มั่น ราชการสงคราม ศึกพระสุริโยทัยขาดคอช้าง สงครามกับเขมร สงครามช้างเผือก สงครามเสียกรุง ความไม่สงบภายใน กบฏพระศรีศิลป์ประมาณ พ.ศ. 2098 กบฏปัตตานี หลังสงครามช้างเผือก มุซาฟาร์ ชาฮฺ สุลต่านแห่งปัตตานี ยกทัพมาช่วยกรุงศรีอยุธยา ปี พ.ศ. 2089 หลังถวาย พระเพลิงพระบรมศพสมเด็จ พระไชยราชาธิราชแล้ว พระ เทียรราชาทรงลี้ภัยออก ผนวชอยู่วัดราชประดิษฐาน ตลอดรัชสมัย สมเด็จพระ ยอดฟ้า และขุนวรวงศาธิราช


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระมหิหิ หิ น หิ นทราธิธิ ธิ ร ธิ ราช พระนามเดิมว่า พระมหินทราธิราช หรือเรียกสั้นๆอีกชื่อหนึ่งได้ว่า พระมหินทร์ เป็น พระมหากษัตริย์ ไทย รัชกาลที่ 16 แห่ง อาณาจักรอยุธยา พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ระบุว่า พระองค์ทรงไม่เอาพระทัยใส่การศึก ทำ ให้การรักษาพระนครอ่อนแอลงจนเสียกรุงครั้งที่หนึ่ง ทรงพระราช สมภพราว พ.ศ. 2082 การสวรรคต เมื่อสมเด็จพระมหินทราธิราชตามเสด็จฯ ถึง เมืองแครง ก็ประชวรหนัก แม้พระเจ้าบุเรงนอง จะคาดโทษแพทย์หากรักษาไม่หายและได้เสด็จมาเยี่ยมให้กำ ลังใจ ไม่นานก็สวรรคต สิริพระชนมพรรษา 30 พรรษา พระราชทานเพลิงแล้วให้ทหารนำ พระอัฐิ พระสนม และเครื่องราชูปโภคมาส่งกรุงศรีอยุธยา พระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ระบุว่าพระมหินทราธิราชได้ตามเสด็จฯ ออกรบใน สงครามพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ด้วย แต่ถูกทหารมอญล้อมจับพร้อมกับพระราเมศวรไปถวาย พระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ ซึ่ง ประทับที่เมืองชัยนาท สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงทราบจึงส่งพระราชสาส์นไปขอให้ปล่อยพระราชโอรสทั้ง สองพระองค์คืนกรุงศรีอยุธยา


สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 1 เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 17 แห่ง อาณาจักรอยุธยา และปฐมกษัตริย์ ราชวงศ์สุโขทัย ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 2112 ถึง พ.ศ. 2133 สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า พระราชสมภพในปี พ.ศ. 2057 ต่อมาได้รับราชการมีบรรดาศักดิ์เป็น ขุน พิเรนทรเทพ ตำ แหน่งเจ้ากรมพระตำ รวจขวา เมื่อ ขุนวรวงศาธิราช และ นางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ สมคบกันสำ เร็จโทษ สมเด็จพระยอดฟ้า พระราชโอรสของแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์เองแล้ว ขุนพิเรนทรเทพได้ร่วม กับ ขุนอินทรเทพหมื่นราชเสน่หา (ในราชการ) และ หลวงศรียศ ปรึกษากันว่าแผ่นดินเป็นทุรยศควรจับขุนวรวง ศาธิราชไปประหารชีวิตเสีย แล้วให้ พระเทียรราชา ซึ่งทรงผนวชอยู่วัดราชประดิษฐานเป็นพระเจ้าแผ่นดินแทน