คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน คำนำ คำนำ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งเน้นผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติที่มี ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานบนพื้นฐานด้านการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ ตลาดแรงงานและสามารถนำเอาประสบการณ์จากการศึกษาทั้งในและนอกห้องเรียนไปใช้ในการ แก้ปัญหาการปฏิบัติงานจริงตามคำปณิธานที่ว่า “สร้างคนสู่งาน เชี่ยวชาญเทคโนโลยี” และอัตลักษณ์ บัณฑิตของมหาวิทยาลัยที่ว่า “มหาวิทยาลัยที่ผลิตบัณฑิตที่มีทักษะพร้อมปฏิบัติงาน” พลิกโฉมเพื่อความ เป็นเลิศและสร้างกำลังคนตามความต้องการของประเทศ สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน คณะระบบรางและการขนส่ง รับนโยบายหลักของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ผ่าน จุดเน้นด้านโลจิตส์ติกส์ (Logistic) มุ่งผลิตบัณฑิตด้านระบบราง อากาศยาน และการขนส่ง ตอบสนอง ความต้องการของตลาดแรงงานในภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม ด้วยการส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตร ให้มีรายวิชากลุ่มการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ระดับปริญญาตรีเพื่อให้การฝึกประสบการณ์วิชาชีพของ นักศึกษาเป็นตามมาตรฐานกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนสอดคล้อง กับความต้องการของสถานประกอบการในสภาวการณ์ปัจจุบัน โดยอาศัยความร่วมมือจากสถาน ประกอบการและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนให้นักศึกษาได้มีโอกาสปฏิบัติงานจริงในสถาน ประกอบการ เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่นักศึกษา เป็นบัณฑิตมีคุณภาพตรงตามที่สถานประกอบการ ต้องการ พร้อมเข้าสู่ระบบการประกอบวิชาชีพจริง คู่มือฝึกประสบการณ์วิชาชีพจัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติการดำเนินงานสำหรับคณาจารย์ นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยได้สรุปเนื้อหาสาระ ได้แก่ หลักการและเหตุผล กระบวนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คุณสมบัติของนักศึกษาและคณาจารย์นิเทศก์ บทบาทหน้าที่นักศึกษา คณาจารย์นิเทศก์และสถานประกอบการ การวัดและประเมินผล รูปแบบการ เขียนรายงาน และแบบฟอร์มต่าง ๆ ตามมาตรฐานของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ขอขอบคุณศูนย์สหกิจศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ที่ให้ความอนุเคราะห์ข้อมูล สนุนสนุนการจัดทำคู่มือ ขอขอบคุณที่ปรึกษา คณะกรรมการดำเนินงาน นักศึกษา และผู้ประสานงาน ทุกท่านที่ให้ความร่วมมือจนคู่มือเสร็จสมบูรณ์และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับ นักศึกษา คณจารย์ และเจ้าหน้าที่ คณะระบบรางและการขนส่ง หากมีข้อผิดพลาดประการใด คณะระบบรางและการขนส่งขอน้อมรับไว้เพื่อปรับปรุงฉบับต่อไป คณะระบบรางและการขนส่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
คู่มือการฝึกประสบการวิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน สารบัญ สารบัญ หน้า บทที่ 1 : บทนำ 1.1 หลักการและเหตุผล 1-1 1.2 ความหมายของการจัดสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน 1-2 1.3 หลักการและแนวคิดในการพัฒนา CWIE Platform 1-2 1.4 หลักการของหลักสูตร CWIE (4 Key Characteristics of CWIE) 1-4 1.5 รูปแบบของหลักสูตร CWIE 1-4 1.6 หลักการและเหตุผลการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของ มทร.อีสาน 1-5 1.7 หลักการและเหตุผลการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 1-8 ของคณะระบบรางและการขนส่ง บทที่2 : กระบวนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2.1 กระบวนการและขั้นตอนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2-1 2.2 กระบวนการระหว่างการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2-6 2.3 กระบวนการหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2-10 บทที่ 3 : คุณสมบัติของนักศึกษาและคณาจารย์นิเทศก์ 3.1 คุณสมบัติของนักศึกษา 3-1 3.2 คุณสมบัติของคณาจารย์นิเทศก์ 3-1 บทที่ 4 : บทบาทหน้าที่นักศึกษา คณาจารย์นิเทศก์และสถานประกอบการ 4.1 บทบาทหน้าที่นักศึกษา 4-1 4.2 บทบาทหน้าที่ของคณาจารย์นิเทศก์ 4-1 4.3 บทบาทหน้าที่ของสถานประกอบการ 4-1 4.4 บทบาทหน้าที่ของพนักงานที่ปรึกษา 4-2 บทที่ 5 : การวัดและประเมินผล 5.1 การวัดผลและประเมินผลการศึกษา 5-1 5.2 เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 5-1 5.2.1 การประเมินผลการศึกษาให้กระทำเมื่อสิ้นสุด 5-1 การปฏิบัติงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 5.3 แนวทางการประเมินผลการศึกษารายวิชากลุ่มฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 5-2 5.3.1 กลุ่มรายวิชาการฝึกงาน 5-2 5.3.2 กลุ่มรายวิชาสหกิจศึกษา 5-4
คู่มือการฝึกประสบการวิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน สารบัญ บทที่ 6 : รูปแบบการเขียนรายงาน 6.1 รูปแบบการเขียนรายงาน 6-1 6.1.1 กลุ่มร่ายวิชาการฝึกงาน 3 หน่วยกิต และ 6 หน่วยกิต 6-1 6.1.2 กลุ่มรายวิชาการฝึกงาน 9 หน่วยกิต และ 12 หน่วยกิต 6-2 และกลุ่มรายวิชาสหกิจศึกษา 6 1 .3 ส่วนเอกสารอ้างอิง 6-3 6.2 รูปเล่มการเขียนรายงาน 6-4 6.3 ตัวอย่างรูปแบบการเขียนรายงาน 6-5
คู่มือการฝึกประสบการวิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน สารบัญ สารบัญตาราง หน้า บทที่ 1 : บทนำ ตารางที่ 1.1 : กลุ่มรายวิชาการฝึกงาน มีทั้งหมด 4 รายวิชา 1-6 ตารางที่ 1.2 : กลุ่มรายวิชาสหกิจศึกษา 1-6 ตารางที่ 1.3 : รูปแบบการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของ 1-7 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ตารางที่ 1.4 : แนวทางการออกแบบการลงทะเบียน 1-8 ตารางที่ 1.5 : หลักสูตรระดับปริญญาตรีของคณะระบบรางและการขนส่ง 1-9 บทที่ 2 : กระบวนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ตารางที่ 2.1 : ขั้นตอนการดำเนินงานกระบวนการก่อนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2-4 ตารางที่ 2.2 : แนวทางในการนิเทศงาน 2-7 ตารางที่ 2.3 : ขั้นตอนการดำเนินงานกระบวนการระหว่างการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2-9 ตารางที่ 2.4 : ขั้นตอนการดำเนินงานกระบวนการหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2-11 บทที่ 5 : การวัดและประเมินผล ตารางที่ 5.1 : การวัดและการประเมินผลการศึกษาในรายวิชากลุ่ม 5-1 การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ตารางที่ 5.2 : แนวทางการประเมินผลการศึกษากลุ่มรายวิชาการฝึกงาน 5-2 ตารางที่ 5.3 : แนวทางการประเมินผลการศึกษากลุ่มรายวิชาสหกิจศึกษา 5-4
คู่มือการฝึกประสบการวิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน สารบัญ สารบัญภาพ หน้า บทที่ 1 : บทนำ ภาพที่ 1.1 : ตราสัญลักษณ์ 1-1 ภาพที่ 1.2 : สหกิจและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน 1-2 ภาพที่ 1.3 : หลักการและแนวคิดในการพัฒนา CWIE Platform 1-3 ภาพที่ 1.4 : ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย 1-5 ภาพที่ 1.5 : ตราสัญลักษณ์คณะระบบรางและการขนส่ง 1-9 ภาพที่ 1.6 : หลักสูตรระดับปริญญาตรีของคณะระบบรางและการขนส่ง 1-10 ภาคผนวก ภาคผนวก : แบบฟอร์มการดำเนินงานกลุ่มการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 1-1 บทที่ 1 บทนำ บทที่ 1 บทนำ 1.1 หลักการและเหตุผล ในปีพ.ศ. 2562 ภายใต้แนวคิดการจัดการศึกษาในลักษณะการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ที่มีการ เรียกชื่อและรูปแบบที่หลากหลาย ประกอบกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นโยบายรัฐบาล และมาตรา 35 และ 36 แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม จึงได้ผสานการจัดสหกิจศึกษา (Cooperative Education) และการจัดการศึกษาเชิงบูรณา การกับการทำงาน (Work Integrated Learning : WIL) ขึ้นใหม่โดยใช้ชื่อว่า สหกิจศึกษาและ การศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Cooperative and Work Integrated Education หรือ CWIE) เพื่อความเป็นเอกภาพเชิงนโยบายและการขับเคลื่อนขึ้น พร้อมทั้งการพัฒนา CWIE Platform ที่มีหลักการและแนวคิดเพื่อเป็นแพลตฟอร์มกลางของประเทศที่ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาผลิต กำลังคนในสาขาวิชาที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ (Manpower Demand Driven) บัณฑิตมีสมรรถนะพร้อมสู่โลกแห่งการทำงานจริง (Ready to Work) โดยการร่วมผลิตกับฝ่ายผู้ใช้บัณฑิต ภายใต้ชื่อ “Manpower Demand Driven Education Platform for Employability and Career Development Through Cooperative and Work Integrated Education (CWIE) : University Workplace Engagement” ซึ่งคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในการประชุมครั้งที่ 11/2562 เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2562 ได้มีมติเห็นชอบให้ขับเคลื่อนแนวทางการ ส่งเสริมการจัด CWIE ภายใต้แพลตฟอร์มดังกล่าวให้กับ สถาบันอุดมศึกษาไทย โดยได้มีการลงนามใน บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เชิงประสบการณ์จากการปฏิบัติงาน จริงมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2545 โดยสนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษา จัดการเรียนการสอนแบบสหกิจศึกษา (Cooperative Education) ในลักษณะเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง ณ สถาน ประกอบการ และกำหนดหน่วยกิตไไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต เพื่อพัฒนาบัณฑิตให้มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาด งาน (Demand Driven) หรือสถานประกอบการ มีวุฒิภาวะ มีโอกาสได้งานทำมากขึ้น รวมทั้งมีโอกาสได้รับการจ้างงานก่อน สำเร็จการศึกษา ต่อมาในปี พ.ศ. 2555 ภายใต้แนวคิดเดียวกัน ได้มีการส่งเสริมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Work I Integrated Learning : WIL) แบบเปิดกว้างในรูปแบบ อื่นๆ ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับศาสตร์แต่ละสาขาวิชาชีพมาก ขึ้นได้รับการจ้างงานก่อนสำเร็จการศึกษา ต่อมาในปีพ.ศ. 2555 ภายใต้แนวคิดเดียวกัน ได้มีการส่งเสริมการจัดการศึกษาเชิง บูรณาการกับการทำงาน (Work Integrated Learning : WIL) แบบเปิดกว้างในรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับ ศาสตร์แต่ละสาขาวิชาชีพมากขึ้น วามสำคัญของการเรียนรู้เชิงประสบการณ์จากการปฏิบัติงาน จริงมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2545 โดยสนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษา จัดการเรียนการสอนแบบสหกิจศึกษา (Cooperative Education) ในลักษณะเรียนรู้จากการ ปฏิบัติงาน จริง ณ สถานประกอบการ และกำหนดหน่วยกิตไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต เพื่อพัฒนาบัณฑิตให้มีสมรรถนะตรงตามความต้องการ ของตลาดงาน (Demand Driven) หรือสถานประกอบการ มีวุฒิ ภาวะ มีโอกาสได้งานทำมากขึ้น รวมทั้งมีโอกาสได้รับการจ้างงาน ก่อนสำเร็จการศึกษา ต่อมาในปีพ.ศ. 2555 ภายใต้แนวคิด เดียวกัน ได้มีการส่งเสริมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการ ทำงาน (Work Integrated Learning : WIL) แบบเปิดกว้างใน รูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับศาสตร์แต่ละสาขา วิชาชีพมากขึ้น ภาพที่ 1.1 ตราสัญลักษณ์และ นวัตกรรม