จึงพากันไปเข้าเฝ้าพระเทียรราชากราบทูลแผนการให้ทรงทราบก็ทรงเห็นด้วย ฝ่ายขุนอินทรเทพหมื่นราชเสน่หา และหลวงศรียศ เห็นว่าควรเสี่ยงเทียนว่าพระเทียรราชามีพระบารมีมากกว่าขุนวรวงศาธิราชหรือไม่ ขุนพิเรนทร เทพไม่เห็นชอบ แต่พระเทียรราชาทรงเห็นด้วย ค่ำ วันนั้นทั้งหมด จึงไปยังพระอุโบสถ วัดป่าแก้ว เพื่อทำ พิธีเสี่ยงทาย สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระมหาธรรมราชาธิธิ ธิ ร ธิ ราช หลังครองราชย์ ในรัชสมัยของพระองค์ สมเด็จพระบรมราชาที่ 3 (พระยาละแวก) ได้ยกทัพ มาตีกรุงศรีอยุธยาถึง 2 ครั้ง แต่ทรงป้องกันพระนครไว้ได้ และได้โปรดให้ขุด ขยายคูเมืองด้านตะวันออกของเกาะเมืองให้กว้างขึ้นสร้างป้อมมหาชัย และ สร้างพระราชวังจันทรเกษมให้เป็นที่ประทับของพระมหาอุปราช(สมเด็จพระนเรศวร) สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชประชวรและเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2133 สิริพระชนมพรรษา 76 พรรษา ครองราชย์ได้ 21 ปี พ.ศ. 2106 พระเจ้าบุเรงนอง ยกทัพมาตีพิษณุโลก สมเด็จพระ มหาธรรมราชาธิราชเห็นว่าครั้ง นี้ทัพหงสาวดีมากจนเหลือกำ ลัง จะต้านทานได้ ในวันอาทิตย์ แรม 5 ค่ำ เดือน 2 จึงทรง ยอมแพ้ จนกระทั่ง เสียกรุงใน ปี พ.ศ. 2112


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 2 เป็นกษัตริย์องค์ที่ 18 แห่ง อาณาจักร อยุธยา และองค์ที่ 2 แห่ง ราชวงศ์สุโขทัย พระองค์เป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรอยุธยาตั้งแต่ พ.ศ. 2133 หลัง จากที่พระราชบิดาคือ สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เสด็จสวรรคต และเป็นเจ้าแห่ง ล้านนา ตั้งแต่ พ.ศ. 2145 จนกระทั่งเสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 2148 เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. 2098 ที่ พระราชวังจันทน์ เมือง พิษณุโลก นับตั้งแต่สมเด็จพระนเรศวรประกาศอิสรภาพเป็นต้นมา หงสาวดีได้เพียรส่งกองทัพเข้ามาหลายครั้ง แต่ก็ถูกกองทัพกรุงศรีอยุธยาตีแตกพ่ายไปทุกครั้ง เมื่อสมเด็จพระมหาธรรมราชาเสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. 2133 พระองค์ได้เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 เมื่อพระชนมายุได้ 35 พรรษา ทรงพระนามว่า สมเด็จพระนเรศวร หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 2 และโปรดเกล้าฯ ให้พระเอกาทศรถ พระ อนุชา ขึ้นเป็น พระมหาอุปราช แต่มีศักดิ์เสมอพระมหากษัตริย์อีกพระองค์ สมเด็จพระนเรศวรทรงพระ ประชวรเป็นหัวระลอก (ฝี) ขึ้นที่ พระพักตร์ แล้วกลายเป็นบาดทะ พิษพระอาการหนัก สมเด็จพระ นเรศวรก็เสด็จสวรรคต เมื่อวัน จันทร์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 ปี มะเส็ง ตรงกับวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 สิริพระชนมพรรษา 49 พรรษาเศษ ดำ รงราชสมบัติ 14 ปีเศษ ครั้งที่อยู่ในเมืองหงสาวดีก็ได้แสดงความปรีชาสามารถให้ ปรากฏหลายต่อหลายครั้ง 1.ปกครองเมืองพิษณุโลก 8.รบกับพระเจ้าเชียงใหม่ที่บ้านสระเกศ 2.การตีกรุงศรีอยุธยาของเขมร 9.พระแสงดาบคาบค่าย 3.รบกับเขมรที่ไชยบาดาล 4.การรบที่เมืองรุมเมืองคัง 5.ประกาศอิสรภาพ 6.พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำ สะโตง 7.รบกับพระยาพะสิม


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระเอกาทศรถ สมเด็จพระเอกาทศรถ หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 3 เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 19 แห่ง อาณาจักรอยุธยาและพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์สุโขทัย ระหว่าง พ.ศ. 2148 ถึง 2153/54 และเป็นเจ้าแห่ง ล้านนา ระหว่าง พ.ศ. 2148 ถึง 2151/52 สมเด็จพระเอกาทศรถ หรือที่ ชาวตะวันตก เรียกว่า พระองค์ขาวตามสีพระวรกาย เสด็จพระราชสมภพที่เมืองพิษณุโลกในปี พ.ศ. 2103 สมเด็จพระเอกาทศรถได้ ตามเสด็จสมเด็จพระนเรศวรมหาราชออกรบอยู่เสมอจนเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยเมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสวยราชสมบัติกรุงศรีอยุธยา จึงทรงสถาปนาพระองค์ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 2 เมื่อสมเด็จพระ นเรศวรมหาราชเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2148 โดยไม่มีพระราชโอรส บรรดาเสนาอำ มาตย์จึงอัญเชิญพระองค์ ขึ้นครองราชย์แต่เพียงพระองค์เดียว ทรงพระนามว่า พระศรีสรรเพชญ์ กรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยของพระองค์ไม่มีข้าศึกเข้าประชิดพระนคร แต่มีต่างชาติเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารมากยิ่งกว่าแต่ก่อน สมเด็จพระเอกาทศรถเสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. 2153 ขณะพระชนมพรรษา 50 พรรษา อยู่ในราชสมบัติได้ 5 ปี สมเด็จพระศรีเสาวภาคย์ ซึ่งเป็นพระราชโอรสจึงได้สืบเสวยราชสมบัติต่อ สมเด็จพระเอกาทศรถทรง สร้าง วัดวรเชษฐาราม ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2136 เพื่อเป็นพระราชานุ สรณ์ถวายแด่สมเด็จพระนเรศวร มหาราช พระบรมเชษฐาธิราช


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระศรีรี รี เ รี เสาวภาคย์ย์ ย์ย์ สมเด็จพระศรีเสาวภาคย์ หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 4 [1] มีพระนามเดิมว่า เจ้าฟ้าศรีเสาวภาคย์ เป็นกษัตริย์องค์ที่ 4 แห่ง ราชวงศ์สุโขทัย ครองราชย์ระยะสั้นเมื่อ พ.