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 1-2 บทที่ 1 บทนำ นวัตกรรม กับหน่วยงงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2563 เพื่อนำไปสู่การ ดำเนินงาน CWIE อย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน ต่อเนื่องและยั่งยืน และ เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาและ คู่ความร่วมมือสามารถจัด CWIE อย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้พัฒนา “แนวปฏิบัติเพื่อส่งเสริมมาตรฐานการจัดสหกิจศึกษา และการศึกษาเชิง บูรณาการกับการทำงาน” เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการจัด หลักสูตร CWIE ให้มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ 1.2 ความหมายของการจัดสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน สหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Cooperative and Work Integrated Education - CWIE) หมายถึง การจัดการศึกษาเชิงประสบการณ์ (Experiential Education) อิงฐาน สมรรถนะ (Competencies-based) โดยความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการ ร่วมกันออกแบบและร่วมพัฒนา (Co-designing) ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ในสถาบันอุดมศึกษาควบคู่กับ การไปปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ (Workplace) เพื่อให้นักศึกษามีสมรรถนะพร้อมสู่โลกแห่ง การทำงานจริงได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา (Ready to Work) ตามความต้องการของตลาดแรงงาน (Demad Driven) ดังภาพที่ 1.2 ภาพที่ 1.2 สหกิจและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน 1.3 หลักการและแนวคิดในการพัฒนา CWIE Platform การพัฒนา CWIE Platform หรือ Manpower Demand Driven Education Platform for Employability and Career Development through Cooperative and Work Integrated Education (CWIE) : University – Workplace Engagement ถือเป็นหัวใจของการขับเคลื่อน CWIE ตามเป้าหมายที่กำหนด 4 ประการ คือ 1) ส่งเสริมผลิตกำลังคนในสาขาวิชาและสมรรถนะที่สอดคล้อง กับ ความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ (Manpower Demand Driven) 2) ตอบสนอง
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 1-3 บทที่ 1 บทนำ นโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากำลังคนของประเทศ 3) ยกระดับคุณภาพมาตรฐานการ จัด CWIE และ 4) สร้างการมีงานทำและการพัฒนาเส้นทางอาชีพให้นักศึกษา CWIE Platform ริเริ่ม จากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และได้รับความเห็นชอบร่วมกันจากจตุ ภาคีอันประกอบด้วยสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐ/ภาคเอกชนภาคอุตสาหกรรมและชุมชน ท้องถิ่น ตามภาพที่ 1.3 ภาพที่ 1.3 หลักการและแนวคิดในการพัฒนา CWIE Platform ซึ่งมีกระบวนการสำคัญ 5 กระบวนการ ดังต่อไปนี้ 1.3.1 Information เป็นการให้สารสนเทศเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ CWIE ในเรื่อง ของ เป้าหมายมาตรฐาน และประโยชน์ต่อนักศึกษา สถาบันอุดมศึกษา และสถานประกอบการ โดย มุ่งหวังให้เกิดการยอมรับและอุดมการณ์ร่วม และขยายผลไปสู่การเพิ่มปริมาณและมาตรฐานการจัด CWIE 1.3.2 Matching เป็นกระบวนการสร้างเวทีจับคู่ความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา (Demand Side) และหน่วยงานผู้ใช้บัณฑิต (Supply Side) โดยผ่านฐานข้อมูล CWIE (CWIE Database) ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่ออำนวยความสะดวกใน การศึกษาและค้นหาข้อมูลซึ่งกันและกันผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ข้อมูลหลักสูตร จำนวนนักศึกษา สถานที่ปฏิบัติงาน ตำแหน่งงาน สมรรถนะที่จะร่วมผลิต ค่าตอบแทน/สวัสดิการที่นักศึกษาจะได้รับ รวมทั้งติดตามภาวะการมีงานทำของบัณฑิต ซึ่งเป็นฐานข้อมูลกลางและเป็นข้อมูลที่ใช้เพื่อประโยชน์เชิง นโยบาย 1.3.3 Co-designing and Implementation เป็นกระบวนการออกแบบและนำสู่การปฏิบัติที่ถือ เป็นหัวใจสำคัญของ CWIE คือ การให้สถาบันอุดมศึกษา (Demand Side) และหน่วยงานผู้ใช้บัณฑิต (Supply Side) ร่วมออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนและผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes) ในรูปของสมรรถนะ (competencies based) รวมทั้งร่วมกันออกแบบระบบบริหารจัดการก่อน ระหว่าง และหลังการให้นักศึกษาไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการ อาทิ บทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ระบบ คณาจารย์นิเทศก์ ระบบผู้นิเทศงานในสถานประกอบการ ระบบประเมินสมรรถนะ ระบบ ค่าตอบแทน สวัสดิการ ความปลอดภัย เป็นต้น
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 1-4 บทที่ 1 บทนำ 1.3.4 Assessment and development เป็นกระบวนการติดตามและประเมินผลลัพธ์การ เรียนรู้หรือสมรรถนะของนักศึกษา และระบบบริหารจัดการตามที่ออกแบบไว้เพื่อประโยชน์ในการ ปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามวงจรคุณภาพ PDCA 1.3.5 Outreach Activities เป็นกระบวนการต่อยอดและยกระดับ CWIE เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับ นักศึกษา สถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการ อาทิ การพัฒนาอาชีพแห่งอนาคต (Career for the Future) การจัด International CWIE การยกระดับนักศึกษาเป็นผู้ประกอบการ การยกระดับสถาน ประกอบการด้วยการนำองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากสถาบันอุดมศึกษาไปใช้ประโยชน์ โดย ผ่านความร่วมมือและหรือวิจัยเชิงลึก เป็นต้น 1.4 หลักการของหลักสูตร CWIE (4 Key Characteristics of CWIE) 1.4.1 University-Workplace Engagement เป็นความร่วมมือของสถาบันอุดมศึกษากับสถาน ประกอบการในการผลิตบัณฑิตให้มีสมรรถนะพร้อมสู่โลกแห่งการทำงานจริง และสอดคล้องกับความ ต้องการของตลาดงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต 1.4.2 Co-design Curriculum เป็นการร่วมออกแบบหลักสูตรที่เน้นสมรรถนะของนักศึกษาที่ เชื่อมโยงโลกของการศึกษากับโลกของการประกอบอาชีพ โดยการสร้างความสมดุลระหว่างวิชาการ วิชาชีพและวิชาชีวิต 1.4.3 Competency-based Education เป็นการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งสร้างสมรรถนะ ฝึก แก้ปัญหา มีการวัดผลและประเมินระดับสมรรถนะที่เป็นระบบ 1.4.4 Experiential-based Learning ต้องมีการปฏิบัติงานจริงและประเมินการปฏิบัติงานจริง และมีกระบวนการสร้างการเรียนรู้ในสถานประกอบการ 1.5 รูปแบบของหลักสูตร CWIE 1.5.1 แบบแยก (Separate) เป็นการเรียนภาคทฤษฎีที่สถาบันอุดมศึกษาจนครบตามกำหนด หลังจากนั้นจึงไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น สหกิจศึกษา เป็นต้น 1.5.2 แบบคู่ขนาน (Parallel) เป็นการเรียนในสถาบันอุดมศึกษาสลับกับการไปปฏิบัติงานจริงใน สถานประกอบการตลอดระยะเวลาการเรียนในหลักสูตรนั้นๆ 1.5.3 แบบผสม (Mix) เป็นการเรียนภาคทฤษฎีในสถาบันอุดมศึกษาส่วนหนึ่ง และการเรียน ภาคทฤษฎีพร้อมการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการอีกส่วนหนึ่ง อาทิ การจัดการเรียนรู้โดยใช้การ ทำงานเป็นฐาน กรณีศึกษาเกาะสมุยโมเดล (Samui Model) ของสาขาวิชาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการบริการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นต้น ทั้งนี้การจัดหลักสูตร CWIE ทั้ง 3 รูปแบบ ต้องเป็นความร่วมมือจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนานักศึกษา ระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับสถานประกอบการ
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 1-5 บทที่ 1 บทนำ 1.6 หลักการและเหตุผลการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของ มทร.อีสาน “สร้างคนสู่งาน เชี่ยวชาญเทคโนโลยี” โดยการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ เน้นทักษะและการมี ประสบการณ์การทำงานจริงในสถานประกอบการ ผ่านรายวิชาการฝึกงานและสหกิจศึกษา ทั้งนี้ นักศึกษาที่ออกฝึกปฏิบัติงานในรายวิชาการฝึกงาน ใช้ระยะเวลาในการฝึก 2 เดือน (ในภาคฤดูร้อน) และวิชาสหกิจศึกษาใช้ระยะเวลาในการฝึก 4 เดือน (ในภาคเรียนปกติ) อย่างไรก็ตาม การจัดการเรียน การสอนในรายวิชาการฝึกงานและสหกิจศึกษาที่ผ่านมา ยังไม่ตอบสนองความต้องการของสถาน ประกอบการในปัจจุบันเท่าที่ควร เนื่องจากระยะเวลาการปฏิบัติงานที่สั้นเกินไป นักศึกษายังไม่สามารถ เรียนรู้ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานได้มากเพียงพอ และการทำ โครงงานร่วมกับสถานประกอบการใน การแก้ปัญหาการทำงาน มีระยะเวลาไม่เพียงพอในการทำงานให้แล้วเสร็จลงได้ รวมไปถึงการทำวิจัย ร่วมกับสถานประกอบการ ที่ต้องอาศัยระยะเวลาทำการทดลองและ ประเมินผล ไม่สามารถดำเนินการ ให้แล้วเสร็จลงได้ ประกอบกับรูปแบบของการฝึกปฏิบัติงานในรายวิชา การฝึกงานและสหกิจศึกษา ปัจจุบันไม่เอื้อต่อการจัดการศึกษาในหลักสูตรแบบ WiL และ CWIE ที่ทางกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้กำหนดขึ้นมา จากเหตุผลดังกล่าว เพื่อให้การฝึกปฏิบัติงานในสถานประกอบการมีระยะเวลาที่เพิ่มมากขึ้น และ มีความยืดหยุ่นเหมาะสมตามการเรียนรู้ของนักศึกษา รวมถึงสอดคล้องกับความต้องการของสถาน ประกอบการในสภาวการณ์ปัจจุบัน ทางมหาวิทยาลัยจึงได้พัฒนารายวิชากลุ่มการฝึกประสบการณ์ วิชาชีพระดับปริญญาตรีขึ้นมา โดยการเพิ่มจำนวนหน่วยกิตและระยะเวลาในการฝึกปฏิบัติงานให้มาก ขึ้น ซึ่งกำหนดรายวิชาออกเป็น 2 กลุ่ม ดังตารางที่ 1.1 และ 1.2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานเป็น สถาบันการศึกษาที่มุ่งเน้นผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ ที่มีพลัง นวัตกรรม เพื่อพัฒนาสังคม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน พัฒนา กำลังคนบนพื้นฐานด้านการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเตรียม ความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาดแรงงาน สามารถนำ ประสบการณ์จากการศึกษาทั้งในและนอกห้องเรียนไปใช้ใน การแก้ปัญหาในการปฏิบัติงานได้จริง ตามคำปณิธานที่ว่า... จ้างงานก่อนสำเร็จการศึกษา ต่อมาในปีพ.ศ. 2555 ภายใต้แนวคิดเดียวกัน ได้มีการส่งเสริมการจัดการศึกษาเชิง บูรณาการกับการทำงาน (Work Integrated Learning : WIL) แบบเปิดกว้างในรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสมและ สอดคล้องกับศาสตร์แต่ละสาขาวิชาชีพมากขึ้น วามสำคัญของการเรียนรู้เชิงประสบการณ์จากการ ปฏิบัติงานจริงมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2545 โดยสนับสนุนให้ สถาบันอุดมศึกษาจัดการเรียนการสอนแบบสหกิจศึกษา (Cooperative Education) ในลักษณะเรียนรู้จากการ ปฏิบัติงานจริง ณ สถานประกอบการ และกำหนดหน่วยกิต ไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต เพื่อพัฒนาบัณฑิตให้มีสมรรถนะ ตรงตามความต้องการของตลาดงาน (Demand Driven) หรือสถานประกอบการ มีวุฒิภาวะ มีโอกาสได้งานทำมาก ขึ้น รวมทั้งมีโอกาสได้รับการจ้างงานก่อนสำเร็จการศึกษา ต่อมาในปีพ.