ศ. 2153/54 เจ้าฟ้าศรีเสาวภาคย์ใน ฐานะพระราชโอรสพระองค์ที่ 2 ได้รับการคาดหวังว่าพระองค์จะได้รับสถาปนาให้เป็นพระมหาอุปราช แต่สมเด็จ พระเอกาทศรถมิได้ทรงตั้งพระองค์เป็นพระมหาอุปราชจนกระทั่งสวรรคตเมื่อประมาณ พ.ศ. 2153/54 สมเด็จพระศรีเสาวภาคย์ พระราชสมภพ เมื่อปี พ.ศ. 2128 พระองค์ประชวรพระยอดจน เสียพระเนตร ไปข้าง หนึ่ง และมีพระบุคลิกค่อนข้างอ่อนแอและไม่สนพระทัยเกี่ยวกับราชการบ้านเมือง หลังจากที่สมเด็จพระเอกาทศ รถเสด็จสวรรคตลง พระองค์ได้รับทูลเชิญให้ขึ้นครองราชย์ เมื่อปี พ.ศ. 2153 ทรงพระนามว่า สมเด็จพระ สรรเพชญ์ที่ 4 ในรัชสมัยของพระองค์ ได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นในแผ่นดิน โดยเรือของ ชาวญี่ปุ่น ที่เข้ามาค้าขาย ได้ปล้นราษฎร ได้บุกเข้าไปในพระนคร และเข้าไปใน พระราชวังหลวง จับสมเด็จพระศรีเสาวภาคย์และบังคับ ให้ทรงปฏิญาณสัญญาว่ามิให้ผู้ใดทำ ร้ายพวกญี่ปุ่น แล้วได้ลงเรือแล่นหนีออกทะเลโดยนำ ตัว สมเด็จพระสังฆราช ไปเป็นตัวประกันจนถึงปากน้ำ เมื่อครองราชย์อยู่ได้ 1 ปี 2 เดือน พระศรีศิลป์ และ จมื่นศรีเสารักษ์ ก็ร่วมกันนำ กองกำ ลังเข้ายึดพระราชวังหลวง เมื่อทรงทราบก็ตกพระทัยอยู่ครู่หนึ่ง พระองค์ถูกพันธนาการ อย่างแน่นหนา จนรุ่งเช้าจึงให้ พระภิกษุ 100 รูปมาบังสุกุล ถวายธูปเทียนขมา แล้วนำ พระองค์ไป สำ เร็จโทษด้วย ท่อนจันทน์ ตรงกับปี พ.ศ. 2154 สิริพระชนมายุ 26 พรรษา


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระเจ้จ้ จ้ า จ้ าทรงธรรม สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม หรือ สมเด็จพระบรมราชาที่ 1 หรือ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทรงธรรมอัน มหาประเสริฐ เป็นพระมหากษัตริย์แห่ง กรุงศรีอยุธยา ระหว่างปี พ.ศ. 2153/54 ถึง พ.ศ. 2171 แห่ง ราชวงศ์สุโขทัย พระราชสมภพ พ.ศ. 2135 พระศรีสินสวรรคต12 ธันวาคม พ.ศ. 2171 (36 พรรษา) การขึ้นครองราชย์ ในแผ่นดินของสมเด็จพระศรีเสาวภาคย์ จมื่นศรีเสารักษ์และบรรดาลูกศิษย์ของท่านได้ซ่องสุมกันที่วัดพระศรี รัตนมหาธาตุ แล้วจึงบุกเข้าไปยังพระราชวังหลวงและจับสมเด็จพระศรีเสาวภาคย์นำ ไปสำ เร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ แล้วอัญเชิญพระพิมลธรรมอนันตปรีชาให้ลาสิกขาบท ขึ้นเสวยราชสมบัติแห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อปีขาล จุลศักราช 973 (พ.ศ. 2154) ทรงพระนามว่าสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม พระองค์ถูกพันธนาการ อย่างแน่นหนา จนรุ่งเช้า จึงให้พระภิกษุ 100 รูปมา บังสุกุล ถวายธูปเทียน ขมา แล้วนำ พระองค์ไป สำ เร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ ตรงกับปี พ.ศ. 2154 สิริพระชนมายุ26 พรรษา เหตุการณ์ในรัชสมัย กบฏญี่ปุ่น ราชการสงคราม เสียเมืองตะนาวศรี สงครามกับกัมพูชา สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมทรงพระประชวรเมื่อวันพฤหัสบดี ขณะที่พระองค์ประชวรหนัก มีพระราชประสงค์จะมอบราชสมบัติให้ พระราชโอรสองค์ใหญ่ คือ พระเชษฐาธิราชกุมาร โดยทรงมอบให้ ออกญาศรีวรวงศ์ จางวางมหาดเล็ก ซึ่งเป็นพระญาติที่ไว้วางพระทัย เป็นผู้ดูแลพระเชษฐาธิราชจนกว่าจะได้ครองราชย์ จนอีก 1 เดือนกับอีก 16 วันถัดมาก็เสด็จสวรรคต