ศ. 2555 ภายใต้แนวคิดเดียวกัน ได้มีการ ส่งเสริมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Work Integrated Learning : WIL) แบบเปิดกว้างใน รูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับศาสตร์แต่ละ สาขาวิชาชีพมากขึ้น ภาพที่ 1.4 ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 1-6 บทที่ 1 บทนำ ตารางที่ 1.1 กลุ่มรายวิชาการฝึกงาน มีทั้งหมด 4 รายวิชา รายวิชา จำนวนหน่วยกิต ระยะเวลา (สัปดาห์) ชั่วโมง รายวิชาการฝึกงาน 1 3 8 320 รายวิชาการฝึกงาน 2 6 16 640 รายวิชาการฝึกงาน 3 9 24 960 รายวิชาการฝึกงาน 4 12 32 1,280 ตารางที่ 1.2 กลุ่มรายวิชาสหกิจศึกษา รายวิชา จำนวนหน่วยกิต ระยะเวลา (สัปดาห์) รายวิชาสหกิจศึกษา 1 6 16 รายวิชาสหกิจศึกษา 2 9 24 รายวิชาสหกิจศึกษา 3 12 32 เพื่อตอบสนองนโนบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่องสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) เป็นระบบการศึกษาที่จัด ให้มีการเรียนการสอนในสถานศึกษาสลับกับการออกไปหาประสบการณ์ตรงจากการ ปฏิบัติงานจริง ณ สถานประกอบการอย่างเป็นระบบ ด้วยความร่วมมือจากสถานประกอบการ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งลักษณะงานที่นักศึกษาได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติตรงกับสาขาวิชาชีพ ของนักศึกษา ระบบการศึกษาที่ผสมผสานการเรียนกับการปฏิบัติงาน รูปแบบการจัด ก า ร ศึ ก ษ า ที่ มุ่ ง เ น้ นใ ห้ นั ก ศึ ก ษ า ไ ด้มี โ อ ก า ส ปฏิบั ติง า น จริง ใ น สถ า น ปร ะ ก อ บการ สลับกับการเรียนภาคทฤษฎีในห้องเรียนก่อนที่จะสำเร็จการศึกษาและออกไปประกอบวิชาชีพ เป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่นักศึกษาด้านการพัฒนาอาชีพ ( Career Development) เสริมทักษะประสบการณ์ให้พร้อมที่จะเข้าสู่ระบบการทำงาน (Employability) และเสริม คุณภาพบัณฑิตให้มีคุณภาพตรงตามที่ทางสถานประกอบการต้องการ นอกจากนั้นยังถือเป็น กลไกความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยและสถานประกอบการอีกด้วย ทั้งนี้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานมีรูปแบบการฝึกประสบการณ์วิชาชีพและแนว ทางการออกแบบการลงทะเบียน ดังตารางที่ 1.3 และตารางที่ 1.4
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 1-7 บทที่ 1 บทนำ ตารางที่ 1.3 รูปแบบการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน หัวข้อ การฝึกงาน (Practicum) สหกิจศึกษา (Co-operative การวัดผล เล่มรายงาน (Report) บันทึกการปฏิบัติงาน (Operation record) รายงานโครงงาน (Project report) ระยะเวลา/หน่วยกิต การเตรียมความพร้อมการฝึก ประสบการณ์วิชาชีพ (Preparation for Professional Experience) ระยะเวลาศึกษา 1 ภาคการศึกษา จำนวน 1 หน่วยกิต การเตรียมความพร้อมการฝึก ประสบการณ์วิชาชีพ (Preparation for Professional Experience) ระยะเวลาในการศึกษา 1 ภาคการศึกษา จำนวน 1 หน่วยกิต การฝึกงาน 1 (Practicum 1) ระยะเวลาในการฝึก 8 สัปดาห์ จำนวน 3 หน่วยกิต สหกิจศึกษา 1 (Cooperative Education 1) ระยะเวลาในการฝึก 16 สัปดาห์ จำนวน 6 หน่วยกิต การฝึกงาน 2 (Practicum 2) ระยะเวลาในการฝึก 16 สัปดาห์ จำนวน 6 หน่วยกิต สหกิจศึกษา 2 (Cooperative Education 2) ระยะเวลาในการฝึก 24 สัปดาห์ จำนวน 9 หน่วยกิต การฝึกงาน 3 (Practicum 3) ระยะเวลาในการฝึก 24 สัปดาห์ จำนวน 9 หน่วยกิต สหกิจศึกษา 3 (Cooperative Education 3) ระยะเวลาในการฝึก 32 สัปดาห์ จำนวน 12 หน่วยกิต การฝึกงาน 4 (Practicum 4) ระยะเวลาในการฝึก 32 สัปดาห์ จำนวน 12 หน่วยกิต
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 1-8 บทที่ 1 บทนำ ตารางที่ 1.4 แนวทางการออกแบบการลงทะเบียน หัวข้อ หน่วย กิต การลงทะเบียน รายวิชา การชำระเงิน ค่าลงทะเบียน ระยะเวลาการฝึก การประเมินผล กลุ่มรายวิชาการฝึกงาน การฝึกงาน 1 3 ครั้งเดียว ครั้งเดียว ไม่น้อยกว่า 8 สัปดาห์ หรือใช้เวลาในการฝึก สะสมไม่น้อยกว่า 320 ชั่วโมง สิ้นภาคการศึกษา การฝึกงาน 2 6 ครั้งเดียว ครั้งเดียว ไม่น้อยกว่า 16 สัปดาห์ หรือใช้เวลาในการฝึก สะสมไม่น้อยกว่า 640 ชั่วโมง สิ้นภาคการศึกษา การฝึกงาน 3 9 ครั้งเดียว ครั้งเดียว ไม่น้อยกว่า 24 สัปดาห์ หรือใช้เวลาในการฝึก สะสมไม่น้อยกว่า 960 ชั่วโมง สิ้นภาคการศึกษา การฝึกงาน 4 12 ครั้งเดียว ครั้งเดียว ไม่น้อยกว่า 32 สัปดาห์ หรือใช้เวลาในการฝึก สะสมไม่น้อยกว่า 1,280 ชั่วโมง สิ้นภาคการศึกษา กลุ่มรายวิชาสหกิจศึกษา สหกิจศึกษา 1 6 ครั้งเดียว ครั้งเดียว 16 สัปดาห์ สิ้นภาคการศึกษา สหกิจศึกษา 2 9 ครั้งเดียว ครั้งเดียว 24 สัปดาห์ สิ้นภาคการศึกษา สหกิจศึกษา 3 12 ครั้งเดียว ครั้งเดียว 32 สัปดาห์ สิ้นภาคการศึกษา หมายเหตุ : กลุ่มรายวิชาการฝึกงานสามารถฝึกสะสมชั่วโมงได้ การฝึกประสบการณ์วิชาชีพแต่ละปีการศึกษาให้เป็นไปตามปฏิทินการศึกษารายวิชากลุ่มการฝึกประสบการณ์ วิชาชีพที่มหาลัยกำหนด นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในกลุ่มรายวิชาการฝึกงานสามารถลงทะเบียนเรียนรายวิชาอื่น ๆ ได้ (เงื่อนไขเป็นไปตามข้อบังคับ มทร.อีสาน ว่าด้วยการจัดการศึกษากลุ่มการฝึกประสบการณ์วิชาชีพระดับปริญญา ตรี)
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 1-9 บทที่ 1 บทนำ 1.7 หลักการและเหตุผลการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของคณะระบบรางและการ ขนส่ง คณะระบบรางและการขนส่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้ตระหนักถึง ความสำคัญของการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของนักศึกษาในสถานประกอบจริงที่เกี่ยวข้องกับ ด้านระบบราง อากาศยาน และการขนส่ง โดยอาศัยประเด็นปัญหาของสถานประกอบการเป็น แนวทางในการปฏิบัติงาน ซึ่งมีความสัมพันธ์กับสาขาวิชาชีพของนักศึกษา นักศึกษาจะได้ทำ โครงการพิเศษ (Project) ตลอดระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา ที่ตรงตามความต้องการของ สถานประกอบการมากที่สุด อาทิการปรับปรุง การเพิ่มประสิทธิภาพ หรือการแก้ปัญหา กระบวนการทำงาน เน้น “เปลี่ยนแปลง” พฤติกรรม ความคิด ทักษะ และเจตคติของผู้เรียน อันเกิด จากความเข้าใจ (Understanding) “รู้ชัดปฏิบัติได้” ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จในการ ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพตลอดชีวิต หรือ Employability ของตัวนักศึกษาเอง สอดคล้องกับการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 ของสัมคมโลก ตลอดจนบทบาท ทิศทาง การส่งเสริมมาตรฐานการบริหาร จัดการความร่วมมือของสถาบันการศึกษา สถานประกอบการ และนักศึกษา ปัจจุบันคณะฯ มี หลักสูตรระดับปริญญาตรีที่มีรายวิชาสหกิจและการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ทั้งหมด 4 สาขา ดังตารางที่ 1.5 และภาพที่ 1.6 โดยมีรูปแบบการฝึกประสบการณ์วิชาชีพและแนวทางการออกแบบ การลงทะเบียน อ้างอิงตามมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ตารางที่ 1.5 หลักสูตรระดับปริญญาตรีของคณะระบบรางและการขนส่ง สาขาวิชา แผนการศึกษา หน่วยกิต วิศวกรรมระบบราง สหกิจศึกษา 6 วิศวกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน ฝึกงาน 4 การจัดการการปฏิบัติการรถไฟ ฝึกงาน 6 นวัตกรรมการพัฒนาเมือง และพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน ฝึกงาน 6 ตามวิสัยทัศน์คณะระบบรางและการขนส่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน “สร้างและพัฒนากำลังคน ด้านระบบรางและการขนส่งที่มีสมรรถนะสูง สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน”านก่อน สำเร็จการศึกษา ต่อมาในปีพ.ศ. 2555 ภายใต้แนวคิด เดียวกัน ได้มีการส่งเสริมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการ กับการทำงาน (Work Integrated Learning : WIL) แบบเปิดกว้างในรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสมและสอดคล้อง กับศาสตร์แต่ละสาขาวิชาชีพมากขึ้น วามสำคัญของการเรียนรู้เชิงประสบการณ์จากการ ปฏิบัติงานจริงมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2545 โดยสนับสนุนให้ สถาบันอุดมศึกษาจัดการเรียนการสอนแบบสหกิจศึกษา (Cooperative Education) ในลักษณะเรียนรู้จากการ ปฏิบัติงานจริง ณ สถานประกอบการ และกำหนดหน่วย กิตไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต เพื่อพัฒนาบัณฑิตให้มี สมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดงาน (Demand Driven) หรือสถานประกอบการ มีวุฒิภาวะ มีโอกาสได้งานทำมากขึ้น รวมทั้งมีโอกาสได้รับการจ้าง งานก่อนสำเร็จการศึกษา ต่อมาในปีพ.ศ. 2555 ภายใต้ แนวคิดเดียวกัน ได้มีการส่งเสริมการจัดการศึกษาเชิง บูรณาการกับการทำงาน (Work Integrated Learning : WIL) แบบเปิดกว้างในรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสมและ สอดคล้องกับศาสตร์แต่ละสาขาวิชาชีพมากขึ้น ภาพที่ 1.5 ตราสัญลักษณ์คณะฯ
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 1-10 บทที่ 1 บทนำ ภาพที่ 1.6 หลักสูตรระดับปริญญาตรีของคณะระบบรางและการขนส่ง
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 2-1 บทที่ 2 กระบวนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ บทที่ 2 กระบวนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2.1 กระบวนการและขั้นตอนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2.1 กระบวนการก่อนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ นักศึกษาทุกคนจะต้องผ่านรายวิชาการเตรียมความพร้อมการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ จึงจะ ขอฝึกประสบการณ์วิชาชีพได้ ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมของนักศึกษาก่อนไปปฏิบัติงาน เป็นไปด้วย ความเรียบร้อย และนักศึกษามีคุณภาพพร้อมที่จะไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการ โดยมีกระบวนการ และขั้นตอน ดังนี้ 2.1.1 คณะจัดเตรียมข้อมูลหลักสูตร รายชื่อนักศึกษา รายวิชาเตรียมความพร้อมการฝึก ประสบการณ์วิชาชีพและรายวิชากลุ่มการฝึกประสบการณ์วิชาชีพเพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูลในการสำรวจ ความต้องการรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2.1.2 สำรวจความต้องการรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะจะดำเนินการประชาสัมพันธ์โครงการฝึกประสบการณ์วิชาชีพพร้อมทั้งสำรวจ ความต้องการรับนักศึกษาเข้าฝึกประสบการณ์วิชาชีพไปยังสถานประกอบการ โดยใช้ฐานข้อมูลสถาน ประกอบการจากทำเนียบสถานประกอบการของแต่ละสาขาวิชา และข้อมูลสถานประกอบการใหม่ที่ นักศึกษาจัดหามาเองและได้รับอนุมัติจากอาจารย์ประสานงานเรียบร้อยแล้ว หากสถานประกอบการมี ความประสงค์รับนักศึกษาเข้าปฏิบัติงานสามารถส่งแบบเสนองานกลับมายังคณะเพื่อดำเนินการต่อไป 2.1.3 การรับรองคุณภาพงาน คณะพิจารณาคุณภาพงานโดยพิจารณารายละเอียดแบบเสนองานการฝึก ประสบการณ์วิชาชีพ ตามที่สถานประกอบการเสนอมาว่าเป็นงานที่ตรงตามกับสาขาวิชาชีพของ นักศึกษาหรือไม่ 2.1.4 ประกาศตำแหน่งงาน คณะประกาศตำแหน่งงานที่ผ่านการพิจารณารับรองคุณภาพงานเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้นักศึกษาได้เลือกสมัครงานได้ตรงตามกับสาขาวิชาชีพของนักศึกษา 2.1.5 การรับสมัครนักศึกษาเข้าร่วมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และการจับคู่ (Matching) คณะประชาสัมพันธ์และรับสมัครนักศึกษาเข้าร่วมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ นักศึกษา สารมารถสมัครงานได้ตามงานที่ได้รับการเสนอจากสถานประกอบการ โดยการยื่นแบบคำร้องขอฝึก ประสบการณ์และใบสมัครงานไปยังคณะ ก่อนออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 1 ภาคการศึกษา โดยมี ขั้นตอนดังนี้ 1) การเลือกสมัครงาน นักศึกษาควรเลือกสถานประกอบการและลักษณะงานที่ตรง กับความสนใจและความถนัดของนักศึกษาเป็นหลัก ไม่ควรคำนึงถึงค่าตอบแทนหรือสวัสดิการที่สถาน ประกอบการเสนอให้เท่านั้น ก่อนตัดสินใจสมัครงานนักศึกษาสามารถขอคำปรึกษา หรือคำแนะนำจาก คณาจารย์ประจำสาขาวิชา เพื่อขอข้อมูลโดยละเอียดของตำแหน่งงานและสถานประกอบการเพิ่มเติม 2) นักศึกษาสามารถเลือกสถานประกอบการและสมัครงานตามลักษณะงานที่ นักศึกษาต้องการได้คนละ 1 แห่ง โดยผ่านความเห็นชอบจากสาขาวิชา หากไม่ได้รับความเห็นชอบจาก
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 2-2 บทที่ 2 กระบวนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สาขาวิชาให้นักศึกษาสามารถเลือกสถานประกอบการใหม่ เช่นเดียวกับหากนักศึกษาไม่ได้รับการ คัดเลือก สามารถสมัครงานใหม่จนกว่าจะได้รับการคัดเลือกจากสถานประกอบการ 2.1.6 การคัดเลือกและจำแนกสภาพนักศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษา, อาจารย์ประสานงาน พิจารณาแบบคำร้องขอฝึกประสบการณ์ วิชาชีพพร้อมลงนามอนุมัติว่านักศึกษามีความพร้อมที่จะออกปฏิบัติงานหรือไม่ โดยยึดหลักการและ เงื่อนไขที่แต่ละสาขาวิชา และข้อบังคับกำหนด หากนักศึกษามีความพร้อมที่จะออกปฏิบัติงานให้ ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป แต่ถ้าหากนักศึกษาไม่มีความพร้อมที่จะออกปฏิบัติงานให้รอดำเนินการใน ภาคการศึกษาถัดไป 2.1.7 การส่งหนังสือขอความอนุเคราะห์ คณะจัดทำหนังสือขอความอนุเคราะห์และส่งหนังสือพร้อมใบสมัครงานและแบบ ตอบรับไปยังสถานประกอบการ เพื่อให้สถานประกอบการพิจารณา 2.1.8 การพิจารณาตอบรับจากสถานประกอบการ และประกาศผล สถานประกอบการจะคัดเลือกนักศึกษาไปปฏิบัติงาน โดยพิจารณาจากใบสมัครงาน พร้อมใบแสดงประวัติการศึกษา (Transcript) หรืออาจจะมีการสัมภาษณ์นักศึกษาด้วย ซึ่งเมื่อนักศึกษา ส่งใบสมัครงานแล้วควรติดตามผลประกาศการเรียกสัมภาษณ์งานจากสถานประกอบการเป็นระยะๆ หลังจากนั้นสถานประกอบการจะส่งผลการคัดเลือกนักศึกษาให้คณะทราบ และคณะจะประกาศผลการ คัดเลือกให้นักศึกษาทราบบนระบบออนไลน์ ตามปฏิทินการศึกษาสำหรับการจัดการศึกษารายวิชากลุ่ม การฝึกประสบการณ์วิชาชีพกำหนด 2.1.9 การขออนุญาตผู้ปกครอง เมื่อนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกจากสถานประกอบการเรียบร้อยแล้ว นักศึกษาต้อง ส่งใบขออนุญาตผู้ปกครองในการออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพโดยส่งที่คณะ 2.1.10 การส่งหนังสือส่งตัวนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพไปยังสถานประกอบการ คณะจัดทำหนังสือส่งตัวนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพไปยังสถานประกอบการ โดยแจ้งระยะเวลาในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพให้ชัดเจน 2.1.11 การลงทะเบียน นักศึกษาที่จะออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพในสถานประกอบการต้องลงทะเบียน พร้อมชำระค่าลงทะเบียนตามประกาศของมหาวิทยาลัยก่อนออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2.1.12 การปฐมนิเทศนักศึกษาก่อนออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะจัดการปฐมนิเทศนักศึกษาก่อนออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ โดยนักศึกษาต้อง เข้าร่วมปฐมนิเทศก่อนออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพทุกคน เพื่อให้ทราบถึงกระบวนการต่าง ๆ ระหว่าง การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2.1.13 การเตรียมตัวและการไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ณ สถานประกอบการ นักศึกษาต้องเดินทางถึงสถานประกอบการก่อนวันที่กำหนดในหนังสือส่งตัว และ ต้องเข้ารายงานตัวต่อสถานประกอบการในวันที่กำหนดในหนังสือส่งตัวเข้าปฏิบัติงาน ทั้งนี้ คณะจัดทำ หนังสือส่งตัวจำนวน 1 ฉบับ ส่งไปยังสถานประกอบการให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก่อน นักศึกษาเข้ารายงานตัว หากนักศึกษาต้องการเข้าปฏิบัติงานก่อนกำหนดหรือเกิดเหตุขัดข้องในระหว่าง เดินทาง ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปถึงได้ตามกำหนดเวลา โปรดติดต่อสถานประกอบการทางโทรศัพท์
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 2-3 บทที่ 2 กระบวนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ โดยด่วนที่สุดและขอได้โปรดหลีกเลี่ยงการเดินทางไปถึงสถานประกอบการในวันหยุด เพราะจะไม่ สะดวกในการติดต่อและหาที่พัก การฝึกประสบการณ์วิชาชีพนักศึกษามีสถานภาพเป็นพนักงานชั่วคราว ของสถานประกอบการ ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบการขาด ลา มาสาย ของสถานประกอบการเสมือน เป็นพนักงานของสถานประกอบการนั้นๆ โดยเคร่งครัด
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 2-4 บทที่ 2 กระบวนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ตารางที่ 2.1 ขั้นตอนการดำเนินงานกระบวนการก่อนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ที่ แผนผัง ขั้นตอน ผู้รับผิดชอบ 1 จัดเตรียมข้อมูล เจ้าหน้าที่คณะ 2 สำรวจความต้องการรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์ วิชาชีพไปยังสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่คณะ 3 สถานประกอบการส่งแบบเสนองานแลสวัสดิการ สถาน ประกอบการ 4 คณะพิจารณาคุณภาพงานโดยพิจารณารายละเอียด แบบเสนองานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ตามที่ สถานประกอบการเสนอมา อาจารย์ประสาน 5 คณะประกาศตำแหน่งงาน ที่ผ่านการพิจารณา พิจารณารับรองคุณภาพงานเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่คณะ 6 คณะประชาสัมพันธ์การรับสมัครนักศึกษาฝึก ประสบการณ์วิชาชีพ เจ้าหน้าที่คณะ 7 นักศึกษาเขียนคำร้องขอเข้าร่วมโครงการฝึก ประสบการณ์วิชาชีพและใบสมัครงาน นักศึกษา 8 การคัดเลือก การจับคู่ละจำแนกสภาพพิจารณา คุณสมบัตินักศึกษาตามเกณฑ์(ตามข้อบังฯ และ หลักสูตร) o กรณีนักศึกษาไม่ผ่านคุณสมบัติตามข้อบังคับ และหลักสูตรนักศึกษานักศึกษาต้องเลื่อนฝึกไป ภาคการศึกษาถัดไป o กรณีคณะไม่เห็นชอบสถานประกอบการ ที่ไปฝึกนักศึกษาต้องสมัครงานใหม่ อาจารย์ที่ปรึกษา และอาจารย์ ประสาน 9 คณะจัดทำหนังสือขอความอนุเคราห์และส่งหนังสือ พร้อมใบสมัครงานและแบบตอบรับไปยังสถาน ประกอบการ เพื่อให้สถานประกอบการพิจารณา เจ้าหน้าที่คณะ เริ่ม สำรวจความต้องการรับ เสนองาน และความต้องการ รับรองคุณภาพงาน ประกาศตำแหน่ง รับสมัครนักศึกษา ยื่นคำร้องและใบสมัคร พิจารณา ไม่ผ่าน ผ่าน ส่งหนังสือขอความอนุเคราห์ A
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 2-5 บทที่ 2 กระบวนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ตารางที่ 2.1 ขั้นตอนการดำเนินงานกระบวนการก่อนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ (ต่อ) ที่ แผนผัง ขั้นตอน ผู้รับผิดชอบ 10 สถานประกอบการจะคัดเลือกนักศึกษาไป ปฏิบัติงาน โดยพิจารณาจากใบสมัครงาน พร้อมใบแสดงประวัติการศึกษา (หากนักศึกษาไม่ผ่านการคัดเลือกจากสถาน ประกอบการ นักศึกษาต้องสมัครงานใหม่) สถานประกอบการ 11 คณะจะประกาศผลการคัดเลือกให้นักศึกษา ทราบ ตามปฏิทินการศึกษาสำหรับการจัด การศึกษารายวิชากลุ่มการฝึกประสบการณ์ วิชาชีพกำหนด เจ้าหน้าที่คณะ 12 นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกจากสถานการ ประกอบการเรียบร้อยแล้ว นักศึกษาต้องส่ง ใบขออนุญาตผู้ปกครองในการออกฝึก ประสบการณ์วิชาชีพโดยส่งที่คณะ นักศึกษา 13 คณะจัดทำหนังสือส่งตัวนักศึกษาฝึก ประสบการณ์วิชาชีพไปยังสถานประกอบการ โดยแจ้งระยะเวลาในการฝึกประสบการณ์ วิชาชีพให้ชัดเจน เจ้าหน้าที่คณะ 14 นักศึกษาที่จะออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพใน สถานประกอบการต้องลงทะเบียนพร้อมชำระ ค่าลงทะเบียนตามประกาศของมหาลัยก่อน ออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ นักศึกษา 15 คณะจัดการปฐมนิเทศนักศึกษาก่อนออกฝึก ประสบการณ์วิชาชีพ โดยนักศึกษาต้องเข้า เรื่องปฐมนิเทศก่อนออกฝึกประสบการณ์ วิชาชีพทุกคน เพื่อให้ทราบถึงกระบวนการ ต่างๆ ระหว่างการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ เจ้าหน้าที่คณะ 16 นักศึกษาไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ณ สถานประกอบการ นักศึกษา A พิจารณาคัดเลือก คัดเล ไม่รับ รับ ประกาศผลตอบรับ หนังสือส่งตัว หนังสือส่งตัว ขออนุญาตผู้ปกครอง การปฐมนิเทศ จบ
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 2-6 บทที่ 2 กระบวนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2.2 กระบวนการระหว่างการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2.2.1 นักศึกษารายงานตัวเข้าปฏิบัติงาน ณ สถานประกอบการ และต้องจัดทำเอกสารเกี่ยวกับ การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ดังนี้ 1) แบบรายงานตัวเข้าปฏิบัติงานและแจ้งที่พักระหว่างปฏิบัติงาน (ส่งสัปดาห์ที่ 1) 2) แบบแจ้งรายละเอียดงาน ตำแหน่งงาน พนักงานที่ปรึกษา (ส่งสัปดาห์ที่ 1) 3) ส่งบันทึกการปฏิบัติงาน (ส่ง 2 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้ง) 4) ส่งโครงร่ายรายงาน และแผนปฏิบัติงาน (ส่งสัปดาห์ที่ 3) นักศึกษาส่งแบบแจ้งโครงร่างรายงาน/แผนปฏิบัติการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ เพื่อให้ อาจารย์ประสานงานได้ตรวจสอบและศึกษาข้อมูลก่อนให้คำแนะนำในช่วงเวลาการเข้านิเทศการ ทั้งนี้ นักศึกษาจะเริ่มเขียนรายงานได้ทันทีโดยทันทีโดยอาจารย์ประสานงานอาจจะให้คำแนะนำเพิ่มเติม ระหว่างไปนิเทศงานก็ได้ หากมีข้อขัดข้องประการใดที่ทำให้ไม่สามารถจัดส่งเอกสารได้ตามกำหนด จะต้องแจ้งให้สาขาวิชาทราบ ทางโทรศัพท์/โทรสาร/E-mail ทันทีในระหว่างการปฏิบัติงาน 2.2.2 การจัดทำแผนนิเทศงานและประสานสถานประกอบการ 1) คณะประสานงานกับอาจารย์ประสานงานประจำสาขาวิชาทุกสาขาวิชา เพื่อกำหนด แผนการนิเทศงานของสาขาวิชาทั้งภาคการศึกษา โดยระบุวันเวลาในการนิเทศงาน และประสานไปยัง สถานประกอบการเพื่อแจ้งกำหนดการนิเทศงานของอาจารย์ตามวันเวลาที่กำหนด 2) จัดทำหนังสือขออนุญาตเข้านิเทศไปยังสถานประการ พร้อมแบบตอบรับการอนุญาต นิเทศงาน เพื่อนัดหมายวันและเวลาที่คณาจารย์นิเทศก์จะเดินทางไปนิเทศน์งานนักศึกษา ณ สถาน ประกอบการ หากสถานประกอบการอนุญาต/ไม่อนุญาตให้เข้านิเทศงานตามวัน เวลาที่แจ้ง สถาน ประกอบการจะส่งแบบตอบรับกลับมายังคณะ และคณะต้องแจ้งคณาจารย์นิเทศก์เพื่อนัดหมายวัน เวลา ในการไปนิเทศใหม่อีกครั้ง 3) คณะส่งแบบตอบรับการอนุญาตเข้านิเทศ ที่ได้รับจากสถานประกอบการให้คณาจารย์ นิเทศก์ เพื่อวางแผนและเตรียมตัวเข้านิเทศงาน 2.2.3 การจัดทำเอกสารการไปราชการในการไปนิเทศงาน คณะจัดทำหนังสือขออนุมัติไปราชการ จัดทำเอกสารเบิกจ่ายเงินไปราชการ และเอกสาร อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศงาน 2.2.4 การนิเทศงาน คณะจัดให้มีการนิเทศงานโดยอาจารย์ประจำหลักสูตรในช่วงของการปฏิบัติงาน โดย กำหนดให้มีการนิเทศงาน ดังนี้