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระเชษฐาธิธิ ธิ ร ธิ ราช สมเด็จพระเชษฐาธิราช มีพระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระเชษฐาธิราช พระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. 2155 เมื่อพระราชบิดาสวรรคตในปลายปี พ.ศ. 2171 เหล่าขุนนางมี เจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ เป็นประธานได้ อัญเชิญพระองค์ขึ้นสืบราชสมบัติ ขณะนั้นพระชนมายุได้ 15 พรรษา แต่ 7 วันต่อมาพระพันปีศรีสินซึ่งกริ้วที่ ขุนนางไม่ยกราชสมบัติให้ ได้ซ่องสุมพลที่เมืองเพชรบุรี สมเด็จพระเชษฐาธิราชทรงทราบจึงส่งทัพไปปราบ ได้ ตัวพระพันปีศรีสินมา โปรดให้นำ ไปสำ เร็จโทษ ณ วัดโคกพระยา ส่วนพรรคพวกให้ไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง 4 เดือนต่อมา มารดาเจ้าพระยากลาโหมถึงแก่กรรม (ใน จดหมายเหตุวันวลิต ระบุว่าเป็นน้องชายเจ้าพระยา กลาโหมที่ถึงแก่กรรม) มีพิธีปลงศพ ณ วัดกุฎธาราม ข้าราชการใหญ่น้อยไปช่วยงานจำ นวนมาก จนเมื่อสมเด็จ พระเชษฐาฯ เสด็จขึ้นว่าราชการ กลับไม่มีขุนนางมาเข้าเฝ้าฯ อีกทั้งข้าหลวงเดิมและพระราชมารดาในสมเด็จพระ เชษฐาธิราชเพ็ดทูลยุยงว่าเจ้าพระยากลาโหมอาจคิดก่อกบฏ ก็ทรงเชื่อ โปรดให้ทหารตามป้อมขึ้นประจำ ที่ เตรียมทหารไว้เป็นกอง ๆ แล้วให้ขุนมหามนตรีไปเรียกเจ้าพระยากลาโหมมาดูมวย แต่เจ้าหมื่นสรรเพธภักดีส่ง ข่าวไปแจ้งแผนการก่อน เจ้าพระยากลาโหมจึงบอกขุนนางว่า " เจ้าแผ่นดินว่าเราเป็นกบฏแล้วเราจะทำ ตามรับสั่ง " แล้วยกกองกำ ลังเข้ายึดพระราชวังได้ สมเด็จพระเชษฐาธิราชกับข้าหลวงเดิมลงเรือหนีไปที่วัดบางพลีมะขามหย่องเจ้าพระยากลาโหมให้พระยาเดโชและ พระยาท้ายน้ำ ออกติดตามในคืนนั้นจนตามจับได้ที่ป่าโมกน้อย แล้วให้นำ ไปสำ เร็จโทษ พร้อมกับพระราชมารดา ในปี พ.ศ. 2173 อยู่ในราชสมบัติได้ราว 1 ปี 7 เดือน


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระอาทิทิ ทิ ต ทิ ตยวงศ์ศ์ศ์ศ์ เป็น พระมหากษัตริย์ ไทย รัชกาลที่ 23 แห่ง อาณาจักรอยุธยา และ ยังเป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์สุดท้ายแห่ง ราชวงศ์สุโขทัย ซึ่ง เป็นราชวงศ์ที่ 3 แห่ง อาณาจักรอยุธยา สมเด็จพระอาทิตยวงศ์ มีพระนามเดิมว่า พระอาทิตยวงศ์ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 3 ใน สมเด็จ พระเจ้าทรงธรรม มีพระเชษฐา 2 พระองค์ เมื่อเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์สำ เร็จโทษสมเด็จพระเชษฐาธิราช แล้ว ได้อัญเชิญพระอาทิตยวงศ์ซึ่งมีพระชนมายุเพียง 9 พรรษาให้สืบราชสมบัติ ตรงกับปี พ.ศ. 2173 [1] แต่ ด้วยความที่ทรงพระเยาว์จึงไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ ทรงโปรดเที่ยวประพาสจับแพะจับแกะเล่น เจ้าพนักงาน ต้องคอยนำ เครื่องทรงและเครื่องเสวยตามเสด็จอยู่ตลอด ผ่านไปได้ประมาณ 6 เดือน เหล่ามุขมนตรีก็เห็นว่า สมเด็จพระอาทิตยวงศ์ยังทรงพระเยาว์เกินไป ไม่รู้จักว่าราชการจนเสียการแผ่นดินจึงถอดพระองค์จากราช สมบัติ ถวายราชสมบัติแก่เจ้าพระยากลาโหมให้ขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง หลัง จากสมเด็จพระเจ้าปราสาททองขึ้นครองราชสมบัติแล้ว พระอาทิตยวงศ์ยังคงประทับอยู่ภายในพระราชวังหลวง กับพระนมพี่เลี้ยง ถึงปี พ.ศ. 2176 ระหว่างที่พระเจ้าปราสาททองเสด็จไปนมัสการ พระศรีสรรเพชญดาญาณ ทอดพระเนตรเห็นพระอาทิตยวงศ์ขึ้นนั่งห้อยเท้าอยู่บนหลังกำ แพงแก้ว ชี้พระหัตถ์ตรัสว่า " อาทิตยวงศ์องอาจ มิได้ลงจากกำ แพงแก้วให้ต่ำ " จึงโปรดให้ลดพระยศ ให้อยู่เรือนเสาไม้ไผ่ 2 ห้อง 2 หลังริมวัดท่าทราย และให้คนรับใช้ไว้ 2 คนแต่พออยู่ตักน้ำ หุงข้าว พระอาทิตยวงศ์กับขุนนางที่ถูกออกจากราชการได้พวกกว่า 200 คน ร่วมกันก่อกบฏบุกเข้าพระราชวัง พระเจ้าปราสาททองเสด็จหนีลงเรือแล้ว โปรดให้ขุนนางเร่งปราบกบฏ จนจับพระอาทิตยวงศ์ได้ก็ให้สำ เร็จโทษตามราชประเพณี


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระเจ้จ้ จ้ า จ้ าปราสาททอง พระเจ้าปราสาททอง ประสูติเมื่อปี พ.ศ. 2143 เมื่อสมเด็จพระเชษฐาธิราชสืบราชสมบัติต่อมาได้ 4 เดือน มารดาเจ้าพระยากลาโหมถึงแก่กรรม มีข้าราชการใหญ่น้อยไปช่วยงานมาก สมเด็จพระเชษฐาธิราชทรงเชื่อว่า เจ้าพระยากลาโหมเตรียมการจะก่อกบฏ จึงโปรดให้ตั้งกองทหารไว้ แล้วให้ขุนมหามนตรีไปเรียกเจ้าพระยา กลาโหมมาดูมวย แต่เจ้าหมื่นสรรเพธภักดีส่งข่าวไปแจ้งแผนการก่อน เจ้าพระยากลาโหมจึงบอกขุนนางว่า "เจ้า แผ่นดินว่าเราเป็นกบฏแล้วเราจะทำ ตามรับสั่ง" แล้วยกกองกำ ลังเข้ายึดพระราชวังได้ ส่วนสมเด็จพระเชษฐาธิราช กับข้าหลวงเดิมลงเรือหนีไป เจ้าพระยากลาโหมให้พระยาเดโชและพระยาท้ายน้ำ ออกติดตามในคืนนั้นจนตามจับ ได้ที่ป่าโมกน้อย แล้วให้นำ ไปสำ เร็จโทษ จากนั้นจึงอัญเชิญพระอาทิตยวงศ์ขึ้นสืบราชสมบัติต่อ แต่ผ่านไปได้ประมาณ 6 เดือน เหล่ามุขมนตรีก็เห็นว่า สมเด็จพระอาทิตยวงศ์ยังทรงพระเยาว์เกินไป ไม่รู้จักว่าราชการ จนเสียการแผ่นดิน จึงถวายราชสมบัติแก่เจ้าพระยากลาโหม ให้ขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่าพระเจ้าปราสาททอง ส่วนในกฎหมายพระธรรมนูญ กรมศักดิ์ ลักษณะอาญาหลวง ออกพระนามว่าสมเด็จพระเอกาทศรถอิศวรบรมนาถบรมบพิตร แล้วทรงปูนบำ เหน็จมากมายแก่ขุนนางที่สวามิภักดิ์ และทรงตั้งพระอนุชา เป็นพระศรีสุธรรมราชา ถึงปี พ.