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 2-7 บทที่ 2 กระบวนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ตารางที่ 2.2 แนวทางในการนิเทศงาน แนวทางการนิเทศงานรายวิชาฝึกประสบการวิชาชีพ รายวิชาการฝึกงาน การฝึกงาน 1 การฝึกงาน 2 การฝึกงาน 3 การฝึกงาน 4 รายวิชาสหกิจศึกษา - สหกิจศึกษา 1 สหกิจศึกษา 2 สหกิจศึกษา 3 หน่วยกิต 3 6 9 12 ระยะเวลา (สัปดาห์) 8 16 24 32 จำนวนการนิเทศงาน 1-2 2 3 4 รูปแบบการนิเทศงาน เดินทางไป ณ สถานประการ /ออนไลน์ เดินทางไป ณ สถานประการ /ออนไลน์ เดินทางไป ณ สถานประการ /ออนไลน์ เดินทางไป ณ สถานประการ /ออนไลน์ หมายเหตุ : จำนวนการนิเทศและรูปแบบในการนิเทศขึ้นอยู่กับคณะ/สาขาวิชา แต่ต้องเดินทางไป ณ สถานประกอบการไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง วัตถุประสงค์ของการนิเทศงาน o เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่นักศึกษาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่โดยลำพัง ณ สถาน ประกอบการ ซึ่งนักศึกษาจะต้องอยู่ห่างไกลครอบครัว เพื่อน และคณาจารย์ o เพื่อดูแลและติดตามผลการปฏิบัติงานของนักศึกษาให้เป็นตามวัตถุประสงค์ ของการฝึก ประสบการณ์วิชาชีพ o เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่าง การปฏิบัติงาน ทั้ง ปัญหาด้านวิชาการ และปัญหาการปรับตัวของนักศึกษาใน สภาวะการปฏิบัติงานจริง o เพื่อรับทราบและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวคิดการมาปฏิบัติงานของ นักศึกษาในระบบ การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ตลอดจนการแลกเปลี่ยน ความก้าวหน้าทางวิชาการกับสถาน ประกอบการ o เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อ มหาวิทยาลัย ขั้นตอนการนิเทศ o คณาจารย์นิเทศเดินทางไปนิเทศงานตามกำหนดนัดหมาย โดยมีหัวข้อการนิเทศงาน คือ ตรวจสอบคุณภาพงาน และหัวข้อรายงานที่สถาน ประกอบการมอบหมาย ติดตามผลการ ปฏิบัติงาน และความก้าวหน้าใน การจัดทำรายงานของนักศึกษา ให้คำปรึกษาและช่วยแก้ไข ปัญหาที่อาจจะ เกิดขึ้นทั้งด้านวิชาการ และการพัฒนาตนเองของนักศึกษา o นักศึกษา ควรทราบกำหนดการไปนิเทศงานของคณาจารย์ เพื่อรอพบ คณาจารย์นิเทศก์ หาก นักศึกษามีการเดินทางหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ ทำงานในวันดังกล่าว หรือมีเหตุฉุกเฉินที่ไม่ สามารถมาปฏิบัติงานได้ให้ นักศึกษาติดต่อคณะหรือคณาจารย์นิเทศก์โดยด่วนเพื่อเปลี่ยนแปลง การนัด หมายใหม่
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 2-8 บทที่ 2 กระบวนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ o การนิเทศงานคณาจารย์นิเทศก์จะพบกับนักศึกษาและพนักงานที่ปรึกษา โดยมีการประชุมเพื่อ พูดคุยกับแต่ละฝ่ายโดยลำพังก่อน แล้วจึงประชุม พร้อมกันอีกครั้ง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้น การนิเทศงานควรใช้เวลาไม่ น้อยกว่า 1 ชั่วโมง สำหรับการนิเทศงานในแต่ละครั้ง 2.2.5 การประเมินผล 1) การประเมินคุณภาพสถานประกอบการ และการประเมินคุณภาพนักศึกษา เมื่อ เสร็จ สิ้นการนิเทศงาน คณาจารย์นิเทศก์จะต้องประเมินทุกครั้ง และส่งกลับมายังคณะ 2) การประเมินผลการปฏิบัติงานนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สถานประกอบการต้อง ประเมินหลังสิ้นสุดการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของนักศึกษา และส่งกลับมายัง มหาวิทยาลัย
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 2-9 บทที่ 2 กระบวนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ตารางที่ 2.3 ขั้นตอนการดำเนินงานกระบวนการระหว่างการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ที่ แผงผัง ขั้นตอน ผู้รับผิดชอบ 1 นักศึกษารายงานตัวเข้าปฏิบัติงาน ณ สถานประกอบการ นักศึกษา 2 1) แบบรายงานตัวเข้าปฏิบัติงานและแจ้งที่ พักระหว่างปฏิบัติ (ส่งสัปดาห์ที่ 1) 2) แบบแจ้งรายละเอียดงานตำแหน่งงานพนัง งานที่ปรึกษา (ส่งสัปดาห์ที่ 1) 3) ส่งบันทึกการปฏิบัติงาน (ส่ง 2 สัปดาห์ ต่อ 1 ครั้ง) 4) ส่งโครงร่างรายงาน และแผนปฏิบัติงาน (ส่งสัปดาห์ที่ 3) นักศึกษา 3 1. จัดทำแผนการนิเทศงาน 2. จัดทำหนังสือขออนุญาตเข้านิเทศงาน 3. แจ้งผลการตอบรับต่ออาจารย์นิเทศก์ เจ้าหน้าที่คณะ 4 คณะจัดทำหนังสือขออนุมัติไปราชการ จัดทำ เอกสารการเบิกจ่ายเงินไปราชการ และ เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศงาน เจ้าหน้าที่คณะ 5 คณาจารย์นิเทศก์เดินทางไปนิเทศงานตาม กำหนดนัดหมาย อาจารย์นิเทศก์ 6 1) การประเมินคุณภาพสถานประกอบการ และการประเมินคุณภาพนักศึกษา เมื่อเสร็จสิ้นการนิเทศงาน 2) การประเมินผลการปฏิบัติงานนักศึกษา ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สถานประกอบการ ต้องประเมินหลังสิ้นสุดการฝึกประสบการณ์ วิชาชีพของนักศึกษา อาจารย์นิเทศก์ 7 สรุปการประเมิน เจ้าหน้าที่คณะ จัดทำเอกสารการไปราชการ เริ่ม จบ ส่งเอกสารระหว่างการฝึกงาน การจัดทำแผนนิเทศงานและ ประสานสถาประกอบการ การนิเทศงาน การประเมินผล
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 2-10 บทที่ 2 กระบวนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2.3 กระบวนการหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ หลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ นักศึกษาควรแสดงความขอบคุณผู้เกี่ยวข้องของ หน่วยงาน ในวันสุดท้ายของการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และขอแบบประเมินผลการฝึกประสบการณ์ วิชาชีพ ก่อนสิ้นสุดการฝึกประการณ์วิชาชีพล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เมื่อกลับมาจากการฝึก ประสบการณ์นักศึกษาควรดำเนิดการ ดังนี้ 2.3.1 นักศึกษารายงานตัวกลับเข้ามหาวิทยาลัย และส่งเอกสารหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์ วิชาชีพ ดังนี้ 1) แบบบันทึกการปฏิบัติงานประจำสัปดาห์ 2) แบบประเมินผลการปฏิบัติงานนักศึกษาโดยพนังงานที่ปรึกษา 3) หนังสือยินยอมให้เผยแพร่รายงานการปฏิบัติงาน 4) แบบแจ้งยืนยันการส่งรายงานการปฏิบัติงาน 5) เล่มรายงาน 2.3.2 นักศึกษานำเสนอสรุปผลการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2.3.3 อาจารย์นิเทศ อาจารย์ประสานงาน ประเมินผลการนำเสนอ ประเมินโครงงาน/รายงาน/ วัดและประเมินผลให้ระดับคะแนน 2.3.4 จัดโครงการปัจฉิมนิเทศหรือสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ คณะจัดโครงการปัจฉิมนิเทศและสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างนักศึกษา มหาวิทยาลัย และสถานประกอบการ เพื่อพัฒนาความสามารถในการนำเสนอ และ ถ่ายทอดประสบการณ์ หลังการที่นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพกลับจากสถานประกอบการ 2.3.5 อาจารย์ประสานงานจัดทำรายงานการฝึกประสบการณ์ภาคสนาม (มคอ.6) และสรุปผล การดำเนินงานกลุ่มการฝึกประสบการณ์วิชาชีพประจำภาคการศึกษา
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 2-11 บทที่ 2 กระบวนการดำเนินงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ตารางที่ 2.4 ขั้นตอนการดำเนินงานกระบวนการหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ที่ แผงผัง ขั้นตอน ผู้รับผิดชอบ 1 นักศึกษารายงานตัวกลับมหาวิทยาลัย นักศึกษา 2 นักศึกษาส่งเอกสารหลังกลับจากการฝึก ประสบการณ์วิชาชีพ ดังนี้ 1) แบบบันทึกการปฏิบัติงานประจำสัปดาห์ 2) แบบประเมินผลการปฏิบัติงานนักศึกษา โดยพนักงานที่ปรึกษา 3) หนังสือยินยอมให้เผยแพร่รายงานการ ปฏิบัติงาน 4) แบบแจ้งยืนยันการส่งรายงานการ ปฏิบัติงาน 5) เล่นรายงาน นักศึกษา 3 นักศึกษานำเสนอสรุปผลการฝึก ประสบการณ์วิชาชีพ นักศึกษา 4 อาจารย์นิเทศ อาจารย์ประสานงาน ประเมินผลการนำเสนอ ประเมินผล โครงงาน/รายงาน วัดและประเมินผลให้ ระดับคะแนน อาจารย์นิเทศก์ และ อาจารย์ ประสานงาน 5 จัดโครงการปัจฉิมนิเทศหรือสัมมนา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เจ้าหน้าที่คณะ 6 อาจารย์ประสานงานจัดทำรายงานการฝึก ประสบการณ์ภาคสนาม (มคอ.6) อาจารย์ ประสานงาน 7 สรุปผลการดำเนินงานกลุ่มการฝึก ประสบการณ์วิชาชีพประจำภาคการศึกษา เจ้าหน้าที่คณะ ส่งเอกสารหลังกลับจากการฝึก นำเสนอผลงาน วัดประเมินผล ปัจฉิมนิเทศ จัดทำรายงาน (มคอ.6) เริ่ม จบ
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 3-1 บทที่ 3 คุณสมบัติของนักศึกษาและคณาจารย์นิเทศก์ บทที่ 3 คุณสมบัติของนักศึกษาและคณาจารย์นิเทศก์ 3.1 คุณสมบัติของนักศึกษา 1) ผ่านการประเมินผลการศึกษาในรายวิชาการเตรียมความพร้อมการฝึกประสบการณ์ วิชาชีพ 2) มีคุณสมบัติอื่นตามที่สถานประกอบการกำหนด 3) มีคุณสมบัติอื่นตามที่หลักสูตรกำหนด สำหรับนักศึกษาที่จะลงทะเบียนเรียนในกลุ่มรายวิชาสหกิจศึกษาต้องมีระดับคะแนนเฉลี่ย สะสมไม่น้อยกว่า 2.00 เว้นแต่คณะรับรองว่านักศึกษาผู้นั้นสามารถลงทะเบียนเรียนในกลุ่มรายวิชา สหกิจศึกษาได้ 3.2 คุณสมบัติของคณาจารย์นิเทศก์ 1) คณาจารย์นิเทศกลุ่มรายวิชาการฝึกงาน ต้องมีประสบการณ์การสอนไม่น้อยกว่า 1 ภาค การศึกษาและต้องเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรที่นักศึกษาสังกัดอยู่ 2) คณาจารย์นิเทศกลุ่มรายวิชาสหกิจศึกษาต้องมีประสบการณ์การสอนไม่น้อยกว่า 1 ภาค การศึกษาและผ่านการอบรมการนิเทศงานเพื่อให้มีสมรรถนะในการทำหน้าที่คณาจารย์ ตามหลักสูตรที่ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกำหนด ในกรณีที่นักศึกษาไป ปฏิบัติงานในหน่วยงานต่างประเทศ หรือหน่วยงานต่างประเทศที่มาปฏิบัติงานในประเทศไทยที่มีความ ร่วมมือให้มีผู้ทำหน้าที่คณาจารย์นิเทศก์ โดยมีสมรรถนะที่เทียบเคียงได้ 3) ผู้นิเทศงาน (พนังงานที่ปรึกษา) เป็นผู้มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีในสาขา วิชาชีพเดียวกับนักศึกษาหรือใกล้เคียงหรือเป็นผู้มีความชำนาญในสาขาวิชาชีพเดียวกับ นักศึกษาไปปฏิบัติงานและมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ทำหน้าที่นิเทศไม่น้อย กว่า 6 เดือน หรือผ่านการอบรมหลักสูตรผู้นิเทศงานที่สำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกำหนดเพื่อให้มีสมรรถนะในการทำหน้าที่เป็นผู้นิเทศ โดยคุณสมบัติของคณาจารย์นิเทศก์อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเพื่อส่งเสริมการจัดหลักสูตรสหกิจศึกษา และศึกษาเชิงบูรณาการกับการ ทำงาน พ.ศ 2565
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 4-1 บทที่ 4 บทบาทหน้าที่นักศึกษา คณาจารย์นิเทศก์ และสถานประกอบการ บทที่ 4 บทบาทหน้าที่นักศึกษา คณาจารย์นิเทศก์ และสถานประกอบการ 4.1 บทบาทหน้าที่นักศึกษา 1) ติดตามข่าวสารการจัดหางาน และประสานกับคณะตลอดเวลา 2) เข้ารับการปฐมนิเทศ ฝึกอบรมครบถ้วน ตามที่คณะกำหนด 3) ไปรายงานตัวภายในวันและเวลาที่กำหนด พร้อมด้วยหนังสือส่งตัว บัตรประจำตัวนักศึกษา และรับคำแนะนำจากสถานประกอบการ 4) ตั้งใจปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายจากพนักงานที่ปรึกษาอย่างเต็มกำลังความสามารถ 5) ปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัยและข้อบังคับของสถานประกอบการอย่างเคร่งครัด 6) ประสานงานกับคณะเพื่อติดต่อส่งเอกสารตามกำหนดเวลา และให้ข่าวสารการปฏิบัติงาน ของตนเอง กับคณะตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน ณ สถานประกอบการ 7) หากมีปัญหาในการปฏิบัติงานต้องรีบติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาโดยทันที 8) หมั่นฝึกฝนและเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการอย่างต่อเนื่องก่อนไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 4.2 บทบาทหน้าที่ของคณาจารย์นิเทศก์ คณาจารย์นิเทศก์ เป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชาของนักศึกษาที่ไปปฏิบัติงานฝึกประสบการณ์ วิชาชีพ ทำหน้าที่ดูแลและติดตามผลการปฏิบัติงานของนักศึกษาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการฝึก ประสบการณ์วิชาชีพ ช่วยเหลือนักศึกษาในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงาน ทั้งปัญหาด้านวิชาการ และปัญหาการปรับตัวของนักศึกษาในสภาวะการทำงานจริง รับทราบและ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับสถานประกอบการเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของนักศึกษาตลอดจนการ แลกเปลี่ยนความก้าวหน้าทางวิชาการซึ่งกันและกันประเมินผลการดำเนินงานและรวบรวมข้อมูลที่เป็น ประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยฯ ระหว่างที่นักศึกษาปฏิบัติงาน ณ สถานประกอบการ 4.3 บทบาทหน้าที่ของสถานประกอบการ สถานประกอบการ เป็นองค์กรที่มีความสำคัญที่จะพัฒนานักศึกษาโดยวิธีการฝึกประสบการณ์ วิชาชีพให้เกิดผลทางรูปธรรม ในทางปฏิบัติงานแต่ละรูปแบบและขั้นตอนที่จำเป็นจะต้องอาศัยความ ร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากสถานประกอบการ โดยเฉพาะพนักงานฝ่ายบุคคลหรือฝ่ายบริหารทรัพยากร มนุษย์และพนักงานที่ทำหน้าที่เป็นผู้นิเทศงาน ซึ่งเป็นผู้ที่สถานประกอบการมอบหมายให้สนับสนุนและ ส่งเสริมให้การปฏิบัติงานของนักศึกษา ประสบความสำเร็จสูงสุดในระหว่างการปฏิบัติงาน โดยมีหน้าที่ หลัก ดังนี้