ศ. 2199สมเด็จพระเจ้าปราสาททองประชวรหนัก ทรงย้ายไปประทับที่พระที่นั่งเบญจรัตน์ ได้ตรัสมอบราชสมบัติและพระแสงขรรค์ชัยศรีแก่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าไชย หลังจากนั้น 3 วัน ก็เสด็จสวรรคต ครองราชย์ได้ 25 ปี สมเด็จพระเจ้าปราสาท ทอง หรือ สมเด็จพระ สรรเพชญ์ที่ 5 เป็น พระเจ้ากรุงศรีอยุธยา รัชกาลที่ 24 และทรง เป็นปฐมกษัตริย์แห่ง ราชวงศ์ปราสาททอง ราชวงศ์ที่ 4 แห่ง อาณาจักรอยุธยา


สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระนารายณ์ณ์ ณ์ ม ณ์ มหาราช พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 27 แห่ง กรุงศรีอยุธยา และเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 4 และพระองค์ สุดท้ายของ ราชวงศ์ปราสาททอง โดยรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนั้นเจริญรุ่งเรืองที่สุดในสมัย กรุงศรีอยุธยา เนื่องจากทรงได้เจริญสัมพันธไมตรีกับ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่ง ฝรั่งเศส สมเด็จพระ นารายณ์มหาราช เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ เดือนยี่ ปีวอก พ.ศ. 2175 สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ เดือนยี่ ปีวอก พ.ศ. 2175 เทียบกับกษัตริย์องค์ก่อน ๆ ด้วยเหตุนี้เองพระราช ประวัติของพระองค์จึงกล่าวถึงปาฏิหาริย์มหัศจรรย์ตามลำ ดับ คือ เมื่อพระนารายณ์มีพระชนม์ได้ 5 พรรษา ขณะเล่นน้ำ พระองค์ทรงถูกอสนีบาต พวกพี่เลี้ยง นางนม สลบหมดสิ้น แต่พระองค์ไม่เป็นไรแม้แต่น้อย เมื่อพระนารายณ์มีพระชนม์ได้ 9 พรรษา พระองค์ทรงถูกอสนีบาตที่พระราชวังบางปะอิน แต่พระองค์ก็ ปลอดภัยดี สมเด็จพระนารายณ์ทรงรับการศึกษาจากพระโหราธิบดี ซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูงในพระราชวัง และพระอาจารย์พรหม พระพิมลธรรม รวมทั้งสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์และพระสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์ระดับสูงในพระนคร การครองราชย์ สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เมื่อเวลาสองนาฬิกา วันพฤหัสบดี แรม 2 ค่ำ เดือน 12 จุลศักราช 1018 ปีวอก (ตรงกับวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2199) ขณะมีพระชนมายุ 25 พรรษา มีพระนามจารึกในพระสุพรรณบัฏ ทรงได้รับการยกย่องว่า เป็น 1 ใน 8 สมเด็จพระ บูรพมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ในประเทศไทย ที่ทรงได้รับ พระสมัญญานามว่าเป็น “มหาราช”


ขอบคุคุ คุ ณ คุ ณครัรั รั บ รั บ


Click to View FlipBook Version