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 4-2 บทที่ 4 บทบาทหน้าที่นักศึกษา คณาจารย์นิเทศก์ และสถานประกอบการ 1) เสนอรายละเอียดลักษณะงานที่ต้องการให้นักศึกษาปฏิบัติจริงและข้อกำหนดเบื้องต้นของ สถานประกอบการต่อหน่วยงานทราบล่วงหน้าก่อน 1 ภาคการศึกษา 2) ดำเนินการปฐมนิเทศ อบรม เพื่อให้นักศึกษาทราบถึงระเบียบวินัย วัฒนธรรม การรักษา ความปลอดภัยในการทำงาน ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับสถานประกอบการ โครงสร้างการบริหารงาน และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของสถานประกอบการที่นักศึกษาจะต้องปฏิบัติ 3) แต่งตั้งพนักงานที่ปรึกษา หรือผู้นิเทศงานของสถานประกอบการ เพื่อทำงานการสอนงาน และแนะนำการปฏิบัติงานแก่นักศึกษาระหว่างการปฏิบัติงาน ณ สถานประกอบการ 4.4 บทบาทหน้าที่ของพนักงานที่ปรึกษา พนักงานที่ปรึกษา หมายถึงบุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ที่สถานประกอบการมอบหมายให้ทำหน้าที่ ดูแลรับผิดชอบการปฏิบัติงานของนักศึกษา อาจจะเป็นผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้างานในการปฏิบัติงาน ตลอดระยะเวลาที่นักศึกษาปฏิบัติงาน ณ สถานประกอบการเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำ และเป็นที่ปรึกษาทั้ง ทางด้านปฏิบัติงานและการปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมขององค์กร ดังนั้น พนักงานที่ปรึกษาจึงเป็นผู้ที่มี ความสำคัญที่สุดที่จะทำให้การปฏิบัติงานของนักศึกษาสำเร็จไปด้วยดี โดยมีหน้าที่หลัก ดังนี้ กำหนดลักษณะงาน (Job Description) และแผนการปฏิบัติงาน (Coop Work Plan) : กำหนดลักษณะงานขอบข่ายหน้าที่งานของนักศึกษาที่จะต้องปฏิบัติและแจ้งให้นักศึกษารับทราบถึงงาน ที่ได้รับมอบหมายโดยลักษณะงานตรงตามสาขาวิชาของนักศึกษาและมีการกำหนดแผนงานการปฏิบัติ รายสัปดาห์ให้แก่นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การให้คำปรึกษา : ให้คำปรึกษาชี้แนะแนวทางการทำงานและการแก้ปัญหาจากการปฏิบัติงาน ให้กับนักศึกษา รวมทั้งให้ความร่วมมือด้านการประสานงานกับอาจารย์นิเทศก์และนักศึกษา แนะนำการจัดทำรายงาน : นักศึกษาต้องจัดทำรายงาน 1 ฉบับ เสนอต่อ สถานประกอบการ และอาจารย์นิเทศ รายงานอาจประกอบด้วยเนื้อหาที่สถานประกอบการจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ต่อไปได้ โดยมีลักษณะเป็นโครงงานหรืองานวิจัย หากงานที่นักศึกษาได้รับมอบหมายเป็นโครงงานหรือ งานวิจัย
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 5-1 บทที่ 5 การวัดและประเมินผล บทที่ 5 การวัดและประเมินผล 5.1 การวัดผลและประเมินผลการศึกษา ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ว่าด้วย การจัดการศึกษากลุ่ม วิชาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2565 หรือฉบับที่แก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติม โดยให้ คณะหรือหน่วยงานที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นที่เปิดสอนรายวิชากลุ่มการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ระดับ ปริญญาตรี จัดการวัดผลและประเมินผลการศึกษา เป็นระดับคะแนนตัวอักษร ซึ่งการวัดและประเมินผล ในรายวิชากลุ่มการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ให้เป็นไปตามผลลัพธ์การเรียนรู้ในรายวิชา โดยการ ประเมินผลนักศึกษาจะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์ การวัดและการ ประเมินผลการศึกษาในรายวิชากลุ่มการฝึกประสบการณ์วิชาชีพให้มีผลการประเมินเป็นระดับคะแนน ตัวอักษร ดังตารางที่ 5.1 ตารางที่ 5.1 การวัดและการประเมินผลการศึกษาในรายวิชากลุ่มการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ระดับคะแนนตัวอักษร ความหมายของการประเมินผลการศึกษา พ.จ. หรือ S พอใจ (Satisfactoty) ม.จ. หรือ U ไม่เป็นที่พอใจ (Unsatisfactory) ม.ส. หรือ I ไม่สมบูรณ์ (Incomplete) ย.ส. หรือ IP การฝึกประสบการณ์วิชาชีพยังไม่สิ้นสุด (In Progress) 5.2 เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 5.2.1 การประเมินผลการศึกษาให้กระทำเมื่อสิ้นสุดการปฏิบัติงานการฝึกประสบการณ์ วิชาชีพ ดังนี้ 1) ผ่านรายวิชาการเตรียมความพร้อมการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2) ส่งรายงานและหรือนำเสนอผลการปฏิบัติงานต่ออาจารย์ประสานงาน แล้วแต่กรณี 3) เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ แบ่งคะแนนตาม สัดส่วน ดังนี้ - ประเมินผลการปฏิบัติงานโดยพนักงานที่ปรึกษา ร้อยละ 50 - ประเมินผลจากการนิเทศงานโดยอาจารย์นิเทศก์ ร้อยละ 30 - ประเมินผลการปฏิบัติงานจากรายงานและการนำเสนอของนักศึกษา ร้อยละ 20
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 5-2 บทที่ 5 การวัดและประเมินผล 5.3 แนวทางการประเมินผลการศึกษารายวิชากลุ่มฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 5.3.1 กลุ่มรายวิชาการฝึกงาน สำหรับแนวทางการประเมินผลการศึกษารายวิชากลุ่มฝึกประสบการณ์วิชาชีพ กลุ่ม รายวิชาการฝึกงานโดยใช้แบบกำหนดเปรียบเทียบหน่วยกิตกับผลงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ โดย แบ่งเกณฑ์การให้หน่วยกิต ดังตารางที่ 5.2 ตารางที่ 5.2 แนวทางการประเมินผลการศึกษากลุ่มรายวิชาการฝึกงาน รายวิชา แนวทางการประเมินผลการศึกษา การให้หน่วยกิต การฝึกงาน 1 (3 หน่วยกิต) 1. สามารถทำงานตามหน้าที่ที่ได้มอบหมายสำเร็จลุล่วง - เข้าใจกระบวนการการทำงานและหน้าที่ของตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย - ผลการประเมินไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 2. ผลการใช้ความรู้ทางทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติงานจริงเป็นฐาน (learning Experience – Based) - การจัดเล่มรายงานฉบับสมบูรณ์ที่มีรูปแบบ รูปเล่ม วิธีการ มีความถูกต้อง ตามมาตรฐานที่หลักสูตรกำหนด - ผลการประเมินไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 3 การฝึกงาน 2 (6 หน่วยกิต) 1. สามารถทำงานตามหน้าที่ที่ได้มอบหมายสำเร็จลุล่วง - เข้าใจกระบวนการทำงานและหน้าที่ของตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย 3 2. ผลการประยุกต์ใช้ความรู้ทางทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ (Applying the Principle or Knowledge โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้การทำงานเป็นฐาน (Work-based learning) - การจัดเล่มรายงานฉบับสมบูรณ์ที่มีรูปแบบ รูปเล่ม วิธีการ มีความถูกต้อง ตามมาตรฐานที่หลักสูตรกำหนด - ผลการประเมินไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 3 การฝึกงาน 3 (9 หน่วยกิต) 1. สามารถทำงานตามหน้าที่ที่ได้มอบหมายสำเร็จลุล่วง - เข้าใจกระบวนการทำงานและหน้าที่ของตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย 3
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 5-3 บทที่ 5 การวัดและประเมินผล รายวิชา แนวทางการประเมินผลการศึกษา การให้หน่วยกิต 2. การคิดวิเคราะห์ที่เกี่ยวกับกระบวนการทำงานและหน้าที่ของตำแหน่งงาน ที่ได้รับมอบหมายและสามารถเชื่อมโยงทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพใน การปฏิบัติงานจริง 2.1 การจัดทำโครงร่างรายงานเกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์ที่เกี่ยวกับกระบวน การทำงานและหน้าที่ของตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย โดยการเรียบเรียงเนื้อ หาอย่างเป็นระบบ จากการเรียบเรียงผลการสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัย ที่เกี่ยวข้อง และการอ้างอิงตามหลักวิชาการ 2.2 การจัดเล่มรายงานฉบับสมบูรณ์ที่มีความ รูปแบบ รูปเล่ม วิธีการ มีความถูกต้องตามมาตรฐานที่หลักสูตรกำหนด 2.3 ผลการประเมินไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 3 การฝึกงาน 4 (12 หน่วยกิต) 1. สามารถทำงานตามหน้าที่ที่ได้มอบหมายสำเร็จลุล่วง o เข้าใจกระบวนการทำงานและหน้าที่ของตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย 3 2. ประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ในการปฏิบัติงานจริง ตามตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย o การจัดทำโครงร่างรายงานเกี่ยวกับประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้ เกิดประโยชน์ในการปฏิบัติงานจริงตามตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย โดยการเรียบเรียงเนื้อหาอย่างเป็นระบบ จากการเรียบเรียงผลการ สังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และการอ้างอิงตามหลักวิชาการ 3 o ได้ผลงานต้นแบบ (prototype) และสามารถนำไปใช้จริงในสถาน ประกอบการ 3 o การนำเสนอและการจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ที่มีความ รูปแบบ รูปเล่ม วิธีการ มีความถูกต้องตามมาตรฐานที่หลักสูตรกำหนด o ผลการประเมินไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 3
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 5-4 บทที่ 5 การวัดและประเมินผล 5.3.2 กลุ่มรายวิชาสหกิจศึกษา สำหรับแนวทางการประเมินผลการศึกษารายวิชากลุ่มฝึกประสบการณ์วิชาชีพ กลุ่ม รายวิชาสหกิจศึกษา โดยใช้แบบกำหนดเปรียบเทียบหน่วยกิตกับผลงานการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ โดยแบ่งเกณฑ์การให้หน่วยกิต ดังตารางที่ 5.3 ตารางที่ 5.3 แนวทางการประเมินผลการศึกษากลุ่มรายวิชาสหกิจศึกษา รายวิชา แนวทางการประเมินผลการศึกษา การให้หน่วยกิต สหกิจศึกษา 1 (6 หน่วยกิต) 1. สามารถทำงานตามหน้าที่ที่ได้มอบหมายสำเร็จลุล่วง o เข้าใจกระบวนการทำงานและหน้าที่ของตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย 3 2. จัดทำโครงงานจากการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาหรือกรณีศึกษาเป็นฐาน o การสอบผ่านและการจัดทำโครงงานฉบับสมบูรณ์ที่มีความ รูปแบบ รูปเล่ม วิธีการมีความถูกต้องตามมาตรฐานที่หลักสูตรกำหนด o ผลการประเมินำม่น้อยกว่าร้อยละ 60 3 สหกิจศึกษา 2 (9 หน่วยกิต) 1. สามารถทำงานตามหน้าที่ที่ได้มอบหมายสำเร็จลุล่วง o เข้าใจกระบวนการทำงานและหน้าที่ของตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย 3 2. จัดทำโครงงานจากการเรียนรู้โดยใช้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน o ประยุกต์ใช้ความรู้ทางทฤษฎีกับการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหางาน ในสภาพจริง การจัดทำโครงร่างโครงงาน โดยการเรียบเรียงเนื้อหาอย่าง เป็นระบบ จากการเรียบเรียงผลการสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่ เกี่ยวข้อง และการอ้างอิงตามหลักวิชาการ การออกแบบระเบียบวิธี วิจัย/การพัฒนาเครื่องมือและวิธีการวิจัยและการกําหนดรายละเอียด วิธีการดําเนินการวิจัย 3 o การสอบผ่านและการจัดทำโครงงานฉบับสมบูรณ์ที่มีความ รูปแบบ รูปเล่มวิธีการ มีความถูกต้องตามมาตรฐานที่หลักสูตรกำหนด o ผลการประเมินไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 3 สหกิจศึกษา 3 (12 หน่วยกิต) 1. สามารถทำงานตามหน้าที่ที่ได้มอบหมายสำเร็จลุล่วง o เข้าใจกระบวนการทำงานและหน้าที่ของตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย 3 2. จัดทำโครงงานจากการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเฉพาะบุคคลเป็นฐาน ประยุกต์ใช้ความรู้ทางทฤษฎีกับการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหางานในสภาพ จริงการจัดทำโครงร่างโครงงาน โดยการเรียบเรียงเนื้อหาอย่างเป็นระบบ จาก การเรียบเรียงผลการสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และการอ้างอิง ตามหลักวิชาการ การออกแบบระเบียบวิธีวิจัย/การพัฒนาเครื่องมือและวิธีการ วิจัยและการกำหนดรายละเอียดวิธีการดำเนินการวิจัย 3
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 5-5 บทที่ 5 การวัดและประเมินผล รายวิชา แนวทางการประเมินผลการศึกษา การให้หน่วยกิต o ได้ผลงานต้นแบบ (prototype) และสามารถนำ 3 o การสอบผ่านและการจัดทำโครงงานฉบับสมบูรณ์ที่มีรูปแบบ รูปเล่ม วิธีการ มีความถูกต้องตามมาตรฐานที่หลักสูตรกำหนด o ผลการประเมินไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 3
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 6-1 บทที่ 6 รูปแบบการเขียนรายงาน บทที่ 6 รูปแบบการเขียนรายงาน การเขียนรายงานเป็นกิจกรรมบังคับของการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกฝน ทักษะการวิเคราะห์ สรุป และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของการเขียนรายงานวิชาการในกรณีที่มีนักศึกษา หลายคนปฏิบัติงานในสถานประกอบเดียวกัน นักศึกษาอาจจะเขียนรายงานคนละเรื่อง หรือรวมกัน เขียนเรื่องเดียวกันเป็นลักษณะรายงานกลุ่มก็ได้ ลักษณะของรายงานจะเป็นการศึกษาโครงการวิจัย เฉพาะ การเรียบเรียง สรุปข้อมูล หรือนำข้อมูลมาวิเคราะห์ก็ได้(ทั้งนี้ สามารถดูตัวอย่างเล่มรายงานได้ที่ www.coop.rmuti.ac.th 6.1 รูปแบบการเขียนรายงาน เพื่อให้รูปแบบการเขียนรายงานของนักศึกษามีรูปแบบและบรรทัดฐานเดียวกัน จึงกำหนดการ จัดทำรูปเล่มรายงาน ดังนี้ 6.1.1. กลุ่มร่ายวิชาการฝึกงาน 3 หน่วยกิต และ 6 หน่วยกิต ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้ ส่วนนำ 1) ปกนอก 2) ปกใน 3) กิตติกรรมประกาศ 4) คำนำ 5) สารบัญ ส่วนเนื้อหา เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของรายงาน ประกอบด้วย 1) บทนำ ประกอบด้วย 1.1) ข้อมูลส่วนตัวของนักศึกษา 1.2) ข้อมูลทั่วไปของสถานประกอบการ 1.3) ประวัติย่อของสถานประกอบการ 1.4) โครงสร้างการบริหารหน่วยงาน 1.5) ผู้ควบคุมการฝึกงาน 1.6) ตำเหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย 1.7) ลักษณะงานที่ได้รับผิดชอบ 1.8) ระยะเวลาในการฝึกงาน 2) บทที่ 2 การดำเนินงานและผลการดำเนินงาน ประกอบด้วย 2.1) งานที่ได้รับมอบหมายและรายละเอียดการปฏิบัติงาน ให้นักศึกษาสรุปผล จากเอกสารบันทึกประจำวัน
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 6-2 บทที่ 6 รูปแบบการเขียนรายงาน 2.2) วัตถุประสงค์ เมื่อนักศึกษาได้ศึกษาลักษณะการประกอบการโดยละเอียด และลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายแล้ว ให้นักศึกพิจารณาว่า นักศึกษาต้องเรียนรู้ พัฒนาตนเองใน เรื่องใดบ้าง ให้กำหนดออมาเป็นวัตถุประสงค์ของการฝึกงาน กล่าวคือ เมื่อเสร็จสินในการปฏิบัติงานใน สัปดาห์สุดท้ายแล้ว นักศึกษาจะได้รับประสบการณ์นั้น และมีทักษะในเรื่องนั้น การกำหนดจุดประสงค์ ควรมีความชัดเจนและแต่ละจุดประสงค์จะต้องสามารถประเมินได้ การกำหนดจุดประสงค์ที่ดีควร แบ่งเป็นข้อๆ และมีจำนวนไม่มากเกินไป 2.3) ประโยชน์ที่ได้รับ เป็นการเขียนสิ่งที่ได้รับจากการฝึกงาน 2.4) ขั้นตอนหรือวิธีการดำเนินงาน เป็นการกำหนดแนวทางการทำงานโดยใน ที่นี้จะเป็นการกล่าวถึงการดำเนินงานอย่างกว้างๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนที่ชี้ให้เห็นถึงแนวทางการทำงาน ทั้งหมด และยังเป็นส่วนที่เชื่อมโยงไปสู่ส่วนต่างๆ ของการเขียนรายงานบทต่อๆไป อาจแสดงด้วย ภาพหรือสื่อตามความเหมาะสม 3) บทที่ 3 ผลการปฏิบัติงาน เป็นการเขียนสรุปผลการปฏิบัติงานรายสัปดาห์ นักศึกษาต้องเขียนรายละเอียด ขั้นตอนการฝึกงานแต่ละสัปดาห์สรุปเพียงสาระสำคัญของการฝึกงาน 4) บทที่ 4 สรุปผล และข้อเสนอแนะ เป็นการสรุปผลการฝึกงานตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงาน ปัญหาอุปสรรค และ ข้อเสนอแนะต่างๆ 6.1.2 กลุ่มรายวิชาการฝึกงาน 9 หน่วยกิต และ 12 หน่วยกิต และกลุ่มรายวิชาสหกิจศึกษา ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้ ส่วนนำ 1) ปกนอก 2) ปกใน 3) กิตติกรรมประกาศ 4) บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 5) สารบัญ 6) สารบัญตาราง (ถ้ามี) 7) สารบัญรูปภาพ (ถ้ามี) ส่วนเนื้อหา เป็นส่วนสำคัญที่สุด ประกอบด้วย บทที่ 1 บทนำ บทที่ 2 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน หรือขั้นตอนการดำเนินงาน บทที่4 ผลการปฏิบัติงาน บทที่ 5 สรุปผลการทำงาน
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 6-3 บทที่ 6 รูปแบบการเขียนรายงาน ดังนั้นก่อนลงมือเขียนในส่วนนี้ จึงควรค้นคว้ารวบรวมรายระเอียดจากเอกสารงานวิจัยที่ เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะเขียนรายงาน และวิเคราะห์ให้ทราบถึงที่มาของปัญหา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ให้ต้อง ดำเนินงานวิจัย จากนั้นวางวัตถุประสงค์เป็นข้อๆ ตามลำดับความสำคัญ แล้วจึงกำหนดรูปแบบการวิจัย เครื่องมือและวิธีการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และผลการวิจัยด้วยการเขียนเชื่อมโยงและให้มีความ สอดคล้องกันไปตามลำดับหัวข้อต่อไปนี้ 6.1.3 ส่วนเอกสารอ้างอิง เอกสารอ้างอิง หมายถึง รายการเอกสารที่นำมากล่าวไว้ในเนื้อเรื่องของรายงาน เช่น รายชื่อหนังสือ วารสาร และแหล่งอ้างอิงอื่นๆ เพื่อทำให้รายงานมีความสมบูรณ์ มีความต่อเนื่องของ เนื้อหา หรือใช้เพื่ออธิบายสนับสนุนให้เนื้อหาของรายงานดูน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น เอกสารอ้างอิงเป็นส่วนที่ เขียนแยกไว้หลังจากจบส่วนของเนื้อเรื่องแล้ว เพื่อให้ผู้อ่านหรือผู้ที่สนใจทราบว่าจะสามารถค้นหา เอกสารที่นำมากล่าวไว้ในรายงานได้จากที่ใด ในกรณีที่ผู้อ่านมีข้อสงสัยหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม จากเอกสารนั้น 6.2 รูปแบบเล่มรายงาน เพื่อให้การเขียนรายงานของนักศึกษามีรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน จึงกำหนดการ จัดทำรูปเล่มรายงาน ดังนี้ o จัดพิมพ์บนขนาดกระดาษมาตรฐาน A4 80 แกรม สีขาวสุภาพ โดยจะพิมพ์หน้าเดียว หรือ สองหน้าก็ได้ o จัดพิมพ์ด้วยรูปแบบตัวอักษรสุภาพ ขนาดที่เหมาะสม และอ่านง่าย (Font TH SarabunPSK หัวข้อใช้ขนาด 18 เนื้อหา 16) o การเว้นขอบการดาษ ขอบบน 1.5 นิ้ว ขอบล่าง 1.0 นิ้ว ขอบซ้าย 1.5 นิ้ว (สำหรับเข้าเล่มรายงาน) ขอบขวา 1.0 นิ้ว 6.3 ตัวอย่างรูปแบบการเขียนรายงาน ข้อมูล ภาพ และตารางที่ใช้เป็นตัวอย่างประกอบการเขียนรูปแบบรายงาน ได้รับความอนุเคราะห์ จากโครงงานการประยุกต์ใช้โปรแกรมเมเบิลลอจิกคอนโทรลเลอร์เพื่อควบคุมแบบจำลองระบบเบรก รถไฟฟ้าของนักศึกษา สาขาวิชาวิศวกรรมระบบราง คณะระบบรางและการขนส่ง
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 6-4 บทที่ 6 รูปแบบการเขียนรายงาน รายงานปฏิบัติงาน เรื่อง ชื่องาน (ภาษาไทย) ชื่องาน (ภาษาอังกฤษ) โดย ชื่อ – สกุล……………………………………………………..รหัสนักศึกษา……………………… ปฏิบัติงาน ณ ชื่อสถานประกอบการ……………………………………………………….. สถานที่ตั้ง ………………………………………………… รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรายวิชา สาขาวิชา............................ คณะระบบรางและการขนส่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ปีการศึกษา 2566 ตัวอย่างปกนอก - ปกใน
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 6-5 บทที่ 6 รูปแบบการเขียนรายงาน กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgement) การที่ข้าพเจ้าได้มาปฏิบัติงาน ณ สถานประกอบการ................................................................... ตั้งแต่วันที่.........เดือน.............................พ.ศ........ถึงวันที่.......เดือน..................พ.ศ............................. .. ส่งผลให้ข้าพเจ้าได้รับความรู้ และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่มีคุณค่ามากมาย สำหรับรายงานฉบับนี้สำเร็จ ลงได้ด้วยดีจากความร่วมมือและการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ดังนี้ 1. ............................................................. (ผู้จัดการฝ่าย) 2. ............................................................. (ผู้นิเทศงานในสถานประกอบการ) 3. ............................................................. (อาจารย์ประสานงาน) 5. ............................................................. (อาจารย์นิเทศ) 4. ระบุคนอื่นๆ ที่ได้ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ ในการจัดทำรายงาน นอกจากนี้ขอขอบคุณบิดา – มารดา อาจารย์ และบุคคลท่านอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวไว้ ณ ที่นี้ ซึ่งท่าน เหล่านั้นได้กรุณาให้คำแนะนำในการจัดทำรายงานฉบับนี้ จึงขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้มีส่วนร่วมใน การให้ข้อมูล แนะนำ และวิธีของการปฏิบัติงาน รวมถึงเป็นที่ปรึกษาในการจัดทำรายงานฉบับนี้จนเสร็จ สมบูรณ์ ลงชื่อ ( ) นักศึกษาฝึกงาน วันที่ เดือน พ.ศ. ตัวอย่างกิตติกรรมประกาศ
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 6-6 บทที่ 6 รูปแบบการเขียนรายงาน ชื่อ (ชื่อเรื่องภาษาไทย) : .................................................................................................................... ชื่อ-สกุล : ............................................................................................................................. ................ ผู้นิเทศในสถานประกอบการ : ............................................................................................................ อาจารย์นิเทศ : .................................................................................................................................... บทคัดย่อ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประยุกต์ใช้โปรแกรมเมเบิลลอจิกคอนโทรลเลอร์ในการควบคุมการ ทำงานของวาล์วควบคุมแบบสัดส่วนสำหรับการควบคุมการจ่ายลมอัดแบบจำลองระบบเบรกรถไฟฟ้า โดยวิธีการปรับอัตราการไหลของลมอัดด้วยการปรับองศาของตำแหน่งวาล์วในระดับ 20 %, 30 %, 40 %, 50 %, 60 %, 70 %, 80 %, 90 % และ 100 % และกำหนดให้มีความเร็วรอบของวาล์วที่ระดับ 60 RPM, 120 RPM, 180 RPM, 240 RPM, และ 300 RPM ตามลำดับ จากการทดลองพบว่าเมื่อเพิ่มองศา ของตำแหน่งวาล์วมากขึ้นส่งผลต่อระยะเวลาในการเบรกลดลง เนื่องจากการเพิ่มองศาของตำแหน่งวาล์ว มากขึ้นส่งผลให้อัตราการไหลของลมในระบบเบรกเพิ่มขึ้นเช่นกัน และทดสอบระบบเบรกตามพฤติกรรม การเบรกเสมือนจริงพบว่า ฟังก์ชันที่ 5 มีเวลาเบรกที่น้อยที่สุด การศึกษานี้จะเป็นประโยชน์สำหรับการ เป็นแนวทางในการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบเบรกลมอัด คำสำคัญ : ระบบเบรกลมอัดรถไฟ, โปรแกรมเมเบิลลอจิกคอนโทรลเลอร์, วาล์วควบคุมแบบสัดส่วน ตัวอย่างบทคัดย่อภาษาไทย
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 6-7 บทที่ 6 รูปแบบการเขียนรายงาน Title : ……………………………………………………………………………………………………………………………………… Author : …………………………………………………………………………………………………………………………………. Job Supervisor : ……………………………………………………………………………………………………………………. RMUTI Coop Advisor : …………………………………………………………………………………………………………… Abstract The purpose of this study was to apply the Mable Logic Controller program to control the operation of proportional valves for compressed air distribution control in an electric vehicle braking system model. By adjusting the flow rate of compressed air by adjusting the angle of the valve position at the level of 20, 30, 40, 50, 60, 70, 80, 90 and 100% and setting the valve speed at 60, 120, 180, 240, and 300 RPM, respectively. From the experiment, it was found that increasing the valve position angle resulted in a reduction in braking time, as increasing the angle also increased the air flow rate in the brake system. Virtual testing of the braking system showed that function 5 had the least braking time. This study will be useful as a guide for improving the efficiency of the compressed air brake system. Keywords: railway air brake system, programmable logic controller (PLC), proportional valves ตัวอย่างบทคัดย่อภาษาอังกฤษ
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 6-8 บทที่ 6 รูปแบบการเขียนรายงาน สารบัญ หน้า จดหมายนำส่ง ก บทคัดย่อ ข กิตติกรรมประกาศ ค สารบัญ ง สารบัญตาราง จ สารบัญภาพ ฉ บทที่ 1 บทนำ 1.1 หลักการและเหตุผล 1 1.2 วัตถุประสงค์ของโครงการ 2 1.3 ขอบเขตงาน 3 1.4 ขั้นตอนการดำเนินงาน 4 1.5 ประโยชน์ที่ได้รับ 5 บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 6 2.1 ระบบเบรกสูญญากาศ 2.2 ระบบนิวเมติกส์ 5 2.3 โบกี้รถไฟชุดระบบเบรก 10 2.4 หลักการทำงานของ Program Mable Logic Controller (PLC) 15 บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน หรือขั้นตอนการดำเนินงาน 3.1 การศึกษาผลิตภัณฑ์ 20 3.2 การศึกษาเวลา 30 บทที่ 4 การวิเคราะห์ข้อมูลและอภิปรายผล 4.1 การออกแบบชุดระบบเบรก 40 4.2 การทดลองตามพฤติกรรมการเบรกเสมือนจริง 50 บทที่ 5 สรุปผลและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการทดลองของโครงการ 55 5.2 ข้อเสนอแนะ 60 เอกสารอ้างอิง ภาคผนวก ประวัติผู้จัดทำ ตัวอย่างสารบัญ
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 6-9 บทที่ 6 รูปแบบการเขียนรายงาน สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า ตารางที่ 3.1 อุปกรณ์ที่ต่อเข้ากับหน่วย Input / Output ของ PLC 22 ตารางที่ 3.2 อุปกรณ์ในแผนภาพการทำงานของวงจรนิวเมติกส์ 25 ตารางที่ 3.3 แสดงจุดเชื่อมต่อสายไฟ 27 ตารางที่ 3.5 การเปรียบค่าเปอร์เซ็นต์ขององศาการเปิดวาล์ว 30 สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า ภาพที่ 2.1 หลักการทำงานของระบบเบรกสุญญากาศ 6 ภาพที่ 2.2 เบรกสุญญากาศแบบ 2 ท่อ 7 ภาพที่ 2.3 ระบบเบรกแบบสั่งการโดยตรง 8 ภาพที่ 2.4 ระบบเบรกแบบสั่งการอัตโนมัติ 9 ภาพที่ 2.5 ระบบเบรกแบบลมอัด 2 ท่อ 10 ภาพที่ 2.6 อุปกรณ์การเบรกของรถไฟ 11 ภาพที่ 3.1 ระบบเบรกรถไฟฟ้าเพื่อการศึกษาที่ควบคุมด้วย PLC 25 ตัวอย่าง สารบัญภาพ ตัวอย่าง สารบัญตาราง
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 6-10 บทที่ 6 รูปแบบการเขียนรายงาน บทที่ 1 บทนำ เพื่อให้การเขียนรายงานเป็นไปด้วยความถูกต้องและสมบูรณ์ ได้กำหนดให้รายงานควรมี องค์ประกอบของบทที่ 1 ใช้เป็นแนวทางดังต่อไปนี้ 1.1 หลักการและเหตุผล โดยเนื้อหาส่วนบทนำให้นักศึกษาเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับสถานประกอบการ และงานที่ นักศึกษาปฏิบัติ ซึ่งประกอบไปด้วยชื่อและที่ตั้งสถานที่ประกอบการ ลักษณะประกอบการ (สถาน ประกอบการผลิตสินค้าอะไรหรือให้บริการด้านใด) การจัดองค์กรและการบริหารงาน ตำแหน่ง และ ลักษณะงานในความรับผิดชองของนักศึกษา และนักศึกษาปฏิบัติงานในแผนกใด ของสถานประกอบการ ผนักงานที่ปรึกษาในสถานประกอบการคือใคร ตำแหน่งอะไร แผนกใดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน โดย ข้อมูลที่จะนำมาเขียนลงในรายงานทั้งหมดจะต้องได้รับความเห็นชอบ หรือได้รับอนุญาตจากผู้บริหาร สถานประกอบการหรือพนักงานที่ปรึกษาในสถานประกอบการเสียก่อน เพราะข้อมูลบางอย่างเป็น ความลับของทางบริษัทไม่สามารถเปิดเผยได้ 1.2 วัตถุประสงค์ของโครงการ 1.2.1 1.2.2 เมื่อนักศึกษาได้ศึกษาลักษณะการประกอบการโดยละเอียด และลักษณะงานที่ได้รับมอบหมาย แล้ว ให้นักศึกษาพิจารณาว่า นักศึกษาต้องการเรียนรู้ พัฒนาตนเองในเรื่องใดบ้างกำหนดให้ออกมาเป็น วัตถุประสงค์ของการฝึกปฏิบัติสหกิจศึกษา กล่าวคือ เมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานในสัปดาห์สุดท้ายแล้ว นักศึกษาจะได้รับประสบการณ์นั้น และมีทักษะในเรื่องนั้น การกำหนดจุดประสงค์ควรมีความชัดเจน และแต่ละจุดประสงค์จะต้องสามารถประเมินได้ การกำหนดจุดประสงค์ที่ดีควรแบ่งเป็นข้อๆ และมี จำนวนไม่มากเกินไป 1.3 ขอบเขตงาน ขอบเขตงานที่นักศึกษาได้รับมอบหมายนั้น อาจมีแนวทางในการดำเนินการได้หลายวิธี โดยใน ความเป็นจริงแล้วเราต้องเลือกวิธีการที่เหมาะสมที่สุด ในการดำเนินโครงงานนั้นเพียงอย่างเดียวเพื่อ แก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ ดั้งนั้น เพื่อให้การดำเนินโครงงานมีขอบเขตจำกัด เหมาะสมกับระยะเวลาและจำ นานผู้ศึกษา จึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตงานไว้
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 6-11 บทที่ 6 รูปแบบการเขียนรายงาน 1.4 ขั้นตอนการดำเนินงาน ขั้นตอนการดำเนินการ เป็นการกำหนดแนวทางการทำงานโดยในที่นี้จะเป็นการกล่าวถึงการ ดำเนินงานอย่างกว้างๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนที่ชี้ให้เห็นถึงแนวทางการทำงานทั้งโครงการ และยังเป็นส่วนที่ เชื่อมโยงไปสู่ส่วนต่างๆ ของการเขียนรายงานบทต่อๆไป 1.5 ประโยชน์ที่ได้รับ ประโยชน์ที่ได้รับเป็นการคาดคะเนการทำงานต่างๆ เมื่อเสร็จสิ้นงานแล้วนักศึกษาได้เรียนรู้ตาม วัตถุประสงค์ที่วางไว้เหรือไม่ ทั้งนี้จะรวมทั้งประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับตัวนักศึกษาเอง และต่อหน่วยงานที่ นักศึกษาเข้ารับปฏิบัติงาน ทั้งที่เป็นรูปธรรม และนานธรรม
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 6-12 บทที่ 6 รูปแบบการเขียนรายงาน บทที่ 2 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เป็นส่วนที่ใช้นำเสนอข้อมูลที่ได้รับจากการค้นคว้าผลงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงงานที่นักศึกษา รับผิดชอบ เพื่อเป็นการศึกษาหาข้อมูลและความรู้เบื้องต้นก่อนการทำงาน อีกทั้งเป็นการปูพื้นฐานใน ด้านทฤษฎี และหลักการต่างๆ ที่จะต้องนำมาประยุกต์ในการดำเนินงาน ดังตัวอย่าง 2.1 ระบบเบรกสูญญากาศ ปัจจุบันระบบเบรกแบบสูญญากาศได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยการประดิษฐ์ เครื่องสร้างสูญญากาศแบบลูกสูบ (Reciprocating exhauster) ด้วยการใช้กระบอกเบรกที่มีขนาดใหญ่ ควบคู่กับการปรับปรุงในส่วนอื่น ได้แก่การใช้ท่อขบวนสูญญากาศ (Vacuum Brake Pipe) แบบ 2 ท่อ และการเพิ่มปริมาตรด้านบนของกระบอกเบรก โดยการติดตั้งถังเพิ่มปริมาตร (Expansion Tank) ทำให้ ขบวนรถที่ใช้เบรกสูญญากาศสามารถวิ่งได้เร็วกว่า 100 กม/ชม. ดังภาพที่ 2.1 ภาพที่ 2.1 หลักการทำงานของระบบเบรกสูญญากาศ ที่มา : นคร จันทศร (2559) Nozzle สร้างสูญญากาศ ลิ้นบงัคบัการหา้มลอ้ ไอน้า ออก ไอน้า เขา้ สูญญากาศ กา้นสูบ ส่วนเพิ่มปริมาณ สูญญากาศ ลูกสูบ ลิ้นควบคุมเบรค ลอ้รถไฟ จุกกนัดาน แท่งหา้มลอ้ เครื่องสร้างสูญญากาศ ท่อต่อขบวนสญญากาศ ระยางเบรค ท่อยางต่อขบวนรถ กระบอกเบรคสูญญากาศ Nozzle สร้างสูญญากาศ ลิ้นบงัคบัการหา้มลอ้ ไอน้า ออก ไอน้า เขา้ สูญญากาศ กา้นสูบ ส่วนเพิ่มปริมาณ สูญญากาศ ลูกสูบ ลิ้นควบคุมเบรค ลอ้รถไฟ จุกกนัดาน แท่งหา้มลอ้ เครื่องสร้างสูญญากาศ ท่อต่อขบวนสญญากาศ ระยางเบรค ท่อยางต่อขบวนรถ กระบอกเบรคสูญญากาศ
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 6-13 บทที่ 6 รูปแบบการเขียนรายงาน บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน เป็นรายละเอียดของงานที่นักศึกษาปฏิบัติ ให้อธิบาย แสดงกระบวนการ และวิธีการให้เข้าใจถึง งานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการ ยกตัวอย่าง กรณีนักศึกษาปฏิบัติงานในกระบวนการผลิตหรือ สายการผลิต สามารถอธิบายอย่างคร่าวๆ เกี่ยวกับกระบวนการผลิต และงานที่ต้องทำพร้อม Flowchart แสดงกระบวนการผลิตว่า ในกระบวนการผลิตประกอบด้วยเครื่องมืออะไรบ้าง อธิบาย หน้าที่ลักษณะและหลักการของแต่ละเครื่องมือที่ใช้ ทั้งนี้จะทำรายละเอียดเฉพาะที่สถานประกอบการ เปิดเผยแก่ภายนอก โดยไม่พยายามจะทำให้ความลับของบริษัทรั่วไหล และไม่วิจารณ์ข้อบกพร้องหรือ ปัญหาใดๆ โดยเด็ดขาด ในการเขียนรายงานเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ของสถานประกอบการ นักศึกษา ต้องปรึกษาพนักงานที่ปรึกษาในสถานประกอบการโดยตลอด เนื่องจากบางรายละเอียดของงานอาจเป็น ความลับของสถานประกอบการซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ดังตัวอย่าง 3.1 การออกแบบชุดระบบเบรก การออกแบบการทำงานของชุดระบบเบรกเพื่อให้มีพฤติกรรมการเบรกรถเสมือนจริง โดยอาศัย Proportional Valves ในการควบคุมการไหลของลมเบรก และใช้Encoder ในการวัดความเร็วรอบ ของเพลาล้อร่วมกับการนำ PLC มาควบคุมการทำงานของชุดระบบเบรก มีโครงสร้างและส่วนประกอบ ของชุดระบบเบรก ดังภาพที่ 3.1 และมีชุดคำสั่งสำหรับการเขียนโปรแกรม PLC ดังตารางที่ 3.1 ภาพที่ 3.1 ระบบเบรกรถไฟฟ้าเพื่อการศึกษาที่ควบคุมด้วย PLC
คู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะระบบรางและการขนส่ง มทร.อีสาน 6-14 บทที่ 6 รูปแบบการเขียนรายงาน ตารางที่3.1 อุปกรณ์ที่ต่อเข้ากับหน่วย Input / Output ของ PLC Input/Output อุปกรณ์ X0 รับสัญญาณจาก (Encoder) Y1 ส่งสัญญาณสั่งให้มอเตอร์ทำงาน Y4 ส่งสัญญาณสั่ง (Solenoid Valve) ให้ทำงาน Y5 ส่งสัญญาณสั่ง (Solenoid Valve Emergency brake) ให้ทำงาน M0 Shelf holding M3 สั่งการทำงาน Emergency brake M5 สั่งการทำงาน Y4 M12 รับคำเบรกเบรกจากจอ (HMI) M200 สั่งการทำงาน Y1 M8000 เปิดการทำงานตลอด (NC) SPD คำสั่งรับค่าจาก Encoder P/S DMUL คำสั่งคูณ DDIV คำสั่งหาร D8260 คำสั่งจ่ายไฟ 0-10v (Analog output) บทที่ 4 ผลการปฏิบัติงาน เพื่อนำเสนอรายละเอียดของการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินผลงานหรือเสนอแนวทางปรับปรุง การทำงานที่นักศึกษารับผิดชอบให้ดีขึ้น โดยการกระทำดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ใน บทที่ 3 บทที่ 5 สรุปผลการทำงาน ให้นักศึกษาสรุปผลการปฏิบัติงานว่างานที่ได้รับมอบหมายบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่พนักงานที่ ปรึกษาในประกอบการตั้งใจไว้หรือไม่ พร้อมทั้งบอกข้อเสนอแนะ เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ให้สรุปว่านักศึกษาได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ในบทที่1 หรือไม่ เพราะอะไร เพียงใด